ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยาบ้า"

สังคม
16 ก.พ. 63

ปส.รวบคนร้ายขนยาบ้าซุกลังผลไม้ ยึดของกลางได้กว่า 1.2 ล้านเม็ด

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนำกำลังเข้าตรวจค้นรถรับส่งผลไม้ ที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี พบว่า มารับผลไม้ แต่อำพรางยาเสพติดไปกับลังผลไม้ด้วย ผู้ต้องหารับสารภาพทำมาแล้ว 5 ครั้ง     ชุดสงบไพรีของตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าควบคุมตัวนายนาย อดิศักดิ์ อักษรรกลั่น อายุ. 33ปี ชาวจ. นครศรีธรรมราช หลังเจ้าหน้าที่ติดตามพฤตกรรมเรื่อยมา กระทั่งพบว่าเดินทางเข้ามารอรับนผลไม้ที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี เมื่อเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัย จึงขอเข้าตรวจค้นท้ายรถและยกกล่องมะมว่งออก กลับพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ด้านล่าง ปะปนกับผลไม้จำนวน 6 ลัง ประมาณ 1.2 ล้านเม็ด แต่ผู้ต้องหาพยายามบ่ายเบี่ยง       ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุด ได้ติดตามรถยนต์ที่นาผลไม้มาส่ง จนพบว่ามีนายอดุลย์ วงศ์อนุ อายุ 47 ปี ขาวจ. นครพนมเนำมาส่ง      หลังจำนนต่อหลักฐานนาย อดิศักดิ์ฯ รับ สารภาพว่าเคยขับรถมารอรับยาเสพติดจานวน5ครัง้แล้ว ไดร้ับค่าจ้าง ครั้งละประมาณ 400,000 - 600,000 บาท โดยมีการนำยามาพักย่านปริมณฑล ก่อนจะกระจายลงสู่ภาคใต้

 3,852
อาชญากรรม
10 ก.พ. 63

ตชด.บุกยึดยานรกซุกกระสอบปุ๋ยกว่า 2 แสนเม็ด คนร้ายควบเรือหางยาวหนีเข้าประเทศเพื่อนบ้าน จนท.เร่งประสานตามตัว

อุบลราชธานี - เมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 227 อำเภอเขมราฐ ตรวจยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบปุ๋ย จำนวน 198000 เม็ด มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางทิศเหนือบ้านแก้งเกลี้ยง อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี     กลุ่มพ่อค้ายาเสพติดพอเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ทิ้งยาบ้าจำนวนดังกล่าว อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งลงเรือยนต์หางยาว แล่นหลบหนีออกไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน รอดการจับกุมไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการประสานงานกับทางประเทศเพื่อนบ้านเพื่อติดตามจับกุม     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uWW5YiDqZ_A

 891
สังคม
08 ก.พ. 63

ปส.ปะทะขบวนการลำเลียงยาเสพติด จ.เชียงใหม่ ยึดไอซ์ได้กว่า 100 กก.

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดปะทะคาราวานลำเลียงยาเสพติด ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนถูกลำเลียงไปประเทศที่สาม พร้อมกับยึดไอซ์กว่า 100 กิโลกรัม      ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับหน่วย ทหาร กระจายกำลังกันเข้าค้นบ้านร้างหลังหนึ่ง ที่บ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากสงสัยว่าเป็นที่เก็บซ่อนยาเสพติด อาวุธ และสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงอาจเป็นที่หลบซ่อนของคนร้ายระหว่างการหลบหนีจาการติดตามของเจ้าหน้าที่     การตรวจค้นในบ้าน มีขึ้นหลังจากเช้ามือดวันนี้เจ้าหน้าที่ ระดมกำลังสกัดกั้นการคาราวานลำเลียงยาเสพติด จากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางผ่านแดนธรรมชาติบ้านป่ากุ๋ย ซึ่งอยู่ห่างชายแดนราว 5 กิโลเมตร กระทั่งมาถึงบริเวณบ้านท่าตอนเมื่อเช้ามืดจึงเกิดการปะทะกันขึ้น     เมื่อเจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าตรวจสอบ โดยมีรถหุ้มเกราะนำหน้าและหน่วยเดินเท้า เดินขนาบข้าง ลาดตระเวนไปตามแนวเชิงเขา ก็พบถุงบรรจุยาเสพติดทั้งหมด 7 กระสอบใหญ่ เมื่อเปิดดูจึงพบว่าเป็นไอซ์ทั้งหมด 100 กิโลกรัม     ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่าของกลางทั้งหมดถูกลำเลียงจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน ปลายทางคือส่งต่อประเทศที่สาม //คาราวานลำเลียงยาเสพติดเหล่านี้เป็นคนในพื้นที่ ชำนาญเส้นทางหลบหนีและการใช้อาวุธ เมื่อจวนตัวมักเปิดฉากยิงปะทะเจ้าหน้าที่ หรือยิงเพื่อหลบหนี      พลตำรวจตรีพรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่าไอซ์ชุดนี้ อยู่ภายใต้การสั่งการควบคุมของพันเอกจะลอโบ แกนนำกลุ่มว้าใต้ ที่อยู่ประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นพ่อตาของนายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดคนสำคัญที่หลบหนีจากไทยไปอยู่ที่นั่นด้วย

 1,434
อาชญากรรม
04 ก.พ. 63

ปส.ปะทะเดือดแก๊งขนยานรก คนร้ายฮึดยิงสู้ก่อนหลบหนีเข้าป่า ไม่รอดถูกจับ จนท.เร่งขยายผล

ตำรวจ ปส. ปะทะเดือดแก๊งยาเสพติด อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ขณะลำเลียงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ยังจับชาวไต้หวัน ขณะลักลอบขนยาเสพติดที่สนามบินสุวรรณภูมิ   ภาพนาทีตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ชุดสกัดกั้น ยิงปะทะเดือดแก็งค้ายาเสพติดสนั่นป่า ขณะลักลอบขนมาจากชายแดนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเหตุดารณ์เกิดขึ้นขณะตำรวจลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณสวนป่า บ้านห้วยน้ำขุ่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 6-7 คน สะพานกระสอบเดินสลับวิ่งอยู่ข้างถนน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมหลายนัดจึงเกิดการปะทะกัน ก่อนที่กลุ่มบุคคลต้องสงสัยจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า    ต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบพื้นที่ พบยาบ้า 674,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระสอบและกระเป๋าสะพาย ถูกโยนทิ้งไว้ตามเส้นทางที่หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดล้อมพื้นที่ จนสามารถจับกุมนายชิฟู เยเบียง สัญชาตเมียนมาร์ โดยผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาวางไว้ที่จุดนัดหมาย โดยได้ค่าจ้างเป้ ละ 15,000 บาท จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   ภาพขณะที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนำกำลังเข้าจับ นายลี ชุน ฮุย และนายลี ชัย ปิง สัญชาติจีน-ไต้หวัน กลางสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณจุดตรวจผู้โดยสารเดินทางออกไปต่างประเทศ หลังได้รับรายงานจากตำรวจไต้หวันว่ามีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเฮโรอีนจากไทยไปไต้หวัน    ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจึงสืบสวนจนพบว่ามีกลุ่มนักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวไต้หวันเดินทางเข้ามาเพื่อลักลอบขนยาเสพติด เมื่อพบเป้าหมาย ทั้ง 2 คน ที่ด่านตรวจ จึงแสดงตัวเข้าจับและตรวจค้นกระเป๋าเดินทาง ภายในพบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวนมากและแป้งหลายกระป๋อง เมื่อเปิดดูภายในพบเป็นเฮโรอีนจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ รวมน้ำหนัก 15 กิโลกรัม   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อขนยาเสพติดข้ามไปไต้หวัน หลังได้รับว่าจ้างจากกลุ่มนายทุนฝั่งไต้หวัน ทำมาแล้ว หลายครั้ง ทุกครั้งจะใช้วิธีซุกซ่อนในสิ่งของแตกต่างกันไป ก่อนจะมาถูกจับได้ครั้งนี้ เชื่อมีคนไทยร่วมขบวนการ จากข้อมูลการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหา ทั้ง 2 คนเดินทางเข้ามาประเทศไทยหลายปีแล้ว โดยเดินทางปีละครั้ง แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาขนยาเสพติดกลับไปยังไต้หวัน    เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามนำยาเสพติดให้โทษออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และหลังจากนี้ตำรวจจะสอบสวนผู้ต้องหาอย่างละเอียด เพื่อสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมกระทำความผิด ติดตามจับตัวมาดำเนินคดี   พลตำรวจโทวิสนุ ปราสาททอง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังแถลงจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในอีกหลายคดี โดยเฉพาะการจับกุมพัสดุต่างประเทศต้องสงสัยถูกส่งจากต้นทางประเทศโปรตุเกส ปลายทางจังหวัดชลบุรี พบยาอี หรือเอ็กซ์ตาซี่ ซุกซ่อนอยู่ในกล่องป้ายไฟ LED จำนวน 2,260 เม็ด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้ และขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือหญิงชาวไทย และชายชาวไนจีเรีย ก่อนขยายผล อีกคดีตำรวจตรวจสอบพัสดุต่างประเทศต้องสงสัยถูกส่งจากต้นทางประเทศเยอรมณี พบยาอี 130 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในลำโพงบลูทูธ และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย 2 คน ก่อนนำตัวไปตรวจค้นห้องพักย่านสุขุมวิท พบยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งขณะที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 ยังจับกุมนายหยีเวิ่ง กะรัตน์ และนายอภิชาติ กะรัตน์ พร้อมของกลางไอซ์ กว่า 3.25 กิโลกรัม  ยาบ้า 53,000 เม็ด     โดยสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคน ของเครือข่ายยาเสพติด จะลักลอบนำยาเสพติดและนำเข้ามาเก็บไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพื่อนำมาส่งมอบให้กับลูกค้าบริเวณห้างสรรพสินค้าย่านบางกะปิ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมโดยในวันนี้สามารถจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญรวมทั้งหมด 10 คดี ผู้ต้องหา 20 คนของกลางยาบ้า 1,227,000เม็ด  ไอซ์ กว่า 9 กิโลกรัม ยาอี 8,060 เม็ด  เฮโรอีน 15 กิโลกรัม กัญชา 1,105 กิโลกรัม เคตามีน 60 ขวด มูลค่ากว่า 240 ล้านบาท     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/LAq-KL7eNeU

 1,513
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 63

รวบคู่รักค้ายาบ้า หลังโดนล่อซื้อจนตายใจ อ้างหาเงินเที่ยววาเลนไทน์

ตาก-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องวางแผนล่อซื้อยาบ้า จากนางไพลิน หรือยุ้ย ปิ่นมณี อายุ 28 ปี และ นายขนมต้ม ไม่มีชื่อสกุล เป็นชาวเมียนมาอายุ 23 ปี หลังสืบทราบว่า ทั้ง 2 เป็นคู่รักที่ยึดอาชีพขายยาบ้า ให้แก่ลูกค้าหลากหลายวัย ในพื้นที่อำเภอเมืองตาก    โดยได้ทำการติดต่อ ขอซื้อยาบ้า จากนางไพลิน จำนวน 1 ถุง ในราคามัดละ 8,000 บาท ใช้เวลาหลอกล่อถึง 2 วัน จนคู่รักค้ายาบ้าตายใจ จึงนัดส่งมอบยาบ้า ในป่าละเมาะข้างทาง ใกล้ๆ กับสามแยกโป่งแดง ต.วังประจบ อ.เมือง จ.ตาก โดยสายลับต่อรองจะจ่ายเงินค่ายาบ้าก่อนจำนวนหนึ่ง แล้วที่เหลือจะโอนเข้าบัญชีธนาคารทีหลัง ทั้ง 2 ปักใจเชื่อเพราะต้องการหาเงินไว้เที่ยวช่วงวันวาเลนไทน์จึงนำยาบ้ามาส่ง ตามที่ได้นัดหมาย     ทันทีที่มีการส่งมอบยาบ้ากันเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ ที่แอบซุ่มตามแนวป่าละเมาะ ได้แสดงตัว พร้อมนำรถยนต์ปิดทางเข้าออก คู่รักทั้ง 2 ถึงกับถอดสีหน้า ไม่คิดว่าจะโดนจับง่ายๆแบบนี้ จากการตรวจปัสสาวะ ฉี่สีม่วงกันทั้งคู่ และเมื่อทำการแกะห่อยาบ้า ทำการตรวจนับ เพื่อตรวจยึดยาบ้าเม็ดสีส้ม จำนวน 196 เม็ด   จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ นางไพลิน ผู้ต้องหาที่ 1 อีกหนึ่งข้อหา ว่าเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดในร่างกายโดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.วังประจบดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tj8MJczm9Hs

 1,227
สังคม
03 ก.พ. 63

รวบคู่รักค้ายาบ้า หลังโดนล่อซื้อจนตายใจ อ้างหาเงินเที่ยววาเลนไทน์

ตาก-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องวางแผนล่อซื้อยาบ้า จากนางไพลิน หรือยุ้ย ปิ่นมณี อายุ 28 ปี และ นายขนมต้ม ไม่มีชื่อสกุล เป็นชาวเมียนมาอายุ 23 ปี หลังสืบทราบว่า ทั้ง 2 เป็นคู่รักที่ยึดอาชีพขายยาบ้า ให้แก่ลูกค้าหลากหลายวัย ในพื้นที่อำเภอเมืองตาก    โดยได้ทำการติดต่อ ขอซื้อยาบ้า จากนางไพลิน จำนวน 1 ถุง ในราคามัดละ 8,000 บาท ใช้เวลาหลอกล่อถึง 2 วัน จนคู่รักค้ายาบ้าตายใจ จึงนัดส่งมอบยาบ้า ในป่าละเมาะข้างทาง ใกล้ๆ กับสามแยกโป่งแดง ต.วังประจบ อ.เมือง จ.ตาก โดยสายลับต่อรองจะจ่ายเงินค่ายาบ้าก่อนจำนวนหนึ่ง แล้วที่เหลือจะโอนเข้าบัญชีธนาคารทีหลัง ทั้ง 2 ปักใจเชื่อเพราะต้องการหาเงินไว้เที่ยวช่วงวันวาเลนไทน์จึงนำยาบ้ามาส่ง ตามที่ได้นัดหมาย     ทันทีที่มีการส่งมอบยาบ้ากันเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ ที่แอบซุ่มตามแนวป่าละเมาะ ได้แสดงตัว พร้อมนำรถยนต์ปิดทางเข้าออก คู่รักทั้ง 2 ถึงกับถอดสีหน้า ไม่คิดว่าจะโดนจับง่ายๆแบบนี้ จากการตรวจปัสสาวะ ฉี่สีม่วงกันทั้งคู่ และเมื่อทำการแกะห่อยาบ้า ทำการตรวจนับ เพื่อตรวจยึดยาบ้าเม็ดสีส้ม จำนวน 196 เม็ด   จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ นางไพลิน ผู้ต้องหาที่ 1 อีกหนึ่งข้อหา ว่าเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดในร่างกายโดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.วังประจบดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tj8MJczm9Hs

 1,227
สังคม
26 ม.ค. 63

ตร.ขยายผลจากคดี 2 สาวค้ายา สู่พ่อค้ารายใหญ่ ยึดของกลางได้กว่าล้านเม็ด

เมื่อเวลา 13.00 น. พลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยนายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 1 และชุดปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดลพบุรี เปิดเผยถึงการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในจังหวัดลพบุรี      สามารถจับกุม น.ส.วัชรีย์ หรือนุ่น วิมุต อายุ 25 ปี และ น.ส.ดวงพร หรือ นิว วิมุต อายุ 18 ปี นายสิทธิพรหรือเบนซ์ มณีนัย อายุ 25 ปี นายนพเก้าหรือติ๊บ ปุ้นผล อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า 1,190,200 เม็ด และยาไอซ์ 2,200 กรัม รถยนต์โตโยต้าวีออส สีขาว และมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์      สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ชุดสืบสวน ของสถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ทำการจับกุม ผู้ต้องหาร 2 คน คือน.ส.นุ่น และ น.ส.นิว พร้อมของกลางยาบ้า 30 เม็ด จากการขยายผลทราบว่ารับยาบ้ามาจากนายเบนซ์ เขตเมืองลพบุรี จึงประสานส่งข้อมูลให้ กองกำกับการสืบสวนจังหวัดลพบุรี หลังจากรับข้อมูล กองกำกับการสืบสวนจึงทำการสืบสวนจนทราบชื่อจริงและแหล่งพักพักอาศัย จึงเข้าตรวจค้น     จนพบของกลางยาบ้า 200 เม็ด จากนั้นได้สอบขยายผลทำให้ทราบว่านายเบนซ์ รับยาบ้ามาจากนายติ๊บและทราบแหล่งพักอาศัยด้วย ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลนักค้ารายสำคัญในฐานข้อมูล โดยนายเบนซ์ยืนยันว่ายังมียาบ้าอยู่กับตัวนายติ๊บ จึงเข้าทำการตรวจสอบที่พักตามรับแจ้ง พบนายติ๊บกำลังจะหนี จึงล็อกตัวและเข้าค้นที่พักพบยาบ้าอีก 32,000 เม็ด      และจากการสอบเค้นขยายผลอย่างหนักจนนายติ๊บยอมเปิดปากว่ายาบ้านั้นนำมาจากนายนิว ซึ่งไม่ทราบชื่อและสกุลจริง โดยยาบ้าจะถูกเก็บไว้ในห้องเช่าชั้นเดียว ในหมู่บ้านการเคหะฯ ซึ่งอยู่คนละซอยกับที่พักของนายติ๊บจึงได้เข้าตรวจค้นปรากฎไม่พบนายนิว แต่พบยาบ้าถึง 1,158,000 เม็ด และยาไอซ์ 2 กก.เศษ บรรจุในกระสอบซุกซ่อนอยู่ในห้องครัวของห้องเช่าแห่งหนึ่งตามที่นายติ๊บบอก ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่านายนิวจะมีตัวตนจริงหรือไม่ อาจเป็นยาบ้าของนายติ๊บทั้งหมดก็เป็นไปได้ อย่างไรก็แล้วแต่ก็จะได้ทำการสืบสวนขยายผลถึงต้นตอต่อไป     เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมายกับ น.ส.วัชรีย์ กับ น.ส.ดวงพร และ แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมายกับ นายสิทธิพร และ นายนพเก้า และจะทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายรายนี้ที่ยังหลบหนีต่อไป

 2,843
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 63

เมียทหารช็อก! ประมูลรถของกลาง เจอยาบ้าแถมมาด้วยเกือบแสนเม็ด

เชียงใหม่-ตำรวจ สภ.สันทราย และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้รับแจ้งจากอู่ซ่อมรถ ชื่ออู่อีสานรุ่งเรือง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ว่าเจอยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถจำนวนมหาศาล หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานจึงเดินทางไปตรวจสอบที่อู่ซ่อมรถดังกล่าว   ที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบรถฮอนด้าซีอาร์วี สีขาวหมายเลขทะเบียน 5 กบ 9171 กรุงเทพ บริเวณกันชนด้านหลัง เมื่อถอดออกดูก็ปรากฏว่ามีช่องลับ ภายในช่องมียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 94,000 เม็ด   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อวันที่ 10 เม.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้ร่วมกันจับกุมนายวรกันต์ วังคีรี และนายศรัณย์ภัทร เยอเบาะ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 100,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังของรถยนต์คันดังกล่าว   จากนั้นได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองคน และทางเจ้าหน้าที่ปปส.ภาค 5 ก็ได้ดำเนินการตามพรบ.มาตราการยึดทรัพย์ โดยยึดรถดังกล่าวเป็นของกลางและต่อมาเมื่อวันที่ 22 ม.ค.63 ได้มีการประมูลขายถอดตลาดรถคันดังกล่าวนี้ โดยมีหญิงสาวซึ่งเป็นภรรยาทหารยศ พันเอก ประมูลได้ไปในราคา 586,000 บาท   หลังเสร็จสิ้นการประมูล หญิงดังกล่าวได้นำรถมาที่อู่ เพื่อซ่อมแซมบริเวณท้ายรถที่มีรอยเฉี่ยวชนเล็กน้อย โดยเจ้าของอู่ ได้มาถอดชิ้นส่วนรถหมายจะซ่อมก็ตกใจเมื่อเจอยาบ้า จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถไปตรวจสอบที่ซุกซ่อนอื่นๆ แต่ก็ไม่พบยาเพิ่มเติม และได้ส่งมอบรถคืนให้แก่ผู้ชนะประมูล ส่วนยาเสพติดได้ยึดไว้เป็นของกลางและจะได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มผู็ต้องหาเพิ่มเติมที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Apq60fXfGo4

 5,155
สังคม
24 ม.ค. 63

เมียทหารช็อก! ประมูลรถของกลาง เจอยาบ้าแถมมาด้วยเกือบแสนเม็ด

เชียงใหม่-ตำรวจ สภ.สันทราย และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้รับแจ้งจากอู่ซ่อมรถ ชื่ออู่อีสานรุ่งเรือง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ว่าเจอยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถจำนวนมหาศาล หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานจึงเดินทางไปตรวจสอบที่อู่ซ่อมรถดังกล่าว   ที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบรถฮอนด้าซีอาร์วี สีขาวหมายเลขทะเบียน 5 กบ 9171 กรุงเทพ บริเวณกันชนด้านหลัง เมื่อถอดออกดูก็ปรากฏว่ามีช่องลับ ภายในช่องมียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 94,000 เม็ด   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อวันที่ 10 เม.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้ร่วมกันจับกุมนายวรกันต์ วังคีรี และนายศรัณย์ภัทร เยอเบาะ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 100,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังของรถยนต์คันดังกล่าว   จากนั้นได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองคน และทางเจ้าหน้าที่ปปส.ภาค 5 ก็ได้ดำเนินการตามพรบ.มาตราการยึดทรัพย์ โดยยึดรถดังกล่าวเป็นของกลางและต่อมาเมื่อวันที่ 22 ม.ค.63 ได้มีการประมูลขายถอดตลาดรถคันดังกล่าวนี้ โดยมีหญิงสาวซึ่งเป็นภรรยาทหารยศ พันเอก ประมูลได้ไปในราคา 586,000 บาท   หลังเสร็จสิ้นการประมูล หญิงดังกล่าวได้นำรถมาที่อู่ เพื่อซ่อมแซมบริเวณท้ายรถที่มีรอยเฉี่ยวชนเล็กน้อย โดยเจ้าของอู่ ได้มาถอดชิ้นส่วนรถหมายจะซ่อมก็ตกใจเมื่อเจอยาบ้า จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถไปตรวจสอบที่ซุกซ่อนอื่นๆ แต่ก็ไม่พบยาเพิ่มเติม และได้ส่งมอบรถคืนให้แก่ผู้ชนะประมูล ส่วนยาเสพติดได้ยึดไว้เป็นของกลางและจะได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มผู็ต้องหาเพิ่มเติมที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Apq60fXfGo4

 5,155
สังคม
24 ม.ค. 63

ประมูลรถของกลางเข้าอู่ซ่อมพบยาบ้าซ่อนกันชนกว่า 1 แสนเม็ด!

พ.ต.อ.สุรพงษ์ บุญยืน ผกก.สภ.สันทราย พ.ต.ท.พูนทรัพย์ รวมสุข ผกก.สส.สภ.สันทราย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรอำเภอสันทราย และเจ้าหน้าที่ปปส. ได้รับแจ้งจากอู่ซ่อมรถ ชื่ออู่อีสานรุ่งเรือง บ้านแม่ย่อยใต้ หมู่ 2 ซอย 10 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ว่าเจอยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถจำนวนมหาศาล หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ทุกนหน่วยงานจึงเดินทางไปตรวจสอบที่อู่ซ่อมรถดังกล่าว   ที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบรถฮอนด้าซีอาร์วี สีขาว บริเวณกันชนด้านหลัง เมื่อถอดออกดูก็ปรากฏว่ามีช่องลับ ภายในช่องมียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 94,000 เม็ด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้ร่วมกันจับกุมนายวรกันต์ วังคีรี และนายศรัณย์ภัทร เยอเบาะ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 100,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังของรถยนต์คันดังกล่าว จากนั้นได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองคน และทางเจ้าหน้าที่ปปส.ภาค 5 ก็ได้ดำเนินการตามพรบ.มาตราการยึดทรัพย์ โดยยึดรถดังกล่าวเป็นของกลาง   ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 63 ได้มีการประมูลขายทอดตลาดรถคันดังกล่าวนี้ โดยมีหญิงสาว ซึ่งเป็นเมียทหารยศ พันเอก ประมูลได้ไปในราคา 586,000 บาท หลังเสร็จสิ้นการประมูล หญิงดังกล่าวได้นำรถมาที่อู่ เพื่อซ่อมแซมบริเวณท้ายรถที่มีรอยเฉี่ยวชนเล็กน้อย    โดยเช้าวันนี้เจ้าของอู่ ได้มาถอดชิ้นส่วนรถหมายจะซ่อมก็ตกใจเมื่อเจอยาบ้า จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถไปตรวจสอบที่ซุกซ่อนอื่นๆแต่ก็ไม่พบยาเพิ่มเติม และได้ส่งมอบรถคืนให้แก่ผู้ชนะประมูล ส่วนยาเสพติดได้ยึดไว้เป็นของกลางและจะได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ต่อไป

 811
อาชญากรรม
18 ม.ค. 63

ดักสกัดรถกระบะจากเหนือ เจอยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด ถูกซ่อนด้วยถังแกลลอน

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ที่ริมถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ กม.ที่ 65/66 หมู่ที่ 4 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง พันตำรวจเอกชยานนท์ มีสติ รอง ผบก.สส.ภ.1 พันตำรวจเอกมนัสเวท ทองอิ่ม ผกก.สภ.ไชโย พันตำรวจโทโสภณ มุ้ยจั่น รอง ผกก.ป.สภ.ไชโย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชโย จำนวน 20 นาย ร่วมตั้งจุดสกัดหลังสืบทราบว่าจะมีขบวนการขนยาเสพติดจากจังหวัดเชียงใหม่มาส่งลูกค้าในเขตจังหวัดภาคกลาง   ต่อมามีรถยนต์ต้องสงสัยตามที่สายข่าวแจ้งมา คันแรกเป็นรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กว 9249 สุราษฎร์ธานี ที่มีนายสมใจหรือเปี๊ยก รักสีทอง อายุ 45 ปี และน.ส.วิไลลักษณ์หรือหนิง รักษา นั่งมาในรถยนต์เก๋ง ที่ใช้เบิกทางเพื่อดูด่านของตำรวจ โดยมีรถกระบะมิตซูมิชิ ไททัน สีขาว มีคอก หมายเลขทะเบียน บม 921 กำแพงเพชร ขับขี่โดยนายอนุรักษ์ หรือหนึ่ง พุ่มแย้ม อายุ 36 ปี มาพร้อม น.ส.วาสนาหรือปู เวชศาสตร์ ภายในกระบะบรรทุกถังแกลอนพลาสติกสีเขียวมาเต็มคันรถ จึงทำการตรวจค้นพบถุงขยะสีดำจำนวน 9 ถุงถูกซุกซ่อนไว้โดยมีถังแกลอนพลาสติกปิดทับอยู่ เมื่อเจ้าหน้าตำรวจเปิดถุงขยะสีดำออกดูพบยาบ้าที่อัดเป็นแท่งจำนวนมาก นับได้ 2,100,000 เม็ด   และวันนี้ (18 ม.ค.) ช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ชุดสืบได้นำตัวนายสมใจหรือเปี๊ยก น.ส.วิไลลักษณ์ หรือหนิง นายอนุรักษ์ หรือหนึ่ง และน.ส.วาสนาหรือปู มาสอบสวนขยายผลโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง มาทำประวัติและตรวจสอบรถยนต์อย่างละเอียด จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชโย เพื่อทำการดำเนินคดีจับกุมตามกฎหมายต่อไป   รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/EezQyUFmBtA

 2,084
สังคม
17 ม.ค. 63

หนุ่มคลั่ง! ขอเงินแม่ซื้อยาบ้าไม่ได้ ทำลายข้าวของจุดไฟเผาบ้าน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 16 มกราคม 2563 ร.ต.อ.แดนชัย ชัยเจริญ รองสวป.สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุมีชายคลุ้มคลั่งทำลายข้าวของและจุดไฟเผาบ้านตัวเองที่ หมู่ 2 บ้านดอนดู่ ต.อุ่มเม่า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์      จึงเข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลอุ่มเม่า ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณข้างบ้านพบข้าวของประตูบ้าน เปลนอนเด็ก ถูกทำลายและจุดไฟเผา เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้ช่วยกันนำน้ำมาดับไฟได้ทัน โดยจากการตรวจสอบพบว่าหน้าต่างกระจกถูกทุบทำลายจนแตก โอ่งน้ำข้างบ้านก็ถูกทุบจนแตก ประตูก็ถูกทำลายจนพังและนำไปเผาทิ้ง ซึ่งภายในบ้านข้าวของถูกทำลายเกือบทั้งหมด ซึ่งผู้ก่อเหตุคือนายกิตติชัย ภูชมบ่อ อายุ 23 ปีโดยหลังจากก่อเหตุก็ได้หลบหนีไป     จากการสอบถามเพื่อนบ้านที่ห็นเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้พบนายกิตติชัย อยู่บ้านคนเดียวจากนั้นก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์หาแม่เพื่อจะขอเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพแต่แม่ไม่ยอมให้เงิน จึงเกิดอารมณ์โมโห ทุบทำลายข้าวของภายในบ้าน จากนั้นก็ส่งเสียงดังโวยวายบอกว่าจะทำลายบ้านและจุดไฟเผาบ้าน ซึ่งตอนนั้นชาวบ้านได้โทรไปหาผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยตรวจสอบ      หลังจากนั้นไม่นานนายกิตติชัย ก็ได้นำข้าวของที่ทำลายมากองรวมกันข้างบ้านจากนั้นก็จุดไฟเผาและได้หลบหนีไปซึ่งตอนนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาถึงพอดีก็ได้รีบช่วยกันดับไฟได้ทัน หากเจ้าหน้าที่มาช้ากว่านี้ไฟก็อาจจะลุกลามไหม้บ้านได้      โดยหลังจากดับไฟทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกตรวจสอบรอบหมู่บ้านเพื่อหาตัวคนก่อเหตุแต่ก็ยังไม่พบคาดว่าจะหลบหนีไปที่อื่น ซึ่งชาวบ้านยังบอกอีกว่านายกิตติชัย มีอาการติดยาเสพติดอย่างหนักและจะขอเงินแม่เป็นประจำไม่ยอมทำงาน โดยเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ช่วยมาระงับเหตุไว้ทัน ซึ่งทำให้พ่อแม่ ตาและยาย ต้องย้ายบ้านออกไปอยู่ที่อื่นเพราะทนพฤติกรรมไม่ได้      โดยอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ให้ได้เพราะหากปล่อยไว้ก็จะหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ขอให้ชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาหากพบชายผู้ก่อเหตุก็ให้ช่วยกันจับตัวหรือรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อที่จะสามารถทำการจับกุมตัวได้ คาดว่าช่วงนี้คงหลบหนีไปนอกพื้นที่  

 314
สังคม
16 ม.ค. 63

จนท.บุกรวบ 2 ผัวเมียคดียาเสพติด สะเทือนใจพบแม่สอนลูกชายวัย 8 ขวบเสพยามานานนับปี

กองกำลังเทพสตรีที่ 401 ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.คุริง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พบ นางสมคิด อายุ 49 ปี , นายสำเริง สามี และ เด็กชาย วัย 8 ขวบ และ 14 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของนางสมคิด รวมถึง เด็กชายวัย 14 ขวบ ที่เป็นลูกของเพื่อนบ้าน นั่งเล่นอยู่ด้วยจากการตรวจค้นภายในบ้าน พบยาบ้าจำนวนหนึ่ง พร้อมเงินสด จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะขอตรวจค้นตัว นายสำเริง แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง รับสารภาพว่าเสพยาบ้าโดยได้มาจากภรรยา     นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสังเกตเห็นว่าลูกของ นางสมคิด ทั้ง 2 คน มีรูปร่างที่ซูบผอม ผิดจากเด็กทั่วไปจึงนำมาตรวจปัสสาวะพบว่า เด็กทั้ง 2 คน มีปัสสาวะสีม่วง เจ้าหน้าที่จึงสอบถาม ด.ช.วัย 8 ขวบ จนเด็กยอมรับว่า เสพยาบ้าไปครึ่งเม็ด โดยแม่เป็นคนเอามาให้ และสอนวิธีเสพ มีการเสพมานานเกือบปีแล้ว     ด้านนางสมคิด รับสารภาพว่า สั่งซื้อยาบ้ามาจากนายเด่น ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านในราคาเม็ดละ 120 บาท เพื่อนำมาเสพเพิ่มกำลังในการทำงาน และเมื่อรับยาบ้ามาแล้วก็จะแบ่งให้ลูกชายไปเสพครึ่งเม็ด ที่เหลือตนเองก็เสพเอง ส่วนยาบ้า 1 เม็ด ที่แยกไว้ในกระเป๋า ตนจะเก็บไว้เสพช่วงเที่ยง และที่เหลืออีก 7 เม็ด ตนใช้ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กำลังซักถามลูกชาย กลืนลงท้องไปหมดแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Uq2ZxdQJXFk

 1,989
สังคม
12 ม.ค. 63

ตร.บุกรวบตัวแก๊งค้ายา ไม่สิ้นฤทธิ์สะเดาะกุญแจมือหนี - ยื้อปืนจนท.ก่อนลั่นเข้าขาตัวเอง

เจ้าหน้าที่บุกจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ประกอบด้วย นายดนุพล หรือ ซัน ฉิมมณี อายุ 30 ปี นายธนัญชัย หรือโอ๊ต ทองเงิน อายุ 25 ปี และนายจักรพงษ์ หรือตี๋ โทธานี อายุ 25 ปี พร้อมของกลางยาบ้ารวม 10,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ไอแพ็ดยี่ห้อแอปเปิ้ล สีดำ พร้อมซิมการ์ด 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ 1 คัน เหล็กแหลมขนาดเล็ก 1 อัน นอกจากนั้น ยังได้ตรวจยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาตาม พ.ร.บ.มาตรการยึดทรัพย์ คือ รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สี่ประตู สีเทา เงินสดจำนวน 21,060 บาท และ พระเครื่องเลี่ยมโลหะคล้ายทอง 3 องค์ โดยกล่าวหาทั้ง 3 คนว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งกล่าวหานายดนุพลเพิ่มเติมอีกว่า หลบหนีการควบคุมตามอำนาจของเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติ   หนึ่งในผู้ต้องหาใช้เหล็กแหลมขนาดเล็กสะเดาะกุญแจมือจนหลุด ก่อนจะวิ่งหนีเข้าป่าละเมาะ เจ้าหน้าที่รุดตามพร้อมตะโกนห้าม ก่อนชักปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า 3 นัด คนร้ายจึงย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ยื้อยุดแย่งปืนจนปืนลั่นเข้าต้นขาข้างซ้ายของคนร้ายจนกระดูกแตก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A0ps-yTjOY0

 1,740
สังคม
09 ม.ค. 63

รวบ 3 โจ๋ ติดยาบ้าหนัก จนท.อึ้งเสพตั้งแต่ ป.4 รับซื้อจากอาแท้ๆ ตัวเอง

 อาแท้ๆ เอายาบ้าให้หลานวัย 9 ขวบเสพตั้งแต่เรียน ป.4 จนติดต้องออกจากโรงเรียน มารับจ้างเก็บขี้ยาง หาเงินซื้อยาบ้าเสพ ส่วนอีกรายติดยาจนขู่ทำร้ายพ่อแม่หากไม่ให้เงินไปซื้อยามาเสพ   เหตุเกิดที่บ้านทรายขาว ต.สองพี่สอง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ขณะที่ กองกำลังเทพสตรี ที่ 401 พร้อมด้วย นายสมพูล มีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 นำกำลังไปตรวจค้นยาเสพติดที่บ้านเป้าหมาย ซึ่งสามารถจับผู้ค้า พร้อมกับยาบ้าได้กว่า 200 เม็ด และควบคุมตัวนำตัว นาย เต้ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ด.ช.ตุ๊ก (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี และ ด.ช.เอฟ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี  หลังตรวจปัสสาวะทั้งสาม พบเป็นสีม่วง   ซึ่งจากการสอบปากคำนั้นทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าเสพยามาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ซึ่งตอนนั้นตนเองเรียนอยู่ชั้น ป.4 ซึ่ง อาแท้ๆ เป็นคนที่นำยาบ้ามาให้ลองเสพ ซึ่งพอเริ่มเสพไปก็ติดยาต้องลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่ ป.5 ออกมารับจ้างเก็บขี้ยางตามสวนยางของชาวบ้าน เงินที่ได้จากค่าแรงวันละ 3-500 บาท ก็นำมาซื้อยาบ้าจาก น้องชายพ่อ จนกระทั่งขณะนี้ อายุ ด.ช.ตุ๊ก มีอายุ 13 ปี ซึ่งก็เสพยาเสพติดมานานกว่า 4 ปี และมาถูกจับพร้อม ด.ช.เอฟ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมก๊วนยาที่เสพมากว่า 2 ปีในที่สุด     สำหรับอาของเด็กนั้นพเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปค้นตัวและค้นบ้าน ซึ่งยังไม่พบหลักฐานมัดตัว จึงไม่สามารถจับกุมตัวเพื่อมาลงโทษได้ นอกจากนี้ยังพบผู้ต้องหาอีก 1 ราย  ชื่อว่า นาย เต้ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ติดยาเสพติดอย่างหนัก เนื่องจากเสพยาหลายชนิด ซึ่งให้การว่าเสพยามาตั้งแต่อายุ 13 ปี   เรียนอยู่ในโรงเรียนในหมู่บ้านเช่นกัน เป็นลูกชายคนของครอบครัว จึงถูกตามใจมาก จนมีพฤติกรรมก้าวร้าว และยังเคยใช้ขวดปากฉลาม ข่มขู่ขอเงินจากผู้ปกครอง จนทางผู้ปกครองทนไม่ไหว จึงแจ้งให้ทางตน ไปรับตัวมาควบคุมเพื่อบำบัดพร้อมผู้เสพรายอื่นที่ฐานแห่งนี้ต่อไป  

 6,846

Top