ค้นหา :

ผลการค้นหา "โทษประหาร"

สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 61

นักสิทธิฯตั้งโครงการยุติโทษประหาร ดันร่าง พ.ร.บ.จำคุกตลอดชีวิต

มูลนิธิสันติภาพและวัฒนธรรม, สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดการประชุมหารือแนวทางการใช้โทษจำคุกตลอดชีวิตแทนโทษประหารชีวิต   โดยมีการยกร่าง “พ.ร.บ.การใช้โทษจำคุกตลอดชีวิตแทนโทษประหารชีวิต พ.ศ….” เพื่อเป็นตัวอย่างแนวทางถึงความเป็นไปได้ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโทษทางอาญา จากโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต ด้วยความจำเป็นที่จะปกป้องสังคมจากอาชญากรรมร้ายแรง ตลอดจนเยียวยาผู้เสียหายโดยตรงจากอาชญากรรมดังกล่าว   โดยตัวอย่างจากผู้ร่วมเสวนา เช่น นายโคทม อารียา ประธานมูลนิธิสันติภาพและวัฒนธรรม ชี้แจงว่า การลงโทษประหารชีวิตแม้เป็นการลงโทษที่เด็ดขาด แต่มีข้อศึกษาทางอาชญวิทยาว่า โทษประหารชีวิตไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการป้องกันอาชญากรรม   หรือป้องปรามผู้ที่จะกระทำผิดให้เกิดความยับยั้งชั่งใจก่อนลงมือกระทำการ ประกอบกับสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ มีมติให้พักใช้การประหารชีวิตในขณะที่กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมายในเรื่องนี้ เพราะการประหารชีวิตไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกลงโทษได้กลับตัวกลับใจ อีกทั้งกรณีการตัดสินคดีที่มีข้อผิดพลาดด้านพยานหลักฐาน ก็ทำให้ไม่สามารถคืนความยุติธรรมได้   นอกจากนี้การประหารชีวิตเป็นการลิดรอนสิทธิในชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ จึงสมควรใช้โทษจำคุกตลอดชีวิตแทนโทษประหารชีวิตอย่างมีขั้นตอน โดยให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและเผยแพร่ผลการศึกษาต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวางในเรื่องโทษจำคุกตลอดชีวิตและโทษประหารชีวิต รวมถึงวิธีป้องกันอาชญากรรมและการเยียวยาผู้เสียหาย ตลอดจนวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารกับสังคมด้วยเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EgbQHHEa-GU

 8,329
สังคม-อาชญากรรม
25 มิ.ย. 61

ตร.หนุ่มเดือดข่าวฆ่าหั่นศพ หนุนมือมีดรับโทษประหาร ถาม 'แอมเนสตี้' มุดหัวอยู่ไหน?

จากกรณีนายธนกฤต ประกอบ อายุ 36 ปี หรือวุธ ฆ่าหั่นศพน้องเมย์ สาวบัญชีวัย 24 อดีตแฟนสาวภายในห้องพักย่านมีนบุรี สาเหตุเกิดจากความหึงหวง ก่อนนำศพไปทิ้งย่านมีนบุรี โดยก่อเหตุเมื่อค่ำวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญล่าสุด ที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์   ล่าสุดมีเฟซบุ๊กของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ ได้แสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าว และโทษประหารในสังคมไทยว่า...   #ประหารคือคำตอบอีกมั๊ย??Amnesty!!!   เมื่อคนไทยทั้งประเทศเกือบ70ล้านคน เรียกร้องโทษประหารชีวิต แล้วศาลสถิตยุติธรรมเห็นพ้องถึงความโหดร้ายของไอ้ฆาตกรจากนรกอเวจี จึงตัดสินเห็นพ้องทั้ง3ศาล ให้ประหารชีวิต เพื่อกำหราบพวกซาตานจากนรก ปกป้องชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่มาวันนี้ความเลวร้ายของไอ้พวกฆาตกรโหดใจชั่ว ก็ยังมีอยู่อย่างดาษดื่น ต่อเนื่อง   #แล้วไอ้องค์กรหัวใจต่างชาติ แอมเนสตี้ Amnesty ที่มันปกป้องฆาตกรโฉด เพื่อให้ยกเลิกโทษประหาร ชวนคนไทยยืนไว้อาลัยโทษประหารชีวิต ตอนนี้ #มุดหัวอยู่ไหนยังกล้าเสนอหน้าออกมาให้ประชาชนรุมด่าสบถคำหยาบคายใส่อยู่อีกมั๊ย   คงชอบเสียงด่าสาปแช่งของคนไทย อีกกี่ศพอีกกี่ชีวิตที่ครอบครัวผู้สูญเสียต้องทนทุกข์ทรมานกับพวกฆาตกรชั่วๆเหล่านี้ แต่ไร้วี่แววว่าพวกมันจะสนใจให้ความสำคัญกับผู้สูญเสียและครอบครัวแม้แต่น้อย ทำหน้าที่ปกป้องโจรชั่วฆาตกรอำมหิตอย่าประหารไม่ต่างกับพวกเดียวกับฆาตกรเลยครับ.....     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/-22oXRZejJg  

 7,396
สังคม-อาชญากรรม
22 มิ.ย. 61

พระเผยวาระสุดท้ายนักโทษประหาร พวกมือปืนฟังเทศน์ใจเด็ดเดี่ยว แต่พวกคดีข่มขืนโวยวายหวาดกลัว

พระครูศรีนนทวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดบางแพรกใต้ หรือพระนักเทศน์นักโทษประหาร ให้สัมภาษณ์กับ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ในการต้องทำหน้าที่เทศน์นักโทษประหารในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เนื่องจากวัดบางแพรกใต้ตั้งอยู่ติดกับเรือนจำบางขวาง   โดยวันที่จะมีการประหาร ประมาณช่วงเวลา 15.00 น. ทางกรมราชทัณฑ์จะมีหนังสือมาให้ 2 ฉบับ คือ นิมนต์เทศน์ และนิมนต์รับศพ หากวันไหนที่ชาวบ้านเห็นหลวงพ่อ เดินถือตาลปัตรออกจากวัดไปช่วงเย็นๆ ก็จะทราบทันทีว่าวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษ   ทั้งนี้ ก่อนมีการประหาร จะมีพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเจตคุปเทพารักษ์ (บริวารของพระยม มีหน้าที่จดบันทึกความชั่วร้ายของมนุษย์ที่ตายแล้วเสนอต่อพระยม) และการไหว้หลักประหาร หรือเตียงที่ใช้สำหรับประหารชีวิต เมื่อหลังจากประหารแล้ว   วันรุ่งขึ้นศพจะถูกส่งมาทางประตูแดงหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า 'ประตูผี' แต่ถ้านักโทษไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ ก็จะถูกนำออกทางประตูอื่นแทน เมื่อเสร็จงานฌาปนกิจ หากไม่มีญาติมารับกระดูกผู้ตาย หลวงพ่อก็จะเก็บไว้ ซึ่งปัจจุบันยังเก็บอัฐิไร้ญาติไว้บนกุฏิจำนวน 5 ศพ   ส่วนวิธีการเทศนานักโทษประหาร หลวงพ่อกล่าวว่า ไม่เหมือนการเทศน์ทั่วไป เพราะนักโทษประหารจะมีอากัปกิริยา ตื่นกลัวและหวาดหวั่น จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว บางรายมีอาการคลุ้มคลั่งโวยวาย ซึ่งก็มีความสงสารและให้ความเมตตา ก็จะเน้นเทศนาเรื่องการเรียกสติที่กำลังขวัญเสียให้กลับมา เพื่อช่วยให้นักโทษมีจิตใจที่ผ่อนคลายก่อนวินาทีสุดท้ายในชีวิต   พวกนักโทษที่ต้องโทษคดีมือปืน จะมีจิตใจที่เข้มแข็งมากสุด ไม่ค่อยแสดงความหวาดกลัว เพราะอดีตเป็นนักฆ่ารับจ้าง บางคนเวลาเทศน์การประหาร จะนั่งกรรมฐานเพื่อสงบจิต สงบใจ แต่ถ้าหากเป็นนักโทษคดีข่มขืน จะมีอาการต่างออกไป ทั้งหวาดกลัว คร่ำครวญ เพราะใจไม่แข็งพอ   อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อเล่าต่อ เคยเทศนาให้นักโทษประหารฟังว่า ชีวิตโยมยังมีบุญกว่าอาตมา เพราะรู้วันตาย รู้เวลาตาย รู้สถานที่ตาย แล้วก็ได้มีโอกาสกินข้าวก่อนจะตาย ได้ทำพินัยกรรมถึงคนที่รัก และที่สำคัญที่สุดคือได้ฟังเทศน์ก่อนจะตาย ถือว่ามีบุญมากกว่าคนทั่วไป ที่ไม่อาจล่วงรู้เวลาชีวิตของตนเอง ว่าจะต้องตายตอนไหน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GPDHU5kX2_E

 20,354
สังคม-อาชญากรรม
22 มิ.ย. 61

ชายญี่ปุ่นส่ง จม.เศร้าใจ เห็นไทยบังคับใช้โทษประหาร

นายโทชิ คาซามะ อดีตผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย เครือข่ายญาติและครอบครัวของเหยื่ออาชญากรรมที่สนับสนุนสิทธิมนุษยชน (Murder Victims’ Families for Human Rights) ช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ทำงานรณรงค์ยกเลิกโทษประหารทั่วโลกด้วยภาพถ่าย    เขาเคยถูกคนกลุ่มหนึ่งดักปล้นทำร้ายร่างกายอย่างสาหัสเมื่อราว 14 ปีก่อนที่นิวยอร์ก จนหมดสติไป 5 วัน สมองส่วนหนึ่งเสียหาย และหูข้างหนึ่งไม่ได้ยินถาวร ต่อมาเขาสนใจชีวิตของผู้กระทำผิด จึงเริ่มถ่ายภาพนักโทษประหาร โดยเริ่มจากนักโทษประหารที่เป็นเยาวชน จนถึงครอบครัวนักโทษ ผู้ประหารชีวิต และครอบครัวเหยื่อ จนได้ใช้ภาพของตนเองในการรณรงค์ยกเลิกโทษประหาร และพยายามเข้าไปถ่ายภาพนักโทษประหารในเรือนจำทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย   ล่าสุดได้ออกจดหมายตัดค้านการบังคับใช้โทษประหารในประเทศไทย โดยจดหมายดังกล่าวมีข้อความว่า   ประชาชนไทยที่รัก   ผมได้ทราบวันนี้ว่าคนไทยได้สังหารชายคนหนึ่งในนามของโทษประหารเมื่อบ่ายวานนี้ ด้วยการฉีดสารเคมี   ผมมาที่เมืองไทยเป็นประจำตั้งแต่ปี 2522 ผมประทับใจกับความเมตตากรุณาและความเคารพยำเกรงของคนไทย รวมทั้งวัฒนธรรมที่งดงามที่มีพื้นฐานมาจากความเชื่อทางพุทธศาสนา ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ผมได้ทำงานกับหน่วยงานในประเทศรวมทั้งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เพื่อรณรงค์ต่อต้านโทษประหาร   ในฐานะเป็นเหยื่อของอาชญากรรม และในฐานะช่างภาพซึ่งมีส่วนรู้เห็นความจริงเกี่ยวกับโทษประหาร จากการถ่ายภาพในระบบที่มีการใช้โทษประหารหลายประเทศทั่วโลก ผมรู้สึกตกใจและเศร้าใจอย่างยิ่งจากการที่ประเทศไทยอันเป็นที่รักของผม ได้บังคับใช้โทษประหารเพื่อสังหารมนุษย์คนหนึ่งเมื่อวานนี้ หลังพักการประหารชีวิตมาเป็นเวลาหลายปี   เมื่อรัฐประหารชีวิตบุคคล ไม่ใช่แค่ว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้สังหารเท่านั้น แต่ประเทศทั้งหมดและพลเมืองเป็นผู้สังหารมนุษย์ โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องความยุติธรรม ผมได้พบกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายประหารชีวิตหลายคนซึ่งสังหารมนุษย์ในนามของโทษประหาร   เจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นคนทั่วไปเหมือนคุณกับผม พวกเขาต้องต่อสู้กับบาดแผลในจิตใจของตนเอง ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง ถ้าเป็นคุณๆ จะสามารถลั่นไกยิงกระสุนใส่ศีรษะของมนุษย์อีกคนหนึ่งหรือไม่? ถ้าเป็นคุณๆ จะสามารถสอดเข็มเข้าไปในเส้นเลือดเพื่อฉีดสารเคมีที่เป็นพิษร้ายถึงชีวิตได้หรือไม่?   หลังจากได้เป็นประจักษ์พยานพบเห็นห้องประหารในหลายที่ทั่วโลก ผมรู้สึกว่าผมไม่สามารถฆ่าใครได้ด้วยตนเอง ก็ถ้าคุณไม่ต้องการฆ่าคนอื่นด้วยตนเอง เหตุใดคุณจึงยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้ฆ่ามนุษย์คนหนึ่งแทนคุณ   ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปในอนาคต ในทิศทางที่สะท้อนความเป็นไทยที่ดีสุด นั่นคือการเคารพต่อชีวิต   ด้วยความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง   โทชิ คาซามะ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jcCyKkZd-Rk

 7,361
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 61

'จอนนี่ มือปราบ' โพสต์เดือด แนะวิธีจัดการนักโทษประหาร แค่ฉีดยายังน้อยไป

จอนนี่ มือปราบ หรือ จ.ส.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ผบ.หมู่กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นประเด็นการประหารชีวิตอย่างดุเดือด โดยโพสต์ภาพผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีสะเทือนขวัญ ประกอบด้วย   นายวันชัย หรือเกม แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนเด็กบนรถไฟ นายกิตติกร หรือตั้ม วิภาหะ ผู้ต้องหาคดีฆ่าบัณฑิต มศว ชิงมือถือไอโฟน นายหมูหยอง (นามสมมติ) ผู้ต้องหาคดีฆ่าหนุ่มชิงรถ และ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ    พร้อมแคปชั่นว่า “แบบนี้คงจะถูกใจพวกโลกสวย”   และแสดงความเห็นว่า “ผมไม่เห็นด้วยนะครับที่มีการประหารด้วยเข็มฉีดยา ไม่ถูกต้องครับ ความจริงพวกอาชญากรร้ายเเรงพวกนี้ ต้องจับเข้าเครื่องบดแล้วบดมันสดๆให้สาสมกับความเหี้ยมของพวกมันครับ   ขอให้ดวงวิญญาณน้องๆจงสู่สุคติ ไอ้พวกเดนนรก พวกพี่ๆ จะสวดส่งพวกมันตายตกไปตามๆกันโดยเร็ว เข้าใจความรู้สึกของญาติพี่น้องของคนเหล่านี้ไหม ไอ้โลกสวย”   ซึ่งหลังจาก จอนนี่ มือปราบ ได้โพสต์ไปมีคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับการประหารนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVSd3lOjJKc

 15,119
ข่าวภูมิภาค
21 มิ.ย. 61

ญาติเหยื่อบังฟัต คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ เห็นด้วยโทษประหาร ชี้คนไม่เคยโดน ไม่รู้ถึงความเจ็บปวด

กระบี่-ญาติของนายวรยุทธ สังหลัง อดีตผู้ใหญ่บ้านใน อ.อ่าวลึก ที่ถูกบังฟัตพร้อมพวกรวม 8 คน ก่อเหตุฆ่าพร้อมครอบครัวและญาติๆ รวม 8 ศพ กลางบ้านพักเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา   โดยศาลจังหวัดกระบี่มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต นายซูริฟัตก์ บ้านนพวงศ์สกุล หรือบังฟัต และพวกรวม 6 คน และตัดสินให้จำคุกอีก 2 คนเป็นเวลา 12 เดือน และ 19 เดือน  ด้านพ่อตานายวรยุทธ สังหลัง เปิดเผยว่าไม่เห็นด้วย กับกรณีเรียกร้องให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต กับผู้ต้องหาที่มีโทษร้ายแรง เนื่องจากหากยกเลิกโทษประหารชีวิต จะทำให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดทางกฎหมาย ไม่มีความเกรงกลัวต่อความผิดที่กระทำ จะยิ่งทำให้มีการกระทำความผิดเพิ่มขึ้น   หากมีโทษประหารชีวิต จะทำให้มีความเกรงกลัว ผลที่จะได้รับและตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว ให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต ส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่เคยประสบกับความสูญเสียของคนที่รักในครอบครัว ว่ามีความเจ็บปวดขนาดไหน ต้องอยู่ด้วยความทุกข์ทรมาน อยู่ในความทรงจำตลอดเวลา กับการกระทำที่เหี้ยมโหดต่อครอบครัวยากที่จะให้อภัย สำหรับคดีฆ่า 8 ศพ หลังศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิต 6 คน และได้ส่งไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางทั้งโจทก์ และจำเลย และโจทก์ร่วม ได้ยื่นเรืองต่อศาลอุทธรณ์ ขอยืดระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ออกไปจนถึงเดือนกรกฏาคม 2561 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OXvXo9834uA

 5,151
ข่าวภูมิภาค
21 มิ.ย. 61

ตร.ยันจับ 'นช.ธีรศักดิ์' ถูกตัว ยังล่ามือร่วมฆ่าชิงทรัพย์อีก 1 ราย

ตรัง-ตร.สภ.เมืองตรัง เจ้าของคดีฆ่าชิงทรัพย์ ภายในสวนสาธารณะศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) เขตเทศบาลนครตรัง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 จนทำให้ นายดนุเดช สุขมาก อายุ 17 ปี นักเรียน ม.5 ร.ร.มัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ จ.ตรัง เสียชีวิต   กระทั่งล่าสุดกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ให้ประหารนักโทษเด็ดขาด นายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ อายุ 26 ปี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาถึงคดีนี้ ทั้งมองว่านายธีรศักดิ์ อาจไม่ใช่คนร้ายตัวจริง หรือมองว่ายังมีคนร้ายมากกว่า 1 คนนั้น   โดยล่าสุดทาง ตร.ได้นำกำลังลงตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า คดีนี้ในวันเกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน แต่ที่ยังจับได้ 1 คน เพราะมีพยานยืนยันว่า หนึ่งในคนร้ายคือ นายธีรศักดิ์ ซึ่งถูกลงโทษประหารชีวิตไปแล้ว ส่วนคนร้ายอีกคนยังต้องพยายามสืบสวนหาพยานหลักฐานกันต่อไป   ซึ่งนายธีรศักดิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถออกหมายจับได้ทันทีในวันเกิดเหตุ และสามารถจับกุมตัวได้ในวันรุ่งขึ้น หรือวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 พร้อมหลักฐานสำคัญคือ อาวุธมีดของกลาง แต่นายธีรศักดิ์เองก็ให้การปฏิเสธเรื่อยมา นั้บตั้งแต่ชั้นสอบสวน ไปจนถึงชั้นศาล   ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่ผู้ตายกำลังนัดเพื่อนสาวมานั่งคุยอยู่ที่สวนสาธารณะ แต่ต่อมาได้มีคนร้าย 2 คน เข้ามาชิงทรัพย์ เป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเงินสด 2,000 บาท โดยที่คนร้ายคนหนึ่งเมื่อได้ทรัพย์แล้วรีบนำหลบหนีไป   ส่วนนายธีรศักดิ์ ได้ไล่ติดตามผู้ตายมาถึงจนที่เกิดเหตุ แล้วใช้มีดแทง จำนวน 24 แผล ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ถือเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ ฆ่าคนตาย และยังเป็นการปกปิดการกระทำของตนด้วย เพราะได้ทรัพย์แล้ว และผู้เสียหายวิ่งหนีแล้ว แต่ก็ยังตามมาทำร้ายอีก   อย่างไรก็ตาม ทาง ตร.ระบุจะติดตามหาคนร้ายอีกคนที่ก่อเหตุร่วมกับนายธีรศักดิ์มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zMCJlCzE6Dg

 3,405
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 61

ญาติ 'นช.ธีรศักดิ์' ข้องใจเหมือนโดนลัดคิวประหาร กรมราชทัณฑ์แจ้งก่อนฉีดยาแค่ 3 ชม.

ตรัง-ญาติทำพิธีฝังศพ นายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ นักโทษประหารคนแรกในรอบ 9 ปีของไทย ตามหลักศาสนาอิสลาม จากคดีฆ่าชิงทรัพย์นักเรียนชั้น ม.5 เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2555   ทั้งนี้ทางครอบครัวของนักโทษประหาร ยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย และรู้สึกเสียใจที่ทางกรมราชทัณฑ์ ไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่า จะมีการดำเนินการประหารชีวิตนายธีรศักดิ์   โดยญาติคนหนึ่งกล่าวว่า เนื่องจากตนเองไม่มีลูกชาย จึงรักนายธีรศักดิ์เหมือนลูก ก็รู้ว่าพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ตนและครอบครัวก็อยากให้ดวงวิญญาณไปสู่สุขคติ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า เป็นเพราะพวกตนเป็นคนจน ไม่มีอำนาจวาสนา ไม่มีเงินมีทอง ใช่หรือไม่ที่ต้องโทษประหารรวดเร็วเช่นนี้ ไม่มีการได้ตั้งตัว ลูกเมียไม่ได้มีการสั่งลา เพราะทางเรือนจำโทรศัพท์มาแจ้งก่อนเวลาประหารแค่ 3 ชม. ทำให้ยากเกินที่จะทำใจยอมรับ อีกทั้งสังคมก็ประณาม เหยียดหยาม สมน้ำหน้า สารพัด   ซึ่งพวกตนเองก็ไม่ได้ปฎิเสธ ถ้าคนชั่วทำผิด ก็สมควรได้รับโทษที่สาสมกัน และเห็นด้วยกับการประหาร หากผู้กระทำผิดจริง แต่ทำไมคนที่มีความผิดร้ายแรงกว่านี้หลายคดีก่อนหน้านี้ถึงยังไม่ถูกประหาร ทำไมต้องลัดคิว ถ้าจะให้โทษประหารศักดิ์สิทธ์ ต้องปฎิบัติให้เหมือนกัน จึงจะยอมรับได้   และอยากจะขอวิงวอนไปยังทุกฝ่ายให้ยุติได้แล้ว อย่าตอกย้ำ หยุดประณาม วิพากษ์วิจารณ์ เพราะพวกตนสูญเสียมากมาพอแล้ว เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต และคิดว่าทุกอย่างจบแล้ว ชีวิตก็เรียกคืนกลับมาไม่ได้ ขออโหสิกรรมต่อกัน   ด้านภรรยาของนายธีรศักดิ์ นักโทษประหาร กล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า สามีจะเขียนจดหมายติดต่อมาทุกเดือน ซึ่งสำหรับตนเองแล้ว เขาเป็นคนที่ดีมาก ดูแลดีทุกอย่าง จนเป็นที่รักของครอบครัวและรอบข้าง ทั้งนี้ชีวิตคนไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี และทำผิดพลาดกันได้ทุกคน   ที่ผ่านมาตนเองและลูกเฝ้ารอว่าสักวันเขาจะพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตด้วยกัน และไม่คิดว่าจะมาถูกประหารแบบไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้ นอกจากนั้น ก่อนตายเขายังได้ทำพินัยกรรม เขียนเป็นจดหมายสั่งเสียเป็นฉบับสุดท้ายว่า ขอให้ตนดูแลลูกให้ดี เพราะเขาจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว   ส่วนพี่สาวของนักโทษประหาร กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น และครอบครัวได้มีการขอถวายฎีกา แต่ไม่เป็นผล ถ้าเป็นไปได้อยากร้องไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อขอดูคำพิพากษาของศาลฎีกา ที่ได้ตัดสินประหารชีวิต เพราะพวกตนอยากรู้ว่าเพราะอะไร ที่ต้องประหารชีวิตแบบรวดเร็วขนาดนี้   และขอให้ทุกฝ่ายหยุดได้แล้ว เนื่องจากบางคนวิพากษ์วิจารณ์ด่าว่าไปถึงพ่อแม่ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี แต่ตนเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกเป็นคนดี แต่คนถ้าจะเลว ก็เลวที่ตัวเอง ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/v-8TnheUyUE

 10,796
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 61

'บุ๋ม ปนัดดา' ไลฟ์เฟซบุ๊กโต้นักสิทธิฯ ถามทำไมต้องเสียภาษีให้นักโทษประหาร

บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารานักแสดงที่มักเคลื่อนไหวด้านกฎหมาย ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นกรณีการประหารชีวิตรายล่าสุดของไทย หลังมีองค์กรต่างประเทศและในประเทศหลายแห่ง แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการประหาร   โดยบุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า มีนักข่าวโทรมาเยอะมาก ให้ไปพูดแสดงความเห็นเรื่องการคัดค้านการประหาร ทั้งนี้ส่วนตัวตั้งคำถามว่า ทำไมต้องเลิกโทษประหาร ซึ่งสำหรับแอมเนสตี้ฯ ก็เป็นองค์กรที่รับเงินจากต่างประเทศ เพื่อเข้ามาคัดค้านการประหารชีวิต และปกป้องสิทธิของผู้ที่กำลังจะถูกประหาร   ในฐานะคนเสียภาษี ก็ไม่รู้จะเอาเงินไปให้ผู้ที่ต้องถูกประหารชีวิตทำไม คนพวกนี้เดินสบายอยู่ในคุก เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ที่ต้องทำงานหนักมาก แทนที่จะนำเงินที่ดูแลนักโทษเหล่านั้นไปให้กับโรงเรียนยากจนตามต่างจังหวัดจะดีกว่า   ทั้งนี้ คนที่ต้านไม่ให้มีโทษประหาร ถ้าเคยบริจาคเงินหรือเคยดูแล พัฒนานักโทษจริงๆจังๆ เพราะเชื่อว่าจะมีโอกาสพัฒนาตัวเอง ก็ถือว่าทำหน้าที่เป็นรูปธรรม แต่ก็ไม่เคยเห็นอะไรเลย นอกจากการออกมาค้าน ขณะที่ตนเอง เคยเข้าไปช่วยในทุกๆกรณีเรื่องการข่มขืน คนที่ยังมีชีวิตอยู่รอด ตนก็ดูแลเอง ทั้งเงินบริจาค และเงินส่วนตัว จนทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ นี่คือสิ่งที่ตนเองกำลังพิสูจน์ว่าได้ดูแลอย่างมีรูปธรรม ใครอยากดูแลนักโทษก็เชิญ   แต่ตนเองจะขอดูแลเหยื่อต่อไป ซึ่งขอฝากว่า คนที่ฆ่าเป็นนักโทษ ยังมีโอกาสได้ติดต่อญาติ แต่คนที่เป็นเหยื่อไม่มีโอกาสที่จะบอกหรือลาใครเลย ซึ่งการที่คุณจะเอาระบบจากต่างประเทศ เช่นการศึกษา หรือเทคโนโลยี มาใช้ในสังคมไทย ก็ควรจะดูความพร้อมของคนในประเทศด้วย ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสังคมไทยเป็นสังคมเถื่อน ยังเป็นสังคมที่เอื้อเฟื้อสุดๆ ยังเป็นสังคมที่มีน้ำใจ แต่ก็เป็นสังคมที่รู้ว่าอะไรอยากจะอยู่ด้วย คนไทยจึงต้องตอบคำถามตัวเองว่าทำไมถึงไม่เลือกสังคมที่เราอยู่กันเอง ซึ่งส่วนตัวขออยู่กับคนใจดี   และว่า เพราะบางคนกฎหมายกระทำผิดซ้ำซาก เช่นกรณีเกม วันชัย ที่ข่มขืนมาแล้วสองครั้ง ก่อนมาเจอน้องแก้ม แต่ก็ไม่สำนึกผิด และตนไม่อยากเดินร่วมกับสังคมเหล่านั้น หรือการเห็นคนฆ่าคนนั่งยิ้มในข่าว ซึ่งการบอกว่าประหารไม่ช่วยอาชญากรรมลดลง โดยอ้างวิจัยต่างประเทศ   แต่คำถามคือคุณเคยวิจัยในประเทศหรือยัง ยุคที่จอมพลท่านหนึ่งเคยใช้โทษประหารซึ่งดูโหด แต่ พบว่าอาชญากรรมลดลง ขโมยลดลง ข่มขืนลดลง ถ้าองค์กรที่ต้าน ให้เงินดูแลนักโทษทั้งหมด ค่อยมาคุยกันใหม่ แต่ถ้ามายืนถือป้าย รับเงินเดือน ก็ต้องกลับไปดูบทบาทของตัวเอง แต่คนไทยไม่ยอมรับ   ส่วนที่บอกว่า กลัวการประหารผิดคน ก็ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้ประหารมั่วซั่วแล้วนะ อย่าเพิ่งคิดในสิ่งที่ยังไม่เกิด ต้องทำกฎหมายเพื่อคนส่วนใหญ่ อย่าพยายามทำกฎหมายให้คุ้มครองแพะ หรือรองรับแพะ เพราะหากเกิดแพะ ให้โทษการสอบสวน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8Hc4pE3l2R8

 8,096
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 61

เปิดพินัยกรรม นช.ธีรศักดิ์ นักโทษประหาร สั่งเสียเมีย-ฝากดูแลลูก ไม่โกรธหากมีแฟนใหม่

มีการเผยแพร่ภาพพินัยกรรมที่เขียนด้วยลายมือของ นช.ธีรศักดิ์ หลงจิ นักโทษเด็ดขาดได้รับโทษประหารชีวิตรายแรกในรอบ 9 ปี จากคดีฆ่าชิงทรัพย์ นักเรียนชายชั้น ม.5 เมื่อปี 2555 ที่ จ.ตรัง   โดยในพินัยกรรม เป็นข้อความสั่งเสียและส่งถึงบุคคลที่รักที่ต้องการอยากจะกล่าวถึง ทั้งแม่และภรรยา รวมทั้งลูกๆลงวันที่เมื่อ 18 มิถุนายน 2561 โดยระบุว่า...   "ถึงม๊ะ และ มายด์ พี่น้องของผมทุกคน ม๊ะครับ ถ้าม๊ะได้รับจดหมายของผมฉบับนี้ ผมก็คงไม่มีชีวิตแล้ว แต่ผมก็ดีใจนะ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกม๊ะกับป๊ะ ถ้าชาติหน้ามีจริง ผมขอเกิดมาเป็นลูกม๊ะอีกนะ ม๊ะไม่ต้องคิดมากนะ แล้วม๊ะกลับไปอยู่ที่บ้านด้วยนะ   ช่วยดูแลลูกของผม แล้วบอกชายว่า ผมรักชายมาก ขอให้ได้พบกันอีกชาติหน้า บอกพี่น้องนะว่าผมรักพี่น้องทุกคน ให้ดูแลม๊ะ กับชาย และบอกมายด์ นะว่า ตั้งใจดูแลลูกให้ดี แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว และบอกลูกๆ ของผมทุกคนนะว่า ผมรักลูกๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นคนดีด้วยนะ   ถึงมายด์ ถ้าจะมีคนอื่นก็หาคนดีๆนะ ที่ไม่เกรเร ผมไม่โกรธ เพราะผมก็เข้าใจดี ตอนนี้ผมก็รู้ดี ว่าไม่ดี แต่ก็ต้องทำใจเพราะจบแล้ว ไม่ต้องคิดมาก ฝากดูแลวันใหม่ด้วย รักทุกคนที่สุด แล้วก็อีกอย่างช่วยดูแลลูกผมด้วยนะ แล้วม๊ะก็ช่วยกันบอกชายกันว่า ที่ดินที่จะแบ่งให้ผม ยกให้ลูกได้เลย" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AdAYoRO-Qr4

 99,788
การเมือง
20 มิ.ย. 61

นายกฯชี้โทษประหารชีวิตเป็นไปตาม กม. เชื่อคนส่วนใหญ่เห็นด้วยเพื่อบ้านเมืองสงบ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการบังคับโทษประหาร กับผู้ต้องหาคดีฆ่าชิงทรัพย์ ที่ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดตรังว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมายที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรม ได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชน ว่าจะมีการพิจารณายกเลิกโทษประหารชีวิตหรือไม่   และส่วนใหญ่เห็นควรให้คงอยู่ ตามกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม จากคดีร้ายแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และเป็นบทเรียนสอนใจคนที่คิดกระทำความผิด จึงมองว่าเป็นความจำเป็นของภาครัฐ และความต้องการของประชาชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/elMPoujSk_E

 17,288
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 61

นักสิทธิฯประท้วงต้าน 'โทษประหาร' ชี้ไม่ช่วยลดอาชญากรรม 'บุ๋ม ปนัดดา' โต้แล้วคนตายได้สิทธิเรียกร้องอะไร?

กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนและ Amnesty International รวมตัวแสดงจุดยืนต่อต้านการใช้โทษประหารชีวิต โดยการชูป้ายประท้วง ที่เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี หลังกรมราชทัณฑ์ออกจดหมายข่าวระบุว่าได้บังคับใช้โทษประหารชีวิตกับนักโทษเด็ดขาดรายหนึ่ง   นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ Amnesty International ประเทศไทย ระบุว่า การใช้โทษประหารนั้นขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และการลงโทษนั้นไม่ควรใช้หลักตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างไรก็ตาม Amnesty International ยืนยันว่าผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพียงแต่ต้องไม่เป็นการฆ่าคนซ้ำอีกชีวิตหนึ่ง และยืนยันว่าจากผลการศึกษา ไม่พบว่าโทษประหารชีวิตช่วยลดการก่ออาชญากรรมได้จริงแต่อย่างใด   ประเทศไทยเว้นการใช้โทษประหารไปตั้งแต่ปี 2552 และหากไม่มีการประหารชีวิตครบ 10 ปี จะถือว่าเป็นประเทศที่ไม่มีการใช้โทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ   ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ระบุว่า โทษประหารไม่ได้ทำให้อาชญากรรมลดลง ตั้งประเด็นว่าการประหารเป็นการแก้แค้นหรือไม่? เมื่อทราบข่าวก็ตกใจ อยากให้กำลังใจทุกฝ่าย ซึ่งการอยู่ร่วมกันในสังคมต้องเคารพสิทธิในการมีชีวิตอยู่ อยากให้ฟื้นฟูเยียวยาจิตใจผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก   ขณะที่บุ๋ม-ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า เรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้กับนักโทษประหาร เเล้วเหยื่อที่ตายล่ะ?? เขาไม่มีสิทธิ์ ในสิทธิมนุษยชนหรอคะ?   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xaec2tQPlAI

 41,137
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 61

ญาติชายพิการร้านขนมปัง เห็นด้วยโทษประหาร ถามนักสิทธิฯทำไมไม่ไว้อาลัยเหยื่อถูกฆ่าบ้าง?

นายเมธัส ผลประเสริฐ ญาติของคนพิการขายขนมปังที่ถูกแก๊งโจ๋รุมทำร้ายเสียชีวิตย่านโชคชัย 4 ออกมาแสดงความคิดเห็นกับประเด็นการบังคับใช้โทษประหารชีวิตในสังคมไทยว่า   เห็นด้วยกับโทษประหารชีวิต เพราะเป็นการลงโทษคนเลว และปกป้องคนดี เพราะการจำคุกตลอดชีวิตแล้วได้ลดโทษ เป็นสิ่งไม่ยุติธรรมกับผู้เสียหาย เพราะอาจจะไม่กลับตัวกลับใจ และอาจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก   ซึ่งการที่นักสิทธิมนุษยชนออกไปยืนไว้อาลัยกับนักโทษที่เสียชีวิต แต่ทำไมไม่ออกมาไว้อาลัยกับผู้ที่ถูกฆ่า ถ้าใครไม่เจอกับตัวเอง คงไม่เข้าใจ ทุกวันนี้ตัวเองยังนอนหลับมาสนิท เพราะเหตุกาณ์ดังกล่าวยังคงติดตา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YcIBJ3b9rEA

 12,453
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 61

เพชฌฆาตโพสต์ขอบคุณนักโทษประหาร เอ่ยปากอโหสิกรรมให้ก่อนตาย

เฟซบุ๊กของนายอรรถยุทธ พวงสุวรรณ เจ้าพนักงานอบรมและฝึกวิชาชีพ ชำนาญงาน เรือนจำกลางบางขวาง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชาย ธีรศักดิ์ หลงจิ อายุ 26 ปี ด้วยการฉีดสารพิษ ซึ่งเป็นการประหารชีวิตรายแรกในรอบ 9 ปี   ได้โพสต์บทสวดมนต์นะโม 3 จบ และข้อความว่า “สิ่งที่พวกกระผมทำในวันนี้ มิมีเจตนาที่จะกระทำ เป็นการกระทำตามหน้าที่ ขอได้โปรดอโหสิกรรมให้แก่พวกข้าพเจ้าด้วย สาธุ”   พร้อมเผยแพร่ภาพอาหารมื้อสุดท้ายของนัโทษประหาร ได้แก่ ข้าวเหนียวไก่ย่าง หมี่กรอบ ปลาซาบะ บัวลอยไข่หวาน ผลไม้ เหล้า ส้ม แอปเปิ้ล สาลี่ กล้วย บุหรี่ ไฟแช็ค   นอกจากนี้ยังโพสต์ว่า "ผลของการกระทำ กฏหมายได้ลงทัณฑ์แล้ว ขอให้การประหารรายนี้เป็นการเตือนสติผู้ที่คิดจะกระทำผิด ได้รู้จักยับยั้งใจไม่กระทำ จะได้ไม่มีจุดจบเพราะการกระทำผิดเช่นรายนี้   สู่สุคติตามศาสนาของมิ๊ก ธีรศักดิ์ หลงจิ นะครับ   ขอบคุณนะมิ๊กที่เอ่ยปากอโหสิกรรมให้ผม ขอให้มิ๊กไปสู่สุคติตามศาสนาของมิ๊กนะ" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZEwcXlXLyiU

 11,413
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 61

เปิดขั้นตอนประหาร 'นช.ธีรศักดิ์' โทรสั่งเสียเมีย คลำเส้นเลือดฉีดยายาก ยังลั่นก่อนตาย "ผมไม่ได้ฆ่า!"

จากกรณีกรมราชทัณฑ์บังคับโทษประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชาย ธีรศักดิ์ หลงจิ อายุ 26 ปี ในคดีฆ่าชิงทรัพย์ ใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เหตุเกิดเมื่อปี 2555 ที่จังหวัดตรัง นับเป็นผู้ต้องขังรายที่ 7 ตั้งแต่เปลี่ยนโทษประหารจากการยิงเป็นการฉีดสารพิษ และเป็นการประหารชีวิตรายแรกในรอบ 9 ปี   มีรายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงขั้นตอนการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดธีรศักดิ์ หลงจิ ว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ มายังห้องประหารชีวิต ที่เรือนจำบางขวาง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนเข้าห้องเจ้าหน้าที่ผู้คุมได้อนุญาติให้ใช้โทรศัพท์โทรหาครอบครัว นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ ก็ขอโทรศัพท์หาแม่ แต่เนื่องจากในประวัติไม่มีเบอร์ศัพท์ของแม่ แต่นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ จำเบอร์ภรรยาได้ จึงได้โทรหาภรรยา   ระหว่างที่พูดคุยกับภรรยา นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ ก็ได้สั่งเสียและขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลครอบครัว และขอให้ดูแลครอบครัวให้ดี พร้อมทั้งฝากดูแลลูกด้วย โดยใช้เวลาในการคุยเกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนจะวางสายไป หลังจากนั้นผู้คุมก็ได้นำตัว นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ ขึ้นไปบนเตียงในห้องประหารชีวิต ก่อนจะเริ่มฉีดยาเข็มแรกซึ่งเป็นยานอนหลับ     จากนั้นก็ฉีดเข็มที่สอง เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ หลังจากนั้นก็เป็นเข็มสุดท้าย ซึ่งเป็นยาที่ทำให้หัวใจค่อยๆ หยุดเต้น แต่ระหว่างฉีดยานั้น เนื่องจากนักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ มีประวัติเสพยาเสพติด จึงทำให้การคลำหาเส้นเลือดเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเส้นเลือดค่อนข้างตีบ   หลังจากฉีดยาแล้ว นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ ก็ได้อ่านบทสวดภาษาอาหรับ เนื่องจากนักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ เป็นมุสลิม โดยเป็นการสวดแบบพึมพำ ไม่ได้ส่งเสียงออกมาดังมากเท่าใด กระทั่งยาออกฤทธิ์ นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ ก็ค่อยสิ้นลมหายใจอย่างสงบ   นอกจากนี้ก่อนที่จะนำตัว นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ มายังห้องประหาร นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ ก็ยังพูดว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนฆ่า เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำ ก็ได้ต่อสู้คดีมาตลอด และขณะที่อยู่ในห้องประหารก็ยังพูดเหมือนเดิมว่าไม่ได้เป็นคนทำ ขณะเดียวกันระหว่างที่ นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ ถูกย้ายมาจากเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี โดยมาอยู่ที่เรียนจำกลางบางขวาง ตลอดระยะเวลา 4-5 ปี ที่ผ่านมา ก็ไม่มีครอบครัวมาเยี่ยม นักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ แต่อย่างใด กระทั่งมาถูกประหารชีวิตดังกล่าว               ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0oSby5YP_80

 67,570

Top