ค้นหา :

ผลการค้นหา "โคม่า"

ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

แม่ฝากเลี้ยงลูกชาย 2 ขวบ แต่พี่เลี้ยงบ่ายเบี่ยงไม่ให้เจอ สุดท้ายสมองบวม โคม่า ตั้งปมถูกทำร้าย

ประจวบคีรีขันธ์-จากกรณีผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊ก Jam Jamjuree ได้โพสต์ภาพลูกชายที่อยู่ในอาการโคม่า สมองบวม โดยมีการระบุว่าอาจโดนพี่เลี้ยงทำร้าย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกผู้ใช้รายอื่นเข้ามาดูและแชร์ต่อไปอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้เด็กชายเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์   ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถาม น.ส.จามจุรี บุตรเกตุ อายุ 24 ปี ชาวอำเภอบางสะพาน เป็นแม่ของ น้องเนส ด.ช.พีระพล แดงดงยิ่ง อายุ 2 ขวบ 6 เดือน   โดย น.ส.จามจุรี กล่าวว่า ตนเองต้องเดินทางมาทำงานที่ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยง มาช่วยเลี้ยงน้องเนสบุตรชาย วัย 2 ขวบครึ่ง ก่อนหน้านี้ตนได้กลับไปเยี่ยมลูก แต่พี่เลี้ยงกลับบ่ายเบี่ยงมาตลอด ทำให้ไม่ได้พบหน้าน้องเนส กระทั่งรถพยาบาลของหน่วยกู้ภัยใน อ.บางสะพาน ได้มารับน้องเนสที่บ้าน ด้วยสาเหตุเพราะน้องเนสเกิดมีอาการชัก ได้นำส่งแพทย์ที่โรงพยาบาลบางสะพาน แต่อาการไม่ดีขึ้น   จากนั้นได้ส่งต่อมายังโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ทีมแพทย์และพยาบาลได้ทำการรักษาและได้ใช้เครื่องช่วยหายใจน้องเนสไว้ ผ่านมา 2 วัน กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 5 กันยายน น้องเนสอาการทรุดลง ไม่ตอบสนองใดๆ กับการรักษา   ทั้งนี้ตนสงสัยว่า น้องเนสน่าจะถูกพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ยอมให้ตนพบลูก ซึ่งตนก็สงสัย โดยพี่เลี้ยงยอมรับว่า ตีน้องเนสบ้างเวลาที่น้องซน   ทางด้านนางปนัดดา หมานหย๊ะ อายุ 34 ปี ป้าของน้องเนส กล่าวด้วยว่า หลังทราบเรื่องตนได้รีบเดินทางจากกรุงเทพ เพื่อมาดูหลานชาย ซึ่งขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยวิกฤต อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เครื่องมือแพทย์ สวมสายออกซิเจนช่วยหายใจ   อาการน้องเนสล่าสุดนั้น พบว่า อาการน้องเนสอยู่ในภาวะวิกฤต สมองบวม ไม่ตอบสนองตั้งแต่วันแรกที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้คงอยู่ในสภาพอาการไม่รู้สึกตัว อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ส่วนแม่น้องเนสยังอยู่ในอาการเสียใจ พูดจาไม่รู้เรื่อง ตอบข้อสักถามได้ไม่ชัดเจน ซึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยวิกฤต ว่ายังคงดูแลน้องเป็นอย่างดี โดยสวมเครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา   จึงอยากให้ตำรวจเร่งรัดติดตามตัวพี่เลี้ยงรายนี้มาสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากครอบครัวสงสัยว่า น้องเนสอาจจะถูกพี่เลี้ยงทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอตำรวจเร่งสอบปากคำพี่เลี้ยงรายนี้เพื่อให้ความจริงปรากฎขึ้นมาโดยเร็วที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HPnSCz49fV8

 2,526
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

เปิดคลิปรุ่นพี่ ม.6 ขี่ จยย.พาน้องม.3 ส่งรพ. หลังเตะรับน้อง อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ครอบครัวหวังปาฏิหาริย์ให้ฟื้น

กรณีรุ่นพี่ ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม รุมทำร้ายรุ่นน้อง ม.3 เพื่อแลกกับเลสข้อมือรุ่นจากรุ่น โดยอ้างเป็นการรับน้อง ทำให้รุ่นน้องที่โดนเตะอาการโคม่า ไม่รู้สึกตัว ต่อมารุ่นน้อง ม.3 คนหนึ่งระบุว่าสมัครใจให้เตะไม่ได้รุมทำร้าย    ล่าสุด ผู้ปกครองพานายนิว รุ่นพี่ ม.6 ที่เตะหน้าอกน้องกร รุ่นน้อง ม.3 จนปอดช้ำอาการโคม่า เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อรับทราบข้อ  กล่าวหาทำร้ายร่างกายเป็นให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส  ทั้งนี้ตำรวจได้สอบปากคำนายนิว ก่อนนำตัวส่งศาลสั่งควบคุมตามกฎหมายเยาวชนฯ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ บาดแผลของแพทย์ รพ.นครปฐม นำมาประกอบสำนวนการสอบสวน ขณะที่ผู้ปกครองของนาย นิว กล่าวว่า ยินดีชดใช้เยียวยาค่าเสียหายทุกอย่าง   นายนิว ยอมรับผิดว่าเตะน้องกรจริง แต่ไม่คิดว่าจะบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ หลังเกิดเหตุอยู่บ้าน  ไม่ได้หลบหนีไปไหน กลัวโดนทำร้าย อยากจะขอโทษครอบครัวของน้องกรที่ทำรุนแรง พวกตนทำไปเพราะความคึกคะนอง เล่นกันแบบพี่น้อง โดยตนกับเพื่อนได้จัดขึ้นกันเองในกลุ่มเพื่อน ใครจะเข้ากลุ่มต้องมีการทดสอบความแข็งแกร่งทั้งร่างกายจิตใจ    ส่วนที่เกิดเหตุเป็นบ้านเพื่อนใน อ. นครชัยศรี โดยรุ่นน้อง ม.3 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือกที่จะขอรับเลสข้อมือสลักว่า “ 23 มกราสถาปนา พระปฐมวิทยาลัย รุ่น๑๐๕ ” ของนายนิว รุ่นพี่ ม.6 และยินดีทำตามกฏ ของกลุ่มโดยการนั่งคุกเข่า มือ ไพล่หลัง ให้รุ่นพี่เจ้าของเลสข้อมือนั้นเป็นคนเตะ 3 ที    ผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะที่รุ่นพี่ ม.6 ขี่ รถ จยย. จำนวน 4 คัน ซ้อนท้าย ขี่ไล่หลังกันอย่างรวดเร็ว รีบนำตัวน้องกร ส่ง รพ.ห้วยพลู โดยน้องกร นั่งตรงกลางมอเตอร์ไซค์ คันแรกสภาพแน่นิ่ง มีรุ่นพี่ ม.6 เป็นคนขี่ และเพื่อนนั่งประกบหลัง พอถึง รพ.ห้วยพลู แพทย์ปั๊มหัวใจ 3 รอบ ก่อนส่งต่อไปยังรพ. นครปฐม เพราะอาการสาหัส   ด้านตำรวจเผย จะเชิญเพ่อนคนอื่นๆมาสอบปากคำอีกครั้ง ว่ามีส่วนร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ หากเกี่ยวข้องก็จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ส่วนข้อหาร่วมกันทำร้ายนั้น จากการสอบสวนทราบว่าเป็นการก่อเหตุตัวต่อตัว โดย จนท.ได้ สอบสวนตามความจริงให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย    อย่างไรก็ตามอาจแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จกกลุ่มรุ่นพี่ ม.6 ด้วย เพราะหลังเกิดเหตุมีการแจ้งความว่า พวกตนและน้องกร ถูกชาย 4 คน ถีบรถ จยย. ล้มแล้วลงมารุมกระทืบทำร้ายน้องกร จนได้รับบาดเจ็บ สืบสวนสอบสวนจนทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าแท้จริงเป็นเรื่องของรุ่นพี่รุ่นน้องมาทำกิจกรรมรับน้องดังกล่าว    ขณะที่ว่าที่ร้อยตรีสุชาติ มณีวุฒิวรสกุล  ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนต้นสังกัดของกลุ่มเด็กนักเรียน ยืนยันว่า การรับน้องที่เกิดขึ้นเป็นเฉพาะกลุ่มที่ทำกันนอกโรงเรียน ไม่ใช่การรับน้องของนักเรียนสายชั้น ม.6 และก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์หรือมีเลสรุ่นลักษณะนี้ รุ่นพี่ที่ก่อเหตุก็ไม่เคยถูกรับน้องด้วยการเตะหน้าอกเพื่อแลกกับเลสข้อมือมาก่อน ยืนยันไม่ใช่ประเพณี เนื่องจากระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งห้ามการรับน้องในโรงเรียนอย่างเด็ดขาด โดยทางโรงเรียนได้มีการกำชับนักเรียนไปแล้ว    ส่วนอาการของน้องกร พี่สาวเผยว่า ยังไม่รู้สึกตัว ทางครอบครับจะยื้อให้ถึงที่สุดยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจหวังเพียงปาฏิหาริย์ แต่ทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้ว เชื่อว่าน้องชายอาจโดนรุมทำร้ายหรือโดนเตะมากกว่า 3 ที  เพราะอาการสาหัสมาก ตนติดใจที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหานายนิว เพียงคน เดียว ทั้งที่ร่วมกันวางแผนสร้างหลักฐานแจ้งความเท็จ ฝากถึงรุ่นพี่หากจะทำกิจกรรมรับน้องส่งมอบของต่อให้รุ่นน้องอย่าทำรุนแรงแบบนี้มันได้ไม่คุ้มเสีย   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมทั้งแสดงความเสียใจและให้กำลังใจกับครอบครัวของนักเรียนที่บาดเจ็บ พร้อมฝากเตือนไปยังรุ่นพี่ที่คอยดูแลรุ่นน้องตามสถาบันต่างๆ ให้พึงแยกแยะการกระทำที่ไม่สมควรกับรุ่นน้อง จะต้องละเว้นกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย การทำร้ายร่างกายหรือถึงเนื้อถึงตัว เพราะยังมีรุ่นพี่บางกลุ่มทำแบบนี้อยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fKAx_5srn4w

 5,957
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.ค. 62

รุ่นพี่โหด ม.6 เตะรุ่นน้อง ม.3 โคม่าสมองตาย แลกเลสข้อมือรุ่น ยันรุ่นน้องสมัครใจให้เตะเอง

กรณีกลุ่มรุ่นพี่มัธยมฯ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม ทำร้ายรุ่นน้อง 3 คน หนึ่งในนั้นโดนเตะหน้าอกหายใจไม่ออก แพทย์ระบุปอดช้ำ สมองบวม หัวใจหยุดเต้นไป 3 รอบ ตอนนี้อาการโคม่า ไม่รู้สึกตัว นอนอยู่ในห้องไอซียู สาเหตุเกิดจากการรับน้องแลกกับเลสข้อมือรุ่นจากรุ่นพี่ ม.6 ที่กำลังจะเรียนจบ   พี่สาวของน้องกร อายุ 15 ปี รุ่นน้องที่โดนทำร้ายจนอาการโคม่า ระบุว่า น้องชายสมองตายอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ พ่อแม่ทำใจไม่ได้ยังไม่พร้อมให้ข้อมูลใด ๆ หลังเกิดเหตุตนพยายามสอบถามความจริงจากกลุ่มรุ่นพี่ ม.6 แต่อ้างว่าคืนเกิดเหตุพวกรุ่นพี่และน้องกร ออกไปซื้อน้ำแข็งแล้วโดยกลุ่มวัยรุ่นดักกระทืบ ตนเอะใจว่าทำไมเสื้อผ้าของน้องกรไม่มีร่องรอยถูกกระทืบหรือเปื้อนโคลน   ภายหลังจึงได้ทราบความจริงว่าน้องกรและเพื่อนรุ่นเดียวกันอีก 2 คน โดนรุ่นพี่รับน้องโดยการเตะหน้าอกคนละ 3 ครั้ง เพื่อแลกกับเลสข้อมือรุ่นของรุ่นพี่ ม.6 ซึ่งด้านหน้าสลักชื่อของรุ่นพี่คนนั้น ๆ และชื่อรุ่น 105 ส่วนด้านหลังสลักชื่อโรงเรียน ตนสอบถามไปยังโรงเรียนบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว และไม่ได้จัดเลสข้อมือดังกล่าวขึ้นมา โดยกลุ่มเด็กทำกันขึ้นมาเอง   ตนไม่แน่ใจว่ารุมทำร้ายกันหรือไม่แต่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด อยากให้ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ทั้งนี้ผู้ปกครองได้พารุ่นพี่ ม.6 จำนวน 3 คน ที่ทำร้ายน้องกรมากราบขอขมาบอกไม่ได้ตั้งใจ แต่ฝั่งของตนไม่รับคำขอโทษมันชดใช้กันไม่ได้  ไม่อยากรับฟังอะไรเพราะเขาบิดเบือนข้อมูลตั้งแต่แรกไม่พูดความจริงพยายามหนีความผิด มีการแชทคุยกันกับพวกรุ่นพี่ ม.6 ที่อยู่ในเหตุการณ์ว่าจะกุเรื่องโกหกอย่างไร บอกเตะหน้าอกแค่ 3 ครั้ง แต่สภาพของน้องกรเป็นอย่างที่เห็น เสียใจมากที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ไม่รู้น้องกรจะมีชีวิตรอดมั้ย   ด้านน้องปอม รุ่นน้อง ม.3 อีกคนที่โดนรุ่นพี่ ม.6 เตะหน้าอก เล่าว่า พวกตนรุ่นน้อง ม.3 และรุ่นพี่ ม.6  สนิทกันเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน ทุกวันศุกร์จะนัดไปนั่งดื่มกินปกติที่บ้านของนายตาว รุ่นพี่ ม.6 ในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยคืนเกิดเหตุนั่งดื่มเหล้าและกินหมูกะทะที่บ้านนายตาวประมาณ 15 คน โดยพวกรุ่นน้อง ม.3 อยากได้เลสข้อมือรุ่นจากรุ่นพี่ ม.6   เวลาประมาณตี 1 กว่า ได้มีพิธีเหมือนรับน้องเพื่อส่งมอบเลสข้อมือ ซึ่งรุ่นน้อง ม.3 เสนอให้รุ่นพี่ ม.6 เตะหน้าอก โดยมีการจับคู่กันระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง 3 คู่  ใครอยากได้เลสข้อมือของรุ่นพี่คนไหนก็ให้คนนั้นเตะหน้าอก รุ่นน้องเป็นคนเลือกเอง โดยนายกร (คนที่อาการโคม่า) คู่กับนายนิว ม.6   จากนั้นให้รุ่นน้อง ม.3 ไปนั่งบริเวณริมถนนหน้าบ้าน ถอดเสื้อนั่งคุกเข้าแอ่นอก มือไพล่หลังกอดขาเพื่อนที่เหลือซึ่งยืนให้พิงอยู่ด้านหลัง แล้วรุ่นพี่ ม.6 ทั้ง 3 คนก็เตะหน้าอกรุ่นน้อง ม.3 คนละ 3 ครั้งคู่ใครคู่มัน  โดยคู่น้องกรโดนเตะเป็นคู่สุดท้าย ตนเห็นน้องกร มีอาการจุก ระหว่างที่ลุกขึ้นมาหยิบเลสข้อมือจากนายนิว น้องกรได้ลงฟุบลงกับพื้นคล้ายคนชักหายใจไม่ออก ก่อนที่ทุกคนจะเข้าไปดูช่วยถอดเสื้อผ้าออก นำยามาให้ดม เห็นสภาพไม่ค่อยดีรุ่นพี่จึงหิ้วปีกขึ้นรถ จยย. ไปส่งโรงพยาบาล ทีแรกคิดว่าน้องกรแกล้งทำ รุ่นพี่พูดว่า “ ไอ้กรมึงไม่ต้องมาฟอร์ม”   ตนก็โดนเตะหน้าอกเหมือนกันแต่ไม่แรงจุกอกพอทนได้ เหตุที่อยากได้เลสข้อมือของรุ่นพี่เพราะมันสวยดี อยู่กลุ่มเดียวกันก็อยากได้มาใส่เพราะรุ่นพี่ ม.6 จะเรียนจบแล้ว  ทุกคนเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้ก็คงต้องพูดความจริงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น  แต่ยืนยันไม่ใช่การรุมทำร้าย รุ่นน้องสมัครใจกันเอง เพื่อทดสอบความอึด ว่ากว่าจะได้เลสข้อมือนี้มาไม่ใช่ง่าย ๆ   สำหรับนายนิว รุ่นพี่ ม.6 ที่เตะหน้าอกน้องกร จนโคม่า ตอนนี้ปิดบ้านเงียบไม่กล้าพบใครกลัวโดนทำร้าย ด้านนายไปร์ท หนึ่งในรุ่นพี่ ม.6 ที่เตะหน้าอกนายปอม รุ่นน้อง ม.3  ยอมรับว่าตั้งใจเตะหน้าอกรุ่นน้องจริง เพื่อส่งมอบเลสข้อมือ แต่ไม่ได้เตะแรง ตนบอกรุ่นน้องว่าถ้าเรียนจบ ม.3 ก็ให้มารับ แต่รุ่นน้องเสนอเงื่อนไขให้รุ่นพี่ ม.6 เตะ ตนถามจะให้เตะกี่ที รุ่นน้องบอก 2-3 ที ง่ายดี ก่อนจะให้นั่งคุกเข่า แล้วเตะเข้าไปที่หน้าอกทีละคู่ ๆ ไม่ได้เมา   โดยรุ่นของตนทำเลสข้อมือขึ้นมาใส่เองไม่ถึง 100 คน ราคาเส้นละ 200-250 บาท ไม่เกี่ยวกับโรงเรียน ก่อนที่รุ่นพี่จะเรียนจบ ม.6 บางคนก็ส่งต่อให้รุ่นน้อง แล้วแต่น้องจะขอ บางคนเก็บไว้เป็นที่ระลึก อย่างไรก็ตามรุ่นน้องคนอื่น ๆ จะรับเลสข้อมือจากรุ่นพี่ก็ใช้วิธีแบบนี้หมด เป็นการรับน้องอย่างหนึ่ง รู้สึกผิดและพลาดที่ทำแบบนั้น   ขณะที่นายตาว เจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ (นายตาว รุ่นพี่ ม.6 ลูกของตำรวจยศนายดาบ อยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้เตะ) พบแม่ของนายตาว เล่าว่า คืนเกิดเหตุไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเพราะนอนหลับ ทราบเรื่องในวันต่อมา ซึ่งนายติว ลูกชายของตนก็โดนเตะหน้าอกเหมือนกันแต่ไม่เป็นอะไรมากแค่จุก   ทีแรกสอบถามนายไปร์ท ก็บ่ายเบี่ยงไม่เล่าความจริงให้ฟังและไปแจ้งความเท็จว่าพวกตนเองกับน้องกร โดนกลุ่มวัยรุ่นดักกระทืบ ตนมาทราบความจริงร้องไห้เข่าทรุดกลางโรงพัก แล้วถามลูกว่า “มึงเล่นอะไรของมึง” ตนได้คุยกับนายนิว ยอมรับผิด ตอนนี้กลัวเด็กละแวกนั้นไปรุมกระทืบเขา   ด้านคดี ตร.ได้นัดนายนิว รุ่นพี่ ม.6 ที่เตะน้องกร จนโคม่า มาสอบปากครับคำรับทราบข้อกล่าวหาวันนี้ (8 ก.ค.) ซึ่งต้องสอบต่อหน้าสหวิชาชีพ เบื้องต้นจะแจ้งข้อกล่าวหานายนิว ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะความผิดชัดเจน ส่วนรุ่นพี่ ม.6 อีก 2 คน ร่วมทำร้ายหรือมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้นต้องพิจารณาดูอีกที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F1Dl6uz-KR0

 37,549
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 61

นศ.รอดชีวิตเครื่องบินเล็กตกที่ภูเก็ต ยังโคม่า 1 ราย ส่วนอีกรายปลอดภัยแล้ว

คืบหน้าเหตุเครื่องบินเล็ก JABIRU450 รุ่น HS-PMS ชื่อ Butterfly 05 เป็นเครื่องบินเล็ก 4 ที่นั่ง ตกหลังหมู่บ้านเพลินจันทร์ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นเหตุให้นายวัฒนา ถิ่นพังงา อายุ 68 ปี ทำหน้าที่กัปตัน และ ร.ท.นรินทร์ ทวีวัฒน์ อายุ 67 นักบินผู้ช่วย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนักศึกษาที่รอดชีวิต 1 ราย อาการยังโคม่า ขณะอีกรายปลอดภัยแล้ว ผู้ว่าฯภูเก็ตพร้อมเลขาอาชีวะรุดเยี่ยมอาการ   โดยแพทย์เปิดเผยผลการรักษาของนักศึกษาทั้ง 2 ว่า นายอาเดล สะแม ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู อาการโคม่า ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ มีอาการสมองบวมและมีเลือดออกในสมองซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ยังไม่มีอาการบ่งชี้ที่จะต้องเร่งผ่าตัดแต่จะต้องเฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีอาการกระดูกหักหลายจุดทั้งแขนขวาและขวาขวารวมถึงกระดูกเชิงกรานซึ่งทีมแพทย์ศัลยกรรมกระดูกได้นำโลหะยึดตรึงกระดูกดูแลภายนอกไว้ก่อน   คาดว่าอีก 1 สัปดาห์หลังจากนี้จะทำการผ่าตัดเพื่อนำโลหะไปยึดภายใน อย่างไรก็ตามถือว่าอาการล่าสุดดีขึ้นกว่าเมื่อวานเพราะมีการตอบสนองบ้างมีกระดูกเบ้าตาแตกเล็กน้อยซึ่งจะนำทีมแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้ามาช่วยในการดูแลรักษา เบื้องต้นจะดูแลเรื่องสมองอย่างใกล้ชิด   ส่วนนักศึกษาอีกรายคือนางสาวอรวรรณ จินดารัตน์ ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือด้านกระดูก ได้แก่ ที่กระดูกนิ้ว หักแตกโดยได้ทำการรักษาใส่เฝือกดามเอาไว้ และกระดูกเชิงกรานที่ก้นกบที่มีอาการร้าว เบื้องต้นทำการรักษาตามอาการ คาดว่าจะต้องให้ผู้ป่วยทำการรักษาโดยวิธีการพักอยู่บนเตียงนิ่งๆอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้กระดูกที่ร้าวประสานโดยรวมอาการปลอดภัยแล้ว   ด้านนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าทางจังหวัดจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และจะหามาตรการในการดูแลและเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยมาตรฐานการศึกษาทั้งเรื่องของการประกันชีวิต ของนักเรียนและครูผู้สอน เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดและทุกฝ่ายไม่อยากจะให้เกิดขึ้น   ขณะที่ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าตนได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมมอบทุนการศึกษาให้กับ2 นักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกรวมทั้งแสดงความเสียใจกับครอบครัวของอาจารย์ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว   ทั้งนี้ในเบื้องต้นกระทรวงศึกษาธิการจะให้การช่วยเหลือนักเรียนทั้ง 2 อย่างเต็มที่ ในเบื้องต้นสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทางสถานบันการศึกษาจะดูแลให้ทั้งหมด พร้อมจะยกเว้นค่าเล่าเรียนให้แก่นักเรียนทั้ง 2 จนจบการศึกษาด้วย และหลังจากนี้จะมีการประชุมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะดูแลและบริหารจัดหลักสูตรการศึกษาให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่พร้อมทั้งจะให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องราวของการประกันชีวิตนักศึกษาในสาขาต่างๆทั่วประเทศอยู่แล้วแต่ในสาขาวิชาที่มีความเสี่ยงจะดูแลเรื่องของสวัสดิการให้มากยิ่งขึ้น   ขณะที่บรรยากาศงานรดน้ำศพ กัปตันและนักบินผู้ช่วยที่เสียชีวิต เป็นไปอย่างเศร้าโศกของเครือญาติและลูกศิษย์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SFY3e1intEc  

 1,369
ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 61

พ่อตัดสินใจไม่ผ่าสมอง 'น้องบีกัน' หลังถูกรถสิบล้อทับ หวังยื้อให้นานที่สุด แม้มีโอกาสเสียชีวิตตลอดเวลา

จากกรณีที่เด็กชายนิติกร เสมบุญหล่อ หรือ น้องบีกัน อายุ 4 ขวบ เด็กชายนิธิกร เสมบุญหล่อ หรือ น้องโบกัส อายุ 6 ขวบ พี่ชาย ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีนางสาวมณธิชา สมสถาน น้าสาวอายุ 19 ปี เป็นผู้ขับขี่ ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกสิบล้อเหยียบทับ บริเวณริมถนน 344 อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี   ทำให้บริเวณช่วงเอวของน้องบีกัน ถูกล้อหลังด้านซ้ายของรถบรรทุกทับ และบาดเจ็บที่บริเวณที่ศีรษะ ใบหน้า และช่วงขาทั้ง 2 ข้าง มีบาดแผลฉกรรจ์ ส่วนเด็กชายนิธกร และนางสาวมณธิชา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อ 30 ธ.ค.2560   หลังเข้ารับการรักษาอาการของน้องบีกัน ยังคงโคม่า ต้องดูอาการวันต่อวัน เนื่องจากบริเวณช่องท้องมีเลือดออกจำนวนมาก สมองบวม ขาทั้ง 2 ข้างหัก กระดูกก้นกบแหลก แพทย์ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และให้ยาปฎิชีวนะ   ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายวันชัย เสมบุญหล่อ พ่อของน้องบีกัน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "ชีวิต กำลังจะให้อะไรเรา ที่ดีกว่าคนนี้’ สรุปใจความได้ว่า ขอโทษนะบีกันที่พ่อตัดสินใจแบบนี้ หมอมีทางเลือกให้ 2 ทาง หลังสแกนสมองแล้วพบก้อนเลือดใหญ่อยู่ที่แกนสมอง คือ 1.ผ่าตัดสมอง แต่มีโอกาสกลับมานอนนิ่งๆไม่ถึง 5 เปอร์เซ็น 2.ไม่ผ่าตัดน้องก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ตลอดเวลา แต่น้องช้ากว่าการผ่าตัด พ่อขอเลือกทางที่หนูไม่ต้องฝ่าตัดสมองนะลูก ถ้าฝ่าตัดสมองหนูก็ไปเร็วกว่านี้"   นายวันชัย เสมบุญหล่อ อายุ 31 ปี พ่อน้องบีกัน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ที่จังหวัดชลบุรีว่า น้องบีกันได้รักษาตัวอยู่ยังตึกกุมารเวช ภายในห้องไอซียู โรงพยาบาลชลบุรี มาเป็นเวลา 19 วัน แล้ว อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ต้องประเมินอาการวันต่อวัน   แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแพทย์ได้แจ้งว่า น้องบีกัน มีเลือดก้อนใหญ่ อยู่บริเวณแกนสมอง ซึ่งแพทย์ก็แนะนำว่ามีอยู่สองทางเลือก คือ ผ่าตัดเปิดกระโหลก เพื่อนำก้อนเลือดที่อยู่บริเวณแกนสมองของน้องออกมา แต่โอกาสเสียชีวิตมีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะสภาพร่างกายของน้องไม่แข็งแรงพอ ส่วนอีกทางหนึ่งคือไม่ผ่าตัด แต่ให้ยาปฏิชีวนะแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งวิธีนี้น้องก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ตลอดเวลา   ซึ่งทั้งสองทางเลือกตนมองว่าอย่างไรก็ต้องสูญเสียน้องบีกันแน่นอน ตนเลยตัดสินใจเลือกที่จะไม่ผ่าตัด เพราะที่ผ่านมา 19 วัน น้องได้รับการผ่าตัดมาเยอะแล้ว เกือบจะทุกจุดสำคัญของร่างกาย และตนอยากจะอยู่กับน้องบีกันให้นานที่สุด   นายวันชัย บอกอีกว่า ตอนนี้ตนรู้สึกเสียใจมาก ทำอะไรไม่ถูก แต่ที่ไม่เห็นตนร้องไห้ เพราะตนเลยจุดที่เสียใจที่สุดมาแล้ว ทุกๆครั้งที่ตนเข้าไปเยี่ยมน้องบีกัน ตนก็จะพูดให้กำลังใจ และมักจะบอกกับน้องเสมอว่า "อยู่กับพ่อให้นานที่สุดนะลูก" อีกทั้งตนยังมีสัญญาใจกับลูกชาย ว่าจะพาไปเที่ยวทะเล ทุกวันนี้ช่วงกลางดึกตนหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา กลัวว่าทางโรงพยาบาลจะโทรมาแจ้งข่าวร้าย   ส่วนลูกชายคนโต น้องโบกัส ก็มักจะถามหาน้องชาย ซึ่งเวลาตนได้ยิน ตนรู้สึกเจ็บปวด แต่ก็ต้องปลอบลูกชายว่า "เดี๋ยวน้องก็กลับมาบ้าน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bsd8JhiBskM    

 76,936
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ย. 60

บึ้มสนั่นยะลา จนท.พลีชีพ 2 นาย เจ็บอื้อ แพทย์ต้องตัดขายื้อชีวิต ตร. eod อาการโคม่า

ยะลา-เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จนท.ขณะเข้าตรวจสอบเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.กาบัง ซึ่งกลุ่มคนร้ายได้ลักลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่ อ.กาบัง รอยต่อของ อ.ยะหา ภายหลังรับแจ้งเหตุ จนท.ฝ่ายความมั่นคง ทั้งตำรวจและทหาร ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยขณะที่ จนท.ขับรถยนต์ เพื่อเดินทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุ ผ่านเส้นทางระหว่าง อ.ยะหา ไปยัง อ.กาบัง ได้ถูกคนร้ายกดชนวนระเบิด ขบวนรถของ จนท.   ซึ่งภายในคลิปภาพที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้นั้นเป็นภาพจากกล้องติดรถยนต์ เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ จากเหตุระเบิดลูกที่ 2 ระหว่างที่ เจ้าหน้าที่ขับรถยนต์ เข้าไปยังที่เกิดเหตุจุดที่ 1 โดยหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ต่างหยุดรถ และลงจากรถ ก่อนใช้อาวุธปืนประจำกายยิงขึ้นฟ้าเพื่อตอบโต้กลุ่มคนร้าย   จากนั้นเหตุการณ์ ระเบิดลูกที่ 3 เป็นคลิปบันทึกเหตุการณ์จาก เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ได้บันทึกเหตุการณ์ช่วงชุลมุน ขณะเกิดเหตุการณ์ระเบิดอีกครั้ง ทำให้มีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายนาย   โดยจากเหตุดังกล่าว ทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 คือ คือ ส.ต.ธเนตร พุทโธ จนท.ทหารพราน 47 อายุ 29 ปี ทนพิษบาดแผลไม้ไหวเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวรวม 28 ราย   นอกจากนี้ดาบตำรวจอนิรุทธ จันทะวงษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด สังกัดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเดิมสังกัด ตชด.31 จังหวัดพิษณุโลก ได้มาช่วยราชการ ชุดปฏิบัติการ ชป.วินิจ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ขณะที่ ด.ต.วรวิชัย บุญรักษา ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด บาดเจ็บสาหัส แพทย์ต้องตัดขาทิ้ง เพื่อยื้อชีวิต อาการล่าสุดยังไม่รู้สึกตัว    ด้านพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากกรณีที่คนร้ายลอบวางระเบิดและจุดชนวนระเบิด เพื่อสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ อ.ยะหา จ.ยะลา ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย และมีผู้บาดเจ็บอื่น ๆ อีกรวม 27 คน   โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับไปยังฝ่ายความมั่นคงและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่หาข่าว เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อติดตามไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ว พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และสั่งการให้ต้นสังกัดช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บตามระเบียบทางราชการอย่างเต็มที่   อย่างไรก็ตามมองว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มดีขึ้น โดยจะเห็นได้ว่า จำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงก่อนหน้านี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เชื่อว่าการกระทำของคนร้ายในครั้งนี้มุ่งหวังผลสร้างสถานการณ์ก่อกวน โดยขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก ใช้ชีวิตตามปกติ และให้ความร่วมมือหรือแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งร่วมกันประณามการกระทำอันเลวร้าย เพื่อกดดันไม่ให้คนร้ายก่อเหตุเช่นนี้อีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_KmFf2iBlSs  

 31,733
ต่างประเทศ
28 ส.ค. 60

พ่อแม่แทบขาดใจ! ลูกคว้าขวดทินเนอร์มาดื่มเพราะคิดว่าเป็นน้ำเปล่า หมอยื้อชีวิตกว่า 10 ชม.-ยังโคม่า

สำนักข่าว mirror เผยภาพสุดสะเทือนใจของ Gitvin Challa เด็กชายชาวอินเดียที่ต้องสู้เอาชีวิตรอดจากความทุกข์ทรมาน หลังหยิบขวดพลาสติกที่มีทินเนอร์สีใสเหมือนน้ำเปล่ามาดื่มด้วยความไร้เดียงสา       Bhaktavatsalam Reddy ผู้เป็นพ่อซึ่งมีอาชีพเป็นโชเฟอร์แท็กซี่จากรัฐอานธรประเทศ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเขากำลังทาสีบ้าน เห็นว่าลูกชายกระหายน้ำ แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าลูกจะหยิบเอาขวดทินเนอร์ขึ้นมาดื่ม แม้มันจะมีปริมาณเพียง 10-20 มิลลิลิตร แต่สำหรับเด็กเล็กก็สามารถทำลายอวัยวะภายในจนเสียหายถึงชีวิตได้ หลังรีบพาตัวส่งโรงพยาบาลแพทย์ได้ช่วยยื้อชีวิตท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานตลอด 10 ชั่วโมง จนในที่สุดลูกก็รอดตายมาได้แต่ยังคงมีอาการวิกฤติ     พ่อของเด็กชายซึ่งทำหน้าที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงลูกไม่ยอมห่าง ขณะที่ภรรยาต้องดูแลลูกสาววัยแบเบาะอยู่ที่บ้าน เปิดใจอีกว่า แค่เขาละสายตาจากลูกเพียงเสี้ยววินาทีก็เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น ส่วนทุกวันนี้เขาต้องมาอยู่เคียงข้างลูกเพียงลำพังในเมืองใหญ่ห่างไกลจากบ้าน แม้จะรู้สึกท้อใจแต่ก็ต้องเข้มแข็ง เพื่อเป็นกำลังให้ลูกฮึดสู้ต่อไป     โดยทุกครั้งที่มองเห็นลูกมีสายระโยงระยางเต็มตัว หัวใจของเขาก็แทบจะแหลกสลาย เพราะลูกดูเปราะบางเหลือเกินกับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่ต้องฟันฝ่าไป เขาก็ได้แต่หวังว่าลูกจะรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัยในที่สุด และเรื่องที่เกิดก็เป็นเหมือนฝันร้าย จนแทบไม่น่าเชื่อว่าไม่กี่วันก่อนเขายังเล่นกับลูกอย่างมีความสุข แต่ตอนนี้กลับต้องมาเห็นลูกนอนหลับใหลไม่ได้สติและดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด     ขณะนี้เด็กชายถูกย้ายตัวมายังโรงพยาบาลเด็กที่เมืองเจนไนและกำลังรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยหนักในสภาพไม่ได้สติ หลังแพทยวินิจฉัยว่ามีความล้มเหลวของอวัยวะภายในหลายส่วนและระบบทางเดินหายใจถูกทำลาย     ล่าสุดครอบครัวได้เปิดระดมทุนเพื่อหาเงินจ่ายค่ารักษา เนื่องจากเสาหลักของครอบครัวมีรายได้จากการขับแท็กซี่เพียง 7 พันบาทต่อเดือน แต่ต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลที่มากมายมหาศาล โดยต้องใช้เงินรักษาลูกมากถึง 1 ล้านบาท  

 7,686
ต่างประเทศ
08 ส.ค. 60

สุดสลด หนุ่มอินเดียรถชนโคม่าแต่ถูกรพ.ปฏิเสธการรักษา สุดท้ายเสียชีวิต หลังรอนาน 7 ชม.

สำนักข่าวฮินดูสถานไทม์ของประเทศอินเดียรายงานข่าวชายวัย 30 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่กลับถูกปฏิเสธการรักษาจากทางโรงพยาบาลหลายแห่งในรัฐเกรละ จนเขาเสียชีวิตในที่สุดหลังรอการรักษานานกว่า 7 ชั่วโมง   เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า หลังเกิดอุบัติเหตุในเวลา 23.00 น. ของคืนวันอาทิตย์ รถพยาบาลได้นำตัวชายหนุ่มที่กำลังได้รับบาดเจ็บสาหัสไปส่งโรงพยาบาลเอกชนอย่างน้อย 2 แห่ง แต่เพราะไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ทางโรงพยาบาลจึงปฏิเสธการรักษา จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพาไปส่งที่วิทยาลัยการแพทย์ Thiruvananthapuram แต่กลับได้รับแจ้งว่าห้องฉุกเฉินเต็ม ทำให้ผู้ตายต้องนอนอยู่ในรถพยาบาลนานเกือบ 7 ชั่วโมง กระทั่งเสียชีวิตในเวลา 6.00 น.ของเช้าวันจันทร์   ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับการร้องเรียนจากคนขับรถพยาบาล โดยเบื้องต้นถือว่าเป็นความประมาททางการแพทย์ที่จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งทางตำรวจจะทำการสอบสวนถึงกรณีที่เกิดขึ้นโดยละเอียดต่อไป

 6,938
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 มิ.ย. 60

พยาบาลสาวขี่ จยย.ถูกกระชากกระเป๋า รถล้มหัวฟาดพื้นอาการโคม่า แม่โอดคดีไม่คืบ กร้าวอยากกระโดดถีบคนร้าย

จากกรณีที่เพจดังแหม่มโพดำได้แชร์ภาพ-ข้อความ กรณี พยาบาลสาวชลบุรีวัย 21 ปีเคราะห์ร้ายถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ขณะขี่รถจักรยานยนต์จากการลงเวรที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี ทำให้ศีรษะฟาดกับขอบถนน มีเลือดออกในสมอง ต้องการเลือดกรุ๊ปโอด่วน เพื่อใช้ในการผ่าตัด ขณะนี้ยังอยู่ในห้อง ICU   จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายขี่ประกบ จยย.ของผู้เสียหายจนล้ม ก่อนกระชากกระเป๋าที่ภายในบรรจุโทรศัพท์ไอโฟนและเอกสารสำคัญ เมื่อเห็นผู้เสียหายล้มจมกองเลือดยังถอดแหวนที่นิ้วของไปอีก จึงถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง     ด้านแม่ของผู้บาดเจ็บได้ระบายความในใจถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือชิงทรัพย์ลูกสาวด้วย เนื่องจากผ่านมา3วันแล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ตำรวจรวจบอกเพียงแค่ว่ารอกล้องวงจรปิดจากเจ้าของบ้านที่อยู่ตรงจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าของจะกลับมาในวันที่ 4 มิถุยายนนี้ ลูกสาวตนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสผ่าตัดสมองไปแล้ว 2รอบ โดยที่น้องยังไม่รู้สึกตัวและต้องการเลือดกรุ๊ปโอจำนวนมาก และอยากฝากถึงคนร้ายว่าทำไมใจคอโหดร้ายมาทำลูกตนทำไม ขอให้ตำรวจจับให้ได้โดยเร็ว และอยากระบายแค้นด้วยกระกระโดดถีบคนร้าย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qpI08ovwIEA    

 17,769
ต่างประเทศ
05 เม.ย. 60

'คิมแจจุง' ไอดอล k-pop เข้าเยี่ยม 'น้องมิน' สาวไทยช็อกในเกาหลี ควักเงิน 20 ล้านวอนช่วยค่ารักษา

คิมแจจุง นักร้องเกาหลีชื่อดังแห่งวง JYJ เดินทางไปเยี่ยมน้องมิน นางสาวระภีภรณ์ นาสะอ้าน สาวไทยที่ช็อกหมดสติที่เกาหลีขณะเดินทางไปท่องเที่ยวกับเพื่อน   โดยคิมแจจุง ซึ่งเป็นไอดอลชาวเกาหลีที่น้องมินชื่นชอบ ได้ภาวนาให้น้องมินที่ยังอยู่ในอาการโคม่าฟื้นตัวโดยเร็ว พร้อมบริจาคเงินจำนวน 20 ล้านวอน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 650,000 บาท ให้แก่พ่อของน้องมินด้วย 

 24,348
ข่าวภูมิภาค
28 ก.พ. 60

แพทย์ ยันเด็ก 3 ขวบ ถูกทำร้ายอาการโคม่า ด้านแม่-พ่อเลี้ยงยังให้การวกวน

อุดรธานี-แพทย์ระบุอาการของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ ที่ถูกทำร้ายสาหัส ตับ-ม้ามฉีก ซี่โครงหัก มีเลือดออกในช่องท้อง ศีรษะบวม ล่าสุดแพทย์ชี้อาการน่าเป็นห่วง ความดันสัญญาณชีพเริ่มลดลงเรื่อยๆ ถ้าถอดเครื่องช่วยหายใจเมื่อไหร่ก็จะเสียชีวิต ขณะที่ทางแม่และพ่อเลี้ยงยังคงให้การวกววน พูดไม่ตรงกัน ตอนแรกระบุเด็กกินยาฆ่าเชื้อจนมีอาการชักเกร็ง ต่อมาอ้างเด็กลื่นล้มหัวกระแทกพื้น ตร.เร่งหาพยานหลักฐานบริเวณบ้าน เพื่อนำมาใช้ประกอบทางคดี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ntiLdedUuu0 

 21,967
ข่าวภูมิภาค
27 ก.พ. 60

สลด หามเด็กอุดรฯ 3 ขวบ ม้ามแตก อาการโคม่า แม่-พ่อเลี้ยง ท้าสาบาน ยันไม่ได้เป็นคนทำ

อุดรธานี-พบเด็กชาย 3 ขวบถูกทำร้ายจนมีอาการโคม่า แพทย์พบมีเลือดออกในช่องท้อง ตับแตก ม้ามแตก และหูทั้งสองข้าง ตามลำตัวมีรอยช้ำคล้ายถูกทำร้าย ขณะนี้ต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู อาการเป็นตายเท่ากัน  ขณะที่ตัวแม่และพ่อเลี้ยงถูกตำรวจสอบปากคำ โดยยังพบพิรุธ แต่ยืนกรานไม่ได้ทำร้ายลูก บาดแผลไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด ขอท้าให้พาตัวไปสาบานที่ไหนก็ได้ แต่ยอมรับว่าหากลูกซนก็จะตีบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qUlrWNBsqwo

 57,042
ต่างประเทศ
04 ม.ค. 60

คลิประทึก หญิงเดินเล่นริมหาดที่บราซิล ถูกสายฟ้าฟาดกลางศีรษะล้มทั้งยืน อาการโคม่า

คลิปเหตุการณ์ระทึก ผู้หญิงเดินเล่นบนชายหาดแห่งหนึ่งในบราซิล ขณะเกิดฝนตก จู่ๆถูกฟ้าผ่า สายฟ้าฟาดกลางศีรษะ ท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวรายอื่น จนล้มไปนอนกับพื้น ได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต 

 21,033

Top