ค้นหา :

ผลการค้นหา "พ่อ"

บันเทิง
03 ก.พ. 63

‘ลาล่า’ สุดช็อก! พ่อโดนแก๊สระเบิดใส่หน้า ขณะขายลูกชิ้นทอด เคราะห์ดีปลอดภัยแล้ว สั่งห้ามขายของอีก

ลาล่า เผยสุดช็อค !! หลังคุณพ่อโดนแก๊สระเบิดใส่หน้า ไฟลุกท่วมตัว ขณะขายลูกชิ้นทอดกลางตลาดที่จังหวัดชัยภูมิ มีแผลหนักที่มือและแขน ตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว พร้อมสั่งห้ามพ่อขายของอีก     ไปกันที่เรื่องของ ‘ลาล่า อาร์สยาม’ ที่ล่าสุดก็มีเรื่องสุดช็อค !! หลังคุณพ่อ ‘นายกิตติศักดิ์ ชีวเรืองศรี’ ประสบอุบัติเหตุถูกแก๊สระเบิดใส่หน้า ขณะกำลังขายลูกชิ้นทอดอยู่ที่ตลาดกลางหมู่บ้านอาจสามารถ ที่จังหวัดชัยภูมิ ทำให้มีไฟลุกไหม้ที่เสื้อผ้า ใบหน้า ผม ใบหู แขนและมือทั้งสองข้าง  ซึ่งหลังจากทราบข่าว ‘ลาล่า’ ที่กำลังถ่ายละครอยู่ที่ไร่จิมทอมส์สัน จังหวัดนครราชสีมา ก็รีบขับรถกลับไปดูอาการของคุณพ่อที่จังหวัดชัยภูมิทันที   เมื่อวานนี้ นักข่าวได้โทรไปสอบถามเหตุการณ์จาก ‘ลาล่า’ เจ้าตัวก็เล่าให้ฟังว่าคุณพ่อออกไปขายลูกชิ้นทอดตามปกติ เป็นงานที่พ่ออยากทำแก้เหงา ไม่อยากอยู่ว่างๆ แล้วในขณะที่พ่อกำลังเอาแก๊สไปเติม พ่อก็สังเกตุเห็นว่าที่สายยางที่ท่อส่งแก๊สมีน้ำไหลไปไหลมา ก็เลยพยายามปรับหัวแก๊ส แล้วจู่ๆ แก๊สก็ระเบิดขึ้นจนร่างพ่อกระเด็นออกมา ไฟก็ลุกติดเสื้อผ้าทั้งตัว ชาวบ้านเห็นก็เลยรีบเข้ามาช่วยดับไฟ แล้วก็รีบพาไปส่งโรงพยาบาลบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ    ซึ่งหลังจากหมอตรวจก็พบว่ามีแผลไฟไหม้หนักที่มือและแขน และยังมีรอยไหม้ที่บริเวณคอ และ หู แต่โชคดีที่ใบหน้าและดวงตาไม่เป็นอะไร เพราะพ่อใส่แว่นตาเอาไว้  ซึ่งหมอก็ทำแผลให้แล้วให้กลับมาพักที่บ้านได้แล้ว    ‘ลาล่า’ สารภาพเลยว่าตอนแรกที่ทราบข่าวก็ช็อค กรี๊ดร้องไห้แบบไม่รู้ตัว และอยากจะรีบขับรถกลับไปดูพ่อในตอนนั้นเลย แต่หลังจากไปเห็นว่าพ่อปลอดภัยดีแล้ว ก็เบาใจขึ้น และได้สั่งห้ามไม่ให้คุณพ่อไปขายของอีก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N3GzsZO0KAg

 675
ข่าวภูมิภาค
09 ธ.ค. 62

สลด! พ่อเสียสละผ้าห่มให้ลูก ตนเองนอนหนาวเสียชีวิตในบ้าน

บึงกาฬ - กาชาดลงช่วยเหลือครอบครัวหนุ่มเสียสละผ้าห่มให้ลูกนอนหนาวตายในบ้าน   วันที่ 8 ธ.ค. เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุสลด นายประสาร โฮมทอง พ่อวัยอายุ 38 ปี เสียสละผ้าห่มให้ลูกสาวห่มนอนส่วนตัวเองนอนหนาวตายข้างลูกอยู่ภายในบ้านจังหวัดบึงกาฬ ในสภาพศพสวมเสื้อวอร์มแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ กำมือทั้งสองข้างเอาไว้แน่น คาดเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง แพทย์ได้ชันสูตรว่าคงจะเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็นช่วงตอนกลางคืน ให้ผู้ตายปรับร่างกายไม่ทันจึงทำให้เสียชีวิตในครั้งนี้   ล่าสุด นางศิริพร ขุนพานเพิง นายกกิ่งกาชาดอำเภอบึงโขงหลง พร้อมคณะกิ่งกาชาดอำเภอบึงโขงหลง บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบผ้าห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวนหนึ่ง พร้อมตรวจดูสภาพความเป็นอยู่ ซึ่งก็เป็นที่น่าสงสาร บ้านที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ประตูหน้าต่างก็ไม่มี ห้องน้ำที่อยู่หลังบ้านหลังคามุงด้วยสังกะสีประตูก็ไม่มีใช้ผ้าปิดไว้เท่านั้น   นางศิริพร ขุนพานเพิง นายกกิ่งกาชาดอำเภอบึงโขงหลง กล่าวว่า ครอบครัวของนายประสาร ผู้ตายมีฐานะยากจนหลังจากได้พูดคุยกับลูกสาวผู้ตาย อายุ 8 ปี และญาติๆ ในเบื้องต้นน้องทั้ง 2 คนจะไปอาศัยอยู่กับย่าไปพลางก่อน ส่วนเรื่องที่อยู่อาศัยจะได้พูดคุยกับทางอำเภอเพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยให้ นอกจากนี้ยังมีผู้ใจบุญและรายการกล้าลองกล้าลุย โดยนายชัยอนันต์ ปันชู มอบเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่ง และเสื้อผ้ากันหนาว ให้อีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ENCclvWukv0

 2,796
สังคม
09 ธ.ค. 62

สลด! พ่อเสียสละผ้าห่มให้ลูก ตนเองนอนหนาวเสียชีวิตในบ้าน

บึงกาฬ - กาชาดลงช่วยเหลือครอบครัวหนุ่มเสียสละผ้าห่มให้ลูกนอนหนาวตายในบ้าน   วันที่ 8 ธ.ค. เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุสลด นายประสาร โฮมทอง พ่อวัยอายุ 38 ปี เสียสละผ้าห่มให้ลูกสาวห่มนอนส่วนตัวเองนอนหนาวตายข้างลูกอยู่ภายในบ้านจังหวัดบึงกาฬ ในสภาพศพสวมเสื้อวอร์มแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ กำมือทั้งสองข้างเอาไว้แน่น คาดเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง แพทย์ได้ชันสูตรว่าคงจะเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็นช่วงตอนกลางคืน ให้ผู้ตายปรับร่างกายไม่ทันจึงทำให้เสียชีวิตในครั้งนี้   ล่าสุด นางศิริพร ขุนพานเพิง นายกกิ่งกาชาดอำเภอบึงโขงหลง พร้อมคณะกิ่งกาชาดอำเภอบึงโขงหลง บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบผ้าห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวนหนึ่ง พร้อมตรวจดูสภาพความเป็นอยู่ ซึ่งก็เป็นที่น่าสงสาร บ้านที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ประตูหน้าต่างก็ไม่มี ห้องน้ำที่อยู่หลังบ้านหลังคามุงด้วยสังกะสีประตูก็ไม่มีใช้ผ้าปิดไว้เท่านั้น   นางศิริพร ขุนพานเพิง นายกกิ่งกาชาดอำเภอบึงโขงหลง กล่าวว่า ครอบครัวของนายประสาร ผู้ตายมีฐานะยากจนหลังจากได้พูดคุยกับลูกสาวผู้ตาย อายุ 8 ปี และญาติๆ ในเบื้องต้นน้องทั้ง 2 คนจะไปอาศัยอยู่กับย่าไปพลางก่อน ส่วนเรื่องที่อยู่อาศัยจะได้พูดคุยกับทางอำเภอเพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยให้ นอกจากนี้ยังมีผู้ใจบุญและรายการกล้าลองกล้าลุย โดยนายชัยอนันต์ ปันชู มอบเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่ง และเสื้อผ้ากันหนาว ให้อีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ENCclvWukv0

 2,796
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ย. 62

เปิดคลิปสะเทือนใจ! พ่อทำร้ายลูกชายจนทรุดลงกับพื้น ก่อนให้เหตุผล อยากสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี

ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิป พ่อขณะทำร้ายลูกชายด้วยการต่อยเข้าใบหน้าและลำตัวหลายครั้งจนลูกชายถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น    ล่าสุดทางพ่อได้ออกมาเปิดเผยว่าสาเหตุที่ทำลงไปเพราะอยากให้ลูกชายเป็นคนดี อยากสั่งสอนลูก ยืนยันว่ารักลูก และขอโทษที่ทำลงไป วันนั้นโมโหเพราะลูกได้ขายเครื่องเล่นเกมส์ให้กับเพื่อนในราคา 200 บาท และเพื่อนไม่ยอมจ่ายเงินบุตรชายจึงไปทวงเงินจากเพื่อนทุกวัน ทำให้พ่อของเพื่อนได้มาฟ้องตน ทำให้รู้สึกโมโหเพราะคิดว่าลูกเป็นเด็กเกเรเลยลงมือทำร้ายอย่างที่เห็นในคลิปที่มีผู้นำมาโพสต์ในโลกออนไลน์   พร้อมกันนี้ยังยืนยันว่าตนจะตีลูกเฉพาะตอนที่ลูกเกเรเท่านั้น ยอมรับว่าเกินกว่าเหตุ พร้อมยกมือไหว้ขอโทษสังคม    ด้านแม่เลี้ยง กล่าวว่า ในวันนั้นตนเองพยายามเข้าไปห้ามปรามสามีไม่ให้ทำร้ายลูกแต่สามีบอกว่าขอสั่งสอนให้หลาบจำเท่านั้น ยอมรับว่าเขาลงมือแรงไปแต่เด็กก็ไม่ได้เป็นไรมากเพียงแค่ฟกช้ำดำเขียว ตนเองไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้อีก   ทางด้านนายวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ นายก อบต.บางบัวทอง กล่าวว่าอยากให้ผู้ที่เสพโซเชียลใช้ความคิดให้ดีในการตัดสิน วันนี้พ่อเด็กก็ออกมาขอโทษแล้ว อาจเป็นเพราะต้องทำงานหนักหาเงินเลี้ยงลูกเลยเกิดอารมณ์ขึ้น ตนจะให้เจ้าหน้ากองสวัสดิการสังคมเข้ามาเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กและบิดาเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดในเรื่องนี้   ทั้งนี้จากเรื่องที่เกิดขึ้นอยากฝากถึงผู้ปกครองทุกคนเวลาเกิดปัญหาอะไรอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/K85UX84TUDQ  

 3,337
สังคม
16 พ.ย. 62

เปิดคลิปสะเทือนใจ! พ่อทำร้ายลูกชายจนทรุดลงกับพื้น ก่อนให้เหตุผล อยากสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี

ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิป พ่อขณะทำร้ายลูกชายด้วยการต่อยเข้าใบหน้าและลำตัวหลายครั้งจนลูกชายถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น    ล่าสุดทางพ่อได้ออกมาเปิดเผยว่าสาเหตุที่ทำลงไปเพราะอยากให้ลูกชายเป็นคนดี อยากสั่งสอนลูก ยืนยันว่ารักลูก และขอโทษที่ทำลงไป วันนั้นโมโหเพราะลูกได้ขายเครื่องเล่นเกมส์ให้กับเพื่อนในราคา 200 บาท และเพื่อนไม่ยอมจ่ายเงินบุตรชายจึงไปทวงเงินจากเพื่อนทุกวัน ทำให้พ่อของเพื่อนได้มาฟ้องตน ทำให้รู้สึกโมโหเพราะคิดว่าลูกเป็นเด็กเกเรเลยลงมือทำร้ายอย่างที่เห็นในคลิปที่มีผู้นำมาโพสต์ในโลกออนไลน์   พร้อมกันนี้ยังยืนยันว่าตนจะตีลูกเฉพาะตอนที่ลูกเกเรเท่านั้น ยอมรับว่าเกินกว่าเหตุ พร้อมยกมือไหว้ขอโทษสังคม    ด้านแม่เลี้ยง กล่าวว่า ในวันนั้นตนเองพยายามเข้าไปห้ามปรามสามีไม่ให้ทำร้ายลูกแต่สามีบอกว่าขอสั่งสอนให้หลาบจำเท่านั้น ยอมรับว่าเขาลงมือแรงไปแต่เด็กก็ไม่ได้เป็นไรมากเพียงแค่ฟกช้ำดำเขียว ตนเองไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้อีก   ทางด้านนายวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ นายก อบต.บางบัวทอง กล่าวว่าอยากให้ผู้ที่เสพโซเชียลใช้ความคิดให้ดีในการตัดสิน วันนี้พ่อเด็กก็ออกมาขอโทษแล้ว อาจเป็นเพราะต้องทำงานหนักหาเงินเลี้ยงลูกเลยเกิดอารมณ์ขึ้น ตนจะให้เจ้าหน้ากองสวัสดิการสังคมเข้ามาเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กและบิดาเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดในเรื่องนี้   ทั้งนี้จากเรื่องที่เกิดขึ้นอยากฝากถึงผู้ปกครองทุกคนเวลาเกิดปัญหาอะไรอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/K85UX84TUDQ  

 3,337
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

สลดลูกปิดเงียบพ่อฆ่าแม่ฝังดิน

แม่หายไปเกือบ 2 ปี ลูกสาวตามหาไม่เจอ น้องชายยอมบอกเห็นพ่อฆ่าแม่ลากศพฝังดินโคนต้นไม้ ไม่กล้าบอกใครเหตุพ่อขู่ฆ่า ฝ่ายพ่ออ้าง เมียเป็นลมตาย ไม่อยากจัดงานศพให้สิ้นเปลือง        เวลา 14.30 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ต.ท.มงคล เพชรนิล สว.(สืบสวน)สภ.หลังสวน จ.ชุมพร นำตัวนายสมบูรณ์ สุขมนตรี อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้างตัดปาล์มน้ำมันมายังบริเวณตลาดมรกต 2 ซึ่งอยู่ริมถนนสายเขาเงิน ทางเข้าเขตเทศบาลเมืองหลังสวน หลังจากนางสาวอำพร อำไพ อายุ 24 ปี พร้อมด้วยน้องชาย อายุ 17 ปี ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันแต่ใช้คนละนามสกุล อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 13 ตำบลคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าแจ้งความว่า นายสมบูรณ์ สุขมนตรี อายุ 52 ปี ผู้เป็นพ่อได้ก่อเหตุฆ่าขุดหลุมฝัง นางสาวบุปผา อำไพ อายุ 58 ปี ผู้เป็นแม่ของทั้งสอง เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา   นายสมบูรณ์ ผู้ต้องหาได้นำชี้จุดที่ตนเองขุดหลุมฝังนางสาวบุปผาภรรยาไว้บริเวณโคนต้นไม้ซึ่งขณะนั้นเป็นสวนผลไม้และปัจจุบันสถานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กำลังมีการปรับพื้นที่ก่อสร้างเป็นสำนักงานและห้องน้ำและอาคารร้านค้าเป็นตลาดมรกต 2 จึงทำให้สภาพพื้นที่ และตำแหน่งต่างๆ ไม่เหมือนเดิม หลังจากชี้จุดฝังศพแต่ยังไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวนายสมบูรณ์ขึ้นรถยนต์สายตรวจกลับไปควบคุมตัวไว้ที่โรงพักเพื่อความปลอดภัย จากญาติๆ ของนางสาวบุปผาผู้ตาย กลัวจะถูกรุมทำร้าย   นางสาวอำพร ลูกสาว เปิดเผยว่า ตนเองและแฟนหนุ่ม ได้พยายามตามหาแม่มาตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมาว่าแม่หายตัวไปไหน ถามพ่อ พ่อก็บอกว่าไปอยู่บ้านญาติคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง ส่วนน้องชายซึ่งก่อนหน้านั้นอยู่กับแม่ตลอด แล้วกลับมาอยู่กับตน หลังจากแม่หายตัวไป แต่ก็ไม่ได้เปิดปากบอกอะไรกับตนและญาติพี่น้อง ที่ผ่านมาตนมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของพ่อตนกับน้องชายมาตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนจึงได้พูดจากดดันโดยอ้างกฎหมายต่างๆ ข่มขู่น้องชายตนเองจนยอมปริปากออกมาว่า "แม่ถูกพ่อฆ่าตายแล้วขุดหลุมฝังไว้บริเวณต้นไม้หน้าบ้านพักคนงานภายในสวนปาล์ม" ตนเองถึงกับตกใจไม่คิดว่าพ่อจะทำแบบนั้น แต่ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขุดหาศพแม่ให้พบเสียก่อน เพราะจุดที่ฝั่งศพอาจจะคาดเคลื่อนได้เพราะนานแล้ว เพื่อนำศพมาชันสูตรสาเหตุการตาย   ด้านน้องชายของนางสาวอำพร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ออกไปเล่นเกมในตลาดหลังสวน กระทั่งช่วงค่ำได้กลับเข้าบ้านพักคนงาน ขณะเดินมาถึงใกล้กับบ้านพัก ได้เจอพ่อกำลังขุดดินเป็นหลุมขนาดใหญ่ลึกพอประมาณอยู่ใต้โคนต้นไม้ และเห็นร่างแม่นอนอยู่บนลานดินสภาพไม่หายใจแล้ว เมื่อพ่อเห็นตนก็ข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด หากไปบอกใครก็จะฆ่าให้ตายแล้วฝังศพในหลุมเดียวกัน ซึ่งตนเองยอมรับว่ากลัวมาก จึงต้องทนดูพ่อลากศพแม่โยนลงในหลุมแล้วตักดินฝังกลบแม่ไปต่อหน้าต่อตาตนเอง   ต่อมา เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำรถแบ็กโฮมาขุดตามจุดที่นายสมบูรณ์ชี้ยืนยันว่าขุดหลุมฝังศพเมียตัวเอง อยู่ใกล้กับห้องแถวคนงาน เจ้าหน้าที่ต้องคุมพื้นที่อย่างรัดกุมและขุดเป็นวงจำกัดลักษณะรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เนื่องจาก สภาพพื้นที่เปลี่ยนไปจากเดิมเพราะเจ้าของได้นำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ก่อสร้างทำเป็นตลาดแห่งที่ 2 ใช้เวลาขุดนานกว่า 1 ชั่วโมงยังไม่พบศพแต่อย่างใด จึงยุติการขุดและจะนำตัวนายสมบูรณ์มาชี้จุดที่ชัดเจนต่อไป   ขณะที่ พ.ต.ต.มงคล เพชรนิล สว.(สืบสวน) สภ.หลังสวน กล่าวว่าจากการสอบปากคำทั้งฝ่ายนายสมบูรณ์ผู้พ่อกับนางสาวอำพรและนายสมหมาย ลูกสาวและลูกชาย ยังขัดแย้งกันอยู่ แต่ทั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เพียงรับแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ก่อน ส่วนในทางคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ชัดเจนอีกครั้งก่อนเพื่อขุดดินหาศพนางบุปผาขึ้นมา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการคงรู้ผลเร็วๆ นี้    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด พ.ต.ท.มงคล เพชรนิล สารวัตรสืบสวน สภ.หลังสวน ได้ควบคุมตัวนายสมบูรณ์ มาสอบปากคำ เบื้องต้นทางนายสมบูรณ์ ได้สารภาพเป็นผู้ฝังภรรยาจริง โดยอ้างว่าภรรยาเป็นลมตาย ตนไม่อยากให้ใครลำบาก และต้องเดือดร้อนในการจัดพิธีงานศพซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงได้ขุดหลุมฝังศพภรรยาตนเอง เพื่อตัดปัญหา

 1,014
บันเทิง
28 ต.ค. 62

‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ วอนหยุดด่าพ่อ ยินดีถอนแจ้งความป้า แต่อยากให้ออกมาขอโทษ

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น วอนหยุดด่าพ่อ ยอมรับรู้สึกแย่ที่เห็นพ่อโดนโจมตี เผยทุกวันนี้ยังนอนร้องไห้ เพราะคิดว่าตนเองเป็นทำให้พ่อร้องไห้ พร้อมยินดีจะถอนแจ้งความป้า แต่อยากให้ป้าสำนึกและออกมาขอโทษ เพราะป้าเป็นคนทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อต้องพังลง     ไปที่ความคืบหน้าประเด็นดราม่าปัญหาครอบครัวของนักร้องสาว ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ เจ้าของเพลงฮิต “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” ที่ถูกป้า ซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อ ออกมาโพสต์แฉกล่าวหาว่า ‘เจนนี่’ ดังแล้วลืมพ่อ พ่อป่วยก็ไม่เคยมาดูแล เงินซักบาทก็ไม่เคยให้ ทั้งๆ ที่พ่อเป็นคนช่วยแต่งเพลง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” ให้จนโด่งดัง พอพ่อโทรไปขอเงินค่าแต่งเพลงกลับมองพ่อเหมือนขอทาน พร้อมด่าว่า ‘เจนนี่’ เป็นลูกเนรคุณ   ซึ่งเรื่องก็ดราม่าใหญ่โต จนพ่อต้องออกมาโพสต์คลิปชี้แจงว่าที่ป้าโพสต์ไปเพราะรักน้อง เหมือนที่พ่อรักเจนนี่ หลังจากนี้ก็จะให้ทุกอย่างยุติ ขอให้ ‘เจนนี่’ ถอนแจ้งความป้า ตนเองขอโทษแทนป้า อยากให้ไหว้ก็ยอม  จากนี้ตนเองก็จะไม่ขอเข้าไปยุ่งกับลูกอีก และขอให้ ‘เจนนี่’ ทำหน้าที่ของตนเองต่อไป ส่วนเรื่องเพลงก็ยอมรับว่า ‘เจนนี่’ เป็นแต่งเองทั้งหมด ตนเองแค่ช่วยเรียบเรียงอยู่เบื้องหลัง    ขณะที่ ‘เจนนี่’ ก็เผยว่าตนเองไม่เคยรู้จักป้าคนนั้น ยืนยันว่าที่ผ่านมาส่งเงินให้พ่อใช้ตลอด ตามวาระและโอกาส เพราะอยากตอบแทนบุญคุณพ่อ ทั้งที่พ่อทิ้งตนกับแม่ไปตั้งแต่เธอออายุ 2 เดือน และไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดู เธอไม่เคยมองพ่อเป็นขอทาน ไม่เคยคิดเนรคุณอย่างที่ถูกป้ากล่าวหา และยืนยันว่าเพลง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” เธอเป็นคนแต่งเองทั้งหมด หลังจากนี้ก็ยังรักพ่อและยังพร้อมช่วยเหลือพ่อเหมือนเดิม   ซึ่งกลายเป็นว่ากระแสในโลกโซเชียลส่วนใหญ่ก็หันไปโจมตีทางฝั่งพ่อ มองว่าที่ผ่านมา ไม่เคยดูแล แต่มาเรียกร้องตอนที่ลูกมีชื่อเสียงแล้ว    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ‘เจนนี่’ ให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกครั้ง บอกว่าตอนนี้ 2 – 3 วันที่ผ่านมา ยังนอนร้องไห้ไม่หยุด เพราะรู้สึกผิด คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ทำให้พ่อร้องไห้ แต่แม่ก็พยายามบอกว่าที่ทำไป ก็เพื่อปกป้องตัวเองส่วนที่ตอนนี้พ่อถูกชาวเน็ตโจมตี ‘เจนนี่’ บอกว่ารู้สึกแย่ ไม่มีใครอยากให้พ่อตัวเองโดนด่า ตอนที่เห็นพ่อร้องไห้ เธอเองก็แทบเป็นบ้า แต่ก็คิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว และอยากให้ทุกคนหยุดด่าพ่อด้วย   ส่วนที่พ่อขอให้ถอนแจ้งความ เธอก็รับปากว่าจะถอนให้ แต่อยากให้ป้าที่โพสต์จ้อความ ได้สำนึกและออกมาขอโทษก่อน เพราะคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดจากป้าคนเดียว เพราะที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อเป็นมาด้วยดีตลอด แต่พอป้าออกมาโพสต์ ก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อต้องพังลง และถึงแม้ตอนนี้พ่อจะออกมาบอกว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเธออีก แต่เธอก็ยังอยากทำหน้าที่ลูกต่อไป แม้ว่าแม่จะห้ามว่าไม่อยากให้ไปยุ่งเกี่ยวกันอีกก็ตาม      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/bfkB9Jj4e0Y  

 670
บันเทิง
25 ต.ค. 62

'เจนนี่' เลิกคุยทั้งอำเภอฯ ปัดเนรคุณพ่อ หลังถูกแฉทอดทิ้งพ่อแท้ๆ

เจนนี่ เจ้าของผลงานเพลงดัง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” ถูกแฉทอดทิ้งพ่อแท้ๆ ที่ช่วยแต่งเพลงให้จนดัง ไม่ส่งเสีย ป่วยก็ไม่ไปเยี่ยม   มากันที่ข่าวของนักแต่งเพลงดัง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” ที่มียอดวิวสูงกว่า 200 ล้านวิว ‘เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ’ หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ที่เป็นทั้งคนแต่งเพลงนี้ และเจ้าของค่ายเพลง ในวัย24 ปี ซึ่งก็ได้แต่งเพลงนี้ให้ น้องสาวแท้ ๆ ลิลลี่ – นารีนาท เชื้อแหลม อายุ 15 ปี เป็นผู้ร้องจนโด่งดัง    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ทางเพจ อีมอย 108 ก็ได้โพสต์ข้อความในเฟซ์บุ๊ค ที่อ้างว่าเป็นป้าแท้ๆ ของทั้ง 2 คน ที่ทอดทิ้งพ่อแท้ๆ พร้อมกับโชว์ภาพพ่อ  โดยบอกว่าที่ผ่านมาพ่อเป็นคนช่วยแต่งเพลงดัง ‘เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว’  เมื่อลูกต้องการเพลงก็จะโทรหาพ่อตลอด แต่ตอนนี้ลูกดังแล้วกลับมองไม่เห็นหัวพ่อ แต่พอพ่อป่วยเข้าออกโรงพยาบาล นอนโรงพยาบาลเป็นเดือน ก็ไม่เคยมาเยี่ยม พ่อลำบากโทรไปขอค่าแต่งเพลงก็กลับมองว่า พ่อเหมือนขอทาน และต่อว่าทั้งคู่อย่างรุนแรง ไม่เคยสงสารพ่อ พร้อมกับบอกให้แชร์ต่อๆกัน    ล่าสุดเจนนี่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อ ปัดเนรคุณพ่อ ไม่เคยด่า บอกไม่รู้จักคนแฉ ถามแต่งเรื่องเองหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jOHQNN9HW7Q

 1,595
บันเทิง
10 ต.ค. 62

'พีช' ยอมรับรู้ปัญหาพ่อแม่นานแล้ว ไม่ขอพูดถึง มองเป็นเรื่องภายในครอบครัว

พีช พชร ยอมรับรู้ปัญหาของพ่อแม่นานแล้ว แต่ไม่ขอเผยถึงเหตุผลของการหย่า อยากให้เป็นเรื่องภายในครอบครัว มองเป็นเรื่องปกติ เพราะโตกันแล้ว   ไปที่เรื่องของ 'พีช พชร' ที่ช่วงนี้เรียกว่ามีเรื่องละเอียดอ่อนเข้ามากระทบจิตใจติดๆ กันถึง 2 เรื่อง ทั้งเรื่องความรักของตัวเองที่เพิ่งจบไป และล่าสุดกับเรื่องครอบครัว ที่พ่อแม่ตัดสินใจเซ็นใบหย่ากัน แถมยังมีข่าวลือว่ามีนักแสดงสาวชื่อย่อผลไม้รสเปรี้ยวเป็นมือที่สาม   เมื่อวานนี้ 'พีช' มาออกงานกับคุณแม่ 'ส้ม' นักข่าวก็ได้ขอสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวครอบครัวที่เกิดขึ้น ซึ่ง 'พีช' ก็ขอตอบเรื่องนี้คนเดียว ยอมรับว่ารู้ถึงปัญหาของพ่อกับแม่มาซักพักนึงแล้ว ส่วนข่าวลือเรื่องที่มีนักแสดงสาวเป็นมือที่สาม 'พีช' ไม่ขอตอบถึงประเด็นนี้ ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว ไม่อยากคุยเรื่องครอบครัวในพื้นที่ส่วนรวม ตนเองได้เห็นข่าวแล้ว ก็ไม่ได้สนใจอะไร   'พีช' บอกอีกว่าสถานการณ์ครอบครัวที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับตนเอง เพราะโตๆ กันแล้ว และแม้ตัวเองจะอยู่กับพ่อ แต่ก็ยังเจอกับแม่เกือบทุกวัน ยอมรับว่าช่วงที่พ่อกับแม่มีปัญหา ก็ช่วยเป็นกาวใจในฐานะลูก แต่สุดท้ายในเมื่อเป็นการตัดสินใจของพ่อแม่ก็ต้องยอมรับความจริง   นักข่าวก็ถามว่าความรู้สึกที่แม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว รู้สึกบรรยากาศในบ้านแปลกไปมั้ย ? 'พีช' ก็บอกว่าไม่แปลกเลย เพราะปกติตัวเองก็ไม่ค่อยเจอใครที่บ้านอยู่แล้ว ตนเองทำงานกลับดึก พอตื่นมาก็ไม่เจอใคร ก็ถือเป็นเรื่องปกติ   ส่วนที่หลายคนเป็นห่วงกลัวว่า 'พีช' จะย้ายออกจากเซ็นทรัล เจ้าตัวก็ยืนยันว่ายังอยู่ ยังเป็นส่วนหนึ่งของเซ็นทรัลอยู่    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GY4t8EkTu5c

 573
บันเทิง
20 ก.ย. 62

'เจมส์จิ' โล่งอก พ่อผ่าตัดบายพาสหัวใจ อาการปลอดภัย ไม่มีอะไรน่าห่วง

เจมส์ จิรายุ เผยคุณพ่อมีอาการไขมันอุดตันในเส้นเลือด ต้องเข้าผ่าตัดบายพาสหัวใจ ตอนนี้อาการปลอดภัย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง คาดต้องพักฟื้นเป็นเดือน      ไปที่พระเอกหนุ่ม ‘เจมส์ จิรายุ’ เมื่อวานนี้ไปรับรางวัล “ดารานำชาย ขวัญใจมหาชน” ในงานประกาศรางวัลมายา อวอร์ด และเมื่อวานก็เป็นวันเกิดอายุครบ 26 ปีของ ‘เจมส์’ ด้วย  ซึ่ง ‘เจมส์’ บอกว่าวันเกิดปีนี้แฟนคลับส่งของขวัญ ส่งคำอวยพรดีๆ มาให้เยอะมากๆ  ส่วนตัวเองไม่ได้วางแผนจะฉลองวันเกิดแต่อย่างใด เพราะติดถ่ายละคร แต่หลังจากนี้ก็อาจจะมีกิจกรรมทำบุญทอดผ้าป่าร่วมกับแฟนคลับ    แต่ต้องบอกว่าวันเกิดปีนี้ ‘เจมส์’ อาจจะใจหวิวๆ หน่อย เพราะเมื่อช่วงเช้าวานนี้ คุณพ่อของ ‘เจมส์’ ต้องเข้าผ่าตัดทำบายพาสหัวใจ หลังตรวจพบว่าคุณพ่อมีอาการไขมันอุดตันในเส้นเลือด ซึ่ง ‘เจมส์ บอกว่าตัวเองก็เพิ่งทราบได้ไม่นาน เมื่อวานตอนเช้า ก็เลยไปให้กำลังใจท่านก่อนเข้าห้องผ่าตัด   ซึ่งการผ่าตัดก็ผ่านไปเรียบร้อยดี ตอนนี้คุณพ่อมีอาการดีขึ้นแล้ว ทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ก็แอบกังวลกลัวคุณพ่อเจ็บ เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ และคาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 เดือน ซึ่งคุณพ่อกำลังใจดีมากๆ    ซึ่งหลังเสร็จงานเมื่อคืนนี้ แฟนคลับก็รวมตัวกันทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ ‘เจมส์’ ก็มีผู้จัดการส่วนตัว  ยกเค้กมาเซอร์ไพรส์ และ แฟนคลับก็ร้องเพลง “ไม่ต้องมีคำบรรยาย” ให้ ‘เจมส์’ ด้วย  ซึ่ง ‘เจมส์’ ก็ขอบคุณแฟนคลับด้วยการไฮทัชกับทุกคนเป็นการตอบแทน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VP2mhc_veF4

 912
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 61

พ่อเด็กลูกครึ่งตกตึก โอดโดนกีดกันไม่ได้เยี่ยมลูก ตั้งข้อสงสัยอดีตเมียอาจมีส่วนก่อเหตุ

จากกรณี 4 พี่น้องลูกครึ่งไทย-สวิส พลัดตกระเบียงที่พักย่านหัวหมาก ทางพ่อแม่และของเด็กที่แยกทางกัน ได้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกันต่อหน้าตำรวจ ก่อนทำบันทึกข้อตกลงกัน และจัดงานศพให้ลูกชายคนเล็กที่เสียชีวิต   ด้านนายมาร์เชล เลออง โบเรล สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพ่อของเด็ก อาชีพครูสอนภาษาต่างชาติ  ได้เดินทางมาที่ รพ.แพทย์ปัญญาเพื่อขอเข้าเยี่ยมอาการของ ด.ช.ลูก้า โบเรล หรือน้องต้นกล้า อายุ 10 ขวบ ที่ขณะนี้กำลังรักษาอาการอยู่ที่ห้องไอซียู และ ด.ญ.พาเมลา โบเรล หรือน้องดีดี้ อายุ 11 ปี ที่วันนี้เพิ่งได้รับการผ่าตัดเพิ่มเติม แต่ทางนายแพทย์ไม่อยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้าเยี่ยมลูกได้ ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับอดีตภรรยา   นายมาร์เชล เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาเพื่อมาเยี่ยมลูกทั้ง 2 คน แต่ตนถูกกีดกันทุกวิถีทางจากแม่ของเด็ก ซึ่งตนต้องการแค่ได้พบหน้าเด็ก ตนพยายามจะพบเจอลูกตั้งแต่วันแรก หลังเกิดเหตุตนเสียใจมาก เพราะทางครอบครัวของตนก็ได้เดินทางมาเพื่อมาพบหน้าเด็ก แต่ตนก็ไม่ได้พบเด็กๆ   ทั้งที่ตนก็มีเอกสารที่ศาลได้ตัดสินให้ตนมีสิทธิ์ดูแลเด็กครบทุกอย่าง แต่ตนก็ยังไม่ได้พบหน้าเด็กสักครั้ง ส่วนอีกเรื่องในเมื่อเรื่องทางคดียังไม่สิ้นสุด แล้วทางแม่เขาอาจจะมีส่วนในการเสียชีวิตของลูกเขาก็ได้ แต่ทำไมเขาถึงยังได้ใกล้ชิดเด็กๆอยู่   ทุกวันนี้ ตนนอนไม่เคยหลับ มีความรู้สึกเหมือนถูกมัดแล้วโยนลงไปในน้ำ แต่ทำไมแม่ของเขา ได้อยู่ใกล้ชิดลูก รู้สึกได้ถึงความไม่เป็นธรรม แต่ตนเป็นพ่อ ทำไมถึงไม่ได้สิทธิ์นี้เลย ซึ่งในขณะนี้มีผู้ใหญ่บางคนได้ช่วยเหลือ ช่วยคุยกับผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแพทย์ปัญญาเพื่อให้ตนได้เข้าเยี่ยมอาการลูกทั้ง 2 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N1M8QMgD0AE  

 12,541
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

สะเทือนขวัญ ช่างมาซ่อมรถที่บ้าน ได้กลิ่นเหม็นเน่า ผงะเจอศพหน้าเละ คาดฝีมือลูกชายเมาจามหัวพ่อดับสยอง

ขอนแก่น-พบศพชายอายุ 65 ปี ถูกอาวุธมีดฟันที่ใบหน้า ศีรษะ และลำคอ เสียชีวิตภายในบ้านทรงไทย อ.หนองเรือ จากการพูดคุยกับญาติพี่น้องผู้ตาย ทราบว่า ผู้ชายอยู่กับลูกชายอายุ 37 ปี เพียงสองคน ส่วนภรรยาเสียชีวิตไปกว่าหนึ่งปีแล้ว ลูกสาว 2 คนไปทำงานต่างประเทศ ส่งเงินมาให้ผู้ตายสร้างบ้านทรงไทยและใช้จ่าย ส่วนลูกชายเป็นอดีตเป็นนักมวย แต่เลิกชกมาหลายปีแล้ว เพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้านกับผู้ตายช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา   โดยก่อนจะพบเป็นศพถูกฟันจนเละนั้น ลูกชายผู้ตาย ไปตามเพื่อนบ้านซึ่งเป็นช่างซ่อมรถยนต์ มาเช็คแบตเตอรี่รถยนต์กระบะซึ่งจอดไว้หน้าบ้าน เมื่อช่างมาถึงบ้านจึงขอไฟส่องฉายส่องที่เครื่องรถยนต์ แต่ลูกชายบอกว่าหาไม่พบ ช่างจึงเดินเข้าไปหาไฟฉายที่ห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน และได้กลิ่นเหม็น จึงเดินสำรวจบริเวณรอบบ้านและในห้องครัว   ปรากฏว่าพบเสื่อคลุมร่างผู้ตายไว้ในห้องครัว เมื่อเปิดดูเห็นใบหน้าเละ เลือดไหลนองเต็มพื้น ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่ว จึงแจ้งตำรวจดังกล่าว ซึ่งญาติพี่น้องเชื่อว่าลูกชายน่าจะเป็นคนลงมือทำร้ายพ่อตัวเองในห้องครัวแล้วทิ้งศพไว้จนส่งกลิ่นเหม็นเน่า กระทั่งช่างซ่อมรถมาพบ   โดยญาติพี่น้องบอกว่า ผู้ต้องสงสัยไม่ได้ทำงาน แต่ชอบเที่ยว และขอเงินผู้ตายตลอด หากเมาสุราก็จะทำร้ายร่างกายบิดาตัวเอง และเมื่อชาวบ้านมาพบศพบิดา ผู้ต้องสงสัยก็รีบขับรถหนีออกจากบ้านไปทันที จนถึงขณะนี้ก็ยังตามหาตัวไม่พบ เชื่อว่าจะหนีไปที่บ้านญาติในจังหวัดชัยภูมิและคอนโดพี่สาวที่ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เพราะพี่สาวให้นายอาทิตย์ดูแลและพักอาศัยได้ ขณะนี้ชุดสืบสวนภาค 4 ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จ.ชัยภูมิและพื้นที่ลาดพร้าวหาเบาะแสของนายอาทิตย์แล้ว   ทางด้านช่างซ่อมรถยนต์ที่พบศพเปิดเผยว่า ขณะเดินเข้ามาหาไฟฉายส่องสว่าง ก็ได้กล่นเหม็นเน่า เมื่อเปิดประตูห้องครัวก็พบศพผู้ตาย จึงรีบออกไปบอกลูกชายผู้ตาย แต่ลูกชายไม่ใส่ใจ ทั้งยังถามกลับอีกว่า แกตายจริงหรือไม่ เมื่อตอบว่าตายจริง ลูกชายก็นิ่งเงียบ ไม่นานก็ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว   สำหรับผู้ตายนั้น เป็นคนมีเงิน เพราะลูกสาวสองคนที่ทำงานอยู่ประเทศนอกส่งเงินมาให้ใช้ แต่เป็นคนชอบเล่นการพนันไฮโล และพนันมวยตู้ พกเงินติดตัวจำนวนมาก แต่พอถูกฆ่าตาย กระเป๋าสตางค์ที่ผู้ตายเคยพกติดตัวหายไปพร้อมโทรศัพท์มือถือ จึงสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของลูกชาย เพราะถ้าขอเงินไม่ได้ ลูกชายจะทำร้ายร่างกายบิดาตลอด   ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา มีหมอลำซิ่งในหมู่บ้าน ลูกชายเมาสุราขอเงินบิดา แต่ขอไม่ได้ ก็ทำร้ายบิดาจนบอบช้ำทั้งตัว ซึ่งเห็นผู้ตายครั้งล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมา จากนั้นก็ไม่เห็นอีกเลย กระทั่งมาพบเป็นศพในห้องครัว ซึ่งขณะพบศพนั้น หน้าต่างทุกบานปิดสนิท ไฟฟ้าในห้องครัวก็ไม่เปิด จึงเชื่อว่าลูกชายจะเป็นคนฆ่าพ่อตัวเอง เพื่อเอาเงินไปเที่ยวเตร่ดื่มสุรา       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gXKF7rzISG4    

 50,835
ต่างประเทศ
23 เม.ย. 61

ช็อก! หนุ่มญี่ปุ่นเพิ่งโทรแจ้งตร. หลังเก็บศพพ่อไว้ในบ้านนาน 2 เดือน อ้างงานยุ่งไม่มีเวลาจัดงานศพ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น กรณีลูกชายเก็บศพพ่อเอาไว้ในบ้านในกรุงโตเกียวนานถึง 2 เดือน โดยอ้างว่าเขางานยุ่งมากจนไม่มีเวลาจัดงานศพ     รายงานข่าวระบุว่า นายมาซาชิ คิโนชิตะ วัย 49 ปี ทิ้งศพของพ่อวัย 89 ปีที่เสียชีวิตเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในห้องรับแขก แทนที่จะนำร่างไปจัดพิธีฝังศพหรือเผาศพตามปกติ เนื่องจากเขากำลังยุ่งกับงานและไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไร กระทั่งเมื่อกลางสัปดาห์ก่อนเขาได้โทรแจ้งตำรวจ หลังเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบถึงการตายของพ่อ     ด้านตำรวจกรุงโตเกียวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย แต่ยังต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ชัดว่าชายชราเสียชีวิตจากสาเหตุใด     ทั้งนี้ตำรวจได้จับกุมตัวชายคนดังกล่าวหลังเจ้าตัวยอมรับว่าทิ้งศพจริง แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาจะได้รับโทษทางกฎหมายอย่างไรบ้าง    

 6,887
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 61

พ่อร้องลูกสาว ม.5 ถูกเจ้าของหอพักช็อตไฟฟ้าข่มขืน ขณะเข้าไปซ่อมฝักบัว เผยลูกสภาพจิตใจย่ำแย่

สงขลา-พ่อแม่พาลูกสาววัย 18 ปี นักเรียนชั้น ม.5 เข้าแจ้งความหลังถูกเจ้าของหอพักข่มขืน โดยผู้เป็นพ่อได้เปิดเผยว่า ลูกสาวได้เดินทางมาเรียนพิเศษที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงปิดเทอม โดยเช่าห้องอยู่กับเพื่อนอีกคนที่หอพักแถวถนนสามชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่11 เมษายนที่ผ่านมา ฝักบัวห้องน้ำในห้องพักเกิดเสีย ลูกสาวจึงได้ไปแจ้งให้เจ้าของหอพักมาซ่อม ซึ่งช่วงนั้นลูกสาวอยู่ในห้องคนเดียวเพราะเพื่อนมีเรียนตอน 7 โมงเช้า จึงออกไปก่อน โดยเจ้าของหอพักซึ่งมีอายุประมาณ 40 ปี ได้หิ้วกระเป๋าเครื่องมือช่างขึ้นไปซ่อมให้ ซึ่งลูกสาวก็อยู่ภายในห้องด้วย   แต่ระหว่างนั้นเจ้าของหอพักได้เรียกลูกสาวให้ไปช่วยบิดน๊อตอ้างว่ามือใหญ่ล่วงเข้าไปไม่ได้ แต่ขณะกำลังเอื้อมมือเข้าไปได้ถูกเจ้าของหอพักใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้เข้าที่เอวซ้ายจนล้มลงและอ่อนแรง ก่อนที่จะถูกอุ้มตัวไปข่มขืนบนเตียงนอนโดยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้   ลูกสาวจึงได้โทรศัพท์ไปหาตนและได้พาเข้าแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ และในวันนี้ได้พาลูกสาวไปให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งทั้งรอยแผลที่ถูกช็อตและร่องรอยการถูกข่มขืนซึ่งต้องผลตรวจอีกระยะหนึ่ง ในขณะที่ขั้นตอนทางคดีทราบว่าทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกเจ้าของหอพักที่ถูกกล่าวหามาให้ปากคำแล้วและได้ติดต่อจะเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว   ทั้งนี้ พ่อของหญิงสาว ยังบอกอีกว่า คดีนี้ต้องการให้ทางพนักงานสอบสวนเร่งดำเนินคดีกับเจ้าของหอพักรายนี้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ซึ่งขณะสุขภาพจิตย่ำแย่มากเมื่อพูดหรือมีคนถามเรื่องนี้จะร้องให้ทันที และหลังจากนี้จะนำไปพบแพทย์ด้านจิตเวชอีกครั้งหนึ่งเพื่อช่วยดูแลสภาพจิตใจ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GsU8zwA7b8g  

 28,321
ต่างประเทศ
30 มี.ค. 61

คุณพ่อหน้าเด็กกลายเป็นซุปตาร์ หลังชนะเดินแบบ พอรู้อายุจริงแล้วอึ้งเลย!

คุณพ่อชาวจีนในเซี่ยงไฮ้ หน้าเด็ก กลายเป็นซุปตาร์ หลังชนะประกวดแฟชั่นโชว์ ซึ่งดูจากภายนอกหลายคนเดาว่าเขาคงจะอายุ 30 ต้นๆเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วเขาอายุ 67 ปี เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เกษียณแล้ว พร้อมเผยเคล็ดลับชอบเล่นโยคะและเต้นระบำหน้าท้อง ทั้งนี้มีลูกสาวอายุ 37 ปี ซึ่งเขาเตรียมเป็นคุณปู่หน้าเด็กในอนาคต   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม A youthful-looking Chinese father has become a superstar after winning a fashion contest. คุณพ่อหน้าเด็ก กลายเป็นซุปตาร์ หลังชนะประกวดแฟชั่น Everybody thinks he looks about 30 years old. ทุกคนคิดว่าเขาอายุประมาณ 30 ปี He loves belly dancing and yoga. เขารักการเต้นระบำหน้าท้องและเล่นโยคะ  

 41,088

Top