ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยาเสพติด"

สรุปข่าว
21 พ.ย. 62

สำรวจความเสียหายจากแผ่นดินไหว สปป.ลาว - ปิดล้อมกวาดล้างยาเสพติด 14 จุด - สหภาพฯ ขสมก. คัดค้านการแปรรูป

เร่งสำรวจความเสียหายจากแผ่นดินไหว สปป.ลาว แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ขนาดศูนย์กลางอยู่ที่ สปป. ลาวเมื่อเช้าวันนี้ สร้างความเสียหายให้กับโรงเรียน ตชด. 100 ปี โรงเรียนบ้านมณีพฤกษ์ และโรงเรียนบ้านบ่อหลวง ที่อำเภอบ่อเกลือจังหวัดน่าน ทำให้ฝ้าโรงเรียนพัง อาคารปูนแตกร้าว ต้องหยุดการเรียนการสอน 1 วัน ขณะที่โรงพยาบาลราชพฤกษ์ ขอนแก่น อพยพคนไข้กว่า 100 คนออกจากอาคาร นานประมาณ 1 ชั่วโมง ล่าสุดกลับเข้าตัวอาคารแล้ว   ปิดล้อมกวาดล้างยาเสพติด 14 จุด เขาสวนกวาง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร จังหวัดขอนแก่นนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่การระบาดของยาเสพติดพร้อมกันถึง 14 จุด ในอำเภอเขาสวนกวาง เบื้องต้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายศาล ยึดยาบ้า อาวุธปืน และอุปกรณ์การเสพยาจำนวนมาก ส่วนที่นราธิวาส เจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาบ้ามากกว่า 2 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในโกดังในพื้นที่เทศบาลเมือง    สหภาพฯ ขสมก. คัดค้านการแปรรูป ขสมก. สหภาพแรงงาน ขสมก. ชุมนุมกันที่หน้ากระทรวงคมนาคม คัดค้านการแปรรูป ขสมก. ก่อนที่คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และบอร์ด จะมีการประชุมและปลัดโครงสร้าง โดยเฉพาะปรับลดค่าโดยสาร และปรับลดพนักงานอีกกว่า 500 คน โดยผู้ชุมนุมขอให้มีการทบทวนแผนการฟื้นฟูกิจการ และไม่เลิกจากพนักงานโดยขอให้มีความชัดเจนภายในระยะเวลา 7 วัน 

 273
สังคม
20 พ.ย. 62

ระบายความอัดอั้น! ร้องขอความเป็นธรรม อ้างถูก ตร.สามร้อยยอด 'ยัดยา' ขณะตรวจค้นรถ

พบมี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ร้องขอความเป็นธรรม โดยในคลิปเป็นภาพ และข้อความของคุณพ่อเจ้าของโพสต์ ขณะขับรถบรรทุกไปส่งของ แล้วไปเจอตำรวจตั้งด่านตรวจ แต่เมื่อตรวจค้นกับถูกยัดยาบ้า 1 เม็ด โดยมีคลิปภาพเป็นหลักฐาน   เป็นคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดในรถบรรทุก คันหนึ่ง ขณะคนขับเดินทางไปส่งของ แต่ระหว่างทางพบตำรวจ ตั้งด่านตรวจที่บริเวณสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรียกเพื่อขอทำการตรวจค้น    ในคลิปจะเห็นว่า มีตำรวจนายแรกได้ขึ้นไปบนรถก่อน และจับหยิบอะไรบ้างอย่างที่บริเวณที่นั่งพักแขน โดยไม่ว่าอะไร จากนั้นก็ลงจากรถไปและต่อมาก็มีนายตำรวจอีกนายขึ้นมาทำการตรวจค้น และพูดคุยจะขอค้นรถอีกครั้ง พร้อมถามว่า "เล่นยาไหม" ซึ่งชายคนขับรถบรรทุก ได้ตอบกลับไปว่า "ไม่ยุ่งกับยา ค้นได้เลย แต่ต้องขึ้นไปตรวจพร้อมกันนะ"    แต่เมื่อตำรวจอีกคนขึ้นไป และไปพบยาบ้า 1 เม็ด ตรงที่ตำรวจคนแรกขึ้นไปวางมือตรงนั้น และจากการสนทนาบางช่วง บางตอน ระหว่างตรวจว่าอะไรตก บอกเป็นเม็ดมะขาม ก่อนจะแจ้งเจอยาบ้า 1 เม็ด ก่อนจะควบคุมคนขับรถบรรทุกไปดำเนินคดี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาซึ่งหลังเกิดเหตุ    ทำให้ลูกสาวของคนขับรถบรรทุก และเป็นผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เกิดข้อกังขาว่า ตำรวจมีการยัดยาบ้า หรือไม่ หลังจากที่ขึ้นไป แล้วมีพิรุธจากการพบยาบ้า และจับกุมคุณพ่อ ซึ่งการแอบขึ้นไปไม่มีคนดูว่าไปทำอะไร ไม่น่าจะถูกต้อง และยาบ้ามาจากไหน    ด่านนี้มีคนกล่าวขานมากถึงความไม่ชอบมาพากล ฝากผู้มีอำนาจลงมาดูแล ช่วยเหลือด้วยคะ จากนั้น ผู้สื่อข่าว จึงได้สอบถามไปยังคนขับรถบรรทุก ที่จังหวัดชุมพร    โดยเขาเล่าว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หลังตำรวจตรวจค้นในรถแล้วพบยาบ้า 1 เม็ด ซึ่งตนเองปฎิเสธว่ายาบ้าไม่ใช่ของตนเอง จากนั้นก็ได้มีการจราจรเคลียร์นอกรอบกับตำรวจ เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี จำนวนหลักหมื่นบาท    แต่เนื่องจากตนเองไม่มีให้ บอกมีเพียง 5 พันบาท ซึ่งตำรวจไม่เอา สุดท้ายจึงถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย    ขณะที่ พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า กรณีข้อร้องเรียนของประชาชนที่ปรากฎทางสื่อออนไลน์นั้น ตนยืนยันว่าพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเรื่องดังกล่าวแล้ว

 956
สังคม
20 พ.ย. 62

ล่าตัวโจรแสบ! ผู้ต้องหาคดียาเสพติดออกอุบายขอฉี่ ตรวจวงจรปิดพบเดินตัวปลิวออกจากโรงพัก

เกิดเหตุผู้ต้องหาคดียาเสพติด ทำทีขอเข้าห้องน้ำ ก่อนปีนหลบหนีระหว่างพนง.สอบสวนสภ.เชิงทะเลเบิกตัวสอบปากคำเพิ่ม ตร.เร่งล่าตัว   วันนี้ (20พ.ย.) จากกรณีมีรายงานว่า มีผู้ต้องหาในคดียาเสพติดหลบหนีจากสภ.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สอบถามไปยัง พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ ผกก.สภ.เชิงทะเลเ จ้าของพื้นที่เกิดเหตุ    ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยผู้ต้องหาคนดังกล่าวชื่อนายธรรมวุฒิ ปะหนัน อายุ 24 ปี ชาวต.เชิงทะเล เป็นผู้ต้องหาในคดีครอบครองยาเสพติด ได้หลบหนีออกจาก สภ.เชิงทะเลในช่วงเช้าของวันนี้    โดยก่อนเกิดเหตุพนักงานสอบสวนสภ.เชิงทะเลได้เบิกตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าวจากห้องขัง เพื่อมาทำสอบปากคำเพิ่ม แต่ระหว่างที่ควบคุมตัวมาที่โต๊ะทำงาน ผู้ต้องหาได้ขอเข้าห้องน้ำ ทางพนักงานสอบสวนจึงอนุญาตให้เข้าห้องน้ำตามปกติ    ต่อมาผู้ต้องหาไปแอบปีนออกทางหลังห้องน้ำแล้วเดินหลบหนีไปทางด้านข้างสภ. โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้ขณะเดินออกจากสภ. ซึ่งผู้ต้องหาสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงสีดำ   ทั้งนี้นายธรรมวุฒิ ผู้ต้องหารายดังกล่าวถูกจับกุมในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.เชิงทะเลตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ต.เชิงทะเล และสามารถตรวจค้นพบยาไอซ์ 0.5 กรัม จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน   อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งประสานญาติผู้ต้องหาให้นำมามอบตัว และทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตามหาและตรวจสอบกล้องวงจรปิด ว่าผู้หาหลบหนีไปทางใด หากท่านใดพบเห็นสามารถแจ้งมาได้ที่ 081-5351922 พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ ผกก.สภ.เชิงทะเล

 443
สังคม
16 พ.ย. 62

เปิดเส้นทาง 'ค้ายาข้ามชาติ' พบใช้ชื่อปลอมส่งสินค้า ตร.เร่งขยายผลเครือข่าย

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เตรียมขยายผลเครือข่ายส่งออกยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งคาดว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคน มีข้อมูลว่ามีการส่งยาเสพติดซุกซ่อนไปกับสินค้า ไปยังประเทศออสเตรเลียและประเทศญี่ปุ่นหลายครั้ง โดยใช้ชื่อปลอม เนื่องจากการตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการขนส่งสินค้าชนิดเดียวกันซ้ำๆ เป็นสินค้าชนิดเดิม เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต เป็นวิธีการหนึ่งของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่เจ้าหน้าที่เห็นความผิดปกติจากค่าขนส่งที่แพงผิดปกติ และสินค้าไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด   ที่ผ่านมาการยึดของกลางยาเสพติดได้ล็อตมหึมา ถูกระบุว่าต้นทางขนส่งมาจากประเทศไทย โดยเมื่อ 6 เดือนก่อน ทางการออสเตรเลียยึดไอซ์ล็อตใหญ่ถูกซุกซ่อนอยู่ในลำโพงสเตอริโอ ที่ท่าเรือเมลเบิร์น โดยมีต้นทางมาจากประเทศไทย    และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจปราบปราบยาเสพติดได้รับเบาะแสว่า จะมีการส่งสินค้าประเภทเครื่องวิ่งออกกำลังกายไปประเทศญี่ปุ่นหลายสิบเครื่อง เป็นที่น่าสังเกตว่าเครื่องราคาถูก สวนทางกับค่าขนส่งที่สูงเป็นหลักหมื่น อีกทั้งน่าสงสัยว่าเหตุใด สินค้าชนิดนี้จึงเป็นที่ต้องการของตลาดญี่ปุ่น มีรายงานส่งเครื่องออกออกกำลังกายในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จนผิดปกติเหมือนกับเป็นสินค้าขาดแคลน   ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นภายในโกดังรับฝากส่งสินค้าแห่งหนึ่งริม ถ. มอเตอร์เวย์ เขตประเวศ พบเครื่องออกกำลังกายจำนวนมากบรรจุในลังไม้เตรียมส่งออก เมื่อเปิดดูพบว่ามีน้ำหนักมากผิดปกติ และยังมีฐานเหล็กรองด้านใต้ เมื่อตัดฐานเหล็กออก พบมียาไอซ์บรรจุห่อซ่อนอยู่ภายในเครื่องวิ่งออกกำลังกายจำนวน 12 เครื่อง รวมน้ำหนักกือบ 200 กิโลกรัม    สินค้าทั้งหมดทราบว่า นายปิยะนันท์ พงศ์เศรษฐ์ศิริ เป็นผู้จัดส่ง โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเครื่องออกกำลังกายซุกซ่อนยาไอซ์ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขยายผลจนพบว่านายปิยะนันท์ใช้ชื่อปลอมในการส่งสินค้า และปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตัวเอง   ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายนี้ยังเคยลักลอบส่งเครื่องออกกำลังกายไปยังประเทศออสเตรเลีย แต่ถูกทางการออสเตรเลียจับได้ก่อน โดยนายปิยะนันท์อ้างว่ามีอาชีพขายเครื่องสำอางนำเข้า แต่ตำรวจสืบทราบว่าไม่ได้ประกอบอาชีพใด   ขณะที่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพติดยังได้เข้าตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ จ. ชลบุรี พบยาไอซ์เตรียมส่งออกนอกประเทศเกือบ 1 พันกิโลกรัม โดยมี นายสุบรรณ มหาชนนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ไปเปิดดูสินค้าร่วมกับพวกอีก 3 คน แต่นายสุบรรณปฏิเสธ ซึ่งคดีนี้ตำรวจได้ส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คนไปแล้ว    นอกจากนี้ สถิติในรอบเพียง 4 เดือน ยังมีผู้ลักลอบนำเข้ายาเสพติดทางพัสดุภัณฑ์เข้ามาในประเทศถี่ขึ้นเช่นกัน โดยจับผู้ต้องหาได้ 123 คน มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 1,438
อาชญากรรม
14 พ.ย. 62

ปส. บุกรวบแก๊งค้ายาพบไอซ์หนัก 1 ตัน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดขณะกำลังขนยาไอซ์กว่า 1,000 กิโลกรัม ช่วงเทศกาลลอยกระทง       ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นและลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าจับ นายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี อายุ 22 ปี และ นาย วรชุน แซ่ว่าง อายุ 21 ปี บริเวณแยกเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ขณะลักลอบขนยาไอซ์ 1,000 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ย สีเหลือง บรรทุกอยู่ท้ายรถกระบะ ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา พร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้นำทางสำรวจเส้นทาง เพื่อคุ้มกันการลำเลียงยาเสพติด    พลตำรวจโท วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ตำรวจได้ติดตามสืบสวนพบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดอยู่ในจังหวัดพะเยา โดยทำหน้าที่รับจ้างขนยาเสพติดจากนายทุนในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งครั้งนี้เตรียมนำของกลางทั้งหมดจากจังหวัดเชียงราย เข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง ตามเส้นทางสายรองจนถึงจังหวัดพิจิตร ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน หลบหนีไปได้ 2 คน ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่ารับยาไอซ์จากนายทุน พ่อค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และจะใช้เส้นทางจ.เชียงราย-พะเยา-แพร่-สุโขทัย-อุตรดิตถ์ -พิษณุโลกและจ.นครสวรรค์ เพื่อส่งกระจายต่อกรุงเทพและปริมณฑล    ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกหลบหนีซึ่งมียาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวทั้ง3 ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีอีกคดี ตำรวจปราบปรามยาเสพติดตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนัก 8กิโลกรัม ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดทางพัสดุไปต่างประเทศ โดยหนึ่งในสินค้าเฝ้าระวังพบมีปลายทางไปประเทศญี่ปุ่น สำแดงสินค้าฝากส่งเป็นนาฬิกาแขวนผนังแต่มีน้ำหนักผิดปกติ ตรวจสอบพบบริเวณกรอบนาฬิกาใส่เป็นท่อเหล็กซึ่งถูกดัดแปลงขึ้นเพื่อให้ภายในสามารถบรรจุยาไอซ์ 8 กิโลกรัมได้ ตรวจยึด ยาไอซ์ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี   นอกจากนี้ตำรวจสามารถจับกุมนายจักรพงษ์ ฮวดลิ้ม วัย 42 ปี พร้อมพวกรวม 4 คน หลังสืบทราบว่า มีผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ทำการติดต่อกับผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ พบว่ากระบวนการนี้ จะซื้อ-ขายยาเสพติดออนไลน์ผ่านทางโซเชียล ก่อนจะเดินทางไปรับยาจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ตำรวจจึงติดตามกลุ่มผู้ต้องหากระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม และกัญชาน้ำหนัก 1 กิโลกรัม     พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงกลุ่มเครือข่ายมักอาศัยช่วงเทศกาลต่างๆ ขนยาเสพติดจำนวนมาก จึงได้สั่งการเฝ้าระวังตามเส้นทาง เช่นในครั้งนี้ที่สามารถจับกุมได้ล็อตใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้า   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-md91gFXD50

 794
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 62

วิสามัญผู้ต้องหาลักลอบขอยาเสพติดชายแดนแม่อายดับ 1 ศพ หลังปะทะเดือดกว่า 3 นาที

วิสามัญคนลักลอบขอยาเสพติดแนวชายแดนหลังจากเจ้าหน้าที่ รับแจ้งจากสายข่าว ทางชุดทหารพรานสั่งการโดย พ.อ.เอกวุฒิ สุขรส ผบ.บก.ควบคุม ทพ.ศปก.ทภ.๓ มอบหมายให้ ร.ต.เทพฤทธิ์ สมัครเขตวิทย์ ผบ.ร้อย.ทพ.3201 จัดกำลังลงพื้นที่ลาดตระเวนและเฝ้าตรวจตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 – 15 พ.ย. บริเวณ ช่องทางปะสี  หมู่บ้านปะสี ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย เชียงใหม่ ซึ้งเป็นเส้นทางเดินเท้าแนวชายแดน ใกล้หมู่บ้านปะสี จนกระทั้งช่วง 3 ทุ่ม ของวานนี้ (11 พ.ย.2562)     เมื่อช่วงเย็น ของวันที่ 11 พ.ย. 62  เจ้าหน้าที่ตระเวน เส้นทางบริเวณ หมู่บ้านปะสี หมู่ 1 ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อายฯ  พบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 4-5 ราย เดินจากแนวชายป่ามุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านปะสีฯ จึงได้ส่งเสียงให้บุคคลทั้งสองหยุดเพื่อขอทำการตรวจค้นแต่ กลุ่มคนดังกล่าว ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงมายัง เจ้าหน้าที่จึงเกิดการยิงสั่งให้ยิงตอบโต้ ประมาณ 3 นาที เจ้าหน้าที่ปลอดภัยฝ่ายเราปลอดภัย เมื่อสิ้นเสียงปืนเจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังร่วม ตำรวจตะเวนชายแดน  เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบชายนอนเสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป้ดักแปลงจำนวน 1 เป้ ตรวจสอบเป็น ยาเสพติดประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวน 26 ขวด  ฝิ่นดิบ จำนวน 1 ห่อ น้ำหนัก 2.4 กก. และอาวุธปืนไรเฟิล ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก ตกอยู่ด้านข้างผู้เสียชีวิต     ต่อมาเวลา พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ชัย ผกก.สภ.แม่อาย ,พ.ต.ท.สนิท มาลา รองผกก.สอบสวน ร.ต.ท.ธีระวัฒน์ มณีวงค์ พนักงานสอบสวน  อัยการ  แพทย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ โดยจุดที่เกิดการวิสามัญนั้นเป็นเส้นทางเดินเท้าใกล้กับหมู่บ้านปะสี ซึ่งเป็นเส้นทางแนวตะเข็บชายแดน ห่างจากตัวอำเภอแม่อายไม่เกิน 11 กิโลเมตร  

 55
สังคม
09 พ.ย. 62

ระทึก! 15 ชั่วโมง ล้อมจับ 'เอก หลักแก้ว' ผู้ต้องหายาเสพติด

พ.ต.อ.ดิเรก ชาวสวน ผู้กำกับ สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีชายต้องสงสัยและหญิงสาว อายุประมาณ 20-25 ปี เข้ามาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งริมถนนสายโพธิ์พระยา-อ่างทอง หมู่ 4 ต.วังยาง สงสัยว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวนนำกำลังเข้าตรวจสอบ   ทราบว่าชายคนดังกล่าวพักอยู่ห้องพักเลขที่ 304 กับโดยมีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเขียว ทะเบียน บต 8993 สุพรรณบุรี จอดอยู่หน้าห้อง เจ้าหน้าที่จึงเคาะประตูห้องเพื่อขอตรวจสอบแต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมพร้อมชักอาวุธปืนออกมาขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เข้าใกล้     ต่อมาทราบชื่อ คือนายธเนศร์ ชาญวุฒิธรรม หรือเอก หรือกิจ หลักแก้ว อายุ 40 ปีบ้านอยู่หมู่ 3 ต.หลักแก้ว อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่จึงประสานให้แม่และน้องชายของนายธเนศร์ มาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวแต่ไม่เป็นผล โดยนายธเนศร์ ชาญวุฒิธรรม กลับนำแฟนสาวและแม่มาเป็นเกาะกำบังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีอาการหวาดระแวงและขู่ว่าจะยิงตัวเองหากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามา       เมื่อการเจรจาล้มเหลวเจ้าหน้าที่จึงตรึงกำลังปิดล้อมโดยให้นายธเนศร์ พร้อมแม่และแฟนสาวนั่งอยู่หน้าห้องพักกระทั่งเวลา 09.00 น.วันที่ 9 พ.ย.เจ้าหน้าที่เข้าเจรจาอีกครั้ง ผู้ต้องหายอมมอบตัวและวางอาวุธ โดยให้กิ๊กสาวเป็นคนนำอาวุธปืนขนาด 9 มม.พร้อมแม็กกาซีน 2 อันกระสุน 28 นัดส่งให้ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเข้าตรวจค้นในห้องพักพบยาเสพติดประเภทยาไอซ์จำนวนหนึ่งพร้อมอุปกรณ์การเสพ        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท1 ยาไอซ์ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

 189
สังคม
04 พ.ย. 62

พบนายทุนเงินกู้เกี่ยวข้องกับแชร์ 'แม่มณี' กว่า13ราย - ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีระหว่างนำตัวไปศาล - จับผู้ต้องหาลักลอบขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด - ไอซ์ 10 กก.

พบนายทุนเงินกูเกี่ยวข้องกับแชร์แม่มณีกว่า 13 ราย   เตรียมออกหมายจับนายทุนที่เกี่ยวข้องกับแชร์แม่มณี 13 ราย ภายใน 2 วัน ส่วนแม่มณีและแฟนหนุ่มไม่ยื่นขอประกันตัวหลังจากหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ     ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีระหว่างนำตัวไปศาล   ผู้ต้องหาคดียาเสพติด 3 คนทำร้ายใช้มีดพับทำร้ายเจ้าหน้าที่จนบาดเจ็บ และใช้ปืนข่มขู่เอากุญแจ เปิดประตูหลบหนีขึ้นรถกะบะไป     จับผู้ต้องหาลักลอบขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด - ไอซ์ 10 กก.  

 221
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 62

รวบแล้ว ‘หนุ่มขับแจ๊สแดง’ ซิ่งแหกด่านยิงปืนใส่ตร. ค้นห้องเจอปืน-ยาไอซ์ พบประวัติมีหมายจับคดียาเสพติด

จากกรณีหนุ่มขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีแดง ทะเบียน 5กข 8292 กรุงเทพฯ  ซิ่งแหกด่านตรวจบนถนนเจริญราษฎร์ โดย   ตำรวจขี่รถไล่ตามยิงยางรถเพื่อสกัดจับ แต่ยังขับหนีฮึดสู้ใช้ปืนยิงสวนใส่เจ้าหน้าที่ ขับหนีต่อไป ชนรถแท็กซี่ จากนั้นมีชายคนหนึ่งขี่รถ จยย.มารับนั่งซ้อนท้ายหลบหนีไป     ล่าสุดจับกุมตัวชายคนดังกล่าวได้แล้ว โดยชุดสืบสวน สน.วัดพระยาไกร พบผู้ต้องหานั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์หน้าอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในซอยประชาชื่น 4 แยก 1-6 ย่านบางซื่อ เมื่อช่วงค่ำของวันที่  21 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ แสดงตัวเข้าจับกุม ผู้ต้องหาตกใจและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ก่อนจะขี่ไปพุ่งชนกับรถยนต์กระบะ สีบรอนซ์เงินจนล้มลงก่อนที่จะพยายามจะวิ่งหลบหนี และต่อสู้ชกต่อยกับตำรวจและถูกจับกุมไว้ได้   เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่ามียาเสพติดและอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ในห้อง จึงขยายผลเข้าตรวจสอบในห้องพัก พบของกลางเป็นอาวุธปืน .357 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 3 นัด ยาไอซ์ 1.22 กรัม ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ สน.เตาปูน แจ้งข้อกล่าวหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน /มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต/ มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย   ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้อายัดตัว เดินทางมาสอบปากคำนำหมายจับมาแจ้งข้อกล่าวหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน / มีอาวุธปืนเครื่งกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต/ ใช้กำลังประทุษร้ายและพยายามฆ่า ก่อนนำตัวส่งศาลฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยศาลพิจารณคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้   ขณะที่การฝากขังผู้ต้องหาเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) นั้น ไม่ปรากฎว่ามีญาติ มายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้คุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป   ทั้งนี้ ผู้ต้องหา ให้การว่าในคืนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์ คันเกิดเหตุซึ่งยืมมาจาก นายเจ เพื่อขับไปหาลูก  แถวพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อเห็นด่านรู้สึกตกใจเพราะในรถมีปืนจึงขับฝ่าด่านและขับหลบหนี ในระหว่างหลบหนีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมา ตนจึงใช้อาวุธปืนลูกโม่ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นัด ก่อนที่จะจอดรถทิ้งไว้บนถนนราชพฤกษ์และขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีมาที่ห้องพัก  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่นำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถฝากขัง ผู้ต้องหา ไม่ยอมพูดหรือข้อมูลใดๆ บอกเพียงว่า “ผมไม่มีอะไรจะพูด ผมไม่ได้ยิงตำรวจ”   ด้านแฟนสาวของผู้ต้องหา เผยว่า หลังเกิดเหตุตนไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แฟนโทรมาบอกว่าหนีด่าน ถูกตำรวจยิงล้อจึงหนีและขู่ขึ้นฟ้าไม่ให้ตำรวจตามมา ส่วนคนที่ขี่รถ จยย.พาหลบหนีตนไม่ทราบว่าเป็นใคร ตอนมาหาตนที่อพาร์ทเม้นท์สังเกตเห็นเขามีอาการกลัว ๆ ก็ไม่ได้ทราบว่าเป็นอะไร เพิ่งทราบเรื่องทั้งหมดตอนตำรวจมารวบตัวเขาไปและไม่ได้ติดตามข่าว อดีตทราบว่าเคยยุ่งเกี่ยวยาเสพติดคิดว่าเลิกไปแล้ว และที่ผ่านมาไม่ได้พักอยู่ด้วยกันตลอด เขาจะไป ๆ มา ๆ   จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดย ผิดกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมายและมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และกำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี ส่วน รถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้น ทราบว่าเจ้าของผู้ครอบครองรถตัวจริงถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ จ.มุกดาหาร ในคดียาเสพติด ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่ารู้จักกันหรือเป็นเครือข่ายยาเสพติดเดียวกัน     ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้เข้าตรวจสอบรถยนต์ของกลางที่ สน.วัดพระยาไกร เพื่อหาร่องรอยยาเสพติดและพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามจุดต่าง ๆ ของรถ อาทิ เกียร์ คอนโซล ประตูข้างฝั่งคนขับและท้ายรถเพื่อใช้เป็นเบาะแสในการดำเนินคดี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9TwHTU6AY6o

 470
อาชญากรรม
23 ต.ค. 62

รวบแล้ว ‘หนุ่มขับแจ๊สแดง’ ซิ่งแหกด่านยิงปืนใส่ตร. ค้นห้องเจอปืน-ยาไอซ์ พบประวัติมีหมายจับคดียาเสพติด

จากกรณีหนุ่มขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีแดง ทะเบียน 5กข 8292 กรุงเทพฯ  ซิ่งแหกด่านตรวจบนถนนเจริญราษฎร์ โดย   ตำรวจขี่รถไล่ตามยิงยางรถเพื่อสกัดจับ แต่ยังขับหนีฮึดสู้ใช้ปืนยิงสวนใส่เจ้าหน้าที่ ขับหนีต่อไป ชนรถแท็กซี่ จากนั้นมีชายคนหนึ่งขี่รถ จยย.มารับนั่งซ้อนท้ายหลบหนีไป     ล่าสุดจับกุมตัวชายคนดังกล่าวได้แล้ว โดยชุดสืบสวน สน.วัดพระยาไกร พบผู้ต้องหานั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์หน้าอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในซอยประชาชื่น 4 แยก 1-6 ย่านบางซื่อ เมื่อช่วงค่ำของวันที่  21 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ แสดงตัวเข้าจับกุม ผู้ต้องหาตกใจและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ก่อนจะขี่ไปพุ่งชนกับรถยนต์กระบะ สีบรอนซ์เงินจนล้มลงก่อนที่จะพยายามจะวิ่งหลบหนี และต่อสู้ชกต่อยกับตำรวจและถูกจับกุมไว้ได้   เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่ามียาเสพติดและอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ในห้อง จึงขยายผลเข้าตรวจสอบในห้องพัก พบของกลางเป็นอาวุธปืน .357 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 3 นัด ยาไอซ์ 1.22 กรัม ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ สน.เตาปูน แจ้งข้อกล่าวหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน /มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต/ มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย   ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้อายัดตัว เดินทางมาสอบปากคำนำหมายจับมาแจ้งข้อกล่าวหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน / มีอาวุธปืนเครื่งกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต/ ใช้กำลังประทุษร้ายและพยายามฆ่า ก่อนนำตัวส่งศาลฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยศาลพิจารณคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้   ขณะที่การฝากขังผู้ต้องหาเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) นั้น ไม่ปรากฎว่ามีญาติ มายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้คุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป   ทั้งนี้ ผู้ต้องหา ให้การว่าในคืนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์ คันเกิดเหตุซึ่งยืมมาจาก นายเจ เพื่อขับไปหาลูก  แถวพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อเห็นด่านรู้สึกตกใจเพราะในรถมีปืนจึงขับฝ่าด่านและขับหลบหนี ในระหว่างหลบหนีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมา ตนจึงใช้อาวุธปืนลูกโม่ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นัด ก่อนที่จะจอดรถทิ้งไว้บนถนนราชพฤกษ์และขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีมาที่ห้องพัก  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่นำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถฝากขัง ผู้ต้องหา ไม่ยอมพูดหรือข้อมูลใดๆ บอกเพียงว่า “ผมไม่มีอะไรจะพูด ผมไม่ได้ยิงตำรวจ”   ด้านแฟนสาวของผู้ต้องหา เผยว่า หลังเกิดเหตุตนไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แฟนโทรมาบอกว่าหนีด่าน ถูกตำรวจยิงล้อจึงหนีและขู่ขึ้นฟ้าไม่ให้ตำรวจตามมา ส่วนคนที่ขี่รถ จยย.พาหลบหนีตนไม่ทราบว่าเป็นใคร ตอนมาหาตนที่อพาร์ทเม้นท์สังเกตเห็นเขามีอาการกลัว ๆ ก็ไม่ได้ทราบว่าเป็นอะไร เพิ่งทราบเรื่องทั้งหมดตอนตำรวจมารวบตัวเขาไปและไม่ได้ติดตามข่าว อดีตทราบว่าเคยยุ่งเกี่ยวยาเสพติดคิดว่าเลิกไปแล้ว และที่ผ่านมาไม่ได้พักอยู่ด้วยกันตลอด เขาจะไป ๆ มา ๆ   จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดย ผิดกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมายและมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และกำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี ส่วน รถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้น ทราบว่าเจ้าของผู้ครอบครองรถตัวจริงถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ จ.มุกดาหาร ในคดียาเสพติด ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่ารู้จักกันหรือเป็นเครือข่ายยาเสพติดเดียวกัน     ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้เข้าตรวจสอบรถยนต์ของกลางที่ สน.วัดพระยาไกร เพื่อหาร่องรอยยาเสพติดและพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามจุดต่าง ๆ ของรถ อาทิ เกียร์ คอนโซล ประตูข้างฝั่งคนขับและท้ายรถเพื่อใช้เป็นเบาะแสในการดำเนินคดี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9TwHTU6AY6o

 470
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 62

เร่งคลี่ปม จนท.จับยาเสพติด รัวยิงชายวัย 35 ใส่กุญแจมือ-รุมกระทืบซ้ำ ญาติร้องเอาผิดเพิ่มอีก 5 คน

จากกรณี จนท.ปกครองเมืองเลยบุกจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องยาเสพติด ก่อนรัวยิงและใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำ ป้าและลูกชายวัย 6 ขวบ ร้องขอชีวิตบอกให้หยุดแต่ไม่มีใครฟังลั่นทำเกินกว่าเหตุไม่เผาศพกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ด้านกำนันและผู้ช่วยกำนันมอบตัวก่อนได้รับการประกันตัวออกไปอ้างป้องกันตัว เพราะผู้ตายมีมีดพยายามต่อสู้ ตรวจค้นพบยาบ้า 12 เม็ด   ความคืบหน้า ป้าของผู้ตายพร้อมญาติ เข้าพบ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสารีกิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองเลย เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปรับฟัง    โดยญาติของผู้ตายอยากให้ จนท.รวบรวมหลักฐานเอาผิด จนท.ชุดเฉพาะกิจปกครองชุดจับกุมดังกล่าวอีก 5 คน จากทั้งหมด 7 คน หนึ่งในนั้นมีปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองเลย เป็นหัวหน้าทีม ป้าของผู้ตายอ้างว่าทั้งหมดอยู่ในเหตุการณ์และร่วมกันทำร้ายหลาน จนถึงแก่ความตาย   หลังให้การเสร็จชุดสืบสวนกว่า 10 นาย ลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่ จนท.พฐ ได้ตรวจหาร่องรอยแบะวิถีกระสุนปืน เริ่มตั้งแต่จุดเกิดเหตุภายในบ้านของผู้ตาย ไปจนถึงจุดที่ผู้ตายถูกยิงล้มลงภายในซอยข้างบ้านห่างออกไปประมาณ 30 เมตร ก่อนที่นายเมธารัฐ จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   ป้าของผู้ตาย กล่าวว่า หลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ชุดปกครองที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวออกมา ทำให้ตนเองรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งผู้ที่ประกันเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวและใช้ตำแหน่งค้ำประกัน อย่างนี้จะให้เชื่อถือได้อย่างไรความเป็นธรรมมันอยู่ที่ไหน ส่วนการเห็นโลงศพเรียกร้องความยุติธรรมญาติอยู่ระหว่างหารือกัน   ด้าน นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย เผยว่า ทางจังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง หัวหน้าชุดจับกลุ่ม ได้ให้ไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดเลย   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตนได้พูดคุยกับครอบครัวของผู้ตายแล้วพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะบุตรของผู้ตายทั้งสองคน จะให้การดูแลด้านการศึกษา และได้ประสานเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย เข้าไปพูดคุยให้การดูแลตามขั้นตอนของทางการต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Oo8BlZdHGS0

 1,938
อาชญากรรม
19 ต.ค. 62

เร่งคลี่ปม จนท.จับยาเสพติด รัวยิงชายวัย 35 ใส่กุญแจมือ-รุมกระทืบซ้ำ ญาติร้องเอาผิดเพิ่มอีก 5 คน

จากกรณี จนท.ปกครองเมืองเลยบุกจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องยาเสพติด ก่อนรัวยิงและใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำ ป้าและลูกชายวัย 6 ขวบ ร้องขอชีวิตบอกให้หยุดแต่ไม่มีใครฟังลั่นทำเกินกว่าเหตุไม่เผาศพกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ด้านกำนันและผู้ช่วยกำนันมอบตัวก่อนได้รับการประกันตัวออกไปอ้างป้องกันตัว เพราะผู้ตายมีมีดพยายามต่อสู้ ตรวจค้นพบยาบ้า 12 เม็ด   ความคืบหน้า ป้าของผู้ตายพร้อมญาติ เข้าพบ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสารีกิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองเลย เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปรับฟัง    โดยญาติของผู้ตายอยากให้ จนท.รวบรวมหลักฐานเอาผิด จนท.ชุดเฉพาะกิจปกครองชุดจับกุมดังกล่าวอีก 5 คน จากทั้งหมด 7 คน หนึ่งในนั้นมีปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองเลย เป็นหัวหน้าทีม ป้าของผู้ตายอ้างว่าทั้งหมดอยู่ในเหตุการณ์และร่วมกันทำร้ายหลาน จนถึงแก่ความตาย   หลังให้การเสร็จชุดสืบสวนกว่า 10 นาย ลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่ จนท.พฐ ได้ตรวจหาร่องรอยแบะวิถีกระสุนปืน เริ่มตั้งแต่จุดเกิดเหตุภายในบ้านของผู้ตาย ไปจนถึงจุดที่ผู้ตายถูกยิงล้มลงภายในซอยข้างบ้านห่างออกไปประมาณ 30 เมตร ก่อนที่นายเมธารัฐ จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   ป้าของผู้ตาย กล่าวว่า หลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ชุดปกครองที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวออกมา ทำให้ตนเองรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งผู้ที่ประกันเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวและใช้ตำแหน่งค้ำประกัน อย่างนี้จะให้เชื่อถือได้อย่างไรความเป็นธรรมมันอยู่ที่ไหน ส่วนการเห็นโลงศพเรียกร้องความยุติธรรมญาติอยู่ระหว่างหารือกัน   ด้าน นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย เผยว่า ทางจังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง หัวหน้าชุดจับกลุ่ม ได้ให้ไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดเลย   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตนได้พูดคุยกับครอบครัวของผู้ตายแล้วพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะบุตรของผู้ตายทั้งสองคน จะให้การดูแลด้านการศึกษา และได้ประสานเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย เข้าไปพูดคุยให้การดูแลตามขั้นตอนของทางการต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Oo8BlZdHGS0

 1,938
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

จับ 2 สามี-ภรรยา ดูแลการเงินเครือข่ายยาเสพติดมันทุกเม็ด พบเงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้าน!

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับ 2 สามีภรรยา ดูแลการเงินให้เครือข่ายยาเสพติดมันทุกเม็ด ก่อนส่งกลับไปยังต้นทางผู้ผลิต /ตรวจบัญชีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท   วันที่ 16 ต.ค. ตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลัง ชุดสยบไพรี เข้าตรวจค้นบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านอำเภอบางเมือง จ.สมุทรปราการ โดยพบบิดาและมารดาของนายนฤพล ภาพพิธี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบกันฟอกเงินฯ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นและตรวจค้นภายในบ้านพบทรัพย์สินต่าง ๆ อาทิ รถยนต์ นาฬิกาหรู ทองคำแท่ง และเงินสดมูลค่า 18 ล้านบาท ที่ซุกซ่อนไว้ในตู้เซฟบนบ้านและในกระเป๋าโดยมีลักษณะคล้ายเพิ่งเบิกมาจากธนาคารหลายแห่ง   ตำรวจคุมนางสาวปัทมา ภรรยาของนายนฤพล และเป็นผู้ต้องหาในคดีเดียวกันจากโรงพยาบาลระหว่างที่ไปเฝ้าสามี มารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนนายนฤพลยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์เอ แต่เจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวไว้แล้ว   นางสาวปัทมา อ้างว่า เงินที่พบในบ้านได้มาจากการทำเว็บพนันออนไลน์ ขณะที่สามีมักจะเดินทางข้ามไปยังบ่อนการพนันฝั่งปอยเปตเป็นบางครั้ง โดยเงินที่เข้าบัญชีแต่ละครั้ง จะจ้างคนไปเบิกเงินออกมาและจ้างไปฝากเงินอีกบัญชี เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา ยืนยันว่าเงินทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด   ขณะที่ตำรวจอีกชุดเข้าตรวจค้นบ้านอีกหลังที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงกัน พบเงินสดจำนวน 5 ล้าน 5 แสนบาท ซุกซ่อนอยู่ในเครื่องซักผ้า และพบสลิปการโอนเงินจำนวนมากภายในบ้าน ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวมีความสัมพันธ์ญาติของนายนฤพล โดยผู้ถูกกล่าวหาปฎิเสธว่ารู้จักนายนฤพล แต่ไม่ใช่ญาติ ส่วนเงินจำนวนดังกล่าวอ้างว่ามีคนนำมาให้เพื่อให้ตนเองนำไปเข้าบัญชีฝากธนาคาร   ขณะที่ตำรวจยังคุมตัวหญิงอีกคนมาสอบสวน ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาในการทำหน้าที่รับเงินไปฝากธนาคารตามคำสั่งของนายนฤพล และนางสาวปัทมา โดยผู้ถูกกล่าวหาให้ข้อมูลว่า เป็นเพื่อนกับนางสาวปัทมา ซึ่งรับจ้างกดเงินให้นางสาวปัทมา มาประมาณ 1 ปี ได้รับค่าจ้างเดือนละ 1 หมื่นบาท โดยจะเบิกเงินจากธนาคารวันเว้นวัน เฉลี่ยครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท 3-4 ครั้งต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของ ป.ป.ง. ล่าสุดเบิกเงินสดมาจำนวน 6 ล้านบาทก่อนนำมาให้ นางสาวปัทมาที่บ้าน   พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 500,000 เม็ด ได้ที่จังหวัดพิษณุโลกขณะลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้า โดยการขยายผลพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมายังนายนฤพล ซึ่งทำหน้าที่ฟอกเงินจากเครือข่ายค้ายาเสพติดมันทุกเม็ดของนายปัณณวิชญ์ ประทุม หรือ โก๋แก่ ก่อนส่งกลับไปให้เจ้าของยาเสพติดหรือกลุ่มนายทุนในประเทศเพื่อนบ้าน   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีของผู้ต้องหาจำนวนกว่า 500 บัญชี พบเงินหมุนเวียนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมากว่า 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ตำรวจยังบุกค้นเป้าหมาย 20 จุด ตามปฎิบัติสยบไพรี 63/1 ตัดเส้นทางการเงินเครือข่ายมันทุกเม็ด ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ, จังหวัดนนทบุรี และสุโขทัย ได้ผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 รายของเครือข่ายมันทุกเม็ด โดยสามารถยึดอายัดทรัพย์ได้กว่า 100 ล้านบาท    

 3,109
สังคม
16 ต.ค. 62

จับ 2 สามี-ภรรยา ดูแลการเงินเครือข่ายยาเสพติดมันทุกเม็ด พบเงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้าน!

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับ 2 สามีภรรยา ดูแลการเงินให้เครือข่ายยาเสพติดมันทุกเม็ด ก่อนส่งกลับไปยังต้นทางผู้ผลิต /ตรวจบัญชีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท   วันที่ 16 ต.ค. ตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลัง ชุดสยบไพรี เข้าตรวจค้นบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านอำเภอบางเมือง จ.สมุทรปราการ โดยพบบิดาและมารดาของนายนฤพล ภาพพิธี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบกันฟอกเงินฯ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นและตรวจค้นภายในบ้านพบทรัพย์สินต่าง ๆ อาทิ รถยนต์ นาฬิกาหรู ทองคำแท่ง และเงินสดมูลค่า 18 ล้านบาท ที่ซุกซ่อนไว้ในตู้เซฟบนบ้านและในกระเป๋าโดยมีลักษณะคล้ายเพิ่งเบิกมาจากธนาคารหลายแห่ง   ตำรวจคุมนางสาวปัทมา ภรรยาของนายนฤพล และเป็นผู้ต้องหาในคดีเดียวกันจากโรงพยาบาลระหว่างที่ไปเฝ้าสามี มารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนนายนฤพลยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์เอ แต่เจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวไว้แล้ว   นางสาวปัทมา อ้างว่า เงินที่พบในบ้านได้มาจากการทำเว็บพนันออนไลน์ ขณะที่สามีมักจะเดินทางข้ามไปยังบ่อนการพนันฝั่งปอยเปตเป็นบางครั้ง โดยเงินที่เข้าบัญชีแต่ละครั้ง จะจ้างคนไปเบิกเงินออกมาและจ้างไปฝากเงินอีกบัญชี เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา ยืนยันว่าเงินทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด   ขณะที่ตำรวจอีกชุดเข้าตรวจค้นบ้านอีกหลังที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงกัน พบเงินสดจำนวน 5 ล้าน 5 แสนบาท ซุกซ่อนอยู่ในเครื่องซักผ้า และพบสลิปการโอนเงินจำนวนมากภายในบ้าน ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวมีความสัมพันธ์ญาติของนายนฤพล โดยผู้ถูกกล่าวหาปฎิเสธว่ารู้จักนายนฤพล แต่ไม่ใช่ญาติ ส่วนเงินจำนวนดังกล่าวอ้างว่ามีคนนำมาให้เพื่อให้ตนเองนำไปเข้าบัญชีฝากธนาคาร   ขณะที่ตำรวจยังคุมตัวหญิงอีกคนมาสอบสวน ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาในการทำหน้าที่รับเงินไปฝากธนาคารตามคำสั่งของนายนฤพล และนางสาวปัทมา โดยผู้ถูกกล่าวหาให้ข้อมูลว่า เป็นเพื่อนกับนางสาวปัทมา ซึ่งรับจ้างกดเงินให้นางสาวปัทมา มาประมาณ 1 ปี ได้รับค่าจ้างเดือนละ 1 หมื่นบาท โดยจะเบิกเงินจากธนาคารวันเว้นวัน เฉลี่ยครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท 3-4 ครั้งต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของ ป.ป.ง. ล่าสุดเบิกเงินสดมาจำนวน 6 ล้านบาทก่อนนำมาให้ นางสาวปัทมาที่บ้าน   พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 500,000 เม็ด ได้ที่จังหวัดพิษณุโลกขณะลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้า โดยการขยายผลพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมายังนายนฤพล ซึ่งทำหน้าที่ฟอกเงินจากเครือข่ายค้ายาเสพติดมันทุกเม็ดของนายปัณณวิชญ์ ประทุม หรือ โก๋แก่ ก่อนส่งกลับไปให้เจ้าของยาเสพติดหรือกลุ่มนายทุนในประเทศเพื่อนบ้าน   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีของผู้ต้องหาจำนวนกว่า 500 บัญชี พบเงินหมุนเวียนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมากว่า 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ตำรวจยังบุกค้นเป้าหมาย 20 จุด ตามปฎิบัติสยบไพรี 63/1 ตัดเส้นทางการเงินเครือข่ายมันทุกเม็ด ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ, จังหวัดนนทบุรี และสุโขทัย ได้ผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 รายของเครือข่ายมันทุกเม็ด โดยสามารถยึดอายัดทรัพย์ได้กว่า 100 ล้านบาท    

 3,109
ข่าวภูมิภาค
06 ต.ค. 62

สกัดจับเก๋งลักลอบขนยาเสพติด พบยาบ้า 3 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 40 กิโล

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2562 ที่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย โดยพลตรีถนัดพล โกศัยเสวี ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวผลการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากจากชายแดนเข้าสู่ชั้นในของประเทศ โดยสามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวน 3,036,000 เม็ด และยาไอชจำนวน 40 กิโลกรัม และรถยนต์เก๋งจำนวน 1 คัน   โดยการตรวจยึดยาเสพติดครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 3 ได้ร่วมกับกองร้อยทหารม้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 ได้ทำการตั้งจุดสกัดกั้นบริเวณส้นทางบ้านงิ้วเฒ่า-บ้านปสักน้อย ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย   ต่อมาเมื่อเวลา 04.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้พบรถยนต์เก๋งต้องสงสัยจึงได้ทำการเรียกตรวจ จากนั้นรถเก๋งได้เร่งเครื่องขับผ่านด่านเพื่อหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามจนพบรถเก๋งคันดังกล่าวได้เสียหลักตกลงข้างทาง โดยไม่พบผู้ขับขี่อยู่ภายในรถและในบริเวณดังกล่าว   ซึ่งจากการตรวจสอบในจุดเกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีบอร์นเงินทะเบียน ศฐ8807 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบอย่างละเอียดภายในตัวรถพบถุงกระสอบสีรุ้ง จำนวน 11 กระสอบ บรรจุยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 3,036,000 เม็ด นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังพบยาเสพติดประเภทยาไอชอีกจำนวน 40 กิโลกรัม จึงได้ทำการตรวจยึดและเก็บหลักฐานเพื่อเร่งติดตามคนร้ายและเครือขบวนการขนยาเสพติดมาดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9GJ9HECY8VA

 37,855

Top