ค้นหา :

ผลการค้นหา "เมาแล้วขับ"

สังคม
21 ก.พ. 63

ฟังอีกมุม! คลิปเสียงเพื่อนคุยกัย ตร. กรณีหนุ่มขับย้อนศรล้มชนเสาไฟฟ้าดับ - ปู่ผู้ตายรับหลานผิด แต่ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่

ปู่หนุ่มถูกตำรวจถีบรถล้ม ศีรษะฟาดเสาเสียชีวิต ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ยอมรับหลานทำผิด แต่ตำรวจก็ทำเกินกว่าเหตุ ด้าน ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง ยันไม่มีใครถีบผู้เสียชีวิต ส่วนความคืบหน้าทางคดี รอญาติมาให้ปากคำ   โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแยก ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตรงข้ามห้างโลตัส อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี วันเกิดเหตุนายพิษณุ โผนสู้ศึก ผู้เสียชีวิต พร้อมเพื่อนรวม 3 คน ได้ไปดื่มกินกันที่ร้านอาหาร ย่านถนนบางกรวย-ไทรน้อย หลังร้านปิดตอนตี 2 ได้ขี่รถตามกันมา 3 คัน ก่อนจะมาเกิดเหตุสลดขึ้น    ซึ่งนายศศินะ ทองอ่อน อายุ 33 ปี เพื่อนของผู้ตาย ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า หลังขี่รถออกจากร้าน ไปถึงจุดเกิดเหตุ เห็นตำรวจตั้งด่านอยู่ จึงรีบกลับรถหนี ปรากฏว่า หลังกลับรถหนีแล้วก็มีตำรวจยืนดักอยู่ 4 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นวิ่งเข้ามา ใช้กระบองฟาดหัวผู้ตาย 1 ครั้ง แต่เพื่อนหลบทัน จากนั้นตำรวจอีก 1 นาย ใช้เท้าถีบไปที่แขนซ้ายของผู้ตาย ทำให้รถล้ม หัวไปฟาดกับโคนเสาป้ายบอกทางเสียชีวิตคาที่    เรื่องที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่าผิด ที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ อีกทั้งยังขับรถย้อนศรอีก แต่ครั้งนี้ตำรวจทำเกินไปจริง ๆ หลังจากเกิดเหตุ ตำรวจคนที่ถีบเพื่อนก็หายไป ทิ้งให้เพื่อนนอนจมกองเลือด ไม่มาดูดำดูดี ตำรวจบอกแต่ว่า "ทำผิดต้องจับ" แต่ตนเห็นว่า ถ้าจะจับ ถีบแล้วต้องรอจับ ไม่ใช่ถีบแล้วหนีไป จึงอยากเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชา ออกมาเเสดงความรับผิดชอบกับการกระทำของลูกน้องด้วย    ทีมข่าวมีคลิปเสียงที่เพื่อนผู้เสียชีวิต คุยกับตำรวจที่ด่าน หลังจากเกิดเหตุแล้ว ซึ่งเพื่อน ๆ พยายามเรียกหาให้ตำรวจคนที่ถีบ และคนที่เอากระบองตี มารับผิดชอบ แต่ทั้ง 2 คน หายไปจากจุดเกิดเหตุแล้ว ไปฟังเสียงบางช่วงบางตอน   พันตำรวจเอกสิรภพ อนุศิริ ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง เผยว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าไม่มีใครโดดถีบรถผู้ตาย ตำรวจเห็นผู้ตายกำลังเลี้ยวรถย้อนศร จึงวิ่งมาดักหน้ารถเท่านั้น แต่ด้วยความเร็วทำให้ รถเสียหลักชนฟุตบาท และไถลไปกว่า 10 เมตร    ด้านนายธงไชย โผนสู้ศึก อายุ 81 ปี ปู่ผู้เสียชีวิต บอกว่า ยอมรับหลานผิดที่เมา และขี่รถหนีด่านตรวจ แต่ตำรวจก็ทำเกินกว่าเหตุ ทั้งเอากระบองตี ก่อนใช้เท้าถีบ จนรถล้มเสียชีวิต ผู้กำกับอยู่ในโรงพักไม่เห็นเหตุการณ์ อย่าช่วยเหลือลูกน้อง หลานเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ต้องมาจบชีวิตลง วันนี้แค่อยากขอความเป็นธรรม ให้ตำรวจที่ทำผิดต้องได้รับโทษ

 7,918
สังคม
21 ก.พ. 63

ตร.แจงไม่มีใครถีบ จยย.หนุ่มเมาย้อนศรหนีด่าน ปู่ผู้ตายลั่นหากไม่เป็นธรรมจะร้องเรียนไปถึงนายกฯ

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 20 ก.พ.63 พ.ต.ต.ชัยภัทร วิลาศรี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจยย.ชนเสาเกาะกลางถนน มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย เหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานต่างระดับข้ามเเยกถนนบางกรวย-ไทรน้อย ขาออก ตรงข้ามห้างโลตัส  อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง เเพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบ     ที่เกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณป้ายบอกทางตรงจุดกลับรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายพิษณุ โผนสู้ศึก อายุ 28 ปี สภาพศพ นอนคว่ำหน้า กะโหลกศีรษะเเตก สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ110i สีขาวดำ ล้มคว่ำในลักษณะตะเเคง ได้รับความเสียหายเล็กน้อย     จากการสอบสวน นายศศินะ ทองอ่อน อายุ33ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ตายเเละเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ได้ให้การว่า ตนพร้อมเพื่อนอีก 3 คน นั่งดื่มกินกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เมื่อร้านปิดตนพร้อมเพื่อนได้ออกจากร้านดังกล่าวประมาณ 02.00 น. จากนั้นก็ขับขี่รถ จยย.ตามกันมารวมทั้งสิ้น 3 คัน ซึ่งคันของผู้ตายเเละคันของเพื่อนมากันเพียงคันละ 1 คน ส่วนตนมีแฟนนั่งซ้อนท้ายมาด้วย เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดกลับรถใต้สะพานพวกตนสังเกตเห็นตำรวจ สภ.บางบัวทอง ตั้งด่าน จึงรีบหันหัวรถกลับ ตอนนั้นไม่ทันได้สังเกตว่ามีตำรวจยืนอยู่ตรงจุดที่ตนกำลังจะย้อนศรจำนวน 4 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นได้วิ่งเข้ามาหาพวกตน และใช้ไม้กระบองฟาดมาที่หัวของผู้ตาย 1 ครั้ง แต่ผู้ตายหลบได้ทัน จากนั้นตำรวจอีก 1 นาย ได้วิ่งมาดักรอตรงจุดเกิดเหตุ และได้ใช้เท้าถีบไปที่บริเวณแขนข้างซ้ายของผู้ตาย จึงทำให้รถของผู้ตายเสียหลักล้มลง ศีรษะไปฟาดกับโคนเสาป้ายบอกทาง เสียชีวิตคาที่       ล่าสุดทางพันตำรวจสิรภพ อนุสิริ ผู้กำกับ สภ.บางบัวทองบอกว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่มีใครกระโดดถีบรถของผู้ตาย ตำรวจเห็นผู้ตายกำลังเลี้ยวรถย้อนศร ก็เลยวิ่งมาดักหน้ารถเท่านั้นแต่ด้วยความเร็วทำให้เสียหลักไปชนฟุตบาท แล้วไถลไปไกลกว่า 10 เมตร ทำให้หัวไปชนกับป้ายบอกทางแล้วเสียชีวิต        ขณะที่นายธงไชย โผนสู้ศึก อายุ 81 ปี ปู่ของผู้ตายบอกว่า ยอมรับว่าหลานผิดที่เมาและขี่รถหนีด่านตรวจ แต่ตำรวจก็ทำเกินกว่าเหตุ ทั้งเอากระบองตีก่อนจะใช้เท้าถีบจนรถล้มเสียชีวิต ผู้กำกับอยู่ที่โรงพักไม่เห็นเหตุการณ์อย่าช่วยเหลือลูกน้อง ตัวเองไม่ค่อยบอกว่าไม่ติดใจเอาความ คนตายทั้งคน ไม่ใช่หมูไม่ใช่หมาถึงไม่จะเอาเรื่อง หากเรื่องนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม จะร้องเรียนไปถึงนายกรัฐมนตรี     ด้านภรรยาผู้ตาย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุไม่เห็นมีลางสังหรณ์อะไร โดยสามีขอไปนอนบ้านเพื่อน และเชื่อว่าเพื่อนสนิทของสามีไม่โกหกแน่นอน ตอนนี้อยากรู้ความจริงจากทางตำรวจ     ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด ซึ่งต้องรอการตรวจสอบกล้องหน้ารถประชาชนที่สัญจรไปมา บริเวณและช่วงเวลาที่เกิดเหตุ รวมถึงพยานคนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-tJX525oyXM

 3,774
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.พ. 63

เปิดคลิป ดร.เมาแล้วขับ ขู่ตร.ขณะเป่าแอลกอฮอล์ เหยื่อโดนชนเผยยังไม่ได้คำขอโทษ ด้านน้องสาวขู่ฟ้องคนแพร่คลิป

ความคืบหน้า ชายวัย 48 ปี ซึ่งเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยราชภัฎชื่อดัง และมีดีกรีเป็นถึงด็อกเตอร์  ขับรถยนต์ชนรถสายตรวจสภ.พระประแดง และชาวบ้านใกช้ที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา   มีช่วงหนึ่งที่น้องสาวของ ดร.รายนี้ เข้ามาต่อเถียงกับตำรวจลักษณะคล้ายจะขัดขวาง ไม่ให้ตำรวจควบคุมตัวพี่ชาย จนเกิดการต่อเถียงกันและน้องสาวดร.คนนี้ก็อ้างว่า ถูกตร.ทำร้ายร่างกายจะฟ้องดำเนินคดี   พลตำรวจตรี ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ  เปิดเผยว่า เรื่องนี้ ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย สั่งตั้งทีมสอบสวนเพื่อคลี่คลายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และได้ส่งหมายเรียกให้น้องสาวของดร.รายนี้ มาพบตำรวจให้ข้อมูลกับเรื่องที่เกิดขึ้น และรวบรวมหลักฐานใช้พิจารณาว่า น้องสาวของ ดร.เข้าข่ายเจตนาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจหรือไม่   หากพบว่าเข้าข่ายและมีเจตนาก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยวันเกิดเหตุ หญิงสาวคนดังกล่าวได้เข้ามาลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อขอดำเนินคดีกับตำรวจในข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งทั้งหมดมีพยานเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก และมีคลิปหลักฐานจำนวนมากทั้งจากประชาชน จากสื่อมวลชน และชาวบ้านที่ประสบเหตุ สำหรับตร.ที่ได้รับบาดเจ็บก็อาการดีขึ้น ซึ่งได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้รและให้ขวัญกำลัใจกับตำรสจทั้งสองนาย   ทางด้านพ.ต.อ.วิชัย ยุติธรรม หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง กล่าวว่า ในส่วนของ ดร.คนดังกล่าวได้ตั้งข้อหาเมาแล้วขับ, ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินของทางราชการและผู้อื่นได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ, ต่อสู้และขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และหากการสอบสวนพบว่าเข้าข่ายข้อหาอื่นร่วมด้วย ก็จะตั้งข้อหาเพิ่มทันที   ด้าน พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล ผู้กำกับการ สภ.พระประแดง กล่าวว่า คดีนี้ยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อพนักงานอัยการ เนื่องจากยังต้องรอตรวจสอบสภาพรถที่เสียหาย สอบพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายในส่วนของผู้บาดเจ็บ และทรัพย์สินที่เสียหายด้วย และจนถึงขณะนี้ทั้งสองพี่น้อง ยังไม่มีการติดต่อเพื่อจะเข้ามาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ขณะที่  พ.ต.ต อดุลย์ มงคลเจริญ สวป.สภ.พระประแดง นายตำรวจที่อยู่ในคลิป ตัดสินใจ แจ้งความดำเนินคดีกับน้องสาวดร.รายนี่ ในข้อหาขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และอาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทอีกข้อหาด้วย โดยหลังจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานในการเอาผิดหญิงคนดังกล่าวเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคม   ขอยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายใครตอนแรก ที่เกิดเหตุดร.รายนี้ ไม่ได้มีท่าทีก้าวร้าว แต่พอน้องสาวมา ดร.ก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ไว้ นั่งจับพวงมาลัย มีลักษณะคล้ายจะขับรถออกไป ตนเลยคิดว่าจะไปได้ยังไง ในเมื่อยังไม่ได้ตรวจวัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ตนก็เลยเอื้อมมือไปจับแขนของฝ่ายชายไว้ จากนั้น ฝ่ายหญิงก็เข้ามาแทรกแล้วก็เกิดเหตุการณ์ตามในคลิป   ในส่วนของมูลนิธิเมาไม่ขับ นายแพทย์ แท้จริง ศิริพานิช  เลขามูลนิธิ เมาไม่ขับ ก็นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้ขวัญกำลังใจตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยในส่วนของมูลนิธิก็จะทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยที่ดร.คนนี้สอนอยู่ให้พิจารณาถึงบทลงโทษการกระทำดังกล่าว   ด้านป้าอ๊อด หนึ่งในผู้บาดเจ็บเล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเช็คอาหารในร้าน แต่ก็เห็นรถยนต์ของดร.คนนี้ขับมาไวมากเหมือนมัจจุราชพุ่งเข้ามาอย่างแรง ชยรถจยย.ตร.ล้มคว่ำ ร่างของตร.นอนกลางถนน และรถของดร.ก็ไถลมาชนร้านของตน ตนกระโดดหลบได้รับบาดเจ็บ ตอนนั้นคิดว่าตร.อาจจะเสียชีวิตเพราะชนแรงมาก ช่วงแรกไม่มีเหตุวุ่นวายอะไร   แต่พอน้องสาวของดร.คนนี้มาถึง ก็มีเสียงทะเลาะกัน และเห็นดร.คนก่อเหตุไปนั่งในรถน้องสาว และก็เกิดการโต้เถียง ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน ทุกอย่างก็เป็นไปตามคลิป ตร.ใจเย็นมาก จนถึงขณะนี้ตนก็ไม่ได้รับคำขอโทษจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นอาจารย์และเป็นดร. ก็ตกใจอีก เป็นถึงระดับนี้มากินเหล้าแล้วขับรถทำแบบนี้แล้วจะไปสอนคนอื่นยังไง   ทางด้าน ดร.คนนี้ มีคลิปช่วงระหว่างการเป่าวัดระดับแอลกอลฮอล์ พบว่า ดร.คนนี้พูดกับตร.ว่า "เดี๋ยวดูก่อนว่าใครเป็นใคร ผมเป็นอาจารย์ น้องสาวกำลังฟ้องอยู่ พี่มีลูกสาวไหม ตีสักแปะยังไม่เคย ไม่ต้องห่วงนะมีอะไรเจอกันอยู่แล้ว ทำไปเพื่ออะไร เพื่อความสะใจเหรอ ผมสอนตร.มาเยอะนะ ตร.ยุคใหม่ ตร.สัญญาบัตรด้วย ความคิดแบบนี้ไปไกลๆ"   ส่วนทางด้านน้องสาวดร.คนนี้ ไม่ขอให้สัมภาษณ์สื่อ แต่บอกข้อมูลว่า ถูกตร.ทำร้ายจริง และวันเกิดเหตุพี่ชายไม่ได้คิดจะหนี แต่ขึ้นไปนั่งบนรถและรถก็ไม่ได้สตาร์ทเครื่อง ตร.อาจจะเข้าใจผิดและคลิปที่ปรากฎก็เป็นแค่บางส่วนเท่านั้น และหากมีการนำข้อความหรือเสียงและภาพไปลงข่าวก็จะฟ้องร้องสื่อมวลชนทั้งหมด   นอกจากนี้ในช่วงที่เกิดเหตุตอนชุลมุนที่สภ.พระประแดง ก็ยังมีหญิงอ้างตัวเป็นทนายความ มาขอให้สื่อที่บันทึกภาพเหตุการณ์ลบคลิป และขอคลิปทั้งหมด แต่สื่อมวลชนสำนักนี้บอกให้ทนายติดต่อทางสถานี เพราะเป็นการทำงานขอสื่อมวลชน  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-3Fwt2Kzmg

 162,017
สังคม
21 ก.พ. 63

เปิดคลิป ดร.เมาแล้วขับ ขู่ตร.ขณะเป่าแอลกอฮอล์ เหยื่อโดนชนเผยยังไม่ได้คำขอโทษ ด้านน้องสาวขู่ฟ้องคนแพร่คลิป

ความคืบหน้า ชายวัย 48 ปี ซึ่งเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยราชภัฎชื่อดัง และมีดีกรีเป็นถึงด็อกเตอร์  ขับรถยนต์ชนรถสายตรวจสภ.พระประแดง และชาวบ้านใกช้ที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา   มีช่วงหนึ่งที่น้องสาวของ ดร.รายนี้ เข้ามาต่อเถียงกับตำรวจลักษณะคล้ายจะขัดขวาง ไม่ให้ตำรวจควบคุมตัวพี่ชาย จนเกิดการต่อเถียงกันและน้องสาวดร.คนนี้ก็อ้างว่า ถูกตร.ทำร้ายร่างกายจะฟ้องดำเนินคดี   พลตำรวจตรี ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ  เปิดเผยว่า เรื่องนี้ ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย สั่งตั้งทีมสอบสวนเพื่อคลี่คลายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และได้ส่งหมายเรียกให้น้องสาวของดร.รายนี้ มาพบตำรวจให้ข้อมูลกับเรื่องที่เกิดขึ้น และรวบรวมหลักฐานใช้พิจารณาว่า น้องสาวของ ดร.เข้าข่ายเจตนาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจหรือไม่   หากพบว่าเข้าข่ายและมีเจตนาก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยวันเกิดเหตุ หญิงสาวคนดังกล่าวได้เข้ามาลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อขอดำเนินคดีกับตำรวจในข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งทั้งหมดมีพยานเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก และมีคลิปหลักฐานจำนวนมากทั้งจากประชาชน จากสื่อมวลชน และชาวบ้านที่ประสบเหตุ สำหรับตร.ที่ได้รับบาดเจ็บก็อาการดีขึ้น ซึ่งได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้รและให้ขวัญกำลัใจกับตำรสจทั้งสองนาย   ทางด้านพ.ต.อ.วิชัย ยุติธรรม หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง กล่าวว่า ในส่วนของ ดร.คนดังกล่าวได้ตั้งข้อหาเมาแล้วขับ, ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินของทางราชการและผู้อื่นได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ, ต่อสู้และขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และหากการสอบสวนพบว่าเข้าข่ายข้อหาอื่นร่วมด้วย ก็จะตั้งข้อหาเพิ่มทันที   ด้าน พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล ผู้กำกับการ สภ.พระประแดง กล่าวว่า คดีนี้ยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อพนักงานอัยการ เนื่องจากยังต้องรอตรวจสอบสภาพรถที่เสียหาย สอบพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายในส่วนของผู้บาดเจ็บ และทรัพย์สินที่เสียหายด้วย และจนถึงขณะนี้ทั้งสองพี่น้อง ยังไม่มีการติดต่อเพื่อจะเข้ามาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ขณะที่  พ.ต.ต อดุลย์ มงคลเจริญ สวป.สภ.พระประแดง นายตำรวจที่อยู่ในคลิป ตัดสินใจ แจ้งความดำเนินคดีกับน้องสาวดร.รายนี่ ในข้อหาขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และอาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทอีกข้อหาด้วย โดยหลังจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานในการเอาผิดหญิงคนดังกล่าวเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคม   ขอยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายใครตอนแรก ที่เกิดเหตุดร.รายนี้ ไม่ได้มีท่าทีก้าวร้าว แต่พอน้องสาวมา ดร.ก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ไว้ นั่งจับพวงมาลัย มีลักษณะคล้ายจะขับรถออกไป ตนเลยคิดว่าจะไปได้ยังไง ในเมื่อยังไม่ได้ตรวจวัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ตนก็เลยเอื้อมมือไปจับแขนของฝ่ายชายไว้ จากนั้น ฝ่ายหญิงก็เข้ามาแทรกแล้วก็เกิดเหตุการณ์ตามในคลิป   ในส่วนของมูลนิธิเมาไม่ขับ นายแพทย์ แท้จริง ศิริพานิช  เลขามูลนิธิ เมาไม่ขับ ก็นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้ขวัญกำลังใจตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยในส่วนของมูลนิธิก็จะทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยที่ดร.คนนี้สอนอยู่ให้พิจารณาถึงบทลงโทษการกระทำดังกล่าว   ด้านป้าอ๊อด หนึ่งในผู้บาดเจ็บเล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเช็คอาหารในร้าน แต่ก็เห็นรถยนต์ของดร.คนนี้ขับมาไวมากเหมือนมัจจุราชพุ่งเข้ามาอย่างแรง ชยรถจยย.ตร.ล้มคว่ำ ร่างของตร.นอนกลางถนน และรถของดร.ก็ไถลมาชนร้านของตน ตนกระโดดหลบได้รับบาดเจ็บ ตอนนั้นคิดว่าตร.อาจจะเสียชีวิตเพราะชนแรงมาก ช่วงแรกไม่มีเหตุวุ่นวายอะไร   แต่พอน้องสาวของดร.คนนี้มาถึง ก็มีเสียงทะเลาะกัน และเห็นดร.คนก่อเหตุไปนั่งในรถน้องสาว และก็เกิดการโต้เถียง ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน ทุกอย่างก็เป็นไปตามคลิป ตร.ใจเย็นมาก จนถึงขณะนี้ตนก็ไม่ได้รับคำขอโทษจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นอาจารย์และเป็นดร. ก็ตกใจอีก เป็นถึงระดับนี้มากินเหล้าแล้วขับรถทำแบบนี้แล้วจะไปสอนคนอื่นยังไง   ทางด้าน ดร.คนนี้ มีคลิปช่วงระหว่างการเป่าวัดระดับแอลกอลฮอล์ พบว่า ดร.คนนี้พูดกับตร.ว่า "เดี๋ยวดูก่อนว่าใครเป็นใคร ผมเป็นอาจารย์ น้องสาวกำลังฟ้องอยู่ พี่มีลูกสาวไหม ตีสักแปะยังไม่เคย ไม่ต้องห่วงนะมีอะไรเจอกันอยู่แล้ว ทำไปเพื่ออะไร เพื่อความสะใจเหรอ ผมสอนตร.มาเยอะนะ ตร.ยุคใหม่ ตร.สัญญาบัตรด้วย ความคิดแบบนี้ไปไกลๆ"   ส่วนทางด้านน้องสาวดร.คนนี้ ไม่ขอให้สัมภาษณ์สื่อ แต่บอกข้อมูลว่า ถูกตร.ทำร้ายจริง และวันเกิดเหตุพี่ชายไม่ได้คิดจะหนี แต่ขึ้นไปนั่งบนรถและรถก็ไม่ได้สตาร์ทเครื่อง ตร.อาจจะเข้าใจผิดและคลิปที่ปรากฎก็เป็นแค่บางส่วนเท่านั้น และหากมีการนำข้อความหรือเสียงและภาพไปลงข่าวก็จะฟ้องร้องสื่อมวลชนทั้งหมด   นอกจากนี้ในช่วงที่เกิดเหตุตอนชุลมุนที่สภ.พระประแดง ก็ยังมีหญิงอ้างตัวเป็นทนายความ มาขอให้สื่อที่บันทึกภาพเหตุการณ์ลบคลิป และขอคลิปทั้งหมด แต่สื่อมวลชนสำนักนี้บอกให้ทนายติดต่อทางสถานี เพราะเป็นการทำงานขอสื่อมวลชน  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-3Fwt2Kzmg

 162,017
ข่าวโซเชียล
21 ก.พ. 63

ตร.ร่อนหมายเรียกอาจารย์ ม.ดัง-น้องสาว เหตุเมาขับรถชน เลขาฯมูลนิธิเมาไม่ขับจี้ต้นสังกัดสอบพฤติกรรม

กรณีอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เมาแล้วขับเก๋งวอลโว่ ไปชนมอเตอร์ไซค์ตำรวจสายตรวจ สภ.พระประแดง และรถยนต์ที่จอดข้างทาง มีตำรวจบาดเจ็บ 2 นาย แม่ค้าขายข้าวต้มบาดเจ็บอีก 1 คน จากนั้นได้เรียกน้องสาวมาช่วยเคลียร์ และพยายามหลบหนี ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ตามคลิป ล่าสุดตำรวจออกหมายเรียกผู้หญิงในคลิปหลังจากที่โวยวายไม่ยอมให้ตำรวจคุมตัวพี่ชายที่เมาแล้วขับไปดำเนินคดีแล้ว     เมื่อวานนี้ ( 20 ก.พ. 63 ) พลตำรวจตรี ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบเงินช่วยเหลือตำรวจ 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเผยว่าได้ออกหมายเรียกน้องสาวของผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ กรณีที่ได้แจ้งความว่าตำรวจทำร้ายร่างกาย ซึ่งวันเกิดเหตุยังไม่ยอมให้การ ทั้งนี้ยังไม่แจ้งข้อหาผู้หญิง ส่วนผู้ก่อเหตุได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ เมาแล้วขับ และทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งได้ใช้หลักทรัพย์ 7 หมื่นบาท ประกันตัวไป ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า ผู้ก่อเหตุพยายามโทรหาตำรวจผู้ใหญ่ให้ช่วยเคลียร์คดีให้ ยืนยันว่าไม่มี     ด้านนายแพทย์ แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เข้าให้กำลังตำรวจ ที่ สภ.พระประแดง พร้อมระบุว่า รับไม่ได้กับพฤติกรรมของอาจารย์มหาวิทยาลัยรายนี้ ที่ไม่รับความผิดและยังพยายามขัดขืน พร้อมจี้ไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นสังกัด ต้องมีบทลงโทษ พร้อมตรวจสอบว่าพฤติกรรมตามคลิปเป็นของจริง หรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uNBWG2deteY  

 7,431
สรุปข่าว
20 ก.พ. 63

ประเด็นข่าวรอบวัน 20 ก.พ. 63 สั่งฟ้องคนร้ายกราดยิงชิงทอง 9 ข้อหา - คุมตัวฝากขัง หนุ่มยิงอดีตเมียกลางห้าง

ออกหมายเรียกน้องสาวโวยไม่ให้ จนท.ตรวจแอลฯ หลังอาจารย์ ม.ดัง เมาแล้วขับชน ตร.   ตำรวจออกหมายเรียก น้องสาวอาจารย์มหาวิทยาลัย หลังโวยวาย ไม่ยอมให้ตำรวจคุมตัวพี่ชายเมาแล้วขับไปดำเนินคดีด้านหมอแท้จริง เข้าให้กำลังใจตำรวจ วอนต้นสังกัดอาจารย์ต้องมีมาตรการลงโทษ     กรณีอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เมาแล้วขับเก๋งวอลโว่ ไปชนมอเตอร์ไซค์ตำรวจสายตรวจ สภ.พระประแดง และรถยนต์ที่จอดข้างทาง มีตำรวจบาดเจ็บ 2 นาย แม่ค้าขายข้าวต้มบาดเจ็บอีก 1 คน จากนั้นได้เรียกน้องสาวมาช่วยเคลียร์ และพยายามหลบหนี ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ตามคลิป     ล่าสุด พลตำรวจตรี ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบเงินช่วยเหลือตำรวจ 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเผยว่า วันนี้ได้ออกหมายเรียก น้องสาวของผู้ก่อเหตุ มาสอบปากคำ กรณีที่ได้แจ้งความว่า ตำรวจทำร้ายร่างกาย ซึ่งวันเกิดเหตุยังไม่ยอมให้การ ทั้งนี้ยังไม่แจ้งข้อหาผู้หญิง ส่วนผู้ก่อเหตุได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ เมาแล้วขับ และทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งได้ใช้หลักทรัพย์ 7 หมื่นบาท ประกันตัวไป      ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า ผู้ก่อเหตุพยายามโทรหาตำรวจผู้ใหญ่ให้ช่วยเคลียร์คดีให้ ยืนยันว่าไม่มี     ด้านนายแพทย์ แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เข้าให้กำลังตำรวจ ที่ สภ.พระประแดง พร้อมระบุว่า รับไม่ได้กับพฤติกรรมของอาจารย์มหาวิทยาลัยรายนี้ ที่ไม่รับความผิด และยังพยายามขัดขืน พร้อมจี้ไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นสังกัด ต้องมีบทลงโทษ พร้อมตรวจสอบว่า พฤติกรรมตามคลิปเป็นของจริง หรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์       อัยการสูงสุดสั่งฟ้องคนร้ายกราดยิงชิงทอง 9 ข้อหา   อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง 9 ข้อหา ผอ.กอล์ฟ คดีชิงทองออโรร่า จังหวัดลพบุรี ก่อนเตรียมนำคำสั่ง ส่งศาลอาญาวันนี้ ระบุในสำนวนยังมีผู้กระทำความผิดเพียงคนเดียว พร้อมบรรยายฟ้องขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ      นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะอัยการสำนักงานคดีอาญา เปิดเผยความคืบหน้าหลังรับมอบสำนวนคดีกล่าวหา นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ. กอล์ฟ ผู้ต้องหา คดีชิงทรัพย์ห้างทองออโรร่า สาขาห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี โดยมีผู้กล่าวหารวม 9 คน โดยเห็นว่า คดีนี้ เป็นคดีสะเทือนขวัญ และสื่อมวลชนให้การติดตามความคืบหน้าคดีอย่างต่อเนื่องจึงเป็นคดีสำคัญ สั่งฟ้องตาม รวมทั้งหมด 9 ข้อหา คือ      1. ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นหรือเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้  2.พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น  3.ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธและใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส  4.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน  5. พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต  6.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  7.มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้  8.ใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ในการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานชิงทรัพย์ และ  9. มียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต        ตำรวจนำตัวมือยิงอดีตภรรยาฝากขังผัดแรก   ตำรวจเตรียมคุมตัวสามียิงอดีตภรรยากลางห้างดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิฝากขัง ศาลอาญารัชดา ด้าน แม่ผู้ต้องหา ขอโทษ แทนลูกชาย ยอมรับรู้ว่า ทั้งคู่มีปัญหากัน และลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อนแต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นฆ่ากัน     ตำรวจ สน.พญาไท เตรียมคุมตัวนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ หรือ เจ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงอดีตภรรยาเสียชีวิต ขณะทำงานคลินิกเสริมความงามในห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิขึ้นรถไปฝากขังศาลอาญา รัชดาภิเษก     ท้ายคำร้องในสำนวนพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ประชาชนให้ความสนใจและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี     ก่อนจะนำตัวนายดนุสรณ์ ไปฝากขัง แม่ของนายดนุสรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองทราบดีว่าลูกชาย เเละอดีตลูกสะใภ้ มีปัญหากัน จนนำไปสู่การหย่าร้าง หลังหย่าร้างทั้งคู่ก็ต่างคนต่างไปมีคนใหม่ กำลังจะไปได้สวย แต่ทางลูกชายก็ได้มาบอกตลอดว่า เขายังรักผู้ตายอยู่ ยังลืมไม่ได้ ถึงแม้เลิกกันไปแล้วแต่ยังรู้สึกหึงหวง และเคยบอกว่าจะไปทำร้ายผู้ตาย หากไม่กลับมาคืนดี ตนรู้ว่าลูกชายอารมณ์ร้อน จึงเตือนลูกชายว่าอย่าไปทำร้ายเขาเลย เพราะการติดคุกมันไม่ดีหรอก      ทั้งนี้ ตนก็ส่งข้อความไปเตือนผู้ตายว่า ให้ระวังตัวไว้ เพราะลูกชายกำลังโมโห แต่ก็ไม่ได้คิดว่า ลูกชายจะก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ ซึ่งหลังจากที่ถูกจับกุม ได้พูดคุยกับลูกชายบอกว่า ตอนนี้ยังรู้สึกเครียด และที่ทำลงไปเพราะหึงหวง และยังรักผู้ตายมาก ตอนที่ก่อเหตุนั้นขาดสติ เป็นอารมณ์ชั่ววูบ และตอนนี้รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำแล้ว และลูกชายยังเล่าอีกว่าเมื่อคืนนี้ระหว่างที่ถูกกักขัง ผู้ตายได้มาเข้าฝัน แล้วถามว่า ทำไมต้องฆ่าต่ายด้วย ตนจึงบอกกับลูกชายว่าไม่ต้องคิดมาก ให้ก้มหน้ารับโทษยอมรับทั้งตัวเองเเละลูกชายรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากขอโทษฝั่งผู้ตาย     เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะไปร่วมงานศพผู้ตายที่จังหวัดตากหรือไม่ แม่ผู้ต้องหาเปิดเผยว่า ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะไปร่วมงานหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งครอบครัวก็ไม่มีเงิน ที่จะเดินทางไป และไม่มีเงินจะมอบให้ทางฝั่งครอบครัวผู้ตาย และหวังว่าดวงวิญญาณผู้ตายจะไปสู่ภพภูมิที่ดี       ศาลแพ่งสั่งเซปิงและพวกชดใช้1.2แสนให้ผู้เสียหาย   ศาลแพ่งพิพากษาให้ ดร.เซปิง กับพวกชดใช้เงินผู้เสียหายคนละ 120,000 บาท จากกรณีได้รับความเสียหายจากการไปทำศัลยกรรมโครงการ เฟซออฟ เพื่อย้อนวัยให้ดูเด็กลงแต่เกิดความผิดพลาดนางคำปัน บราวน์ เดินทางมาที่ศาลแพ่งรัชดา เพื่อ รับฟังคำพิพากษาในคดีที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวเซปิง ไชยศาส์น พร้อมพวก ที่เป็นเจ้าของสถานพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งย่านทาวน์อินทาวน์รวม 4 คน      ในความผิดฐานละเมิด ตามพรบคุ้มครองผู้บริโภค ฐาน โอ้อวด โฆษณาเกินจริง จากกรณีที่นางคำปันได้เข้าไปทำศัลยกรรมตกแต่ง ตามโครงการ เฟซออฟ ซึ่ง นางสาวเซปิง กับพวก มีการโฆษณาอ้างว่า สามารถทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ย้อนวัย และผ่าตัดโดยที่ไม่มี รอยแผลเป็นเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2561 เสียค่าใช้จ่าย เป็นเงินรวมกว่า 4 แสนบาทแต่ผลการศัลยกรรม ไม่เป็นไปตามตกลงไว้      โดย หลังการผ่าตัดที่บริเวณใบหน้าและลำคอมี รอยแผลเป็นหลายแห่ง และมีอาการชา บริเวณใบหน้า จึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เป็นเงินประมาณ 9,987,000 บาท     นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความ ระบุว่าในส่วนของ นางสาวเซปิงและพวก ที่ผ่านมาถูกผู้เสียหายกว่า 10 คน ฟ้องร้องฐานละเมิด และฉ้อโกงประชาชน อีกหลายคดี โดย มีคดีที่นางสาว วราพร พีชาตะนันท์ เป็นโจทก์ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการเข้าร่วมศัลยกรรมโครงการเฟซออฟ เป็นรายแรก ซึ่งศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษา ให้ นางสาวเซปิง กับพวก ร่วมกันชดใช้เงินรวม 5 แสนบาท เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562     ขณะที่คดีส่วนใหญ่ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยคดีของนางคำปัน บราวน์ เป็นรายที่2 ที่จะรับฟังการพิพากษาในวันนี้ล่าสุด ศาลแพ่ง มีคำพิพากษาให้นางสาว เซปิง จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ฐานละเมิดจากการโฆษณาเกินจริงเป็นเงิน 50,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องขณะเดียวกันก็มีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นแพทย์จากโรงพยาบาลศัลยกรรมร่วมกันชดใช้ เงินแก่โจทก์ เป็นเงิน 70,000บาท แบ่งเป็น ค่ากระทำการประมาททำให้โจทก์มีรอยแผลพุพองบริเวณใต้ลำคอ 50,000 บาท และค่าใช้จ่ายที่โจทก์ต้องเสียไปกับค่ารักษารอยแผลเป็นอีก 20,000 บาท โดยให้คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับแต่วันฟ้อง จนกว่า จำเลยจะชำระ พร้อมจ่ายค่าทนายความและค่า ธรรมเนียมศาลแทนโจทก์ ส่วนคำขออื่นให้ยก was       เหตุกราดยิง 2 จุดในเยอรมนี เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน   เกิดเหตุกราดยิงที่บาร์ 2 แห่งติดต่อกัน ในเมืองฮาเนา (Hanau) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ห่างจากนครแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ไปทางตะวันออกประมาณ 25 กิโลเมตร ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตบางส่วน มีภูมิลำเนาอยู่ในตุรกี ส่วนผู้ก่อเหตุถูกพบว่าเสียชีวิตภายในบ้านของตัวเองในเวลาต่อมา      ขณะที่ตำรวจยังไม่ได้ระบุสาเหตุหรือแรงจูงใจในการก่อเหตุที่แน่ชัด โดยเปิดเผยเพียงว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัตินิยมแนวคิดอนุรักษ์นิยมขวาจัด

 1,030
สังคม
20 ก.พ. 63

หนุ่มเมาขี่ จยย.หนีด่าน เจอถีบสกัดรถคว่ำดับคาที่ ตร.ยันแค่วิ่งมาดักหน้า

นนทบุรี หนุ่มเมาขี่ จยย.เจอด่าน ขับย้อนศร เจอตร.ถีบรถคว่ำ หัวฟาดเสา ดับคาที่ เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 20 ก.พ.63 พ.ต.ต.ชัยภัทร วิลาศรี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจยย.ชนเสาเกาะกลางถนน มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย เหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานต่างระดับข้ามเเยกถนนบางกรวย-ไทรน้อย ขาออก ตรงข้ามห้างโลตัส หมู่ที่2 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง เเพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบ     ที่เกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณป้ายบอกทางตรงจุดกลับรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายพิษณุ โผนสู้ศึก อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 795/8 ถ.พรานนก แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหาคร สภาพศพ นอนคว่ำหน้า กะโหลกศีรษะเเตก สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น ใกล้กันพบรถ จยย. ล้มคว่ำในลักษณะตะเเคง ได้รับความเสียหายเล็กน้อย     จากการสอบสวน นายศศินะ ทองอ่อน อายุ33ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน บ้านเลขที่ 46-1231 หมู่5 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ตายเเละเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ได้ให้การว่า ตนพร้อมเพื่อนอีก 3 คน นั่งดื่มกินกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เมื่อร้านปิดตนพร้อมเพื่อนได้ออกจากร้านดังกล่าวประมาณ 02.00 น. จากนั้นก็ขับขี่รถ จยย.ตามกันมารวมทั้งสิ้น 3 คัน ซึ่งคันของผู้ตายเเละคันของเพื่อนมากันเพียงคันละ 1 คน ส่วนตนมีแฟนนั่งซ้อนท้ายมาด้วย เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดกลับรถใต้สะพานพวกตนสังเกตเห็นตำรวจ สภ.บางบัวทอง ตั้งด่าน จึงรีบหันหัวรถกลับ      ตอนนั้นไม่ทันได้สังเกตว่ามีตำรวจยืนอยู่ตรงจุดที่ตนกำลังจะย้อนศรจำนวน 4 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นได้วิ่งเข้ามาหาพวกตน และใช้ไม้กระบองฟาดมาที่หัวของผู้ตาย 1 ครั้ง แต่ผู้ตายหลบได้ทัน จากนั้นตำรวจอีก 1 นาย ได้วิ่งมาดักรอตรงจุดเกิดเหตุ และได้ใช้เท้าถีบไปที่บริเวณแขนข้างซ้ายของผู้ตาย จึงทำให้รถของผู้ตายเสียหลักล้มลง ศีรษะไปฟาดกับโคนเสาป้ายบอกทาง เสียชีวิตคาที่     นายศศินะ ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนคิดว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ตนยอมรับว่าผิดที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ อีกทั้งยังขับรถย้อนศรอีก แต่ครั้งนี้ตำรวจทำเกินไปจริงๆ พวกตนรับไม่ได้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ตนไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนที่ถีบเพื่อนผมแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาออกมาเเสดงความรับผิดชอบกับการกระทำของลูกน้องด้วย ตนและญาติของผู้ตายจะเรียกร้องขอความเป็นธรรม และจะเอาเรื่องกับตำรวจทั้งสองนายให้ถึงที่สุด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐานไว้ก่อน จากนั้นจะทำการสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นมอบร่างผู้เสียชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสภาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตร ต่อไป       ด้าน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า จากการเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อคืนที่ผ่านมา เบื่องต้น จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าผู้เสียชีวิต ขี่รถจักรยานยนต์ มายูเทรินใต้สะพานลอยข้ามแยกไป อ.ไทรน้อย 3 คัน มาเจอด่านความมั่นคง จึงเลี้ยวรถกลับ ย้อนศรไป 1 คันออกไปทางถนนตลิ่งชัน-สุพรรณ อีก 2 คัน ก่อนจะย้อนกลับไปทางไทรน้อย ด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึง วิ่งตัดถนนมาดักด้านหน้ารถ รถผู้เสียชีวิตเสียหลักชนฟุตบาท และไถลไป กว่า 10 เมตร ศรีษะไปชนกับเสาป้ายบอกทางเสียชีวิต ไม่มีเจ้าหน้าที่โดดถีบแต่อย่างใด       โดยเมื่อเวลา 09.30น. น.ส.จันทร์จิรา โผนสู้ศึก อายุ 29 ปี ภรรยา นายพิษณุ โผนสู้ศึก ผู้เสียชีวิต เดินทางมาพบ พ.ต.ต.ชัยภัทร วิลาศรี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สารวัตรเวรเจ้าของคดี เพื่อขอใบรับศพ นายพิษณุ โผนสู้ศึก ที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไปที่ วัดแก้วฟ้า กรุงเทพมหานคร

 1,529
สังคม
20 ก.พ. 63

ออกหมายเรียกน้องสาวโวยไม่ให้ จนท.ตรวจแอลฯ หลังอาจารย์ ม.ดัง เมาแล้วขับชน ตร.

ตำรวจออกหมายเรียก น้องสาวอาจารย์มหาวิทยาลัย หลังโวยวาย ไม่ยอมให้ตำรวจคุมตัวพี่ชายเมาแล้วขับไปดำเนินคดีด้านหมอแท้จริง เข้าให้กำลังใจตำรวจ วอนต้นสังกัดอาจารย์ต้องมีมาตรการลงโทษ     กรณีอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เมาแล้วขับเก๋งวอลโว่ ไปชนมอเตอร์ไซค์ตำรวจสายตรวจ สภ.พระประแดง และรถยนต์ที่จอดข้างทาง มีตำรวจบาดเจ็บ 2 นาย แม่ค้าขายข้าวต้มบาดเจ็บอีก 1 คน จากนั้นได้เรียกน้องสาวมาช่วยเคลียร์ และพยายามหลบหนี ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ตามคลิป     ล่าสุด พลตำรวจตรี ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบเงินช่วยเหลือตำรวจ 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเผยว่า วันนี้ได้ออกหมายเรียก น้องสาวของผู้ก่อเหตุ มาสอบปากคำ กรณีที่ได้แจ้งความว่า ตำรวจทำร้ายร่างกาย ซึ่งวันเกิดเหตุยังไม่ยอมให้การ ทั้งนี้ยังไม่แจ้งข้อหาผู้หญิง ส่วนผู้ก่อเหตุได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ เมาแล้วขับ และทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งได้ใช้หลักทรัพย์ 7 หมื่นบาท ประกันตัวไป      ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า ผู้ก่อเหตุพยายามโทรหาตำรวจผู้ใหญ่ให้ช่วยเคลียร์คดีให้ ยืนยันว่าไม่มี     ด้านนายแพทย์ แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เข้าให้กำลังตำรวจ ที่ สภ.พระประแดง พร้อมระบุว่า รับไม่ได้กับพฤติกรรมของอาจารย์มหาวิทยาลัยรายนี้ ที่ไม่รับความผิด และยังพยายามขัดขืน พร้อมจี้ไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นสังกัด ต้องมีบทลงโทษ พร้อมตรวจสอบว่า พฤติกรรมตามคลิปเป็นของจริง หรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

 2,914
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 63

อาจารย์ม.ดัง เมาแล้วขับชนตร. น้องสาวปรี่ขวางไม่ยอมให้เป่าแอลกอฮอล์ สุดท้ายวัดได้ค่าพุ่งปรี๊ด

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพุ่งชนรถจักรยานยนต์สายตรวจ สถานีตำรวจภูธรพระประแดง และเสียหลักพุ่งชนรถข้างทาง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งเป็นนายตำรวจ 2 นาย และเจ้าของร้านข้าวต้มหญิงสูงอายุ 1 ราย เหตุเกิดบริเวณถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้ถึงสุขสวัสดิ์ 47 มุ่งหน้าอำเภอพระสมุทรเจดีย์   ตรวจสอบพบเจ้าของรถยนต์เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านดุสิต หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เชิญคนขับรถยนต์คันเกิดเหตุ ให้ลงมาจากรถเพื่อจะสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คนขับรถคันดังกล่าวไม่ยอมลงมา และมีอาการคล้ายเหมือนคนเมาสุราพูดจาไม่รู้เรื่อง ทางเจ้าหน้าที่ต้องเกลี่ยกล่อมถึงจะลงมาจากรถและลงสู่บริเวณที่เกิดเหตุ   แต่คนขับรถบอกขอรอน้องสาวก่อนกำลังเดินทางมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรอน้องสาวเพื่อมาที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ทางตำรวจจะควบคุมตัวเพื่อไปวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ทางคนขับรถพยายามจะขับรถยนต์น้องสาวที่ขับมา เพื่อจะออกไปจากจุดเกิดเหตุ   ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ พ.ต.ต.อดุลย์ มงคลเจริญ สารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรพระประแดง ได้เห็นจึงเข้าไปเพื่อจะควบคุมตัวชายดังกล่าวลงในรถ เพราะยังมีอาการมึนเมาและจังหวัดนั้น ทางน้องสาวได้เข้าขัดขวางและมีปากเสียงกับตำรวจจนชุลมุน ในขณะที่มีชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมายืนดูเป็นจำนวนมาก   ด้านตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บเล่าให้ฟังว่า ตนกับนายตำรวจคู่กันได้รับแจ้งเหตุและตนกำลังขับรถจักรยานยนต์สายตรวจเพื่อไปตรวจสอบเหตุที่ได้รับแจ้ง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุก็มีรถยนต์คันดังกล่าวมาพุ่งชนท้ายรถอย่างจัง จนรถตนกระเด็นไปประมาณเกือบ 20 เมตรจนได้รับบาดเจ็บ   ทั้งนี้ ผลการตรวจแอลกอฮอล์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย 161 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด ส่วนทางด้านน้องสาวได้ไปลงประจำวันแจ้งความกับตำรวจในคลิปว่าถูกทำรายร่างกาย แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งความเช่นเดียวกัน แต่คงแยกเป็น 2 เรื่อง เรื่อง1. ขับรถขณะเมาสุราจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย 2.เกิดเหตุชุลมุนในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวชายที่ขับรถคันดังกล่าวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์   ด้านพนักงานร้านนมสดที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าให้ฟังว่า รถเก๋งคันดังกล่าวมาจากเลนขวา และเสียหลักเข้ามาพุ่งชนรถร้านในขณะเดียวกันก็มีป้าเจ้าของร้านขายข้าวต้มได้นั่งอยู่บริเวณริมฟุตบาท และต้องพุ่งหลบ แต่ถ้าหลบไม่พ้นก็คงจะเจ็บหนักกว่านี้ ถึงอย่างไรทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบถามพยานแวดล้อมถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้   อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ขับขี่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 2.ชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย 3.ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้บันทึกจับกุมผู้ต้องหาและมีการคัดค้านการประกันตัวไปเป็นวงเงินด้วยกัน 70,000 บาท   ส่วนน้องสาวของผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้าวกล่าวหาใดๆ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบถามพยานที่เกิดเหตุเพิ่มเติมและจะแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลังอีกครั้งต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/54tBB8Sr0M4

 1,070
สังคม
20 ก.พ. 63

อาจารย์ม.ดัง เมาแล้วขับชนตร. น้องสาวปรี่ขวางไม่ยอมให้เป่าแอลกอฮอล์ สุดท้ายวัดได้ค่าพุ่งปรี๊ด

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพุ่งชนรถจักรยานยนต์สายตรวจ สถานีตำรวจภูธรพระประแดง และเสียหลักพุ่งชนรถข้างทาง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งเป็นนายตำรวจ 2 นาย และเจ้าของร้านข้าวต้มหญิงสูงอายุ 1 ราย เหตุเกิดบริเวณถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้ถึงสุขสวัสดิ์ 47 มุ่งหน้าอำเภอพระสมุทรเจดีย์   ตรวจสอบพบเจ้าของรถยนต์เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านดุสิต หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เชิญคนขับรถยนต์คันเกิดเหตุ ให้ลงมาจากรถเพื่อจะสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คนขับรถคันดังกล่าวไม่ยอมลงมา และมีอาการคล้ายเหมือนคนเมาสุราพูดจาไม่รู้เรื่อง ทางเจ้าหน้าที่ต้องเกลี่ยกล่อมถึงจะลงมาจากรถและลงสู่บริเวณที่เกิดเหตุ   แต่คนขับรถบอกขอรอน้องสาวก่อนกำลังเดินทางมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรอน้องสาวเพื่อมาที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ทางตำรวจจะควบคุมตัวเพื่อไปวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ทางคนขับรถพยายามจะขับรถยนต์น้องสาวที่ขับมา เพื่อจะออกไปจากจุดเกิดเหตุ   ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ พ.ต.ต.อดุลย์ มงคลเจริญ สารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรพระประแดง ได้เห็นจึงเข้าไปเพื่อจะควบคุมตัวชายดังกล่าวลงในรถ เพราะยังมีอาการมึนเมาและจังหวัดนั้น ทางน้องสาวได้เข้าขัดขวางและมีปากเสียงกับตำรวจจนชุลมุน ในขณะที่มีชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมายืนดูเป็นจำนวนมาก   ด้านตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บเล่าให้ฟังว่า ตนกับนายตำรวจคู่กันได้รับแจ้งเหตุและตนกำลังขับรถจักรยานยนต์สายตรวจเพื่อไปตรวจสอบเหตุที่ได้รับแจ้ง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุก็มีรถยนต์คันดังกล่าวมาพุ่งชนท้ายรถอย่างจัง จนรถตนกระเด็นไปประมาณเกือบ 20 เมตรจนได้รับบาดเจ็บ   ทั้งนี้ ผลการตรวจแอลกอฮอล์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย 161 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด ส่วนทางด้านน้องสาวได้ไปลงประจำวันแจ้งความกับตำรวจในคลิปว่าถูกทำรายร่างกาย แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งความเช่นเดียวกัน แต่คงแยกเป็น 2 เรื่อง เรื่อง1. ขับรถขณะเมาสุราจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย 2.เกิดเหตุชุลมุนในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวชายที่ขับรถคันดังกล่าวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์   ด้านพนักงานร้านนมสดที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าให้ฟังว่า รถเก๋งคันดังกล่าวมาจากเลนขวา และเสียหลักเข้ามาพุ่งชนรถร้านในขณะเดียวกันก็มีป้าเจ้าของร้านขายข้าวต้มได้นั่งอยู่บริเวณริมฟุตบาท และต้องพุ่งหลบ แต่ถ้าหลบไม่พ้นก็คงจะเจ็บหนักกว่านี้ ถึงอย่างไรทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบถามพยานแวดล้อมถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้   อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ขับขี่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 2.ชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย 3.ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้บันทึกจับกุมผู้ต้องหาและมีการคัดค้านการประกันตัวไปเป็นวงเงินด้วยกัน 70,000 บาท   ส่วนน้องสาวของผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้าวกล่าวหาใดๆ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบถามพยานที่เกิดเหตุเพิ่มเติมและจะแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลังอีกครั้งต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/54tBB8Sr0M4

 1,070
สังคม
20 ก.พ. 63

อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังเมาแล้วขับ เฉี่ยวชนจยย.ตร.ล้ม น้องสาวห้ามจนท.คุมตัว โวยทำเกินกว่าเหตุ ลั่นจะฟ้องกลับ

เหตุการณ์ที่อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านดุสิตแห่งหนึ่งขับรถเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของตำรวจทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย และชาวบ้านบาดเจ็บอีก 1 คน เหตุการณ์เกิดขึ้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเจ้าหน้าที่รุดไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อจะพาตัวไปโรงพักเจ้าตัวก็บอกว่าจะขอเรียกน้องสาวมาจัดการเรื่องทั้งหมด เมื่อน้องสาวผู้ก่อเหตุมาถึงก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุน เนื่องจากผู้ก่อเหตุพยายามจะขึ้นรถของน้องสาวแล้วทำท่าจะขับออกไป เจ้าหน้าที่จึงเข้าห้ามจนน้องสาวผู้ก่อเหตุโวยวายกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ใช้กำลังทำร้ายตน และทำเกินกว่าเหตุ และจะฟ้องกลับตำรวจ   จากเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อผู้ก่อเหตุขับรถเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ 2 นาย แล้วชนเข้ากับรถยนต์ที่เปิดเป็นร้านขายขนมปังนมสด บริเวณใกล้เคียงมีคุณยายวัย 70 ปีขายข้าวต้มอยู่ได้รับบาดเจ็บ จากการสอบถาม คุณยายเล่าว่า รถผู้ก่อเหตุขับมาเร็วมากจนตนหลบไม่ทัน   หลังจากควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ก่อเหตุไปตรวจวัดแอลกอฮอล์พบว่า ปริมาณแอแลกอฮอลืพุ่งสูงถึง 161 มิลกรัมเปอร์เซ็น   ด้านตำรวจบอกว่าไม่ได้เป็นการทำเกินกว่าเหตุเนื่องจากผู้ก่อเหตุทำทีท่าจะหลบหนีจึงต้องเข้าห้ามไว้ ส่วนเรื่องที่น้องสาวผู้ก่อเหตุจะแจ้งความกลบก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมาย   จากการสอบถามนางสาวปวีณา พันธ์เต้ย อายุ 30 ปี พนักงานขาย ขนมปัง - นมสดผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ได้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุแต่ผู้ก่อเหตุขับรถเร็ว เมา และโวยวาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/HftHqGKNlf0

 1,660
สังคม
19 ก.พ. 63

ระทึก! กระบะหลุดโค้งพุ่งชนร้านขายของชำพังยับ เฉียดเตียงนอน ด.ญ.วัย 9 ขวบ หวิดดับ แม่เด็กย้ำได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวคนขับ

สระบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถกระบะ หลุดโค้ง เข้าชนร้านค้าขายของชำประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวใน ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย    ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ โตโยต้า รุ่นสมาร์ทแค๊ป สีดำ ชนทะลุเข้าไปในร้านค้าทำให้เสียหาย มีตู้แช่น้ำอัดลม สินค้าเบ็ดเตล็ดต่างๆ ชั้นวางสินค้าประเภทเครื่องดื่มต่างๆ จำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นที่นอนและเตียงนอน โดนชนจนพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บชื่อ เด็กหญิงอายุ 9 ขวบ   ส่วนสภาพรถกระบะได้รับความเสียหายอย่างหนัก ด้านหน้ารถยุบ และล้อทั้ง 2 แทบหลุดออกมากองกับพื้นไม่สามารถขับต่อไปได้ ทราบชื่อคนขับรถกระบะชื่อ นายสุวรรณ จันทร์ธรรม อายุ 36 ปี ไม่ได้หนีไปไหน ยังคงช่วยเหลือคนเจ็บ และรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   สอบถามนางเบญจวรรณ คำภากุล เจ้าของร้านขายของชำ เล่าให้ฟังว่า เวลา 22.15 น. ตนเองกำลังจะปิดร้านและเข้านอน ขณะนั้นนอนกับลูกสาววัย 9 ขวบ ไม่รู้มีรถกระบะคันดังกล่าว ขับทะลุผ่าฝาบ้านเข้าจอดนิ่ง บริเวณข้างๆ เตียงนอนห่างแค่ 1 คืบ ข้าวของกระจัดกระจายเต็มร้าน เตียงนอนของตนเองและลูกสาวพลิกคว่ำ เกิดจากแรงกระแทกทำให้ลูกสาวบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวา   จากนั้นมีคนขับรถกระบะ ลงจากรถมาสอบถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งลูกสาวที่ร้องว่าเจ็บบริเวณข้อเท้าขวา จึงช่วยกันงัดเตียงแล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ซึ่งตนได้กลิ่นเหมือนคนขับรถดื่มแอลกอฮอล์มา และเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่า คนขับรถกระบะทะเลาะกับแฟนมา เช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก     สำหรับค่าเสียหายคาดไว้ว่าประมาณ 300,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ขับรถกระบะ ไปสอบสวนและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ที่สถานีตำรวจต่อไป โดยแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับเสียหาย  

 786
บันเทิง
19 ก.พ. 63

‘คริส เบญจกุล’ ปลื้มหวนเล่นละครอีกครั้ง ร่วมกับ 'มาสุ - โม มนชนก' ใน 'อุบัติร้ายอุบัติรัก' ดีใจได้ถ่ายทอดเรื่องราวสะท้อนปัญหาสังคม

คริส เบญจกุล ปลื้มหวนเล่นละครเต็มตัวอีกครั้งในรอบกว่า 20 ปี ใน อุบัติร้ายอุบัติรัก บอกอาการป่วยไม่ใช่ปัญหา เพราะทำตรงนี้มาตั้งแต่เด็ก ดีใจได้ถ่ายทอดเรื่องราวสะท้อนปัญหาสังคม เมาแล้วขับ ใกล้เคียงชีวิตจริง     มากันที่ ‘คริส เบญจกุล’ อดีตนักแสดงชื่อดัง ที่ได้ประสบอุบัติเหตุ ถูกคนเมาขับรถชน ทำให้อาการสาหัสต้องพักรักษานานหลายปี เมื่อ 20 ปี ก่อน     ล่าสุดเมื่อวานนี้ ‘คริส’ ก็ได้มาฟิตติ้งละครเรื่อง “อุบัติร้ายอุบัติรัก” ของค่ายทีวีซีน  ที่เจ้าตัวก็บอกว่าตื่นเต้นมากๆ เป็นละครเรื่องแรกที่ได้เล่นเต็มๆตัวทั้งเรื่อง หลังจากเกิดอุบัติเหตุเมื่อ 20 ปีก่อน โดยบทที่ได้รับก็ใกล้เคียงกับชีวิตจริง ทำงานมูลนิธิขับขี่ปลอดภัย และเนื้อหาในละครเรื่องนี้ สาเหตุก็เพราะอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับเช่นเดียวกัน ‘คริส’ เลยบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีจะสะท้อนปัญหาเรื่องนี้ ส่วนงานแสดงก็เป็นสิ่งที่ตนรัก และ ทำมาตั้งแต่ 11 ขวบ ถึงแม้ตอนนี้จะยากเรื่องการอ่านบท จำบท แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา   สำหรับเรื่อง อุบัติร้ายอุบัติรัก เป็นละครดราม่า ที่เล่าเรื่องราวของเหตุการ์ณเมาแล้วขับ ทำให้ครอบครัวหนึ่งก็เสียใจ และเมื่อมาทราบว่าคนที่ขับรถชนพี่สาวของตัวเองจนพิการ คือ เลขาที่เราแอบรักอยู่ เลยเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้  โดยเรื่องนี้ก็แสดงนำโดย มาสุ / โม มนชนก / แม็ค วีรคณิศร์ / น้ำชา ชีรณัฐ / แคร์ ฉัตรฑริกา / บอล กัมมัญญ์ และ อีกคับคั่ง โดยจะเริ่มเปิดกล้องเร็วๆนี้ 

 105
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ก.พ. 63

ลงดาบสาวด่ากราด ตร. หลังคนขับถูกจับเมาแล้วขับ ฟันโทษดูหมิ่นขัดขวางเจ้าพนักงาน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 หลังจากที่มีคลิปหญิงสาวโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะตั้งด่านเหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี      พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.จ.ปทุมธานี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นนั้นขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ได้แจ้งข้อกล่าวกับหนุ่มคนขับ ข้อหาเมาสุราขณะขับรถ มีโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 7,500 บาท โทษรอ 1 ปี    ส่วนผู้หญิงในคลิป ข้อหาดูหมิ่นขัดขวางเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 6,000 บาท โทษรอ 1 ปี และตนก็อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าอย่าทำแบบนี้เพราะการเมาแล้วขับรถนั้นผิดกฏหมายซึ่งเมื่อแพร่ภาพไปทางโซเชียลแล้วก็มีแต่ความเสี่ยมเสียชื่อเสียงของตนเอง     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/cKbJ4cr0tv8

 8,474
ข่าวโซเชียล
15 ก.พ. 63

ลงดาบสาวด่ากราด ตร. หลังคนขับถูกจับเมาแล้วขับ ฟันโทษดูหมิ่นขัดขวางเจ้าพนักงาน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 หลังจากที่มีคลิปหญิงสาวโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะตั้งด่านเหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี      พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.จ.ปทุมธานี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นนั้นขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ได้แจ้งข้อกล่าวกับหนุ่มคนขับ ข้อหาเมาสุราขณะขับรถ มีโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 7,500 บาท โทษรอ 1 ปี    ส่วนผู้หญิงในคลิป ข้อหาดูหมิ่นขัดขวางเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 6,000 บาท โทษรอ 1 ปี และตนก็อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าอย่าทำแบบนี้เพราะการเมาแล้วขับรถนั้นผิดกฏหมายซึ่งเมื่อแพร่ภาพไปทางโซเชียลแล้วก็มีแต่ความเสี่ยมเสียชื่อเสียงของตนเอง     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/cKbJ4cr0tv8

 8,474

Top