ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประหารชีวิต"

ต่างประเทศ
14 ก.พ. 63

วัยรุ่นจีนแทงยายเลือดสาด ปมแย่งซื้อเจลล้างมือ - เกาหลีเหนือสั่งประหาร ผู้ต้องสงสัยติดโควิด-19

จากวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโรค COVID-19 มีข่าวน่าสลดเมื่อวัยรุ่นชาวจีนวัย 17 ปี ก่อเหตุแทงยายวัย 71 ปี และเด็กวัย 9 ขวบได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากแย่งกันซื้อเจลล้างมือหลอดสุดท้ายในซูเปอร์มาร์เก็ต หลังเกิดเหตุตำรวจได้จับตัวไปดำเนินคดี   ขณะที่มีสื่อต่างประเทศบางสำนักรายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือสั่งประหารชีวิตเจ้าหน้าที่ต้องสงสัย ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ที่ยังไม่มีการยืนยันว่าติดเชื้อ แต่ถูกกักตัวในบริเวณที่ทางการจัดเตรียทไว้ให้ ปรากฏว่าได้ฝ่าฝืนออกไปใช้ห้องน้ำสาธารณะ ทำให้ถูกคำสั่งประหารชีวิต ส่วนอีกรายถูกเนรเทศไปอยู่ทุ่งปศุสัตว์ เนื่องจากปกปิดข้อมูลหลังเดินทางกลับจากจีน  

 256,498
ข่าวภูมิภาค
12 ก.พ. 63

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต อดีต ผญบ. พยายามข่มขืน-ทำร้าย 'น้องสโนว์'

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน จ.กาฬสินธุ์ หลังก่อเหตุทำร้าย น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือน้องสโนว์ อายุ 18 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียน แต่ถูกคนร้ายถีบรถจนล้ม หวังข่มขืน แต่น้องสโนว์ขัดขืน จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนตับแตก และมีเลือดออกในช่องท้อง โดยเหตุการณ์เกิดบริเวณถนนสายบ้านสีถาน-บ้านโนนเมือง หมู่ 8 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.58   ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ผ่านทางวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้กับจำเลยฟัง ชี้สาระสำคัญที่จำเลยฎีกามีความขัดแย้งกันหลายอย่าง ถึงแม้ฝ่ายโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัด แต่ปรากฏพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้การสอดคล้องกัน ร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้   ศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่งคง จึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท   ด้านแม่ของน้องสโนว์ กอดรูปลูกสาว พร้อมบอกว่าคนร้ายได้ถูกรับโทษอย่างสาสมแล้ว และอยากให้น้องสโนว์ไปสู่สุขคติ ขณะที่พี่สาวของน้องสโนว์ กล่าวว่า ประเด็นที่หยิบยกมาในชั้นฎีกาก็จะเป็นประเด็นของรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งทางจำเลยอ้างว่าไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาก่อเหตุ แต่ด้วยพยานโจทก์ที่เป็นตำรวจมีความเชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ของรถยนต์โดยตรง โดยจากการพิสูจน์หลักฐานพบว่าร่องรอยการเฉี่ยวชนตรงกันถึง 5 จุด   ส่วนอีกประเด็นเป็นร่องรอยของนิ้วมือที่จำเลยบอกว่าเกิดจากรอยหนูกัด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวน 2 ครั้ง แต่ให้การไม่ตรงกันและเบิกความที่ศาลยังให้การไม่ตรงกันอีก ศาลเลยวินิจฉัยว่าให้การไม่อยู่กับร่องกับรอย   ส่วนประเด็นอื่นๆที่ทางฝั่งจำเลยยื่นต่อชั้นฎีกา ก็ไม่มีเหตุที่ต้องวินิจฉัยเพิ่ม และพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิต ซึ่งทางญาติได้ฟังคำตัดสินก็ต่างดีใจที่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือและทุกกำลังใจจนคนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GLE09EAtjMo

 2,363
สังคม
12 ก.พ. 63

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต อดีต ผญบ. พยายามข่มขืน-ทำร้าย 'น้องสโนว์'

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน จ.กาฬสินธุ์ หลังก่อเหตุทำร้าย น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือน้องสโนว์ อายุ 18 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียน แต่ถูกคนร้ายถีบรถจนล้ม หวังข่มขืน แต่น้องสโนว์ขัดขืน จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนตับแตก และมีเลือดออกในช่องท้อง โดยเหตุการณ์เกิดบริเวณถนนสายบ้านสีถาน-บ้านโนนเมือง หมู่ 8 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.58   ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ผ่านทางวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้กับจำเลยฟัง ชี้สาระสำคัญที่จำเลยฎีกามีความขัดแย้งกันหลายอย่าง ถึงแม้ฝ่ายโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัด แต่ปรากฏพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้การสอดคล้องกัน ร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้   ศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่งคง จึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท   ด้านแม่ของน้องสโนว์ กอดรูปลูกสาว พร้อมบอกว่าคนร้ายได้ถูกรับโทษอย่างสาสมแล้ว และอยากให้น้องสโนว์ไปสู่สุขคติ ขณะที่พี่สาวของน้องสโนว์ กล่าวว่า ประเด็นที่หยิบยกมาในชั้นฎีกาก็จะเป็นประเด็นของรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งทางจำเลยอ้างว่าไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาก่อเหตุ แต่ด้วยพยานโจทก์ที่เป็นตำรวจมีความเชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ของรถยนต์โดยตรง โดยจากการพิสูจน์หลักฐานพบว่าร่องรอยการเฉี่ยวชนตรงกันถึง 5 จุด   ส่วนอีกประเด็นเป็นร่องรอยของนิ้วมือที่จำเลยบอกว่าเกิดจากรอยหนูกัด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวน 2 ครั้ง แต่ให้การไม่ตรงกันและเบิกความที่ศาลยังให้การไม่ตรงกันอีก ศาลเลยวินิจฉัยว่าให้การไม่อยู่กับร่องกับรอย   ส่วนประเด็นอื่นๆที่ทางฝั่งจำเลยยื่นต่อชั้นฎีกา ก็ไม่มีเหตุที่ต้องวินิจฉัยเพิ่ม และพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิต ซึ่งทางญาติได้ฟังคำตัดสินก็ต่างดีใจที่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือและทุกกำลังใจจนคนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GLE09EAtjMo

 2,363
สรุปข่าว
12 ก.พ. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 ก.พ.63 ผบ.ทบ.แถลงทั้งน้ำตาเหตุกราดยิง-นักโทษหลบหนีก่อนพ้นโทษ-พระโทรป่วน 191

-ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 นครราชสีมา ระทึกอีกรอบ! ขณะเจ้าหน้าที่เข้าสแกนพื้นที่ พบวัตถุกลมๆ 1 ชิ้น อยู่ที่ชั้นใต้ดินของห้าง อยู่ชั้น LG ฟู้ดแลนด์ ใกล้กับจุดที่คนร้ายถูกวิสามัญ จนต้องเร่งให้ผู้ประกอบการออกจากพื้นที่ตัวห้าง ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่อีโอดี เข้าตรวจสอบซ้ำ ล่าสุดยืนยันวัตถุดังกล่าวไม่ใช่วัตถุระเบิด ด้านนายกฯพร้อมคณะ เคารพศพผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิง รวมถึงให้กำลังใจครอบครัว กำชับหน่วยงานต่างๆดูแลเต็มที่   ด้านภรรยาของนายสมเกียรติ เหยื่อที่ถูกคนร้ายยิงรถเก๋งถูกไฟคลอกที่ลานจอดรถ เล่าเหตุการณ์ วันเกิดเหตุสามีได้จองตั๋วหนัง จะไปดูหนังด้วยกันในช่วงเย็นของวันก็เหตุ แต่ตนเองเข้าโรงพยาบาลไม่ได้ไปด้วย สามีจึงไปดูหนังคนเดียว ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนไม่ทันได้ดูหนัง จึงวิ่งหนีพยายามออกจากห้าง จังหวัดนั้นขับไปเจอรถคนร้าย ถูกคนร้ายยิงใส่รถจนไฟไหม้ ถูกไฟคลอกเสียชีวิตคารถ   ขณะที่เหยื่ออีกรายถูกจับเป็นตัวประกันพร้อมลูกสาววัย 17 ก่อนถูกยิงเสียชีวิต ลูกสาวบาดเจ็บรอดมาได้ ญาติเผยผู้ตายโทรมาบอกอยู่ในห้องเย็นกับคนร้ายหนาวมาก ขณะที่ลูกสาวยังไม่รู้แม่เสียชีวิต ญาติไม่กล้าบอกกลัวทำใจไม่ได้   ด้านผู้รอดชีวิตเหตุกราดยิง เผยทั้งน้ำตาขอบคุณพนง.แบงก์และรปภ.ที่ช่วยเหลือจนปลอดภัย ส่วนกระแสข่าวที่ว่า ชาวบ้านชัยภูมิ ไม่ยอมให้นำศพผู้ก่อเหตุมาเผา วัดโต้ไม่จริง ยินดีรับทุกศพ ไม่เคยปฏิเสธญาติโยม แม้กระทั่งศพไม่มีญาติ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อในเรื่องของการทำศพ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  eod ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยที่ห้องเย็นฟู้ดแลนด์ ห้างเทอร์มินอล 21 ยันไม่ใช่ระเบิด ญาติอาลัย สูญเสียคนในครอบครัวเหตุกราดยิงโคราช ภรรยา รปภ.ฮีโร่ ภูมิใจแทนสามี นายกฯพร้อมคณะ ร่วมเคารพศพ-ให้กำลังใจครอบครัว เหยื่อกราดยิงโคราช  เจ้าอาวาสแจงไม่เลือกปฏิบัติ ยันไม่เคยห้ามเผาศพมือกราดยิงโคราช  ฮีโร่หน่วยอรินทราชถูกยิงศีรษะ อาการดีขึ้น น้องสาวโพสต์อวยพรวันเกิดครบ 31 ปี ผู้รอดชีวิตขอบคุณพนง.แบงก์และรปภ. ช่วยให้รอดตาย - ครูสาวเผยนาทีระทึก ซ่อนตัวจากเหตุกราดยิง  รปภ.ชุดแดงห้างเทอร์มินอล 21 แจงปลอดภัยดี เศร้าสูญเสียเพื่อนร่วมงานถูกกราดยิง  โคราชเตรียมทำบุญใหญ่พระ 1 หมื่นรูป 15 ก.พ. ยอดบริจาคช่วยเหยื่อพุ่ง 25 ล้าน   -พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก แถลงทั้งน้ำตาขอโทษสังคม กรณีพลทหารกราดยิงโคราช ตั้งโต๊ะแถลงไล่เรียงเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถอนหายใจเป็นระยะ พลทหารที่ก่อเหตุตั้งแต่วินาทีแรกถือเป็นอาชญากร เรื่องนี้ขอ ปชช.อย่าด่ากองทัพ อย่าด่าทหาร ถ้าจะด่าให้ลงที่ตน ขอน้อมรับคำตำหนิ แต่ไม่อาจรับผิดชอบต่อการกระทำส่วนตัวของพลทหารที่ก่ออาชญากรรมเช่นนั้นได้ พบสาเหตุมาจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บัญคับบัญชา และผิดสัญญาในการกู้ยืมเงิน เตรียมเปิดช่องทางให้ลูกน้องร้องเรียนผู้บังคับบัญชา ลั่นจัดระเบียบกองทัพใหม่ ลางบางให้หมดใน 3 เดือน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผบ.ทบ.แถลงทั้งน้ำตา เหตุกราดยิงโคราช ตอบดราม่าใส่เครื่องแบบเต็มยศลงพื้นที่ ลั่นไม่ลาออก!   -ที่ประชุมครม.ได้มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 ที่จะต้องพิจารณาวาระ 2-3 ใหม่ ตามคำวินิจฉัยของศาลรธน. จากกรณีส.ส.เสียบบัตรแทนกัน โดยมีรายงานว่า จะเสนอให้โหวตร่าง พ.ร.บ.โดยไม่มีการอภิปราย แต่ขอหารือคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่ายก่อน   นายกฯระบุ จะให้อภิปรายเพิ่มเติมหรือควรจะลงมติเลย เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านหารือร่วมกัน พร้อมบอกปัญหาเกิดขึ้นที่จุดไหน ต้องไปแก้ที่จุดนั้น แต่หากเป็นไปได้อยากให้ทุกคนคำนึงถึง ความจำเป็นของการใช้จ่าย งบประมาณด้วย เพราะสถานการณ์วันนี้ มีหลายอย่างที่จำเป็นต้องใช้งบขับเคลื่อน โดยเฉพาะในภาคเศรษฐกิจ รวมทั้งการแก้ปัญหาจากผลกระทบในด้านต่างๆ   ขณะที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวถึงการนัดพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ใหม่ จากกรณีเสียบบัตรแทนกัน ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในวันที่ 13 กุมภาพันธุ์ที่จะถึงนี้ ระบุว่า ไม่ได้มีการกำชับอะไรกับ ส.ส.ของพรรค และพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมมั่นใจจะไม่มีซ้ำรอยการเสียบบัตรแทนกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯโยนสภาชี้ขาด ถกต่อหรือลงมติเลย ปมพิจารณาวาระ 2-3 ใหม่ ตามคำวินิจฉัยศาล รธน.   ด้านประธานวิปฝ่านค้าน คุณสุทิน คลังแสง ระบุที่ประชุมวิปฝ่ายค้านส่วนใหญ่เห็นว่า ส.ส.ฝ่ายค้านไม่ควรเข้าร่วมประชุม ร่างพ.ร.บ.งบฯ 63ในวันพรุ่งนี้ (13 ก.พ.) เพราะมองว่าคำแนะนำศาล รธน.ต่อการให้สภาฯลงมติในวาระ 2-3 อีกรอบไม่ถูกต้อง แต่ความเห็นดังกล่าว ยังไม่มีข้อสรุปเป็นที่สุด คาดวันนี้ (12 ก.พ.) จะได้ข้อสรุปร่วมกันอีกครั้ง        ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ปิยบุตร' ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาล ยันไม่มีเจตนาถ่วงเวลางบปี 63    -กฤษฎีกาชี้ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ครอบครองที่ป่า ไม่ใช่ที่ดิน สปก. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ส่งความเห็นมายังกรมป่าไม้ ระบุชัดที่ดินเขาสนฟาร์มของปารีณา ยังมีสถานะเป็นที่ป่า เตรียมหารือดำเนินตามกม. ด้านจนท.กรมป่าไม้และ สปก.จะลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดิน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สปก.-กรมป่าไม้ เตรียมลงพื้นที่ชี้จุดที่ดิน 'ปารีณา' กฤษฎีกายันยังเป็นพื้นที่ป่า    -ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดรถ ล็อคล้อปรับ 500 บาท ถ้าต้องมีการเคลื่อนย้ายรถ 500-2,500 บาท มีค่าดูแลรักษารถที่ถูกเคลื่อนย้าย 200-500 บาท/วัน     -สธ.แถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ก่อนมีการปิดประเทศ ซึ่งผู้ป่วยรายนี้เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยรายที่ 22 ที่มีการแถลงไปก่อนหน้านี้ ทำให้จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศไทยเพิ่มเป็น 33 ราย รักษาหายแล้ว 10 ราย ส่วนของกรณีคนไข้ที่อาการหนักคือมีโรควัณโรคร่วมด้วย ยังอาการทรงตัว ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ   ส่วนกรณีเรือสำราญเวสเตอร์ดัมที่เดินทางทัวร์เอเชียพร้อมผู้โดยสารและลูกเรืออีกกว่า 2,200 คน ล่าสุดนายกฯไม่อนุญาตให้เทียบท่าที่ไทย แต่จะดูแลตามหลักมนุษยธรรม ส่งน้ำมัน น้ำ อาหารให้หากร้องขอ ส่วนผู้ติดเชื้อทั่วโลก 43,146 คน เสียชีวิต 1,018 คน รักษาหาย 4,347 ราย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ไม่อนุญาตเรือสำราญจากฮ่องกง เทียบท่าไทย แต่จะส่งน้ำ-อาหารให้ หากร้องขอ   -จัดทีมล่าตัว นายกฤษดา ม่วงแพร นักโทษคดีลักทรัพย์ หลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังต้องโทษจำคุก 6 ปี และได้รับการลดหย่อนเหลือ 3 ปี เผยอีกแค่ 2 สัปดาห์จะพ้นโทษในวันที่ 26 ก.พ.นี้  โดยฉวยโอกาสหลบหนีออกไประหว่างทำงานอยู่ภายในสถานที่บริการการล้างรถของเรือนจำ   รูปพรรณสันฐานของผู้ต้องขัง มีส่วนสูงประมาณ 165 ซ.ม. มีรอยสักอักขระรอบไหปลาร้า บริเวณหัวไหล่ซ้ายและขวา รวมถึงแผ่นหลัง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงเจเจ สีแดง ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณถนนงามวงศ์วาน จับภาพขณะที่นักโทษเดินออกประตูเรือนจำ มุ่งหน้าไปยังแยกพงษ์เพชร ร้านค้าที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเล่าว่า เคยเห็นนักโทษที่หลบหนีซึ่งทำงานอยู่คาร์แคร์ เดินออกมาประมาณ 08.00 น.ถือกระเป๋าเดินออกไปทางประตูเล็กข้างเรือนจำ ลักษณะไม่ได้เร่งรีบ จึงไม่ได้คิดว่าเป็นนักโทษหลบหนี เพราะปกติจะมีนักโทษที่ถูกปล่อยตัว เดินออกทางนี้เป็นประจำ   ด้านอธิบดีกรมราชทัณฑ์  พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ เผยนักโทษคนดังกล่าวไม่ได้เป็นการหลบหนีจากที่ควบคุมภายในเรือนจำ แต่เป็นการหลบหนีออกจากพื้นที่คาร์แคร์ ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกอาชีพ เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว ซึ่งนักโทษต้องได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าครึ่งค่อนและเหลือเวลารับโทษไม่นาน กำชับให้มีความเข้มงวดกว่านี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตามจับ นช.หลบหนีจากเรือนจำคลองเปรม ก่อนพ้นโทษไม่กี่วัน ชาวบ้านเห็นตอนเดินออก นึกว่าได้ปล่อยตัวแล้ว    -ตร.บุกรวบพระลูกวัดแสงสว่างอารมย์วัย 30 ปี อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น หลังโทรศัพท์ป่วน 191 หลอกว่ามีคนวางระเบิดในโรงแรมกลางเมืองขอนแก่น จนเจ้าหน้าที่ต้องนำกำลังไปตรวจสอบวุ่นวายทั้งโรงพัก เจ้าตัวอ้างไม่มีอะไรทำ เลยสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระวังตัวเท่านั้น สุดท้ายเจอข้อหาหนักคุกไม่เกิด 3 ปีปรับไม่เกิน 60,000 บาท จากการตรวจสอบประวัติพบป่วยอาการทางประสาท และเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจิตรเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับหลวงพี่โทรป่วนวางระเบิด 191 อ้างว่างไม่มีอะไรทำ พบป่วยทางจิต    -เตือนภัยนายจ้าง แม่บ้านสาวเมียนมาสุดแสบ ทำงานมาได้ 4 เดือน ลักทรัพย์สินนายจ้างทั้งทอง 12 บาท โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และอื่นๆ รวมกว่าครึ่งล้านหลบหนี พบมีการเตรียมตัวอย่างดี เช่าห้องไว้เก็บของเตรียมหนีก่อนก่อเหตุ 1 เดือน วงจรปิดจับภาพหิ้วกระเป๋าขึ้นแท็กซี่หลบหนี ต้นสังกัดปัดความรับผิดชอบ ตร.ประสาน ตม.ป้องกันหลบหนีอกนอกประเทศ   -ศาลฎีกาพิพากยืนประหารชีวิตอดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน จ.กาฬสินธุ์ หลังก่อเหตุทำร้าย น้องสโนว์ อายุ 18 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียน แต่ถูกคนร้ายถีบรถจนล้ม หวังข่มขืน แต่น้องสโนว์ขัดขืน จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนตับแตก และมีเลือดออกในช่องท้อง   ศาลชี้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่งคง จึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิต และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท ด้านแม่ของน้องสโนว์ กอดกรอบรูปน้อง พร้อมบอกลูกสาวว่าคนร้ายได้ถูกรับโทษอย่างสาสมแล้ว และอยากให้น้องสโนว์ไปสู่สุคติ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต อดีต ผญบ. พยายามข่มขืน-ทำร้าย 'น้องสโนว์'   -สาวใหญ่แค้นแฟนหนุ่มไปติดพันสาวอื่นจ้างเด็ก 16 ปี ดักตีหัวที่หน้าแมนชั่น ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา แต่พลาดมือหนักตีจนตาย โดยมือทุบสารภาพได้ค่าจ้าง 1,000 บาท สุดท้ายสาวมือจ้างวานทำทีเสียใจใช้เชือกรัดคอตัวเองในห้อง จนมีคนมาช่วยพาส่งโรงพยาบาล และขณะที่ตำรวจไปสอบปากคำเจ้าตัวแกล้งบ้า พูดจาไม่รู้เรื่องและปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนจ้างทำร้ายสามีของตัวเอง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แค้นแฟนหนุ่มไปมีกิ๊ก หญิงจ้างเด็ก 16 ดักตีหัว แต่พลาดถึงตาย ก่อนทำทีเป็นเสียใจ-ผูกคอตัวเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HW76loeCa4k

 1,006
สรุปข่าว
11 ก.พ. 63

ประเด็นข่าวรอบวัน 11 ก.พ. 63 พิพากษายืนประหารชีวิต ผญบ.ฆ่าข่มขืน 'น้องโสน' - คุมราคาหน้ากากอนามัยขายออนไลน์

พาณิชย์ควบคุมราคาหน้ากากอนามัยขายผ่านออนไลน์   โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับเเพลตฟอร์มรายใหญ่ ได้แก่ เจดีเซนทรัล ลาซาดา และช้อปปี เพื่อควบคุมการขายหน้ากากอนามัยในออนไลน์ ไม่ให้ขายเเพงเกินไป      โดยทั้ง 3 เเพลตฟอร์มรับที่จะไปแจ้งให้ร้านค้าต่างๆในแพลตฟอร์มของตนเองขายในราคาที่กำหนด หากฝ่าฝืนจะบล็อค ห้ามขายทันที ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์จะตามจับกลุ่มไลฟ์สดขายตามแพลตฟอร์มต่างๆ ด้วย     นทท.เกาหลียกเลิกเที่ยวไทย   ผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร เผย นักท่องเที่ยวเกาหลีแห่ยกเลิกห้องพัก หลังรับรู้ข่าวคนเกาหลีติดเชื้อในไทย เร่งทำโปรโมชั่นดั๊มราคาที่พักไม่ต่ำกว่า 20%     นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคม ผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ล่าสุดนักท่องเที่ยวเกาหลีที่ ยกเลิกการจองที่พักล่วงหน้า ซึ่งจะเข้าพักตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป เกือบ 100% หลังจากที่ก่อนหน้านี้ยังคงเดินทางเข้ามาและสามารถชดเชยนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปได้ ส่วนญี่ปุ่น ทยอยยกเลิกตามมาติดๆ เช่นเดียวกับยุโรป      ขณะที่ผู้ประกอบการที่พัก แห่กันดั๊มราคาห้องพักไม่ต่ำกว่า 20% ซึ่งปกติฤดูกาลลดราคาจะมาหลังจากเดือนเมษายน ซึ่งยังคงคาดการณ์เดิมว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวไปอีก 6 เดือนนับจากปัญหายุติ ซึ่งนอกจากมาตรการทางภาษีที่รัฐบาลออกมา อยากให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT อย่างน้อยจาก 7% เหลือ 3% ในช่วงเวลาหนึ่ง และลดภาระค่าครองชีพ ของประชาชนในภาพรวม ซึ่งจะเริ่มเห็นว่าเงินหายจากกระเป๋าเดือนหน้า     พิพากษายืนประหารชีวิต ผญบ.ฆ่าข่มขืน 'น้องโสน'   ที่ กาฬสินธ์ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ประหารชีวิตอดีตผู้ใหญ่บ้าน ฆ่าข่มขืนน้องโสน ชี้พยานหลักฐานชัดเอาผิดผู้ก่อเหตุได้     วันนี้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิต นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่สีถาน ตำบลดงลิง จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ก่อเหตุถีบรถจักรยานยนต์ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ "น้องโสน" นักเรียนชั้น ม.6 ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียนตามปกติ เพื่อหวังข่มขืน แต่เหยื่อขัดขืน จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนอาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเหตุเกิด เมื่อปลายปี 2558      โดยศาลอ่านคำพิพากษา ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ คือประหารชีวิต นายกฤติเดช และให้ชดใช้ค่าสินไหม เป็นเงิน 2,390,000 บาท     ขณะที่ นางลำใย พลประสิทธิ์ แม่ของน้องโสน บอกว่า ตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ได้ผ่านมานานกว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งครอบครัวได้บอกกับน้องโสนว่า จะต้องได้รับความเป็นธรรม และครอบครัวจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด กระทั่งวันนี้ลูกสาวได้รับความเป็นธรรมแล้ว ต้องขอบคุณกระบวนการยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย     ด้าน นางสาว ภัทรานิษฐ์ พี่สาวน้องโสน บอกว่า วันนี้อยากบอกน้องสาวว่า ความยุติธรรมมีอยู่จริง และน้องก็ได้รับความเป็นธรรมแล้ว อยากกราบขอบคุณทุกๆ ฝ่าย วันนี้ คนร้ายถูกตัดสินดำเนินคดี ต่อไปตนเองก็ต้องทำหน้าที่ลูก ดูแลพ่อแม่ แทนน้องสาว     อนค. ยื่นหนังสือคัดค้านขอศาลเปิดกระบวนการไต่สวนคดีกู้เงิน   อนาคตใหม่ ยื่นหนังสือคัดค้านขอศาลรัฐธรรมนูญเปิดกระบวนการไต่สวนคดีกูเงินอย่างเปิด ชี้เวลาจำกัดไม่สามารถส่งบันทึกคำให้การของพยานได้ต้องพึ่งศาล     นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่อนุญาตให้มีการเปิดกระบวนการไต่สวนพยาน และให้พรรคส่งบันทึกคำให้การของพยานทั้ง 17 ปากเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการส่งบันทึกคำให้การของพยานทั้งหมดไม่มีทางเป็นไปได้เพราะศาลฯส่งหนังสือแจ้งมาในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ทำให้มีเวลาจำกัดไม่ถึง6 วัน เพราะติดวันหยุดราชการด้วย     อีกทั้ง การเรียกพยานซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ กกต.ต้องอาศัยคำสั่งศาลฯ ดังนั้นจึงอยากให้ศาลฯเปิดไต่สวนพยานอย่างเปิดเผยทั้ง17 ปากมาให้ถ้อยคำต่อศาลได้โดยตรง สำหรับพยานทั้ง 17 ปาก แบ่งเป็น พยานนำประกอบด้วย ตนเอง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เหรัญญิกและฝ่ายกฎหมายพรรค     ส่วนอีก 13 คนเป็นพยานหมาย ประกอบด้วยอดีต กกต.3 คนและอีก10 คน เป็นเจ้าหน้าที่ กกต.ทั้งหมด     พร้อมตั้งข้อสังเกตการตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 คนแทนคนเก่าที่หมดวาระนั้น เหตุใดจึงมีความล่าช้ากว่าทุกชุดที่เคยสรรหา แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นตุลาการชุดเดิมหรือชุดใหม่ก็ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม     เร่งล่าตัวนักโทษชายหลบหนีออกจากเรือนจำคลองเปรม    อีก 2 สัปดาห์จะพ้นโทษแล้ว แต่ผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์คนหนึ่ง เลือกที่จะหลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ไปดูภาพวงจรปิดขณะหลบหนี     ชายที่สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้นคนนี้ คือ นาย กฤษดา ม่วงแพร นักโทษคดีลักทรัพย์ ถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี และกำลังจะพ้นโทษในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ แต่ได้หลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างออกมาฝึกอาชีพที่คาร์แคร์ของเรือนจำ เมื่อช่วงก่อน 9 โมง     พ่อค้าด้านนอกประตูเรือนจำ บอกว่า รู้จักกับนักโทษคนนี้ เพราะเห็นมาทำงานที่คาร์แคร์เป็นประจำ แต่วันนี้นักโทษรายนี้ไม่ได้สวมชุดนักโทษสีน้ำเงิน แต่ใส่เสื้อสีขาวแขนยาว กางเกงลายดอก ลักษณะเหมือนเพิ่งพ้นโทษ เดินออกจากประตูเล็กของเรือนจำไปอย่างเร่งรีบ ก่อนเวลา 9 โมงเช้าเล็กน้อย      พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นักโทษชาย กฤษดา สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผิวดำแดง มีรอยสักยันต์อักขระรอบไหปลาร้า บริเวณหัวไหล่ซ้ายและขวา รวมถึงแผ่นหลัง สวมเสื้อคอกลมสีขาว กางเกงลายดอก หากพบเห็นให้แจ้งตำรวจที่หมายเลข 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึงปัจจุบัน มีผู้ต้องขังหลบหนีรวม 8 ราย แต่สามารถติดตามกลับมาได้ทั้งหมด     หนุ่มขับสิบล้อซิ่งแหกด่านเสียหลักพลิกคว่ำ อ้าง ตร.โบกกะทันหันเบรกไม่ทัน สุดท้ายพบใบกระท่อม-ฉี่ม่วง   หนุ่มซิ่งรถบรรทุกแหกด่านพลิกคว่ำบนถนนราชพฤกษ์ ค้นรถเจอใบกระท่อม ปัสสาวะสีม่วง เจ้าตัวอ้างไม่ได้แหกด่านแต่ตำรวจโบกกะทันหัน เบรกไม่ทัน     รถบรรทุกสิบล้อขนดินเสียหลักพลิกคว่ำที่ซอยฉิมพลี 8 ถนนราชพฤกษ์ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ขวางถนน 1 ช่องทาง จุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง ทำให้รถเทกระจาดพลิกตะแคงข้าง น้ำมันไหลนองพื้น      ตำรวจควบคุมตัว นาย เดือน มารัชชะ อายุ 37 ปี ผู้ขับขี่ไว้ได้ เมื่อตรวจสอบภายในรถพบใบกระท่อม 5 ใบ เมื่อสอบถามเจ้าตัวยังปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้ขับรถแหกด่าน แต่รถคันหน้าโดนตำรวจโบกเรียกกะทันหัน ทำให้รถของเขาเบรคไม่ทันต้องหักหลบ และเครื่องเกิดการกระตุกเบรคไม่ได้ก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำ เมื่อตรวจปัสสาวะพบว่ามีสีม่วง พร้อมรับว่าเสพมา 2 เม็ด     ขณะที่ นาย กิตติคุณ แตงอ่อน อายุ 35 ปี พลเมืองดี เล่าว่า รถสิบล้อแหกด่านตำรวจแล้วขับเปลี่ยนเลนสลับไปมา โดยมีรถจักรยานยนต์ตำรวจสายตรวจขี่ตามมา 2 คัน กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ เขาช่วยตำรวจสกัด จนรถสิบล้อหักหนีแล้วเสียหลักคว่ำเอง      เบื้องต้นแจ้งข้อหา นาย เดือน ฐานครอบครองและเสพพืชกระท่อม และขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไม่ให้จับกุม     เกิดเหตุชายยิง ตร.หน้าห้างฯ รัฐอาร์คันซอ   เกิดเหตุชายคนหนึ่งใช้ปืนยิงตำรวจที่ห้างสรรพสินค้าวอลมาร์ท (Walmart) ในเมืองฟอร์เรสต์ ซิตี้ (Forrest City) ทางตะวันออกของรัฐอาร์คันซอ (Arkansas) สหรัฐอเมริกา จนเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น เมื่อช่วงเช้า เมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่นที่ช้ากว่าไทย 13 ชั่วโมง      ซึ่งหลังเหตุการณ์สงบลง มีรายงานตำรวจบาดเจ็บอย่างน้อย 2 นาย ส่วนผู้ต้องสงสัยถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของผู้ต้องสงสัยและสาเหตุของเหตุที่เกิดขึ้น

 1,007
อาชญากรรม
11 ก.พ. 63

ศาลพิพากษาประหารชีวิต อดีต ผญบ. ฆ่าข่มขืน 'น้องโสน'

ที่ กาฬสินธ์ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ประหารชีวิตอดีตผู้ใหญ่บ้าน ฆ่าข่มขืนน้องโสน ชี้พยานหลักฐานชัดเอาผิดผู้ก่อเหตุได้     วันนี้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิต นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่สีถาน ตำบลดงลิง จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ก่อเหตุถีบรถจักรยานยนต์ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ "น้องโสน" นักเรียนชั้น ม.6 ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียนตามปกติ เพื่อหวังข่มขืน แต่เหยื่อขัดขืน จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนอาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเหตุเกิด เมื่อปลายปี 2558      โดยศาลอ่านคำพิพากษา ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ คือประหารชีวิต นายกฤติเดช และให้ชดใช้ค่าสินไหม เป็นเงิน 2,390,000 บาท     ขณะที่ นางลำใย พลประสิทธิ์ แม่ของน้องโสน บอกว่า ตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ได้ผ่านมานานกว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งครอบครัวได้บอกกับน้องโสนว่า จะต้องได้รับความเป็นธรรม และครอบครัวจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด กระทั่งวันนี้ลูกสาวได้รับความเป็นธรรมแล้ว ต้องขอบคุณกระบวนการยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย     ด้าน นางสาว ภัทรานิษฐ์ พี่สาวน้องโสน บอกว่า วันนี้อยากบอกน้องสาวว่า ความยุติธรรมมีอยู่จริง และน้องก็ได้รับความเป็นธรรมแล้ว อยากกราบขอบคุณทุกๆ ฝ่าย วันนี้ คนร้ายถูกตัดสินดำเนินคดี ต่อไปตนเองก็ต้องทำหน้าที่ลูก ดูแลพ่อแม่ แทนน้องสาว

 6,891
สรุปข่าว
11 ก.พ. 63

eod เก็บกู้วัตถุต้องสงสัยตกค้างภายในเทอร์มินอล 21 เหตุกราดยิงโคราช

EOD เก็บกู้วัตถุต้องสงสัยตกค้างภายในเทอร์มินอล 21 เจ้าหน้าที่ EOD เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดภายในห้องเย็นชั้น LG ของห้างเทอร์มินอล 21 โคราชพร้อมสั่งให้ผู้ประกอบการร้านค้าตั้งแต่ชั้น G จนถึงชั้น 5 ที่เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินและความเสียหายออกจากศูนย์การค้าคาดว่าตกค้างมาจากเหตุกราดยิงเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ขณะที่ยอดบริจาคช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มกว่า 25 ล้านบาท   พบชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต ตำรวจ สภ.ยางชุม อ.กรวยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์เข้าตรวจกรณพบผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 43 ปีในไร่สับปะรด พบรอยเท้าช้างที่บริเวณหน้าอก คาดว่าถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต ภรรยาผู้ตายระบุสามีออกมาเฝ้าไร่หลังมีช้างป่าออกมาทำลายพืชไร่ในสวน จนกระทั่งมาพบว่าเสียชีวิต   อพยพประชาชนกว่า 100 คน หลังพบผู้ติดเชื้อ ฮ่องกงสั่งอพยพประชาชนกว่า 100 คนออกจากอพาร์ทเม้นท์ฮองมี่เฮ้าในย่านนิวเทอริทอรี่ หลังจากพบผู้อาศัย 2 คนที่พักอาศัยอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพนธุ์ใหม่ ขณะ คณะผู้บริหารปกครองพิเศษเผยผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อจากท่อน้ำ   ศาล พิพาทษาสั่งประหารชีวิตอดีตผู้ใหญ่บ้าน ศาลจ.กาฬสินธุ์ อ่านคำพิพาทษาตามศาลอุทธรณ์สั่งประหารชีวิตอดีตผู้ใหญ่บ้านในคดีข่มขืนกระทำชำเราทำร้ายร่างกายน้องสโนจนเสียชีวิต     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/e2zvMM9nq7E

 4,366
สังคม-อาชญากรรม
24 ม.ค. 63

เปิดเสียง 'ผอ.กอล์ฟ' สารภาพชิงทองเพราะหนี้สิน ไม่ตั้งใจยิงเด็ก สำนึกผิดพร้อมรับโทษประหาร

คืบหน้าคดีจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว อายุ 38 ปี หรือ ผอ.กอล์ฟ ผู้ต้องหาคดีกราดยิงชิงทองออโรร่า ภายในห้างดัง อ.เมืองลพบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 3 ศพ   เมื่อวานนี้(23 ม.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำคณะชุดสืบสวนร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ.กอล์ฟ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหากราดยิงชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างโรบินสันลพบุรี โดยไม่ได้นำตัวนายประสิทธิชัย มาร่วมแถลงข่าวด้วย แต่ให้เจ้าหน้าที่แต่งกายจำลองเหมือนผู้ต้องหาในวันก่อเหตุมาแสดงต่อสื่อมวลชน และให้นายประสิทธิชัย โฟนอินเข้ามาตอบข้อซักถามสื่อมวลชนแทนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ         นายประสิทธิชัย รับสารภาพว่าที่ตัดสินใจทำเพราะเกิดจากปัญหาส่วนตัว แล้วก็ปัญหาเรื่องการเงินหนี้สินของตัวเอง ที่ต้องยิงคนอื่นทำเพราะเปิดทางข่มขู่ให้กลัว มีการคิดล่วงหน้ามา 2-3 วัน ที่เห็นว่ายิงพนักงานขายทองซ้ำ เพราะตอนปีนขึ้นตู้กระจกถุงมือมันเข้าไปติดไกปืน พยายามขยับออกมันก็กระตุกไปที่ไกปืน พอจะดึงออกเลยยิงโดนพนักงานอีก      ส่วนที่ยิง รปภ.นัดแรกนั้นตั้งใจยิงเปิดทาง ลูกกระสุนแฉลบไปโดนเด็กโดยไม่ได้ตั้งใจ รู้สึกสำนึกผิดกับกระสุนที่โดนเด็ก สำนึกและเสียใจกับการกระทำ ตนพยายามทำตัวปกติ ไม่ได้คิดหนี ไม่ได้คิดอะไร ทุกครั้งที่เห็นข่าวก็เสียใจกับการกระทำ พยายามทำตัวปกติ ไม่ให้ใครสงสัย ขอโทษน้องไทตัล พนักงานร้านทอง ครอบครัวผู้เสียชีวิต ยืนยันไม่ได้ขัดแย้งกับพนักงานร้านทอง ส่วนที่ยิงลูกค้า 2 คน เพราะหยุดอารมณ์ไม่ได้     พร้อมระบุก่อเหตุคนเดียวไม่ได้ปรึกษาใคร ใช้ท่อเก็บเสียงเพื่อไม่ให้มันเสียงดัง ต้องการไม่ให้ผู้คนตื่นตระหนก ไม่ได้อยากดังหรือหรือต้องการถูกวิสามัญตามที่เป็นข่าว คิดจะมอบตัวหลังวันที่ 24  ม.ค.นี้ เพราะมีภารกิจที่โรงเรียนที่จะทำให้นักเรียน จากนั้นได้บอกว่า ขออนุญาตตอบคำถามเพียงแค่นี้ ก่อนจะตัดสายไป   พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนในการยืนยันตัวผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุและสร้อยคอทองคำของกลาง 32 เส้น แต่ยังขาดลำกล้องและท่อเก็บเสียงปืนที่ผู้ต้องหาให้การโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการค้นหา   โดยมูลเหตุยังคงเชื่อว่าเป็นเรื่องการประสงค์ต่อทรัพย์ ตรวจสอบแล้วไม่พบประวัติการรักษา อาการทางจิต เบื้องต้นนายประสิทธิชัยรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ขณะที่การสอบสวนยังไม่พบผู้อื่นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หากมีหลักฐานเชื่อมโยงจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม  ส่วนที่ผู้ต้องหาให้การกลับไปกลับมาก็เป็นสิทธิ์ของเขา   ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์  ระบุว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาด้วยหลักฐานหลาย ๆ ส่วนประกอบกัน  จึงนำไปสู่การคลี่คลายคดีได้ในที่สุด ไม่ได้มีการสืบหาคนร้ายจากเหงื่อตามที่เป็นข่าว ไม่พบอากการทางจิต ยืนยันว่านายประสิทธิชัย ไม่มีอาการทางจิตแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า “ผมไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ถึงจะได้ไป จับเเพะ จับเเกะ ผมเป็นตำรวจ จับเเต่โจรผู้ร้าย”   ขณะที่ช่วงบ่ายวานนี้ (23 ม.ค.) หลังแถลงผลการจับกุมเสร็จแล้ว ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบฯ ได้คุมตัวนายประสิทธิชัย ออกจากห้องควบคุมขึ้นไปยังชั้น 8 ของกองบังคับการปราบปรามเพื่อให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งระหว่างนำตัวออกมานายประสิทธิชัย มีสีหน้าเรียบเฉย และวิ่งหนีทันทีเมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่าอยากจะพูดอะไรหรือไม่   จากนั้นได้นำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลกว่า 20 นาย ผู้สื่อข่าวพยามสอบถามนายประสิทธิชัย ว่ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่ เจ้าตัวก็รีบเดินเข้าไปทันทีโดยไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ไม่ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองออโรร่า สาขาโรบินสันลพบุรี     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชุดคลี่คลายคดีใช้เวลากว่า 13 วัน ในการจับกุมตัวคนร้าย โดยแกะรอย เปรียบเทียบจากอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ เป็นอาวุธปืนสั้น CZ75 SP-01 ส่วนท่อเก็บเสียงที่คนร้ายใช้ตรวจสอบพบเป็นยี่ห้อ SWR ซึ่งผู้ที่ผลิตคือนายมด ที่ว่าจ้างโรงงานแห่ง  หนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ผลิตจำนวน 60 ชิ้น จากนั้นนายมดได้ส่งให้กับเพื่อนรุ่นน้องที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ต ในจังหวัด สิงห์บุรี ก่อนที่จะส่งต่อให้ผู้ต้องหา   นอกจากนี้มีการเปรียบเทียบปลอกกระสุนปืน ที่ตกในที่เกิดเหตุ 14 ปลอก นำมาเปรียบเทียบกับ ปลอกกระสุน 81 ปลอก ที่ผู้ต้องหามาซ้อมยิงปืนที่บ้านของบุคคลหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อกองพิสูจน์หลักฐาน นำมาเปรียบเทียบพบว่ารอยที่จานท้ายปลอกกระสุนปืนตรงกัน    ส่วนหัวกระสุนปืนที่พบขนาด 9 มม. และปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นยี่ห้อ NRC เลขล็อตผลิต D621101 ซึ่งตรงกับข้อมูลของผู้ที่มอบกระสุนปืน ยี่ห้อ และล็อตเดียวกันให้ผู้ต้องหาเมื่อเดือนกันยายน 2562     ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหา กับรถจักรยานยนต์ที่ปรากฎในภาพวงจรปิดพบว่าล้อแม็กซ์ลาย 5 ก้านสีดำ สติกเกอร์บริเวณด้านหน้ารถตรงกัน และกรอบแผ่นป้ายทะเบียนรูปสีเหลี่ยม ด้านบนเป็นกรอบสะท้อนแสง ด้านล่างกรอบไม่มีส่วนสะท้อนแสง    และจากคำให้การของนายประสิทธิชัยบอกว่า ได้นำเสื้อผ้าไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ ตามเส้นทางต่าง ๆ โดยเฉพาะพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่พบบนหมวกไหมพรม ที่ทิ้งไว้พบว่าดีเอ็นเอตรงกับผู้ต้องหา  ส่วนกางเกงลายพรางไปซื้อภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง สำหรับรองเท้าและกระเป๋าเป้ใบสีแดง หลังก่อเหตุได้นำไปเผาทิ้งบริเวณหลังโรงเรียนวัดโพธิ์ชัย จ. สิงห์บุรี   เบื้องต้นแจ้งข้อหานายประสิทธิชัย  8  ข้อหา  1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำผิด 2.ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนเองได้กระทำผิด หรือ เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ 3.พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดอย่างอื่น 4.ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5.ยิงปืนในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน 6. พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณะ อย่างไม่มีเหตุอันควร และไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว 7.มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ 8. มียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3pH8xAGvtcw

 138,778
อาชญากรรม
24 ม.ค. 63

เปิดเสียง 'ผอ.กอล์ฟ' สารภาพชิงทองเพราะหนี้สิน ไม่ตั้งใจยิงเด็ก สำนึกผิดพร้อมรับโทษประหาร

คืบหน้าคดีจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว อายุ 38 ปี หรือ ผอ.กอล์ฟ ผู้ต้องหาคดีกราดยิงชิงทองออโรร่า ภายในห้างดัง อ.เมืองลพบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 3 ศพ   เมื่อวานนี้(23 ม.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำคณะชุดสืบสวนร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ.กอล์ฟ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหากราดยิงชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างโรบินสันลพบุรี โดยไม่ได้นำตัวนายประสิทธิชัย มาร่วมแถลงข่าวด้วย แต่ให้เจ้าหน้าที่แต่งกายจำลองเหมือนผู้ต้องหาในวันก่อเหตุมาแสดงต่อสื่อมวลชน และให้นายประสิทธิชัย โฟนอินเข้ามาตอบข้อซักถามสื่อมวลชนแทนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ         นายประสิทธิชัย รับสารภาพว่าที่ตัดสินใจทำเพราะเกิดจากปัญหาส่วนตัว แล้วก็ปัญหาเรื่องการเงินหนี้สินของตัวเอง ที่ต้องยิงคนอื่นทำเพราะเปิดทางข่มขู่ให้กลัว มีการคิดล่วงหน้ามา 2-3 วัน ที่เห็นว่ายิงพนักงานขายทองซ้ำ เพราะตอนปีนขึ้นตู้กระจกถุงมือมันเข้าไปติดไกปืน พยายามขยับออกมันก็กระตุกไปที่ไกปืน พอจะดึงออกเลยยิงโดนพนักงานอีก      ส่วนที่ยิง รปภ.นัดแรกนั้นตั้งใจยิงเปิดทาง ลูกกระสุนแฉลบไปโดนเด็กโดยไม่ได้ตั้งใจ รู้สึกสำนึกผิดกับกระสุนที่โดนเด็ก สำนึกและเสียใจกับการกระทำ ตนพยายามทำตัวปกติ ไม่ได้คิดหนี ไม่ได้คิดอะไร ทุกครั้งที่เห็นข่าวก็เสียใจกับการกระทำ พยายามทำตัวปกติ ไม่ให้ใครสงสัย ขอโทษน้องไทตัล พนักงานร้านทอง ครอบครัวผู้เสียชีวิต ยืนยันไม่ได้ขัดแย้งกับพนักงานร้านทอง ส่วนที่ยิงลูกค้า 2 คน เพราะหยุดอารมณ์ไม่ได้     พร้อมระบุก่อเหตุคนเดียวไม่ได้ปรึกษาใคร ใช้ท่อเก็บเสียงเพื่อไม่ให้มันเสียงดัง ต้องการไม่ให้ผู้คนตื่นตระหนก ไม่ได้อยากดังหรือหรือต้องการถูกวิสามัญตามที่เป็นข่าว คิดจะมอบตัวหลังวันที่ 24  ม.ค.นี้ เพราะมีภารกิจที่โรงเรียนที่จะทำให้นักเรียน จากนั้นได้บอกว่า ขออนุญาตตอบคำถามเพียงแค่นี้ ก่อนจะตัดสายไป   พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนในการยืนยันตัวผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุและสร้อยคอทองคำของกลาง 32 เส้น แต่ยังขาดลำกล้องและท่อเก็บเสียงปืนที่ผู้ต้องหาให้การโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการค้นหา   โดยมูลเหตุยังคงเชื่อว่าเป็นเรื่องการประสงค์ต่อทรัพย์ ตรวจสอบแล้วไม่พบประวัติการรักษา อาการทางจิต เบื้องต้นนายประสิทธิชัยรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ขณะที่การสอบสวนยังไม่พบผู้อื่นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หากมีหลักฐานเชื่อมโยงจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม  ส่วนที่ผู้ต้องหาให้การกลับไปกลับมาก็เป็นสิทธิ์ของเขา   ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์  ระบุว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาด้วยหลักฐานหลาย ๆ ส่วนประกอบกัน  จึงนำไปสู่การคลี่คลายคดีได้ในที่สุด ไม่ได้มีการสืบหาคนร้ายจากเหงื่อตามที่เป็นข่าว ไม่พบอากการทางจิต ยืนยันว่านายประสิทธิชัย ไม่มีอาการทางจิตแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า “ผมไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ถึงจะได้ไป จับเเพะ จับเเกะ ผมเป็นตำรวจ จับเเต่โจรผู้ร้าย”   ขณะที่ช่วงบ่ายวานนี้ (23 ม.ค.) หลังแถลงผลการจับกุมเสร็จแล้ว ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบฯ ได้คุมตัวนายประสิทธิชัย ออกจากห้องควบคุมขึ้นไปยังชั้น 8 ของกองบังคับการปราบปรามเพื่อให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งระหว่างนำตัวออกมานายประสิทธิชัย มีสีหน้าเรียบเฉย และวิ่งหนีทันทีเมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่าอยากจะพูดอะไรหรือไม่   จากนั้นได้นำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลกว่า 20 นาย ผู้สื่อข่าวพยามสอบถามนายประสิทธิชัย ว่ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่ เจ้าตัวก็รีบเดินเข้าไปทันทีโดยไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ไม่ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองออโรร่า สาขาโรบินสันลพบุรี     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชุดคลี่คลายคดีใช้เวลากว่า 13 วัน ในการจับกุมตัวคนร้าย โดยแกะรอย เปรียบเทียบจากอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ เป็นอาวุธปืนสั้น CZ75 SP-01 ส่วนท่อเก็บเสียงที่คนร้ายใช้ตรวจสอบพบเป็นยี่ห้อ SWR ซึ่งผู้ที่ผลิตคือนายมด ที่ว่าจ้างโรงงานแห่ง  หนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ผลิตจำนวน 60 ชิ้น จากนั้นนายมดได้ส่งให้กับเพื่อนรุ่นน้องที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ต ในจังหวัด สิงห์บุรี ก่อนที่จะส่งต่อให้ผู้ต้องหา   นอกจากนี้มีการเปรียบเทียบปลอกกระสุนปืน ที่ตกในที่เกิดเหตุ 14 ปลอก นำมาเปรียบเทียบกับ ปลอกกระสุน 81 ปลอก ที่ผู้ต้องหามาซ้อมยิงปืนที่บ้านของบุคคลหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อกองพิสูจน์หลักฐาน นำมาเปรียบเทียบพบว่ารอยที่จานท้ายปลอกกระสุนปืนตรงกัน    ส่วนหัวกระสุนปืนที่พบขนาด 9 มม. และปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นยี่ห้อ NRC เลขล็อตผลิต D621101 ซึ่งตรงกับข้อมูลของผู้ที่มอบกระสุนปืน ยี่ห้อ และล็อตเดียวกันให้ผู้ต้องหาเมื่อเดือนกันยายน 2562     ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหา กับรถจักรยานยนต์ที่ปรากฎในภาพวงจรปิดพบว่าล้อแม็กซ์ลาย 5 ก้านสีดำ สติกเกอร์บริเวณด้านหน้ารถตรงกัน และกรอบแผ่นป้ายทะเบียนรูปสีเหลี่ยม ด้านบนเป็นกรอบสะท้อนแสง ด้านล่างกรอบไม่มีส่วนสะท้อนแสง    และจากคำให้การของนายประสิทธิชัยบอกว่า ได้นำเสื้อผ้าไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ ตามเส้นทางต่าง ๆ โดยเฉพาะพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่พบบนหมวกไหมพรม ที่ทิ้งไว้พบว่าดีเอ็นเอตรงกับผู้ต้องหา  ส่วนกางเกงลายพรางไปซื้อภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง สำหรับรองเท้าและกระเป๋าเป้ใบสีแดง หลังก่อเหตุได้นำไปเผาทิ้งบริเวณหลังโรงเรียนวัดโพธิ์ชัย จ. สิงห์บุรี   เบื้องต้นแจ้งข้อหานายประสิทธิชัย  8  ข้อหา  1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำผิด 2.ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนเองได้กระทำผิด หรือ เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ 3.พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดอย่างอื่น 4.ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5.ยิงปืนในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน 6. พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณะ อย่างไม่มีเหตุอันควร และไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว 7.มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ 8. มียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3pH8xAGvtcw

 138,778
ต่างประเทศ
27 ธ.ค. 62

ญี่ปุ่นตัดสินประหารชีวิต นทท.ต่างชาติ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี คดีโหดฆ่ายกครัว 4 ศพ

ญี่ปุ่น - ตัดสินประหารชีวิต นักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี คดีฆ่ายกครัว 4 ศพ เมื่อกว่า 10 ปีก่อน   ล่าสุดทางการญี่ปุ่นดำเนินการแขวนคอประหารชีวิต นายเว่ย เว่ย ชาวจีนวัย 40 ปี จากความผิดฐานร่วมมือกับพวกอีก 2 คน ฆาตกรรมครอบครัวชาวญี่ปุ่น 4 ราย ในปี 2546   โดย รมว.ยุติธรรมญี่ปุ่น ระบุว่า ได้ลงนามอนุมัติการประหารชีวิต หลังพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า นี้เป็นคดีที่โหดร้ายทารุณอย่างยิ่ง ครอบครัวที่ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข รวมทั้งเด็กอายุ 8 ขวบ และ 11 ขวบ ต้องถูกฆาตกรรม ด้วยเหตุผลที่เห็นแก่ตัว   โดยเหยื่อถูกคนร้ายปล้นบ้าน ก่อนเจ้าของบ้านจะถูกคนร้ายรัดคอเสียชีวิต ส่วนภรรยาถูกกดน้ำในอ่างอาบน้ำ ก่อนนำศพไปถ่วงน้ำ เป็นเหตุสมควรต้องโทษประหารชีวิต  

 63,493
ต่างประเทศ
24 ธ.ค. 62

ศาลซาอุฯตัดสินประหาร 5 มือสังหาร 'คาช็อกกี' แม้ตอนนี้ยังไม่รู้ศพอยู่ที่ไหน

ศาลอาญากรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย พิพากษาประหารชีวิตผู้ต้องสงสัย 5 คน ตามความผิดในคดีสังหารนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวอิสระและคอลัมนิสต์ วอชิงตันโพสต์  อายุ 59 ปี ในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี พร้อมตัดสินจำคุกผู้ต้องสงสัยอีก 3 คน ฐานร่วมปกปิดอาชญากรรมดังกล่าว รวมโทษจำคุก 24 ปี   หลังมีคำตัดสิน รัฐบาลตุรกีวิจารณ์คำตัดสินของศาลซาอุฯ ทันทีว่าตัดตอนความยุติธรรม และไม่ได้สร้างความกระจ่างถึงเหตุฆาตกรรม เรื่องสำคัญทางคดียังมืดมน และยังไม่รู้เลยว่าศพของนายคาช็อกกีอยู่ที่ไหน  

 2,450
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 62

'สมคิด' เปิดปากรับสารภาพ อ้างฆ่าโดยไม่เจตนา ด้านชาวบ้านตะโกนสาปแช่ง ทนไม่ไหวผ่าวงล้อมตร.ทุบ 1 ที ขณะคุมตัวทำแผน

ความคืบหน้าคดี นายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ที่ก่อเหตุฆ่านางรัศมี มุลิจันทร์ เมื่อวานนี้ (20 ธ.ค.) ตั้งแต่ช่วงเช้า ตร.นำตัวนายสมคิดมาสอบปากคำ เจ้าตัวแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า จะไม่ไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุ ขอใช้สิทธิ์ผู้ต้องหาที่จะปฏิเสธ แต่ขอไปทำแผนตามเส้นทางหลบหนี    ตำรวจก็นำเสื้อเกราะ หมวกไหมพรม หมวกกันน๊อค มาให้นายสมคิดใส่ ก่อนออกมาทำแผน ระหว่างนั่นชาวบ้าน อ.กระนวน ทราบข่าวจะมีการทำแผน ก็มารวมตัวกันที่หน้าสภ.กระนวน พร้อมชูป้ายประหาร หน้าโรงพัก และตะโกนด่าทอ สาปแช่ง นายสมคิดเป็นระยะ เพราะชาวบ้านรับไม่ได้กับพฤติกรรมของนายสมคิดและต้องการให้ประหาร  และเมื่อมีชาวบ้านรวมตัวกันจำนวนมาก ตร.เกรงว่าจะมีเหตุการณ์ชลมุน จน พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ ผู้บัญชาการตำรวนภูธรภาค4 ต้องออกมาประกาศ ให้ชาวบ้านอยู่ในความสงบ ขอความร่วมมือ เพราะประชาชนที่มาต่างโกรธแค้น และค้องการให้นายสมคิดได้รับโทษประหาร    จากนั้นพอเหตุการณ์สงบลง ตำรวจก็เบิกตัวนายสมคิดจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เดินออกมาขึ้นรถตู้ ทันทีที่นายสมคิดออกมา ชาวบ้านก็โห่ร้องตะโกนด่า สาปแช่ง และพยายามฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่เข้ามาประชิดตัวนายสมคิด เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวนายสมคิด ขึ้นรถตู้ ออกไปยังจุดแรกที่หลบหนีหลังก่อเหตุ คือท่ารถสองแถวหน้าวัดป่าชัยมงคล อ.กระนวน จุดนี้ นายสมคิดเดินไปซื้อตั๋ว และขึ้นรถสองแถวเข้าเมืองขอนแก่น จังหวะที่ ตร.กำลังนำตัวนายสมคิดกลับขึ้นรถ ก็มีชาวบ้าน ฝ่าวงล้อมตำรวจ เข้าไปทุบที่หัวของนายสมคิดอย่างแรงจนเสียงดังตุ๊บ ตำรวจตั้งรีบนำตัวนายสมคิดขึ้นรถ ฝ่าวงล้อมเดินทางเข้าตัวเมืองขอนแก่น   ซึ่งจุดใน อ.เมืองขอนแก่นนี้ นายสมคิดลงรถสองแถว มาที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น มาเอารถจยย.ของผู้ตายที่จอดไว้ที่ลานจอดรถจยย.ซึ่งนายสมคิดจยย.คันนี้มาจอดไว้ก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน พอได้รถจยย.แล้ว นายสมคิด กับขับรถ จยย. ออกมาจากรพ.ศูนย์ขอนแก่น   หลบหนีไปยังจุดที่ 3  คือซอยข้างเรือนจำขอนแก่น โดยจุดนี้ นายสมคิด จอดรถ จยย.ที่ปากซอยและครุ่นคิดว่าจะหลบหนีไปทางไหน และก็เลือกเส้นทางว่าจะขี่รถจยย.ไปทางจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ก็เริ่มเดินทางต่อโดยรถจยย.ของผู้ตาย   สมคิดเดินทางจากจ.ขอนแก่น ขับจยย.เรื่อยมา ผ่าน อ.ยางตลาดจ.กาฬสินธ์ มาที่แยกฆ้องชัย โดยจุดนี้เป็นจุดที่ 4 ซึ่ง นายสมคิด ก็จอดพักรถ และบอกกับตำรวจว่า ได้แวะจอดตัดผม แต่จำไม่ได้ว่าร้านไหน  เป็นร้านข้างทาง สาเหตุที่ต้องตัดก็เพื่ออำพรางการหลบหนี และเดินทางต่อไปที่อ.เมืองมหาสารคาม    จากนั้นเดินทางต่อมาถึงจุดที่5 จังหวัดมหาสารคาม จุดนี้ นายสมคิด เลือกจอดรถแวะพัก ที่รพ.มหาสารคาม โดยจอดรถที่ลาาจอดในรพ.มหาสารคาม พักรถ พักกินข้าว และเดินจากรพ. ออกมาร้านสะดวกซื้อ ซื้อข้าวกล่อง ซื้อซิมมือถือ นั่งพักกินข้าว และวางแผนเดินทางต่อ  ด้วยการขับรถจยย.ของผู้ตายออกจากจ.มหาสารคามไปที่จ.ร้อยเอ็ด   ที่จ.ร้อยเอ็ด เป็นจุดที่ 6 นายสมคิด ขับจยย.ถึงตัวเมืองร้อยเอ็ด ผ่านบึงพลาญชัย และสภ.เมืองร้อยเอ็ด  แวะพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยจุดนี้ถือเป็นจุดสำคัญ ที่นายสมคิดเริ่มเหนื่อย อิดโรยจากการเดินทางตลอดทั้งวัน เขาเลือกพักโรงแรมแห่งนี้โดยเปิดห้องพักเป็นห้องพัดลม ราคา 240 บาท นอนพัก 1 คืน สำหรับการเข้าพักที่โรงแรมนี้  คือวันที่ 15 ธ.ค. ช่วงเวลาประมาน18.41น. โดยภาพกล้องวงจรปิดของโรงแรมสามารถบันทึกภาพได้ นายสมคิด มาเชคอินที่โรงแรม ด้วยท่าทางปกติไม่มีพิรุธใดๆ และไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า    ผู้สื่อข่าวสอบถาม คุณแอน พนักงานโรงแรมที่รับนายสมคิดเข้าพัก เล่าว่า วันเกิดเหตุ นายสมคิดเข้ามาพักห้องพัดลม 1 ห้อง ตนก็ขอบัตรประชาชนให้ลงทะเบียนเข้าพัก แต่นายสมคิดบอกว่า ไม่ได้เอาบัตรมาและเหนื่อยมาก ขอพักก่อน พนักงานโรงแรมจึงให้เขียนรายละเอียดการเข้าพัก และเบอร์โทรศัพท์  พบว่า นายสมคิด เขียนชื่อว่า นายสุชาต ชาญณรงค์ และก็เขียนเบอร์โทรตามปกติ จากนั้นก็จ่ายค่ามัดจำ 100 บาท และเข้าไปพักในห้องไม่ออกมาอีกเลย   พฤติกรรมของนายสมคิด ที่ใช้ชื่ออื่นเวลาเข้าพักในโรงแรม ก็ตรงกันกับที่เขาเคยก่อเหตุในอดีตที่ไปฆ่า 5 ศพต่อเนื่องกัน ทุกครั้งที่เข้าพักในโรงแรม นายสมคิดไม่เคยแสดงบัตรประชาชนในการเชคอิน และจะเขียนชื่อปลอม เพื่อทำให้ยากในการติดตามจับกุม   ล่าสุด นายสมคิด เปิดปากรับสารภาพในข้อหาฆ่าผู้อื่น แต่ไม่ได้เจตนา โดยเจ้าตัวระบุ ไม่รู้ว่าผู้ตายเสียชีวิต มารู้อีกทีคือตอนที่หนีไป จ.ร้อยเอ็ด แล้ว โดยบอกว่า ตนกลับมาบ้านไม่ตรงเวลา เอาจยย.หญิงอื่นมาด้วย ผู้ตายเลยโกรธ ปากางเกงในใส่หน้า บอกของกูก็มี ไปหาคนอื่นทำไม จึงลงมือใช้สายไฟรัดคอจนเสียชีวิต   สำหรับในส่วนการดำเนินคดีนั้น ตำรวจแจ้งข้อหา 1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2. ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ 3.ลักทรัพย์และรับของโจร   โดย ข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพนั้น นายสมคิดให้การปฏิเสธ    ก่อนตำรวจจะควบคุมตัวนายสมคิด ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XCfoy6JqLrs  

 13,627
อาชญากรรม
20 ธ.ค. 62

'สมคิด' เปิดปากรับสารภาพ อ้างฆ่าโดยไม่เจตนา ด้านชาวบ้านตะโกนสาปแช่ง ทนไม่ไหวผ่าวงล้อมตร.ทุบ 1 ที ขณะคุมตัวทำแผน

ความคืบหน้าคดี นายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ที่ก่อเหตุฆ่านางรัศมี มุลิจันทร์ เมื่อวานนี้ (20 ธ.ค.) ตั้งแต่ช่วงเช้า ตร.นำตัวนายสมคิดมาสอบปากคำ เจ้าตัวแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า จะไม่ไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุ ขอใช้สิทธิ์ผู้ต้องหาที่จะปฏิเสธ แต่ขอไปทำแผนตามเส้นทางหลบหนี    ตำรวจก็นำเสื้อเกราะ หมวกไหมพรม หมวกกันน๊อค มาให้นายสมคิดใส่ ก่อนออกมาทำแผน ระหว่างนั่นชาวบ้าน อ.กระนวน ทราบข่าวจะมีการทำแผน ก็มารวมตัวกันที่หน้าสภ.กระนวน พร้อมชูป้ายประหาร หน้าโรงพัก และตะโกนด่าทอ สาปแช่ง นายสมคิดเป็นระยะ เพราะชาวบ้านรับไม่ได้กับพฤติกรรมของนายสมคิดและต้องการให้ประหาร  และเมื่อมีชาวบ้านรวมตัวกันจำนวนมาก ตร.เกรงว่าจะมีเหตุการณ์ชลมุน จน พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ ผู้บัญชาการตำรวนภูธรภาค4 ต้องออกมาประกาศ ให้ชาวบ้านอยู่ในความสงบ ขอความร่วมมือ เพราะประชาชนที่มาต่างโกรธแค้น และค้องการให้นายสมคิดได้รับโทษประหาร    จากนั้นพอเหตุการณ์สงบลง ตำรวจก็เบิกตัวนายสมคิดจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เดินออกมาขึ้นรถตู้ ทันทีที่นายสมคิดออกมา ชาวบ้านก็โห่ร้องตะโกนด่า สาปแช่ง และพยายามฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่เข้ามาประชิดตัวนายสมคิด เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวนายสมคิด ขึ้นรถตู้ ออกไปยังจุดแรกที่หลบหนีหลังก่อเหตุ คือท่ารถสองแถวหน้าวัดป่าชัยมงคล อ.กระนวน จุดนี้ นายสมคิดเดินไปซื้อตั๋ว และขึ้นรถสองแถวเข้าเมืองขอนแก่น จังหวะที่ ตร.กำลังนำตัวนายสมคิดกลับขึ้นรถ ก็มีชาวบ้าน ฝ่าวงล้อมตำรวจ เข้าไปทุบที่หัวของนายสมคิดอย่างแรงจนเสียงดังตุ๊บ ตำรวจตั้งรีบนำตัวนายสมคิดขึ้นรถ ฝ่าวงล้อมเดินทางเข้าตัวเมืองขอนแก่น   ซึ่งจุดใน อ.เมืองขอนแก่นนี้ นายสมคิดลงรถสองแถว มาที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น มาเอารถจยย.ของผู้ตายที่จอดไว้ที่ลานจอดรถจยย.ซึ่งนายสมคิดจยย.คันนี้มาจอดไว้ก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน พอได้รถจยย.แล้ว นายสมคิด กับขับรถ จยย. ออกมาจากรพ.ศูนย์ขอนแก่น   หลบหนีไปยังจุดที่ 3  คือซอยข้างเรือนจำขอนแก่น โดยจุดนี้ นายสมคิด จอดรถ จยย.ที่ปากซอยและครุ่นคิดว่าจะหลบหนีไปทางไหน และก็เลือกเส้นทางว่าจะขี่รถจยย.ไปทางจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ก็เริ่มเดินทางต่อโดยรถจยย.ของผู้ตาย   สมคิดเดินทางจากจ.ขอนแก่น ขับจยย.เรื่อยมา ผ่าน อ.ยางตลาดจ.กาฬสินธ์ มาที่แยกฆ้องชัย โดยจุดนี้เป็นจุดที่ 4 ซึ่ง นายสมคิด ก็จอดพักรถ และบอกกับตำรวจว่า ได้แวะจอดตัดผม แต่จำไม่ได้ว่าร้านไหน  เป็นร้านข้างทาง สาเหตุที่ต้องตัดก็เพื่ออำพรางการหลบหนี และเดินทางต่อไปที่อ.เมืองมหาสารคาม    จากนั้นเดินทางต่อมาถึงจุดที่5 จังหวัดมหาสารคาม จุดนี้ นายสมคิด เลือกจอดรถแวะพัก ที่รพ.มหาสารคาม โดยจอดรถที่ลาาจอดในรพ.มหาสารคาม พักรถ พักกินข้าว และเดินจากรพ. ออกมาร้านสะดวกซื้อ ซื้อข้าวกล่อง ซื้อซิมมือถือ นั่งพักกินข้าว และวางแผนเดินทางต่อ  ด้วยการขับรถจยย.ของผู้ตายออกจากจ.มหาสารคามไปที่จ.ร้อยเอ็ด   ที่จ.ร้อยเอ็ด เป็นจุดที่ 6 นายสมคิด ขับจยย.ถึงตัวเมืองร้อยเอ็ด ผ่านบึงพลาญชัย และสภ.เมืองร้อยเอ็ด  แวะพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยจุดนี้ถือเป็นจุดสำคัญ ที่นายสมคิดเริ่มเหนื่อย อิดโรยจากการเดินทางตลอดทั้งวัน เขาเลือกพักโรงแรมแห่งนี้โดยเปิดห้องพักเป็นห้องพัดลม ราคา 240 บาท นอนพัก 1 คืน สำหรับการเข้าพักที่โรงแรมนี้  คือวันที่ 15 ธ.ค. ช่วงเวลาประมาน18.41น. โดยภาพกล้องวงจรปิดของโรงแรมสามารถบันทึกภาพได้ นายสมคิด มาเชคอินที่โรงแรม ด้วยท่าทางปกติไม่มีพิรุธใดๆ และไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า    ผู้สื่อข่าวสอบถาม คุณแอน พนักงานโรงแรมที่รับนายสมคิดเข้าพัก เล่าว่า วันเกิดเหตุ นายสมคิดเข้ามาพักห้องพัดลม 1 ห้อง ตนก็ขอบัตรประชาชนให้ลงทะเบียนเข้าพัก แต่นายสมคิดบอกว่า ไม่ได้เอาบัตรมาและเหนื่อยมาก ขอพักก่อน พนักงานโรงแรมจึงให้เขียนรายละเอียดการเข้าพัก และเบอร์โทรศัพท์  พบว่า นายสมคิด เขียนชื่อว่า นายสุชาต ชาญณรงค์ และก็เขียนเบอร์โทรตามปกติ จากนั้นก็จ่ายค่ามัดจำ 100 บาท และเข้าไปพักในห้องไม่ออกมาอีกเลย   พฤติกรรมของนายสมคิด ที่ใช้ชื่ออื่นเวลาเข้าพักในโรงแรม ก็ตรงกันกับที่เขาเคยก่อเหตุในอดีตที่ไปฆ่า 5 ศพต่อเนื่องกัน ทุกครั้งที่เข้าพักในโรงแรม นายสมคิดไม่เคยแสดงบัตรประชาชนในการเชคอิน และจะเขียนชื่อปลอม เพื่อทำให้ยากในการติดตามจับกุม   ล่าสุด นายสมคิด เปิดปากรับสารภาพในข้อหาฆ่าผู้อื่น แต่ไม่ได้เจตนา โดยเจ้าตัวระบุ ไม่รู้ว่าผู้ตายเสียชีวิต มารู้อีกทีคือตอนที่หนีไป จ.ร้อยเอ็ด แล้ว โดยบอกว่า ตนกลับมาบ้านไม่ตรงเวลา เอาจยย.หญิงอื่นมาด้วย ผู้ตายเลยโกรธ ปากางเกงในใส่หน้า บอกของกูก็มี ไปหาคนอื่นทำไม จึงลงมือใช้สายไฟรัดคอจนเสียชีวิต   สำหรับในส่วนการดำเนินคดีนั้น ตำรวจแจ้งข้อหา 1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2. ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ 3.ลักทรัพย์และรับของโจร   โดย ข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพนั้น นายสมคิดให้การปฏิเสธ    ก่อนตำรวจจะควบคุมตัวนายสมคิด ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XCfoy6JqLrs  

 13,627
อาชญากรรม
20 ธ.ค. 62

คุมตัว 'สมคิด' ทำแผนฯ - ตร.ไม่ปักใจเชื่อปมสังหาร อ้างไม่เจตนาฆ่า

คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 6 ศพ เมื่อวานนี้ (19 ธ.ค. 62) ตำรวจ สภ.กระนวน คุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 6 จุด โดยนายสมคิดปฏิเสธที่จะไปทำแผนที่บ้าน ณ จุดเกิดเหตุ ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันออกมารุมประนาฌและเรียกร้องให้มีการประหารชีวิต   พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมกำลังกว่า 300 นาย คุมตัวนายสมคิด ไปทำแผนโดยมีการสวมเสื้อเกราะ หมวกไหมพรมคลุมศีรษะ ซึ่งจุดแรกคือ จุดพักรถหน้าวัดป่าชัยมงคล ที่ผู้ต้องหามาขึ้นรถสองแถวไปโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เพื่อเอารถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่จอดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ขี่ออกไปเพื่อหลบหนี มุ่งหน้าไปจังหวัดมหาสารคาม เพื่อไปตัดผมที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่ง แต่จำร้านไม่ได้ จากนั้นก็ขี่รถไปพักที่จังหวัดร้อยเอ็ด    ระหว่างทำแผนจุดนี้ มีชาวบ้าน เพื่อนบ้าน ที่โกรธแค้น มามุงดูและตะโกนด่าทอนายสมคิด ถือป้ายเรียกร้องให้ประหารชีวิต ระหว่างนั้น มีชาวบ้านฮือเข้ามาทุบเข้าที่ศีรษะของนายสมคิด และท่ามกลางเสียงด่าทอตลอดเวลาช่วงที่ทำแผนจุดแรก ทำให้นายสมคิดมีความตึงเครียด ไม่พอใจ มีปฏิกิริยาขึงขัง กำหมัดแน่น หันไปมองชาวบ้านที่ส่งเสียงด่าทอ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้ของเจ้าหน้าที่ไปทำแผนต่อ   จุดที่ 2 ตำรวจคุมตัวไปชี้จุดบริเวณโรงจอดรถจักรยานยนต์ ของ รพ.ขอนแก่น ที่นายสมคิดเข้ามาเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. โดยขี่ออกมาทางด้านหลังของโรงพยาบาล วิ่งไปตามถนนศรีจันทร์ และเข้าสู่ถนนสายหลักเส้นทาง ขอนแก่น – มหาสารคาม เพื่อหลบหนีต่อไป ก่อนที่จะไปโดนจับได้ใน พท.ของจังหวัดนครรราชสีมา หลังจาก 2 จุดแรกที่จังหวัดขอนแก่น ก็จะไปทำแผนตามเส้นทางที่ผู้ต้องหาหลบหนี หลังฆาตกรรมโหดเหยื่อรายที่ 6 โดยไปที่จังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด และเดินทางไปทำแผนที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ที่นายสมคิดหลบหนีไปขึ้นรถไฟเพื่อไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    จุดสุดท้ายของการหลบหนี เริ่มจากการให้นายสมคิดชี้จุดที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ที่หน้าตึกศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลศูรย์บุรีรัมย์ จากนั้นตำรวจได้พาไปที่ตลาดสดที่นายสมคิดอ้างว่าไปซื้ออาหาร แต่นายสมคิดจำจุดที่ซื้ออาหารไม่ได้ ต้องเดินวนไปมาอยู่หลายครั้ง   หลังจากนั้นได้พานายสมคิด มาตรงจุดที่ซื้อตั๋วรถไฟ และการรอขึ้นรถบริเวณชานชาลา โดยระหว่างการทำแผนแต่ละจุด ได้มีประชาชนกว่า 1,000 คน มาดูการทำแผนพร้อมสาปแช่ง เจ้าหน้าที่ต้องคุมเข้มเรื่องของความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้ฝูงชนเข้าไปทำร้ายผู้ต้องหา หลังจากทำแผนครบทุกจุด ตำรวจก็จะคุมตัวนายสมคิดกลับไปที่สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น เพื่อขออำนาจศาลฝากขังผัดแรกในวันนี้ (20 ธ.ค. 62)   ทั้งนี้ ตำรวจได้ชี้แจงกรณีที่ผู้ต้องหา ไม่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในบ้านที่เกิดเหตุ โดยอ้างว่าจะทำให้เครียด แต่ได้มีการจำลองเหตุการณ์สังหารเหยื่อภายในห้องพัก บันทึกเป็นภาพนิ่งและวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมารหรือกระทำการทารุณโหดร้าย ปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ และลักทรัพย์หรือรับของโจร   ทาง พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. บอกว่า ถึงแม้ว่านายสมคิดจะสารภาพว่าการฆาตกรรมรายล่าสุดเกิดจากการบันดาลโทสะ ไม่ได้เป็นการฆ่าโดยไตร่ตรอง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ปักใจเชื่อ เพราะจากแนวทางในการสืบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุในวันที่ 12 ธ.ค. นายสมคิดได้เอารถมอเตอร์ไซค์ของผู้ตายไปจอดทิ้งไว้ที่รพ.ขอนแก่น โดยอ้างกับผู้ตายว่าจะเอามอเตอร์ไซค์ไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่งในตัวเมืองขอนแก่น แต่พอตำรวจไปตรวจสอบสภาพตัวรถก็พบว่าไม่ได้มีอะไรเสียหาย จึงคาดว่าจะเป็นการจงใจนำไปจอดเพื่อใช้ในการหลบหนีหลังจากการก่อเหตุแน่นอน    นอกจากนี้ ยังพบรถโทรศัพท์มือถือที่ตัวนายสมคิดอีก 4 เครื่อง ส่วนโทรศัพท์ของนายสมคิดที่ทำตกไว้ที่จุดเกิดเหตุ คาดว่าจะเป็นการจงใจตบตาเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ยากต่อการติดตามตัว ขณะเดียวกัน ก็มีกระแสว่านายสมคิดมีการเตรียมตัวจะไปฆ่าเหยื่ออีกรายเป็นรายที่ 7 เพราะพบว่าในข้อมูลโทรศัพท์ของนายสมคิดที่ทำตกไว้ที่จุดเกิดเหตุ มีการติดต่อนัดเจอกับผู้หญิงรายหนึ่ง แต่ทาง พ.ต.อ.บุญลือ ออกมาบอกว่าน่าจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะจากการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ ก็พบว่าเป็นเบอร์แฟนสาวของนายสมคิดที่อยู่จ.ชัยภูมิ ที่คบหากันมานานเกือยครึ่งปีตั้งแต่พ้นโทษออกมาจากเรือนจำ    โดยนายสมคิดกับแฟนสาวคนนี้คบหาดูใจกันมาตั้งแต่ช่วงมิถุนายน 2562 หลังจากนายสมคิดพ้นโทษออกมาตอนเดือนพฤษภาคม 2562 โดยพบกันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจ.นครราชสีมา ก่อนจะใช้ชีวิตร่วมกันและไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่จ.ระยอง โดยสาวคนนี้ก็ไม่เคยทราบว่านายสมคิดคือฆาตกรต่อเนื่องที่เพิ่งพ้นโทษออกมา เพราะเจ้าตัวหลอกว่าเป็นทนายความ ซึ่งตัวนายสมคิดเองก็จบด้านกฏหมายจากในเรือนจำด้วย    พ.ต.อ.บุญลือ เผยอีกว่า ระหว่างที่นายสมคิดคบหากันกับแฟนสาวคนนี้ ก็มีการแอบติดต่อกับนางรัศมี หรือเหยื่อรายล่าสุด จนกระทั่งวันที่ 1 ธ.ค. ออกอุบายกับแฟนสาวว่าจะไปทำงานที่ภาคอีสาน และขี่มอเตอร์ไซค์ของแฟนสาวมาจากบ้านพักที่จ.ระยอง มาหานางรัศมีถึงที่จ.ขอนแก่น ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามอเตอร์ไซค์คันดังกล่าว นายสมคิดนำไปจอดทิ้งเอาไว้ที่ไหน มีรายงานด้วยว่าก่อนเกิดเหตุ นายสมิคดหลอกว่าจะดาวน์รถให้ผู้ตาย มีการพาผู้ตายไปออกรถที่โชว์รูมแห่งหนึ่ง แต่ตัวเขาเองอ้างว่าติดแบล็คลิสต์ ไม่สามารถออกรถให้ได้ ให้ผู้ตายเป็นคนทำธุรกรรมแทนให้ พอทราบว่าผู้ตายมีโอกาสจะซื้อรถได้น้อย เขาก็เลยเริ่มตีตัวออกห่าง และเตรียมกลับไปหาแฟนสาวที่คบกันแต่แรกที่จ.ระยอง ทำให้นางรัศมีไม่ยอมจนเกิดการทะเลาะกันและนำไปสู่การก่อเหตุนี้ขึ้น   นอกจากนี้ ประชาชนก็ยังมีความเป็นห่วงพลเมืองดีที่เป็นผู้แจ้งเบาะแสจนทำให้ตำรวจสามารถจับกุมนายสมคิดได้ มีการกลัวว่าจะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ เพราะมีบางสื่อมีการเปิดเผยหน้าตาและชื่อด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V_Nq5W1t6WU

 441
อาชญากรรม
19 ธ.ค. 62

'คิด เดอะริปเปอร์' จำนนต่อพลังโซเซียลถูกรวบคารถไฟ ไร้แววตระหนก สารภาพไม่กลัวโทษประหาร

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุฆ่ารัดคอหญิง ซึ่งเป็นรายที่ 6 เหตุเกิดที่อำเภอกระบวน จังหวัดขอนแก่น ล่าสุดวันนี้ตำรวจสามารถจับกุม นายสมคิด พุ่มพวง ขณะหลบหนีด้วยรถไฟ และถูกควบคุมตัวสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาเตรียมคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพวันนี้ (19 ธ.ค.)     ภาพขณะชุดจับกุมเข้าจับกุมนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือกระทำการทารุณโหดร้าย ซึ่งตำรวจจับกุมได้ที่สถานีรถไฟปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผู้ต้องหาเดินทางมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ปลายทางตั้งใจจะหลบหนีไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะสวมหมวก และหน้ากากอนามัย เสื้อกันหนาวแขนยาวสีน้ำตาลนั่งหลบมุมริมหน้าต่าง     กระทั่งเวลา 19 นาฬิกา ชุดสืบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 โดยพลตำรวจโท เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายสมคิด พุ่มพวง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ว่าได้ลงมือฆ่ารัดคอผู้ตายจริง แต่อ้างว่า ไม่ได้ตั้งใจจะมาหลอกผู้ตายตั้งแต่ต้น และลงมือฆ่าเพราะผู้ตายบ่นไม่หยุด จากการตรวจสอบสภาพร่างกาย พบว่า นายสมคิด ความดันขึ้นสูงเกือบ 200 ภายนอกไม่มีอาการเครียดหรือกังวล จากนี้จะให้แพทย์มาตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อประเมินอาการทางจิต      หลังจากแถลงข่าว พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนถูกควบคุมไปฝากขังคืนแรกที่ สภ.กระนวน ท่ามกลางการเฝ้ารอติดตามของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งตำรวจจะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพวันพรุ่งนี้      เบาะเเสสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมนายสมคิด พุ่มพวง มาจากข้อมูลของพลเมืองดี ที่ร่วมโดยสารมาบนรถไฟขบวนเดียวกัน สังเกตเห็นรอยเเผลเป็นบริเวณคิ้ว ใส่หมวก สวมหน้ากาก นั่งก้มหน้าอย่างมีพิรุธ จึงตัดสินใจเเอบถ่ายภาพเเละคลิปวิดีโอส่งให้ตำรวจ ตามรวบได้ทันควัน ส่วนญาติเเละเพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตเเละขอให้ลงโทษสถานหนัก ด้วยการประหารชีวิต      โดยทันทีที่รู้ว่า นายสมคิด พุ่มพวง ถูกจับ ทั้งญาติเเละเพื่อนบ้านพวกเขาโล่งใจ รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เเต่ก็เสียใจเพราะไม่คิดมาก่อนว่า ฆาตกรที่เคยก่อคดีมาอย่างโชกโชน จะได้รับการปล่อยตัวออกมาก่อเหตุซ้ำ จึงอยากให้ลงโทษสถานหนักด้วยการประหารชีวิต      นายสมคิด ลงมือทำร้ายนางรัศมี ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ตามกำหนดเดิม สมคิด ได้ให้คำมั่นกับนางรัศมี จะเอาสินสอดผูกเเขนสู่ขอตามประเพณี หลังจากรู้จักกันผ่านเฟสบุ๊ค  ทั้งนี้ เเม้ต่อมาจะรับสารภาพ อ้างว่าทะเลาะกันเเละบันดาลโทสะ เเต่เมื่อดูจากสภาพศพ ทั้งมัดมือมัดเท้า รัดคอ เเละถอดกางเกงเปลือยท่อนล่าง จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า นี่ไม่ใช่อารมณ์บันดาลโทสะ เเต่อาจตั้งใจฆ่า ทรมาน เเละชิงทรัพย์      หลังจากพบศพในช่วงบ่าย วันที่ 15 ธันวาคม ตำรวจออกไล่ล่าคนร้าย ซึ่งหายไปพร้อมกับจักรยานยนต์ของผู้ตาย ตำรวจประกาศเเจ้งเตือนพร้อมตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาท  ระหว่างนั้นประชาชนเเจ้งเบาะเเส เข้ามาเป็นระยะ ข้อมูลสำคัญที่เเจ้งผ่านข่าว 3 มิติ คือมีชาวบ้าน ต.ศิลา พบชายลักษณะคล้ายนายสมคิด เดินมาขอน้ำเบรค จึงเป็นที่เเน่ชัดว่า นายสมคิด หลบหนีโดยใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ      การสืบสวนของตำรวจ พบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสมคิดเอาจักรยานยนต์ไปจอดรอไว้ที่โรงพยาบาลขอนเเก่น หลังจากปีนรั้วหนีออกตากที่เกิดเหตุ นั่งรถโดยสารมาเอารถ เเต่สภาพไม่ค่อยจึงต้องจูงไปขอน้ำมันเบรคชาวบ้าน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เข้าสู่มหาสารคาม กระทั่งวันที่ 17 ธันวาคม นำจักรยายนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์เเละนอนพักที่นั่น      ก่อนที่เช้ามืดวันนี้ จะเดินไปซื้อตั๋วรถไฟ วงจรปิดบันทึกภาพได้ชัดเจนสามารถ จากจุดนี้จะเห็นว่ามีการแต่งกายมิดชิด ใส่หมวก สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า นายสมคิด ซื้อตั๋วรถไฟ ขบวนที่ 234 สุรินทร์-กรุงเทพฯ ตีตั๋วลงที่สถานีพระนครศรีอยุธยา ในราคา 56 บาท ข้อสังเกตคือ รถไฟขบวนนี้เป็นเที่ยวธรรมดา ชั้น 3 จึงไม่ต้องแสดงบัตรประชาชน      คลิปเเละภาพเหล่านี้ บันทึกได้ขณะนายสมคิด นั่งก้มหน้าหลบตรงมุมหน้าต่าง คือเบาะเเสสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้ โดยรอยเเผลเป็นบริเวณคิ้ว คือตำหนิรูปพรรณที่ทำให้พลเมืองดีจำได้ จึงส่งภาพทั้งหมดให้กับตำรวจ กระทั่งมาถึงสถานีรถไฟปากช่อง ตำรวจจึงกระจายกำลังขึ้นไปบนขบวนรถไฟ เเละเเสดงตัวเข้าจับกุม     สำหรับพลเมืองดีที่เเจ้งเบาะเเส จะได้รับรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาทจากตำรวจ เเละอีก 3 หมื่นบาทจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม      ทั้งนี้ ข้าวไข่เจียวบนขบวนรถไฟ คือเมนูสุดท้ายที่มีโอกาสได้กิน ก่อนจะสิ้นอิสรภาพ ถูกจับ พากลับเข้าห้องคุมขัง ปิดฉากฆาตกรต่อเนื่อง        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a2mudyeWvBs  

 12,804

Top