ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยกเลิก"

บันเทิง
04 พ.ย. 62

‘บุ๋ม ตรีรัก’ รับคอนเสิร์ต kita missing you มีปัญหา บอกเข้าใจเหตุผล แต่กระทบหลายฝ่าย

บุ๋ม ตรีรัก ยอมรับคอนเสิร์ต KITA MISSING YOU  มีปัญหา หลังผู้จัดคนเสิร์ต ‘เขตต์ ฐานทัพ’ มีปัญหาผู้สนับสนุน เลื่อนจัดเป็นต้นปีหน้า บอกเข้าใจเหตุผล แต่ก็ได้รับผลกระทบหลายฝ่าย   มากันที่คอนเสิร์ต KITA(คีตา) MISSING YOU  คอนเสิร์ตรวมตัวกันของ ศิลปินค่ายคีตา ขวัญใจวัยรุ่นยุค 80-90’s ที่รวมกันมาหมดค่าย อาทิ ‘พี่นีโน่ เมทนี , สามโทน, เอ็ม สุรศักดิ์, เอ้ ชุติมา, มะลิลา บราซิลเลี่ยน, ดร.คิดส์, ฝันดี-ฝันเด่น, ยู-โฟร์, โก้ ธีรศักดิ์, ที-สเกิร์ต, เจี๊ยบ ภุชงค์, ยุ้ย ปัทมวรรณ, หนุ่ม สุรวุฒิ, แซม ยุรนันท์, ฮันนี่ ภัสสร, บุ่ม ตรีรัก’   ซึ่งและจะมีขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ @ ที่ไบเทค บางนา  แต่ล่าสุด มีกระแสข่าวออกมาว่าคอนสิร์ตมีปัญหา ทำให้ต้องล้มเลิกการจัดงาน    ส่งผลให้ศิลปินหลายๆ คน ได้รับผลกระทบ     เมื่อวานนี้ นักข่าวของเราก็เดินทางไปพูดคุยกับ ‘พี่บุ๋ม ตรีรัก’   เจ้าตัวก็ยอมรับว่าคอนเสิร์ต  KITA MISSING YOU  มีปัญหาจริง!   เป็นปัญหาภายในของผู้จัดคอนเสิร์ต ‘เขตต์ ฐานทัพ’  และ ภรรยา   กับหุ้นส่วนอีกคนหนึ่ง ที่เป็นฝ่ายจัดหาสปอนเซอร์  โดยหุ้นส่วนที่จัดหาสปอนเซอร์ได้ถอนตัวกระทันหัน  ทำให้ไม่สามารถจัดคอนเสิร์ตต่อได้ ซึ่ง ‘พี่บุ๋ม ตรีรัก’ ก็ยอมรับว่า  ได้นัดประชุมกันอย่างเงียบๆ เป็นการภายใน กับผู้จัดและศิลปินเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ทราบว่าข่าวหลุดออกไปได้อย่างไร     ยอมรับว่าทุกคนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็พยายามช่วยกันหาทางแก้ไข ซึ่งหากจะดื้อดึงพยายามจัดต่อไป  ก็จะทำให้ผู้จัดขาดทุนหนักมาก  เบื้องต้นก็มีการพูดคุยกันว่าจะเลื่อนไปจัดในเดือนมีนาคมปีหน้า และย้ายไปจัดในสถานที่ที่เล็กลง โดย ‘พี่บุ๋ม ตรีรัก’ ก็บอกว่าตนเองก็ได้รับผลกระทบ เพราะอยู่ไทย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  เพื่อรอขึ้นคอนเสิร์ตนี้ ล่าสุดก็เลยต้องรีบจองตั๋วกลับอเมริกาไปทำงานที่ทิ้งไว้ก่อน  ส่วนคอนเสิร์ตที่เลื่อนไป ตนจะกลับมาขึ้นคอนเสิร์ตหรือไม่  ต้องขอคุยรายละเอียดและตัดสินใจอีกที *   ซึ่งเบื้องต้น ‘พี่บุ๋ม’ ก็บอกว่าทางผู้จัดคอนเสิร์ตจะออกมาแถลงข่าวอีกครั้ง รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ซื้อบัตรไว้แล้ว ในวันจันทร์นี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n9oECzvxibU

 348
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ย. 62

กรมคุมประพฤติ แถลงยกเลิกกำไล em พร้อมเรียกค่าเสียหาย 83 ล้าน

กรมคุมประพฤติ ยกเลิกสัญญาเช่ากําไลอิเล็กทรอนิกส์ เรียกค่าเสียหาย 83 ล้านบาท สั่งชำระภายใน 4 ตุลาคมนี้ อนาคตคาดมีการนำกำไล EM มาใช้อีก หากมีการปรับปรุงระบบพร้อมใช้งาน   วันที่ 20 ก.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงการยกเลิกสัญญาการเช่ากําไลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring: EM) กับ บริษัทสุพรีม ดิสทริ บิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด แล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2562 หลังพบว่าไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ    โดยได้แจ้งไปยัง บริษัทสุพรีม ฯ ให้รับทราบเรื่องนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้ชดใช้ค่าปรับให้กรมคุมประพฤติ เป็นจำนวนเงิน 83 ล้านบาท เนื่องจากทำผิดสัญาญา ถึง 4 ประเด็น คือ การส่งมอบอุปกรณ์ EM ล่าช้า, การไม่นำอุปกรณ์ EM จำนวน 4000 เครื่องมาเปลี่ยนให้ใหม่ ตามเวลากำหนด 26 วัน, ค่าเสียหาย กรณีไม่มีเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานประจำในศูนย์ ใน EM เซ็นเตอร์ นานถึง 1 เดือน และค่าปรับความเสียหาย ภายหลังบอกเลิกสัญญา กรณีกรมคุมประพฤติไม่สามารถใช้งบประมาณได้ เป็นจำนวนเงินกว่า 29 ล้านบาท โดยค่าเสียหายจำนวนทั้งหมดนี้ บริษัทสุพรีม ฯ ต้องจ่ายให้กรมคุมประพฤติ ภายใน 15 วัน หรือ ภายในวันที่ 4 ตุลาคม    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันการยกเลิกไม่กระทบกับการคุมประพฤติ เพราะคนที่ต้องถูกคุมประพฤติ ตามคำสั่งของศาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติ ต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ของศาล เช่น การรายงานตัว และการบำเพ็ญประโยชน์ โดยกรมคุมประพฤติ ได้แจ้งการยกเลิกใช้กำไล EM ให้ศาลทราบแล้ว อีกทั้งศาลยุติธรรม ก็มีศูนย์ EM เซ็นเตอร์ ที่ใช้ควบคุมผู้ต้องหา ที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน    สำหรับปัจจุบันมีผู้ถูกใส่กำไลคุมประพฤติ มีประมาณ 540 คน ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งไปศาลแต่ละจังหวัด เพื่อให้ยกเลิกการใช้กำไลดังกล่าวแล้ว ซึ่งบางส่วนทยอยถอดออกแล้วด้วย ส่วนการจะนำกำไล EM มาใช้ในอนาคต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยอมรับว่า มีความเป็นไปได้สูง แต่ต้องมีการร่างสัญญาให้รัดกุม แต่ยืนยันว่า ในปีนี้ยังไม่มีงบประมาณ จึงยังไม่มีการเปิดประมูลใหม่ ส่วนบริษัทเดิมจะเข้ามายื่นประมูลได้อีกหรือไม่ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติ  

 3,067
สังคม
20 ก.ย. 62

กรมคุมประพฤติ แถลงยกเลิกกำไล em พร้อมเรียกค่าเสียหาย 83 ล้าน

กรมคุมประพฤติ ยกเลิกสัญญาเช่ากําไลอิเล็กทรอนิกส์ เรียกค่าเสียหาย 83 ล้านบาท สั่งชำระภายใน 4 ตุลาคมนี้ อนาคตคาดมีการนำกำไล EM มาใช้อีก หากมีการปรับปรุงระบบพร้อมใช้งาน   วันที่ 20 ก.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงการยกเลิกสัญญาการเช่ากําไลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring: EM) กับ บริษัทสุพรีม ดิสทริ บิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด แล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2562 หลังพบว่าไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ    โดยได้แจ้งไปยัง บริษัทสุพรีม ฯ ให้รับทราบเรื่องนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้ชดใช้ค่าปรับให้กรมคุมประพฤติ เป็นจำนวนเงิน 83 ล้านบาท เนื่องจากทำผิดสัญาญา ถึง 4 ประเด็น คือ การส่งมอบอุปกรณ์ EM ล่าช้า, การไม่นำอุปกรณ์ EM จำนวน 4000 เครื่องมาเปลี่ยนให้ใหม่ ตามเวลากำหนด 26 วัน, ค่าเสียหาย กรณีไม่มีเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานประจำในศูนย์ ใน EM เซ็นเตอร์ นานถึง 1 เดือน และค่าปรับความเสียหาย ภายหลังบอกเลิกสัญญา กรณีกรมคุมประพฤติไม่สามารถใช้งบประมาณได้ เป็นจำนวนเงินกว่า 29 ล้านบาท โดยค่าเสียหายจำนวนทั้งหมดนี้ บริษัทสุพรีม ฯ ต้องจ่ายให้กรมคุมประพฤติ ภายใน 15 วัน หรือ ภายในวันที่ 4 ตุลาคม    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันการยกเลิกไม่กระทบกับการคุมประพฤติ เพราะคนที่ต้องถูกคุมประพฤติ ตามคำสั่งของศาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติ ต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ของศาล เช่น การรายงานตัว และการบำเพ็ญประโยชน์ โดยกรมคุมประพฤติ ได้แจ้งการยกเลิกใช้กำไล EM ให้ศาลทราบแล้ว อีกทั้งศาลยุติธรรม ก็มีศูนย์ EM เซ็นเตอร์ ที่ใช้ควบคุมผู้ต้องหา ที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน    สำหรับปัจจุบันมีผู้ถูกใส่กำไลคุมประพฤติ มีประมาณ 540 คน ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งไปศาลแต่ละจังหวัด เพื่อให้ยกเลิกการใช้กำไลดังกล่าวแล้ว ซึ่งบางส่วนทยอยถอดออกแล้วด้วย ส่วนการจะนำกำไล EM มาใช้ในอนาคต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยอมรับว่า มีความเป็นไปได้สูง แต่ต้องมีการร่างสัญญาให้รัดกุม แต่ยืนยันว่า ในปีนี้ยังไม่มีงบประมาณ จึงยังไม่มีการเปิดประมูลใหม่ ส่วนบริษัทเดิมจะเข้ามายื่นประมูลได้อีกหรือไม่ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติ  

 3,067
เศรษฐกิจ
28 ก.พ. 62

การบินไทย ยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับ ปากีสถาน และยุโรป หลังปากีสถานประกาศปิดน่านฟ้า

ตามที่เกิดสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอินเดีย – ปากีสถาน ทำให้ปากีสถานประกาศปิดน่านฟ้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบิน การบินไทยมีความจำเป็นขอยกเลิกเที่ยวบินที่ทำการบินไปปากีสถานและเที่ยวบินเส้นทางไป - กลับยุโรป ที่ผู้โดยสารต้องมาทำการเช็คอินในคืนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ขอความกรุณาผู้โดยสารติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หรือตรวจสอบตารางการบินได้ที่ thaiairways.com หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง  

 6,843
เศรษฐกิจ
26 ต.ค. 61

คมนาคม ยัน ญี่ปุ่นไม่ได้ยกเลิกลงทุนก่อสร้างไฮสปีดเทรน กรุงเทพฯ-เชียงใหม่

กระทรวงคมนาคม ยืนยัน ญี่ปุ่นไม่ได้ยกเลิกการร่วมลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ พร้อมเดินหน้าตั้งคณะทำงานร่วม 2 ฝ่าย เร่งศึกษาข้อสรุป ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด   นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ปฏิเสธข่าวที่มีการรายงานว่า ประเทศญี่ปุ่น จะไม่เข้าร่วมลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยระบุว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงคมนาคม และกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) อยู่ระหว่างการหารือเรื่องรูปแบบการลงทุนโครงการร่วมกัน และยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะมีรายละเอียดหลายประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในส่วนของงานก่อสร้างและงานวางระบบ รวมถึงงานจัดซื้อตัวรถและการซ่อมบำรุง ซึ่งล่าสุดฝ่ายไทย ยืนยันว่า ญี่ปุ่นควรร่วมพิจารณาลงทุนกับฝ่ายไทย เนื่องจากผลการศึกษาขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) สรุปว่า ต้องมีการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทางและพื้นที่รอบสถานี (TOD) ร่วมด้วย จึงจะเกิดความคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของญี่ปุ่น ขณะเดียวกันฝ่ายไทยได้เสนอให้ญี่ปุ่นพิจารณาใช้รูปแบบการดำเนินงานในลักษณะเดียวกับการลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ลงทุนผ่าน Japan Oversea Infrastructure Investment Corporation for Transport and Urban Development (JOIN) โดยมอบหมายให้คณะทำงานทั้ง 2 ฝ่าย (ไทย-ญี่ปุ่น)ร่วมกันศึกษาและหารือในรายละเอียดดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อสรุปเรื่องการร่วมลงทุนในโครงการนี้โดยเร็วต่อไป  

 1,271
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ค. 61

เริ่ม ส.ค. นี้! เตรียมยกเลิกใช้ 'สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้าน' ติดต่อราชการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า การดำเนินงานของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) โดยจะแจ้งตำแหน่งจุดให้บริการประชาชนประมาณ 40,000 จุด ในเดือนพฤษภาคมนี้   นอกจากนี้ในเดือนสิงหาคมจะยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านจากหน่วยงานรัฐที่ให้บริการ พร้อมเปิดใช้แอพพลิเคชั่นบอกข้อมูลการให้บริการของรัฐแก่ประชาชน จากนั้น ในเดือนตุลาคมนี้ จะเริ่มยกเลิกการใช้สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล ก่อนที่ในเดือนมกราคม 2562 จะเปิดใช้ระบบการประเมินผลความพอใจของประชาชนต่อการรับบริการ                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/PI1eDbnfDU4

 7,346
บันเทิง
20 ก.พ. 61

'ปู พงษ์สิทธิ์' ห่วงความปลอดภัยแฟนเพลง ร่อน จม. ยกเลิกคอนเสิร์ต 50 ปี คำภีร์ ผีโรงเย็น

นักร้องเพลงเพื่อชีวิตคนดัง ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ได้ออกมายกเลิกการแสดงคอนเสิร์ต 50 ปี คำภีร์ ผีโรงเย็น โดยเขียนจดหมายถึงแฟนๆ พร้อมเหตุผลการยกเลิกคอนเสิร์ตดังกล่าว ใจความว่า   เพื่อนๆ ที่รัก   การแสดงคอนเสิร์ตวันที่ 10 มี.ค. นี้ ไม่สะดวกอย่างนี้ – เสียงติงเตือนด้วยความห่วงใยจากพี่ๆ เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเหตุรุนแรงที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นทั้งระหว่างแสดงและหลังแสดง – เสียงตอบรับจากผู้ชมก็เป็นไปในแง่ลบเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย – ผมเองก็ต้องยอมรับว่า การแสดงกลางแจ้งในกทม.สำหรับผมนั้น ค่อนข้างลำบาก เพราะภาพความรุนแรงมันติดตัวจนลบออกยาก – ขอยกเลิกการแสดงครั้งนี้อย่างราบคาบ ขอโทษและขออภัยอย่างสูง   พงษ์สิทธิ์ คำภีร์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q_R9TA4ijGc    

 7,681
ต่างประเทศ
17 ม.ค. 61

ชาวซาอุฯ เฮ! ได้ดูหนังในโรงครั้งแรกในรอบ 35 ปี อนิเมชัน the emoji movie ถูกเลือกฉายประเดิม

สำนักข่าว metro รายงานข่าวทางการซาอุดีอาระเบียอนุญาตให้ฉายภาพยนตร์ในโรงเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี โดยหนังอนิเมชันเรื่อง The Emoji Movie จากค่ายโซนี่ พิคเจอร์ส ถูกเลือกมาฉายประเดิมเป็นเรื่องแรกในสัปดาห์นี้   ตัวอย่าง อนิเมชัน The Emoji Movie   สำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การปฏิรูปประเทศของ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ พระชนมายุ 32 พรรษา ที่มุ่งเน้นพัฒนาด้านเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาน้ำมัน จึงนำมาสู่การปลดเปลื้องข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ประเทศล้าหลัง อันเป็นผลมาจากแนวคิดอนุรักษนิยม     เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน    สำหรับภาพยนตร์ที่จะถูกนำมาฉายต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด จนแน่ใจว่าไม่มีเนื้อหาขัดต่อค่านิยมและศีลธรรมอันดีงามของประเทศ ด้านผู้จัดฉายเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีโรงหนังแบบเต็มรูปแบบเปิดให้บริการ จึงต้องใช้สถานที่อื่นมาทดแทน โดยคาดว่าในปี 2030 จะมีโรงภาพยนตร์เกิดขึ้นประมาณ 300 โรง และสร้างงานให้กับประชาชนได้มากถึง 30,000 คน     ขณะที่ความเห็นจากผู้ชมวัย 28 ปี เปิดเผยว่า เขารู้สึกสะดวกสบาย และดูหนังสนุกมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเพราะหน้าจอมีขนาดใหญ่ ถือเป็นกิจกรรมสร้างความสุขในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้เป็นอย่างดี แม้มันจะเกิดขึ้นล่าช้าไปมาก แต่เขาก็ดีใจที่ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงเสียที ส่วนผู้ชมอีกคนหนึ่งหวังว่าจะได้รับชมหนังในหลากหลายแนวทั้ง แอ็คชั่น , โรแมนติก , คอนเมดี้ ฯลฯ ในอนาคต     นอกจากนี้ต้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้โรงละครก็จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ตามหลังความบันเทิงรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งการยกเลิกกฎหมายบางประการ ซึ่งได้นำร่องมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ คอนเสิร์ต , การแสดงตลก , การอนุญาตให้ผู้หญิงขับรถได้    ข่าวเก่า ซาอุฯ เตรียมทุ่มเงินมหาศาลสร้างเมืองใหม่ใหญ่กว่านิวยอร์ก 33 เท่า ชูใช้เทคโนโลยีทันสมัย มีหุ่นยนต์มากกว่าคน    

 7,805
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ย. 60

'อ.ปริญญา' จี้ยกเลิกวางเงินประกันผู้ต้องหาทำคนจนหมดโอกาส

อ.ปริญญา เรียกร้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม จี้ยกเลิกวางเงินประกันผู้ต้องหาทำคนจนหมดโอกาส แนะใช้วิธีประเมินความเสี่ยงแทน ขณะกรรมการปฏิรูปเห็นด้วย พร้อมเตียมปฏิรูปการจ่ายค่าปรับคนรวยจ่ายมากคนจนจ่ายน้อย       เครือข่ายปฏิรูปการประกันตัวเพื่อคนจน นำโดย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พร้อมนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ นำรายชื่อประชาชน30,000คน เข้ายื่นเรียกร้องต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ให้มีการยกเลิกการใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นสาเหตุของปัญหาความเหลื่อมล้ำผู้มีรายได้น้อยไม่ได้รับโอกาสในการประกันตัวเพราะไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดหลักการไว้ชัดว่าในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดจะต้องปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้ที่มิได้กระทำผิด และยังขัดต่อหลักความเสมอภาคตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ในมาตรา27 ว่าห้ามเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลโดยเหตุแห่งฐานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ไม่มีการบัญญัติว่าการประกันตัวต้องใช้เงิน ส่งผลให้คนมีรายได้น้อยติดคุกมากถึง 66,000 คนต่อปี ทำให้มีปัญหานักโทษล้นคุก คนที่ยังไม่ถูกศาลตัดสินว่าผิดถูกขังรวมกับคนทำผิดจริงก่อให้เกิดผลร้ายต่อครอบครัวและสังคมของประชาชน   เครือข่ายปฏิรูปการประกันตัวเพื่อคนจน เรียกร้องให้ยกเลิกการใช้เงินประกันตัว และเปลี่ยนไปใช้ระบบที่ระบบประเมินความเสี่ยงการหลบหนีเป็นเกณฑ์ในการประเมินแทนว่าผู้ต้องหาเสี่ยงหรือไม่ในการหลบหนี ถือเป็นการสร้างความเหลื่อมล่ำ ซึ่งปัจจุบันในสหรัฐอเมริกาและประเทศแถบยุโรปก็บังคับใช้อยู่ ซึ่งในไทยก็เริ่มทดลองใช้แล้วในบางศาล จึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลบคำครหาว่าคุกมีไว้ขังคนจน    ด้านพล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน กรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเป็นตัวแทนมารับเรื่องกล่าวว่าข้อเสนอนี้ตรงกับแผนการปฏิรูปประเทศที่กำลังร่างขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปฏิรูปไปถึงระบบการจ่ายค่าปรับที่ต่อไปนี้การปรับจะปรับตามสถานะของผู้กระทำผิด คนรวยปรับมากคนจนปรับน้อย และให้สภาทนายความจัดสรรทนายให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนเป็นผู้มีรายได้น้อยให้ได้รับการช่วยเหลือทางคดีด้วย  

 11,153
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 60

ก.ยุติธรรมแจงกรณีองค์การนิรโทษกรรมสากล เรียกร้องให้ไทยยกเลิกประหารชีวิต ยันต้องฟังเสียงส่วนมาก

กระทรวงยุติธรรมแจงกรณีที่แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล (องค์การนิรโทษกรรมสากล) ได้เรียกร้องให้ไทยดำเนินการยกเลิกโทษประหารชีวิต ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียตามแนวทางที่กำหนดไว้ในมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย   ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เห็นว่า บัดนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้ประกาศใช้แล้ว และมาตรา 77 ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการพิจารณาร่างกฎหมายได้กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีการความรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตตามข้อเรียกร้องของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) นั้น เป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมาย    จึงต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในประเด็นนี้อย่างกว้างตามแนวทางรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่กำหนดไว้ และเสนอคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ    โดยในระยะแรก เน้นการศึกษาในการเพิ่มดุลพินิจแก่ศาลที่จะลงโทษอื่นได้ในฐานความผิดที่มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว เช่น อาจพิจารณาแก้ไขกฎหมายให้ระบุโทษครอบคลุมเป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตแทน และในระยะต่อไปจะได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการไม่ใช้โทษนี้กับความผิดบางประเภทที่ไม่ได้สัดส่วนหรือไม่กระทบต่อชีวิตของบุคคลอื่น ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เวลาและรับฟังเสียงรอบข้างอย่างรอบคอบในการดำเนินการต่อไปก่อน

 2,971
เศรษฐกิจ
02 ต.ค. 60

‘ชาญเทพ’ เผยนโยบายเร่งด่วน ยกเลิกด่านกวดขันวินัยจราจร ในพื้นที่กทม.

  เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. พร้อมด้วยนางดารณี เสสะเวช รรท.นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจนครบาล และข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบช.น. ประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวังปารุสกวัน และบริเวณอาคาร บช.น. คือ 1.ศาลเจ้าแม่ทับทิม บริเวณริมรั้วด้านหลังพิพิธภัณฑ์ตำรวจ 2.ศาลเจ้าแม่เกษมณีและศาลตายาย บริเวณที่ทำการศูนย์เยาวชนสัมพันธ์ บช.น. 3.พระอนุสาวรีย์พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศ วรฤทธิ์ (เสนาบดีผู้ก่อตั้งกระทรวงนครบาลในอดีต) บริเวณด้านหน้าอาคาร บช.น. และ 4.อนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน บริเวณลานอเนกประสงค์ บช.น.   พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวถึงแนวนโยบายการบริหารงานตำรวจนครบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า จะเน้นความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจ และสนองนโยบายของรัฐบาล สำหรับปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรมต่าง ๆ แก้ปัญหาชุมชนให้ปลอดยาเสพติด ปัญหาด้านการจราจร การปราบปรามผู้มีอิทธิพลต่างชาติ ซึ่งต้องประสานข้อมูลกับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.สตม. ต่อไป   พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ตนเล็งเห็นว่ายังไม่บรรลุผลที่ดี จึงให้ยกเลิกด่านกวดขันวินัยจราจร แต่ให้ไปบังคับใช้กฎหมาย การควบคุมรถที่จอดกีดขวางทางจราจร ผ่าไฟแดง หรือเหตุซึ่งหน้า โดยจะให้มีการกำหนดเขตพื้นที่ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละนายรับผิดชอบ หากปล่อยปะละเลยให้มีรถติด ไม่ลงมาอำนวยความสะดวก ก็จะมีการลงโทษทางวินัย ส่วนการตั้งด่านเมาแล้วขับ ด่านอาชญากรรม และด่านมั่นคงจะยังคงให้มีต่อไป   ทั้งนี้ หากจะมีการตั้งด่านต้องมีนายตำรวจระดับ สารวัตรประจำด่านตลอด และจะต้องมีแผนเสนอมายังสายบังคับบัญชาทุกครั้ง และต้องได้รับการอนุมัติจาก รองผบช.น. ที่กำกับดูแลงานด้านจราจร ด้วยเพื่อต้องการหาผู้รับผิดชอบกรณีเกิดปัญหาร้องเรียนและเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบในทุกมิติด้วย   “ในวันนี้จะมีการประชุมในระดับรองผู้บังคับการ ผู้บังคับการ และเพื่อรับนโยบายไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม วันที่ 6 ต.ค.นี้ จะมีการเรียกประชุม ผกก. ทั้ง 88 สน. เพื่อมอบนโยบายอย่างเป็นทางการต่อไป ฝากถึงพี่น้องประชาชนหากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานไม่สุภาพสามารถร้องเรียนมาได้ แต่หากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วยเจตนาที่ดีขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน” รรท.ผบช.น. กล่าว   ที่มาจาก ข่าวสด

 11,204
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ย. 60

'หน่อง อรุโณชา' ยกเลิกสัญญา 'เอมี่' คาดไม่ถึงพัวพันยาเสพติด 'หมอซัน' ยุบองค์กรหลังโดนวิจารณ์แจกรางวัลอภิชาตบุตร

หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ เอมี่-อาเมเรีย จาคอป ดาราสาวที่ถูกจับกุมขณะเสพยาเสพติดร่วมกับแฟนหนุ่ม เผยว่า รู้สึกตกใจหลังทราบข่าว เพราะเอมี่เป็นคนตั้งใจทำงาน และไม่คิดว่าจะเข้าไปพัวพันยาเสพติด โดยตอนนี้ เอมี่ยังเหลือสัญญาอีก 1 ปี แต่ต้องยกเลิกสัญญาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะในสัญญามีการระบุเรื่องการรักษาชื่อเสียง พร้อมยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการการเอายาเสพติดมาเสพในกองถ่ายละครอย่างแน่นอน ส่วนจะให้โอกาสกลับมาทำงานอีกหรือไม่นั้น ขอให้ว่ากันไปตามกฏหมาย   นอกจากนี้จากกรณีที่มีการเปิดเผยว่า เอมี่เพิ่งได้รับรางวัลสยามมโนรี อภิชาตบุตร จากงานที่กลุ่มสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ จัดขึ้นร่วมกับหลายองค์กร ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงมาตรฐานการตัดสินรางวัล เพราะนอกจาก เอมี่ อาเมเรีย แล้วยังมี เก่ง เกียร์อาร์ ก็ได้รับรางวัลอภิชาตบุตรนี้เช่นกัน   ล่าสุดมีรายงานว่า หมอซัน-ณรามิล คุ้มรักษ์ หมอดูชื่อดัง ในฐานะเลขานุการสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ ออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร คณะทำงานจึงตัดสินใจยุบสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ และยุติการทำงานทุกอย่าง หลังทำงานมานานถึง 10 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vjCjE42fX78    

 1,690
สังคม-อาชญากรรม
09 มิ.ย. 60

ถอนคำสั่งย้าย 'พ.ต.ท.' ชุดจับกุม 'เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ' ให้นั่งตำแหน่งเดิม

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ระบุถึงการปรับย้ายตำแหน่ง พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงษ์ สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.4 ชุดจับกุม น.ส.เปรี้ยว และพวก ในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.แอ๋ม ที่เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยย้ายให้ไปดำรงตำแหน่ง สวป.สภ.ท่าช้าง จว.สิงห์บุรี จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมกับผลงาน   ซึ่งล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้หารือกับ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 ถึงเหตุผลความจำเป็นต่างๆ และได้ออกคำสั่งยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ 4 มิ.ย.60 ก่อนที่คำสั่งจะมีผลบังคับใช้ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 264/2560 ลง 4 มิ.ย.60   ทั้งนี้ เนื่องจากการปรับย้ายดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ได้มาจากกระบวนการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ส่วนรองสารวัตรที่ได้รับแต่งตั้งให้ไปขึ้นเป็นสารวัตร (สว.) แทนในตำแหน่ง สว.บก.สส.ภ.4 ขณะนี้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง สว.ในตำแหน่งอื่นๆ ในสังกัดภาค 4 แทนเรียบร้อยแล้วเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l5wUtJAM4g8    

 22,001
การเมือง
10 เม.ย. 60

วิษณุ เผยเตรียมยกเลิก ม.44 คุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย ไม่เชื่อ ธัมมชโย อยู่ต่างประเทศ

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เผยเตรียมยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. มาตรา 44 ขณะนี้ส่งต่อไปเจ้าหน้าที่ประเมินเพื่อนำเรียนนายกรัฐมนตรีแล้ว ระบุไม่เชื่อกรณีพบพระธัมมชโยอยู่ต่างประเทศ   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากำลังดูช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.มาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย ซึ่งขณะนี้ได้เสนอเรื่องต่อไปยังเจ้าหน้าที่ประเมินเพื่อเรียนนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยขั้นตอนการยกเลิกคำสั่งไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุมคสช. หัวหน้าคสช.สามารถประกาศยกเลิกการกำหนดพื้นที่ควบคุมวัดพระธรรมกายได้ตามสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนเรื่องพบเห็นพระธัมมชโยอยู่ต่างประเทศนั้น ส่วนตัวไม่ค่อยเชื่อ   สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่วัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ยังอยู่ภายในบริเวณวัด เพื่อรักษาความเรียบร้อย โดยไม่มีการก่อกวนหรือขัดขวางผู้ที่มาปฏิบัติธรรมแต่อย่างใด ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการประกาศยกเลิกคำสั่งก่อนเทศกาลสงกรานต์หรือไม่

 6,560
การเมือง
10 เม.ย. 60

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วย กม.ห้ามนั่งทายกระบะยื่นหนังสือร้องนายกฯ ยกเลิกคำสั่ง ม.44

ตัวแทนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะ ยื่นหนังสือร้องนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งมาตรา 44 ที่สนามม้านางเลิ้ง แทนศูนย์บริการประชาชน หวั่นก่อเหตุวุ่นวาย   ตัวแทนผู้ได้รับความเดือดร้อนและไม่เห็นด้วยจากการใช้คำสั่งตามมาตรา 44 ในกรณีการห้ามนั่งท้ายรถกระบะ และรถกระบะที่มีแคป นำโดยนายสาธร เผื่อนประเสริฐ ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน เพื่อให้ทบทวนและยกเลิกคำสั่งดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่เดินทางไปรับหนังสือที่สนามม้านางเลิ้ง เนื่องจากเกรงว่าหากเดินทางมายังศูนย์บริการประชาชน อาจเกิดความวุ่นวาย โดยนายพันศักดิ์ ได้ชี้แจงกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปเรียนให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ และขอให้แยกย้ายกันเดินทางกลับ  

 46,312

Top