ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทุจริต"

การเมืองเข้มข้น
18 มี.ค. 62

ประชาธิปัตย์ออกนโยบายปราบโกง ประกาศยกเครื่อง ป.ป.ช. ซัดระบอบประยุทธ์ ไม่ต่างระบอบทักษิณ

พรรคประชาธิปัตย์ออกนโยบายหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงนโยบายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ประเด็นสำคัญ จะยกเครื่องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีปัญหาสืบสวนสอบสวน ตัดสินชี้มูลคดีล่าช้า คำวินิจฉัยมีข้อกังขาว่ามีการแทรกแซงทางการเมือง ป.ป.ช.ต้องทำงานมากขึ้นใน 6 เดือน ต้องชี้มูลได้ ให้ใส่ใจแต่คดีทุจริตขนาดใหญ่   ส่วนคดีเล็กให้หน่วยงานอื่นทำ ถึงเวลาต้องเพิ่มอำนาจให้ผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง ให้มีอำนาจตรวจสอบเฉพาะเรื่องทุจริตในกระทรวงให้ชัดเจนมากขึ้น ถ้าผู้ตรวจราชการตรวจพบว่ารัฐมนตรีหรือคนของรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับการทุจริต เขาสามารถไปยื่นเรื่องถึงหน่วยงานภายนอกที่มีอำนาจตรวจสอบ อาทิ ป.ป.ช. หรือส่งเรื่องถึงนายกฯก็ได้ เราจะปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทำได้ง่ายกว่าแก้ไขบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อแก้ไขกฎหมายนี้แล้ว จึงจะไปดูว่าควรเปลี่ยนแปลงกรรมการ ป.ป.ช.อย่างไร เพราะที่มา ป.ป.ช.ปัจจุบันเข้ามาในสถานการณ์ไม่ปกติ   ด้าน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุประเทศชาติไม่ใช่บริษัท อย่ามาเรียกค่าต๋ง ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ดูแลคนทั้ง 60 ล้านจริงหรือ ถ้าจริงทำไมปล่อยให้ประชาชนลำบากทั้งประเทศ ยางพารา 3 กก. 100 บาท ปาล์ม กก.ละ 1.90 บาท หอมกระเทียมเหลือแค่ กก.ละ 5-6 บาท แต่ข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน โจรผู้ร้ายชุกชุม แม้แต่สลากกินแบ่งรัฐบาลก็ควบคุมราคาไม่ได้   แต่เจ้าสัวนายทุนกลับร่ำรวยขึ้นมหาศาลทันตาเห็น ชาวบ้านยากจนลงทั่วทั้งแผ่นดิน ที่บอกว่าประเทศไม่ใช่บริษัทอย่ามาเรียกค่าต๋ง ทำไมไม่ถามบรรดานายพลเพื่อนท่านบางคนบ้างว่าเคยเรียกค่าต๋ง เงินทอน หรือค่าคุ้มครองบ้างหรือไม่ เพราะนักวิชาการสำรวจพบว่ามีการทุจริตโครงการต่างๆของรัฐบาลนี้มากกว่า รัฐบาลที่มีนักการเมืองเป็นรัฐมนตรี   สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าคือระบอบประยุทธ์ ไม่แตกต่างอะไรกับระบอบทักษิณ ส่วนที่ท่านบอกว่าคนชั่วยังมีอยู่ ถามว่าท่านใช้มาตรา 44 มีอำนาจสูงสุดคนเดียวมานานถึง 4 ปี ทำไมถึงไม่จัดการคนชั่วให้เด็ดขาด กลับปล่อยให้คนชั่วลอยนวลทั้งในและต่างประเทศ มิหนำซ้ำยังให้บริวารรวบรวมคนเหล่านี้มาสนับสนุนให้สืบทอดอำนาจเป็นนายกต่อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/agro19kStPo

 1,742
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
18 มี.ค. 62

ประชาธิปัตย์ออกนโยบายปราบโกง ประกาศยกเครื่อง ป.ป.ช. ซัดระบอบประยุทธ์ ไม่ต่างระบอบทักษิณ

พรรคประชาธิปัตย์ออกนโยบายหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงนโยบายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ประเด็นสำคัญ จะยกเครื่องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีปัญหาสืบสวนสอบสวน ตัดสินชี้มูลคดีล่าช้า คำวินิจฉัยมีข้อกังขาว่ามีการแทรกแซงทางการเมือง ป.ป.ช.ต้องทำงานมากขึ้นใน 6 เดือน ต้องชี้มูลได้ ให้ใส่ใจแต่คดีทุจริตขนาดใหญ่   ส่วนคดีเล็กให้หน่วยงานอื่นทำ ถึงเวลาต้องเพิ่มอำนาจให้ผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง ให้มีอำนาจตรวจสอบเฉพาะเรื่องทุจริตในกระทรวงให้ชัดเจนมากขึ้น ถ้าผู้ตรวจราชการตรวจพบว่ารัฐมนตรีหรือคนของรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับการทุจริต เขาสามารถไปยื่นเรื่องถึงหน่วยงานภายนอกที่มีอำนาจตรวจสอบ อาทิ ป.ป.ช. หรือส่งเรื่องถึงนายกฯก็ได้ เราจะปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทำได้ง่ายกว่าแก้ไขบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อแก้ไขกฎหมายนี้แล้ว จึงจะไปดูว่าควรเปลี่ยนแปลงกรรมการ ป.ป.ช.อย่างไร เพราะที่มา ป.ป.ช.ปัจจุบันเข้ามาในสถานการณ์ไม่ปกติ   ด้าน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุประเทศชาติไม่ใช่บริษัท อย่ามาเรียกค่าต๋ง ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ดูแลคนทั้ง 60 ล้านจริงหรือ ถ้าจริงทำไมปล่อยให้ประชาชนลำบากทั้งประเทศ ยางพารา 3 กก. 100 บาท ปาล์ม กก.ละ 1.90 บาท หอมกระเทียมเหลือแค่ กก.ละ 5-6 บาท แต่ข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน โจรผู้ร้ายชุกชุม แม้แต่สลากกินแบ่งรัฐบาลก็ควบคุมราคาไม่ได้   แต่เจ้าสัวนายทุนกลับร่ำรวยขึ้นมหาศาลทันตาเห็น ชาวบ้านยากจนลงทั่วทั้งแผ่นดิน ที่บอกว่าประเทศไม่ใช่บริษัทอย่ามาเรียกค่าต๋ง ทำไมไม่ถามบรรดานายพลเพื่อนท่านบางคนบ้างว่าเคยเรียกค่าต๋ง เงินทอน หรือค่าคุ้มครองบ้างหรือไม่ เพราะนักวิชาการสำรวจพบว่ามีการทุจริตโครงการต่างๆของรัฐบาลนี้มากกว่า รัฐบาลที่มีนักการเมืองเป็นรัฐมนตรี   สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าคือระบอบประยุทธ์ ไม่แตกต่างอะไรกับระบอบทักษิณ ส่วนที่ท่านบอกว่าคนชั่วยังมีอยู่ ถามว่าท่านใช้มาตรา 44 มีอำนาจสูงสุดคนเดียวมานานถึง 4 ปี ทำไมถึงไม่จัดการคนชั่วให้เด็ดขาด กลับปล่อยให้คนชั่วลอยนวลทั้งในและต่างประเทศ มิหนำซ้ำยังให้บริวารรวบรวมคนเหล่านี้มาสนับสนุนให้สืบทอดอำนาจเป็นนายกต่อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/agro19kStPo

 1,742
การเมืองเข้มข้น
31 ม.ค. 62

'องอาจ' ซัด คสช.ล้มเหลวจัดการคอร์รัปชั่น นายกฯลั่นกวาดทุจริต คนติดคุกไปเท่าไรในรัฐบาลนี้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติสำรวจพบดัชนีคอร์รัปชันของไทยอยู่ที่ลำดับที่ 99 ลดลง 2 อันดับจากปีที่ผ่านมา   ระบุต้องยอมรับว่าปัญหาคอร์รัปชันยังเป็นปัญหาใหญ่ที่บั่นทอนการเจริญก้าวหน้า เดิมมองว่านักการเมืองทุจริต แต่ผ่านมาเกือบ 5 ปีที่ไม่มีนักการเมือง มีแต่ข้าราชการ ทั้งทหาร และพลเรือนบริหารประเทศ แต่การทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้ลดลง การคอร์รัปชันยังระบาดเหมือนเดิม แต่อัตราส่วนเปอร์เซ็นต์การเรียกรับผลประโยชน์กลับสูงกว่าที่ผ่านมา ยิ่งไม่มีการตรวจสอบที่เข้มแข็ง   ผนวกกับกลไกการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล และภาครัฐอ่อนแอ ยิ่งทำสถานการณ์คอร์รัปชันของไทยทรุดต่ำลง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศเสียงดังจะปราบคอร์รัปชันจริงจัง ก็ไม่ปรากฏเป็นจริง ไม่สามารถทำตามที่พูดไว้ได้ ถือเป็นความล้มเหลวของ คสช.และรัฐบาล   ทั้งนี้คาดว่ามาจากสาเหตุ 1.ผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล และภาครัฐไม่ได้ดำเนินการจริงจังในการปราบปรามคอร์รัปชัน 2.องค์กรตรวจสอบ และกลไกตรวจสอบตามระบบไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.มีภาพการแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ 4.การบังคับใช้กฎหมายถูกละเลย   ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรํโอชา นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงอันดับคอร์รัปชั่นของไทยว่า อะไรที่ดีหรือแย่ก็ต้องไปแก้ในสิ่งที่แย่ หากพูดแล้วกล่าวหาว่า รัฐบาลนี้ก็เหมือนกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง   ที่ผ่านมาติดคุกไปเท่าไรในรัฐบาลนี้ ก่อนหน้านี้มีการติดคุกแบบนี้หรือไม่ เรื่องการทุจริตต้องดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย ใครผิดว่าไปตามผิด ส่วนตัวไม่เคยก้าวล่วง ดังนั้น ต้องรับผิดชอบกันเอง เรื่องใดที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้อยู่แล้ว แม้กระทั่งบุคคลใดที่ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YWtSHFFEdCU

 866
ข่าวต่างประเทศ
20 พ.ย. 61

ช็อควงการรถยนต์โลก 'คาร์ลอส โกสน์' ประธานนิสสันถูกจับ ฐานประพฤติมิชอบ-หมกเม็ดเงิน

ญี่ปุ่น - นายคาร์ลอส โกสน์ ประธานบริษัทนิสสันมอเตอร์ บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น ถูกจับกุมเมื่อวันจันทร์ (19 พ.ย.) และบริษัทเตรียมที่จะไล่ออกจากตำแหน่ง โดยนายโกสน์ ชาวบราซิล วัย 64 ปี เป็นบุคคลที่โดดเด่น ได้รับการยกย่องอย่างสูง เป็นที่ยอมรับในญี่ปุ่น จากผลที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลุดจากภาวะขาดทุน เกือบล้มละลาย   ขณะที่บริษัทนิสสันแถลงว่า ได้รับรายงานจากบุคคลภายในถึงเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล แล้วก็พบการกระทำอันมิชอบย้อนหลังไปหลายปี เช่นแจ้งจำนวนเงินการดำเนินงานด้านหลักทรัพย์ต่ำกว่าเป็นจริง และก็ยังพบว่ามีการใช้ทรัพย์สินของบริษัท เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ส่งผลกับกลุ่มพันธมิตรนิสสัน-เรโนลต์-มิตซูบิชิ ที่นายโกสน์เป็นเสาหลัก ราคาหุ้นได้ร่วงลงมามากกว่า 12 %  

 4,683
ข่าวต่างประเทศ
12 ต.ค. 61

จับพิรุธเมียนายแบงก์ใหญ่ รวยผิดปกติ ช็อปปิ้งห้างแฮร์รอดส์ 700 ล้าน มีบ้านหรู-สนามกอล์ฟส่วนตัว

พบพิรุธของนางซามิรา ฮาจิเยวา วัย 55 ปี ภรรยาของอดีตนายแบงก์ใหญ่จากประเทศอาร์เซอร์ไบจาน ช็อปปิ้งสินค้าในห้างแฮร์รอดส์ ห้างหรูกลางกรุงลอนดอน เป็นมูลค่าถึง 16 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 700 ล้านบาทในช่วง 10 ปีมานี้   นอกจากนี้ยังมีบ้านพักสุดหรูในย่านไนท์บริดจ์ ใกล้กับห้างแฮร์รอดส์ และสนามกอล์ฟส่วนตัวในเบิร์กเชอร์  มูลค่ากว่า 15 ล้านปอนด์ หรือราว 650 ล้านบาท ซึ่งเสี่ยงจะถูกยึด หากเธอไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินและทรัพย์สินได้    

 26,029
การเมืองเข้มข้น
10 ต.ค. 61

อัยการ สั่งฟ้อง 'โอ๊ค พานทองแท้' พร้อมพวกคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย

 อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง โอ๊ค พานทองแท้ พร้อมพวก คดีฟอกเงินการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย เตรียมนำตัวส่งฟ้องศาลคดีทุจริตตามขั้นตอน   นานธรัมพ์ ชาบีจันทร์ พร้อมด้วย นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงคดี ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 นัดฟังคำสั่งคดีที่กล่าวหา นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก ร่วมกันทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับบริษัทเครือกฤษดามหานคร โดยพบว่า มีธุรกรรมการเงินเป็นเช็ค จำนวน 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท    ซึ่งจากการพิจารณา แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กรณีเช็ค 10 ล้านบาท มีความเห็นสั่งฟ้อง นายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ส่วนกรณีเช็ค 26 ล้านบาท อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง รวมถึง นางเกศิณี จิปิภพ แต่ได้สั่งฟ้อง นายวันชัย และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมฟอกเงิน    ทั้งนี้ รองโฆษกอัยการ ขอยังไม่ให้รายละเอียดความเห็นการสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน กรณีเช็ค 26 ล้านบาท เนื่องจากกระบวนการยังไม่สิ้นสุด เพราะต้องส่งสำนวนกลับไปที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษอีกทั้ง ซึ่งหากเห็นพ้องก็ถือว่าจบ แต่หากเห็นแย้ง ก็จะต้องส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดตามขั้นตอน    สำหรับวันนี้ นายพานทองแท้ เดินทางมารายงานตัวต่ออัยการด้วยตัวเอง โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน ท่ามกลางคนที่มาให้กำลังใจกจำนวนมาก นอกจากคนในครอบครัว ซึ่งมีน้องสาว 2 คน คือ นางสาวแพทองธาร และ นางสาวพินทองทา ชินวัตร ยังมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค - นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค - นายโภคิณ พลกุล - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง - นายชัยเกษม นิติสิริ - นายสามารถ แก้วมีชัย - นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ และ นายนพดล ปัทมะ ซึ่งหลังทราบ อัยการมีคำสั่งฟ้อง บางส่วนเดินทางไปที่ศาลอาญาคดีทุจริต เพื่อให้กำลังใจ   ทั้งนี้นายนพดล ปัทมะ เปิดเผยว่า นายพานทองแท้ มีกำลังใจดี และ พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ขณะที่ทีททนายความ ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งขึ้นอยู่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณา   สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษา จำคุก อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ในความผิด เกี่ยวกับกรณีการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบ และได้ทำธุรกรรมกับผู้รับโอนเงินหลายราย จนอัยการมีคำสั่งฟ้องล่าสุดในวันนี้

 2,605
การเมืองเข้มข้น
09 พ.ค. 61

สันธนะ ร้องนายกฯ มอบหลักฐานอ้างคนในรัฐบาลทุจริต ยันเป็นเอกสารของจริง

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจ ร้องนายกรัฐมนตรี อ้างนำหลักฐานคนในรัฐบาลทุจริต ขอนายกรัฐมนตรีส่งทหารไว้ใจได้รับเรื่องหวั่นอันตราย ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ยันเป็นเอกสารของจริง   พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล2 ในฐานะที่ปรึกษาของบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ ดอนเมือง เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล มายื่นต่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี หลังจากเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าหากมีหลักฐานจริงให้นำมามอบให้ ซึ่งขณะนี้ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆจนกว่าจะได้ยื่นหนังสือ เนื่องจากกลัวว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัย เพราะตนเองเคยเป็นนักรบในเมืองมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่มีอาวุธ มามือเปล่าตัวคนเดียว จะสู้อย่างไร ทุกวันนี้ก็อาศัยอยู่ในเซฟเฮาส์ หลังจากตำรวจไปตรวจค้นตลาดใหม่ ดอนเมืองและตนเองด้วย ทั้งนี้ ตอนแรกไม่กล้าลงจากรถเนื่องจากกลัวความปลอดภัย และไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีไม่มารับหลักฐานด้วยตัวเอง หรือส่งเจ้าหน้าที่ทหารมารับมอบหลักฐานดังกล่าว ยืนยันว่าเอกสารหลักฐานที่มีเป็นของจริง หากไม่มีตัวแทนนายกรัฐมนตรีมารับเอกสารจะไม่มอบหลักฐานให้ใครทั้งสิ้น   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกสะเทือนใจคำพูดของนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พ.ต.ท.สันธนะ รู้สึกยินดี ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงตนในอีกมุม จะได้พิสูจน์ความจริงว่าเป็นเช่นที่นายกรัฐมนตรีกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ขอลงสมัครรับเลือกตั้งหรือเล่นการเมืองในปีนี้ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของมุมมืด แต่ตนเป็นคนตรงๆ   หลังจากให้สัมภาษณ์สื่อ เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลจึงแจ้งว่าจะมีเจ้าหน้าที่ทหารชั้นผู้ใหญ่เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี มารับมอบหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.สันธนะจึงยอมเข้ามายื่นหนังสือ ซึ่งขณะนี้เวลา 11:00 น. ยังคงรอตัวแทนมารับหนังสือดังกล่าว คลิป ;

 1,850
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 61

สอบเพิ่ม! 27 ข้าราชการพัวพันทุจริตคนไร้ที่พึ่ง คาดส่งรายชื่อให้ พม. พิจารณาสั่งย้ายออกจากพื้นที่พรุ่งนี้

ป.ป.ท. คาดส่งรายชื่อข้าราชการล็อตล่าสุดอีก 28 คน ที่ถูกกล่าวหาทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ให้กับกระทรวงพม.ในวันพรุ่งนี้ รวมทั้งหมดที่อยู่ระหว่างถูกสอบสวน 217 คน    พันโทกรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ สำนักงาน ป.ป.ท. กำลังทำหนังสือรวบรวมรายชื่อข้าราชการจำนวน 28 คน ซึ่งเป็นล็อตล่าสุด ที่ถูกตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิด กรณีทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง โดยคาดว่าคณะกรรมการป.ป.ท.จะลงนามและส่งให้กับหน่วยงานต้นสังกัด คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในวันพรุ่งนี้ (9 พฤษภาคม) เพื่อพิจารณาโยกย้ายออกนอกพื้นที่ ซึ่งรวมข้าราชการที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 217 คน    ขณะเดียวกัน ยังมีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการป.ป.ท. พิจารณาเอาผิดผู้เกี่ยวข้องอีก 19 แห่ง จากข้อมูลที่ตรวจพบความผิดปกติ 67 แห่งทั่วประเทศ และดำเนินการตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดไปแล้ว 48 แห่ง

 1,021
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

โผล่อีก! ทุจริตผ้าห่มที่สิงห์บุรี ซื้อแจกชาวบ้านทั้งที่ไม่หนาว ใช้ครั้งเดียวขาด-สีตก

แม้จังหวัดสิงห์บุรี จะเป็น 1 ใน 9 จังหวัดที่ไม่พบทุจริตการจ่ายเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง แต่ล่าสุด ปปท. พบความผิดปกติในการจัดซื้อผ้าห่มแจกผู้ยากไร้ หลังพบคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของปภ.   พันโทกรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ปปท. พร้อมคณะทำงานชุดปฏิบัติการ กองอำนวยการต่อต้าน การทุจริต สำนักงานปปท. ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอุดหนุน ประเภทสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในกรณีการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวเพื่อแจกผู้สูงอายุ ซึ่งปรากฏตามฎีกาเบิกจ่ายพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ได้จัดซื้อผ้าห่มกันหนาว โดยวิธีตกลงราคาในวงเงินงบประมาณ 200,000 บาท   สำหรับจัดซื้อผ้าห่ม จำนวน 500 ผืน ซึ่งระบุเหตุผลในการจัดซื้อว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้สูงอายุประสบภัยหนาว และจากการดำเนินการตรวจสอบปรากฏข้อมูลว่า ในการจัดหาผ้าห่มนั้นไม่มีความจำเป็น อีกทั้งได้จัดหาผ้าห่มที่มีปริมาณน้ำหนักกรัมมากกว่าปกติ จึงทำให้ราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น   คณะทำงานฯ จึงได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งพบว่า ในการจัดซื้อผ้าห่มที่หน่วยงานอื่นได้ดำเนินการจัดซื้อนั้น จะกำหนดขนาดและราคาไว้โดยอ้างอิงตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คือ ความกว้างไม่น้อยกว่า 145 เซนติเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 195 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 1,100 กรัม และมีราคากลางไม่เกินผืนละ 240 บาท พบความผิดปกติ ทั้งการจัดซื้อผ้าห่มที่ราคาผืนละ 400 บาท ซึ่งเกินกว่าราคาที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเคยจัดซื้อในปี 2558   เมื่อตรวจสอบลึกลงไปถึงคุณภาพของผ้าห่ม พบว่า บางรายใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเกิดการชำรุด และไม่สามารถใช้ได้อีก บางรายใช้มาเป็นเวลา 1 ปี เมื่อนำไปซักสีผ้าตก และเนื้อผ้ามีลักษณะเปื่อย ยุ่ย และ บางรายที่ได้รับผ้าห่มมาแล้วไม่ได้นำไปใช้ เนื่องจากได้รับทราบว่า อากาศไม่หนาว จึงไม่ความจำเป็นต้องใช้ อีกทั้งได้รับแจกมาแล้วหลายครั้งจากหน่วยงานอื่น จึงเก็บไว้ไม่ได้มีการนำมาใช้งาน   จากการตรวจสอบเบื้องต้น เมื่อนำผ้าห่มมาชั่งน้ำหนัก พบว่า มีน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม บางคนได้รับ ผ้าห่มที่มีขนาดกว้าง ไม่เป็นไปตามคุณลักษณะที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ระบุในรายละเอียดการจัดซื้อคือ ความกว้างไม่ถึง 180 เซนติเมตร อีกทั้งน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม ตามที่กำหนดในคุณลักษณะเฉพาะ โดยผู้มีรายชื่อรับการสงเคราะห์ ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี ยืนยันว่า ผ้าห่มที่นำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนั้นเป็น ผ้าห่มที่ได้รับการสงเคราะห์จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในปีงบประมาณ 2560   นอกจากนี้มียังข้อมูลเพิ่มเติมจากการตรวจสอบพบว่า มีผ้าห่มในลักษณะเดียวกันได้มีการแจกจ่ายให้ชาวบ้านในปีงบประมาณ 2561 อีกด้วย   ทั้งนี้ เลขาธิการ ปปท. บอกว่า จากการตรวจสอบ พบประเด็นที่น่าสงสัยหลายประการ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ตรวจสอบลึกลงไปถึงรายละเอียดการจัดซื้อผ้าห่ม กันหนาวในปีงบประมาณ 2561 ด้วย รวมถึงดำเนินการตรวจสอบการยื่นชำระภาษีของผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับศูนย์คุ้มครองฯ เพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ต่างๆ ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6SZ9LN0Qay0    

 2,231
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

ตรวจบัญชีทุจริตกองทุนเสมา ส่อมี จนท.แบงค์กรุงไทยเอี่ยว

นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ระบุอาจมี จนท.ธนาคารกรุงไทยร่วมมือกับการทุจริต เพราะจากการตรวจสอบ ทาง ศธ.ติดใจ บัญชีที่เราไม่สามารถค้นพบว่า เป็นบัญชีของใคร มีทั้งบัญชีที่เป็นผู้รับโอน และผู้โอน จากที่พบ 1,000 กว่าบัญชี คัดกรองล่าสุดแล้วเหลือ 68 บัญชีที่ไม่สามารถค้นพบได้ว่าเป็นบัญชีของใคร   ซึ่งรูปแบบทุจริตที่พบมีรูปแบบเดียว คือการปลอมและสอดแทรกเลขที่บัญชีธนาคารที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป แต่การปลอบเลขที่บัญชีธนาคารแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน เช่น นำเลขที่บัญชีบุคคลภายนอกแทรกเข้าไปเลย นำบัญชีของสถานศึกษามาสลับเพื่อให้เงินมีการหมุนเวียน การเบิกเงินซ้ำซ้อน และเบิกก่อนกำหนดโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งทุกครั้งก็มีการโกงเกิดขึ้น ปัญหาที่ทำให้เกิดการทุจริตคือการทำงานแบบรัดวงจรหลายจุดไม่ทำตามระบบ   ทั้งนี้ในการเสนอข้อสรุปจะให้รัฐมนตรีว่าการศธ. และปลัดศธ.พิจารณาประเด็นที่ถูกมองข้าม และมีประเด็นที่ควรหาคำตอบเพิ่ม เพราะคณะกรรมการสืบสวนฯไม่สามารถดำเนินการหาคำตอบได้ทัน เช่น ปี2547 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เคยจ่ายเช็ก เลขที่ 0097627 มาให้ศธ. เพื่อให้กองทุนฯ 31 ล้านบาท ต้องไปตรวจสอบต่อว่าเงินนี้ถูกนำเข้ามาสมทบกับเงินกองทุนหรือไม่ ถ้าไม่นำเข้าแล้วเงินนี้ถูกนำไปใช้เพื่อการใด ซึ่งเงินนี้อาจนำไปใช้ถูกต้องก็ได้ แต่อยากให้ตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส เป็นต้น   ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดกับนางรจนา สินที อดีตข้าราชการระดับ 8 ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการแล้วอีกประมาณ 10 ราย ซึ่งแต่ละรายจะมีโทษระดับใดนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้มีอำนาจ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y3FMTRMGKyg

 786
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

ผลสอบ พม. ประเดิมฟันวินัย ทุจริตศูนย์ไร้ที่พึ่งขอนแก่น เสนอให้ออกจากราชการ 2 ราย

อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เผยผลสอบ ทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง 2 ผู้เกี่ยวข้องจังหวัดขอนแก่น จุดแรกที่พบข้อมูล และนำไปสู่การขยายผลตรวจสอบทั่วประเทศ ชี้มีโทษพิจารณาให้ไล่ออกจากราชการ เนื่องจากมีพฤติการณ์ร่วมกันทำ ทั้งปลอมแปลงเอกสาร - สวมสิทธิ์ผู้ไม่มาคุณสมบัติมารับเงิน และจ่ายเงินไม่ครบถ้วนตามจำนวน   ทั้งนี้ภาพรวมการตรวจสอบ ล่าสุด ปปท.ได้ส่งข้อมูลบุคคล ซึ่งถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดแล้ว 2 ครั้ง รวม 35 แห่ง มีผู้ถูกกล่าวหา 156 คน จำนวนนี้ กรมอยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย 20 คน ส่วนที่เหลือ 136 คน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นได้มีคำสั่งย้ายออกจากพื้นที่แล้ว 19 คน และ อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MXUXRlzHtqk  

 730
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ค. 61

เสนอไล่ออก ผอ.-หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคมศูนย์คนไร้ที่พึ่งขอนแก่น ชี้ปลอมเอกสาร-สวมสิทธิ์-จ่ายเงินไม่ครบ

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เปิดเผยความคืบหน้าผลการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง โดยเฉพาะศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น จุดแรกที่พบข้อมูลและนำไปสู่การขยายผลตรวจสอบทั่วประเทศว่า   คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงได้ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงนางพวงพยอม จิตรคง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และหัวหน้าฝ่ายจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งสรุปพฤติการณ์ที่พบ เป็นลักษณะร่วมกันทำทั้งปลอมแปลงเอกสาร, สวมสิทธิ์ผู้ไม่มาคุณสมบัติมารับเงิน และจ่ายเงินไม่ครบถ้วนตามจำนวน โดยจากนี้จะเสนอคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พม. หรืออ.ก.พ. พิจารณาโทษให้ไล่ออกจากราชการ ซึ่งจะนัดประชุมในวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคมนี้ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.เป็นประธาน และหากมีมติให้ไล่ออก ขั้นตอนต่อไปจะตั้งคณะกรรมการข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดเพื่อเรียกความเสียหายต่อไป ส่วนกรณีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนวินัยแล้ว คาดจะสามารถสรุปผลสอบได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้    ทั้งนี้ ป.ป.ท. ได้ส่งข้อมูลบุคคลซึ่งถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ พส. 2 ครั้ง จำนวน 35 แห่ง มีผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 156 คน โดยในจำนวนผู้ถูกกล่าวหา 156 คนมีบุคคลที่อยู่ระหว่างการดำเนินการทางวินัย จำนวน 20 คน ส่วนบุคคลที่เหลือ จำนวน 136 คน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ได้ย้ายข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในปีงบประมาณ 2560 ออกจากพื้นที่ตามข้อมูลที่ ป.ป.ท. จัดส่งให้ครั้งที่ 1 จำนวน 19 คน และสั่งตรวจสอบข้อมูลที่ ป.ป.ท. จัดส่งให้เพิ่มเติมครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณาสั่งย้ายข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในปีงบประมาณ 2560 ออกจากพื้นที่เพิ่มเติม   นางนภากล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กระทรวงฯ ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่กระบวนการตรวจสอบในทางราชการต้องใช้เวลาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งในด้านการดำเนินการทางวินัย กฎหมาย รวมทั้งการสร้างระบบการช่วยเหลือคุ้มครองที่ประชาชนจะได้รับการช่วยเหลือย่างรวดเร็วโดยไม่ขัดระเบียบทางราชการ

 2,283
ข่าวภูมิภาค
26 เม.ย. 61

หลวงพ่อวัดดังเมืองอุดรฯ ยันความบริสุทธิ์ใจ ได้เงินทอนวัดร่วม 10 ล้าน เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ก่อนโอนคืน

ทางกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.)ได้นำแฟ้มสำนวนคดีเงินทอนวัดล็อต 3 จำนวน 8 แฟ้ม กว่า 4,000 หน้า แบ่งเป็น 7 วัด ผู้ต้องหา 20 คน แบ่งเป็นพระสงฆ์ 7 รูป และ ฆราวาส 13 คน มาส่งมอบให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพิ่มเติม   โดยระบุว่ามีพระสงฆ์ 7 รูป ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งฆราวาส และเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. กลุ่มใหม่เกี่ยวข้องด้วย และยังระบุว่ามีวัดที่ จ.อุดรธานี ที่ได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว   จากการตรวจสอบวัดศรีนคราราม บ้านดงเมือง ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี ทางเจ้าอาวาสระบุมีการโอนเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ที่ทาง พศ.โอนมาให้ทางวัด ประมาณ 10 ล้านบาท เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา   ทางหลวงพ่อได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ที่มีมติในตอนนั้นว่า ให้หลวงพ่อนำเงินที่รับโอนมาส่งคืนทาง พศ.เพราะทางวัดม่ามีโครงการอะไร ต้องส่งคืนให้เขา เพื่อจะได้นำเงินจำนวนนี้ไปจัดการศึกษาให้วัดอื่นต่อไป หลังจากนั้น 2-3 วัน หลวงพ่อจึงเบิกเงินจากธนาคาร นำไปคืน พศ.ที่กรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง พร้อมกรรมการสถานศึกษาอีก 1 คน เป็นเงินสดทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาท โดยการคืนเงินไม่ได้มีหลักฐานอะไรมาให้ ภาพถ่ายก็ไม่ได้ถ่ายไว้ และคนที่นับเงินตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ไหน คงจะเกษียณราชการไปแล้ว   ทั้งนี้เป็นการนำเงินไปคืนบริสุทธิ์ใจ ซึ่งหลวงพ่อไม่ได้นำเงินนี้ไปใช้ในส่วนอื่นเลย เพราะเงินเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา และไม่มีโครงการ ไม่มีแผนงาน ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะขอเงินจากเขา ซึ่งหลังจากนั้นมาก็ไม่มีการโอนเงินอะไรมาให้อีก อีกทั้งทางวัดก็ไม่เคยขออะไรไป จะสร้างอะไรก็ใช้เงินจากที่ญาติโยมมาบริจาค หรือออกไปเทศน์ ทำกฐินผ้าป่าเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UMDPUvA_3ek  

 618
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 61

ปปท. เตรียมส่งไม้ต่อปปช. เชือด 3 บิ๊ก พม. ปมโกงเงินคนจน เพิ่มเติมอีก 23 แห่ง

เลขาธิการปปท. คาดส่งสำนวนเอาผิด 3 ผู้บริหารกระทรวงพม. เสนอ บอร์ด ปปท. ส่งไม้ต่อให้ ปปช.ดำเนินการภายในสัปดาห์นี้ พร้อมเตรียมชงตั้งอนุกรรมการไต่สวนทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเพิ่มเติมอีก 23 แห่ง   พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการปปท. กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานในส่วนการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ 3 ผู้บริหารของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ว่า ขณะนี้การสรุปสำนวนใกล้จะแล้วเสร็จ เหลือรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้รัดกุมที่สุด และคาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการปปท.พิจารณาในวันที่ 26 เมษายนนี้ เพื่อส่งให้คณะกรรมการ ปปช. ดำเนินการตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดต่อไป เนื่องจากอยู่เกินอำนาจการสอบสวนจากปปท. นอกจากนี้สำนักงานปปท. จะเสนอสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพิ่มเติมอีก 23 แห่ง เพื่อตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิด จากเดิมที่ดำเนินการไปแล้ว 33 แห่งก่อนหน้านี้    ส่วนการตรวจสอบในจังหวัดที่เหลืออีก 17 จังหวัด เบื้องต้นคณะทำงานได้ลงพื้นที่เกือบครบแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า แต่ยืนยันจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้    พ.ท.กรทิพย์ ยังบอกว่า สำหรับข้าราชการที่ถูกตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิด ล่าสุด ได้ส่งรายชื่อล็อต 2 จำนวน 61 รายชื่อไปให้ กระทรวง พม. และ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินการทางวินัยแล้ว รวมทั้งหมดจำนวน 156 คน ในจำนวนดังกล่าวเป็นข้าราชการระดับผู้อำนวยการศูนย์ 35 ราย

 1,556
การเมืองเข้มข้น
18 เม.ย. 61

ปปช.เปิดปม 5 พระเถระเอี่ยวทุจริตเงินทอนวัด นายกฯปรามม็อบผ้าเหลืองอย่ากดดัน

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมาเปิดเผยถึง กรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) รับร้องทุกข์จาก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) กล่าวโทษคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพฯ มีชื่อพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป   ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของการทำงานตามหลักฐานต่างๆโดยจะต้องนำข้อมูลส่งต่อไปกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอร้องผู้ที่เป็นห่วงควรอยู่ในความสงบเรียบร้อย   เพราะการตรวจสอบเป็นการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่คนไทยกว่าร้อยละ 90 นับถือ จึงต้องช่วยกัน ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน วัตถุพยาน และพยานบุคคล พร้อมย้ำว่า การเคลื่อนไหวนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะเป็นเหมือนการกระทำผิดในคดีอื่นๆเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p7eLP4WR2BQ  

 868

Top