ค้นหา :

ผลการค้นหา "รื้อถอน"

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
07 พ.ค. 61

'ชูวิทย์' เกาะติดปมคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ชาวเชียงใหม่พอใจ มติไม่ให้ใครเข้าใช้ประโยชน์-เร่งฟื้นฟูป่า

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ลงเกาะติดการทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพของเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่า จากปมบ้านพักป่าแหว่งของตุลาการศาลภาค 5 โดยมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการเจรจาหาข้อยุติ   ซึ่งมีข้อสรุปคือต้องไม่มีคนอยู่อาศัย ซึ่งแนวทางคือทางศาลจะส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์ส่งมอบคืนพื้นที่ให้กับอุทยานแห่งชาติ ส่วนเรื่องการเร่งฟื้นฟูป่าทันที ซึ่งจะมีการคิกออฟในการปลูกป่า 27 พ.ค.นี้   ส่วนข้ออื่นๆ ที่ทางเครือข่ายเรียกร้อง เช่น การรื้อถอนอาคารบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อดำเนินการต่อไป เบื้องต้นให้ผู้รับเหมาก่อสร้างส่งมอบงานให้แล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้ก่อน ซึ่งข้อสรุปดังกล่าวสร้างความพอใจให้กับทางภาคีชาวเชียงใหม่ที่เคลื่อนไหว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3i3JDdLNL2o    

 4,235
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 61

ปิดตำนานชุมชนป้อมมหากาฬ กทม.เตรียมปรับภูมิทัศน์เป็นสวนสาธารณะ

ชาวชุมชนบ้านโบราณป้อมมหากาฬ ทยอยขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านภายในวันนี้ โดยมี 5 หลังขอรื้อถอนเอง สิ้นสุดการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่อยู่อาศัยที่มีมานานถึง 26 ปี   ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ชุมชนป้อมมหากาฬ ตรวจความเรียบร้อย วางแนวทางการพัฒนาพื้นที่บริเวณชุมชนป้อมมหากาฬ เพื่อเตรียมเข้าปรับปรุงภูมิทัศน์ ติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ให้เป็นพื้นที่สวนสาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ประชาชนจึงจะสามารถเข้ามาใช้พื้นที่นี้ได้   ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ กทม.มีแนวคิดจะอนุรักษ์บ้านเก่าเอาไว้ 3-4 หลัง แต่เนื่องจากด้วยสภาพที่เก่า อีกทั้งเป็นสิทธิ์ของเจ้าของบ้านที่จะรื้อออกไป ทำให้จะมีการรื้อถอนทั้งหมดและไม่มีบ้านเก่าอยู่ในพื้นที่อีก ขณะที่ระยะต่อไปจะมีการสร้างทางเท้าพร้อมราวกั้นขยายเพิ่มเติมออกไปตลอดแนวคลอง   นอกจากนี้จากการสำรวจยังพบว่า ตัวป้อมมีสภาพทรุดโทรม มีรอยแตกร้าวเนื่องจากมีการทรุดตัวของโครงสร้าง อีกทั้งมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ใกล้เคียงทำให้มีความจำเป็นต้องปรับปรุงและซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพื่อคืนความสมบูรณ์ความสง่างาม แต่จะต้องหารือร่วมกับกรมศิลปากร ในการซ่อมแซมบูรณะเนื่องจากป้อมมหากาฬและตัวแนวกำแพงเมืองถูกขึ้นให้เป็นโบราณสถาน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jRetLobgbfo  

 2,245
พระราชสำนัก
12 ม.ค. 61

โปรดเกล้าฯ พล.อ.สุรยุทธ์ ผู้แทนพระองค์ บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ อัญเชิญ 'นพปฎลมหาเศวตฉัตร' ลงจากยอด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานพิธีบวงสรวงรื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง คาดรื้อเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พิธีบวงสรวงการรื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ อาคารประกอบ และพิธีอัญเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   โดยมีคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชนเข้าร่วมพิธี   ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หรือแล้วเสร็จในวันที่ 15 มีนาคม โดยส่วนหนึ่งของพระเมรุมาศจะนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์งานพระราชพิธีฯ ด้านหลังหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณรังสิต คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NKCF9q0Yyxw    

 6,634
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
11 ม.ค. 61

นายกฯ ทำพิธีบวงสรวง รื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพิธีบวงสรวงการรื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ อาคารประกอบ และพิธีอัญเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศ     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พิธีบวงสรวงการรื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ อาคารประกอบ และพิธีอัญเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชนเข้าร่วมพิธี     โดยในเวลา 07.30 น. นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป ได้แก่ สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระธรรมปัญญาบดี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ พระธรรมรัตนดิลก วัดสุทัศนเทพวราราม พระเทพวีราภรณ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระเทพปริยัติมุนี วัดหงส์รัตนาราม พระศริภัททิยบดี วัดชนะสงคราม และพระศรีวิสุทธิกวี วัดบวรนิเวศวิหาร สวดพระพุทธมนต์ ประธานในพิธีถวายเครื่องไทยธรรม เจ้าหน้าที่ลาดผ้ารองโยง และผ้าภูษาโยง ประธานในพิธีทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกรวดน้ำรับพร    จากนั้นพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป ร่วมด้วยพระสงฆ์ 79 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์วัดสามพระยา วัดชนะสงคราม และวัดอรุณราชวราราม รวมทั้งสิ้น 89 รูป ออกรับบิณฑบาตรอบพระเมรุมาศ    และในเวลา 10.10 น. นายกรัฐมนตรีจะร่วมพิธีบวงสรวง บริเวณหน้าพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนเครื่องสังเวยบวงสรวง เจ้าหน้าที่โหรพราหมณ์ ลั่นฆ้องชัย สังข์ บัณเฑาะว์ จากนั้นปักธูปบริวารที่เครื่องบวงสรวง จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและกราบ หัวหน้าโหรพราหมณ์ กล่าวโองการพิธีบวงสรวง ประธานในพิธีประพรมน้ำมนต์ที่หน้าชาลาพระเมรุมาศ รับค้อนจากเจ้าพนักงาน ประธานในพิธีเคาะที่ชาลาหน้า 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่โหรพราหมณ์ลั่นฆ้องชับ สังข์ บัณเฑาะว์ ประธานในพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้ และอัญเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศ    ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หรือแล้วเสร็จในวันที่ 15 มีนาคม โดยส่วนหนึ่งของพระเมรุมาศจะนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์งานพระราชพิธีฯ ด้านหลังหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณรังสิต คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี คลิป   ;

 3,553
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 61

สั่งรื้อถอน ร้านกาแฟม่อนแจ่ม สร้างติดน้ำตก รุกป่าสงวนแห่งชาติ

นายอำเภอแม่ริม นำเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบร้าน Jungle de cafe ที่ฮือฮาโลกออนไลน์นักท่องเที่ยวแห่เที่ยว จากวิวน้ำตกที่โป่งแยง กาแฟหลักสิบวิวหลักล้านแล้ว ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่ที่ดินเข้าตรวจสอบพื้นที่ เบื้องต้นพบว่ารุกพื้นที่ไปประมาณ 20 ตารางวาง ส่งเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดี ขณะที่เจ้าของเริ่มรื้อถอนส่วนที่เกินแล้วพร้อมรับผิดชอบ     เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ม.ค. 61 นายชัยแสง พัฒนศักดิ์ภิญโญ นายอำเภอแม่ริม พร้อมด้วยนายราเชนทร์ ภูมมะภูติ ป่าไม้จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมป่าไม้, และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอแม่ริม ได้ร่วมกันตรวจสอบบริเวณร้านกาแฟจังเกิ้ล เดอคาเฟ่ หมู่ที่ 2 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ได้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความเหมาะสม เนื่องจากมีการก่อสร้างศาลานั่งทานกาแฟริมน้ำตก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการรุกล้ำ สร้างสิ่งปลูกสร้างนอกเหนือจากพื้นที่ที่ทางผู้ประกอบการมีเอกสารสิทธิ์ และเป็นการทำลายธรรมชาติหรือไม่   โดยจากการตรวจสอบในเบื้องต้น ทางด้านนายชัยแสง พัฒนศักดิ์ภิญโญ นายอำเภอแม่ริม เปิดเผยว่าหลังจากที่มีประเด็นทางโลกออนไลน์ เกี่ยวกับร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเขต ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะที่อาจจะเป็นการเข้าไปบุกรุก ยึดถือครอบครองปลูกสิ่งก่อสร้าง และทำประโยชน์เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น อันเป็นการผิดพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ หรือการกระทำผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการลงพื้นที่เพื่อเข้าทำการรังวัดพื้นที่ร้านกาแฟดังกล่าวโดยละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ ทั้งนี้หากพบว่ามีการกระทำใดๆ ผิดกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมายทันที   ด้านนางอรัญญา ทะรินทร์ เจ้าของกิจการ บริษัท ม่อนแจ่มพบสนุก จำกัด เปิดเผยว่า ร้านกาแฟแห่งนี้ ได้มีการเปิดให้บริการมาได้กว่า 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งก็ได้การตอบรับจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยหลังจากที่มีกระแสทางโลกโซเชียล ทางร้านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้ามาตรวจสอบ ทางผู้ประกอบการก็ยินดีที่จะต้อนรับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และถ้าหากมีการตรวจสอบพบว่ามีจุดใดที่ที่มีการรุกล้ำ ทางร้านก็ยินดีที่จะดำเนินการรื้อถอนอย่างเร่งด่วน    สำหรับที่ตั้งของโป่งแยงจังเกิ้ลโคสเตอร์แอนด์ซิปไลน์ มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 11 ไร่ เดิมเป็นที่ดินที่มีใบ สค.1 ของชาวบ้านในพื้นที่ ต่อมามีการขอออกเป็น นส.3 จากนั้นทางผู้ประกอบการได้มีการซื้อที่ดินดังกล่าวจากชาวบ้าน โดยที่มีนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่รายหนึ่งเป็นผู้ช่วยรวบรวมที่ดินให้ผู้ประกอบการรายนี้เปิดกิจการ ซึ่งปัจจุบันทางผู้ประกอบการได้ดำเนินการขอออกโฉนดให้ที่ดินแปลงนี้แล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวเกี่ยวข้อง   ทั้งนี้หลังการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริมจริง เป็นพื้นที่ประมาณ 20 ตารางวา โดยก่อสร้างศาลาริมน้ำเกินจากพื้นที่ที่ผู้ประกอบการมีเอกสารสิทธิ์ อยู่เดิมประมาณ 11 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาขอออกโฉนด จากเดิมที่เป็น นส.3 แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในวันนี้ทางผู้ประกอบการได้เริ่มทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะส่งฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ในฐานผิดพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพุทธศักราช 2507 สำหรับร้านกาแฟแห่งนี้เป็นของโป่งแยงจังเกิ้ลโคสเตอร์แอนด์ซิปไลน์ เดิมชื่อม่อนแจ่มซิปไลน์ มีฐานกิจกรรมซิปไลน์ 27 จุด เคยถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ขณะนี้ยู่ระหว่างรออัยการสั่งฟ้อง ทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านกาแฟดังกล่าวรับที่จะเร่งรื้อถอนในส่วนที่บุกรุกพื้นที่ป่าออกไป แต่ในส่วนอื่นๆ ของร้านยังคงเปิดให้บริการตาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WP_KANawMhE      

 7,971
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 60

เปิดคลิปนาทีระเบิดสนั่นภูทับเบิก เชื่อปมขัดแย้งรื้อถอนรีสอร์ท หวังสังหารจนท.

กรณีที่มีเจ้าของคิวรถสองแถวโดยสารที่ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกระเบิดเสียชีวิตหลังเข้าไปปัสสาวะริมทาง บริเวณทางขึ้นลงภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์   คลิปจากกล้องหน้ารถ จับภาพวินาทีระเบิดไว้ได้ ในช่วงที่รถขับผ่านจุดเกิดเหตุพอดี จะเห็นได้ว่าบริเวณสามแยกมีรถสองแถวสีแดงจอดอยู่ และจังหวะที่เจ้าของรถสองแถวเดินออกจากป่าทางขวามือ ก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างแรง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าเป็นลูกปืน ค. ที่นำมาดัดแปลงทำเป็นระเบิด   หลายคนตั้งข้อสังเกตุว่า น่าจะเป็นการนำมาระเบิดที่นำมาวางไว้ หวังผลที่จะก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นจุดตั้งศูนย์อำนวยการ เพื่อดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทภูทับเบิก ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมารวมตัวกันที่บริเวณนี้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า   ในเวลาต่อมานายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผวจ.เพชรบูรณ์ พร้อมคณะ ได้มอบเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วนมาตรการป้องกันนั้น ได้สั่งการทุกหน่วยเฝ้าระวัง เพื่อเป็นไปตามมาตรการแก้ไขปัญหาและจัดการภูทับเบิกตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/59 ซึ่งไม่รู้สึกหนักใจ อีกทั้งภูทับเบิกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง และขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภูทับเบิก   ส่วนสาเหตุของการระเบิดนั้น ยังไม่ชี้ชัดว่ามาจากประเด็นใด แต่ดูจากพยานหลักฐานในเหตุการณ์ น่าจะเชื่อมโยงการรื้อถอนรีสอร์ทภูทับเบิกมากกว่า แต่ทั้งนี้ ต้องรอความชัดเจนจากชุด EOD อีกครั้ง อย่างไรก็ตามไม่กระทบ ต่อแผนงาน ยังเดินตามแผนแม่บทแก้ไขปัญหาภูทับเบิกต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ANaaK4VLR4Q    

 5,253
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 มิ.ย. 60

เจ้าของบ้านต่อเติมหลังคา อ้างสร้างกันฝนสาด ปัดฮุบที่ส่วนกลาง เทศบาลสั่งรื้อภายใน 3 วัน

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา โพสต์ภาพบ้านสองหลังในหมู่บ้าน ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างต่อเติมโครงสร้างหลังคา ระหว่างกลางให้เชื่อมต่อกัน โดยผู้โพสต์ระบุว่า เจ้าของบ้านซื้อบ้านสองหลัง ตั้งขนาบตรอกสาธารณะ ที่มีไว้ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านใช้กลับรถ แต่ต่อมาเจ้าของบ้านกลับถือวิสาสะ ต่อเติมบ้านตรงพื้นที่ตรงกลาง ให้บ้านทั้งสองหลังของตัวเองเชื่อมต่อกัน ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อน แม้จะเข้าไปทักท้วง แต่เจ้าของบ้านก็ไม่สนใจ จนต้องนำเรื่องมาร้องเรียนผ่านโลกออนไลน์   ต่อมารองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุ พบว่าในหมู่บ้านมีจุดกลับรถทั้งหมด 3 จุด  จุดที่เป็นปัญหาคือจุดที่สอง อยู่กลางหมู่บ้าน อีกทั้งบ้านฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีช่องกลับรถเหมือนกัน ก็ยังมีการสร้างรั้วกั้นเช่นกัน   จากคำบอกเล่าของหนึ่งในลูกบ้านของหมู่บ้าน เปิดเผยว่า ที่ว่างระหว่างบ้านทั้งสองหลัง เป็นพื้นที่ที่ทางหมู่บ้านยกให้เทศบาลดูแล ใช้สำหรับให้คนในหมู่บ้านใช้กลับรถ  ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเจ้าของบ้านตั้งใจจะก่อสร้างอะไร แต่ความเห็นของคนในหมู่บ้านต่างก็ไม่เห็นด้วย และได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก   ขณะเดียวกันมีผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุว่าเป็นเจ้าของบ้าน หลังที่เกิดปัญหา โดยมีการชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องสร้างโครงสร้างหลังคาเชื่อม เพราะบ้านของตนทั้งสองหลัง ประสบปัญหาน้ำฝนสาดเข้าบ้าน จึงต้องก่อสร้างหลังคายื่นออกมากันฝนสาด แต่เห็นว่าไหนๆจะสร้างหลังคายื่นออกมาจากบ้านทั้งสองหลังแล้ว ก็น่าจะสร้างให้เชื่อมติดกันไปเลย ซึ่งถ้าสร้างเสร็จแล้วจะยกให้เทศบาลใช้ประโยชน์เป็นที่สาธารณะ   ส่วนภาพที่เห็นว่ามีเสาเข็มวางอยู่ จนมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตั้งใจจะฮุบที่สาธารณะ สร้างเป็นที่อยู่อาศัย  จริงๆแล้วเป็นเสาเข็ม ที่ตนสั่งมาต่อเติมส่วนหลังบ้าน เพียงแต่ยังไม่ได้ขนย้ายเข้าไปหลังบ้านเท่านั้น   อย่างไรก็ตามรองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราระบุว่า การก่อสร้างในลักษณะดังกล่าว มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่กำหนดให้ บ้านแถว(ทาวน์เฮาส์) ที่สร้างถึง 10 คูหา หรือ 40 เมตรต้องมีที่ว่างระหว่างแถว ไม่น้อยกว่า 4 เมตร ต้องเป็นช่องตลอดความลึกของทาวน์เฮาส์นั้นๆ   ทางเทศบาลจึงมีคำสั่งให้เจ้าของบ้านดังกล่าว รวมทั้งบ้านอื่นๆที่มีการก่อสร้างสิ่งต่างๆ กีดขวางช่องว่างระหว่างทาวน์เฮาส์ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกทั้งหมดภายใน 3 วัน มิเช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย  ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็ยินดีจะรื้อถอน รวมทั้งเจ้าของบ้านฝั่งตรงข้าม ที่สร้างรั้วกั้นจุดกลับรถ ก็ยอมรื้อถอนเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qq3moQXdMX4    

 86,113
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.พ. 60

ชุลมุนวุ่น ชาวบ้าน ปะทะ จนท.ขณะเจรจาขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างใต้ด่วนดินแดง

เมื่อเวลา 12.20 น. เจ้าหน้าที่ กทม. และกำลังตำรวจ อยู่ระหว่างเจรจากับชาวบ้านที่พักอาศัยบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง เพื่อขอร้องให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากพื้นที่   เบื้องต้นชาวบ้านไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของเจ้าหน้าที่ มีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย โดย กทม.ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ต้องการผลักดันและรื้อถอนสิ่งก่อสร้างบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ โดยเข้าเจรจาตั้งแต่ 10.30 น. จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ

 28,636
ข่าวภูมิภาค
27 ม.ค. 60

ไฟไหม้สถานบันเทิงกลางเมืองจันท์ ขณะช่างรื้อถอน คาดเกิดจากสะเก็ดไฟ

จันทบุรี-เจ้าหน้าที่เร่งนำรถดับเพลิงนำน้ำเข้าฉีดสกัดดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้อาคารสถานบันเทิงใจกลางเมืองจันทบุรี ซึ่งอยู่ติดกับถนนท่าแฉลบ อำเภอเมืองจันทบุรี โดยกลุ่มควันได้พวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้าเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าเป็นสถานบันเทิงที่กำลังจะรื้อถอน แต่ระหว่างที่กำลังตัดเหล็กอยู่นั้น สะเก็ดไฟได้กระเด็นไปติดกับ โฟมของตัวอาคาร ทำให้เกิดไฟไหม้อย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลานานร่วม 30 นาทีจึงสามารถฉีดน้ำสกัดเพลิงไว้ได้ เนื่องจากวัสดุที่เป็นตัวอาคารเป็นโฟมทั้งหมด ทำให้ติดไฟง่ายและลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยได้แบ่งกำลังออกทั้งฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อดับไฟ และเข้าฉีดด้านในอาคาร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bDkB_YdHqRo  

 2,269
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 59

ตำรวจนำกำลัง 5 กองร้อยรื้อสิ่งปลูกสร้างวัดพระธรรมกาย 'ศรีวราห์' ยันพร้อมเดินหน้าเอาผิด ไม่ต้องรอ dsi

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงปฏิบัติการที่ จนท.ตำรวจ 5 กองร้อย เข้ารื้อถอนสิ่งกีดขวางทางสาธารณะของวัดพระธรรมกาย เป็นการดำเนินการตามที่ชาวบ้านเข้าร้องเรียน กรมธนารักษ์พื้นที่จังหวัดปทุมธานี จึงได้นำกำลังเข้ารื้อถอนจำนวน 2 จุด ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จจะถอนกำลังกลับที่นั่งทันที โดยจะไม่มีการบุกเข้าไปควบคุมตัวพระธัมมชโยแต่อย่างใด ซึ่งการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้รับความร่วมมือจากทางวัดเป็นอย่างดี เชื่อเหตุการณ์ไม่บานปลายเพราะได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนของกฏหมายด้วยความละมุนละม่อม พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีการตัดไฟ เนื่องจากเป็นเรื่องของฝ่ายปกครอง และยืนยันว่า ยังไม่มีแผนเข้ารื้อถอนอาคารสิ่งปลูกก่อสร้างผิดกฏหมายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเกี่ยวกับการให้ข่าวของทนายความวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า สิ่งปลูกสร้างของทางวัดถูกกฏหมายว่าเข้าข่ายให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบของตำรวจ ยืนยันว่า มีการกระทำความผิดจริง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/US4seFx24LE  

 2,331

Top