ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยาเสพติด"

สังคม-อาชญากรรม
26 มิ.ย. 62

รวบอดีตผู้สมัคร ส.ส.เสรีรวมไทย ขณะเตรียมส่งไอซ์ 985 กก. ไปฟิลิปปินส์

ตำรวจ ปส.และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จ.ชลบุรี บุกจู่โจม และปิดล้อมจับตรวจตู้คอนเทนเนอร์ ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบยาเสพติด ประเภทยาไอซ์ จำนวน 985 กิโลกรัม ที่กำลังจะส่งไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ผ่านทางเรือ โดยสำแดงสินค้าเป็นรองเท้าผ้าใบ และมีชื่อ นายสุบรรณ มหาชนนท์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย โดยมีภูมิลำเนา จังหวัดลำปาง เป็นผู้ประสานงานกับบริษัท   ส่วนผู้ต้องหาที่ตำรวจเข้าจับกุม เป็นกลุ่มชาวจีน และคนไทย ที่เดินทางมาตรวจสอบสินค้าที่ตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนที่เตรียมจะส่งไปประเทศพิสิปปินส์ ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจจับตู้คอนเทนเนอร์ พบกล่องบรรจุสินค้าโดยพบกล่องบรรจุสินค้าจำนวน 34 กล่องมีถุงชาบรรจุวัตถุต้อง สงสัยลักษณะเกร็ดใสสีขาวอยู่ภายในกล่องกล่องละ 5-20 ถุงเมื่อนำวัตถุต้องสงสัยไปตรวจสอบด้วยน้ำยาพบยาเสพติด   หลังจากนั้น ตำรวจก็ขยายผลจับกุมไปยัง นายสุบรรณ ซึ่งขณะนี้ตำรวจ ปส.ควบคุมตัว ไปดำเนินคดี พร้อมแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดไว้ครอบครอง และฝากขังที่ศาลอาญาแล้ว   โดยเหตุดังกล่าวเป็นการขยายผลต่อจากการตรวจยึดจับกุมรองเท้าผ้าใบเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ ในจังหวัดชลบุรี   ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวศ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีที่ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ขนยาไอซ์ว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่พรรคไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบผู้สมัครได้ครบทุกคน ต้องปล่อยให้ตำรวจดำเนินการเนื่องจากเป็นเวลาที่กระชั้นชิดและผู้สมัคร ส.ส. 2 ระบบ มีจำนวนมาก    พร้อมเปรียบเทียบการสรรหา ส.ว. ที่ก็ยังไม่เป็นระบบ มีการเอาญาติพี่น้องเข้ามา และตนก็ยังไม่เอาญาติพี่น้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ยืนยันว่าพรรคเสรีรวมไทยมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด พร้อมมั่นใจกรณีที่เกิดขึ้นจะไม่สร้างความเสียหายให้กับพรรค ย้ำว่าตนเป็นข้าราชการดีเด่นของชาติ มีความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งมองไปใน 2 สภายังไม่มีใครเหมือนตน   

 9,096
ข่าวภูมิภาค
26 มิ.ย. 62

สารวัตรแย้ เข้าพบ พนง.สอบสวน ยันไม่เกี่ยวยาเสพติด พร้อมชี้แจงทุกข้อสงสัย

สารวัตรแย้ พบ ตร. ชี้แจง ปมพัสดุยาเสพติด เจ้าตัวบอกตกใจสื่อเยอะ มีหลักฐานพร้อมชี้แจง    พันตำรวจโทพิเชษฐ เสาแบน หรือ สารวัตรแย้ ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ ร้องเรียนว่าถูกกลั่นแกล้งว่ามีผู้ส่งพัสดุเป็นยาเสพติดส่งให้ที่บ้านพักอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์    ล่าสุด สารวัตรแย้ เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเป็นครั้งแรก โดยเจ้าตัว กล่าวสั้นๆกับสื่อว่า ตกใจที่เห็นสื่อมวลชนจำนวนมาก วันนี้ พร้อมชี้แจงทุกอย่าง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแน่นอน เรื่องราวที่เกิดขึ้นตนถูกกลั่นแกล้ง  และวันนี้ก็ไม่ได้นำหลักฐานอะไรมาให้  ส่สนคนส่งพัสดุ ที่ถูกจับได้ ก็ไม่ได้รู้จักหรือเกี่ยวข้องกัน แต่ตากข้อมูลประวัติ เชื่อว่า อาจจะเป็นกลุ่มแก๊งค้ายาเสพติดที่มีเรื่องกับตนมาก่อน    สำหรับการสอบปากคำนี้ พ.ต.อ . ณรงศักดิ์ พรมหมทา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค6 สอบปากคำด้วยตัวเอง พร้อมทีมพนักงานสอบสวน เพื่อเร่งคลี่คลายเรื่องนี้ว่า เป็นการกลั่นแกล้งกันจริงหรือไม่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง จับมือส่งยาทางพัสดุให้ 'สารวัตรแย้' ค้นบ้านเจอยาบ้า 600 เม็ด อ้างส่งตามใบสั่ง ไม่รู้คนรับเป็น ตร. 

 2,680
สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 62

รวบเพิ่มอีก 2 เครือข่าย ‘ปุ๊กกี้’ หนีกบดานสุราษฎร์ฯ คุมตัวสอบปากคำ

จากกรณีการจับกุมตัว ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง อดีตนักร้องชื่อดัง พร้อมด้วยนายชลวิทย์ คีตะตระกูล (สามี) และนายหง เจิ้น ยี่ (ชาวไต้หวัน) พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่งและยาเคซุกซ่อนในตลับที่เขี่ยบุหรี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งศาลอาญาเพื่อผลัดฟ้องฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัวทั้ง 3 คน   ความคืบหน้าวันที่ 24 มิ.ย. 62 ตำรวจชุดสืบสวน สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับที่ส่งยาเคตามีนให้กับปุ๊กกี้ เพื่อนำไปขายให้กับชาวไต้หวันได้แล้ว    โดยสามารถจับได้ 2 คน เป็นผู้ชาย 1 คน ฉายา มิว ลาดปลาเค้า และภรรยาคนไทยอีก 1 คน หลังหลบหนีไปอยู่ที่เกาะพงัน จ.สุราษฏร์ธานี โดยขณะนี้ตำรวจกำลังควบคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด    ส่วนผู้ต้องหาชาวไต้หวันอีก 1 คน ที่ถูกออกหมายจับ ขณะนี้ยังไม่สามารถควบคุมตัวได้ เนื่องจากหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ   ทั้งนี้ จะมีการแถลงรายละเอียดอีกครั้งในเวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แถลงข่าว     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มแก๊ง 'ปุ๊กกี้' อีก 2 ราย ตร.ยันดาราปริศนาทักแชทไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด   

 9,913
ข่าวต่างประเทศ
21 มิ.ย. 62

'ดูเตร์เต' ยอมรับคุมยานรกในฟิลิปปินส์ไม่อยู่ ยอดวิสามัญพุ่ง 1,600 ศพใน 6 เดือน

มีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ว่า มีผู้ต้องสงสัยถูกวิสามัญฆาตกรรม ระหว่างการทำสงครามยาเสพติดอีก 1,600 คนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในสงครามยาเสพติดเพิ่มเป็นมากกว่า 6,600 รายแล้ว ซึ่งสาเหตุที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นก็เพราะผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธต่อต้านเจ้าหน้าที่   ขณะที่ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ยอมรับว่า มาตรการปราบปรามยาเสพติดของเขาเริ่มควบคุมยานรกนี้ไม่อยู่แล้ว ฟิลิปปินส์กำลังถูกยานรกกลืนกิน ผมควบคุมมันไม่ได้ แม้ผมจะออกคำสั่งให้ฆ่าคนพวกนั้นก็ตาม  

 877
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 62

เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 1 ราย พัวพันเครือข่าย 'ปุ๊กกี้' ปส. ขอยังไม่เผยเป็นบุคคลมีชื่อเสียงหรือไม่

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เผยเตรียมออกหมายจับเครือข่าย ปุ๊กกี้ ชาลาลา เพิ่มอีก 1 อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ระบุเป็นบุคคลมีชื่อเสียงหรือไม่   (20 มิ.ย. 62) โดยแหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด อยู่ระหว่างการขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐาน โดยมีหลักฐานบางส่วนเชื่อมโยงไปเครือข่ายของ ปุ๊กกี้ ชาลาล่า ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานให้แน่นหนา และเตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 1 คน      ทั้งนี้ ยังไม่เปิดเผยว่า บุคคลที่มีข้อมูล และหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงเป็นใคร และเป็นบุคคลที่มีชื่อเรื่องหรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าจะไหวตัวทัน เพราะขณะที่อดีตนักร้องถูกจับกุม ก็มีบุคคลที่ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ มาสอบถามปุ๊กกี้ว่าถูกจับจริงหรือไม่ ช่วงระหว่างที่ถูกสอบปากคำ ทั้งที่ในขณะนั้นยังไม่มีข่าวถูกนำเสนอต่อสื่อมวลชน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'ปุ๊กกี้' นอนคุก สารภาพติดยากว่า 10 ปี มีเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้าน จ่อสอบดาราชายมีครอบครัวแล้ว-ดีเจดัง  

 6,447
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 62

ผบช.ปส. ยันยังไม่พบดารา-นักแสดงร่วมค้ายาเสพติดกับ 'ปุ๊กกี้'

ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันยังไม่พบชื่อดารานักแสดงเกี่ยวข้องร่วมค้ายาเสพติดกับ “ปุ๊กกี้”  เร่งขยายผลตรวจสอบกลุ่มผู้ค้าที่นำยาเสพติดมาให้ และเงินหมุนเวียนในบัญชี   (20 มิ.ย. 62) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบและดำเนินคดีนางสาวปริศนา พรายแสง หรือ ปุ๊กกี้ กับพวกที่ร่วมกันค้ายาเสพติด โดยเฉพาะการตรวจสอบทรัพย์สินทางบัญชีเงินฝากของปุ๊กกี้ 2-3 บัญชี และเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท    เบื้องต้นพบเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมากพอสมควร แต่ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับดารา นักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีดาราอักษรย่อต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องตามที่เป็นข่าวสำหรับเครือข่ายนี้ กำลังตรวจสอบขยายผลไปถึงกลุ่มผู้ค้าที่นำยาเสพติดมาส่งให้กับปุ๊กกี้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนไทย ส่วนชาวไต้หวัน จะเป็นกลุ่มที่มารับยาเสพติดออกนอกประเทศ และกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับซึ่งทางตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ประสานงานข้อมูลของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติกันอยู่ตลอด    และในสัปดาห์หน้าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไต้หวัน จะเข้าพบเพื่อหารือถึงความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมด้วยส่วนสำนวนการสอบสวน ได้ตั้งเป็นคณะทำงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อนำข้อมูลการสอบสวน และพยานหลักฐานมาทำให้สำนวนรัดกุมมากขึ้น และจะพยายามส่งสำนวนส่งฟ้องให้อัยการโดยเร็วที่สุดตามกรอบระยะเวลาฝากขังขณะที่สารเคมีและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ตรวจพบ รวมทั้งเว็บไซต์ใต้ดินที่พบว่ามีการใช้ศึกษาข้อมูลการผลิตยาเสพติด ขอให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบก่อน ซึ่งอยู่ระหว่าการดำเนินการ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'ปุ๊กกี้' นอนคุก สารภาพติดยากว่า 10 ปี มีเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้าน จ่อสอบดาราชายมีครอบครัวแล้ว-ดีเจดัง  

 975
ครอบครัวบันเทิง
19 มิ.ย. 62

ตร.สอบเข้ม ‘ปุ๊กกี้’ ทั้งคืน ไม่ซัดทอดใคร สารภาพไม่ได้ทำครั้งแรก ยอมรับ ติดยามากว่า 10 ปี

วันที่ 19 มิ.ย. 62 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญทาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงความคืบหน้า ในการสอบสวน น.ส.พริสซิลลา ปริศนา จิลเมลลี่ หรือ ‘ปุ๊กกี้’ อายุ 40 ปี อดีตนักร้องชื่อดัง นายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี สามีของปุ๊กกี้ และ นายหง เจิ้ง อี้ อายุ 28 ปี ชาวไต้หวัน โดยมีการสอบปากคำตลอดทั้งคืน ว่า   หลังจากนี้ ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อสืบสวนขยายผล ขบวนการค้ายาเสพติด โดยให้ พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นหัวหน้าคณะทำงานชุดคลี่คลายคดี   เบื้องต้น ปุ๊กกี้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีลักษณะผ่อนคลายลงเยอะ ให้การยอมรับว่าเป็นผู้เจรจากับผู้ค้าชาวไต้หวัน ที่ถูกจับกุมด้วยตนเอง แต่ยังไม่ให้การซัดทอดถึง ดารา นักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงรายใด เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด แต่หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงและมีความแน่ชัดไปถึงบุคคลใด ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตำรวจก็ไม่มีการละเว้นเช่นกัน   ทั้งนี้ยังสารภาพว่า การลำเลียงยาเสพติดของปุ๊กกี้ ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 2 โดยทำมามากกว่า 1 ปี และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเงินหมุนเวียนมากนับสิบล้านบาท ซึ่งในจำนวนจะต้องตรวจสอบต่อไปว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการทำธุรกิจหรือ การทำผิดกฎหมาย   ส่วนการพบเบกกิ้งโซดา จำนวนมาก ที่มีการอ้างว่าเป็นหนึ่งในวิธีนำไปผสมกับยาเสพติดเพื่อเพิ่มปริมาณ โดยศึกษาวิธีจากดาร์คเว็บนั้น ยืนยัน จะมีการไปตรวจสอบ เนื่องจากวิธีดังกล่าวเป็นการเพิ่มปริมาณยาเสพติดมากขึ้น แต่คุณภาพยาเสพติดของนักเสพจะต่ำลง   ทั้งนี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะได้มีการประสานไปยัง ประเทศไต้หวัน เนื่องจากมีผู้ต้องสงสัย 1 ราย ที่เดินทางออกนอกประเทศไทย ไปก่อนที่ชุดจับกุมจะเปิดปฏิบัติการ โดยที่ผ่านมา ประเทศไต้หวัน เองให้ความร่วมมือกับทางการไทยเป็นอย่างดี ในการติดตามตัวนักค้ายาเสพติดมาดำเนินคดี   นอกจากนี้ ตำรวจพบข้อมูลว่า คำให้การของปุ๊กกี้ ยังสับสนในเรื่องของสถานที่ส่งยาเสพติด จากเครือข่ายที่อ้างว่า รับยามาจากพื้นที่โชคชัยสี่ แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียด บริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ลาดปลาเค้า โดย ปุ๊กกี้ พร้อมที่จะไปชี้จุดยืนยัน เนื่องจากเป็นคนนัดแนะและเจรจา กับเครือข่ายที่นำยาเสพติด เคตามีนจำนวน กว่า 5 กิโลกรัม มาส่งมอบให้กับสามี บริเวณที่นัดหมาย ก่อนที่จะให้สามี นำยาเสพติด ไปส่งย่านลาดกระบัง    ยังมีรายงานว่า ในส่วนของปุ๊กกี้ ยอมรับว่าติดยาเสพติด มากว่า 10 ปี จนทำให้บางครั้งมีอาการเบลอ และส่งผลกระทบต่อครอบครัวในหลายด้าน และจนถึงขณะนี้ ยอมรับว่าการกระทำของตนขณะนี้ ส่งผลให้ครอบครัวตกอยู่ในฐานะลำบากรวมถึงในอนาคตด้วย   อย่างไรก็ตาม บรรยากาศตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ปุ๊กกี้ มีอาการผ่อนคลายขึ้น ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ส่วนการนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลเพื่อฝากขังถ้าหากทันในวันนี้ ก็จะคุมตัวไปฝากขังทันที แต่หากไม่ทันก็สามารถฝากขังในวันพรุ่งนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'ปุ๊กกี้' สารภาพร่วมสามีค้า-เสพ อ้างทำครั้งแรก ขยายผลดาราร่วมแก๊ง หลังพบเข้าออกบ้านบ่อย    

 12,829
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 62

ตร.สอบเข้ม ‘ปุ๊กกี้’ ทั้งคืน ไม่ซัดทอดใคร สารภาพไม่ได้ทำครั้งแรก ยอมรับ ติดยามากว่า 10 ปี

วันที่ 19 มิ.ย. 62 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญทาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงความคืบหน้า ในการสอบสวน น.ส.พริสซิลลา ปริศนา จิลเมลลี่ หรือ ‘ปุ๊กกี้’ อายุ 40 ปี อดีตนักร้องชื่อดัง นายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี สามีของปุ๊กกี้ และ นายหง เจิ้ง อี้ อายุ 28 ปี ชาวไต้หวัน โดยมีการสอบปากคำตลอดทั้งคืน ว่า   หลังจากนี้ ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อสืบสวนขยายผล ขบวนการค้ายาเสพติด โดยให้ พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นหัวหน้าคณะทำงานชุดคลี่คลายคดี   เบื้องต้น ปุ๊กกี้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีลักษณะผ่อนคลายลงเยอะ ให้การยอมรับว่าเป็นผู้เจรจากับผู้ค้าชาวไต้หวัน ที่ถูกจับกุมด้วยตนเอง แต่ยังไม่ให้การซัดทอดถึง ดารา นักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงรายใด เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด แต่หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงและมีความแน่ชัดไปถึงบุคคลใด ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตำรวจก็ไม่มีการละเว้นเช่นกัน   ทั้งนี้ยังสารภาพว่า การลำเลียงยาเสพติดของปุ๊กกี้ ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 2 โดยทำมามากกว่า 1 ปี และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเงินหมุนเวียนมากนับสิบล้านบาท ซึ่งในจำนวนจะต้องตรวจสอบต่อไปว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการทำธุรกิจหรือ การทำผิดกฎหมาย   ส่วนการพบเบกกิ้งโซดา จำนวนมาก ที่มีการอ้างว่าเป็นหนึ่งในวิธีนำไปผสมกับยาเสพติดเพื่อเพิ่มปริมาณ โดยศึกษาวิธีจากดาร์คเว็บนั้น ยืนยัน จะมีการไปตรวจสอบ เนื่องจากวิธีดังกล่าวเป็นการเพิ่มปริมาณยาเสพติดมากขึ้น แต่คุณภาพยาเสพติดของนักเสพจะต่ำลง   ทั้งนี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะได้มีการประสานไปยัง ประเทศไต้หวัน เนื่องจากมีผู้ต้องสงสัย 1 ราย ที่เดินทางออกนอกประเทศไทย ไปก่อนที่ชุดจับกุมจะเปิดปฏิบัติการ โดยที่ผ่านมา ประเทศไต้หวัน เองให้ความร่วมมือกับทางการไทยเป็นอย่างดี ในการติดตามตัวนักค้ายาเสพติดมาดำเนินคดี   นอกจากนี้ ตำรวจพบข้อมูลว่า คำให้การของปุ๊กกี้ ยังสับสนในเรื่องของสถานที่ส่งยาเสพติด จากเครือข่ายที่อ้างว่า รับยามาจากพื้นที่โชคชัยสี่ แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียด บริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ลาดปลาเค้า โดย ปุ๊กกี้ พร้อมที่จะไปชี้จุดยืนยัน เนื่องจากเป็นคนนัดแนะและเจรจา กับเครือข่ายที่นำยาเสพติด เคตามีนจำนวน กว่า 5 กิโลกรัม มาส่งมอบให้กับสามี บริเวณที่นัดหมาย ก่อนที่จะให้สามี นำยาเสพติด ไปส่งย่านลาดกระบัง    ยังมีรายงานว่า ในส่วนของปุ๊กกี้ ยอมรับว่าติดยาเสพติด มากว่า 10 ปี จนทำให้บางครั้งมีอาการเบลอ และส่งผลกระทบต่อครอบครัวในหลายด้าน และจนถึงขณะนี้ ยอมรับว่าการกระทำของตนขณะนี้ ส่งผลให้ครอบครัวตกอยู่ในฐานะลำบากรวมถึงในอนาคตด้วย   อย่างไรก็ตาม บรรยากาศตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ปุ๊กกี้ มีอาการผ่อนคลายขึ้น ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ส่วนการนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลเพื่อฝากขังถ้าหากทันในวันนี้ ก็จะคุมตัวไปฝากขังทันที แต่หากไม่ทันก็สามารถฝากขังในวันพรุ่งนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'ปุ๊กกี้' สารภาพร่วมสามีค้า-เสพ อ้างทำครั้งแรก ขยายผลดาราร่วมแก๊ง หลังพบเข้าออกบ้านบ่อย    

 12,829
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

รวบ ปุ๊กกี้ ชาลาล่า พร้อมแฟนหนุ่ม คาบ้านพร้อมยาเค 5.2 กิโลกรัม

เมื่อเวลา 22.00 น. ภายหลังจากมีกระแสข่าวในโลกโซเชียลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านหมู่บ้านเดอะเทอเรส เลขที่ 18/118 ซอย 3 ภายในซอยรามอินทรา 65 ถนนรามอินทรา เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร      หลังจากสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ได้มีการลักลอบนัดส่งยาเค ที่หมู่บ้านดังกล่าว โดยระหว่างที่มีการส่งมอบยาเสพติดอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม ชาวไทย 2 คน และชาวไต้หวัน 1 คน โดยหนึ่งในนั้นคือนางสาวปริศนา พรายแสง หรือปุ๊กกี้ อดีตนักร้องดังพร้อมยาเสพติดประเภทยาเค จำนวน 5.2 กิโลกรัม          โดยทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังหมู่บ้านหลังดังกล่าวภายในซอยรามอินทรา 36 ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากปากซอยประมาณ 100 เมตรมียามรักษาการอย่างเข้มงวด เบื้องต้นทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่าซึ่งนางสาวปริศนา พรายแสง หรือปุ๊กกี้ ได้เข้ามาเช่าอยู่กับแฟนหนุ่มประมาณ 4 ถึง 5 เดือนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนรวมทั้งนางสาวปริศนา พรายแสง ไปทำการสืบสวนขยายผลต่อ โดยไม่ยอมเปิดเผยว่านำตัวไปขยายผลอย่างที่ใด คาดว่าในตอนเช้าจะมีการรายงานความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว 

 52,593
สังคม-อาชญากรรม
13 มิ.ย. 62

ศาลสั่งประหารชีวิต ‘อ้อแอ้’ ลักลอบขนยาอีลายการ์ตูนขายในไทย รับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

วันที่ 13 มิ.ย. 62 เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาคดี ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.อัมพิกา หรือ อ้อแอ้ ปะติตัง อายุ 26 ปี ชาว จ.หนองคาย น.ส.วรารัตน์ หรือแอ๋ม จันทมาส อายุ 26 ปี ชาว กรุงเทพมหานคร และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 34 ปี ชาว จ.นนทบุรี เป็นจำเลยที่ 1- 3 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534   จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 4-8 มี.ค. 2561 จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันซื้อยาอีของกลางจำนวน 5,731 เม็ด ซึ่งเป็นยาอีรูปแบบใหม่ลายการ์ตูน โดยเดินทางจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อลักลอบนำมาจำหน่ายและถูกจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพ    โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัวจำเลยทั้ง 3 มาจากเรือนจำ โดยศาลพิเคราะห์แล้ว ในส่วนของ น.ส.อัมพิกา หรือ อ้อแอ้ เห็นว่า กระทำผิดตามฟ้องฐานนำเข้ายาอีมาจำหน่ายในประเทศ พิพากษาประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพทั้งชั้นสอบสวน และชั้นศาล มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก จำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 และ3 ศาลยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลย ทั้ง 2 พิพากษายกฟ้อง  

 8,332
สังคม-อาชญากรรม
20 มี.ค. 62

รวบพ่อค้าเครื่องเสียงออนไลน์ ผันตัวส่งยาบ้า พร้อมของกลาง 4 แสนเม็ด

วันที่ 20 มี.ค. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม นำโดย พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม นำกำลังเข้าจับกุม นายขจรลาภ หรือ ‘เบิด’ เปรมรุ่งเจตน์ อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 400,000 เม็ด มูลค่า 40,000,000 บาท และ รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเอแวนซ่า สีบรอนซ์เงิน อีก 1 คัน โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในซอยเทียนทะเล 16 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา   การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พ.ต.ต.ปิติพล พรหมแก้ว สว.สส.สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายขจรลาภ ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องพักดังกล่าวมีพฤติการณ์ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด นอกจากนี้ยังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในห้องพักจำนวนมาก จึงเร่งสั่งการให้ ร.ต.อ.เจษฎา จันทศรี รอง สว.สส.สน.ท่าข้าม นำกำลังไปดักซุ่มสังเกตพฤติกรรม บริเวณลานจอดรถของอาคารหอพักเนื่องจากหากรอเวลาเนิ่นนานยาเสพติด อาจถูกซุกซ่อน เคลื่อนย้าย หรือถูกทำลายไปก่อน กระทั่งพบตัวนายขจรลาภ เดินมาที่รถยนต์ของกลาง เจ้าหน้าที่เลยรีบแสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ    เบื้องต้น นายขจรลาภ ยอมรับเองว่าเพิ่งเสพยาบ้ามา และยินยอมให้ชุดจับกุมขึ้นไปตรวจสอบ ซึ่งบนห้องพัก พบกล่องพัสดุขนาดใหญ่ของบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง จำนวน 2 กล่อง ซุกซ่อนอยู่ในห้อง เมื่อเปิดกล่องทั้ง 2 ใบ ตรวจดูก็พบยาบ้าอยู่ภายในจำนวนหลายมัด นับได้รวม 400,000 เม็ด จึงคุมตัวนายขจรศักดิ์ ไปสอบสวนที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม   จากการสอบสวน นายขจรลาภ ยอมรับว่า ปัจจุบันทำอาชีพขายเครื่องเสียงรถยนต์ ลำโพงรถยนต์ และอุปกรณ์ติดตั้งผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่เงินไม่พอส่งไปเลี้ยงลูก 2 คน ที่ต่างจังหวัด ประกอบกับตัวเองติดยาบ้า กระทั่งมีคนรู้จักแนะนำให้รับงานขนส่งยาบ้าจากเอเย่นต์ชื่อ นายเล็ก (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) สัญชาติพม่า ซึ่งจะสั่งการทางโทรศัพท์ให้ตนขับรถไปรับยาบ้าที่ถูกทิ้งไว้ริมถนนบริเวณตลาดไท จ.ปทุมธานี มาเก็บไว้ที่ห้องพัก เพื่อรอคำสั่งนำไปส่งต่อตามข้างทางอีกทอด    โดยก่อนหน้านี้ตนทำมาแล้ว 1 ครั้ง รับค่าจ้างด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีมา 100,000 บาท หากครั้งนี้ทำสำเร็จก็จะได้ค่าตอบแทนอีก 100,000 บาท แต่ถูกตำรวจรวบตัวได้เสียก่อน    เบื้องต้นชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย แก่นายขจรลาภ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดีกฎหมาย       

 2,169
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.พ. 62

ครอบครัว นศ.อาชีวะเลื่อนเข้าพบ ผบช.น พร้อมเตรียมฟ้องสื่อแพร่คลิปวงจรปิด

ครอบครัวนักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีย่านบางกะปิที่ต้องสงสัยว่าถูกตำรวจสืบสวนยิงเสียชีวิต เลื่อนขอเข้าพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หลังมีสื่อบางสำนักเปิดเผยคลิปเหตุการณ์และมีกระแสกดดันจากสังคม   นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรู้สึกเสียใจและเครียดที่มีสื่อบางสำนักเปิดเผยภาพคลิปวงจรปิด จนมีกระแสสังคมเข้าไปกดดันต่อว่าครอบครัว คาดว่าขอเวลาทำใจอีก2-3วัน ก่อนจะพิจารณายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอีกครั้ง รวมถึงเตรียมดำเนินการฟ้องร้องสื่อที่นำคลิปวงจรปิดไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต มองว่า หากได้เห็นเพียงแค่ภาพขณะที่ทั้ง2ฝ่ายยิงต่อสู้กัน จะเข้าใจว่าเป็นเรื่องการยิงป้องกันตัว    แต่อย่างไรก็ตามทราบว่าภาพวงจรปิดยังมีอีกหลายคลิปหลายมุม ที่รอให้ตำรวจชี้แจงที่มาที่ไปก่อนเกิดเหตุ อีกทั้งเห็นว่านับตั้งแต่วันเกิดเหตุผ่านมาแล้ว5วัน ตำรวจควรมีการเรียกครอบครัวเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความสบายใจ    จากการพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ยอมรับว่า หากสามารถชี้แจงให้เข้าใจกันได้ เรื่องก็จบ ส่วนคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่ ส่วนตัวมองว่าไม่น่ามีผลต่อรูปคดี แต่ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากกว่า ต้องถามจริยธรรมผู้ที่นำไปเผยแพร่ด้วย สำหรับกรณีพยานอายุ17ปีที่จะพามาร้องขอความเป็นธรรม เบื้องต้นระหว่างที่สืบสวนคดี มีการเรียกไปสอบปากคำ และกดดันให้พยานเซ็นรับรองถ้อยคำ ซึ่งผิดหลักการสอบปากคำเยาวชน ทั้งที่ไม่มีทนาย สหวิชาชีพและอัยการเข้าร่วมสอบปากคำด้วยอย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นที่ครอบครัวปรึกษาทนายความถึงสิ่งที่ยังติดใจสงสัย คือ เหตุการณ์ก่อนที่ลูกชายผู้เสียชีวิตจะยิงใส่ตำรวจ และเหตุการณ์ในช่วงท้ายของการยิงต่อสู้ ที่เห็นลักษณะตำรวจมีการยิงซ้ำ มองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุขณะที่มีรายการว่า ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต จากแพทย์สถาบันนิติเวช เพื่อพิสูจน์หัวกระสุนที่ฝังอยู่ตามร่างกายผู้เสียชีวิตและร่องรอย ว่ามาจากปืนกระบอกใด ใครเป็นคนยิง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เผาศพ นศ.ถูก ตร.ยิง พ่อยังคาใจลูกนอนนิ่งแล้ว ยังถูกหมวกกันน็อกฟาดซ้ำ จนท.มือยิงยังไม่ถูกพักราชการ

 2,060
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 62

ปส. รวบผู้ต้องหาค้ายา 3 คดี ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด กัญชา 1 ตัน

วันที่ 13 ก.พ. 62 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  แถลงการจับกุมยาเสพติด 3 คดี   โดยคดีแรก สามารถจับกุม นายสื่อ แสนกือ อายุ 40 ปี พร้อมยึดยาบ้า 8 ล้าน 4 แสนเม็ด หลังรับแจ้งจากสายลับว่านายสื่อเดินทางไปรับยาบ้าจากชายแดน จ.เชียงราย ก่อนเตรียมนำส่งไปยังลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง กระทั่งวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ได้จับกุมนายสื่อไว้ได้ที่ถนนเลี่ยงเมือง สายลพบุรี-สิงห์บุรี ใน อ.เมือง จ.ลพบุรี พร้อมยาบ้าทั้งหมด ก่อนนำตัวไปขยายผลและยึดทรัพย์สินได้อีกกว่า 2 ล้านบาท แจ้งข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาบ้่าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต   คดีที่สอง ตำรวจจับกุมเยาวชน 1 คน พร้อมยาบ้า 6 ล้านเม็ด หลังทราบจากสายลับว่ามีขบวนการผู้ค้ายาเสพติด จะนำยาเสพติดจากพื้นที่ จ.นครพนม ซุกซ่อนในรถบรรทุกไปส่งยังลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.มุกดาหาร มักจะใช้เส้นทางผ่านต.หนองหาร อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง จ.นครพนม จ.สกลนคร จ.กาฬสิทธ์จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา เข้าสู่พื้นที่ด้านใน เพื่อเลี่ยงด่านตรวจตามถนนสายหลัก วันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจจึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งจับกุมเยาวชนรายดังกล่าว ขับรถบรรทุกซุกซ่อนยาบ้าอยู่ภายใน ได้ที่บริเวณ อ.บ้านแพง จ.นครพนม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน    ขณะที่คดีที่ 3 ตำรวจจับกุมนายศิวนัส ภูนาสอน อายุ 29 ปี พร้อมกัญชาอัดเเท่งบรรจุในกระสอบปุ๋ย 26 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,090 กิโลกรัม หลังรับแจ้งว่ากลุ่มผู้ค้ายาจะนำกัญชาซุกซ่อนมาในรถบรรทุก มาจากจังหวัดหนองคาย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน วันที่ 12 ก.พ. ตำรวจสามารถจับกุมไว้ได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินเป็นเงิน 40,000 บาท แหวนทองคำ 2 วง มูลค่า 20,000บาท พร้อมแจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท5 (กัญชา)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี    ขณะที่ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ตำรวจ ปส. มีนโยบายเร่งกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วน ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจับกุมแต่ละครั้งสามารถยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก หรือบางครั้งอาจจะไม่ได้ตัวยาแต่ก็ได้ตัวบุคคลสำคัญของระดับเครือข่าย รวมทั้งยุทธศาสตร์ในการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรทางการเงินของเครือข่าย  

 1,620
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

ขายของไม่ดี! พ่อค้าบ๊ะจ่าง ผันตัวรับจ้างส่งเคตามีน หาเงินเลี้ยงลูก เจอ ตร.ตามรวบ

วันที่ 12 ก.พ. 62 พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมด้วย พ.ต.ท.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง และ พ.ต.ต.นพดล คงสัตรา สว.สส.สน.บางขุนเทียน สว.สส.สน.บางขุนเทียน นำกำลังเข้าจับกุม นายธนะพันธ์ หรือ ‘เปา’ สินประเสริฐ อายุ 24 ปี    พร้อมของกลาง เคตามีนชนิดผง บรรจุในถุงพลาสติกใสซีลปิดแบบสุญญากาศและใส่ไว้ในถุงชาจีนซีลปิดปากถุง จำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวม 2 กิโลกรัม รถจักรยานยนต์ และโทรศัพทมือถือ จำนวน 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ขณะจอดรถนำของกลางมาวางไว้ให้ลูกค้าริมทางรถไฟซอยวุฒากาศ 47 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กทม.    การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากขณะที่ชุดสืบสวน สน.บางขุนเทียน นำกำลังเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบออกตรวจตราตามจุดล่อแหลมเสี่ยงภัยในพื้นที่ เมื่อผ่านไปถึงทางรถไฟกลางซอยวุฒากาศ 47 พบ นายธนะพันธ์ คร่อม รถ จยย.จอดอยู่ในมุมมืดในลักษณะลับๆ ล่อๆ ที่หว่างขามีถุงขยะสีดำวางอยู่ 1 ใบ    ทันทีที่ นายธนะพันธ์ พบเห็นเจ้าหน้าที่ก็ทิ้งรถวิ่งหนีมุ่งหน้าเข้าไปในซอยวุฒากาศ 43 ทันที เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามจนทันและนำมาตรวจสอบที่รถ พบว่าถุงขยะสีดำดังกล่าวบรรจุเคตามีน ชนิดผง ไว้มากถึง 2 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 120,000 บาท จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน   จากการสอบสวน นายธนะพันธ์ ยอมรับว่า เมื่อปีที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน ชุดนี้จับกุมข้อหาพยายามฆ่า ต้องโทษติดคุกอยู่ 9 เดือน เพิ่งได้รับอิสรภาพออกมา จากนั้นก็ไปเรียนรู้สูตรทำขนมจีบ บ๊ะจ่าง กับก๋วยเตี๋ยวหลอด เพื่อทำขายและโพสต์หาลูกค้าตามเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ เปา วุฒากาศ แต่ขายไม่ดี ประกอบกับต้องเลี้ยงดูลูกสาววัยขวบเศษและติดค่างวดผ่อน รถ จยย. มาแล้ว 3 งวด จึงตัดสินใจปรึกษากับ นายกว้าง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) อายุ 25-30 ปี เพื่อนที่รู้จักสมัยติดคุก เพื่อรับจ้างส่งเคตามีน    โดยตนไปรับถุงขยะบรรจุเคตามีน จากนายกว้าง ที่ท้ายซอยวุฒากาศ 53 ก่อนนำมาวางให้ลูกค้าตามนัดหมายที่ริมทางรถไฟ ซอยวุฒากาศ 47 ลงมือเป็นครั้งแรกถ้าหากทำสำเร็จจะได้ค่าจ้าง 5,000 บาท แต่ก็ถูกตำรวจมาพบโดยบังเอิญทำให้โดนรวบตัวได้เสียก่อน   ด้าน พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ บอกว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย แก่ นายธนะพันธ์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน ดำเนินการตามกฎหมาย โดยหลังจากนี้จะเร่งขยายผลติดตามจับกุมตัว นายกว้าง เพื่อนสนิท นายธนะพันธ์ และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีด้วยต่อไป  

 940
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 62

ผบช.น. รับ 'ชายเสื้อแดง' ในเหตุยิง นศ.อาชีวะเป็นตำรวจจริง พ่อยันลูกชายไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด

จากกรณี ชายชุดแดงยิงนักศึกษาอาชีวะแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ เสียชีวิตอยู่บนพื้นกลางถนน ล่าสุดผบช.น. ยอมรับ ชายสวมเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง และกำลังปฏิบัติหน้าที่จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ด้านพ่อของผู้เสียชีวิตเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม ร้องขอความยุติธรรมให้ลูก พร้อมเตรียมรับร่างไปทำพิธีกรรมตามศาสนา   พันจ่าอากาศเอกนัภัสกร บุญรัตน์ บิดา นายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ที่ถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ปราบปรามยาเสพติด เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อรับศพบุตรชายของที่โรงพยาบาลนิติเวช นำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดลาดบัวขาว และได้ให้ข้อมูลว่า ลูกชายของตนเองไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุไม่ได้เป็นของตนเอง และไม่ทราบว่าลูกชายนำมาจากไหน หรือเป็นของบุคคลอื่น จากนี้จะเตรียมร้องขอให้มีการชันสูตรศพ หาสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากลักษณะร่องรอยกระสุนยิงจากด้านหลัง ซึ่งทางครอบครัวพร้อมจะยอมรับผล แต่ขอให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม พร้อมฝากไปถึงตำรวจเสื้อแดง หรือบุคคลในเหตุการณ์ ให้ออกมาพูดความจริง ว่า สาเหตุที่ต้องยิงลูกชายของตนนั้นคืออะไร    เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดผู้ตายเข้าใจผิด คิดว่าจยย.ที่ขับมากับรถตำรวจเป็นกลลุ่มอริจึงยิงสวนออกมา ในขณะที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ (มือยิง) ป้องกันตัวจึงยิงสวนออกไป เป็นผลให้กระสุนไปโดน นายเอกชัย จนเสียชีวิต ทั้งนี้ คดียังอยู่ในระหว่างสืบสวนหาความจริง

 3,073

Top