ค้นหา :

ผลการค้นหา "แหกคุก"

สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 63

จับแล้ว นักโทษหลบหนีทั้งที่ใกล้พ้นโทษ สารภาพเพราะติดผู้หญิง โดนติดเพิ่มอีก 8 เดือน

กรณีนักโทษชายกฤษดา ม่วงแพร ชาว อ.ดินแดง กรุงเทพฯ หลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระหว่างฝึกวิชาชีพอยู่ภายในคาร์แคร์ของเรือนจำ ทั้งที่จะพ้นโทษในอีกไม่กี่วัน   ล่าสุดวานนี้ (12 ก.พ.) เวลา 18.30 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงการจับกุมตัว น.ช.กฤษดา ม่วงแพร นักโทษเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่หลบหนีการคุมขังในคดีลักทรัพย์ ทั้งที่จะพ้นโทษสิ้นเดือนนี้ว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ตำรวจ บก.น.2 และ สน.ประชาชื่น ได้ร่วมกันประสานข้อมูลจนสามารถจับกุมนักโทษรายนี้ได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ย่านเซียร์รังสิต ภายในเวลา 30 ชั่วโมง   ส่วนสาเหตุการหลบหนีนั้น มาจากประเด็นการชู้สาว ซึ่งมีบุคคลที่สามคอยให้ความช่วยเหลือ จากนี้ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหากพบความบกพร่องต่อหน้าที่ก็จะดำเนินการเอาผิดทางวินัย   พ.ต.อ.ณรัชต์ ระบุอีกว่า สำหรับนักโทษรายนี้ ได้รับการลดหย่อนโทษ ก่อนเข้าโครงการฝึกอบรมงาน เพื่อให้พร้อมออกไปทำงานในสังคม และทำงานที่คาร์แคร์เรือนจำมาเป็นเวลา 8 เดือนแล้ว ซึ่งเจ้าตัวไม่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย อีกทั้งการควบคุมนักโทษที่ทำงานข้างนอกเรือนจำจะค่อนข้างเบาบางกว่าภายในเรือนจำ ซึ่งคาดว่านักโทษอาจจะใช้โทรศัพท์ของผู้มาใช้บริการคาร์แคร์ในการติดต่อสื่อสารกับหญิงสาว จากนี้ก็จะต้องทบทวนกระบวนการป้องกันกรณีนักโทษออกมาทำงานนอกเรือนจำ ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น แม้ในเรือนจำจะมีการตรวจค้นทุกวันอยู่แล้ว   ต่อจากนี้สำหรับตัวนักโทษคนดังกล่าวมีการคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่ สน.ประชาชื่น ก่อนจะดำเนินการแจ้งข้อหาหลบหนีไประหว่างถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ซึ่งอะตราโทษที่จะได้รับเพิ่มคือ จำคุกเพิ่ม 8 เดือน บวกกับกับ 17 วัน ตามอัตราโทษเดิม เนื่องจากนักโทษรายนี้หลบหนียังไม่ครบ 48 ชั่วโมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/22Orr6dAJzM  

 9,145
สังคม
13 ก.พ. 63

จับแล้ว นักโทษหลบหนีทั้งที่ใกล้พ้นโทษ สารภาพเพราะติดผู้หญิง โดนติดเพิ่มอีก 8 เดือน

กรณีนักโทษชายกฤษดา ม่วงแพร ชาว อ.ดินแดง กรุงเทพฯ หลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระหว่างฝึกวิชาชีพอยู่ภายในคาร์แคร์ของเรือนจำ ทั้งที่จะพ้นโทษในอีกไม่กี่วัน   ล่าสุดวานนี้ (12 ก.พ.) เวลา 18.30 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงการจับกุมตัว น.ช.กฤษดา ม่วงแพร นักโทษเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่หลบหนีการคุมขังในคดีลักทรัพย์ ทั้งที่จะพ้นโทษสิ้นเดือนนี้ว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ตำรวจ บก.น.2 และ สน.ประชาชื่น ได้ร่วมกันประสานข้อมูลจนสามารถจับกุมนักโทษรายนี้ได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ย่านเซียร์รังสิต ภายในเวลา 30 ชั่วโมง   ส่วนสาเหตุการหลบหนีนั้น มาจากประเด็นการชู้สาว ซึ่งมีบุคคลที่สามคอยให้ความช่วยเหลือ จากนี้ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหากพบความบกพร่องต่อหน้าที่ก็จะดำเนินการเอาผิดทางวินัย   พ.ต.อ.ณรัชต์ ระบุอีกว่า สำหรับนักโทษรายนี้ ได้รับการลดหย่อนโทษ ก่อนเข้าโครงการฝึกอบรมงาน เพื่อให้พร้อมออกไปทำงานในสังคม และทำงานที่คาร์แคร์เรือนจำมาเป็นเวลา 8 เดือนแล้ว ซึ่งเจ้าตัวไม่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย อีกทั้งการควบคุมนักโทษที่ทำงานข้างนอกเรือนจำจะค่อนข้างเบาบางกว่าภายในเรือนจำ ซึ่งคาดว่านักโทษอาจจะใช้โทรศัพท์ของผู้มาใช้บริการคาร์แคร์ในการติดต่อสื่อสารกับหญิงสาว จากนี้ก็จะต้องทบทวนกระบวนการป้องกันกรณีนักโทษออกมาทำงานนอกเรือนจำ ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น แม้ในเรือนจำจะมีการตรวจค้นทุกวันอยู่แล้ว   ต่อจากนี้สำหรับตัวนักโทษคนดังกล่าวมีการคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่ สน.ประชาชื่น ก่อนจะดำเนินการแจ้งข้อหาหลบหนีไประหว่างถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ซึ่งอะตราโทษที่จะได้รับเพิ่มคือ จำคุกเพิ่ม 8 เดือน บวกกับกับ 17 วัน ตามอัตราโทษเดิม เนื่องจากนักโทษรายนี้หลบหนียังไม่ครบ 48 ชั่วโมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/22Orr6dAJzM  

 9,145
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 62

เร่งล่า นักโทษแหกคุกสงขลา ปีนขึ้นฝ้าเพดาน-เจาะหลังคา-ไต่ข้ามกำแพง รางวัลนำจับ 2 แสน

สงขลา-เกิดเหตุผู้ต้องขังหลบหนีทราบชื่อคือ นายดลกอนิ หมะประสิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนต้องโทษฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ได้ก่อเหตุหลบหนีจากแดนแรกรับโดยการปีนขึ้นฝ้าเพดาน และเจาะหลังคาปีนข้ามกำแพงเรือนจำ หลังจากนั้นได้ทำการขโมยเสื้อและกางเกงขายาวที่ตากไว้บริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่หลบหนีไป   โดยขณะนี้กรมราชทัณฑ์ ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ในเขตอำเภอสิงหนคร เพื่อระดมกำลังในการติดตามจับกุมและปิดล้อมตามพื้นที่ต้องสงสัยอย่างเร่งด่วน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในไม่ช้า   กรมราชทัณฑ์ขอเรียนให้ทราบว่าการที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้ง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุนหรือให้ที่พักอาศัยกับผู้หลบหนีจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน   จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขังเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา หมายเลขโทรศัพท์ 074 336 069 ได้ตลอด 24 ช.ม.มีรางวัลนำจับ 200,000 บาท   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/UpC7DpBgAMo

 3,339
สังคม
27 ธ.ค. 62

เร่งล่า นักโทษแหกคุกสงขลา ปีนขึ้นฝ้าเพดาน-เจาะหลังคา-ไต่ข้ามกำแพง รางวัลนำจับ 2 แสน

สงขลา-เกิดเหตุผู้ต้องขังหลบหนีทราบชื่อคือ นายดลกอนิ หมะประสิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนต้องโทษฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ได้ก่อเหตุหลบหนีจากแดนแรกรับโดยการปีนขึ้นฝ้าเพดาน และเจาะหลังคาปีนข้ามกำแพงเรือนจำ หลังจากนั้นได้ทำการขโมยเสื้อและกางเกงขายาวที่ตากไว้บริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่หลบหนีไป   โดยขณะนี้กรมราชทัณฑ์ ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ในเขตอำเภอสิงหนคร เพื่อระดมกำลังในการติดตามจับกุมและปิดล้อมตามพื้นที่ต้องสงสัยอย่างเร่งด่วน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในไม่ช้า   กรมราชทัณฑ์ขอเรียนให้ทราบว่าการที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้ง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุนหรือให้ที่พักอาศัยกับผู้หลบหนีจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน   จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขังเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา หมายเลขโทรศัพท์ 074 336 069 ได้ตลอด 24 ช.ม.มีรางวัลนำจับ 200,000 บาท   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/UpC7DpBgAMo

 3,339
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 62

ตั้งกรรมการสอบ ด.ต.คุมห้องขัง ปล่อย 2 ผู้ต้องหาแหกคุกระยอง ญาติปัดเอี่ยวพาหนี วอนมอบตัวหวั่นถูกวิสามัญ

จากกรณี 2 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดแหกห้องคุมขัง สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ระหว่างที่สิบเวรเปิดประตูห้องขังนำข้าวยื่นให้ผู้ต้องหา ทั้งคู่ได้ผลักประตูกระแทก จนท.ล้มลง บีบคอทำร้ายร่างกาย พากันวิ่งหลบหนีขึ้นรถ จยย.ที่มารอรับหน้าโรงพักหนีไป   ผู้ต้องหา 2 คนที่หลบหนี ประกอบด้วย นายเรวัติ คชสาร อายุ 33 ปี และนายปริญญา ชาติไทย อายุ 27 ปี ทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ข้อหาร่วมกันครอบครองยาไอซ์เพื่อจำหน่าย ถูกจับกุมเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา   โดย ด.ต.สำรวย เฉียบแหลม สิบเวรห้องควบคุมผู้ต้องหา เผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองออกอุบายหิวข้าวและให้ผู้คุมหาข่าวให้กิน ระหว่างนั้นมีญาติของผู้ต้องหานำข้าวผัดมาให้ ตนสงสารเห็นผู้ต้องหาเครียดและไม่ได้กินข้าวตั้งแต่ช่วงบ่ายวันจับกุม จึงเปิดประตูชั้นนอกรับข้าวจากญาติผู้ต้องหา แล้วเดินไปเปิดประตูชั้นในเพื่อนำข้าวไปส่งให้ผู้ต้องหา   จังหวะนั้นผู้ต้องหาทั้งสองก็ผลักประตูห้องขังออกมาอย่างแรง ไม่ได้ใช้อาวุธ ดาบตำรวจคนดังกล่าวพยายามสกัดไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนี แต่ก็ถูกทำร้ายร่างกายด้วยการบีบคอ พยายามต่อสู้อย่างเต็มที่แต่ก็สู้แรงผู้ต้องหาไม่ไหว   ขณะที่วานนี้ (7 พ.ย.) พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เดินทางไปที่ สภ.นิคมพัฒนา ประชุมกับชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ต้องหา ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ด.ต.สำรวย เฉียบแหลม สิบเวรห้องควบคุมผู้ต้องหา ว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือไม่ กรณีไม่น่าจะเกิดการเลียนแบบผู้ต้องขังหนีศาลจังหวัดพัทยา เป็นการสบโอกาสหลบหนีมากกว่า   พร้อมสั่งการให้ระดมชุดสืบสวน สภ.นิคมพัฒนา และตำรวจภูธรภาค 2 เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน เชื่อผู้ต้องหาเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนพากันแหกคุก คาดยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 ส่วนคนพาหนียังไม่ทราบว่าเป็นใคร มีกี่คนที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสึบสวน   สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.ระยอง ถูกตำรวจชุดสืบสวนวางแผนล่อซื้อจับกุมตัวได้พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักเกือบ 200 กรัม เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในท้องที่ อ.นิคมพัฒนา จากนั้นได้ส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.นิคมพัฒนา เมื่อกลางดึกของวันที่ 5 พฤศจิกายน ก่อนจะมาก่อเหตุแหกคุกหนี ช่วงค่ำวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา   ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของนายปริญญา หนึ่งในผู้ต้องหา ผู้เป็นพ่อระบุว่า ตนทราบเรื่องตอนที่ตำรวจมาที่บ้านก็รู้สึกตกใจ จากนั้นตำรวจได้เชิญตัวไปที่โรงพักเพื่อสอบปากคำตั้งแต่ช่วงคืนเกิดเหตุ ตอนนี้เครียดแทบไม่ได้นอนหลับต้องหยุดงานรอฟังข่าวจากเจ้าหน้าที่อยู่ที่บ้าน   หลังจากที่บุตรชายแหกคุกไม่ได้กลับมาที่บ้านหรือติดต่อมาหาตนเพราะเขาไม่มีโทรศัพท์ หากติดต่อได้ก็จะบอกให้บุตรชายและเพื่อนที่หลบหนีด้วยกันไปมอบตัว เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุรุนแรงและกลัวถูกวิสามัญ ห่วงจะอยู่ยังไงคนเป็นพ่อย่อมเป็นห่วงลูกอยู่แล้ว ถ้าหนีก็หนีตลอดชีวิต ขณะนี้ตำรวจกดดันไล่ล่าอย่างหนักเขาคงไม่กลับมาที่บ้านหรอก อย่างไรก็ตามตำรวจไม่ได้มาบอกให้ญาติเกลี้ยกล่อมผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแต่อย่างใด   ด้านพี่สาวของนายปริญญา ยอมรับก่อนหน้านี้ทราบว่าน้องชายเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คิดว่าเลิกไปแล้วกระทั่งมาทราบตอนถูกจับกุมว่ายังพัวพันกับยาเสพติด ยันยันไม่มีส่วนเกี่ยวในการวางแผนให้ผู้ต้องหาหนีออกจากคุก ไปเยี่ยมแป๊บเดียวไม่มีใครทำอย่างนั้นหรอก  ส่วนนายเรวัติ ผู้ต้องหาที่พากันแหกคุกอีกคนก็เป็นเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน รู้จักกันเป็นอย่างดี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8JERoO3wpEU  

 2,600
สังคม
08 พ.ย. 62

ตั้งกรรมการสอบ ด.ต.คุมห้องขัง ปล่อย 2 ผู้ต้องหาแหกคุกระยอง ญาติปัดเอี่ยวพาหนี วอนมอบตัวหวั่นถูกวิสามัญ

จากกรณี 2 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดแหกห้องคุมขัง สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ระหว่างที่สิบเวรเปิดประตูห้องขังนำข้าวยื่นให้ผู้ต้องหา ทั้งคู่ได้ผลักประตูกระแทก จนท.ล้มลง บีบคอทำร้ายร่างกาย พากันวิ่งหลบหนีขึ้นรถ จยย.ที่มารอรับหน้าโรงพักหนีไป   ผู้ต้องหา 2 คนที่หลบหนี ประกอบด้วย นายเรวัติ คชสาร อายุ 33 ปี และนายปริญญา ชาติไทย อายุ 27 ปี ทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ข้อหาร่วมกันครอบครองยาไอซ์เพื่อจำหน่าย ถูกจับกุมเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา   โดย ด.ต.สำรวย เฉียบแหลม สิบเวรห้องควบคุมผู้ต้องหา เผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองออกอุบายหิวข้าวและให้ผู้คุมหาข่าวให้กิน ระหว่างนั้นมีญาติของผู้ต้องหานำข้าวผัดมาให้ ตนสงสารเห็นผู้ต้องหาเครียดและไม่ได้กินข้าวตั้งแต่ช่วงบ่ายวันจับกุม จึงเปิดประตูชั้นนอกรับข้าวจากญาติผู้ต้องหา แล้วเดินไปเปิดประตูชั้นในเพื่อนำข้าวไปส่งให้ผู้ต้องหา   จังหวะนั้นผู้ต้องหาทั้งสองก็ผลักประตูห้องขังออกมาอย่างแรง ไม่ได้ใช้อาวุธ ดาบตำรวจคนดังกล่าวพยายามสกัดไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนี แต่ก็ถูกทำร้ายร่างกายด้วยการบีบคอ พยายามต่อสู้อย่างเต็มที่แต่ก็สู้แรงผู้ต้องหาไม่ไหว   ขณะที่วานนี้ (7 พ.ย.) พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เดินทางไปที่ สภ.นิคมพัฒนา ประชุมกับชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ต้องหา ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ด.ต.สำรวย เฉียบแหลม สิบเวรห้องควบคุมผู้ต้องหา ว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือไม่ กรณีไม่น่าจะเกิดการเลียนแบบผู้ต้องขังหนีศาลจังหวัดพัทยา เป็นการสบโอกาสหลบหนีมากกว่า   พร้อมสั่งการให้ระดมชุดสืบสวน สภ.นิคมพัฒนา และตำรวจภูธรภาค 2 เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน เชื่อผู้ต้องหาเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนพากันแหกคุก คาดยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 ส่วนคนพาหนียังไม่ทราบว่าเป็นใคร มีกี่คนที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสึบสวน   สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.ระยอง ถูกตำรวจชุดสืบสวนวางแผนล่อซื้อจับกุมตัวได้พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักเกือบ 200 กรัม เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในท้องที่ อ.นิคมพัฒนา จากนั้นได้ส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.นิคมพัฒนา เมื่อกลางดึกของวันที่ 5 พฤศจิกายน ก่อนจะมาก่อเหตุแหกคุกหนี ช่วงค่ำวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา   ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของนายปริญญา หนึ่งในผู้ต้องหา ผู้เป็นพ่อระบุว่า ตนทราบเรื่องตอนที่ตำรวจมาที่บ้านก็รู้สึกตกใจ จากนั้นตำรวจได้เชิญตัวไปที่โรงพักเพื่อสอบปากคำตั้งแต่ช่วงคืนเกิดเหตุ ตอนนี้เครียดแทบไม่ได้นอนหลับต้องหยุดงานรอฟังข่าวจากเจ้าหน้าที่อยู่ที่บ้าน   หลังจากที่บุตรชายแหกคุกไม่ได้กลับมาที่บ้านหรือติดต่อมาหาตนเพราะเขาไม่มีโทรศัพท์ หากติดต่อได้ก็จะบอกให้บุตรชายและเพื่อนที่หลบหนีด้วยกันไปมอบตัว เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุรุนแรงและกลัวถูกวิสามัญ ห่วงจะอยู่ยังไงคนเป็นพ่อย่อมเป็นห่วงลูกอยู่แล้ว ถ้าหนีก็หนีตลอดชีวิต ขณะนี้ตำรวจกดดันไล่ล่าอย่างหนักเขาคงไม่กลับมาที่บ้านหรอก อย่างไรก็ตามตำรวจไม่ได้มาบอกให้ญาติเกลี้ยกล่อมผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแต่อย่างใด   ด้านพี่สาวของนายปริญญา ยอมรับก่อนหน้านี้ทราบว่าน้องชายเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คิดว่าเลิกไปแล้วกระทั่งมาทราบตอนถูกจับกุมว่ายังพัวพันกับยาเสพติด ยันยันไม่มีส่วนเกี่ยวในการวางแผนให้ผู้ต้องหาหนีออกจากคุก ไปเยี่ยมแป๊บเดียวไม่มีใครทำอย่างนั้นหรอก  ส่วนนายเรวัติ ผู้ต้องหาที่พากันแหกคุกอีกคนก็เป็นเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน รู้จักกันเป็นอย่างดี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8JERoO3wpEU  

 2,600
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

ปิดคดี 3 นักโทษแหกศาล 'หน่อย' อ้างถูกกลั่นแกล้ง "ยาเสพติดไม่ใช่ของผม" บาร์ตยังโคม่า หมอยันเมียไม่ได้ท้อง

พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมนักโทษ 3 คน แหกคุกศาลจังหวัดพัทยาหนี ขณะนำตัวมาศาลจังหวัดพัทยา คือนายหน่อย หรือต้น นิลเทศ, นายบาร์ต อัลเลน เฮลมุส ชาวอเมริกัน และนางสาวสิรินภา วิเศษฤทธิ์ ภรรยานายบาร์ต และเป็นนักโทษเช่นกัน   โดยยืนยันว่า การหลบหนีของนักโทษครั้งนี้ไม่ใช่การว่าจ้าง หรือ การทำเป็นขบวนการใหญ่ แต่เป็นการคุยกันในเรือนจำระหว่างนายหน่อย และนายบาร์ต ที่มีการวางแผนมากว่า 1 เดือน โดยอาศัยช่วงจังหวะที่ญาติมาเยี่ยมแต่ละครั้งในการวางแผน มีญาติของนายหน่อยเป็นคนช่วยเหลือในการพาหลบหนีเป็นจำนวน 10 คน   เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา กับ 3 ผู้ต้องหาที่หลบหนี ในความผิดข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำหรือได้กระทำการตามหน้าที่ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลโดยใช้กำลังประทาร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ   ส่วนคนอีก 10 คน ซึ่งเป็นผู้ที่พา 3 ผู้ต้องหาหลบหนีได้แจ้งในความซ่องโจร / ร่วมกันมีอาวุธปืนและอาวุธมีดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย / ร่วมกันพาอาวุธปืนและอาวุธมีดไปในทางเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยโดยไม่มีเหตุอันสมควร / และร่วมกันกระทำโดยประการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของอัยการ ของพนักงานสอบสวนหรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธปืน   หลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้นนายหน่อยที่อยู่ในห้องขัง ได้ตะโกนขอความช่วยเหลือกับนักข่าว พูดว่า “ผมหน่อยครับ พี่ไม่ถามผมหน่อยหรอครับ ว่าทำไมผมถึงหนี ผมถูกกลั่นแกล้ง ยาเสพติดไม่ใช่ของผม” จากนั้นตำรวจได้นำนายหน่อยจับแยกขังกับผู้ต้องขังคนอื่น   ขณะที่ พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ระบุว่า ที่ผู้ต้องหาตะโกนออกมา เป็นเพราะความเครียด และที่ผ่านมาผู้ต้องหาได้เรียกร้องตามสิทธิของผู้ต้องหา ยืนยันไม่มีใครกลั่นแกล้ง หลังจากนี้จะจัดกำลังเฝ้าเป็นพิเศษ โดยวันนี้ (8 พ.ย.) จะขออำนาจศาลพัทยาฝากขังต่อไป   ส่วนอาการของนายบาร์ต อัลเลน เฮลมุส นักโทษชาวอเมริกัน ที่ใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะตัวเอง ขณะเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมจับกุม ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จังหวัดสระแก้ว ล่าสุดได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่า ยังมีชีพจรอยู่ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการประคองอาการ   ส่วนนางสาวสิรินภา วิเศษฤทธิ์ ภรรยาของนายบาร์ต ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว เพราะกระสุนไม่ได้โดนจุดสำคัญ แพทย์จึงทำการผ่าตัดเอากระสุนออกเรียบร้อย แต่ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ แพทย์ ยืนยันว่านางสาวสิรินภา ไม่ได้ตั้งครรภ์ตามที่นายบาร์ตกล่าวอ้าง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/55CZSUYJT-4

 742
สังคม
08 พ.ย. 62

ปิดคดี 3 นักโทษแหกศาล 'หน่อย' อ้างถูกกลั่นแกล้ง "ยาเสพติดไม่ใช่ของผม" บาร์ตยังโคม่า หมอยันเมียไม่ได้ท้อง

พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมนักโทษ 3 คน แหกคุกศาลจังหวัดพัทยาหนี ขณะนำตัวมาศาลจังหวัดพัทยา คือนายหน่อย หรือต้น นิลเทศ, นายบาร์ต อัลเลน เฮลมุส ชาวอเมริกัน และนางสาวสิรินภา วิเศษฤทธิ์ ภรรยานายบาร์ต และเป็นนักโทษเช่นกัน   โดยยืนยันว่า การหลบหนีของนักโทษครั้งนี้ไม่ใช่การว่าจ้าง หรือ การทำเป็นขบวนการใหญ่ แต่เป็นการคุยกันในเรือนจำระหว่างนายหน่อย และนายบาร์ต ที่มีการวางแผนมากว่า 1 เดือน โดยอาศัยช่วงจังหวะที่ญาติมาเยี่ยมแต่ละครั้งในการวางแผน มีญาติของนายหน่อยเป็นคนช่วยเหลือในการพาหลบหนีเป็นจำนวน 10 คน   เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา กับ 3 ผู้ต้องหาที่หลบหนี ในความผิดข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำหรือได้กระทำการตามหน้าที่ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลโดยใช้กำลังประทาร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ   ส่วนคนอีก 10 คน ซึ่งเป็นผู้ที่พา 3 ผู้ต้องหาหลบหนีได้แจ้งในความซ่องโจร / ร่วมกันมีอาวุธปืนและอาวุธมีดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย / ร่วมกันพาอาวุธปืนและอาวุธมีดไปในทางเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยโดยไม่มีเหตุอันสมควร / และร่วมกันกระทำโดยประการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของอัยการ ของพนักงานสอบสวนหรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธปืน   หลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้นนายหน่อยที่อยู่ในห้องขัง ได้ตะโกนขอความช่วยเหลือกับนักข่าว พูดว่า “ผมหน่อยครับ พี่ไม่ถามผมหน่อยหรอครับ ว่าทำไมผมถึงหนี ผมถูกกลั่นแกล้ง ยาเสพติดไม่ใช่ของผม” จากนั้นตำรวจได้นำนายหน่อยจับแยกขังกับผู้ต้องขังคนอื่น   ขณะที่ พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ระบุว่า ที่ผู้ต้องหาตะโกนออกมา เป็นเพราะความเครียด และที่ผ่านมาผู้ต้องหาได้เรียกร้องตามสิทธิของผู้ต้องหา ยืนยันไม่มีใครกลั่นแกล้ง หลังจากนี้จะจัดกำลังเฝ้าเป็นพิเศษ โดยวันนี้ (8 พ.ย.) จะขออำนาจศาลพัทยาฝากขังต่อไป   ส่วนอาการของนายบาร์ต อัลเลน เฮลมุส นักโทษชาวอเมริกัน ที่ใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะตัวเอง ขณะเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมจับกุม ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จังหวัดสระแก้ว ล่าสุดได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่า ยังมีชีพจรอยู่ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการประคองอาการ   ส่วนนางสาวสิรินภา วิเศษฤทธิ์ ภรรยาของนายบาร์ต ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว เพราะกระสุนไม่ได้โดนจุดสำคัญ แพทย์จึงทำการผ่าตัดเอากระสุนออกเรียบร้อย แต่ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ แพทย์ ยืนยันว่านางสาวสิรินภา ไม่ได้ตั้งครรภ์ตามที่นายบาร์ตกล่าวอ้าง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/55CZSUYJT-4

 742
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 62

ปิดฉากล่า 3 นักโทษแหกคุกศาลพัทยา มอบตัว 1 ส่วนนักโทษฝรั่งยิงเมียเจ็บสาหัส ก่อนจ่อขมับตัวเองแต่ไม่ตาย

สระแก้ว-ความคืบหน้าการติดตามไล่ล่า 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีศาลจังหวัดพัทยา เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังลงพื้นที่ หลังมีเบาะแสพบเห็นนักโทษทั้ง 3 คน มาที่บ้านร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านเขาสามสิบ ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ และได้เดินเข้าป่าไป   ต่อมาได้รับการติดต่อจากญาติของนายหน่อย นิลเทศ อายุ 41 ปี ว่าจะขอมอบตัวโดยให้ไปรับตัวจากป่าอ้อย บ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร และควบคุมตัวมาทำการสอบสวน พร้อมกับญาติผู้ประสานติดต่อให้นายหน่อยมอบตัว    จากนั้นนายบาร์ต นักโทษชาวต่างชาติที่หลบหนีอยู่ห่างจากจุดที่นายหน่อยมอบตัวประมาณ 700 เมตร โดยจับภรรยาชาวไทยที่เป็นนักโทษด้วยกันเป็นตัวประกันและเปิดฉากยิงใส่ จนท.ชุดจับกุม 2 นัดเพื่อขู่ไม่ให้ จนท เข้าใกล้ ก่อนที่นายบาร์ตได้ใช้ปืนยิงศรีษะแฟนสาวบาดเจ็บ และยิงหัวตนเองเข้าขมับได้บาดเจ็บสาหัสหวังหนีความผิด เจ้าหน้าที่ได้นำรถฉุกเฉินพยาบาลมารับตัวไป โรงพยาบาลเขาฉกรรจ์ ทันทีพร้อมกำลังดูแลป้องกันเข้มงวดและกั้นไม่ให้เข้าพื้นที่   ด้าน พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า การก่อเหตุในครั้งนี้คนร้ายมีแรงจูงใจจากความกดดันครอบครัว เบื้องต้นทราบว่าแฟนของนายบาร์ต ตั้งครรภ์ประมาณ3 เดือน ส่วนการว่าจ้างไม่มีขบวนการใดๆ แค่ร่วมกันหลบหนี แต่ได้รับความร่วมมือกับพวกเดียวกัน มีทั้งหมดประมาณ 10 คน ซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ร่วมพาหลบหนี การทำงานของตำรวจเป็นไปด้วยความรัดกุมและได้รับความร่วมมือจากตำรวจของสระแก้วและตำรวจภาค 2 อย่างเต็มที่ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้โดยใช้เวลาประมาณไม่ถึง 2 วัน   จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวทราบว่า อาวุธที่ใช้ทั้งมีทั้งมีดและปืน แฟนของนายหน่อย นำไปให้ในวันเกิดเหตุ ที่ใต้ถุนศาลตอนที่เข้าไปเยี่ยม หลังจากก่อเหตุได้โทรบอกพวกให้มารับ พาหลบหนีทิ้งรถไว้ที่ปลวกแดงจากนั้นหลบหนีมา 5 คน โดยมีนายธนรัต รู้จักกับนายหน่อย โทรหาวันที่เกิดเหตุ นัดมาเจอที่ชลบุรี ขับรถพามาพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี ใช้รถยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ พาชาวต่างชาติและภรรยามาที่ อ.เขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว และรถเก๋ง ยี่ห้อมิตรชูบิชี สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายมาจอดทิ้งไว้ข้างทางถนนสายเขาจาน-เขาฉกรรจ์   ด้านครอบครัวของหน่อย นักโทษที่มอบตัว ระบุอยู่ในคุกก็ยังดีกว่าตายเหมือนหมาข้างถนน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1XupveZ8vyg

 1,917
อาชญากรรม
07 พ.ย. 62

ปิดฉากล่า 3 นักโทษแหกคุกศาลพัทยา มอบตัว 1 ส่วนนักโทษฝรั่งยิงเมียเจ็บสาหัส ก่อนจ่อขมับตัวเองแต่ไม่ตาย

สระแก้ว-ความคืบหน้าการติดตามไล่ล่า 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีศาลจังหวัดพัทยา เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังลงพื้นที่ หลังมีเบาะแสพบเห็นนักโทษทั้ง 3 คน มาที่บ้านร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านเขาสามสิบ ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ และได้เดินเข้าป่าไป   ต่อมาได้รับการติดต่อจากญาติของนายหน่อย นิลเทศ อายุ 41 ปี ว่าจะขอมอบตัวโดยให้ไปรับตัวจากป่าอ้อย บ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร และควบคุมตัวมาทำการสอบสวน พร้อมกับญาติผู้ประสานติดต่อให้นายหน่อยมอบตัว    จากนั้นนายบาร์ต นักโทษชาวต่างชาติที่หลบหนีอยู่ห่างจากจุดที่นายหน่อยมอบตัวประมาณ 700 เมตร โดยจับภรรยาชาวไทยที่เป็นนักโทษด้วยกันเป็นตัวประกันและเปิดฉากยิงใส่ จนท.ชุดจับกุม 2 นัดเพื่อขู่ไม่ให้ จนท เข้าใกล้ ก่อนที่นายบาร์ตได้ใช้ปืนยิงศรีษะแฟนสาวบาดเจ็บ และยิงหัวตนเองเข้าขมับได้บาดเจ็บสาหัสหวังหนีความผิด เจ้าหน้าที่ได้นำรถฉุกเฉินพยาบาลมารับตัวไป โรงพยาบาลเขาฉกรรจ์ ทันทีพร้อมกำลังดูแลป้องกันเข้มงวดและกั้นไม่ให้เข้าพื้นที่   ด้าน พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า การก่อเหตุในครั้งนี้คนร้ายมีแรงจูงใจจากความกดดันครอบครัว เบื้องต้นทราบว่าแฟนของนายบาร์ต ตั้งครรภ์ประมาณ3 เดือน ส่วนการว่าจ้างไม่มีขบวนการใดๆ แค่ร่วมกันหลบหนี แต่ได้รับความร่วมมือกับพวกเดียวกัน มีทั้งหมดประมาณ 10 คน ซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ร่วมพาหลบหนี การทำงานของตำรวจเป็นไปด้วยความรัดกุมและได้รับความร่วมมือจากตำรวจของสระแก้วและตำรวจภาค 2 อย่างเต็มที่ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้โดยใช้เวลาประมาณไม่ถึง 2 วัน   จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวทราบว่า อาวุธที่ใช้ทั้งมีทั้งมีดและปืน แฟนของนายหน่อย นำไปให้ในวันเกิดเหตุ ที่ใต้ถุนศาลตอนที่เข้าไปเยี่ยม หลังจากก่อเหตุได้โทรบอกพวกให้มารับ พาหลบหนีทิ้งรถไว้ที่ปลวกแดงจากนั้นหลบหนีมา 5 คน โดยมีนายธนรัต รู้จักกับนายหน่อย โทรหาวันที่เกิดเหตุ นัดมาเจอที่ชลบุรี ขับรถพามาพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี ใช้รถยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ พาชาวต่างชาติและภรรยามาที่ อ.เขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว และรถเก๋ง ยี่ห้อมิตรชูบิชี สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายมาจอดทิ้งไว้ข้างทางถนนสายเขาจาน-เขาฉกรรจ์   ด้านครอบครัวของหน่อย นักโทษที่มอบตัว ระบุอยู่ในคุกก็ยังดีกว่าตายเหมือนหมาข้างถนน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1XupveZ8vyg

 1,917
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

เร่งล่า 2 ผู้ต้องหาคดียาไอซ์ บีบคอ-ทำร้าย ตร. ก่อนแหกคุกระยอง

ระยอง-เกิดเหตุผู้ต้องหาหลบหนีออกจาก สถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา เบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหา 2 คนที่หลบหนี ประกอบด้วย นายนายเรวัติ คชสาร อายุ 33 ปี และนายปริญญา ชาติไทย อายุ 27 ปี ทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ข้อหาร่วมกันครอบครองยาไอซ์เพื่อจำหน่าย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม เมื่อคืนที่ผ่านมา และควบคุมตัวไว้ในห้องคุมขัง ของสถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา   เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องการกินข้าว แต่พอเจ้าหน้าที่มาเปิดประตูห้องขัง ทั้งคู่ก็ผลักประตูห้องขัง กระแทกใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจล้ม แล้วก็บีบคอ ทำร้ายร่างกาย ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันวิ่งหลบหนีออกไป โดยมีรถจักรยานยนต์มารอรับที่บริเวณหน้าโรงพัก และพากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามต่อสู้และติดตามแล้วแต่ไม่ทัน เนื่องจากช่วงเวลาเกิดเหตุมีกำลังเจ้าหน้าที่ประจำอยู่น้อย ทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปได้   ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังวางแผนติดตามตัว และประสานกับญาติๆ หากติดต่อผู้ต้องหาได้ ให้ช่วยเกลี่ยกล่อมให้เข้ามอบตัว เพื่อกลับไปรับโทษ เบื้องต้นคาดว่าจะยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังทุกพื้นที่ ทุกโรงพัก ให้ช่วยกันตั้งจุดสกัด และกระจายภาพใบหน้า รูปพรรณ สัณฐานคนร้าย ตามสื่อต่างๆ เพื่อช่วยกันติดตาม และถ้าหากใครมีเบาะแสก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b2yFsv7PMjs

 1,586
สังคม
07 พ.ย. 62

เร่งล่า 2 ผู้ต้องหาคดียาไอซ์ บีบคอ-ทำร้าย ตร. ก่อนแหกคุกระยอง

ระยอง-เกิดเหตุผู้ต้องหาหลบหนีออกจาก สถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา เบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหา 2 คนที่หลบหนี ประกอบด้วย นายนายเรวัติ คชสาร อายุ 33 ปี และนายปริญญา ชาติไทย อายุ 27 ปี ทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ข้อหาร่วมกันครอบครองยาไอซ์เพื่อจำหน่าย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม เมื่อคืนที่ผ่านมา และควบคุมตัวไว้ในห้องคุมขัง ของสถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา   เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องการกินข้าว แต่พอเจ้าหน้าที่มาเปิดประตูห้องขัง ทั้งคู่ก็ผลักประตูห้องขัง กระแทกใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจล้ม แล้วก็บีบคอ ทำร้ายร่างกาย ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันวิ่งหลบหนีออกไป โดยมีรถจักรยานยนต์มารอรับที่บริเวณหน้าโรงพัก และพากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามต่อสู้และติดตามแล้วแต่ไม่ทัน เนื่องจากช่วงเวลาเกิดเหตุมีกำลังเจ้าหน้าที่ประจำอยู่น้อย ทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปได้   ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังวางแผนติดตามตัว และประสานกับญาติๆ หากติดต่อผู้ต้องหาได้ ให้ช่วยเกลี่ยกล่อมให้เข้ามอบตัว เพื่อกลับไปรับโทษ เบื้องต้นคาดว่าจะยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังทุกพื้นที่ ทุกโรงพัก ให้ช่วยกันตั้งจุดสกัด และกระจายภาพใบหน้า รูปพรรณ สัณฐานคนร้าย ตามสื่อต่างๆ เพื่อช่วยกันติดตาม และถ้าหากใครมีเบาะแสก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b2yFsv7PMjs

 1,586
ต่างประเทศ
07 ส.ค. 62

ช็อก! นักโทษบราซิลแต่งหญิงหวังแหกคุก ถูกพบเป็นศพ คาดผูกคอฆ่าตัวตาย

จากกรณีที่นายคลอวิโน ดา ซิลวา หรือฉายา เจ้าเตี้ย พ่อค้ายาเสพติดชาวบราซิลวัย 42 ปี ปลอมตัวแต่งหญิงเป็นลูกสาววัย 19 ปีของตัวเองที่มาเยี่ยม ด้วยหน้ากากซิลิโคนและวิกผม เพื่อพยายามหลบหนีออกจากเรือนจำในบราซิล ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพบพิรุธ ทำให้เขาหลบหนีไม่สำเร็จ และนำตัวไปคุมขังต่อ    ล่าสุดเกิดเรื่องช็อก เมื่อพบศพนายดา ซิลวา ในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด หลังผ่านมา 3 วันที่เขาพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่ระบุ ดูเหมือนเขาจะผูกคอฆ่าตัวตายด้วยผ้าปูเตียง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาข้อเท็จจริง  

 21,659
ข่าวภูมิภาค
24 มิ.ย. 62

นักโทษแหกคุกระยองมอบตัวแล้ว อ้างแม่บุญธรรมไม่มาเยี่ยม หวั่นป่วยหนักเลยหนีไปหา

จากกรณี น.ช.อภิสิทธิ์ ไร่พิมาย อายุ 38 ปี ฐานความผิดคดี พ.ร.บ.ยาเสพติดครอบครองเพื่อจำหน่าย กำหนดโทษ 2 ปี 4 เดือน ผู้ต้องขังเรือนจำกลางจังหวัดระยองได้หลบหนี ขณะเข้ารับการฝึกวิชาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ทั้งที่เหลือการรับโทษอีกไม่นาน ที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมประกาศตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนบาท   ล่าสุด วันที่ 23 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้รับการติดต่อจาก น.ช.อภิสิทธิ์ ไร่พิมาย อายุ 38 ปี ผู้ต้องขังเรือนจำกลางจังหวัดระยองซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี ว่าจะขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขอให้เดินทางมารับตัวในพื้นที่ ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ก่อนถูกส่งตัวกลับเข้าเรือนจำกลางระยองไปสอบสวนแล้ว   จากการสอบสวนพบว่า สาเหตุที่หนีออกจากเรือนจำ เนื่องจากคิดถึงแม่บุญธรรมที่ป่วยอยู่ แล้วไม่ได้มาเยี่ยมหลายสัปดาห์ เลยคิดว่าแม่ป่วยหนัก จึงวางแผนไปเยี่ยมแม่   สำหรับอัตราโทษที่จะได้รับ เป็นดุลยพินิจของศาลเป็นผู้ตัดสินต่อไป ส่วนเรื่องรางวัลนำจับไม่มีใครได้เพราะเป็นการติดต่อมอบตัวด้วยตัวเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zfRdSpxn8ko

 1,251
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.พ. 62

จับแล้ว! ผู้ต้องหาแหกห้องขัง 12 วินาที สน.มีนบุรี ตั้งกรรมการสอบสิบเวร ประมาทเลินเล่อ

จากกรณีนายอิสรา เลาะมณี อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ หลบหนีออกจากห้องขังของสน.มีนบุรี ไปเมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาแหกห้องขังหลบหนีไม่ถึง 12 วินาที โดยเหตุการดังกล่าวกล้องวงจรปิดด้านหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาจำนวน2 ตัวสามารถเก็บภาพไว้ได้ แต่ตำรวจมาทราบเรื่องราวอีกครั้งในเวลาเที่ยงคืนในคืนเดียวกัน   ต่อมาช่วงบ่ายวานนี้ (24 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มีนบุรี สามารถจับกุมนายอิสระ เลาะมณี ได้แล้ว โดยจับกุมได้ที่ย่านท่าอิฐ จ.นนทบุรี โดยหลังจากผู้ต้องหาหลบหนีจากสน. ก็ได้หนีไปอยู่บ้านพ่อแม่ที่ย่านท่าอิฐ จ.นนทบุรี   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มแก่ผู้ต้องหา คือ หลบหนีในระหว่างการถูกคุมขังของเจ้าพนักงาน นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่าทางผู้ต้องหามีหมายจับหลายท้องที่ในพื้นที่ บช.น. ซึ่งก็จะได้ให้สน.ต่างๆ ที่มีหมายจับของผู้ต้องหาทำการอายัดตัวผู้ต้องหาต่อไป   ส่วนตำรวจที่รับผิดชอบดูแลผู้ต้องหา ก็จะตั้งกรรมการสอบว่ากระทำการประมาทเลินเล่อให้เกิดเหตุนี้หรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IfvfczoVnDA

 1,102

Top