ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆาตกรรม"

อาชญากรรม
02 ก.พ. 63

เร่งไล่ล่าคนร้ายขี่ จยย.ยิงโฟร์แมนกลางกรุง คาดปมขัดแย้งระหว่างสถาบัน

จากกรณีชาย 2 คน ขี่ จยย.ไล่ยิงหนุ่มโฟร์แมนบริเวณสุขุมวิท 71 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดตำรวจเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิด โดยพบว่าหนุ่มที่ถูกยิงเคยประสบเหตุถูกยิงมาแล้ว เมื่อปี 2559 เบื้องต้น คาดปมขัดแย้งระหว่างสถาบัน     กล้องวงจรปิดในซอยปรีดีพนมยงค์ 2 บันทึกภาพก่อน-หลังเกิดเหตุ เห็นคนร้ายเป็นชาย 2 ราย  ขี่ จยย.ซ้อนกันมา และสวมหมวกกันน็อคเจ็มใบปกปิดใบหน้าทั้งคู่ เมื่อก่อเหตุแล้วก็ขี่กลับออกในทางเดิมแล้วเลี้ยวออกสุขุมวิท 71 มุ่งหน้าไปแยกคลองตัน     ซึ่งขณะนี้ ทาง จนท. กำลังไล่ตรวจวงจรปิดตามถึงถนนรามอินทราแล้ว ส่วนความคืบหน้าอาการของโฟร์แมนที่ถูกยิงเข้าที่ลำตัว 2 นัด ล่าสุด ปลอดภัยแล้ว ตำรวจสอบปากคำเบื้องต้น พบว่าไม่มีปัญหากับใครในช่วงนี้ และไม่มีเรื่องชู้สาวหรือพนัน

 1,342
ต่างประเทศ
31 ม.ค. 63

ร่วมไขปริศนาฆาตกรรมสุดหลอนไปกับ 'เอมี อดัมส์' ใน the woman in the window

The Woman in the Window เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายชื่อดังของเอ.เจ. ฟินน์ โดยมีนักแสดงนำอย่าง เอมี อดัมส์ มาถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวที่ป่วยเป็นโรคกลัวที่โล่ง หรือโรคกลัวที่ชุมชนขั้นรุนแรง จนต้องขังตัวเองอยู่แต่ในห้องของตัวเอง    แต่แล้ววันหนึ่ง เธอก็ได้เห็นเหตุฆาตกรรมจากบ้านฝั่งตรงข้าม จึงได้โทรแจ้งตำรวจ ซึ่งเธอได้พบว่าเรื่องราวดังกล่าวมีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น และเธอยังต้องแยกความจริงกับภาพหลอนออกจากกันให้ได้    เรื่องนี้ยังได้นักแสดงตัวแม่อย่าง จูลีแอน มัวร์, แกรี่ โอลด์แมน, แอนโธนี แม็คกี้ และไวแอ็ต รัสเซล มาร่วมลุ้นในการสืบหาเงื่อนงำของการฆาตกรรมดังกล่าวด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย โจ ไรท์ มีกำหนดเข้าฉาย 15 พ.ค. นี้

 415
อาชญากรรม
25 ม.ค. 63

ตร.นำฆาตกรทำแผนที่เกิดเหตุปมฆ่า ‘ครูโน๊ต’ ชาวบ้านโกรธรุมสาปแช่งตลอดทาง

เมื่อเวลา 11.00 น. เมื่อวานนี้ (24 ม.ค. 63) พล.ต.ท. มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำตัวนายสันต์ สิทธิชัย หรือ แจ็ค อายุ 39 ปี และนางศุภมาส คำภูศิริ หรือ แอม อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก่อนนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 18 มกราคม 2563 ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตเปลือยภายในห้องน้ำบ้านพัก จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธโสธรและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านพาขวัญ 2 จ.ฉะเชิงเทรา พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในห้องน้ำชั้น 2 ของตัวบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง ลักษณะนอนหงายเปลือย ไม่สวมเสื้อผ้า มีผ้าขนหนูสีชมพูปกคลุมศีรษะลงไปจนถึงขาทั้งสองข้าง บริเวณลำคอมีผ้าขนหนูสีชมพูผูกรัดอยู่ นอนน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยรอบพบบริเวณโถส้วม มีร่องรอยการเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้   ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส. เนติมา พัฒนากุล ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่ง โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้ตายยังจอดอยู่ มีเพียงโทรศัพท์มือถือและกุญแจบ้านของผู้ตายที่หายไป ก่อนส่งร่างของผู้เสียชีวิตไปยังส่งสถาบันนิติเวช เพื่อทำการตรวจสอบว่ามีคราบอสุจิในตัวของผู้ตาย และชิ้นเนื้อ หรือDNA อื่นที่แปลกปลอม   กระทั่งตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พบพิรุธในบ้านที่เกิดเหตุหลายประการ จึงทำงานเชิงลึก จนสามารถติดตามโทรศัพท์มือถือของ อ.เนติมา ผู้เสียชีวิตได้จากนางศุภมาสที่นำไปขายที่ร้านค้าเขตบางบอน กรุงเทพมหานคร ก่อนจะมีการซักทอดว่า นายสันต์ ผู้ต้องหา ให้นางศุภมาส นำมาขายในราคา 6,500 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจะวางแผนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และวางกำลังแบ่งออกเป็น 2 ชุด กันผู้ต้องหาหลบหนี จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด ที่คอนโดวังเกษม เขตบางแค กทม. เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา   นายสันต์ ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง และรู้จักกับอ.เนติมา มาก่อน เนื่องจากตนเองขับแท็กซี่ และอาจารย์เคยใช้บริการให้ไปส่งที่โรงบาลในกรุงเทพมหานคร ก่อนที่ตนเองจะเลิกกับภรรยาและออกไปอยู่นอกหมู่บ้านมานานกว่า 3 - 4 เดือนแล้ว   โดยคืนวันเกิดเหตุ (15 ม.ค.) ตนเองได้เสพยาเสพติดเข้าไป ก่อนให้นางศุภมาสมาส่งบริเวณหน้าบ้านของอ.เนติมา ก่อนจะเดินสำรวจบริเวณบ้านโดยรอบและปีนเข้าทางหน้าบ้าน จากนั้นไปซุกตัวอยู่ข้างแท้งก์น้ำหลังบ้าน จนแน่ใจว่าอาจารย์สาวอยู่บนบ้านแล้ว จึงเปิดประตูด้านข้างบ้านเข้าไป เนื่องจากประตูไม่ได้ล็อค หลังจากนั้นเข้าไปหากุญแจรถยนต์ของ อ.เนติมา เพื่อจะไปหยิบเงินในรถและจากไป แต่หากุญแจรถยนต์ไม่เจอ จึงขึ้นไปขึ้น 2 ของบ้าน เป็นจังหวะที่อ.เนติมา เปิดประตูห้องน้ำออกมา จึงเกิดการต่อสู้กัน ตนเองได้ชกท้องอ.เนติมา ไป 4 ครั้ง จนแน่นิ่งน้ำหลายฟูมปาก แล้วเอามือปิดปากปิดจมูกอ.เนติมา จนนอนแน่นิ่งไป ก่อนจะนำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปและโทรศัพท์ให้นางศุภมาสมารับ จากนั้นทั้ง 2 ได้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อหลบหนี ส่วนเงินที่ได้จากการขายโทรศัพท์ นายสันต์ยอมรับว่า ใช้หนี้นางศุภมาสไป 4,000 บาท ส่วนที่เหลือใช้ในการหลบหนีและซื้อยาบ้ามาเสพ โดยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำการข่มขืนอ.สาวแต่อย่างใด   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังพานายสันต์ ผู้ต้องหา ทำแผนตามจุดต่าง ๆ เสร็จสิ้น ได้ควบคุมผู้ต้องหามาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รอผลการตรวจหาสารคัดหลั่งจากสถานบันนิติเวชมาประกอบในสำนวนคดี เพื่อดำเนินการส่งฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ktfDC77ADHQ

 847
อาชญากรรม
23 ม.ค. 63

เจออีก! กระดูกเหยื่อในบ่อน้ำบ้าน 'ไอซ์หีบเหล็ก' คาดเป็นผู้หญิง เตรียมเชื่อมโยงหาจากข้อมูลคนหาย

เจ้าหน้ากู้ภัย พบชิ้นส่วนมนุษย์จำนวนมากในหีบเหล็กหีบใบล่าสุด ที่พบในบ่อน้ำบ้านนายไอซ์ ผู้ต้องหาฆ่ายัดหีบก่อนนำไปฝังดิน เตรียมนำตรวจสอบให้แน่ชัดตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นคาดว่าเป็นกระดูกของผู้หญิงที่เกินวัยรุ่นไปแล้ว     สำหรับหีบเหล็กที่พบล่าสุดภายในบ่อน้ำบ้านของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์  ผู้ต้องหาฆ่า กุ๊กกิ๊ก ยัดหีบเสียชีวิตก่อนนำไปฝังในบริเวณบ้านย่านบางแค่นั้น ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูนำขึ้นมาบนฝั่งประมาณ 14 นาฬิกา 30 นาที หลังจากพบหีบในน้ำครั้งแรก ประมาณเที่ยงครึ่ง มีกุญแจคล้องปิดไว้ด้านใน ถ่วงด้วยดรัมเบลเหล็ก เจ้าหน้าที่ต้องขึงตาข่ายคลุมหีบไว้ เพราะเริ่มผุและชำรุด เนื่องจากจมในน้ำเป็นเวลานาน      เมื่อเปิดด้านใน พบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ชัดเจน ทั้งกะโหลกศรีษะ, กระดูกส่วนแขน, ขา ,สะโพก และส่วนอื่นๆของร่างกาย     ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า จุดที่พบกระดูกในบ่อน้ำ มีกอ-กก และกิ่งไม้ทับถมไว้/กระดูกที่พบลักษณะคาดว่า น่าจะเป็นผู้หญิง อายุพ้นช่วงวัยรุ่นไปแล้ว /ยังไม่พบว่ามีการชำแหละชิ้นส่วนก่อนใส่ลงหีบหรือไม่ แต่จากข้อมูลพยานให้การว่าเป็นหญิงร่างเล็ก สามารถใส่ลงหีบได้      ก่อนหน้าจะพบหีบใบนี้ในบริเวณบ่อน้ำโซน A7 เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้พบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ 16 ชิ้น และมีดห่ออยู่ในผ้า ถ่วงด้วยแบตเตอรี่รถยนต์ จมอยู่ในบ่อน้ำบริเวณ โซน A5-A6 ไม่ไกลจากจุดที่พบหีบมากนัก จากนี้ตำรวจจะนำหลักฐานทั้งหมด เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์จากนิติเวช โรงพยาบาลศิริราชต่อไป      จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าพบกระดูกมนุษย์ ภายในพื้นที่บ้านของนายไอซ์แล้ว ไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง จากนี้จะให้กองพิสูจน์ สเกตช์ภาพผู้หญิงจากคำให้การของพยาน เพื่อนำมาเปรียบเทียบและประกาศสืบหาตัวบุคคล หรือนำไปเชื่อมโยงข้อมูลคนหายที่มีผู้แจ้งความไว้

 8,492
อาชญากรรม
23 ม.ค. 63

ตร.จ่อออกหมายจับ ชี้มีหลักฐาน 'ครูโน้ต' ถูกฆาตกรรม

นางสาวเนติมา พัฒนากุล หรือครูโน้ต อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใน จ.ฉะเชิงเทรา ถูกพบเป็นศพนอนเปลือยในห้องน้ำชั้นบนของบ้านพัก มีน้ำลายฟูมปาก แต่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งผลการชันสูตรศพเบื้องต้น ผู้กำกับการ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เผยว่า พบระบบการไหลเวียนโลหิต และการหายใจล้มเหลว อาจเกิดจากการแพ้ยา หรือแพ้อาหาร ไม่ได้ถูกทำให้ตาย ส่วนหยดเลือดที่พบเป็นรอยน้ำลูกพรุน แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง    ขณะที่พ่อครูโน้ต บอกว่า ลูกไม่มีโรคประจำตัว คิดว่าไม่น่าจะเสียชีวิตเอง ซึ่งตรงกับข้อมูลจากเพื่อนครู ที่บอกเหมือนกันว่า ครูโน้ตไม่มีโรคประจำตัว แถมเป็นคนดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร   ด้านเพื่อนบ้านครูโน้ต พาผู้สื่อข่าวไปดูจุดน่าสงสัย ที่เอนเอียงไปที่ประเด็นฆาตกรรม โดยพบทั้งรอยเท้าและรอยมือ บนหลังคาตรงกับชั้น 2 ของบ้าน ซึ่งอาจเป็นร่องรอยของคนร้ายที่ทิ้งไว้ แต่ยังหาความเชื่อมโยงว่า ปีนเข้าบ้านทางไหนไม่ได้ เพราะหน้าต่างทุกบานติดเหล็กดัดหมด อีกทั้งยังสงสัยว่า ทำไมโทรศัพท์มือถือ และกุญแจบ้านถึงหายไป พร้อมขอให้ตำรวจเร่งจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะที่หมู่บ้านไม่เคยเกิดเหตุร้ายแบบนี้   ล่าสุด มีข้อมูลจากชุดสืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ระบุว่า การเสียชีวิตของครูโน้ต เกิดจากการฆาตกรรม ขณะนี้ตำรวจพบโทรศัพท์มือถือของครูโน้ตแล้ว มีคนนำไปขายที่ร้านโทรศัพท์แห่งหนึ่งในพื้นที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างเตรียมออกหมายจับคนร้าย แต่ยังให้ข้อมูลตัวคนร้ายไม่ได้ หวั่นรู้ตัวก่อน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/S5s9JhLWeOU

 14,373
อาชญากรรม
12 ม.ค. 63

ตร. คุมตัว ‘ไอซ์ หีบเหล็ก’ ฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี พร้อมค้านประกันตัว - ญาติผู้ตายยังไม่ประสานรับศพ

กรณีคดีฆ่าสาวฝังดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.เพชรเกษม คุมตัวนายไอซ์ หีบเหล็ก ฝากขัง คดีครอบครองยาเสพติด และอาวุธปืน เจ้าตัวหน้าเครียด ไร้ญาติประกันตัว   โดยตำรวจนครบาลเพชรเกษม คุมตัวนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ ไปขออำนาจศาลอาญาธนบุรี ฝากขังผัดแรก ในคดีครอบครองยาบ้า ยาไอซ์ ไว้เพื่อจำหน่าย และอาวุธปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมคัดค้านการประกันตัว เกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 7 ปาก และรอผลตรวจลายนิ้วมือผู้ต้องหาและประวัติต้องโทษของผู้ต้องหา รวมทั้งผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง   ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน และมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา  ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ และวันนี้ก็ไม่ญาติมายื่นขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรี   ส่วนคดีฆ่านางสาวกุ๊กกิ๊ก พนักงานสอบสวนได้แยกสำนวนอีกคดี ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน จึงยังไม่ได้ยื่นคำร้องฝากขังในข้อหานี้ ขณะที่ครอบครัวของนางสาวกุ๊กกิ๊ก ยังไม่ได้เดินทางไปรับศพ เนื่องจากอยู่ระหว่างพูดคุยกันในกลุ่มญาติ ว่าจะดำเนินการอย่างไร และรอให้เรื่องคดีเรียบร้อยก่อน จึงจะไปรับศพไปบำเพ็ญกุศล   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/wBZDcxRgHpw    

 1,553
สังคม
12 ม.ค. 63

เพื่อนสาวจีนถูกฆ่ายัดกระเป๋า รุดให้ข้อมูล ตร.ตั้งปมสงสัย คาดสามีเป็นคนฆ่า

ความคืบหน้ากรณีพบศพหญิงสาวอายุไม่เกิน 30 ปี คาดว่ามีสัญชาติจีน ถูกฆ่ารัดคอ มัดมือมัดเท้า ยัดใส่กระเป๋าเดินทางและลอยทะเลมาติดชายหาดบางพระ    ความคืบหน้าวันที่ 11 ม.ค. 2563 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ปูพรมค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมตลอดแนวชายฝั่งทะเล พร้อมสอบปากคำชาวบ้าน และชาวประมงบ้านบางพระ   ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า กระเป๋าน่าจะถูกทิ้งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากนัก และอาจจะทิ้งลงมาจากบริเวณชายหาดบางแสน เนื่องจากชายทะเลบางพระ มีชาวประมงตั้งแหหอยกันเป็นจำนวนมาก ถ้าหากลอยมาจากทางเกาะสีชัง หรือทางตัวเมืองศรีราชา กระเป๋าก็จะลอยติดแพหอยอย่างแน่นอน    ขณะที่ช่วงค่ำ วานนี้ นายเจียง ซึ่งเป็นชาวจีน เพื่อนของหญิงสาวที่ถูกฆ่า หลังทราบข่าวว่าเพื่อนสาวเสียชีวิตได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายเจียงได้ติดต่อกับทางญาติผู้ตายจนทราบว่าญาติๆ ติดต่อผู้ตายไม่ได้หลายวันจนกระทั่งมีรุ่นพี่ดูข่าวจึงทราบว่าเพื่อนสาวของตนเสียชีวิตแล้วที่เมืองไทยตนจึงติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ข้อมูล   ด้าน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 ประชุมด่วนตามชุดสืบสวนทั้ง สภ.เสม็ดและสภ.ศรีราชาเข้าประชุมที่ห้องประชุม สถานีตำรวจ สภ.เสม็ด โดยมีนายเจียงชาวจีนวัย 43 ปี เพื่อนของผู้ตายให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก รู้ชัดเจนว่าผู้ตายเป็นใคร   ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะทำการติดตามตัวสามีของผู้ตายเพื่อมาสอบสวนเพราะเป็นผู้ต้องสงสัย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีมากกว่า 1 คนเพราะในขั้นตอนการนำศพใส่กระเป๋าไม่น่าจะทำคนเดียวได้   อย่างไรก็แล้วแต่จะต้องติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ก่อนซึ่งจะได้มีการประสานงานกับทาง ตม.ให้ช่วยตรวจสอบป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศซึ่งคาดว่าผู้ต้องสงสัยยังคงอยู่ในประเทศไทย       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/u_LwC9Zu9LU      

 3,338
สังคม
09 ม.ค. 63

ส่อฆาตกรรม! แม่สาวสองเชื่อลูกไม่ได้ฆ่าตัวตาย ลั่นอย่ารีบด่วนสรุป แนะจนท.ตรวจสอบกล้องวงจรปิด

ภูเก็ต-คืบหน้าเหตุสาวประเภทสองตกโรงแรมเสียชีวิตพื้นที่ป่าตอง ญาติเชื่อเป็นการฆาตกรรม.   จากกรณี เมื่อเวลา 23.10 น.เมื่อคืนวันที่ 8 มกราคมที่ มีเหตุ คนตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิตภายในโรงแรม หลังจากได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.เจษฎา แสงสุรีย์ รอง ผกก.สอบสว พ.ต.ท.นฤบดินทร์ ปังหลีเส็น รอง ผกก.สส.เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต   ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ บริเวณข้างโรงแรมพบศพนาย อภิญโญ แก้วขาว อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง เป็นชาวจังหวัดสงขลา ที่ เจ้าหน้าที่จึงนำศพชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลป่าตอง   พ.ต.ท.เจษฎา เปิดเผยว่า ในที่เกิดเหตุพบนายรามาซาน อัคพินา สัญชาติตุรกี และนางสาวปริศนา เพื่อนสาว สอบถามทราบว่าผู้ตายได้เปิดห้องอยู่ชั้น 7 อยู่กับนายรามาซาน และทราบว่าผู้ตายได้กระโดดลงมาจากห้องของนางสาวปริศนา เปิดอยู่กับชาวตุรกีอีก 1 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบไม่พบร่องรอบการรื้อค้นในห้องแต่อย่างใด จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบถามนายรามาซานทราบว่า ได้เดินทางมาเที่ยวบางลากับเพื่อนชาวตุรกีอีก 1 คนและได้พบกับผู้ตาย ส่วนเพื่อนพบกับผู้หญิงอีก 1 คน จากนั้นจึงได้มีการนัดเปิดห้องที่เกิดเหตุ โดยตนพักอยู่กับผู้ตาย ส่วนเพื่อนพักอยู่อีกห้องซึ่งอยู่ติดกัน จากนั้นตนได้เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ ซึ่งระหว่างที่กำลังอาบน้ำอยู่นั้นได้ยินเสียงเหมือนมีคนรื้อกระเป๋าและเปิดประตูออกจากห้องเหมือนจะหลบหนี ตนก็ได้วิ่งมาหาผู้ตายและต่อว่าผู้ตาย จากนั้นผู้ตายก็ได้เคาะประตูห้องของเพื่อนของตนที่อยู่ติดกัน และเข้าไปภายในห้องเพื่อคุยกับหญิงสาวชาวไทยซึ่งก็คือ น.ส.ปริศนา ทั้งคู่ให้การว่าในระหว่างนั้นเพื่อนชาวตุรกีก็ได้เดินลงมาที่เคาเตอร์ด้านล่าง ทำให้ในห้องดังกล่าวมีเพียงผู้ตาย นายรามาซาน และน.ส.ปริศนารวม 3 คนจากนั้นผู้ตายได้เดินไปเดินมาภายในห้อง และพยามยามเปิดประตูห้องด้านหลัง จากนั้นเดินไประเบียงและกระโดดลงมาเสียชีวิต   ล่าสุดทางด้านนางอำพัน แก้วขาว อายุ 62 ปี มารดาของผู้ตาย พร้อมนายทวี แก้วขาว อายุ 64 ปี บิดาผู้ตาย ได้เดินทางมาที่ สภ.ป่าตอง เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.เจษฎา และสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่คิดว่าลูกจะฆ่าตัวตาย เชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม เพราะลูกไม่เคยมีความเครียด ลูกเป็นคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องใด ๆ มีแต่ช่วยเหลือครอบครัว เป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นที่รักของญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ เชื่อว่าการตายของลูกน่าจะเป็นการฆาตกรรมแน่นอน อยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาพยานหลักฐานก่อที่จะสรุปว่าลูกฆ่าตัวตาย เชื่อว่าคดีนี้น่าจะเป็นการฆาตกรรมแน่นอน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และทำคดีนี้ให้กระจ่าง เพื่อความสบายใจของทั้ง 2 ฝ่าย อย่ารีบด่วนสรุปไปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย   อย่างไรก็ตามในส่วนศพของผู้เสียชีวิตนั้นทางญาติยืนยันว่าจะไม่ทำไปทำพิธีทางศาสนาก่อน จะรอจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสรุปคดีออกมาให้กระจ่างว่าลูกเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดกันแน่   ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตองเร่งรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกคนอย่างละเอียดเพื่อสรุปสาเหตุการตายที่แน่จริงยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย   ด้าน นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี เพื่อนสาวประเภทสอง บอกว่า ไม่เชื่อว่าเพื่อนจะฆ่าตัวตาย เพราะเป็นคนรักตัวเอง กลัวความสูง และไม่มีความเครียด ผู้ตายเป็นคนที่มีความพร้อมในเรื่องเงิน ไม่เดือดร้อนจนต้องไปขโมยเงินนักท่องเที่ยว ถ้าหากขโมยจริงก็ไม่เชื่อว่า จะตัดสินปัญหาด้วยการกระโดดลงมาจากตึกชั้น 7 เชื่อว่าคดีนี้เป็นการฆาตกรรมมากกว่า ซึ่งผู้หญิงที่อยู่ในห้องที่เกิดเหตุ ก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่ใช่เพื่อนกัน เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ตายไปจับมือแล้วพูดว่า "พี่ไปก่อนนะ" ก่อนไปกระโดดลงจากตึก

 3,970
อาชญากรรม
07 ม.ค. 63

‘น้ำอุ่น’ เปิดใจครั้งแรกกับสื่อหลังได้รับอิสระ ยันตนไม่ได้ฆ่า ‘ลัลลาเบล’

จากคดีพริตตี้สาว ‘ลัลลาเบล’ ถูกมอมเหล้าจนเสียชีวิตในคอนโดย่านตลาดพลู เป็นที่สนใจของสังคมถึงปมการเสียชีวิตที่ผลชันสูตรค้านสายตาของชาวเน็ตท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง 4 ผู้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของพริตตี้สาว ซึ่ง 1 ในนั้นคือ ‘น้ำอุ่น – รัชเดช วงศ์ทะบุตร’ ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังจากอยู่ในเรือนจำนาน 84 วัน ยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ใช่คนฆ่า ‘ลัลลาเบล’   ย้อนไปเมื่อ 17 กันยายน 2562 วันเกิดเหตุที่มีการว่าจ้างพริตตี้สาว ‘ลัลลาเบล’ ไปเอนเตอร์เทนในปาร์ตี้ที่บ้านย่านบางบัวทอง แต่สุดท้ายเสียได้เสียชีวิตเพราะพิษสุรา ซึ่งเป็นผลชันสูตรจากทางตำรวจได้ออกมาแถลง เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ต้องสงสัยหลายคน 1 ในนั้นคือนายน้ำอุ่น ผู้ที่อยู่กับลัลลาเบลเป็นคนสุดท้ายขณะเสียชีวิต   หลังจากตำรวจได้สืบสวน ศาลอาญาธนบุรี พนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรี 2 ได้เดินทางมายื่นฟ้อง นายรัชเดช พร้อมแก๊งเจ้าบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง ในความผิด 4 ข้อหา ฐานเป็นซ่องโจร, พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใด ๆ, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ทำให้นายรัชเดชถูกฝากขังเข้าเรือนจำเป็นเวลา 84 วัน   และหลังจากนั้นนายรัชเดชได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง เมื่อได้รับอิสระนายรัชเดชเผยว่า มีหลายเรื่องที่อยากจะชี้แจงและแก้ข่าว เรื่องหนึ่งก็คือที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นตนลากลัลลาเบลขึ้นลิฟต์ภายในคอนโด โดยให้เหตุผลว่าเพราะก่อนมาถึงคอนโดตนเล่นกับนายคิว หนึ่งในแก๊งบ้านปาร์ตี้ แล้วล้มเข่ากระแทกพื้น เลยเกิดอาการปวดเข่ามาก ประกอบกับมีอาการเมาสุรา พอขึ้นลิฟต์ไปจึงอุ้มไม่ไหว เลยใช้วิธีลากลัลลาเบล   และในส่วนเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าตนชื่นชอบลัลลาเบลนั้นจึงวางแผนให้นายคิวพาพริตตี้สาวมาร่วมงานปาร์ตี้เพื่อให้ตนไปพบ ซึ่งนายรัชเดชเผยว่าตนไม่ทราบมาก่อนว่าพริตตี้สาวมางานปาร์ตี้ และโดยปกติตนสนิทกับเจ้าของบ้านที่จัดงานและไปมาหาสู่กันปกติ ไม่ได้มีการวางแผนมอมยาลัลลาเบลแต่อย่างใด   และจากเหตุการณ์ที่ลัลลาเบลเสียชีวิต ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำให้ถูกต่อว่าจากทางครอบครัวพริตตี้สาว แต่ตนคิดอยากจะช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอให้คดีจบเรียบร้อยก่อน และหากได้พบเจอกันอยากขอโทษที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้พริตตี้สาวเสียชีวิต      

 7,944
ข่าวภูมิภาค
31 ธ.ค. 62

คนร้ายฆ่าโหดสาว ใช้ค้อนทุบหน้า-กะโหลกแตก ชิงรถกระบะหลบหนี ตร.เร่งไล่ล่าตัว

เพชรบูรณ์ - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีเทพ ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายหนองบัว-บ้านกุดตาแล้ว ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ    ที่เกิดเหตุพบศพหญิงสาว ถูกทำร้ายด้วยค้อนทุดเข้าที่ศีรษะจนใบหน้าเละ กะโหลกศีรษะแตก จนจำใบหน้าไม่ได้ ในที่เกิดเหตุยังพบค้อน ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธที่ทำร้ายผู้ตายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ สภาพด้ามค้อนหัก นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง โดยมีเบอร์โทรศัพท์ โทรเข้า 12 สาย แต่ไม่ได้มีการรับสาย    หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ รับสายชายคนดังกล่าวก็อ้างว่าเป็นสามีของผู้เสียชีวิต แต่ตอนนี้ตนเองขับรถขนส่งรับจ้างอยู่ที่จังหวัดสุราษธานี โดยเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 29 ธันวาคม 2562 ภรรยาได้โทรศัพท์มาบอกกับตนเองว่า จะขอไปเที่ยวกับเพื่อนที่ปรางค์ศรีเทพ ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จากนั้นตนเองพยายามโทรศัพท์หาภรรยา แต่ก็ไม่มีการรับสายกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนรับสาย    จากการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย พบว่าคนร้ายน่าจะมีความโกรธแค้นผู้ตายเป็นอย่างมากเพราะดูจากกการทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม ส่วนศพผู้ตายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ขอระบุ ว่าผู้ตายเป็นเป็นใคร หรือเป็นเจ้าของเจ้าของโทรศัพท์หรือไม่ เพราะจะต้องรอให้ญาติผู้ตายเดินทางมายืนยันศพ ให้แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุของการถูกฆาตกรรม ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ 2 ประเด็นคือเกิดจากเรื่องส่วนตัว และเรื่องชู้สาว    ด้านพ.ต.อ.เดชาวุธ พุทธิมา ผกก.สภ.ศรีเทพ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อจะใช้ติดตามตัวคนร้าย โดยคนร้ายหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะสีดำ ซึ่งเป็นของผู้ตาย หลบหนีไปด้วย โดใช้เส้นทางผ่านผ่าน พื้นที่จังหวัดลพบุรี คาดว่าจะมุ่งหน้าหลบหนีไปทางกรุงเทพมหานคร    ส่วนสามีผู้ตาย จนถึงขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้แล้ว คาดว่าน่าจะปิดเครื่องโทรศัพท์      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/R9VCLLY1gk0

 9,968
อาชญากรรม
31 ธ.ค. 62

คนร้ายฆ่าโหดสาว ใช้ค้อนทุบหน้า-กะโหลกแตก ชิงรถกระบะหลบหนี ตร.เร่งไล่ล่าตัว

เพชรบูรณ์ - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีเทพ ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายหนองบัว-บ้านกุดตาแล้ว ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ    ที่เกิดเหตุพบศพหญิงสาว ถูกทำร้ายด้วยค้อนทุดเข้าที่ศีรษะจนใบหน้าเละ กะโหลกศีรษะแตก จนจำใบหน้าไม่ได้ ในที่เกิดเหตุยังพบค้อน ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธที่ทำร้ายผู้ตายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ สภาพด้ามค้อนหัก นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง โดยมีเบอร์โทรศัพท์ โทรเข้า 12 สาย แต่ไม่ได้มีการรับสาย    หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ รับสายชายคนดังกล่าวก็อ้างว่าเป็นสามีของผู้เสียชีวิต แต่ตอนนี้ตนเองขับรถขนส่งรับจ้างอยู่ที่จังหวัดสุราษธานี โดยเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 29 ธันวาคม 2562 ภรรยาได้โทรศัพท์มาบอกกับตนเองว่า จะขอไปเที่ยวกับเพื่อนที่ปรางค์ศรีเทพ ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จากนั้นตนเองพยายามโทรศัพท์หาภรรยา แต่ก็ไม่มีการรับสายกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนรับสาย    จากการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย พบว่าคนร้ายน่าจะมีความโกรธแค้นผู้ตายเป็นอย่างมากเพราะดูจากกการทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม ส่วนศพผู้ตายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ขอระบุ ว่าผู้ตายเป็นเป็นใคร หรือเป็นเจ้าของเจ้าของโทรศัพท์หรือไม่ เพราะจะต้องรอให้ญาติผู้ตายเดินทางมายืนยันศพ ให้แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุของการถูกฆาตกรรม ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ 2 ประเด็นคือเกิดจากเรื่องส่วนตัว และเรื่องชู้สาว    ด้านพ.ต.อ.เดชาวุธ พุทธิมา ผกก.สภ.ศรีเทพ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อจะใช้ติดตามตัวคนร้าย โดยคนร้ายหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะสีดำ ซึ่งเป็นของผู้ตาย หลบหนีไปด้วย โดใช้เส้นทางผ่านผ่าน พื้นที่จังหวัดลพบุรี คาดว่าจะมุ่งหน้าหลบหนีไปทางกรุงเทพมหานคร    ส่วนสามีผู้ตาย จนถึงขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้แล้ว คาดว่าน่าจะปิดเครื่องโทรศัพท์      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/R9VCLLY1gk0

 9,968
อาชญากรรม
28 ธ.ค. 62

สามีใหม่ฆ่าโหดภรรยาดับคาห้องเช่า ก่อนดิ่งสะพานลอยตายหนีความผิด

ฉะเชิงเทรา - พบศพหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในห้องเช่าในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบศพหญิง อายุ 56 ปี นอนหงายจมกองเลือดอยู่กลางห้องพัก สภาพศพสวมเสื้อสีขาวเปื้อนคราบเลือด กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลศีรษะปูดบวม จมูกหัก ริมฝีปากแตก เสียชีวิตแล้วประมาณ 16 ชั่วโมง   สอบสวนลูกชายผู้ตายให้การว่า แม่พักอยู่กับสามีใหม่ อายุ 57 ปี โดยสามีใหม่  ตกงานไม่มีงานทำ ก่อนแม่เสียชีวิตตนไปทำงาน เมื่อกลับมาบ้านไม่เห็นแม่จึงเข้าไปดูในห้องพบแม่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนสามีใหม่  หายตัวไป ที่ผ่านแม่เคยบอกอย่า พูดเรื่องตกงานกับนายบุตรผัน เนื่องจากมักจะเครียด   ขณะที่พยานข้างห้อง ระบุว่า ช่วงกลางคืนได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกับสามีแล้วตะโกนช่วยด้วย ไม่นานเสียงก็เงียบไป แต่ไม่มีใครเข้าไปยุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย   ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า สามีใหม่  ไม่ได้หนีไปไหน แต่พลัดตกสะพานลอยข้ามถนนเสียชีวิตไปแล้ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น. ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง รับแจ้งพบศพชายพลัดตดสะพานลอยข้ามถนนเทพรัตน หรือ บางนา-ตราด ก.ม.41 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.สมุทรปราการ   เมื่อไปตรวจสอบ พบศพสามีใหม่  อายุ 57 ปี จากการตรวจสอบบนสะพาน พบขวดเครื่องดื่มชูกำลังมีกลิ่นเหล้าขาวตกแตกอยู่ และรอยนิ้วมือที่ราวสะพาน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาด สามีใหม่  มีปากเสียงกับภรรยา ภายในห้องพักก่อนลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต จากนั้นออกจากห้องมากระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายหนีความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/PrQuzt9oEsA

 7,501
สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 62

แม่ร้องพบศพลูกชายวัย 14 ปี ผูกคอตายกลางป่าในท่านั่ง มีบาดแผลถูกแทงที่หน้าแข้ง 2 ข้าง สงสัยถูกฆาตกรรมอำพราง

แม่เข้าร้องเรียนนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ หลังพบศพลูกชายวัย 14 ปี ผูกคอตายกลางป่าบนดอยใกล้หมู่บ้าน สภาพศพคล้ายกับถูกทำร้ายด้วยของมีคมแทงที่หน้าแข้งทั้ง 2 ข้าง ผูกคอด้วยสายยางพ่นยาฆ่าหญ้าในท่านั่งคุกเข่า เหมือนถูกจับมัดคอแล้วนำไปผูกกับต้นไม้เพื่ออำพราง โดยตนเองและญาติติดใจและสงสัยสาเหตุอาจเกิดจากการถูกฆาตกรรม เสียชีวิตมีเงื่อนงำ   แม่ เผยว่า ปกติลูกชายจะอาศัยอยู่กับยายซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกับตนใน ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยช่วงเย็นวันที่ 15 ต.ค.62 ลูกชายได้นำไฟฉายและเบ็ดตกปลาออกจากบ้านไปโดยบอกกับยายว่าจะไปหาปลากับด้วงกว่าง หลังจากนั้นก็มีญาติ ๆ ของตนเห็นว่าลูกชายไปกับนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และเด็กชายสอง (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน    โดยทั้งหมดพากันไปหาปลาและขึ้นไปนอนค้างบนดอย กระทั่งบ่ายวันที่ 17 ต.ค. 62 มีเจ้าของสวนที่อยู่บนดอยมาบอกว่าลูกชายตนผูกคอตาย ตนกับญาติจึงรีบพากันไปดู ซึ่งสภาพศพของลูกชายอยู่ในท่านั่งคุกเข่าก้มหน้า มีสายพ่นยาฆ่าหญ้าผูกคอกับกิ่งไม้ต้นอโวคาโด้ไม่สูงจากพื้นมากนัก บริเวณหน้าแข้ง 2 ข้าง มีบาดแผลถลอกเลือดออกคล้ายถูกแทงด้วยของมีคม เสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง บริเวณจุดพบศพมีร่องรอยดินคล้ายต่อสู้กัน   ทางตำรวจ สภ.แม่แตง เดินทางมาดูที่เกิดเหตุก่อนเก็บหลักฐานและส่งศพไปชันสูตร รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ จากนั้นทางญาติก็รับศพมาฝังตามพิธีตามศาสนาคริสต์   หลังเกิดเหตุตนได้ไปหานายหนึ่ง ที่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่พบตัว จึงได้ไปสอบถามกับเด็กชายสอง เล่าว่า ตั้งแต่เย็นวันที่ 15 พวกตนพากันขึ้นไปนอนบนดอยจนคืนวันที่ 16 ธ.ค. ยังเห็นนายหนึ่ง เล่นอยู่กับลูกของตน แต่ก็ไม่ได้สนใจจึงเข้านอนไปก่อน    เด็กชายสอง  เล่าว่า พอตอนเช้าตื่นมาไม่เห็นใครจึงลงจากดอยเพื่อกลับบ้าน ซึ่งก็คิดว่านายหนึ่งกับผู้ตายคงกลับบ้านไปก่อนแล้ว โดยไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการตายเลย ซึ่งแม่ของเด็กที่เสียชีวิตแปลกใจที่ไม่มีใครรู้เรื่องทั้งที่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะนายหนึ่งหลังเกิดเหตุก็หายตัวไปจนวันนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนที่ไปหานายหนึ่ง ที่บ้านก็ไม่กล้าสู้หน้าตน   “ตอนฝังศพลูกชายก็อธิษฐานว่าถ้าลูกไม่ได้ฆ่าตัวตายเอง ก็ให้มาบอกว่าใครเป็นคนทำ กระทั่งเสร็จพิธีเมื่อกลับบ้านมา ตกเย็นพี่ชายของตนมีอาการแปลก นั่งตัวสั่นและบอกว่ากลัว ๆ หิวข้าว หนึ่งเอาไม้ตี หนึ่งเป็นคนฆ่า ซึ่งตนกับญาติที่เห็นเหตุการณ์ต่างเชื่อว่าเป็นวิญญาณของลูกชายมาเข้าสิงร่างเพื่อบอกว่าใครทำ และให้แม่เรียกร้องความยุติธรรมให้”    แม่ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นน้องสาวตน ก็ยังฝันเห็นหลานมาบอกแบบเดียวกันอีก 2 ครั้ง ตอนนี้ผ่านมา 2 เดือนกว่าแล้ว ไปถามความคืบหน้าทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าต้องรอผลการชันสูตรศพจากทางโรงพยาบาล ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม    ขณะที่นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อรุณศักดิ์ บัวประเสริฐยิ่ง ผกก.สภ.แม่แตง รับปากจะตรวจสอบเรื่องและเร่งติดตามผลชันสูตร ก่อนจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันจะติดตามคดีให้ถึงที่สุดให้ได้ความกระจ่าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rrWq36Hnk9s

 1,903
อาชญากรรม
26 ธ.ค. 62

แม่ร้องพบศพลูกชายวัย 14 ปี ผูกคอตายกลางป่าในท่านั่ง มีบาดแผลถูกแทงที่หน้าแข้ง 2 ข้าง สงสัยถูกฆาตกรรมอำพราง

แม่เข้าร้องเรียนนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ หลังพบศพลูกชายวัย 14 ปี ผูกคอตายกลางป่าบนดอยใกล้หมู่บ้าน สภาพศพคล้ายกับถูกทำร้ายด้วยของมีคมแทงที่หน้าแข้งทั้ง 2 ข้าง ผูกคอด้วยสายยางพ่นยาฆ่าหญ้าในท่านั่งคุกเข่า เหมือนถูกจับมัดคอแล้วนำไปผูกกับต้นไม้เพื่ออำพราง โดยตนเองและญาติติดใจและสงสัยสาเหตุอาจเกิดจากการถูกฆาตกรรม เสียชีวิตมีเงื่อนงำ   แม่ เผยว่า ปกติลูกชายจะอาศัยอยู่กับยายซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกับตนใน ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยช่วงเย็นวันที่ 15 ต.ค.62 ลูกชายได้นำไฟฉายและเบ็ดตกปลาออกจากบ้านไปโดยบอกกับยายว่าจะไปหาปลากับด้วงกว่าง หลังจากนั้นก็มีญาติ ๆ ของตนเห็นว่าลูกชายไปกับนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และเด็กชายสอง (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน    โดยทั้งหมดพากันไปหาปลาและขึ้นไปนอนค้างบนดอย กระทั่งบ่ายวันที่ 17 ต.ค. 62 มีเจ้าของสวนที่อยู่บนดอยมาบอกว่าลูกชายตนผูกคอตาย ตนกับญาติจึงรีบพากันไปดู ซึ่งสภาพศพของลูกชายอยู่ในท่านั่งคุกเข่าก้มหน้า มีสายพ่นยาฆ่าหญ้าผูกคอกับกิ่งไม้ต้นอโวคาโด้ไม่สูงจากพื้นมากนัก บริเวณหน้าแข้ง 2 ข้าง มีบาดแผลถลอกเลือดออกคล้ายถูกแทงด้วยของมีคม เสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง บริเวณจุดพบศพมีร่องรอยดินคล้ายต่อสู้กัน   ทางตำรวจ สภ.แม่แตง เดินทางมาดูที่เกิดเหตุก่อนเก็บหลักฐานและส่งศพไปชันสูตร รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ จากนั้นทางญาติก็รับศพมาฝังตามพิธีตามศาสนาคริสต์   หลังเกิดเหตุตนได้ไปหานายหนึ่ง ที่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่พบตัว จึงได้ไปสอบถามกับเด็กชายสอง เล่าว่า ตั้งแต่เย็นวันที่ 15 พวกตนพากันขึ้นไปนอนบนดอยจนคืนวันที่ 16 ธ.ค. ยังเห็นนายหนึ่ง เล่นอยู่กับลูกของตน แต่ก็ไม่ได้สนใจจึงเข้านอนไปก่อน    เด็กชายสอง  เล่าว่า พอตอนเช้าตื่นมาไม่เห็นใครจึงลงจากดอยเพื่อกลับบ้าน ซึ่งก็คิดว่านายหนึ่งกับผู้ตายคงกลับบ้านไปก่อนแล้ว โดยไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการตายเลย ซึ่งแม่ของเด็กที่เสียชีวิตแปลกใจที่ไม่มีใครรู้เรื่องทั้งที่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะนายหนึ่งหลังเกิดเหตุก็หายตัวไปจนวันนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนที่ไปหานายหนึ่ง ที่บ้านก็ไม่กล้าสู้หน้าตน   “ตอนฝังศพลูกชายก็อธิษฐานว่าถ้าลูกไม่ได้ฆ่าตัวตายเอง ก็ให้มาบอกว่าใครเป็นคนทำ กระทั่งเสร็จพิธีเมื่อกลับบ้านมา ตกเย็นพี่ชายของตนมีอาการแปลก นั่งตัวสั่นและบอกว่ากลัว ๆ หิวข้าว หนึ่งเอาไม้ตี หนึ่งเป็นคนฆ่า ซึ่งตนกับญาติที่เห็นเหตุการณ์ต่างเชื่อว่าเป็นวิญญาณของลูกชายมาเข้าสิงร่างเพื่อบอกว่าใครทำ และให้แม่เรียกร้องความยุติธรรมให้”    แม่ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นน้องสาวตน ก็ยังฝันเห็นหลานมาบอกแบบเดียวกันอีก 2 ครั้ง ตอนนี้ผ่านมา 2 เดือนกว่าแล้ว ไปถามความคืบหน้าทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าต้องรอผลการชันสูตรศพจากทางโรงพยาบาล ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม    ขณะที่นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อรุณศักดิ์ บัวประเสริฐยิ่ง ผกก.สภ.แม่แตง รับปากจะตรวจสอบเรื่องและเร่งติดตามผลชันสูตร ก่อนจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันจะติดตามคดีให้ถึงที่สุดให้ได้ความกระจ่าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rrWq36Hnk9s

 1,903
สังคม-อาชญากรรม
14 ธ.ค. 62

ชายปริศนาเปลือยกายตกคอนโดสูง 30 ชั้นย่านรัชโยธิน ยังไม่ชัดฆ่าตัวตาย-ฆาตกรรม

พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุมีผู้กระโดดตึกลงมาเสียชีวิตภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านรัชโยธิน ริมถนนรัชดาภิเษก   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่อยู่บริเวณถนนทางเข้าลานจอดรถด้นข้างอาคาร เป็นอาคารความสูง 30 ชั้น (รวมชั้นดาดฟ้า) พบศพผู้ชายไม่สวมเสื้อผ้าอายุประมาณ 30 - 35 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าลำตัวใบหน้าและศีรษะแหลก เศษชิ้นส่วนอวัยวะในร่างกายกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ   ด้านผู้พบศพระบุว่า ขณะกำลังขับรถเข้าลานจอดได้เห็นคนนอนเปลือยกายอยู่กลางถนน เมื่อลงไปดูพบว่าเสียชีวิตในสภาพดังกล่าว จึงเชื่อว่าผู้ตายตกลงมาจากที่สูงจึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งจะมีการตรวจสอบภาพวงจรปิดต่อไป   นอกจากนี้มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่พบว่าประตูทางหนีไฟบริเวณชั้น 20 มีการเปิดค้างไว้ ซึ่งปกติประตูหนีไฟของอาคารดังกล่าวมีการปิดอยู่เสมอ รวมถึงยังมีข้อมูลว่ามีลูกบ้านที่พักอาศัยที่คอนโดแห่งนี้ เป็นชายรายหนึ่งมีเคยมีการโพสต์เฟซบุ๊ก ในลักษณะพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าใช่ผู้ตายหรือไม่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบต่อไป   สำหรับจุดเกิดเหตุดังกล่าวเป็นจุดเกิดเหตุเดียวกับที่เมื่อช่วงปี 2559 มีชายสัญชาติเกาหลี กระโดดอาคารดังกล่าวลงมาเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุใกล้ๆกันมาแล้ว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/JFXQpbST-PM  

 1,817

Top