ค้นหา :

ผลการค้นหา "hiv"

สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

งามหน้า! นายหน้าส่งผีน้อย ติดเชื้อ hiv เร่ขายตัวทั่วเกาหลี ก่อนต้องเข้า รพ.ไม่มีเงินจ่าย

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของ เอเจนซี่พาสาวไทยที่ติดเชื้อเอชไอวีลักลอบเข้าเกาหลีใต้ แล้วไปเร่ขายบริการทางเพศ ไม่ยอมส่งตัวกลับไทย จนอาการกำเริบเข้าโรงพยาบาลนั้น   ​ผู้โพสต์บอกกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งส่งข้อความมาเล่าเรื่องราวให้ฟังมีใจความว่า เอเจนซี่ชื่อ ตา ได้พาสาวไทยอายุประมาณ 24 ปี ลักลอบเข้ามาทำงานที่ร้านขายบริการแห่งหนึ่งในเขตยงอิน ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ต่อมาเถ้าแก่ได้รับพัสดุเป็นกล่องยาหลายกล่องของสาวไทย เมื่อนำไปให้เภสัชกรดูปรากฏว่าเป็นยาต้านเชื้อ HIV เถ้าแก่จึงรู้ว่าสาวไทยติด HIV มาก่อนแล้ว จึงบอกให้เอเจนซี่ส่งสาวไทยกลับเมืองไทย   ​ผู้หญิงคนดังกล่าวเล่ากับผู้โพสต์อีกว่า ทางเอเจนซี่กลัวเสียค่าหัวจึงไม่ยอมส่งสาวไทยกลับ แต่พาไปตระเวนขายบริการแบบคอนโดแทน (โดยการขายบริการแบบคอนโด หมายถึง การเช่าห้องตามโรงแรมเพื่อให้ผู้หญิงอยู่ในห้องคอยรับแขก) ซึ่งทางเอเจนซี่ต้องการให้สาวไทยรายนี้ทำงานจนครบกำหนด 3 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดช่วงเดือนมกราคมนี้    ผู้โพสต์บอกเพิ่มเติมว่า สาวไทยคนดังกล่าวไม่ได้มารับพัสดุกล่องยาต้านเชื้อ HIV ของตนเอง ทำให้อาการกำเริบจนต้องเข้า รพ.โชนัน ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าค่ารักษาจนถึงตอนนี้ อาจสูงถึง 20 ล้านวอน หรือประมาณ​ 5 แสนบาท ซึ่งสาวไทยรายนี้ก็ไม่มีเงินเก็บเพียงพอค่ารักษาของตัวเอง และยังไม่มีประกันคอยช่วยจ่ายเพราะเป็นผีน้อยลักลอบเข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งเบื้องต้นเจอตัวสาวไทยแล้ว แต่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ซึ่งทางสถานทูตฯ กำลังเร่งหาทางช่วยเหลือ   ​จากเหตุการณ์นี้ผู้โพสต์มองว่า สาวไทยไม่ควรมาขายบริการทั้งที่รู้ว่าติดเชื้อ HIV ส่วนเอเจนซี่รายนี้ก็เห็นแก่ตัว พาสาวไทยเข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้อง หลังเกิดเรื่องไม่ยอมส่งกลับแถมยังพาไปทำงานขายบริการต่อ ไม่กลัวว่าเพื่อนร่วมงานหรือผู้ที่มาใช้บริการอาจติดเชื้อได้ เอเจนซี่รายนี้จึงควรช่วยรับผิดชอบค่ารักษาของสาวไทยคนดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม เอเจนซี่รายนี้ได้เปลี่ยนไลน์ใหม่จนไม่มีใครติดต่อได้แล้ว ทางเครือข่ายเอเจนซี่คนไทยในเกาหลีใต้กำลังเร่งตามล่าหาตัว โดยจะติดต่อหาเด็กเก่าของเอเจนซี่รายนี้ เพื่อหาบ้านและที่อยู่ในไทย คาดว่าจะเจอตัวใน 2-3 วัน    ​นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังเตือนให้หมอนวดที่เคยทำงานที่เดียวกันกับสาวไทยคนดังกล่าว รวมถึงนักท่องเที่ยวชายชาวไทย ที่เคยเดินทางไปใช้บริการที่เกาหลีใต้ ไปตรวจหาเชื้อ HIV เพื่อป้องกันด้วย  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7MZ5gGTGKQ4

 21,929
สังคม
09 ม.ค. 63

งามหน้า! นายหน้าส่งผีน้อย ติดเชื้อ hiv เร่ขายตัวทั่วเกาหลี ก่อนต้องเข้า รพ.ไม่มีเงินจ่าย

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของ เอเจนซี่พาสาวไทยที่ติดเชื้อเอชไอวีลักลอบเข้าเกาหลีใต้ แล้วไปเร่ขายบริการทางเพศ ไม่ยอมส่งตัวกลับไทย จนอาการกำเริบเข้าโรงพยาบาลนั้น   ​ผู้โพสต์บอกกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งส่งข้อความมาเล่าเรื่องราวให้ฟังมีใจความว่า เอเจนซี่ชื่อ ตา ได้พาสาวไทยอายุประมาณ 24 ปี ลักลอบเข้ามาทำงานที่ร้านขายบริการแห่งหนึ่งในเขตยงอิน ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ต่อมาเถ้าแก่ได้รับพัสดุเป็นกล่องยาหลายกล่องของสาวไทย เมื่อนำไปให้เภสัชกรดูปรากฏว่าเป็นยาต้านเชื้อ HIV เถ้าแก่จึงรู้ว่าสาวไทยติด HIV มาก่อนแล้ว จึงบอกให้เอเจนซี่ส่งสาวไทยกลับเมืองไทย   ​ผู้หญิงคนดังกล่าวเล่ากับผู้โพสต์อีกว่า ทางเอเจนซี่กลัวเสียค่าหัวจึงไม่ยอมส่งสาวไทยกลับ แต่พาไปตระเวนขายบริการแบบคอนโดแทน (โดยการขายบริการแบบคอนโด หมายถึง การเช่าห้องตามโรงแรมเพื่อให้ผู้หญิงอยู่ในห้องคอยรับแขก) ซึ่งทางเอเจนซี่ต้องการให้สาวไทยรายนี้ทำงานจนครบกำหนด 3 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดช่วงเดือนมกราคมนี้    ผู้โพสต์บอกเพิ่มเติมว่า สาวไทยคนดังกล่าวไม่ได้มารับพัสดุกล่องยาต้านเชื้อ HIV ของตนเอง ทำให้อาการกำเริบจนต้องเข้า รพ.โชนัน ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าค่ารักษาจนถึงตอนนี้ อาจสูงถึง 20 ล้านวอน หรือประมาณ​ 5 แสนบาท ซึ่งสาวไทยรายนี้ก็ไม่มีเงินเก็บเพียงพอค่ารักษาของตัวเอง และยังไม่มีประกันคอยช่วยจ่ายเพราะเป็นผีน้อยลักลอบเข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งเบื้องต้นเจอตัวสาวไทยแล้ว แต่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ซึ่งทางสถานทูตฯ กำลังเร่งหาทางช่วยเหลือ   ​จากเหตุการณ์นี้ผู้โพสต์มองว่า สาวไทยไม่ควรมาขายบริการทั้งที่รู้ว่าติดเชื้อ HIV ส่วนเอเจนซี่รายนี้ก็เห็นแก่ตัว พาสาวไทยเข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้อง หลังเกิดเรื่องไม่ยอมส่งกลับแถมยังพาไปทำงานขายบริการต่อ ไม่กลัวว่าเพื่อนร่วมงานหรือผู้ที่มาใช้บริการอาจติดเชื้อได้ เอเจนซี่รายนี้จึงควรช่วยรับผิดชอบค่ารักษาของสาวไทยคนดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม เอเจนซี่รายนี้ได้เปลี่ยนไลน์ใหม่จนไม่มีใครติดต่อได้แล้ว ทางเครือข่ายเอเจนซี่คนไทยในเกาหลีใต้กำลังเร่งตามล่าหาตัว โดยจะติดต่อหาเด็กเก่าของเอเจนซี่รายนี้ เพื่อหาบ้านและที่อยู่ในไทย คาดว่าจะเจอตัวใน 2-3 วัน    ​นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังเตือนให้หมอนวดที่เคยทำงานที่เดียวกันกับสาวไทยคนดังกล่าว รวมถึงนักท่องเที่ยวชายชาวไทย ที่เคยเดินทางไปใช้บริการที่เกาหลีใต้ ไปตรวจหาเชื้อ HIV เพื่อป้องกันด้วย  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7MZ5gGTGKQ4

 21,929
ต่างประเทศ
31 ธ.ค. 62

จำคุก 3 ปี นักวิทย์จีน ตัดต่อยีนแฝดทารกต้าน hiv

จีน - ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี หมอตัดต่อยีนส์แฝดทารก คนแรกของโลก เพื่อที่จะนำมาศึกษา และใช้ในการต้านเชื้อเอสไอวี    คดีนี้ย้อนไปตั้งแต่ พ.ย.2561 ดร.เหอ เจียนคุย ได้จัดการแถลงข่าวที่ฮ่องกงออกมาประกาศความสำเร็จ ในการใช้เทคโนโลยี ตัดต่อเปลี่ยนพันธุกรรมของทารกเพศหญิง ซึ่งเป็นแฝดหญิงป้องกันการติดไวรัสเอสไอวีในอนาคต ก่อนเกิดเสียงวิจารณ์ขึ้นทั่วโลก   ทำให้ ดร.เหอ ถูกควบคุมตัว และถูกระงับการทำงาน และจะเข้าการพิจารณาคดีแบบปิด ล่าสุดศาลพิเคราะห์ว่า ดร.เหอ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์อย่างถูกต้อง ละเมิดอย่างร้ายแรงต่อระเบียบการวิจัยและการรักษาทางการแพทย์แห่งชาติ   เจ้าตัวสารภาพทุกข้อหา ถูกปรับเงิน 13 ล้านบาท และถูกตัดสินจำคุก 3 ปี

 8,137
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ค. 62

คุณแม่ลูก 6 โวย รพ.เครื่องตรวจเสีย ตรวจผิดว่าติดเชื้อ hiv มา 5 ปี

เพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์เรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่ง ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งหมอได้ตรวจร่างกายและแจ้งว่า เธอและลูกติดเชื้อเอชไอวี ทำให้ถูกสังคมรังเกียจและบีบคั้นจนเครียดหนักถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย   แต่หลังจากนั้น 5 ปี เธอย้ายมาอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก และไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก โดยหมอแจ้งว่า เธอไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด เธอจึงเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทุ่งสง และได้ร้องทุกข์มายังเพจเครือข่ายรณรงค์ฯ เพื่อให้ช่วยเหลือ   ด้านผู้เสียหาย อายุ 31 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนมีลูก 3 คน และทำอาชีพกรีดยางอยู่ที่นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ตนท้องลูกคนที่ 4 และได้ไปทำคลอดที่ รพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช หมอแจ้งว่า ตนติดเชื้อเอชไอวี และให้ยาต้านตนกับลูกกิน หลังทราบเรื่อง ตนถึงกับสติแตก ประกอบขณะนั้นสามีติดคุก ทำให้ตนเครียดหนักถึงขั้นเคยคิดฆ่าตัวตาย   ต่อมาปี 2558 สามีออกจากคุก ตนเกิดพลาดท้องลูกคนที่ 5 และไปทำคลอดกับ รพ.ดังกล่าวอีกครั้ง จากนั้นตนได้เลิกรากับสามี และมีสามีใหม่ จนตั้งท้องลูกคนที่ 6 ซึ่งทั้งสามีเก่าและสามีใหม่รับรู้ว่าตนติดเชื้อเอชไอวี แต่ทั้งสองไม่เคยไปตรวจร่างกาย กระทั่งตนถูกสังคมรังเกียจไม่ไหว จึงได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนไปทำคลอดที่รพ. ชาติตระการ ในจังหวัดพิษณุโลก   โดย รพ.ชาติตระการได้ทำการตรวจร่างกายตนหลายครั้ง และแจ้งว่าตนไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด ตนรู้สึกราวกับฝันไป และติดใจว่าเหตุใด รพ.ที่นครศรีธรรมราชจึงบอกว่าตนติดเชื้อ ตนจึงเดินทางเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทุ่งสง และทางศูนย์ได้แจ้งเรื่องให้ทางรพ. คู่กรณีทำการตรวจอีกครั้ง   หลังจากตรวจหาเชื้อ 3 ครั้ง รพ.ดังกล่าวยังยืนยันว่าตนติดเชื้อ จึงได้ส่งเลือดของตนไปตรวจอีก รพ. ซึ่งผลปรากฎว่า ตนไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด ทั้งนี้ รพ. คู่กรณีได้ชี้แจงกับตนว่า ความผิดพลาดดังกล่าวเป็นความผิดพลาดของเครื่องตรวจ ไม่ใช่ความผิดพลาดจากหมอ และจะช่วยเหลือเยียวยาเป็นเงิน 50,000 บาท ซึ่งตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องทุกข์มายังเพจเครือข่ายรณรงค์ฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ   อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากถึง รพ.คู่กรณีว่า ตนไม่ได้ต้องการทำให้ รพ. ที่บ้านเกิดได้รับความเสียหาย เพียงแค่อยากขอความเป็นธรรม และเรียกร้องค่าเสียหาย ให้เหมาะสมกับความทุกข์ทรมานที่ครอบครัวตนได้รับมาตลอด 5 ปี   ซึ่งในวันนี้ (3 ก.ค.62) ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ พร้อมผู้เสียหาย จะเดินทางเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pn20jE9BMu4

 8,442
เศรษฐกิจ
17 มิ.ย. 62

สปสช.เห็นชอบ บัตรทองปี63 ให้สิทธิ์กินยาป้องกันติดเชื้อ hiv ก่อนการสัมผัสเชื้อ ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยง

บอร์ด สปสช.มีมติเห็นชอบ กองทุนบัตรทองปี 63 นำร่องสิทธิประโยชน์บริการยาป้องกันการติดเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ (PrEP) ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงสูงทุกกลุ่ม ในพื้นที่ที่มีความพร้อม เพื่อลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่าพันราย/ปี และต้องใช้งบประมาณ 405 ล้านบาทต่อปี       โดยเป็นการป้องกันในกลุ่มประชากรเสี่ยงสูงที่มีประสิทธิผลสูง อาทิ ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ชายบริการ หญิงข้ามเพศ หญิงบริการ ผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด และคู่เพศสัมพันธ์ที่มีผลเลือดต่าง ด้วยการกินยาต้านไวรัสสม่ำเสมอ ช่วยลดภาระงบประมาณด้านการรักษาผู้ป่วยเอชไอวีและโรคฉวยโอกาสที่อาจเกิดขึ้นได้   ทั้งนี้ ปี 2558 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำ PrEP เป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้กับผู้มีความเสี่ยงสูง ควบคู่ไปกับการป้องกันที่มีอยู่เดิม ประเทศไทยได้ให้บริการ PrEP ผ่านโครงการนำร่องหรือดำเนินการเฉพาะบางพื้นที่โดยการสนับสนุนหลักจากหน่วยงานต่างประเทศ แต่ยังไม่ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงสูงทั้งหมด   ที่ผ่านมา สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอบรรจุบริการ PrEP ในสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติในปี 2560 ประกอบด้วยบริการ 2 ส่วน คือ   1.บริการยาต้านไวรัส 2 รายการ ประกอบด้วย ยาต้านไวรัสทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir Disoproxil Fumarate: TDF) และ ยาเอ็มตริไซตาบี (Emtricitabine: FCT) อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (ก) ตั้งแต่ ปี 2561กินวันละ 1 เม็ด ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ผลิตโดย GPO ราคาขวดละ 600 บาท บรรจุ 30 เม็ด ค่ายารวมประมาณ 7,200 บาทต่อปี   2.บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยมีการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีทุก 3 เดือน ตรวจการทำงานของไต (Cr) ทุก 6 เดือน ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทุก 6 เดือน ตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี ปีละ 1 ครั้ง และตรวจการตั้งครรภ์ทุกครั้งที่สงสัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Tvg80tKHSkw

 1,279
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ค. 62

สภากาชาดไทย แจงปมหนุ่มลูกครึ่งรับบริจาคเลือดติดเชื้อ hiv ยืนยันปัจจุบันปลอดภัย -แม่พอใจผลเจรจากับโรงพยาบาล ให้การรักษาตลอดชีวิต

จากกรณี หนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น วัย 24 ปี ป่วยเป็นลูคีเมีย ก่อนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลชื่อดัง แต่ปรากฏว่าได้รับเชื้อเอชไอวีจากการถ่ายเลือด โดยทางโรงพยาบาลดังกล่าวชี้แจงว่า เลือดที่ให้การรักษาผู้ป่วยรับมาจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ทั้งนี้พร้อมรับผิดชอบทุกกรณี   ครอบครัวและหนุ่มที่ได้รับเชื้อเอชไอวี เดินทางไปที่ศาลากลาง จ.ปทุมธานี เพื่อ  เจรจากับตัวแทนของโรงพยาบาลบำรุงราฎร์ เกี่ยวกับการช่วยเหลือรักษาและเยียวยาแก่ผู้ป่วย ตามหลักมนุษยธรรม โดยผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลฯ กล่าวว่า การเจรจาของทุกฝ่ายเป็นไปด้วยดี ยืนยันทางโรงพยาบาลให้สิทธิ์ผู้ป่วยรักษาฟรีทุกโรคตลอดชีวิต ปัจจุบันนี้ทางโรงพยาบาลมีมาตรฐานที่สูงมากในการตรวจสอบเลือดเพื่อให้เลือดกับผู้ป่วย ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ เตรียมแถลงสัปดาห์หน้า   แม่ของหนุ่มคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนพอใจกับข้อเสนอของโรงพยาบาล ที่จะให้การดูแลรักษา  บุตรชายทุกกรณีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะป่วยเป็นโรคอะไรทางโรงพยาบาลก็จะดูแลรับผิดชอบตลอดชีวิต ทางครอบครัวก็สบายใจมากขึ้นถือเป็นวันที่ดีสำหรับครอบครัว  ส่วนรายละเอียดไม่ขอเปิดเผยเพราะโรงพยาบาลขอไว้ และไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ  ตนไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก เพราะกลัวกระทบจิตใจและไม่อยากซ้ำเติมบุตรชาย แต่ที่ผ่านมาตนก็พยายามให้กำลังใจลูกไม่ให้เขาเครียด คอยบอกว่าต้องอยู่ให้ได้ สภาพจิตใจดีมาก   ด้านหนุ่มที่ได้รับเชื้อเอชไอวี กล่าว  การเจรจากับโรงพยาบาลฯ จบลงด้วยดี  ตอนนี้รู้สึกสบายใจ มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อในสังคม  ตนกลับคิดว่าโรคนี้ไม่ได้น่ากลัว ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ รวมทั้งครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจมาโดยตลอด  อยากบอกว่าไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรหากจิตใจเราเข้มแข็ง ทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี   ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พญ.จารุพร พรหมวงศ์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า โลหิตที่จ่ายให้กับโรงพยาบาลบำรุงราฎร์ เพื่อนำไปรักษาหนุ่มวัย 24 นั้น เป็นเลือดที่ได้รับบริจาคเมื่อปี 2547 ไม่มีเชื้อเอชไอวีเป็นปกติ  แต่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อเอชไอวีจากโลหิตที่รับบริจาคมา ซึ่งไม่ได้เกิดจากข้อผิดพลาดที่ระบบคัดกรอง เกิดจากข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า วินโดว์พีเรียส (Window Period) เป็นช่วงเวลาที่ผู้ได้รับเชื้อเอชไอวีมา แต่ยังตรวจไม่พบเพราะว่าร่างกายอาจจะยังรับเชื้อมาไม่นาน ทำให้ไม่สามารถแยกแยะหรือคัดกรองได้ว่าเลือดที่ได้รับบริจาคมานั้น มีระยะการฟักตัวของเชื้อประเภทใดบ้าง  ซึ่งจะพบว่าเลือดมีเชื้อเอสไอวี ก็ต่อเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วเกิดการเพาะเชื้อจึงจะตรวจพบ   สำหรับระยะการตรวจพบเชื้อแต่ละโรคหลังเข้าสู่ร่างกายแล้ว เอชไอวีใช้เวลาตรวจพบ 5-7 วัน  ไวรัสตับอักเสบบี 24-27 วัน ไวรัสตับอักเสบซี 3-5 วัน  อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถตรวจหาเชื้อเอสไอวี หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อยู่ในระยะวินโดว์พีเรียสได้   จากสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใช้มาตราฐานการตรวจเลือดเช่นเดียวกับไทย พบความเสี่ยงเลือดจากผู้บริจาค โดยเอชไอวี  1 ต่อ 1.7 ล้านยูนิต มีความเสี่ยง 1 ถุง  ส่วนไวรัสตับอักเสบซี 1 ต่อ 1.6 ล้านยูนิต  ส่วนไวรัสตับอักเสบบี 1 ต่อ 2.6 แสนยูนิต  ขณะที่ไทยพบความเสี่ยง 1 ต่อเกือบ 2 ล้านยูนิต  ถือว่ามีความปลอดภัยสูง   ปัจจุบันการบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีการคัดเลือกและตรวจเลือดผ้บูริจาคตามมาตรฐาน ระดับประเทศและระดับสากล มีมาตรการคัดกรองผ้บูริจาคโลหิตด้วยแบบสอบถามและซักประวัติพฤติกรรมความเสี่ยง มีการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีซีโรโลยี่ ด้วยน้ำยาที่มีความไวสูงสุด และตรวจด้วยวิธี Nucleic acid amplification test (NAT) หากผลตรวจเป็นปกติก็จะไม่มีความเสี่ยง สิ่งที่สำคัญผู้บริจาคต้องคัดกรองตัวเองก่อนว่าไม่เป็นผู้ติดเชื้อโรคใด ๆ ก่อนที่จะมาบริจาคโลหิต สภากาชาดไทยขอแสดงความเสียใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ทุกกรณี   ด้านนายเกรียงศักดิ์ ไชยวงค์ ผู้เชี่ยวชาญนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ หัวหน้าฝ่ายตรวจคัดกรองโลหิต กล่าวยืนยันว่าเลือดทุกยูนิต 100 เปอร์เซ็น ได้รับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อที่ติดต่อทางเลือด แต่ไม่ร้อย 100       เปอร์เซ็น ที่จะตรวจเจอด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยี เพราะต้องใช้เวลาในการเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อนถึงจะสามารถตรวจเจอเชื้อ ส่วนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้บริจาค หากจะทำบุญจริงและพบว่าตนเองมีภาวะเสี่ยงไม่ควรมาบริจาค เพื่อให้เลือดมีความปลอดภัยและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ป่วย   อย่างไรก็ตามกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นในปี 2523 ขณะที่ต่างประเทศยังพบเคสลักษณะเดียวกันนี้หลายราย กระทั่งหลายอาชีพถูกจำกัดในการให้เลือด และทำให้ทั่วโลกตระหนักระมัดระวังถึงความปลอดภัยในการให้เลือด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/TE_3VP8W19Y

 2,323
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 62

อย.ประกาศปลดล็อก ปชช.ซื้อชุดตรวจ hiv ได้ในร้านขายยา หากพบเชื้อให้ตรวจซ้ำที่ รพ.

อย. ออกประกาศปลดล็อกให้ ประชาชนซื้อชุดตรวจคัดกรอง เอชไอวี แบบพกพา ด้วยตนเองได้ ช่วยให้รู้ผลตรวจไว ลดความเสี่ยงแพร่เชื้อ เข้าถึงการรักษาได้เร็ว จากเดิมต้องตรวจในสถานพยาบาลเท่านั้น เผยซื้อได้ในร้านขายยา แต่หากพบการติดเชื้อควรตรวจยืนยันซ้ำที่โรงพยาบาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BekNpRJ2kkw

 7,204
ต่างประเทศ
29 พ.ย. 61

วงการวิทย์ฯอึ้ง นักวิจัยจีนเผย มีทารก 'ตัดต่อยีนต้านทานเชื้อ hiv' อยู่ในครรภ์หญิงรายหนึ่ง

นักวิทยาศาสตร์จีน เผย ยังคงมีเคสที่ตัดต่อพันธุกรรมตัวอ่อนมนุษย์ ที่ป้องกันเชื้อ HIV จากกรณีที่ศาสตราจารย์เหอ ตัดต่อพันธุกรรมทารกแฝดหญิง ให้มีพันธุกรรมป้องกันเชื้อ HIV    ล่าสุดศาสตราจารย์เหอ ได้แถลงขอโทษต่อที่ประชุมนานาชาติ ว่าด้วยการตัดต่อพันธุกรรมมนุษย์ ที่ฮ่องกง ยอมระงับการทดลองนี้ หลังถูกนานาชาติต่อต้าน แต่บอกอีกว่า ยังคงมีอีกเคสที่ได้ทำการทดลองอยู่ ขณะนี้ทารกยังอยู่ในครรภ์ของหญิง ที่ยินยอมต่อการทดลองนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับที่ประชุม

 2,496
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 61

'บิ๊กโจ๊ก' สั่งตั้ง 6 ข้อหาหนัก ทหารติดเชื้อ hiv ลวงละเมิดทางเพศเด็กชายกว่า 70 ราย

บิ๊กโจ๊ก สั่งตั้ง 6 ข้อหาหนักเอาผิดเต็มที่ ทหารค่ายดังขอนแก่น ติดเชื้อเฮชไอวี ข่มขืนเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี เกือบร้อยราย พร้อมสั่งการ ปคม.เร่งสอบสวนเชื่อมโยงขบวนการค้ามนุษย์ รับสารภาพใช้แอพพลิเคชั่นดังของชาวเกย์ ใช้ภาพปลอมหลอกเหยื่อจนตายใจ ก่อนล่อลวงมาพูดคุยและข่มขืนกระทำชำเรา    (8 พ.ย.61) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก)สภ.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล รรท.ผบช.สตม.รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผกก.1 บกทท.2 บก.ทท.ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ ค่อมสิงห์ อายุ 43 ปี ทหารค่ายดังขอนแก่น หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม.จับกุมตัวได้ ภายในบ้านพักในเขต อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ตามหมายจับของศาล มทบ.23 รวมทั้งหมด 6 ข้อกล่าวหา พร้อมของ   พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม.กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ได้รับการร้องเรียนจากเด็กชายอายุ ปี ว่าถูกข้าราชการทหารข่มขืนกระทำชำเราภายในรถยนต์ ชุดสืบสวน ศปอส.ตร จึงประสานงานร่วมกับ บก.ปคม.ทำการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งทราบแน่ชัดว่าผู้ต้องหานั้นเป็นข้าราชการทหารในพื้นที่ขอนแก่น จึงทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับจากศาลทหาร มทบ.23 จนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว    ทั้งนี้พฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ที่ปัจจุบันได้ให้ออกจากราชการแล้ว และใช้แอพพลิเคชั่นดังของชาวเกย์ ในการติดต่อพูดคุยกับเด็กชายที่มีอายุไม่ต่ำ 15 ปี ที่สามารถติดต่อพูดคุยกันทั่วทั้งประเทศ ก่อนชักชวนกันมาคุยในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเด็กผู้ชายวัยรุ่นหลงเชื่อและเข้ามาพูดคุยจำนวนมาก เนื่องจากผู้ต้องหาใช้ภาพในโปรไฟล์ที่เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี โดยในช่วงขอการพูดคุยกันได้ให้เด็กชายที่คุยด้วยนั้นส่งภาพอวัยวะเพศ และภาพลามกอนาจาร มาให้ โดยผู้ต้องหาเก็บภาพดังกล่าวไว้ทั้งหมด จากนั้นก็มีการนัดแนะเพื่อเจอตัวกัน ซึ่งเมื่อผู้เสียหายมาพบก็พบว่าไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในภาพตามที่ปรากฏในเฟซบุ๊ก   ผู้เสียหายที่เป็นต้นเรื่องที่มีการร้องเรียนผ่าน ศปอส.ตร.นั้น ได้พบกับผู้ต้องหาในพื้นที่ อ.น้ำพอง โดยเมื่อมาพบกันและพบว่าไม่ใช่ผู้ชายตามที่ปรากฏในภาพ ก็ถูกผู้ต้องหาบังคับข่มขืนภายในรถ โดยอ้างว่าหากไม่ยินยอมจะนำภาพที่ส่งมาให้นั้นโพสต์แบคเมย์และประจานผ่านสื่อ ขณะที่จากากรสอบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้นั้นติดเชื้อ เฮชไอวี มาตั้งแต่ปี 2552 โดยเข้ารับการรักษาเมื่อปี 2558 และพึ่งย้ายมาประจำการที่ขอนแก่นได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น   พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า จากากรตรวจสอบยังคงพบว่าผู้ต้องหามีการจดบันทึกข้อมูลของผู้เสียหายที่ทำการข่มขืนกระทำเราไว้ด้วย โดยมียอดรวมของผู้ถูกกระทำรวม 75 ราย ในจำนวนนี้มีรายชื่อและที่อยู่ชัดเจนรวม 28 ราย ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ บก.ปคม.ทำการสืบสวนสอบสวนร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะเพราะมีผู้เสียหายที่เป็นเด็กชาย อายุต่ำกว่า 15 ปี อยู่ในหลายจังหวัดทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุมาตั้งแต่ประจำการอยู่ที่ กรุงเทพฯ  อย่างไรก็ตามขณะนี้ บก.ปคม.ได้ประสานการทำงานร่วมกันกับทีมสหวิชาชีพในการตรวจสอบผู้เสียหายตามหลักสหวิชาชีพ เนื่องจากทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่ยังคงต้องข้อความร่วมมือไปยังผู้ปกครองหรือผู้เสียหายในการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติม โดยสามารถมาที่ สภ.น้ำพอง หรือ ที่สถานีตำรวจทั่วทั้งประเทศเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายดังกล่าวนี้ที่เป็นภัยต่อสังคมที่ก่อเหตุกระจากจิตใจและอารมณ์ทางเพศเฉพาะของบุคคล    อย่างไรก็ตามหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหารวม 6 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วยประทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีขอตนเอง,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม,พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม,โดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร,ข่มขืนผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินขอผู้ถูกข่มขืนในนั้นเอ้ หรือขอผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนถูกผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และ บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่คมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ก่อนทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 2,888
ข่าวภูมิภาค
04 พ.ค. 61

จับชายนอร์เวย์ บุคคลอันตราย ติดเชื้อ hiv หนีคดีมาแต่งงานหญิงไทย เจอหนังโป๊เด็กในคอมฯอื้อ

ตำรวจกองปราบปราม รวบตัวนายสติก คะวาลา ชายชาวนอร์เวย์วัย 57 ปี หลังสืบทราบว่าเป็นบุคคลอันตราย มีประวัติเคยต้องโทษในคดียาเสพติด และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กในประเทศนอร์เวย์ จำนวน 11 คดี ซึ่งถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก   อีกทั้งนายสติก ติดเชื้อโรคร้าย (HIV) ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยแต่งงานอยู่กินกับหญิงไทย ที่ จ.ชัยภูมิ มีความเสี่ยงสูงที่บุคคลที่กระทำความผิดจะก่ออาชญากรรมในรูปแบบการล่วงละเมิดผู้เยาว์ซ้ำอีกต่อไปได้ จึงมีการประสานเจ้าหน้าที่ทหารมาทำการตรวจค้น เพื่อตรวจสอบ   จากการตรวจค้นพบโน้ตบุ๊กของกลาง พบสื่อลามกอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นจำนวนมาก จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวให้ทราบ แล้วจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสาน ตม.จังหวัดชัยภูมิ ทำการเพิกถอนวีซ่า และผลักดันส่งออกนอกประเทศต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dxe76_ZbP6k    

 16,805
ต่างประเทศ
05 เม.ย. 61

งามหน้า! ตรวจพบเชื้อ hiv สาวไทยบินขายตัวทางไลน์ในไต้หวัน ทางการเตือนลูกค้าหนุ่มเสี่ยงติดเชื้อ

ทางการไต้หวันรายงานพบ หญิงสาวชาวไทยที่เข้ามาขายบริการทางเพศโดยใช้มาในนามท่องเที่ยว แบบปลอดวีซ่า ถูกตรวจพบเชื้อ HIV ซึ่งอาจทำให้ผู้ชายหลายสิบคนที่เป็นลูกค้าของโสเภณีรายนี้จะติดเชื้อดังกล่าวไปด้วย   หญิงไทยคนดังกล่าวมีอายุ 24 ปี ใช้ชื่อว่า แพตตี้ เดินทางมาถึงไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ก่อนดำเนินการขายบริการทางเพศกับลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์   โดยสำนักงานอนามัยไต้หวันได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อ HIV กระทั่งวันที่ 2 เม.ย. ปรากฏผลตรวจเลือดของหญิงสาวรายนี้ว่ามีเชื้อ HIV เธอจึงถูกส่งกลับประเทศไทย   ทั้งนี้มีรายงานว่ามีกลุ่มค้าบริการทางเพศจำนวนมาก อาศัยความยืดหยุ่นของวีซ่าในบางในประเทศ แฝงตัวมาในนามนักท่องเที่ยวก่อนมาขายบริการ   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Thai sex worker working in eastern Taiwan tests positive for HIV. ตรวจเจอเชื้อ HIV ในสาวไทยที่มาค้าบริการทางเพศในแถบตะวันออกของไต้หวัน    

 119,359
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
13 ธ.ค. 60

'ชูวิทย์' คุยปมหนุ่มนัดมีเซ็กส์ ด.ช. ก่อนแอบถ่ายคลิปไถเงิน แถมติดเชื้อ hiv

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แฉประเด็นชายคนหนึ่งที่นัดมีเพศสัมพันธ์กับเด็กวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมทำการแอบถ่ายคลิปแบล็คเมล์ไว้ขู่ไถเงินจากเด็ก ซึ่งมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข อยู่กรมแพทย์แผนไทย และเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วย   ซึ่งในเวลาต่อมาหน่วยงานต้นสังกัด ได้ตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าว มีชื่อเคยเข้าสมัครงานที่กรมแพทย์แผนไทยฯจริง ในตำแหน่ง พนักงานนิติกรกองทุนภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย โดยทำสัญญาจ้าง 1 ปี แต่ชายคนดังกล่าวลาออกไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2559 เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ โดยยืนยันว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้เป็นข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใด เพียงแต่เคยสมัครเป็นลูกจ้างและลาออกไปแล้ว   อย่างไรก็ตาม จนท.จะเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามตัวชายดังกล่าวมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tj5XVzUlsOE  

 25,746
สังคม-อาชญากรรม
07 มิ.ย. 60

ตำรวจสกลนครไล่ล่าชายวัย 35 หลอก ด.ญ. 9 ขวบ ข่มขืน เผยคนร้ายอาจติดเชื้อ hiv

      ตำรวจ สภ.ตาดโตน จ.สกลนคร รับแจ้งเหตุจากพ่อแม่เด็กหญิงบี (นามสมมติ) อายุ 9 ขวบ ว่าลูกสาวถูกชายคนหนึ่งทราบชื่อภายหลังคือนายนัด อายุ 35 ปี ได้ล่อลวงไปกระทำอนาจารและข่มขืน โดยพบว่าเพิ่งพ้นโทษในคดีนี้ และมีข้อมูลระบุว่ามีประวัติติดเชื้อ HIV จึงเป็นห่วงว่าลูกสาวจะติดเชื้อดังกล่าวด้วย        จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดที่บ้านดงยอ ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร เมื่อเย็นวันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.30 น. โดย ดญ.บี ยืนเล่นอยู่บนถนนในหมู่บ้าน ได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างท้วม ผิวคล้ำ ชื่อเล่นว่านัด ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา หลอกบอกว่าจะพาเด็กไปหาตาและยาย ทำให้เด็กหลงเชื่อจึงยอมขึ้นรถไปด้วย แต่คนร้ายกลับพาไปที่อ่างเก็บน้ำห้วยทราย 2 ซึ่งอยู่ใกล้หมู่บ้าน จากนั้นก็ลงมือทำอนาจารโดยพยายามใช้อวัยวะเพศสอดใส่แต่ไม่สำเร็จ จึงให้ ดญ.บี อมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ หลังก่อเหตุได้ข่มขู่ไม่ให้ไปบอกใครก่อนจะหลบหนีไป แต่ดญ.บี ได้มาบอกให้พ่อแม่ทราบ โดยพบว่าคนร้ายเพิ่งพ้นโทษในคดีดังกล่าว และมีประวัติติดเชื้อ HIV ด้วย        จากนั้น ตำรวจได้ส่ง ดญ.บี ไปตรวจหาร่องรอยการข่มขืนโดยละเอียด ที่ รพศ.สกลนคร เพื่อป้องกันเชื้อ HIV โดยพนักงานสอบสวน ระบุว่า การกระทำของคนร้ายถือว่าข่มขืนสำเร็จแล้ว โดยพบว่าหนีหมายจับจาก สภ.เมืองสกลนคร ด้วย โดยขณะที่ชุดสืบสวน ภ.จว.สกลนคร และชุดสืบสวน สภ.ตาดโตน ได้ออกไล่ล่าเพื่อตามจับกุมตัว        รายงานข่าวแจ้งว่า จากกระแสข่าวนี้ กลุ่มครูอาจารย์โรงเรียนต่างๆ ได้แชร์ในไลน์ของกลุ่ม ขอให้ระวังคนร้ายข่มขืนเด็ก โดยคนร้ายหลบหนีมาใกล้แล้ว บรรดาครูอาจารย์ จึงได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้นักเรียนทราบว่า มีคนร้ายก่อเหตุลักษณะเช่นนี้เข้ามาในพื้นที่ ขอให้ระมัดระวัง อย่าเดินคนเดียว และอย่าไปกับคนแปลกหน้า มีนักเรียนขอภาพถ่ายคนร้ายเพื่อแจ้งเบาะแสหากพบเห็น   

 92,413
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 60

สธ.ตั้งสอบ-พร้อมเยียวยาสาว 22 ตรวจเชื้อ hiv ผิดพลาด

สาวอายุ 22 ผู้เสียหายกรณีตรวจเชื้อเอชไอวีผิดพลาด ทั้งที่ไม่ได้มีการติดเชื้อจริง เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอให้พิจารณาช่วยเหลือเยียวยา พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งนี้ทาง สธ.จะหารือขอให้พิจารณาช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย พร้อมขอให้ตั้งกรรมการ สอบสวนวินัยร้ายแรง แก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ ระมัดระวังกันทั่วประเทศ มิให้เกิดขึ้นกับผู้เข้าตรวจเชื้อของโรงพยาบาลต่างๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E9x6kyJhq0g  

 17,463
สังคม-อาชญากรรม
02 มิ.ย. 60

สาว 22 ตรวจเลือดต่อหน้าสื่อ ผลชี้ชัดไม่พบเชื้อ hiv วอนหาผู้รับผิดชอบ ทำชีวิตเสียโอกาสตั้งแต่เด็ก

กรณีหญิงสาววัย 22 ปี ออกมาแฉหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแจ้งผลวินิจฉัยผิดพลาดว่าเธอติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ซึ่งต้องกินยาต้านไวรัสมาโดยตลอด แต่เมื่อไปตรวจเลือดอีกครั้งที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทยพบไม่ได้ติดเชื้อ   ล่าสุดได้เดินทางไปที่คลินิกนิรนาม (ศูนย์วิจัยโรคเอดส์) เพื่อตรวจพิสูจน์อีกครั้งเป็นครั้งที่ 5 เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวี ด้วยการตรวจแบบรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที และตรวจหาภูมิคุ้นเคยต่อเชื้อ ตรวจหาสายพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นางสาวสุทธิดา ได้ตรวจหาเชื้อเอชไอวีมาก่อนหน้านี้แล้ว 4 ครั้ง แต่ไม่พบว่าติดเชื้อเอชไอวี   ซึ่งจากการตรวจแบบรวดเร็วครั้งนี้ ไม่พบเชื้อเอชไอวี ซึ่งผู้เสียหายรู้สึกดีใจ พูดบอกผ่านไปยังลูกว่า แม่ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ ที่ผ่านมาตั้งแต่วัยเด็ก ที่แพทย์ระบุว่า ติดเชื้อถูกสังคมรังเกียจ ทั้งญาติ พี่น้อง เพื่อน ๆ จนต้องโกหกป้าที่เลี้ยงดูว่าไม่สบายไปโรงเรียนไม่ได้ และการรับประทานยาต้านไวรัสตั้งแต่เด็ก มีอาการปวดหัว ผมร่วง เพิ่งหยุดยามา 5 ปี จึงอยากให้มีผุ้เข้ามารับผิดชอบโอกาสที่เสียไปของชีวิต ส่วนผลตรวจแอนตี้บอดี้ ในห้องแลป ไม่พบเชื้อเช่นกัน ซึ่งผลตรวจเชิงลึก ต้องรอผลอีก 2-3 วัน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yk_JUx6XAkY    

 37,682

Top