ค้นหา :

ผลการค้นหา "7วันอันตราย"

สังคม
03 ม.ค. 63

ถอดบทเรียนอุบัติเหตุปีใหม่ 63 ตามแผนทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน เตรียมรับมือเทศกาลสงกรานต์ต่อ

วันนี้มีพิธีปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน หรือ ศปถ. ช่วง 7 วันเดินทางเทศกาลปีใหม่ 63 หลังหลายหน่วยงานทั่วประเทศ ร่วมกันรณรงค์ลดอุบัติเหตุ และตัวเลขจำนวนครั้งเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตปีใหม่นี้ลดลงกว่าปีก่อน แต่ก็ต้องวิเคราะห์และปรับแผนป้องกันและลดอุบัติเหตุให้สอดรับตามสถานการณ์ตามแผนปฏิบัติการทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน   ที่ประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน หรือศปถ.ได้วิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุในช่วง 7 วันเดินทางในเทศกาลปีใหม่ โดยเห็นว่ามาตรการเพิ่มด่านชุมนุมในถนนสายรองมากขึ้น รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยตัวเลขอุบัติเหตุปีใหม่นี้ลดลง ทั้งจำนวนครั้งผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ พร้อมถอดบทเรียน และวิเคราะห์อุบัติเหตุในทุกพื้นที่ เพื่อกำหนดรับมือ ลดอุบัติเหตุในเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนมีสถิติเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น รวมถึงร้านค้าฝ่าฝืนจำหน่ายสุราให้กับเยาวชนด้วย   สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ลดลงจากปีก่อน 370 ครั้งผู้บาดเจ็บ ก็ลดลงถึง 393 คน รวมถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตรวม 373 คน ลดลงจากปี 62 ถึง 90 คน กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 15 คน ขณะที่สงขลา เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 116 ครั้ง จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ตายเป็นศูนย์ มี 6 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล   สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็น ดื่มแล้วขับอันดับ 1 ร้อยละ 32.68 รองลงมาเป็น ขับรถเร็ว ร้อยละ 29 ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.97   ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ตั้งข้อสังเกตุว่า กลุ่มวัยรุ่น อายุ 15- 19 เสียชีวิตมากที่สุด ถึง 56 คน หรือ ร้อยละ 15.5 เป็นกลุ่มที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อค ขับรถเร็ว และ ครึ่งหนึ่ง มีสาเหตุมาจากการดื่มแล้วขับ และข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขยังพบว่า ผู้บาดเจ็บที่อายุน้อยกว่า 20 ปี จำนวน 1,411 ราย ดื่มแล้วขับ เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ อีกทั้งยังพบว่า อุบัติเหตุในแต่ละเทศกาล ที่มีผู้บาดเจ็บ 3500- 4000 คน ในจำนวนนี้ มี 5% ต้องกลายเป็นผู้พิการ ซึ่งจะเป็นภาระของครอบครัว ภาครัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา   น.พ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สอดคล้องกับผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ เตรียมเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดหลักสูตร ให้เยาวชนตั้งแต่ก่อนวัยเรียน ระดับประถม มัธยมให้รู้จัก มีวินัยพื้นฐานจราจร ส่วนระดับมหาวิทยาลัยให้สามารถวิเคราะห์จุดเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงได้ หลังพบเยาวชน อายุต่ำกว่า 24 ปี มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บและเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 33 จึงจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องหาทางปกป้อง   ทั้งนี้ ประเทศไทยติดอันดับ 9 อุบัติเหตุบนท้องถนนของโลก ส่งผลเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 5 แสนล้านบาทต่อปี นับเป็นโจทย์ที่ท้ายทายของประเทศไทย ในการลดสถิติอุบัติเหตุตามข้อกำหนดตามแผนปฏิบัติการทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนที่ครบ 10 ปี ในปีนี้ แต่ยังห่างไกลเป้าหมาย ในการลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ  

 573
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

นายกฯแนะเปลี่ยนชื่อ 7 วันอันตราย เป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข อุบัติเหตุลดลงกว่าปีก่อน กทม.ตายสะสมสูงสุด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้มีการสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 มกราคม 2563พบว่าเกิดอุบัติเหตุจำนวนทั้งสิ้น 547 ครั้ง มากกว่าเมื่อวานนี้ 5 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตในวันเดียว 55 ราย มากกว่าเมื่อวานนี้ 13 ราย บาดเจ็บ 577 คน มากกว่าเมื่อวานนี้ 10 คน   สาเหตุยังคงเป็นปัญหาดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ซึ่งเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงตี 4 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา 35 คน   ทั้งนี้จากการเรียกตรวจยานพาหนะกว่า 1ล้านคัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 246,328 ราย ส่วนใหญ่มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 61,416 ราย รองลงมาไม่มีใบขับขี่จำนวน 55,467 ราย   สำหรับอุบัติเหตุสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (27 ธ.ค.62 – 1 ม.ค.63) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,076 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 3,160 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 95 ครั้ง แซง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มากสุดเมื่อวานนี้ 76 ครั้ง   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (14 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา (100 คน)   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รู้ข้อมูลว่าการเกิดเหตุและการสูญเสีย ย้ำว่ารัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างเต็มที่ และถึงแม้ว่าสถิติจะลดลง แต่รัฐบาลก็ยังไม่สบายใจ เพราะถือว่ายังมีความสูญเสียเกิดขึ้น จึงต้องช่วยกันลดอุบัติอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของทุกคน และหวังว่า เทศกาลใหญ่ต่อไป โดยเฉาะช่วงสงกรานต์นี้ ตัวเลขอุบัติเหตุและความสูญเสีย จะลดลง รวมถึงความปลอดภัยนั้น จะต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี   นายกรัฐมนตรี ยังให้แนวทางว่า ควรปรับเปลี่ยนคำว่า 7 วันอันตราย ซึ่งทำให้รู้สึกน่ากลัว ควรจะเปลี่ยนเป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข หรือชื่ออื่นที่ฟังดูแล้ว ทำให้ทุกคนได้คำนึงถึงความสุข เพราะหากทุกคนคิดแบบนี้ ก็จะทำให้ช่วยกันลดการสูญเสียลงได้ โดยเฉพาะ จากสถิติแล้ว อัตราการสูญเสียเป็นช่วงวัยทำงาน หนุ่มสาว ซึ่งจะทำให้ประเทศขาดกำลังคนไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ho133YgsK3k

 1,804
สังคม
03 ม.ค. 63

นายกฯแนะเปลี่ยนชื่อ 7 วันอันตราย เป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข อุบัติเหตุลดลงกว่าปีก่อน กทม.ตายสะสมสูงสุด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้มีการสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 มกราคม 2563พบว่าเกิดอุบัติเหตุจำนวนทั้งสิ้น 547 ครั้ง มากกว่าเมื่อวานนี้ 5 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตในวันเดียว 55 ราย มากกว่าเมื่อวานนี้ 13 ราย บาดเจ็บ 577 คน มากกว่าเมื่อวานนี้ 10 คน   สาเหตุยังคงเป็นปัญหาดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ซึ่งเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงตี 4 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา 35 คน   ทั้งนี้จากการเรียกตรวจยานพาหนะกว่า 1ล้านคัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 246,328 ราย ส่วนใหญ่มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 61,416 ราย รองลงมาไม่มีใบขับขี่จำนวน 55,467 ราย   สำหรับอุบัติเหตุสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (27 ธ.ค.62 – 1 ม.ค.63) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,076 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 3,160 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 95 ครั้ง แซง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มากสุดเมื่อวานนี้ 76 ครั้ง   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (14 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา (100 คน)   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รู้ข้อมูลว่าการเกิดเหตุและการสูญเสีย ย้ำว่ารัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างเต็มที่ และถึงแม้ว่าสถิติจะลดลง แต่รัฐบาลก็ยังไม่สบายใจ เพราะถือว่ายังมีความสูญเสียเกิดขึ้น จึงต้องช่วยกันลดอุบัติอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของทุกคน และหวังว่า เทศกาลใหญ่ต่อไป โดยเฉาะช่วงสงกรานต์นี้ ตัวเลขอุบัติเหตุและความสูญเสีย จะลดลง รวมถึงความปลอดภัยนั้น จะต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี   นายกรัฐมนตรี ยังให้แนวทางว่า ควรปรับเปลี่ยนคำว่า 7 วันอันตราย ซึ่งทำให้รู้สึกน่ากลัว ควรจะเปลี่ยนเป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข หรือชื่ออื่นที่ฟังดูแล้ว ทำให้ทุกคนได้คำนึงถึงความสุข เพราะหากทุกคนคิดแบบนี้ ก็จะทำให้ช่วยกันลดการสูญเสียลงได้ โดยเฉพาะ จากสถิติแล้ว อัตราการสูญเสียเป็นช่วงวัยทำงาน หนุ่มสาว ซึ่งจะทำให้ประเทศขาดกำลังคนไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ho133YgsK3k

 1,804
สังคม
02 ม.ค. 63

7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ เสียชีวิตสะสม 317 ราย ภาพรวมอุบัติเหตุลดลง

วันนี้สถานประกอบการหลายแห่งเริ่มเปิดทำการตามปกติเป็นวันแรก  หลังหยุดเทศกาลปีใหม่ไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ส่วนสภาพการจราจรบริเวณถนนหลายหลักขากลับเข้าสู่กรุงเทพฯตลอดวันนี้กลับมาคล่องตัว  แต่ก็ยังอยู่ในช่วงของการเฝ้าระวัง 7วันอันตราย   กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย หรือ ปภ. สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน  สะสม 6 วัน   รวมเสียชีวิตแล้ว 317 ราย บาดเจ็บ รวม3,160 คน สาเหตุยังคงเป็นปัญหาดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว   โดยสถิติอุบัติเหตุ 7 วันเดินทางปีใหม่ จากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 63 โดยสถิติ 6 วัน มีผู้เสียชีวิตถึง 317 คน   สถิติอุบัติเหตุทางถนนวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ความปลอดภัยการเดินทางปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุ ครั้ง 547 ผู้เสียชีวิต 55 คน บาดเจ็บ 577 คน    จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ สงขลา 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรีและอุดรธานี จังหวัดละ 4 คน / จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ที่สงขลา 35 คน   สาเหตุเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 39.31 ขับรถเร็ว ร้อยละ 28.34 ขณะที่รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ร้อยละ 79.35   รวม 6 วัน (27ธันวาคม - 1 มค.63 ) เกิดอุบัติเหตุสะสม 3,076 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 317 คน มีผู้บาดเจ็บ 3,160 คน   โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 เปิดเผยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ ทำหน้าที่ดูแลประชาชนในช่วงเดินทางกลับอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับในช่วงขาไป ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังต้องทำงานต่อแม้พ้นช่วง 7 วันอันตรายไปแล้ว เพราะประชาชนบางส่วนยังทยอยเดินทางกลับ มายังกรุงเทพมหานครถึงช่วงเสาร์ - อาทิตย์นี้  ด้วย    ส่วนปัญหา การขับรถด้วยความเร็วที่ยังไม่สามารถควบคุมได้และทำให้เป็นเหตุหลักของปัญหาอุบัติเหตุครั้งนี้นั้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ควบคุมความเร็วอย่างเข้มงวดแล้ว อีกทั้งยังมีการเพิ่มด่านชุมชนช่วยดูแลในเส้นทางรองมากขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องสร้างวินัยให้กับประชาชนให้ขับรถโดยไม่ประมาท รู้จักสวมหมวกกันน็อค หรือ คาดเข็มขัดนิรภัย ป้องกันอุบัติเหตุ ด้วย   นายทรงศักดิ์  เห็นว่าภาพรวมอบุติเหตุปีนี้ลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนที่เปลี่ยนไปเน้นเข้าวัดทำบุญมากขึ้นทำให้ไม่ได้ดื่มเหล้าจึงเป็นอีกปัจจัยที่อุบัติเหตุลดลง   

 175
สังคม
02 ม.ค. 63

เฝ้าระวังอุบัติเหตุวันสุดท้าย '7 วันอันตราย' พบเสียชีวิตแล้ว 317 ราย

วันสุดท้ายของการเฝ้าระวังอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่ คุมเข้มเดินทางกลับบ้านปลอดภัยทุกจุดหมาย ขณะที่สถิติอุบัติเหตุ 6 วันเทศกาลปีใหม่ มีผู้เสียชีวิตรวม 317 คน   สถิติอุบัติเหตุทางถนนวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ความปลอดภัยการเดินทางปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุ ครั้ง 547 ผู้เสียชีวิต 55 คน บาดเจ็บ 577 คน   จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ สงขลา 32 ครั้ง  จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรีและอุดรธานี จังหวัดละ 4 คน  จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ที่สงขลา 35 คน   สาเหตุเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 39.31 ขับรถเร็ว ร้อยละ 28.34 ขณะที่รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ร้อยละ 79.35   เมื่อเทียบอุบัติเหตุช่วงเวลาเดียวกัน ในวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม ปีที่แล้วกับปีนี้ ถือว่า ลดลง ทั้งจำนวนครั้งเกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตลดลงถึง 36 คน โดยปีที่แล้วเสียชีวิต 91 คน แต่ปีนี้อยู่ที่ 55 คน รวม 6 วัน (27ธันวาคม - 1 มค.63 ) เกิดอุบัติเหตุสะสม 3,076 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 317 คน มีผู้บาดเจ็บ 3,160 คน   สถิติอุบัติเหตุที่ลดลงจากปีที่ผ่านมา ที่ประชุมศปถ.ได้ขอให้ทุกจังหวัดวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ ถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเพื่อเทศกาลหน้าจะได้แก้ไขอย่างตรงจุดและวันนี้เป็นสุดท้ายเดินทางกลับของประชาชน ได้เน้นย้ำให้ดูแลประชาชนเดินทางกลับจุดหมายอย่างปลอดภัย ผู้ขับควรเว้นระยะห่างไม่ควร ขับกระชั้นชิด   ตำรวจทางหลวงคาดการณ์ สภาพการจราจรหลายจุดจะยังมีปริมาณรถทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันที่ 4-5 มกราคม อาจทำให้การจราจรชะลอตัว หรือติดขัดในเส้นทางจากภาคอิสานและภาคเหนือ เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกจะเปิดทำการในต้นสัปดาห์หน้า โดยเมื่อวานนี้มีรถเข้ากรุงเทพฯกว่า 640,000 คัน และภาคอิสานยังมีรถค้าง 40   นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลและทุกส่วนราชการรณรงค์ลดอุบัติเหตอย่างเต็มที่แล้ว เหลือเพียงให้ประชาชนต้องระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้นอีก   สำหรับเทศกาลปีใหม่นี้ แม้ว่าสถิติอุบัติเหตุจะลดลง แต่รัฐบาลก็ยังไม่สบายใจ จึงต้องช่วยกันทำต่อเนื่อง และประชาชนก็ต้องปฏิบัติตามกฎจราจร หวังว่าช่วงสงกรานต์นี้ อุบัติเหตุจะลดลง

 319
สังคม-อาชญากรรม
02 ม.ค. 63

สถิติ 7 วันอันตรายปีใหม่ 63 วันที่ 5 ตายแล้ว 256 ศพ กทม.สูงสุด สาเหตุหลักเมาแล้วขับ

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอุบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.นเชียงใหม่ 76 ครั้ง   พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ ได้เรียกตรวจและมีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 236,341 มีความผิดไม่สวมหมวกรนิรภัย 65,105 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,230 ราย   ทั้งนี้จากการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ของรัฐบาล ทำให้มีอุบัติเหตุในปีนี้ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ลดลง 240 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.49 ผู้เสียชีวิตลดลง 72 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.95 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การดำเนินการของทกภาคส่วน ดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องดดำเนินการต่อไป   อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1k-YepiTTiY

 883
อาชญากรรม
02 ม.ค. 63

สถิติ 7 วันอันตรายปีใหม่ 63 วันที่ 5 ตายแล้ว 256 ศพ กทม.สูงสุด สาเหตุหลักเมาแล้วขับ

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอุบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.นเชียงใหม่ 76 ครั้ง   พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ ได้เรียกตรวจและมีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 236,341 มีความผิดไม่สวมหมวกรนิรภัย 65,105 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,230 ราย   ทั้งนี้จากการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ของรัฐบาล ทำให้มีอุบัติเหตุในปีนี้ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ลดลง 240 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.49 ผู้เสียชีวิตลดลง 72 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.95 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การดำเนินการของทกภาคส่วน ดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องดดำเนินการต่อไป   อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1k-YepiTTiY

 883
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 63

เจอกันใหม่สงกรานต์! ปชช.เดินทางกลับกรุง สิ้นสุดหยุดยาวปีใหม่ การจราจรคับคั่ง

บรรยากาศการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร หลังสิ้นสุดวันหยุดยาว เทศกาลปีใหม่ 2563 พบรถติดหนาแน่นในหลายเส้นทาง   สายเหนือ ติดยาว 10 กม. บนถนนสายเอเซีย ช่วงบางปะอิน-อยุธยา สายอีสาน ถนนมิตรภาพ รถแน่นเต็มพื้นที่ ต้องเปิดช่องทางพิเศษ กม.54 ก่อนขึ้นเนินมอบันไดม้า และอีกหลายจุดในจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่สาย 304 ปราจีนบุรี กลับรถน้อย เคลื่อนได้คล่องตัวตลอดเส้นทาง   ด้าน บขส.ฝนหลายจังหวัด มีผู้โดยสารแน่นขนัด ทำให้ต้องมีการเพิ่มเที่ยวรถ โดยที่ จ.โคราช ต้องเพิ่ม 400 เที่ยวเพื่อรองรับประชาชนไม่ให้ตกค้าง ทางด้านเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีประชาชนเข้าคิวรอเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฝั่ง ออกจากเกาะรถติดยาวเหยียดหลายกิโล   สำหรับยอด 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ 2563 ในวันที่ 5 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอถบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.เชียงใหม่ 76 ครั้ง อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/y61B-oD5dSQ

 1,119
สังคม
02 ม.ค. 63

เจอกันใหม่สงกรานต์! ปชช.เดินทางกลับกรุง สิ้นสุดหยุดยาวปีใหม่ การจราจรคับคั่ง

บรรยากาศการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร หลังสิ้นสุดวันหยุดยาว เทศกาลปีใหม่ 2563 พบรถติดหนาแน่นในหลายเส้นทาง   สายเหนือ ติดยาว 10 กม. บนถนนสายเอเซีย ช่วงบางปะอิน-อยุธยา สายอีสาน ถนนมิตรภาพ รถแน่นเต็มพื้นที่ ต้องเปิดช่องทางพิเศษ กม.54 ก่อนขึ้นเนินมอบันไดม้า และอีกหลายจุดในจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่สาย 304 ปราจีนบุรี กลับรถน้อย เคลื่อนได้คล่องตัวตลอดเส้นทาง   ด้าน บขส.ฝนหลายจังหวัด มีผู้โดยสารแน่นขนัด ทำให้ต้องมีการเพิ่มเที่ยวรถ โดยที่ จ.โคราช ต้องเพิ่ม 400 เที่ยวเพื่อรองรับประชาชนไม่ให้ตกค้าง ทางด้านเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีประชาชนเข้าคิวรอเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฝั่ง ออกจากเกาะรถติดยาวเหยียดหลายกิโล   สำหรับยอด 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ 2563 ในวันที่ 5 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอถบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.เชียงใหม่ 76 ครั้ง อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/y61B-oD5dSQ

 1,119
สังคม
02 ม.ค. 63

7 วันอันตรายปีใหม่ 63 วันที่ 5 เสียชีวิต 256 ราย-กทม.ครองแชมป์ดับมากที่สุด

อุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอถบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.นเชียงใหม่ 76 ครั้ง   พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ ได้เรียกตรวจและมีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 236,341 มีความผิดไม่สวมหมวกรนิรภัย 65,105 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,230 ราย   ทั้งนี้จากการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ของรัฐบาล ทำให้มีอุบัติเหตุในปีนี้ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ลดลง 240 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.49 ผู้เสียชีวิตลดลง 72 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.95 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การดำเนินการของทกภาคส่วน ดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจ   แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องดดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์  

 596
สังคม
02 ม.ค. 63

ปชช.ทยอยเดินทางกลับ กทม.หลังหยุดยาวปีใหม่ พบปริมาณรถยังหนาแน่น

ประชาชนทยอยเดินทางกลับ กทม.หลังหยุดยาวในวันปีใหม่   การจราจรบนถนนมิตรภาพ มีสัญญาณที่ดีขึ้น ปริมาณรถติดสะสมน้อยลง จากเมื่อช่วงหัวค่ำที่ท้ายแถวติดสะสมถึง 30 กิโลเมตร แต่ล่าสุดตอนนี้ มีรายงานว่า ท้ายแถวสะสมยาว 10 กว่ากิโลเมตร เลยบริเวณฟาร์มโชคชัยขึ้นมา    จุดหนึ่งที่น่าสนใจ ของการจราจรบนถนนมิตรภาพ คือ เมื่อขับต่ออีกสัก 4 กิโลเมตร จะเป็นจุดพักรถทำให้รถชะลอตัว แต่หากผ่านจุดนี้ไปได้ การจราจรจะเริ่มคล่องตัว ตลอดทั้งคืนนี้ ตำรวจทางหลวง และท้องที่ยังคงคิดตามสภาพการจราจรตลอด คาดว่าก่อนช่วงเช้าวันนี้ การจราจรจุดนี้จะคลี่คลาย   ขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคน ใช้เวลาบนท้องถนนมากกว่า 10 ชั่วโมง    สอบถามประชาชนเดินทางมาจากอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เผยว่ากลับมาพร้อมกับข้าวของที่พ่อแม่ให้เอามาติดตัว ทั้งข้าวสาร และอาหารแห้งต่างๆ ซึ่งวันนี้ออกจากบ้านมาตั้งแต่ตี 4 แต่ระหว่างทางรถเสียเนื่องจากคลัทช์ไหม้ ทำให้เสียเวลาการเดินทางไปบ้าง ขณะที่จุดนี้ มีเจ้าหน้าที่อาสา มูลนิธิสว่างรัตนตรัย สระบุรี มาอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือรถที่เสีย โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยยวกับหม้อน้ำแห้ง และยางรั่ว ยางแตก           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XrVEwVywhxE    

 279
สังคม
01 ม.ค. 63

'7 วันอันตราย' ยอดสะสม 5 วัน เสียชีวิตแล้ว 256 ราย พบเจ็บ-ตายลดลงจากปีก่อน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย   สรุปยอดอุบัติเหตุช่วง  7 วันอันตราย ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 27 ถึง31 ธันวาคม  สะสม 5 วัน ตายแล้ว 256 ราย โดยกรุงเทพมหานคร ยอดผู้เสียชีวิตสะสมมากสุด 12 ราย     ขณะที่ภาพรวมภาครัฐพอใจ อุบัติเหตุ เจ็บ ตาย ลด  แต่ยังต้องหามาตรการเสริม  ส่วนกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติศาลสั่งคุมประพฤติ เมาแล้วขับมากสุด 8,557 คดี   นายวีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงาน ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663    พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 ราย รวมอุบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต    ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 5 วัน คือ กทม. 12 ราย  จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม มากที่สุดคือ จ.เชียงใหม่ 76 ครั้ง    พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ ได้เรียกตรวจและมีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 236,341 มีความผิดไม่สวมหมวกรนิรภัย 65,105 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,230 ราย    ทั้งนี้ จากการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ของรัฐบาล ทำให้มีอุบัติเหตุในปีนี้ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ลดลง 240 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.49 ผู้เสียชีวิตลดลง 72 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.95    ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การดำเนินการของทุกภาคส่วนเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุราแล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์    สำหรับวันหยุดเทศกาลปีใหม่ในวันสุดท้ายวันนี้ คาดว่าประชาชนจะเริ่มเดินทางกลับมายัง กทม. ทำให้เส้นทางต่างๆ อาจมีปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะคอยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่เพื่อให้การจราจรเกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น 

 661
สังคม
01 ม.ค. 63

วันที่ 5 ของ '7 วันอันตราย' เสียชีวิตแล้ว 256 ราย ยอดรวมลดลงจากปีก่อน

มาดูสถิติอุบัติเหตุ 7 วันเดินทางปีใหม่ จากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 63 โดยสถิติ 5 วัน มีผู้เสียชีวิตถึง 256 คน   สถิติอุบัติเหตุทางถนนเมื่อวานนี้ 31 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ความปลอดภัยการเดินทางปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 คน บาดเจ็บ 567 คน   จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ นครศรีธรรมราช 18 ครั้ง  จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ระนอง ยโสธร และสกลนคร จังหวัดละ 3 คน  จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 21 คน   สาเหตุเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 32.29 ขับรถเร็ว ร้อยละ 29.52 ขณะที่รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ร้อยละ 80.97   รวม5 วัน (27-31 ธันวาคม 2562) เกิดอุบัติเหตุสะสม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 256 คน มีผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยภาพรวมปีนี้ ถือว่ามีผู้เสียชีวิตลดลง 72 ราย

 934
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

"เมาขับ" จับไปแล้ว 18,314 คน ในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ 2563

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยปริมาณคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร  ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2563 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีดังนี้   สรุปรายงานข้อมูลสถิติคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522    ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2562 สถิติความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ของกลุ่มศาลอาญา, กลุ่มศาลจังหวัด, กลุ่มศาลแขวง 1. จำนวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยแบ่งเป็น         1) จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 9,179 คดี         2) จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 9,293 คดี (คิดเป็นร้อยละ 101.24) 2. จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.  กรุงเทพมหานคร     จำนวน 375 คดี 2.  นครราชสีมา          จำนวน 368 คดี 3.   ร้อยเอ็ด              จำนวน 348 คดี 4.   เชียงใหม่            จำนวน 325 คดี 5.   สกลนคร             จำนวน 295 คดี   3. ศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่   1.  ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด         จำนวน 348 คดี 2.  ศาลแขวงเชียงใหม่         จำนวน 293 คดี 3.  ศาลแขวงนครปฐม          จำนวน 256 คดี 4.  ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์        จำนวน 249 คดี 5.  ศาลแขวงอุบลราชธานี      จำนวน 247 คดี   4. ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.  ขับรถขณะเมาสุรา           จำนวน 8,744 คน 2.  ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต   จำนวน 1,354 คน 3.  ขับรถประมาท               จำนวน      11 คน       หมายเหตุ : ใน 1 คดี อาจมีหลายข้อหา (ซึ่งในปีนี้รายงานสถิติเป็นหน่วย “คน” แทน เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ)   สถิติความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1. จำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 61 คำร้อง 2. จำนวนข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ ขับรถขณะเมาสุรา             46 ข้อหา ขับรถขณะเสพยาเสพติด       5  ข้อหา ขับรถประมาท                   1  ข้อหา 3. จำนวนผู้ต้องหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 61 คน แบ่งเป็น                 เพศหญิง 2 คน                 เพศชาย 59 คน 4. ผลการตรวจสอบการจับ แบ่งเป็น                 ชอบด้วยกฎหมาย   61 คน                 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 0 คน   หมายเหตุ : ใน 1 คำร้อง อาจมีหลายข้อหา   สรุปรวมสถิติคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระหว่างวันที่ 27 – 31 ธันวามคม 2562   สถิติความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ของกลุ่มศาลอาญา, กลุ่มศาลจังหวัด, กลุ่มศาลแขวง 1. จำนวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยแบ่งเป็น         1) จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา  รวมทั้งสิ้น 19,680 คดี         2) จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 19,379 คดี (คิดเป็นร้อยละ 98.47) 2. จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.  กรุงเทพมหานคร      จำนวน 896 คดี 2.  นครราชสีมา           จำนวน 868 คดี 3.  ชลบุรี                  จำนวน 851 คดี 4.  เชียงใหม่              จำนวน 821 คดี 5.  ร้อยเอ็ด                จำนวน 647 คดี   3. ศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.  ศาลแขวงเชียงใหม่          จำนวน 731 คดี 2.  ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด          จำนวน 647 คดี 3.  ศาลแขวงนนทบุรี            จำนวน 498 คดี 4.  ศาลแขวงพัทยา             จำนวน 498 คดี 5.  ศาลแขวงอุบลราชธานี      จำนวน 483 คดี   4. ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.  ขับรถขณะเมาสุรา              จำนวน 18,314 คน 2.  ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต       จำนวน 2,947 คน 3.  ขับรถขณะเสพยาเสพติด       จำนวน  259 คน     หมายเหตุ : ใน 1 คดี อาจมีหลายข้อหา (ซึ่งในปีนี้รายงานสถิติเป็นหน่วย “คน” แทน เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ) สถิติความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1. จำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 278 คำร้อง 2. จำนวนข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ 1)  ขับรถขณะเมาสุรา 214 ข้อหา 2)  ขับรถขณะเสพยาเสพติด 54 ข้อหา 3)  ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 3 ข้อหา 4)  ขับรถประมาท 1 ข้อหา 3. จำนวนผู้ต้องหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 278 คน แบ่งเป็น             เพศหญิง 10 คน             เพศชาย 268 คน 4. ผลการตรวจสอบการจับ แบ่งเป็น             ชอบด้วยกฎหมาย 278 คน             ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 0 คน       หมายเหตุ : ใน 1 คำร้อง อาจมีหลายข้อหา    

 426
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

ปชช.ทยอยเดินทางกลับ กทม.การจราจรเริ่มหนาแน่น - ยอดผู้เสียชีวิตรวม 4 วัน 208 ราย

ภาพบรรยากาศบนถนนมิตรภาพ ประชาชานแห่เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร การจราจรเริ่มติดขัดตั้งแต่ช่วงปากช่อง-โคราช ปริมาณรถหนาแน่น    ขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุยอดรวม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-30 ธ.ค. 2562 เกิดอุบัติขึ้นแล้ว 1,988 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 208 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 2,031 คน    ส่วนกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประเทศที่ 11 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ จังหวัดนครปฐม ส่วนสาเหตุสูงสุดเกิดจากการเมาแล้วขับ และ ขับรถด้วยความเร็ว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/bY3O3KKIiV8

 12,279

Top