ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยาบ้า"

ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 62

คนเก็บผักชีวิตพลิก ถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงิน 12 ล้าน สร้างบ้านใหญ่โต ซื้อยาบ้าแจกเพื่อน

สมุทรสาคร-ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว เข้าตรวจค้นบ้านนายยุทธ วงค์ถนอม อายุ 39 ปี หลังสืบทราบมาว่าเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่น ขณะเข้าตรวจค้นเจ้าของบ้าน ได้เตรียมหลบหนีออกทางหลังบ้าน แต่เจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ได้ พบที่โคนต้นมะม่วง พบถุงพลาสติกฝังดิน ภายในพบยาบ้าบรรจุในหลอดพลาสติก หุ้มด้วยดินน้ำมัน จำนวน 31 เม็ด   จากการสอบสวน นายยุทธ เป็นคนเก็บผักขาย แต่ชีวิตพลิกผันซื้อลอตเตอรี่ ถูกรางวัลที่ 1 ถึง 2 ใบ รับเงิน 12 ล้าน งวดวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา จึงนำเงินมาซื้อที่ดินจำนวน 4 ไร่ ราคา 7 ล้านบาท ปลูกบ้านราคา 3.5 ล้าน จนมีพรรคพวกเพื่อนฝูงจำนวนมากเข้ามาหาทุกวัน และตนเองก็เสพยาเป็นประจำ   จึงได้ซื้อยาบ้ามาเป็นถุง แล้วมาแจกจ่ายให้เพื่อนๆ ไว้เสพกันเป็นประจำ จนเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าน่าจะเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่น ละแวกนั้น จึงได้ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวพบยาบ้าซุกซ่อน จากนั้นได้นำตัวส่ง สภ.บ้านแพ้ว ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_jhV7AbvAa0

 167,418
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

จับหนุ่มกระบี่เพิ่งพ้นโทษ สั่งยาบ้าทางพัสดุกว่า 6 พันเม็ด นำมาขาย

กระบี่-ตำรวจเข้าจับกุมนายศมาโรจน์ โสมากุล อายุ 33 ปี หลังเดินทางมารับพัสดุจากบริษัทเอกชนที่รับส่งสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่   พบพัสดุกล่องกระดาษ ภายในมียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 6 พันเม็ด จากนั้นได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักหลังหนึ่ง พบยาบ้าอีก 15 เม็ด และพบกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 นัด กระสุนขนาด .22 จำนวน 3 นัด จึงนำมาสอบสวนที่สภ.เมืองกระบี่ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าค้ายาจริง   ผู้ต้องหาให้การว่า ได้สั่งยาบ้าดังกล่าวจากผู้ค้าที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เป็นครั้งที่ 2 หลังจากตนเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อ 3 เดือนก่อน โดยใช้ชื่อผู้รับนายอนุชา แส๊ะหล๊ะ ซึ่งเป็นชื่อตาของตน ขณะนี้ติดคุกในคดียาบ้าเมื่อปีที่ผ่านมา โดยได้สั่งยาบ้ามา 6 พันเม็ด ราคาเม็ดละ 32 บาท นำมาขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งค่ายาบ้าจะโอนให้หลังจากขายยาบ้าหมดและสั่งรอบต่อไป   ด้าน พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ยองเข รองผกก.สส.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าได้ลักลอบขายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ โดยจะสั่งยาบ้าส่งมาทางพัสดุ จนกระทั่งสืบทราบว่าวันนี้ จะมารับยาบ้าล็อตใหม่ที่เพิ่งสั่งมา จึงนำกำลังไปซุ่มจับกุมได้ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ค้าจำนวนมาก เปลี่ยนวิธีการขนส่ง มาส่งทางไปรษณีย์ และขนส่งของเอกชนมากขึ้นกว่าการขับรถขึ้นไปรับยาบ้าจากแถบภาคเหนือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Norc__QvwAA

 693
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

สาว ปวช.แพะคดีส่งพัสดุยา ยังนอนคุกแม้จับคนร้ายตัวจริงได้ อดีต ส.ส.เสนอที่ดิน 1 ล้านยื่นประกัน

ร้อยเอ็ด-กรณี น.ส.สุปราณี พลดอน อายุ 22 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้น ปวช.ปีสุดท้าย ที่สถาบันอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง ถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2562 หลังจากมีคนส่งพัสดุมาให้แต่ข้างในมียาเสพติด เป็นยาเม็ดสีขาว 3 เม็ด ยาไอซ์ 10.30 กรัม หลังถูกจับ ถูกนำไปตรวจปัสสาวะ ไม่มีสารเสพติดในร่างกาย ขณะนี้ถูกขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนส่งยาเสพติดมาทางพัสดุรายนี้ได้ เป็นเยาวชนชายอายุ 17 ปี โดยผู้สั่งการให้ส่งคือ นางฐิตา พงศ์อัครวานิช อายุ 23 ปี   ทั้งนี้ คดีนี้ภายหลังถูกจับ น.ส.สุปราณี ยืนกรานว่าตนเองบริสุทธิ์ แต่เคยมีคนรู้จักคนหนึ่ง ขอใช้ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของตนในการให้คนส่งของมาให้ และได้ให้ทนายความยื่นขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว แต่ไม่ได้รับการอนุญาตจากศาล   ทำให้ น.ส.สุปราณี ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งทางยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ดแจ้งว่า หากคณะกรรมการยุติธรรมจากส่วนกลางพิจารณาวงเงินค้ำประกันให้ 1 ล้านบาท ก็จะเชิญพี่สาวของน้องปลาซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจให้ทำหน้าที่แทน มาทำสัญญาที่ยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด 3 ฉบับ แล้วส่งไปให้ประธานคณะกรรมการยุติธรรมส่วนกลางเป็นผู้ลงนามในสัญญา   จากนั้นนำหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุมัติจากกองทุนยุติธรรมส่วนกลาง 1 ล้านบาทไปยื่นต่อศาลจังหวัดเพื่อขออนุมัติให้ปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.สุปราณี ซึ่งการจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา ทราบว่าขณะนี้เรื่องอยู่ในมือของประธานอนุกรรมการให้การช่วยเหลือแล้ว แต่ยังไม่มีการอนุมัติลงมา   ทางด้าน นางบุญถิน เกตุภูงา มารดาของ น.ส.สุปราณี เผยว่า ตนได้รับการประสานผ่านมาทางผู้ใหญ่บ้านว่า นายเอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และนางรัชนี พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ได้แสดงเจตนาที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ยินดีที่จะเอาที่ดินของตนเอง มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาทเศษ เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัว น.ส.สุปราณี   ทำให้ทางครอบครัวรู้สึกดีใจและขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ หวังว่าลูกจะได้ออกมาใช้ชีวิตปกติในเร็ววันนี้ เพราะเชื่อในความบริสุทธิ์ของลูกสาวว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WWwAIY5wM00

 7,138
สังคม-อาชญากรรม
01 มิ.ย. 62

ผกก.สภ.คลองหลวง แจงคดีจับ 'พ่อค้าส้ม' เอี่ยวคดีค้ายา

กรณีพ่อค้าส้ม ที่กลายเป็นประเด็นหลังมีคนว่าจ้างให้เอาส้มไปทิ้ง ปรากฎเจอยาบ้าอยู่ในลังส้ม จึงไปแจ้งความ เป็นพลเมืองดีกลับถูกขังคุก 1 เดือน ในข้อหาค้ายา ก่อนที่ต่อมาจะได้รับการปล่อยตัวออกมา นั้น   ต่อมามีการเผยแพร่คลิปที่เป็นจังหวะเจอยาบ้า โดยคนที่เจอคือเจ๊พรทิพย์ เพราะเจ๊พรทิพย์มาซื้อส้ม แล้วเจอยาบ้า   ล่าสุด พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง บอกว่า คนที่ไปแจ้งความว่าเจอยาบ้าไม่ใช่พ่อค้าส้ม แต่เป็นเจ๊พรทิพย์ จากในคลิป โดยเจ๊พรทิพย์บอกว่าเจอมาจากพ่อค้าส้ม ตำรวจจึงมาที่ร้านส้ม และพบนายพิชิต เชิดธรรม พ่อค้าส้ม อยู่ที่รถกับผู้ที่แจ้ง จึงเชิญตัวมาสอบสวน   พอสอบสวนแล้วเจ้าตัวก็บอกที่มาที่ไปไม่ชัดเจนอีก ว่าเอาส้มลังนี้มาจากไหน บอกเพียงแต่ว่ามีคนว่าจ้างมา จึงต้องทำไปตามสำนวน   แต่ที่ปล่อยตัวหลังมีเรื่องร้องเรียน เพราะมีการตั้งกรรมการสอบ ไปลงรายละเอียดในประเด็นเจ้าของอาคารที่เขาเช่าขายส้ม กลายเป็นว่าเจ้าของอาคารยอมรับว่าค้ายาบ้า สรุปคือยาบ้าเป็นของเจ้าของอาคาร ไม่ได้เป็นของคนที่ว่าจ้างไปทิ้งส้ม          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/U21Kgf_HgEY  

 5,041
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ค. 62

รวบแล้ว คนร้ายเผารถทิ้งพร้อมยาบ้า 5 ล้านเม็ด ก่อนหนีเข้าป่า คุมตัวสอบหาผู้ร่วมขบวนการ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับรถไล่ล่าจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด โดยมี นายพรเทพ ฉิมมา อายุ 24 ปี ขับรถอีซูซุมิวเซเว่น สีขาว หนีด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก จนกระทั่งมาถึงหลัก ก.ม.ที่ 640-641 ถนนพหลโยธิน ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้จอดรถจุดไฟเผาก่อนวิ่งหลบหนีไป โดยทิ้ง น.ส.สุนทรี ธรรมสุวรรณ อายุ 24 ปี แฟนสาวให้ถูกจับ ขณะที่รถดับเพลิงฉีดน้ำดับไฟไหม้แล้วปรากฎว่าพบยาบ้า 5 ล้านเม็ด ไอซ์ 15 ก.ก.   ความคืบหน้าวันที่ 12 พ.ค. 62 มีรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธร จ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี สามารถจับกุมตัวนายพรเทพได้แล้วบริเวณที่พักแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยขณะนี้ได้คุมตัวนายพรเทพมา ที่ จ.ลำปาง เพื่อจะได้นำมาสอบสวนสอบปากคำหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิดคลิปนาทีไล่ล่าพ่อค้ายาบ้าลำปาง ก่อนเผารถ วิ่งหลบซ่อนตัวในป่า คาดหิวโซ-อ่อนเพลีย    

 9,828
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 62

ตร.ปะทะเดือด กลุ่มขบวนการยาบ้าที่เชียงราย วิสามัญคนร้าย 1 ราย ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด

เชียงราย -  ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากจากชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้ามาในประเทศไทย ทางด้านจังหวัดเชียงราย    จึงได้วางกำลังดักซุ่มอยู่ตามถนนเชื่อมระหว่างถนนลัดเลาะชายแดนจาก อ.แม่ฟ้าหลวง-อ.แม่จัน กับถนนพหลโยธิน ต.ป่าซาง อ.แม่จัน ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อ จำนวน 3 คัน ขับตามกันลงมาจากภูเขามุ่งหน้าจะไปทางถนนพหลโยธินผ่านด้านหน้าโรงเรียนบ้านป่าซาง (ซางดรุณานุสาสน์) หมู่บ้านศรียางมูล หมู่ 8 ต.ป่าซาง ตรงกับที่ได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปสกัดกั้น    อย่างไรก็ตามปรากฎว่าคนในรถคันหนึ่งได้ชักอาวุธปืน ยิงใส่เจ้าหน้าที่ที่กำลังจะเข้าไปตรวจสอบทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้น สิ้นเสียงปืนพบว่าหนึ่งในคนร้ายเสียชีวิตคาที่ 1 คน ตรวจสอบเอกสารในตัวทราบว่าชื่อ นายบุญส่ง วูซือกู่ อายุ 27 ปี โดยถูกกระสุนของเจ้าหน้าที่ยิงถูกลำตัว หลังจากนั้นคนขับรถรถคันอื่นที่ถูกสกัดเอาไว้พร้อมกันอีก 2 คน ต่างยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ด้วยดี   เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้นที่รถทั้ง 3 คัน ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ผลการตรวจค้นปรากฎว่าพบของกลางยาเสพติดประเภทยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบฟางสีรุ้งที่ออกแบบเป็นกระเป๋าเป้ใส่หลัง โดยวางอยู่ตรงกระบะหลังรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ดจำนวน 4.2 ล้านเม็ด และบนกระบะรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 3.8 ล้านเม็ด รวมยาบ้า8ล้านเม็ด           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/SAw7LARIW5g

 1,577
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 62

หนุ่มทำทีขอลองรถที่เต็นท์รถมือสอง ก่อนเชิดหนี ตร.สกัดจับ ค้นตัวเจอยาบ้ากว่า 100 เม็ด

วันที่ 9 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 14.30 น. ห้องสายตรวจ 191 สภ.เมืองมหาสารคาม ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยโรจน์ นาคราช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.สุทธิพล แสงบุญ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองมหาสารคาม พ.ต.ต.ประวิทย์ จิตราษฏร์ สวป.สภ.เมืองมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 ร่วมกันจับกุม นายวันชัย อันพันลำ อายุ 33 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 157 เม็ด    พ.ต.ต.ประวิทย์ จิตราษฏร์ สวป.สภ.เมืองมหาสารคาม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมหาชัย สภ.เมืองมหาสารคาม ว่ามีเหตุชายคนหนึ่ง ได้ทำทีเข้าไปลองรถ เพื่อที่จะเช่าซื้อที่เต็นท์รถแห่งหนึ่งที่บ้านท่าสองคอนน้อย ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม    เป็นรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ แต่ไม่นำรถมาส่งคืน โดยรถคันดังกล่าวมุ่งหน้าเข้ามาในเมืองมหาสารคาม จากนั้นจึงได้ให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ 191 ตรวจสอบในพื้นที่ จนพบรถคันดังกล่าว ก่อนจะเรียกให้หยุด แต่ผู้ก่อเหตุกลับขับรถฝ่าสัญญาณมือของเจ้าหน้าที่และขับด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม จนสามารถควบคุมตัวได้ที่บริเวณบ้านเกิ้ง หมู่ 13 ต.เกิ้ง อ.เมือง    ซึ่งผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้น พบยาบ้าจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อวอร์มสีเลือดหมูที่สวมใส่อยู่ เป็นยาบ้าสีส้มอมแดงจำนวน 156 เม็ด และยาบ้าเม็ดสีเขียว มีอักษร WY จำนวน 1 เม็ด รวมมียาบ้าทั้งหมด 157 เม็ด ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองมหาสารคาม   จากสอบสวนผู้ต้องหา ให้การวกวน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเอง แต่ไม่ทราบว่ายาบ้ามาอยู่ในเสื้อของตนได้อย่างไร และก่อนหน้านี้ได้สูบกัญชา และเสพยาบ้ามา   อีกทั้งอยากได้รถมาขับ แต่ไม่มีเงินไปดาวน์รถ จึงทำทีไปขอดูรถที่เต็นท์รถ ก่อนจะขอลองรถ โดยได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ แต่ไม่ได้นำรถส่งคืน เต็นท์รถเห็นผิดปกติ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยสกัดจับ   โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่ง พ.ต.ท.สุรัช รัตนวงษา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ส่วนรถที่ผู้ต้องหาขับมา จะได้ติดต่อให้เจ้าของเต็นท์รถนำเอกสารมาแสดงเพื่อรับรถคืนต่อไป  

 2,337
สังคม-อาชญากรรม
07 ม.ค. 62

ปส. เปิดปฏิบัติการค้นยาเสพติด ปิดล้อม 3 ชุมชนย่านลาดกระบัง รวบผู้ต้องหาได้ 17 คน

วันที่ 7 ม.ค. 62 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และทหาร เปิดปฏิบัติการตรวจค้นยาเสพติดปิดล้อมแหล่งแพร่ระบาด 21 เป้าหมาย ใน 3 ชุมชน ย่านลาดกระบัง คือ ชุมชนริมคลองลาดบัวขาว, ชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า ระยะ 4 โซน 10 และ ชุมชนประชาร่วมใจ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการมั่วสุมยาเสพติด   ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้น 21 เป้าหมาย ใน 3 ชุมชน ได้ผู้ต้องหา 17 คน ใน 23 คดี พบยาบ้า 246 เม็ด, ไอซ์ 43 กรัม, ต้นกระท่อม 18 ต้น ใบกระท่อม และน้ำกระท่อม 1.5 ลิตร เตรียมบรรจุลงขวดขาย ที่ชาวบ้านบอกว่าปลูกเพื่อเป็นยารักษาโรค และได้รับอนุญาตปลดล็อคทางกฎหมายแล้ว ทำให้สามารถปลูกได้    เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงว่ากระท่อมถือเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายไม่สามารถปลูกได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายฐานผลิตและครอบครองยาเสพติดประเภท 5 เช่นเดียวกับกัญชา มีโทษทางอาญา ทั้งปรับและจำคุก ก่อนจะนำตัว ลูกบ้านทั้งหมดไปตรวจปัสสาวะ และสารเสพติด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ที่ผู้ต้องหาใช้ส่งยาบ้าไว้ตรวจสอบด้วย    พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการตัดต้นกระท่อมที่ปลูกอยู่ในชุมชนริมคลองลาดบัวขาว ย่านลาดกระบัง หลังตำรวจปราบปรามยาเสพติดสนธิกำลังเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และทหาร เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดแหล่งแพร่ระบาดชุมชนลาดกระบัง และตรวจพบว่ามีการลักลอบปลูกต้นกระท่อมมานานหลายสิบปี   นายบุญส่ง ยะรังวงษ์ อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านที่ปลูกต้นกระท่อม ระบุว่า ลูกเขยเป็นคนปลูก จำนวน 2 ต้น เพื่อนำใบมาบริโภค ปลูกมานานกว่า 20 ปี แล้ว ไม่มีการนำมาผลิตเป็นน้ำกระท่อมขาย   ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ปฎิบัติการดังกล่าวนับเป็นการกดดัน และปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยที่อาศัยชุมชนเป็นที่ลักลอบจำหน่ายและแฝงตัวเพื่อขายยาเสพติดในชุมชน ซึ่งทำให้คนในชุมชนเกิดความไม่ปลอดภัยและหวาดกลัว ซึ่งปฎิบัติการดังกล่าวก็จะไปตามชุมชนเป้าหมายต่างๆ อีก      

 1,604
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 61

รปภ.ห้างเจอถุงใต้สะพาน หวั่นเกิดเหตุฆ่ายัดถุง เปิดดูตะลึงพบยาบ้า 1.7 แสนเม็ด

อุดรธานี-รปภ.ห้างฯเจอถุงใต้สะพาน เปิดถุงพบยาบ้า 1 แสน 7 หมื่น 4 พันเม็ด มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท รุดแจ้งความตำรวจ เผยตอนแรกคิดว่าเกิดเหตุฆ่ากันและนำศพยัดถุง ตำรวจเร่งตรวจสอบหาคนนำถุงมาวางต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/G-2o_BDjBZs

 2,341
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 61

แก๊งค้ายาบ้าตกใจเจอตำรวจทิ้งยาข้างทางกว่า 18,000 เม็ด

วานนี้ (15 ธ.ค. 61) เมื่อเวลา 2030น.  พ.ต.อ.วุฒิชัย  ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม  พ.ต.ท.วัชระพัฒน์ เรืองอัครนนท์ รองผกก.ป. รับรายงานจาก ส.ต.ทสมศักดิ์ ไพรป่า และ ส.ต.ท.วิษณุ อยู่ทา ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ขณะขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจปฎิบัติหน้าตามปกติเมื่อขับมาถึงปากหน้าปากซอยหมุ่บ้านสิชล ก่อนถึงป้อมสายตรวจจุดหนองใหญ่ริมถนนกาญจนาภิเษก มีจักรยานยนต์ของผู้ค้าขายขับสวนมาแล้วเสียหลักล้มจึงจะลงไปช่วยขณะที่นั้น ชายคนซ้อนท้ายก็หยิบถุงสีดำวิ่งอย่างรีบเร่งมีพิรุธจึงวิ่งติดตามส่วนคนขับเมื่อพยุงรถขึ้นได้ก็รีบขับรถหนีไปทางออกปากทางถนนกาญจนา   คนร้ายวิ่งเข้าชอยหมุ่บ้านชัยมงคล และได้โยนถุงดำและหมวกกันน้อคและรองเท้าแตะไว้หนึ่งข้าง  วิ่งหลบหนีไปในความมืดหลบหนีไปได้ จากนั้นจึงมาดูถุงดำทีคนร้ายทิ้งไว้พบว่าเป็นยาบ้า  จำนวน18,000 เม็ด  เจ้าหน้ากองพิสูทธิ์หลักฐานมาเก็บหลักฐาน เพื่อหาลอยนิ้วมือ เก็บหลักฐานไว้   ด้าน พ.ต.อ.วุฒิชัย ผกก.เพชรเกษมกล่าวว่าตอนนี้ได้ใก้ฝ่ายสืบลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามตัวตัวเพื่อขออนุมัตหมายจับต่อไป

 1,855
ข่าวภูมิภาค
13 ธ.ค. 61

จับ 2 ผัวเมีย ขนยาบ้า 2 ล้านเม็ด ซุกใต้รถกระบะขนกะหล่ำปลี หวังตบตา จนท.

วันที่ 13 ธ.ค. 61 เมื่อเวลา 13.45 น ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ได้มีการเปิดเถลงข่าว หลังจากเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่นมา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริกลำปาง พร้อมกำลังทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดลำปาง ( ร.17พัน.2) เรียกตรวจค้นรถกระบะ ซึ่งบรรทุกกระหล่ำปลีมาเต็มคันรถ    โดยพบว่ามี นายยิ่งเจริญ ศิริธนสมบัติ อายุ 37 ปี ที่ คนขับ และมี น.ส.ศิรินันท์ วรวงค์อุดม อายุ 30 ปี นั่งคู่มาด้วย ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่เรียกตรวจค้นบุคคลทั้งสองท่าทางมีพิรุธ โดย น.ส.ศิรินันท์ มีอาการสั่นตกใจหน้าซีด หายใจเร็ว และอยู่ดีๆ ก็ล้วงบัตรเอทีเอ็มมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมบอกว่าเป็นใบขับขี่รถยนต์    เจ้าหน้าที่จึงนำรถยนต์บรรทุกกระหล่ำดังกล่าวไปตรวจเครื่องเอกซเรย์ ผลการเอกซเรย์ พบใต้กองผักกระหล่ำที่บริเวณท้ายกระบะมีกระสอบเรียงกันเป็นก้อนๆ เจ้าหน้าที่จึงนำรถยนต์กระบะดังกล่าวมาตรวจค้นอย่างละเอียดพบเป็นยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวน 10 กระสอบ นับได้จำนวน 2,000,000   จากการสอบสวนนายยิ่งเจริญ และ น.ส.ศิรินันท์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจาก ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.ฮอต จ.เชียงใหม่ เดินทางมาทาง อ.ลี้ และมาที่ อ.เถิน ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมที่ด่านตรวจยาเสพติด อ.แม่พริก โดยปลายทาง ที่ จะนำยาบ้า ทั้งหมดไปส่ง อยู่ที่ กรุงเทพฯ   โดยได้รับเงินค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางจำนวน 30,000 บาท ซึ่งผู้จ้างวางไว้ให้บนเบาะ ส่วนค่าจ้างเมื่อนำยาบ้าไปส่งยังจุดหมายแล้วจะได้รับค่าจ้างอีกจำนวนหนึ่ง   

 37,351
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

แถลงรวบ 2 ผู้ต้องหาลักลอบขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด จนท.สกัดจับทิ้งรถหนี สุดท้ายไม่รอด

วันที่ 25 พ.ย. 61 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5,  พล.ต.ต.ธระรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.แพร่, และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ  ผู้ต้องหา 2 คน เป็นจำนวนยาบ้า 5,000,000 เม็ด    โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมฯ สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 5,000,000 เม็ด รถยนต์บรรทุกกระบะ เงินสด 8,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง   ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตารวจชุดจับกุมด่านตรวจนางฟ้า สภ.สองฯ ได้ร่วมกันตั้งด่าน ตรวจยาเสพติดชั่วคราวบนถนนสายคลองชลประทานบ้านห้วยหม้าย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้ ทำการเรียกตรวจ รถยนต์บรรทุกกระบะซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อเห็นชุดปฏิบัติการตั้งจุดตรวจจึงได้หลบหนีเลี้ยวรถ ไปทางท่าทรายสองฝั่งยม ชุดจับกุม จึงได้แจ้ง ผู้บังคับบัญชาทราบและได้ออกติดตาม พบว่า รถยนต์คันดังกล่าวผู้ต้องหา ได้จอดรถทิ้งไว้แล้ววิ่งหลบหนีไป จึงได้ แจ้งศูนย์วิทยุ สภ.สองฯ ขอความช่วยเหลือ    เจ้าหน้าที่ตารวจเพื่อช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหา และต่อมาได้รับ รายงาน ชุดสืบสวน สภ.สองฯ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ได้ 2 คน และสามารถหลบหนีไปได้ 1 คน จึงร่วมกันตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบยาบ้า ในกระสอบปุ๋ยบรรจุในถุงพลาสติกสีดา จำนวน 35 กระสอบ รวมยาบ้า ประมาณ 5 ล้านเม็ด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีชุดสืบสวนได้ออกติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็วโดยกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย      

 1,939
สังคม-อาชญากรรม
19 พ.ย. 61

ไม่รอด! จับเครือข่ายยาเสพติด ซุกยาบ้า 3 แสนเม็ดในถังแก๊สแอลพีจีหวังตบตาเจ้าหน้าที่

วันที่ 19 พ.ย.61 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน แถลงผลจับกุมนางสมพร แซ่ลิ้ม นายเกรียงไกร อัศวเดชฤทธิ์ และ น.ส.อนุธิดา แสงทอง พร้อมยาบ้า 300,000 เม็ด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ จึงติดตามรถยนต์ต้องสงสัย จนกระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าวจึงขอเข้าตรวจค้นที่ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก จ.ลำปาง โดยมีนางสมพร เป็นผู้ขับ   จากการตรวจค้นพบยาบ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ในถังแก๊สแอลพีจี ก่อนจะขยายผลจับกุมรถยนต์สำรวจเส้นทางของผู้ร่วมขบวนการได้อีก 1 คัน โดยมีนายเกรียงไกร อัศวเดชฤทธิ์ เป็นผู้ขับและนางสาวอนุธิดา แสงทอง นั่งมาในรถ ซึ่งทั้งสองคนเป็นลูกชายและลูกสะใภ้ของนางสมพร   โดยจากการสืบสวนพบว่าก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 ลูกชายคนโตของนางสมพร คือนายบัณฑิต อัศวเดชฤทธิ์ ถูกจับกุมขณะลำเลียงยาบ้า จำนวน 1,250,000 เม็ด ซึ่งขณะนี้ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ   พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน กล่าวว่า กรณีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในถังแก๊ส จะทำให้เป็นเหมือนถังแก๊สที่ใช้ในรถ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยตำรวจได้สกัดกั้นและตรวจค้นยาเสพติดทุกช่องทาง เพื่อไม่ให้เข้ามาในประเทศ รวมถึงเข้มงวดการตรวจค้นแหล่งสถานบันเทิงต่างๆ ที่เป็นแหล่งมั่วสุม โดยหลังจากนี้จะดำเนินการติดตามจับกุม เพื่อไม่ให้เกิดการเผยแพร่ของยาเสพติดเข้ามาในลักษณะนี้อีก   ขณะที่ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการทางการข่าวหลายหน่วยงานจึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เนื่องจากวิธีการลักลอบซ่อนในถังแก๊สแอลพีจีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ยาก   นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาอีก 5 ราย พร้อมของกลางกัญชา 857 กิโลกรัม หลังสืบทราบว่าจะมีขบวนการขนกัญชาจากจังหวัดนครพนม ไปยังประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้ จึงเฝ้าติดตามและสังเกตุการณ์ จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยจึงทำการเข้าตรวจค้นภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านวังมะนาว จังหวัดเพชรบุรี พบของกลางดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ท้ายรถที่ปะปนมากับผัก จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมดอีกด้วย  

 2,582
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 61

รวบยายวัย 60 พร้อมยาบ้า 16 เม็ด เผย ซื้อมาจากวัยรุ่นเอาไว้กินแก้ปวดเมื่อย

วันนี้ (8 พ.ย.) ที่บริเวณสถานีตำรวจภูธรป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จับกุมตัว นางลัดดา หรือ ‘ป้าติ๋ม’ อายุ 60 ปี นำส่ง ร.ต.อ.อำนาจ มีทองคำ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ป่าโมก เพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาบ้าเอาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย    หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.บางปะหัน ได้ลงพื้นที่ทำมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่บ้านหลังดังกล่าว มีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้าให้กับเยาวชนและวัยรุ่นในพื้นที่ระหว่างรอยต่อของทั้ง 2 จังหวัด จึงได้ทำการเข้าตรวจค้นจับกุมตัว นางลัดดา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 16 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงยาพลาสติกใส่ในซองกาแฟสำเร็จรูป เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชั้นหนึ่ง   จากการสอบสวน นางลัดดา ให้การว่า ตนเองมีสภาพร่างกายไม่ค่อยดี มีอาการปวดหัวเข่าด้านขวาลุกเดินเหมือนคนปกติไม่ค่อยไหว ต้องใช้ไม้เท้าคอยค้ำยัน อีกทั้งยังเป็นโรคไต ไปหาหมอที่โรงพยาบาลป่าโมก หมอได้สั่งยามาให้กินครั้งละ 5 เม็ด แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นมีอาการแพ้บวม และยังคงปวดเมื่อยลุกเดินไม่ไหว ทำงานบ้านก็ไม่ได้    จนได้มาเจอกับวัยรุ่นที่เข้ามาดูไก่แถวบ้าน วัยรุ่นบอกว่าเป็นโรคกระดูกทับเส้นกินยาของวัยรุ่นจะหายขาด ตนเองจึงได้ถามวัยรุ่นว่ายาอะไรให้เอามาให้ลองกินหน่อย วัยรุ่นจึงนำมาให้แล้วบอกว่าให้ตนเองกลืนลงไป เมื่อตนเองกินไปแล้วก็รู้สึกดีขึ้น ลุกเดินได้คล่องแคล่วหายจากอาการปวดเมื่อย ทำงานบ้านได้อย่างสบาย    จากนั้นจึงได้ไปหาลูกสะใภ้ โดยลูกสะใภ้ให้เงินมา 1,000 บาท เพื่อที่จะนำไปซื้อกับข้าว แต่ตนเองเห็นว่ากับข้าวในตู้มีอยู่แล้ว เลยเอาเงินไปซื้อยาวัยรุ่นกินแก้ปวดเมื่อยดีกว่า ซึ่งวัยรุ่นได้นำยาบ้ามาให้กับตนเอง จำนวน 16 เม็ด จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมตัว   ด้าน ร.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า หลังจากที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.บางปะหัน ลงพื้นที่จนได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส และได้เข้าทำการจับกุม นาง ลัดดา หรือป้าติ๋ม ที่มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดให้เยาวชนและวัยรุ่นในพื้นที่ แต่ป้าติ๋มอ้างว่าซื้อมาจากวัยรุ่นนำมาดื่มกับกาแฟในตอนเช้าวันละครึ่งเม็ด เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 16 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ และป้าติ๋ม ยังรับสารภาพว่าได้นำยาบ้าบางส่วนไปจำหน่ายให้กับวัยรุ่นเพื่อเอากำไรเม็ดละ 20 – 30 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีกับนางลัดดา ในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และทำการควบคุมตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดอ่างทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 5,561
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 61

ตร.แม่จัน รวบ 4 โจ๋ ขนยาบ้า 99,800 เม็ด - ไอซ์ 20 ก.ก. รับสารภาพเตรียมส่งไป จ.พะเยา ด้วยระบบขนส่งไปรษณีย์

ตำรวจแม่จัน จังหวัดเชียงราย จับ 4 วัยรุ่นขนยาบ้า 99,800เม็ด ไอซ์20 กิโลกรัม ซุกเป้สะพาย 3 ใบ สอบเบื้องต้นเตรียมส่งกลุ่มเสพใน จ.พะเยา และเตรียมส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ ยาเสพติดคาดว่าผลิตมาจาก กลุ่มกรีนแลนด์กรุ๊ป ซึ่งมีชาวจีนฮ่อและอาข่า ดูแลในเขตขุนน้ำรวก จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า   วันนี้ (4 ต.ค. 61) พ.ต.อ. พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะที่กำลังพล ตั้งด่านตรวจสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณหน้าด่านตรวจ ท่าข้าวเปลือก หมู่ที่ 14 ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางรอง เชื่อมต่อเส้นทางหลัก ไปยัง จังหวัดเชียงราย ได้เรียกตรวจ จักรยานบิ๊กไบค์ ยี่ห้อคาซากิ สีดำ-เขียว มีนายธีรภาพ อนุรักษ์บรรพต อายุ 19 ปี เป็นคนขับ และนายรุ่งเรือง แซ่จาง อายุ 23 ปี นั่งซ้อนท้าย บรรทุกเป้ 3 ใบ ซุกซ่อนยาบ้ารวมประมาณ 99,800 เม็ด ไอซ์ 20 กิโลกรัม โดยเป้ทั้ง 3 ใบวางไว้ด้านหน้า 1 ใบ ตรงกลางระหว่างคนขับและคนซ้อน 1 ใบ และสะพายด้านหลังคนซ้อนท้าย 1 ใบ   โดยก่อนหน้านี้ ได้จับกุมนายวิรวัฒน์ แซ่ย่าง อายุ 21 ปี และนาย บัณฑิต วรรณพรม อาย 23 ปี ขับขี่ จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีขาว  โดยทั้งสองรับสารภาพเป็นคนขับขี่นำทาง จึงมีการดักซุ่มจับกุมจนได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด   เบื้องต้นสอบสวนทั้งหมดรับการว่าจ้างจากพวก โดยการติดต่อทางโทรศัพท์ ว่าจ้าง 120,000 บาท ให้ไปรับยาบ้าที่ชายป่า ท้ายหมู่บ้านหัวแม่คำ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ด่านตรวจท่าข้าวเปลือก เป็นถนนเชื่มต่อไปยัง จังหวัดเชียงราย เป็นเส้นทางรองเลี่ยงด่านตรวจหลัก ยาบ้าประทับสัญลักษณ์ Y1และไอซ์ที่ตรวจยึด เบื้องต้นเชื่อว่า เป็นยาเสพติดที่ผลิต และพักรอส่งผ่านมาจาก กลุ่มจีนฮ่อดอย-อาข่า ขุ่นน้ำรวก หรือ กลุ่มกรีนแลนด์กรุ๊ป มีเขตอิทธิพลบริเวณ เมืองไมแฮ จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า โดยสัญลักษณ์ Y1 เหมือนหรือคล้ายกับ Y1 ของกลุ่มผลิตในเขตรัฐฉานเหนือ เม็ดยารูปทรงและส่วนผสมหลักเหมือนกัน แต่แตกต่างตรง สารประกอบอื่นๆ เท่านั้น จึงมีราคาซื้อขายถูกกว่า ยาเสพติดกลุ่มนี้เชื่อว่าน่าจะส่งเพื่อขายให้กลุ่มเครือข่าย กลุ่มเสพในพื้นที่เป้าหมาย และจากการสอบสวนยาเสพติดลอตนี้ เตรียมส่งผ่านพื้นที่ จังหวัดเชียงราย ไป จังหวัดพะเยา บางส่วนจะแยกส่งทางพัสดุภัณฑ์ทางไปรษณีย์

 2,707

Top