ค้นหา :

ผลการค้นหา "เมาแล้วขับ"

ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 62

กระบะเมาแล้วขับ กลับรถตัดหน้ารถพยาบาล ขณะพาเด็ก 7 ขวบใส่ท่อออกซิเจน ส่ง รพ.

สุพรรณบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถพยาบาลและรถกระบะชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท หมู่ 4 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี   ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าเป็นรถการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ EMS สีขาว ของโรงพยาบาลศรีประจันต์ จอดอยู่กลางถนนสภาพด้านหน้ามีรอยชนพังเสียหายกระจกแตกกระจาย  ส่วนคนเจ็บเจ้าหน้าที่ลำเลียงนำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราชไปก่อนหน้า   ห่างกันประมาณ 20 เมตรพบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าสภาพพังยับเยินเช่นกัน คนเจ็บติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช จำนวน 3 ราย   สอบสวนนายพิศิษฐ์ อยู่นันท์ อายุ 36 ปี คนขับรถพยาบาล ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพา ด.ญ.กษมา โพธิ์สุทธิ อายุ 7 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคปอด ต้องใส่ท่อออกซิเจนมาจากโรงพยาบาลศรีประจันต์ เพื่อนำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช โดยมีตาของเด็กและพยาบาลนั่งมาในรถรวม 5 ราย เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถ   จู่ๆรถกระบะคู่กรณีได้เลี้ยวกลับรถเพื่อข้ามมายังถนนฝั่งตรงข้าม ตัดหน้ารถพยาบาล ในระยะกระชั้นชิดโดยไม่สนใจทั้งที่รถของตนเปิดสัญญาณไฟและสัญญาณไซเรนและเปิดเสียงเพื่อขอทางเนื่องจากคนป่วยในรถเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน   ตนพยายามเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ แต่ไม่ทันทำให้รถพยาบาล พุ่งชนรถปิกอัพคู่กรณีเข้าอย่างจัง จนรถเสียหลักพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าส่งผลทำให้มีคนเจ็บหลายราย   จากการสอบสวนนายไพรัช คงสุขขี อายุ 53 ปี คนขับรถกระบะนิสสัน ให้การรับสารภาพว่าก่อนหน้าที่จะขับรถออกจากบ้าน ได้ดื่มเหล้าจากนั้นจึงได้ขับรถพาลูกสาวมาซื้อของที่ตัวเมืองสุพรรณบุรี เมื่อซื้อของเสร็จจึงขับรถกลับบ้าน   พอมาถึงที่เกิดเหตุได้กลับรถตรงจุดเกิดเหตุ แต่ไม่ได้สังเกตว่ามีรถพยาบาลวิ่งมา ทำให้รถพยาบาลชนท้ายรถเข้าอย่างจัง ทำให้มีคนเจ็บหลายราย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-HQSX8jbS5w

 197
สังคม
20 พ.ย. 62

กระบะเมาแล้วขับ กลับรถตัดหน้ารถพยาบาล ขณะพาเด็ก 7 ขวบใส่ท่อออกซิเจน ส่ง รพ.

สุพรรณบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถพยาบาลและรถกระบะชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท หมู่ 4 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี   ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าเป็นรถการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ EMS สีขาว ของโรงพยาบาลศรีประจันต์ จอดอยู่กลางถนนสภาพด้านหน้ามีรอยชนพังเสียหายกระจกแตกกระจาย  ส่วนคนเจ็บเจ้าหน้าที่ลำเลียงนำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราชไปก่อนหน้า   ห่างกันประมาณ 20 เมตรพบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าสภาพพังยับเยินเช่นกัน คนเจ็บติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช จำนวน 3 ราย   สอบสวนนายพิศิษฐ์ อยู่นันท์ อายุ 36 ปี คนขับรถพยาบาล ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพา ด.ญ.กษมา โพธิ์สุทธิ อายุ 7 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคปอด ต้องใส่ท่อออกซิเจนมาจากโรงพยาบาลศรีประจันต์ เพื่อนำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช โดยมีตาของเด็กและพยาบาลนั่งมาในรถรวม 5 ราย เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถ   จู่ๆรถกระบะคู่กรณีได้เลี้ยวกลับรถเพื่อข้ามมายังถนนฝั่งตรงข้าม ตัดหน้ารถพยาบาล ในระยะกระชั้นชิดโดยไม่สนใจทั้งที่รถของตนเปิดสัญญาณไฟและสัญญาณไซเรนและเปิดเสียงเพื่อขอทางเนื่องจากคนป่วยในรถเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน   ตนพยายามเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ แต่ไม่ทันทำให้รถพยาบาล พุ่งชนรถปิกอัพคู่กรณีเข้าอย่างจัง จนรถเสียหลักพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าส่งผลทำให้มีคนเจ็บหลายราย   จากการสอบสวนนายไพรัช คงสุขขี อายุ 53 ปี คนขับรถกระบะนิสสัน ให้การรับสารภาพว่าก่อนหน้าที่จะขับรถออกจากบ้าน ได้ดื่มเหล้าจากนั้นจึงได้ขับรถพาลูกสาวมาซื้อของที่ตัวเมืองสุพรรณบุรี เมื่อซื้อของเสร็จจึงขับรถกลับบ้าน   พอมาถึงที่เกิดเหตุได้กลับรถตรงจุดเกิดเหตุ แต่ไม่ได้สังเกตว่ามีรถพยาบาลวิ่งมา ทำให้รถพยาบาลชนท้ายรถเข้าอย่างจัง ทำให้มีคนเจ็บหลายราย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-HQSX8jbS5w

 197
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 62

พังยับ! กระบะเมากลับรถตัดหน้ารถฉุกเฉิน ประสานงาหงายท้องชี้ฟ้า ผู้โดยสารเจ็บระนาว

ร.ต.อ.ประเทือง น้ำดอกไม้ รอง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายบนถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท หมู่ 4 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช และเจ้าหน้าที่สมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวง     ที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าเป็นรถการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ EMS สีขาว ของโรงพยาบาลศรีประจันต์ จอดอยู่กลางถนนสภาพด้านหน้ามีรอยชนหน้ารถพังเสียหายกระจก และกระจังหน้าพังยับเยิน ส่วนคนเจ็บเจ้าหน้าที่ลำเลียงนำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราชไปก่อนหน้าแล้วห่างกันประมาณ 20 เมตรพบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน บิ๊กเอ็ม สีเขียว พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าสภาพพังยับเยินเช่นกัน คนเจ็บที่อยู่ภายในรถเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช จำนวน 3 ราย ทราบชื่อนายไพรัช คงสุขขี อายุ 53 ปี (คนขับ) และลูกสาว 2 คน วัย 10 ขวบ และ  5 ขวบ สอบสวนนายพิศิษฐ์ อยู่นันท์ อายุ 36 ปี คนขับรถประจำรถพยาบาล ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพา ด.ญ.วัย 7 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นโรคปอดต้องใส่ท่อออกซิเจนมาจากโรงพยาบาลศรีประจันต์ เพื่อนำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช โดยมีนายประเสริฐ อายุ 67 ปี ตาของผู้ป่วย  และพยาบาลอีก 2 คน เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถจู่ๆ รถกระบะคู่กรณีได้เลี้ยวกลับรถเพื่อข้ามมายังถนนฝั่งตรงข้าม  ตัดหน้ารถของตนในระยะกระชั้นชิดโดยไม่สนใจทั้งที่รถของตนเปิดสัญญาณไฟและสัญญาณไซเรน และเปิดเสียงเพื่อขอทางเนื่องจากคนป่วยในรถเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ตนพยายามเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ แต่ไม่ทันทำให้รถพยาบาลที่ตนขับมาพุ่งชนรถปิกอัพของคู่กรณีเข้าอย่างจังจนรถเสียหลักพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าส่งผลทำให้มีคนเจ็บหลายราย   ทางด้านตำรวจเจ้าของคดีกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า จากการสอบสวนนายไพรัช คงสุขขี อายุ 53 ปี คนขับรถกระบะนิสสัน ให้การรับสารภาพว่าก่อนหน้าที่จะขับรถออกจากบ้าน ได้ดื่มเหล้าจากนั้นจึงได้ขับรถพาลูกสาวมาซื้อของที่ตัวเมืองสุพรรณบุรี เมื่อซื้อของเสร็จจึงขับรถกลับบ้านถึงที่เกิดเหตุได้กลับรถตรงจุดเกิดเหตุ แต่ไม่ได้สังเกตว่ามีรถพยาบาลวิ่งมา ทำให้รถพยาบาลชนด้านท้ายของรถตนอย่างจังทำให้มีคนเจ็บหลายราย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  

 1,628
สังคม
20 พ.ย. 62

หนุ่มกระบะเมาแล้วขับ กลับรถตัดหน้ารถรพ. เจ็บระนาว

ที่จ. สุพรรณบุรี มีเหตุรถชนกันบนถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท หมู่ 4 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าเป็นรถการแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลศรีประจันต์ จอดอยู่กลางถนนสภาพด้านหน้ามีรอยชน หน้ารถพังเสียหาย กระจกและกระจังหน้าพังยับเยิน ส่วนคนเจ็บเจ้าหน้าที่ลำเลียงนำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราชไปก่อนหน้า   ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อนิสสันพลิกหงาย ล้อชี้ฟ้า สภาพพังยับเยินเช่นกัน คนเจ็บที่อยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช จำนวน 3 ราย ทราบชื่อนายไพรัช คงสุขขี อายุ 53 ปี (คนขับ) บ้านอยู่ อำเภอผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ด.ญ.พิมพ์รพัฒน์ คงสุขขี อายุ 10 ปี (ลูกสาว) และ ด.ญ.ณัชชา คงสุขขี อายุ 5 ปี (ลูกสาว)   สอบสวนนายพิศิษฐ์ อยู่นันท์ คนขับรถประจำรถพยาบาล ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพาเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นโรคปอดต้องใส่ท่อออกซิเจนมาจากโรงพยาบาลศรีประจันต์ เพื่อนำส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช โดยมีตาของเด็กนั่งมาด้วย พร้อมกับพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลศรีประจันต์ และพนักงานช่วยเหลือคนไข้นั่งมาในรถรวม 5 ราย    เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถจู่ๆ รถกระบะคู่กรณีได้เลี้ยวกลับรถเพื่อข้ามมายังถนนฝั่งตรงข้าม ตัดหน้ารถของตนในระยะกระชั้นชิดโดยไม่สนใจทั้งที่รถของตนเปิดสัญญาณไฟและสัญญาณไซเรนและเปิดเสียงเพื่อขอทาง เนื่องจากคนป่วยในรถเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ตนพยายามเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ แต่ไม่ทัน ทำให้รถพยาบาลที่ตนขับมาพุ่งชนรถปิกอัพของคู่กรณีเข้าอย่างจัง ส่งผลทำให้มีคนเจ็บหลายราย   ทางด้านคนขับรถกระบะให้การรับสารภาพว่าก่อนหน้าที่จะขับรถออกจากบ้าน ได้ดื่มเหล้า จากนั้นจึงได้ขับรถพาลูกสาวมาซื้อของที่ตัวเมืองสุพรรณบุรี เมื่อซื้อของเสร็จจึงขับรถกลับบ้านถึงที่เกิดเหตุ ได้กลับรถตรงจุดเกิดเหตุ แต่ไม่ได้สังเกตว่ามีรถพยาบาลวิ่งมา ทำให้รถพยาบาลชนด้านท้ายของรถตนอย่างจัง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/6tAVkwdu02Q

 766
สังคม-อาชญากรรม
19 พ.ย. 62

หนุ่มปอร์เช่ชนสาว 24 จ่ายเงินเยียวยา 13 ล้าน ยันไม่คิดหนี-ไม่เมา สลด หนุ่มที่รอดต้องตัดขา ยังไม่รู้แฟนตาย

กรณีอุบัติเหตุรถปอร์เช่ ข้ามเลนไปชนรถ จยย. ทำให้นายวริศ ศรีลาชัยมณีกุล อายุ 31 ปี คนขี่รถจยย. บาดเจ็บสาหัส และนางสาวอันธิกา ทูลไธสง อายุ 24 ปี คนซ้อนท้ายเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนน รพช. ม.6 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา   โดยพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า คนขับรถปอร์เช่ไม่ลงมาช่วยคนเจ็บ แถมยังเรียกเพื่อนให้มารับ และออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้ออีก นอกจากนี้ยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งออกมา ทำให้ครอบครัวผู้ตายที่ต้องเสียลูกสาวเพียงคนเดียวไป รู้สึกโกรธ และคาใจที่ตำรวจไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของคนขับปอร์เช่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้า วานนี้ (18 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปจากชาวบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ที่เห็นภาพขณะคนขับรถปอร์เช่ลงมาจากรถโดยถุงลมนิรภัยมีการทำงาน และบริเวณหน้ารถฝั่งคนขับได้รับความเสียหายไปจนถึงซุ้มล้อ   ในช่วงเช้า ครอบครัวผู้ตายได้นิมนต์พระทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ ณ จุดเกิดเหตุ ส่วนร่างผู้ตาย ตั้งบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาที่วัดออเงิน โดยมีกำหนดพิธีฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.   ส่วนในช่วงเย็น นายธีรเทพ ดุรงค์ศักดิ์ คนขับปอร์เช่ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมขอโทษครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นครอบครัวละ 1 แสนบาท ทั้งนี้ นายธีรเทพ ได้เซ็นยินยอมจ่ายเงินเยียวยา 13 ล้านตามที่ครอบครัวผู้ตายเรียกร้อง   โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุ ได้เดินทางกลับมาจากสุขุมวิทเพื่อจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งพอดี จึงเกิดเฉี่ยวชนกับรถจยย.ดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้ดื่มเหล้า และขับรถความเร็วแค่ 60-70 กม./ชม. เท่านั้น ซึ่งตนได้ลงมาดูรถของตัวเองและเดินไปดูคนเจ็บ ก่อนที่จะถูกกันออกมา จากนั้นตนก็เรียกเพื่อนรุ่นน้องให้ออกมาอยู่เป็นเพื่อน และพาไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ยอมรับว่าช็อกและเครียดมาก แต่ยืนยันไม่ได้คิดจะหลบหนี และไม่ได้เมาแต่อย่างใด   ด้านนายธนกฤต ธัญญธนภัทร พ่อผู้ตาย เผยว่า ได้เรียกเงินเยียวยาจากนายธีรเทพ จำนวน 12,960,000 บาท โดยคำนวณจากรายได้ของลูกสาวเดือนละ 30,000 เป็นเวลา 36 ปี ซึ่งเป็นการนับต่อจากอายุของลูกสาวปัจจุบันจนถึงอายุ 60 ปี โดยให้เวลาภายใน 60 วัน หากเกินกำหนดก็จะดำเนินคดีถึงที่สุด และจะไม่เผาศพ   ที่นายธีรเทพมาขอโทษในวันนี้ ตนก็ยังไม่ให้อภัย เพราะชีวิตลูกสาวมีค่ามากกว่าคำขอโทษ ซึ่งจริงๆแล้วตนอยากได้คำขอโทษตั้งแต่วันแรก ตนอยากจะขอบคุณสื่อที่ช่วยให้ความเป็นธรรมแก่ตน เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเขาก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดและเขาก็เพิ่งไปงานศพเมื่อวันก่อนเป็นวันแรก โดยเพียงแค่ไปเคารพศพเท่านั้น ไม่ได้ขอขมาแต่อย่างใด ซึ่งเขาบอกว่าจะเป็นเจ้าภาพงานศพให้ในวันพฤหัสบดี ที่ 21 พ.ย. ส่วนจะดำเนินคดีกับฝ่ายผู้บาดเจ็บที่มีส่วนทำให้ลูกสาวเสียชีวิตหรือไม่นั้น ขอคิดอีกที   ด้านนายลือชัย ศรีลาชัยมณีกุล พ่อผู้บาดเจ็บ เผยว่า ลูกชายยังต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เบื้องต้น แพทย์ได้ตัดขาข้างขวาตั้งแต่ใต้เข่าลงไปทิ้ง เพราะเส้นเลือดใหญ่ขาด เกรงจะติดเชื้อ ส่วนแขนต้องดามเหล็ก และมีกระดูกแตกหลายแห่ง   ซึ่งก่อนที่จะตัดขาทิ้ง ลูกชายรับไม่ได้ แต่จำเป็นต้องตัด เพื่อรักษาชีวิตไว้ ส่วนเรื่องที่แฟนสาวเขาเสียชีวิต ตนยังไม่บอกเขาห่วงสภาพจิตใจเขาจะย่ำแย่ลงกว่านี้ กังวลเรื่องภาวะซึมเศร้า สำหรับเรื่องค่ารักษาพยาบาลและเงินเยียวยาก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน ส่วนทางคดี ตนไม่ติดใจอะไร มั่นใจในการทำงานของตำรวจ   ด้านนายวินัย เอกกมลทอง อายุ 59 ปี ชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนนอนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงดังสนั่นจึงรีบวิ่งออกมาดู พบรถปอร์เช่จอดคร่อมเลนกลางอยู่หน้าบ้าน ถัดไปประมาณ 50 เมตร พบรถจยย. ล้มอยู่ ใกล้กันมีผู้ชายนอนร้องขอความเชื่อเหลือ ส่วนผู้หญิงนอนแน่นิ่งอยู่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ จากนั้นได้เดินไปดูคนขับปอร์เช่ซึ่งนั่งอยู่ในรถแต่เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ตนจึงรีบกลับมาช่วยฝั่งรถจยย. ซึ่งตนก็ไม่ได้สังเกตว่าได้กลิ่นเหล้าจากทั้งสองฝ่ายหรือไม่เพราะได้กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปหมด ทั้งนี้ จุดดังกล่าวถือว่าเป็นโค้งอันตราย ที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และมีผู้เสียชีวิตหลายรายแล้ว   สำหรับทางคดี เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา ฐานขับรถประมาทเฉี่ยวชนผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ส่วนที่ไม่ได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์หนุ่มปอร์เช่นั้น เพราะไม่ได้กลิ่น และไม่มีอาการมึนเมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xQxid3pXk0k

 1,060
อาชญากรรม
19 พ.ย. 62

หนุ่มปอร์เช่ชนสาว 24 จ่ายเงินเยียวยา 13 ล้าน ยันไม่คิดหนี-ไม่เมา สลด หนุ่มที่รอดต้องตัดขา ยังไม่รู้แฟนตาย

กรณีอุบัติเหตุรถปอร์เช่ ข้ามเลนไปชนรถ จยย. ทำให้นายวริศ ศรีลาชัยมณีกุล อายุ 31 ปี คนขี่รถจยย. บาดเจ็บสาหัส และนางสาวอันธิกา ทูลไธสง อายุ 24 ปี คนซ้อนท้ายเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนน รพช. ม.6 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา   โดยพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า คนขับรถปอร์เช่ไม่ลงมาช่วยคนเจ็บ แถมยังเรียกเพื่อนให้มารับ และออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้ออีก นอกจากนี้ยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งออกมา ทำให้ครอบครัวผู้ตายที่ต้องเสียลูกสาวเพียงคนเดียวไป รู้สึกโกรธ และคาใจที่ตำรวจไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของคนขับปอร์เช่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้า วานนี้ (18 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปจากชาวบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ที่เห็นภาพขณะคนขับรถปอร์เช่ลงมาจากรถโดยถุงลมนิรภัยมีการทำงาน และบริเวณหน้ารถฝั่งคนขับได้รับความเสียหายไปจนถึงซุ้มล้อ   ในช่วงเช้า ครอบครัวผู้ตายได้นิมนต์พระทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ ณ จุดเกิดเหตุ ส่วนร่างผู้ตาย ตั้งบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาที่วัดออเงิน โดยมีกำหนดพิธีฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.   ส่วนในช่วงเย็น นายธีรเทพ ดุรงค์ศักดิ์ คนขับปอร์เช่ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมขอโทษครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นครอบครัวละ 1 แสนบาท ทั้งนี้ นายธีรเทพ ได้เซ็นยินยอมจ่ายเงินเยียวยา 13 ล้านตามที่ครอบครัวผู้ตายเรียกร้อง   โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุ ได้เดินทางกลับมาจากสุขุมวิทเพื่อจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งพอดี จึงเกิดเฉี่ยวชนกับรถจยย.ดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้ดื่มเหล้า และขับรถความเร็วแค่ 60-70 กม./ชม. เท่านั้น ซึ่งตนได้ลงมาดูรถของตัวเองและเดินไปดูคนเจ็บ ก่อนที่จะถูกกันออกมา จากนั้นตนก็เรียกเพื่อนรุ่นน้องให้ออกมาอยู่เป็นเพื่อน และพาไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ยอมรับว่าช็อกและเครียดมาก แต่ยืนยันไม่ได้คิดจะหลบหนี และไม่ได้เมาแต่อย่างใด   ด้านนายธนกฤต ธัญญธนภัทร พ่อผู้ตาย เผยว่า ได้เรียกเงินเยียวยาจากนายธีรเทพ จำนวน 12,960,000 บาท โดยคำนวณจากรายได้ของลูกสาวเดือนละ 30,000 เป็นเวลา 36 ปี ซึ่งเป็นการนับต่อจากอายุของลูกสาวปัจจุบันจนถึงอายุ 60 ปี โดยให้เวลาภายใน 60 วัน หากเกินกำหนดก็จะดำเนินคดีถึงที่สุด และจะไม่เผาศพ   ที่นายธีรเทพมาขอโทษในวันนี้ ตนก็ยังไม่ให้อภัย เพราะชีวิตลูกสาวมีค่ามากกว่าคำขอโทษ ซึ่งจริงๆแล้วตนอยากได้คำขอโทษตั้งแต่วันแรก ตนอยากจะขอบคุณสื่อที่ช่วยให้ความเป็นธรรมแก่ตน เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเขาก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดและเขาก็เพิ่งไปงานศพเมื่อวันก่อนเป็นวันแรก โดยเพียงแค่ไปเคารพศพเท่านั้น ไม่ได้ขอขมาแต่อย่างใด ซึ่งเขาบอกว่าจะเป็นเจ้าภาพงานศพให้ในวันพฤหัสบดี ที่ 21 พ.ย. ส่วนจะดำเนินคดีกับฝ่ายผู้บาดเจ็บที่มีส่วนทำให้ลูกสาวเสียชีวิตหรือไม่นั้น ขอคิดอีกที   ด้านนายลือชัย ศรีลาชัยมณีกุล พ่อผู้บาดเจ็บ เผยว่า ลูกชายยังต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เบื้องต้น แพทย์ได้ตัดขาข้างขวาตั้งแต่ใต้เข่าลงไปทิ้ง เพราะเส้นเลือดใหญ่ขาด เกรงจะติดเชื้อ ส่วนแขนต้องดามเหล็ก และมีกระดูกแตกหลายแห่ง   ซึ่งก่อนที่จะตัดขาทิ้ง ลูกชายรับไม่ได้ แต่จำเป็นต้องตัด เพื่อรักษาชีวิตไว้ ส่วนเรื่องที่แฟนสาวเขาเสียชีวิต ตนยังไม่บอกเขาห่วงสภาพจิตใจเขาจะย่ำแย่ลงกว่านี้ กังวลเรื่องภาวะซึมเศร้า สำหรับเรื่องค่ารักษาพยาบาลและเงินเยียวยาก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน ส่วนทางคดี ตนไม่ติดใจอะไร มั่นใจในการทำงานของตำรวจ   ด้านนายวินัย เอกกมลทอง อายุ 59 ปี ชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนนอนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงดังสนั่นจึงรีบวิ่งออกมาดู พบรถปอร์เช่จอดคร่อมเลนกลางอยู่หน้าบ้าน ถัดไปประมาณ 50 เมตร พบรถจยย. ล้มอยู่ ใกล้กันมีผู้ชายนอนร้องขอความเชื่อเหลือ ส่วนผู้หญิงนอนแน่นิ่งอยู่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ จากนั้นได้เดินไปดูคนขับปอร์เช่ซึ่งนั่งอยู่ในรถแต่เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ตนจึงรีบกลับมาช่วยฝั่งรถจยย. ซึ่งตนก็ไม่ได้สังเกตว่าได้กลิ่นเหล้าจากทั้งสองฝ่ายหรือไม่เพราะได้กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปหมด ทั้งนี้ จุดดังกล่าวถือว่าเป็นโค้งอันตราย ที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และมีผู้เสียชีวิตหลายรายแล้ว   สำหรับทางคดี เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา ฐานขับรถประมาทเฉี่ยวชนผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ส่วนที่ไม่ได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์หนุ่มปอร์เช่นั้น เพราะไม่ได้กลิ่น และไม่มีอาการมึนเมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xQxid3pXk0k

 1,060
ข่าวภูมิภาค
18 พ.ย. 62

โวย คนขับปอร์เช่ รวยแต่ไร้น้ำใจ ซิ่งชนสาว 24 ดับ ไม่ลงมาดู ตร.ตุกติกไม่ตรวจแอลกอฮอล์

ปทุมธานี-เกิดอุบัติเหตุรถปอร์เช่ ข้ามเลนไปชนรถจักรยานยนต์  ทำให้นายวริศ ศรีลาชัยมณีกุล อายุ 31 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์บาดเจ็บสาหัส และนางสาวอันธิกา ทูลไธสง อายุ 24 ปี คนซ้อนท้ายบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิด บนถนนหลักหก ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 พ.ย.62  เวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา   โดยพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า หลังเกิดเหตุคนขับรถปอร์เช่ไม่ยอมมาช่วยคนเจ็บ ยืนอยู่แต่ตรงรถของตัวเอง แถมยังเรียกเพื่อนให้มารับ และขับรถพาไปซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อแถวนั้น ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า รวยแต่ไม่มีน้ำใจ ซึ่งตอนเดินไปใกล้ๆ คนขับรถปอร์เช่ เหมือนจะได้กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งออกมาด้วย ส่วนสาเหตุการชน เมื่อดูจากร่องรอยแล้วน่าจะเกิดจากรถปอร์เช่ข้ามเลนมาชนรถจักรยานยนต์   ด้านนายธนกฤต ธัญญธนภัทร พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนมีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งลูกสาวเปิดร้านอาหารกับแฟนหนุ่ม เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องมาเสียลูกสาวไปกับเหตุการณ์แบบนี้รู้สึกเสียใจมาก ตอนนี้รู้สึกโกรธว่า ทำไมผู้ก่อเหตุไม่เคยมาดูแลอะไรเลย แม้แต่วันรดน้ำศพก็ยังไม่มาขอขมาศพ ระหว่างที่ลูกสาวรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ตนต้องเป็นฝ่ายโทรไปบอกอาการของลูกอยู่ตลอดเวลา   นอกจากนี้ยังไม่สบายใจในการทำหน้าที่ของตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต เพราะวันเกิดเหตุ ไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของคนขับปอร์เช่ ตำรวจอ้างว่าผู้ก่อเหตุไม่มีกลิ่นเหล้า ไม่จำเป็นต้องตรวจ ทั้งยังปิดห้องคุยกันเองระหว่างตำรวจกับคนขับปอร์เช่ และประกันรถยนต์อีกด้วย โดยไม่อนุญาตให้เข้าไปฟัง จึงอยากขอความเป็นธรรม อยากให้ตำรวจทำคดีแบบตรงไปตรงมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HPWP9xhvbTo

 6,683
อาชญากรรม
18 พ.ย. 62

โวย คนขับปอร์เช่ รวยแต่ไร้น้ำใจ ซิ่งชนสาว 24 ดับ ไม่ลงมาดู ตร.ตุกติกไม่ตรวจแอลกอฮอล์

ปทุมธานี-เกิดอุบัติเหตุรถปอร์เช่ ข้ามเลนไปชนรถจักรยานยนต์  ทำให้นายวริศ ศรีลาชัยมณีกุล อายุ 31 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์บาดเจ็บสาหัส และนางสาวอันธิกา ทูลไธสง อายุ 24 ปี คนซ้อนท้ายบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิด บนถนนหลักหก ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 พ.ย.62  เวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา   โดยพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า หลังเกิดเหตุคนขับรถปอร์เช่ไม่ยอมมาช่วยคนเจ็บ ยืนอยู่แต่ตรงรถของตัวเอง แถมยังเรียกเพื่อนให้มารับ และขับรถพาไปซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อแถวนั้น ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า รวยแต่ไม่มีน้ำใจ ซึ่งตอนเดินไปใกล้ๆ คนขับรถปอร์เช่ เหมือนจะได้กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งออกมาด้วย ส่วนสาเหตุการชน เมื่อดูจากร่องรอยแล้วน่าจะเกิดจากรถปอร์เช่ข้ามเลนมาชนรถจักรยานยนต์   ด้านนายธนกฤต ธัญญธนภัทร พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนมีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งลูกสาวเปิดร้านอาหารกับแฟนหนุ่ม เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องมาเสียลูกสาวไปกับเหตุการณ์แบบนี้รู้สึกเสียใจมาก ตอนนี้รู้สึกโกรธว่า ทำไมผู้ก่อเหตุไม่เคยมาดูแลอะไรเลย แม้แต่วันรดน้ำศพก็ยังไม่มาขอขมาศพ ระหว่างที่ลูกสาวรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ตนต้องเป็นฝ่ายโทรไปบอกอาการของลูกอยู่ตลอดเวลา   นอกจากนี้ยังไม่สบายใจในการทำหน้าที่ของตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต เพราะวันเกิดเหตุ ไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของคนขับปอร์เช่ ตำรวจอ้างว่าผู้ก่อเหตุไม่มีกลิ่นเหล้า ไม่จำเป็นต้องตรวจ ทั้งยังปิดห้องคุยกันเองระหว่างตำรวจกับคนขับปอร์เช่ และประกันรถยนต์อีกด้วย โดยไม่อนุญาตให้เข้าไปฟัง จึงอยากขอความเป็นธรรม อยากให้ตำรวจทำคดีแบบตรงไปตรงมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HPWP9xhvbTo

 6,683
อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

สามล้อเครื่องซิ่งพลิกคว่ำ ผู้โดยสารดับ 1 เจ็บ 1 น้องชายผู้ตายคาดโชเฟอร์ 'เมาแล้วขับ'

เมื่อเวลา 15.00 น. เกิดเหตุรถสามล้อเครื่อง หมายเลขทะเบียน สก 5559 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำบริเวณแยกเจริญราษฏร์ตัดถนนจันทร์ เป็นเหตุให้มี นางสาวจันทร์เพ็ญ สงคราม อายุ 54 ปี ผู้โดยสารผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย รวมทั้งโชเฟอร์รถสามล้อคันดังกล่าว    โดยนายวิชัย เกษพันธ์ ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้เป็นผู้เรียกรถสามล้อให้กับพี่สาวทั้งสองคน ขณะมารับเห็นคนขับมีสภาพคล้ายคนเมาสุรา ตนเองจึงได้ทักท้วงว่ายังจะไปอีกหรือ แต่พี่สาวได้ขึ้นรถและสามล้อได้ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ตนเองจึงได้ขับรถจักรยานยนต์ติดตาม จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถสามล้อคันดังกล่าวได้ขับรถอย่างรวดเร็ว จนเป็นเหตุให้รถพลิกคว่ำทันที ทำให้พี่สาวของตนเองได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต    หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายเพียร อุทัย อายุ 73 ปี คนขับรถสามล้อ ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลิศสิน โดยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา จะได้ทำการสอบปากคำโชว์เฟอร์สามล้อ และทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ เพื่อสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

 4,357
ข่าวโซเชียล
04 พ.ย. 62

หนุ่มขับกระบะชนเสาไฟฟ้า ด่ากราดตร. ลั่น! ไม่ผิด-ไม่มีคู่กรณี ชาวเน็ตสงสัย "เมาหรือเปล่า?"

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 62 โลกออนไลน์แห่วิพากษ์วิจารณ์คลิปที่มีผุ้ใช้เฟซบุ๊ก สุรพงศ์ เกตวารินทร์ ได้เผยแพร่วิดีโอ ชายคนหนึ่งขับรถยนต์กระบะ เชฟโรเลต สีขาว กำลังมีอาการไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยชี้หน้า ด่าทอ หลังจากเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพราะชายคนดังกล่าวขับรถชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ทำให้เสาไฟฟ้าข้างทางเสียหาย   โดยภายในคลิป ชายขับกระบะ พยายามอ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตัวเองรู้กฎหมาย ตำรวจไม่มีสิทธิมาสอบสวนตนเอง แม้จะมีคนพยายามบอกว่าตำรวจทำถูกต้องแล้วก็ตาม ทั้งยังอ้างว่าตัวเองขับรถชนเสาไฟฟ้านั้น ไม่มีคู่กรณี คู่กรณีของตนคือเสาไฟฟ้า แถมตัวเองก้มีประกันภัยชั้น 1 อีกด้วย    ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่าชายขับกระบะเมาสุราหรือไม่ อีกทั้งการขับรถลักษณะนี้เข้าข่าย ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย หรือเสาไฟฟ้านั้นเป็นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และน่าจะมีราคาถึงหลักแสนบาทต่อต้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0lWrGA4faGs

 1,249
สังคม
02 พ.ย. 62

แฟลช นิวส์ 2 พ.ย. 62 - คุมตัวท้าวแชร์ 'แม่มณี' สอบปากคำ - คลิปชายแต่งชุด ตร.ขับรถชนคู่กรณี - บาห์เรนและเยอรมนีลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ

คุมตัวท้าวแชร์ 'แม่มณี' สอบปากคำ   เจ้าหน้าที่ตร.ชุดจับกุมเตรียมนำตัวแม่มณีและสามีขึ้นเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาลงที่กองบิน 23 ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยมี พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ ผบช.ตร.ภูธร ภาค 4 รับตัวแม่มณีและสามีสอบสวนด้วยตนเอง     โซเชียลแชร์คลิปชายแต่งชุด ตร.ขับรถชนคู่กรณี   คลิปภาพตำรวจนายหนึ่งแต่งตัวครึ่งท่อน พกปืน อยู่ในอาการเมา พยายามให้คู่กรณีหยุดถ่ายภาพ และพูดลงไปในคลิปว่าตำรวจนายนี้เป็นผู้ขับรถตำรวจข้ามเลนท์มาชนรถของตน แต่ตำรวจนายนี้กับพยายามที่จะบอกว่าฝ่ายชาวบ้านคู่กรณีผิด ได้ตรวจสอบไปยังเเหล่งข่าวทราบว่า ตำรวจนายนี้เป็นตำรวจสังกัด สภ พบพระ อยู่ประจำตู้รับเเจ้งเหตุ กม ที่ 44 บ้านคีรีราษฎร์ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก          บาห์เรน-เยอรมนีลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ   นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย พร้อมด้วย รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ร่วมลงนามสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งการเข้าร่วมเป็นอัครภาคีของสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์ระหว่างบาห์เรนกับอาเซียนในมิติต่างๆ 

 166
ข่าวโซเชียล
02 พ.ย. 62

แฟลช นิวส์ 2 พ.ย. 62 - คุมตัวท้าวแชร์ 'แม่มณี' สอบปากคำ - คลิปชายแต่งชุด ตร.ขับรถชนคู่กรณี - บาห์เรนและเยอรมนีลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ

คุมตัวท้าวแชร์ 'แม่มณี' สอบปากคำ   เจ้าหน้าที่ตร.ชุดจับกุมเตรียมนำตัวแม่มณีและสามีขึ้นเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาลงที่กองบิน 23 ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยมี พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ ผบช.ตร.ภูธร ภาค 4 รับตัวแม่มณีและสามีสอบสวนด้วยตนเอง     โซเชียลแชร์คลิปชายแต่งชุด ตร.ขับรถชนคู่กรณี   คลิปภาพตำรวจนายหนึ่งแต่งตัวครึ่งท่อน พกปืน อยู่ในอาการเมา พยายามให้คู่กรณีหยุดถ่ายภาพ และพูดลงไปในคลิปว่าตำรวจนายนี้เป็นผู้ขับรถตำรวจข้ามเลนท์มาชนรถของตน แต่ตำรวจนายนี้กับพยายามที่จะบอกว่าฝ่ายชาวบ้านคู่กรณีผิด ได้ตรวจสอบไปยังเเหล่งข่าวทราบว่า ตำรวจนายนี้เป็นตำรวจสังกัด สภ พบพระ อยู่ประจำตู้รับเเจ้งเหตุ กม ที่ 44 บ้านคีรีราษฎร์ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก          บาห์เรน-เยอรมนีลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ   นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย พร้อมด้วย รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ร่วมลงนามสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งการเข้าร่วมเป็นอัครภาคีของสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์ระหว่างบาห์เรนกับอาเซียนในมิติต่างๆ 

 166
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

หนุ่มเมายาดอง ซิ่งกระบะชนดะ 12 คันรวด โดนรุมประชาทัณฑ์ อ้างเพื่อนเป็นคนขับ แต่วิ่งหนีไปแล้ว

สมุทรปราการ - เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2562 ร.ต.อ. ปัญญาพล บุญศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนรถชาวได้รับความเสียหายหลายคันและมีผู้ได้รับบาดเจ็ยหลายคน ภายในซอยสามห่วง ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยบางปู 811 และรถกู้ชีพโรงพยาบาลรัทรินทร์ เดินทางเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์และ จยย. เสียหายรวม 12 คัน ในที่เกิดเหตุยังพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย สาหัส 2 ราย ถูกลำเรียงส่งรักษาที่โรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู    ในรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุได้พบนายกาล สุขวงศ์ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมานั่งอยู่บริเวณเบาะนั่งข้างคนขับและเปิดประตูลงมาถูกชาวบ้านและผู้เสียเข้ารุมประชาทัณฑ์ จนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องรีบคุมตัวขึ้นรถก่อนคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก    จากการสอบถามนายกาล คนขับกระบะคันดังกล่าว ได้ให้การวกไปวนมาพอจับใจความได้ว่า ตนเองมีอาชีพรับซื้อของเก่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถคันดังกล่าวออกมาจากบ้านที่อยู่ภายในคลองอาเสี่ย ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ มานั่งดื่มเหล้ายาดองอยู่กับพรรคพวกที่ปากซอยสามห่วง ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังดื่มจนหมดไปขวดหนึ่งและอยู่ในอาการมึนเมา ตนจำได้ว่าเพื่อนตนเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาเพื่อที่จะพาตนไปส่งที่บ้านพักย่านแพรกษาใหม่ จนกระทั่งมาเกิดเหตุ เพื่อนตนได้วิ่งหลบหนีไปปล่อยตนไว้คนเดียว   ด้านนายพิทักษ์ บุญทวัน อายุ 41 ปี คนขับหกล้อ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถไปรับสินค้ามาจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู และกำลังขับรถจะกลับบ้าน ที่อยู่ในซอยสามห่วงตนจึงขับรถมาทางท้ายซอย จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะคันดังกล่าวที่ขัยมาด้วยความเร็วได้ขับข้ามเลนพุ่งเข้ามาหารถตน ตนจึงพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นถูกเฉี่ยวชนตั้งแต่หัวเก๋งยาวไปจนถึงด้านท้ายจนล้อหน้าของรถกระบะคันดังกล่าวหลุด คนขับก็ยังเร่งเครื่องขับหลบหนีไปชนกับรถคันอื่น ๆ อีกหลายคนและมีผู้บาดเจ็บ ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งข้อความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในคำให้การของนายกาล คนขับรถกระบะที่ก่อเหตุเนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ให้การวกไปวนมา จึงได้คุมตัวมาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.บางปู รอการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F3T6MZlNsK0

 1,251
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ต.ค. 62

คลิปหนุ่มเมาด่ากราด ตร.ห้วยขวางตั้งด่าน ขู่จะสั่งย้ายทั้งโรงพัก เพื่อนด่ายังไม่ยอมหยุด

ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ตั้งด่านเรียกตรวจค้นรถยนต์ พบมีรถคันหนึ่งซึ่งภายในรถมีชายหลายคน แต่แล้วมีหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มใส่เสื้อขาว อยู่ในอาการมึนเมาด่ากราดตำรวจอย่างรุนแรง แถมขู่จะย้ายทั้งโรงพัก โดยมีเพื่อนๆพยายามห้ามปราบแต่ไม่เป็นผล ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องจับกุมนำตัวไปสถานีตำรวจ   เมื่อถึงสน.ห้วยขวาง ชายคนนี้ยังโวยวายพร้อมด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เลิกด้วยถ้อยคำหยาบคาย แถมขู่จะสั่งย้ายทั้งโรงพักถ้าใส่กุญแจมือ จะย้ายทั้งสน.สุทธิสาร ทั้งสน.ห้วยขวาง   สุดท้ายแล้ว ชายคนดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหาพร้อมชายอีกคน ถูกนำตัวส่งเข้าห้องขัง โดยชายคนนี้ก็ขัดขืนไม่ยอมเข้าห้องขังง่ายๆต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกว่าจะลากตัวเข้าห้องได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sC-krULIjVY

 6,971
ข่าวโซเชียล
28 ต.ค. 62

คลิปหนุ่มเมาด่ากราด ตร.ห้วยขวางตั้งด่าน ขู่จะสั่งย้ายทั้งโรงพัก เพื่อนด่ายังไม่ยอมหยุด

ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ตั้งด่านเรียกตรวจค้นรถยนต์ พบมีรถคันหนึ่งซึ่งภายในรถมีชายหลายคน แต่แล้วมีหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มใส่เสื้อขาว อยู่ในอาการมึนเมาด่ากราดตำรวจอย่างรุนแรง แถมขู่จะย้ายทั้งโรงพัก โดยมีเพื่อนๆพยายามห้ามปราบแต่ไม่เป็นผล ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องจับกุมนำตัวไปสถานีตำรวจ   เมื่อถึงสน.ห้วยขวาง ชายคนนี้ยังโวยวายพร้อมด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เลิกด้วยถ้อยคำหยาบคาย แถมขู่จะสั่งย้ายทั้งโรงพักถ้าใส่กุญแจมือ จะย้ายทั้งสน.สุทธิสาร ทั้งสน.ห้วยขวาง   สุดท้ายแล้ว ชายคนดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหาพร้อมชายอีกคน ถูกนำตัวส่งเข้าห้องขัง โดยชายคนนี้ก็ขัดขืนไม่ยอมเข้าห้องขังง่ายๆต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกว่าจะลากตัวเข้าห้องได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sC-krULIjVY

 6,971

Top