ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประหารชีวิต"

สังคม
29 พ.ย. 62

โทษถึงประหาร! ทอมจุดไฟเผาแฟนทั้งเป็น เพื่อนบ้านแฉเวลาเมาชอบเผาหญ้า-ขยะ

จากคลิปเป็นนาทีที่ชาวบ้านในชุมชนดาราฉาย ซอยอ่อนนุช 46 แขวงสวนหลวง ช่วยกันนำร่างของนางวรวรรณ จัดสวย ที่ถูกนางมาลัยทอง ทองทักษิณ ราดน้ำมันและจุดไฟเผา นอนร้องขอความช่วยเหลืออย่างทุรนทุรา เนื่องจากไฟคลอกตามร่างกายหลายแห่ง บาดเจ็บสาหัส ซึ่งเห็นเกิดช่วงเย็นวานนี้(28 พ.ย. 62) และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสิริธร หลังเกิดเหตุชาวชุมชน ได้ช่วยกันจับตัวนางมาลัยทอง ทองทักษิณ อายุ 48 ปี ลักษณะเป็นทอม ไปสอบปากคำที่ สน.พระโขนง    โดยพ.ต.ท.เสถียร วิชญ์ธนมาลา รองผู้กำกับการ สอบสวน สน.พระโขนง กล่าวว่า จากการสอบปากคำนางมาลัยทอง ให้การรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง สาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัว จึงดำเนินคดีในข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยในคดีนี้มีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต    ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บขณะก่อเหตุด้วย   ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ ไปพูดคุยกับน้องสาวของนางวรวรรณ ผู้บาดเจ็บ บอกว่า ขณะนี้แพทย์ได้เคลื่อนย้ายพี่สาวจากโรงพยาบาลสิรินธร ไปรักษาอาการต่อยังโรงพยาบาลพระมงกุฏ เนื่องจากมีเครื่องมือที่ทันสมัย ซึ่งอาการล่าสุด แพทย์ระบุว่าต้องรอดูอาการและใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ภายในห้องไอซียู   นอกจากนี้ พี่สาวจะต้องเข้ารับการผ่าตัดที่บริเวณแขนขวา เนื่องจากถูกไฟไหม้ จนผิวหนังและเนื้อบริเวณนี้จุดหาย โดยรวมถือว่าอาการยังสาหัสน่าเป็นห่วงขณะที่ประชาสัมพันธ์ชุมชนดาราฉาย ซึ่งเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า ทั้ง 2 คน อยู่กินกันแบบสามีภรรยามานานกว่า 2 ปี ประกอบอาชีพเร่ขายของที่ตลาดบางแค ที่ผ่านมาทั้ง 2 มักชอบดื่มสุรา และปากเสียงกันบ่อยครั้ง รวมทั้งเวลาเมาสุรา มักมีพฤติกรรมชอบจุดไฟเผาหญ้า ขยะ หรือสิ่งของในบริเวณพื้นที่รอบชุมชน ทำให้คนในชุมชนหวาดผวาและเกรงว่า จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ จึงช่วยกันเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา และไม่อยากให้ทั้ง 2 กลับเข้ามาอาศัยในชุมชน

 246
สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ย. 62

ศาลฎีกายืนประหารชีวิต 'อาเธอร์' หนุ่มสเปน คดีฆ่าหั่นศพเศรษฐีทิ้งลงแม่น้ำ

(20 พ.ย. 62) เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาฎีกาคดีฆ่าหั่นศพนายเดวิด เบอร์นาด โมรัค ชาวสเปนทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีนายอาเธอร์ เซการา พรินเซฟ อายุ 41 ปี เพื่อนร่วมชาติตกเป็นจำเลย ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ เเละไตร่ตรองไว้ก่อน ปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ    โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20-26 มกราคม 2559 นายอาเธอร์ได้ฆ่านายเดวิดภายในห้องพักคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 ก่อนใช้หินเจียรไฟฟ้าหั่นศพเป็น 3 ชิ้น ใส่ถุงขยะสีดำ นำไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะลักเอาเงินจำนวน 734,940 บาท ของผู้ตายไป    โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ประหารชีวิต เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด คำให้การของแม่บ้าน แฟนสาวของจำเลย หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ดีเอ็นเอคราบเลือด และลายนิ้วมือแฝงบนเครื่องเจียร์ไฟฟ้าที่ใช้หั่นศพ เป็นของจำเลย โดยมูลเหตุจูงใจเป็นการฆ่าเพื่อหวังเอาทรัพย์สินเงินฝากธนาคารของผู้ตายหลาย 10 ล้านบาท   ล่าสุดศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยาน แต่พยานแวดล้อมมีความเชื่อมโยงกันพอให้ศาลเชื่อได้ว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืนให้ประหารชีวิตนายอาเธอร์

 981
สรุปข่าว
20 พ.ย. 62

ไฟไหม้โกดังรีไซเคิลถังเคมี - ศาลพิพากษาประหารชีวิต คดีฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติชาวสเปน

ไฟไหม้โกดังรีไซเคิลถังเคมี เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังรีไซเคิลถังเคมีของโรงงานแห่งหนึ่งใน ซ.วิทยุการบิน อ.เมืองสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงควบคุมเพลิง  สาเหตุคาดว่าเกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารเคมีที่ค้างอยู่ในถังเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดความร้อนแล้วเกิดเปลวไฟลุกไหม้ขึ้น   ศาลฏีกาพิพากษายืนประหารชีวิต คดีฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติชาวสเปน ศาลฏีกาพิพากษายืมตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ประหารชีวิต  นายอาเธอร์ เซการา พรินเซฟ อายุ 41 ปี ชาวสเปนที่ก่อเหตุฆ่าเพื่อนร่วมชาติในห้องพักย่านพระราม 9 เมื่อปี 2559 แล้วหั่นศพเป็น 3 ชิ้น ใส่ถุงขยะสีดำ ไปทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกับขโมยเงินจำนวน 730,000 บาทของผู้ตายไปด้วย   ลุ้น! ศาลวินิจฉัยกรณี 'ธนาธร' ถือหุ้นสื่อ บ่ายนี้ ลุ้น ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ถือครองหุ้นสื่อ ในเวลา 14.00 น. โดยในช่วงเช้า นายธนาธรเข้าร่วมประชุม การพิจารณารายจ่ายงบประมาณประจำปี งบประมาณปี 2563 ในฐานะกรรมาธิการ และจะเข้าร่วมประชุมกับส.ส.พรรคอนาคตใหม่ในช่วงเที่ยงวันนี้ ก่อนไปฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ   

 633
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ย. 62

ศาลสั่งประหารชีวิต 'นวัธ' ส.ส.เพื่อไทย คดีบงการฆ่าปลัด อบจ. ค้านประกันตัว ส่อสิ้นสภาพ ส.ส.

ขอนแก่น-จากกรณีศาลชั้นต้นของศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษาให้นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง จากคดีบงการฆ่านายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น จากปมชู้สาว เมื่อปี 2556   จึงมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป   ต่อมาทีมทนายความได้ยื่นขอประกันตัวนายนวัธ เป็นหลักทรัพย์รวม 8 ล้านบาท ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น โดยล่าสุดศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายนวัธ และมีคำสั่งให้ส่งตัวเข้ารับโทษที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษทันที   ด้านครอบครัวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันนี้เป็นวันดีอีก 1 วันในรอบ 6 ปี ซึ่งศาลท่านเมตตาให้ผู้ต้องหานั้นได้รับโทษตามที่ท่านตัดสิน ที่ผ่านมาครอบครัวไม่ได้คาดหวัง ไม่ได้คิดไว้ว่าศาลท่านจะตัดสินออกมาอย่างไร ทุกคนทำงานกันเต็มที่และครอบครัวก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจและอัยการ ที่ทุกท่านนั้นทำงานเต็มที่มาตลอดระยะเวลา 6 ปี จากนี้ไปเป็นในส่วนของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาถ้าเกิดว่ามีอะไรที่จะยื่นอุทธรณ์ยื่นฎีกา ก็ต้องว่ากันไปตามเรื่องราวของกฎหมาย   ขณะที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากนายนวัธไม่ได้รับการประกันตัว ตามหลักกฎหมายเมื่อนายนวัธ ต้องเข้าไปอยู่ในห้องขัง ทำให้สถานะภาพความเป็นส.ส.ของนายนวัธสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ประกอบมาตรา 98 (6) ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล   แต่ทางด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นต่างและระบุว่า คดีดังกล่าวยังไม่กระทบกับสมาชิกภาพการเป็นส.ส. เนื่องจากนายนวัธ ใช้สิทธิประกันตัวและขออุทธรณ์คดี จึงถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด   ทั้งนี้ หากศาลไม่ให้ประกันตัวและถูกจำคุก ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบกับสมาชิกภาพเช่นเดียวกัน เพราะแม้ว่าจะติดคุก แต่กฎหมายระบุไว้ว่าสมาชิกภาพจะสิ้นสุดต่อเมื่อคดีถึงที่สุดเท่านั้น ต่างกับความเป็นรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ว่าเมื่อติดคุกแล้วจะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-lqDZDswl0c

 2,459
อาชญากรรม
25 ก.ย. 62

ศาลสั่งประหารชีวิต 'นวัธ' ส.ส.เพื่อไทย คดีบงการฆ่าปลัด อบจ. ค้านประกันตัว ส่อสิ้นสภาพ ส.ส.

ขอนแก่น-จากกรณีศาลชั้นต้นของศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษาให้นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง จากคดีบงการฆ่านายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น จากปมชู้สาว เมื่อปี 2556   จึงมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป   ต่อมาทีมทนายความได้ยื่นขอประกันตัวนายนวัธ เป็นหลักทรัพย์รวม 8 ล้านบาท ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น โดยล่าสุดศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายนวัธ และมีคำสั่งให้ส่งตัวเข้ารับโทษที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษทันที   ด้านครอบครัวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันนี้เป็นวันดีอีก 1 วันในรอบ 6 ปี ซึ่งศาลท่านเมตตาให้ผู้ต้องหานั้นได้รับโทษตามที่ท่านตัดสิน ที่ผ่านมาครอบครัวไม่ได้คาดหวัง ไม่ได้คิดไว้ว่าศาลท่านจะตัดสินออกมาอย่างไร ทุกคนทำงานกันเต็มที่และครอบครัวก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจและอัยการ ที่ทุกท่านนั้นทำงานเต็มที่มาตลอดระยะเวลา 6 ปี จากนี้ไปเป็นในส่วนของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาถ้าเกิดว่ามีอะไรที่จะยื่นอุทธรณ์ยื่นฎีกา ก็ต้องว่ากันไปตามเรื่องราวของกฎหมาย   ขณะที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากนายนวัธไม่ได้รับการประกันตัว ตามหลักกฎหมายเมื่อนายนวัธ ต้องเข้าไปอยู่ในห้องขัง ทำให้สถานะภาพความเป็นส.ส.ของนายนวัธสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ประกอบมาตรา 98 (6) ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล   แต่ทางด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นต่างและระบุว่า คดีดังกล่าวยังไม่กระทบกับสมาชิกภาพการเป็นส.ส. เนื่องจากนายนวัธ ใช้สิทธิประกันตัวและขออุทธรณ์คดี จึงถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด   ทั้งนี้ หากศาลไม่ให้ประกันตัวและถูกจำคุก ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบกับสมาชิกภาพเช่นเดียวกัน เพราะแม้ว่าจะติดคุก แต่กฎหมายระบุไว้ว่าสมาชิกภาพจะสิ้นสุดต่อเมื่อคดีถึงที่สุดเท่านั้น ต่างกับความเป็นรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ว่าเมื่อติดคุกแล้วจะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-lqDZDswl0c

 2,459
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ย. 62

ศาลชั้นต้นสั่งประหารชีวิต 'นวัธ' ส.ส.เพื่อไทย ขอนแก่น คดีจ้างวานฆ่าปลัด อบจ. ปี'56

วันนี้ (24 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากศาล จ.ขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีเลขดำที่ อ.929/61 ระหว่างฝ่ายโจทก์คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น ละฝ่ายจำเลย คือนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในข้อหาฐานก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด   โดยทั้งฝ่ายจำเลย ฝ่ายโจทก์ รวมทั้งทนายความและพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดีที่ 7 ของศาล จ.ขอนแก่น โดยศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชม. โดยมีคำพิพากษาประหารชีวิต นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย และ ให้ชดใช้ค่าปลงศพเป็นเงิน 300,000 บาท   พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า คดีความดังกล่าวในฐานะเจ้าของสำนวนในสมัยที่ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิประจำ ภ.จว.ขอนแก่น วันนี้จึงได้เดินทางมาพร้อมกับโจทก์เพื่อรับฟังคำสั่งศาล ซึ่งศาลชั้นต้นของ ศาล จ.ขอนแก่น โดยศาลได้พิจารณาตามพยานหลักฐานเป็นที่ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลย คือ ส.ส.นวัธ ใช้จ้างวานให้บุคคลทั้ง 4 ที่ถูกจับกุมและศาลได้มีการตัดสินไปก่อนหน้านี้นั้น ฆ่านายสุชาติ โคตรทุม อดีต ปลัด อบจ.ขอนแก่น ตามวัน และเวลา ที่เกิดเหตุจริง โดยมีพยานหลักฐานต่างๆสอดคล้องต้องกัน จึงทำให้เห็นถึงมูลเหตุจูงใจในกรฆ่า อีกทั้งพยานยังคงยืนยันทั้งพยานบุคคล นิติวิทยาศาสตร์ และทางโทรศัพท์   ทั้งหมดเมื่อนำมาประมวลกันแล้วจึงปราศจากข้อสงสัย ศาลท่านจึงมีคำตัดสินประหารชีวิตจำเลย แต่คดีก็ยังคงไม่มีที่สิ้นสุด เพราะ ฝ่ายจำเลยจะขออุทธรณ์ อย่างไรก็ตามทั้งคำให้การของผู้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าวที่ตำรวจและพนักงานอัยการ ได้สอบไว้ ศาลท่านได้เชื่อว่าไม่ได้เป็นการปรุงแต่ง พยานจะมากลับคำในชั้นศาลก็ไม่ได้เป็นเหตุให้เชื่อ ขณะที่การที่จำเลยสู้ในเรื่องขอโทรศัพท์ ศาลท่านได้พิเคราะห์ว่าไม่น่าที่จะเชื่อถือได้ ทั้งนี้ในคำตัดสินที่ละเอียดนั้นคงต้องรอทีมทนายความอีกครั้ง   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่ศาลได้อ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จตำรวจศาลจึงได้ทำการควบคุมตัวนายนวัธ ไปยังห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของศาล จ.ขอนแก่นทันที ขณะที่ทีมทนายความฝ่ายจำเลยอยู่ในขั้นตอนของการยื่นขอประกันตัว รวมทั้งการเตรียมการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลในคดีดังกล่าวต่อไป     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผู้ใหญ่ขอมา 'นวัธ' ยอมสงบศึก หลังเดือดโดนหยามศักดิ์ศรี วางมวย 'ยุทธพงศ์' กลางเพื่อไทย 

 31,413
การเมือง
24 ก.ย. 62

ศาลชั้นต้นสั่งประหารชีวิต 'นวัธ' ส.ส.เพื่อไทย ขอนแก่น คดีจ้างวานฆ่าปลัด อบจ. ปี'56

วันนี้ (24 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากศาล จ.ขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีเลขดำที่ อ.929/61 ระหว่างฝ่ายโจทก์คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น ละฝ่ายจำเลย คือนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในข้อหาฐานก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด   โดยทั้งฝ่ายจำเลย ฝ่ายโจทก์ รวมทั้งทนายความและพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดีที่ 7 ของศาล จ.ขอนแก่น โดยศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชม. โดยมีคำพิพากษาประหารชีวิต นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย และ ให้ชดใช้ค่าปลงศพเป็นเงิน 300,000 บาท   พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า คดีความดังกล่าวในฐานะเจ้าของสำนวนในสมัยที่ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิประจำ ภ.จว.ขอนแก่น วันนี้จึงได้เดินทางมาพร้อมกับโจทก์เพื่อรับฟังคำสั่งศาล ซึ่งศาลชั้นต้นของ ศาล จ.ขอนแก่น โดยศาลได้พิจารณาตามพยานหลักฐานเป็นที่ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลย คือ ส.ส.นวัธ ใช้จ้างวานให้บุคคลทั้ง 4 ที่ถูกจับกุมและศาลได้มีการตัดสินไปก่อนหน้านี้นั้น ฆ่านายสุชาติ โคตรทุม อดีต ปลัด อบจ.ขอนแก่น ตามวัน และเวลา ที่เกิดเหตุจริง โดยมีพยานหลักฐานต่างๆสอดคล้องต้องกัน จึงทำให้เห็นถึงมูลเหตุจูงใจในกรฆ่า อีกทั้งพยานยังคงยืนยันทั้งพยานบุคคล นิติวิทยาศาสตร์ และทางโทรศัพท์   ทั้งหมดเมื่อนำมาประมวลกันแล้วจึงปราศจากข้อสงสัย ศาลท่านจึงมีคำตัดสินประหารชีวิตจำเลย แต่คดีก็ยังคงไม่มีที่สิ้นสุด เพราะ ฝ่ายจำเลยจะขออุทธรณ์ อย่างไรก็ตามทั้งคำให้การของผู้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าวที่ตำรวจและพนักงานอัยการ ได้สอบไว้ ศาลท่านได้เชื่อว่าไม่ได้เป็นการปรุงแต่ง พยานจะมากลับคำในชั้นศาลก็ไม่ได้เป็นเหตุให้เชื่อ ขณะที่การที่จำเลยสู้ในเรื่องขอโทรศัพท์ ศาลท่านได้พิเคราะห์ว่าไม่น่าที่จะเชื่อถือได้ ทั้งนี้ในคำตัดสินที่ละเอียดนั้นคงต้องรอทีมทนายความอีกครั้ง   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่ศาลได้อ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จตำรวจศาลจึงได้ทำการควบคุมตัวนายนวัธ ไปยังห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของศาล จ.ขอนแก่นทันที ขณะที่ทีมทนายความฝ่ายจำเลยอยู่ในขั้นตอนของการยื่นขอประกันตัว รวมทั้งการเตรียมการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลในคดีดังกล่าวต่อไป     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผู้ใหญ่ขอมา 'นวัธ' ยอมสงบศึก หลังเดือดโดนหยามศักดิ์ศรี วางมวย 'ยุทธพงศ์' กลางเพื่อไทย 

 31,413
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ย. 62

แม่ 'สปาย' พอใจคำตัดสิน 'เสี่ยอ้วน' เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต ชดใช้ 14 ล้าน

ชลบุรี-ศาลจังหวัดพัทยานัดพิพาษาคดีที่นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน บางลา เจ้าของผับที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต พร้อมพวกรวม 6 คน ร่วมกันฆ่านางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส บริเวณลานจอดรถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี เมื่อ ปี 2561 โดยศาลจังหวัดพัทยาได้พิพากษาสั่งประหารชีวิต นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน / นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือบอล คนขับรถฮอนด้าซีอาร์วีพาเสี่ยอ้วนกับทีมมือปืนไปก่อเหตุ และนายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว มือปืนที่เสี่ยอ้วนจ้างวาน แต่จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต   ส่วนนายสายันต์ ศรีสุข คนชี้เป้า ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ขณะที่นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อบปี้ ทำหน้าที่ขับรถคุ้มกันทีมเสี่ยอ้วน และตามประกบกลุ่มผู้ตาย และนายกฤษณะ ศรีสุข หรือมด คนคุ้มกันเสี่ยอ้วน ศาลสั่งจำคุกคนละ 16 ปี พร้อมให้จำเลยที่ 1-6 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวนายอนันตชัย หรือฟอส และครอบครัวนางสาวปวีณา หรือสปาย รวมคนละ 7 ล้านกว่าบาท   ทางด้าน นางปวีณา นาเมือรักษ์ แม่สปาย เผยว่า พอใจกับคำตัดสินของศาล แม้เสี่ยอ้วนและพรรคพวกจะไม่ถูกลงโทษประหารชีวิตก็ตาม แต่ก็รู้สึกดีใจที่ศาลให้ความเมตตาและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวน้องสปาย ส่วนกระแสข่าวลือที่ออกมาว่าในห้องพิพากษาเสี่ยอ้วนได้มากราบเท้าแม่เพื่อขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไปนั้น ก็ไม่จริง เสี่ยอ้วนไม่ได้มากราบเท้าเพื่อขอขมาแต่อย่างใด แม้กระทั่งยกมือไหว้หรือเอ่ยปากขอโทษ ทางเสี่ยอ้วนก็ไม่ได้ทำเลยด้วยซ้ำ   ส่วนกรณี คำสั่งศาลที่เสี่ยอ้วนต้องชดใช้เงินให้ 7 ล้านกว่าบาทนั้น บนบัลลังก์ในห้องพิพากษาเสี่ยอ้วนก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงที่จะไม่ชดใช้เงินจำนวนนี้ เพียงแต่เสี่ยอ้วนได้ถามผู้พิพากษาว่า เงินจำนวน 7 ล้านกว่าบาทที่ต้องชดใช้ให้ครอบครัวฟอสและสปาย เยอะเกินไปหรือไม่เท่านั้น   สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 หลังมีกลุ่มคนร้ายดักยิงนางสาวปวีณาและนายอนันตชัย เสียชีวิต ขณะเดินทางไปท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่จังหวัดชลบุรี จากการสืบสวนตำรวจทราบว่าคนวางแผนก่อเหตุคือเสี่ยอ้วน ซึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด โดยเสี่ยอ้วน ถูกจับกุมได้ในวันที่ 15 ส.ค. 2561 ระหว่างหลบหนีอยู่ประเทศกัมพูชา เป็นเวลาเกือบเดือน อ้างว่าปมแค้นมาจากการที่ถูกผู้เสียชีวิตทั้งคู่หลอกลวงมาตลอด 3 ปี ว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่แอบคบหากัน จึงโกรธแค้นเพราะสูญเสียเงินเป็นค่าเลี้ยงดูให้ฝ่ายหญิงและครอบครัวไปกว่า 7 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PpIWs3yOe_s

 3,882
อาชญากรรม
19 ก.ย. 62

แม่ 'สปาย' พอใจคำตัดสิน 'เสี่ยอ้วน' เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต ชดใช้ 14 ล้าน

ชลบุรี-ศาลจังหวัดพัทยานัดพิพาษาคดีที่นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน บางลา เจ้าของผับที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต พร้อมพวกรวม 6 คน ร่วมกันฆ่านางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส บริเวณลานจอดรถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี เมื่อ ปี 2561 โดยศาลจังหวัดพัทยาได้พิพากษาสั่งประหารชีวิต นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน / นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือบอล คนขับรถฮอนด้าซีอาร์วีพาเสี่ยอ้วนกับทีมมือปืนไปก่อเหตุ และนายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว มือปืนที่เสี่ยอ้วนจ้างวาน แต่จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต   ส่วนนายสายันต์ ศรีสุข คนชี้เป้า ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ขณะที่นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อบปี้ ทำหน้าที่ขับรถคุ้มกันทีมเสี่ยอ้วน และตามประกบกลุ่มผู้ตาย และนายกฤษณะ ศรีสุข หรือมด คนคุ้มกันเสี่ยอ้วน ศาลสั่งจำคุกคนละ 16 ปี พร้อมให้จำเลยที่ 1-6 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวนายอนันตชัย หรือฟอส และครอบครัวนางสาวปวีณา หรือสปาย รวมคนละ 7 ล้านกว่าบาท   ทางด้าน นางปวีณา นาเมือรักษ์ แม่สปาย เผยว่า พอใจกับคำตัดสินของศาล แม้เสี่ยอ้วนและพรรคพวกจะไม่ถูกลงโทษประหารชีวิตก็ตาม แต่ก็รู้สึกดีใจที่ศาลให้ความเมตตาและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวน้องสปาย ส่วนกระแสข่าวลือที่ออกมาว่าในห้องพิพากษาเสี่ยอ้วนได้มากราบเท้าแม่เพื่อขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไปนั้น ก็ไม่จริง เสี่ยอ้วนไม่ได้มากราบเท้าเพื่อขอขมาแต่อย่างใด แม้กระทั่งยกมือไหว้หรือเอ่ยปากขอโทษ ทางเสี่ยอ้วนก็ไม่ได้ทำเลยด้วยซ้ำ   ส่วนกรณี คำสั่งศาลที่เสี่ยอ้วนต้องชดใช้เงินให้ 7 ล้านกว่าบาทนั้น บนบัลลังก์ในห้องพิพากษาเสี่ยอ้วนก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงที่จะไม่ชดใช้เงินจำนวนนี้ เพียงแต่เสี่ยอ้วนได้ถามผู้พิพากษาว่า เงินจำนวน 7 ล้านกว่าบาทที่ต้องชดใช้ให้ครอบครัวฟอสและสปาย เยอะเกินไปหรือไม่เท่านั้น   สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 หลังมีกลุ่มคนร้ายดักยิงนางสาวปวีณาและนายอนันตชัย เสียชีวิต ขณะเดินทางไปท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่จังหวัดชลบุรี จากการสืบสวนตำรวจทราบว่าคนวางแผนก่อเหตุคือเสี่ยอ้วน ซึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด โดยเสี่ยอ้วน ถูกจับกุมได้ในวันที่ 15 ส.ค. 2561 ระหว่างหลบหนีอยู่ประเทศกัมพูชา เป็นเวลาเกือบเดือน อ้างว่าปมแค้นมาจากการที่ถูกผู้เสียชีวิตทั้งคู่หลอกลวงมาตลอด 3 ปี ว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่แอบคบหากัน จึงโกรธแค้นเพราะสูญเสียเงินเป็นค่าเลี้ยงดูให้ฝ่ายหญิงและครอบครัวไปกว่า 7 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PpIWs3yOe_s

 3,882
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 62

ศาลอุตรดิตถ์สั่งประหารชีวิต 'ปุ๊ 5 ศพ' เขยโหดฆ่ายกครัวเมีย ญาติเข่าทรุดผิดคาดนึกว่าแค่จำคุกตลอดชีวิต

อุตรดิตถ์-จากกรณีนายวีรพล ปิ่นอมร อายุ 37 ปี หรือ ปุ๊ 5 ศพ ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงยกครัว 5 ศพ ได้แก่ ภรรยา, พ่อตา, แม่ยาย, พี่สาวฝาแฝดของแม่ยาย และพี่สาวของแม่ยาย หลังถูกภรรยาบอกเลิกและไม่สามารถตกลงเรื่องทรัพย์สินที่เคยให้กับครอบครัวภรรยาได้   โดยศาลได้พิพากษาจำเลยมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต แม้ระหว่างการพิจารณา จำเลยจะให้การรับสารภาพ แต่จำเลยรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจกท์เกือบเสร็จแล้ว จึงเป็นการรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ประกอบกับพฤติกรรมแห่งคดีนับว่าร้ายแรงโหดร้ายสะเทือนขวัญ จึงไม่ลดโทษให้ ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 78   คดีนี้ หลังจากที่นายพีรพล ก่อเหตุแล้ว ได้ขับรถยนต์ หลบหนีไปทางจังหวัดพิษณุโลก และหลบหนีต่อไปยังจังหวัดระนอง บริเวณเขตรอยต่อชายแดนไทย-พม่า เพื่อหวังหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่จังหวัดระนอง จับกุมตัวได้ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าสวนปาล์ม หมู่ 6 ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง จับกุมตัวนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพและนำตัวส่งศาลดำเนินคดีในเวลาต่อมา   ส่วนสาเหตุการสังหารโหดยกครัวในครั้งนี้ เกิดจากแรงจูงใจที่ นายธีรพลไปหาพ่อตาและภรรยาที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 1 ต.พญาแมน เกิดมีปากเสียงเรื่องทรัพย์สินที่นายธีรพล เคยให้พ่อตาและภรรยา เนื่องจากภรรยาขอเลิกหย่าร้าง จึงไปทวงคืน แต่พ่อตาบอกว่าหากอยากได้คืนก็ให้ไปร้องศาลเอาเอง   ด้วยความโกรธจัดจึงใช้อาวุธปืนยิงพ่อตากับภรรยาก่อน แล้วเดินทางไปยังบ้านพักอีกหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่2 ต.พญาแมน ยิงแม่ยาย พี่สาวแม่ยายรวม 2 ศพ ขณะกำลังนั่งสังสรรค์กันอยู่ภายในบ้าน ระหว่างเดินหลบหนีออกจากบ้านพบพี่สาวฝาแผดของแม่ยายอีกคนจึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันที่พกมาใช้ยิงจนเสียชีวิตที่ริมถนนหน้าบ้าน รวม 5 ศพ   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโจทก์ร่วมที่มาฟังคำพิพากษา มีความพอใจในการพิพากษาคดีนี้ ส่วนทางญาติฝ่ายจำเลยโดยมีแม่ น้า และลูกมาร่วมฟังด้วย เมื่อได้ยินคำพิพากษาถึงกับเข่าอ่อนจนแทบทรุด เนื่องจากมีความคาดหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากศาลลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิตแต่ก็พลิกความคาดหมาย ซึ่งหลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับจำเลยว่าจะยื่นอุทธรณ์ถึงศาลฎีกาหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PImUP3MJFfY

 124,914
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 62

จ่อยื่นฎีกาขออภัยโทษ 2 ชาวพม่า ถูกศาลฎีกาสั่งประหารชีวิต คดีฆ่า 2 นทท.อังกฤษบนเกาะเต่า

ศาลจังหวัดนนทบุรี อ่านคำพิพากษาชั้นฎีกา ในคดีที่นายซอลิน หรือ โซเรน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 1 และนายเวพิว หรือ วิน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และถูกเบิกตัวไปฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ อายุ 23 ปี และนายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ที่บริเวณหาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557   คดีนี้ ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2558 พิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 มีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษด้วยการประหารชีวิต   จากนั้นวันที่ 1 มีนาคม 2560 ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 หลังจำเลยได้ขอยื่นอุทธรณ์ โดยคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง   ล่าสุดศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ในฐานความผิดร่วมกันฆ่านายเดวิด และร่วมกันฆ่านางสาวฮันนา เพื่อปกปิดความผิด / ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นการโทรมหญิง และจำเลยที่สองถูกพิพากษาในความผิดลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คือลักโทรศัพท์และแว่นตากันแดดของเหยื่อ   ทั้งนี้ในชั้นฎีกาอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนของจำเลยที่ 2 เท่านั้น ส่วนประเด็นที่จำเลยฎีกาเรื่องการสร้างพยานหลักฐานเท็จ การถูกข่มขู่เพื่อให้ผู้ต้องหารับสารภาพ และการเก็บวัตถุพยาน รวมถึงผลการตรวจนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล   ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าหลักฐานที่จำเลยฎีกาต่อศาลไม่มีความหนักแน่นพอ หลังจากการตรวจสอบสำนวน และการสอบพยาน ทำให้ฟังไม่ได้ว่ามีการสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อใส่ร้ายจำเลย โดยในชั้นสืบสวนของตำรวจ ไม่ได้มีการพุ่งเป้าไปที่จำเลย โดยเริ่มจากผู้ต้องสงสัยหลายคนในพื้นที่ กระทั่งผลการตรวจดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ และอสุจิในช่องคลอดและทวารหนักออกมา สอดคล้องกับจำเลย จึงนำมาเป็นหลักฐานในการขยายผล และติดตามจับกุมจำเลยทั้งสอง   ส่วนประเด็นที่จำเลยทั้งสองระบุว่า ถูกข่มขู่จากตำรวจ และล่ามให้ยอมรับผิด โดยศาลเห็นว่า อาการบาดเจ็บของจำเลยเกิดขึ้นหลังจากที่จำเลยถูกควบคุมตัวแล้ว ซึ่งผ่านขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ศาลจึงเชื่อว่าเป็นคำสารภาพที่เป็นความสมัครใจ   สำหรับการอ่านคำพิพากษาครั้งนี้ ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้อ่านให้จำเลยฟังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ไม่ได้เบิกตัวมาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย เนื่องจากจำเลยถูกขังอยู่ที่เรือนจำบางขวาง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง และจำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตซึ่งเป็นโทษสูงสุด   ด้านนายนคร ชมพูชาติ ทนายความของจำเลยที่ 2 เปิดเผยหลังรับฟังคำพิพากษาชั้นฎีกา โดยระบุว่าน้อมรับคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ส่วนตัวตนมองว่า คดีนี้มีปัญหามาตั้งแต่การสื่อสารของตัวจำเลย ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่จำเลยไม่เข้าใจว่าคำให้การกับตำรวจตอนแรกนั้นเป็นการให้การแบบรับสารภาพ หรือการให้การในฐานะพยาน   ส่วนสิ่งที่ยังติดใจอยู่คือข้อมูลทางวิชาการ เช่น มาตราฐานการตรวจหลักฐานพยานในที่เกิดเหตุ ว่าสิ่งใดเรียกว่าเป็นมาตรฐาน รวมถึงประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิด ที่ตำรวจบอกว่าทุกกล้องวงจรปิดในหลายจุด แต่กลับไม่พบกล้องวงจรปิดของโรงแรมที่มีการระบุว่าเห็นจำเลยเดินออกมา   อย่างไรก็ตาม ในส่วนการสู้คดีที่ผ่านมา ก็เห็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาประหารชีวิตนั้น พอถึงชั้นศาลฎีกา จำเลยทั้ง 2 ก็ได้ทำใจว่าศาลฏีกาอาจจะไม่มีการยกฟ้อง หรือแก้โทษคำพิพากษา แต่หลังจากนี้ตนจะไปยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ภายใน 60 วัน และจะไปอภิบายให้จำเลยทั้ง 2 ทราบถึงขั้นตอนในการช่วยเหลือ ส่วนความรู้สึกของครอบครัวจำเลย ล่ามจะไปอธิบายให้ทราบและเข้าใจต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AHlePMtGUrI

 2,629
สังคม-อาชญากรรม
29 ส.ค. 62

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต 2 หนุ่มเมียนมา ฆ่าโหด นทท.ชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า

วันที่ 29 ส.ค. 62 ศาลจังหวัดนนทบุรี อ่านคำพิพากษาชั้นฎีกา ในคดีที่ นายซอลิน หรือ โซเรน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 1 และ นายเวพิว หรือ วิน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และถูกเบิกตัวไปฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ อายุ 23 ปี และ นายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ที่บริเวณหาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557     คดีนี้ ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2558 พิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 มีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษด้วยการประหารชีวิต     จากนั้นวันที่ 1 มีนาคม 2560 ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 หลังจำเลยได้ขอยื่นอุทธรณ์ โดยคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง     ล่าสุด ศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ในฐานความผิดร่วมกันฆ่านายเดวิด และร่วมกันฆ่านางสาวฮันนา เพื่อปกปิดความผิด, ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นการโทรมหญิง และจำเลยที่สองถูกพิพากษาในความผิดลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คือลักโทรศัพท์และแว่นตากันแดดของเหยื่อ     ทั้งนี้ในชั้นฎีกาอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนของจำเลยที่ 2 เท่านั้น ส่วนประเด็นที่จำเลยฎีกาเรื่องการสร้างพยานหลักฐานเท็จ การถูกข่มขู่เพื่อให้ผู้ต้องหารับสารภาพ และการเก็บวัตถุพยาน รวมถึงผลการตรวจนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าหลักฐานที่จำเลยฎีกาต่อศาลไม่มีความหนักแน่นพอ      หลังจากการตรวจสอบสำนวน และการสอบพยาน ทำให้ฟังไม่ได้ว่ามีการสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อใส่ร้ายจำเลย โดยในชั้นสืบสวนของตำรวจ ไม่ได้มีการพุ่งเป้าไปที่จำเลย โดยเริ่มจากผู้ต้องสงสัยหลายคนในพื้นที่ กระทั่งผลการตรวจดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ และอสุจิในช่องคลอดและทวารหนักออกมา สอดคล้องกับจำเลย จึงนำมาเป็นหลักฐานในการขยายผล และติดตามจับกุมจำเลยทั้งสอง     ส่วนประเด็นที่จำเลยทั้งสอง ระบุว่าถูกข่มขู่จากตำรวจ และล่ามให้ยอมรับผิด โดยศาลเห็นว่า อาการบาดเจ็บของจำเลยเกิดขึ้นหลังจากที่จำเลยถูกควบคุมตัวแล้ว ซึ่งผ่านขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ศาลจึงเชื่อว่าเป็นคำสารภาพที่เป็นความสมัครใจ     สำหรับการอ่านคำพิพากษาครั้งนี้ ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้อ่านให้จำเลยฟังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ไม่ได้เบิกตัวมาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย เนื่องจากจำเลยถูกขังอยู่ที่เรือนจำบางขวาง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง และจำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตซึ่งเป็นโทษสูงสุด     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จับตา ศาลฎีกาพิพากษา คดีชาวเมียนมา ฆ่าโหด 2 นทท.อังกฤษบนเกาะเต่า        

 14,534
ต่างประเทศ
11 ก.ค. 62

'คิม จองอึน' นั่งหลับกลางพิธีรำลึกถึงปู่ ถ้าเป็นคนอื่นโทษถึงประหารชีวิต

มีภาพที่ นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ นั่งหลับระหว่างพิธีสำคัญระดับชาติ ในฐานะประธานในพิธีครบรอบ 25 ปี การถึงแก่อสัญกรรมของ นายคิม อิลซ็อง ประธานาธิบดีตลอดกาลของเกาหลีเหนือ ปู่ของนายคิม จองอึน   ซึ่งการนั่งหลับในพิธีสำคัญเช่นนี้ ถือเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต สำหรับพลเมืองเกาหลีเหนือคนอื่นที่กระทำเช่นเดียวกัน   โดยโทรทัศน์ยังแพร่ภาพขณะที่นายคิม จองอึน นั่งกึ่งกลางเวที ท่ามกลางนักการเมืองและทหารจำนวนมากที่นั่งหน้าตรงและหลับตาเพื่อรำลึกถึงนายคิม อิลซ็อง ประธานาธิบดีตลอดกาลของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตามทีม่าของ นายคิม มีการหลับตา เหมือนสลืมสลือและเอียงศีรษะไปทางไหล่เล็กน้อย ระหว่างฟังคำกล่าวรำลึกในพิธี   จากนั้นมีช่วงคิ้วยักคิ้ว ลืมตาอีกครั้ง และหันหน้ามาทางผู้เข้าร่วมในพิธี นอกจากนี้ นายคิม จองอึน เริ่มปรบมือเป็นช้ากว่าคนอื่น และหยุดปรบมือก่อนคนอื่นในพิธีด้วย  

 38,951
สรุปข่าว
10 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 10 ก.ค.62 เด็ก ม.4โดดตึกเรียนดับ-นาที พ้น ส.ส.ภูมิใจไทย-โวยพ่อตายเพราะรอหมอนาน

-จับบ่อนขาใหญ่กลางเมืองสมุทรสาคร อ้างจ่ายส่วยผู้ว่าฯเปิดโจ๋งครึ่ม 24 ชม.จับนักพนันได้ 51 คน ของกลางเพียบ ที่มาของการบุกจับเพราะแม่บ้านสาวร้องผู้ว่าฯ ผัวติดพนันงอมแงม เล่นจนหมดตัวเป็นหนี้ ไม่ดูแลครอบครัว ไปตามถึงบ่อนพร้อมขู่แจ้งจับผัวโต้ไม่กลัวอ้างบ่อนจ่ายส่วยผู้ว่าฯ เมียเลยบุกถามความจริงกับผู้ว่าฯ จนผู้ว่ายัวะถูกอ้างชื่อ จึงสั่ง จนท.เข้าจับกุม เด้งทันควัน 4 เสือโรงพักสมุทรสาคร ผู้ว่าฯฉุนสั่งจับ บ่อนสมุทรสาครอ้างส่งส่วย เปิดเย้ย 24 ชม. หลังเมียผีพนัน บุกโวยถึงจวนผู้ว่าฯ ผัวติดงอมแงม   -เด็ก ม.4 โดดตึกอาคารเรียนเสียชีวิตในวันสอบกลางภาคที่ปราจีนบุรี เป็นเด็กเรียนเก่งเพิ่งสอบเข้าห้องพิเศษได้ พ่อเป็นหมอ แม่เป็นเภสัช พี่สาวสอบติดแพทย์ เพื่อนบอกเป็นคนตั้งใจเรียนมาก แต่ไม่สุงสิงกับเพื่อน หลังๆมีอาการเครียดอยู่ในใจ ผอ.บอกเด็กเรียนเก่งปรับตัวเข้าสังคมได้ยาก จนท.เร่งหาแรงจูงใจก่อเหตุ   -ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย 1 เดือน ปรับ 8,000 บาท กรณียื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. อันเป็นเท็จปกปิดทรัพย์สินและหนี้สิน โดยนางนาที ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง และให้รอลงอาญาไว้ เป็นเวลา 1 ปี   ทั้งนี้ศาลได้สั่งตัดสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 โดยส่งพ้นให้นางนาที พ้นจากความเป็น ส.ส.ด้วย แม้จะครบกำหนด 5 ปี แล้ว แต่มีคุณสมบัติต้องห้าม ทำให้หมดโอกาสสมัคร ส.ส.และดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป โดยพันเอกเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ จะได้เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.พรรคภูมิใจไทยแทน 'นาที' ความดันขึ้น หลังศาลตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จ่อถูกพ้น ส.ส. หลังแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ   -นายกฯประชุม ครม.ประยุทธ์ 1 ครั้งสุดท้าย ระบุไม่เกินกลางเดือน ก.ค. ครม.ชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ตั้งใจปฐมนิเทศ ครม.ใหม่ในวันนั้นด้วย ไม่ห่วงฝ่ายค้านตีรวนพิจารณางบ ขอร้องนักการมเองอย่าใช้เวทีสภามาล้มรัฐบาล 'ประยุทธ์' ประชุม ครม.นัดสุดท้าย ขอบคุณที่ร่วมหัวจมท้าย ถ่ายรูปหมู่อำลา   -นายกฯใช้อำนาจหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 สั่งยกเลิกประกาศ คสช.66ฉบับทิ้งท้าย ครม.ประยุทธ์ 1 อาทิ ขอความร่วมมือสื่อออนไลน์เผยแพร่ข่าว, ห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ฯลฯ นายกฯยกเลิก 61 คำสั่ง คสช. ที่หมดความจำเป็น 'ปิยบุตร' จ่อเสนอญัตติศึกษาผลกระทบ   -นายกฯห่วงการแสดงความเห็นและการเสนอข่าวบิดเบือนทางโซเชียล ระบุตนได้รับผลกระทบพอสมควร ไม่สามารถควบคุมได้มากนัก เพราะถ้าเข้าควบคุมก็จะโดนวิจารณ์ว่าละเมิดสิทธิ จึงอยู่ที่คนจะเลือกเสพอย่างไร อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม เกิดความเกลียดชัง แบ่งข้าง 2 ขั้ว อาจลุกลามบานลปายในอนาคต นายกฯห่วงคนไทยใช้โซเชียล เกิดความแตกแยก-เกลียดชังในสังคม    -ครม.อนุมัติงบ 4 พันกว่าล้านสั่งกองทัพใช้ยางพาราทำถนน 670 เส้นทาง ใช้ยางพารา 1.7 หมื่นตัน เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ส่วนลูกยางให้นำมาทำที่นอน,หมอนในค่ายทหารและเรือนจำ   -สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติระบุ เหนือ-อีสานของไทย 160 อำเภอนอกพื้นที่ชลประทาน มีความเสี่ยงขาดน้ำ หลังฝนเดือนมิ.ย.ตกน้อยกว่าที่คาด ขณะที่พายุมูนเติมน้ำในเขื่อนได้น้อย ก.ค.-ส.ค.มีฝนทิ้งช่วง ซ้ำเติมภัยแล้ง เตรียมประสานฝนหลวงทำฝนเทียมเพิ่ม ห่วงภัยแล้งซ้ำเติมเศรษฐกิจ คาดฝนทิ้งช่วง ก.ค.-ส.ค. น้ำในเขื่อนเริ่มขาดแคลน    -ทหารเกณฑ์ร้องกองปราบถูกครูฝึกทำร้ายโหด เจ็บสาหัสจนต้องหนีกลับบ้าน แฉครูฝึกเป็นจ่าเวร 1 ผู้ช่วยจ่าเวร 2 ทนายแฉมีทหารไปดักรอบ้านผู้เสียหาย ให้รีบพากลับเข้ากรม ก่อนมากองปราบก็มีรถทหารจอดหน้าบ้าน กองทัพสั่งสอบครูฝึกทำเกินกว่าเหตุ บิ๊กป้อมชี้เป็นเรื่องบุคคล กองทัพตั้งกรรมการสอบแล้ว ไม่ใช่ความลับที่ต้องปิดบัง พลทหารร้องกองปราบ เอาผิดครูฝึกลงโทษโหด จนต้องหนีออกจากค่าย กองทัพตั้งกรรมการสอบแล้ว    -นายกฯสั่งตรวจสื่อต่างต่างชาติตีข่าว คู่รักออสซี่มาเที่ยวไทย ล้มป่วย 2 ปีหลังได้รับเชื้อปรสิต เชื่อติดเชื้อจากการกินผัดไทย นายกฯบอกเราก็กิน ไม่เห็นเป็นอะไร ไม่รู้ชาวต่างชาติไปกินที่ไหน สั่งตรวจสอบ สธ.ส่งทีมสอบข้อเท็จจริง รู้พิกัดแล้วเป็นร้านในศูนย์อาหารห้างในภูเก็ต ประสานผู้เชี่ยวชาญองค์กรระหว่างประเทศประเมินความเสี่ยง ชี้ผัดไทยเป็นอาหารปรุงสุกด้วยความร้อน ไม่ทำให้ติดเชื้อ 'บิ๊กตู่' สั่งตรวจสอบ ปมคู่รักออสซี่ อ้างกินผัดไทยจนป่วย 2 ปี รู้พิกัดร้านในห้างดังภูเก็ต    -ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งประหารชีวิตบังฟัตและพวกรวม 6 คน คดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่กระบี่ ส่วนจำเลยที่ 7 ศาลสั่งเพิ่มโทษเป็นประหารชีวิต แต่จำเลยที่ 8 ยกฟ้อง เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังญาติยื่นอุทธรณ์ขอเพิ่มโทษจำเลยที่ 7-8 ญาติพอใจคำพิพากษา แต่ยังไม่พอใจ 100% จะปรึกษาอัยการยื่นฎีกาเพิ่มโทษจำเลยที่ 8 ต่อไป   -สาวเบตงร้องพ่อตายเพราะรอหมอนาน เล่าว่าพ่อเป็นโรคชิคุนกุนยา ปวดข้อเดินไม่ได้ พาไปหาหมอ พยาบาลให้นั่งรอบนรถเข็นหน้าห้อง ให้คนที่เป็นหนักกว่าเข้าไปก่อน นั่งรอ 3 คิวถูกแซงอีก 1 คิวจนพ่อตัวเย็น ความดันตก ถึงได้เข็นเข้าห้อง ปั๊มหัวใจนาน 40 นาทีไม่เป็นผล พ่อเสียชีวิต รพ.เบตงแจงคนไข้ตายเพราะช็อกจากการติดเชื้อ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ สั่งรัยกประชุมและตรวจวงจรปิด ยันความดันผู้ป่วยที่จุดคัดกรองยังปกติ จึงให้นั่งคอยตามคิว ส่วนที่ถูกแซงคิวเพราะคนป่วยที่มาทีหลังมีอาการหนักกว่าจึงให้เข้าไปก่อน แพทย์ชี้แจง หลังลูกสาวโวย พ่อรอคิวหมอนาน-ถูกแซงคิว จนความดันตก-หัวใจหยุดเต้นเสียชีวิต   -โจ๋หัวร้อนเบิ้ลเครื่อง จยย.เสียงดัง พอโดนต่อว่าฉุนยกพวกรุมสกรัม คนเจ็บบอกแค่ตะโกนต่อว่าจะเบิ้ลเครื่องทำไม แต่โดนรุมเจ็บปางตาย ตร.เตรียมเรียก 2 ฝ่ายชี้แจง จบด้วยดี หนุ่มต่อว่าวัยรุ่นเบิ้ลเครื่องเสียงดัง ยอมให้อภัย หลังถูกกลุ่มโจ๋รุมยำเจ็บ   -พ่อเลี้ยงตีลูกเลี้ยง 5 ขวบเจ็บน่วมที่แคมป์ก่อสร้างสมุทรปราการ กลับคำโยนความผิดใส่แม่แท้ๆเด็กเป็นคนทำร้ายลูกสาวตัวเอง ตนก็เคยโดนทำร้ายบ่อยหากทำอะไรไม่พอใจ ที่ยอมรับสารภาพตอนแรกเพราะไม่อยากพรากแม่ลูกจากกัน รักเมียจึงขอยอมติดคุกคนเดียว พ่อเลี้ยงกลับคำ โบ้ยแม่แท้ๆ ทำร้ายลูกสาว 5 ขวบหน้าปูด ยันเป็นคนรักเด็ก ไม่เคยตีลูกเลี้ยง    -หนุ่มขับเบนซ์ทับแรงงานต่างด้าวที่เมาหลับตอนกลางวัน กลางลานจอดรถเสียชีวิตย่านรามอินทรา เจ้าของร้านบอกเห็นคนตายเมาเดินไปมา คนขับรถมองไม่เห็นว่านอนอยู่ ส่วนคนขับเบนซ์ช่วยพาส่ง รพ.และรอมอบตัว หนุ่มขับเบนซ์เลี้ยวรถทับ ชายต่างด้าวเมาแอบงีบ ดับคาลานจอดรถหน้าบ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qNFb8Hwfd2Y

 5,682
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ค. 62

ศาลอุทธรณ์ ตัดสินประหารชีวิต ‘บังฟัต’ พร้อมพวก ฆ่ายกครัว 8 ศพ

จากกรณีนายซูริก์ฟัต หรือ ‘บังฟัต’ บ้านนบวงศ์สกุล พร้อมพวกรวม 8 คน ร่วมกันฆ่านายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก พร้อมครอบครัวและญาติๆ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพักของนายวรยุทธ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2560 โดยศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิต จำเลยที่ 1-6 ส่วนจำเลยที่ 7 จำคุก 1 ปี 9 เดือน และจำเลยที่ 8 จำคุก 12 เดือน    ในวันนี้ (9 ก.ค.) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษา จากวันที่ 4 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา และศาลฯ ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.นี้ เนื่องจากจำเลยที่ 7 คือ นายนายธวัฒชัย บุญคง ลูกน้องของบังฟัตไม่ได้เดินทางมาศาล    โดยศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 ส่วนจำเลยที่ 7 คือนายธวัชชัย บุญคง ตัดสินใหม่ เพิ่มเป็นโทษประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 8 ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น   ดูข่าวย้อนหลัง (17 ก.ค.60)  : 'ผบ.ตร' แถลงปิดคดี 'บังฟัต' ยิงยกครัวคนเดียว 8 ศพ ปมขัดแย้งขายฝากที่ดิน ลั่นต้องประหารชีวิตเท่านั้น!      

 12,354

Top