ค้นหา :

ผลการค้นหา "เมาแล้วขับ"

ข่าวภูมิภาค
21 พ.ค. 62

พระชัยภูมิเมาแล้วขับ คนนั่งข้างยิ่งเมาหนัก ก่อนโดนจับสึก

ชัยภูมิ-ชาวบ้านแจ้งพบพระสุขสันต์ กันเย็น พระลูกวัดแห่งหนึ่ง ในตำบลบ้านยาง มีอาการเมาและขับรถเก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ มาพร้อมกับ นายสันติ คำหล่า นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร ขับรถส่ายไปมาผ่านเข้าไปในเขตชุมชนพื้นที่ตำบลโนนทอง โดยมีชาวบ้านและนักเรียนเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ   จากการตรวจสอบก็พบว่าบุคคลทั้ง 2 อยู่ในอาการมึนเมา ยืนทรงตัวไม่ได้ เมื่อพระเห็นจนท.จึงพยายามขับรถหลบหนีแต่ไม่สำเร็จ กำนันจึงนิมนต์ขอให้หยุดและพูดคุยกันก่อน   จากการสอบถาม พระสุขสันต์ เบื้องต้นทราบว่า เป็นพระลูกวัดใน ต.บ้านยาง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ทั้ง 2 คน ยอมรับว่าพากันไปดื่มเหล้ามา เมื่อจนท.เชิญตัวนายสันติ ลงมาจากรถก็ล้มลงบนถนน จึงต้องช่วยพยุงลุกขึ้นมา จากนั้นได้นำตัวทั้งสอง ไปสงบสติอารมณ์ที่วัด และเพื่อให้เจ้าคณะตำบลพิจารณาทำการสึก แต่พระสุขสันต์ ยังอยู่ในอาการเมาจึงให้พักผ่อนและจะทำพิธีสึกในช่วงเช้าวันที่ 20 พ.ค.   ต่อมา พระครูชัยอนันต์ เจ้าอาวาสวัดและเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านยาง ให้พระลูกวัดไปตามพระสุขสันต์ มาเพื่อทำพิธีลาสิกขา แต่กลับไม่พบตัว ซึ่งมีชาวบ้านแจ้งว่า พระสุขสันต์ ขับรถเก๋งหลบหนีไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มุ่งหน้าไปทางอำเภอชุมแพด้วยความเร็วและส่ายไปมาอีกด้วย คาดว่าพระสุขสันต์ น่าจะดื่มสุราและหาทางหลบหนีจากวัดเพื่อไม่ให้โดนจับสึก ทั้งนี้ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ สกัดจับตามเส้นทางต่างๆ ล่าสุดยังไม่พบตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zDPAT1rnce4

 529
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ค. 62

เก๋งฟอร์จูนเนอร์เสียหลักพุ่งเข้าชนร้านขายต้นไม้ เจ็บ 3 เจ้าของร้านตกใจตื่นเจอภาพสุดช็อก

ประจวบคีรีขันธ์-วันที่ 12 พ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบ ได้รับแจ้งเหตุเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ Toyota Fortuner สีบรอนซ์เงิน เสียหลักหลุดโค้งพุ่งเข้าชนร้านเจ๊ม่วยเกาะหลัก ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์ตกแต่งสวนได้รับความเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย    ที่เกิดเหตุเป็นร้านจำหน่ายต้นไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งสวน ตั้งอยู่ริมถนนสายเกาะหลัก-เพชรเกษม อยู่ตรงข้ามกับร้านเกาะหลักค้าไม้ใกล้กับสี่แยกไฟแดงไพร์เวท พบมีรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ภายในหลังคาบ้าน ทำให้มีผู้โดยสารที่นั่งมาติดคาอยู่ภายในรถจำนวน 3 ราย ได้รับบาดเจ็บมีอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดออกมาส่งโรงพยาบาลประจวบเป็นการด่วน ส่วนสาเหตุสันนิษฐานเบื้องต้นอาจเกิดมาจากหลับในหรือเมาสุรา ซึ่งจะต้องไปตรวจสอบสาเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง   ด้าน เจ้าของร้านเจ๊ม่วยเกาะหลัก ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกับครอบครัวนอนหลับพักผ่อนอยู่ในห้องนอนห่างกันจากจุดรถชนประมาณไม่ถึง 10 เมตร จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงโครมใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว จึงตกใจตื่นลุกขึ้นมาดูก็พบว่ามีรถเสียหลักหลุดโค้งพุ่งเข้ามาชนร้านของตนเองจนพังเสียหาย ตนตกใจจนตัวสั่นแทบจะเป็นลมเนื่องจากมูลลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 5 แสนบาท ซึ่งที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และแต่ละครั้งจะอยู่แค่บนถนน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่มีรถพุ่งเข้าชนร้านของตน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/SedIWxyF9w8

 3,506
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ค. 62

หนุ่มเมาซิ่งเก๋ง ชนวินาศสันตะโรพังยับ 11 คันกลางเมืองพัทยา

พัทยา-เกิดเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจอดข้างทางได้รับความเสียหายจำนวนมาก เหตุเกิดบนถนนเส้นพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน อเมร่า สีดำ ได้รับความเสียหายยับเยินจอดขวางถนนอยู่ โดยมีนายสุรชัย ทาเขียว อายุ 22 ปี อยู่ในอาการมึนเมา ข้างกันพบรถจักรยานยนต์จำนวน 11 คัน ได้รับความเสียหายยับเยิน ล้มระเนระนาดกองเกลื่อนถนน ริมถนนยังพบผู้บาดเจ็บและเจ้าของรถยืนเฝ้าดูสถานะการณ์อย่างใกล้ชิด   สอบถามผู้บาดเจ็บเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรถเก๋งคันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วก่อนจะชนเข้ากับรถของตนเองจนล้ม แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไปเสียหลักไปชนกับรถจอดริมทางได้รับความเสียหายหลายคันดังกล่าว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมควบคุมตัวนายสุรชัย ผู้ขับขี่รถเก๋ง ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cUSUe3c1ac4

 1,940
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 พ.ค. 62

บริการประทับใจ! แท็กซี่ตีนผี พกเหล้าขาว กับแกล้มพร้อม แถมเพื่อนนอนขดใต้เบาะหน้า

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Thanasit Chatthaweeudom โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก หลังขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าตลบอบอวล เจอทั้งขวดเหล้า กับแกล้ม คนนอนขดอยู่ในรถ และพฤติกรรมการขับรถสุดหวาดเสียวของคนขับ พร้อมภาพภายในรถแท็กซี่คันดังกล่าว โดยมีขวดเหล้าเสียบอยู่ตรงประตูด้านซ้ายที่นั่งข้างคนขับ และมีถุงพลาสติกใบหนึ่งบรรจุอาหารวางอยู่ข้างคนขับ ซึ่งเจ้าของโพสต์ระบุว่าเป็นหมูน้ำตก   นอกจากนี้ตรงที่วางเท้าด้านเบาะข้างคนขับยังมีบางอย่างลักษณะคล้ายคนนอนขดอยู่ หลังจากโพสต์เผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายรายอื่นที่เจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ซึ่งผู้ก่อเหตุยังเป็นคนเดียวกันอีกด้วย   เจ้าของโพสต์ดังกล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. เวลาประมาณบ่ายโมง ตนโบกรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทษ 1279 กทม. จากถนนเจริญราษฎร์เพื่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์พญาไท ทันทีที่ขึ้นรถก็ถึงกับตกใจ เพราะได้กลิ่นเหล้าและกลิ่นอาหารตลบอบอวล ด้วยความสงสัยตนจึงลองสังเกตด้านหน้ารถ   จนพบกับต้นตอของกลิ่นคือขวดเหล้าขาว เสียบอยู่ข้างประตูด้านซ้าย ตรงกระปุกเกียร์พบหมูน้ำตกวางเปิดถุงอยู่ในลักษณะพร้อมรับประทาน ที่หนักกว่านั้น คือเห็นบางอย่างคล้ายกองผ้ากองอยู่ตรงที่วางเท้าเบาะข้างคนขับ แต่พอสังเกตดีๆ กลับต้องตกใจกว่าเดิม เมื่อพบว่าไม่ใช่กองผ้าแต่เป็นคนจริงๆนอนขดอยู่   หากเพียงแค่กลิ่นตนยังพอทนไหว แต่ต้องหมดความอดทนเมื่อพบกับพฤติกรรมการขับรถของคนขับ ที่ขับรถหวาดเสียว อันตรายมาก ทั้งเบียด ทั้งปาด ทั้งเบรกกะทันหันตลอดทาง กระทั่งถึงแยกจามจุรีสแควร์ ตนจึงตัดสินใจลงจากรถทันที โดยค่าโดยสารตามมิเตอร์ประมาณ 70 บาท ตนจ่ายไป 100 บาท แต่คนขับกลับไม่ทอนเงินให้ อ้างว่าไม่มีเงินทอน จากนั้นตนรีบเดินไปแจ้งตำรวจในป้อมให้สกัดจับ ตำรวจก็รีบประสานให้ทันทีแต่คาดว่าน่าจะจับไม่ทัน จากนั้นตนจึงนำเรื่องราวโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่น เพราะไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก   ในขณะเดียวกัน มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wilawan Wongnil ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกรายที่ขึ้นรถคันดังกล่าว ได้โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า “นั่งแท็กซี่คะ  แต่มีคนนั่งมุดใต้เบาะหน้า แทบช็อค”   ด้านกรมการขนส่งทางบก เผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวเป็นของสหกรณ์แท็กซี่อิสระจำกัด ซึ่งได้ให้นายยูร (ไม่ทราบชื่อ-สกุล) เช่าขับตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. โดยนายยูรได้ขอผ่อนผันว่าจะนำเอกสารสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาใบอนุญาตขับรถมาให้ในวันที่ 2 พ.ค. แต่กลับมาเกิดเหตุเสียก่อน   ซึ่งหลังเกิดเหตุ นายยูรได้นำรถกลับมาจอดคืนที่อู่และหลบหนีไป ทางกรมขนส่งฯจึงแจ้งข้อหากับสหกรณ์แท็กซี่อิสระจำกัด ในฐานะเป็นเจ้าของรถใน 2 ข้อหาคือ ข้อหายินยอมให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับรถนำรถของตนไปขับ โดยเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท และข้อหาไม่ส่งประวัติพนักงานขับรถ เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นทางกรมขนส่งฯได้กระจายข่าวในแวดวงผู้ประกอบการแท็กซี่ให้เฝ้าระวังบุคคลลักษณะนี้เรียบร้อยแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KEGiyLtx2wg

 14,776
ข่าวภูมิภาค
21 เม.ย. 62

หนุ่มโรงงานเมาซิ่งเก๋ง ชนสนั่นจยย. 20 คันรวด ตร.เร่งคุมตัว หวั่นถูกชาวบ้านรุมทำร้าย

ชลบุรี-หนุ่มโรงงานแหลมฉบังเมาซิ่งเก๋ง ชนสนั่นรถจักรยานยนต์จอดริมถนน 20 คันรวด เจ้าหน้าที่เร่งคุมตัว หวั่นถูกชาวบ้านรุมทำร้าย    วานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนรถจักรยานยนต์หลายคัน ที่จอดอยู่ริมถนน เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านตลาดนัดสี่มุมเมือง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน งท-8863 ชลบุรี พุ่งชนอัดติดกับรถจักรยานยนต์ กว่า 20 คัน ที่จอดอยู่ริมถนนล้มเป็นระเนระนาค โดยมีนายวัชระ นาวาทอง อายุ 35 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมแหลมฉบัง เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ อยู่ในสภาพมึนเมาสุรา ให้การไม่รู้เรื่อง   ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวได้ยืนล้อมรอบรถยนต์ และพยายามตะโกนด่าทอนายวัชระ เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน จึงได้รีบควบคุมตัวนายวัชระ ไปสอบสวนต่อที่ สภ.แหลมฉบัง โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต    จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้เลี้ยวรถเพื่อจะเข้ามาทางหน้าตลาดแต่เลี้ยวรถไม่พ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดเรียงกันอยู่ด้านหน้า ทำให้ล้มคว่ำจำนวนหลายคัน แต่เพราะคนขับคิดจะหลบหนีจึงถอยชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ด้านหลังเพิ่มอีก และคาดว่าคนขับน่าจะมีอาการมึนเมาเนื่องจากพูดจาไม่รู้เรื่อง    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานก่อน รอให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยมาดำเนินการในส่วนของค่าเสียหาย ส่วนนายวัชระ เจ้าหน้าที่จะสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/cCADCwoIEYc

 1,341
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 62

รอง ผบ.ตร.ยันแจ้งข้อหาพยายามฆ่า-เจตนาฆ่า แก่ 'เสี่ยเบนซ์' เมาแล้วขับชนรองตี๋และภรรยา

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เดินทางมาเคารพศพ ในงานสวดพระอภิธรรมศพคืนที่ 2 ของพ.ต.ท.จตุพร หรือ รองตี๋ งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. และนางนุชนาฎ งามสุวิชชากุล ภรรยาที่วัดตรีทศเทพ ย่านถนนราชดำเนิน   พร้อมเปิดเผยถึงการทำสำนวนแจ้งข้อหานายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี  ผู้ต้องหาว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา 6 ข้อหา ซึ่งมีทั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล พยายามฆ่า เมาแล้วขับ และขับรถประมาทเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย    ซึ่งการที่แจ้งทั้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลและเมาแล้วขับไปด้วยกัน เนื่องจากการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองเมื่อสำนวนถูกส่งไปให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งคดีหรือถูกส่งไปในชั้นศาลแล้วศาลย่อมสามารถที่จะใช้ดุลพินิจพิจารณาได้ว่าพฤติการณ์ดังกล่าวของผู้ต้องหาศาลสามารถลงโทษในสถานใดได้บ้าง ถ้าศาลพิจารณาแล้วพบว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหาเข้าข่ายที่จะเป็นเจตนาฆ่าเล็งเห็นผลได้ศาลก็จะลงโทษจำคุกในความผิดนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึงประหารชีวิต   ส่วนถ้าศาลเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหานั้นเป็นการกระทำโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายก็สามารถลงโทษจำคุกได้ถึงสิบปี แต่ถ้าเราไม่แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผลไป ถ้าศาลเห็นว่าพฤติกรรมเป็นเจตนาฆ่าเล็งเห็นผลก็จะไม่สามรถลงโทษได้หลังจากนี้พนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆรวมถึงพยานแวดล้อม เพื่อสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการฟ้องต่อศาล ส่วนพนักงานอัยการหรือศาลจะมีความเห็นอย่างไรเป็นดุลยพินิจ   ซึ่งระยะเวลาว่าจะสรุปสำนวนเมื่อไหร่นั้นขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ พนักงานสอบสวนยังต้องาอบปากคำพยานซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุอีกแต่เราจะทำโดยเร็วที่สุดและไม่ให้เกิน 3 เดือน ภายในเวลาฝากขัง 84 วัน ที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาตามกฎหมาย   โดยคดีนี้ผู้ต้องหาดื่มสุรามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 260 มิลลิกรัม พฤติการณ์ของผู้ต้องก็ต้องทราบอยู่แล้วว่าจะต้องเมา และเมื่อเมาก็จะไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองได้และไม่ได้อยู่ในสภาวะที่พร้อมขับรถ และจากจะเห็นได้มีการขับรถขณะเมาสุราโดยไม่มีสติไปตามถนนที่แคบย่อมเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่าจะต้องเกิดอุบัติเหตุดังนั้นจึงแจ้งข้อกล่าวฆ่าผู้อื่นโดยเล็งเห็นผล ซึ่งเรื่องทางพนักงานสอบสวนได้มีการปรึกษากับพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะมีการสรุปสำนวนเพื่อส่งอัยการพิจารณาฟ้องต่อศาลอยู่ตลอด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Am8ck4LLHqg

 2,098
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 62

สรุป 7 วันอันตรายสงกรานต์ 62 ตาย 386 เจ็บ 3,442 มี 4 จังหวัดยอดตายเป็นศูนย์

สถิติอุบัติเหตุทางถนน 7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เม.ย. 62 เกิดอุบัติเหตุ 3,338 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 386 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,442 คน   จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ พังงา สุโขทัย และอ่างทอง   จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช   จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ลพบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 15 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 136 คน   ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 36.61 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.31 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ร้อยละ 79.25 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.15   อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในการเกิดอุบัติเหตุและสูญเสีย ถือว่าลดลงจากปี 2561 ที่เกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 418 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 3,897 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OMxwEcc82yE

 1,570
สังคม-อาชญากรรม
18 เม.ย. 62

'เสี่ยเบนซ์' กราบขอขมาศพ รองตี๋และภรรยา ขอบวชหน้าไฟ-ดูแลทายาทตลอดชีวิต ลูกสาวอาการดีขึ้น เขียนถามหาป๊ากับแม่

จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รองผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. อายุ 49 ปี เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วน ด.ญ.พิชญาภา งามวิชชากุล หรือน้องแพร ลูกสาววัย 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา   ล่าสุดวานนี้ (17 เม.ย.) ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณจากจุดเกิดเหตุ ก่อนเดินทางไปรับศพที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ มาบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 5 วัดตรีทศเทพวรวิหาร  กรุงเทพฯ   ภายในงานมีผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งญาติผู้เสียชีวิต ข้าราชการตำรวจ บรรดาเพื่อนของผู้เสียชีวิต และเพื่อนร่วมชั้นของลูกสาวผู้เสียชีวิต บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะนางสาวศุชวิชญ์ งามสุขวิชชากุล หรือน้องพลอย อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโตที่เพิ่งเดินทางจากสหรัฐอเมริกาถึงไทย อยู่ในอาการเสียใจ ร้องไห้ตลอดเวลา โดยมีการรดน้ำศพในเวลา 15.00 น. และพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในเวลา 16.30 น. โดยจะมีการสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-19 เม.ย. และจะทำการฌาปนกิจในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 16.00 น.   ด้าน น.ส.ขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ ป้าของน้องแพรและน้องพลอย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้น้องแพรมีอาการดีขึ้น รู้สึกตัวและตอบสนองได้แล้ว สามารถสื่อสารได้ด้วยการเขียนข้อความในกระดาษ โดยคำแรกที่น้องแพรเขียนคือ “ไหนป๊ากับแม่อะ” ซึ่งทางครอบครัวยังไม่สามารถบอกข้อเท็จจริงกับน้องแพรได้ โดยบอกเพียงว่าพ่อแม่รักษาตัวอยู่จึงไม่สามารถมาเยี่ยมได้ หลังจากนี้จะรอให้น้องแพรอาการดีขึ้นกว่านี้ก่อนจึงจะบอกความจริง   ด้านน้องพลอย ลูกสาวคนโตของผู้เสียชีวิต เผยว่ายังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่คิดถึงเรื่องกลับไปเรียนต่อที่อเมริกา เพราะตอนนี้อยากดูแลและเป็นกำลังใจให้น้องแพรจนกว่าอาการจะดีขึ้นกว่านี้ก่อน แล้วจะปรึกษากับทางญาติอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป   ทั้งนี้ นายสมชาย ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาร่วมงานศพและเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ก่อนยกมือไหว้และก้มลงกราบเท้า บิดามารดา ของภรรยา พ.ต.ท.จตุพร กลางงานศพ   พร้อมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าเศร้าว่า วันนี้ตนตั้งใจมาร่วมงานศพพร้อมขออโหสิกรรมกับญาติของผู้เสียชีวิต ในส่วนการดูแลเยียวยานั้น ตนยืนยันว่าจะดูแลน้องแพรและน้องพลอยไปตลอดชีวิต โดยหลังจากนี้ตนตั้งใจจะบวชหน้าไฟให้กับผู้เสียชีวิตทั้งสองด้วย   ด้านเพื่อนของ พ.ต.ท.จตุพร ซึ่งเป็นกลุ่มนักกฎหมายที่จบเนติบัณฑิต และเตรียมสอบเป็นผู้พิพากษาเหมือนกัน เผยว่า กลุ่มเรารู้จักกันมา 10 กว่าปี มีความรักใคร่กันเหนียวแน่น มักจะพูดคุยกันในไลน์กลุ่มที่ชื่อว่า ‘กลุ่มปู่เน’ อยู่เสมอ โดยมีสมาชิกทั้งหมด 25 คน สำหรับรองตี๋นั้นเป็นคนรักครอบครัว สมถะ ขยันขันแข็ง นอกเวลาราชการก็มักจะมาอ่านหนังสือด้วยกันกับกลุ่มเพื่อน ก่อนหน้านี้มีการสัมมนากันในกลุ่มเกี่ยวกับเรื่องเมาแล้วขับ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์ขึ้นกับกลุ่มเราเอง   หลังเพื่อนจากไปทุกคนต่างรู้สึกใจหาย และเสียใจมาก ที่พวกเรามาวันนี้ เพื่อจะเข้ามาช่วยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทางคดีให้กับครอบครัว และช่วยตรวจสอบทางกฎหมายเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่หลานและผู้เสียชีวิตควรจะได้รับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xX__TxrxZSs

 10,462
สังคม-อาชญากรรม
18 เม.ย. 62

6 วันอันตรายสงกรานต์ ยอดตายอุบัติเหตุ 348 คน นายกฯยังไม่พอใจแม้ยอดลดลง

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน หรือ ศปถ.สรุปสถิติวันที่ 6 (16 เมษายน 2562) ในช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ 2562 เกิดอุบัติเหตุ 367 ครั้ง เสียชีวิต 42 คน บาดเจ็บ 381 ราย สาเหตุหลักยังคงเกิดจากการเมาสุรา ร้อยละ 27.79 และ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 30.25 ขณะที่รถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดร้อยละ 78.84   สรุปสถิติ 6 วัน ระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน 2562 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,068 ครั้ง เสียชีวิต 348 คน บาดเจ็บ 3,176 ราย ซึ่งจังหวัดอุดรธานี และนครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 15 คน, บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ นครศรีธรรมราช 126 ราย ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์ มี 5 จังหวัด   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงภาพรวมอุบัติเหตุและการเดินทางไป-กลับของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ว่า ส่วนตัวยังไม่พึงพอใจ ตราบใดที่ยังมีการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิต แน่นอนว่าไม่มีใครพอใจอยู่แล้ว เพราะทุกคนคือกำลังสำคัญของประเทศเรา และก็เป็นที่น่าเสียใจที่มีการสูญเสียชีวิต ถึงแม้ว่า จะลดลงกว่าปีที่ผ่านมาแต่ไม่มาก   รัฐบาลได้พยายามทำทุกมาตรการแล้ว ส่วนที่เรียกร้องให้เพิ่มมาตรการทางกฎหมายนั้น รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ พร้อมขอให้ทุกคนสนใจกฎหมายปกติให้มากขึ้นก่อน ทั้งการสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย เมาไม่ขับ เพราะเห็นอยู่แล้ว ว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเกิดจากการเมาแล้วขับ ไม่ว่าจะมีกฎหมายมากแค่ไหน แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่จิตสำนึกในการทำให้ตนเองและครอบครัวปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QrUU6oruaXM

 913
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
18 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 เม.ย.62 ซ้อมริ้วขบวนพื้นที่จริงครั้งแรก-น้องเธียรช์เสียชีวิตที่ญี่ปุ่น-ปิยบุตรรับทราบข้อกล่าวหา

-ซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมาครเลียบพระนครในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พื้นที่จริงครั้งแรกยิ่งใหญ่งดงาม ท่ามกลางชาวไทยและต่างชาติรอชมริ้วขบวน ส่วนวันนี้มีพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม 76 จังหวัดที่วัดสุทัศน์ฯ กำหนดพระฤกษ์ 17.19 น. สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์   ถือพระฤกษ์ 17.19 น. จัดพิธีเสกน้ำอภิเษก รวม 86 คนโท เพื่อการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 18 เม.ย.นี้  ซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค ครั้งแรกยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ - กองทัพเรือซ้อมยิงสลุตหลวง   -พบแล้วน้องเธียรช์ ด.ช.วัย 14 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว หลังหายตัวจากโรงแรมกลางดึกนาน 22 ชม. ครูเผยเป็นเด็กอัจฉริยะระดับแนวหน้าของโรงเรียน เป็นลูกชายเจ้าของรร.ไดมอนด์พลาซ่า สุราษฎร์ธานี แม่โพสต์ขอบคุณความห่วงใยและกำลังใจ น้องจากไปจากสงบด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ไล่เรียงไทม์ไลน์ 'น้องเธียรช์' ด.ช.วัย 14 หายตัวก่อนพบศพที่ญี่ปุ่น ครูเผยเป็นเด็กอัจฉริยะ    -ปิยบุตรเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ บก.ปอท.ในคดีดูหมิ่นศาลและผิด พ.ร.บ.คอมฯ จากการอ่านแถลงการณ์ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ท่ามกลางแกนนำพรรคและปชช.มายืนปรบมือพร้อมชู 3 นิ้วสัญลักษณ์ต้านเผด็จการ ระบุเป็นเพียงจุดเริ่มต้นต่อสู้เพื่อ ปชต.เพื่อนำความยุติธรรมกลับสู่สังคม ไม่กังวลเรื่องคดีถือว่าเป็นเกียรติในการต่อสู้ ก่อนเข้าพบ ตร.รับทราบข้อกล่าวหา   ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา เพราะถ้อยคำเป็นเชิงวิชาการในฐานะนักกฎหมาย ตนเป็นอาจารย์สอนนิติศาสตร์มาสิบกว่าปี เคยวิจารณ์คำพิพากษาในทางวิชาการ ไม่เคยเป็นคดี แต่พอเล่นการเมืองไม่ถึงปี กลับถูกกล่าวหา แต่ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตแล้วพรรคอนาคตใหม่ตั้งมาไม่ถึงปี แต่โดนหลายคดี 'ปิยบุตร' เข้าพบ บก.ปอท.ตามหมายเรียก ปฏิเสธทุกข้อหา งงเป็นนักการเมืองไม่ถึงปีคดีเพียบ   -ไพบูลย์ นิติตะวัน แนะใช้ ส.ว.ลงมติผ่านงบประมาณแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ โดยอ้างบทเฉพาะกาลตามรธน.มาตรา 270 ชี้แม้รัฐบาลได้รับเสียง ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งไม่มาก จะบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะกม.งบประมาณแผ่นดินสามารถดำเนินการตามมาตรา 270 ได้ มั่นใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีเสียงสนับสนุนในสภามากกว่า 500 เสียง 'ไพบูลย์' เสนอใช้มาตรา 270 แก้ปมรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เชื่อลุงตู่ได้เสียงหนุนเกิน 500 เสียง    -พรรคพลังประชารัฐ สมศักดิ์ เทพสุทิน เรียกร้อง กกต.พิจารณาใบเหลือง ใบส้ม เพื่อให้เลือกตั้งซ่อม เพราะห่วงแต่เรื่องคิดคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มากเกินไป ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว อยากให้ กกต.ประกาศให้ ปชช.รับทราบโดยเร็ว   ธนกรบอกพรรคเตรียมพร้อมตั้งรัฐบาล สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ทุกอย่างเป็นไปตาม ปชต. หลายฝ่ายออกมาโทษรธน. ทั้งที่ผ่านมติ ทำเหมือนแพ้แล้วพาล ฝากถึงคนวิจารณ์หากได้เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ไม่ต้องเป็นห่วง มั่นใจสามารถบริหารได้แน่ เชื่อมือ พล.อ.ประยุทธ์ อากาศร้อนฝากให้พรรคอื่นใจเย็น มีสติ ไม่เช่นนั้นจะเป็นบ้าได้ 'สมศักดิ์' ไม่เห็นด้วยตั้งรัฐบาลแห่งชาติ จี้ กกต.แจกใบเหลือง-ใบส้ม    -โฆษกพรรคเพื่อชาติบอกนับวันยิ่งแปลกใจกับพฤติกรรมกลุ่มอยากอยู่ยาว ฝ่ายที่มี ส.ส.น้อยกว่าไม่ยอมรับเจตนารมณ์ของ ปชช.พยายามตั้งรัฐบาลแข่ง ทำทุกวิธีอย่างไม่ละอาย ทำฟาร์มงูเห่า ปล่อยข่าวเท็จ ทำทุกวิธีให้ผู้ชนะท้อถอย   -กสทช.ขีดเส้น 10 พ.ค. วันสุดท้ายยื่นคืนช่องทีวีดิจิทัลและค่ายมือถือยื่นขอขยายงวดจ่ายใบอนุญาตคลื่น 900 MHz จาก 4 งวดเป็น 10 งวด ฐากรชี้แจงว่า กสทช.จะสรุปหลักเกณฑ์การชดเชยคืนช่องปลายเดือน พ.ค. แนะผู้ประกอบการขอใช้สิทธิ์คืนช่องไว้ก่อน ถ้าไม่พอใจเกณฑ์เยียวยาขอยกเลิกไม่คืนช่องได้ ด้านอสมท.คาดมี 7-8 ช่องขอคืน ช่องรายการเด็กอาจคืนหมด เพราะไม่มีรายได้   ส่วน 3 ค่ายเอไอเอส-ทรู-ดีแทค ต้องยื่นขอขยายเวลาจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ภายใน 10 พ.ค. มีเงื่อนไขต้องร่วมประมูลคลื่น 700 MHz รองรับ 5G ที่จะเปิดประมูล มิ.ย.นี้ หากไม่เข้าประมูลต้องกลับไปจ่ายจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ตามเงื่อนไขเดิม ขณะที่ทั้ง 3 ค่ายยังลังเลจะร่วมประมูลหรือไม่ กสทช.ขีดเส้น 10 พ.ค. วันสุดท้ายยื่นคืนช่องทีวีดิจิทัล - ค่ายมือถือยื่นขอขยายจ่ายค่าคลื่น 900    -ครม.มีมติสร้างรันเวย์ที่ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ งบ 21,795 ล้านบาทเริ่มสร้างปีนี้ แล้วเสร็จปี 65 เบ็ดเสร็จรวม 3 รันเวย์ รองรับผู้โดยสารได้ 94 เที่ยวบิน/ชั่วโมง มากกว่า 90 ล้านคนต่อปี ครม.ไฟเขียวสร้างรันเวย์ที่ 3 สุวรรณภูมิ คาดแล้วเสร็จปี 65 รองรับผู้โดยสาร 90 ล้านคน/ปี   -สำนักงานเขตบางเขนสั่งปิดร้านหมูกระทะแก๊สระเบิด ถ้าเปิดใหม่ห้ามใช้แก๊สกระป๋อง ใช้ได้เฉพาะเตาถ่าน-เตาไฟฟ้า อ้างข้อกำหนดแก๊สกระป๋องไม่สามารถใช้บนโต๊ะอาหารได้ เจ้าของร้านยันอุปกรณ์ใหม่ทุกอย่าง ไม่เคยนำแก๊สกระป๋องกลับมาใช้ใหม่ เชื่อสาเหตุเกิดจากความร้อนสูง ขอรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล-ทำขวัญลูกค้า สั่งปิดร้านหมูกระทะแก๊สกระป๋อง ถ้าเปิดใหม่ต้องใช้เตาถ่าน-เตาไฟฟ้า เจ้าของร้านยันไม่เคยใช้แก๊สอัดซ้ำ   -เสี่ยเบนซ์เมาแล้วขับ เข้าขอขมาแม่ พ.ต.ท. ลั่นเลิกเหล้าตลอดชีวิต ขอบวชหน้าไฟอุทิศส่วนกุศลให้ ลูกสาวคนโตรับศพพ่อแม่ ยังทำใจไม่ได้ ยังไม่คิดเรื่องกลับเรียนต่อ ขอดูแลอาการน้องสาวให้ดีก่อน ด้านน้องอาการดีขึ้น เขียนตอบโต้ได้ ถามหาพ่อแม่ ญาติสะเทือนใจไม่กล้าบอกความจริง 'เสี่ยเบนซ์' กราบขอขมาศพ รองตี๋และภรรยา ขอบวชหน้าไฟ-ดูแลทายาทตลอดชีวิต ลูกสาวอาการดีขึ้น เขียนถามหาป๊ากับแม่   -รองโฆษกอัยการสูงสุดยันลงโทษสถานหนัก แจ้งข้อหาพวกโจ๋เมากร่างบุกตีกันในรพ. มองเป็นพฤติกรรมท้าทายกฎหมาย ต้องฟ้องโทษสถานหนักและพ่วงข้อหาอื่น บอกกร่างให้สุดแล้วไปหยุดที่เรือนจำ อัยการซัดโจ๋ตีกันใน รพ. ต้องฟ้องโทษสถานหนัก 'กร่างให้สุด.. แล้วไปหยุดที่เรือนจำ'   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YsNMRo1p-jE

 5,127
สังคม-อาชญากรรม
17 เม.ย. 62

ลูกสาวคนเล็ก รอง ผกก. เหยื่อ ‘เสี่ยเบนซ์’ เมาแล้วขับ รู้สึกตัว-ตอบสนองได้แล้ว เขียนใส่กระดาษถาม พ่อแม่อยู่ไหน

เคลื่อนศพ พ.ต.ท.จตุพร-ภรรยา เหยื่อเสี่ยเบนซ์เมาแล้วขับ บำเพ็ญกุศลที่วัด ญาติเผยอาการลูกสาวคนเล็กยังรักษาตัวที่ในห้องไอซียู ขณะนี้รู้สึกตัว-ตอบสนองได้แล้ว สื่อสารได้ด้วยการเขียนข้อความในกระดาษ โดยคำแรกที่เขียนคือ “พ่อ แม่ อยู่ไหน”   จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาววัย 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส   ความคืบหน้าวันที่ 17 เม.ย. 62 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ครอบครัวของ พ.ต.ท.จตุพร และ นางนุชนาถ งามสุวิชชากุล ได้ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณจากจุดเกิดเหตุ   ขณะที่ช่วงบ่าย ครอบครัวได้รับศพ พ.ต.ท.จตุพร และนางนุชนาฏ ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีนางสาวศุชวิชญ์ อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโตที่กลับจากการเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศอเมริกาอย่างกระทันหันหลังทราบข่าว รับศพพ่อ และแม่ ซึ่งนางสาวศุชวิชญ์ ยังอยู่ในอาการเสียใจ ร้องไห้ตลอดเวลา   น.ส.ขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ ป้าของ ด.ญ.พิญาภา งามสุขวิชชากุล อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเล็กของรองผู้กำกับ ที่ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เปิดเผยว่า หลานสาวรู้สึกตัว และตอบสนองได้แล้ว โดยสามารถสื่อสารได้ด้วยการเขียนข้อความในกระดาษ โดยคำแรกที่หลานสาวเขียนคือ “พ่อ แม่ อยู่ไหน” ซึ่งคนในครอบครัวยังไม่สามารถบอกข้อเท็จจริงกับหลานสาวได้ โดยบอกว่า พ่อ แม่ รักษาตัวอยู่ไม่สามารถมาเยี่ยมได้    ส่วนสภาพจิตใจของลูกสาวคนโต ที่ต้องกลับมาจากประเทศอเมริกากระทันหัน ในระหว่างเรียนแลกเปลี่ยน ยังมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'เสี่ยเบนซ์' หวังได้รับการให้อภัย เผยจะดูแลลูกสาวคนตายอย่างดีที่สุด - 'รองโฆษกอัยการ' เสนอแก้กม.เพิ่มโทษประหาร    

 18,410
ข่าวภูมิภาค
17 เม.ย. 62

เผยนาทีระทึก กระบะเมาแล้วขับพุ่งชนเด็ก ขณะเล่นน้ำสงกรานต์หน้าบ้าน

อุบลราชธานี-มีภาพจากกล้องวงจร กลุ่มเด็กๆเล่นน้ำหน้าบ้านใน อ.ดอนมดแดง จู่ๆมีรถยนต์กระบะ วิ่งมาด้วยความเร็ว เสียหลักลงไหลทางอีกฝั่งของบ้าน และเสียหลักวิ่งเข้ามาชนพื้นที่เล่นน้ำของเด็กๆ ที่กำลังสนุกสนานตามประสาอีกฝั่ง แต่ดีที่กลุ่มเด็กๆ มองเห็นรถที่กำลังจะพุ่งเข้ามาชน และพากันวิ่งหนีชีวิตกันแบบคนละทิศละทาง แต่ก็ด้วยความเร็วและแรงรถ ทำให้เด็กหลานคนได้รับบาดเจ็บจากสิ่งของ แรงกระแทกจากตัวรถ ได้รับบาดเจ็บกันไปเล็กน้อย   ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ คนขับรถชาย เสื้อสีน้ำเงิน ออกมาจากรถ ดูสภาพเมาสุราแทบจะยืนไม่อยู่ และยังมายกมือไหว้ขอโทษ และพูดแบบลิ้นรัว จึงอยากฝากเตือนผู้ขับขี่ว่า เมาแล้วห้ามขับ เพราะก่อให้เกิดอุบัติเหตุเสี่ยงตาย ในนาทีชีวิตเช่นนี้มักไม่รอดปลอดภัยเสมอไป พร้อมฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับเรื่องคดีความ ให้ดำเนินคดีอย่างสูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xHrSV2u5IAs

 8,501
สังคม-อาชญากรรม
17 เม.ย. 62

ครอบครัวตร.เหยื่อเสี่ยเบนซ์เมาซิ่ง ขอจัดงานศพให้เสร็จ ก่อนเจรจาคู่กรณี แพทย์เตรียมผ่าสมองลูกสาวคนเล็ก

ความคืบหน้า กรณี นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ก่อเหตุเมาแล้วขับ รถเบนซ์ อี 250 สีบรอนซ์ ชนรถยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว ทำให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กองกำกับการ2 กองปราบปราบ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล ภรรยา เสียชีวิตในเวลาต่อมา และ ด.ญ.พิญาภา งามสุวิชชากุล อายุ 12 ปี ลูกสาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา   ล่าสุดเช้าวันนี้ 17 เม.ย.ทางครอบครัวจะติดต่อเข้ารับศพ  พ.ต.ท.จตุพรและภรรยา ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช ไปบำเพ็ญกุศล ที่ศาลา 5 วัดตรีทศเทพ และจะทำพิธีรดน้ำศพ ในเวลา 16.00 น. และสวดอภิธรรมศพเป็นคืนแรก โดยมีตำรวจกองปราบปรามเป็นเจ้าภาพ โดยจะมีการสวดทั้งหมด 3 คือ ตั้งแต่วันที่ 17 - 19 เม.ย. และจะฌาปนกิจในวันที่ 20 เม.ย.   ส่วนอาการบาดเจ็บของ ด.ญ.พิญาภา หรือ น้องแพรว บุตรสาวพ.ต.ท.จตุพร ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่พักรักษาตัว ในห้องไอซียู รพ.กรุงเทพ โดยญาติกล่าวว่า อาการ น้องแพรวดีขึ้น ซึ่งแพทย์ต้องเฝ้าประเมินอาการทุก1  ชั่วโมง และในสัปดาห์นี้ ทีมแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดสมอง เนื่องจากตอนนี้ อาการตอนนี้สมองยังบวมอยู่ กระโหลกร้าว จึงไม่สามารถผ่าตัดสมองได้   ทางญาติก็ได้มีการจัดเปลี่ยนเวรเฝ้ากันอยู่ตลอด โดยอาการของน้องแพรว ทุกครั้งที่เข้าไปเยี่ยม จะพูดคุยกับน้อง บางครั้งน้องแพรวก็ขยับนิ้วมือ ซึ่งถือเป็นสัญญาณชีพที่ดี   ส่วนสภาพจิตใจของ น.ส.ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโต ตอนนี้ก็กำลังปรับตัว ซึ่งได้มีการเข้าเยี่ยมน้องสาวและยังอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ   สำหรับการดำเนินคดีนั้น นายสมชาย เสี่ยขับเบนซ์ พร้อมกับครอบครัว ก็ได้เดินทางเข้ามาติดตามอาการทุกวัน โดยนายสมชาย ได้มาเซ็นเอกสารรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของน้องแพรวทั้งหมด ส่วนเรื่องการดูแลรับผิดชอบส่วนอื่นๆ ทาวครอบครัวยังไม่ได้มีการพูดคุยกันรอจัดการงานศพเสร็จสิ้นก่อน   ด้าน พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผู้กำกับ สน.ศาลาแดง จะเรียกประชุมพนักงานสอบสวนในคดีนี้ โดยในส่วนของการสอบปากคำและตรวจหลักฐาน ฝั่งของนายสมชายผู้ก่อเหตุ เรียบร้อยแล้ว เหลือการสอบปากคำ ฝั่งผู้เสียชีวิต  ซึ่งคดีนี้ไม่มีความซับซ้อนเพราะหลักฐานชัดเจนว่าผู้ก่อเหตุ เมาแล้วขับ และเจ้าตัวก็รับสารภาพ  โดยถูกดำเนินคดีทั้งหมด 5 ข้อหา   1.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส 3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 4.กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5.กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงสาหัส   หลังจากนี้พนักงานสอบสวน สรุปสำนวนคดี ส่งฟ้องศาล ซึ่งทางศาลได้นัดหมายให้นายสมชายไปรายงานวันที่ 25 เม.ย.นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E7kL-nUZMZk

 4,119
สังคม-อาชญากรรม
17 เม.ย. 62

เมาแล้วขับ 5 วันสงกรานต์ 62 ศาลสั่งคุมประพฤติกว่า 8 พันคดี ภาคอีสานโดนเพียบ

คสช.แถลงจากมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ เฉพาะในวันที่ 15 เมษายน 2562 พบการกระทำความผิดรถของจักรยานยนต์ 45,508 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 1,166 คัน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 42,696 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 2,291 คน ยึดรถยนต์ 457 คัน   โดยตลอด 5วันที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 5,318 คัน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,907 คัน และรถยนต์ 1,411คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 104,279 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 73,139 คน   ด้านกรมคุมประพฤติ เผยสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในช่วงควบคุมเข้มงวดของวันที่ 15 เม.ย. 2562 มีจำนวนสูงถึง 4,264 คดี แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 4,262 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.95 คดีขับรถประมาท 2 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.05   นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราสูงถึง 203 ราย โดยส่วนใหญ่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ตั้งแต่เวลา 22.00 – 04.00 นาฬิกา เป็นเวลา 7-15 วัน คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง เป็นต้น ส่วนยอดสะสมกรณีที่ศาลสั่งใช้อุปกรณ์ EM ในช่วง 5 วัน (11-15 เม.ย. 2562) มีทั้งสิ้น 389 ราย แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 387 ราย คดีขับเสพ 2 ราย   สำหรับยอดสะสมสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วง 5 วัน (11-15 เม.ย. 2562) มีทั้งสิ้น 8,383 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 8,222 คดี คิดเป็นร้อยละ 98.08 คดีขับเสพ 150 คดี คิดเป็นร้อยละ 1.79 คดีขับรถประมาท 11 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.13   ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม 596 คดี กรุงเทพมหานคร 480 คดี และจังหวัดนครพนม 440 คดี   ทั้งนี้ จากสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดที่มีสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราสูง จะอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ มหาสารคาม นครพนม สกลนคร ขอนแก่น มุกดาหาร สุรินทร์ หนองคาย นครราชสีมา กาฬสินธุ์ และ จ.เลย เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EV5BuBQHJBM

 834
สังคม-อาชญากรรม
16 เม.ย. 62

สถิติ 7 วันอันตราย สะสม 4 วัน เสียชีวิต 237 ราย เจ็บ 2,322 คน จับเมาแล้วขับ 3,908 คดี

สถิติศาลสั่งคุมความประพฤติ ช่วงสงกรานต์ 2562 ตั้งแต่วันที่ 11-14 เมษายน รวมแล้วมีคดีคุมประพฤติ 4,067 คดี เมาแล้วขับ 3,908 คดี ขับเสพ 150 คดี และขับรถประมาท 9 คดี จับเมาแล้วขับมากสุดที่จังหวัดมหาสารคาม ศาลสั่งติดกำไล EM คุมเมาแล้วขับ 184 ราย     ขณะที่ สถิติ 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 11-14 เมษายน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือนครศรีธรรมราช โดยทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตรวม 237 ราย เจ็บ 2,322 คน

 644

Top