ค้นหา :

ผลการค้นหา "หายตัว"

แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ก.ค. 62

พบแล้ว!! นศ.สาวไทย ที่หายตัวในญี่ปุ่น ถูกกักตัวที่สถานีตำรวจ คาดเพราะไม่พกพาสปอร์ต

จากกรณีที่ครอบครัวนักศึกษาชั้นปีที่ 3 หาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ประกาศตามหา หลังหายตัวไปขณะไป workshop ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ขาดการติดต่อไปตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันที่ 18 กรกฎาคม ล่าสุดพบตัวแล้ว   วันที่ 19 ก.ค. ในสื่อสังคมออนไลน์ มีเพจเฟซบุ๊กชื่อ 'ฮอกไกโดแฟนคลับ-Hokkaidofanclub' โพสต์ประกาศตามหาคนหายที่ญี่ปุ่น โดยระบุข้อความว่า ทางเพจได้รับข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เพื่อขอให้ทางเพจช่วยประกาศตามหาน้องสาวของเธอ คือ นางสาวกระรัตเพชร แซ่ต่ง (Karatphet Sae-Tung) เป็นนักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี เดินทางมาประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วม workshop กับมหาวิทยาลัย Shibaura Institute of Technology ระหว่างวันที่ 8 - 16 กค. 2562   หลังจากที่การเข้าร่วม workshop จบลงแล้ว 2 วัน ได้ออกไปจากที่พักคนเดียว เพื่อไปหาเพื่อนที่ศึกษาในประเทศญี่ปุ่น โดยนัดที่ Ueno Park ตอนเที่ยง วันพฤหัสที่ 18 กค. หลังจากนั้นตั้งแต่เที่ยง จนถึง ตี 4 วันที่ 19 กค. ไม่มีใครติดต่อได้เลย และไม่มีการอ่านข้อความในไลน์เลย    ล่าสุด เพจ 'ฮอกไกโดแฟนคลับ-Hokkaidofanclub' ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวว่า ขณะนี้ได้พบตัว นางสาวกระรัตเพชร นักศึกษาสาวที่หายตัวไปแล้ว โดยระบุว่าถูกกักตัวที่สถานีตำรวจในญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีการแจ้งรายละเอียดว่าเพราะสาเหตุใด ซึ่งทางสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว อยู่ในระหว่างเดินทางไปที่สถานี   โดยพี่สาวของนางสาวกระรัตเพชร ได้แจ้งมายังเพจว่า อาจจะเป็นเพราะไม่พกพาสปอร์ตออกไปข้างนอกด้วย          อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เร่งตามหา นศ.สาวไทย หายตัวปริศนาในญี่ปุ่น หลังนัดเจอเพื่อนที่สวนสาธารณะ  

 23,855
สังคม-อาชญากรรม
05 เม.ย. 62

จนท.เร่งค้นหา ‘น้องภาคิน’ หายตัวจากบ้านไร้ร่องรอย แม่เครียดตกเป็นผู้ต้องสงสัย กุเรื่องประชดผัว ลั่น “ไม่ได้ขายลูกกิน”

จากกรณี ด.ช.ภาคิน คิดตลอด หรือน้องบิ๊ก วัย 1 ขวบ 7 เดือน หายออกจากบ้าน ที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เข้าสู่วันที่ 4 แล้วยังหาไม่พบ สันนิษฐานว่าอาจพลัดตกคลองเพราะบ้านอยู่ติดกับคลองชลประทาน หรืออาจถูกลักพาตัว ทุกภาคส่วนช่วยกันตามหาอย่างไม่ลดละ   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (4 เม.ย.) ได้ยกเลิกการหาทางน้ำก่อน โดยพ.ต.อ.อาชวิน บุญธรรมเจริญ ผู้กำกับการ สภ.ท่ายาง ได้ระดมกำลังตำรวจกว่า 50 นายและ จนท.กู้ภัย ค้นหาน้องภาคินอีกครั้งทางบก แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุด ส่วนหนึ่งเข้ารื้อค้นบริเวณบ้านซึ่งเป็นสวนมะม่วง 10 ไร่ สวนมะนาว ไร่กล้วย และโดยรอบรัศมี 1 กิโลเมตร อย่างละเอียด พร้อมใช้เฮลิคอปเตอร์บินวนสำรวจพื้นที่ด้วย   ทั้งนี้ได้ประสานนำสุนัข K-9 จำนวน 2 ตัว จากศูนย์ฝึกสุนัขตำรวจ กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อ.ชะอำ มาช่วยดมกลิ่น แต่ไร้วี่แวว พร้อมทั้งสืบสวนว่าเด็กคนดังกล่าวถูกลักพาตัวไปหรือไม่ แต่ยังไม่มีข้อบ่งชี้อะไร อีกทั้งบริเวณที่เด็กหายไปก็ไม่มีกล้องวงจรปิด   อย่างไรก็ตามชาวบ้านต่างพากันมาให้กำลังใจ ลุ้นให้เจอน้องภาคินขอให้ปลอดภัย บ้างก็จับกลุ่มคุยกันว่าลูกหายทำไมพ่อแม่เหมือนไม่ทุกข์ใจกลับอยู่นิ่งเฉย แต่มีพระวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ทักว่าเด็กจมน้ำอยู่ในคลองชลประทานสายสาม อยู่ไม่ไกลจากบ้านเพียงแค่หาไม่เจอ ขณะที่ร่างทรงท่านหนึ่งติดตามข่าวสารของน้องภาคิน บอกให้จุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง 36 ดอก อ้างสัมผัสได้ว่ามีเงาดำของสิ่งเร้นลับปิดบังน้องอยู่    นายโชคชัย คิดตลอด และนางอารยา ขัวลำหาน พ่อกับแม่ของเด็ก ตอนนี้ซึมเศร้าต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์นำธูป เทียน ดอกไม้ ไปปักไว้ที่จอมปลวกหน้าบ้าน ขอขมาเจ้าที่เปิดทางให้ตัวน้องภาคิน ขณะที่การค้นหาทางน้ำยังคงดำเนินต่อไป โดยเขื่อนเพชรได้เปิดประตูระบายน้ำ ทำให้น้ำในคลองมีระดับสูงขึ้นและไหลแรง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับทีมค้นหา   นางอารยา แม่ของเด็ก ยังมั่นใจว่าลูกชายไม่ได้พลัดตกลงไปในคลอง ยังมีความหวังจะได้พบลูก ใครบอกให้อะไรก็ทำตามหมด ส่วนที่มีคนพูดว่าลูกหายทำไมนิ่งเฉยหรือไม่เสียใจ อยากบอกว่าคนเป็นแม่ไม่มีใครไม่เสียใจ ตนไม่ได้แสดงออกให้ใครเห็น ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่เขา ดีใจที่มีเจ้าหน้าที่มาช่วยค้นหา   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวพ่อกับแม่น้องภาคิน เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ สภ.ท่ายาง โดยแยกสอบ พร้อมสอบถามรายละเอียดคนในครอบครัวทุกคน เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนติดตามตัวน้องภาคิน โดยผู้เป็นแม่มีสีหน้านิ่งเฉย แต่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนางอารยากลับถึงบ้าน ตำรวจได้นำเชือกไปกั้นประตูทางเข้าหน้าบ้าน กันชาวบ้านออกไปอยู่ด้านนอก จากนั้นพยายามเค้นสอบถามพี่ชายคนโตวัย 8 ขวบ ระบุว่า เห็นผู้ชายใส่แว่นขับรถมารับน้องไป ไม่รู้จัก ที่ผ่านมาแม่เคยบ่นว่าเบื่อตนกับน้องอยู่บ่อยครั้ง จนท.จึงเก็บเป็นข้อมูลใช้เป็นแนวทางสืบสวน โดยวันนี้ (5 เม.ย.) จะประสานนักสหวิชาชีพมาสอบ    รวมถึงบีบเค้นแม่ของน้องภาคินด้วยหลักจิตวิทยา อ้างว่ามีกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นหลักฐานที่ขัดกับคำให้การของแม่ หวังกดดันให้แม่พูดบางอย่าง ซึ่ง จนท.สงสัยแม่อาจปิดบัง รู้เห็นเรื่องการหายตัวไปของน้องภาคินหรือไม่แต่ไม่ยอมพูดความจริง จากนั้นนางอารยาก็ร้องไห้โวยวายเสียงดังว่า “ใครจะเอาลูกไปซ่อน ไม่ได้ขายลูกกิน เห็นเราเงียบใช่ว่าเราจะไม่เสียใจ เราเองก็เสียใจ เราหาลูกเราเองก็เหนื่อยต้องให้เราตายใช่ไหม เรารู้ว่าทุกคนเหนื่อย ใครก็เหนื่อยทั้งนั้น ก็อยากจะเจอ จะว่าเราโกหกยังไงอีก เราก็เหนื่อยเหมือนกันใช่ว่าเราไม่เหนื่อย "    ด้าน นายหนู ขัวลำหาน อายุ 60 ปี ตาของเด็กนั่งร่ำไห้ปาดน้ำตา เล่าว่า วันที่หลานหายไปตนออกไปทำงานนอกบ้าน กลับมาพบว่าหลานหายไปแล้ว ปกติหลานไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่มีใครเห็นว่าหายไปไหน ตนไปงมหาในน้ำก็ไม่เจอ ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อ    ผู้กำกับการ สภ.ท่ายาง ระบุว่า ยังไม่ตัดประเด็นพลัดตกน้ำทิ้ง โดยตนได้ใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อวางเเนวทางการค้นหา จะทำทุกวิถีทางจนกว่าจะเจอเด็ก ซึ่งสั่งการให้สังเกตร่องรอยต่าง ๆ ทั้งรอยขุดดิน รอยเท้าหรือแม้แต่ร่องรอยการทำร้าย อย่างไรก็ตามในพื้นที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักพาตัว   เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยสรรเพชญ ระบุว่า เด็กอาจไม่ได้พลัดตกน้ำตั้งแต่แรกก็ได้ เพราะดำน้ำหายังไงก็หาไม่เจอ ซึ่งถ้าเสียชีวิตต้องโผล่ขึ้นเหนือน้ำเพราะผ่านมา 3 วันแล้ว หรือหากไหลไปกับกระแสน้ำก็ต้องมีคนเจอ นอกจากนี้ทราบว่าพ่อของเด็กไปทำงานกรุงเทพ ไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่ปีใหม่ ไม่แน่ใจแม่เด็กสร้างเรื่องให้คนอื่นนำลูกไปแล้วอ้างลูกหาย เพื่อประชดสามีเรียกร้องความสนใจให้กลับบ้านหรือไม่ ผู้สื่อข่าวสอบถามพ่อแม่เด็กบอกไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน   ขณะที่เจ้าหน้าที่ พม.จังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่มาพูดคุยกับพ่อแม่ของเด็ก เพื่อรับฟังปัญหาและเยียวยาสภาพจิตใจไม่ให้วิตกกังวล และเครียด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจน่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กแล้วแต่ยังไม่เปิดเผย คาดเด็กอาจยังมีชีวิตอยู่หรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6L1lP0qaLKA

 17,667
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 61

ผวาอาถรรพ์ 'เขาสะแกกรอง' ชายขึ้นไปหาผักหวานป่า หายตัวกลายเป็นศพ ชันสูตรเจอเขี้ยวงูที่คอ คาดถูกงูเห่ากัด

สระแก้ว-ชาวบ้านนับร้อยเข้าไปค้นหาชาวบ้านที่เข้าไปหาผักหวานป่า และหายตัวลึกลับ 3 วันแล้ว พบนอนตายเป็นศพบนเขาสะแกกรอง ชาวบ้านผวาภูเขาแห่งนี้มีอาถรรพ์ หากใครขึ้นไปเพียงลำพังมักเป็นศพ ซึ่งชาวบ้านต่างบอกว่า มีชาวบ้านขึ้นไปตายนับไม่ถ้วนแล้วชาวบ้านจึงขนานนามว่า ดินแดนอาถรรพ์ ห้ามขึ้นไปเพียงคนเดียวโดยเด็ดขาด   ด้านภรรยาผู้ตายระบุ สามีได้ขึ้นไปบนเขาสะแกกรอง มา 2 ครั้งติดๆกัน โดยขึ้นไปเพียงคนเดียว และก่อนเสียชีวิต สามีได้ห่อข้าวบอกว่า จะขึ้นไปเก็บผักหวานบนเขาสะแกกรอง ตนเองได้ห้ามแล้วห้ามอีก แต่สามีก็ไม่ยอมฟัง ทางชาวบ้านนับร้อยคนต้องออกค้นหา แต่พอจุดธูปได้ไม่ถึง 10 นาที ชาวบ้านก็พบศพ   ทั้งนี้เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนขึ้นไปบนเขาแห่งนี้แล้วถูกผีตายโหงเข้าสิง แต่เขาขึ้นไปหลายคนเลยช่วยกันนำตัวลงมาได้ แต่สามีขึ้นไปเพียงคนเดียว เลยต้องตาย   ด้านพระครูปัญญา ศิริโชติ เจ้าอาวาสวัดเจริญสุข บอกว่า ที่ลำคอของผู้ตายคล้ายเขียวงู บนเขาแห่งนี้มีงูเห่ามากและตัวใหญ่ นอกจากนี้ยังมีความดุร้ายอีกด้วย อาจเป็นไปได้ว่าผู้ตายอาจถูกงูเห่ากัดตาย เนื่องจากใกล้ๆศพยังมีห่อข้าวของผู้ตายที่ห่อไปและยังไม่ได้กินเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SMtorytn2wE  

 23,198
ข่าวต่างประเทศ
05 มี.ค. 61

สยอง! หนุ่มอินโดฯ หายตัวก่อนพบเป็นศพลอยน้ำ ผ่าท้องจระเข้ยักษ์ 6 เมตร ผงะพบแขน-ขามนุษย์

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย กรณีพบชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์ในท้องจระเข้ยักษ์ขนาด 20 ฟุต หรือกว่า 6 เมตร     เจ้าหน้าที่ตำรวจบนเกาะบอร์เนียวระบุว่า การค้นหาคนงานสวนปาล์มวัย 36 ปีที่หายตัวไปนาน 2 วันยุติลง เมื่อพบร่างไร้วิญญาณของเขาลอยอยู่ในน้ำที่อยู่ในสภาพแขนขาขาด โดยที่บนฝั่งมีเพียงรองเท้าแตะและรถมอเตอร์ไซค์จอดทิ้งไว้ เมื่อสังเกตพบจระเข้ตัวดังกล่าวนอนอยู่ริมแม่น้ำ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจลั่นไกสังหาร ก่อนจะผ่าท้องพิสูจน์จึงพบว่ามีแขนซ้ายและขาของมนุษย์ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของเหยื่ออยู่ภายในนั้น      ด้านภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเศร้าสามีบอกว่าจะออกไปล่าสัตว์มาให้กิน แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะต้องมาพบกับจุดจบที่น่าสยดสยองเช่นนี้        

 43,848
ข่าวภูมิภาค
17 ต.ค. 60

ญาติ ผอ.อ้อยฮือล้อม 'ผู้กองเหน่ง' โดนตั้งเพิ่ม 4 ข้อหา ก่อนศาลให้ประกันตัว

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานกว่า 3 เดือน   ล่าสุดมีการตั้งข้อหา ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ต้องหาสำคัญของคดีนี้ โดยตั้งข้อหาเพิ่มอีก 4 ข้อหา จากเดิมที่มีอยู่ 4 ข้อหา ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงได้มีญาติพี่น้องถือป้ายเต็มหน้า สภ.กันทรลักษ์ ตะโกนลั่นเอา ผอ.อ้อยคืนมา ขณะที่ผู้กองเหน่งผู้ต้องหาต้องวิ่งแจ้นไปขึ้นรถปิคอัพที่พรรคพวกมาจอดรอเพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์   ขณะที่ทางญาติของ ผอ.อ้อย ขอคัดค้านการประกันตัวของผู้กองเหน่ง เพราะเกรงว่า ผู้กองเหน่งซึ่งเป็นนายทหารมีความรู้ด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างดีจะมายุ่งเหยิงคดีนี้ แต่ว่าก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ พร้อมขอความเป็นธรรมถึงผู้ใหญ่ทุกท่านขอความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย เนื่องจากว่าทางบ้านแทบสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว หมดสิ้นเงินไปแล้วร่วม 1 ล้านบาท ส่วนเงินรางวัลในการตามหาตัว ผอ.อ้อย 1 ล้านบาท ยังคงตั้งไว้เช่นเดิม แต่ว่าไม่มีเบาะแสแจ้งเข้ามาแต่อย่างใด   ต่อมาศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวผู้กองเหน่ง ด้วยหลักทรัพย์ จำนวน 600,000 บาทและตำแหน่งราชการของพ่อของผู้กองเหน่ง เนื่องจากเห็นว่า ผู้กองเหน่งมีอาชีพเป็นข้าราชการทหาร มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งหลังจากศาลอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว ได้รีบแอบลงจากศาลขึ้นไปขึ้นรถหลบหนีญาติของ ผอ.อ้อยไปอย่างรวดเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Oj7L7-I631c    

 22,166
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 60

พ่อพบกระดูกปริศนา มั่นใจเป็นของมนุษย์ หลังบุกไปค้นเจอถูกเผาในค่ายทหารใกล้บ้านพัก ‘ผู้กองเหน่ง’ ส่งพิสูจน์ใช่ 'ผอ.อ้อย' หรือไม่

ศรีสะเกษ-พ่อของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานหลายเดือน ได้พากันเดินทางไปที่กรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี โดยไปยื่นหนังสือกับ ผบ.กรมทหารราบที่ 6 เพื่อขอเข้าไปค้นหาร่องรอยหลักฐานการหายตัวไปของ ผอ.อ้อย   เนื่องจากว่าผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาคดีนี้มีบ้านพักอยู่ในค่ายทหารแห่งนี้ แต่ปรากฏว่า ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ทหารไม่ยอมให้ญาติพี่น้องเข้าไปทั้งหมด จะให้เข้าไปเพียง 20 คนเท่านั้น ซึ่งตนและญาติก็ได้แย้งว่า นายทหารระดับสูงเคยบอกกับตนว่า พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบพื้นที่ของทหาร ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารอนุญาติให้ตนและญาติพี่น้องทั้งหมดเข้าไปภายในค่ายทหารแห่งนี้   เมื่อกระจายกำลังเข้าไปค้นหาบริเวณด้านหลังแฟลตทหาร ซึ่งเป็นแฟลตร้าง โดยได้ค้นหาตามท่อน้ำเสียและท่อส้วมพบว่า บริเวณด้านหลังแฟลตร้างนี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณบ้านพักของผู้ต้องหารายนี้มากนัก ได้พบกองเถ้าถ่านกระดูกที่ถูกเผาโดยใช้กระดาษลักษณะคล้ายกับกระดาษสื่อสารวิทยุเป็นเชื้อเพลิง โดยกระดูกถูกเผาเป็นชิ้นๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นกะโหลกศีรษะ แต่ฟันที่พบไม่มีรากฟัน ซึ่งคาดว่าจะถูกเผาหลายรอบจนเศษกระดูกไหม้เกรียม และห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบผ้าปูที่นอนเป็นสีขาวคล้ายกับของทหาร มุมผ้าปูที่นอนทั้ง 4 ด้าน ยังมีปมผูกอยู่ทั้ง 4 ด้าน และมีรอยคล้ายกับคราบเลือดติดอยู่   ทางญาติจึงได้ช่วยกันเก็บเอาเศษกระดูกทั้งหมดใส่ถุง นำเอาไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ แจ้งว่า ให้นำเอากระดูกทั้งหมดไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนของคดีนี้ นำส่งไปตรวจพิสูจน์หาดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นดีเอ็นเอของ ผอ.อ้อยหรือไม่ อย่างไร ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้นำเอากระดูกที่ค้นพบไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ย.60 ที่ผ่านมา   โดยพ่อ ผอ.อ้อยคาดว่ากระดูกที่พบทั้งหมดนี้อาจจะเป็นกระดูกมนุษย์ เนื่องจากเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณกะโหลกศีรษะและฟันเป็นของมนุษย์ชัดเจน อีกทั้งชิ้นส่วนต่าง ๆ มีลักษณะคล้ายกับกระดูกมนุษย์มาก จึงขอฝากไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าขอให้ทุกท่านได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย ลูกใครใครก็รัก พวกตนและญาติพี่น้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อตามหา ผอ.อ้อย ลูกสาวสุดที่รักของตน ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นใจและช่วยเหลือตนและญาติพี่น้องและให้ความเป็นธรรมกับพวกตนในคดีนี้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GXxsf52biMs    

 24,034
สังคม-อาชญากรรม
02 ต.ค. 60

ยายเข้าเยี่ยม 'เบน' หาเบาะแส 'ออย' หายสาบสูญ 'ซีม่อน' เคยสั่งให้บอกว่าป่วยมะเร็งตาย

แม่และน้องสาวของ น.ส.ออย หรือ นันทิยา แสงอุไร อดีตภรรยาของนายซีม่อน ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ อดีตนายตำรวจอิสราเอล ได้เข้าเยี่ยมนายเบน หลานชายในสถานพินิจ เพื่อหาเบาะแสที่ลูกสาวหายตัวไป ซึ่งคาดว่าจะถูกฆ่าเสียชีวิตแล้วโดยฝีมือนายซีมอน   ซึ่งทางยายและน้าของนายเบนได้เข้าเยี่ยม เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และได้ข้อมูลใหม่ว่า น.ส.ออย ไม่ได้เดินทางไป สปป.ลาวกับ 2 พ่อลูก เมื่อ 2 พ่อลูกเดินทางกลับมาก็ไม่พบตัวกันอีก ซึ่งทางญาติไม่ได้ถามมาก เนื่องจากกลัวว่านายเบนจะไม่อยากพบหน้าอีกในครั้งต่อไป   ขณะที่ทาง น.ส.ปราณี แฟนเก่าของนายเบน กล่าวว่าระหว่างที่คบกับนายเบนเมื่อปี 58 เคยเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว พบวิกผมและเครื่องใช้ของผู้หญิง ต่อมานายซีม่อนได้ขอให้ช่วยหาบ้านเช่าให้ใหม่ พร้อมบอกว่าถ้าใครมาถามถึงน.ส.ออย ก็ให้บอกว่าป่วยเป็นมะเร็งเสียชีวิต ทั้งนี้นายซีม่อนบอกว่าต้องการย้ายบ้านเพื่อหนีญาติของ น.ส.ออยที่ชอบมายืมเงิน ซึ่งเมื่อ น.ส.ปราณีได้เลิกรากับนายเบน ก็ไม่ได้ติดต่อกับคนในบ้านหลังนั้นอีกเลย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FoCd3FaAGHw    

 5,631
สังคม-อาชญากรรม
29 ก.ย. 60

งมหาศพ 'ออย' อดีตเมียซีมอน ใต้สะพานข้ามคลองบางกรวย ยังไม่พบ ญาติวอนลูกชายปริปากพูด

จากกรณีที่นางสาวนันทิยา แสงอุไร หรือ ออย หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่ปี 2558 โดยทางครอบครัวคาดว่าถูก นายซีมอน เบตัน อดีตสามี ที่เป็นผู้ต้องฆ่าโบกปูน เป็นคนลงมือฆ่าหั่นศพ แล้วนำไปอำพราง โดยสงสัยว่าอาจถูกหั่นศพใส่ถุงและนำมาโยนทิ้งลงน้ำ   วานนี้(28 ก.ย.) นางนภา ทิมเย็น แม่ของ น.ส.นันทิยา พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความชื่อดัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนักประดาน้ำจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ลงพื้นที่ค้นหาร่าง น.ส.นันทิยา ตรงบริเวณสะพานบางกรวย ข้ามคลองบางกอกน้อย ที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านที่นายซีมอน และน.ส.นันทิยา เคยพักอาศัย   โดยทางครอบครัวตั้งข้อสังเกตุว่านายซีมอน อาจฆ่าหั่นศพ แล้วนำชิ้นส่วนมาโยนทิ้งลงในน้ำ ส่วนสาเหตุที่เจาะจงสะพานดังกล่าว เพราะว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกู้ภัยฯ ชี้ว่าสะพานดังกล่าวมีความกว้าง 20 เมตร และลึกถึง 5 เมตร หากนำชิ้นส่วนโยนลงมา คงจะไม่มีใครพบเห็น   ซึ่งก่อนการค้นหา นางนภา ได้ทำการจุดธูปไหว้เจ้าที่ และพูดบอกลูกสาวว่า ขอให้ค้นหาเจอ   ขณะที่การค้นหาเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. พบว่าบริเวณก้นคลองมีแต่กระสอบทรายที่ถูกนำมาทิ้งไว้ หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นจำนวนมาก และตาข่ายกับเส้นเอ็น ซึ่งส่งผลให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งยังพบก้อนปูนขนาดใหญ่ที่ผิดสังเกต แต่จากการตรวจสอบก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด   ต่อมานักประดาน้ำพบกระเป๋าถือแบบผู้หญิงสีน้ำตาล ภายในกระเป๋าไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ มีเพียงแต่ดินโคลน ทีมข่าวจึงสอบถามกับทางนางนภา ว่าเคยเห็นกระเป๋าใบดังกล่าวหรือไม่ ก่อนได้รับคำตอบว่า กระเป๋าใบดังกล่าวไม่ใช่ของลูกสาว และก็ไม่เคยเห็น   จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. นักประดาน้ำพบถุงขยะสีดำ มีสภาพเปื่อยยุ่ย อยู่บริเวณกลางคลอง เจ้าหน้าที่ต้องนำผ้าขาวมาห่อ ก่อนจะนำกลับเข้ามาที่ฝั่ง แต่พอเปิดถุงออกมา ปรากฎว่าเป็นหัวกะโหลกศีรษะของสัตว์ จำนวน 2 หัว ซึ่งคาดว่าเป็นกระโหลกสุนัข   สุดท้ายหลังค้นหานานกว่า 4 ชั่วโมง ปรากฎว่าไม่พบร่างหรือชิ้นส่วนของ น.ส.นันทิยา แต่อย่างใด ทางครอบครัวจึงยุติการค้นหา ประกอบกับเป็นเวลากลางคืน และฝนใกล้จะตก   โดยนางนภา เปิดเผยว่า พอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกๆฝ่าย ตอนนี้ที่ตนติดใจสงสัย คือบ้านหลังดังกล่าว เพราะนายซีมอน เคยก่อเหตุฆ่าโบกปูน ตนจึงอยากเข้าไปดูว่าภายในบ้านมีความผิดปกติหรือไม่ แต่ติดปัญหาที่ทางเจ้าของบ้านไม่อนุญาตให้เข้าไป   ส่วนเรื่องของ นายเบน ลูกชายของนายซีมอน กับลูกสาว ตนจะเข้าไปเยี่ยมอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม เพื่อจะสอบถามถึงการหายไปของ น.ส.นันทิยา เพราะตนคิดว่าเบน น่าจะรู้แต่ไม่ยอมบอก ซึ่งล่าสุดที่เข้าไปเยี่ยมก็เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iPi6p_SVNSo

 16,276
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 60

ลุยป่าค้นหาสาวไทย อดีตภรรยาซีม่อน ล่าสุดยังไม่พบ ญาติคาดอาจถูกฆ่าหั่นศพโบกปูน

จากกรณีที่ทางครอบครัวได้ออกมาตามหา น.ส.นันทิยา แสงอุไร อดีตภรรยาของ นายซีมอน เบตัน ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าฝังโบกปูน หลังหายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่ปี 2558 นั้น   วานนี้(27 ก.ย.) นางนภา ทิมเย็น แม่ และนางยุพาพัชร์ อธิคมสิริกุล น้องสาว ของ น.ส.นันทิยา พร้อมด้วย นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความชื่อดัง เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย เพื่อวางแผนในการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่ใกล้เคียงบริเวณหมู่บ้านที่นายซีมอน และ น.ส.นันทิยา เคยพักอาศัยอยู่ โดยจุดแรกที่เข้าค้นหาคือบริเวณป่ารกร้าง ที่เป็นสวนเก่า ติดกับหมู่บ้าน   เจ้าหน้าที่ได้นำกำลัง 40 นาย เดินทางเข้าไปในป่ารกร้าง ตรงบริเวณที่ติดกับหลังบ้าน เนื่องจากมีข้อสงสัยจากทางครอบครัวว่า นายซีมอน อาจอำพรางศพด้วยการโยนข้ามกำแพงที่สูงกว่า 4 เมตร ข้ามมา ซึ่งการเดินทางเข้าไป เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดหญ้าเพื่อเปิดทาง ซึ่งจากการค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมงก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือผิดสังเกตุ   ต่อมาทางครอบครัวและญาติ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ ช่วยขุดดินตรงบริเวณที่สงสัยว่า นายซีมอน อาจนำศพ น.ส.นันทิยา มาฝังไว้ ภายในป่ารกร้างดังกล่าว เนื่องจากทางครอบครัวมีลางสังหรณ์ว่าศพอาจถูกฝังอยู่บริเวณนี้ ซึ่งก่อนที่จะทำการขุด นางนภา ได้จุดธูปทำพิธีเผื่อขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เปิดทาง ตามความเชื่อส่วนบุคคล   หลังจากการขุดค้นหานานกว่า 2 ชั่วโมง ปรากฎว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ มีเพียงกระสอบทรายที่ถูกนำมาทิ้งไว้ในบริเวณดังกล่าว ครอบครัวและญาติจึงตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ยุติการค้นหา แต่ยังมีความสงสัยว่า น.ส.นันทิยา อาจถูกอำพรางศพด้วยการโบกปูนไว้ภายในบ้าน    โดย นางยุพาพัชร์ น้องสาว เปิดเผยว่า พอใจกับการค้นหาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางครอบครัวก็คายความสงสัยตรงจุดนี้ ส่วนจุดอื่นที่ยังสงสัยคือบริเวณสะพานข้ามคลอง ที่อาจจะนำศพไปถ่วงน้ำไว้ ขณะที่ลูกชายของนายซีมอน ตนคาดว่าเขาน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวตน แต่ไม่ยอมบอก และโน๊ตบุ๊คที่ยังเป็นที่สงสัยว่าภายในอาจมีภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ที่จะทำให้รู้ว่าเกิดอะไรกับพี่สาวตน   ขณะที่ ทนายรณรงค์ บอกว่า ตอนนี้ยังมีจุดที่สงสัยอยู่อีกประมาณ 9 – 10 จุด คือบริเวณสะพานข้ามคลอง ซึ่งตนอยากจะให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นหา ตามสะพานต่างๆ ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากบ้านนายซีมอน เนื่องจากช่วงที่ น.ส.นันทิยา หายตัวไป ตอนนั้นนายซีมอน ใช้ยานพาหนะ คือรถจักรยานยนต์ หากจะอำพรางศพไม่น่าจะขี่ไปได้ใกล้ อีกทั้งพฤติกรรมที่ผ่านมาของนายซีมอน จะลงมือหั่นศพผู้เสียชีวิต แล้วนำไปโยนทิ้งน้ำ หรือไม่ก็โบกปูน   ซึ่งในวันนี้(28 ก.ย.) เจ้าหน้าที่จะจัดกำลังชุดดำน้ำเพื่อตรวจสอบ ตามจุดสะพานข้ามคลองต่างๆ บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงหมู่บ้านของนายซีมอน แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LFYK4EPRsYQ  

 1,521
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ย. 60

ญาติเจอโครงกระดูกเผาไฟในป่าพลาญเสือ เร่งพิสูจน์ใช่ 'ผอ.อ้อย' หรือไม่?

ความคืบหน้าการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานร่วม 2 เดือนแล้ว   ล่าสุดทางญาติและชาวบ้านได้ตรวจค้นตามป่าในเขตพลาญเสือตอนล่าง ได้พบโครงกระดูกหลายชิ้นมีร่องรอยถูกเผากองอยู่กับพื้น จึงได้ช่วยกันเก็บกระดูกทั้งหมด จากนั้น ได้นำเอาไปแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ทราบเพื่อจะได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ว่า เป็นโครงกระดูกของ ผอ.อ้อยหรือไม่อย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sIR8cncDD0k  

 1,383
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 60

พ่อ 'ผอ.อ้อย' เตรียมจัดทำบุญให้ลูกสาว หวังบุญกุศลให้หาเจอ เผยหมดเงินเป็นแสน เปิดบัญชีรับบริจาคช่วยตามหาจนกว่าจะเจอ

พ่อเตรียมจัดงานศพทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ผอ.สาว หวังให้บุญกุศลหนุนนำให้ญาติค้นหาพบตัวลูกสาว เปิดบัญชีธนาคารระดมทุนขอรับบริจาคเงินเป็นทุนค้นหา ผอ.อ้อย ศิริเกษ หมายสุขปาริชาติ อาจสำแดง    จากกรณีที่ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พร้อมด้วยญาติพี่น้องได้ช่วยกันตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี หรือ ผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำหลังจากที่ไปส่งน้องใบเฟิร์น อายุ 8 ขวบ ลูกสาวที่ ร.ร.อนุบาลดำรงราชานุสรณ์ อ.กันทรลักษ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมานานร่วม 2 เดือนและได้นำเอาร่างทรงมาช่วยในการตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุด นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.อบต.ชำที่หายตัวไป ปรากฏว่า บรรดาญาติพี่น้องได้มารวมตัวกันเพื่อเตรียมที่จะออกไปค้นหาตัว ผอ.อ้อย โดยในวันนี้ บรรดาญาติพี่น้องจะพากันไปค้นหาที่บริเวณถ้ำพระ ใกล้กับภูมะเขือ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ซึ่งอยู่ติดกับแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร และเป็นบริเวณที่ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เคยมาปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณนี้ ซึ่ง นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ อาของ ผอ.อ้อย ได้ประสานงานไปยังนายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณภูมะเขือ เพื่อขออนุญาตเข้าไปตรวจค้นที่บริเวณถ้ำพระดังกล่าว   นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนและญาติพี่น้องตกลงกันว่าจะจัดงานศพประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ที่หายตัวไป กำหนดจัดงาน 3 วันระหว่างวันที่ 30 ส.ค. ถึงวันที่ 1 ก.ย. 60 ที่บ้านซึ่งเป็นบ้านของ พี่สาวของ ผอ.อ้อย ที่ ผอ.อ้อย ได้พักอาศัยอยู่ระหว่างที่กำลังก่อสร้างบ้าน โดยจะไม่นำเอาโลงศพมาตั้งในบ้าน เพียงแต่จะนำเอารูปภาพของ ผอ.อ้อยมาตั้งประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ทั้งนี้เพื่อต้องการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ผอ.อ้อย จะได้เป็นการส่งกุศลผลบุญให้ช่วยตามหา ผอ.อ้อยให้พบโดยเร็วด้วยนายบุญเลิศ    นายบุญเลิศ ยังกล่าวด้วยว่า ตนและบรรดาญาติพี่น้องได้ใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการติดตามหา ผอ.อ้อย โดยสิ้นเงินค่าใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 2 แสนบาทเศษ เงินที่เก็บสะสมไว้เริ่มร่อยหรอหมดไป ดังนั้น บรรดาญาติพี่น้องจึงได้ช่วยกันระดมทุนโดยการเปิดบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี นางแหลม อุ่นอ่อน เลขบัญชี 351-0-68411-5 ธนาคารกรุงเทพ สาขากันทรลักษ์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เพื่อระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ขอรับบริจาคเงินเพื่อไว้เป็นเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการติดตามหา ผอ.อ้อย ซึ่งได้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินเข้ามาบ้างแล้ว ตนและญาติพี่น้องทุกคนขอขอบคุณทุกท่านที่ได้บริจาคเงินมาช่วยเหลือ และขอยืนยันว่า จะยังคงตามหา ผอ.อ้อยตลอดไปจนกว่าจะพบตัวไม่ว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนจะอยู่ในสภาพเช่นใดก็ตาม   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,412
ข่าวภูมิภาค
28 ส.ค. 60

ร่างทรง อ้างร่าง 'ผอ.อ้อย' ซ่อนอยู่ใต้น้ำ ญาติตามหา 5 ชม.ยังไม่พบ

คืบหน้าการตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา   ล่าสุดญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำที่หายตัวไป ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ตร.กองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อขออนุญาตนำร่างทรงเข้าไปประกอบพิธีที่บริเวณอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง และบริเวณใกล้กับฐานทหารแห่งหนึ่ง เพื่อตามหาร่างของ ผอ.อ้อย   ซึ่งร่างทรงได้ทำพิธีเข้าทรงแล้ว ปรากฏว่าร่างทรงได้ร้องไห้คร่ำครวญคล้ายกับว่า มีวิญญาณของ ผอ.อ้อยมาเข้าร่าง และแจ้งกับญาติพี่น้องว่าหนาวมากขอให้ช่วยนำตัวกลับบ้านด้วย เมื่อญาติถามว่า ขณะนี้อยู่ที่ใด ร่างทรงบอกว่า อยู่ในน้ำเป็นปล่องน้ำไหล ขอให้นำตัวกลับบ้านด้วย และชี้มือไปทางทิศตะวันออก จากนั้น ร่างทรงได้สงบนิ่งลง ญาติของ ผอ.อ้อย ได้พากันเดินค้นหาตามลำห้วยผึ้งและในป่าข้างลำห้วยผึ้งแต่ผ่านไปนานกว่า 5 ชม.ยังไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อยแต่อย่างใด   ทั้งนี้มีเบาะแสจากชาวบ้านระบุ เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.60 ตนและเพื่อนบ้านหลายคนเห็นรถเก๋งคล้ายกับของ ผอ.อ้อย มีชายนั่งมาในรถ 2 คนขับขี่เข้ามาบริเวณนี้ นานประมาณ 1 ชม. แล้วขับกลับออกไป จากนั้น ช่วงประมาณกลางเดือน ก.ค. 60 ได้มีกลิ่นเหม็นมาก คล้ายกับกลิ่นซากศพลอยมาตามลมจากบริเวณฝั่งทิศตะวันออกของลำห้วยผึ้ง ซึ่งพวกตนไม่ทราบว่า เป็นกลิ่นศพหรือไม่อย่างไร คงจะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจพิสูจน์ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/szW09qWdw00    

 19,069
ข่าวภูมิภาค
24 ส.ค. 60

แปลก! เจอตัวหนุ่มหายในป่านาน 7 วัน นั่งใกล้จุดเดิม ร่างกายแข็งแรง ชาวบ้านเชื่อถูกผีพรางตา

สงขลา-พบตัวชาวบ้านใน อ.นาหม่อม จ.สงขลา ที่สูญหายไปในป่านาน 7 วัน ขณะออกไปหากบกับเพื่อน พบเพียงรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้ชายป่า   ล่าสุดพบตัวในสภาพที่ปลอดภัย สภาพร่างกายยังดูแข็งแรงมีอาการอ่อนเพลียเพียงเล็กน้อย แม้จะอดอาหารมา7 วัน เหลือเชื่อทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านออกตามหานับร้อยคนวนไปวนมาจุดเดิมที่นั่งอยู่ ห่างจากจุดที่พบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ประมาณ 500 เมตร แต่ไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเสียงเรียก   ในขณะที่หมอไสยศาสตร์บอกว่าวันนี้จะพบตัว เพราะตามความเชื่ออาจถูกอดีตภรรยาเมื่อชาติปากก่อนกักตัวเอาไว้ และพรางตาไม่ให้ใครเห็นและในวันนี้ครบ7วันจะปล่อยตัวออกมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0lFXaYbEnRQ

 14,163
ข่าวภูมิภาค
24 ส.ค. 60

เร่งพิสูจน์คราบเลือด บนเบาะหลังรถเก๋ง 'ผอ.อ้อย'

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดีตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวปริศนาร่วม 1 เดือน   ล่าสุดพบคราบเลือดเบาะหลังรถเก๋ง ของ ผอ.อ้อย ส่งรถไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 ตำรวจภูธรภาค 3 แล้ว พร้อมกันนี้ทางญาติได้นำเส้นผมของ ผอ.อ้อย ไปตรวจ DNA เพื่อเทียบกับศพหญิงสาวปริศนาที่พบในฝั่งลาวด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/En2FTb5BKec  

 1,709
สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 60

รวบรวมเส้นผม 'ผอ.อ้อย' ส่งตรวจ dna เทียบศพหญิงปริศนาในลาว

จากกรณีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา   โดยตามที่เจ้าหน้าที่ของลาวได้แจ้งว่า พบศพหญิงผมยาวถูกห่อด้วยพลาสติคถูกทิ้งลงมาจากผานางอิงลงมาไว้ที่บริเวณชั้นที่ 3 ของผานางอิง ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้บุกป่าภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ. อุบลราชธานี เพื่อเข้าไปที่บริเวณผานางอิง แต่ว่าไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากว่า ไม่ได้รับการอนุญาตจากทางการของลาว   ซึ่งทางญาติยังคงขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ ตร.ของลาว ให้จัดคนเข้าไปช่วยบันทึกภาพศพออกมาให้ด้วย ซึ่งได้จ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไว้ให้จำนวนหนึ่งด้วย แต่ว่ายังไม่ทราบผลแต่อย่างใด และขณะนี้ได้ประสานงานเพื่อที่จะนำญาติพี่น้องเข้าไปในประเทศลาวเพื่อเดินทางไปยังบริเวณที่พบศพอีกครั้ง   ขณะที่มีรายงานว่าสภาพล่าสุดของศพที่ถูกทิ้งอยู่ที่ผานางอิงทราบว่า สวมกางเกงสามส่วน มีผ้ายางคล้ายกับเปลนอนสีดำติดอยู่บนต้นไม้และคาดว่า เมื่อมีการโยนศพลงมา ทำให้ศพหลุดจากผ้ายางตกลงมาที่บริเวณชั้นที่ 3 ของหน้าผา และศพได้ค้างอยู่บริเวณหน้าผาดังกล่าว แต่ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า เป็นศพของผู้ใด จะต้องนำเอาศพออกมาเพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอ จึงจะทราบผลว่าศพดังกล่าวเป็นใคร   โดยทางญาติจะรวบรวทเส้นผมของ ผอ.อ้อย นำเอาไปใช้ในการตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับศพที่พบถูกทิ้งอยู่ที่ผานางอิงชายแดนลาว ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ในสภาพใด ทางครอบครัวก็ขอให้ได้พบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UML2eJQ_BYE    

 5,063

Top