ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรวจสอบ"

การเมือง
02 ต.ค. 62

'เสรีพิศุทธ์' เผย ข้อมูลชัดแล้ว 'ธรรมนัส' ปลอมวุฒิ เชื่อจงใจทำ

เสรีพิศุทธ์ เผย ข้อมูลชัดแล้ว ธรรมนัส ปลอมวุฒิ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง เชื่อ ธรรมนัสจงใจ   วันที่ 2 ต.ค. พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมกรรมาธิการในวันนี้ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาในหลายเรื่อง ทั้งการร้องเรียน กทม. จัดซื้อที่ดินราคาสูงเกินจริง และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะนี้ได้ให้อนุกรรมาธิการไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนเรื่องร้องเรียนของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติ ที่ขอให้ตรวจสอบ สำนักงานศาลยุติธรรม และ สำนักงานอัยการ กรณีขอใช้งบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาจัดงานด้านศาสนาว่าถูกต้องหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าสามารถทำได้หรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับเรื่องโดยตรง   ส่วนการตรวจสอบ วุฒิการศึกษาปลอม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นขณะนี้ได้ให้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ เข้าให้ข้อมูลแล้วโดยมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า มี ส.ส.บางพรรคใช้วุฒิการศึกษาปลอมในการสมัครรับเลือกตั้งด้วย ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อไป    แต่กรณีของ ร.อ.ธรรมนัส ส่วนตัวเห็นว่า มีความจงใจ เพราะรู้เห็นขบวนการวุฒิการศึกษาปลอมอยู่แล้ว ตอนนี้ข้อมูลชัดเจนแล้ว ร.อ.ธรรมนัส ก็ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก    แต่ในชั้นของกรรมาธิการอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริงโดยเชิญ ร.อ.ธรรมนัส มาให้ข้อมูลด้วยตัวเองหลังจากนี้ แต่หากไม่มาก็ถือว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้กรรมาธิการจะเดินทางไปตามหาข้อมูลในต่างประเทศเพิ่มเติมด้วย เช่นเดียวกับ กรณีตรวจสอบ กรณี ร.อ.ธรรมนัสเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดใน ออสเตรเลียด้วย หากกรรมาธิการตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง เรื่องนี้ถึงขั้นที่นายกรัฐมนตรีมีความผิดด้วยตามกฎหมาย ที่แต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเข้ามาทำหน้าที่   ขอบคุณภาพ : มติชน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'เสรีพิศุทธ์' ตั้งอนุ กมธ.ปราบโกง บิน 3 ประเทศ สอบปมฉาว 'ธรรมนัส'         

 2,205
การเมือง
27 ก.ย. 62

'บิ๊กป้อม' ขอตรวจสอบ 'พรรคสีส้ม' โยงม็อบป่วนสหรัฐหรือไม่

บิ๊กป้อม ชี้ ม็อบป่วนที่สหรัฐฯ หวังดิสเครดิตนายกฯ ยันไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องประชาธิปไตย ขอตรวจสอบโยง "พรรคสีส้ม" หรือไม่ และยังไม่ทราบใครอยู่เบื้องหลัง   วันที่ 27 ก.ย. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีคนชูป้ายประท้วงในระหว่างที่นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาบนเวที Asia socity ที่องค์การสหประชาชาติ เป็นการดิสเครดิตหรือไม่ โดยยอมรับว่าใช่ แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเป็นเรื่องของประชาธิปไตยก็ให้ว่ากันไป ส่วนใครจะอยู่เบื้องหลังนั้น ตนไม่ทราบ พร้อมย้อนถามสื่อมวลชนว่า รู้หรือไม่   ส่วนเอกสารที่มีการเผยแพร่ออกมา ในการว่าจ้างบริษัท APCO Worldwide ที่หลายฝ่ายคาดว่าเชื่อมโยงกับม็อบประท้วง และป้ายประท้วงนายกฯที่นิวยอร์กกับพรรคสีส้ม ว่า ตนเห็นแล้ว ตนไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบ   เมื่อถามว่าพลเอกประยุทธ์สามารถแก้ปัญหาเมื่อวานนี้ได้ดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นายกฯก็ไม่มีอะไร ก็โอเค แล้วพูดต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'บิ๊กตู่' ตอบกลับ "ฮัลโหล แต๊งกิ้ว" หลังถูก นศ.สาวไทยบุกชูป้ายประท้วง กลางวงปาฐกถาที่นิวยอร์ก - เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 27 ก.ย.62 รวบยกแก๊งบ้านปาร์ตี้ลัลลาเบล-ปมเหมฆ่าตัวตาย-ยกป้ายประท้วงนายกฯ-ต่ออายุน้ำไฟฟรี    

 5,560
การเมือง
27 ส.ค. 62

ผู้ตรวจฯ ตีตกกรณี 'เสรีพิศุทธ์' ร้องสอบ รัฐสภาเลือกนายกฯ ชี้โหวตถูกต้องแล้ว

ผู้ตรวจฯตีตก 'เสรีพิศุทธ์' ร้องสอบ รัฐสภาเลือกนายกฯ ชี้การโหวตเลือกนายกฯถูกต้องตาม รธน. แล้ว   วันที่ 27 ส.ค. นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลการวินิจฉัย คำร้องของ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเห็นชอบนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากไม่ดำเนินการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 159    โดยผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้ว มีมติไม่ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่า ตามมาตรา 272 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล บัญญัติไว้ว่า “ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา " อันเป็นบทยกเว้นมาตรา 159 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม เรื่องการรับรองการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และการลงมติเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร   จึงเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว และมิได้มีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียน จึงวินิจฉัยให้ยุติเรื่องร้องเรียน  

 1,470
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 62

จี้ ผบช.น.ตรวจสอบสถานประกอบการรอบสถานศึกษา ย่านวงศ์สว่าง 11 ขายเหล้าเด็กต่ำกว่า 20

เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา พร้อมเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ สวมหน้ากากขาวยื่นหนังสือจี้ ผบช.น.ดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการ ย่านวงศ์สว่าง 11 ซึ่งอยู่ในพื้นที่สถานศึกษา และปล่อยให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เป็นเหตุให้มีการแทงกันเสียชีวิตเมื่อเดือนก่อน    วันที่ 9 ส.ค. นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัย และนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ สวมหน้ากากสีขาวเชิงสัญลักษณ์ เข้ายื่นหนังสือถึงพลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกร้องให้ตรวจสถานประกอบการภายในซอยวงศ์สว่าง 11 ซึ่งอยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง หลังจากเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 เกิดเหตุนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 ถูกกลุ่มนักศึกษาอาชีวะกว่า 10 คนรุมทำร้าย และใช้มีดแทงที่ลำคอจนเสียชีวิตภายในซอยวงศ์สว่าง 11 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายไม่เคยรู้จักกันมาก่อน    นายคำรณ เปิดเผยว่า วันนี้ต้องการยื่นหนังสือให้ ผบช.น. ให้ดำเนินการตรวจสอบ และเอาผิดกับสถานประกอบการ รวมถึงสถานบริการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งอยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง ควบคู่กับการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหา เนื่องจากในพื้นที่ซอยวงศ์สว่างนั้น จากการไปสำรวจของเครือข่ายพบว่า มีสถานประกอบการมากนับร้อยร้าน แม้ปัจจุบันจะมีการปิดไปบางส่วนแล้วก็ตาม    ขณะที่การสำรวจทั่วประเทศ มีสถานประกอบการที่ถูกสั่งปิดไปแล้วมากกว่า 900 ร้าน รอบสถานศึกษากว่า 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ แต่ในจำนวนนี้กลับไม่ได้พบว่า เป็นสถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่กลับเป็นพื้นที่ของเชียงใหม่และชลบุรี    โดยภายหลังจากการเรียกร้อง ก็มี พ.ต.อ.สมฤกษ์ ชัยสุกัญญาสันต์ ในฐานะนายตำรวจเวรชั้นผู้ใหญ่ เป็นตัวแทนรับหนังสือจากนายคำรณ ก่อนดำเนินการนำเรียนผู้บังคับบัญชา พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป   

 671
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

กต. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังคู่รักออสซี่โวย กินผัดไทยป่วยหนัก 2 ปี

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผย อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง  2 สามี-ภรรยา ชาวออสเตรเลีย ประกาศไม่เหยียบเมืองไทย หลังกินผัดไทยแล้วป่วย    จากรณีที่ สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีคู่รักชาวออสเตรเลียจากเมืองเพิร์ธ มาเที่ยวประเทศไทยเมื่อปี 2560 พร้อมกับลูก ๆ 2 คน แต่เมื่อเดินทางกลับบ้าน ทั้งคู่ป่วยหนัก จากการกินผัดไทย โดยมีอาการไม่สบาย, หมดเรี่ยวแรงจนลุกจากเตียงหลังตื่นนอนยังลำบาก มีอาการเบลอตลอดเวลา   ด้านแพทย์วินิจฉัยว่า พวกเขาได้รับปรสิต เดนตามีบา ฟราจิลิส (Dientamoeba Fragilis) ทำให้เกิดอาการท้องเสีย, ท้องเสียเรื้อรัง, อ่อนล้า และทำให้เด็กเจริญเติบโตได้ไม่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น เบื่ออาหาร, คลื่นไส้อาเจียน ในรายที่เป็นหนักก็อาจเกิดอาการอ่อนล้าเรื้อรังได้   ทำให้สามีภรรยาคู่นี้ต้องเข้ารับการตรวจมานานเกือบ 2 ปี จนตอนนี้หายเป็นปกติ ก่อนให้สัมภาษณ์สื่อของออสเตรเลียว่า จะไม่กลับไปประเทศไทยอีกแล้ว เพราะประสบการณ์ที่ได้รับทำให้พวกเขาต้องเผชิญ 2 ปีที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต   ล่าสุด (9 ก.ค. 62)  นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวนี้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่          ขอบคุณภาพ : มติชน       อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คู่รักออสซี่โวยติดเชื้อปรสิต ป่วยหนัก 2 ปี หลังกินผัดไทย ลั่นไม่กลับมาเที่ยวไทยอีก  

 1,833
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

อย.เร่งหา หญ้ารีแพร์ - บิ๊กเอ็ม มาตรวจสอบ หลังพบไม่มีข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร-ยา

อย.ยังหา หญ้ารีแพร์-BIG-M สองผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายผิดมาตรวจสอบ หลังมีการร้องเรียน เบื้องต้นตรวจสอบไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา   จากกรณีที่ทาง อย.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ หญ้ารีแพร์ ทางเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่พบว่ามีการโฆษณาขายหญ้ารีแพร์ ที่อ้างสรรพคุณช่วยในการฟิตกระชับ กลับสู่วัยสาว ลดอาการปวดประจำเดือน ลดอาการตกขาว ขับสารพิษ ลดไขมันในเส้นเลือด และผลิตภัณฑ์ BIG-M ที่มีคำโฆษณา อ้างว่าเป็นสมุนไพรหมามุ่ยอินเดีย มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ไม่เหนื่อยง่าย ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ เพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศ บำรุงต่อมลูกหมาก แก้ต่อมลูกหมากโต ซึ่งการโฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดียดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตจาก อย. และเป็นการโฆษณาเกินจริง   นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยาจึงยืนยันได้ว่าเป็นการโฆษณาขายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ส่วนผู้ผลิต ขาย ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    ขณะนี้ทาง อย. อยู่ระหว่างหาตัวผลิตภัณฑ์ทั้งสองมาตรวจว่ามีการผสมส่วนผสมใดบ้าง จึงจะสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา และจะสามารถระบุได้ว่าผิดในข้อใดเพิ่มนอกจากการโฆษณาโดยไม่ได้ระบอนุญาต   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,239
ข่าวภูมิภาค
20 เม.ย. 61

ชาวบ้านผวาพบปลิงมีเขี้ยว-ตัวยาว 30 ซม. กัดคนเจ็บ-ตาย เชื่ออาจเป็นปลิงสายพันธุ์ใหม่

หลังจากมีข่าวพบปลิงประหลาดไม่ทราบว่าสายพันธุ์ไหน บริเวณบ่อน้ำ ม.2 ต.ย่านซื่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านถูกกัด และพบว่ามีผู้เสียชีวิต เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว โดยล่าสุด นายสุบิน ยินดี อายุ 65 ปี ซึ่งประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรเก็บบัว กระจับ ผักกระเฉด ผักบุ้ง ตามแหล่งธรรมชาติ และเป็นรายล่าสุดที่ถูกปลิงกัดที่บริเวณบ่อน้ำ โดยสามารถเก็บปลิงที่กัดได้ และพบว่ามีลักษณะแปลก ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นมาก่อนนั้น   นายบันเทิง โชติพ่วง ประมงจังหวัดอ่างทอง ได้ลงพื้นที่สอบถามรายละเอียด กับผู้ประสบเหตุและขอดูซากปลิง ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า อยู่ในสภาพเปื่อยเน่า จนไม่สามารถนำไปตรวจสอบได้ แต่เบื้องต้นได้นำรูปถ่ายที่ทางชาวบ้านได้ถ่ายไว้ ซึ่งลักษณะปลิงมีความแตกต่างจากปลิงทั่วไป โดยปลิงที่พบมีสีเหลือง และมีลายสีดำคาดเป็นปล้องๆ โดยได้ส่งไปยังกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ ที่กรมประมง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จะทราบรายละเอียดที่แน่ชัดว่าเป็นสัตว์ชนิดใด สายพันธุ์ไหน เบื้องต้นได้ให้ความรู้กับชาวบ้าน และวิธีการป้องกัน มีการสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดและหลายชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปลิงสามารถเกาะได้ และวิธีปฎิบัติที่ถูกต้องถ้าเกิดถูกกัด   สำหรับอาการของนายสุบิน ยังคงมีอาการแสบที่บริเวณแผล และมีการเปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่ถูกกัด รู้สึกมึนงง และเวียนหัว และหลังจากที่ถูกส่งตัวไปพบแพทย์ ทางแพทย์ได้ทำการฉีดยาป้องกันการติดเชื้อ และฉีดยาป้องกันบาดทะยัก และทางแพทย์ให้ระวังรักษาแผลให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LsekSzVbd5o    

 57,581
การเมือง
11 เม.ย. 61

ศธ.ส่งข้อมูล ปปท. เอาผิดคนเอี่ยวทุจริตกองทุนเสมาเพิ่ม เผยถูก 'รจนา' ยืมบัญชีส่วนตัวไปใช้

กระทรวงศึกษาธิการ ส่งข้อมูลการสอบสวนทุจริตกองทุนเสมา ให้ ปปท. เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 44 ราย จำนวนนี้มีข้าราชการ 7 คน   ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้นำ 2 ผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับการโอนเงิน และ ต้องการมาแสดงความบริสุทธิ์ใจมาให้ข้อมูลกับ ปปท. ซึ่ง 1 ใน 2 ยอมรับว่าเคยทำงานกับนางรจนา และถูกยืมบัญชีส่วนตัวไปใช้ด้วยความสนิทส่วนตัว โดยไม่รู้ว่ามีการใช้กระทำความผิด ก่อนมารู้ตัวหลังตรวจสอบตัวเลขหมุนเวียนในบัญชี มีการโอนเงินเข้ามา 7 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านกว่าบาท   ขณะนี้ ปปท.ยังไม่มีการแยกสำนวนการสอบสวน เนื่องจากอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงว่า มีข้อมูลเพียงพอในการตั้งข้อกล่าวหาเอาผิดกับ นางรจนา หรือไม่ ส่วนข้อมูลที่กระทรวงศึกษามาร้องทุกข์เอาผิดเพิ่มเติมอีก 44 รายนั้น จะรวบรวมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ปปท. พิจารณาตั้งอนุกรรมการไต่สวนตามขั้นตอนในช่วงสัปดาห์แรกหลังหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งยืนยัน ปปท.จะไต่สวนในทุกมิติ และหากเชื่อมโยงไปถึงใครก็ต้องถูกดำเนินคดี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZWS1_-6u4hk    

 2,180
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.พ. 61

กทม.ลุยตรวจตลาดรอบบ้าน 'ป้าทุบรถ' แจงปมยังเปิดขายเพราะต้องให้เวลา - ผู้ค้าวอนขอความเห็นใจ

ความคืบหน้าจากกรณี “ป้าทุบรถ” หลังบานปลายจนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหารนครลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดและสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีการประกอบกิจการการตลาดบริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 โดยอาจจะต้องมีการรื้อถอนตลาดที่ไม่ถูกต้องออกไปนั้น   ล่าสุด นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการลงพื้นที่ตลาดรอบบ้านนางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ พร้อมกับ นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ   สรุปแล้วตลาดที่จะต้องปิดตัวในวันที่ 28 ก.พ.นี้ มีทั้งหมด 3 ตลาด ได้แก่ตลาดสวนหลวง1 ตลาดรุ่งวานิช และตลาดร่มเหลือง แต่ไม่ใช่การปิดกะทันหัน จึงให้เวลาผู้ค้าถึงวันที่ 28 ก.พ.จึงจะทำการปิดถาวร ซึ่งเจ้าของตลาดก็ยืนยันว่าจะทำการแก้ไขปรับปรุงและยื่นขออนุญาตเปิดตลาดใหม่อย่างแน่นอน ส่วนอีก 2 ตลาด ได้แก่ ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนรานั้น ก็จะมีการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมายที่มีการขออนุญาต     อย่างไรก็ตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้างตลาดนั้น จะยึดตามข้อกฎหมายว่ามีความผิดตามกฎหมาย 3 ฉบับหรือไม่ ได้แก่ พรบ.ผังเมือง พรบ.ควบคุมอาคาร 2522 และ พรบ.กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2533 จะต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ความสะอาด ส่วนเรื่องการละเมิดกฎหมายก่อตั้งตลาดนั้นจะต้องขอเวลาทำงานให้คณะกรรม โดยบรรยากาศระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบได้มีพ่อค้าแม่ค้าพูดวิงวอนขอความเห็นใจ พร้อมยืนยันว่ายินดีจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และทำตามขั้นตอนให้ถูกต้อง     ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีหลายสมัยและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธข่าวที่ลือว่าภรรยาเป็นเจ้าของตลาดยิ่งนราที่กำลังเป็นข่าวว่าเป็นคนละคนกัน โดยภรรยาของตนชื่อว่า "พัชรา" ไม่ใช่ "พัชรี"                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/VC5KAwvhlJ8

 12,753
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ก.พ. 61

สั่งตั้งกรรมการสอบ โรงพักสงขลาร้าง ไร้เงา จนท.เข้าเวร ตร.เชื่อเป็นฝีมือผู้ไม่หวังดีกลั่นแกล้ง

ความคืบหน้ากรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ บูม ดำรัส ได้โพสต์ภาพและคลิปวีดีโอความยาว ประมาณ 1 นาที อ้างว่าเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธงเมืองสงขลา แต่ไม่มีตำรวจเข้าเวร ทั้งนี้ผู้โพสต์ ยังได้ลองเปิดสัญญาณกันขโมยของรถยนต์เก่งเพื่อทดสอบ ปรากฏว่า ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาตรวจสอบ ก่อนนำภาพไปแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ประจานความไร้ประสิทธิภาพของตำรวจไทย   ล่าสุด พันตำรวจเอกอลงกรณ์ สีมาวุธ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา โดยเฉพาะผู้ที่เข้าเวรดังกล่าว และมอบหมายให้พันตำรวจโทศุภกิตติ์ ประจันตะเสน รองผู้กำกับสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เป็นผู้ชี้แจงแทน   เบื้องต้น ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากบกพร่องหรือละเว้นให้ดำเนินทางวินัยผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ภายใน 1สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบ CCTV หน้าสถานีตำรวจ กับเฟซบุ๊กที่ผู้โพสต์นำไปแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ วันที่เวลา ตรงกันหรือไม่ เหตุเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงหรือไม่   เพราะช่วงเวลาดังกล่าว ตำรวจที่เข้าเวรอ้างว่ามีพนักงานสอบสวนอยู่เวรอย่างไรก็ตามจากกรณีที่เกิดขึ้น รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เชื่อว่าน่าจะมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่พอใจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ได้เคยมีเหตุกลุ่มคนเมาโวยวายบริเวณโรงพัก ทำให้ทาง จนท.ได้เข้าควบคุมเหตุ จึงอาจเป็นภาพเก่าที่นำมาเผยแพร่   อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะต้องมีคำตอบให้สังคมหายสงสัย หากภาพที่โพสต์เป็นการกลั่นแกล้ง ผู้ที่โพสต์ จะต้องรับผิดชอบ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์   อย่างไรก็ตามบรรยากาศที่เกิดขึ้นทั่วไป ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะพนักงานสอบสอบที่เข้าเวรรอบดึก   ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา พลตำรวจปรีดา เปี่ยมวารี เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นขอให้เป็นหน้าที่ของผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รายงานมาตามลำดับชั้น ยกเว้นปล่อยปละเลย ก็จะเรียกให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการภูธรจังหวัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XV9UndPfKMM    

 6,867
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ก.พ. 61

สรรพสามิตชี้แจง ปมหนุ่มซื้อเหล้าดิวตี้ฟรี โดนบุกตรวจถึงบ้าน ยึดของกลาง 8 ขวด โดนปรับกว่า 3 หมื่น

โลกออนไลน์แชร์ข้อความจาก นายชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) ได้โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อหลังถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าตรวจค้นบ้าน และเรียกเก็บภาษีสุราจากสุราต่างประเทศที่ซื้อมาจากดิวตี้ฟรี โดยระบุว่า   "เตือนผู้สะสมเหล้านอกทั้งหลาย ที่ซื้อมาจากด่านปลอดภาษีทั้งปวงที่ไม่มีแสตมป์สรรพสามิตรับรอง เก็บไว้ในตู้โชว์ที่บ้านของท่าน วันดีคืนดีอาจจะมีผู้มาเยือน แล้วยึดเหล้าที่ท่านสะสมมาหลายปี ถ้าท่านไม่ดื่มก่อนหรือเปิดฝาไว้ เกินปริมาณ 1 ลิตรที่กำหนด เหล้าที่สะสมก็จะอันตรธานหายไปพร้อมกับค่าปรับ   ในฐานะที่ท่านมีเหล้าครอบครองเกินปริมาณที่กำหนด 1 ลิตร นี่คือความรู้ใหม่ที่ใครๆ หลายคนยังไม่ทราบ ก็ควรศึกษาไว้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเอง นี่แค่โดนยึดไป 8 ขวด 8 ลิตร ดูค่าปรับมโหฬารเกินคำบรรยาย ในยุค คสช.คืนความสุขให้ประชาชนจริงๆ อ่านแล้วโปรดแชร์เพื่อประโยชน์แก่นักสะสมเหล้านอกอีกหลายๆ คนที่ยังไม่ทราบ"   ในเวลาต่อมา นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ได้รับรายงานจากสรรพสามิตพื้นที่ราชบุรี ถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นการเข้าตรวจสอบโดยออกหมายค้น ในกรณีที่อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ไพ่ ซึ่งมีการซัดทอดมา ไม่ใช่เป็นการเข้าไปบุกค้น ตรวจสอบสุราที่เสียภาษีไม่ถูกต้อง โดยกรณีนี้เจ้าหน้าที่ได้พบสุราที่ไม่ติดแสตมป์ด้วย จึงได้มีการเรียกค่าปรับไว้ แต่หากเจ้าของสุราดังกล่าวสามารถพิสูจน์ได้ว่า สุราดังกล่าวนำเข้ามาจากเขตปลอดภาษีจริงก็สามารถมาเรียกค่าปรับคืนได้   ทั้งนี้ในหลักการสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่ซื้อมาจากเขตปลอดภาษี (Duty Free) ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่หากเจ้าหน้าที่ไปพบในปริมาณที่เข้าข่ายว่าไม่ได้ซื้อมาบริโภคเอง ผู้ที่ครองครองต้องแสดงหลักฐานการได้มา เช่น ใบเสร็จซื้อสินค้า หรือหากซื้อมานานและทำใบเสร็จสูญหายไปแล้ว ก็ต้องนำหนังสือเดินทางมาชี้แจงว่า ได้เดินทางออก-เข้าประเทศ และได้มีการซื้อสินค้านั้นจริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาความถูกต้อง   พร้อมแนะนำว่าหากมีการซื้อสินค้ามาให้เก็บใบเสร็จไว้ด้วย เผื่อมีการตรวจสอบในอนาคต ในบางรายที่ครองครองไม่มาก เช่น 4-5 ขวด และไม่มีเจตนาทางการค้า กรมก็คงไม่ไปเรียกค่าปรับอะไร แต่ถ้าซื้อมาเพื่อขายต่อ เป็นลังๆ ในกรณีนี้ต้องเสียภาษี ติดแสตมป์มให้ถูกต้อง ขอให้ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ผู้ที่ซื้อมาจากเขตปลอดภาษี แล้วเก็บไว้ในที่พักอาศัย เพราะกรมสรรพสามิตไม่มีอำนาจ บุกตรวจค้นได้ทั่วไป และไม่มีนโยบายไปไล่ตรวจเป็นรายบ้านแน่นอน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9H6_eku2WxI  

 16,105
การเมือง
15 ก.พ. 61

'หมอธี' ไม่ตอบกลับ 'เรืองไกร' จี้ลาออก ปมถือหุ้นสัมปทานบริษัทดัง

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ส่งจดหมายถึงนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ให้พิจารณาเรื่องการถือหุ้น scc ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,000 หุ้นว่าเป็นหุ้นสัมปทานหรือไม่ มีการซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 800 หุ้น ก่อนดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการจริงหรือไม่ และหากเป็นหุ้นสัมปทาน นพ.ธีระเกียรติ จะดำเนินการเหมือนที่ให้สัมภาษณ์กรณีนาฬิกาหรูที่ระบุถ้าเป็นตัวเองคงลาออกตั้งแต่เรือนแรกแล้วหรือไม่   ทั้งนี้จะยื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อให้ดำเนินการกรณีนี้ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการขาดคุณสมบัติต่อไป   ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่าไม่ขอตอบ ส่วนที่ป.ป.ช.พร้อมตรวจสอบหากมีการร้องเรียนนั้น ก็ให้ป.ป.ช.ตรวจสอบไปเพราะรัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็มีปัญหาแบบเดียวกัน ดังนั้น ให้ป.ป.ช.สอบมา ผลเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป ส่วนจะขาดคุณสมบัติหรือไม่นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้วว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aR3l4r-TeNw    

 3,755
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.พ. 61

'สมยศ' แจงปมยืมเงิน 'เสี่ยกำพล' 300 ล้าน พร้อมให้ตรวจสอบ ยัน รายงาน ป.ป.ช.แล้ว

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ชี้แจงกรณีมีชื่อพัวพันกับนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ผู้ต้องหาค้ามนุษย์   โดยพล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การโอนเงินดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เป็นการโอนจากงานกิจกรรมการกุศลและยืมส่วนตัว ตนรู้จักกับนายกำพลมากกว่า 20 ปี จากการแนะนำของเพื่อนในวงการพระเครื่อง จึงคบหากันมา ตนเคยเดือดร้อนไปขอความช่วยเหลือนายกำพลหลายครั้ง นายกำพลให้ความช่วยเหลือตน 3-4 ครั้ง รวมแล้วเป็นเงินที่ปรากฏตามข่าว 300 กว่าล้านบาท   มีการโอนเงินผ่านธนาคารเข้าระบบธุรกรรมการเงินอย่างชัดเจน จึงมีเส้นทางการเงินปรากฏว่านายกำพลโอนเงินมาให้ผม แต่ในปีเดียวกันนายกำพลมาขอเงินคืน ผมก็คืนเงินให้นายกำพลเรียบร้อยผ่านธุรกรรมการเงินของธนาคาร ที่สำคัญเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินหรือการโอนเงินผ่านระบบธนาคาร ได้รายงานให้ ป.ป.ช.เรียบร้อยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นแล้วธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับนายกำพลมีจริง แต่ผ่านระบบต่างๆ ตามกฎหมาย มีสัญญาถูกต้อง มีการโอนเงิน ใช้เงิน ชดใช้หนี้สินกันเรียบร้อย   พร้อมยืนยันว่าไม่มีเหตุผลที่ตนต้องปกปิด เพราะไม่ได้คิดว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินผิดกฎหมาย แต่ถ้าสังคมหรือใครก็ตามสงสัยว่าเงินที่มาให้ตนยืม หรือมาช่วยเหลือคนก็ดี เป็นเงินที่มาจากการทำธุรกิจผิดกฎหมาย อันนี้ต้องไปถามนายกำพลว่าเขาเอาเงินที่ไหนมาให้ตนยืม ตนตอบไม่ได้ เพราะตนไปยืมเงินใครคงไม่กล้าไปถามเขาว่าเงินที่คุณเอามาให้ยืม คุณไปปล้นเขามาหรือเปล่า หรือคุณไปค้ายาเสพติดมาหรือเปล่า ยืมก็คือยืม ช่วยก็คือช่วย ช่วยแล้วไม่ได้หายไปไหน เงินก็เอากลับไปคืน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uLqfsLvk61g    

 4,281
สังคม-อาชญากรรม
30 ม.ค. 61

วสท. ตรวจสอบความแข็งแรงอาคารพาณิชย์ย่านธุรกิจสำเพ็ง ตร.ยังไม่สรุปสาเหตุเพลิงไหม้

สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าตรวจสอบอาคารเพลิงไหม้ย่านสำเพ็งเมื่อวานนี้ เพื่อตรวจสอบความแข็งแรงโครงสร้างอาคาร เบื้องต้น เป็นอาคารสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความคงทนความร้อนได้ 4-5 ชั่วโมง ขณะที่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุเพลิงไหม้     นายธเนศ วีระศิริ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. พร้อมด้วย ทีมวิศวกรอาสาด้านภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น เลขที่ 88 ซึ่งเป็นโกดังเก็บสินค้าของเล่นเด็ก ภายในซอยตรอกสิบเบี้ย ย่านสำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์ ที่เกิดเพลิงลุกไหม้เมื่อบ่ายวานนี้    เบื้องต้นนายธเนศ ระบุว่า อาคารดังกล่าวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งมีความคงทนกว่าอาคารเก่าในละแวกเดียวกัน ซึ่งสามารถทนความร้อนจากการเผาไหม้ได้นาน 4 ถึง 5 ชั่วโมง แต่ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงได้ภายใน 2 ชั่วโมงแรกที่เกิดเพลิงไหม้ จึงคาดว่าโครงสร้างอาคารไม่น่าจะส่งผลกระทบ แต่ทั้งนี้ก็จะต้องประเมินและเข้าตรวจสอบก่อนจึงจะมีความใน่ชัด      ทั้งนี้ จะเป็นการประเมินด้วยสายตาดูถึงโครงสร้างของอาคาร ว่ามีความแข็งแรงเหมาะกับการใช้งานต่อได้หรือไม่ แต่ยอมรับว่าไม่กังวลถึงโครงสร้างของอาคารดังกล่าว รวมถึงจะตรวจสอบผลกระทบของร้านค้าและอาคารใกล้เคียงว่าจะสามารถเปิดให้บริการ และเข้าอยู่อาศัยได้หรือไม่      สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้นั้น พ.ต.ท.โชคชัย คณะเจริญ รองผู้กำกับการปราบปราม สน.จักรวรรดิ ระบุว่าตอนนี้ยังไม่ตัดสาเหตุใดทิ้ง ทั้งเรื่องของการวางเพลิง,ไฟฟ้าลัดวงจร และความประมาท ซึ่งจะต้องรอให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานด้านไหนไปตรวจสอบคาดว่าจะใช้เวลา 15 วันในการหาสาเหตุที่แท้จริง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,398
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ม.ค. 61

จี้ตรวจสอบ คล้ายคลินิกรับทำแท้ง โดยสองตายาย ย่านพุทธมณฑลสาย 4

จากกรณีเพจดังเผยแพร่คลิปหลุดในสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ระบุว่าเป็นคลินิกคล้ายรับทำแท้งโดยสองตายาย ย่านพุทธมณฑลสาย 4 โดยเป็นคลิปสั้น ๆ ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการทำแท้งจริงหรือไม่ ล่าสุดคลินิกดังกล่าวปลดป้ายปิดร้านหนี ขณะที่ชาวเน็ตจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ    (คลิป)คลิปนี้มีความยาวประมาณ 2 นาที โดยจับภาพผู้สูงอายุชายหญิง 2 คน นั่งอยู่ด้วยกัน จากนั้นชายสูงวัยเดินไปที่เตียงซึ่งอยู่ในห้องเดียวกัน โดยมีผ้าม่านสีเขียวเป็นฉากกั้นที่ประตูทางเข้า ลักษณะภายในคลินิกเหมือนแบ่งเป็นสองห้อง ด้านนอกใช้รองรับผู้มาใช้บริการ ส่วนภายในห้องนี้ใช้เป็นห้องตรวจรักษาโรคหรือไม่คล้ายกับใช้ทำแท้ง จากภาพชายสูงวัยที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นนายแพทย์ ยื่นมือสองข้างไปจับที่ท้องของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเหมือนทำอะไรบางอย่าง โดยมีการพูดคุยกับหญิงสาวที่อยู่บนเตียงเรื่องอายุครรภ์    จากนั้นหญิงสูงวัยได้ลุกเดินมาที่เตียงบอกให้ปลดเข็มขัดแล้วใช้มือคลำท้อง พร้อมกับพูดว่า "น่าจะ 9 สัปดาห์กว่า ตกลงมั้ย 6 พัน" นอกจากนี้ยังพูดว่า "มีลูกแล้ว 3 คน วันก่อนมา 2 คนเล็กขวบกว่าคนนี้ไม่เอา" ก่อนที่หญิงสาวคนนี้จะล้วงเงินมาจ่ายให้กับสองตายยาย คลิปนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการทำแท้งจริงหรือไม่ ขณะที่ชาวเน็ตจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ.   ทั้งนี้ผู้แอบถ่ายคลิปน่าจะเป็นลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในคลินิก กล่าวอ้างว่ามีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชำนาญงานพร้อมใบอนุญาต มีการนำเข้ายาจากต่างประเทศ พร้อมบอกวิธีการสอดใส่เพื่อให้เด็กหลุดอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยได้รับการยกเว้นเรื่องภาษีด้วย     อย่างไรก็ตามหน้าคลินิกระบุว่า เปิดตลอดวันตั้งแต่ 09.00-19.00 น. โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์จากโรงพยาบาลรัฐบาลมานานปี รับตรวจรักษาโรคทั่วไปทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โรคทางศัลยกรรมทั่วไปรวมถึงรับฝากครรภ์    จากการสอบถามคนที่เปิดร้านค้าใกล้กับคลินิก บอกว่า คลินิกแห่งนี้เปิดมานานกว่า 20 ปี ไม่เคยทราบว่ามีการเปิดรับทำแท้งด้วย เคยเห็นแต่คนฝากครรภ์ คลินิกดังกล่าวเพิ่งปิดได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ทีแรกอ้างว่า"หมอป่วยปิดร้าน" หลังจากตกเป็นข่าวก็ปลดป้ายคลินิกออกเมื่อวานนี้ แล้วนำกระดาษมาเขียนติดว่าปิดถาวร ทั้งนี้มีการปิดประตูด้านหน้าไว้แต่จะใช้ประตูด้านหลังคลินิกเป็นช่องทางเข้าออก ขณะที่เมื่อวานนี้ยังพบเห็นชายสูงอายุเดินผ่านร้านค้าย่านนั้นอยู่เลย บางคนเคยเข้าไปรับการรักษาระบุว่า นอกจากสองตายายแล้วในคลินิกยังมีลูกจ้างอีก 3 คน แม่บ้าน 1 คน ปกติสองตายายจะอยู่แต่ในคลินิกไม่ค่อยเดิน

 7,278

Top