ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าชิงทรัพย์"

สรุปข่าว
24 ม.ค. 63

คุมตัวผู้ต้องหาทำแผน ฆ่าชิงทรัพย์-พบหญิงเสียชีวิตถูกคนร้ายใช้มีดฟันศีรษะ-ปคม. รวบครูอนาจารเด็ก-ยึดเรือประมงลอบบรรทุกน้ำมัน

พบหญิงเสียชีวิตถูกคนร้ายใช้มีดฟันศีรษะ พบศพหญิงอายุ 53 ปี ที่บ้านพักในต.บางจาก อ.เมืองนครศรีธรรมราช ที่บริเวณศีรษะมีและท้ายทอยมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม สามีเผยออกไปซื้อของไม่นานกลับมาพบว่าภรรยาเสียชีวิต คาดว่าคนร้ายหวังชิงทรัพย์ เนื่องจากผู้ตายชอบสวมเครื่องประดับมีมูลค่า   คุมตัวผู้ต้องหาทำแผน ฆ่าชิงทรัพย์ครูโน้ต ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทราคุมตัว 2 ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ครูโน้ต ทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้าสังเกตการณ์ ผู้ต้องหารับสารภาพชิงทรัพย์แต่ปฏิเสธข่มขืน ยังคงต้องรอผลตรวจสารคัดหลั่งมาประกอบสำนวนคดีก่อนส่งฟ้องศาล   ปคม. รวบครูอนาจารเด็กนักเรียน ตำรวจกทม.จับกุมครูสอนพิเศษอายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีหลังผู้ปกครองแจ้งความว่าส่งบุตรสาวไปเรียนพิเศษและถูกครูล่วงละเมิดทางเพศโดยจับได้ที่บ้านพักประชานิเวศน์3 นนทบุรี   ยึดเรือประมง 2 ลำลอบบรรทุกน้ำมัน กองทัพเรือภาคที่ 2 จับกุมเรือประมงดัดแปลง 2 ลำ ทอดสมอ ห่างจากฝั่งสงขลา 30 ไมล์ทะเลลักลอบบรรทุกน้ำมันดีเซลหนีภาษีจำนวน 16,000 ลิตร จำหน่ายให้กับเรือประมงและลำเลียงเข้าฝั่งจำหน่ายให้ลูกค้าอีกทอด ทำให้รัฐเสียหายกว่า 500,000 บาท   รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k4OH3N2H1JY  

 1,842
อาชญากรรม
24 ม.ค. 63

รวบคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ 'ครูโน๊ต' อึ้งพบเป็นเพื่อนบ้าน ลั่นต้องฆ่ากลัวเหยื่อจำหน้าได้

นายสันต์ สิทธิชัย หรือ แจ็ค อายุ 39 ปี ฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.เนติมา พัฒนากุล หรือ อาจารย์โน๊ต อายุ 39 ปี อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสียชีวิตเปลือยในห้องน้ำที่บ้านพัก ที่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ก่อนหนีไปกบดานบ้านเพื่อนใน กทม. กระทั่งชุดสืบสวนตามจับได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เบื้องต้นรับสารภาพว่า ทำเพราะต้องการทรัพย์สิน แต่เหยื่อเป็นคนในหมู่บ้านเดียว กลัวจำหน้าได้ จึงต้องฆ่าทิ้ง      โดยนายแจ๊ค มีพื้นเพอยู่ย่านแสมดำ กรุงเทพมหานคร มีอาชีพขับแท็กซี่ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับภรรยาที่แปดริ้ว ซึ่งมีหลังบ้านชนกับบ้านของผู้ตาย เมื่อ 2 วันก่อน ทีมข่าวของเรายังได้เข้าไปในบ้านนายแจ๊ค เพื่อบันทึกภาพหลังบ้านครูโน้ต และคนในบ้านยังอนุญาตให้ขึ้นไปที่ชั้น 2 เพื่อดูรอยเท้าบนหลังคา ที่คาดเดาว่า อาจเป็นของคนร้าย โดยยังไม่มีใครทราบว่า นายแจ๊คเป็นคนร้าย และนายแจ๊คก็ไม่อยู่บ้าน     เบื้องต้นคาดว่า นายแจ๊คเข้าบ้านครูโน้ต จากทางหลังบ้านที่หันหลังชนกัน โดยเดินผ่านหลังคา ก่อนเลาะรอบตัวบ้าน ไปจนถึงระเบียงหน้าบ้าน แล้วปีนเข้าไปก่อเหตุ ขณะที่เพื่อนบ้านบอกว่าโล่งใจที่จับคนร้ายได้ แต่เสียดายชีวิตของครูโน้ต เชื่อว่าซุ่มดูอยู่นานจนรู้ว่าครูโน้ตอยู่บ้านคนเดียวจึงก่อเหตุ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eVHvr9ucT-E

 12,168
เศรษฐกิจ
24 ม.ค. 63

รมว.ท่องเที่ยวเสนอ 'ชิมช้อปใช้' เวอร์ชั่นอินเตอร์ แจกเงินชาวต่างชาติ ดึงเที่ยวไทย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมองว่า เศรษฐกิจไทยปี 63 จะสามารถจะเติบโตได้ในระดับต่ำกว่า 2.8%  ซึ่งเป็นการเติบโตน้อยกว่า 4% ในรอบ 5 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 61 ที่เริ่มมีสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยซบเซามาตลอด   ทั้งนี้มีปัจจัยลบมีหลายสาเหตุ อาทิ ภัยแล้ง, ฝุ่น PM 2.5, ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ที่อาจเกิดการยุบสภา และไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่   ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ เวอร์ชันอินเตอร์ สำหรับกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เสนอ ครม.เศรษฐกิจ เป็นมาตรการที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจเกิดความกังวลเมื่อเดินทางมาไทย เพราะเงินบาทแข็งค่าส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในเมืองไทย   สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแพงขึ้นมากกว่า 10% จึงจะเสนอรูปแบบเหมือนการแจกคูปองเงินสดสำหรับช็อปปิ้ง ทดแทนค่าเงินบาทที่แข็งค่า โดยในส่วนนี้จะใช้เงินจากงบประมาณกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-KongvHskMQ

 42,056
อาชญากรรม
23 ม.ค. 63

รวบเพื่อนบ้านฆ่าเปลือย 'ครูโน้ต' หวังชิงทรัพย์ รับทำเพราะกลัวเหยื่อจำหน้าได้

รวบแล้ว!! คนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ ครูโน้ตเสียชีวิตเปลือยในห้องน้ำบ้านพัก ที่แท้เป็นเพื่อนบ้าน สารภาพหวังทรัพย์สิน ที่ต้องฆ่าเพราะกลัวเหยื่อจำหน้าได้     นายสันต์ สิทธิชัย หรือ แจ็ค อายุ 39 ปี ฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.เนติมา พัฒนากุล หรือ อาจารย์โน๊ต อายุ 39 ปี อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสียชีวิตเปลือยในห้องน้ำที่บ้านพัก ที่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ก่อนหนีไปกบดานบ้านเพื่อนใน กทม. กระทั่งชุดสืบสวนตามจับได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา      เบื้องต้น รับสารภาพว่า ทำเพราะต้องการทรัพย์สิน แต่เหยื่อเป็นคนในหมู่บ้านเดียว กลัวจำหน้าได้ จึงต้องฆ่าทิ้ง      โดยนายแจ๊ค มีพื้นเพอยู่ย่านแสมดำ กทม. มีอาชีพขับแท็กซี่ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับภรรยาที่แปดริ้ว ซึ่งมีหลังบ้านชนกับบ้านของผู้ตาย เมื่อ 2 วันก่อน ทีมข่าวของเรายังได้เข้าไปในบ้านนายแจ๊ค เพื่อบันทึกภาพหลังบ้านครูโน้ต และคนในบ้านยังอนุญาตให้ขึ้นไปที่ชั้น 2 เพื่อดูรอยเท้าบนหลังคา ที่คาดเดาว่า อาจเป็นของคนร้าย โดยยังไม่มีใครทราบว่า นายแจ๊คเป็นคนร้าย และนายแจ๊คก็ไม่อยู่บ้าน     เบื้องต้นคาดว่า นายแจ๊คเข้าบ้านครูโน้ต จากทางหลังบ้านที่หันหลังชนกัน โดยเดินผ่านหลังคา ก่อนเลาะรอบตัวบ้าน ไปจนถึงระเบียงหน้าบ้าน แล้วปีนเข้าไปก่อเหตุ     ขณะที่เพื่อนบ้าน บอกว่า โล่งใจที่จับคนร้ายได้ แต่เสียดายชีวิตของครูโน้ต เชื่อว่า ซุ่มดูอยู่นานจนรู้ว่าครูโน้ตอยู่บ้านคนเดียว จึงก่อเหตุ

 36,410
อาชญากรรม
01 ธ.ค. 62

'ไตเติ้ล' มือฆ่าครูสองสามีภรรยา นอนหลับสนิท บอกตร.สำนึกผิด ญาติไม่เชื่อลงมือคนเดียว ลั่นต้องประหารชีวิต

ไตเติ้ล มือฆ่าครูสองสามีภรรยา เปิดปากสารภาพลงมือฆาตกรรมเพราะต้องการเงินไปใช้จ่าย สุดเหี้ยมฆ่าตายแล้วกลับมาแทงซ้ำจัดฉากอำพราง ญาติไม่เชื่อลงมือคนเดียว วอนขอให้รับโทษประหาร ตร.คุมตัวทำแผนหวิดโดยรุมประชาทัณฑ์    ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ที่คนร้ายบุกฆาตกรรม นายอโลชา สุภานิชย์ หรือครูเอ็ม อายุ 33 ปี และ น.ส.ปรียาภรณ์ เพียรงาม หรือครูแนน อายุ 33 ปี เสียชีวิตในสภาพถูกยิงและแทงตามร่างกาย จนเลือดไหลนองทั่วพื้นบ้าน และอำพรางศพจัดฉาก     เมื่อวานนี้ (30 พ.ย. 2562) ตำรวจสามารถจับกุม นายศุภกฤต สุจาสี หรือไตเติ้ล อายุ 22 ปี พร้อมกับ นายภานุพงษ์ บัวลอย เพื่อนที่พาหลบหนีที่ จ.เชียงใหม่    ต่อมา ตร.ควบคุมตัวนายไตเติ้ล เดินทางจาก จ.เชียงใหม่ มาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง ทันทีที่นายไตเติ้ลมาถึงโรงพัก บรรยากาศก็เป็นไปอย่างชุลมุน หวิดเกิดเหตุประชาทัณฑ์ เพราะมีเพื่อนของครูแนน และครูเอ็ม รวมถึงประชาชน มาเฝ้ารอดูใบหน้าของนายไตเติ้ลด้วยความโกรธแค้น ช่วงนาทีที่ตำรวจนำตัวลงจากรถ ไปที่ห้องแถลงข่าว เกิดเหตุชุลมุนและเสียงด่าทอสาปแช่ง    ในช่วงจังหวะที่แถลงข่าว นายไตเติ้ลก็นั่งฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไปเพราะความแค้นหรือมีปมอะไรเพราะการลงมือโหดเหี้ยม นายไตเติ้ลไม่ตอบ พอสอบถามว่า เสียใจหรืออยากขอโทษครอบครัวครูทั้งสองหรือไม่ นายไตเติ้ลก็พยักหน้า    ซึ่งการสอบปากคำ นายไตเติ้ล ตร.ระบุว่า ขณะนี้เชื่อว่านายไตเติ้ลก่อเหตุคนเดียว และมูลเหตุก็แค่ต้องการนำรถไปขายหาเงินมาใช้ ส่วนประเด็นเกี่ยวข้องกับการเล่นพนันออนไลน์และการเป็นหนี้บอลออนไลน์ของผู้ตายหรือไม่นั้น ขอตรวจสอบก่อน    ขณะที่ พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร ผบก.ภ.จว.ระยอง และ พ.ต.อ.ดำรงค์ อ้วนสูงเนิน ผกก.สภ.เมืองระยอง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายไตเติ้ล    โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า นายไตเติ้ลให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุฆ่าครูเอ็มและครูแนนจริง เพื่อต้องการชิงทรัพย์  โดยเห็นผู้ตายโพสต์ขายรถบิ๊กไบค์ จึงทำทีไปขอซื้อ และตกลงราคากันที่ 6 แสนบาท โดยอ้างว่าไม่เคยรู้จักครูทั้ง 2 คนมาก่อน แม้จะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันก็ตาม   วันที่ลงมือก่อเหตุ คือวันที่ 27 พ.ย. ช่วงประมาณ 19.00 น. มีการนัดครูเอ็มและครูแนน เพื่อทำการซื้อขายรถ พอเดินทางมาถึงบ้าน ครูเอ็มและครูแนน เลี้ยงหมาพันธุ์ไทยหลังอาน 4 ตัว ทุกตัวดุมาก ครูเอ็มจึงนำหมาไปขังไว้ และให้นายไตเติ้ลเข้าบ้าน ทุกอย่างจึงไม่พบพิรุธใดๆ   พอเข้าไปในบ้านก็ไปตกลงซื้อขายรถกันที่โต๊ะหนังสือชั้นล่าง นายไตเติ้ลให้ครูเอ็มเซ็นเอกสารโอนลอยเสร็จสิ้น นายไตเติ้ลก็เอาปืน.38 ที่พกมายิงทันที แต่กระสุนพลาดไปโดนครูแนน ล้มจมกองเลือด เสียชีวิต    จากนั้นก็ยิงครูเอ็ม 1 นัด  แต่ครูเอ็มยังไม่เสียชีวิตทันที นายไตเติ้ลก็นำมีดทำครัวมาเชือดที่คอจนเกือบขาด จากนั้นก็ไปล้างมือ และขับรถบิ๊กไบค์ ออกจากบ้านไปประมาณ 4 ทุ่ม นำรถไปฝากที่บ้านเพื่อน    จากนั้นก็กลับเข้ามาก่อเหตุซ้ำอีกในช่วงตีหนึ่ง เข้ามาจัดการอำพรางศพ โดยใช้มีดแทงตามลำตัวครูแนนและศีรษะอีกครั้ง และลากศพขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน และเอาเสื้อผ้ามากองทับศพ ให้เหมือนมีการรื้อค้น ส่วนศพครูเอ็ม นอนเสียชีวิตที่ชั้นล่าง และก็มาเขียนจดหมายอำพรางให้คิดว่าทั้งสองคนฆ่ากันเองด้วยสาเหตุทะเลาะวิวาทและชู้สาว จากนั้นก็ขโมยเงินสด 5 หมื่นบาท และทองรูปพรรณหลบหนีไป จ.เชียงใหม่ และถูกจับกุมได้    หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น ตร.นำตัวนายไตเติ้ล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านพัก ในหมู่บ้านหรู โดยการทำแผนนั้นไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมดทุกขั้นตอน รวมทั้งนาทีที่ขับรถบิ๊กไบค์ออกไป ซึ่งบรรยากาศการทำแผน เป็นไปด้วยความชุลมุน ตร.จัดกำลังดูแลอย่างแน่นหนา และช่วงที่ทำแผนเสร็จ เพื่อนของครูเอ็มและครูแนน ก็ตะโกนด่า สาปแช่ง และพยายามจะเข้ามาประชาทัณฑ์ ตร.ต้องรีบนำตัวออกไปจากบ้านที่เกิดเหตุทันที    เรื่องคำให้การรับสารภาพของนายไตเติ้ลนั้น นางบรรทม เจริญผล แม่บุญธรรมของครูเอ็ม ไม่เชื่อคำให้การ ว่า ไม่เชื่อว่าทำคนเดียว จะมาจากปมแค่เรื่องชิงทรัพย์ เพราะคาใจเรื่องปมการใช้หนี้พนันบอล อีกทั้งก่อนหน้านี้ครูเอ็มก็เคยถูกขู่ฆ่ามาแล้วไม่รู้ว่าเกี่ยวกันหรือไม่ และหากต้องการชิงทรัพย์รถก็ได้ไปแล้วทำไมต้องทำขนาดนี้ เกินคน ตนรับไม่ได้   และยิ่งฟังจาก ตร.ว่าประวัติของนายไตเติ้ลเป็นเด็กมีปัญหา ครอบครัวแตกแยก ต้องหาเงินใช้เอง จึงก่อเหตุ ตนก็อยากถามว่า ถ้าเป็นเพราะมีปัญหาครอบครัวแล้วมาฆ่าคนได้แบบนี้หรือไม่ 1 ชีวิตแลกกับ 2 ชีวิตไม่ได้   เช่นเดียวกับ เพื่อนสนิทครูเอ็ม ก็ไม่เชื่อคำให้การของนายไตเติ้ล และไม่เชื่อว่าการลงมือก่อเหตุจะทำเพียงคนเดียว อยากขอให้ตำรวจสอบสวนขยายผลให้กระจ่าง และพวกเพื่อน ๆ จะคอยตรวจสอบคดีนี้เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับครูเอ็มและครูแนน    ส่วนศพของครู หนูตอนนี้นำไปทำพิธีที่บ้านเกิดในจ. พะเยา และศพของครูเอ็มนำไปที่บ้านเกิดที่จ. ชัยนาท ทางพ่อของครูเอ็ม ได้สัมภาษณ์ว่า เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเกินที่จะให้อภัย อยากจะให้ประหารให้ตายตกไปตามกัน    สำหรับนายไตเติ้ลนั้น ตร.ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองระยอง เพื่อทำการสอบปากคำ ซึ่งทางรายงานบอกว่านายไตเติ้ลยังคงนอนหลับสนิท กินข้าวได้เป็นปกติ มีอาการเครียดเล็กน้อย ทางด้านเจ้าหน้าที่สอบถามถึงสาเหตุของการลงมือ มีปมความเเค้นหรือต้องการชิงทรัพย์ นายไตเติ้ลแจงแค่ว่าต้องการชิงทรัพย์เท่านั้น      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/hGojOcJIOeE

 1,403
สรุปข่าว
29 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 29 ต.ค.62 เร่งล่ามือฆ่าเศรษฐีนียัดตู้เย็น-เหยื่อแห่แจ้งความแม่มณี-เผาศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองให้หวยแม่น

-เร่งตามล่าคนร้ายฆ่าเศรษฐีนีนักบุญยัดตู้เย็นโรยปูนซีเมนต์ทับ พบเบาะแสผู้ต้องสงสัยแล้ว โดยพบว่าช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนนำบัตร ATM ของผู้ตายไปตระเวนกดเงินสดรับล้าน กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยขับเก๋งผู้ตายออกจากบ้านที่เกิดเหตุ ยื่นมือออกมามีนาฬิกาสีดำ   ตร.ตั้งเป้าประเด็นเดียวฆ่าชิงทรัพย์ เชื่อมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน จับทรมานเค้นรหัส ATM แล้วฆ่าอำพราง คาดมีสาวทอมคนสนิททำหน้าที่บอดี้การ์ด ขับรถให้ผู้ตาย อีกคนเป็นคนขับสองแถวสีแดงสาวจอมทอง คาดเป็นคนรับโทรศัพท์อ้างตัวเป็นหลาน บอกผู้ตายเดินทางไปอินเดีย ตร.ปูพรมระยอง จุดสุดท้ายที่พบเบาะแสวงจรปิด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลี่ปมฆ่าโหดเศรษฐีนีนักบุญ คนร้ายตระเวนกด atm นับล้าน สวมรอยส่งข้อความหาญาติ อ้างไปอินเดีย    -เหยื่อแชร์ลูกโซ่แม่มณีเกือบ 300 คน แห่แจ้งความถูกหลอกให้ออมเงินได้ดอกเบี้ยสูง 93% ก่อนเชิดเงินหนี ที่อุดรธานี มีเหยื่อเข้าแจ้งความเพิ่ม เป็น 120 คน ยอดความเสียหายทะลุกว่า 80 ล้านบาท ตะลึง ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ส่วนที่บ้านหรูแม่มณีย่านลาดพร้าวปิดเงียบ เพื่อนบ้านเล่าเมื่อก่อนเป็นเด็กสาวในชุมชนธรรมดา แต่ไม่ถึง 2 ปี น้องเดียร์ก็ขับรถหรูหลายคัน ถามไปทำอะไรมาก็อ้างว่าถูกหวยลาว เริ่มขนของหนีหลังเป็นข่าว   DSI จ่อออกหมายเรียกมาสอบปากคำสัปดาห์นี้ เชื่อยังอยู่ไทย ล่าสุดมีการแชร์ภาพรถเบนซ์สปอร์ตหรูสีเหลือง 2 ที่แม่มณีเคยโพสต์อยู่บริเวณด่านเก็บเงินทางด่วนด่านลาดกระบัง ส่วนมะนาวหนึ่งในเครือข่าย โพสต์เฟซระบุยังอยู่ราชบุรีไม่ได้หนี รอหารือทนาย หาเงินมาคืน แชทไลน์กับเหยื่อเตือนใครแจ้งความระวังไม่ได้เงินคืน ล่าสุดนักข่าวโทรหา ตัดสายทิ้ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดใจเหยื่อ 'แม่มณี' ลงทุนจนหมดตัว อึ้ง นศ.โดนด้วยเพียบ ด้าน 'แม่มณี' โพสต์รัวยันไม่หนี เตรียมไลฟ์สด    -นายกฯระบุไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก หลังสหรัฐฯตัดสิทธิ GSP ไทย อย่าคาดเดา อย่าพูดให้ทุกอย่างเลวร้ายกระทบความสัมพันธ์ ยังมีเวลาอีก 6 เดือนเจรจา ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ก.แรงงานบอกเคยชี้แจงสหรัฐฯก่อนตัดสิทธิ แต่ไม่มีการตอบรับ ก.พาณิชย์เร่งเจรจาขอคืนสิทธิจากสหรัฐฯช่วงอาเซียนสัมมิต พ.ย.นี้ ยันไม่เกี่ยวแบน 3 สารพิษเกษตร แต่ไทยไม่ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว เพราะกลัวประท้วงกระทบนายจ้าง อนุทินลั่นไทยไม่ใช่เมืองขึ้น ถ้าสินค้าเราดีก็ไม่ต้องไปกลัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯ ขออย่าตื่นตระหนก สหรัฐฯตัด gsp ไทย 'อนุทิน' ลั่นถ้าสินค้าเราดี ไม่ต้องไปกลัว   - 30 อดีตผู้สมัคร ส.ส.และ 90 สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ นำโดยนิพนธ์ แจ่มจำรัส อดีตผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 2 รวมตัวกันยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง แจงมีความคิดและอุดมการณ์ต่างจากพรรคอนาคตใหม่ในปัจจุบันแล้ว เพราะพรรคอนาคตใหม่ก่อนเลือกตั้งกับหลังการเลือกตั้งแตกต่างกัน ยืนยันไม่มีการต่อรองตำแหน่ง แต่สัญญาและสัจจะของผู้นำพรรคเป็นเรื่องสำคัญ พวกตนไม่เคยเรียกร้องตำแหน่ง แต่เป็นสัญญาจากผู้นำพรรคที่ให้ไว้ในที่ประชุม เรื่องเล็กน้อยยังรักษาคำพูดไม่ได้ แล้วจะไปทำนโยบายลงไปสู่ประชาชน 60 ล้านคนได้อย่างไร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สมาชิกอนาคตใหม่ลาออก 120 คน 'ธนาธร' ยันไม่กระทบพรรค ให้เวลาพิสูจน์คนอุดมการณ์ตรงกัน   -ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สวนกลับไม่กระทบพรรค ระบุเป็นสิทธิที่จะลาออกจากพรรค พรรคมีสมาชิกกว่า 6 หมื่นคนที่จะเดินหน้าต่อไปโดยให้สมาชิกได้มีบทบาทมีสิทธิมีเสียง การสร้างพรรคในเวลาเพียง 1 ปีครึ่ง ที่ผ่านมา ไม่มีทางทำได้สมบูรณ์แบบ ที่แล้วมามีเวลาสั้นมากในการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ทำให้ไม่สามารถคัดกรองคนที่มีอุดมการณ์มีหลักการความเชื่ออย่างที่พรรคเชื่อได้ 100% เวลาจึงเป็นสิ่งพิสูจน์ และการเข้าการออกจากพรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้ยังมีคนจำนวนมากขอสมัครเข้าพรรคอนาคตใหม่ ย้อนถาม ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคอื่นๆ จะเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ไหม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สมาชิกอนาคตใหม่ลาออก 120 คน 'ธนาธร' ยันไม่กระทบพรรค ให้เวลาพิสูจน์คนอุดมการณ์ตรงกัน   -ต้อม ยุทธเลิศ ผกก.ดัง ทวีตชี้แจงและขออภัยต่อศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า 25ต.ค.62 ได้ไปพบเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ข้อเท็จจริงกรณีที่ผมใช้ข้อความในทวีตเตอร์ สอบถามเพื่อนในทวิตเตอร์ โดยอาจเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมไปสู่สาธารณะ ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาต่อว่าศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ยินดีสื่อสารให้ประชาชนได้ทราบถึงสิทธิหน้าที่ ขอบเขตทางกฎหมาย ในการแสดงความคิดเห็น ขอขอบคุณศาลที่ให้โอกาสผมได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ต้อม ยุทธเลิศ' ทวีตชี้แจงปมดูหมิ่นศาล รธน.   -ทอท. แจงปมยุบ 2 สนามบินหาดใหญ่-เชียงรายเพราะขาดทุนไม่จริง ยันยังไม่ยุบแต่เร่งปรับแผนสนามบิน อีก 5-6 ปีมีแผนรวมสนามบินหาดใหญ่กับภูเก็ต เพราะหาดใหญ่ไม่ใช่ฮับการเดินทาง เตรียมตอกเสาเข็มสู้ไฮสปีด ศักดิ์สยามยันด้วยไม่มีแผนยุบสนามบิน ทอท. มีแผนพัฒนาท่าอากาศยาน ในความรับผิดชอบระยะยาวถึง 20 ปี   -พบแล้ว น้องไฮเตอร์ ด.ช.11ปี หายจากบ้านที่อยุธยานับเดือน เด็กกลับมาบ้านเอง บอกไปกับชายวัย 48 ปี ตร.ตามรวบชายคนดังกล่าวได้ ปฏิเสธเสียงแข็งบอกแค่พาเด็กไปเที่ยวหลายจังหวัด สุดท้ายถูกเค้นสอบหนัก เปิดปากสารภาพล่วงละเมิดทางเพศเด็กจริง 11 ครั้งใน 28 วัน ตรวจสอบประวัติมีคดีติดตัวเพียบ ด้านแม่ยันแจ้งความเอาผิดเต็มที่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชายวัย 45 เปิดปากสารภาพ ล่วงละเมิด ด.ช. หลังพาเล่นเกม หายออกจากบ้านนับเดือน   -ชายโหดใช้มีดแทงเมียเข้าที่ท้องทะลุเจ็บสาหัส หลานเห็นเข้ามาห้ามโดนมีดสวนดับคาที่ในบ้านพักบุรีรัมย์ หลังก่อเหตุมือมีดหลบหนี คาดยังอยู่ในพื้นที่ ญาติระบุผัวเมียคู่นี้ทะเลาะกันประจำ เมียมักถูกทำร้าย ทนไม่ไหวหนีกลับมาอยู่กับแม่ 4-5 เดือน ก่อนเกิดเหตุสลด   -เด้งกราวรูด ผกก. ยัน ดต.7นาย เซ่นปมคลิปแฉปล่อยโรงพักร้าง ประชาชนต้องนั่งรอนอนรอแจ้งความ ผู้การปทุมตั้งคณะตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และให้รายงานผลภายใน 3 วันโดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่เท่าที่ชาวบ้านพูดกันบริการมีความบกพร่องจริง มากน้อยค่อยว่ากัน โดยที่ต้องมีคำสั่งช่วยราชการมาก่อนนั้น   -หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์หัวร้อน ฉุนเก๋งเบรคกะทันหัน ทำรถเกือบล้ม คว้าขอแข็งทุบกระจกรถแตก ก่อนขี่รถหนี ภรรยาคนขับเก๋งร้องลั่น ขอสามีอย่าไล่ล่า เก๋งยอมรับเปลี่ยนใจไม่ขึ้นทางด่วนจึงเบรค จยย.เกือบล้มเลยมีปากเสียงกัน แจ้งความไว้ที่ สน.ตลิ่งชน ทะเบียน จยย. 8กฌ16 กทม.     -ปู่ฤาษีตบะแตก ฉะเต้นท์รถปะทะคารมพนักงานปมหลอกซื้อรถไร้ดอกเบี้ย ปู่ฤๅษีนารอด อายุ 60 ปี แห่งอาศรมวัดเจดีย์ พร้อมด้วยกลุ่มลูกศิษย์ เข้าแจ้ง ที่สภ.เมืองเพชรบูรณ์ระบุ ถูกเต้นท์รถมือสองแห่ง หลอกขายรถให้แบบผ่อนชำระโดยไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระภายใน 3 ปี ตกลงพร้อมกับวางเงินดาวน์ 150,000 บาท และผ่อนชำระเรื่อยมาครั้งละ 30,000 บาทบ้าง 50,000 บาท   ถูกขอให้นำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันรถอีกด้วย แต่พอจะปิดยอดกลับคิดดอกเบี้ยร่วมแสน และยังทำผิดเงื่อนไขอีกหลายเรื่อง ตร.เข้าไกล่เกลี่ย แต่ทั้งสองฝ่ายต่างโต้เถียงกันจนไม่สามารถตกลงกันได้ โดยฝ่ายกลุ่มปู่ฤๅษีนารอด ยันจะจ่ายเงินที่เหลือ 50,000 บาทเท่านั้น แต่ฝ่ายเต้นท์รถไม่ยอมรับ โต้ไม่มีเต้นท์ที่ไหนหรอกที่จะให้ออกรถโดยไม่มีดอกเบี้ย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปู่ฤๅษีตบะแตก! ปะทะเดือดเต็นท์รถ ปมหลอกซื้อรถไร้ดอกเบี้ย   -ยายใจสลาย หลานชายวัย 3 ขวบ หัวทิ่มถังน้ำดับ สอบสวน เด็กป่วยหยุดเรียน อยู่บ้านกับน้า 2 คน แต่น้าชายเผลอหลับ คาดเด็กเดินไปอาเจียนแล้วพลาดตกถังสูง 70 ซม.หัวทิ่ม หมดสติ แจ้งกู้ภัยเข้าช่วย ทำการปั๊มหัวใจอยู่หลายครั้ง แต่ชีพจรไม่ตอบสนอง สุดท้ายเสียชีวิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เศร้า หนูน้อยวัย 3 ขวบ หัวทิ่มถังน้ำสูง 70 ซม. เสียชีวิตสลด   -ชาวบ้านโกรธจัด มือดีแอบเผาศาลเจ้าแม่คุ้งตะเคียนทองที่ชลบุรี ถูกเผาไปเกือบครึ่ง ชุดไทยที่นำมาแก้บนไหม้เสียหาย พยานเผยมีคนคล้ายคนเมากำลังใช้ฟ้า 3 สี มาจุดไฟเผาในศาลแม่ตะเคียนจึงรีบไปดู และตะโกนให้ชาวบ้านช่วยกันดับ เมื่อไปถึงก็ไม่พบคนก่อเหตุแล้ว เลยไม่รู้ว่ามาเผาทำไม หรือเป็นพวกเสียผลประโยชน์ ซึ่งศาลเจ้าแม่ตะเคียน เป็นที่นับถือของชาวบ้านมากว่า 15 ปี และให้เลขแม่น จนมีการนำของมาแก้บนกันเป็นจำนวนมาก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : มือดีแอบเผาศาลเจ้าแม่คุ้งตะเคียนทอง คาดเจ้ามือแค้น เจ้าแม่ให้หวยแม่น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gKY_7DD17jo

 11,049
ข่าวภูมิภาค
23 ต.ค. 62

ฆ่ายกครัวชาวเมียนมา 3 ศพคากระท่อม ตร.ตั้งปมฆ่าชิงทรัพย์

เชียงใหม่ -พ.ต.อ.วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.เชียงดาว พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เหตุเกิด ภายในเพิงพักไม่มีเลขที่ในสวนลำไย ม.4 ต.แม่นะ อ เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พบศพนายจั๋นต๊ะ ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมาร์ อายุ 40 ปี นางอ่อน นางใส สัญชาติเมียนมาร์ อายุ 55 ปี และนางสาว คำ ไม่มีนามสกุล สัญชาติ เมียนมาร์ อายุ 28 ปี   ทั้งนี้ ตำรวจได้รับแจ้งว่า เวลาประมาณ 09.00 น. ว่าเกิดเหตุฆ่ากันตาย ที่บริเวณกระท่อมไม่มีเลขที่ ม.4 ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วจึงพร้อมกันกับพวก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ และ แพทย์เวรโรงพยาบาลเชียงดาว เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพชายสภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อยืด สีเทา กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ทราบชื่อภายหลังนายจันต๊ะ ไม่มีนามสกุล   จากการจรวจสอบ พบมีบาดแผลบริเวณร่างกาย และพบศพเพศหญิง สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืด สีชมพู สวมผ้าถุง ทราบชื่อภายหลังนางอ่อนนางใส มีบาดแผลบริเวณร่างกาย และ อีกห้อง พบศพเพศหญิงนอนตะแคง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีส้ม มีบาดแผลบริเวร ศีรษะ ทราบชือ น.ส.คำ ไม่มีนามสกุล จึงได้ตรวจที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ และจัดทำแผนที่เกิดเหตุไว้เรียบร้อยแล้วพบ และร่วมกับแพทย์ ชันสูตรพลิกศพ เพื่อจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ทางด้าน พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ 5 ได้ลงพื้นที่เข้า ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ขณะที่พยานระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่และลูกสาว ทั้งหมดทำอาชีพรับจ้างทำสวนลำไยและอาศัยอยู่ที่กระท่อมที่เกิดเหตุมานานหลายปี โดยทรัพย์สินที่หามาได้ทั้งหมดจะนำมาเก็บไว้ที่กระท่อม ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวนี้นิสัยดีตั้งใจทำงานและไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร   โดยวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทั้งหมดยังอยู่ที่สวนช่วยทำงาน ก่อนจะพบเป็นศพ พร้อมกับพบว่ามีทรัพย์สินมีค่า ทั้งสร้อยคอทองคำ และเงินสดของผู้ตายได้หายไป เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน อาจจะประสงค์ต่อทรัพย์ หรือมีปมขัดแย้งอื่นจึงได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานล่าตัวมาดำเนินคดี           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nkz1bZmuX-4  

 6,540
อาชญากรรม
23 ต.ค. 62

ฆ่ายกครัวชาวเมียนมา 3 ศพคากระท่อม ตร.ตั้งปมฆ่าชิงทรัพย์

เชียงใหม่ -พ.ต.อ.วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.เชียงดาว พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เหตุเกิด ภายในเพิงพักไม่มีเลขที่ในสวนลำไย ม.4 ต.แม่นะ อ เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พบศพนายจั๋นต๊ะ ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมาร์ อายุ 40 ปี นางอ่อน นางใส สัญชาติเมียนมาร์ อายุ 55 ปี และนางสาว คำ ไม่มีนามสกุล สัญชาติ เมียนมาร์ อายุ 28 ปี   ทั้งนี้ ตำรวจได้รับแจ้งว่า เวลาประมาณ 09.00 น. ว่าเกิดเหตุฆ่ากันตาย ที่บริเวณกระท่อมไม่มีเลขที่ ม.4 ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วจึงพร้อมกันกับพวก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ และ แพทย์เวรโรงพยาบาลเชียงดาว เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพชายสภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อยืด สีเทา กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ทราบชื่อภายหลังนายจันต๊ะ ไม่มีนามสกุล   จากการจรวจสอบ พบมีบาดแผลบริเวณร่างกาย และพบศพเพศหญิง สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืด สีชมพู สวมผ้าถุง ทราบชื่อภายหลังนางอ่อนนางใส มีบาดแผลบริเวณร่างกาย และ อีกห้อง พบศพเพศหญิงนอนตะแคง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีส้ม มีบาดแผลบริเวร ศีรษะ ทราบชือ น.ส.คำ ไม่มีนามสกุล จึงได้ตรวจที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ และจัดทำแผนที่เกิดเหตุไว้เรียบร้อยแล้วพบ และร่วมกับแพทย์ ชันสูตรพลิกศพ เพื่อจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ทางด้าน พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ 5 ได้ลงพื้นที่เข้า ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ขณะที่พยานระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่และลูกสาว ทั้งหมดทำอาชีพรับจ้างทำสวนลำไยและอาศัยอยู่ที่กระท่อมที่เกิดเหตุมานานหลายปี โดยทรัพย์สินที่หามาได้ทั้งหมดจะนำมาเก็บไว้ที่กระท่อม ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวนี้นิสัยดีตั้งใจทำงานและไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร   โดยวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทั้งหมดยังอยู่ที่สวนช่วยทำงาน ก่อนจะพบเป็นศพ พร้อมกับพบว่ามีทรัพย์สินมีค่า ทั้งสร้อยคอทองคำ และเงินสดของผู้ตายได้หายไป เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน อาจจะประสงค์ต่อทรัพย์ หรือมีปมขัดแย้งอื่นจึงได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานล่าตัวมาดำเนินคดี           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nkz1bZmuX-4  

 6,540
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 62

เร่งล่าฆาตกรอำมหิตฆ่าชิงทรัพย์ ใช้ไม้ฟาดหัวยายดับ-ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส ลูกสาวร่ำไห้บอก “ถ้าพ่อรู้ว่าแม่ตายคงทำใจไม่ได้”

กรณีเหตุคนร้ายอำมหิตบุกฆ่าโหดใช้ท่อนไม้ฟาดหัวยายเจ้าของร้านขายชำวัย 74 ปี เสียชีวิต และ   ทำ ร้ายตาป่วยติดเตียงวัย 84 ปี เจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่  ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี ตำรวจพุ่งเป้าฆ่าชิงทรัพย์  เนื่องจากในร้านพบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์      โดยคนพบศพเป็นเด็กชายวัย 9 ขวบ เข้าไปซื้อของในร้านฯ เห็นนางลำยอง  พานสร้อย  นอนหมดสติอยู่หลังบ้าน จึงวิ่งไปนอกน้ามาดู พบว่าบริเวณหน้าบ้านมีร่องรอยการต่อสู้ คราบเลือด และเศษไม้ตกอยู่ มีเลือดคล้ายรอยลากยาวไปยังหลังบ้าน เมื่อเดินไปดูเห็นนางลำยอง นอนเสียชีวิตจมกองเลือด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ       จากนั้นเดินไปดูที่แคร่ไม้หลังบ้านพบนายล้วน พานสร้อย สามีของผู้ตายเป็นป่วยติดเตียงก็ถูกคนร้ายตีหัวจนเลือดอาบ ขณะนั้นนายล้วนยังมีสตินอนพลิกตัวหันมามอง แต่ไม่สามารถพูดหรือให้ข้อมูลอะไรได้ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอาการสาหัสนอนอยู่ห้องไอซียู ผู้เห็นเหตุการณ์  เล่าว่าขณะเกิดเหตุฝนตกหนักไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และไม่เห็นบุคคลต้องสงสัยเดินเข้าออกภายในร้าน   ความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.อภิชาติ พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้าย โดยแบ่งบชุดสืบสวนออกเป็น 3 ชุด เพื่อติดตามตัวคนร้าย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เพราะผู้ที่ถูกก่อเหตุเป็นผู้สูงอายุทั้งคู่ และสถานที่เกิดเหตุอยู่ใน  ชุมชน โดยได้ทำการสอบสวนพยานไปแล้ว 3 ราย ส่วนสาเหตุยังไม่ชัดเจน ประเด็นข้อสงสัยอื่นยังไม่ตัดทิ้ง และยังไม่พบเบาะแสของคนร้าย     ข้อมูลจากชุดสืบสวน พบว่า บริเวณกำแพงหลังบ้านมีรอยเท้าคล้าย คนปีนเข้าไปยังบ้านหลังดังกล่าว และพบกองไม้ เป็นท่อนไม้ลักษณะเดียวกันที่คนร้ายนำไปก่อเหตุฟาดหัวสองตายาย คาดว่าคนร้ายอาจปีนกำแพงบริเวณหลังบ้านเข้ามา เห็นนายล้วนนอนอยู่ที่แคร่ไม้  จึงใช้ท่อนไม้ฟาดไปที่ศีรษะจนแน่นิ่ง จากนั้นเดินไปบริเวณหน้าบ้านเห็นนางลำยองจึงพยายามชิงทรัพย์  กระเป๋าเงินคาดเอวในกระเป๋ามีเงินหลักพันบาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แต่ผู้ตายได้ต่อสู้ จึงถูกคนร้ายใช้ไม้ฟาดไปที่ศีรษะล้มลง แล้วลากผู้ตายไปที่หลังบ้าน     จากนั้นคนร้ายพยายามรื้อค้นทรัพย์สิน โดยนำสากครก(สากหิน) ทุบลูกบิดประตูห้องนอนจนสากครกหักครึ่ง แต่เปิดไม่ได้จึงเดินไปหยิบครกหินมาทุบลูกบิดประตูเพื่อเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สิน ภายในห้องนอนของผู้ตายและห้องนอนลูกสาวของผู้ตาย ก่อนพากันหลบหนีไป ส่วนมีดปลายแหลมที่ตกอยู่บนพื้นบ้านพบ รอยนิ้วมือแฝงของผู้ตาย คาดว่าผู้ตายน่าจะหยิบมาต่อสู้กับคนร้าย     ทั้งนี้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้าย โดยเรียกวัยรุ่นต้องสงสัยมีประวัติยุ่งเกี่ยวยาเสพติดในพื้นที่มา สอบปากคำ หลังพยานเห็นนั่งอยู่หน้าบ้านหลังเกิดเหตุ  คาดคนร้ายน่าจะลงมือก่อเหตุคนเดียว มี ผู้ร่วมก่อเหตุหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ  ขณะที่กล้องวงจรปิดอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุทำให้ไม่ สามารถจับภาพร้านค้าจุดเกิดเหตุได้ จะทำการ ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง     สำหรับศพของนางลำยอง ยายวัย 74 ปี อยากได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดราชสิงขร ท่ามกลาง ความโศกเศร้าของลูกหลานร่ำไห้เสียใจ โดยนางอังคนา พานสร้อย ลูกสาวคนเล็กของผู้ตาย ไม่ คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตน คนร้ายลงมือก่อเหตุกับคนแก่อย่างโหดเหี้ยม  คนแก่ยืนแทบจะไม่ไหวผลักก็ล้มแล้วทำไมถึงฆ่าได้ลงคอ ทำแบบนี้มันไม่ใช่คน   เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็หวาดผวา     “ก่อนหน้านี้บ้านของตนก็เคยโดนขโมยปีนเข้าบ้านมาแล้ว ตอนนี้พ่ออาการสาหัสอยู่ห้องไอซียู ถ้ารู้ว่าแม่เสียชีวิตคงทำใจไม่ได้เนื่องจากพ่อรักแม่มาก อยู่ด้วยกันมาตลอดไม่เคยทิ้งกัน ช่วงเกิด เหตุตนไปขายของที่ตลาดปล่อยให้ตากับยายอยู่บ้านขายของตามลำพังสองคน ตนเคยบอกให้  แม่หยุดขายของเพราะแก่แล้วห่วงเรื่องความปลอดภัยกลัวอันตรายแม่ก็จะบ่นเปิดร้านขายของชำมาตั้งแต่ตนเองเกิดจนถึงปัจจุบัน”            ด้านนายสายันต์  พานสร้อย  ลูกชายของผู้ตาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนทำงานอยู่ต่างจังหวัดพอทราบเรื่องตกใจรีบกลับบ้านทันที แม่ของตนก็ไม่ได้เป็นคนทำบาปอะไรทำไมถึงโดนฆ่าแบบนี้ สอบถามตำรวจซึ่งเช็คสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ตายที่คนร้ายนำติดตัวไปด้วย พบว่า อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกล คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่นขี้ยา อยากให้จับตัวคนร้ายโดยเร็ว ๆ ไม่อยากให้ไปก่อเหตุสร้างเวรกรรมกับคนอื่นอีก          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/UPjc0fFvnkc

 2,265
อาชญากรรม
19 ต.ค. 62

เร่งล่าฆาตกรอำมหิตฆ่าชิงทรัพย์ ใช้ไม้ฟาดหัวยายดับ-ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส ลูกสาวร่ำไห้บอก “ถ้าพ่อรู้ว่าแม่ตายคงทำใจไม่ได้”

กรณีเหตุคนร้ายอำมหิตบุกฆ่าโหดใช้ท่อนไม้ฟาดหัวยายเจ้าของร้านขายชำวัย 74 ปี เสียชีวิต และ   ทำ ร้ายตาป่วยติดเตียงวัย 84 ปี เจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่  ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี ตำรวจพุ่งเป้าฆ่าชิงทรัพย์  เนื่องจากในร้านพบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์      โดยคนพบศพเป็นเด็กชายวัย 9 ขวบ เข้าไปซื้อของในร้านฯ เห็นนางลำยอง  พานสร้อย  นอนหมดสติอยู่หลังบ้าน จึงวิ่งไปนอกน้ามาดู พบว่าบริเวณหน้าบ้านมีร่องรอยการต่อสู้ คราบเลือด และเศษไม้ตกอยู่ มีเลือดคล้ายรอยลากยาวไปยังหลังบ้าน เมื่อเดินไปดูเห็นนางลำยอง นอนเสียชีวิตจมกองเลือด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ       จากนั้นเดินไปดูที่แคร่ไม้หลังบ้านพบนายล้วน พานสร้อย สามีของผู้ตายเป็นป่วยติดเตียงก็ถูกคนร้ายตีหัวจนเลือดอาบ ขณะนั้นนายล้วนยังมีสตินอนพลิกตัวหันมามอง แต่ไม่สามารถพูดหรือให้ข้อมูลอะไรได้ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอาการสาหัสนอนอยู่ห้องไอซียู ผู้เห็นเหตุการณ์  เล่าว่าขณะเกิดเหตุฝนตกหนักไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และไม่เห็นบุคคลต้องสงสัยเดินเข้าออกภายในร้าน   ความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.อภิชาติ พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้าย โดยแบ่งบชุดสืบสวนออกเป็น 3 ชุด เพื่อติดตามตัวคนร้าย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เพราะผู้ที่ถูกก่อเหตุเป็นผู้สูงอายุทั้งคู่ และสถานที่เกิดเหตุอยู่ใน  ชุมชน โดยได้ทำการสอบสวนพยานไปแล้ว 3 ราย ส่วนสาเหตุยังไม่ชัดเจน ประเด็นข้อสงสัยอื่นยังไม่ตัดทิ้ง และยังไม่พบเบาะแสของคนร้าย     ข้อมูลจากชุดสืบสวน พบว่า บริเวณกำแพงหลังบ้านมีรอยเท้าคล้าย คนปีนเข้าไปยังบ้านหลังดังกล่าว และพบกองไม้ เป็นท่อนไม้ลักษณะเดียวกันที่คนร้ายนำไปก่อเหตุฟาดหัวสองตายาย คาดว่าคนร้ายอาจปีนกำแพงบริเวณหลังบ้านเข้ามา เห็นนายล้วนนอนอยู่ที่แคร่ไม้  จึงใช้ท่อนไม้ฟาดไปที่ศีรษะจนแน่นิ่ง จากนั้นเดินไปบริเวณหน้าบ้านเห็นนางลำยองจึงพยายามชิงทรัพย์  กระเป๋าเงินคาดเอวในกระเป๋ามีเงินหลักพันบาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แต่ผู้ตายได้ต่อสู้ จึงถูกคนร้ายใช้ไม้ฟาดไปที่ศีรษะล้มลง แล้วลากผู้ตายไปที่หลังบ้าน     จากนั้นคนร้ายพยายามรื้อค้นทรัพย์สิน โดยนำสากครก(สากหิน) ทุบลูกบิดประตูห้องนอนจนสากครกหักครึ่ง แต่เปิดไม่ได้จึงเดินไปหยิบครกหินมาทุบลูกบิดประตูเพื่อเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สิน ภายในห้องนอนของผู้ตายและห้องนอนลูกสาวของผู้ตาย ก่อนพากันหลบหนีไป ส่วนมีดปลายแหลมที่ตกอยู่บนพื้นบ้านพบ รอยนิ้วมือแฝงของผู้ตาย คาดว่าผู้ตายน่าจะหยิบมาต่อสู้กับคนร้าย     ทั้งนี้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้าย โดยเรียกวัยรุ่นต้องสงสัยมีประวัติยุ่งเกี่ยวยาเสพติดในพื้นที่มา สอบปากคำ หลังพยานเห็นนั่งอยู่หน้าบ้านหลังเกิดเหตุ  คาดคนร้ายน่าจะลงมือก่อเหตุคนเดียว มี ผู้ร่วมก่อเหตุหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ  ขณะที่กล้องวงจรปิดอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุทำให้ไม่ สามารถจับภาพร้านค้าจุดเกิดเหตุได้ จะทำการ ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง     สำหรับศพของนางลำยอง ยายวัย 74 ปี อยากได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดราชสิงขร ท่ามกลาง ความโศกเศร้าของลูกหลานร่ำไห้เสียใจ โดยนางอังคนา พานสร้อย ลูกสาวคนเล็กของผู้ตาย ไม่ คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตน คนร้ายลงมือก่อเหตุกับคนแก่อย่างโหดเหี้ยม  คนแก่ยืนแทบจะไม่ไหวผลักก็ล้มแล้วทำไมถึงฆ่าได้ลงคอ ทำแบบนี้มันไม่ใช่คน   เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็หวาดผวา     “ก่อนหน้านี้บ้านของตนก็เคยโดนขโมยปีนเข้าบ้านมาแล้ว ตอนนี้พ่ออาการสาหัสอยู่ห้องไอซียู ถ้ารู้ว่าแม่เสียชีวิตคงทำใจไม่ได้เนื่องจากพ่อรักแม่มาก อยู่ด้วยกันมาตลอดไม่เคยทิ้งกัน ช่วงเกิด เหตุตนไปขายของที่ตลาดปล่อยให้ตากับยายอยู่บ้านขายของตามลำพังสองคน ตนเคยบอกให้  แม่หยุดขายของเพราะแก่แล้วห่วงเรื่องความปลอดภัยกลัวอันตรายแม่ก็จะบ่นเปิดร้านขายของชำมาตั้งแต่ตนเองเกิดจนถึงปัจจุบัน”            ด้านนายสายันต์  พานสร้อย  ลูกชายของผู้ตาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนทำงานอยู่ต่างจังหวัดพอทราบเรื่องตกใจรีบกลับบ้านทันที แม่ของตนก็ไม่ได้เป็นคนทำบาปอะไรทำไมถึงโดนฆ่าแบบนี้ สอบถามตำรวจซึ่งเช็คสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ตายที่คนร้ายนำติดตัวไปด้วย พบว่า อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกล คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่นขี้ยา อยากให้จับตัวคนร้ายโดยเร็ว ๆ ไม่อยากให้ไปก่อเหตุสร้างเวรกรรมกับคนอื่นอีก          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/UPjc0fFvnkc

 2,265
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 62

อำมหิต! ฆ่าชิงทรัพย์ ทุบหัวยายดับคาร้านขายของชำ - ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส

ราชบุรี-เกิดเหตุคนถูกฆ่าตายที่บริเวณร้านขายของชำ ใน อ.เมืองราชบุรี พบภายในร้านมีร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินจนกระจุยกระจาย และพบรอยเลือดจำนวนมาก   ที่ด้านหลังร้านพบศพนางลำยอง พานสร้อย อายุ 74 ปี เจ้าของร้านหลังร้านดังกล่าวนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ ที่บริเวณศรีษะและตามลำตัวมีร่องรอยถูกตีจนมีคราบเลือดกระจายไปทั่วบริเวณ ใกล้กันพบครกหิน และสากหินที่แตกหักเปื้อนเลือดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ส่วนบนเตียงนอนที่อยู่ใกล้กันพบคราบเลือดจำนวนมาก ทราบว่าเป็นของนายล้วน พานสร้อย อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ถูกนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว อาการสาหัส   จากการสอบสวนในเบื้องต้น เด็กชายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี ที่เป็นลูกค้าที่เข้าไปซื้อลูกอมภายในร้านเล่าให้ฟังว่า ได้เดินเข้าไปเลือกซื้อลูกอมที่อยู่ภายในร้าน และเรียกยายเพื่อจะจ่ายเงิน แต่ไม่มีเสียงตอบ จึงเดินเลยเข้าไปหลังร้านก็ไปพบนายล้วนนอนเลือดท่วมตัวอยู่ ด้วยความตกใจจึงได้วิ่งออกมาเรียกพี่สาวและญาติๆที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามกับร้านให้มาดู ก็พบว่านอกจากตาจะได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังเห็นยายนอนจมกองเลือดด้วย จึงคาดว่าทั้งสองคนน่าจะถูกทำร้าย จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะทำทีเข้ามาเพื่อขอซื้อของ และเมื่อเห็นยายอยู่คนเดียวจึงได้ลงมือทำร้ายเพื่อจะชิงทรัพย์ แต่ยายเกิดต่อสู้และวิ่งเข้าไปหลังร้าน จึงได้ตามไปทำร้ายจนตาย ส่วนตาที่นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียงเห็นเหตุการณ์จึงถูกคนร้ายเข้าไปทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสไปด้วย   ซึ่งในช่วงนั้นมีฝนตกหนักจึงทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากสองตายาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานต่างๆรวมทั้งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆเพื่อติดตามตัวฆาตกรโหดรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g0covIs-hN8

 4,759
อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

อำมหิต! ฆ่าชิงทรัพย์ ทุบหัวยายดับคาร้านขายของชำ - ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส

ราชบุรี-เกิดเหตุคนถูกฆ่าตายที่บริเวณร้านขายของชำ ใน อ.เมืองราชบุรี พบภายในร้านมีร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินจนกระจุยกระจาย และพบรอยเลือดจำนวนมาก   ที่ด้านหลังร้านพบศพนางลำยอง พานสร้อย อายุ 74 ปี เจ้าของร้านหลังร้านดังกล่าวนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ ที่บริเวณศรีษะและตามลำตัวมีร่องรอยถูกตีจนมีคราบเลือดกระจายไปทั่วบริเวณ ใกล้กันพบครกหิน และสากหินที่แตกหักเปื้อนเลือดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ส่วนบนเตียงนอนที่อยู่ใกล้กันพบคราบเลือดจำนวนมาก ทราบว่าเป็นของนายล้วน พานสร้อย อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ถูกนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว อาการสาหัส   จากการสอบสวนในเบื้องต้น เด็กชายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี ที่เป็นลูกค้าที่เข้าไปซื้อลูกอมภายในร้านเล่าให้ฟังว่า ได้เดินเข้าไปเลือกซื้อลูกอมที่อยู่ภายในร้าน และเรียกยายเพื่อจะจ่ายเงิน แต่ไม่มีเสียงตอบ จึงเดินเลยเข้าไปหลังร้านก็ไปพบนายล้วนนอนเลือดท่วมตัวอยู่ ด้วยความตกใจจึงได้วิ่งออกมาเรียกพี่สาวและญาติๆที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามกับร้านให้มาดู ก็พบว่านอกจากตาจะได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังเห็นยายนอนจมกองเลือดด้วย จึงคาดว่าทั้งสองคนน่าจะถูกทำร้าย จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะทำทีเข้ามาเพื่อขอซื้อของ และเมื่อเห็นยายอยู่คนเดียวจึงได้ลงมือทำร้ายเพื่อจะชิงทรัพย์ แต่ยายเกิดต่อสู้และวิ่งเข้าไปหลังร้าน จึงได้ตามไปทำร้ายจนตาย ส่วนตาที่นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียงเห็นเหตุการณ์จึงถูกคนร้ายเข้าไปทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสไปด้วย   ซึ่งในช่วงนั้นมีฝนตกหนักจึงทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากสองตายาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานต่างๆรวมทั้งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆเพื่อติดตามตัวฆาตกรโหดรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g0covIs-hN8

 4,759
สรุปข่าว
18 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ต.ค.62 จับเสี่ยท็อปคาสนามบิน-ถกพรบ.งบประมาณปี63วันแรก-พักร.ร.ศรีพันวาจ่ายแค่ร้อยเดียว

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ให้เลื่อนการพระราชพิธี เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เป็นวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15:30 น. ตามที่รัฐบาลกราบบังคมทูล ฝ่าอะอองธุลีพระบาท ขอพระราชทาน พระบรมราชวินิจฉัย เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวและสภาพอากาศไม่อำนวย     ขณะที่วานนี้ กองทัพเรือ ได้จัดการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยเป็นการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 1 มีกำลังพลฝีพายเรือ 2,200 นายเข้าร่วมฝึกซ้อม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โปรดเกล้าฯ เลื่อนพระราชพิธี เสด็จฯเลียบพระนคร โดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จาก 24 ต.ค. เป็น 12 ธ.ค.   -แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ได้รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) และมีพระปรอท (ไข้)     ผลการตรวจพบว่ามีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูล ขอพระราชทานประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจสักระยะหนึ่ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯประทับ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ จากพระอาการประชวรติดเชื้อพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่)    -ถกพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 วันแรก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม แจกแจงงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ยืนยันถ้าความมั่นคงไม่เกิด เสถียรภาพไม่เกิด เศรษฐกิจก็พัฒนาไม่ได้ ก่อนหยอดมุกถาม สส.ในสภาฯ ปิดท้าย เราคนไทยด้วยกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย   -นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา อภิปรายชี้ร่าง พรบ.งบประมาณฉบับนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย งบประมาณถูกใช้ไปกับภาคส่วนที่ไม่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซื้อยุทโธปกรณ์ที่ไม่ได้สร้างความอยู่ดีกินดีให้ประชาชน ทุ่มเงินมหาศาลไปในด้านความมั่นคงที่ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน จัดสรรงบกลางสูงจนน่าเป็นห่วง ใช้อัดฉีดแจกฟรีตามอำเภอใจเกินตัว จนขาดดุลเรื้อรังเพิ่มทุกปี ถ้าไม่หยุดแนวทางนี้ ไม่นานประเทศจะล้มละลาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย   - เกิดการโต้เถียงกันระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กับนายศุภชัย โพธิ์สุรองประธานสภาฯ หลัง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ อภิปรายว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจและความชอบธรรมในการจัดทำร่างงบมาณรายจ่ายประจำปี เพราะพลเอกประยุทธ์ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน กระทั่งถูกรองประธานสภาฯ เตือนให้อภิปรายให้เข้าประเด็นเนื้อหาของพรบ.งบประมาณ   -มาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ททท. ยกตัวอย่างยั่วน้ำลายนักเที่ยว ร.ร.หรูศรีพันวา ภูเก็ต ราคากว่า 40,000 บาท เหลือ 100 บาท นั่งเครื่องบินส่วนตัวชมทะเลอันดามันเหลือแค่ 100 บาท 1 คนได้ 1 สิทธิ ลงทะเบียน 11-12 พ.ย.และ 11-12 ธ.ค. หากแย่งลงทะเบียนไม่ทัน สามารถเข้าร่วมแคมเปญ เที่ยววันธรรมดาราคาช๊อกโลก ได้โดยซื้อไม่จำกัด ย้ำต้องเที่ยวก่อนสิ้นปีเท่านั้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ททท.เปิดตัว 'ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย' งัดโปรยั่วนักเที่ยว นอนศรีพันวาแค่คืนละร้อย    -เสี่ยท็อปเดินทางถึงไทย ก่อนถูกรวบตัวส่งขัง สน. ดอนเมือง รอส่งตัวพรุ่งนี้เช้า ในคดีพ.ร.บ.เช็ค หลังกลับจากฮ่องกง เจ้าตัวยืนยันคดีเช็คจบไปแล้ว แต่คู่กรณีไม่ยอมถอนคดี ส่วนหลอกสาวบุรีรัมย์แต่งงาน แจงมีบันทึกชำระหนี้สินทุกอย่างแล้ว ฝ่ายสาวไม่ต้องจ่ายอะไร พร้อมยันฝ่ายที่ถูกหลอกแต่งงานคือตนเองไม่ใช่ฝ่ายสาว เตรียมปรึกษาทนายความต่อสู้ทุกคดีที่เป็นข่าว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน    -ศาลอนุมัติหมายจับ 5 ผู้ต้องหาแก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้แก่ คิว-ตี๋-เฟิร์ส-ปิงปอง-โนบิตะ โดน 4 ข้อหาหนัก ร่วมทำลัลลาเบลเสียชีวิต ตี๋เครียดหนักเพิ่งทราบเรื่องหมายจับ เหนื่อยที่ต้องทนเป็นจำเลยสังคม อยากผูกคอตายแต่คิดได้ว่าต้องสู้ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ยันจะสู้ถึงที่สุด เตรียมมอบตัววันนี้ 4 คน ยกเว้นโนบิตะที่มีธุระที่อุดรฯ หวังไม่ถูกค้านประกันตัว   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ตี๋' แก๊งบ้านบางบัวทอง เครียดหนัก อยากฆ่าตัวตาย หลังศาลออกหมายจับ 4 ข้อหาเอี่ยวคดี 'ลัลลาเบล'   -อเมซอนออกโรงชี้แจง หลังลูกค้าเผยคลิปสุดสะพรึง เจอเกล็ดของแข็งคล้ายพลาสติกใสในแก้วโกโก้ถึง 2 แก้ว สั่งปิดสาขาต้นเรื่องแล้ว พบสาเหตุมาจากน้ำแข็งไม่ได้คุณภาพ ผู้ผลิตน้ำแข็งแจงเกิดจากบรรจุภัณฑ์ในน้ำแข็ง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นถุงพลาสติกใสแทนแล้ว ผู้เสียหายบอกได้รับกระเช้าและกล่องกิฟท์เซ็ตรวมทั้งคำขอโทษ ทางร้านยืนยันจะรับผิดชอบการตรวจร่างกาย แต่ยังกังวลว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่ เพราะกินไปแล้วตั้งครึ่งแก้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อเมซอนสั่งปิดสาขา ขอโทษลูกค้าเจอพลาสติกในแก้วน้ำปั่น ชี้น้ำแข็งไม่ได้มาตรฐาน   -แตกตื่นทั้งคัน หลวงพี่เครียดประสาทหลอน ขณะกำลังไปทอดกฐิน คว้ามีดจี้คอตัวเองและพนักงานบนรถทัวร์ ภายในสถานีขนส่งชัยภูมิ บอกให้รถทัวร์พาไปส่งที่วัด ตำรวจใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนาน 3 ชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล อาศัยทีเผลอตำรวจเข้าชาร์จตัวพระได้อย่างปลอดภัย ค้นย่ามเจอยารักษาโรคเพียบ พนง.เล่าพระนั่งรถตามปกติไม่โวยวาย กระทั่งถึง บขส. คนขับรถมาเรียกกลับเจอมีด   -สุดอำมหิต คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ 2 ตายายในร้านขายของชำที่ราชบุรี ทุบหัวยายตายคาที่ ทำร้ายตาที่ป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส เด็กชายอายุ 9 ปี ที่เป็นลูกค้าที่เข้าไปซื้อลูกอมภายในร้านเล่าว่า ตะโกนเรียกยายจะจ่ายเงินค่าลูกอมแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เดินไปหลังร้านเห็นเลือดท่วม จึงวิ่งมาบอกพี่สาว ตร.คาดคนร้ายทำทีมาซื้อของ เห็นยายอยู่คนเดียวจึงก่อเหตุ แต่ยายฮึดสู้จึงโดนฆ่าจนตาย และทำร้ายตาที่เห็นเหตุการณ์ เกิดเหตุช่วงฝนตกหนักไม่มีคนได้ยินเสียงร้อง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อำมหิต! ฆ่าชิงทรัพย์ ทุบหัวยายดับคาร้านขายของชำ - ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส   -จนท.ปกครองเมืองเลย บุกจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด รัวยิงหนุ่มวัย 35 ล้มฟุบจมกองเลือด ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำสุดท้ายเสียชีวิต ป้าผู้ตายเล่า จนท.แสดงบัตรอ้างเป็น ปปส.ได้ยินเสียงปืนหลายนัด เห็นจนท.ทำร้ายหลานชายทารุณ ร้องขอชีวิตหลานไม่มีใครฟัง ยันไม่เผาศพ จะสู้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ด้าน 2 ใน 7 ผู้ก่อเหตุเป็นกำนันและผู้ช่วยกำนันเข้ามอบตัว ยอมรับยิงจริงเพื่อป้องกันตัว เพราะผู้ตายมีมีด พบยาบ้าในบ้าน 12 เม็ด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โวย จนท.จับยาเสพติด รัวยิงชายวัย 35 ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำ ญาติขอความเป็นธรรม ลั่นไม่เผาศพ    -เปิดคลิปหลอนชวนขนลุกที่อ่างทอง เด็กหญิงวัย 14 ปี นั่งร้องไห้ กรีดร้องโหยหวน ญาตินำพระเครื่อง สายสิญจน์มาคล้องคอ อาการจึงสงบลง แม่เด็กเล่าลูกปวดหัว ปวดท้อง พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างทางเกิดกรีดร้องขึ้นว่าบอกว่าพบเห็นวิญญาณที่อยู่ข้างทางจะนำตัวไปอยู่ด้วย หมอดูบอกมีสัมภเวสีเข้ามาแฝงร่าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านไม่ปกป้อง เนื่องจากตะเคียน 2 ท่อนอยู่ใต้บ้านอยากขึ้นมาอยู่ข้างบน วอนผู้เชื่อสิ่งลี้ลับมาช่วยขุดต้นตะเคียน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลิปหลอน ด.ญ.วัย 14 ร้องโหยหวนคล้ายถูกผีเข้า หมอดูชี้มีสัมภเวสีแฝงเข้าร่าง แนะขุดต้นตะเคียนใต้บ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UWdukJsz1cg

 11,249
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

รวบมือฆ่าโหดลุงวิน จยย.วัย 77 ปี ทำทีเป็นลูกค้านั่งซ้อนท้าย ก่อนชิงมอเตอร์ไซค์

ชลบุรี-จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 62 ได้มีชาวบ้านพบศพนายจำรัส ชิดฉ่าง อายุ 77 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง อยู่วินวงเวียนเก่า นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ในป่าหญ้าข้างถนนกลางทุ่งนา ใกล้เคียงวัดศาลาแดง ในพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคม   ตรวจสอบพบร่องรอยถูกของมีคมแทงเข้าตามร่ายกาย จำนวน 5 แผล ใกล้กันยังพบมีดปาดตาล ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ คาดว่าเสียชีวิตประมาณ 4 ชั่วโมง และทราบว่ารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทาดำ ป้ายแดง 05-259 สภ.พนัสนิคม ของผู้ตายได้หายไปด้วย   โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคมได้สันนิฐานว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ และได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ทั้งในระดับจังหวัดและพื้นที่ มีการเร่งลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน ในพื้นที่ใกล้เคียง จนสามารถตรวจสอบพบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ตามเส้นทางที่สามารถบันทึกภาพของผู้ตาย และคาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุที่นั่งซ้อนท้าย ก่อนลุงวินจะเสียชีวิต ล่าสุดทางโซเชียลได้เผยแพร่ภาพต่างๆ โดยระบุว่าสามารถจับได้แล้วที่จังหวัดศรีสะเกษ และเตรียมนำตัวมาแถลงข่าว และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   ล่าสุดวานนี้ (9 ก.ย.) จากการสอบถาม พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้เปิดเผยว่าตอนนี้ตำรวจอยู่ในระหว่างเดินทางนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี แต่เนื่องจากยังมีของกลางหลายอย่างยังต้องคงค้นหา จึงยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลกับสื่อมวลชนได้เพราะยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน โดยคาดว่าในวันนี้ (10 ก.ย.) น่าจะมีการแถลงข่าวและทำแผนหากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BPTzSsmGjZs

 3,540
ข่าวภูมิภาค
17 ส.ค. 62

ทำแผนมือฆ่าชิงทรัพย์ 2 ตายายร้านขายของชำ ลูกคนตายขอให้ประหารชีวิต พบประวัติเคยฆ่าพี่ชายตัวเองเมื่อปี 54

ปราจีนบุรี - จากกรณีที่ตำรวจ สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกฆ่าเสียชีวิต 2 ราย ที่ห้องพักในพื้นที่ หมู่ 1 ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม คือ นางสาวบุญหลาย จอมวัน อายุ 60 ปี ถูกมีดปลายแหลมขนาดยาว 6 นิ้ว แทงที่บริเวณลำคอด้านซ้ายปักคาลำคอ และมีสายไฟรัดคออยู่ด้วย ส่วนนายสมบูรณ์ ทักษิโณ อายุ 63 ปี ถูกมีดปลายแหลมแทงจนมิดด้ามเข้าที่บริเวณใต้กกหูขวา บริเวณลำคอมีลักษณะถูกปาดเป็นแผลลึก (สองสามีภรรยา) นอนเสียชีวิตอยู่ข้างที่นอนกลางห้องพัก สภาพศพเน่าเหม็นจนขึ้นอืด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง.ผบช.ภาค พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย ได้นำตัวนายสมพงษ์ ภูถนนนอก อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาฆ่าสองตายายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากที่คนร้ายก่อเหตุได้นำกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาลที่ติดตัวจากนายสมบูรณ์ ไปด้วยภายในกระเป๋ามีเงินสดประมาณ 1 หมื่นบาทเศษ และไปทิ้งที่บริเวณถนนทางเข้าวัดหนองหัวคู ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม. และพาเจ้าหน้าที่ไปหากระเป๋าแต่ไม่พบ   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสมพงษ์ ผู้ต้องหาไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านที่ทราบข่าวมารอการทำแผนจำนวนมาก หลังจากที่ผู้ต้องหาลงจากรถได้มีชาวบ้านที่ไม่พอใจ รอที่เข้ารุมประชาฑัณท์ท่ามกลางการคุ้มกันของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นหนา จากนั้นได้พาผู้ต้องหาไปยังห้องที่เกิดเหตุ พร้อมกับทำแผนทุกขั้นตอน   เริ่มแรกจากการเคาะประตูเรียกนายสมบูรณ์ เมื่อนายสมบูรณ์ เปิดออกมาได้เห็นนายสมพงษ์ คนร้าย จึงได้ทวงหนี้เก่าที่ติดค้างอยู่ จึงทำให้นายสมพงษ์ไม่พอใจ และได้มีการทะเลาะกัน จากนั้นนายสมพงษ์ได้ผลักนายสมบูรณ์จนล้มลงกับพื้นและใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวมาปาดคอ และแทง จนเสียชีวิต ส่วนน.ส.บุญหลาย ภรรยา จึงร้องให้ชาวบ้านช่วยแต่ถูกนายสมพงษ์ล็อคคอลงกับพื้น เช่นกัน และใช้สายไฟฟ้าลัดคอ ก่อนที่จะใช้มีดปลายแหลมอีกเล่มที่ติดตัวมาปาดคอและแทงที่ลำคอเสียชีวิตไปตามกัน    หลังจากที่ก่อเหตุแล้ว นายสมพงษ์ ได้เดินไปยังห้องพัก ที่อยู่ติดกันได้นำกุญแจไปล็อคห้องของผู้ตาย ก่อนที่จะให้รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากนั้นได้ไปรับภรรยาพร้อมกับลูกสาว มาเปิดห้องพักรายวันที่อาพาธเม้นท์แห่งหนึ่ง ที่บ้านโปร่งไผ่ ม.7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้เมื่อกลางดึกวันที่ 16 สิงหาคม 2562    การทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้มีพลทหารทะนงศักดิ์ ทักสิโน อายุ 29 ปี สังกัดเสนารักษ์ มทบ.12 ปราจีนบุรี ลูกชาย พร้อมด้วย น.ส.เนตรนภา หลักกรด อายุ 28 ปี แฟนสาว มาดูการทำแผนที่คนร้ายฆ่าพ่อฆ่าแม่ตนด้วย พร้อมกับสาปแช่งคนร้ายละอยากให้ประหารชีวิตให้ตายตกตามกันไป พร้อมกับกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว    ด้าน พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง.ผบช.ภ 2 หลังจากเกิดเหตุได้รับรายงานงานจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรปราจีนบุรี ว่ามีเหตุฆ่ากันตาย 2 ศพ และเป็นคดีเสทือนขวัญของประชาชน จากนั้นเมื่อกลางดึกวันที่ 16 สิงหาคม 62 ได้รับรายงานว่าสามารถจับคนร้ายได้แล้ว พร้อมกับนำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมกับตั้งข้อกล่าวหา “ มีอาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุน โดยไม่ได้รับอนุญาต และชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย “ดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหาเคยก่อเหตุฆ่าพี่ชายตัวเอง เมื่อปี 2554 และพึ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน ก็มาก่อเหตุฆ่าสองตา ยาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/DCj9F6nVO9E

 1,793

Top