ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าข่มขืน"

ต่างประเทศ
30 พ.ค. 62

เทียบโทษข่มขืนนานาชาติ ซาอุฯถูกตัดหัวต่อหน้าสาธารณชน-อัฟกาฯจับยิงหัวภายใน 4 วัน

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ จากกรณีประเทศไทยประกาศเพิ่มโทษเกี่ยวกับการทำผิดคดีข่มขืน ซึ่งหากข่มขืนแล้วทำให้เหยื่อถึงแก่ความตายกำหนดให้มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิตนั้น   ประเทศอื่นที่มีโทษประหารชีวิตสำหรับคดีข่มขืน ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย นักโทษคดีข่มขืนจะถูกตัดหัวต่อหน้าสาธารณชน ขณะที่อัฟกานิสถาน จะยิงหัวผู้ที่ข่มขืนภายใน 4 วัน หรือแขวนคอ ส่วนอียิปต์ ประหารชีวิตโดยการแขวนคอ และจีน ข่มขืนต้องโทษประหารชีวิต        เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Let's take a look at some countries that have the death penalty for rapists. เรามาดูบางประเทศที่มีโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ข่มขืนกระทำชำเรา death penalty โทษประหารชีวิต rapist(n.) ผู้ข่มขืนกระทำชำเรา อ่านว่า เร่ ผิสทฺ Typically they carry out a public beheading. ปกติแล้วเขาจะทำการตัดหัวต่อหน้าสาธารณชน beheading การตัดหัว public ต่อหน้าสาธาณชน In Egypt, the method of execution is hanging. ในอียิปต์ วิธีประหารคือการแขวนคอ execution (n.)  การประหารชีวิต อ่านว่า เอ็คเสอะคิ่วเฉิ่น In China, the ultimate punishment is given to a variety of criminals. ในประเทศจีน โทษประหารชีวิตใช้กับอาชญากรหลายประเภท ultimate punishment โทษประหารชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RsSAmtso6MI

 6,191
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ค. 62

กม.ใหม่เพิ่มโทษข่มขืน ถ้าเด็กตายโทษถึงประหาร ผัวข่มขืนเมียก็ติดคุกได้ ถ่ายคลิปโทษเพิ่ม

บังคับใช้แล้ว พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา หมวดข่มขืนกระทำอนาจาร เริ่มตั้งแต่การกำหนดนิยามกระทำชำเราครอบคลุมทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่น เพิ่มโทษชำเราเด็กสูงสุดถึงตลอดชีวิต ถ้าเด็กตายโทษถึงประหาร ผัวข่มขืนเมียก็ติดคุกได้ หากถ่ายคลิปเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เพิ่มโทษอีก 1 ใน 3 ถ้านำไปเผยแพร่เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง เจ้านายข่มขืนลูกน้องเจอโทษหนัก   โดยเฟซบุ๊ก สื่อศาล ของสำนักงานศาลยุติธรรม อธิบายพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สาระสำคัญ คือ   1. กำหนดนิยามคำว่า "ข่มขืนกระทำชำเรา" เสียใหม่ โดยตั้งเป็นมาตรา 1(18) และยกเลิกบทนิยามเดิมตามมาตรา 276 วรรคสอง และมาตรา 277 วรรคสอง   มาตรา 1(18) "กระทำชำเรา” หมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น   จากการเปลี่ยนแปลงข้างต้น ส่งผลทำให้การใช้วัตถุอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศของผู้อื่น ไม่เป็นการข่มขืนกระทำชำเราอีกต่อไป แต่จะถือเป็นอนาจารที่มีโทษเทียบเท่าการข่มขืนกระทำชำเราแทน ตามมาตรา 278 วรรคสอง และมาตรา 279 วรรคสี่ ที่ได้แก้ไขใหม่   2. เพิ่มมาตรา 280/1 กำหนดบทเพิ่มโทษ 1 ใน 3 กรณีการข่มขืนกระทำชำเราหรือกระทำอนาจาร ที่ได้บันทึกภาพหรือเสียงไว้ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และถ้าหากส่งต่อภาพหรือเสียงนั้น ก็จะต้องบทเพิ่มโทษถึงกึ่งหนึ่ง   3. แก้ไขมาตรา 281 เกี่ยวกับ การยอมความ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยกำหนดใหม่ว่า   1) ถ้าเป็นกรณีข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง หรืออนาจารที่เทียบเท่าข่มขืน ตามมาตรา 278 วรรคสอง ต้องเป็นการกระทำระหว่างคู่สมรส (ดังนั้น ข่มขืนบุคคลที่ไม่ใช่คู่สมรสจึงยอมความไม่ได้) และนอกจากนี้ ต้องเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ไม่เกิดต่อหน้าธารกำนัล หรือไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย   2) ถ้าเป็นกรณีกระทำอนาจารตามมาตรา 278 วรรคหนึ่ง ต้องไม่เกิดต่อหน้าธารกำนัล หรือไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หรือเป็นการกระทำต่อบุคคลที่ต้องได้รับการปกป้องตามมาตรา 285 หรือมาตรา 285/2   4. แก้ไขมาตรา 285 และเพิ่มมาตรา 285/2 กำหนดบทเพิ่มโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราต่อบุคคลที่ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ   5. แก้ไขมาตรา 286 กำหนดฐานความผิดเกี่ยวกับการดำรงชีพจากการค้าประเวณีเสียใหม่   6. แก้ไขมาตรา 366/1 เรื่องการสนองความใคร่ของตน โดยการใช้อวัยวะเพศของตนล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของศพ โดยไม่ใช้คำว่า กระทำชำเรา ตามมาตรา 1(18) เพราะคำว่า "ผู้อื่น" แสดงว่าต้องยังมีชีวิตอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0bHMCOdk8ms

 67,296
ข่าวภูมิภาค
19 เม.ย. 62

หนุ่มลูกจ้างฆ่าข่มขืนสาวริมหาดจอมเทียน ก่อนฝังทรายอำพราง อ้างผู้ตายสมยอม แล้วชักดับเอง

ที่เมืองพัทยา ริมหาดจอมเทียน ใกล้ปากซอยจอมเทียน18 พบศพ หญิง นอนเสียชีวิต ในสภาพมีทรายฝั่งกลบร่างช่วงท่อนล่าง และช่วงบนใส่เสื้อยึดนอนเสียชีวิตข้างเตียงผ้าใบ   จากการตรวจสอบ พบผู้ตายคือ น.ส.มณี กัญญาเนตร อายุ 45 ปี ผู้เสียชีวิต ในสภาพเปลือยท่อนล่าง ที่อวัยวะเพศมีร่องรอยการข่มขืน บริเวณปากและตามร่างมีทรายเปรอะเลอะทั้งตัว   ระหว่างที่ตำรวจที่เกิดเหตุ สังเกตเห็นนายวิชัย แท่งทอง หรือ กาเหว่า อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ลงมือข่มขืน มีท่าทางพิรุธ และคอยแอบชำเลืองมอง ช่วงเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ตำรวจจึงนำตัวมาสอบสวนพบสภาพ ร่างกายเลอะทราย สวมกางเกงไม่รูดซิป และที่อวัยวะเพศมีทรายเปรอะจึงนำตัวมาสอบสวน จนนายกาเหว่าให้การยอมรับว่า  มีความสัมพันธ์กับผู้ตาย ไม่ได้ฆ่าผู้ตาย แต่ผู้ตายเสียชีวิตเอง   พร้แมบอกว่าเดินทางจาก จ.นครนายก มาท่องเที่ยวงานสงกรานต์เมืองพัทยาตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมาแล้ว เมื่อคืนวันที่ 17 เม.ย.ถูกขโมยกระเป๋าเงิน จึงหาเงินกลับด้วยการขโมยรองเท้าคนที่เดินตามชายหาด จากนั้นเดินมาเรื่อยๆเห็นผู้ตาย มีอาการคล้ายจะเป็นลม นั่งอยู่ริมชายหาด จึงเข้าไปช่วย นำน้ำมาล้างหน้าให้ แล้วก็มีเพศสัมพันธ์กัน   ระหว่างนั้นนายกาเหว่าอ้างว่า ผู้ตายมีอาการชักเกร็งและกลิ้งไปมา ตนกลัวจะร้องโวยวายและจะขอเงิน จากนั้นผู้ตายก็เสียชีวิต ตอนนั้นก็เลยเอาทรายกลบร่างผู้ตายไว้ เพื่อหวังให้ทรายดูดพิษ รักษาให้ผู้ตายหาย จากนั้นก็ออกมานั่งที่ฟุตปาธริมชายหาด   ทางด้าน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐาน และรอผลตรวจพิสูจน์ศพ  จากการตรวจสอบสภาพศพ ไม่พบร่องรอบการถูกทำร้าย แต่พบว่ามีอุจจาระราด ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร รอผลการตรวจชันสูตรศพหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ขัดเจน ก่อนจะรีบประสานให้ญาติมารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา   เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ซึ่งจาการตรวจสอบประวัติของผู้ตายก็ไม่พบป่วยโรคประจำตัว และคาดว่าผู้ตายอาจพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่ด้วยแรงสู้ไม่ไหวจึงเสียชีวิต   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุพบว่า เป็นช่วงท้ายหาดจอมเทียน หากมองจากถนนลงไปที่หาดจะไม่เห็นว่ามีคนนั่งอยู่หรือทำกิจกรรมใด ซึ่งเป็นมุมอับ   ด้านผู้ประกอบการเตียงผ้าใบให้เช่าใกล้จุดเกิดเหตุ ระบุว่า บริเวณนี้มักมีคู่รักมามีเพศสัมพันธ์ บางครั้งช่วงเช้ามาทำงาน พบเศษถึงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งเกลื่อน ซึ่งจุดนี้ถือเป็นมุมอับที่ลับตาคน และช่วงกลางคืนจะเงียบ บางจุดไม่มีไฟ ก็เสี่ยงต่อกานก่อเหตุอาชญากรรมเหมือนกรณีนี้ ขอให้ จนท.ท้องถิ่นเข้าดูแลเรื่องแสงสว่างไฟ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H6GTL1nEVZ0

 23,548
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 62

เผยวงจรปิด 'ไอ้กร' เดินตามแหม่มสาว ก่อนฆ่าข่มขืนบนเกาะสีชัง แม่ร่ำไห้ขอโทษ

ชลบุรี-ตร.คุมตัวนายรณกร ร่มรื่น อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลางไปทำแผน คดีฆ่าข่มขืน น.ส.มิเรียม เบเทอร์ อายุ 27 ปี สัญชาติเยอรมัน ที่บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธง พระจุลจอมเกล้า ม.6 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง   เริ่มจากจุดแรก ที่บริเวณจุดร้านขายดอกไม้ ซึ่งเป็นจุดที่นายรณกร และผู้ตายได้นำรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ โดยนายรณกร ได้ปล่อยให้ผู้ตายเดินขึ้นบันไดกว่า 360 ขั้น ไปบริเวณยอดเสาธงก่อน หลังจากนั้นได้ทำทีเป็นซื้อดอกไม้ แล้วเดินตามผู้ตายเดินขึ้นไปยังจุดที่ 2   เป็นช่วงระหว่างก่อนถึงยอดเสาธง ประมาณ 50 เมตร คนร้ายได้ฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุข่มขืนผู้ตาย ในขณะที่ผู้ตายอยู่ในสภาพเหนื่อยหอบ นายรณกรได้ทำการข่มขืนผู้ตายและก่อนที่จะสำเร็จความใคร่ แต่ผู้ตายไม่ยอมพยายามหลบหนี และได้มีการต่อสู้ขัดขืน นายรณกรจึงได้หยิบท่อนไม้ตีเข้าที่บริเวณท้ายทอยผู้ตาย   ต่อมาจุดที่ 3 เป็นจุดที่ผู้ตายได้โอกาสวิ่งหลบหนี ลงบันไดมาที่บริเวณด้านล่าง จนสะดุดหกล้ม ส่งผลให้นายรณกร วิ่งตามลงมาทัน และลงมือก่อเหตุนำก้องหินข้างบันได ทุบเข้าที่บริเวณศีรษะจนผู้ตายสลบ แล้วจับผู้ตายหงายหน้า ก่อนจะนำก้อนหินทุบซ้ำเข้าที่บริเวณศีรษะและใบหน้าจำนวนหลายครั้งจนเสียชีวิตคาที่ หลังจากนั้นได้อุ้มศพไปอำพรางคดี ต่อมา ก็ได้เดินลงมาจากจุดเกิดเหตุ แล้วทำทีเป็นพูดคุยกับพ่อค้าขายดอกไม้ ก่อนจะรีบขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป และกลับไปยังที่บ้านพักนอนสูบบุหรี่อยู่ ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ทั้งนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ตายขึ้นจากท่าเรือเกาะสีชัง หลังจากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ทางขึ้นเขาพระจุลจอมเกล้า หรือยอดเขาพระพุทธบาท แล้วพบกับคนร้ายไว้ได้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ, และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยผิดกฎหมาย ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ส่งไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้สถานทูตแจ้งไปยังครวบครัวผู้เสียชีวิต ให้มารับศพไปบำเพ็ญทางศาสนาต่อไป   ด้านแม่ของคนร้ายกล่าวทั้งน้ำตาว่า ปกติแล้วลูกชาย จะเช่าบ้านอยู่คนละหลังกับตน อยู่คนเดียวไม่มีครอบครัว ส่วนตนเองก็ทำงานรับจ้างทั่วไป ซึ่งนายรณกรก็ทำงานอยู่บนเรือเก็บขยะภายในทะล โดยทางเทศบาลตำบลเกาะสีชัง จะจ้างเป็นบางงาน และก่อนเกิดเหตุตนก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าลูกชายได้ไปก่อนเหตุดังกล่าวมา พบอีกทีก็ถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไว้ได้   อย่างไรก็ตามตนก็ขอโทษแทนลูกชายตนด้วย กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนขอโทษจริงๆ และหลังจากนี้ตนก็ทำได้เพียงต้องบอกกับลูกชายว่า ต้องรับกรรมที่ทำไป และสำหรับพฤติกรรมของนายรณกร ปกติแล้วก็มักจะเป็นคนไม่ค่อยพูดคุยกับใคร และชอบนอนดูหนังฟังเพลง ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าลูกชายตนจะก่อเหตุขึ้นขนาดนี้   ทางด้านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะสีชัง พร้อมชาวบ้านตำบลจำนวนมาก พากันมาร่วมไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธง พระจุลจอมเกล้า ท่ามกลางความเศร้าและสลดใจ แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะคดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือน ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่เกาะสีชัง มาก่อน   โดยแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง กล่าวว่า หลังจากที่เกิดเหตุดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสีชังเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เกิดเหตุนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ต่างก็พากันออกจากเกาะสีชังโดยทันที ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาเลย ตั้งแต่ตนอยู่บนเกาะสีชังมา กว่า 37 ปี ก็ไม่เคยมีข่าวฆากรรมอำพรางศพเช่นนี้ อยากจะวอนขอให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ พากันมาเที่ยวที่เหาะสีชัง เหมือนเดิม เพราะคนไม่ดีถูกจับไปหมดแล้วเหลือแต่คนดีๆ แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XXaPr0GQTJg

 12,161
สังคม-อาชญากรรม
09 เม.ย. 62

รวบหนุ่มหื่นฆ่าข่มขืนแหม่มสาวบนเกาะสีชัง สารภาพเสพยาไอซ์ ขอมีเซ็กส์แต่เหยื่อไม่เล่นด้วย สื่อนอกตีข่าวฉาวชี้ไทยอันตราย

จากคดีสะเทือนขวัญ พบศพ น.ส.บีลเทอ มิเรียม อายุ 27 ปี สัญชาติเยอรมัน ถูกฆ่าฆาตกรรมอำพรางอยู่บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธง พระจุลจอมเกล้า ม.6 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี วันที่ 7 เมษายน 2562 โดยคนร้ายได้นำเอาศพไปทิ้งไว้ที่บริเวณบริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธง   โดยศพถูกก้อนหิน หินทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ทับถมกันอยู่รวมถึงใบไม้แห้ง พบเห็นแต่เพียงส่วนแขน ส่วนขาทั้งสองข้าง และส่วนศีรษะ จากการตรวจสอบพบร่องรอยถูกของแข็ง ทุบเข้าที่บริเวณศีรษะจำนวนหลายครั้ง และที่ขาหนีบมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก คาดถูกคนร้ายข่มขืนแล้วฆาตกรรมอำพรางเสียชีวิตมาต่ำกว่า 5 ชั่วโมง   ต่อมา ตร.เกาะสีชัง ได้ควบคุมนายรณกร ร่มรื่น อายุ 24 ปี เป็นลูกจ้างเรือเก็บขยะของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ขึ้นมาบริเวณท่าเทียบเรือเกาะลอย ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา เพื่อส่งตัวต่อไปยังศูนย์บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เพราะเนื่องจากถูกชาวบ้านต่างพากันตะโกนด่าทอ และแสดงท่าทีไม่พอใจ โดยเหตุการณ์ในครั้งถือว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญคดีแรกของ อ.เกาะสีชัง ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวขหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะมาเที่ยวใน อ.เกาะสีชังอีกด้วย   ต่อมาที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ พล.ต.ท.จิตติ รองบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวการจับกุมตัวนายรณกร ร่มรื่น   โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติได้สอบปากคำนายรณกร ผู้ต้องหาด้วยตนเอง ก่อนที่จะนำตัวไปแถลงข่าวกับสื่อมวลชน เบื้องต้นรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าข่มขืนจริง โดยก่อนหน้า ได้ไปเสพยาไอซ์ แล้วก็ไปนั่งเล่นที่จุดเกิดเหตุ หลังจากนั้นผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่เช่าผ่านมา ตนจึงเรียก และขอมีเพศสัมพันธ์กับผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ยอมคุยด้วย จึงติดตามผู้ตายไป   หลังจากนั้นก็ลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ และกลัวว่าผู้ต้องหาจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงใช้หินที่อยู่บริเวณแถวนั้นทุบเข้าไปที่ศีรษะหลายครั้งจนเสียชีวิต แล้วก็นำศพไปทิ้งในจุดเกิดเหตุ แล้วก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน กลับบ้านไปนอนสูบบุหรี่อย่างสบายใจ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหารฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ข่มขืนกระทำชำเรา, ปิดปัง อำพราง ซ่อนเร้น หรือกระทำการใดๆ แก่ศพ ก่อนจะส่งตัวไปให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะสีชัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ทั้งนี้ผู้ตายเป็นวิศวกรที่มาดูงานในประเทศไทย รู้จักเพื่อนคนไทยหลายคน เป็นคนขยัน คุยสนุก ชอบคนไทย ชอบท่องเที่ยวในไทยโดยเฉพาะทะเล ทำให้เพื่อนๆต่างสะเทือนใจเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิต   ด้านสื่อต่างประเทศหลายสำนักนำเสนอข่าวฉาวนี้ ว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่อันตราย เกิดกรณีฆ่าข่มขืนนักท่องเที่ยวหลายครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5D4P5rZ3IbE

 18,558
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 62

แถลงจับ ผู้ต้องหาโหด ข่มขืน-หินทุบหัวสาวเยอรมัน บนเกาะสีชัง เผย เสพยาไอซ์ก่อนก่อเหตุ

จากกรณี Miss Beelte Miriam อายุ 27 ปี สัญชาติเยอรมัน ได้มาท่องเที่ยวที่เกาะสีชัง แล้วถูกนายรณกร ร่มรื่น อายุ 24 ปี ลงมือก่อเหตุข่มขืน แล้วฆาตกรรมอำพรางคดี อยู่บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธง พระจุลจอมเกล้า ม.6 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา   ความคืบหน้าวันที่ 8 เม.ย. 62 ที่ห้องประชุมรักษ์วินัย กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ พล.ต.ท.จิตติ รองบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี แถลงข่าวการจับกุมตัวนายรณกร ร่มรื่น อายุ 24 ปี เป็นลูกจ้างเรือเก็บขยะของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ    โดยทางผู้ต้องหาได้ลงมือก่อเหตุ ข่มขืนแล้วฆ่า ก่อนซ่อนร่างไว้บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธง พระจุลจอมเกล้า จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะสีชัง ทำการระดมค้นหา และสามารถจับกุมได้ในบ้านพัก พร้อมของกลางเป็นก้อนหิน เสื้อ กางเกงเปื้อนเลือด ที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ    จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการจำลองสถานที่เกิดเหตุ ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ อ้างว่า ในคืนเกิดเหตุได้ไปพบกับผู้ตายอยู่คนเดียว ด้วยอาการเมาจากการที่พึ่งจะเสพยาไอซ์มาพยายามที่จะเข้าไปพูดคุยแต่ผู้ตายเดินหนี จึงได้ใช้กำลังเข้าข่มขืนจนสำเร็จ ด้วยกลัวว่าจะไปแจ้งตำรวจ เลยได้ใช้ก้อนหินทุบเข้าที่หัวจนเสียชีวิต แล้วจึงทำการซ่อนศพดังกล่าว แต่สุดท้ายหนีไม่รอดถูกตำรวจจับได้ในที่สุด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ท่องเที่ยวไทยเสียชื่ออีก! หนุ่มข่มขืนทุบหัวฆ่าสาวฝรั่ง หมกโขดหินเกาะสีชังอำพรางคดี      

 7,577
ข่าวภูมิภาค
04 มี.ค. 62

สะเทือนขวัญ ยายวัย 72 ถูกฆ่าข่มขืนกลางสวนปาล์ม คาดฝีมือคนงานชาวมอญ

ชุมพร-พบศพของนางสมวัน ทิมา อายุ 72 ปี ในสภาพเปลือยกาย ตามใบหน้าถูกทุบตีด้วยของแข็ง ที่บริเวณศีรษะเลือดไหลท่วมแห้งกรัง ที่อวัยวะเพศมีร่องรอยถูกข่มขืน จึงให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บรายละเอียดไว้   จากการสอบสวน นายพรวิชัย ทิมา อายุ 72 ปี สามีของผู้ตาย อาชีพขับรถรับจ้าง ให้การว่า ในช่วงเช้าได้ขับรถไปส่งลูกชายเพื่อออกเรือประมง เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านพักที่เช่าไว้อยู่กับครอบครัว ไม่พบภรรยา จึงออกตามหาไปในหลายสถานที่ในตำบลปากน้ำหลังสวน และโรงพยาบาล รวมถึงโทรศัพท์ไปสอบถามญาติสนิท ก็ไม่ได้ข่าวว่าอยู่ที่ไหน จึงเดินทางกลับมาที่บ้านพัก และพูดกับสุนัขชื่อบุญนำ สุนัขเพศผู้ อายุ 1 ปี ว่าเห็นแม่สมวันหรือไม่   ปรากฏว่าสุนัขกระโดดลงจากบ้านและวิ่งเข้าไปในสวนปาล์ม เมื่อไปถึงกลางสวนปาล์มพบเห็นชิ้นส่วนของเสื้อผ้า อาทิ กางเกงใน สร้อยห้อยพระ ตกหล่นอยู่ตามระยะทาง เมื่อเข้าลึกเข้าไปในสวนปาล์มจึงพบร่างของภรรยา นอนจมกองเลือดอยู่ภายในสวนปาล์มจึงแจ้งตำรวจ   เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายรายนี้ น่าจะชื่อนายตะวันอายุ 37 ปี เป็นคนชาวมอญเข้ามาประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ใกล้กับสวนปาล์มที่เกิดเหตุ ในช่วงคืนเกิดเหตุได้เดินทางมาเพื่อปรึกษาของานการลงเรือประมงกับลูกชายผู้ตาย และได้มีการดื่มเหล้า จนกระทั่งดึกผู้ตายจึงไล่ให้นายตะวันและน้องชายชาวมอญไม่ทราบชื่ออายุ 20 ปี กลับไปนอน ต่อมาในช่วงเช้านายตะวันได้เดินทางมาที่บ้าน พร้อมทั้งอ้างว่าจะนำพระเครื่องมาให้เช่าบูชาแต่ไม่มีใครสนใจ   ตำรวจสันนิษฐานว่าหลังจากคนในบ้านออกจากบ้านไป คนร้ายเห็นว่าผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพังจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ อีกทั้งถึงจะอายุมาก แต่รูปร่างหน้าตายังสวยงาม จึงทำการฉุดลากเข้าไปสวนปาล์ม ถึงแม้เสื้อผ้าจะหลุด แต่คนร้ายไม่สนใจ จนถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายใช้ก้อนหินทุบที่ใบหน้าจนแน่นิ่ง แล้วลงมือข่มขืน ก่อนจะหลบหนีไป   ต่อมาตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายตะวัน ในขณะที่หลบอยู่ที่บ้านเช่าสำหรับคนงาน ของเจ้าของสวนปาล์ม ข้างๆ สวนปาล์มที่เกิดเหตุ ตรวจสอบร่างกายพบร่องรอยขีดข่วนตามร่างกาย จึงได้ควบคุมตัวไปไว้ที่สภ.ปากน้ำหลังสวนเพื่อทำการตรวจหา DNA และจะได้ตามน้องชายของนายตะวันมาทำการสอบสวน หาข้อเท็จจริงต่อไป   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนขวัญแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุร้ายเช่นนี้ในพื้นที่นี้กับคนสูงอายุมาก่อน และสวนปาล์มดังกล่าวเป็นจุดที่มีชาวบ้านใช้ในการเดินทางสัญจรไปมา รวมถึงมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพและใช้ชีวิตอยู่เป็นจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hQ28JI0Blmc

 4,832
ข่าวภูมิภาค
01 มี.ค. 62

คุมตัว 'ไอ้เด๋อ' ทำแผนฆ่าหญิงวัย 53 อ้างโกรธโดนด่า ก่อนต่อยจนตายแล้วข่มขืน

ลพบุรี-จากกรณีพบศพหญิงทราบชื่อภายหลังคือนางหวน อยู่คง อายุ 53 ปีในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า และพบรอยช้ำคล้ายถูกทำร้ายร่างกายบริเวณใบหน้า ลำคอ แผ่นหลังโดยจุดที่พบอยู่บริเวณเชิงเขาดิน หมู่ 8 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี   โดยในจุดเกิดเหตุพบวัตถุพยานสำคัญคือกางเกงของผู้ชายซึ่งสามีผู้ตายระบุว่าเป็นของนายเด๋อ หรือ นายมนตรี ปภัสสโร อายุ 32 ปี คนงานรับจ้างที่มาขอพักอาศัยด้วย จากนั้นตำรวจได้ระดมกำลังค้นหา จนพบตัวห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น หลังจากที่คนเลี้ยงวัวแจ้งเบาะแสหลังพบชายต้องสงสัยเดินลงมาที่ลำธารเพื่อตักน้ำไปดื่ม แต่ทางท่ามีพิรุธ   ล่าสุดตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาคือ นายมนตรี หรือเด๋อ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ  โดยนายเด๋อรับว่าได้เป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้ายมาด้วยและปากเสียงกัน จนเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการต่อย ที่ท้องจนเสียชีวิตก่อนจะข่มขืน แต่เนื่องจากเห็นไฟของรถยนต์จึงหยุดทำแล้วหลบหนีไป โดยทิ้งร่างของผู้ตายไว้ที่จุดเกิดเหตุจนมีผู้มาพบศพ   ทั้งนี้ผู้ต้องหา ได้กล่าวกับสื่อมวลชนสั้นๆว่า "ขอโทษไม่ได้ตั้งใจ ต่างคนก็ต่างเมาผมก็ไม่ได้ตั้งใจ เขาด่ามาตามถนนหนทางผมก็อดเอา เขาด่าถึงพ่อถึงแม่ ผมขอแล้วขออีกเขาก็ไม่ยอมหยุด"   ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การสอดคล้องกับการสอบสวน หลักฐาน ดีเอ็นเอที่พบได้ส่งไปให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอผล โดยสาเหตุที่ทำลงไป เพราะโกรธที่ผู้ตายและสามีด่าทอตลอด ในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ไปทำงานก็ไม่ได้เงินเดือน ดื่มสุรา จึงทำให้เกิดอาการมึนเมาและเกิดอารมณ์ ประกอบกับเส้นทางที่มาเปลี่ยว จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ได้ลงมือต่อยตามร่างกายจนผู้ตายแน่นิ่งไป จากนั้นได้ถอดกางเกงออกและข่มขืน ซึ่งระหว่างนั้นนายมนตรีเห็นว่ามีรถผ่านมา และเปิดไฟใส่ จึงตกใจและวิ่งหนีไป กระทั่งมาตามจับตัวได้ดังกล่าว   แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่า นายมนตรีต่อยผู้ตายจนเสียชีวิต ขณะนี้กำลังรอผลการชันสูตรอีกครั้ง ซึ่งจากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าผู้ตายม้ามแตก ตับฉีกขาด และซี่โครงหัก   จากการตรวจประวัตินายมนตรี มีคดียาเสพตติด ติดตัวในจ.ราชบุรี และคดีทำร้ายร่างกายแม่เลี้ยง ที่จ.อุดรธานี และนายมนตรีเคยเป็นนักมวยมาก่อน เคยขึ้นชกบนเวทีประมาณ 21 ครั้ง ขณะนี้ตรวจปัสสาวะแล้วไม่มีสีม่วง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย   ส่วนนายหยวก สามีผู้ตาย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ โดยยืนยันว่าตนและภรรยาไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับผู้ต้องหา เพราะตั้งแต่มาขออยู่ด้วยก็ช่วยงานกันปกติ และเคยบอกว่าไม่เอาเงินขอแค่ข้าวกับที่อยู่ ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้น และขอบคุณตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ตอนนี้ยังโกรธแค้นนายเด๋ออยู่และคงไม่อภัยให้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7lOdJghQ9w8

 1,740
สรุปข่าว
01 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 1 มี.ค.62 ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่-แห่ค้านพ.ร.บ.ไซเบอร์-เด็กม.1ผูกคอตายน้อยใจแม่ไม่พาไปตัดผม

-การบินไทยบินไปยุโรปได้ตามปกติ ใช้เส้นทางบินผ่านจีนแทน หลังเกิดเหตุสู้รบทางอากาศอินเดีย-ปากีสถาน จนปากีฯประกาศปิดน่านฟ้า คาด 3 วันเคลียร์ผู้โดยสารได้หมด สถานการณ์ 2 ประเทศยังยิงปืนเล็กตอบโต้ไปมาตรงพื้นที่พิพาท แต่ปากีฯมีท่าที่อ่อนลง ประกาศส่งตัวนักบินอินเดียคืน พร้อมเผยคลิปใหม่ยันไม่ได้เข้าไปจับนักบิน แต่ช่วยไม่ให้ชาวบ้านประชาทัณฑ์ จนนักบินปลอดภัยนั่งจิบน้ำชาแม้ใบหน้าบวมช้ำ   -สนช.ไฟเขียวพ.ร.บ.ไซเบอร์ ด้วยคะแนน 133:0 งดออกเสียง 16 เสียง ให้อำนาจ รมว.ดิจิทัลแก้ไขภัยคุกคามไซเบอร์ขั้นวิกฤตได้ทันที ไม่ต้องขออนุญาตศาล ได้ทั้งการค้นสถานที่ การเข้าถึงข้อมูล ยึดคอมพิวเตอร์ โทษผู้ฝ่าฝืนคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น โลกโซเชียลแห่คัดค้าน #พรบไซเบอร์ ขึ้นอันดับ 1 คนแห่ลงชื่อผ่าน change กว่าหมื่นคน โซเชียลแห่ค้าน สนช.เห็นชอบ พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ชี้เป็นการลิดรอนสิทธิ   -กกต.มีมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะแคนดิเดตพรรคพลังประชารัฐ สามารถขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง เดินช่วยผู้สมัครหาเสียงได้ หลังพิจารณาหนังสือของพรรคพลังประชารัฐที่สอบถามมา ก่อนมีมติทำได้ อ้างถึงระเบียบหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง แต่ขอให้ระวังในการใช้ตำแหน่งหน้าที่ เป็นคุณ-โทษแก่ผู้สมัครและพรรค กกต.ไฟเขียว 'บิ๊กตู่' ขึ้นเวทีปราศรัย-เดินหาเสียงได้ ส่วนปมโต๊ะจีน พปชร.อยู่ระหว่างสอบ   -อนาคตใหม่ถูกร้องเรียนให้ยุบพรรค หลังนายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทีมงานประชาชนและปกป้องรัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือให้ กกต.ส่งศาลยุบพรรคอนาคตใหม่ ชี้มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชี้ธนาธร-ปิยบุตร ใช้วาทกรรมที่ส่อมาหลายครั้งตั้งแต่ปี 54 จะยกเลิกประมวล กม.อาญา ล่าสุดให้สัมภาษณ์ว่าจะสานต่อภารกิจคณะราษฎร์ให้สำเร็จ คงต้องถามธนาธรว่าหมายถึงอะไร จากนี้อีก 3 วันจะมีอีก 2 องค์กรให้ตรวจสอบพรรคอนาคตใหม่ในความผิดเดียวกัน 'ธนาธร' หาเสียงชลบุรี ทีมป้อง รธน.โผล่ยื่นยุบอนาคตใหม่ ชี้มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง   -จากกรณีสุเทพปลุก ปชช.ให้เลือกระหว่างประเทศไทยหรือระบอบทักษิณ จตุพรออกมาตอบโต้ว่า สุเทพเดินคารวะแผ่นดินแล้วปชช.ไม่ต้อนรับ จึงมาประกาศให้คนเลือกข้าง เพราะรู้ว่าถ้าให้เลือกฝ่ายเอา-ไม่เอาบิ๊กตู่ ฝ่ายไม่เอาบิ๊กตู่จะชนะ จึงใช้ลูกไม้ตื้นๆ ว่าจะเอาประเทศไทยหรือระบอบทักษิณ ปลุกสาวกเก่าให้เลือกข้าง   ก่อนหน้านี้ปราศรัยมาดีๆ วันนี้พาออกนอกประเด็น ขาดแต่เป่านกหวีดกับชัตดาวน์เท่านั้น การเลือกตั้งจะมีหรือไม่อยู่ที่50-50 เพราะสนธิรัตน์เริ่มปราศรัยก้าวร้าวเพราะเครียด รู้ว่าพลังประชารัฐจะแพ้ยับเยิน ได้ ส.ส.ไม่ถึง 150 คน   ด้านสุเทพลงพื้นที่สยาม ยันพรรคได้รับการตอบรับดี มั่นใจได้ที่นั่งทุกภาค ประกาศจุดยืนพรรคไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคทักษิณ ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคไหน จตุพร' อัดสุเทพ ใช้มุกเดิมปลุกสาวกโจมตี 'เทพเทือก' ลงพื้นที่สยาม ยันไม่สังฆกรรมพรรค 'ทักษิณ'   -ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คดีที่ดินอัลไพน์ ระบุเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้ เอื้อประโยชน์เพื่อหวังให้ทักษิณแต่งตั้งปลัด ก.มหาดไทย จนเกษียณอายุและดำรงตำแหน่งทางเมือง ต่อมาศาลให้ประกันสู้คดีในชั้นศาลฎีกา ตีราคาประกัน 9 แสน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 2 ปี ไม่รออาญา ‘ยงยุทธ วิชัยดิษฐ’ คดีที่ดินอัลไพน์ ก่อนให้ประกัน 9 แสน ห้ามออกนอกประเทศ   -สถาบันในจีนเผยไทยมีมหาเศรษฐีมากที่สุดอันดับที่ 9 ในโลก เพิ่มขึ้น 6 คน เป็น 50 คน โดยซีพี เป็นบริษัทที่สร้างมหาเศรษฐีมากที่สุด 27 คน ตามด้วยกระทิงแดง 12 คน ไทยมีมหาเศรษฐีมากที่สุดอันดับ 9 ของโลก คนรวยตระกูลซีพี-กระทิงแดง เกิดใหม่เพียบ   -สลด ด.ช.ม.1 เครียดแม่ไม่พาไปตัดผม คว้าเชือกผูกคอตาย แม่บอกลูกผมยาวผิดระเบียบกลัวครูไม่ให้เข้าสอบ แต่แม่ติดธุระ หากย้อนเวลาได้จะเอาใจใส่ลูกมากกว่านี้ พี่สาวบอกน้องเคยบ่นไม่อยากอยู่แล้ว ถามก็บอกไม่ต้องมายุ่ง เพื่อนบอกเป็นคนขี้น้อยใจและชอบเก็บตัว เด็กชาย ม.1 เครียดแม่ไม่พาไปตัดผม คว้าเชือกผูกคอดับ แม่ขอโทษ มัวแต่ทำงานจนลืมความรู้สึกลูก    -จับโจรชิงเงินรถขนเงิน 7.2 ล้านได้แล้ว 1 คน หลังย่ามใจเคยชิง 6 ล้านสำเร็จ นำตัวทำแผนชี้จุดซ่อนเงิน แม่ช็อกไม่คิดว่าลูกชายจะทำถึง 2 ครั้ง โทษตัวเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี ยังเหลืออีก 1 คน เร่งตามล่า ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น จับแล้ว 1 โจรปล้นรถขนเงิน 7.2 ล้าน แม่ช็อกลูกปล้นแล้ว 2 รอบ ร่ำไห้ลูกหัวอ่อนเชื่อเพื่อน    -คุมตัวนายเด๋อ ฆ่าข่มขืนนายจ้างไปทำแผน อ้างโกรธที่ผู้ตายด่าไม่หยุด จึงต่อยจนตายแล้วข่มขืน ขอโทษไม่ได้ตั้งใจ เพราะต่างคนต่างเมา ตร.ยังไม่เชื่อแค่ต่อย เพราะผู้ตายม้ามแตก ตับฉีก ซี่โครงหัก ดูประวัติแล้วเป็นนักมวยมาก่อน สามีคนตายบอกไม่เคยทะเลาะ ไม่เคยด่าทอ ไม่เคยทำให้โกรธ แต่ตอนนี้โกรธมากและจะไม่ให้อภัย คุมตัว 'ไอ้เด๋อ' ทำแผนฆ่าหญิงวัย 53 อ้างโกรธโดนด่า ก่อนต่อยจนตายแล้วข่มขืน    -จับเพิ่มอีก 1 แก๊งงานบวช แต่ฏิเสธให้การไม่รู้ไม่เห็น ตร.ตามตัวอีก 2 รมว.ศธ.จ่อฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกว่า 1 ล้าน ไม่นับค่าทำขวัญ มหาเถรสามคมย้ำระเบียบการปล่อยให้เมาในวัด เจ้าอาวาสโทษหนักถึงขั้นถูกปลด จับเพิ่มอีก 1 แก๊งงานบวช ก.ศึกษาฯเรียกค่าเสียหายเป็นล้าน - ฟ้องแทนเด็ก กลัวเห็นคนติดคุกแล้วใจอ่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/04NAjTOvIuk

 3,366
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.พ. 62

'เฉลิมเกียรติ' เตรียมแถลงข่าว 'ไอ้เด๋อ' มือฆ่าเมียเพื่อนหมกไร่มันบ่ายนี้ ท่ามกลางความปลอดภัยแน่นหนา

ไอ้เด๋อยังอยู่ในห้องขังตามปกติเตรียมทำความสะอาดรอแถลงข่าวในช่วงบ่าย ด้าน ผกก. เผยเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คอยรักษาความปลอดภัย คาดเหตุการณ์ไม่รุนแรง   จากกรณีพบศพ นาง หวน อายุ 54 ปี ถูกทำร้ายร่างกายและข่มขืนจนเสียชีวิต ที่บริเวณเชิงเขาดิน หมู่ที่ 8 ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ส่วนคนร้ายคือ นาย มนตรี หรือเด๋อ ปภัสสโร อายุ 32 ปี เพื่อนของสามีผู้ตาย จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นาย มนตรี เป็นลูกชายของเสี่ยโรงน้ำแข็ง แต่ทะเลาะกับแม่เลี้ยง จนต้องหนีออกจากบ้าน วานนี้ 27 ก.พ. 62 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.สภ.โคกสำโรง พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกสำโรง สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ได้จับผู้ต้องหารายนี้ได้ในพื้นที่บ้านสะพานพุทธ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นำตัวมาสอบสวนและควบคุมตัวไว้ที่ สภ.โคกสำโรง   วันนี้ 28 ก.พ. 62 ความคืบหน้าล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.สภ.โคกสำโรง ว่านาย มนตรี หรือเด๋อ ปภัสสโร อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่า นาง หวน ที่ถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขัง สภ.โคกสำโรง ยังอยู่ในความควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดของทางเจ้าหน้าที่ โดยทั่วไปมีสภาพจิตใจที่ดี กินอยู่หลับนอนกับเพื่อนผู้ต้องขังอย่างเป็นปกติ เพื่อรอการแถลงข่าวในเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันนี้ โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. จะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามฟุตบอลโรงเรียนโคกสำโรง และเดินทางมาสอบสวนด้วยตนเองที่ สภ.โคกสำโรง จากนั้นจะนำตัว ไอ้เด๋อ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยมีกำลังทหาร จำนวน 30 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จำนวน 30 นาย คอยดูแลความเรียบร้อยระหว่างที่กำลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งทาง สภ.โคกสำโรง ช่วงเช้าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำความสะอาด สภ.โคกสำโรง เพื่อเตรียมการแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบ 'ไอ้เด๋อ' มือฆ่าเมียเพื่อนหมกไร่มัน อ้างเห็นคนตายแน่นิ่ง เลยคว้ากางเกงหลบหนี

 1,997
ข่าวภูมิภาค
28 ก.พ. 62

รวบ 'ไอ้เด๋อ' มือฆ่าเมียเพื่อนหมกไร่มัน อ้างเห็นคนตายแน่นิ่ง เลยคว้ากางเกงหลบหนี

ลพบุรี-จากกรณีพบศพ นางหวน อายุ 54 ปี ถูกทำร้ายร่างกายและข่มขืนจนเสียชีวิต ที่บริเวณเชิงเขาดิน หมู่ 8 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ส่วนคนร้ายคือ นายมนตรี หรือเด๋อ ปภัสสโร อายุ 32 ปี เพื่อนของสามีผู้ตาย   ทางตำรวจ จ.อุดรธานี ได้ไล่ล่าติดตามตัวนายมนตรี ใน จ.อุดรธานี หลังพบว่ามาหลบซ่อนตัว ซึ่งจากประวัตินายมนตรี ยังเป็นลูกชายของเสี่ยโรงน้ำแข็ง แต่ทะเลาะกับแม่เลี้ยง จนต้องหนีออกจากบ้าน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น   ต่อมาตำรวจได้ลงพื้นที่ไล่ล่าตัวนายมนตรี กระทั่งพบซ่อนตัวอยู่ในป่าพื้นที่หมู่ 6 ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น เนื่องจากมีคนเลี้ยงวัวพบชายต้องสงสัยเดินลงมาที่ลำธารเพื่อตักน้ำไปดื่ม แต่ทางท่ามีพิรุธ เพราะใช้เสื้อคลุมหน้าคลุมตา คนเลี้ยงวัวจึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ให้ทราบ ก่อนทำการตรวจสอบและพบเป็นคนร้าย   นายมนตรีให้การสารภาพว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยลงมือชกท้องไป 3 ครั้ง จากนั้นจึงถอดกางเกงกำลังจะข่มขืน แต่เห็นผู้ตายนอนนิ่งไม่ไหวติง จึงเกิดความกลัวจนลนลาน คว้ากางเกงของผู้ตายหลบหนีไป แล้วไปซ่อนตัวตามไร่มันและไร่อ้อยของชาวบ้าน แล้วออกขุดหัวมัน มะขามเทศในตอนกลางคืนกินประทังชีวิต บางครั้งก็เข้าไปขโมยรองเท้า เสื้อผ้าของบ้านที่ตากไว้มาสวมใส่กันแดด กันยุงและแมลงตอนกลางคืน   ซึ่งช่วงนี้อากาศร้อนจัดเกิดหิวน้ำขึ้นมา จึงได้เดินลงไปที่ลำธารที่มีน้ำสำหรับให้วัว-ควายเพื่อจะตักมากิน แต่กลับไปเห็นคนเลี้ยงวัวเข้า ก่อนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของนายมนตรี ซึ่งจะได้สอบปากคำเพิ่มเติม และในำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WkKWFonA_Zc

 2,207
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 62

รวบแล้ว!! 'ไอ้เด๋อ' ฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน

จากกรณีพบศพหญิงทราบชื่อภายหลังคือนางหวน อยู่คง อายุ 53 ปีในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า และพบรอยช้ำคล้ายถูกทำร้ายร่างกายบริเวณใบหน้า ลำคอ แผ่นหลังโดยจุดที่พบอยู่บริเวณเชิงเขาดิน หมู่ 8 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี โดยในจุดเกิดเหตุพบวัตถุพยานสำคัญคือกางเกงของผู้ชายซึ่งสามีผู้ตายระบุว่าเป็นของนายเด๋อ คนงานรับจ้างที่มาขอพักอาศัยด้วย จากนั้นตำรวจได้ระดมกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย และหน่วยราชการในพื้นที่ระดมค้นหาตัวแต่ยังไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยนั้น   ต่อมาสามีของผู้ตายได้มาติดต่อรับศพที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เบื้องต้นแพทย์ระบุการเสียชีวิต เกิดจากภาวะช็อกจากการสูญเสียโลหิตจากตับฉีกขาด จากการถูกกระแทกจากวัตถุแข็งไม่มีคม และยังพบเศษชิ้นตามซอกเล็บของผู้ตายอีกด้วย แต่ยังไม่สามารถสรุปว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ จากนั้นได้นำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดโคกสะอาด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี   สามีผู้ตายได้เปิดเผยว่า ตนมั่นใจว่าภรรยาถูกนายเด๋อฆาตกรรมอย่างแน่นอน เนื่องจากเมื่อช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุเป็นวันมาฆบูชาตนมีงานต้องไปรับจ้างเสียบมัน จึงได้ให้ภรรยาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายเด๋อไปรอที่วัดก่อน เมื่อตนทำงานเสร็จแล้วตามไปที่วัดก็ไม่เจอ   จนรุ่งเช้ามีชาวบ้านมาบอกว่าพบศพภรรยา ส่วนนายเด๋อหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งในจุดนี้พบกางเกงยีนส์ และรองเท้าของผู้ชายซึ่งตนจำได้ว่าเป็นของนายเด๋อ คิดว่านายเด๋อน่าจะเมาแล้วควบคุมตัวเองไม่อยู่และพยายามจะลวนลามภรรยาตน เพราะในที่เกิดเหตุพบร่องรอยตะกายดินเหมือนภรรยาพยายามขัดขืน   ส่วนตัวตนไม่ได้สนิทกับนายเด๋อแค่รู้จักกันเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้นายเด๋อเคยเป็นคนงานของฟาร์มสัตว์แห่งหนึ่ง จนเมื่อเดือนก่อนนายเด๋อขอมาอาศัยอยู่กับตนที่บ้านด้วย โดยบอกว่าไม่มีที่ไปเพราะกลับไปทำงานที่ฟาร์มไม่ได้เนื่องจากโดนกลั่นแกล้ง จากนั้นก็มาช่วยงานรับจ้างตนด้วยดีตลอด เขาจะเรียกตนว่าพ่อและเรียกภรรยาตนว่าแม่ตลอด   ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นความผิดปกติระหว่างภรรยาตนกับนายเด๋อ และนายเด๋อก็ไม่มีทีท่าลวนลาม หรือมีพฤติกรรมไม่ดีกับภรรยาตน มีเพียงตอนกินเหล้าเมาที่พฤติกรรมจะเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าคนที่ตนให้ที่พักให้อาหารจะมาทำกับครอบครัวตนแบบนี้ เหมือนเป็นการทรยศซึ่งทำให้ตนรู้สึกแค้นใจมาก โดยอยากให้ตำรวจจับให้ได้โดยเร็ว และไม่ต้องนำตัวไปขอขมาเพราะไม่ให้อภัยเด็ดขาด ถ้าจับได้ก็ขอให้นำตัวไปดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ในส่วนของการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยนั้น พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.สภ.โคกสำโรง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมวางแผน ส่งชุดสืบสวนหาข่าว ลงพื้นที่ตามรอยต่อ เขตพื้นที่ อ.โคกสำโรง สระโบสถ์ โคกเจริญ ที่คาดว่านายเด๋อน่าจะยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่รกทึบ หุบเขาที่สลับซับซ้อน ซึ่งหากยังคงซ่อนตัวอยู่ ก็อาจจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะคงจะทนความหิวไม่ได้ แต่ก็ยังคงให้ตำรวจสภ.โคกสำโรง ฝ่ายปกครองป้องกัน กู้ภัย ชาวบ้าน และสุนัขตำรวจจาก 191 แกะรอย ดมกลิ่น โดยยังไร้วี่แวว   ตำรวจได้รับผลชันสูตรเบื้องต้นแล้ว ผลชันสูตรออกมาแล้วว่าสาเหตุการตาย การดำเนินการขั้นต่อมาเราจะนำหลักฐานที่ได้ไปขอศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัย โดยพบว่าสาเหตุการตายมาจากเลือดออกในช่องท้อง มีอวัยวะภายในฉีกขาด ซี่โครงหัก แต่ยังไม่ยืนยันได้ว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ส่วนการติดตามตัวยังคงติดตามตัวผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะได้ตัวเร็ววันนี้   ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมนายเด๋อคาบ้านพักแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังนำตัวไปยังสถานีตำรวจและทำการสอบสวนต่อไป     ข่าวที่เกี่ยวข้อง เตรียมออกหมายจับ 'ไอ้เด๋อ' ต้องสงสัยฆ่าเปลือยหญิงวัย 53 สามีซัดคนทรยศ ให้ข้าวให้น้ำยังทำกันได้ลง  

 15,965
ข่าวภูมิภาค
20 ก.พ. 62

ปิดพื้นที่ล่า! ผู้ต้องสงสัย ฆ่าข่มขืนหญิงวัย 54 ทิ้งศพเปลือยท่อนล่าง กลางไร่มันสำปะหลัง

จากกรณีพบศพหญิงวัย 54 ปี เสียชีวิต เชิงเข้ากลางไร่มันสำปะหลัง สภาพเปลือยท่อนล่าง คาดถูกข่มขืน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณ หมู่ 8 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 62    โดยจากการสอบถามสามีของผู้ตาย เล่าว่า ได้แยกกับภรรยาเมื่อเวลา 18.00 น. ของเมื่อวานนี้ โดยสามีได้บอกกับภรรยาว่าจะออกไปหางาน ขุดมันในวันพรุ่งนี้และให้มาเจอกันที่วัดแต่ภรรยาก็ไม่มา โดยที่บ้านก่อนแยกย้ายอยู่กันทั้งหมด 3 คน โดย ภรรยาหายไปกับนายเด๋อ อายุ 32 ปี เนื่องจากเพิ่งเจอกันและมาทำงานด้วยกันประมาณ 1 เดือน โดยสามียืนยันว่า กางเกงและรองเท้าที่ตกข้างๆ ศพเป็นของนายเด๋อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าในเด๋อน่าจะเป็นคนก่อเหตุดังกล่าว   ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ได้เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โคกสำโรง พร้อมด้วยสุนัขตำรวจจาก 191 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณไร่มันสำปะหลัง ซึ่งใช้เวลาในการค้นหาอยู่หลายชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบตัวนายผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องยุติการค้นหาตัว และช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ส่งชุดเจ้าหน้าที่ออกหาข่าวอีกครั้ง    พ.ต.อ.ภูการวิก กล่าวต่อว่า จะส่งชุดหาข่าวออกไปใน 2 ตำบล คือ ต.คลองเกตุ ในหมู่บ้านเขาดิน เขาแร่ คลองมะนาว และขยายไปในพื้นที่ของ ต.วังขอนกว้าง ว่าผู้ต้องสงสัยไปขอข้าวใครกินหรือขอเสื้อผ้าใครสวมใส่หรือไม่ เนื่องจากว่าขณะที่หลบหนีคนร้ายน่าจะไม่มีเสื้อผ้าไปเพราะเสื้อผ้าตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผู้พิสูจน์จะสถาบันนิติเวชศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิตอีกครั้งเพื่อความชัดเจน   

 4,960
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ประหารชีวิตอดีต ผญบ.ฆ่าข่มขืน 'น้องสโนว์'

จากคดีสะเทือนขวัญหลัง น้องสโนว์ เด็กสาววัย 18 ปี นักเรียนชั้นม.6 ใน จ.กาฬสินธุ์ ถูกฆ่าข่มขืนอย่างโหดเหี้ยม ก่อนตำรวจแกะรอยตามจับกุมฆาตกรรมโหดนั่นคือ นายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน โดยศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต และให้ชดใช้ค่าสินไหม จำนวน 2,390,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อมาทางจำเลยได้ใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์   ล่าสุดทางศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนโทษประหารชีวิตแก่จำเลย เพราะสาระสำคัญในส่วนจำเลย ซึ่งได้ยื่นอุทธรณ์มานั้น มีการนำสืบพยานแวดล้อมและประจักษ์พยาน รวมถึงการหาข้อโต้แย้งในส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยสรุปว่าไม่สามารถรับฟังได้   แต่ในส่วนของโจทก์ ถึงแม้จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัดแต่ปรากฏพยานแวดล้อมที่ให้การสอดคล้องกันร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะ เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ที่ได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์   ซึ่งจากคำตัดสินดังกล่าวทำให้ญาติของผู้เสียชีวิตที่มารอฟัง ต่างรู้สึกดีใจที่ศาลยังคงตัดสินประหารชีวิตนายกฤติเดช โดยแม่ของน้องสโนว์กล่าวขอบคุณความยุติธรรมของการตัดสิน พร้อมทั้งบอกน้องสโนว์ว่าลูกสาวแม่จะต้องไม่ตายฟรี คนทำไม่ดีกับน้องควรได้รับผลกรรมที่ก่อขึ้น พร้อมทั้งขอบคุณคนไทยทั่วประเทศที่คอยให้กำลังใจตั้งแต่วันเกิดเหตุ จนสามารถจับคนร้ายได้และศาลได้ตัดสินประหารชีวิตในที่สุด   ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2558 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะน้องสโนว์ขี่รถจักรยานยนต์ไปเรียนหนังสือตามปกติ แต่ระหว่างทางกลับถูกคนร้ายที่สะกดรอยตามถีบรถจนล้มลง พร้อมกับลงไปฉุดกระชากต่อยท้องหลายครั้งและพยายามข่มขืน แต่น้องสโนว์พยายามต่อสู้คนร้ายที่ใช้มือปิดปาก โดยกัดและบีบลูกอัณฑะ จนสามารถหลบหนีออกมาได้ ก่อนจะรีบโทรศัพท์หาพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่แม้จะหนีรอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้ น้องสโนว์มีอาการบาดเจ็บหนัก ก่อนจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุตับและเส้นเลือดในท้องแตก   ต่อมาตำรวจตามจับกุมนายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถานหมู่ที่ 15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 โดยมีพยานหลักฐานต่างๆ บ่งชี้ว่าเป็นผู้ต้องสัยสัยก่อเหตุ เนื่องจากพบรอยกัดที่นิ้วหัวแม่มือขวา รวมถึงรอยข่วนบริเวณนิ้วชี้ขวา แก้มซ้าย เอวด้านซ้ายและบริเวณหลัง นอกจากนี้ยังพบเศษดินและหญ้าแห้งที่พบในเสื้อผ้าของนายกฤติเดช รวมทั้งตำรวจยังตรวจสอบพบร่องรอยการบีบลูกอัณฑะด้วย โดยทั้งหมดถือเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สำคัญ   แม้ที่ผ่านมานายกฤติเดชจะให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่ารอยกัดนี้มาจากหนูนา ส่วนรอยข่วนอ้างว่าโดนหญ้าคาบาด แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานและไม่ปักใจเชื่อคำกล่าวอ้างของนายกฤติเดช จึงแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ก่อนส่งศาลพิจารณา กระทั่งต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ประหารชีวิตนายกฤติเดช ฐานลงมือฆ่าขืนใจน้องสโนว์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JPulhJP6iOM

 3,729
สังคม-อาชญากรรม
22 มิ.ย. 61

พระเผยวาระสุดท้ายนักโทษประหาร พวกมือปืนฟังเทศน์ใจเด็ดเดี่ยว แต่พวกคดีข่มขืนโวยวายหวาดกลัว

พระครูศรีนนทวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดบางแพรกใต้ หรือพระนักเทศน์นักโทษประหาร ให้สัมภาษณ์กับ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ในการต้องทำหน้าที่เทศน์นักโทษประหารในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เนื่องจากวัดบางแพรกใต้ตั้งอยู่ติดกับเรือนจำบางขวาง   โดยวันที่จะมีการประหาร ประมาณช่วงเวลา 15.00 น. ทางกรมราชทัณฑ์จะมีหนังสือมาให้ 2 ฉบับ คือ นิมนต์เทศน์ และนิมนต์รับศพ หากวันไหนที่ชาวบ้านเห็นหลวงพ่อ เดินถือตาลปัตรออกจากวัดไปช่วงเย็นๆ ก็จะทราบทันทีว่าวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษ   ทั้งนี้ ก่อนมีการประหาร จะมีพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเจตคุปเทพารักษ์ (บริวารของพระยม มีหน้าที่จดบันทึกความชั่วร้ายของมนุษย์ที่ตายแล้วเสนอต่อพระยม) และการไหว้หลักประหาร หรือเตียงที่ใช้สำหรับประหารชีวิต เมื่อหลังจากประหารแล้ว   วันรุ่งขึ้นศพจะถูกส่งมาทางประตูแดงหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า 'ประตูผี' แต่ถ้านักโทษไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ ก็จะถูกนำออกทางประตูอื่นแทน เมื่อเสร็จงานฌาปนกิจ หากไม่มีญาติมารับกระดูกผู้ตาย หลวงพ่อก็จะเก็บไว้ ซึ่งปัจจุบันยังเก็บอัฐิไร้ญาติไว้บนกุฏิจำนวน 5 ศพ   ส่วนวิธีการเทศนานักโทษประหาร หลวงพ่อกล่าวว่า ไม่เหมือนการเทศน์ทั่วไป เพราะนักโทษประหารจะมีอากัปกิริยา ตื่นกลัวและหวาดหวั่น จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว บางรายมีอาการคลุ้มคลั่งโวยวาย ซึ่งก็มีความสงสารและให้ความเมตตา ก็จะเน้นเทศนาเรื่องการเรียกสติที่กำลังขวัญเสียให้กลับมา เพื่อช่วยให้นักโทษมีจิตใจที่ผ่อนคลายก่อนวินาทีสุดท้ายในชีวิต   พวกนักโทษที่ต้องโทษคดีมือปืน จะมีจิตใจที่เข้มแข็งมากสุด ไม่ค่อยแสดงความหวาดกลัว เพราะอดีตเป็นนักฆ่ารับจ้าง บางคนเวลาเทศน์การประหาร จะนั่งกรรมฐานเพื่อสงบจิต สงบใจ แต่ถ้าหากเป็นนักโทษคดีข่มขืน จะมีอาการต่างออกไป ทั้งหวาดกลัว คร่ำครวญ เพราะใจไม่แข็งพอ   อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อเล่าต่อ เคยเทศนาให้นักโทษประหารฟังว่า ชีวิตโยมยังมีบุญกว่าอาตมา เพราะรู้วันตาย รู้เวลาตาย รู้สถานที่ตาย แล้วก็ได้มีโอกาสกินข้าวก่อนจะตาย ได้ทำพินัยกรรมถึงคนที่รัก และที่สำคัญที่สุดคือได้ฟังเทศน์ก่อนจะตาย ถือว่ามีบุญมากกว่าคนทั่วไป ที่ไม่อาจล่วงรู้เวลาชีวิตของตนเอง ว่าจะต้องตายตอนไหน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GPDHU5kX2_E

 20,351

Top