ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยาบ้า"

ข่าวภูมิภาค
12 พ.ค. 62

รวบแล้ว คนร้ายเผารถทิ้งพร้อมยาบ้า 5 ล้านเม็ด ก่อนหนีเข้าป่า คุมตัวสอบหาผู้ร่วมขบวนการ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับรถไล่ล่าจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด โดยมี นายพรเทพ ฉิมมา อายุ 24 ปี ขับรถอีซูซุมิวเซเว่น สีขาว หนีด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก จนกระทั่งมาถึงหลัก ก.ม.ที่ 640-641 ถนนพหลโยธิน ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้จอดรถจุดไฟเผาก่อนวิ่งหลบหนีไป โดยทิ้ง น.ส.สุนทรี ธรรมสุวรรณ อายุ 24 ปี แฟนสาวให้ถูกจับ ขณะที่รถดับเพลิงฉีดน้ำดับไฟไหม้แล้วปรากฎว่าพบยาบ้า 5 ล้านเม็ด ไอซ์ 15 ก.ก.   ความคืบหน้าวันที่ 12 พ.ค. 62 มีรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธร จ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี สามารถจับกุมตัวนายพรเทพได้แล้วบริเวณที่พักแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยขณะนี้ได้คุมตัวนายพรเทพมา ที่ จ.ลำปาง เพื่อจะได้นำมาสอบสวนสอบปากคำหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิดคลิปนาทีไล่ล่าพ่อค้ายาบ้าลำปาง ก่อนเผารถ วิ่งหลบซ่อนตัวในป่า คาดหิวโซ-อ่อนเพลีย    

 9,470
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 62

ตร.ปะทะเดือด กลุ่มขบวนการยาบ้าที่เชียงราย วิสามัญคนร้าย 1 ราย ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด

เชียงราย -  ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากจากชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้ามาในประเทศไทย ทางด้านจังหวัดเชียงราย    จึงได้วางกำลังดักซุ่มอยู่ตามถนนเชื่อมระหว่างถนนลัดเลาะชายแดนจาก อ.แม่ฟ้าหลวง-อ.แม่จัน กับถนนพหลโยธิน ต.ป่าซาง อ.แม่จัน ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อ จำนวน 3 คัน ขับตามกันลงมาจากภูเขามุ่งหน้าจะไปทางถนนพหลโยธินผ่านด้านหน้าโรงเรียนบ้านป่าซาง (ซางดรุณานุสาสน์) หมู่บ้านศรียางมูล หมู่ 8 ต.ป่าซาง ตรงกับที่ได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปสกัดกั้น    อย่างไรก็ตามปรากฎว่าคนในรถคันหนึ่งได้ชักอาวุธปืน ยิงใส่เจ้าหน้าที่ที่กำลังจะเข้าไปตรวจสอบทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้น สิ้นเสียงปืนพบว่าหนึ่งในคนร้ายเสียชีวิตคาที่ 1 คน ตรวจสอบเอกสารในตัวทราบว่าชื่อ นายบุญส่ง วูซือกู่ อายุ 27 ปี โดยถูกกระสุนของเจ้าหน้าที่ยิงถูกลำตัว หลังจากนั้นคนขับรถรถคันอื่นที่ถูกสกัดเอาไว้พร้อมกันอีก 2 คน ต่างยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ด้วยดี   เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้นที่รถทั้ง 3 คัน ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ผลการตรวจค้นปรากฎว่าพบของกลางยาเสพติดประเภทยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบฟางสีรุ้งที่ออกแบบเป็นกระเป๋าเป้ใส่หลัง โดยวางอยู่ตรงกระบะหลังรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ดจำนวน 4.2 ล้านเม็ด และบนกระบะรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 3.8 ล้านเม็ด รวมยาบ้า8ล้านเม็ด           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/SAw7LARIW5g

 1,504
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 62

หนุ่มทำทีขอลองรถที่เต็นท์รถมือสอง ก่อนเชิดหนี ตร.สกัดจับ ค้นตัวเจอยาบ้ากว่า 100 เม็ด

วันที่ 9 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 14.30 น. ห้องสายตรวจ 191 สภ.เมืองมหาสารคาม ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยโรจน์ นาคราช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.สุทธิพล แสงบุญ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองมหาสารคาม พ.ต.ต.ประวิทย์ จิตราษฏร์ สวป.สภ.เมืองมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 ร่วมกันจับกุม นายวันชัย อันพันลำ อายุ 33 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 157 เม็ด    พ.ต.ต.ประวิทย์ จิตราษฏร์ สวป.สภ.เมืองมหาสารคาม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมหาชัย สภ.เมืองมหาสารคาม ว่ามีเหตุชายคนหนึ่ง ได้ทำทีเข้าไปลองรถ เพื่อที่จะเช่าซื้อที่เต็นท์รถแห่งหนึ่งที่บ้านท่าสองคอนน้อย ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม    เป็นรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ แต่ไม่นำรถมาส่งคืน โดยรถคันดังกล่าวมุ่งหน้าเข้ามาในเมืองมหาสารคาม จากนั้นจึงได้ให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ 191 ตรวจสอบในพื้นที่ จนพบรถคันดังกล่าว ก่อนจะเรียกให้หยุด แต่ผู้ก่อเหตุกลับขับรถฝ่าสัญญาณมือของเจ้าหน้าที่และขับด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม จนสามารถควบคุมตัวได้ที่บริเวณบ้านเกิ้ง หมู่ 13 ต.เกิ้ง อ.เมือง    ซึ่งผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้น พบยาบ้าจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อวอร์มสีเลือดหมูที่สวมใส่อยู่ เป็นยาบ้าสีส้มอมแดงจำนวน 156 เม็ด และยาบ้าเม็ดสีเขียว มีอักษร WY จำนวน 1 เม็ด รวมมียาบ้าทั้งหมด 157 เม็ด ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองมหาสารคาม   จากสอบสวนผู้ต้องหา ให้การวกวน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเอง แต่ไม่ทราบว่ายาบ้ามาอยู่ในเสื้อของตนได้อย่างไร และก่อนหน้านี้ได้สูบกัญชา และเสพยาบ้ามา   อีกทั้งอยากได้รถมาขับ แต่ไม่มีเงินไปดาวน์รถ จึงทำทีไปขอดูรถที่เต็นท์รถ ก่อนจะขอลองรถ โดยได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ แต่ไม่ได้นำรถส่งคืน เต็นท์รถเห็นผิดปกติ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยสกัดจับ   โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่ง พ.ต.ท.สุรัช รัตนวงษา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ส่วนรถที่ผู้ต้องหาขับมา จะได้ติดต่อให้เจ้าของเต็นท์รถนำเอกสารมาแสดงเพื่อรับรถคืนต่อไป  

 2,213
สังคม-อาชญากรรม
07 ม.ค. 62

ปส. เปิดปฏิบัติการค้นยาเสพติด ปิดล้อม 3 ชุมชนย่านลาดกระบัง รวบผู้ต้องหาได้ 17 คน

วันที่ 7 ม.ค. 62 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และทหาร เปิดปฏิบัติการตรวจค้นยาเสพติดปิดล้อมแหล่งแพร่ระบาด 21 เป้าหมาย ใน 3 ชุมชน ย่านลาดกระบัง คือ ชุมชนริมคลองลาดบัวขาว, ชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า ระยะ 4 โซน 10 และ ชุมชนประชาร่วมใจ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการมั่วสุมยาเสพติด   ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้น 21 เป้าหมาย ใน 3 ชุมชน ได้ผู้ต้องหา 17 คน ใน 23 คดี พบยาบ้า 246 เม็ด, ไอซ์ 43 กรัม, ต้นกระท่อม 18 ต้น ใบกระท่อม และน้ำกระท่อม 1.5 ลิตร เตรียมบรรจุลงขวดขาย ที่ชาวบ้านบอกว่าปลูกเพื่อเป็นยารักษาโรค และได้รับอนุญาตปลดล็อคทางกฎหมายแล้ว ทำให้สามารถปลูกได้    เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงว่ากระท่อมถือเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายไม่สามารถปลูกได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายฐานผลิตและครอบครองยาเสพติดประเภท 5 เช่นเดียวกับกัญชา มีโทษทางอาญา ทั้งปรับและจำคุก ก่อนจะนำตัว ลูกบ้านทั้งหมดไปตรวจปัสสาวะ และสารเสพติด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ที่ผู้ต้องหาใช้ส่งยาบ้าไว้ตรวจสอบด้วย    พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการตัดต้นกระท่อมที่ปลูกอยู่ในชุมชนริมคลองลาดบัวขาว ย่านลาดกระบัง หลังตำรวจปราบปรามยาเสพติดสนธิกำลังเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และทหาร เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดแหล่งแพร่ระบาดชุมชนลาดกระบัง และตรวจพบว่ามีการลักลอบปลูกต้นกระท่อมมานานหลายสิบปี   นายบุญส่ง ยะรังวงษ์ อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านที่ปลูกต้นกระท่อม ระบุว่า ลูกเขยเป็นคนปลูก จำนวน 2 ต้น เพื่อนำใบมาบริโภค ปลูกมานานกว่า 20 ปี แล้ว ไม่มีการนำมาผลิตเป็นน้ำกระท่อมขาย   ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ปฎิบัติการดังกล่าวนับเป็นการกดดัน และปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยที่อาศัยชุมชนเป็นที่ลักลอบจำหน่ายและแฝงตัวเพื่อขายยาเสพติดในชุมชน ซึ่งทำให้คนในชุมชนเกิดความไม่ปลอดภัยและหวาดกลัว ซึ่งปฎิบัติการดังกล่าวก็จะไปตามชุมชนเป้าหมายต่างๆ อีก      

 1,460
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 61

รปภ.ห้างเจอถุงใต้สะพาน หวั่นเกิดเหตุฆ่ายัดถุง เปิดดูตะลึงพบยาบ้า 1.7 แสนเม็ด

อุดรธานี-รปภ.ห้างฯเจอถุงใต้สะพาน เปิดถุงพบยาบ้า 1 แสน 7 หมื่น 4 พันเม็ด มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท รุดแจ้งความตำรวจ เผยตอนแรกคิดว่าเกิดเหตุฆ่ากันและนำศพยัดถุง ตำรวจเร่งตรวจสอบหาคนนำถุงมาวางต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/G-2o_BDjBZs

 2,261
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 61

แก๊งค้ายาบ้าตกใจเจอตำรวจทิ้งยาข้างทางกว่า 18,000 เม็ด

วานนี้ (15 ธ.ค. 61) เมื่อเวลา 2030น.  พ.ต.อ.วุฒิชัย  ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม  พ.ต.ท.วัชระพัฒน์ เรืองอัครนนท์ รองผกก.ป. รับรายงานจาก ส.ต.ทสมศักดิ์ ไพรป่า และ ส.ต.ท.วิษณุ อยู่ทา ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ขณะขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจปฎิบัติหน้าตามปกติเมื่อขับมาถึงปากหน้าปากซอยหมุ่บ้านสิชล ก่อนถึงป้อมสายตรวจจุดหนองใหญ่ริมถนนกาญจนาภิเษก มีจักรยานยนต์ของผู้ค้าขายขับสวนมาแล้วเสียหลักล้มจึงจะลงไปช่วยขณะที่นั้น ชายคนซ้อนท้ายก็หยิบถุงสีดำวิ่งอย่างรีบเร่งมีพิรุธจึงวิ่งติดตามส่วนคนขับเมื่อพยุงรถขึ้นได้ก็รีบขับรถหนีไปทางออกปากทางถนนกาญจนา   คนร้ายวิ่งเข้าชอยหมุ่บ้านชัยมงคล และได้โยนถุงดำและหมวกกันน้อคและรองเท้าแตะไว้หนึ่งข้าง  วิ่งหลบหนีไปในความมืดหลบหนีไปได้ จากนั้นจึงมาดูถุงดำทีคนร้ายทิ้งไว้พบว่าเป็นยาบ้า  จำนวน18,000 เม็ด  เจ้าหน้ากองพิสูทธิ์หลักฐานมาเก็บหลักฐาน เพื่อหาลอยนิ้วมือ เก็บหลักฐานไว้   ด้าน พ.ต.อ.วุฒิชัย ผกก.เพชรเกษมกล่าวว่าตอนนี้ได้ใก้ฝ่ายสืบลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามตัวตัวเพื่อขออนุมัตหมายจับต่อไป

 1,791
ข่าวภูมิภาค
13 ธ.ค. 61

จับ 2 ผัวเมีย ขนยาบ้า 2 ล้านเม็ด ซุกใต้รถกระบะขนกะหล่ำปลี หวังตบตา จนท.

วันที่ 13 ธ.ค. 61 เมื่อเวลา 13.45 น ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ได้มีการเปิดเถลงข่าว หลังจากเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่นมา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริกลำปาง พร้อมกำลังทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดลำปาง ( ร.17พัน.2) เรียกตรวจค้นรถกระบะ ซึ่งบรรทุกกระหล่ำปลีมาเต็มคันรถ    โดยพบว่ามี นายยิ่งเจริญ ศิริธนสมบัติ อายุ 37 ปี ที่ คนขับ และมี น.ส.ศิรินันท์ วรวงค์อุดม อายุ 30 ปี นั่งคู่มาด้วย ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่เรียกตรวจค้นบุคคลทั้งสองท่าทางมีพิรุธ โดย น.ส.ศิรินันท์ มีอาการสั่นตกใจหน้าซีด หายใจเร็ว และอยู่ดีๆ ก็ล้วงบัตรเอทีเอ็มมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมบอกว่าเป็นใบขับขี่รถยนต์    เจ้าหน้าที่จึงนำรถยนต์บรรทุกกระหล่ำดังกล่าวไปตรวจเครื่องเอกซเรย์ ผลการเอกซเรย์ พบใต้กองผักกระหล่ำที่บริเวณท้ายกระบะมีกระสอบเรียงกันเป็นก้อนๆ เจ้าหน้าที่จึงนำรถยนต์กระบะดังกล่าวมาตรวจค้นอย่างละเอียดพบเป็นยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวน 10 กระสอบ นับได้จำนวน 2,000,000   จากการสอบสวนนายยิ่งเจริญ และ น.ส.ศิรินันท์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจาก ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.ฮอต จ.เชียงใหม่ เดินทางมาทาง อ.ลี้ และมาที่ อ.เถิน ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมที่ด่านตรวจยาเสพติด อ.แม่พริก โดยปลายทาง ที่ จะนำยาบ้า ทั้งหมดไปส่ง อยู่ที่ กรุงเทพฯ   โดยได้รับเงินค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางจำนวน 30,000 บาท ซึ่งผู้จ้างวางไว้ให้บนเบาะ ส่วนค่าจ้างเมื่อนำยาบ้าไปส่งยังจุดหมายแล้วจะได้รับค่าจ้างอีกจำนวนหนึ่ง   

 37,154
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

แถลงรวบ 2 ผู้ต้องหาลักลอบขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด จนท.สกัดจับทิ้งรถหนี สุดท้ายไม่รอด

วันที่ 25 พ.ย. 61 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5,  พล.ต.ต.ธระรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.แพร่, และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ  ผู้ต้องหา 2 คน เป็นจำนวนยาบ้า 5,000,000 เม็ด    โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมฯ สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 5,000,000 เม็ด รถยนต์บรรทุกกระบะ เงินสด 8,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง   ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตารวจชุดจับกุมด่านตรวจนางฟ้า สภ.สองฯ ได้ร่วมกันตั้งด่าน ตรวจยาเสพติดชั่วคราวบนถนนสายคลองชลประทานบ้านห้วยหม้าย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้ ทำการเรียกตรวจ รถยนต์บรรทุกกระบะซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อเห็นชุดปฏิบัติการตั้งจุดตรวจจึงได้หลบหนีเลี้ยวรถ ไปทางท่าทรายสองฝั่งยม ชุดจับกุม จึงได้แจ้ง ผู้บังคับบัญชาทราบและได้ออกติดตาม พบว่า รถยนต์คันดังกล่าวผู้ต้องหา ได้จอดรถทิ้งไว้แล้ววิ่งหลบหนีไป จึงได้ แจ้งศูนย์วิทยุ สภ.สองฯ ขอความช่วยเหลือ    เจ้าหน้าที่ตารวจเพื่อช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหา และต่อมาได้รับ รายงาน ชุดสืบสวน สภ.สองฯ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ได้ 2 คน และสามารถหลบหนีไปได้ 1 คน จึงร่วมกันตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบยาบ้า ในกระสอบปุ๋ยบรรจุในถุงพลาสติกสีดา จำนวน 35 กระสอบ รวมยาบ้า ประมาณ 5 ล้านเม็ด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีชุดสืบสวนได้ออกติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็วโดยกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย      

 1,801
สังคม-อาชญากรรม
19 พ.ย. 61

ไม่รอด! จับเครือข่ายยาเสพติด ซุกยาบ้า 3 แสนเม็ดในถังแก๊สแอลพีจีหวังตบตาเจ้าหน้าที่

วันที่ 19 พ.ย.61 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน แถลงผลจับกุมนางสมพร แซ่ลิ้ม นายเกรียงไกร อัศวเดชฤทธิ์ และ น.ส.อนุธิดา แสงทอง พร้อมยาบ้า 300,000 เม็ด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ จึงติดตามรถยนต์ต้องสงสัย จนกระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าวจึงขอเข้าตรวจค้นที่ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก จ.ลำปาง โดยมีนางสมพร เป็นผู้ขับ   จากการตรวจค้นพบยาบ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ในถังแก๊สแอลพีจี ก่อนจะขยายผลจับกุมรถยนต์สำรวจเส้นทางของผู้ร่วมขบวนการได้อีก 1 คัน โดยมีนายเกรียงไกร อัศวเดชฤทธิ์ เป็นผู้ขับและนางสาวอนุธิดา แสงทอง นั่งมาในรถ ซึ่งทั้งสองคนเป็นลูกชายและลูกสะใภ้ของนางสมพร   โดยจากการสืบสวนพบว่าก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 ลูกชายคนโตของนางสมพร คือนายบัณฑิต อัศวเดชฤทธิ์ ถูกจับกุมขณะลำเลียงยาบ้า จำนวน 1,250,000 เม็ด ซึ่งขณะนี้ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ   พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน กล่าวว่า กรณีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในถังแก๊ส จะทำให้เป็นเหมือนถังแก๊สที่ใช้ในรถ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยตำรวจได้สกัดกั้นและตรวจค้นยาเสพติดทุกช่องทาง เพื่อไม่ให้เข้ามาในประเทศ รวมถึงเข้มงวดการตรวจค้นแหล่งสถานบันเทิงต่างๆ ที่เป็นแหล่งมั่วสุม โดยหลังจากนี้จะดำเนินการติดตามจับกุม เพื่อไม่ให้เกิดการเผยแพร่ของยาเสพติดเข้ามาในลักษณะนี้อีก   ขณะที่ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการทางการข่าวหลายหน่วยงานจึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เนื่องจากวิธีการลักลอบซ่อนในถังแก๊สแอลพีจีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ยาก   นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาอีก 5 ราย พร้อมของกลางกัญชา 857 กิโลกรัม หลังสืบทราบว่าจะมีขบวนการขนกัญชาจากจังหวัดนครพนม ไปยังประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้ จึงเฝ้าติดตามและสังเกตุการณ์ จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยจึงทำการเข้าตรวจค้นภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านวังมะนาว จังหวัดเพชรบุรี พบของกลางดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ท้ายรถที่ปะปนมากับผัก จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมดอีกด้วย  

 2,443
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 61

รวบยายวัย 60 พร้อมยาบ้า 16 เม็ด เผย ซื้อมาจากวัยรุ่นเอาไว้กินแก้ปวดเมื่อย

วันนี้ (8 พ.ย.) ที่บริเวณสถานีตำรวจภูธรป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จับกุมตัว นางลัดดา หรือ ‘ป้าติ๋ม’ อายุ 60 ปี นำส่ง ร.ต.อ.อำนาจ มีทองคำ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ป่าโมก เพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาบ้าเอาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย    หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.บางปะหัน ได้ลงพื้นที่ทำมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่บ้านหลังดังกล่าว มีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้าให้กับเยาวชนและวัยรุ่นในพื้นที่ระหว่างรอยต่อของทั้ง 2 จังหวัด จึงได้ทำการเข้าตรวจค้นจับกุมตัว นางลัดดา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 16 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงยาพลาสติกใส่ในซองกาแฟสำเร็จรูป เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชั้นหนึ่ง   จากการสอบสวน นางลัดดา ให้การว่า ตนเองมีสภาพร่างกายไม่ค่อยดี มีอาการปวดหัวเข่าด้านขวาลุกเดินเหมือนคนปกติไม่ค่อยไหว ต้องใช้ไม้เท้าคอยค้ำยัน อีกทั้งยังเป็นโรคไต ไปหาหมอที่โรงพยาบาลป่าโมก หมอได้สั่งยามาให้กินครั้งละ 5 เม็ด แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นมีอาการแพ้บวม และยังคงปวดเมื่อยลุกเดินไม่ไหว ทำงานบ้านก็ไม่ได้    จนได้มาเจอกับวัยรุ่นที่เข้ามาดูไก่แถวบ้าน วัยรุ่นบอกว่าเป็นโรคกระดูกทับเส้นกินยาของวัยรุ่นจะหายขาด ตนเองจึงได้ถามวัยรุ่นว่ายาอะไรให้เอามาให้ลองกินหน่อย วัยรุ่นจึงนำมาให้แล้วบอกว่าให้ตนเองกลืนลงไป เมื่อตนเองกินไปแล้วก็รู้สึกดีขึ้น ลุกเดินได้คล่องแคล่วหายจากอาการปวดเมื่อย ทำงานบ้านได้อย่างสบาย    จากนั้นจึงได้ไปหาลูกสะใภ้ โดยลูกสะใภ้ให้เงินมา 1,000 บาท เพื่อที่จะนำไปซื้อกับข้าว แต่ตนเองเห็นว่ากับข้าวในตู้มีอยู่แล้ว เลยเอาเงินไปซื้อยาวัยรุ่นกินแก้ปวดเมื่อยดีกว่า ซึ่งวัยรุ่นได้นำยาบ้ามาให้กับตนเอง จำนวน 16 เม็ด จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมตัว   ด้าน ร.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า หลังจากที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.บางปะหัน ลงพื้นที่จนได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส และได้เข้าทำการจับกุม นาง ลัดดา หรือป้าติ๋ม ที่มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดให้เยาวชนและวัยรุ่นในพื้นที่ แต่ป้าติ๋มอ้างว่าซื้อมาจากวัยรุ่นนำมาดื่มกับกาแฟในตอนเช้าวันละครึ่งเม็ด เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 16 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ และป้าติ๋ม ยังรับสารภาพว่าได้นำยาบ้าบางส่วนไปจำหน่ายให้กับวัยรุ่นเพื่อเอากำไรเม็ดละ 20 – 30 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีกับนางลัดดา ในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และทำการควบคุมตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดอ่างทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 5,455
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 61

ตร.แม่จัน รวบ 4 โจ๋ ขนยาบ้า 99,800 เม็ด - ไอซ์ 20 ก.ก. รับสารภาพเตรียมส่งไป จ.พะเยา ด้วยระบบขนส่งไปรษณีย์

ตำรวจแม่จัน จังหวัดเชียงราย จับ 4 วัยรุ่นขนยาบ้า 99,800เม็ด ไอซ์20 กิโลกรัม ซุกเป้สะพาย 3 ใบ สอบเบื้องต้นเตรียมส่งกลุ่มเสพใน จ.พะเยา และเตรียมส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ ยาเสพติดคาดว่าผลิตมาจาก กลุ่มกรีนแลนด์กรุ๊ป ซึ่งมีชาวจีนฮ่อและอาข่า ดูแลในเขตขุนน้ำรวก จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า   วันนี้ (4 ต.ค. 61) พ.ต.อ. พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะที่กำลังพล ตั้งด่านตรวจสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณหน้าด่านตรวจ ท่าข้าวเปลือก หมู่ที่ 14 ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางรอง เชื่อมต่อเส้นทางหลัก ไปยัง จังหวัดเชียงราย ได้เรียกตรวจ จักรยานบิ๊กไบค์ ยี่ห้อคาซากิ สีดำ-เขียว มีนายธีรภาพ อนุรักษ์บรรพต อายุ 19 ปี เป็นคนขับ และนายรุ่งเรือง แซ่จาง อายุ 23 ปี นั่งซ้อนท้าย บรรทุกเป้ 3 ใบ ซุกซ่อนยาบ้ารวมประมาณ 99,800 เม็ด ไอซ์ 20 กิโลกรัม โดยเป้ทั้ง 3 ใบวางไว้ด้านหน้า 1 ใบ ตรงกลางระหว่างคนขับและคนซ้อน 1 ใบ และสะพายด้านหลังคนซ้อนท้าย 1 ใบ   โดยก่อนหน้านี้ ได้จับกุมนายวิรวัฒน์ แซ่ย่าง อายุ 21 ปี และนาย บัณฑิต วรรณพรม อาย 23 ปี ขับขี่ จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีขาว  โดยทั้งสองรับสารภาพเป็นคนขับขี่นำทาง จึงมีการดักซุ่มจับกุมจนได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด   เบื้องต้นสอบสวนทั้งหมดรับการว่าจ้างจากพวก โดยการติดต่อทางโทรศัพท์ ว่าจ้าง 120,000 บาท ให้ไปรับยาบ้าที่ชายป่า ท้ายหมู่บ้านหัวแม่คำ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ด่านตรวจท่าข้าวเปลือก เป็นถนนเชื่มต่อไปยัง จังหวัดเชียงราย เป็นเส้นทางรองเลี่ยงด่านตรวจหลัก ยาบ้าประทับสัญลักษณ์ Y1และไอซ์ที่ตรวจยึด เบื้องต้นเชื่อว่า เป็นยาเสพติดที่ผลิต และพักรอส่งผ่านมาจาก กลุ่มจีนฮ่อดอย-อาข่า ขุ่นน้ำรวก หรือ กลุ่มกรีนแลนด์กรุ๊ป มีเขตอิทธิพลบริเวณ เมืองไมแฮ จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า โดยสัญลักษณ์ Y1 เหมือนหรือคล้ายกับ Y1 ของกลุ่มผลิตในเขตรัฐฉานเหนือ เม็ดยารูปทรงและส่วนผสมหลักเหมือนกัน แต่แตกต่างตรง สารประกอบอื่นๆ เท่านั้น จึงมีราคาซื้อขายถูกกว่า ยาเสพติดกลุ่มนี้เชื่อว่าน่าจะส่งเพื่อขายให้กลุ่มเครือข่าย กลุ่มเสพในพื้นที่เป้าหมาย และจากการสอบสวนยาเสพติดลอตนี้ เตรียมส่งผ่านพื้นที่ จังหวัดเชียงราย ไป จังหวัดพะเยา บางส่วนจะแยกส่งทางพัสดุภัณฑ์ทางไปรษณีย์

 2,518
ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 61

ตร. เผย ‘โอปอ’ สาวถูกอุ้มเอี่ยวยาบ้าหายตัวหลบไปอยู่ฝั่ง สปป.ลาว!

จากกรณี น.ส.ประภาพรรณ ภูอุทา หรือ ‘โอปอ’ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม คดีค้ายาบ้า 4,000 เม็ด แต่เป็นผู้เสียหายในคดีเรียกค่าไถ่ซึ่งถูกคนร้าย 5 คน กระชากหัวอุ้มขึ้นรถ โดยเหตุเกิดหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2561    แต่ภายหลังที่ น.ส.ประภาพรรณ ผู้เสียหายคดีเรียกค่าไถ่รู้ว่าตนเองเป็นผู้ต้องหาคดีค้ายาบ้าด้วย เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 จึงเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมนำเอกสารหลักฐานที่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่เอี่ยวยาเสพติดไปมอบให้กับศูนย์ดำรงธรรมกาฬสินธุ์และรายชื่อให้กับศูนย์ดำรงธรรมกาฬสินธุ์ แต่หลังจากให้ข้อมูลเรียกร้อง น.ส.ประภาพรรณ ผู้ต้องหา กลับล่องหนหายตัวไปอย่างลึกลับ ขณะที่ตำรวจจะทำการส่งตัวไปดำเนินคดี ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม โดยผ่านมากว่า 19 วันแล้วยังไม่มีวี่แววว่าโอปอจะเข้ามามอบตัว   ล่าสุด วันนี้ (6 ส.ค.) พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เริ่มได้เบาะแสการเคลื่อนไหวของ น.ส.ประภาพรรณ จากสายข่าวว่า ขณะนี้ได้หลบหนีไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่ สปป.ลาว แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าอยู่พื้นที่ใดเพราะจากการตรวจสอบตามด่านไม่มีการเคลื่อนไหว คาดว่าจะเป็นการนั่งเรือข้ามฟากเพื่อทำการหลบหนี    ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังประสานกับทางเจ้าหน้าที่ฝั่ง สปป.ลาว เพื่อช่วยติดตามตัว น.ส.ประภาพรรณ ว่าขณะนี้กำลังหลบซ่อนอยู่ที่ใด หากทราบพิกัดเจ้าหน้าที่ก็จะทำการจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งต้องใช้เวลาในการประสานงานกับเจ้าหน้าที่หลายส่วนอีกสักระยะ   ด้าน พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ยังทำงานกันอย่างเต็มที่ในการติดตามตัว น.ส.ประภาพรรณ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดต่อแม่ของโอปอตลอดเพื่อช่วยติดต่อให้ลูกเข้ามอบตัว แต่ทางแม่ก็บอกว่ายังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ขอให้โอปอ เข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ    ในส่วนกรณีที่จะกล่าวหาตำรวจไปพัวพันยาเสพติดหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการสอบสวน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย     ดูข่าวเพิ่มเติม สาวถูกอุ้มเรียกค่าไถ่เครือข่ายยาบ้า หายตัวลึกลับหลังเข้าร้องเรียน ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ตอนนี้ยังไม่พบตัว  

 3,795
ปากท้องร้องทุกข์
14 พ.ค. 61

ครูสาวร้องสตช. หลังสามีถูกวิสามัญไม่เป็นธรรม อ้างมีพระอดีตตร. ข่มขู่ให้หยุดร้องเรียน

นางฐานิส หริกจันทร์ พร้อมด้วย นายสมปราชญ์ บุญเนือง ภรรยาและน้องชาย ของนายประภวิษณ์ บุญเนือง ที่ถูกตำรวจสภ.พรหมคีรี วิสามัญ ที่บ้านวังรักษ์ อำเภอพรหมคีรี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา โดยมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องราวไว้    โดยนางฐานิส ซึ่งเป็นครู เล่าว่าเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พ.ค.61 ที่ผ่านมานายประภวิษณ์ ได้ถูกตำรวจสภ.พรหมคีรี จำนวน 6 นายใช้รถยนต์ไล่ลาเพื่อจับยาเสพติด เป็นรยะทางกว่า 30 กม.จนถูกวิสามัญเสียชีวิตในรถกระบะ สภาพศพถูกยิงเข้าหน้าอกซ้าย 1 นัด เหตุเกิดบริเวณบ้านวังรักษ์ ถนนสายนรา แต่ต่อมาตำรวจได้ตรวจซ้ำกลับพบยาบ้าอยู่ข้างคันเกียร์ จำนวน 107 เม็ด   นอกจากนี้เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 61 ที่ผ่านมานางฐานิศ อ้างว่ามีพระรูปหนึ่งมาหาที่บ้านพักและอ้างว่าเป็นอดีตตำรวจและเป็นเพื่อนกับตำรวจชุดที่จับกุมสามีตน แล้วบอกให้หยุดร้องเรียนเรื่องดังกล่าวและบอกว่าในย่ามมีอาวุธปืน ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยและคดีอาจจะล่าช้า วันนี้จึงมายื่นร้องเรียน และอยากให้ตำรวจจากส่วนกลางเข้าไปทำคดีแทนตำรวจในพื้นที่    ส่วนนายสมปราชญ์ กล่าวว่าพี่ชายมีประวัติเสพยาบ้ามาเมื่อ 6 เดือนแต่ปัจจุบันได้เข้าบำบัดแล้ว ยาบ้าที่พบในรถไม่น่าจะเป็นของพี่ชายตน ส่วนอาวุธปืนที่ตำรวจอ้างว่ายิงต่อสู้ กลับถูกวางไว้ในช่องข้างประตูคนขับและถูกยิงไป 1 นัด ซึ่งเหตุเหล่านี้เป็นที่น่าสงสัย ว่าทางตนไม่ได้รับความเป็นธรรม วันนี้จึงพากันมาร้องเรียนและในวันพรุ่งนี้จะไปร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไปด้วย

 3,594
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

'ติ๊งค์' ลูกเลี้ยง 'กรณ์ จาติกวณิช' โดนจับซุกโคเคน ยังไร้ญาติประกันตัว แม่ให้รับโทษตาม กม.

สน.ทองหล่อ จับกุมนายพันธิตร มหาเปารยะ อายุ 27 ปี น้องชายของแต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ ดาราหนุ่มและลูกเลี้ยงของนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง   ถูกจับกุมข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ชนิดผงสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกขนาดเล็กชนิด กดปิด เลื่อนเปิด จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 0.920 กรัม พร้อมของกลาง หลอดพลาสติกสีดำ 2 อัน พร้อมด้วยถุงพลาสติกใส ขนาดเล็ก อยู่ในกางเกงด้านซ้ายมือของผู้ถูกจับกุม เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 ไว้ในครอบครอง   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ตั้งจุดตรวจต้นบริเวณหน้าอาคารโอเชี่ยนทาวด์เวอร์ ถนนรัชดาภิเษก นายพันธิตร ได้นั่งรถแท็กซี่ผ่านมา ท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย คล้ายคนติดยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้รถแท็กซี่หยุด เพื่อขออนุญาตตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พบถุงพลาสติกใส่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง   ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่า หลอดพลาสติกใช้สำหรับอุปกรณ์เสพ ทั้งนี้ผู้ถูกจับกุมให้การยอมรับว่า มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสตางค์ ในกระเป๋าสะพายสีดำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นของตนเองจริง โดยตำรวจ สน.ทองหล่อจะนำตัวนายพันธิตรไปส่งฟ้องที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อไป ซึ่งล่าสุดยังไม่มีญาติมายื่นขอประกัน   ด้านนางวรกร จาติกวณิช ภรรยาของกรณ์ จาติกวณิช และแม่ของผู้ต้องหา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Vorakorn Chatikavanij ระบุว่า   "ขอขอบคุณทุกคนที่ส่งข้อความมาให้กำลังใจนะคะ ที่รู้ว่าเรื่องอะไรก็เพราะคนบอกให้เข้มแข็งนี่แหละ ได้อ่านข่าวจากมติชนออนไลน์ บอกว่า ลูกถูกจับตั้งแต่ตี 4 กว่าจะเอาข่าวมาลงได้ก็ตอนทุ่มครึ่ง แม่ได้อ่านตอนสองทุ่มครึ่ง ลูกก็ไม่เห็นติดต่อมาว่า ยังไงเลย อาจจะกลัวแม่มากกว่าตำรวจก็ไม่รู้ .. ถ้าลูกทำผิดจริงก็ต้องรับโทษไปตามกฎหมาย"   ในเวลาต่อมาโพสต์ว่า “พี่แต๊งไปเยี่ยมแล้ว เพิ่งส่งข่าวมาว่า ตอนนี้ทั้ง สน.มีน้องถูกขังอยู่คนเดียว ซื้อยากันยุงกับบะหมี่เป็ดให้น้อง แล้วบอกน้องถามว่า แม่รู้เรื่องหรือยัง”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k31W96QjoNM    

 7,203
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 61

ไล่ล่าระทึก 'อ้วน สามชุก' เอเย่นต์ค้ายาหนีเข้าดงอ้อย ทิ้งยาบ้าตามทาง สุดท้ายไม่รอดโดนจับ

สุพรรณบุรี-คลิป ตร.เปิดปฏิบัติการไล่ล่าระทึกร่วมกันจับกุมนายกฤษณะ จินดาอินทร์ หรือฉายา อ้วนสามชุก อายุ 33 ปีและ น.ส.ภัทรา นาคทิพย์ อายุ 34 ปี เอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ประวัติเพิ่งพ้นโทษคดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย มีเครือข่ายทั้งใน สามชุก สุพรรณบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง   ทางตร.จึงวางแผนล่อซื้อจากนายสมพล สว่างศรี ซึ่งเป็นเครือข่าย และจับกุมนายสมพล ได้ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นในบ้านของนายสมพลอยู่นั้น นายกฤษณะได้โทรศัพท์มาหานายสมพล บอกว่าจะมาเก็บเงินค่ายาบ้า จากนั้นไม่นานนายกฤษณะ ได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวโดยมี น.ส.ภัทรา นาคทิพย์ อายุ 34 ปี แฟนสาวนั่งมาด้วย เข้ามาจอดที่หน้าบ้านโดยไม่รู้ว่าเครือข่ายถูกจับแล้ว   เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวของตรวจค้นนายกฤษณะ แต่นายกฤษณะไม่ยอมได้เร่งเครื่องรถหนี เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ติดตามพร้อมวิทยุสกัดจับแต่ผู้ต้องหาไม่ยอมระหว่างทางที่ขับรถหลบหนี ผู้ต้องหาได้เปิดกระจกรถทิ้งยาบ้าตลอดเส้นทาง   เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงยางรถของคนร้ายเพื่อสกัดให้รถหยุด แต่นายกฤษณะยังพยายามขับหลบหนีต่อขับรถเข้าป่าหญ้า จนรถไม่สามารถขับต่อไปได้ สุดท้ายนายกฤษณะขับรถเข้าไปจอดในดงอ้อยทิ้งรถแล้ววิ่งหนี เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดจึงสามารถจับกุมตัวไว้ได้ พร้อมกับเก็บยาบ้าที่ผู้ต้องหาทิ้งตามเส้นทางไว้เป็นหลักฐานได้ประมาณ 800 กว่าเม็ด   ทางด้านนายกฤษณะ ให้การรับสารภาพว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนและตนเพิ่งจะพ้นโทษคดียาเสพติดได้ไม่นานแต่ที่ต้องกลับมาขายอีก เนื่องจากไม่มีงานทำ ส่วน น.ส.ภัทรา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อคำให้การ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน จะขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W9zGrn3UYtg    

 5,085

Top