ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าชิงทรัพย์"

ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

รวบมือฆ่าโหดลุงวิน จยย.วัย 77 ปี ทำทีเป็นลูกค้านั่งซ้อนท้าย ก่อนชิงมอเตอร์ไซค์

ชลบุรี-จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 62 ได้มีชาวบ้านพบศพนายจำรัส ชิดฉ่าง อายุ 77 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง อยู่วินวงเวียนเก่า นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ในป่าหญ้าข้างถนนกลางทุ่งนา ใกล้เคียงวัดศาลาแดง ในพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคม   ตรวจสอบพบร่องรอยถูกของมีคมแทงเข้าตามร่ายกาย จำนวน 5 แผล ใกล้กันยังพบมีดปาดตาล ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ คาดว่าเสียชีวิตประมาณ 4 ชั่วโมง และทราบว่ารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทาดำ ป้ายแดง 05-259 สภ.พนัสนิคม ของผู้ตายได้หายไปด้วย   โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคมได้สันนิฐานว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ และได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ทั้งในระดับจังหวัดและพื้นที่ มีการเร่งลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน ในพื้นที่ใกล้เคียง จนสามารถตรวจสอบพบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ตามเส้นทางที่สามารถบันทึกภาพของผู้ตาย และคาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุที่นั่งซ้อนท้าย ก่อนลุงวินจะเสียชีวิต ล่าสุดทางโซเชียลได้เผยแพร่ภาพต่างๆ โดยระบุว่าสามารถจับได้แล้วที่จังหวัดศรีสะเกษ และเตรียมนำตัวมาแถลงข่าว และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   ล่าสุดวานนี้ (9 ก.ย.) จากการสอบถาม พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้เปิดเผยว่าตอนนี้ตำรวจอยู่ในระหว่างเดินทางนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี แต่เนื่องจากยังมีของกลางหลายอย่างยังต้องคงค้นหา จึงยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลกับสื่อมวลชนได้เพราะยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน โดยคาดว่าในวันนี้ (10 ก.ย.) น่าจะมีการแถลงข่าวและทำแผนหากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BPTzSsmGjZs

 3,133
ข่าวภูมิภาค
17 ส.ค. 62

ทำแผนมือฆ่าชิงทรัพย์ 2 ตายายร้านขายของชำ ลูกคนตายขอให้ประหารชีวิต พบประวัติเคยฆ่าพี่ชายตัวเองเมื่อปี 54

ปราจีนบุรี - จากกรณีที่ตำรวจ สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกฆ่าเสียชีวิต 2 ราย ที่ห้องพักในพื้นที่ หมู่ 1 ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม คือ นางสาวบุญหลาย จอมวัน อายุ 60 ปี ถูกมีดปลายแหลมขนาดยาว 6 นิ้ว แทงที่บริเวณลำคอด้านซ้ายปักคาลำคอ และมีสายไฟรัดคออยู่ด้วย ส่วนนายสมบูรณ์ ทักษิโณ อายุ 63 ปี ถูกมีดปลายแหลมแทงจนมิดด้ามเข้าที่บริเวณใต้กกหูขวา บริเวณลำคอมีลักษณะถูกปาดเป็นแผลลึก (สองสามีภรรยา) นอนเสียชีวิตอยู่ข้างที่นอนกลางห้องพัก สภาพศพเน่าเหม็นจนขึ้นอืด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง.ผบช.ภาค พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย ได้นำตัวนายสมพงษ์ ภูถนนนอก อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาฆ่าสองตายายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากที่คนร้ายก่อเหตุได้นำกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาลที่ติดตัวจากนายสมบูรณ์ ไปด้วยภายในกระเป๋ามีเงินสดประมาณ 1 หมื่นบาทเศษ และไปทิ้งที่บริเวณถนนทางเข้าวัดหนองหัวคู ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม. และพาเจ้าหน้าที่ไปหากระเป๋าแต่ไม่พบ   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสมพงษ์ ผู้ต้องหาไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านที่ทราบข่าวมารอการทำแผนจำนวนมาก หลังจากที่ผู้ต้องหาลงจากรถได้มีชาวบ้านที่ไม่พอใจ รอที่เข้ารุมประชาฑัณท์ท่ามกลางการคุ้มกันของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นหนา จากนั้นได้พาผู้ต้องหาไปยังห้องที่เกิดเหตุ พร้อมกับทำแผนทุกขั้นตอน   เริ่มแรกจากการเคาะประตูเรียกนายสมบูรณ์ เมื่อนายสมบูรณ์ เปิดออกมาได้เห็นนายสมพงษ์ คนร้าย จึงได้ทวงหนี้เก่าที่ติดค้างอยู่ จึงทำให้นายสมพงษ์ไม่พอใจ และได้มีการทะเลาะกัน จากนั้นนายสมพงษ์ได้ผลักนายสมบูรณ์จนล้มลงกับพื้นและใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวมาปาดคอ และแทง จนเสียชีวิต ส่วนน.ส.บุญหลาย ภรรยา จึงร้องให้ชาวบ้านช่วยแต่ถูกนายสมพงษ์ล็อคคอลงกับพื้น เช่นกัน และใช้สายไฟฟ้าลัดคอ ก่อนที่จะใช้มีดปลายแหลมอีกเล่มที่ติดตัวมาปาดคอและแทงที่ลำคอเสียชีวิตไปตามกัน    หลังจากที่ก่อเหตุแล้ว นายสมพงษ์ ได้เดินไปยังห้องพัก ที่อยู่ติดกันได้นำกุญแจไปล็อคห้องของผู้ตาย ก่อนที่จะให้รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากนั้นได้ไปรับภรรยาพร้อมกับลูกสาว มาเปิดห้องพักรายวันที่อาพาธเม้นท์แห่งหนึ่ง ที่บ้านโปร่งไผ่ ม.7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้เมื่อกลางดึกวันที่ 16 สิงหาคม 2562    การทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้มีพลทหารทะนงศักดิ์ ทักสิโน อายุ 29 ปี สังกัดเสนารักษ์ มทบ.12 ปราจีนบุรี ลูกชาย พร้อมด้วย น.ส.เนตรนภา หลักกรด อายุ 28 ปี แฟนสาว มาดูการทำแผนที่คนร้ายฆ่าพ่อฆ่าแม่ตนด้วย พร้อมกับสาปแช่งคนร้ายละอยากให้ประหารชีวิตให้ตายตกตามกันไป พร้อมกับกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว    ด้าน พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง.ผบช.ภ 2 หลังจากเกิดเหตุได้รับรายงานงานจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรปราจีนบุรี ว่ามีเหตุฆ่ากันตาย 2 ศพ และเป็นคดีเสทือนขวัญของประชาชน จากนั้นเมื่อกลางดึกวันที่ 16 สิงหาคม 62 ได้รับรายงานว่าสามารถจับคนร้ายได้แล้ว พร้อมกับนำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมกับตั้งข้อกล่าวหา “ มีอาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุน โดยไม่ได้รับอนุญาต และชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย “ดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหาเคยก่อเหตุฆ่าพี่ชายตัวเอง เมื่อปี 2554 และพึ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน ก็มาก่อเหตุฆ่าสองตา ยาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/DCj9F6nVO9E

 1,689
สังคม-อาชญากรรม
16 ส.ค. 62

คุมตัวโจ๋โหดฆ่าสองตายายร้านขายของชำชิงเงินหมื่นทำแผน รับต้องการเงินตามหาเมีย

จากกรณีที่  ร.ต.อ.สมบัติ วังวล ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุ  ว่า  คนถูกฆ่าเสียชีวิต 2 ราย ที่ห้องพัก ต.หนองแสง  อ.ประจันตคาม  คือ นางสาวบุญหลาย จอมวัน อายุ 60 ปี  ถูกมีดปลายแหลมขนาดยาว 6 นิ้ว แทงที่บริเวณลำคอด้านซ้ายปักคาลำคอ และมีสายไฟรัดคออยู่ด้วย   ส่วนนายสมบูรณ์ ทักษิโณ อายุ 63 ปี  ถูกมีดปลายแหลมแทงจนมิดด้ามเข้าที่บริเวณใต้กกหูขวา  บริเวณลำคอมีลักษณะถูกปาดเป็นแผลลึก (สองสามีภรรยา)   นอนเสียชีวิตอยู่ข้างที่นอนกลางห้องพัก  สภาพศพเน่าเหม็นจนขึ้นอืด  ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุดวันนี้ (16 ส.ค. 62)  ร.ต.อ.สมบัติ วังวล ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประจันตคาม  ได้นำผู้ต้องไปยังจุดเกิดเหตุที่คนร้ายลงมือฆ่า สองตายาย  เปิดขายของชำที่ห้องเกิดเหตุ ได้เงินสดจำนวน 11,000 บาม และนำกระเป๋าคาดเอวไปทิ้งทางเข้าวัดหนองหัวคู   นายสมพงษ์  ภูถนนนอก  อายุ 29  ปี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในคืนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืน มาเรียกผู้ตายเพื่อซื้อสุรา แต่ผู้ตายได้ทวงหนี้เก่าที่ค้างไว้จำนวนหลายบาท จึงกลับไปที่ห้องไปเอามีดปลายมาแลงมือแทงตาก่อน ส่วนยายร้องให้คนช่วยจึงฆ่ายายอีกคน ส่วนสาเหตุเพื่อต้องการเงินเพื่อตามหาเมีย เพราะเมียแอบไปคบอื่น   ล่าสุดพล.ต.ต.พิเชษฐ์ กมลวรรธนะ รอง.ผบช.ภ.2 เดินทางมาสอบด้วยตัวเองที่สภ.ประจันตคาม ส่วนทีทเกิดมาชาวบ้านทราบข่าวว่าจับคนร้ายได้และนำมำทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มาดูจำนวนมากและสาปด่าคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจตอนนี้จะได้นำตัวต้องมาทำแผนแต่ต้องกันชาวบ้างเกรงจะทำร้ายผู้ต้องหาได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จับแล้วคนข้างห้อง ฆ่าโหดสองตายายร้านขายของชำ ชิงเงินหมื่น    

 4,472
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

จับแล้วคนข้างห้อง ฆ่าโหดสองตายายร้านขายของชำ ชิงเงินหมื่น

ปราจีนบุรี-ตำรวจ สภ.ประจันตคาม ได้รับแจ้งเหตุคนถูกฆ่าเสียชีวิต 2 ราย ภายในห้องแถวให้เช่าที่เปิดเป็นร้านค้าขายของชำ พบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 รายทราบ ชื่อ นายสมบูรณ์ ทักษิโณ อายุ 63 ปี และนางบุญหลาย วงศ์วัน อายุ 60 ปี สองสามีภรรยา   จากการตรวจสภาพศพ พบว่า หญิงผู้ตายถูกมีดปลายแหลมแทงที่บริเวณลำคอด้านซ้ายปักคอ และมีสายไฟรัดคออยู่ด้วย ส่วนศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ถูกมีดปาดคอจนเสียชีวิตมีสภาพศพเน่าเหม็นจนขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน   ด้านเพื่อนบ้านที่อยู่ห้องเช่าอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ เล่าว่าช่วงใกล้สว่าง ยินเสียงรถ จยย.วิ่งเข้ามาจอดใกล้ที่เกิดเหตุ จากนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูพร้อมกับมีเสียงผู้ชายร้องเรียก “ตาตา ขอซื้อของหน่อย” ต่อมาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องแบบตกใจ แล้วเสียงก็เงียบไป หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียง จยย.ขับออกไป ตนก็ไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรเกิดขึ้น ผ่านไปหลายวันได้กลิ่นเหม็นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ   จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ได้มาเช่าห้องพักเพื่อเปิดร้ายขายของชำให้กับลูกค้าในพื้นที่ อยู่นานกว่า 20 ปี มีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้มีรายได้วันละหลายพันบาท ส่วนเงินที่ได้ผู้เสียชีวิตสองตายาย จะเก็บเงินสดไว้ในร้านค้าจำนวนหลายหมื่นบาทและเป็นคนชอบนำเงินมาให้ทุกคนดู และเคยถูกคนร้ายเข้ามาปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกาย เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 มาแล้วครั้งหนึ่งแล้ว   ต่อมาตำรวจได้ออกติดตามในพื้นที่ที่คาดว่านายสมพงษ์ ภูถนนนอก ผู้ต้องสงสัยจะหลบซ่อนตัว จนในที่สุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องสงสัย ได้หลบซ่อนตัวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ พร้อมภรรยาและลูก   จากการสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยได้เดินไปเคาะประตูเพื่อทำทีจะขอซื้อเหล้า เมื่อผู้ตายเปิดประตูออกมาผู้ต้องหาจึงเข้าทำการล็อกตัว เพื่อจะชิงเงินในกระเป๋าที่บริเวณเอวของนายสมบูรณ์ แต่ปรากฏว่าผู้ตายขัดขืน จึงใช้มีดปลายแหลมที่พกติดตัวมาเชือดที่คอและแทงคอนายสมบูรณ์จนเสียชีวิต   ในช่วงก่อเหตุภรรยาผู้ตายเห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาต่อสู้กับผู้ต้องหา จึงถูกผู้ต้องหาใช้มีดแทง ก่อนที่จะใช้สายไฟพัดลมรัดคอจนเสียชีวิต จึงได้นำเงินในกระเป๋าของผู้ตาย มีเงินประมาณ 1 หมื่นบาทเศษ ออกมาจากห้องพาภรรยาและลูกขึ้นรถ จยย. ขับหลบหนีไปซ่อนตัวที่โรงแรมดังกล่าว และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mAaP2Bm1x08

 3,407
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
16 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 16 ส.ค.62 พระเสพเมถุนน้องสาวต่างแม่-แจ้งจับเด็กแว้นได้ 3 พัน-หมากลืนเป็ดยาง 37 ตัว

-ฆาตกรรมโหดลุงป้าเจ้าของร้านชำ ถูกสายไฟรัดคอ มีดปักอกคนละเล่มศพสยอง เพื่อนบ้านบอกได้ยิรเสียงคนขี่ จยย.มาเคาะประตูเรียกซื้อของ แล้วมีเสียงผู้หญิงร้องเสียงดัง ผ่านไป 2 วันกลิ่นเหม็นเน่าโชยมา ล่าสุดจับได้แล้วเป็นเพื่อนบ้านห้องข้างเคียง สารภาพทำทีจะซื้อเหล้า จะชิงเงินในกระเป๋าคาดเอวลุง แต่เหยื่อขัดขืน เลยใช้มีดเชือดแทงคอ ป้ามาเห็นเลยฆ่าปิดปากใช้สายไฟรัดคอแทงซ้ำจนตาย หลังก่อเหตุหอบลูกเมียหนีซุกโรงแรม สุดท้ายไม่รอดโดนจับ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้วคนข้างห้อง ฆ่าโหดสองตายายร้านขายของชำ ชิงเงินหมื่น   -จับสึก 2 เจ้าอาวาสวัดดังปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพ กุมารทองเรียกทรัพย์ วัตถุมงคล สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง อวดอ้างสรรพคุณใครบูชาจะเป็นคนเหนือคน เข้าข่ายความผิดประกาศเถรสมาคม จนท.คุมตัว 2 เจ้าอาวาสไปจับสึกทันที ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับสึก 2 เจ้าอาวาสดัง ปลุกเสกกุมารทอง-ตุ๊กตาลูกเทพ ผิดวินัยสงฆ์    -7พรรคฝ่ายค้านขอยื่นอภิปรายทั่วไปนายกฯโดยไม่มีการลงมติ ตามรธน.152 วันนี้ หลังนายกฯไม่มาตอบกระทู้ถามสดปมถวายสัตย์ 2 สัปดาห์ติดต่อกัน นอกจากนี้ยังมีประเด็นบกพร่อง ผิดพลาด ผิดกฎหมายอื่นๆด้วย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายค้านยื่นญัตติขออภิปรายนายกฯ ปมถวายสัตย์    -วิษณุตอบปมนายกฯถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายนายกฯ ต้องขอดูญัตติฝ่ายค้านก่อน ว่านายกฯต้องไปตอบเองหรือไม่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'วิษณุ' แจงนายกฯมีสิทธิ์ไม่ไปตอบกระทู้สดได้ หากมีเหตุต้องแจ้งสภา   -ปธ.ผู้ตรวจการแผ่นดินคาด 27 ส.ค.นี้ จะได้พิจารณากรณีศรีสุวรรณ จรรยา ร้องให้ส่งเรื่องถึงศาล รธน.วินิจฉํยปมนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน เข้าข่ายขัดรธน.หรือไม่ ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงและประเด็นทางกฎหมายจากทุกฝ่าย เมื่อครบถ้วนแล้วจะพิจารณาอีกครั้ง ยันใช้ดุลยพินิจอิสระ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่มีใครกดดันได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผู้ตรวจการแผ่นดินถกคำร้องถวายสัตย์ 27 ส.ค. ยันไม่มีใครมากดดันได้    -ส.ส.หารือการใช้สภาใหม่ โวยป้ายบอกทางไปบันไดหนีไฟไม่มี ไฟในห้องประชุมน้อยทำให้ง่วง ห้องน้ำไม่มีสายชำระ และความปลอดภัยของสภา ปล่อยคนนอกมากินขนม กาแฟ ใช้อภิสิทธิ์จอดรถรอรับนาย ชวน ปธ.สภาแจงยืมห้อง ส.ว.มาใช้ ขอให้ทุกคนอดทน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ส.ส.โวยสภาหมื่นล้าน ไม่ปลอดภัย-ไฟมืด-ห้องน้ำไม่มีสายชำระ   -คลังเตรียมชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ แจกเงินพิเศษผู้ถือบัตรคนจน 2 เดือน ส.ค.-ก.ย.รับคนละ 1,000 บาท ผู้สูงอายุรับ 1,000 เงินเลี้ยงดูบุตร 0-6 ปี คนละ 600 บาท แจกคนทั่วไปคนละ 1,500 บาท เที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ใครลงทะเบียนก่อนได้ก่อน คาดเกิดเม็ดเงินสะพัดครึ่งปีหลังไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลังเตรียมจัดหนัก แจกเงินบัตรคนจน-กระตุ้นท่องเที่ยว คนแก่ถือบัตรคนจนรับ 2 เด้ง    -บัตรทองเฮ อนุทิน รมว.สธ.ประกาศผู้ป่วยในสิทธิบัตรนี้ไม่ต้องร่วมจ่าย อะไรที่เคยได้ยังคงอยู่ เล็งเพิ่มสิทธิครอบคลุมโรคหายาก ย้ำปชช.ทุกช่วงวัยต้องเข้าถึงการบริการอย่างเท่าเทียม ตั้งเป้าซื้อเครื่องมือแพทย์ในประเทศอุ้มเศรษฐกิจ     -พระหนุ่มเสพเมถุนกับน้องสาวแท้ๆต่างมารดา และโยมสาวอีกคน ใช้ชีวิตร่วมกัน 3 ปี น้องสาวแฉพฤติกรรมพร้อมคลิปแอบถ่าย ถูกพระพี่ชายลวงฝึกจิต ต้องแก้ผ้าต่อหน้าพระ สุดท้ายกลายเป็นเสพเมถุนกับพระพี่ชาย ต่อมามีสีกาอีกคนมาอยู่ในสำนักปฏิบัติธรรม อยู่กันเหมือนเมียหลวงเมียน้อย พ่อและชาวบ้านรู้เรื่องกดดันให้สึกออกมาจนนุ่งขาวห่มขาว ร้องศูนย์ดำรงธรรม-สำนักพุทธแล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ รองผู้ว่าอุตรดิตถ์สั่งตรวจสอบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฉาววงการผ้าเหลือง! พระหนุ่มเสพเมถุนน้องสาวต่างแม่ - สีกาอีกคน อยู่ร่วมสำนักเหมือนเมียหลวงเมียน้อยนาน 3 ปี    -แม่รัดคอลูกชายประชดสามีฝรั่งยังไม่จบ ถูกแฉซ้ำเคยเอานมลูกไปแลกเบียร์ จนท.เข้าประเมินสภาพจิต เกิดคลั่งวิ่งออกนอกบ้านไปบ้านญาติ หยิบมีดจะจ่อคอฆ่าตัวตาย ญาติต้องเข้าห้าม จนท.เข้าหว่านล้อมจนสงบ ฉีดยาระงับความเครียด หามส่ง รพ.จิตเวช ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่รัดคอลูกประชดสามีฝรั่ง คลั่งอีกรอบ คว้ามีดจ่อคอตัวเองต่อหน้า จนท.    -ตร.เอาจริงให้รางวัลนำจับเด็กแว้นกับประชาชนผู้กล้า 3,000 บาท เริ่มกันยายนนี้ ยืนยันจะรักษาความลับไม่เปิดเผยข้อมูลผู้แจ้ง แต่ถ้าแจ้งความเท็จ แจ้งจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ขอหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอกล้องหน้ารถ หรือโทรแจ้ง 191 รวมถึงแจ้งผ่านเพจศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.     -ตม.ทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ไต้หวัน 13 ราย คาบ้านพักชลบุรี ใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการเกือบปี สุ่มโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต อ้างตัวเป็น จนท.สาธารณสุข ลวงเหยื่อไต้หวันว่ามีบัตรประกันสุขภาพไปใช้กู้เงินจนเป็นหนี้ ก่อนต่อสายไปหาคนร้ายอีกคน อ้างเป็นตร.สร้างความน่าเชื่อถือ ให้เหยื่อโอนเงินเคลียร์คดีกว่า 20 ราย เสียหายกว่า 30 ล้าน     -จับนายตั้ม ช่างรับเหมาก่อสร้าง 1 ใน 5 ที่ล่อลวง ด.ญ.วัย 14 ไปขืนใจ สารภาพรับเด็กมาจากพัทยาให้มาทำงานที่ไซต์ก่อสร้าง ลวงไปซื้อของแล้วพาเข้าโรงแรม  เตรียมนำตัวไปชี้จุดทำแผน ส่วนอีก 4 คนที่สงขลาต้องแยกดำเนินคดี พ่อบอกลูกซึมเศร้า ไม่อยากให้พม.นำไปดูแล ขอดูแลกันเองในบ้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คุมตัว 'นายตั้ม' สารภาพข่มขืน ด.ญ.14 ก่อนหนีกบดานระยอง    -นุ๊ก สุทธิดา แจ้งความเอาผิดคนเช่าบ้าน หวั่นเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ ตกใจปล่อยบ้านย่านลาดพร้าวให้ต่างชาติเช่า 2 เดือน ทำบ้านเละ สายโทรศัพท์เต็มบ้าน ย้ายเตียงนอนมาตรงประตูเหมือนเอาไว้ดูต้นทาง กลัวใช้บ้านทำธุรกิจผิดกม. เริ่มเอ๊ะใจหลังเช็คค่าน้ำค่าไฟผ่านแอพเกือบแสน พยายามขอเข้าไปดูก็ถูกปฏิเสธ สุดท้ายขอย้ายออก ไม่ขอเงินประกันคืน แถมค้างค่าไฟ 5 หมื่น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'นุ๊ก สุทธิดา' โวยชาวจีนเช่าบ้านพังเละเทะ ค้างค่าไฟ 5 หมื่น หวั่นเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์   -เตือนคนเลี้ยงหมา น้องหมาพันธุ์บูลลี่กลืนเป็ดยาง 37 ตัวหวิดลำไส้ตันต้องผ่าตัด เจ้าของบอกซื้ออ่างลอยน้ำพร้อมเป็ดยางให้หมาเล่น สักพักตุ๊กตาหายไป ก่อนพบหมาอ้วกออกมาเป็นเป็ด 5 ตัว ต้องรีบไปหาหมอ เอ็กซเรย์เจอเป็ดเต็มท้อง ผ่ามาได้อีก 32 ตัว ล่าสุดปลอดภัยแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือนคนรักสัตว์ น้องหมากลืนเป็ดยาง 37 ตัว หวิดลำไส้อุดตัน ต้องผ่าออกจากท้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Eb30QHRFRBA

 10,462
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
14 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 14 ส.ค.62 ม็อบบุกสนามบินฮ่องกงอีกรอบ-พ่อแม่ลูกรมควันตายคารถ-มงคลกิตติ์แถลงเป็นฝ่ายค้านอิสระ

-สนามบินฮ่องกงวิกฤตอีก ตร.ฮ่องกงบุกช่วยชายชาวจีนถูกผู้ประท้วงจับไว้เป็นตัวประกัน อ้างเป็น ตร.นอกเครื่องแบบจากจีน ผู้ประท้วงขัดขวางไม่ให้ทีมแพทย์เข้าถึงตัวประกัน ตร.ฮ่องกงบุกช่วยพร้อมปะทะเดือดม็อบ มีผู้ถูกจับจำนวนมาก สื่อจีนรายงานชายคนดังกล่าวเป็นนักข่าวจาก Global Times ไม่ใช่ตร.จีนนอกเครื่องแบบ โดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตยันมีข่าวจีนเคลื่อนทัพประชิดชายแดนฮ่องกง ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบและปลอดภัย ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  คนไทยในฮ่องกง ได้ขึ้นเครื่องกลับถึงไทย ทอ.เตรียม c-130 รับคนตกค้าง  เปิดคลิปหญิงไทยจูงลูกตะโกนด่าม็อบฮ่องกง หลังบุกปิดสนามบิน 'แคร์รี่ ลัม' ชี้เศรษฐกิจพัง วอนคืนความสงบ   ช่วงบ่ายสนามบินฮ่องกงยกเลิกเที่ยวบินขาออกทั้งหมด นางแคร์รี่ หลัม แถลงฮ่องกงอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย เศรษฐกิจย่อยยับ วอนขอความสงบกลับคืนมา มีคลิปภาพแม่คนไทยเครียดจูงลูกตะโกนด่าม็อบฮ่องกง เพราะบินกลับไทยไม่ได้ กองทัพอากาศไทยเตรียมเครื่องบิน C130 ช่วยอพยพคนไทยแล้ว กต.แจ้งจุดอพยพคนไทยในสนามบินที่เคาน์เตอร์การบินไทย ส่งเครื่องขนาดใหญ่รับคนไทยตกค้าง บิ๊กตู่มีมาตรการดูแลคนไทยในฮ่องกง     -ดับยกครัว 3 พ่อแม่ลูก จุดเตารมควันตายคารถ ถ.เลียบมอเตอร์เวย์ ปทุมฯ ชาวบ้านผิดสังเกตรถจอดติดเครื่องข้ามคืน แจ้ง จนท.นตรวจสอบ พ่อตายคาเบาะคนขับ แม่กอดลูกสาววัยอนุบาลที่เบาะหลัง มีเตาอั้งโล่พร้อมถ่าน คาดตายแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชม.เตรียมสอบสวนญาติหาแรงจูงใจ ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พ่อแม่ลูกจอดรถ จุดเตารมควันฆ่าตัวตายดับยกครัว     -พรรคอนาคตใหม่เตรียมยื่นกระทู้สดถามบิ๊กตู่ปมถวายสัตย์ไม่ครบ นายกฯบอกอยากจบเรื่องนี้ ทางพรรคอนาคตใหม่ก็อยากจบเหมือนกัน แต่ต้องไม่ซุกขยะใต้พรม จะจบนายกฯต้องเข้ามาตอบคำถามในสภา ด้านนายกฯมีแนวโน้มติดภารกิจ ไม่เข้าสภาตอบกระทู้ ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อนาคตใหม่ยื่นกระทู้สดถามนายกฯ ปมถวายสัตย์ไม่ครบ แต่แนวโน้มนายกฯ อาจไม่เข้าสภา     -เพื่อไทยเตรียมเข้าชื่อ ส.ส.ยื่นซักฟอกพรรครัฐบาลในรูปแบบขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ กรณีนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ เพื่อให้นายกฯได้รับผิดชอบ ยันไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม แต่เป็นการขัด รธน. ด้านนายกฯปัดตอบสื่อ พูดแค่สั้นๆว่า "เรื่องการถวายสัตย์ ผมไม่ตอบแล้ว" ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เพื่อไทยเตรียมเข้าชื่อ ส.ส. ยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาล ชี้ประเด็นถวายสัตย์ไม่ครบ ไมใช่เรื่องหยุมหยิม   -9 พรรคเล็กแถลงจุดยืนร่วมรัฐบาลต่อ หลังธรรมนัสเข้าเจรจา ยันการจัดสรรตำแหน่งไม่ใช่เรื่องเรียกร้องทางการเมือง เพราะมีการตกลงกันตั้งแต่ก่อนร่วมรัฐบาล เพียงแต่อยู่ในขั้นตอนยังไม่ผ่าน ครม. ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 9 พรรคเล็กแถลงหนุนรัฐบาลไม่เปลี่ยน ชี้แม้แก้วจะแตก แต่ติดกาวตราช้างยังใช้ได้ 4 ปี     -มงคลกิตติ์ หน.พรรคไทยศรีวิไลย์ แถลงประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระ ชี้ในสภาไม่อิสระ ต้องตรวจสอบกันแบบเกรงใจกัน พลังประชารัฐไม่ให้เกียรติกัน ผู้ใหญ่ในพรรคไม่รักษาสัจจะ นายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ เชื่อต่อไปรัฐบาลมรปัญหาเสียงปริ่มน้ำแน่ ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'มงคลกิตติ์' แถลงเป็นฝ่ายค้านอิสระ แฉ พปชร.ไม่ให้เกียรติกัน เตือน 9 พรรค ระวังถูกหลอกซ้ำ     -หุ้นสหรัฐฯทะยานขึ้นยกแผง หลังทรัมป์ผ่อนปรนนโยบายขึ้นภาษีสินค้าจีน ยกเลิกขึ้นภาษีสินค้าสิ่งทอ เสื้อผ้า มือถือ ตลาดหุ้นสหรัฐฯทะยานขึ้นร้องแรง จับตาหุ้นไทยเช้านี้ หลังเมื่อวานปรับตัวลงแรง ผลจากการประท้วงฮ่องกงและสงครามการค้า ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ประท้วงฮ่องกง ทำเศรษฐกิจป่วนทั่วเอเชีย หุ้นไทยร่วงแรง    -ชุดพญาเสือแจ้งจับดีเจภูมิพร้อมพวกรวม 7 คน ละเมิด พรบ.อุทยาน ถ่ายคลิปตกปลาและชำแหละเนื้อปลาในเขตหมู่เกาะชุมพร โพสต์ลงยูทูปเมื่อปี 61 ก่อนลบออก แจ้งความผิด 5 ข้อหาหนัก ล่าสุดดีเจภูมิโพสต์คลิปขอโทษ ยอมรับพลาด ไม่รอบคอบ รู้เท่าไม่ถึงการ ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ดีเจภูมิ' ขอโทษไม่รอบคอบ คลิปตกปลาในเขตอุทยานหมู่เกาะชุมพร โดนแจ้ง 5 ข้อหาหนัก     -คุมตัว2ผู้ต้องหาวางระเบิดปลอมหน้า สตช.บินเข้า กทม.รับทราบข้อหาก่อการร้าย ทั้ง 2 สีหน้าเรียบเฉย นุ่งโสร่งสวมกุญแจมือ แม่ทัพภาค 4 เผยภาพ 2 ผู้ต้องหาหนีไปประเทศเพื่อนบ้านก่อนกลับเข้ามาพร้อมเป้ใบใหญ่ ค้นมือถือเจอภาพระเบิดวางเรียงบนที่นอน ผบ.ตร.สั่.โอนคดีให้กองปราบดูแลเป็นสำนวนเดียว     -สลด ด.ญ.วัย 14 เหยื่อมกาม 4 ชายโฉดเสี่ยรับเหมาและคนงานก่อสร้างขืนใจนานกว่าครึ่งปี ก่อนหนีมาหาญาติ ก็ถูกผู้รับเหมาย่านประเวศล่อลวงไปกระทำชำเราซ้ำ บีบคอทำร้ายร่างกาย ขู่ไม่ให้แจ้งความ พ่อรู้ข่าวพาแจ้งความแต่คดีไม่คืบ พาร้องกองปราบ ลูกสาวมีอาการซึมเศร้า หวาดกลัวผู้คน ด้านผู้ต้องหาบอกทำจริงแต่เด็กสมยอม ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พ่อพาลูกสาววัย 14 ร้องกองปราบ ถูก 5 ผู้รับเหมา-คนงานก่อสร้าง รุมข่มขืนข้ามปี คดีไม่คืบ     -หนุ่มเพิ่งพ้นคุก โมโหแย่งที่จอดรถกับข้าราชการวัย 50 หน้า 7-11 ทะเลาะกันบานปลาย ชักปืนยิงใส่อวัยวะเพศคู่กรณีเจ็บสาหัส ล่าสุดเข้ามอบตัวสารภาพทุกข้อหา มีประวัติเพิ่งพ้นคุกคดียาเสพติดและพกปืน ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มเพิ่งพ้นคุก เลือดร้อนทะเลาะแย่งที่จอดรถ ชักปืนไล่ยิงคู่กรณี ถูกอัณฑะเจ็บสาหัส     -คุมตัว โกโก้ แรงงานพม่าฆ่าชิงทรัพย์เสี่ยโรงน้ำแข็งทำแผนย่านบ้านที่เกิดเหตุ ใช้ชะแลงตัวหัวจนตายแบกศพยัดตู้เสื้อผ้า ชาวบ้านฮือประชาทัณฑ์ ลูกคนตายบอกโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเจอพ่อเร็วกว่านี้คงไม่ตาย ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ทำแผนหนุ่มพม่า ฆ่าโหดเสี่ยโรงน้ำแข็งยัดตู้เสื้อผ้า ลูกชายเสียใจ ถ้าเจอพ่อเร็วกว่านี้คงไม่ตาย     -หนุ่มอ้างตัวเป็นทหาร ตีเนียนขอลองรถบิ๊กไบค์คันเกือบล้าน บิดหนีลอยนวลที่นครสวรรค์ เจ้าของร้านบอกคนร้ายมาหลายครั้ง เอารถมาแต่งที่ร้าน ตร.จับได้แล้วที่สิงห์บุรี ก่อเหตุโชกโชน ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มแสบทำทีขอลองบิ๊กไบค์คันเกือบล้าน แล้วเชิดหนี ก่อนจนมุมโดนจับ     -อุทาหรณ์พ่อแม่ปล่อยลูกน้อยวัย 2 ขวบ นั่งเล่นกลางถนนในหมู่บ้าน ถูกรถเก๋งเลี้ยวทับเด็กเจ็บ ขาซ้ายหักหัวแตก คนขับเหยียบเบรค ปล่อยเด็กคลานออก สุดท้ายขับหนี พ่อเด็กเข้าแจ้งความ เจ้าของรถเข้าแสดงตัวแล้ว อ้างรถต่ำ มองไม่เห็น คิดว่ารถโดนลูกระนาด พร้อมรับผิดชอบจ่ายค่ารักษา ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุทาหรณ์ พ่อแม่ปล่อยลูก 2 ขวบ นั่งเล่นกลางถนนในหมู่บ้าน เก๋งเลี้ยวรถทับร่างเจ็บขาหัก โชคดีไม่ทับหัว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ePOiW2eIuIc

 4,072
สังคม-อาชญากรรม
12 ส.ค. 62

รวบแล้ว มือฆ่า ‘เฮียหยู’ เอาศพอำพรางในตู้เสื้อผ้า ตร.คุมตัวสอบสวน

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบศพนายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อายุ 72 ปี หรือ ‘เฮียหยู’ เจ้าของธุรกิจโรงงานน้ำแข็ง, ร้านขายแก๊ส ถูกฆ่าชิงทรัพย์ ก่อนนำร่างไปอำพรางในตู้เสื้อผ้า ในบ้านพักชั้น 2 ซอยวงศ์สว่าง 19 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ อ่านข่าว : คนร้ายฆ่าชิงทรัพย์โหด เสี่ยโรงน้ำแข็ง ก่อนเอาศพอำพรางในตู้เสื้อผ้า   ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว เป็นลูกจ้างชาวเมียนมา โดยจับกุมได้ที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร ขณะนี้อยู่ระหว่างคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ประชาชื่น ความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป      

 8,314
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ค. 62

จับเพื่อนบ้านมือฆ่าเจ้าของร้านชำ สารภาพเข้าไปลักทรัพย์หาเงินไปซื้อยาบ้า แต่ผู้ตายมาเห็น จึงต้องฆ่าปิดปาก

สตูล - เจ้าของร้านขายของชำ ในพื้นที่ อ.ทุ่งหว้า ซึ่งเป็นแม่ของอดีต ผญบ. ถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ แต่ผู้ตายตื่นมาเห็นเสียก่อนคนร้ายจึงฆ่าปิดปากเนื่องจากกลัวผู้ตายจำหน้าได้    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ค.62 โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนได้ตัวผู้ต้องสงสัยคือ นายสมศักดิ์ หรือนาฝี ตรีโกบ อายุ 31 ปี จึงนำมาตรวจสารเสพติดพบมีสารเสพติดในร่างกาย    จากการสอบสวนนายสมศักดิ์ ได้รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าเองเพราะติดยาบ้าและต้องการเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ เจ้าหน้าที่จึงได้อนุมัติให้ออกหมายจับในความผิดฐาน ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยมีอาวุธในเคหสถานเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม   เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายสมศักดิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุ ซึ่งมีญาติพี่น้องของผู้ตายและชาวบ้านในพื้นที่เนื่องจากผู้ตายเป็นคนที่ชาวบ้านรักและนับถือเพราะเป็นแม่ของอดีตผญบ.จึงมีชาวบ้านกว่า 500 คนมารอดูหน้าผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น    ซึ่งเจ้าหน้าที่มีกำลังไม่พอทางพ.ต.อ.ศักดิ์ดา เจริญกุล รองผบก.ภจว.สตูล และพ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ขวัญศรี ผกก.สภ.ทุ่งหว้าต้องเข้ามาเจรจาเพื่อให้ญาติพี่น้องอยู่ในความสงบและกันพื้นที่ไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาในที่เกิดเหตุป้องกันเหตุการณ์ความวุ่นวาย จนกระทั่งชาวบ้านล่าถอยออกไปจึงเข้าไปทำแผน   เริ่มจากผู้ต้องหาเดินเข้าไปทางหลังบ้าน จากนั้นใช้มือล้วงจากด้านบนเพื่อดึงกลอนประตู เมื่อเข้ามาทางด้านหลังบ้านเพื่อลักทรัพย์แต่ผู้ตายเข้ามาพบ ผู้ต้องหาใช้เหล็กที่ใช้ปลอกมะพร้าวตีเข้าที่ลำตัว ผู้ตายใช้แขนป้องไว้ และวิ่งเข้ามาในบ้านบริเวณเตียงนอนคนร้ายได้ตีซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เมื่อผู้ตายล้มบนที่นอนคนร้ายได้ใช้เหล็กดังกล่าวตีซ้ำไปที่ศรีษะรวม 5 ครั้งทำให้ผู้ตายเสียชีวิตทันที    จากนั้นผู้ต้องหาหลบหนีไปตามบ้านญาติพี่น้องหลายแห่งจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสนำมาตรวจสอบสารเสพติดดังกล่าว    อย่างไรก็ตามสำหรับนายสมศักดิ์นั้นถือเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้ตายและรู้จักกันดี โดยบ้านนายสมศักดิ์อยู่ห่างจากร้านขายของชำของผู้ตายประมาณ 500 เมตร และมักมาอยู่บ้านญาติซึ่งอยู่ห่างจากร้านเพียง 100 เมตร    ซึ่งวันเกิดเหตุตั้งใจจะมาลักทรัพย์แต่ผู้ตายตื่นมาพบซึ่งผู้ตายรู้จักกันดีประกอบกับมีการเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จึงได้ทำร้ายและลงมือฆ่าปิดปากก่อนจะหยิบเงินไป 500 บาทและหลบหนีไปดังกล่าว

 2,884
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

ฆ่าโหดลูกจ้างสาว ขณะนอนเฝ้าร้านข้าวแกงสุไหงโก-ลก ตั้งปมฆ่าชิงทรัพย์

นราธิวาส-พบผู้เสียชีวิตอยู่ในห้องนอนร้านจำหน่ายข้างแกงอิสลาม ในเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ตรวจสอบผู้ตายคือนางซูไฮณี วี อายุ 26 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่พื้นห้อง   โดยที่ลำคอมีสายไฟฟ้าจากพัดลมรัดคอไว้ และที่บริเวณหน้าอกมีร่องรอยถูกมีดแทง จำนวน 3 แผล และมีมีดสำหรับปลอกผลไม้ด้ามสีเหลือง ยาวประมาณ 5 นิ้ว ตกอยู่ข้างศพ โดยเฉพาะในห้องเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหลังคากระเบื้องมีร่องรอยถูกงัดและเปิดอยู่จำนวน 2 แผ่น   จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ยังพบว่ามีร่องรอยคล้ายการต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนส่งศพให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา   จากการสอบสวนทราบว่า นางซูไฮณี ผู้เสียชีวิตได้มาสมัครเป็นลูกจ้างที่ร้านจำหน่ายข้าวแกงแห่งนี้ ซึ่งเปิดมาได้ประมาณเกือบ 1 เดือน โดยนางซูไฮณี จะนอนเฝ้าที่ร้าน ส่วนเจ้าของเมื่อจำหน่ายอาหารแล้วเสร็จจะกลับไปนอนที่บ้านพัก   ซึ่งก่อนที่จะรับแจ้งมีเหตุพบผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าของร้านได้มาที่ร้านและเรียกผู้เสียชีวิตให้เปิดประตู แต่ผู้เสียชีวิตไม่ได้เดินมาแถมเงียบหายไป เจ้าของร้านจึงได้เปิดกุญแจเข้าไปดูพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ โดยสร้อยคอที่ใส่ไว้และนาฬิกาข้อมือที่สวมที่แขนได้หายไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ ที่คนร้ายได้งัดกระเบื้องหลังคาลงมา เมื่อผู้เสียชีวิตขัดขืนจึงได้ถูกคนร้ายใช้มีดแทงและใช้สายไฟฟ้าของพัดลมรัดคอ เพื่อปกปิดความผิดก่อนที่จะหลบหนี แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำเจ้าของร้านและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง ในการติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KV42sajnvsE

 2,032
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

คุมตัวหนุ่ม 27 ทำแผนฆ่าชิงทรัพย์สร้อยทอง-เผาอำพรางศพสาวสุราษฎร์ฯวัย 18

สุราษฎร์ธานี-จากคดีนายพีระพล นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ ฆ่าแล้วเผาอำพรางศพสาววัย 18 ปี โดยผู้ต้องหายังให้การยืนยัน เพียงแค่ประสงค์เหตุต่อทรัพย์เท่านั้น โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำ นำหนัก 1 บาท และแหวน น้ำหนัก 1 สลึง ไปขายได้ 22,000 บาท นำไปให้ภรรยา 5,000 บาท และนำไปใช้จ่ายเหลืออยู่ 2,000 บาท   พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงโดยมีเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ แต่อย่างไรก็ต้องสอบปากคำและพิจารณาจากหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งได้ลงมาดูการสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ สภ.กาญจนดิษฐ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่   เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วถึงกับฆ่าและเผาเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ในเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดข้อสมมุติฐานในการก่อเหตุประเด็นใดทิ้ง และไม่ได้เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องทำการสอบพยาน และให้เอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายพีระพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากและญาติผู้ตายมายืนรอดู ตำรวจต้องนำหมวกนิรภัย สวมใส่คลุมศรีษะนายพีระพลไว้ แต่เมื่อรถตำรวจนำตัวมาถึงชาวบ้านได้ส่งเสียงตะโกนเป็นช่วงๆ การทำแผนจุดเกิดเหตุเริ่มจากนายพีระพล ยืนดักรอ น.ส.จรินยา ขับรถจักรยานยนต์กลับจากส่งหลานชายได้เรียกให้จอดรถหยุดพูดคุย และลงมือชิงทรัพย์ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ให้ล้มลงไปข้างทางทั้งคนทั้งรถ   ซึ่งชาวบ้านที่ดูการทำแผนอยู่แสดงความไม่พอใจ ที่นายพีระพลกระทำการอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกันจนมีการลุกฮือจะเข้ามาใกล้ ซึ่งตำรวจเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงรีบนำตัวนายพีระพลขึ้นรถตู้ตำรวจฝ่าฝูงชนหลบหนีออกจากพื้นที่กลับไปยัง สภ.กาญจนดิษฐ์ ทันที จนต้องยกเลิกการทำแผนในขั้นตอนของการบีบคอปลดสร้อยคอทองคำ กับแหวนทองและการเผาทำลายศพ   ต่อมาญาติผู้ตายได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกาญจนดิษฐ์ เพื่อรับฟังรายละเอียดของคดี แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน การเผาอำพรางศพต้องใช้น้ำมัน จำนวนมากและใช้เวลานาน จึงจะยังไม่ไปรับศพกลับมาทำพิธี โดยจะรอผลการสอบสวนของตำรวจอีกระยะหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Msi-zkXkhw

 2,777
สังคม-อาชญากรรม
27 มี.ค. 62

รวบชายแอฟริกาใต้ ฆ่านักธุรกิจสาวไทย จนมุมที่แคนาดา เตรียมประสานส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ตำรวจแคนาดาสามารถจับ นายมิสวาคี สัญชาติแอฟริกาใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฆาตกรรมนางสาวศุษมา รื่นฤทธิ์ นักธุรกิจจิวเวลรี่ ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยลาดพร้าว 130 ได้ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา หลังจากที่ก่อเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศไทย ไปยังฮ่องกง ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศแคนาดา   โดยตำรวจไทย ได้ประสานขอส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว ในลักษณะความร่วมมือการส่งมอบผู้ต้องหา ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เนื่องจาก ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการเพิกถอนวีซ่า เพิกถอนหนังสือเดินทาง และผลักดันออกนอกประเทศของทางแคนาดา   ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวด้วยว่า จากการจับกุมที่รวดเร็ว ภายใน 48 ชั่วโมง มาจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของตำรวจโลก ผ่านการจัดคอฟฟี่ทอล์ก เดือนละ 1 ครั้งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง   ด้านพ่อของผู้เสียชีวิตเผยหลังทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้แล้วก็รู้สึกดีใจและอยากจะขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำงานกันได้อย่างรวดเร็ว   ทั้งนี้ตนก็อยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ก่อเหตุกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด หากมีโอกาส ตนก็อยากจะถามผู้ก่อเหตุว่าเหตุใดจึงต้องลงมือกับลูกสาวของตนจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งจนถึงขณะนี้ ทุกคนในครอบครัวยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจและทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะทำใจรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SSzaHsg1tfU

 2,864
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
27 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 27 มี.ค.62 เพื่อไทยชิงแถลงตั้งรัฐบาล-แมวดำวิ่งตัดหน้านายกฯ-กกต.ไม่นับบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์

-เพื่อไทยนัดแถลงจับมือ 6 พรรคเสียงเกินครึ่งตั้งรัฐบาล คาดประกอบด้วยเพื่อไทย 137 เสียง อนาคตใหม่ 87 เสรีรวมไทย 11 ประชาชาติ 6 เพื่อชาติ 5 เท่ากับมีเสียงรวม 246 เสียง ยังไม่รวมเศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้รวมกันแล้วได้ 251 ที่นั่ง   แม้ไม่มีรายงานว่ามิ่งขวัญจะไปร่วมแถลงข่าวด้วย แต่เจ้าตัวได้โพสต์เฟซยืนยันเป็นคนรักษาคำพูดและจุดยืนทางการเมือง ยันพรรคเศรษฐกิจใหม่อยู่ฝั่งประชาธิปไตย และไม่สนับสนุนสืบทอดอำนาจ   ส่วนพรรคประชาชาติ แถลงข่าวยันจะอยู่เคียงข้างประชาธิปไตยและประชาชน ด้านเสรีพิศุทธิ์ แถลงจุดยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย การจัดตั้งรัฐบาลควรให้พรรคที่ได้รับเลือกตั้งอันดับ 1 หากพรรคที่ 2-3 มาจัดตั้งถือว่าเสียมารยาท ควรเคารพกติกา   ภูมิธรรม เลขาพรรคเพื่อไทยบอกอยู่ในขั้นตอนคุยกับพรรคอื่น ยกเว้นพลังประชารัฐและรวมพลังประชาชาติไทย ที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ส่วนภูมิใจไทยคุยแล้วอยู่ในทิศทางที่ดี ส่วนกระแสข่าวให้อนุทินเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยไม่ยึดติดและไม่มีเงื่อนไข เพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ การจัดตั้งรัฐบาลต้องยึดหลักปัจจัยสำคัญ ต้องได้ 251 เสียงในสภา และได้เสียง 376 ในการเสนอชื่อนายกฯ หากไม่สามารถทำได้ทั้งคู่ อาจทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เชื่อ พปชร.ยังรวบรวมเสียงได้ไม่ถึง 251 เสียง เพราะถ้ารวมได้คงประกาศตั้งรัฐบาลไปแล้ว   -สนธิรัตน์มั่นใจพลังประชารัฐจะรวมเสียงได้ในเวลาไม่นาน ตอนนี้ประสานพูดคุยกับพรรคอื่นแล้ว แต่ขอสงวนชื่อไว้ก่อน โต้สุดารัตน์ เพราะรธน.ฉบับนี้แก้ปัญหาพวกมากลากไป ต้องเคารพทุกเสียงของปชช. ที่สำคัญพลังประชารัฐ ต่างจากพรรคอื่น เพราะได้ ส.ส.จากทุกภาค ดังนั้นเสียงที่ได้รับสะท้อนความต้องการของ ปชช. พรรคเคารพเจตนารมณ์ของ รธน.   ส่วนข้อเสนอที่เพื่อไทยเสนอให้อนุทินเป็นนายกฯ สนธิรัตน์บอกก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่พปชร.ไม่ใช้วิธีแบบนี้ เพราะตอนหาเสียงกับ ปชช.บอกจะเสนอบิ๊กตู่เป็นนายกฯเท่านั้น จะไม่เอาตำแหน่งนายกฯไปแลกกับใครเพื่อเป็นรัฐบาล เพราะต้องเคารพเสียง ปชช. ยอมรับว่ามีทิศทางที่เป็นบวก แต่เร็วเกินไปmจะบอกเรื่องโควต้า รมต.   -กกต.แถลงไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์ พร้อมแจงข่าวลือในโลกออนไลน์หลายประเด็น เช่น ปลด 2 กกต.สลับรถขนบัตร, แกะหีบนำบัตรมานั่งนับที่เพชรบูรณ์, ทหารชะโงกดูเพื่อนลงคะแนน ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งมากกว่าคนมาใช้สิทธิ์ ชี้เป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ เลยไม่สมบูรณ์ครบถ้วน มีข้อขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน บิ๊กโจ๊กช่วยยืนยันบอกมีแฮกเกอร์   -อนุทิน พรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กจากรูปตัวเอง เป็นรูปพริกจินดาแดงหลายเม็ด กลายเป็นปริศนา เจ้าตัวตอบฮอตแอนด์สไปซี่ ร้อนแรงและเผ็ดร้อน   ด้านสรอรรถ คณะกรรมการพรรคภูมิใจไทย บอกแนวโน้มไปทางพลังประชารัฐ เพราะพรรคไม่จำเป็นต้องมี ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 ถึงเป็นแกนนำ ที่ผ่านมารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็มีมาแล้ว แต่ยังย้ำว่าอนุทินพร้อมเป็นนายกฯ   -รัฐบาลสหราชอาณาจักรแถลงเรียกร้องไทยให้ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง อย่างรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ และการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างเหมาะสม สะท้อนเสียง ปชช.ผู้ลงคะแนน   เช่นเดียวกับอียูแถลงหวังว่าจะมีการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุด หวังว่าประเด็นความไม่โปร่งใสต่างๆจะได้รับการสอบสวนอย่างโปร่งใส การตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามเสียงของ ปชช.   -นายกฯประกาศคืนวันศุกร์ให้ ปชช.ยกเลิกจัดรายการคืนวันศุกร์ที่จัดต่อเนื่องมา 5 ปี ต่อไปจะเป็นรายการเสนอความคืบหน้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายกฯจะพูดอีกครั้งเพื่อขอบคุณครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ให้ฟังรัฐบาลใหม่ต่อไป   -นายกฯบอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจัดรัฐบาล เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง วันนี้สบายใจมากขึ้น ยันไม่ได้ต้องการรักษาหรือสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างเป็นไปตาม รธน. เคารพเสียง ปชช.บ้าง อย่าทะเลาะกันอีก   -แมวดำวิ่งตัดหน้านายกฯที่ทำเนียบ ตรงจุดต้นอโศกน้ำก่อนวิ่งไปหลังศาลพระภูมิ สนธิรัตน์บอกแมวไม่ได้วิ่งตัดหน้า อยู่ห่างจากนายกฯพอสมควร มองว่าเป็นแมวที่กำลังวิ่งไล่จับหนู ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะแมวกำลังจะจับหนูได้ ทำให้เชื่อมโยงว่านายอนุทินชื่อเล่นชื่อหนู   -ฆ่าลูกจ้างยัดถังน้ำมันโบกปูนทับฝังดิน ทิ้งในบึงน้ำท้องที่ สน.บางเขน หลังญาติแจ้งความคนหาย คาดถูกญาติห่างๆคนที่ชวนมาทำงานและทำทีไปแจ้งความคนหายเป็นมือฆ่า ให้น้ำหนักเรื่องชู้สาว   -ลุงเพื่อนบ้านวัย 60 ปี ข่มขืน ด.ญ.13 ให้เงิน 20 ปิดปาก แถมขู่ซ้ำจะจับแม่และลูกทำเมียแล้วฆ่าทิ้ง แม่เห็นคาตาออกมาจากห้องน้ำ เด็กสะบักสะบอม ตกลงค่าเสียหาย 1.5 แสน กลับถูกขู่ ตร.บอกถ้าออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งยังไม่มาจะออกหมายจับ   -จับแล้วหนุ่มผิวสีชาวแอฟริกาใต้ ฆ่าชิงทรัพย์สาวไทยนักธุรกิจจิวเวอรี่ หมกโรงแรมย่านบางกะปิ จนมุมที่แคนาดา เตรียมประสานส่งตัวกลับดำเนินคดีในไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y98T4VEzQrU

 5,013
สังคม-อาชญากรรม
22 มี.ค. 62

สั่งประหารชีวิต 'ท้าวพูล้า' ชายลาวฆ่าปาดคอยายหลาน-เชือดแมว ศาลชี้โหดเหี้ยมผิดวิสัย แม้สารภาพก็ไม่ช่วยอะไร

สมุทรปราการ-จากคดีที่ท้าวพูล้า ชายสัญชาติลาว อายุ 22 ปี ใช้อาวุธมีดฆ่าปาดคอ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย พร้อมเชือดคอแมวตายอีก 1 ตัว ในร้านขายของชำย่านพระประแดง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.61 โดยปมสาเหตุเกิดจากเมายาบ้า และอยากได้เงินเพื่อไปซื้อยามาเสพ   วานนี้ (21 มี.ค.) เวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายพูล้า อายุ 22 ปี (สัญชาติลาว) เป็นจำเลยว่า กระทำผิดกฎหมายฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด ฐานบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ฐานฆ่าชิงทรัพย์ นางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ อายุ 68 ปี ฆ่าเด็กหญิงอิสห์ยา เพิกเฉย อายุ 12 ปี ฐานพยายามฆ่าเด็กหญิงอาภารัตน์ สำรวย อายุ 9 ปี โดยทารุณโหดร้ายเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ เพื่อปกปิดความผิด และฐานฆ่าแมวอันเป็นทารุณกรรมโดยไม่มีเหตุสมควร   โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยหยิบอาวุธมีดจากในครัวแล้วงัดช่องลมห้องน้ำปีนเข้าไปในบ้านของนางมะลิ เพื่อลักทรัพย์ พบนางมะลิจึงบีบคอ ทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีดปาดลำคอนางมะลิแล้วหยิบเอาทรัพย์ไป เมื่อเด็กหญิงอิสห์ยาและเด็กหญิงอาภารัตน์ตื่นขึ้นร้องโวยวาย จำเลยจึงใช้อาวุธมีดปาดลำคอเด็กหญิงอิสห์ยา และเด็กหญิงอาภารัตน์แล้วหลบหนีไปที่ จ.มุกดาหาร เพื่อจะกลับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้เสียก่อน   การที่จำเลย ใช้อาวุธมีดซึ่งมีความแหลมคมและมีขนาดความยาวรวมด้าม 40 ซม. ปาดลำคอนางมะลิ กับใช้อาวุธมีดซึ่งมีความแหลมคมและขนาดความยาวรวมด้าม 39 ซม. ปาดลำคอเด็กหญิงอิสห์ยาจนถึงแก่ความตาย และปาดคอเด็กหญิงอาภารัตน์ จนเกิดบาดแผลฉีกขาดที่ลำคอด้านหน้า ขนาดใหญ่ และลึกถึงขนาดทำให้หลอดลมและหลอดอาหารฉีกขาด เสียเลือดปริมาณมาก ได้รับ บาดเจ็บสาหัส เป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้าย   จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เพราะจำเลยกระทำโดยอุกอาจต่อหญิงชราและเด็กหญิงอย่างโหดเหี้ยมทารุณผิดวิสัย มนุษย์ นับเป็นภัยต่อสุจริตชน จึงไม่มีเหตุอันควรปราณีที่จะลดโทษ   พร้อมให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 เป็นเงินคนละ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันก่อเหตุเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็น เงิน 1,800,000 บาทแก่โจทก์ร่วมที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันก่อเหตุเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6XrITfjM1ts

 2,832
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อลูกชาย-ลูกสะใภ้ผูกคอตายคาไร่มัน หวั่นถูกฆ่าอำพราง หลังเงินปึกใหญ่สูญหาย

ลำปาง-จากกรณีตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งเกิดเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณไร่มันสำปะหลังข้างลำห้วยป่าดำ ตำบลชมพู อ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา   โดยที่เกิดเหตุพบศพนายจรัญฐาธีนากร วงผาบุตร อายุ 23 ปี และ น.ส.ทิพวรรณ สิมโสม อายุ 23 ปี สองสามีภรรยาชาวอุบลราชธานี สภาพศพใช้เชือกผูกคอตายกับต้นไม้โดยใช้เชือกเส้นเดียวกัน แต่พ่อแม่ของผู้ตายไม่ปักใจเชื่อว่าลูกและลูกสะใภ้จะฆ่าตัวตายเองเนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจและมีข้อสงสัยหลายจุดอีกทั้งเงินที่ผู้ตายพกมา 4-5 หมื่นก็หายไปด้วย   ล่าสุดทางพ่อแม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า จากการสอบถามเรื่องคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องรออีก 2 เดือนจึงจะสามารถสรุปคดีได้เนื่องจากต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนตัวเองมองว่าขณะนี้ลูกเสียชีวิตไปแล้วเกือบ 1 เดือนแต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทำให้คิดว่าลูกอาจจะตายฟรี   ด้านพ่อและแม่ของผู้ตายทั้งคู่ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติได้นำธูปเทียนไปจุดบอกกล่าวลูกชายและลูกสะใภ้ตรงที่ทั้งคู่ผูกคอตาย พร้อมบอกให้ดวงวิญญาณหากไม่ได้รับความยุติธรรมให้ช่วยครอบครัวไขปริศนาหรือมาเข้าฝันเพื่อจะได้ติดตามสาเหตุการตายที่แท้จริง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. เวลาประมาณ 3-4 ทุ่มได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังโหยหวนเหมือนคนร้องไห้อยู่รอบบ้าน กระทั่งเช้าก็มีตำรวจโทรมานัดว่าช่วงเย็นให้ไปพบเพื่อฟังผลทางคดี จึงเชื่อว่าวิญญาณของลูกคงจะมาร้องขอความเป็นธรรมหลังคดีผ่านมาแล้วเกือบ 1 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า   ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะผูกคอตายเอง เนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆที่ทั้งคู่จะผูกคอตาย เพราะมันสำปะหลังก็กำลังจะขุดขาย ลูกก็ยังเล็ก ทั้งเงินค่าขายมันสำปะหลังประมาณ 4-5 หมื่นก็ยังหายไปด้วย และที่สำคัญคือ สภาพศพของลูกชายขณะที่ไปพบปลายเท้าเกือบจะถึงพื้น แต่พื้นดินกลับไม่มีร่องรอยของการตะกุยตะกายของคนที่จะดิ้นก่อนที่จะเสียชีวิต   ประกอบกับที่ผ่านมา แพทย์เคยบอกว่าลูกชายมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงที่บริเวณเข่า และใบหน้าด้านขวาของฝ่ายหญิงมีรอยมือคล้ายถูกตบหน้าอย่างแรง จึงเชื่อว่าทั้งคู่อาจจะไปรู้เห็นอะไรบางอย่างที่นำมาซึ่งอันตรายต่อตัวเองจึงถูกฆ่าอำพราง และที่สำคัญที่กิ่งของต้นไม้ยังมีร่องรอยของการดึงเชือก คล้ายกับดึงฝ่ายหญิงแขวนคอก่อนแล้วก็แขวนคอฝ่ายชายตาม   ก่อนเกิดเหตุเห็นลูกชายและลูกสะใภ้เตรียมเงินประมาณ 4-5 หมื่น เพื่อจะนำไปฝากธนาคารช่วงที่ไปซื้อนมให้ลูก โดยเงินดังกล่าวได้มาจากการขายหัวมันสำปะหลัง ซึ่งบางส่วนเตรียมไว้จะจ่ายค่าเช่าที่ดิน แต่หลังเกิดเหตุเงินจำนวนดังกล่าวได้หายไป   โดยทางครอบครัวได้บอกตำรวจไปแล้วแต่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการตรวจสอบว่าเงินหายไปไหน และหลังจากลูกเสียชีวิตไปแล้วทุกวันนี้ตนเองนอนก็ไม่ค่อยหลับกลัวลูกจะตายฟรี ตอนนี้ยอมรับว่าเครียดจัด พยานหลักฐานก็หาลำบาก จึงอยากขอวิงวอนเจ้าหน้าที่ฝห้ความช่วยเหลือทางคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MFKs4RJPyog

 4,215
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 62

คุมตัวหนุ่มจีนทำแผนฆ่าบีบคออาม่า เจ้าตัวก้มกราบขอขมา ด้านลูกชายหวังลงโทษสูงสุด ชี้วางแผนมาเป็นอย่างดี

ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุคนร้ายเป็นชายชาวจีนก่อเหตุฆ่ารัดคอ นางสาวอารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 69 ปี จนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดที่คอนโดแห่งหนึ่งในซอยพหลโยธิน 52 และพบว่าเงินสดไทย สร้อย และแหวนทองคำหายไป ต่อมาตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว คือ นายอู๋ จัว หมิง อายุ 28 ปี โดยพบว่าหลังก่อเหตุได้นั่งรถทัวร์หลบหนีไป และกำลังข้ามเรือไปเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยในตัวพบทรัพย์สินบางส่วนนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) ตำรวจ สน.บางเขน ได้คุมตัว นายอู๋ จัว หมิง ผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ โดยจุดแรกคือหน้าบริเวณคอนโด อาคาร 4 ซึ่งเป็นทางขึ้นไปยังห้องของน.ส.อารยา ต่อมาเดินทางไปชี้ยังจุดที่ 2 บริเวณชั้น 2 ทางเดินที่เดินทางไปยังห้องพัก   ต่อมาจุดที่ 3 บริเวณหน้าห้องที่เกิดเหตุ และจุดสุดท้ายคือบริเวณเตียงนอนที่น.ส.อารยาถูกทำร่างกายจนเสียชีวิต ซึ่งนายอู๋ จำลองเหตุการณ์ฆ่าบีบคอ จากนั้นเมื่อเห็นว่าแน่นิ่งไป ก็ปลดสร้อยทองและนำทรัพย์สินมีค่า ก่อนจะหลบหนีไป ภายหลังจากการทำแผนชี้จุดนายอู๋ ร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าอยากกราบขอขมาผู้ตาย พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า “ขอโทษ”   ด้านนายวีรวิชญ์ เชื้อสุขศานต์ทอง อายุ 29 ปี ลูกชายผู้ตายพร้อมญาติบางส่วน ได้เดินทางมาดูการทำแผน พร้อมเปิดเผยว่า แม่ของตนรู้จักกับพ่อของผู้ต้องหาเพราะเป็นญาติห่างๆ โดยบรรพบุรุษได้ขอให้ช่วยเหลือหากคนเชื้อชาติเดียวกันเดือดร้อน   ส่วนตัวยอมรับว่ายังโกรธแค้นนายอู๋ เพราะทางบ้านให้การช่วยเหลือมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินหรือที่พัก แต่นายอู๋ ก็ยังมาก่อเหตุฆ่าแม่อย่างเลือดเย็น และช่วง 1-2 วันก่อนเกิดเหตุ นายอู๋ มาพักที่ห้องที่เกิดเหตุแต่ก็โทรศัพท์มาหาแม่ โดยอ้างว่าที่ห้องไฟดับ ให้เข้ามาดู แต่ตอนนั้นทุกคนห้ามแม่ไว้ เพราะเวลาที่นายอู๋ ให้ไปหาคือช่วง 20.00 น.   นายวีรวิชญ์ กล่าวต่อว่า การทำแผนวันนี้ก็ตั้งใจมาดูโฉมหน้า แววตา นายอู๋ ว่ามีความสำนึกหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าน่าจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี จึงอยากวิงวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงโทษขั้นสูงสุด แม้ผู้ต้องหาจะกราบขอขมาแม่ยังจุดที่ลงมือฆ่าไปแล้วก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าผู้ต้องหาจะไม่สำนึก และหากออกมา อาจก่อเหตุแบบนี้อีก หรือเนรคุณ   พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน  เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยรู้จักกับผู้ตายเรื่องจากทำธุรกิจขายเสื้อผ้าด้วยกัน โดยที่เดินทางมานั้นตั้งใจมายืมเงินจำนวน 100,000 บาท โดยใช้อุบายบอกผู้ตายว่า จะนำเงินมาคืนจำนวน 120,000 บาท ที่เคยยืมไปแล้ว   แต่สุดท้ายนายอู๋ ก็กลับมายืมเงิน แต่ผู้ตายไม่ยอมให้ยืม จึงมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายอู๋ จะใช้มือบีบคอผู้ตายจนแน่นิ่ง ซึ่งไม่คิดว่าผู้ตายจะเสียชีวิต จึงปลดทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต และขึ้นรถหลบหนีไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งสายใต้ เพื่อต้องการหลบหนีออกนอกประเทศ โดยใช้เส้นทางทะเล สำหรับเหตุผลที่นายอู๋ เลือกหลบหนีไปยังเกาะสมุย เพราะว่าเคยพักอาศัยและทางเดินไปที่เกาะสมุยบ่อย จึงชำนาญเส้นทาง   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ขอให้ทางครอบครัวสบายใจ ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรม เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหาคือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข้อหาลักทรัพย์ โดยจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ในเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.พ.นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aFs4oYEDcVc

 1,153

Top