ค้นหา :

ผลการค้นหา "ระบายน้ำ"

ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 62

ท่อซิ่งพญานาคจากนครปฐม มาด้วยใจช่วยระบายน้ำท่วมวารินชำราบ

หลายพื้นที่ของ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว หลังน้ำท่วมหนักรถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ มีการติดตั้งท่อน้ำซิ่งพญานาค ท่อนสูบน้ำขนาดใหญ่จากจิตอาสา จ.นครปฐม ที่เคยช่วยทีมหมูป่า มาช่วยระบายน้ำจำนวน 1 เครื่อง สามารถสูบได้ 2,000 ลิตร/วินาที และยังพร้อมส่งท่อมาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมหากทางเจ้าหน้าที่ประสานไป   ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมภาพรวมในอุบลราชธานีลดลงต่อเนื่อง คลี่คลายแล้ว 14 อำเภอ ยังเหลือ 11 อำเภอที่ยังมีน้ำท่วมขัง และยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีก 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, วารินชำราบ, สว่างวีระวงศ์, ตาลสุม และพิบูลมังสาหาร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rZJ8vjtiD6E

 669
สังคม
19 ก.ย. 62

ท่อซิ่งพญานาคจากนครปฐม มาด้วยใจช่วยระบายน้ำท่วมวารินชำราบ

หลายพื้นที่ของ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว หลังน้ำท่วมหนักรถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ มีการติดตั้งท่อน้ำซิ่งพญานาค ท่อนสูบน้ำขนาดใหญ่จากจิตอาสา จ.นครปฐม ที่เคยช่วยทีมหมูป่า มาช่วยระบายน้ำจำนวน 1 เครื่อง สามารถสูบได้ 2,000 ลิตร/วินาที และยังพร้อมส่งท่อมาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมหากทางเจ้าหน้าที่ประสานไป   ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมภาพรวมในอุบลราชธานีลดลงต่อเนื่อง คลี่คลายแล้ว 14 อำเภอ ยังเหลือ 11 อำเภอที่ยังมีน้ำท่วมขัง และยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีก 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, วารินชำราบ, สว่างวีระวงศ์, ตาลสุม และพิบูลมังสาหาร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rZJ8vjtiD6E

 669
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

กรมชลฯแจ้ง 2 อำเภออยุธยารับมือน้ำสูง หลังต้องระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น

กรมชลประทานเตือนประชาชนในอำเภอเสนา และอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เป็นพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือภาวะน้ำท่วมประมาณ 0.30–0.80 เมตร   เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาต้องระบายน้ำมากขึ้น หลังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน โพดุล ทั้งร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือเกือบตลอดสัปดาห์ ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคเหนือ   พร้อมเตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา ลพบุรี ต้องเฝ้าระวัง ติดตามประกาศทางการใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FtdDl7sBTDM

 1,433
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

เตือน 7 จังหวัด รับมือน้ำท่วม กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

กรมชลประทานแจ้งเตือนจังหวัด 7 จังหวัดแนวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รับมือการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และ ลพบุรี     จึงแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อยด้านท้ายประตูระบายน้ำผักไห่ ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GvODYjPARDY

 1,285
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

ปภ. สรุปพื้นที่ประสบภัย 'พายุปาบึก' 8 จว.ใต้ อพยพปชช.กว่า 3 หมื่นคน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยภาพรวมพายุปาบึก กระทบพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ อพยพประชาชนกว่า 3 หมื่นคน พร้อมสั่งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และสำรวจความเสียหายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ   (5 ม.ค. 62)นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในฐานะ ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง สรุปภาพรวมสถานการณ์จากอิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก ในวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนัก พายุลมแรง คลื่นซัดฝั่ง ส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ รวม 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช,สุราษฎร์ธานี , สงขลา,ชุมพร,พัทลุง,ยะลา,ปัตตานี และ นราธิวาส โดยมีการอพยพประชาชนใน 31 อำเภอ 240 จุดรวม 34,089 คน    โดยจุดหนักที่สุด คือ นครศรีธรรมราช เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพนัง,อ.เมืองนครศรีธรรมราช,อ.หัวไทร,อ.ขนอม,อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา รวมถึงยังเกิดน้ำหลาก และน้ำท่วม ที่ อ.ฉวาง ,อ.พิปูน และ อ.ร่อนพิบูลย์ ขณะที่จากการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น เสาไฟฟ้าล้ม 32 ต้น และมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย   ขณะที่จังหวัดสงขลาสงขลา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสงขลา,อ.ควนเนียง และ อ.รัตภูมิ มีรายงานเสาไฟฟ้าล้ม 17 ต้น หอกระจายข่าวเสียหาย 1 แห่ง บ้านเรือนเสียหายจากคลื่นซัดฝั่ง 475 หลัง    ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดน้ำหลากท่วมในเขต อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก ซึ่งได้อพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวม 27 จุด 1,661 คน    ทั้งนี้ ปภ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย สนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่และอำนวยความสะดวกผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นอกจากนี้ ได้กำชับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ หากมีประกาศแจ้งเตือนอพยพ ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด

 1,825
สังคม-อาชญากรรม
19 ธ.ค. 61

ปภ. เผยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังอ่วม พร้อมเร่งระบายน้ำ-สำรวจความเสียหาย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 จังหวัด กำชับเร่งระบายน้ำ พร้อมสำรวจความเสียหายเยียวยาผู้ประสบภัย   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมใต้ว่า ขณะนี้ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 3 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และ ตรัง รวม 30 อำเภอ 175 ตำบล 1,237 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 139,206 ครัวเรือน 394,233 คน มีผู้สูญหาย 1 ราย และ ผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว   ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยสนับสนุนระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต ช่วยระทึก นทท.ติดบนเขาเกาะสมุย - พบร่าง ด.ช.ถูกน้ำป่าเมืองคอนพัดดับสลด

 1,116
ข่าวภูมิภาค
10 ส.ค. 61

กรมชลฯย้ำน้ำท่วมเพชรบุรี ไม่รุนแรงเท่าปี 60 คาดน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ล้นสปิลเวย์สูงสุด 10 ส.ค.

สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยขณะนี้คลี่คลายแล้ว 21 จังหวัด ยังมีน้ำท่วมอยู่ 9 จังหวัด (36 อำเภอ) ประกอบด้วย นครพนม , อุบลราชธานี , บึงกาฬ , สกลนคร , ร้อยเอ็ด , กาฬสินธุ์ , ยโสธร , เพชรบุรี , สุราษฎร์ธานี มีผู้ได้รับผลกระทบ 22,333 ครัวเรือน (57,811 คน)   ถ้าเจาะลงไปที่ จ.เพชรบุรีนั้น มีน้ำท่วมอยู่ 2 อำเภอ คือ แก่งกระจาน และท่ายาง รวม 27 หมู่บ้าน ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ย้ำว่าน้ำท่วมเพชรบุรี จะไม่เกิน 10 วัน และจะไม่รุนแรงเท่าปี59-60 โดยขณะนี้น้ำระบายจากเขื่อนแก่งกระจาน ยังไม่ล้นตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี โดยเฉพาะช่วงเทศบาลเมืองเพชรบุรี ยังต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 50 เซนติเมตร เมื่อวานนี้ปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ในระดับ 60 ซม. คาดว่าน้ำใน​เขื่อน​แก่งกระจาน ​จะ​ล้นสปิลเวย์สูงสุด​ใน​วันนี้ (10 ส.ค.)   ทั้งนี้กรมชลประทานวางแผนพร่องน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีไว้แล้วเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและยืดเวลาที่ระดับน้ำจะสูงขึ้น โดยการตัดยอดน้ำสู่คลองในระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา รวมทั้งผันเข้าคลอง D 9 ที่กำลังเร่งขุดขยายทางน้ำเพื่อให้ไหลไปออกทะเลได้สะดวก แล้วใช้เขื่อนเพชรเป็นเครื่องมือหน่วงน้ำอีกที  จึงจะไม่เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งที่ อ.บ้านลาดและ อ.ท่ายาง   แต่ตัวเมืองเพชรบุรี เมื่อน้ำไหลไปถึงในวันที่ 12 ส.ค.จะล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 ซม. ซึ่งระดับน้ำที่จะล้นตลิ่งในเขตตัวเมืองเพชรบุรีจะต่ำกว่า ปี 59  และ 60 ที่ผ่านมามาก จากนั้นเมื่อน้ำไหลไปที่อำเภอบ้านแหลมซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำกว่า ระดับน้ำจะท่วมสูง 50-80 ซม.แล้วก็จะไหลออกทะเลไป   นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเป็นระยะๆ เพื่อพร่องน้ำ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเรือผลักดันน้ำที่ปากแม่น้ำเพชรบุรีออกทะเลไปให้เร็วที่สุด ระดับน้ำที่จะท่วมตัวเมืองเพชรบุรีจึงจะไม่สูงมากและไม่ขยายพื้นที่เป็นวงกว้าง และจะสามารถเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังให้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าไม่เกิน 10 วัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VFduN4QCKG8

 1,358
ข่าวภูมิภาค
31 ก.ค. 61

เตือนชาวบ้านท้ายเขื่อนแก่งกระจาน-วชิราลงกรณ รับมือการระบายน้ำเพิ่มขึ้น

เพชรบุรี-สถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจานใกล้แตะ 93 เปอร์เซ็นต์ ต้องเร่งระบายน้ำในเขื่อน เนื่องจากปัจจุบันมีน้ำ 650 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุ 710 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้สามารถรับน้ำได้อีก 60 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น   ทั้งนี้จะส่งผลให้ปริมาณน้ำและระดับน้ำที่ระบายลงสู่แม่น้ำเพชร ตั้งแต่ท้ายเขื่อนแก่งกระจานจนถึงเขื่อนเพชร น้ำอาจเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและสิ่งก่อสร้างที่อยู่ต่ำกว่าตลิ่ง แต่ปริมาณน้ำและระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเพชรจนถึงปลายแม่น้ำเพชรยังต่ำกว่าตลิ่ง ไม่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนที่อยู่ท้ายเขื่อนเพชรแต่อย่างใด   ขณะที่ จ.กาญจนบุรี ทางผู้ว่าฯได้มีหนังสือด่วนที่สุด เรื่องแจ้งการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ ถึง นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี, ทองผาภูมิ,ไทรโยค,ท่าม่วง และท่ามะกา โดยรายละเอียดระบุว่า ตามที่มีการแจ้งให้ทราบว่าเขื่อนวชิราลงกรณจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนระหว่างวันที่ 24 ถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 61 จากเดิมอัตรา 23 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันนั้น   โดยเขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเขื่อนพยายามควบคุมการระบายน้ำเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านท้ายน้ำตลอดแม่น้ำแควน้อย อันจะทำระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นด้วย   ทางเขื่อนวชิราลงกรณ จึงมีความจำเป็นต้องปรับแผนการระบายน้ำตามการประสานงานกับคณะกรรมการบริหารน้ำและกรมชลประทาน และการปรับเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มมากขึ้น เพื่อทยอยพร่องน้ำออกไป เพราะเขื่อนยังต้องรับน้ำฝนที่จะตกลงมาอย่างต่อเนื่องอีกกว่า 2 เดือน จึงขอให้ประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องผู้ประกอบการตลอดจนประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ ที่อาจได้รับผลกระทบได้รับทราบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-NFxnx5RvSo

 2,218
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 61

เตือน ปชช.ริมแม่น้ำแควน้อย-แม่กลองรับมือน้ำเพิ่มสูง 50 ซม. หลังเขื่อนวชิราลงกรณ เพิ่มการระบายน้ำ

กาญจนบุรี-เขื่อนวชิราลงกรณ แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำ หลังจากฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2561 ส่งผลให้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ ประกอบกับคาดว่าจะยังมีฝนตกต่อเนื่อง จึงต้องควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์ ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสม   จึงเห็นควรปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำ ในช่วงระหว่างวันที่ 24 ถึง 29 กรกฎาคม 2561 โดยจะเพิ่มอีกวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมที่มีการระบายน้ำอัตราวันละ 23 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มเป็นวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยให้สำนักงานชลประทานที่ 13 แจ้งเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้รับทราบ   ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแม่กลอง เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ใกล้แม่น้ำเตรียมรับสถานการณ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ryHtqRlLo5s

 2,064
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 61

แฟลตคลองจั่นอ่วม น้ำท่วมสูงข้ามคืน รถยนต์จมน้ำเพียบ กทม. แจงสูบน้ำไม่ทัน เหตุหม้อแปลงเครื่องสูบน้ำพัง

หลังจากเมื่อช่วงเช้า วานนี้(10 ม.ค.) มีฝนตกติดต่อกันมานานหลายชั่วโมง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งให้ในหลายเขตเกิดน้ำท่วมขัง โดยบางพื้นที่มีน้ำท่วมขังสูงและไม่สามารถระบายได้ทันนั้น   ทางทีมข่าวลงพื้นที่แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ พบว่าพื้นที่ภายในแฟลตมีน้ำท่วมขังสูง 30 – 50 เซนติเมตร ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเรือมาคอยรับส่ง ประชาชนและเด็กนักเรียนออกจากแฟลต อีกทั้งยังพบว่ามีรถยนต์เกินกว่า 40 คัน ที่จมอยู่ในน้ำ ไม่สามารถเคลื่อนออกมาภายนอกได้ทัน ต้องให้เรียกรถยกมายกออกไปข้างนอก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยเข้ามาดูแล   โดยชาวบ้านที่อยู่ภายในแฟลต บอกว่า ปกติแล้วเวลาฝนตกก็จะมีน้ำท่วมขัง แต่ไม่สูงเท่ากับวันนี้ และจะใช้เวลาประมาณ 2 -3 ชั่วโมง ก็จะสามารถระบายน้ำได้หมด ที่ผ่านมาเกินกว่า 10 ปี ก็ยังไม่เคยเกินน้ำท่วมขังสูงเท่าครั้งนี้ อีกทั้งยังทราบว่านอกจากปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำในคลองลำพังพวยยังได้เอ่อล้นเข้ามาในแฟลตด้วย   ขณะ นางชณัญธร อรุโณทัย อายุ 48 ปี หนึ่งในเจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย บอกว่า เมื่อเวลา 05.00 น. เกิดฝนตกหนักเป็นเวลานาน แต่ไม่คิดว่ารถยนต์จะถูกน้ำท่วมขังเพราะว่าบริเวณที่ตนจอดรถอยู่สูงกว่าจุดอื่นภายในแฟลต แต่พอลงมาดูตอนเช้าก็ต้องตกใจ เพราะว่าระดับน้ำสูงจนเข้ามาภายในรถยนต์ ซึ่งตั้งแต่ตนอยู่มาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ถือว่าโชคดีที่เครื่องยนต์ไม่ได้รับความเสียหาย   ด้าน นางชมจิตร พงษ์เสมา ผู้อำนวยการบางกะปิ เปิดเผยถึงสาเหตุที่แฟลตคลองจั่นเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ว่า หลังจากเกิดฝนตกเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำลงสู่คลองลำพังพวย แต่ปรากฎว่าระดับน้ำในคลองลำพังพวยสูงกว่าแนวเขื่อนถึง 25 เซนติเมตร จึงไม่สามารถระบายน้ำออกจากแฟลตได้   ผอ.สำนักระบายน้ำ เผยหม้อแปลงไฟฟ้าเครื่องสูบน้ำ น้ำมันรั่ว เนื่องจากใช้งานหนัก ทำให้ใช้เครื่องสูบน้ำได้ตัวเดียว   ขณะที่ นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ บอกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีฝนตกเป็นเวลานานในกรุงเทพฯ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุด เช่น ถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์ ถนนสุขุมวิท ถนนพัฒนาการ ถนนสุวินทวงศ์ และบริเวณรามคำแหง ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการระบายน้ำ โดยจุดสุดท้ายที่มีน้ำท่วมขังคือแฟลตคลองจั่น ซึ่งในจุดนี้มีปริมาณน้ำฝนมากถึง 100 มิลลิเมตร   อีกทั้งระดับน้ำในคลองลำพังพวยมีปริมาณสูงกว่าแนวเขือนนั้น เพราะว่าประตูระบายน้ำที่จากคลองลำพังพวยลงสู่คลองแสนแสบ หม้อแปลงไฟฟ้าเครื่องสูบน้ำ เกิดน้ำมันรั่วซึม หลังจากทำงานหนักตลอดทั้งคืน จึงทำให้เดินเครื่องสูบน้ำได้เพียงเครื่องเดียว จากทั้งหมด 4 เครื่อง เพราะเกรงว่าหม้อแปลงไฟฟ้าจะระเบิด เนื่องจากน้ำมันที่รั่วซึมออกมานั้น เป็นน้ำมันที่ทำให้หม้อแปลงไม่เกิดความร้อน   แต่เบื้องต้นทางสำนักงานระบายน้ำ ได้นำรถปั่นไฟมาช่วยเพื่อให้เครื่องสูบน้ำทำงานได้ครบทั้ง 4 เครื่อง ซึ่งคาดว่าภายในคืนนี้จะสามารถระบายน้ำท่วมขังภายในแฟลตคลองจั่นได้หมด   ต่อมาทีมข่าวไปดูที่ประตูระบายน้ำพระโขนง ประตูระบายน้ำจากคลองแสนแสบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา พบว่า การระบายน้ำในจุดดังกล่าวสามารถระบายได้ดี แต่พบที่นอนขนาดใหญ่ ขยะ และผักตบชวา ลอยอยู่บริเวณหน้าประตูระบายน้ำ   สอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะเร่งระบายน้ำออกจากคลองแสนแสบ ก็พบว่ามีที่นอน ท่อนไม้ ยางรถยนต์ ลอยมาติดตรงหน้าประตูระบายน้ำ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการระบาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามนำขยะขึ้นมาจากน้ำแล้ว เหลือเพียงที่นอน ที่ยังไม่สามารถเอาขึ้นมาได้ เนื่องจากที่ฟูกที่อยู่ในที่นอนมีการอมน้ำ ทำให้มีน้ำหนักมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kXa1Mf1Fp50    

 9,152
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ย. 60

น้ำท่วมเพชรบุรีเริ่มคลี่คลาย หลายจุดเข้าสู่สภาวะปกติ

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.เพชรบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ ลดต่ำกว่าระดับตลิ่งแล้ว แต่ยังมีน้ำท่วมขังบางจุดใน ถ.เพชรเกษม ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ แต่คาดว่าจะคลี่คลายเร็วๆนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X16cBqJTHII

 3,826
ข่าวภูมิภาค
27 ต.ค. 60

กรมชลฯ ปัดข่าวเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไม่เป็นความจริง

วันที่ 27 ต.ค.2560 นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดีย แชร์ข้อความระบุว่ากรมชลประทาน จะเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาหลังวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยกรมชลประทานยังคงระบายยังคงระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,697 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่ 23 ตุลาคม 2560 จนกระทั่งขณะนี้ เขื่อนเจ้าพระยายังคงอัตราการระบายน้ำที่ระดับเดิม และผันน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออก รวม 769 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยไม่มีแผนเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแต่อย่างใด    ทั้งนี้ ปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราดังกล่าว ได้ไหลถึงจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานครแล้ว ไม่มีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนที่น้ำท่วมเป็นพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ตั้งแต่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท , อำเภออินทร์บุรี อำเภอพรมบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี, อำเภอป่าโมกข์ จังหวัดอ่างทอง , อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งยังมีน้ำท่วม 14 จุด และปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี C.29A ที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังต่ำกว่าความจุของลำน้ำมาก ไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลแต่อย่างใด ในขณะที่สถานการณ์น้ำพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ลดลงอย่างต่อเนื่อง

 11,329
การเมือง
24 ต.ค. 60

นายกฯ ยันไม่นิ่งนอนใจ เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม ชี้จำเป็นต้องทยอยปล่อยน้ำ ขอทุกคนอย่าประมาท

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่นิ่งนอนใจ เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม ระบุ จำเป็นทยอยปล่อยน้ำ แต่จะให้เดือดร้อนประชาชนน้อยที่สุด ห่วงประชาชนประกอบอาชีพช่วงน้ำท่วม พร้อมขอทุกคนอย่าประมาท   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เตรียมแผนรับมือตั้งแต่ปีที่ผ่านมาซึ่งได้มีการเปรียบเทียบกับข้อมูลน้ำท่วมปี 2554 และทำแผนบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ปี 2557,2558 และ 2559 มาโดยตลอด จากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงและมีฝนตกมากและยาวนานในหลายพื้นที่ รวมถึงน้ำในเขื่อนหลักหลายแห่งที่มีอยู่เกือบเต็มทั้งหมด แต่จะไม่กระทบกับปัญหาภัยแล้งครั้งหน้า ขณะที่การบริหารจัดการน้ำนั้น ขึ้นอยู่กับการกักเก็บน้ำ การทำแก้มลิง เช่นใน 12 พื้นที่ภาคกลางที่เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกให้ทันกับฤดูน้ำหลากและกลายเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ ซึ่งขณะนี้ยังเหลือพื้นที่บางส่วนที่สามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนหนึ่ง   นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอาจมีท่วมบ้างในบางพื้นที่ เพราะมีความจำเป็นต้องทยอยปล่อยน้ำ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งเกษตรกร ที่อยู่อาศัย รวมถึงการประกอบการใดๆ โดยจะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันส่วนตัวยังแนะนำในส่วนของประกันภัยพิบัติ ประกันนาข้าวเพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเพิ่มเมื่อได้รับความเสียหายจากปัญหาดังกล่าว ส่วนการระบายน้ำนั้น ส่วนตัวได้สั่งให้มีการเร่งดำเนินการในเรื่องดังกล่าว แม้จะไม่สามารถระบายน้ำได้มากนัก เพราะมีน้ำสะสมเป็นจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าปริมาณน้ำที่สะสมอยู่ขณะนี้ยังน้อยกว่าปี 2554   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า วันนี้อยากให้ทุกคนติดตามข่าวสารเพราะได้สั่งให้มีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น แม้จะมีคนไม่พอใจบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่อยากให้สื่อช่วยกันเฝ้าระวังด้วย ขณะเดียวกันส่วนตัวเป็นห่วงประชาชนที่ประกอบอาชีพในช่วงน้ำท่วมเพราะได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวดังกล่าว จึงขอทุกคนอย่าประมาท    พร้อมกันนี้ ที่ประชุม คสช. ยังจัดตั้งสำนักการบริหารจัดการน้ำ ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อบริหารแผนงานทั้งระบบ โดยหน่วยงานปฏิบัติก็มีส่วนรับผิดชอบอยู่แล้ว เช่น กรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับมีข้อมูลสารสนเทศจากหลายหน่วยงาน ซึ่งสำนักการบริหารจัดการน้ำต้องบูรณาการงานทั้งหมด และสร้างการรับรู้ รวมถึงควบคุมกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณภาพรวม นอกเหนือจากงานฟังค์ชั่นที่แต่ละหน่วยงานทำอยู่แล้ว  

 9,513
สังคม-อาชญากรรม
19 ต.ค. 60

รองผู้ว่าฯกทม. ชี้ปริมาณน้ำฝนลดลง ไม่หนักเท่าช่วงท่วมหนัก ด้านทร. ปรับแผนส่งเรือผลักดันน้ำช่วย กทม.

ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถึงเรื่องสถานการณ์รับมือปริมาณน้ำฝน และน้ำเหนือ โดย นายจักกพันธุ์ เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ปริมาณน้ำฝนในช่วงนี้ ถ้าเทียบกับเมื่อช่วงวันที่ 13 – 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือว่ามีปริมาณลดลง แต่จะมีเรื่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณตอนเหนือและตอนใต้ของกรุงเทพฯ จะก่อให้เกิดฝนตกเป็นครั้งคราว แต่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนไม่มาก   ส่วนเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ที่ผ่านมา กทม. ได้พยายามพัฒนาระบบการระบายน้ำ รวมถึงขุดลอกคูคลอง ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ที่สำคัญยังมีอุโมงค์ระบายน้ำ 8 อุงโมค์เอาไว้รองรับ อีกทั้งอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อที่อยู่ระหว่างการตรวจรับ ตอนนี้ก็สามารถทำงานได้ 100 เปอร์เซ็นแล้ว ทำให้สามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้น   ซึ่งทาง กทม. ได้มีการเตรียมป้องกันน้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำขึ้นน้ำลง ไว้แล้ว โดยปริมาณน้ำเหนือได้มีการพูดคุยกับทางกรมชลประทาน ว่าหากมีการปล่อยน้ำมาไม่เกิน 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็จะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำล้นนอกแนวเขื่อนสองข้างฝั่ง เพราะแนวเขื่อนมีความสูงถึง 2.80 – 3.50 เมตร ส่วนน้ำขึ้นน้ำลงจากสถิติตั้งแต่เดือน ส.ค. ปริมาณความสูงไม่เคยเกิน 2 เมตร ซึ่งไม่เกินความสูงของแนวกั้นเขื่อน     ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้า นายจักกพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว ที่เป็นโครงการสำคัญที่จะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อย 8 เขต โดยความคืบหน้าในการดำเนินงานสามารถตอกเสาเข็มไปได้แล้วประมาณ 15,000 ต้น หรือคิดเป็นร้อยละ 20   โดย นายจักกพันธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับประชาชนที่อาศัยรุกล้ำริมคลองซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 6,540 หลัง แบ่งออกเป็นอยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อน 3,653 หลัง มีผู้ที่ยินยอมจะรื้อ 2,961 หลัง แต่รื้อไปแล้ว 773 หลัง ส่วนที่อยู่นอกแนวสร้างเขื่อน 2,887 หลัง มีผู้ที่ยินยอมจะรื้อ 2,048 หลัง แต่รื้อไปแล้ว 510 หลัง   ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ มีการปรับแผนการสนับสนุนติดตั้งเรือผลักดันน้ำในกรุงเทพมหานคร จากเดิมที่จะติดตั้งในสามจุด ทั้งคลองลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 56 บริเวณอุโมงค์พระรามเก้า และคลองสามเสนบริเวณอุโมงค์บึงมักกะสัน มาเป็นการติดตั้งในจุดเดียว ที่คลองลาดพร้าว บริเวณศูนย์แพทย์พัฒนา เขตวังทองหลาง ทั้ง 12 ลำ ตามการประเมินของสำนักระบายน้ำ กทม. เพื่อใช้สำหรับระบายน้ำในเวลาที่มีปริมาณฝนตกหนัก   โดยนาวาเอกอัศนัย นรินรัตน์ รองหัวหน้าชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำ ยังมีความกังวล เรื่องขยะที่มากับน้ำ ที่จะส่งผลต่อการทำงานของใบพัดเรือ เบื้องต้นต้องประเมินปริมาณขยะจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น และสภาพแวดล้อมทางการไหล   ด้านนายณรงค์ เรืองศรี รักษาการผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ กทม. กล่าวว่าการติดตั้งเรือผลักดันน้ำดังกล่าว จะสามารถช่วยระบายน้ำได้ระดับหนึ่ง ซึ่งน้ำจะเข้าอุโมงค์พระรามเก้า ระบายออกแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานีสูบน้ำพระโขนง สุขุมวิท 50 ระยะทาง 5 กิโลเมตร ปัจจุบันระบายน้ำได้อยู่ที่วันละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปกติสูงสุด วันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่มีปริมาณฝนตกหนัก   ทั้งนี้ กทม. มีศักยภาพในการระบายน้ำจากเครื่องสูบน้ำ ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 800 เครื่อง และมีการติดตั้งเรือผลักดันน้ำที่ 7 คลองสายหลัก คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร คลองบางนา คลองบางเขน คลองเจ้าคุณสิงห์ คลองบางซื่อ และคลองทวีวัฒนาประมาณ 60 เครื่อง หากมีปริมาณฝนตกหนักก็จะเพิ่มในที่คลองมีความคดเคี้ยวและแคบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/61Nlx-5u8LA    

 753
การเมือง
18 ต.ค. 60

นายกฯยัน รบ.มีแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ

นายกรัฐมนตรี เผยสถานการณ์น้ำปัจจุบัน เริ่มมีการระบายน้ำจึงกระทบประชาชนที่อาศัยริมตลิ่ง ยอมรับไทยไม่มีทางไม่มีน้ำท่วม ต้องสอนประชาชนเรียนรู้อยู่กับน้ำ ขณะนี้ระบายน้ำทั้งตะวันตก-ตะวันออก หากไม่ทำจะท่วมแบบปี 54 เมื่อน้ำท่วมขยะก็ลอยมาอีก ขออย่าโทษคนเก็บขยะ เพราะคนทิ้งกันเลอะเทอะ   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์นำ้ในขณะนี้ว่า มีการระบายน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งแน่นอน โดยรัฐบาลจะต้องดูแลคนที่เดือดร้อน แต่หากไม่ทำน้ำก็จะล้นคันกันน้ำ และส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครและพื้นที่อื่นๆ จึงต้องสอนให้ประชาชนเรียนรู้ว่าจะอยู่กับน้ำได้อย่างไร ขณะเดียวกันรัฐบาลมีแผนที่จะตัดตอนน้ำในภาคเหนือ เส้นทางลัดน้ำพื้นที่ตะวันตก-ตะวันออก โดยได้มีการศึกษามาเป็นระยะเวลานานแล้ว และยังติดในเรื่องของการเวนคืนที่ดินและการเยียวยา ขณะนี้รัฐบาลได้พยายามดำเนินการทุกอย่างเท่าที่ทำได้โดยใช้งบประมาณประจำปี และยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำ แต่ทุกเรื่องต้องใช้เวลา   นายกรัฐมนตรี บอกว่า ต้องแยกให้ออกเมื่อมีพายุจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือ อีกทั้งไม่มีทางที่ประเทศไทยจะไม่มีน้ำท่วม ไม่มีทางที่จะไม่มีน้ำรอการระบาย ถ้ายังไม่รื้อระบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบผังเมือง ระบบท่อระบายน้ำ ขยะอุดตัน จึงต้องสร้างการรับรู้ให้ประชาชน เพราะเห็นว่าทุกครั้งน้ำลดก็จะมีขยะลอยขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ขออย่าไปโทษคนเก็บ เก็บไม่หมดหรอก เพราะทุกคนช่วยกันทิ้งเลอะเทอะ รัฐบาลไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่เคยมาศึกษาแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลหรือไม่ การที่มีน้ำท่วมขังในปี 54 ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้ก็ระบายน้ำทั้งตะวันตกและตะวันออกมาโดยตลอด ถึงเวลาอั้นก็ค้องปล่อยมาบ้างไม่อย่างนั้นก็จะท่วมแบบปี 54   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า แผนบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน แต่ทั้งหมดคือปัญหาที่เจอและยืนยันว่าจะต้องแก้ไขปัญหาทั้งหมดให้ได้แต่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่เป็นการสร้างความได้เปรียบทางการเมืองจึงขอให้ฟังนายกรัฐมนตรีบ้าง   ส่วนปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการไปแล้วแต่ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำที่ลงมา และน้ำที่ค้างอยู่ว่ามีจำนวนเท่าใด จะระบายออกได้เร็วหรือไม่ ขออย่าหาจำเลยในเรื่องนี้ สำหรับการระบายน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ลุ่มน้ำมูลและน้ำชี สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง แม้ที่ผ่านมาจะมีการระบายน้ำล่วงหน้าแต่ไม่สามารถระบายได้มากเพราะจะส่งผลกระทบกับคนด้านล่าง จึงต้องดูคนในทุกภาคส่วน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O89nUCt9B8Y    

 1,197

Top