ค้นหา :

ผลการค้นหา "มาตรา44"

การเมือง
17 ธ.ค. 62

นายกฯ เอามือปิดหูปัดตอบปม 'ยิ่งลักษณ์' ตัดพ้อชีวิตทุกข์ถูก ม.44 กลั่นแกล้ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ตัดพ้อถึงการใช้มาตรา 44 ทำให้ต้องถูกริบทรัพย์สินอย่างไม่เป็นธรรม โดยระบุว่า   บางครั้งการพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้สงบ มีความสุขก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่บนความสุขที่หน้าชื่นอกตรม เพราะนอกจากตัวเองจะต้องพลัดพรากจากลูก จากครอบครัว และจากพี่น้องประชาชนมาอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ตนเองหามาตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนมาเป็นนายกรัฐมนตรี และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ตอบแทน   เพราะการใช้มาตรา 44 บ้านจึงถูกยึด และขณะนี้ทรัพย์สินก็กำลังถูกกรมบังคับคดีประมูลชิ้นต่อชิ้น พยายามใช้ข้อต่อสู้ทางกฎหมายทุกรูปแบบแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ ถูกเร่งดำเนินการกับคดีโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะจริงๆ แล้วคดีต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองที่ถึงที่สุดว่าแพ้คดีก่อนจึงจะสามารถนำทรัพย์เหล่านั้นมาขายทอดตลาดได้   ดิฉันเองจึงอยากจะขออนุญาตเล่าความในใจว่า ดิฉันเองจะต้องต่อสู้เรื่องของการถูกประมูลทรัพย์สินทุกชิ้นที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจนัก แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ให้มา ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะปกป้องเอาไว้ได้ ดิฉันต้องอดทนต่อความเจ็บปวดและสะเทือนใจทุกครั้งที่รับทราบว่าทรัพย์ถูกทยอยขายไปทีละชิ้น ทีละชิ้น บางครั้งดิฉันก็ต้องปลอบใจตัวเองและบอกกับตัวเองว่า หากเรายังเศร้าและจมปลักอยู่กับอดีตเราก็จะไม่มีความสุข เรายังต้องมีภาระและดูแลอีกหลายชีวิตที่เขาฝากความหวังไว้กับเรา   ดังนั้น ดิฉันจึงต้องพยายามยืนและมองไปข้างหน้าโดยมองอดีตเป็นประสบการณ์ และคนเราควรจะอยู่เพื่อวันนี้และเพื่ออนาคต ไม่เอาอดีตมาทำให้เราไม่สามารถจะหลุดพ้นหรือเดินไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะวันนี้ดิฉันพยายามที่จะบอกว่าดิฉันอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับอนาคต เราจะต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไป แต่สิ่งหนึ่งในอดีตที่ดิฉันไม่เคยลืมก็คือความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อดิฉันโดยเสมอมาค่ะ”   ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถาม กรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค ว่าถูกกลั่นแกล้ง โดยพลเอกประยุทธ์ ที่ใช้มาตรา 44 ยึดทรัพย์ ทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุด โดยนายกรัฐมนตรีทำท่าเอามือปิดหูไม่ได้ยินคำถามของสื่อมวลชน และให้คณะทำงานมาสอบถาม ว่าสื่อถามว่าอะไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/nA9WIW_vD2k

 3,490
การเมือง
16 ธ.ค. 62

'ยิ่งลักษณ์' โพสต์ความในใจ พ้อหน้าชื่นอกตรม ต้องจากลูก-ครอบครัว ซ้ำเสียบ้าน-ทรัพย์สิน เพราะมาตรา 44

วันที่ 16 .ธ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว "Yingluck Shinawatra" โดยระบุข้อความว่า    "หลายคนคงคิดว่าช่วงนี้ดิฉันทำไมเงียบหายไป ยังมีความสุขดีอยู่มั้ย บางครั้งการพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้สงบ มีความสุขก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่บนความสุขที่หน้าชื่นอกตรม เพราะนอกจากตัวเองจะต้องพลัดพรากจากลูก จากครอบครัวและจากพี่น้องประชาชนมาอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ตนเองหามาตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนมาเป็นนายกรัฐมนตรี และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ตอบแทนดิฉัน   ดิฉันสูญเสียบ้านที่ถูกยึดและขณะนี้ทรัพย์สินของดิฉันก็กำลังถูกกรมบังคับคดีประมูลชิ้นต่อชิ้น ดิฉันใช้ข้อต่อสู้ทางกฎหมายทุกรูปแบบแล้วแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะนายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยึดอำนาจ และจนถึงปัจจุบันมาตรา 44 ก็ยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่อยู่ ทุกคนจึงเร่งดำเนินการกับคดีดิฉันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะจริงๆแล้วคดีต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองที่ถึงที่สุดว่าดิฉันแพ้คดีก่อนจึงจะสามารถนำทรัพย์เหล่านั้นมาขายทอดตลาดได้ เป็นการถูกกระทำที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ ซึ่งการนำเอาข้ออ้างของมาตรา 44 มาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลนอกจากไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครแล้ว ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบของการใช้ มาตรา 44 ให้มีอำนาจเหนือรัฏฐาธิปัตย์ถือเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย   วันนี้ดิฉันเองจึงอยากจะขออนุญาตเล่าความในใจว่า ดิฉันเองจะต้องต่อสู้เรื่องของการถูกประมูลทรัพย์สินทุกชิ้นที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจนัก แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ให้มา ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะปกป้องเอาไว้ได้ ดิฉันต้องอดทนต่อความเจ็บปวดและสะเทือนใจทุกครั้งที่รับทราบว่าทรัพย์ถูกทยอยขายไปทีละชิ้น ทีละชิ้น บางครั้งดิฉันก็ต้องปลอบใจตัวเองและบอกกับตัวเองว่า หากเรายังเศร้าและจมปลักอยู่กับอดีตเราก็จะไม่มีความสุข เรายังต้องมีภาระและดูแลอีกหลายชีวิตที่เขาฝากความหวังไว้กับเรา   ดังนั้นดิฉันจึงต้องพยายามยืนและมองไปข้างหน้าโดยมองอดีตเป็นประสบการณ์ และคนเราควรจะอยู่เพื่อวันนี้และเพื่ออนาคต ไม่เอาอดีตมาทำให้เราไม่สามารถจะหลุดพ้นหรือเดินไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะวันนี้ดิฉันพยายามที่จะบอกว่าดิฉันอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับอนาคต เราจะต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไป แต่สิ่งหนึ่งในอดีตที่ดิฉันไม่เคยลืมก็คือความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อดิฉันโดยเสมอมาค่ะ #ม.44กฎหมายเลือกข้าง #กฎหมายเลือกข้าง" 

 38,936
การเมือง
01 ธ.ค. 62

'ปิยบุตร' โพสต์เฟซบุ๊ก ลั่น "เเพ้ก็คือแพ้" หลังสภาล่ม 2 ครั้งติด

เมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) คุณปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก พูดถึงเหตุสภาล่ม 2 ครั้งติดจากการตั้งญัตติ ตั้งกรรมาธิการศึกษา มาตรา 44 แล้ว ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวต    ทางด้านคุณปิยบุตร กล่าวว่า แพ้ก็คือแพ้ คสช.ควรที่จะแพ้ให้เป็น รัฐบาลคุ้นชินกับการใช้อำนาจเผด็จการจนลืมไปว่านี่คือระบบรัฐสภา เพราะการตั้งญัตติครั้งนี้เป็นเพียงแค่การศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมาย ได้เพียงแค่รายงาน 1 ฉบับเข้าสภา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/pAeR9F-wejc

 7,376
การเมือง
08 ก.ค. 62

'เรืองไกร' ยื่นนายกฯใช้ ม.44 เอาผิด 'อุตตม' ฐานปล่อยกู้ 9,900 ล้านบาท

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอให้ใช้ม. 44 ดำเนินการกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในความผิดอนุมัติปล่อยกู้ให้เครือกฤษดามหานคร ยืนยันมีหลักฐานศาลฎีกาที่มีความเห็นชัดเจนว่ามติบอร์ดบริหารช่วยเหลือในการให้เงินกู้ พร้อมแฉเคยถูกคณะอนุ คตส. ตั้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่ถูกตีตกในชั้นคณะกรรมการ คตส.   นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ให้ใช้มาตรา 44 กับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าเหมาะสมจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากนายอุตตม มีความผิดครั้งเป็นกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย ในการปล่อยกู้เงินให้กับเครือกฤษดามหานคร วงเงินกว่า 9,900 ล้านบาท แม้นายอุตตมจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่กรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย 3 ใน 5 คนถูกดำเนินคดี และแม้นายอุตตมจะชี้แจงว่าไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการพิจารณาอนุมัติ แต่มีหลักฐานชัดเจนคือรายงานการประชุมในวันที่ 18 ธ.ค. 2546 ที่นายอุตตมมีการเซ็นชื่อรับรอง จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่นายอุตตมเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้เหตุใด จึงไม่พิจารณาเอาผิดคณะกรรมการทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากคดีหวยบนดินที่มีการพิจารณาทั้งหมด    นายเรืองไกร ยังเปิดเผยด้วยว่า นายอุตตมเคยถูกคณะอนุกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือ คตส. ตั้งข้อกล่าวหา แต่มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไปเพราะไม่มีพยานหลักฐาน ซึ่งข้อมูลนี้ตรงข้ามกับที่นายอุตตมกล่าวว่าไม่ผิด เพราะในการพิจารณาของศาลฎีกาลงความเห็นไว้ชัดเจน ว่าการกระทำของคณะกรรมการบริหารกรุงไทยกระทำการฝ่าฝืน มีเจตนาช่วยเหลือในอนุมัติเงินกู้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะตั้งคณะกรรมการไต่สวนเอาผิดต่อไป แต่กลับไม่มีการดำเนินการ    ดังนั้นการที่นายกรัฐมนตรีจัดตั้งนายอุตตม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงถือว่าไม่เหมาะสม และขอให้ยับยั้งหรือใช้กฎหมายมาตรา 44 ดำเนินการกับนายอุตตม ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีไม่มีการทบทวนการแต่งตั้งนายอุตตม หลังได้รับการโปรดเกล้าแล้วนายอุตตมได้เป็นรัฐมนตรีจะไปยื่นเรื่องกับคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. พิจารณาคุณสมบัติ    ส่วนกรณีนายธรรมนัส พรหมเผ่า ที่คุณสมบัติอาจจะขัดต่อการเป็น ส.ส.อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน   

 1,066
เศรษฐกิจ
23 เม.ย. 62

'บิ๊กตู่' ปัดเกี่ยวคดีโฮปเวลล์ หลังศาลพิพากษากลับ สั่งรัฐจ่ายค่าชดเชยร่วม 1.2 หมื่นล้าน

ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากลับ ให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 คืนเงินชดเชยให้กับบริษัทโฮปเวลล์จากการบอกเลิกสัญญา รวมเป็นเงิน 11,888 ล้านบาท โดยไม่รวมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับคดีถึงที่สุด ปิดมหากาพย์ที่ยึดเยื้อมากว่า 30 ปี   โครงการโฮปเวลล์ เป็นโครงการถนนและทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกิดขึ้นเมื่อปี 2533 ในสมัยรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีนายมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีบริษัทโฮปเวลล์โฮลดิงส์ ยักษ์ใหญ่วงการก่อสร้างของฮ่องกง เป็นผู้รับสัมปทาน เงินลงทุน 8 หมื่นล้านบาท อายุสัมปทาน 30 ปี   ปี 2534 รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน ได้เข้าตรวจสอบสัญญาสัมปทานทั้งหมด และประกาศล้มโครงการ แต่ก็มีความพยายามผลักดันโครงการ จากรัฐบาลชุดต่อๆ มา จนมาถึงรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ มีมติ ครม.บอกเลิกสัญญากับโฮปเวลล์ หลังจากบริษัทโฮปเวลล์หยุดการก่อสร้างอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2540 และนำมาสู่การฟ้องร้อง โดยโฮปเวลล์ ฟ้องกระทรวงคมนาคม และการรถไฟฯ เป็นเงิน 56,000 ล้านบาท   ปี 2551 คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาด ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ คืนเงินชดเชยให้โฮปเวลล์โฮลดิงส์ เนื่องจากการบอกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม เป็นเงิน 11,888 ล้านบาท แต่ปี 2557 ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากโฮปเวลล์ยื่นข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการเกินกว่ากำหนดระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด คือ 5 ปี แต่โฮปเวลล์อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และนำมาสู่คำพิพากษาในวันนี้   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเจรจาแก้ไขอยู่ พร้อมปฏิเสธส่วนตัวและรัฐบาลนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมย้อยถามกลับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐบาลใด แต่รัฐบาลนี้ต้องมาแก้ไขหลายโครงการ   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยว่ากระทรวงคมนาคม เตรียมตั้งคณะทำงานศึกษาผลพวงคดีโฮปเวลล์ ก่อนเสนอแนวทางกลับมายัง ครม. ยันไม่สามารถใช้มาตรา 44 ได้เหตุเป็นคำพิพากษาของศาล ระบุยังมีช่องทางเจรจาต่อรองชดใช้ค่าเสียหายเทียบเคียงหลายคดีที่ผ่านมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pp679FsbHDs

 3,312
สังคม-อาชญากรรม
11 เม.ย. 62

งัด ม.44 ช่วย 3 ค่ายมือถือ-เปิดทางทีวีดิจิทัล คืนใบอนุญาตได้ ไม่ต้องจ่ายค่าประมูล 2 งวด

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นายกฯ ออกคำสั่ง ม.44 ช่วยเหลือ 3 ค่ายมือถือ ยืดจ่ายค่าคลื่น 900 จาก 4 งวด เป็น 10 งวด และช่วยทีวีดิจิทัล 22 ช่อง ให้คืนใบอนุญาตได้ ไม่จ่ายค่าประมูล 2 งวดที่เหลือ รวม 13,622 ล้านบาท และ กสทช.จ่ายค่า MUX ให้รวมปีละ 1,960 ล้านบาท    วันที่ 11 เม.ย. 62 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม   ในส่วนของทีวีดิจิทัลนั้น ในข้อ 10 ของประกาศฉบับนี้ ระบุว่า ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการรายใดประสงค์จะคืนใบอนุญาตที่ได้รับตามประกาศ ให้แจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงาน กสทช. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้สำนักงาน กสทช. พิจารณากำหนดค่าชดเชยให้แก่ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ผู้รับใบอนุญาตได้รับในระหว่างที่ได้มีการประกอบกิจการ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ได้มีการชำระแล้ว   นอกจากนี้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล 22 ช่อง ไม่ต้องนำเงินค่าประมูล 2 งวดสุดท้าย คือ งวดที่ 5 และ 6 มาชำระให้กับ กสทช. ส่วนรายใดที่นำเงินมาชำระไปแล้ว ก็มาขอคืนได้ และรายใดที่ยังชำระงวดที่ 4 ไม่ครบตามจำนวน ก็ให้นำเงินมาชำระค่าประมูลให้ครบตามถ้วน และตามวันเวลาครบรอบการชำระค่าประมูล ซึ่งจะครบชำระในเดือน พ.ค.2562 นี้    สำหรับวงเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวด 5 และ 6 รวมเป็นเงิน 13,622 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX) นั้น กสทช.จะช่วยสนับสนุนออกเงินค่าใช้จ่ายให้ โดยจะนำเงินไปชำระให้ผู้ประกอบการโครงข่าย คือ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กรมประชาสัมพันธ์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) รวมเป็นเงินปีละ 1,960 ล้านบาท จนสิ้นสุดอายุใบอนุญาต   ส่วนผู้ประกอบการโทรคมนาคมนั้น เอไอเอส ดีแทค และทรู ที่ประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ไปก่อนหน้านี้ รวมเงินประมูลประมาณ 190,000 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จะได้รับความช่วยเหลือด้วยการขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ออกไปจาก 4 งวดเป็น 10 งวด หรือจากเดิมต้องจ่ายหมดในปี 2562 เป็นเอไอเอส และทรู จ่ายงวดสุดท้าย 2568 ส่วนดีแทคที่ประมูลหลังสุด งวดสุดท้ายปี 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมมีเงินทุนมาประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ และขยายโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อรองรับการให้บริการประชาชนได้อย่างครอบคลุม มีประสิทธิภาพ และรองรับการให้บริการ 5 จีในอนาคตอันใกล้ด้วย   เงินค่าประมูลคลื่น 900 ดังกล่าวกลุ่มทรู มูลค่า 76,298 ล้านบาท เอไอเอส 75,654 ล้านบาท และดีแทค 38,064 ล้านบาท    การออกประกาศดังกล่าว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ   คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป  

 4,274
การเมือง
25 ม.ค. 62

'วิษณุ' ยัน กม.ให้รัฐบาลมีอำนาจเต็ม ไม่ได้เอาเปรียบ พยายามไม่ใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลยังเป็นปกติ และมีอำนาจเต็ม แต่เมื่อมีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอาจได้เปรียบนั้น ยืนยันว่าตามรัฐธรรมนูญให้อำนาจในการทำหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งมีอีกหลายงานที่ต้องดำเนินการ ทั้งการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเป็นประธานอาเซียน การแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องทำเพราะเป็นการพัฒนาประเทศ   เช่นเดียวกันการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ก็สามารถใช้ได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่การใช้จะดูถึงเหตุการณ์และความจำเป็น เพื่อแก้ปัญหาตามที่ประชาชนเรียกร้อง แต่ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 รัฐบาลพยายามปฏิเสธใช้ ม.44 ตามที่หลายหน่วยงานได้ร้องขอมาในหลายประเด็น อย่างไรก็ตาม หาก 4 รัฐมนตรี ไปหาเสียงโดยใช้นโยบายของรัฐบาล จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/Q1KUcV47EZA  

 802
การเมือง
28 ก.ย. 61

'วิษณุ' แจงรัฐบาล คสช.ออก ม.44 ได้จนกว่า รบ.ใหม่จะถวายสัตย์ฯ

จากกรณีนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา แสดงความเห็นกรณี นายกฯไม่ปิดกั้นการที่รัฐมนตรีในรัฐบาลไปร่วมงานกับพรรคการเมืองว่า โดยพฤตินัยหรือโดยข้อกฎหมายแล้วไม่มีปัญหาใดๆ แต่มีข้อพิจารณาอยู่ว่า ประเด็นที่อ้างอิงว่ารัฐบาลก่อนๆ เขาก็ทำกันนั้น รัฐบาลชุดก่อนเป็นรัฐบาลรักษาการถูกต้องตามกฏหมายซึ่งเป็นการพรางอำนาจเอาไว้ก่อนแล้ว   แต่ในกรณีรัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการตามนัยยะที่ว่านั้น แต่เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ดังนั้น เท่ากับว่าในการกำหนดงบประมาณหรืออนุมัติโครงการใดทำได้เต็มที่ การแต่งตั้งโยกย้ายใดก็ทำได้เต็มที่เพราะไม่ใช่ รัฐบาลรักษาการ นอกจากนั้นยังมีมาตรา 44 ที่เป็นตัวอำนาจเต็มอยู่อีก ที่ครอบคลุมทุกมิติด้วย ดังนั้นการใช้อำนาจใดๆ จึงต้องพึ่งระมัดระวังอย่างยิ่ง   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันนายกฯ มีอำนาจทุกอย่าง ทั้งงบประมาณ อนุมัติโครงการ โยกย้ายข้าราชการ แม้แต่มาตรา 44 เพราะไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่เป็นรัฐบาลปกติ จนกว่าครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ เป็นความจงใจของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ให้ไปถามเองว่าทำไม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FnQCJq0zOgM  

 1,145
การเมือง
02 พ.ค. 61

'วิษณุ' เผย "ไม่จำเป็นต้องใช้ ม.44 รื้อถอนบ้านพักตุลาการ" เชื่อชุมนุมไม่บานปลาย

รองนายกรัฐฒนตรีฝ่ายกฏหมาย ระบุ ไม่จำเป็นต้องใช้ มาตรา 44 รื้อทรัพย์สินทางราชการ ปมบ้านพักตุลาการศาลอุทรณ์เชียงใหม่ เชื่อการชุมนุมไม่บานปลาย เพราะยังไม่พบการเมืองแทรก   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการ ว่าเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงพื้นที่พูดคุย เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับการแก้ปัญหา เนื่องจากนายสุวพันธ์ เคยทำงานลักษณะนี้ สมัยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่กังวลว่าปัญหาดังกล่าวจะบานปลาย เพราะการชุมนุมเรียกร้องยังมีเป้าหมายที่สุจริต เชื่อว่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีเรื่องของการเมืองเข้ามาแทรก ซึ่งถือเป็นผลดี เพราะการแก้ปัญหาจะง่ายขึ้น    นอกจากนี้ นายวิษณุ ยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตุลาการ ประชาชน และฝ่ายที่ดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญต้องเห็นใจข้าราชการศาล เพราะโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทรณ์ภาค 5 เป็นข้อตกลงเดิมที่ทำขึ้น ตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อนหน้านี้ และดำเนินการมากว่า 10 ปี เพื่อให้ข้าราชการศาลมีที่อยู่อาศัย เป็นกลุ่มก้อน ขณะเดียวกันเห็นว่าปัญหานี้ไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรา44 เพื่อดำเนินการรื้อถอนทรัพย์สินทางราชการ เพราะมาตรา 44 จะใช้ในทางสร้างสรรค์เท่านั้น    ส่วนข้อเสนอให้ทำประชามติ ว่าจะรื้อถอนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า การทำประชามติเป็นเรื่องใหญ่ ใช้งบประมาณจำนวนมาก ต้องมีเวทีแสดงความเห็น มีการตั้งประเด็น ร่วมไปถึงเข้าคู่หากาบัตร คล้ายการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 60 จึงควรทำประชาพิจารณ์ หรือสอบถามความคิดเห็นได้ เพราะไม่สิ้นเปลื้อง ซึ่งล่าสุด เพจไทยคู่ฟ้า ของทำเนียบรัฐบาล ก็ได้เปิดให้แสดงความเห็น เพื่อนำไปประกอบการพิจารณ์ตัดสินใจดำเนินการ และเพจอื่นๆ ก็สามารถทำร่วมกันได้ ซึ่งการตัดสินใจเกี่ยวกับทางออกของปัญหานี้จะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ถูกต้องเป็นหลัก   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,862
เศรษฐกิจ
25 เม.ย. 61

คสช.ใช้ ม.44 ออก 3 มาตรการ อุ้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคสช. มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล   โดยจะออกเป็นประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามอำนาจมาตรา 44 ซึ่งมีคำสั่ง 3 ข้อ คือ ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ใน 5 งวดที่เหลือ (ปี2561-2565) สามารถขออนุญาตพักชำระหนี้ได้ 3 งวด   1.ให้ผู้ประกอบการทำหนังสือแจ้งไปยัง กสทช. ภายใน 30 วันหลังคำสั่งคสช.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ยังคงต้องชำระดอกเบี้ยในแต่ละงวดตามปกติ   2.ให้กสทช.ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายประเภทใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ร้อยละ 50 เป็นเวลา 2 ปี   3.เปิดโอกาสให้มีการโอนกิจการได้ โดยไม่ให้ต่างชาติเป็นเจ้าของ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mql0-gMTpfY    

 3,721
การเมือง
20 เม.ย. 61

วิษณุไม่ตอบใช้ ม.44 ตั้ง กสทช. ชุดใหม่แทนชื่อที่ถูกคว่ำหรือไม่ ระบุผู้สื่อข่าวรู้คำตอบอยู่แล้ว ไม่อยากชี้ช่อง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงกรณี สนช. คว่ำการสรรหากรรมการ กสทช. เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร 8 ราย ว่าตนไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องของคณะกรรมการสรรหาและขั้นตอนของสภา และยอมรับว่าตามไม่ทันเหตุผลที่คณะกรรมการสรรหาและ สนช.คว่ำการสรรหาดังกล่าว   ส่วนกรณีมีการเผยแพร่คลิปลับที่มีการกล่าวอ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่พอใจผู้ที่ได้เข้ารับการสรรหา 8 ใน 14 คนนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดเรื่องคลิปลับ และไม่รู้ด้วยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือไปกล่าวอ้างกันเอง แต่คงจะไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ สักซักจะทราบข้อเท็จจริงเอง และตนยังไม่เคยคุยกับใครเรื่องนี้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างไม่น่าจะฟ้องคณะกรรมการสรรหาได้ แต่สามารถเข้ารับการสรรหาใหม่ได้ หากมีหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหา    ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาทุกยุคทุกรัฐบาลที่มีการกล่าวอ้างผู้มีอำนาจ แต่สุดท้ายให้ฟังหูไว้หู ตรวจสอบให้ละเอียด ซึ่งตนเองก็เคยถูกนำไปกล่าวอ้างโดยที่ไม่ทราบเรื่อง ยืนยันไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะการคว่ำการสรรหา กสทช. ชุดใหม่นั้น ชุดเก่ายังสามารถทำงานได้ จึงไม่มีปัญหาติดขัด ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายไม่ขอแสดงความเห็นว่าสุดท้ายนายกรัฐมนตรีต้องใช้ ม.44 แต่งตั้ง กสทช. หรือไม่ โดยย้อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่าทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่หากตนพูดออกไปจะกลายเป็นการชี้ช่อง

 1,096
การเมือง
22 ธ.ค. 60

'ประยุทธ์' เผยลงนามคำสั่ง ม.44 ให้พรรคการเมืองทำงานด้านธุรการแล้ว

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้ลงนามในคำสั่งหัวหน้าคสช. ตามมาตรา 44 ผ่อนคลายให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมด้านธุรการ เพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ อาทิ จองชื่อพรรค สรรหาสมาชิก และให้พรรคการเมืองเก่ามีสิทธิในการตรวจสถานะของสมาชิกพรรคได้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าเนื้อหาให้ไปอ่านเอาเอง   อย่างไรก็ตาม ณ เวลา 11.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2560 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษายังไม่ได้เผยแพร่คำสั่งฉบับนี้แต่อย่างใด

 4,764
การเมือง
19 ธ.ค. 60

"ประยุทธ์" เผยอาจใช้ม.44 แก้พ.ร.ป.พรรคการเมืองขยายเวลาทำเรื่องสมาชิก-เอกสาร ยันไม่กระทบโรดแมป

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคสช. ได้มีการหารือเพื่อปลดล็อกการเมือง ตามที่ฝ่ายการเมืองส่งหนังสือถึงรัฐบาล กกต. สนช. โดยมีความกังวลว่าจะไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ทันกรอบเวลา 90 วันที่จะครบในวันที่ 5 มกราคม 2561 นี้   โดยรัฐบาลจะหาวิธีการ โดยอาจจะใช้มาตรา 44 แก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ขยายกรอบเวลาให้ดำเนินการเรื่องเอกสาร ธุรการ และสมาชิกพรรค ทั้งนี้ขออย่ากังวลเพราะจะไม่กระทบกับโรดแมป โดยการเลือกตั้งยังอยู่กรอบเดิมในเดือนพฤศจิกายน 2561   ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังปฏิเสธกระแสข่าวทหารตั้งพรรคประชารัฐเพื่อสนับสนุนตน ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ว่าขอให้ไปสอบถามคนที่มาเปิดเผยข้อมูล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน และได้สอบถามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ถูกระบุว่าเป็นหัวหน้าพรรค ว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว พร้อมกับระบุว่าที่ผ่านมาการตั้งพรรคทหาร ไม่เคยประสบความสำเร็จ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องตั้ง และมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการโจมตีล่วงหน้าโดยอ้างว่าตนอยากอยู่ต่อ ซึ่งยังมองไม่ออกว่าจะอยู่ต่ออย่างไร   อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลและคสช. พร้อมสนับสนุนทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก ส่วนที่ กปปส.ออกมาเคลื่อนไหวไม่มีความเห็น เป็นเรื่องของ กปปส.แล้วแต่ประชาชนจะพิจารณา เช่นเดียวคำทำนายของโหรวารินทร์ที่ทำนายว่าตนจะต้องอยู่ต่อ เป็นเรื่องของโหรซึ่งอาจถูกบ้างไม่ถูกบ้าง ตนไม่ได้สนใจ

 6,178
เศรษฐกิจ
07 ก.ย. 60

นายกฯไม่ใช้ ม.44 คืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอล สั่งหาวิธีอื่นแก้ปัญหา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึง กสทช.จะเสนอให้ใช้มาตรา 44 คืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอลได้ ว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่มีการเสนอมา และเห็นว่าควรไปหาวิธีการอื่นแก้ปัญหาก่อนไม่ใช่ใครจะมาคืนคลื่นได้ ซึ่งปัญหาเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามาบริหารประเทศ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไปหารือและคิดมาใหม่ว่าจะหาทางออกอย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B7kXFK9t-4k  

 2,499
การเมือง
11 ส.ค. 60

นายกฯใช้ม. 44 ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเมื่อวานนี้ว่า มีการลงมติหลายเรื่อง เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและครบวงจร โดยสั่งให้มีการปรับแผนดำเนินงานทั้งการแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งการขุดลอกคูคลอง และทำคลองผันน้ำ แต่ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในการเสียสละพื้นที่บ้างโดยรัฐบาลก็จะหามาตรการในการดูแลเยียวยาให้เหมาะสม   ส่วนการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำโดยให้กรมทรัพยากรน้ำมาสังกัดภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ไม่ได้นำทุกหน่วยงานมาอยู่กับรัฐบาล และไม่ใช่ว่าดำเนินงานไม่ได้ผล แต่การทำงานที่ผ่านมาไม่เชื่อมโยงกัน รวมถึงสั่งการวางกรอบนโยบายดูแลงบประมาณในการบูรณาการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย   นายกรัฐมนตรียืนยันว่า การใช้คำสั่งคสช.ตามมาตรา 44 นั้นเป็นการปรับโครงสร้างเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติที่ดำเนินการไปแล้ว ดังนั้น การออกมาตรา 44 มีทั้งระหว่างรอกฏหมายและเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน แต่อย่างไรทุกอย่างก็จะเป็นกฏหมายทั้งหมด ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ แต่ทำแล้วต้องมีเหตุผลเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน วันพรุ่งนี้ (11 ส.ค.) ตนเองจะสรุปเพื่อเป็นตัวอย่างให้ดูว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง และในปี 2560-2561 ที่ต้องเร่งดำเนินการในส่วนที่ต้องทำให้เกิดความยั่งยืน ที่อย่างน้อยต้องแก้ปัญหาให้ได้ 30-50 % หากจะแก้ให้ได้ 100 % ต้องทำใหญ่มากและต้องใช้งบประมาณและระยะเวลา จึงต้องดำเนินการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sxgf0wj5bmg

 1,297

Top