ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลักทรัพย์"

ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 63

จับหนุ่มแสบ แชทหลอกสาวผ่านแอปหาคู่ พาหลับนอนก่อนมอมยารูดทรัพย์

ตำรวจจับกุมนายสุชิน ปานสุวรรณ อายุ 28 ปี หลังมีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าร้องเรียน หลังจากพูดคุยและรู้จักกับนายสุชิน ผู้ต้องหา ผ่านทางแอปพลิเคชั่นหาคู่ จากนั้นก็พูดคุยกันจนเกิดความสนิทสนม ผู้ต้องหาออกอุบายมาเที่ยวห้องพัก ก่อนขอร่วมหลับนอนด้วย พอเสร็จกิจก็แอบวางยานอนหลับในน้ำ มาให้ผู้เสียหายดื่มจนหลับไป จากนั้นก็รูดเอาทรัพย์สินในตัว และสิ่งของมีค่าในห้องพักมูลค่านับแสนบาทไป เหตุเกิดที่ อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี   ต่อมาสืบสวน ทราบว่า ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าว มาแล้วหลายคดี และหลายพื้นที่ กระทั่งสืบทราบว่า นายสุชิน หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ ม.5 ต.บ้านช้าง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จึงตามเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว   เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ นอกจากนี้ตรวจสอบยังพบอีกด้วยว่า ผู้ต้องหามีหมายจับกุมติดตัวรวมกันแล้ว 4 หมายจับ ทั้งที่กาญจนบุรี, กรุงเทพ, อุทัยธานี และกาฬสินธุ์ ทั้งหมดเป็นข้อหาเดียวกันคือ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จึงส่งตัวให้ สภ.ห้วยคต ดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/78xXYu7Bh3g

 2,262
สังคม
24 ม.ค. 63

จับหนุ่มแสบ แชทหลอกสาวผ่านแอปหาคู่ พาหลับนอนก่อนมอมยารูดทรัพย์

ตำรวจจับกุมนายสุชิน ปานสุวรรณ อายุ 28 ปี หลังมีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าร้องเรียน หลังจากพูดคุยและรู้จักกับนายสุชิน ผู้ต้องหา ผ่านทางแอปพลิเคชั่นหาคู่ จากนั้นก็พูดคุยกันจนเกิดความสนิทสนม ผู้ต้องหาออกอุบายมาเที่ยวห้องพัก ก่อนขอร่วมหลับนอนด้วย พอเสร็จกิจก็แอบวางยานอนหลับในน้ำ มาให้ผู้เสียหายดื่มจนหลับไป จากนั้นก็รูดเอาทรัพย์สินในตัว และสิ่งของมีค่าในห้องพักมูลค่านับแสนบาทไป เหตุเกิดที่ อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี   ต่อมาสืบสวน ทราบว่า ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าว มาแล้วหลายคดี และหลายพื้นที่ กระทั่งสืบทราบว่า นายสุชิน หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ ม.5 ต.บ้านช้าง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จึงตามเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว   เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ นอกจากนี้ตรวจสอบยังพบอีกด้วยว่า ผู้ต้องหามีหมายจับกุมติดตัวรวมกันแล้ว 4 หมายจับ ทั้งที่กาญจนบุรี, กรุงเทพ, อุทัยธานี และกาฬสินธุ์ ทั้งหมดเป็นข้อหาเดียวกันคือ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จึงส่งตัวให้ สภ.ห้วยคต ดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/78xXYu7Bh3g

 2,262
สังคม
16 ม.ค. 63

เตะผ่าหมาก ทนายสงกานต์พาดูข้อกฎหมาย ภรรยาพาชายชู้มานอนที่ห้อง สามีฟ้องหย่าได้หรือไม่

กรณีแรก เป็นเรื่องครอบครัว และเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก หลายท่านสอบถามมาในเรื่องของการฟ้องหย่า โดยมีกรณีตัวอย่างจากคลิปดังกล่าวนี้ ในคลิปถ่ายโดยชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่จับได้ว่าภรรยาของตนนั้นพาชายยชู้มานอนที่บ้าน เขาพยายามใจเย็น ไม่วู่วามทำอะไรลงไปเพราะสงสารลูก หลายคนก็ถามว่าสำหรับเหตุการณ์แบบนี้สามารถฟ้องหย่าได้หรือไม่    ทางทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ตอบว่า เมื่อชายหญิง 2 คนที่ไม่ใช่สามีภรรยากัน อยู่ด้วยกัน 2 ต่อ 2 สามารถนำไปสู่การฟ้องร้องขอหย่าได้ โดยฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัว ตามภูมิลำเนาของจำเลย หรือแม้กระทั่งการที่สามีหรือภรรยา ไปยกย่องหญิงอื่น ชายอื่น หรือดูหมิ่นเหยียดหยามกัน ไม่ว่าจะฝ่ายชายหรือหญิงก็ตาม สามารถฟ้องหย่าได้เช่นกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 ทั้งหมด 10 ประการ    อีกกรณี มีผู้หญิงคนหนึ่ง เข้าซูเปอร์มาเก็ต หยิบสินค้ามาหลายชิ้นแต่ไม่ใส่ถุง กลับใส่ไปในกางเกงของตนเอง หลายคนบอกว่า หญิงคนนี้ทำตามมาตรการของรัฐบาลเรื่องการงดใช้ถุงหรือเปล่า สามารถอ้างได้หรือไม่ว่าไม่ได้มีเจตนาลักทรัพย์ ทางทนายสงกานต์ตอบว่า ความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าลักเวลากลางวัน โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท ถ้าลักเวลากลางคืน โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท   กรณีสุดท้าย เวลาที่ไปจอดรถตามสถานที่ต่างๆ ต้องระมัดระวังโจรที่พยายามจะงัดกระจกรถเพื่อลักทรัพย์ ดังนั้น เวลาที่ไปจอดรถ ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ตาม ยิ่งถ้าเป็นบริเวณในห้าง เจ้าของรถควรจะถ่ายรูปรถที่ตนเองจอดเอาไว้ ว่าจอดรถเอาไว้ตรงล็อคไหน เพราะหากรถของเราหายไป เราสามารถที่จะเรียกร้องกับทางห้างได้ แม้ว่าทางห้างจะปัดความรับผิดชอบก็ตาม

 960
สังคม
16 ม.ค. 63

รวบโจรสายชิล ตระเวนบุกบ้านลักทรัพย์ราว 10 หลัง ก่อนลงว่ายน้ำอย่างสบายใจ

วันที่ 15 ม.ค. ร.ต.ต.ทองอินทร์ ปัญญานาม รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมตำรวจท่องเที่ยว ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายทนงศักดิ์ เลิศนา อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ ได้ที่บริเวณซอยจอมเทียน 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในหมู่บ้าน มีผู้เสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน     การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านริมถนนจอมเทียนสายสอง ได้ถูกคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์หลายหลังคาเรือน ซึ่งเกือบทุกหลังที่ถูกเข้าไปก่อเหตุมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะคนร้ายเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินไว้ได้ รวมถึงพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างสบายใจ ถอดเสื้อผ้าว่ายน้ำระหว่างก่อเหตุ จนกระทั่งสังเกตเห็นผู้ก่อเหตุเดินอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน จึงติดตามไปห่างๆ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าช่วยเหลือ จนกระทั่งสามารถจับกุมได้แล้วควบคุมตัวมาสอบสวนยัง สภ.เมืองพัทยา     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตำรวจได้คุมตัว นายทนงศักดิ์ ไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พร้อมรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดส่งพนักงานสอบสวน ก่อนจะติดต่อให้ผู้เสียหายเดินทางเข้าชี้ตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oZHLBqoRtpM

 260
สังคม
15 ม.ค. 63

มือฉกกระเป๋าผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอดมอบตัวแล้วหลังทนแรงกดดันไม่ไหว

เมื่อเวลา 16.00น.วันที่ 14 มกราคม 2563 ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ แถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหา นายณัฐพล พันธุ์หิรัญ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการในข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน     สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 10 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจาก น.ส.ไอริน บัวละคร ผู้เสียหาย ว่าตนได้ทำกระเป๋าเงินซึ่งภายในมีทรัพย์สินประเภทเงินสดและทองรูปพรรณรวมมูลค่ากว่า 3 หมื่นบาทหาย ในขณะที่กำลังยืนต่อคิวรอแลกเงินที่บริเวณหน้าร้านรับแลกเงินซุปเปอร์ริช ใกล้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ทลิงค์ สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ      หลังรับแจ้งจึงได้มีการประสานงานไปทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และตำรวจท่องเที่ยวเพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง และได้พบว่าภาพสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่ผู้เสียหายทำกระเป๋าเงินในดังกล่าวตกที่พื้น และมีชายที่ใส่ชุดดำสะพายกระเป๋าเป้สีแดงเหลือบมาเห็นจึงรีบเดินเข้าไปและใช้เท้าเตะกระเป๋าเงินของผู้เสียหายไปด้านหน้าก่อนที่ก้มลงเก็บก่อนที่จะรีบเดินออกไป     ซึ่งจากการตรวจสอบภาพดังกล่าวได้ทราบว่าชายที่ก่อเหตุคือ นายณัฐพล พันธุ์หิรัญ อายุ 34 ปี จึงได้รวบรวมหลักฐาน เข้าขอศาลออกหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน เพื่อติดตามจับกุมตัวนายณัฐพล โดยติดตามไปค้นที่ล้านพักของนายณัฐพลและที่ทำงาน แต่ไม่พบซึ่งเชื่อว่านายณัฐพล น่าจะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่อื่น      เจ้าหน้าที่ได้ใช้ยุทธวิธีกดดันตามยุทธวิธีจนกระทั่งเมื่อสายของวันนี้ที่ 14 มกราคม 2563 นายณัฐพล ผู้ก่อเหตุ ที่ทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว จึงติดต่อขอมอบตัว กับ พ.ต.อ.พิจิตร อังศุภานิช ผกก.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ     นายณัฐพล ได้ให้การรับสารภาพว่า บุคลในภาพกล้องวงจรปิดเป็นภาพของตัวเอง ซึ่งได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำไปขายและเอาเงินสดในกระเป๋าไปใช้เที่ยวเตร่จนหมด และไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนซึ่งอยู่ไปห่างจากบ้านของตนเองมากนัก     จนกระทั่งเห็นข่าวของตนทางสื่อต่าง ๆ ที่นำเสนอประกอบกับทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ที่ออกติดตามไม่ไหว จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว และจากการตรวจสอบประวัติ พบนายณัฐพล เคยถูกเจ้าหน้าที่ สน.ฉลองกรุง จับกุมและดำเนินคดี ในข้อหา ลักทรัพย์ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์เมื่อปี 2555 และศาลได้ตัดสิน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน พึ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน ก่อนคุมตัวเอาไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RExmd6HtsKk

 812
สังคม
12 ม.ค. 63

รวบแก๊งโคลัมเบีย ตระเวนหมู่บ้านหรูลักตู้เซฟได้ทรัพย์สินไปกว่า 2 ล้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังสืบสวนภาค1สืบสวน จ.นนทบุรี จับกุมแก๊งโคลัมเบีย (ยกเซฟ) จับกุมตัวได้ภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งใน ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงกลางดึก ที่ผ่านมา ขณะเตรียมก่อเหตุลักทรัพย์ (ตู้เชฟ) ภายในหมู่บ้านดังกล่าว   โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.นายวิคเตอร์ อลอนโซ่ เบโดย่า โมเรลล์ อายุ 38 ปี สัญชาติโคลัมเบีย  2.นายโกเมซ ทอเรส อลอนโซ่ โจเซ่ อายุ 37 ปี สัญชาติโคลัมเบีย  และ 3.นายเฮอร์นันเดส คามาโก้ โอมาร์ อาร์ตูโร่ อายุ 52 ปี สัญชาติโคลัมเบีย ในความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต สภ.หัวหิน   พร้อมด้วยของกลางรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว จำนวน1คัน ที่ใช้ในการก่อเหตุ ป้ายทะเบียนปลอมจำนวนหนึ่ง กระเป๋าสะพายข้างจำนวนหลายใบ เงินสดเกือบ 1 แสนบาท เสื้อผ้า และอุปกรณ์ใช้ในการก่อเหตุ และของกลางอื่นๆ รวมกว่า 73 รายการ ทั้งนี้หลังจับกุมตัวมาไดัทางเจ้าหน้าที่ขยายผลเพื่อตรวจหาของกลาง (ตู้เซฟ) ที่เคยลักทรัพย์มาจากพื้นที่ต่างๆ รวมถึงตรวจหาทรัพย์สินที่ได้มา   จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในพื้นในนครบาลภาค 1 ภาค 2 และล่าสุด เมื่อช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา มีเหตุลักทรัพย์ (ตู้เซฟ) ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ สน.คันนายาว โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินไปเป็นตู้เซฟ ภายในมีทรัพยสิน อาทิ ทองคำรูปพรรณ เครื่องเพชร โฉนดที่ดิน รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่กก.สส น2 ลงพื้นที่ตรวจสอบ และพบเบาะแสหลายอย่าง พบว่าคนร้ายเป็นชาวต่างชาติ โดยมีพฤติกรรมไปเช่ารถในพื้นที่ ภูธรภาค 2 (พัทยา) ก่อนมาเปลี่ยนป้ายทะเบียน เพื่อให้ยากในการตรวจสอบ   จากนั้นก็จะตระเวนไปตามหมู่บ้านในเขตกรุงเทพและพื้นที่ ภูธรภาค 1 ในเวลากลางคืน ก่อเหตุลักทรัพย์ตู้เซฟอุ้มขึ้นรถ ก่อนจะใช้วิธีเจาะตู้เซฟเพื่อเอาทรัพย์สินไปใช้จ่าย ตระเวนท่องเที่ยว ก่อนมาที่หัวหิน จนมาถึงภายในหมู่บ้านดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามอยู่แล้ว จนสามารถจับผู้ต้องหาได้ทั้ง 3 คน   ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน นำผู้ต้องหาไปทำการตรวจค้นจุดที่ผู้ต้องนำตู้เซฟไปทิ้งและนำทรัพย์สินบางอย่างมาเผาทำลาย บริเวณป่าหญ้าตำบลบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ปรากฏว่าพบตู้เซฟที่ถูกเปิด โดยมีรอยงัดแงะและนำทรัพย์สินออกไปแล้วจำนวนหลายใบ ซึ่งมีโฉนดที่ดินถูกเผาทำลายอีกจำนวนหนึ่ง     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/bh2_KkC70pw    

 686
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

โจรแสบย่องยกเค้าร้านรับซื้อของเก่า ช่วงปีใหม่ 3 วันติด ถอดเซิร์ฟเวอร์กล้อง-กวาดทรัพย์หลายแสน!

เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าหลุดจำนำย่านบางซื่อร้องเรียนเนื่องจากถูกโจรเข้ามาขโมยของที่ร้าน 3 วันติดเมื่อวันที่ 26-28 ธันวาคม 2562 ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ ช่วงเวลาดังกล่าวครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวช่วงปีใหม่ไม่มีใครอยู่บ้าน หากใครสามารถแจ้งเบาะแสจับตัวคนร้ายได้จะมีรางวัลนำจับให้   ภาพวงจรปิดวันที่ 26 ธันวาคม 2562 เวลา 21.15 น. สามารถบันทึกภาพคนร้ายอายุราว 50-60 ปีสะพายกระเป๋าเป้เข้ามาขโมยของในร้าน คนร้ายสวมใส่หมวก และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ใช้ไฟฉายส่องหาทรัพย์สินภายในบ้าน และกวาดทรัพย์สินใส่กระเป๋าเป้ ก่อนหลบหนีไปพร้อมถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดติดตัวไปด้วย   ต่อมาคนร้ายชะล่าใจกลับเข้าก่อเหตุอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ช่วงเวลากลางดึก สวมใส่ชุดและสะพายกระเป๋าเป้ใบเดิม ขโมยพระเครื่องที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้ แต่คราวนี้คนร้ายย่ามใจไม่ได้ปิดบังใบหน้า เนื่องจากมั่นใจว่าตนได้ถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดไปแล้ว แต่ที่ร้านมีเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน   ด้านเจ้าของร้านกล่าวว่า ทรัพย์สินที่หายไปได้แก่ของเก่าที่สะสมมานาน 10 ปี มีสร้อยข้อมือนาก 1 เส้น ทองเค 2 เส้น ทองคำ 3 เส้น แหวนเพชร ข้อมือเพชร สร้อยเพชร แหวนเพชร ต่างหูเพชรเป็นมูลค่าหลายแสนบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gj3PoIT5PFE

 712
สังคม
09 ม.ค. 63

โจรแสบย่องยกเค้าร้านรับซื้อของเก่า ช่วงปีใหม่ 3 วันติด ถอดเซิร์ฟเวอร์กล้อง-กวาดทรัพย์หลายแสน!

เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าหลุดจำนำย่านบางซื่อร้องเรียนเนื่องจากถูกโจรเข้ามาขโมยของที่ร้าน 3 วันติดเมื่อวันที่ 26-28 ธันวาคม 2562 ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ ช่วงเวลาดังกล่าวครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวช่วงปีใหม่ไม่มีใครอยู่บ้าน หากใครสามารถแจ้งเบาะแสจับตัวคนร้ายได้จะมีรางวัลนำจับให้   ภาพวงจรปิดวันที่ 26 ธันวาคม 2562 เวลา 21.15 น. สามารถบันทึกภาพคนร้ายอายุราว 50-60 ปีสะพายกระเป๋าเป้เข้ามาขโมยของในร้าน คนร้ายสวมใส่หมวก และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ใช้ไฟฉายส่องหาทรัพย์สินภายในบ้าน และกวาดทรัพย์สินใส่กระเป๋าเป้ ก่อนหลบหนีไปพร้อมถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดติดตัวไปด้วย   ต่อมาคนร้ายชะล่าใจกลับเข้าก่อเหตุอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ช่วงเวลากลางดึก สวมใส่ชุดและสะพายกระเป๋าเป้ใบเดิม ขโมยพระเครื่องที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้ แต่คราวนี้คนร้ายย่ามใจไม่ได้ปิดบังใบหน้า เนื่องจากมั่นใจว่าตนได้ถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดไปแล้ว แต่ที่ร้านมีเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน   ด้านเจ้าของร้านกล่าวว่า ทรัพย์สินที่หายไปได้แก่ของเก่าที่สะสมมานาน 10 ปี มีสร้อยข้อมือนาก 1 เส้น ทองเค 2 เส้น ทองคำ 3 เส้น แหวนเพชร ข้อมือเพชร สร้อยเพชร แหวนเพชร ต่างหูเพชรเป็นมูลค่าหลายแสนบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gj3PoIT5PFE

 712
สังคม-อาชญากรรม
04 ม.ค. 63

รวบแล้ว! แม่บ้านชาวเมียนมาร์แสบ ย่องยกเค้าบ้านนายจ้างกว่า 6 แสน ขณะไปต่างประเทศ

วานนี้ (3 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ สน.คลองตันเข้าจับกุม น้องฟ้าใส แม่บ้านชาวเมียนมาร์ ขโมยของจากเจ้าของบ้าน รวมเป็นเงินสดกว่า 6 แสนบาท โเดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้    โดยนายจ้างเล่าเหตุการณ์บอกว่า รับแม่บ้านชาวเมียนมาเข้ามาทำงานเมื่อประมาณเดือนม.ค.62 โดยผ่านบริษัทจัดหางานฯ ซึ่งได้ให้ค่าจ้างเป็นเงิน 15,000 บาทต่อเดือน มีหน้าที่หลักคือทำงานบ้านกึ่งพี่เลี้ยงเด็ก โดยจะมาทำงานเช้ากลับเย็น ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. และจะหยุดทุกวันอาทิตย์ ที่ผ่านมาแม่บ้านรายนี้ทำงานดีมาโดยตลอด กระทั่งวันที่ 25 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา นายจ้างได้บอกกับฟ้าใสว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ 8 วัน โดยจะกลับมาในวันที่ 2 ม.ค. 63 จึงฝากให้ดูแลผู้ดูแลในการเก็บกวาดทำความสะอาดระหว่างที่ผู้เสียหายไม่อยู่บ้าน   แต่หลังจากที่เดินทางกลับมาพบว่าจตู้นิรภัยได้หายไป จึงได้มาตรวจสอบกล้องวงจรปิด และทราบว่าฟ้าใสได้มายกเอาตู้เซฟและสิ่งของมีค่าออกไปเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 62 เวลาประมาณ 16.00 น. และได้หลบหนีไป จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตาม จนกระทั่งสามารถจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้ พร้อมของกลางดังกล่าว ได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากรับแจ้งความจากผู้เสียหาย   โดยทรัพย์สินที่ถูกขโมยไป ประกอบด้วย เงินไทย จำนวน 200,000 บาท , เงินดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 8,000 us เงินไต้หวัน 60,000 us เงินต่างประเทศอื่นๆ อีกประมาณ 100,000 บาท บัตรเครดิต 15 ใบ สร้อยคอทองคำ 20,000 บาท กำไร 50 สตางค์ แหวนเพชรขนาด 0.3 กะรัต นาฬิกา กำไรหยก เหรียญพระเครื่อง 2 กล่อง ฯลฯ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปทั้งหมดจำนวนประมาณ 700,000 บาท โดยตำรวจจับกุมตัวนางฟ้าใสได้ที่จังหวัดนครสวรรค์ ในช่วงเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ม.ค. 63   ขณะที่ฟ้าใส ให้การรับสารภาพว่า ได้ขโมยเอาทรัพย์สินไปจริง และกำลังหลบหนี โดยกำลังจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่ประเทศเมียนมาร์ ส่วนทรัพย์สินที่ขโมยมานั้น ตนได้โอนเป็นเงินกลับไปให้ครอบครัวแล้วบางส่วนประมาณ 1 แสนบาท   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างฯ หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/MojEWzTTRmQ

 848
สังคม
04 ม.ค. 63

รวบแล้ว! แม่บ้านชาวเมียนมาร์แสบ ย่องยกเค้าบ้านนายจ้างกว่า 6 แสน ขณะไปต่างประเทศ

วานนี้ (3 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ สน.คลองตันเข้าจับกุม น้องฟ้าใส แม่บ้านชาวเมียนมาร์ ขโมยของจากเจ้าของบ้าน รวมเป็นเงินสดกว่า 6 แสนบาท โเดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้    โดยนายจ้างเล่าเหตุการณ์บอกว่า รับแม่บ้านชาวเมียนมาเข้ามาทำงานเมื่อประมาณเดือนม.ค.62 โดยผ่านบริษัทจัดหางานฯ ซึ่งได้ให้ค่าจ้างเป็นเงิน 15,000 บาทต่อเดือน มีหน้าที่หลักคือทำงานบ้านกึ่งพี่เลี้ยงเด็ก โดยจะมาทำงานเช้ากลับเย็น ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. และจะหยุดทุกวันอาทิตย์ ที่ผ่านมาแม่บ้านรายนี้ทำงานดีมาโดยตลอด กระทั่งวันที่ 25 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา นายจ้างได้บอกกับฟ้าใสว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ 8 วัน โดยจะกลับมาในวันที่ 2 ม.ค. 63 จึงฝากให้ดูแลผู้ดูแลในการเก็บกวาดทำความสะอาดระหว่างที่ผู้เสียหายไม่อยู่บ้าน   แต่หลังจากที่เดินทางกลับมาพบว่าจตู้นิรภัยได้หายไป จึงได้มาตรวจสอบกล้องวงจรปิด และทราบว่าฟ้าใสได้มายกเอาตู้เซฟและสิ่งของมีค่าออกไปเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 62 เวลาประมาณ 16.00 น. และได้หลบหนีไป จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตาม จนกระทั่งสามารถจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้ พร้อมของกลางดังกล่าว ได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากรับแจ้งความจากผู้เสียหาย   โดยทรัพย์สินที่ถูกขโมยไป ประกอบด้วย เงินไทย จำนวน 200,000 บาท , เงินดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 8,000 us เงินไต้หวัน 60,000 us เงินต่างประเทศอื่นๆ อีกประมาณ 100,000 บาท บัตรเครดิต 15 ใบ สร้อยคอทองคำ 20,000 บาท กำไร 50 สตางค์ แหวนเพชรขนาด 0.3 กะรัต นาฬิกา กำไรหยก เหรียญพระเครื่อง 2 กล่อง ฯลฯ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปทั้งหมดจำนวนประมาณ 700,000 บาท โดยตำรวจจับกุมตัวนางฟ้าใสได้ที่จังหวัดนครสวรรค์ ในช่วงเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ม.ค. 63   ขณะที่ฟ้าใส ให้การรับสารภาพว่า ได้ขโมยเอาทรัพย์สินไปจริง และกำลังหลบหนี โดยกำลังจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่ประเทศเมียนมาร์ ส่วนทรัพย์สินที่ขโมยมานั้น ตนได้โอนเป็นเงินกลับไปให้ครอบครัวแล้วบางส่วนประมาณ 1 แสนบาท   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างฯ หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/MojEWzTTRmQ

 848
สรุปข่าว
21 ธ.ค. 62

พปชร.มีมติตั้งกรรมการบริหารพรรค 34 คน - 'สมคิด' นอนคุกไม่เครียดยังปฏิเสธข้อกล่าวหา

'สมคิด' นอนคุกไม่เครียดยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา-รวบสามีภรรยาตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์-พปชร.มีมติตั้งกรรมการบริหารพรรค 34 คน    ขอนแก่น - 'สมคิด' นอนคุกไม่เครียดยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   ผู้อำนวยการทัณฑสถานบําบัดพิเศษขอนแก่น ระบุ นายสมคิดพุ่มพวงฆาตกรต่อเนื่องถูกคุมขังดี่ยวในคืนเแรกไม่มีอาการเครียด สถานที่คุมขังมีกล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่เข้าเวรยามดูแลความเรียบร้อย ขณะรองผุ้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เผย ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่เจาหน้าที่มั่นใจมีหลักฐานสามารถเอาผิดได้    กระบี่ - รวบสามีภรรยาตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์    ผู้กำกับสภ.ลำทับ จ.กระบี่ เผย ผลจับคุมคนร้ายก่อเหตุหลักทรัพย์ในพื้นที่อำเภอลำทับ พร้อมของกลางทองคำหนัก 3บาท เครื่องประดับ กล้องถ่ายรูปและเงินสด ผู้ก่อเหตุเป็นสามีภรรยา สารภาพทำมาแล้วหลายครั้งมีประวัติเพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช   พปชร.มีมติตั้งกรรมการบริหารพรรค 34 คน    การประชุมใหญ่พรรคพลังประชานรัฐที่ประชุมมีมติ เห็นชอบตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวน 34 คน โดยเพิ่มตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค 2 คน คือ นายอนุชา นาคาศัย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yswpxrYHtyE

 3,124
สังคม
20 ธ.ค. 62

รวบโชเฟอร์สองแถวหื่น ชกท้องหวังขืนใจสาวในห้องน้ำปั๊ม แต่ไม่สำเร็จ ก่อนปีนเข้าบ้านลวนลามยายวัย 75 ล่าสุดเหยื่อโผล่แฉเพียบ!

ผู้เสียหายหลายรายที่ถูกคนร้ายคนเดียวกับที่ลวนลามนิสิตหญิงในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ย่านงามวงศ์วาน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน และหลบหนีไปได้ ซึ่งพลเมืองดีและตำรวจตามจับตัวได้ 1 คน อ้างไม่ได้หวังข่มขืน แต่ประสงค์ต่อทรัพย์ และยังพบว่ามีหญิงวัย 75 ปี ถูกคนร้ายคนเดียวกันลวนลาม      โดยคนร้ายรายนี้เข้าไปหลบหนีอยู่ใต้ท้องรถแบ็คโฮ ภายในซอยชินเขต 47 ทันทีที่จวนตัว เพราะมีพลเมืองดี และตำรวจติดตามมาทันและช่วยกันจับได้ ทราบว่าคนร้ายชื่อ นายนนทกาจน์ แก้วเอี่ยม อาชีพขับรถสองแถว    ก่อนหน้านี้ นายนนทกาจน์ ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนิสิตสาวขณะกำลังเข้าห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมัน ย่านงามวงศ์วาน เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยนิสิตสาว ยังอยู่ในอาการตกใจ และเสียขวัญ หลังจากมานั่งรับประทานอาหารกับเพื่อน ที่ร้านข้าง ๆ ปั๊มน้ำมัน ระหว่างเดินเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน จังหวะที่เปิดประตูห้องน้ำออกมา พบว่าประตูห้องน้ำฝั่งตรงข้ามเพิ่งปิด เมื่อเดินออกจากห้องน้ำ คนร้ายเข้ามาจากด้านหลังใช้ท่อนแขนล็อคคอ ชกท้อง และพยายามลากเข้าไปในห้องน้ำ กระทั่งเพื่อนเข้าไปช่วย คนร้ายจึงฉวยโทรศัพท์ไปได้ 1 เครื่อง   ทั้งนี้ คาดว่า นายนนทกาจน์ น่าจะมีพวกร่วมด้วย และขับรถสองแถวในย่านนี้ จึงชำนาญเส้นทาง นำรถไปจอดภายในซอยที่ทะลุออกได้หลายทาง และปฏิบัติการต่อแบบใจเย็น   ทางด้าน คุณยายวัย 75 ปี เล่าว่า มีคนร้ายปืนเข้ามาทางหน้าต่าง ขณะนอนหลับช่วงตี 2 ครึ่ง ตอนแรกคิดว่าเป็นแมว แต่รู้สึกตัวว่ามีคนเข้ามาลวนลาม จึงตกใจตื่น และตะโกนให้คนช่วยเหลือ เชื่อว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกับที่ก่อเหตุกับนักศึกษาภายในห้องน้ำ   ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันได้ว่า มีรถสองแถวเข้ามาจอดในซอยช่วงตี 2 ครึ่งคนร้ายเดินลงจากรถสองแถว เดินเข้าไปในซอยหนึ่ง ก่อนจะเดินออกมา พร้อมถือโทรศัพท์ติดต่อพูดคุย คาดว่าน่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกันอีกคน และเดินไปดูหน้ารั้วบ้านว่าล็อคประตูไว้หรือไม่ โดยคนร้ายสวมเสื้อยืดและกางเกงขายาว หลังจากนั้นได้เดินเข้าไปในตรอกบ้านคุณยายวัย 75ปี และไปงัดห้องต่างๆ ขโมยโทรศัพท์ไอโฟน 11 ไปได้ ก่อนจะวิ่งหนีออกมา แต่ตอนวิ่งออกมากลายเป็นคนร้ายสวมกางเกงขาสั้น ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีสองคน   โดยพลเมืองดีที่ช่วยติดตามคนร้าย ก็ยืนยันว่าคนร้ายที่ขับรถชนเป็นอีกคนหนึ่ง ที่น่าจะแยกย้ายกันหลบหนี หลังตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านในซอยต่างๆ    ขณะที่ ผู้เสียหายหลายคน ได้เข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับนายนนทกาจน์ ที่ถูกพลเมืองดีซึ่งเป็นเจ้าของโทรศัพท์ ร่วมกับตำรวจตามจับตัวได้ และเชื่อว่านายนนทกาจน์ น่าจะร่วมกับพรรคพวกหลายคน ออกตระเวนลักทรัพย์เพราะที่ผ่านมา ช่วงกลางคืนจะมีเหตุวิ่งราวทรัพย์ และงัดแงะตามหมู่บ้าน รวมทั้งตามปั้มน้ำมัน ที่ผู้หญิงเดินทางมาคนเดียว จึงเป็นภัยที่ต้องระวังทั้งทรัพย์สินและร่างกาย

 554
สังคม
17 ธ.ค. 62

รวบแล้ว 'โจรหน้าหล่อ' ตระเวนงัดห้องลักทรัพย์ หอพักย่านบางพลี

จากกรณีที่มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นหน้าตาดีปรากฎในภาพวงจรปิดตะเวนก่อเหตุย่องงัดห้องพักของผู้เสียหายเพื่อเข้าไปขโมยทรัพย์สินในพื้นที่ทั้งอำเภอบางพลี อำเภอบางเสาธง อำเภอบางบ่อ อำเภอเมือง หลายครั้งติดต่อกันจนสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ ล่าสุด ตร.จับกุมตัวได้แล้ว   วันที่ 16 ธ.ค. 62 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ สามารถจับกุมตัวนายสราวุธ สงฆ์มา อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก ผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่น เอ 7 แหวนทอง น้ำหนักประมาณ 50 สตางค์ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน รุ่น 6 แว่นตากันแดด ยี่ห้อเรย์แบน สีดำ นาฬิกาข้อมือจีช็อค กระเป๋าสะพายยี่ห้อ anello สีขาว น้ำเงิน แดง ไขควงปลายแฉกสีดำ   ต่อมาเมื่อช่วงสายของวันนี้ (17 ธ.ค. 62) พ.ต.อ.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พิสูตร์ จันทรสุวรรณ ผบก.สาภ.บางปู ได้นำตัวนายสราวุธ สงฆ์มา ผู้ก่อเหตุมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม อายุ 24 ปี โดยนายสราวุธ ผู้ก่อเหตุได้ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงทำมาแล้วนับครั้งไม่ทั่ว โดยอ้างว่าตกงาน จึงตะเวนก่อเหตุเพื่อนำทรัพย์สินที่ได้ไปขายแลกเงินนำมาซื้อยาบ้าเสพและเที่ยวเตร่ ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวในครั้งนี้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ผู้อื่นหรือรับของโจรในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปู ดำเนินคดีตามกฎหมาย

 3,038
สังคม-อาชญากรรม
17 ธ.ค. 62

จับอดีต พนง.ขนสัมภาระสุวรรณภูมิ ขโมยกระเป๋า นทท.หลังโดนไล่ออก

สมุทรปราการ-ตำรวจท่องเที่ยว 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุม ตัวนายสุชาติ หรือบอย สวัสดี อายุ 41 ปี เป็นอดีตพนักงานเข็นรถสัมภาระภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ต้องหาลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวเอมริกัน โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีแอร์พอตลิ้งค์ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิสมุทรปราการ   สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจาก MR.JOHN MARSHEALL FELTON อายุ 30 ปี นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ถูกขโมยกระเป๋าคาดเอว สีน้ำตาลยี่ห้อ ไนกี้ที่วางไว้บนรถเข็นสัมภาระได้หายไป ซึ่งภายในมีเอกสารหนังสือเดินทางและของมีค่าหลายรายการได้หายไป ขณะเผลอหลับเพื่อรอขึ้นเครื่อง    เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบภาพจากกล่องวงจรปิด พบชายต้องสงสัยก่อเหตุ และติดตามจนพบตัวบริเวณชั้นใต้ดินของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอตลิ้งค์ พบของกลางซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหายพร้อมด้วยหนังสือเดินทางที่ระบุชื่อผู้เสียหายอยู่ภายในตัวของชายคนดังกล่าว จึงคุมตัวมาทำการสอบสวน   โดยนายสุชาติ หรือบอย สวัสดี อายุ 41 ปี เคยทำงานเป็นพนักงานเข็นรถสัมภาระภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และถูกไล่ออกไปเมื่อปลายปี 2559 เนื่องจากถูกจับได้ว่าดื่มสุราในขณะทำงาน ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนได้มาอาศัยหลับนอนอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ประมาณ 2 เดือนเศษแล้ว และอาศัยเก็บอาหารที่นักท่องเที่ยวเหลือทิ้งไว้มากินประทังชีวิตและอาศัยหลับนอนอยู่ที่เก้าอี้พักผู้โดยสารชั้นล่างของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   จนกระทั่งเมื่อวานนี้ตนได้ขึ้นไปเดินเล่นอยู่บนชั้น 4 ก่อนลงบันไดเลื่อนลงมาที่ชั้น 3 ได้พบผู้เสียหายนั่งหลับอยู่ โดยวางกระเป๋าคาดเอวไว้ที่รถเข็นสัมภาระ ตนจึงเดินอ้อมเสาเข้าไปหยิบเอามาก่อนลงมาที่ชั้น 1 และเดินออกไปทางประตู 4 หาที่หลบมุมรื้อค้นทรัพย์สินในกระเป๋าใบดังกล่าว พบว่ามีทั้งเงินสดและหนังสือเดินทางและทรัพย์สินอื่น ๆ ตนจึงนำเงินสดไปซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้บ้างเพราะเห็นคนอื่นเขามีกันจึงอยากได้ ก่อนที่จะนั่งไฟแอร์พอตลิ้งค์มาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zb4zwVm1Jp8

 1,208
สังคม
17 ธ.ค. 62

จับอดีต พนง.ขนสัมภาระสุวรรณภูมิ ขโมยกระเป๋า นทท.หลังโดนไล่ออก

สมุทรปราการ-ตำรวจท่องเที่ยว 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุม ตัวนายสุชาติ หรือบอย สวัสดี อายุ 41 ปี เป็นอดีตพนักงานเข็นรถสัมภาระภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ต้องหาลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวเอมริกัน โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีแอร์พอตลิ้งค์ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิสมุทรปราการ   สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจาก MR.JOHN MARSHEALL FELTON อายุ 30 ปี นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ถูกขโมยกระเป๋าคาดเอว สีน้ำตาลยี่ห้อ ไนกี้ที่วางไว้บนรถเข็นสัมภาระได้หายไป ซึ่งภายในมีเอกสารหนังสือเดินทางและของมีค่าหลายรายการได้หายไป ขณะเผลอหลับเพื่อรอขึ้นเครื่อง    เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบภาพจากกล่องวงจรปิด พบชายต้องสงสัยก่อเหตุ และติดตามจนพบตัวบริเวณชั้นใต้ดินของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอตลิ้งค์ พบของกลางซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหายพร้อมด้วยหนังสือเดินทางที่ระบุชื่อผู้เสียหายอยู่ภายในตัวของชายคนดังกล่าว จึงคุมตัวมาทำการสอบสวน   โดยนายสุชาติ หรือบอย สวัสดี อายุ 41 ปี เคยทำงานเป็นพนักงานเข็นรถสัมภาระภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และถูกไล่ออกไปเมื่อปลายปี 2559 เนื่องจากถูกจับได้ว่าดื่มสุราในขณะทำงาน ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนได้มาอาศัยหลับนอนอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ประมาณ 2 เดือนเศษแล้ว และอาศัยเก็บอาหารที่นักท่องเที่ยวเหลือทิ้งไว้มากินประทังชีวิตและอาศัยหลับนอนอยู่ที่เก้าอี้พักผู้โดยสารชั้นล่างของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   จนกระทั่งเมื่อวานนี้ตนได้ขึ้นไปเดินเล่นอยู่บนชั้น 4 ก่อนลงบันไดเลื่อนลงมาที่ชั้น 3 ได้พบผู้เสียหายนั่งหลับอยู่ โดยวางกระเป๋าคาดเอวไว้ที่รถเข็นสัมภาระ ตนจึงเดินอ้อมเสาเข้าไปหยิบเอามาก่อนลงมาที่ชั้น 1 และเดินออกไปทางประตู 4 หาที่หลบมุมรื้อค้นทรัพย์สินในกระเป๋าใบดังกล่าว พบว่ามีทั้งเงินสดและหนังสือเดินทางและทรัพย์สินอื่น ๆ ตนจึงนำเงินสดไปซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้บ้างเพราะเห็นคนอื่นเขามีกันจึงอยากได้ ก่อนที่จะนั่งไฟแอร์พอตลิ้งค์มาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zb4zwVm1Jp8

 1,208

Top