ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าชิงทรัพย์"

สังคม-อาชญากรรม
27 มี.ค. 62

รวบชายแอฟริกาใต้ ฆ่านักธุรกิจสาวไทย จนมุมที่แคนาดา เตรียมประสานส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ตำรวจแคนาดาสามารถจับ นายมิสวาคี สัญชาติแอฟริกาใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฆาตกรรมนางสาวศุษมา รื่นฤทธิ์ นักธุรกิจจิวเวลรี่ ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยลาดพร้าว 130 ได้ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา หลังจากที่ก่อเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศไทย ไปยังฮ่องกง ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศแคนาดา   โดยตำรวจไทย ได้ประสานขอส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว ในลักษณะความร่วมมือการส่งมอบผู้ต้องหา ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เนื่องจาก ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการเพิกถอนวีซ่า เพิกถอนหนังสือเดินทาง และผลักดันออกนอกประเทศของทางแคนาดา   ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวด้วยว่า จากการจับกุมที่รวดเร็ว ภายใน 48 ชั่วโมง มาจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของตำรวจโลก ผ่านการจัดคอฟฟี่ทอล์ก เดือนละ 1 ครั้งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง   ด้านพ่อของผู้เสียชีวิตเผยหลังทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้แล้วก็รู้สึกดีใจและอยากจะขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำงานกันได้อย่างรวดเร็ว   ทั้งนี้ตนก็อยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ก่อเหตุกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด หากมีโอกาส ตนก็อยากจะถามผู้ก่อเหตุว่าเหตุใดจึงต้องลงมือกับลูกสาวของตนจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งจนถึงขณะนี้ ทุกคนในครอบครัวยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจและทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะทำใจรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SSzaHsg1tfU

 2,732
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
27 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 27 มี.ค.62 เพื่อไทยชิงแถลงตั้งรัฐบาล-แมวดำวิ่งตัดหน้านายกฯ-กกต.ไม่นับบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์

-เพื่อไทยนัดแถลงจับมือ 6 พรรคเสียงเกินครึ่งตั้งรัฐบาล คาดประกอบด้วยเพื่อไทย 137 เสียง อนาคตใหม่ 87 เสรีรวมไทย 11 ประชาชาติ 6 เพื่อชาติ 5 เท่ากับมีเสียงรวม 246 เสียง ยังไม่รวมเศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้รวมกันแล้วได้ 251 ที่นั่ง   แม้ไม่มีรายงานว่ามิ่งขวัญจะไปร่วมแถลงข่าวด้วย แต่เจ้าตัวได้โพสต์เฟซยืนยันเป็นคนรักษาคำพูดและจุดยืนทางการเมือง ยันพรรคเศรษฐกิจใหม่อยู่ฝั่งประชาธิปไตย และไม่สนับสนุนสืบทอดอำนาจ   ส่วนพรรคประชาชาติ แถลงข่าวยันจะอยู่เคียงข้างประชาธิปไตยและประชาชน ด้านเสรีพิศุทธิ์ แถลงจุดยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย การจัดตั้งรัฐบาลควรให้พรรคที่ได้รับเลือกตั้งอันดับ 1 หากพรรคที่ 2-3 มาจัดตั้งถือว่าเสียมารยาท ควรเคารพกติกา   ภูมิธรรม เลขาพรรคเพื่อไทยบอกอยู่ในขั้นตอนคุยกับพรรคอื่น ยกเว้นพลังประชารัฐและรวมพลังประชาชาติไทย ที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ส่วนภูมิใจไทยคุยแล้วอยู่ในทิศทางที่ดี ส่วนกระแสข่าวให้อนุทินเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยไม่ยึดติดและไม่มีเงื่อนไข เพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ การจัดตั้งรัฐบาลต้องยึดหลักปัจจัยสำคัญ ต้องได้ 251 เสียงในสภา และได้เสียง 376 ในการเสนอชื่อนายกฯ หากไม่สามารถทำได้ทั้งคู่ อาจทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เชื่อ พปชร.ยังรวบรวมเสียงได้ไม่ถึง 251 เสียง เพราะถ้ารวมได้คงประกาศตั้งรัฐบาลไปแล้ว   -สนธิรัตน์มั่นใจพลังประชารัฐจะรวมเสียงได้ในเวลาไม่นาน ตอนนี้ประสานพูดคุยกับพรรคอื่นแล้ว แต่ขอสงวนชื่อไว้ก่อน โต้สุดารัตน์ เพราะรธน.ฉบับนี้แก้ปัญหาพวกมากลากไป ต้องเคารพทุกเสียงของปชช. ที่สำคัญพลังประชารัฐ ต่างจากพรรคอื่น เพราะได้ ส.ส.จากทุกภาค ดังนั้นเสียงที่ได้รับสะท้อนความต้องการของ ปชช. พรรคเคารพเจตนารมณ์ของ รธน.   ส่วนข้อเสนอที่เพื่อไทยเสนอให้อนุทินเป็นนายกฯ สนธิรัตน์บอกก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่พปชร.ไม่ใช้วิธีแบบนี้ เพราะตอนหาเสียงกับ ปชช.บอกจะเสนอบิ๊กตู่เป็นนายกฯเท่านั้น จะไม่เอาตำแหน่งนายกฯไปแลกกับใครเพื่อเป็นรัฐบาล เพราะต้องเคารพเสียง ปชช. ยอมรับว่ามีทิศทางที่เป็นบวก แต่เร็วเกินไปmจะบอกเรื่องโควต้า รมต.   -กกต.แถลงไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์ พร้อมแจงข่าวลือในโลกออนไลน์หลายประเด็น เช่น ปลด 2 กกต.สลับรถขนบัตร, แกะหีบนำบัตรมานั่งนับที่เพชรบูรณ์, ทหารชะโงกดูเพื่อนลงคะแนน ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งมากกว่าคนมาใช้สิทธิ์ ชี้เป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ เลยไม่สมบูรณ์ครบถ้วน มีข้อขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน บิ๊กโจ๊กช่วยยืนยันบอกมีแฮกเกอร์   -อนุทิน พรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กจากรูปตัวเอง เป็นรูปพริกจินดาแดงหลายเม็ด กลายเป็นปริศนา เจ้าตัวตอบฮอตแอนด์สไปซี่ ร้อนแรงและเผ็ดร้อน   ด้านสรอรรถ คณะกรรมการพรรคภูมิใจไทย บอกแนวโน้มไปทางพลังประชารัฐ เพราะพรรคไม่จำเป็นต้องมี ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 ถึงเป็นแกนนำ ที่ผ่านมารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็มีมาแล้ว แต่ยังย้ำว่าอนุทินพร้อมเป็นนายกฯ   -รัฐบาลสหราชอาณาจักรแถลงเรียกร้องไทยให้ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง อย่างรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ และการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างเหมาะสม สะท้อนเสียง ปชช.ผู้ลงคะแนน   เช่นเดียวกับอียูแถลงหวังว่าจะมีการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุด หวังว่าประเด็นความไม่โปร่งใสต่างๆจะได้รับการสอบสวนอย่างโปร่งใส การตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามเสียงของ ปชช.   -นายกฯประกาศคืนวันศุกร์ให้ ปชช.ยกเลิกจัดรายการคืนวันศุกร์ที่จัดต่อเนื่องมา 5 ปี ต่อไปจะเป็นรายการเสนอความคืบหน้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายกฯจะพูดอีกครั้งเพื่อขอบคุณครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ให้ฟังรัฐบาลใหม่ต่อไป   -นายกฯบอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจัดรัฐบาล เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง วันนี้สบายใจมากขึ้น ยันไม่ได้ต้องการรักษาหรือสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างเป็นไปตาม รธน. เคารพเสียง ปชช.บ้าง อย่าทะเลาะกันอีก   -แมวดำวิ่งตัดหน้านายกฯที่ทำเนียบ ตรงจุดต้นอโศกน้ำก่อนวิ่งไปหลังศาลพระภูมิ สนธิรัตน์บอกแมวไม่ได้วิ่งตัดหน้า อยู่ห่างจากนายกฯพอสมควร มองว่าเป็นแมวที่กำลังวิ่งไล่จับหนู ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะแมวกำลังจะจับหนูได้ ทำให้เชื่อมโยงว่านายอนุทินชื่อเล่นชื่อหนู   -ฆ่าลูกจ้างยัดถังน้ำมันโบกปูนทับฝังดิน ทิ้งในบึงน้ำท้องที่ สน.บางเขน หลังญาติแจ้งความคนหาย คาดถูกญาติห่างๆคนที่ชวนมาทำงานและทำทีไปแจ้งความคนหายเป็นมือฆ่า ให้น้ำหนักเรื่องชู้สาว   -ลุงเพื่อนบ้านวัย 60 ปี ข่มขืน ด.ญ.13 ให้เงิน 20 ปิดปาก แถมขู่ซ้ำจะจับแม่และลูกทำเมียแล้วฆ่าทิ้ง แม่เห็นคาตาออกมาจากห้องน้ำ เด็กสะบักสะบอม ตกลงค่าเสียหาย 1.5 แสน กลับถูกขู่ ตร.บอกถ้าออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งยังไม่มาจะออกหมายจับ   -จับแล้วหนุ่มผิวสีชาวแอฟริกาใต้ ฆ่าชิงทรัพย์สาวไทยนักธุรกิจจิวเวอรี่ หมกโรงแรมย่านบางกะปิ จนมุมที่แคนาดา เตรียมประสานส่งตัวกลับดำเนินคดีในไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y98T4VEzQrU

 4,832
สังคม-อาชญากรรม
22 มี.ค. 62

สั่งประหารชีวิต 'ท้าวพูล้า' ชายลาวฆ่าปาดคอยายหลาน-เชือดแมว ศาลชี้โหดเหี้ยมผิดวิสัย แม้สารภาพก็ไม่ช่วยอะไร

สมุทรปราการ-จากคดีที่ท้าวพูล้า ชายสัญชาติลาว อายุ 22 ปี ใช้อาวุธมีดฆ่าปาดคอ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย พร้อมเชือดคอแมวตายอีก 1 ตัว ในร้านขายของชำย่านพระประแดง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.61 โดยปมสาเหตุเกิดจากเมายาบ้า และอยากได้เงินเพื่อไปซื้อยามาเสพ   วานนี้ (21 มี.ค.) เวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายพูล้า อายุ 22 ปี (สัญชาติลาว) เป็นจำเลยว่า กระทำผิดกฎหมายฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด ฐานบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ฐานฆ่าชิงทรัพย์ นางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ อายุ 68 ปี ฆ่าเด็กหญิงอิสห์ยา เพิกเฉย อายุ 12 ปี ฐานพยายามฆ่าเด็กหญิงอาภารัตน์ สำรวย อายุ 9 ปี โดยทารุณโหดร้ายเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ เพื่อปกปิดความผิด และฐานฆ่าแมวอันเป็นทารุณกรรมโดยไม่มีเหตุสมควร   โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยหยิบอาวุธมีดจากในครัวแล้วงัดช่องลมห้องน้ำปีนเข้าไปในบ้านของนางมะลิ เพื่อลักทรัพย์ พบนางมะลิจึงบีบคอ ทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีดปาดลำคอนางมะลิแล้วหยิบเอาทรัพย์ไป เมื่อเด็กหญิงอิสห์ยาและเด็กหญิงอาภารัตน์ตื่นขึ้นร้องโวยวาย จำเลยจึงใช้อาวุธมีดปาดลำคอเด็กหญิงอิสห์ยา และเด็กหญิงอาภารัตน์แล้วหลบหนีไปที่ จ.มุกดาหาร เพื่อจะกลับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้เสียก่อน   การที่จำเลย ใช้อาวุธมีดซึ่งมีความแหลมคมและมีขนาดความยาวรวมด้าม 40 ซม. ปาดลำคอนางมะลิ กับใช้อาวุธมีดซึ่งมีความแหลมคมและขนาดความยาวรวมด้าม 39 ซม. ปาดลำคอเด็กหญิงอิสห์ยาจนถึงแก่ความตาย และปาดคอเด็กหญิงอาภารัตน์ จนเกิดบาดแผลฉีกขาดที่ลำคอด้านหน้า ขนาดใหญ่ และลึกถึงขนาดทำให้หลอดลมและหลอดอาหารฉีกขาด เสียเลือดปริมาณมาก ได้รับ บาดเจ็บสาหัส เป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้าย   จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เพราะจำเลยกระทำโดยอุกอาจต่อหญิงชราและเด็กหญิงอย่างโหดเหี้ยมทารุณผิดวิสัย มนุษย์ นับเป็นภัยต่อสุจริตชน จึงไม่มีเหตุอันควรปราณีที่จะลดโทษ   พร้อมให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 เป็นเงินคนละ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันก่อเหตุเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็น เงิน 1,800,000 บาทแก่โจทก์ร่วมที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันก่อเหตุเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6XrITfjM1ts

 2,737
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อลูกชาย-ลูกสะใภ้ผูกคอตายคาไร่มัน หวั่นถูกฆ่าอำพราง หลังเงินปึกใหญ่สูญหาย

ลำปาง-จากกรณีตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งเกิดเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณไร่มันสำปะหลังข้างลำห้วยป่าดำ ตำบลชมพู อ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา   โดยที่เกิดเหตุพบศพนายจรัญฐาธีนากร วงผาบุตร อายุ 23 ปี และ น.ส.ทิพวรรณ สิมโสม อายุ 23 ปี สองสามีภรรยาชาวอุบลราชธานี สภาพศพใช้เชือกผูกคอตายกับต้นไม้โดยใช้เชือกเส้นเดียวกัน แต่พ่อแม่ของผู้ตายไม่ปักใจเชื่อว่าลูกและลูกสะใภ้จะฆ่าตัวตายเองเนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจและมีข้อสงสัยหลายจุดอีกทั้งเงินที่ผู้ตายพกมา 4-5 หมื่นก็หายไปด้วย   ล่าสุดทางพ่อแม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า จากการสอบถามเรื่องคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องรออีก 2 เดือนจึงจะสามารถสรุปคดีได้เนื่องจากต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนตัวเองมองว่าขณะนี้ลูกเสียชีวิตไปแล้วเกือบ 1 เดือนแต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทำให้คิดว่าลูกอาจจะตายฟรี   ด้านพ่อและแม่ของผู้ตายทั้งคู่ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติได้นำธูปเทียนไปจุดบอกกล่าวลูกชายและลูกสะใภ้ตรงที่ทั้งคู่ผูกคอตาย พร้อมบอกให้ดวงวิญญาณหากไม่ได้รับความยุติธรรมให้ช่วยครอบครัวไขปริศนาหรือมาเข้าฝันเพื่อจะได้ติดตามสาเหตุการตายที่แท้จริง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. เวลาประมาณ 3-4 ทุ่มได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังโหยหวนเหมือนคนร้องไห้อยู่รอบบ้าน กระทั่งเช้าก็มีตำรวจโทรมานัดว่าช่วงเย็นให้ไปพบเพื่อฟังผลทางคดี จึงเชื่อว่าวิญญาณของลูกคงจะมาร้องขอความเป็นธรรมหลังคดีผ่านมาแล้วเกือบ 1 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า   ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะผูกคอตายเอง เนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆที่ทั้งคู่จะผูกคอตาย เพราะมันสำปะหลังก็กำลังจะขุดขาย ลูกก็ยังเล็ก ทั้งเงินค่าขายมันสำปะหลังประมาณ 4-5 หมื่นก็ยังหายไปด้วย และที่สำคัญคือ สภาพศพของลูกชายขณะที่ไปพบปลายเท้าเกือบจะถึงพื้น แต่พื้นดินกลับไม่มีร่องรอยของการตะกุยตะกายของคนที่จะดิ้นก่อนที่จะเสียชีวิต   ประกอบกับที่ผ่านมา แพทย์เคยบอกว่าลูกชายมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงที่บริเวณเข่า และใบหน้าด้านขวาของฝ่ายหญิงมีรอยมือคล้ายถูกตบหน้าอย่างแรง จึงเชื่อว่าทั้งคู่อาจจะไปรู้เห็นอะไรบางอย่างที่นำมาซึ่งอันตรายต่อตัวเองจึงถูกฆ่าอำพราง และที่สำคัญที่กิ่งของต้นไม้ยังมีร่องรอยของการดึงเชือก คล้ายกับดึงฝ่ายหญิงแขวนคอก่อนแล้วก็แขวนคอฝ่ายชายตาม   ก่อนเกิดเหตุเห็นลูกชายและลูกสะใภ้เตรียมเงินประมาณ 4-5 หมื่น เพื่อจะนำไปฝากธนาคารช่วงที่ไปซื้อนมให้ลูก โดยเงินดังกล่าวได้มาจากการขายหัวมันสำปะหลัง ซึ่งบางส่วนเตรียมไว้จะจ่ายค่าเช่าที่ดิน แต่หลังเกิดเหตุเงินจำนวนดังกล่าวได้หายไป   โดยทางครอบครัวได้บอกตำรวจไปแล้วแต่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการตรวจสอบว่าเงินหายไปไหน และหลังจากลูกเสียชีวิตไปแล้วทุกวันนี้ตนเองนอนก็ไม่ค่อยหลับกลัวลูกจะตายฟรี ตอนนี้ยอมรับว่าเครียดจัด พยานหลักฐานก็หาลำบาก จึงอยากขอวิงวอนเจ้าหน้าที่ฝห้ความช่วยเหลือทางคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MFKs4RJPyog

 4,092
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 62

คุมตัวหนุ่มจีนทำแผนฆ่าบีบคออาม่า เจ้าตัวก้มกราบขอขมา ด้านลูกชายหวังลงโทษสูงสุด ชี้วางแผนมาเป็นอย่างดี

ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุคนร้ายเป็นชายชาวจีนก่อเหตุฆ่ารัดคอ นางสาวอารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 69 ปี จนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดที่คอนโดแห่งหนึ่งในซอยพหลโยธิน 52 และพบว่าเงินสดไทย สร้อย และแหวนทองคำหายไป ต่อมาตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว คือ นายอู๋ จัว หมิง อายุ 28 ปี โดยพบว่าหลังก่อเหตุได้นั่งรถทัวร์หลบหนีไป และกำลังข้ามเรือไปเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยในตัวพบทรัพย์สินบางส่วนนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) ตำรวจ สน.บางเขน ได้คุมตัว นายอู๋ จัว หมิง ผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ โดยจุดแรกคือหน้าบริเวณคอนโด อาคาร 4 ซึ่งเป็นทางขึ้นไปยังห้องของน.ส.อารยา ต่อมาเดินทางไปชี้ยังจุดที่ 2 บริเวณชั้น 2 ทางเดินที่เดินทางไปยังห้องพัก   ต่อมาจุดที่ 3 บริเวณหน้าห้องที่เกิดเหตุ และจุดสุดท้ายคือบริเวณเตียงนอนที่น.ส.อารยาถูกทำร่างกายจนเสียชีวิต ซึ่งนายอู๋ จำลองเหตุการณ์ฆ่าบีบคอ จากนั้นเมื่อเห็นว่าแน่นิ่งไป ก็ปลดสร้อยทองและนำทรัพย์สินมีค่า ก่อนจะหลบหนีไป ภายหลังจากการทำแผนชี้จุดนายอู๋ ร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าอยากกราบขอขมาผู้ตาย พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า “ขอโทษ”   ด้านนายวีรวิชญ์ เชื้อสุขศานต์ทอง อายุ 29 ปี ลูกชายผู้ตายพร้อมญาติบางส่วน ได้เดินทางมาดูการทำแผน พร้อมเปิดเผยว่า แม่ของตนรู้จักกับพ่อของผู้ต้องหาเพราะเป็นญาติห่างๆ โดยบรรพบุรุษได้ขอให้ช่วยเหลือหากคนเชื้อชาติเดียวกันเดือดร้อน   ส่วนตัวยอมรับว่ายังโกรธแค้นนายอู๋ เพราะทางบ้านให้การช่วยเหลือมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินหรือที่พัก แต่นายอู๋ ก็ยังมาก่อเหตุฆ่าแม่อย่างเลือดเย็น และช่วง 1-2 วันก่อนเกิดเหตุ นายอู๋ มาพักที่ห้องที่เกิดเหตุแต่ก็โทรศัพท์มาหาแม่ โดยอ้างว่าที่ห้องไฟดับ ให้เข้ามาดู แต่ตอนนั้นทุกคนห้ามแม่ไว้ เพราะเวลาที่นายอู๋ ให้ไปหาคือช่วง 20.00 น.   นายวีรวิชญ์ กล่าวต่อว่า การทำแผนวันนี้ก็ตั้งใจมาดูโฉมหน้า แววตา นายอู๋ ว่ามีความสำนึกหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าน่าจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี จึงอยากวิงวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงโทษขั้นสูงสุด แม้ผู้ต้องหาจะกราบขอขมาแม่ยังจุดที่ลงมือฆ่าไปแล้วก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าผู้ต้องหาจะไม่สำนึก และหากออกมา อาจก่อเหตุแบบนี้อีก หรือเนรคุณ   พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน  เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยรู้จักกับผู้ตายเรื่องจากทำธุรกิจขายเสื้อผ้าด้วยกัน โดยที่เดินทางมานั้นตั้งใจมายืมเงินจำนวน 100,000 บาท โดยใช้อุบายบอกผู้ตายว่า จะนำเงินมาคืนจำนวน 120,000 บาท ที่เคยยืมไปแล้ว   แต่สุดท้ายนายอู๋ ก็กลับมายืมเงิน แต่ผู้ตายไม่ยอมให้ยืม จึงมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายอู๋ จะใช้มือบีบคอผู้ตายจนแน่นิ่ง ซึ่งไม่คิดว่าผู้ตายจะเสียชีวิต จึงปลดทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต และขึ้นรถหลบหนีไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งสายใต้ เพื่อต้องการหลบหนีออกนอกประเทศ โดยใช้เส้นทางทะเล สำหรับเหตุผลที่นายอู๋ เลือกหลบหนีไปยังเกาะสมุย เพราะว่าเคยพักอาศัยและทางเดินไปที่เกาะสมุยบ่อย จึงชำนาญเส้นทาง   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ขอให้ทางครอบครัวสบายใจ ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรม เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหาคือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข้อหาลักทรัพย์ โดยจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ในเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.พ.นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aFs4oYEDcVc

 1,082
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 62

รวบหนุ่มจีนฆ่าอาม่าหมกคอนโด หนีซุกเกาะสมุย ลูกสาวเผยแม่สอนให้ช่วยเหลือคนจีนด้วยกัน ไม่คิดว่าจะเนรคุณ

จากกรณีเหตุหญิงถูกฆาตกรรม ภายในคอนโดมิเนียม ซอยพหลโยธิน 52 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. ต่อมาพบว่าเป็นศพ น.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี พบว่าก่อนเกิดเหตุแจ้งญาติว่าไปเปิดห้องเช่าที่คอนโดดังกล่าว และพบวงจรปิด ชายต่างชาติสัญชาติจีน และเจ้าหน้าที่เร่งตามตัวนั้น   ต่อมาตำรวจ สภ.เกาะสมุย ได้นำกำลังบุกจับนายซูหมิง อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ขณะหลบซ่อนตัวในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ตำบลอ่างท่อง อำเภอเกาะสมุย เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ถึงกับตกใจ เจ้าหน้าที่จึงได้นำหน้าภาพจากกล้องวงจรปิด ให้ผู้ต้องหาดูว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่   ซึ่งผู้ต้องหาพูดไทยได้ เปิดเผยว่า เป็นคนๆ เดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบภายในห้องพักพบเงินสดไทย 20,000 บาท สร้อยแหวนทองคำ และพบผ้าโสร่งปะเต๊ะจำนวนมาก ที่ผู้ต้องหานำมาจากที่คอนโดสถานที่ก่อเหตุฆาตกรรมอาม่า และพบตั๋วรถปรับอากาศโดยสาร กรุงเทพ-เกาะสมุย เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดเป็นของกลาง   นายซูหมิง ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนจะหนีมากบดานที่เกาะสมุย ได้ก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี ภายในคอนโดหรู พื้นที่้แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขต กรุงเทพฯ ก่อนค้นนำทรัพย์สินของผู้ตาย และหลบหนีเดินทางออกจากกรุงเทพเข้าเกาะสมุย   ผู้ต้องหากล่าวว่าที่ลงมือฆ่า เพียงแค่ต้องการต่อทรัพสินเท่านั้น โดยหลังก่อเหตุ ได้รื้อค้นทรัพย์สิน พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง สร้อยคอและแหวนทองคำ พร้อมผ้าโสร่ง จำนวนหลายมัด จากนั้น ได้นั่งรถแท็กซี่ โดยสารมา ซื้อตั่วรถโดยสารปรับอากาศที่สายใต้ เส้นทางกรุงเทพ-เกาะสมุย เเละมาถึงท่าเรือเฟอร์รี่ ในอำเภอดอนสัก เมื่อช่วงเช้าจากนั้นนั่งเรือเฟอร์รี่ ข้ามายังเกาะสมุย และเข้าเปิดห้องพักโรงแรมดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือประมาณ 800 เมตร   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของกลางที่ผู้ต้องหายึดมาจากบ้านผู้เสียชีวิต พบว่ายังอยู่ครบ ส่วนเงินสดผู้ต้องหาได้ใช้จ่ายไปบางส่วน นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้ยึดเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใช้ในวันก่อเหตุด้วย   ต่อมาทางตำรวจเกาะสมุย จะทำการนำตัวนายซูหมิง ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง และเสื้อผ้าที่ใช้ก่อคดี นำตัวขึ้นเครื่อง ที่สนามบินเกาะสมุย เพื่อนำตัวส่งท้องที่ สน.บางเขน ท้องที่ที่เกิดเหตุเพื่อนำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีต่อไป   ด้านลูกสาวผู้ตายเผย แม่ชอบช่วยเหลือคนจีนที่มาไทยตามคำสั่งเสียของบรรพบุรุษ แต่คาดไม่ถึงว่าจะมาจบชีวิตเช่นนี้ ส่วนผู้ต้องหาเคยมาไทย 2 ปีก่อนพร้อมอาศัยคอนโดของแม่ และขอยืมเงิน 1.2 แสนอ้างไปขอแฟนสาวแต่งงาน   สุดท้ายแอบลักบัตรเอทีเอ็มพร้อมหลอกถามจนได้รหัสเอทีเอ็มจนแอบกดเงินไป 4 แสน แม่เพิ่งมารู้หลังผู้ก่อเหตุกลับจีน และเมื่อทราบว่ากลับมาไทยก็เตรียมแผนพาตำรวจมาจับ แต่คนร้ายอ้างจะนำเงิน 1.2 แสนที่ยืมมาคืนจนแม่ต้องเข้าไปเจรจาเพื่อหวังเงินคืน หวังตำรวจนำตัวไปขอขมาศพ ซึ่งประกอบพิธีตามหลักศาสนาคริสต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9h_RRFCc-ns

 5,373
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
13 ก.พ. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 13 ก.พ.62 เหนือเจอวิกฤตปัญหาฝุ่นจิ๋ว-กกต.ส่งศาลรธน.วินิจฉัยยุบพรรค ทษช.-สงกรานต์หยุดยาว5วัน

-วิกฤตฝุ่นจิ๋วภาคเหนือเกินค่ามาตรฐาน จ.แพร่พุ่ง143ไมโครกรัม ลำปางอ่วมทุกสถานี ขอความร่วมมือห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภท Airvisualรายงานเชียงใหม่ติดอันดับ 3 ของโลก ผู้ว่าฯชี้ดอยสุเทพล่องหน เหตุควันไฟป่าปกคลุม นายกฯสั่งยกระดับปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ สั่งหามาตรการแก้ต้นเหตุ การเผาไร่นา ไฟป่า หวังแก้ระยะยาว ภาคเหนือเจอวิกฤตฝุ่นจิ๋ว ดอยสุเทพล่องหนมองไม่เห็น นายกฯสั่งแก้ฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ    -สงกรานต์ 62 หยุดยาว 5 วัน ครม.มีมติเพิ่มวันศุกร์ที่ 12 เม.ย. ให้หยุดอีก 1 วันเป็นกรณีพิเศษ ทำให้หยุดต่อเนื่อง 5 วันติด 12-16 เม.ย. ครม.ประกาศวันหยุดเพิ่ม 12 เม.ย.ฉลองสงกรานต์ปี 62 ยาวไป 5 วัน   -กกต.ประชุมเครียดท่ามกลางกระแสข่าวมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ เตรียมส่งให้ศาล รธน.วินิจฉัยชี้ขาดทันทีโดยไม่รอการไต่สวน ก่อนที่ช่วงเย็น ปธ.กกต.ชี้แจงผ่านไลน์นักข่าวว่าต้องฟังข่าวจาก กกต.เท่านั้น ถ้าพิจารณาเสร็จแล้วจะเรียนให้ทราบ   ต่อมา กกต.ออกเอกสารชี้แจงว่า ประเด็นยุบพรรคยังอยู่ในการพิจารณา โดยที่ประชุมเห็นว่าเข้าข่ายผิด ม.92 (2) โดยอิงจากพระราชโองการ ทำให้มีมติยื่นศาล รธน.สั่งยุบพรรค ด้านทีมกม.ไทยรักษาชาติจะไปยื่น กกต.หลังมีมติส่งศาล ขอโอกาสใช้สิทธิตามรธน.ชี้แจงข้อกล่าวหา กกต.ปัดข่าวลือ ยังไม่ชงศาลยุบไทยรักษาชาติ อ้างยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้น   -ปรีชาพล ปรากฏตัวครั้งแรกที่พรรคไทยรักษาชาติ เผยกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคขอน้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเหล้าเหนือกระหม่อม ยอมรับมติ กกต.ที่ไม่มีชื่อแคนดิเดตของพรรค เผยที่เสนอเพราะคิดว่าเป็นทางออกที่ดีของประเทศ จากนี้จะเดินหน้าหาเสียงสู่สนามเลือกตั้ง ไม่กังวลเรื่องถูกยุบพรรค เพราะทำตามกฎหมาย พร้อมให้มีการตรวจสอบ ยังมีกำลังใจและพร้อมเต็มที่   ด้านจาตุรนต์ทวีตระบุไม่ได้ไปร่วมวันที่ 8 ก.พ.มาเห็นข่าวเพื่อนนักการเมืองพูดว่ายิ่งกว่ามีความสุข ตัวผมไม่สบายใจเลย ยันอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง เชื่อพรรคไม่ถูกยุบง่ายๆ ถ้ายุบจริงๆก็จะอยู่เป็นคนสุดท้าย ทั้งนี้แกนนำพรรคจะนัดประชุมสายวันนี้ เตรียมความพร้อมหาเสียง หลายคนหวั่นปมยุบพรรคอาจขยายผลไปพรรคเพื่อไทยที่เป็นเครือข่ายเดียวกัน 'ปรีชาพล' น้อมรับพระราชโองการ ไม่กังวลปมยุบพรรค 'จาตุรนต์' ไม่สบายใจวันเสนอชื่อแคนดิเดต   -นายกฯปฏิเสธตอบดราม่าไทยรักษาชาติ ขอให้ทุกฝ่ายอย่าเชื่อข่าวลือ มีสติในการรับรู้ข่าวสาร ขอสื่ออย่าเผยแพร่ ไม่กดดันที่ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ จะวางตัวด้วยความระมัดระวัง จะดำเนินงานทางนโยบายต่อไป ยันจะจัดรายการวันศุกร์ต่อลั่นไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหาเสียง ยันไม่ได้เข้าข้างใคร ขอ ปชช.อย่าเชื่อคนที่พูดเก่งในวงดีเบตอย่างเดียว แต่พอจริงทำไม่ได้หลายอย่าง เพราะกระทบกับการใช้จ่ายงบ นายกฯไม่กดดันเป็นแคนดิเดต แนะอย่าเชื่อคนพูดเก่งแล้วทำไม่ได้จริง ลั่นไม่เลิกจัดรายการคืนวันศุกร์    -กสทช.สั่งปิดวอยซ์ทีวี จอดำ 15 วัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ระบุนำเสนอข่าวยั่วยุให้เกิดความแตกแยก ผู้ให้สัมภาษณ์ได้รับความเสียหาย ผิดหลายมาตรา ด้านวอยซ์ทีวีแถลงยันทำตามกฎระเบียบ ซัด กสทช.เลือกปฏิบัติ จะยื่นศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว และฟ้องละเมิดหลังได้รับคำสั่ง กสทช. วอยซ์ทีวียื่นศาลคุ้มครอง หลังถูก กสทช.สั่งจอดำ 15 วัน 'สุดารัตน์' โพสต์ "เอาเสรีภาพสื่อคืนมา เอารายการวันศุกร์คืนไป"   -จับหนุ่มจีนเหี้ยมบีบคอคาอาม่าวัย 70 ปี คาคอนโดย่านพหลโยธิน จนมุมหนีกบดานเกาะสมุย พร้อมของกลางเงินสด-ทองคำผู้ตาย สารภาพอ้างประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่ได้ตั้งใจฆ่าให้ตาย ลูกสาวอาม่าเผยแม่ถูกสอนจากบรรพบุรุษจีนโพ้นทะเล ให้ช่วยคนจีนด้วยกัน ไม่คิดว่าจะเนรคุณ ก่อนหน้านี้ให้ยิมเงิน 1.2 แสน กลับขโมย ATM ไปกดเงินอีก 4 แสนหนีกลับจีน รอบนี้กลับมาใหม่ เชื่อวางแผนฆ่าชิงทรัพย์มาเป็นอย่างดี ตร.เตรียมนำตัวทำแผน รวบหนุ่มจีนฆ่าอาม่าหมกคอนโด หนีซุกเกาะสมุย ลูกสาวเผยแม่สอนให้ช่วยเหลือคนจีนด้วยกัน ไม่คิดว่าจะเนรคุณ   -ฮาคีมถึงออสเตรเลียแล้ว คนรอต้อนรับอบอุ่น ขอบคุณออสเตรเลีย บิ๊กตู่ระบุรัฐบาลกราบสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรวงห่วงใยในเรื่องนี้ พร้อมขอบคุณทางการบาห์เรนที่เห็นถึงความสัมพันธ์พิเศษของไทย 'ฮาคีม' ถึงออสเตรเลีย ซึ้งใจรบ.จิงโจ้ช่วยเหลือ 'บิ๊กตู่' ขอบคุณบาห์เรน เห็นถึงความสัมพันธ์พิเศษกับไทย   -ผลบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก แมนยูโดนเปแอสเชบุกอัด 2-0 หยุดสถิติไร้พ่ายของโซลชาไว้ที่ 11 นัดทุกรายการ ป็อกบาโดนไล่ออก ติดโทษแบนอดช่วยทีมไปเยือนนัด 2 ด้านโรม่าเฉือนปอร์โต้ 2-1 กุมความได้เปรียบนัดแรก คลิปไฮไลท์ แมนยูฯเหลือ 10 คน พ่ายเปแอสเช 0-2 ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T6G0opzndBU

 1,673
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

รวบแล้ว ชายชาวจีนฆ่าหญิงวัย 70 หมกคอนโดฯ โดนจับที่เกาะสมุย

จากกรณีเหตุฆาตกรรมภายในคอนโด ย่านพหลโยธิน ภายในห้องพบศพ นางสาวอารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี บริเวณลำคอมีร่องรอยเขียวคล้ำ ตรวจสอบภายในห้องพบร่องรอยการรื้อค้น คาดว่าจะเป็นการรื้อหาทรัพย์สินของผู้ตาย   ซึ่งจากการตรวจสองกล้องวงจรปิดของคอนโด พบว่ามีชายต่างชาติสัญชาติจีน เข้าไปในห้องพร้อมกับผู้ตาย เมื่อเวลาบ่ายโมง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องเพียงลำพัง ในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา ในมือถือเชือกสีชาวและถุงพลาสติกใส่ของบางอย่างออกมาด้วย   ความคืบหน้าวันที่ 12 ก.พ. 62 ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นาย อู่ เจอ หมิง อายุ 29 ปี ได้แล้วเมื่อคืนนี้ โดย ตม.สุราษฎร์ธานี จับกุมได้ที่เกาะสมุย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลูกสาวสงสัยชายจีนฆ่าแม่หมกคอนโด เคยโกงเงินไปแล้วรอบหนึ่ง ก่อนติดต่ออ้างจะคืนเงิน    

 7,088
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

ลูกสาวสงสัยชายจีนฆ่าแม่หมกคอนโด เคยโกงเงินไปแล้วรอบหนึ่ง ก่อนติดต่ออ้างจะคืนเงิน

จากกรณีเหตุฆาตกรรมภายในคอนโด ย่านพหลโยธิน ภายในห้องพบศพ นางสาวอารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี บริเวณลำคอมีร่องรอยเขียวคล้ำ ตรวจสอบภายในห้องพบร่องรอยการรื้อค้น คาดว่าจะเป็นการรื้อหาทรัพย์สินของผู้ตาย   ซึ่งจากการตรวจสองกล้องวงจรปิดของคอนโด พบว่ามีชายต่างชาติสัญชาติจีน อายุประมาณ 40 ปี เข้าไปในห้องพร้อมกับผู้ตาย เมื่อเวลาบ่ายโมง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องเพียงลำพัง ในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา ในมือถือเชือกสีชาวและถุงพลาสติกใส่ของบางอย่างออกมาด้วย   ด้าน น.ส.พรทิพย์ เชื้อสุขศานต์ทอง 41 ปี ลูกสาวคนโตของผู้ตาย เล่าว่า แม่ตนมีอาชีพค้าขายเสื้อผ้าปลีก-ส่ง ย่านสะพานใหม่ ครอบครัวตนมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน โดยก่อนหน้านี้ทางบรรพบุรุษเคยสั่งเสียกับแม่ตนไว้ว่า ครอบครัวเรามาจากประเทศจีน หากมีญาติมิตรคนที่รู้จักเดินทางมาจากประเทศจีน แล้วเดือดร้อนต้องเป็นที่พึ่งคอยช่วยเหลือเขาเหล่านั้น   ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อน มีชายรายนี้ ทราบชื่อเพียงว่า กุ๊กกู๋ ได้เดินทางมาพบกับแม่ตน ซึ่งเป็นชาวจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย และติดต่อขอเช่าห้อง ก่อนจะมีการขอยืมเงินจำนวน 120,000 บาท อีกทั้งยังได้ขโมยบัตรเอทีเอ็มของผู้ตาย และนำไปกดเงินจำนวน 400,000 บาท ก่อนจะหลบหนีกลับประเทศจีน และขาดการติดต่อไป จึงได้ทำการแจ้งความไว้ที่ สน.บางเขน   กระทั่งเมื่อ 2 วันก่อน ชายรายนี้ได้เดินทางมายังประเทศไทย และติดต่อมาเพื่อขอคืนเงินจำนวนดังกล่าว และเมื่อวานนี้ (11ก.พ.) แม่ได้หายตัวไปตั้งแต่เวลา 12.00 น.โดยบอกว่าจะไปเปิดห้องเช่าให้คนที่มาเช่าห้องที่ดอนโดดังกล่าวและให้พ่อเป็นคนเฝ้าร้านขายเสื้อผ้า   จากนั้นน้องชายตนเดินทางไปที่คอนโดดังกล่าวและพบรถยนต์กระบะ ของผู้ตายจอดอยู่จึงรีบขึ้นไปดูบนห้อง พบว่าถูกล็อกจากด้านใน ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบจนทราบว่าแม่เสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ยังพบว่าสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สร้อยข้อมือ 2 บาท แหวน 1 สลึง ได้หายไป จึงเชื่อว่าชายผู้นี้ได้ชิงทรัพย์ไป   อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องทำการสอบสวนญาติผู้ตาย ตลอดจนรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ หลังจากนี้จะให้ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน รวมทั้งจะทำการประสานไปยังสตม. เพื่อทำการป้องกันกันและติดตามตัวชาวจีนคนดังกล่าวมาทำการสอบสวนก่อนจะเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vH2Veg2G6kY

 4,272
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

ล่าชายจีน ต้องสงสัยฆ่าชิงทรัพย์หญิงวัย 70 คาคอนโดย่านพหลโยธิน

ตร.สน.บางเขน รับแจ้งเหตุมีหญิงถูกฆาตกรรม ภายในคอนโดมิเนียมสูง 4 ชั้น ซอยพหลโยธิน 52 พบว่าประตูถูกปิดล็อคจากด้านใน ตรวจสอบพบศพ น.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี บริเวณลำคอมีรอยเขียวช้ำ   เบื้องต้นแพทย์ ระบุว่าผู้ตายเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 9 ช.ม.ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวชดำเนินการต่อไป จากการตรวจสอบภายในห้องพบการรื้อค้นทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมลายนิ้วมือภายในห้องพักดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน   สอบสวนลูกชายผู้ตาย ให้การว่า แม่ของตนมีอาชีพขายเสื้อผ้าส่ง-ปลีก อยู่ย่านสะพานใหม่ ก่อนเกิดเหตุตนได้รับโทรศัพท์จากน้องชายว่าแม่หายตัวไปตั้งแต่เวลา 12.00 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยแม่บอกเพียงว่าจะไปเปิดห้องเช่าให้คนที่มาเช่าห้องที่คอนโดดังกล่าวและให้พ่อเป็นคนเฝ้าร้านขายเสื้อผ้า   จนกระทั่งช่วงเวลา 21.00 น.แม่ก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน ตนและน้องชายจึงพยายามโทรศัพท์ติดต่อแม่อีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบรับ จึงเดินทางมาที่คอนโดดังกล่าวและพบรถกระบะ ของผู้ตายจอดอยู่ จึงรีบขึ้นไปดูบนห้องพบว่าประตูปิดล็อค ภายในห้องปิดไฟมืด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบจนทราบว่าแม่เสียชีวิตดังกล่าว   ด้าน ตร.กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของคอนโด พบว่ามีชายต่างชาติสัญชาติจีน อายุประมาณ 40 ปี เข้าไปในห้องดังกล่าวพร้อมกับผู้ตาย เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินออกมาจากห้องเพียงคนเดียว เมื่อเวลา 15.00 น.โดยในมือกำเชือกและถุงพลาสติกใส่ของบางอย่างออกมาด้วย   ซึ่งจากการสอบถามญาติผู้ตายทราบชายดังกล่าวเป็นชาวจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยและติดต่อขอเช่าห้อง โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาชายชาวจีนคนดังกล่าวยังเคยยืมเงินจำนวน 120,000 บาทและยังได้ขโมยบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายและนำไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม จำนวน 8 ครั้ง รวม 400,000 บาท ก่อนจะหลบหนีกลับประเทศจีน และขาดการติดต่อไป จนกระทั่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาผู้ตายได้รับการติดต่อจากชายชาวจีน ว่ากลับมาว่าจะคุยเรื่องการคืนเงินที่ยืมไป โดยทำการนัดพูดคุยกันกับผู้ตายที่ห้องดังกล่าว   เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายจะถูกฆ่าชิงทรัพย์เนื่องจากทรัพย์สินของผู้ตายได้หายไปประกอบด้วยสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สร้อยคอมือ หนัก 2 บาท แหวน 1 สลึงได้หายไป นอกจากนี้ภายในห้องยังพบรอยการรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้องอีกด้วย หลังจากนี้จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน ออกติดตามตัวชายชาวจีนคนดังกล่าวและประสานไปยัง สตม.เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8pM4kHBdpVI

 1,929
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 62

ลูกจ้างฆ่ามัดมือเสี่ยรับเหมาก่อนชิงทรัพย์หนีไป คาดมีปากเสียงกันเรื่องค่าจ้าง

พบศพผู้รับเหมารายย่อย ในห้องพักย่านหนองจอก ข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเชือกฟาง ตำรวจเร่งสอบพยาน ติดตามตัวคนร้ายที่คาดว่าเป็นลูกจ้าง   เกิดเหตุท้องที่ สน.หนองจอก ที่ห้องพักในซอยสังฆสันติสุข 25 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพ พบศพนายสงกรานต์ สอนโฉม อายุ 64 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนโซฟาภายในห้องพัก ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผล มีเลือดออกที่จมูก มีเชือกฟางมัดที่ข้อมือทั้งสองข้าง พบร่องรอยการต่อสู้    จากการสอบถาม ทราบว่า ผู้ตายประกอบอาชีพรับเหมาต่อเติมอาคารรายย่อย พักอาศัยอยู่ห้องเดียวกันกับนายไท ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งนายไท เคยทำงานกับผู้ตายมาก่อน แล้วลาออกไป ก่อนที่จะกลับมาทำงานใหม่ได้ ประมาณ 2 สัปดาห์ ตรวจสอบทรัพย์สินผู้ตายที่หายไป มีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน รรพ 892 กทม.   เบื้องต้นประสาน แพทย์เวรสถาบันนิติเวชฯ ทำการร่วมตรวจชันสูตรพลิกศพไว้แล้ว และได้นำศพส่งสถาบันนิติเวชวิทยาฯเพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต และติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป   จากการสอบสวนทราบว่า พักหลังทั้งคู่มีปากเสียงกันบ่อย เรื่องค่าจ้าง คาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์

 1,382
ข่าวภูมิภาค
28 ม.ค. 62

ญาติเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง โจรฆ่าบีบคอชิงทรัพย์ยายวัย 74 ตร.คาดคนในพื้นที่ รอผลตรวจเปรียบเทียบ dna

สุพรรณบุรี-กรณียายทองมา ส่ำสมบูรณ์ชัย อายุ 74 ปี ถูกคนร้ายงัดหน้าต่างบ้าน แล้วฆ่าบีบคออย่างโหดเหี้ยมบนที่นอน ที่บ้านหนองพง ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ก่อนชิงสร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองและเงินสดไปหลยหนีไป โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ผ่านมา  8 วัน ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้   เมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) ทางญาติๆ ได้ทำพิธีฌาปนกิจศพแล้วที่เมรุสถานวัดทุ่งคอก หลังตั้งศพสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล เป็นเวลา 6 คืน ท่ามกลางความโศกเศร้า โดยมีเพื่อนบ้านมาร่วมไว้อาลัยส่งดวงวิญญาณยายทองมาจำนวนมาก พร้อมวิงวอนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก เร่งจับกุมตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วเนื่องจากก่อเหตุอย่างอุกอาจ หวั่นว่าจะไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพังซึ่งอาจไม่ปลอดภัย   ด้านนายสอน  ส่ำสมบูรณ์ชัย ลูกชายคนโตของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ทางครอบครัวร้อนอกร้อนใจอย่างมาก จนถึงวันนี้ตำรวจไม่มีเบาะแส กระทั่งเผาศพก็ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ หลักฐานต่าง ๆ ก็เก็บไปตรวจสอบแล้ว โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามติดตามอย่างถึงที่สุด   ญาติๆ ต่างพากันเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งให้คนร้ายแสบเนื้อร้อนตัวเจ็บปวดทรมาน หากไม่เข้ามอบตัวภายใน 3 วัน จะมีอันเป็นไปถึงตาย ส่วนศพของยายทองมา ก่อนบรรจุใส่โลงญาติไม่ได้มัดตราสังเพราะต้องการให้ดวงวิญญาณของของยายทองมา ช่วยติดตามคนร้ายอีกทางหนึ่ง เชื่อดลบันดาลให้เจอตัวคนร้ายเร็วๆ เพราะสะเทือนใจและรับไม่ได้ที่มาก่อเหตุดังกล่าว    “วันเกิดเหตุยายทองมาอยู่คนเดียว ส่วนญาติอาศัยอยู่บ้านหลังอื่นรอบข้างกับบ้านหลังเกิดเหตุ ไม่คาดคิดจะเกิดเรื่องแบบนี้ ถ้าจับไม่ได้ก็ต้องไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก ทางตำรวจเขาใจเย็นบอกว่าขอเวลาทำงาน แต่ญาติก็ร้อนใจและเข้าใจขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่”   ก่อนเกิดเหตุน้องชายคนเล็กมาอยู่กับแม่ที่บ้านเพื่อมาเอารถ แล้วมีปากเสียงกับยายทองมา จากนั้นน้องชายกลับบ้านก่อนจะทราบข่าวร้ายในวันรุ่งขึ้นว่าแม่ของตนเสียชีวิต ทีแรกก็สงสัยน้องชาย พอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ผู้ก่อเหตุก็รู้สึกเบาใจที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ขณะที่ญาติ ๆ ส่วนหนึ่งสงสัยกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและการพนัน แต่ไม่อยากปรักปรำใครเพราะไม่มีหลักฐาน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวน   พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า คดีมีความคืบหน้าไปมากแล้วมีขั้นตอนในการสืบสวนอย่างเป็นระบบ  คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังเกิดเหตุแน่นอน เชื่อน่าจะรู้จักกับยายทองมาว่าอยู่คนเดียว อีกทั้งรู้จักเส้นทางเข้าออกบ้านเป็นอย่างดี ขณะนี้ชุดสืบสวนเร่งติดตามยังไปพบเบาะแสว่าคนคนร้ายเป็นใคร หากรู้คงจับกุมได้แล้วไม่ปล่อยไว้อย่างแน่นอน ให้ความเชื่อมั่นกับญาติผู้เสียชีวิตจะทำงานอย่างเต็มที่   บ้านหลังเกิดเหตุเป็นซอยตันอยู่กลางไร่อ้อย คล้ายเป็นสถานที่ปิด ไม่มีคนพลุกพล่าน มีบ้านเรือนตั้งอยู่ 6-7 หลัง และไม่มีกล้องวงจรปิด โดยเหตุเกิดตอนกลางคืนไม่มีพยานบุคคล สำหรับเพื่อนใกล้จุดเกิดเหตุได้เรียกมาสอบสวนหมดแล้ว   อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบ สอบปากคำพยานและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุโดยเฉพาะรอยเท้าเปล่าซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ นำไปตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบุคคลต้องสงสัย 3 กลุ่ม ไม่ขอเปิดเผยว่ากลุ่มใดบ้าง โดยยังไม่ตัดประเด็นลูกชายผู้ตายว่าเป็นคนก่อเหตุหรือไม่ ต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ คาดว่าภายในอาทิตย์นี้น่าจะมีความชัดเจน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LFhVYcy7V-Y

 1,232
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 62

รวบแล้ว 2 โจ๋เยาวชน ฆ่าชิงทรัพย์วินจยย. รับสารภาพเคยฆ่าเพื่อนตายมาแล้ว

 (25 ม.ค.62) เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครองผบก.สส.ภ.1  และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมนายนายโด้ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี (ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ที่ 3/2562 ลงวันที่ 24 มกราคม 2562) และนายเจ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี (มอบตัว แจ้งข้อกล่าวหา) โดยแจ้งข้อหาและกล่าวหาว่า“ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หรือร่วมกันรับของโจรซึ่งกระทำต่อทรัพย์อันได้มาจากการชิงทรัพย์” พร้อมของกลาง1.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 110 สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 1กฉ 1315 กรุงเทพมหานคร 2.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่น J7 3.เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหา สวมใส่ในวันเกิดเหตุ   ด้านพล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า โดยเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 61 เวลาประมาณ 22.30 น. สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น จำนวน 2 คน ทำทีเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะทะเบียน ป้ายเหลือง ที่นายนพดล อมรสุขสันต์ ขับขี่รับจ้าง ให้ไปส่งยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุชายคนร้ายที่นั่งกลางได้ขอลงจากรถทำทีลงไปปัสสาวะ ส่วนชายคนร้ายที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์อยู่อีกคนได้จับนายนพดลฯ ล็อกคอแล้วใช้อาวุธมีดพกสั้นที่เตรียมมา แทงตามร่างกายจำนวน ประมาณ 25 แผล จนนายนพดลฯ ถึงแก่ความตายที่เกิดเหตุ จากนั้นคนร้ายทั้งสองได้ร่วมกันชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินบางส่วนของผู้ตายแล้วหลบหนีไป   ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมเร่งรัดเพื่อสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้ จากการบูรณาการของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำให้ทราบว่าหนึ่งในคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว คือนายโด้(นามสมติ) อายุ 16ปี ซึ่งได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีเทพ ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์แต่นายโด้ฯ กับพวกได้หลบหนีไปขณะเจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถ โดยจากการตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันที่ตรวจยึดได้ พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของนายนพดลฯ ผู้เสียชีวิตที่ถูกชิงทรัพย์ในคดีนี้จริง จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี เพื่อขออนุมัติหมายจับนายโด้ฯตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น   จากนั้นจึงได้ทำการเร่งรัดสืบสวนติดตามตัว จนกระทั่งทราบว่า นายโด้ฯ หลบหนีไปอยู่ที่ อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา ซึ่งจากการซักถามนายโด้ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยร่วมกันกับเพื่อนคือ นายเจ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ในการก่อเหตุดังกล่าว ต่อมา นายเจ ได้มามอบตัวกับพนักงานสอบสวน จึงได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ โดยนายเจ ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายโด้ ในการก่อเหตุดังกล่าวจริง สาเหตุเนื่องจากประสงค์ต่อทรัพย์ ซึ่งจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ต้องหาทั้งสองตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเด็กและเยาวชน ต่อไป ซึ่งนายโด้ อายุ 16 ปีได้รับสารภาพว่าได้เคยใช้อาวุธแทงเพื่อนตนเองเสียชีวิตไปแล้วเมื่อตอนอายุ 12 ปี และพึ่งพ้นโทษออกมาซึ่งวันเกิดเหตุนั้นนายโด้ได้ทะเลาะกับและออกมายืนเรียกวินจยย.กับเพื่อนแต่ไม่มีใครรับ จนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับมาจึงจอดรับทั้ง2 คนจึงขึ้นมาและให้มาส่งบริเวณที่เกิดเหตุเพราะเคยมานั่งตกปลา ส่วนอาวุธมีดนั้นผู้ต้องหาได้เตรียมมาอยู่แล้ว   ด้านนายวรินทร์ธร อมรสุขสันต์ ลูกชายผู้ตาย ได้มาดูการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่ได้ช่วยกันตามจับกุมตัวคนร้ายที่ฆ่าพ่อของตนเองได้ และพ่อของตนก็น่าจะรับรู้ว่าคนร้ายที่ฆ่าพ่อถูกตำรวจจับดำเนินคดีแล้ว และวันนี้ตนเองก็ได้นำเสื้อและกางเกงเปื้อนเลือดของพ่อมาด้วย ส่วนที่ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนนั้นตนคิดว่ากฎหมายน่าจะมีการลงโทษให้มากกว่านี้เพราะดูจากการกระทำของผู้ก่อเหตุที่ใช้มีดแทงพ่อของตนถึง25แผล นอกจากนี้ยังมีคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่วินเดียวกับผู้ตายได้มาดูการแถลงด้วยพร้อมกับขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้ต้องหามาให้ดูหน้าเพราะจะได้ระวังกันบ้าง

 2,576
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 62

เร่งหาเบาะแส โจรฆ่าบีบคอยายวัย 74 เพื่อนบ้านสงสัยคนใน เพราะหมาไม่เห่า ลูกชายปฏิเสธยันไม่ได้ทำ

เกิดคดีสะเทือนใจที่จังหวัดสุพรรณบุรี คนร้ายบุกเข้าไปในบ้านพัก นางทองมา ส่ำสมบูรณ์ชัย อายุ 74 ปี ฆ่าบีบคอคุณยายเสียชีวิตคาเตียงนอน ในสภาพที่ปากยังเคี้ยวหมากอยู่ ที่คอมีรอยบีบเขียวช้ำ โดยคนร้ายรื้อค้นทรัพย์สินได้ทองรูปพรรณ จำนวน 2 บาท เงินสด 2 หมื่นบาท โดยทิ้งร่องรอย รอยเท้าที่ปีนเข้าบ้านทางหน้าต่าง และรอยนิ้วมือที่กล่องใส่ทอง เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (21 ม.ค.) ครอบครัวก็รับศพคุณยายมาประกอบพิธีที่บ้านพัก ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว โดยนางศรีใจ สุดทอง อายุ 70 ปี น้องสาวคุณยายเล่าว่า คุณยายทองมา นอนคนเดียวที่บ้านหลังนี้มานานแล้ว ปกติจะมีลูกหลานมานอนเป็นเพื่อนบ้าง แต่บ้านลูกหลานก็อยู่ใกล้ๆรั้วเดียวกัน ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาทำร้ายหรือเข้ามาขอเงินกับยายทองมาเลย   เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมายังคุยกันเรื่องเตรียมไปทำบุญสงกรานต์ด้วยกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนร้ายจิตใจโหดเหี้ยมมาก ทำได้แม้กระทั่งคนแก่ อยากได้สิ่งของก็เอาไป แต่ทำไมต้องฆ่า ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น น้องสาวคุณยายเชื่อว่า เป็นคนใกล้ชิด แน่นอน เพราะรู้ความเคลื่อนไหวคุณยายทองมาเป็นอย่างดี   เรื่องนี้ก็มีการตั้งข้อสงสัยลูกชายคนสุดท้องของคุณยายทองมา ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่เข้ามาขอเงินคุณยายก่อนจะมาเสียชีวิต ซึ่งนายสิงห์ ลูกชายคุณยาย เปิดใจกับทีมข่าว ยืนยันว่าไม่ใช่คนก่อเหตุ ไม่ได้ฆ่าแม่ตัวเอง วันเกิดเหตุ มาขอเงินแม่จริงในตอนเช้า เพราะจะไปทำงานจากนั้นก็ไปทำงานเลี้ยงเป็ดที่จังหวัดปทุมธานี โดยมีนายจ้างยืนยันว่าขณะที่เกิดเหตุตนอยู่จังหวัดปทุมธานี ตนถูกกล่าวหาก็รู้สึกเครียด แต่บริสุทธิ์ใจ ถึงแม้จะเคยมีประวัติไม่ดี แต่ตนก็ไม่เคยคิดจะฆ่าแม่ตัวเอง   ทั้งนี้นายสิงห์ยังเล่าว่า ปกติคุณยายเวลานอนจะปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา วันเกิดเหตุพี่ชายบอกว่าประตูหลังบ้านถูกเปิดทิ้งไว้ เชื่อว่าคนร้ายอาจจะวิ่งหลบหนีไปป่าอ้อยหลังบ้าน ซึ่งหากฝ่าป่าอ้อยไปแล้วก็จะเจอถนนใหญ่ แต่หากคนร้ายออกหน้าบ้าน จะต้องผ่านบ้านพี่ชาย หมาต้องเห่า และมีคนอยู่ตลอดเวลา   ทางด้านนางติ๋ม พิมวัน เพื่อนบ้านที่อาศัยใกล้เคียงกัน ยืนยันว่าวันเกิดเหตุไม่มีใครได้ยินเสียงแปลกพิรุธใดๆทั้งสิ้น หรือแม้แต่เสียงหมาเห่า ปกติแค่คนแปลกหน้า หรือคนคุ้นเคยเดินผ่านหมายังเห่า เหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็นคนในแน่นอน ส่วนบ้านตนนั้นไม่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมายายทองมา ดีกับครอบครัวตนมาก คนที่ฆ่ายายถือว่าจิตใจอำมหิตเกินมนุษย์   ส่วนเรื่องโจรขโมยนั้น ตั้งแต่ตนมาอาศัยอยู่ 2 เดือน บ้านก็ถูกงัดมาแล้ว 2 ครั้ง แต่คนร้ายไม่ได้ทรัพย์สินมีค่าไป เพราะไม่ได้นำทรัพย์สินไว้ในบ้าน    ส่วนนายนัฐพงษ์ แซ่จึง ลูกเขยนางติ๋ม ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุด้วยนั้น เมื่อวานนี้ (21 ม.ค.) ก็ขอเข้าพบตำรวจยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของคุณยาย    ส่วนการติดตามจับกุมคนร้าย  พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ประชุมติดตามคดี ซึ่งขณะนี้ได้แบ่งชุดทำงานทั้งหมด 3 ทีม ทั้งฝ่ายสืบสวนภาค 7 ฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และฝ่ายสืบสวน สภ.ทุ่งคอก ลงพื้นที่หาเบาะแสที่จะเชื่อมไปถึงคนร้ายรายนี้ได้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลังฐานในที่เกิดเหตุได้หลายอย่างละเอียด หลักฐานที่อาจจะเชื่อมโยงไปถึงคนร้ายได้ จากหลักฐานที่เก็บได้คนร้ายที่เข้ามาเกิดน่าจะมาก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียวและเป็นคนในพื้นที่ด้วย ทุกรายที่เชิญตัวมาสอบสวนได้เก็บดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐานทุกรายเอาไว้แล้ว ขณะนี้ของเวลาให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมกับรอผลพิสูจน์ศพจากสถาบันนิติเวชมาประกอบด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TZxICvIAx5U

 2,373
ข่าวภูมิภาค
21 ม.ค. 62

ตร.เร่งแกะรอยหาตัวคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ยายวัย 74 ดับคาเตียงนอน

จากกรณีคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์นางทองมา ส่ำสมบูรณ์ชัย แม่เฒ่าวัย 74 ปี คาดว่าถูกคนร้ายใช้มือบีบคอเสียชีวิต ก่อนชิงเอาทรัพย์สิน เงินสด 20,000 บาท และสร้อยคอทองคำ 2 บาท ทิ้งศพในห้องนอน บ้านพักกลางดงอ้อย ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ตำรวจคาดเป็นคนใกล้ชิดในพื้นที่รู้จักกับเหยื่อเป็นอย่างดีและเข้านอกออกในบ้าน เนื่องจากสุนัขในบ้านผู้ตายไม่ส่งเสียงเห่า   พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้ติดตามตามตัวนายสิง ส่ำสมบูรณ์ชัย บุตรชายคนเล็กมาสอบปากคำ โดยในเบื้องต้นนายสิงให้การว่าช่วงวันเวลาเกิดเหตุตนเองอยู่ที่ จ.ประทุมธานี และปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของมารดา ซึ่งจากการสอบปากคำนายสิง บุตรชาย ยังไม่พบพิรุธแต่อย่างใด    อย่างไรก็ตามได้เรียกบุคคลที่อยู่ภายในละแวกบ้านผู้เสียชีวิต ระยะ 500 เมตร มาสอบสวนทั้งหมด รวม 9 ราย พร้อมกับได้ตรวจเก็บดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐานทุกราย    ความคืบหน้าวันที่ 21 ม.ค. 62  พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อม พ.ต.อ.วริทธิ์พงษ์ ทัฬหวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.ทุ่งคอก, เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ทุ่งคอก และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ ภ.7 ร่วมประชุมเพื่อเร่งรัดติดตามคนร้าย ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.ทุ่งคอก    หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจในที่เกิดเหตุและเส้นทางการหลบหนีของผู้ก่อเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะเรียกประชุมฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนเพื่อสั่งการจัดทีมไล่ล่าตัวคนร้าย    ซึ่งจากการแกะรอยเส้นทางของผู้ก่อเหตุกล้องวงจรปิดตามเส้นทางในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้แบ่งชุดทำงานทั้งหมด 3 ทีม ทั้งฝ่ายสืบสวนภาค 7 ฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และฝ่ายสืบสวน สภ.ทุ่งคอก ลงพื้นที่หาเบาะแส พร้อมทั้งภาพชายต้องสงสัยเพื่อหาข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มั่นใจจะได้ตัวในไม่ช้านี้ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน   ด้าน พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.ทุ่งคอก เปิดเผยว่าตอนนี้ได้สอบพยานไปแล้ว 9 ปาก และเก็บดีเอ็นไว้ทุกคน ส่วนนายสิง ส่ำสมบูรณ์ชัย อายุ 40 ปี ลูกชายคนเล็กของผู้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุที่ได้หายตัวไป กระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 20 ม.ค.ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว ผลการสอบสวนยังไม่พบพิรุธ จึงได้เก็บดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐาน    

 4,276

Top