ค้นหา :

ผลการค้นหา "รัฐธรรมนูญ"

การเมืองเข้มข้น
21 ก.ค. 62

7 พรรคฝ่ายค้าน มอง รธน. เป็นปัญหา-อุปสรรค ต่อการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องมีการแก้ไข

วันที่ 21 ก.ค. 62 ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ 7 หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อชาติ, พรรคประชาชาติ, พรรคเศรษฐกิจใหม่, พรรคเสรีรวมไทย และพรรคพลังปวงชนไทย จัดเสวนา ทางออกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ   โดยหัวหน้า 7 พรรคฝ่ายค้านต่างมองว่า รัฐธรรมนูญเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องมีการแก้ไข ซึ่งนายสมพงษ์ มองว่าเป็นไปได้ยากที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้มีอำนาจชัดเจน    ดังนั้นสิ่งที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้คือเสียงจากประชาชน ที่จะเป็นพลังสำคัญ ซึ่งภารกิจของ 7 พรรคฝ่ายค้านคือต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม ส่วนประชาชนจะดำเนินการอย่างไร ฝ่ายค้านจะไม่ปลุกระดม แค่ให้ความรู้และความเข้าใจ   นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งวิธีการแก้ไขคือต้องอาศัยการเข้าชื่อของประชาชน 50,000 คน หรือ การเข้าชื่อของ ส.ส. โดยต้องอาศัยการเข้าชื่อ 1 ใน 3ของ สว.ด้วย แต่ปัญหาคือ ส.ว.ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญนี้ จึงเป็นเรื่องยากที่ ส.ว.จะเข้าชื่อร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลานานแต่ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการ แต่สิ่งที่สำคัญที่ทำได้เลยขณะนี้คือการตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีและที่มาของ ส.ว.ที่ยังเป็นปัญหา ซึ่งผลมาจากรัฐธรรมนูญ   นายวัน มูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดของประเทศไม่ได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะออกไปแต่ปัญหาก็ยังไม่หมด เพราะประเทศยังไม่เป็นประชาธิปไตย จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ฝ่ายค้านจะต้องเดินหน้าทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นเสมือนมะเร็งร้าย เช่น มาตรา 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีได้ 2 สมัยเพราะมีวาระอยู่ได้ถึง 5 ปี การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ความหวังความอยู่ที่ประชาชน ช่วยกันแสดงพลังให้เป็นมติมหาชนว่าต้องการแก้รัฐธรรมนูญ   ด้าน นายธนาธร เชื่อว่าหากประเทศยังไม่เป็นประชาธิปไตย การรัฐประหารยังจะเกิดขึ้นอีก แม้จะไม่มี พล.อ.ประยุทธ์แต่การรัฐประหารก็ยังไม่จบเพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเพียงแค่ตัวแทนของระบอบเผด็จการ และหากมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกครั้ง สถานที่ที่ประชาชนจะรวมตัวต่อต้านรัฐประหารได้ดีที่สุดคือที่สภาผู้แทนราษฏร เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่ารัฏฐาธิปไตยยังอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร และเชื่อว่า สส.ฝ่ายค้านทุกคนจะร่วมกันต่อต้านรัฐประหารร่วมกับประชาชน  

 501
การเมืองเข้มข้น
17 ก.ค. 62

'นิพนธ์' ยันรัฐธรรมนูญ อยู่ในนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลข้อ 11 เปิดช่องให้ศึกษา-รับฟังความเห็นแก้ไขได้

นิพนธ์ ยันรัฐธรรมนูญ อยู่ในนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลข้อ 11 เปิดช่องให้ศึกษา-รับฟังความเห็นแก้ไขได้   (17 ก.ค. 62) คำอธิบายนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงร่างนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านความเห็นชอบจากครม.วานนี้ ว่า มีนโยบายเร่งด่วน 12 ข้อ ซึ่ง 1 ในนั้นได้บรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเพียงการกำหนดกรอบกว้างๆ ในข้อที่ 11 ระบุ “ให้มีการศึกษา รับฟังความเห็น และ สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”    อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล จะครอบคลุม 4 ด้าน คือ แก้ปัญหาปากท้อง,แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ,การสร้างอนาคตให้ประชาชน และแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า 

 570
การเมืองเข้มข้น
15 ก.ค. 62

'พุฒิพงษ์' ยัน บรรจุประเด็น รธน.ในนโยบาย แต่ไม่กำหนดวาระเร่งด่วน เชื่อพรรคร่วมเข้าใจ

พุฒิพงษ์ ยอมรับบรรจุประเด็นรัฐธรรมนูญอยู่ในนโยบายรัฐบาล แย้มเปิดช่องให้ศึกษาแก้ไขได้ แต่ไม่กำหนดเป็นวาระเร่งด่วน เชื่อพรรคร่วมเข้าใจไม่สามารถทำให้ถูกใจทั้งหมดได้   วันที่ 15 ก.ค. นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคมนี้ โดยยอมรับว่าได้นำประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญมาบรรจุอยู่ในนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นเพียงการวางกรอบกว้างๆ ให้สามารถศึกษาแก้ไขได้ แต่ไม่ได้กำหนดให้เป็นวาระเร่งด่วน    ส่วนจะเป็นปัญหาในการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ เพราะเป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ประกาศไว้นั้น ส่วนตัวมองว่าการที่รัฐบาลมีพรรคร่วมเกือบ 20 พรรคไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะสามารถเขียนนโยบายให้ถูกใจทั้งหมดได้ แต่ยืนยันการทำงานที่ผ่านมาต่างให้เกียรติกัน และพยายามนำนโยบายของทุกพรรคมาปรับและรวบรวมให้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล จึงเชื่อว่าจะเข้าใจและไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน    

 918
การเมืองเข้มข้น
01 มิ.ย. 62

'เทพไท' เผย 5 ข้อ รธน.เอื้อ พปชร.เป็นรัฐบาล

ประเด็นของนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ที่ไปให้สัมภาษณ์ว่าที่มาอยู่ พปชร. เพราะรัฐธรรมนูญ เขียนไว้เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล นั้น   นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ยกเหตุผล 5 ข้อ ออกมาระบุว่า ข้อ1.ระหว่างการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ความเป็นรัฐบาล แบบมีอำนาจเต็มและมีมาตรา 44 อยู่ในมือ เอื้อประโยชน์ให้พรรคพลังประชารัฐ   2.แต่งตั้ง 250 ส.ว. และใช้สิทธิโหวตเลือกหัวหน้า คสช. มาเป็นนายกฯ   3.จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยไม่ต้องสนใจพรรคอื่น   4.ถ้าบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ ก็มีสิทธิยุบสภาฯให้ไปเลือกตั้งใหม่และอาศัยความเป็นรัฐบาลรักษาการต่อไป    และ 5.ถ้าถึงทางตันจริงๆ ก็ยังคงเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มทำหน้าที่รักษาการบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้โดยไม่มีที่สิ้นสุด           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/w3klHfuMT6Q

 2,682
การเมืองเข้มข้น
10 เม.ย. 62

'เพื่อไทย' เตรียมเอาผิดกกต.ทุกช่องทาง ถ้าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

พรรคเพื่อไทยของ กกต.คำนวณสอสอบัญชีรายชื่อตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดหากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าจงใจขัดรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกช่องทางเพื่อเอาผิด กกต.    (10 เม.ย.62) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสูตรคำนวนสส.บัญชีรายชื่อของของ กกต.ที่อาจกระจายที่นั่งให้กับพรรคเล็ก ว่า พรรคเพื่อไทยได้ยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัด ว่าต้องคำนวณตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ถ้าไม่เป็นไปตามที่เสนอเท่ากับ กกต. จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกช่องทางเพื่อเอาผิด กกต. ซึ่งวันนี้เราต้องทำครบช่องทางตาามกฎหมาย เพื่อให้ กกต. รับรู้ว่ากำลังใช้วิธีคำนวณที่อาจขัดกับรัฐธรรมนูญซึ่ง กกต. ต้องรับผิดชอบ   ส่วน 6 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบัน เห็นด้วยกับวิธีการคำนวณแบบเดียวกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทุกพรรคมีความคิดเห็นตรงกัน แต่พรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนในการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอความเห็นให้กับ กกต. ว่าทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย    ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย อธิบายเพิ่มเติมว่า การคำนวณของ กกต. ตามกฎหมายไม่มีมาตราใด ให้เอาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 บวกกับ 25 เสียงที่เพื่อไทยได้เกินมาเป็น 175 แล้วไปปรับเหลือ 150 ดังนั้นการจะคำนวณนอกเหนือที่กฎหมายกำหนดไม่ได้    ส่วนที่มองว่าการดำเนินการตามกฎหมายกับ กกต. อาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ กับการคำนวณ ส.ส. เป็นคนละประเด็นกัน เพราะการเลือกตั้งโมฆะ คือการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องยื่นผ่านองค์กรที่มีหน้าที่ ไม่เกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่   

 4,037
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
10 เม.ย. 62

'เพื่อไทย' เตรียมเอาผิดกกต.ทุกช่องทาง ถ้าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

พรรคเพื่อไทยของ กกต.คำนวณสอสอบัญชีรายชื่อตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดหากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าจงใจขัดรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกช่องทางเพื่อเอาผิด กกต.    (10 เม.ย.62) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสูตรคำนวนสส.บัญชีรายชื่อของของ กกต.ที่อาจกระจายที่นั่งให้กับพรรคเล็ก ว่า พรรคเพื่อไทยได้ยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัด ว่าต้องคำนวณตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ถ้าไม่เป็นไปตามที่เสนอเท่ากับ กกต. จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกช่องทางเพื่อเอาผิด กกต. ซึ่งวันนี้เราต้องทำครบช่องทางตาามกฎหมาย เพื่อให้ กกต. รับรู้ว่ากำลังใช้วิธีคำนวณที่อาจขัดกับรัฐธรรมนูญซึ่ง กกต. ต้องรับผิดชอบ   ส่วน 6 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบัน เห็นด้วยกับวิธีการคำนวณแบบเดียวกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทุกพรรคมีความคิดเห็นตรงกัน แต่พรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนในการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอความเห็นให้กับ กกต. ว่าทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย    ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย อธิบายเพิ่มเติมว่า การคำนวณของ กกต. ตามกฎหมายไม่มีมาตราใด ให้เอาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 บวกกับ 25 เสียงที่เพื่อไทยได้เกินมาเป็น 175 แล้วไปปรับเหลือ 150 ดังนั้นการจะคำนวณนอกเหนือที่กฎหมายกำหนดไม่ได้    ส่วนที่มองว่าการดำเนินการตามกฎหมายกับ กกต. อาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ กับการคำนวณ ส.ส. เป็นคนละประเด็นกัน เพราะการเลือกตั้งโมฆะ คือการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องยื่นผ่านองค์กรที่มีหน้าที่ ไม่เกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่   

 4,037
การเมืองเข้มข้น
04 เม.ย. 62

'ธนาธร' ชี้ต้องแก้ รธน.ปี 60 ทั้งฉบับ เพราะแค่เลือกตั้งยังป่วน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการไม่ชัดเจนเรื่องผลคะแนนเลือกตั้งของ กกต. โดยเฉพาะการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่า   การนำพาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มใช้ แค่การเลือกตั้งอย่างเดียวก็ทำให้เห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้นต้องยอมรับความจริงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มาเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย ใช้งานจริงไม่ได้ อนาคตใหม่มีจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจน ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยไปข้างหน้าได้ ต้องแก้ทั้งฉบับ ไม่ช้าก็เร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vpSNBDer22c

 1,041
การเมืองเข้มข้น
12 มิ.ย. 61

'พรเพชร' ชี้ สนช. หลับในที่ประชุมไม่กล้าออกจากห้อง เพราะถูก'บิ๊กตู่'กำชับ ยันที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างเต็มที่

พรเพชร ชี้ สนช. หลับในที่ประชุมเพราะไม่กล้าออกจากห้องเพราะถูกนายกฯกำชับ เผยส่ง ร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ให้นายกฯแล้ว   นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เปิดเผยว่าล่าสุดได้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไปยังนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าร่างกฎหมายไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามกระบวนการหลังจากนี้นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป ส่วนการพิจารณาร่างกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นตอนนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะร่างกฎหมายอยู่ในชั้นกฤษฎีกาส่วนจะสามารถจัดเลือกตั้งท้องถิ่นได้ทันก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะส่งร่างกฎหมายมายัง สนช.เมื่อไหร่ ยืนยันว่า สนช.กำลังพิจารณากฎหมายทุกอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้มีกฎหมายคั่งค้าง ก่อนการเลือกตั้ง    ส่วนกรณี สมาชิก สนช. หลับในที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 นั้น ส่วนตัวได้เคยกำชับ สนช. ไว้แล้วว่า สนช.อยู่ในฐานะถูกเพ่งเล็ง เพราะไม่เหมือนสภาปกติ หากไม่พร้อมก็ไม่ต้องเข้าประชุม และที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีสมาชิกลาประชุมไปปฏิบัติหน้าที่อื่นจำนวนมากจนเป็นปัญหามาแล้ว ครั้งนี้ก็น่าจะทำให้สมาชิก สนช. คงเข้าใจแล้วว่า ถ้าไม่พร้อมร่วมประชุมจริงๆก็ควรออกไปพักนอกห้องได้แต่ ยอมรับว่าปัญหานี้อาจจะเกิดจากการที่นายกรัฐมนตรีสั่งกำชับให้สมาชิกทุกคนเข้าประชุมซึ่งบางคนอาจจะยังไม่พร้อมทำหน้าที่เมื่อจำเป็นต้องเข้ามาด้วยทำให้เกิดภาพดังกล่าวออกไป แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาสมาชิกก็ทำงานอย่างเต็มที่ และเรื่องนี้ก็ไม่สามารถโทษการทำหน้าที่ของสื่อได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,963
สังคม-อาชญากรรม
13 มี.ค. 61

'มีชัย' ขอ สนช. พิจารณาส่งศาล ตีความ ร่างกฎหมาย ส.ส. - ส.ว. พบ 3 ประเด็นส่อขัดรัฐธรรมนูญ

มีชัย ขอ สนช. พิจารณาส่งศาล ตีความ ร่างกฎหมาย ส.ส. - ส.ว. พบ 3 ประเด็นส่อขัด รธน. หวั่นถูกตีความภายหลังทำการเลือกตั้งล่มได้   นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ จะส่งความเห็นถึงประธาน สนช. เพื่อให้พิจารณาส่งร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ใน 3 ประเด็น ที่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มีข้อกังวลที่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่   ได้แก่ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2ประเด็น กรณีที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถลงคะแนนแทนผู้พิการได้ทั้งที่เจตนารมณ์ให้อำนาจเพียงอำนวยความสะดวกเท่านั้น และ กรณีจำกัดสิทธิ ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองที่อาจเป็นการจำกัดเสรีภาพหรือไม่   ส่วนร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เห็นว่าการกำหนดแนกประเภท ส.ว. ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ประเภทอิสระ และ ประเภทผู้แทนองค์กร ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ผู้สมัครแต่ละกลุ่มอาชีพเลือกกันเอง การแยกแบบนี้จึงไม่ใช่การเลือกกันเอง และ อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะเท่ากับว่าให้องค์กรเลือกก่อนจะมีการเลือกกันเอง อีกทั้งบางองค์กรมีทุกจังหวัดสามารถส่งตัวแทนได้ทุกจังหวัดก็จะทำให้มีตัวแทนแต่ละองค์กรเข้ามาจำนวนมาก และอาจทำให้เกิดช่องการทุจริตได้ง่าย    นายมีชัย กล่าวว่า ควรให้ศาลชี้ให้ชัดเจนก่อนเพราะหากมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว เกิดคนไปร้องศาลภายหลังจะเกิดปัญหาตามมามากมาย โดยเฉพาะหากมีการเลือกตั้งไปแล้วจะทำให้ล้มทั้งกระบวนการ ต้องนับหนึ่งใหม่ ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นไม่มั่นใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมาบ้าง และจะทำให้กระบวนการต่างๆ ช้าและหยุดชะงักลง เมื่อถึงวันนั้นก็ต้องหาคนมายกร่างใหม่ และต้องใช้เวลาในการปรับแก้เนื่องจากแต่ละมาตราผูกโยงกัน แต่หากวินิจฉัยตอนนี้ก็ยังสามารถอยู่ในกรอบโรดแมพเลือกตั้ง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ยังอยู่ในหน้าที่    ประธาน กรธ.ยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้จดทะเบียนตั้งพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งชื่อสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลว่า ไม่มีข้อห้ามในเรื่องนี้ แต่ขอไม่ออกความเห็นในกรณีการตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษาพรรคดังกล่าว

 2,932
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

เพื่อไทย ออกแถลงคัดค้านยืดบังคับใช้ กม.ส.ส. 90 วัน ชี้ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มีวาระแอบแฝงสืบทอดอำนาจ

พรรคเพื่อไทย แถลงการณ์ คัดค้านขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 90 วัน ชี้ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มีวาระแอบแฝงสืบทอดอำนาจ    พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอคัดค้านการเลื่อนระยะเวลาการบังคับใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลัง คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง กฎหมายดังกล่าว มีมติเสียงข้างมากแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 2 ให้กฎหมายมีผลใช้บังคับ 90 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเห็นว่า การมีมติของคณะกรรมาธิการขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยมีวาระทางการเมืองแอบแฝง เป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและทำเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มผู้มีอำนาจ เปิดช่องให้มีการสืบทอดอำนาจและอยู่ในตำแหน่งต่อไป เป็นการกระทำที่ขาดความชอบธรรม และขาดความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และขาดเหตุผลรองรับอย่างสิ้นเชิง    ทั้งนี้ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ไม่มีข้อใดที่ กมธ. จะยกเป็นข้ออ้างเพื่อขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งออกไปได้ แต่ตรงกันข้ามเมื่อดูตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ข้อ 8 ที่กำหนดให้วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ใช้บังคับเป็นเงื่อนไขสำคัญของการยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ซึ่งรวมถึงประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ด้วย ดังนั้น การเลื่อนระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งออกไป 90 วัน จะทำให้การปลดล็อคพรรคการเมืองเพื่อจัดประชุมใหญ่ เพื่อแก้ไขข้อบังคับ การเลือกกรรมการบริหาร และจัดตั้งสาขาพรรค รวมถึงการรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่ต้องเลื่อนออกไปอีก 90 วัน ด้วย    พรรคเพื่อไทย เห็นว่า การขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งออกไป 90 วัน ทำให้ คสช. สนช. รวมถึง องค์กรในเครือข่ายของ คสช. ได้อยู่ในอำนาจต่อไป เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้กลุ่มที่ต้องการตั้งพรรคใหม่ เพื่อสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนนอกต่อไป ดังนั้น จึงขอคัดค้าน และไม่เห็นด้วยต่อการเลื่อนระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งออกไปอีก 90 วัน หรือจะกี่วันก็แล้วแต่ และ ขอเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย หยุดกระบวนการโกงกฎหมาย และเร่งคืนอำนาจให้กับประชาชนตามโรดแมปที่ประกาศไว้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,057
การเมืองเข้มข้น
23 ม.ค. 61

เคาะแล้ว ร่าง กม.เลือกตั้ง ส.ส. บังคับใช้ 90 วันหลังประกาศ

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษก กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบ รธน.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ชี้แจงผลการประชุม กมธ.นัดสุดท้าย ซึ่งได้ข้อยุติแล้วว่า   1. จะให้ร่าง กม.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ 90 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา   2. คนไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2.1 ถูกตัดสิทธิร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ส.ส. 2.2 ถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. / สมัคร ส.ว. 2.3 ถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกำนัน / ผู้ใหญ่บ้าน 2.4 ถูกตัดสิทธิสมัครรับราชการ และ พนักงานของรัฐสภา 2.5 ถูกตัดสิทธิการเป็นข้าราชการการเมืองของรัฐสภา 2.6 ถูกตัดสิทธิเป็น รอง / ผู้ช่วย / เลขานุการ ผู้บริหารท้องถิ่น   3. ให้ กกต.ใช้เสียง 2 ใน 3 (5 คน) เลื่อนการเลือกตั้งบางเขตได้ หากเห็นว่า การเลือกตั้งจะไม่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม   4. การหาเสียง สามารถจัดมหรสพ และ งานรื่นเริงได้ แต่ให้รวมค่าใช้จ่ายอยู่ในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดให้เท่ากันระหว่างพรรคใหญ่ - พรรคเล็ก เพราะฉะนั้นจะไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ   5. รณรงค์ Vote NO = จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม = มีความผิด เพราะกระทบต่อบรรยากาศการเลือกตั้ง ที่ต้องการให้ประชาชนเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ   6. ขยายเวลาลงคะแนนเลือกตั้งเป็น 07.00 - 17.00 น.   7. รู้ว่าไม่มีสิทธิ แต่เสนอตัวให้พรรคส่งลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จำคุก 1 - 10 ปี / ปรับ 2 หมื่น - 2 แสนบาท / ให้ศาลสั่งตัดสิทธิทางการเมือง 20 ปี และเรียกคืนเงินประจำตำแหน่งต่างๆ ที่ได้รับ ก่อนศาลมีคำสั่ง   ทั้งนี้ นายทวีศักดิ์ อธิบายเหตุผลของการกำหนดให้บังคับใช้ 90 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า คสช.ออกคำสั่ง 53 / 2560 ให้พรรคใหม่เริ่มหาสมาชิกและทุนประเดิมพรรค มี.ค. 60 พรรคเก่าเริ่มตรวจสอบรายขื่อสมาชิกได้ เม.ย. ถ้า กม.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เลย จะเริ่มนับถอยหลังต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วันทันที (ตามที่ รธน.กำหนด) ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองตรวจสอบรายชื่อสมาชิก ประชุมพรรค ทำไพรมารี่โหวต ส่งตัวผู้สมัคร ไม่ทัน จึงจำเป็นต้องขยายเวลาออกไปช่วงหนึ่ง เพื่อให้เวลาพรรคการเมืองทำธุรกรรมทั้งหมดให้เสร็จ และทุกคนเห็นตรงกันว่า 90 วัน น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ถ้าปล่อยให้มีผลบังคับใช้เลย เดี๋ยวก็ต้องมาขอขยายเวลากันอีก   แต่ก็ยอมรับว่า มีการพูดกันถึงผลที่อาจกระทบต่อโร้ดแม็ปเลือกตั้งของ คสช.เช่นกัน แต่เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือหน้าที่ของ กมธ.ที่พิจารณาเฉพาะร่าง กม. จึงไม่ได้พิจารณาต่อ ขอยืนยันว่า การขยายเวลาส่วนนี้ ไม่มีใบสั่งจาก คสช. และที่ว่า การเขียน กม.แบบนี้ เพื่อแลกกับตำแหน่ง ส.ว. ก็เป็นแค่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น   ส่วนเรื่องขยายเวลาออกไป 120 วัน ก็เป็นแค่ข้อเสนอที่มีการสงวนคำแปรญัตติไว้ ซึ่งทุกอย่างจะได้ข้อยุติสุดท้ายที่การพิจารณาของ สนช.ว่าจะให้มีผลบังคับใช้ทันที , จะขยายไป 90 วัน หรือ 120 วัน ในการประชุมพิจารณาวาระ 2 - 3 วันที่ 25 ม.ค.นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bLJZ2BgpsIg    

 7,266
การเมืองเข้มข้น
15 ม.ค. 61

'วัชรพล' ชี้พร้อมออกหากขัดรธน.-ชงตีความหากสงสัย

ประธานปปช.ชี้ ยินดีให้ทุกฝ่ายตีความกม.หากคลุมเครือ ส่วนตัวถ้าขาดคุณสมบัติพร้อมออกได้ทันที และสรรคหาใหม่ ยันว่าไม่หนียึดหลักตามกฏหมาย   กรณีหลายฝ่ายที่ยื่นเรื่องเสนอให้มีการตีความกฏหมายปปช.และคุณสมบัติของกรรมการ ที่ขัดตามที่รธน.กำหนด    พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานปปช. บอกว่า ดีใจให้หลายฝ่ายให้ความสนใจ ซึ่งกฏหมายมองได้หลากมุม หากสงสัยก็ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ส่วนตัวยอมรับว่าตนเองและนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการปปช.มีคุณสมบัติต้องห้ามจริง หากผิดก็ต้องพ้นไปตามกฏหมายและมีการสรรหากรรมการเข้ามาทำหน้าที่ใหม่ โดยไม่คิดหนี

 3,853
การเมืองเข้มข้น
25 ธ.ค. 60

กมธ.พ.ร.ป.สส. จ่อเสนอร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. เข้า สนช. ก่อน 26 ม.ค.นี้

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (กมธ.พ.ร.ป.ส.ส.) เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายว่า เบื้องต้นได้พิจารณาเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงการทบทวน โดยคาดว่า จะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุม สนช. เพื่อพิจารณาในวาระ 2–3 ได้ ก่อนวันที่ 26 มกราคม 2561 โดยกรรมาธิการฯ มีการแก้ไข 17 มาตรา จากทั้งหมด 178 มาตรา อาทิ มาตรา 74 กรรมาธิการฯ ได้ปรับแก้ให้สามารถเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ที่สุจริต มีเหตุผล มีที่มาที่ไปได้ และในมาตรา 75 กรรมาธิการฯ ได้ปรับแก้ ห้ามรณรงค์ให้ผู้อื่นไม่ลงคะแนนเสียง หรือ โหวตโน เนื่องจากการรณรงค์อาจมีการใส่ร้ายผู้สมัครเลือกตั้งคนอื่น ๆ ได้    นายทวีศักดิ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ในวันนี้ ที่ประชุมกรรมาธิการ จะนำคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ที่หัวหน้า คสช. ประกาศเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เรื่องการแก้ไขบทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งหากมีคืบหน้า กรรมาธิการจะมีการชี้แจงอีกครั้ง 

 2,767
การเมืองเข้มข้น
21 ก.ค. 60

"วิษณุ"การันตีคดี "ทักษิณ" นำมาพิจารณาตามกฎหมายลูกคดีอาญานักการเมืองได้

                   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า จะไม่มีผลกระทบในคดีที่กระบวนการพิจารณาเดินหน้าจนพิพากษาไปแล้ว ซึ่งถือว่ากระบวนการพิจารณาถูกต้องและสิ้นสุด แต่เมื่อมีวิธีพิจารณาความอาญาใหม่ออกมา ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายใหม่                    ส่วนคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บางคดีมีการพักการพิจารณาเอาไว้เป็นการชั่วคราวเนื่องจากจำเลยหลบหนีคดีนั้น เมื่อกฎหมายฉบับใหม่ประกาศใช้ ก็สามารถนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้ทันที

 5,015
การเมืองเข้มข้น
14 ก.ค. 60

สนช.มีมติเอกฉันท์ 194 เสียง เห็นชอบร่างกฎหมาย กกต.

ที่ประชุม สนช. มีมติเอกฉันท์ ยืนยันให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่ผ่านความเห็นจาก สนช.ไปแล้วเมื่อวันที่9 มิ.ย.2560 ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนน 194 เสียง ไม่มีไม่เห็นด้วย   โดยการพิจารณาครั้งนี้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหลังจากที่ กกต. ตั้งข้อโต้แย้ง6ประเด็นว่าไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ จึงต้องตั้งกรรมาธิการร่วมขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง   นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ ชี้แจงต่อที่ประชุม สนช. ว่า ทั้ง6ประเด็นที่ กกต. โต้แย้งนั้นสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแล้ว โดย 6 ข้อโต้แย้ง จาก กกต. ได้แก่   1.กำหนดคุณสมบัติกรรมการสรรหา กกต. เกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด 2.กำหนดคุณสมบัติ กกต.ห้ามไม่ให้อยู่ในอาณัติของพรรคการเมือง 3.ไม่ให้อำนาจ กกต. รายบุคคลในการสั่งระงับการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต 4.ไม่ให้อำนาจ กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น 5. ให้อำนาจให้เลขาธิการ- พนักงาน กกต. สืบสวนเรื่องร้องเรียนแทน กกต.ได้ 6. เซ็ตซีโร่ กกต. ชัดปัจจุบันทั้งคณะ   ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ยืนยันว่าการให้เซ็ตซีโร่ กกต. ชุดปัจจุบันทั้งคณะไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม เพราะยังมีกรรมการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด พร้อมยืนยันว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งต่อไป แต่เพราะเห็นว่ามีประเด็นไม่สอดคล้องตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แม้จะรู้ล่วงหน้าว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรแต่ต้องทำหน้าที่เพื่อศักดิ์ศรี และเห็นว่ารัฐสภาแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สนช. ควรทบทวน โดยเฉพาะการเซ็ตซีโร่ กกต. ว่าเป็นไปตามหลักนิติธรรมและ เป็นบรรทัดฐานเดียวกับองค์กรอิสระอื่นหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4_l_I6jBTNs    

 1,493

Top