ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรวจค้น"

สังคม
06 ม.ค. 63

เตะผ่าหมาก ข้อกฎหมาย การบรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด-ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย

-เป็นเหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังตรวจค้นชาย 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ออกมายามค่ำคืน โดยมีชายคนที่ซ้อนท้ายเป็นผู้ถ่ายคลิปดังกล่าวไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอาศัยตาม ป.วิอาญา มาตรา 93 ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด   -กรณีการขับรถบรรทุกผู้โดยสารเกินอัตราที่กำหนด ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น หากเป็นในประเทศไทยถือว่ากระทำความผิดตาม พรบ.จราจรทางบก 2522 มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกระทำความผิดตามมาตรา 31 ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท   -ทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะจนเจ้าตูบทนไม่ไหวจึงต้องขอเผือกด้วย โดยการทะเลาะในทางสาธารณะผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 372  ผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน หรือกระทำโดยประการอื่นใดให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท    

 2,906
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

ตร.ลุยค้น 12 ร้านตลาดใหม่ดอนเมือง พบขายสารตั้งต้นผลิตครีม-เปิดโรงงานเถื่อนกวนครีมส่งขายทั่วปท.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ชูวิทย์' เปิดคลิปเดือด 'พ.ต.ท.สันธนะ' ปะทะฝีปาก ทีม ตร.ลุยค้นตลาดใหม่ดอนเมือง ทลายเครื่องสำอางเถื่อน    วันนี้ (4 พ.ค. 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายศาลเข้าตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง 12 ร้านเป้าหมาย ที่ก่อนหน้านี้ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เบื้องต้นพบสารตั้งต้นในการผลิตครีมยี่ห้อต่างๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาต   เครื่องปริ๊นเตอร์ขนาดใหญ่สำหรับทำสติ๊กเกอร์ผลิตภัณฑ์ และส่วนผสมสารตั้งต้นในการทำผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และเครื่องสำอาง เป็นของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดได้จากร้านค้า 1 ใน 12 ร้านเป้าหมาย ที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้น ภายในตลาดแอร์พอร์ต หรือตลาดใหม่ดอนเมือง เบื้องต้นไม่มีการจดทะเบียนขอตั้งโรงงาน รวมทั้งไม่มีการขออนุญาตผลิต ถือว่าผิดกฎหมาย   โดยอาคารพาณิชย์ 2 คูหา จำนวน 4 ชั้น ชั้นแรกเปิดเป็นร้านค้าที่ขายครีมพร้อมรับออเดอร์ของลูกค้า ขณะที่ชั้น 2-4 เปิดเป็นโรงงานผลิตครีมที่มีการกวนและกรอกครีมเอง และครีมผลิตสำเร็จแล้วที่รอการบรรจุส่งลูกค้า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดยังพบส่วนผสมที่เป็นสารเคมีชนิดต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้จำนวนมากภายในร้านค้า ที่สำคัญยังพบเเป้นพิมพ์สลาก รวมทั้งกล่องผลิตภัณฑ์ อีกทั้งบัญชีรายชื่อของลูกค้าที่สั่งผลิตด้วยอีกจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ อย. ตรวจสอบผลิตภัณฑ์พบว่าทั้งหมดปลอมเลขที่จดแจ้งจากทาง อย. มีการใช้สลากปลอมและมีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง ส่วนสารที่ผสมครีมนั้น อย. จะต้องนำของกลางทั้งหมดกลับไปตรวจสอบอีกครั้ง       ขณะที่การเข้าตรวจค้นวันนี้ยังพบผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ดูแลอาคารมาแสดงตัวกับตำรวจ โดยเธอยอมรับว่าผลิตครีมมานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่าอาคารต่อมาจากเจ้าของตลาด ที่ผ่านมาผลิตและส่งสินค้าให้กับลูกค้าทั่วประเทศ รวมทั้งรับผลิตแบรนด์ให้กับลูกค้าที่มีความต้องการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ดูแลกลับอ้างว่าตัวเองไม่ได้ต้องการที่จะปลอมแปลงหรือสวมเลขทะเบียน อย. และสิ่งที่ทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และต้องการหาเงินไปเลี้ยงดูครอบครัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ อย. เห็นแย้งว่าการกระทำของเจ้าของตึกชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายอย่างชัดเจน   อีกจุดพบสินค้าที่เป็นสารตั้งต้นสำหรับการผลิตเครื่องสำอางจำนวนมาก รวมทั้งสูตรในการผลิตเครื่องสำอาง อาทิ สารที่ติดป้ายข้อความ หัวนมชมพู, ระเบิดขี้ไคล ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจค้นในจุดอื่นๆ ภายในตลาดใหม่ดอนเมือง       พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับ 12 จุดเป้าหมาย ที่ขออนุมัติหมายค้นจากศาล เป็น 12 ร้านที่ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งเมื่อเข้ามาตรวจสอบก็พบทั้งวัตถุดิบ สารตั้งต้นชนิดต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบในการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และผิดกฎหมาย ซึ่งการเข้าตรวจค้นแต่ละร้านค้าก็จะพบผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายหลายยี่ห้อต่างกัน ไม่ต่ำกว่า 1,000 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็จะต้องนำกลับไปตรวจสอบว่าแต่ละผลิตภัณฑ์มีความผิดข้อใด มีการจดแจ้งเลขถูกต้องหรือไม่ มีการปลอมแปลงเลขจดแจ้งหรือไม่ ซึ่งจะต้องดูเป็นแต่ละผลิตภัณฑ์       ซึ่งการเข้าตรวจสอบในวันนี้เป็นการสนธิกำลังระหว่างตำรวจ กว่า 300 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่องค์การอาหารและยา หรือ อย. กรมสรรพากร และกรมโรงงาน ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบมักจะเป็นของผิดกฎหมาย ทั้งเลข อย. เลขจดแจ้งปลอม ไม่มีการจดแจ้ง และเป็นการผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต และพบว่าเป็นแหล่งที่มีการรับจ้างผลิตสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ ส่งสินค้ากระจายอยู่ทั่ว กทม. และทั่วประเทศ แม้เจ้าของร้านจะชี้แจงว่าไม่ได้เป็นโรงงานผลิต แต่จากพฤติการณ์ที่พบมีทั้งเครื่องผสม บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักร ตามหลักกฎหมายจึงถือเป็นสิ่งที่ใช้ในการผลิตอยู่แล้ว และผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะต้องนำไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบว่ามีสารต้องห้ามหรือไม่ เป็นภัยต่อสุขภาพ และชีวิตของประชาชนอย่างไร   ส่วนร้านไหนที่ยังไม่เปิดก็จะทำการขอหมายศาลเข้าค้นอีก นอกจากนี้มีการตรึงกำลังตลอดทั้งคืนเพื่อไม่ให้มีผู้ใดลักลอบเข้ามาขนย้ายของไปจำหน่าย สำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีการอำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้านั้น อย่างไรก็ตามจะเดินให้สุดทางและมีการดำเนินคดีกับทุกราย ตนจะเป็นคนดำเนินคดีการตรวจเองอย่างละเอียด โดยจะนำสิ่งของทั้งหมดก็จะนำไปจัดเก็บที่ บก.จร. ชั่วคราว อย่างไรก็ตามในส่วนของร้านในตลาดแอร์พอร์ตเหลือเพียง 18 ร้าน ซึ่งหากพ่อค้าแม่ค้ายินยอมให้ตรวจค้นก็จะสามารถเปิดร้านได้ตามปกติ   ด้านพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า กรณีพันตำรวจโทสันธนะ นั้น บ้านเมืองมีกฎหมายก็ต้องทำกฏหมายให้เป็นกฎหมาย ไม่ใช่มาขายสินค้าอย่างนี้ ทุกคนสามารถขายได้แต่ต้องขายสินค้าที่ถูกต้อง ส่วนผู้ใดที่เข้ามาขัดขวางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ก็จะดำเนินการทันที    

 8,253
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

รอง ผบ.ตร. ลุยค้นตลาดใหม่ดอนเมือง กร้าวใครขัดขวางดำเนินคดีทั้งหมด - 2 วัน ยึดของผิดกฎหมายได้กว่า 110 จุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ชูวิทย์' เปิดคลิปเดือด 'พ.ต.ท.สันธนะ' ปะทะฝีปาก ทีม ตร.ลุยค้นตลาดใหม่ดอนเมือง ทลายเครื่องสำอางเถื่อน   พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นภายในตลาดใหม่แอร์พอร์ตเขตดอนเมือง หรือตลาดใหม่ดอนเมือง เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ผิดกฎหมายเป็นวันที่ 3 ว่า ปฏิบัติการ 2 วันที่ผ่านมาดำเนินการตรวจค้นจำนวน 123 เป้าหมาย สามารถตรวจยึดของผิดกฎหมายไป 113 จุด ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาตำรวจตั้งใจจะอำนวยความสะดวกให้กับบรรดากลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ที่ตรวจนับสิ่งของและแจ้งข้อกล่าวหาที่ตลาดแอร์พอร์ต แต่เมื่อวานนี้ทางตลาดแอร์พอร์ตไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ใช้สถานที่ในตลาดแอร์พอร์ต จึงต้องเชิญผู้ประกอบการที่ถูกจับกุมไปยังสโมสรตำรวจเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา    นอกจากนี้ในส่วนของกลุ่มบุคคลที่เข้ามาขัดขวางการปฏิบัติงานของทางเจ้าหน้าที่เมื่อวานที่ผ่านมา เตรียมที่จะพิจารณาดำเนินคดีในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   สำหรับปฏิบัติการในวันนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในการเข้าตรวจค้นให้มีความอดทนอดกลั้น และหากมีใครเข้ามาขัดขวาง ให้แจ้งกับบุคคลนั้นว่าเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานและให้ทำการบันทึกทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเพื่อใช้ในการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เข้ามาขัดขวางเจ้าหน้าที่ต่อไป และหากวันนี้หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่แตกกำลัง ให้อยู่รวมกัน และหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าจะเป็นคนรับผิดชอบเอง  

 2,455
ข่าวภูมิภาค
17 ม.ค. 61

ปปส.บุกค้นบ้านเครือข่ายยาเสพติดในปทุมฯ ก่อนยึดทรัพย์ พร้อมเจอ ตร.นั่งในบ้าน

ปทุมธานี-ตร.ปสส.นำกำลังกว่า 50 นายตรวจค้นบ้านเครือข่ายยาเสพติด ย่านคลองสาม ตำบลคลองหลวง ตามหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี ในเบื้องต้น ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นเครือข่ายยาเสพติดทางภาคอีสานส่งยาลงภาคใต้ และได้มีการจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ได้ที่จังหวัดอุดรธานีได้ก่อนหน้านี้   โดยได้จับกุมหญิงอายุ 31 ปี จากการตรวจค้นได้ตรวจยึดรถเก๋ง บริเวณหลังรถพบเครื่องนับเงินและเอกสารต่างๆวางอยู่ และรถกระบะ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดยังได้เข้าตรวจค้นเครือข่ายแก๊งยาเสพติดกัญชา 500 กิโลกรัมอีกหลายจังหวัดพร้อมๆกัน นอกจากนี้ยังพบนายตำรวจรายหนึ่งในบ้านด้วย จึงจะมีการสอบสวนว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไร   นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ควบคุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน จำนวน 2 คนพร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ได้มีพฤติกรรมไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปด้านในหมู่บ้านโดยอ้างว่าเป็นกฎของหมู่บ้าน จึงนำตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้ง 2 คนมาสอบสวนที่ สภ.คลองหลวงอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uwyTxokU4oo    

 40,399
สังคม-อาชญากรรม
08 ธ.ค. 60

จับแล้ว 3 ชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. บุกจับเจ้าของร้านแต่งรถ

ตำรวจขออนุมัติหมายจับ 3 ชายฉกรรจ์ในภาพที่ร่วมกันจับเจ้าของร้านตกแต่งรถยนต์และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ย่านสายไหม อ้างมีหมายจับคดีเกี่ยวกับยาเสพติด   นายณัฐพงษ์ จิตรสงวน เจ้าของร้านตกแต่งรถยนต์และจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ ย่านสายไหม และเป็นผู้เสียหายระบุว่า ขณะที่ตนเองกำลังอยู่ที่ร้าน มีผู้ชายเดินเข้ามาทำทีสอบถามราคาอะไหล่รถ ก่อนที่ชายอีกสองคนแต่งกายคล้ายตำรวจจะเดินตามมา ใช้ปืนสั้นออกมาขู่บังคับว่า ให้ยกมือขึ้น แล้วบอกว่ามีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด เสพยาและฟอกเงิน โดยมีชายอีกหนึ่งคนใส่หมวกแก๊ปยืนถือยืนปืนลูกซองสไลด์คุมเชิงอยู่หน้าประตู ก่อนจะเข้ามาล็อคแขนใส่กุญแจมือ พาเข้าไปค้นหาสิ่งผิดกฏหมายภายในบ้าน จากนั้นพาเดินออกจากประตูหน้าร้านไปอีกคูหาหนึ่ง ซึ่งเปิดจำหน่ายอะไหล่รถ   ระหว่างนั้นพ่อของนายณัฐพงษ์ ซึ่งเป็นทหารอากาศ ทราบเรื่องขี่มอเตอร์ไซค์มาที่บ้าน จึงถามว่า จับลูกตนทำไม ขณะที่ชายฉกรรจ์ย้อนถามว่า เป็นทหารใช่หรือไม่ เมื่อบอกว่าใช่ คนร้ายจึงรีบถอดกุญแจมือทันทีทั้งนี้ หลังคลิปนี้ถูกแชร์ออกไป ก็มีผู้เสียหายที่ถูกกระทำลักษณะเดียวกันที่คนร้ายจะอ้างเป็นตำรวจ ป.ส.เช่นกัน ล่าสุด ตำรวจได้นำภาพของชายทั้ง 3 คน ไปขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว ซึ่งล่าสุดจับกุมตัวได้แล้ว    ขณะที่ สำนักงาน ป.ป.ส. ตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดของ สำนักงาน ป.ป.ส.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QoxFxCRpmZw    

 38,271
ข่าวภูมิภาค
07 ธ.ค. 60

'บิ๊กโจ๊ก' นำทีมปฏิบัติการหักปีกนางฟ้า ทลายแก๊งมาเฟียต่างชาติ hells angels pattaya

พัทยา-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. นำทีมแถลงผลการปฏิบัติงานบูรณาการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่เมืองพัทยาในบ้านพักสุดหรูพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รวมทั้งสิ้น 5 จุด   ทั้งนี้ สามารถควบคุมตัวบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคง ได้ทั้งสิ้น 4 ราย แยกเป็นชาวออสเตรเลีย 3 รายและชาวแคนาดา 1 ราย โดยสามารถตรวจยึดอาวุธปืนขนาด 9 มม. อาวุธปืน บีบีกัน พร้อมเครื่องกระสุน และอาวุธมีดชนิดๆต่างๆเป็นจำนวนมาก รวมทั้งตรวจยึดรถยนต์เก๋งสปอร์ตยี่ห้อ ออร์ดี้ 1 คัน ฟอร์ด GT 315 อีก 1 คัน ก่อนนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจ DNA ทั้งตัวบุคคล และของกลางเพื่อหาจุดเชื่อมโยงในคดีต่างๆ นอกจากนี้จากการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของกลุ่มคนดังกล่าวพบมีสารเสพติดประเภทโคเคนเป็นสีม่วงจำนวน 2 ราย   พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตรวจค้นกลุ่ม เป้าหมายซึ่งเป็นแก๊งมอเตอร์ไซค์ชื่อว่าแก๊ง Hells Angels ที่พบว่ามีชาวต่างชาติบางส่วนที่อยู่ในกลุ่มนี้แก๊งนี้แอบแฝงเข้ามาในคราบนักท่องเที่ยว และมีพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งเรื่องของการข่มขู่ ฟอกเงิน ยาเสพติด และค้ามนุษย์ เนื่องจากกลุ่มคนพวกนี้เป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยมีคดีฆ่าชาวออสเตรเลียในแก๊งฝังดินเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา   อีกทั้งคนพวกนี้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย แต่งงานกับหญิงไทย โดยไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่ปรากฏว่ามีบ้านหลังโต รถหรูหรา เงินใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย จึงบูรณาการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดล้อมจับกุม เพื่อให้ปัญหาอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวเข้ามาแสวงหาประโยชน์ในทางไม่ชอบหมดไป โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเมืองพัทยา   อย่างไรก็ตามสำหรับเป้าหมายของ ปฏิบัติการหักปีกนางฟ้า ในครั้งนี้มีทั้งหมดจำนวน 8 ราย ซึ่งปัจจุบันได้ทำการเพิกถอนใบอนุญาต และวีซ่าของทั้งหมดแล้ว โดยในจำนวนนี้มี 1 รายที่หนีออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะที่อีก 3 รายยังหลบซ่อนตัวอยู่ใน กทม. ขณะที่อีก 4 รายที่ถูกควบคุมตัวนั้นพักอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี   โดยการดำเนินคดีนั้นในส่วนของการกระทำความผิดเรื่องยาเสพติด 2 ราย จะนำส่งดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาเพื่อรับโทษในประเทศก่อน จากนั้นจึงจะผลักดันตัวออกนอกราชอาณาจักร ขณะที่ในส่วนที่เหลือได้นำตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรอผลักดันออกนอกราชอาณาจักรทันที พร้อมจัดทำ “แบล็คลิสต์” ทั้งหมดให้เป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้กลับเข้ามาได้อีกต่อไป   พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่ายอมไม่ได้ที่จะเห็นกลุ่มคนที่มีเบื้องหลังในการกระทำความผิดแล้วเข้ามาอยู่ในประเทศไทยอย่างเชิดหน้าชูตา ไม่มีงานทำแต่อาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่โตและหรูหรา ต้องไม่ได้ยินเสียงปืนในเมืองพัทยาจากบุคคลเหล่านี้โดยเด็ดขาด และจะไม่ยอมให้พวกกระทำความผิดเหล่านี้มาขี่มอเตอร์ไซค์ฮาเลย์แบบสบายใจอยู่ในเมืองพัทยาด้วย หลังจากนี้จะทำการตรวจดีเอ็นเอทั้งในของกลางและรถยนต์ที่ที่ตรวจยึด รวมถึงตรวจดีเอ็นเอภรรยาคนไทยว่ามีส่วนเกี่ยวหรือไม่ต่อไปด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OnU5GheV5KU    

 9,682
การเมือง
29 ก.ย. 60

'ศรีวราห์' นำทีมค้นบ้าน 'ยิ่งลักษณ์' - คอนโดคนสนิท เก็บเทียบ dna

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. นำกำลัง จนท. 25 นาย เข้าตรวจค้นบ้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในซอยโยธินพัฒนา เพื่อหาดีเอ็นเอ จากของใช้ส่วนตัวเพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบกับ ดีเอ็นเอที่พบในรถโตโยต้าคัมรี่ หากตรงกันก็จะเพิ่มข้อหากับรองผู้บังคับการที่ช่วยเหลือหลบหนี   ซึ่งการเข้าค้นมีเป้าหมายในการค้นหานางสาวยิ่งลักษณ์ โดยมี พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย หรือ ผกก.หนุ่ย เป็นผู้รับหมายค้นจากทีมตรวจรวมทั้งหาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีที่พันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ตกเป็นผู้ต้องหา ฐานปลอมแปลงเอกสารทะเบียนรถโตโยต้าคัมรี่ ที่ใช้พานางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนี   พร้อมกันนี้ได้เดินทางเข้าค้นห้องพัก ชั้น 7 คอนโด เจ ดับบลิว บูเลอวาร์ด ศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่งเป็นที่อาศัยของ น.ส.นิลุบล กลิ่นประทุม คนสนิทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีไปด้วยกันเพื่อตรวจสอบหาดีเอ็นเอ ตามคำซัดทอดของตำรวจ 3 นาย ที่ระบุว่ามีหญิงสาวคนสนิทร่วมเดินทางไปกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันเกิดเหตุ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZFFXQouJcDk

 1,266
การเมือง
28 ก.ย. 60

'ศรีวราห์' เตรียมเข้าค้นบ้าน 'ยิ่งลักษณ์' หาหลักฐานเทียบดีเอ็นเอหญิงในรถคัมรี่

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมเข้าตรวจค้นพยานหลักฐาน และเก็บ ดีเอ็นเอ.ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในบ้านพัก หลังศาลอนุมัติหมายค้นเพื่อนำไปเทียบเคียงกับดีเอ็นเอ.ที่พบในรถยนต์ต้องสงสัย    พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยก่อนการเข้าประชุม ถึงการเตรียมความพร้อมเข้าตรวจค้นบ้านพักของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ออกหมายจับให้ดำเนินคดีตามคำพิพากษาในคดีทุจริตจำนำข้าวเมื่อวานนี้   โดยวันนี้พนักงานสอบสวนพร้อมด้วยกองพิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบ เพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปตรวจเทียบเคียงกับ ดีเอ็นเอ.ที่ตรวจเจอในรถยนต์ต้องสงสัยก่อนหน้านี้ และเข้าไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่า นางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนีอยู่ภายในบ้านหรือไม่    พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังระบุว่า สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เข้าไปตรวจค้น เนื่องจากยังไม่เป็นคดีอาญาอย่างสมบูรณ์ จึงได้สอบสวนในเบื้องต้น ก็พบว่า ไม่ได้อยู่ในบ้านพักหลังดังกล่าว เมื่อศาลได้ออกหมายจับแล้ว ก็ถือว่า เป็นคดีอาญาสมบูรณ์ จึงต้องดำเนินการเข้าสืบค้นตามขั้นตอน   สำหรับแหล่งที่พักของนางสาวยิ่งลักษณ์ ขณะนี้การรายงาน ของตำรวจ ตม.ยังไม่พบการหลบหนีออกนอกประเทศ แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการประสานไปยังตำรวจสากล เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง    นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาว่าจะต้องเชิญบุคคลใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำ หรือเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ.เพื่อนำไปเทียบเคียงกับ ดีเอ็นเอ.ที่ตรวจพบในรถหรือไม่ ซึ่งการตรวจค้นนี้ คาดว่า ผลตรวจ ดีเอ็นเอ.จะทราบได้ภายในอีก 1-2 วัน    อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันว่า การทำคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,321
สังคม-อาชญากรรม
01 มิ.ย. 60

เปิดยุทธการฟ้าสางที่กลางกรุง ตรวจค้นแหล่งยาเสพติด 19 จุดย่านฝั่งธน

ตำรวจกองปราบปราม สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้า ปปส.กทม.รวม 200 นาย นำกำลังเข้าตรวจค้นแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติดย่านฝั่งธนบุรีโดยใช้ชื่อ ยุทธการฟ้าสางที่กลางกรุง ซึ่งมีเป้าหมายเข้าตรวจค้นรวม 19 จุด ในพื้นที่เขตธนบุรี ประกอบไปด้วย เขตธนบุรี บางพลัด หนองแขม คลองสาน ตลิ่งชัน บางขุนเทียน บางกอกน้อย ราษฎร์บูรณะ โดย ในภาพเป็นการตรวจค้นชุมชน ในซอยประชาอุทิศ 76 โซน 1 ย่านทุ่งครุ โดยมีเป้าหมาย 3 จุด ซึ่งเป็นบ้านที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดพบผู้ค้ารายย่อย 2 ราย ยาเค บางส่วน โดยจุดอื่นๆยังอยู่ระหว่างเข้าตรวจค้น เพื่อลดการแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rWaBGvl_Bwg  

 14,597
การเมือง
22 มี.ค. 60

เปิดแชทไลน์ 'โกตี๋' คุยลูกน้องโพสต์รูปอาวุธสงคราม นายกฯเผยลาวร่วมมือประสานล่าตัว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจยึดอาวุธสงครามจำนวนมากจากบ้านพักของเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี ภายในบริษัท ไทยแม็กซ์กรุ๊ป จำกัด จ.ปทุมธานี และบ้านปูน 2 ชั้น ซึ่งขณะนี้หลบหนีอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า เป็นเรื่องของการติดตามอยู่แล้ว ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือในระดับรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศมาโดยตลอด ความร่วมมือต่างๆ ดีขึ้น ส่วนจะได้ตัวนายโกตี๋หรือไม่ ต้องใช้เวลาต่อไป ส่วนข่าวการลอบสังหารตนเองนั้น ก็ต้องระวังตัวอยู่แล้วเป็นปกติ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว พร้อมกันนี้มีการเปิดเผยหลักฐานว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์ของนายธีรชัย อุตรวิเชียร์ ลูกน้องของโกตี๋ พบข้อมูลการสนทนาผ่าน แอพพิเคชั่น ไลน์กลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเชื่อว่าเป็นการสนทนาระหว่างนายธีรชัยกับนายวุฒิพงศ์ ซึ่งใช้ชื่อไลน์ว่า HMA ให้มีการสั่งชื้อเครื่องมิกซ์เสียงอุปกรณ์อิเลิกทรอนิกส์หลายอย่าง ให้ส่งไปยังสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในประเทศลาว นอกจากนี้นายธีรชัยยังได้โพสต์รูปอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนจำนวนหลายรูป พร้อมรูปภาพในแผ่นกระดาษที่มีรูปนายวุฒิพงศ์ ส่งไปให้นายวุฒิพงศ์ดูและมีการโต้ตอบสอบ สอบถามว่าครบหรือยัง และมีการพูดคุยเรื่องความเเคลื่อนไหว ในวัดธรรมกาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lknznq3Cpn4    

 14,439
การเมือง
20 มี.ค. 60

ตร.ยันไม่ได้จัดฉากยึดอาวุธสงครามเครือข่าย โกตี๋ ลั่นทำตามหลักฐาน

รองโฆษก ตร. ยืนยัน การตรวจยึดอาวุธเครือข่ายโกตี๋ ทำตามหลักฐานการสอบสวน ไม่ได้เป็นการจัดฉาก พร้อมยืนยันพบข้อมูลการสะสมอาวุธตั้งแต่ชุมนุมใหญ่ทางการเมืองที่ผ่านมา และมีการเติมอาวุธเพิ่มต้นเดือนมีนาคมเตรียมลอบทำร้ายบุคคลสำคัญทางการเมืองในประเทศ   พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงความคืบหน้าในการดำเนินการทางคดี หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกันบุกเข้าตรวจค้น 9 จุดสำคัญ ในพื้นที่ 7 จังหวัด ของเครือข่าย "โกตี๋ แดงปทุม" ยืนยัน เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้จัดฉากกรณีตรวจยึดอาวุธสงครามของเครือข่าย โกตี๋ ย้ำว่าเป็นการทำงานจากการข่าว ที่ตรวจสอบพบความเคลื่อนไหว การสะสมอาวุธ เพื่อเตรียมลอบสังหารผู้นำประเทศจริง โดยมีหลักฐานเป็นคำพูดขั้นตอนการเตรียมการ รวมถึงการซ่องสุมกำลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมกับย้ำเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้รังแกใคร โดยเฉพาะจุดคูคต ลำลูกกา ที่เคยเป็นที่พักของนายโกตี๋ ซึ่งสามารถตรวจยึดอาวุธสงครามได้จำนวนมากนั้น จุดนี้พบว่า มีการสะสมอาวุธตั้งแต่การชุมนุมใหญ่ทางการเมือง และนำอาวุธเข้ามาเติมเพิ่ม ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้ ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ตรวจสอบที่มาของอาวุธทั้งหมดที่ตรวจยึดไว้ และตรวจสอบกลุ่มที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงของเครือข่ายนี้ แม้นายโกตี๋จะชัดเจนว่าสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ก็ต้องตรวจสอบและหาหลักฐานและความเชื่อมโยงให้ได้ นอกจากนี้จากการสืบสวนยังพบว่าโ นายโกตี๋ ยังอยู่เบื้องหลังในการปลุกระดมประชาชนกดดันขณะ เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นวัดพระธรรมกายจึงทำให้การทำงานของตำรวจล่าช้าและเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 9 ในเป้าหมายที่เข้าตรวจค้น อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อขยายผล ซึ่งขอย้ำว่าการปฏิบัติการนี้ มีการรายงานความเคลื่อนไหวให้นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ทราบความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด ขณะที่การติดตามตัวนายโกตี๋ มาดำเนินคดี ก็จะดำเนินการติดต่อประสานงานให้ประเทศเพื่อนบ้านดำเนินการจับกุม ส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 7,930
การเมือง
20 มี.ค. 60

คสช.แจงค้นอาวุธสงครามเครือข่าย 'โกตี๋' เจ้าตัวลั่นถูกใส่ร้าย ซัด รบ.จัดฉากไม่เนียน

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักของเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มการเมืองฮาร์ดคอร์ จ.ปทุมธานี และพบระเบิด อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก ยันการตรวจค้นจนพบในครั้งนี้อาศัยกระบวนการสืบสวนที่เป็นระบบ ควบคู่กับงานด้านการข่าวที่มีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งกรณีที่เป้าหมายใดๆ มีความชัดเจนในแง่ของพยานหลักฐานแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะเข้าดำเนินการ อีกทั้งที่สำคัญการดำเนินการในครั้งนี้ได้มีสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ ประกอบกับเจ้าหน้าที่เองได้มีการบันทึกภาพการปฏิบัติในขณะเข้าดำเนินการไว้อย่างละเอียด เพื่อเป็นเครื่องยืนยันป้องกันการที่อาจมีผู้ไม่หวังดีนำไปสร้างเป็นประเด็น ทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ ในเวลาต่อมา โกตี๋ ได้กล่าวผ่านช่องทางยูทูป ยืนยันว่าโดนใส่ร้าย เพราะอาวุธสงครามที่ตรวจพบไม่ใช่ของตัวเอง มีการจัดฉากต้องการเล่นงานเครือข่ายของตน ระบุตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีบ้านเป็นหลัง ต้องนอนที่สถานีมาโดยตลอด และเดินทางออกจากประเทศไทยมานาน 3 ปีแล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WWXNi1GvRhY    

 26,376
สังคม-อาชญากรรม
10 มี.ค. 60

วัดธรรมกายยอมให้ dsi เข้าตรวจค้นในพื้นที่วัด 196 ไร่แล้ว

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายยินยอมให้ พ.ต.อ.ไพสิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในพื้นที่เป้าหมาย 196 ไร่ ของวัดพระธรรมกายแล้ว โดยมี พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการ จ.ปทุมธานี นายสมศักดิ์ โตรักษา ผู้แทนสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระวินยาธิการ เข้าร่วมตรวจค้นด้วย โดยจุดแรก อธิบดีดีเอสไอ เข้าตรวจค้นอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ ขณะที่ พ.ต.ต.สุริยา เข้าคนในพื้นที่สังฆวาส ที่พักสงฆ์ เริ่มที่อาคารปุโรหิตา ซึ่งเป็นอาคารเอนกประสงค์ ไม่พบสิ่งผิดปกติ  จุดที่สองคืออาคารมหาพรหม เป็นอาคารที่ใช้การเรียนการสอนพระไตรปิฏกนานาชาติ ห้องสมุดนานาชาติ  จุดที่สามคือโรงปั้นพระเดิม ปัจจุบันไม่ได้ใช้งาน จนถึงเวลานี้ยังตรวจค้นอยู่ ยังไม่พบพระธัมมชโย หรือสิ่งผิดปกติใดๆ พื้นที่ต่อไปคือ วิหารคุณยายอาจารย์และอาคารดาวดึงส์   ภาพข่าว - : ฐปณีย์ เอียดศรีไชย

 22,031
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 60

พระสนิทวงศ์ จวก dsi น่ากลัวกว่าโจร ผลาญงบแผ่นดินหลายสิบล้าน

พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ระบุถึงกระแสที่หลายฝ่ายห่วงจะมีมือที่สามเข้ามาแทรกแซง บุกวัดพระธรรมกายนั้นขอชี้แจงว่า ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย กลัวดีเอสไอมากกว่ามือที่สาม ทั้งไม่วางใจดีเอสไอ เพราะก่อนหน้านี้ ยังมีของบริจาคที่หายไป ในช่วงที่ดีเอสไอเข้ามาคุมพื้นที่บริเวณกว่า 2,000 ไร่ของวัด และมองว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีความจริงใจต่อการแก้ไขปัญหา และไม่จริงจังต่อการปฏิบัติงาน ดีเอสไอนำงบประมาณแผ่นดินมาผลาญพร้อมจี้ให้รัฐบาลยกเลิกมาตรา 44 โดยเร็ว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bnfTfVzylXI  

 12,974
การเมือง
24 ก.พ. 60

พล.อ.ประวิตร ยันไม่ยกเลิก ม.44 ลั่นต้องค้นธรรมกายต่อเนื่อง จนกว่าจะได้ตัวธัมมชโย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจค้นวัดธรรมกาย หลังดำเนินมาได้ 7 วัน ระบุหากยังไม่สามารถจับตัวพระธัมมชโยได้ จึงต้องบังคับใช้ต่อไป และขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่ากฎหมายพิเศษ ดังกล่าวเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ จะ 1 สัปดาห์ หรือจะกี่สัปดาห์ก็ต้องทำ ผ่านไป 1 ปีแล้วถ้าทำไม่ได้ก็ต้องทำเรื่อยๆ เราลดปัญหาไม่ให้เกิดความรุนแรง ไม่ให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย แต่เราจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยเจ้าหน้าทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กำลังดำเนินการอยู่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A3P-mmprZ-g  

 10,899

Top