ค้นหา :

ผลการค้นหา "พลเมืองดี"

ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

เด็กปั๊มใจเด็ด ควบกระบะตามคนร้ายชิงรถ จยย.หนุ่ม 17 ก่อนจวนตัวยอมทิ้งรถ

ชลบุรี-มีเหตุพลเมืองดีไล่ตามคนร้ายที่ก่อเหตุจี้ชิงรถ จยย.มาจากเขตพื้นที่ ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยพลเมืองดีได้ขับตามมาจนมาถึงปากทางเข้า นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เฟส 6 จนคนร้ายจวนตัวทิ้งรถ จยย.เอาไว้ก่อนจะวิ่งหลบหนีไป   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง มาตรวจสอบพบรถ จยย.ฮอนด้า สกุ๊ปปี้ ไอ สีดำ จอดอยู่พบนายสมพงษ์ ศรีแพงมล อายุ 47 ปี พลเมืองดีที่ขับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์สีบรอนซ์ ติดตามคนร้ายจนมาถึงจุดที่คนร้ายทิ้งรถเอาไว้ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป   สอบถามนายสมพงษ์ เล่าว่าตนทำงานในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาดอนหัวฬ่อ จู่ๆมีน้องผู้ชายวิ่งมาขอความช่วยเหลือรถ จยย.ถูกจี้ตนจึงได้พาเจ้าของรถ จยย.ขี่ติดตามคนร้ายมาแบบกระชั้นชิดไม่คลาดสายตาจนมาถึงจุดที่คนร้ายทิ้งรถหลบหนีไป   ต่อมาตำรวจ ได้รับแจ้งมีเหตุจี้ชิงรถ จยย.บริเวณหน้าร้านครัวเจ้าสมุทร ริมถนนสัตพงษ์-ดอนหัวฬ่อ ที่เกิดเหตุพบผู้สียหายยืนรอให้การอยู่ในที่เกิดเหตุจากการสอบถามนายนายปัณณ์วิชญ์ พันธ์ศิริ อายุ 17 ปีผู้เสียหายเล่าว่าตนได้มานั่งรอแฟนสาวอยู่หน้าร้านครัวเจ้าสมุทรโดยตนนั่งอยู่บนรถ จยย.คันดังกล่าว   แล้วจู่ๆก็มีคนร้ายเดินตรงเข้ามาเอามือจับที่ไหล่อีกมือถือมีดปลายแหลมจี้ที่คอของตนแล้วบอกว่าขอยืมรถหน่อย ด้วยความตกใจตนจึงกระโดดแล้วหลบข้างทางพอคนร้ายขับรถ จยย.ออกไปตนก็รีบวิ่งเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือดังกล่าว ด้านตำรวจจะได้ขอดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อจะได้ติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LIWeSYftQQQ

 2,020
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ค. 62

ฮีโร่ ม.4 โดดช่วยน้องเด็กเล็กปลอดภัย หลังรถ จยย.พ่วงข้างเสียหลักตกคลอง

อ่างทอง-เกิดอุบัติเหตุรถจักยานยนต์พ่วงข้าง บรรทุกนักเรียน ตกลงไปในคลองส่งน้ำ บริเวณถนนสายโพธิ์ทอง - ทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง ในที่เกิดเหตุมีเด็กนักเรียนจมอยู่ในน้ำ พร้อมด้วยผู้ขับขี่มารวมทั้งหมด 5 คน ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และมีอาการสำลักน้ำ 2 ราย   แต่เหตุการณ์นี้มีฮีโร่ เมื่อนายทวีสิน บุญส่ง อายุ 16 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนโพธิ์ทองจินดามณี ขี่ จยย.มาเห็นเหตุการณ์ ได้จอดรถกระโดดลงไปในน้ำ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่จมในน้ำขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย   โดยนายทวีสินกล่าวว่า ได้ขับขี่ตามหลังรถจักยานยนต์พ่วงข้างคันดังกล่าวมา ระหว่างทางได้สังเกตเห็นว่ารถจักยานยนต์คันดังกล่าวได้ขับขี่เบนไปทางขวา ตนเองนึกว่าจะเลี้ยวไปอีกฝั่ง   แต่สักพักได้มีน็อตหลุดออกจากพ่วงข้าง จากนั้นรถได้ไหลลงตกไปในคลองพร้อมกัน ตนเองจึงได้จอดลงไปช่วยเหลือท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา โดยเห็นว่ามีเด็กนักเรียนจำนวนหลายคนกำลังจมน้ำ และมีเด็ก 1 คน กำลังสำลักน้ำ ตนเองจึงได้กระโดดลงไปช่วยเหลือ จนมีชาวบ้านที่ผ่านมาได้เข้ามาช่วยเหลือและโทรเรียกรถกู้ชีพมานำตัวเด็กนักเรียนและผู้ขับขี่ที่สำลักน้ำนำส่งโรงพยาบาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-VDhmLL6RdA

 7,610
ข่าวภูมิภาค
10 มิ.ย. 62

หนุ่มพลเมืองดี โดดช่วยเด็ก 2 คนจมทะเลสัตหีบปลอดภัย แต่ตัวเองจมน้ำเสียชีวิตสลด

ชลบุรี-เกิดเหตุคนจมน้ำที่ชายหาดนางรำ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยนายวุฒิชัย เจริญธรรม ได้ลงไปช่วยเหลือ ด.ช.สิงหา หวังพลาย อายุ 15 ปี และ ด.ญ.สุธางรัตน์ หวังพลาย อายุ 15 ปี ที่กำลังจะจมน้ำ จนสามารถช่วยเหลือได้ และตัวเองได้สูญหายไป ที่หาดนางรำ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี   จากการสอบถามทราบว่า ขณะที่ กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อนๆ 5-6 คน ปรากฏว่า ด.ช.สิงหา และ ด.ญ.สุธางรัตน์ ได้ถูกคลื่นซัดออกไปจากชายฝั่ง เด็กๆ ได้ตะโกนร้องให้คนช่วยเหลือต่อหน้านักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปรากฏว่ามีนายวุฒิชัย เจริญธรรม อายุ 25 ปี ซึ่งนำภรรยาและลูกน้อยมาเที่ยวพักผ่อนที่ชายหาด เห็นเหตุการณ์จึงได้รีบว่ายน้ำเข้าไปช่วยเหลือผลักเด็กทั้งสองคนกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย   แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นเมื่อมีคลื่นลูกใหญ่ลูกใหม่ซัดร่างของ นายวุฒิชัย ออกไปจากชายฝั่ง ถึงแม้ว่าจะพยายามว่ายน้ำเข้าฝั่งอย่างไรก็ตามแต่สู้เกลียวคลื่นไม่ได้และหมดแรงจมน้ำหายไปในทะเล ต่อหน้าต่อตาผู้คนที่เอาใจช่วยเป็นจำนวนมาก   ต่อมาได้ประสานไปยังชุดประดาน้ำ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ เข้ามาช่วยกันค้นหาและพบร่างของนายวุฒิชัยฯ จมอยู่ใต้น้ำห่างจากฝั่งประมาณ 200 เมตร   ญาติผู้ตายเผยว่า ตนเองและครอบครัวพาหลานๆ มาเที่ยวพักผ่อนที่บริเวณหาดนางรำ พร้อมด้วย นายวุฒิชัย ผู้ตาย สักพักต่อมาได้ยินเสียงตะโกนจากชาวบ้านว่ามีเด็กถูกคลื่นซัดออกจากชายฝั่งและกำลังจะจมน้ำผู้ตายจึงรีบวิ่งไปดู กำลังถูกคลื่นซัดออกนอกชายฝั่ง ผู้ตาย จึงเข้าช่วยเหลือไว้ได้ แต่เป็นที่น่าเสียใจนายวุฒิชัย คนที่ลงไปช่วยกลับจมน้ำเสียชีวิตต่อหน้าคนจำนวนมากที่คอยให้กำลังใจบนฝั่ง ซึ่งเป็นญาติของตน   และขณะนี้ในโลกโซเชียลต่างชื่นชมในความเสียสละของนายวุฒิชัย และยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XqkAHkvQ1oA

 28,049
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

ศาลปล่อยตัวพ่อค้าส้ม โดนเอี่ยวคดีค้ายา ทั้งที่เป็นพลเมืองดีแจ้ง ตร. เจ้าตัวเข็ดไม่กล้าทำดีต่อ

ปทุมธานี-จากกรณีที่ น.ส.กัลยกร ชลพิทักษ์ อายุ 37 ปี พร้อมทนายความ เข้าร้องเรียนถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากที่สามีคือนายพิชิต เชิดธรรม ถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับกุมดำเนินคดีครอบครองยาเสพติด   หลังได้รับการว่าจ้างจาก นายปองพล สวัสดิ์ทัส ให้ขับรถขนส้มไปทิ้งที่ ซ.เทพกุญชร 10 แขวงคลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่ปรากฏว่านายวิชิตพบ ยาบ้า 52,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในลังส้ม จึงแจ้งตำรวจ สภ.คลองหลวง ให้มาตรวจสอบ   แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับนายวิชิต ในฐานะผู้ห้องหา ไม่ได้กันไว้เป็นพยาน ก่อนที่จะขยายผลจับกุมนายสมศักดิ์ หทัยทัศน์ ซึ่งรับสารภาพว่าเป็น เจ้าของยาเสพติด อีกทั้งนายสมศักดิ์ ไม่ได้ซัดทอดว่า นายวิชิต นั้นมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับถูกดำเนินคดี ก่อนถูกส่งตัวไปคุมขังที่ เรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.   ด้านนายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ ระบุว่า หลังจากที่ภรรยาผู้เสียหายไปขอความเป็นธรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร.ได้ให้พนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ถ้าไม่ผิดก็ให้ปล่อยตัวนายพิชิต ซึ่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วไม่พบการกระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีหมายปล่อยตัวมาที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ขอให้ปล่อยตัวนายพิชิต   และจะมีการปล่อยตัวที่เรือนจำธัญบุรี ส่วนเรื่องของคดีนั้นก็ยังมีผู้ต้องหาคนอื่นอีกแต่ถ้ามีการสั่งฟ้องสำนวนของนายพิชิตก็จะพ่วงไปด้วย เมื่อพ่วงไปด้วยแล้วก็ขึ้นอยู่กับทางอัยการ แต่ถ้าทางอัยการมีความเห็นเดียวกันกับตำรวจก็คือจบคดีนี้ แต่ถ้าทางอัยการ เห็นสมควรว่า จะเรียกตัวมาเป็นจำเลย ก็มีสิทธิ์ที่จะให้ทำพนักงานสอบสวนเรียกนายพิชิตมาอีกเพื่อเป็นจำเลยได้ แต่ต้องมีเหตุผลมากพอสมควรที่จะสั่งในการดำเนินคดี เพราะว่าจากสำนวนของนายพิชิตที่มีอยู่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย   มีแต่เพียงว่าไปขายส้มและเจอยาเสพติด จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคดีนี้เป็นคดีแรกของประเทศไทยที่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดมีการปล่อยตัวในชั้นของตำรวจ และไม่เคยมีมาก่อนโดยเฉพาะในคดีเรื่องยาเสพติด และไม่ใช่เป็นการปล่อยตัวชั่วคราว เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีอะไรที่จะมาจับอีกแล้ว นอกจากอาการจะสั่งเห็นเป็นอย่างอื่น   ด้านภรรยาบอกว่าตนเองรู้สึกดีใจมาก ที่สามีจะออกมาจากเรือนจำและได้อยู่ กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาและอยากจะขอบคุณ ทนายและสื่อทุกสื่อ ที่ได้ช่วยเหลือตนเอง แล้วตนเองขอยืนยันว่าสามีตนเองไม่ได้เป็น ผู้กระทำความผิด 100% ตลอดระยะเวลาที่สามีเข้าไปอยู่ในเรือนจำนั้น ตัวเองต้องรับภาระทุกอย่างในการเลี้ยงดูลูก 2 คน และในครอบครัวอีก พร้อมทั้งค่าเช่าบ้านและส่งงวดรถ   ต่อมาทางเรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ปล่อยตัวนายพิชิต เชิดธรรม ออกมาจากเรือนจำให้เป็นอิสระและเมื่อทางนางสาวกัลยกร และลูกอีก2 คน ได้เจอหน้ากันต่างก็โผเข้ากอดกันและร้องให้ด้วยความดีใจ                 โดยนายพิชิต กล่าวว่า วันเกิดเหตุ เพื่อนของตนได้รับงาน มาเพื่อที่จะให้เอาส้มไปทิ้ง ซึ่งเมื่อตนได้รับมาแล้ว และก็ได้พูดคุยกับถามเพื่อนว่า ยังมีส้มบางส่วนยังดีอยู่ก็ได้นำเอาไปขาย แนะนำไปเร่ขายในซอยเทพกุญชร 10 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังจากนั้นก็ได้นำไปขายอยู่ที่บริเวณคลอง 3 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และก็ได้มาเจอยาบ้าอยู่ที่ลังส้ม   ซึ่งหลังจากที่เจอยาบ้าแล้วตนเองก็ไม่ได้ตกใจอะไร ซึ่งตนเองรู้แต่เพียงว่ายาบ้านี้ไม่ใช่ของตน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำยาเสพติดไป หลังจากนั้นได้โทรเรียกให้ตนไปที่ สภ.คลองหลวง พร้อมกับให้เซ็นเอกสาร ด้วยความที่ไม่ค่อยรู้เรื่องจึงเซ็นไป โดยก่อนที่ตนจะเซ็นนั้น มีเอกสารสำนวนคดีที่ตำรวจได้อ่านให้ตนฟัง ซึ่งพอจับใจความได้ว่า นายพิชิตได้ขับรถไปขนส้มและมียาเสพติดอยู่ในรถ การเซ็นในวันนั้น ตนไม่ได้รับสารภาพ ว่าเป็นเจ้าของยาเสพติด หลังจากที่นั้น ตำรวจได้พาตนไปชี้ยาเสพติด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูป และนำตนเข้าไปขังที่ห้องขังของโรงพักก่อนถูกส่งมาที่เรือนจำ   ตลอด 1 เดือนที่ถูกขังอยู่ที่เรือนจำ รู้สึกทรมานมาก ไม่ผิดแล้วทำไมต้องมาอยู่ในสภาพนี้ เวลาที่ภรรยามาเยี่ยม ตนพูดไม่ถูกมีแต่ความเครียด คิดว่าตนเองเป็นพลเมืองดีแต่ทำไมต้องมาถูกจับ เวลาตัวเองทำความดีแล้วมันทำไมไม่ได้ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาภรรยาได้บอกกับตนว่า จะนำเรื่องของตนไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมและขอความเป็นธรรมให้กับตน   ตอนนี้ไม่อยากเรียกร้องอะไรมาก ได้ออกจากเรือนจำมาอยู่กับครอบครัวก็ดีแล้ว หลังจากนี้ถ้าเจอสิ่งผิดกฏหมาย จะไม่ขอเข้าไปยุ่ง และจะไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานอื่น ซึ่งถ้าแจ้งไปก็อาจจะถูกจับมาแบบนี้อีก วันที่ไปขายส้ม ยาเสพติดอยู่ในรถแต่ตำรวจไม่จับ กลับโทรเรียกให้ตนไปที่โรงพักและจับกุม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YOLJO6gBKNQ

 4,814
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
30 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 30 พ.ค.62 นักโทษชายหนีจากรพ.-ดีเดย์ 1 ต.ค.ใบสั่งค้างต่อภาษีรถไม่ได้-ปารีณาบอกอีช่อเป็นคำท้องถิ่น

-สลด พ่อช่วยลูกสาววัย 7 และ 9 ขวบพลัดตกบ่อพักมูลสุกร หลังไปวิ่งเล่นบนผ้าเต็นท์คลุมบ่อพักที่ชำรุด ทำให้ก๊าซไข่เน่าระเหยขึ้นมาจนเด็กสลบ พ่อพยายามช่วยลูก สุดท้ายเสียชีวิตรวม 3 ศพ   -สภาพัฒน์แถลงขีดความสามารถการแข่งขันของไทยปีนี้ ดีขึ้น 5 อันดับ จากเดิม 30 ขึ้นมาอยู่ที่ 25 แต่ยังอยู่อันดับ 3 ในอาเซียนตามหลังสิงคโปร์-มาเลเซีย ขณะที่สิงคโปร์คว้าแชมป์อันดับ 1 แซงหน้าสหรัฐฯ   -อนุทิน ประกาศหากประชาธิปัตย์ไม่รวมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยก็รวมรัฐบาลด้วยไม่ได้ ย้ำหลักการรัฐบาลต้องมีเสถียรภาพ ท่ามกลางกระแสข่าวพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ยังตกลงกันไม่ได้ ก่อนไปโหวตนายกฯ พรรคแกนนำต้องนำพรรคร่วมมาแถลงก่อนโหวตนายกฯ ยันภูมิใจไทยไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะผิดคำพูด ถ้าต่ำกว่า 250 เสียง ภูมิใจไทยไปไม่ได้   -พลังประชารัฐตั้งโต๊ะแถลงยันเดินหน้าตั้งรัฐบาล ยึดประโยชน์บ้านเมืองมากกว่าการต่อรองทางบ้านเมือง เชื่อเสร็จตามกรอบที่กำหนด การเจรจาไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น แต่ยังไม่เคาะกระทรวงไหนให้ใคร หลังโหวตเลือกนายกฯก็มีอำนาจตามกม.ที่จะพิจารณารายชื่อ รมต. ส่วนกระแสที่ประชาธิปัตย์เลื่อนการประชุมไม่มีกำหนด เพราะไม่พอใจพลังประชารัฐเรื่องโควต้า รมต. และไม่พอใจท่าทีบิ๊กตู่ที่จะพิจารณารายชื่อ รมต.ด้วยตัวเอง และไม่ตอบรับเงื่อนไขแก้ รธน. ยันการหารือกับ ปชป.คุยในหลักการเบื้องต้น ยังไม่ลงรายละเอียดว่าใครคุมกระทรวงใด   ส่วนแนวคิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยให้โหวตเลือกนายกฯก่อนไปยุบสภาภายหลัง ยังไม่บอกถึงขั้นนั้น เป็นเพียงแนวคิดของณัฏฐพล ไม่ได้หมายความว่าพรรคจะเดินตามนั้น   -ความคืบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ชัดเจนว่าประชุมพรรคเมื่อไร หลังเลื่อนไม่มีกำหนด เนื่องจากยังตกลงเรื่องดีลโควต้า รมต.ไม่สำเร็จกับพลังประชารัฐ หลังมีเงื่อนไขขอให้โหวตนายกฯก่อนจัดสรร รมต.ทีหลัง ทำให้แกนนำพรรค ปชป.ไม่พอใจ มองเป็นการไม่ให้เกียรติกัน หากไปร่วก็ถูกกดหัวเป็นแค่ไม้ประดับ หากไม่ได้ ก.เกษตรฯ ก็ขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไม่ได้ ทำให้ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้มี ส.ส.หลายคนเริ่มไม่อยากเข้าร่วมด้วยมากขึ้น     -พลังประชารัฐเตรียมเทียบเชิญชาติไทยพัฒนาเป็นทางการวันนี้ หลังมีข่าวไม่พอใจเรื่องโควต้า ทั้งที่ประกาศตัวเป็นพรรคแรกๆที่ร่วมรัฐบาล กระแสข่าวสลับเก้าอี้ก.พัฒนาสังคมแทน ก.ทรัพยากร อุตตมยันชาติไทยพัฒนาจะได้ตามที่เสนอมาคือ รมว.ทรัพยากรและ รมช.เกษตร   -ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีแจงปมไลฟ์สดเรียกอีช่อ บอกเป็นคำท้องถิ่นแถวบ้าน เรียกคนไม่มีระเบียบ อยู่ในกฎเกณฑ์ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย ยันไม่ได้อคติกับช่อ พรรณิการ์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อเล่นว่าช่อ ยันไม่ใช่นักเลงแต่ก็ไม่กลัวใคร ตัวเองมีสิทธิแสดงออกบนเฟซบุ๊ก โลกออนไลน์โต้ คนราชบุรีประสานเสียง อีช่อไม่ใช่ภาษาถิ่น ด้านทวี พ่อปารีณายันลูกสาวเป็นคำสุภาพ ใจนักเลงไม่กลัวใคร หากไม่ดีจริงคงไม่ได้เป็น ส.ส.4 สมัย   ส่วนช่อ พรรณิการ์ บอกไม่ติดใจว่าเรื่องจบหรือไม่ เพราะยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ เป็นสิทธิแต่ละคนที่มีสิทธิจะพูด ตนขอไม่เกี่ยวข้อง   -ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ยกฟ้องวันกษัตริย์ พรหมทอง หรืออดีตพระวันกษัตริย์ คดีหมิ่นเบื้องสูง แก้เป็นคดีฉ้อโกง ปชช. และใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์โดยไม่มีสิทธิ์ จำคุก 2 ปี 9 เดือน นำตัวขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ   -ดีเดย์ 1 ต.ค.ใบสั่งค้างต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้ กรมการขนส่งทางบกจับมือ สตช. เชื่อมข้อมูลใบสั่งค่าปรับย้อนไปตั้งแต่ 30 ก.ย.61 ใครไม่จ่ายค่าปรับ เวลาต่อภาษีจะไม่ได้ป้ายวงกลมตัวจริง หลังพบปี 61 ตัวเลขใบสั่ง 11 ล้าน จ่ายจริงแค่ล่านกว่าใบ ไม่จ่าย 85% เตรียมแก้ลำใบสั่งไร้ความหมาย ปลายปีจะใช้ระบบตัดแต้มถ้าทำผิดกฎจราจร แต้มหมดถูกใช้ใบขับขี่ 90 วัน   -นักโทษชายหนีออกจาก รพ.สมุทรสาคร ทำทีปวดท้องหลอกผู้คุมให้ปลดโซ่ตรวนเข้าห้องน้ำ ฉวยโอกาสหนี แล้วไปชิง จยย.ชาวบ้าน เรือนจำพิเศษธนบุรีตั้งรางวัลนำจับ วอนญาติช่วยกล่อมให้มอบตัว   -สาวพม่าแจ้งความแม่นำทอง 7 บาทใส่กระปุกฝังดินไว้ข้างบ้านพักที่นครนายก ถูกมือดีลอบขุดหายเกลี้ยง ทิ้งมีดปักตอที่ใช้ขุด กระปุกใส่ทองและรองเท้าแตะไว้ให้ดูต่างหน้า เจ้าของบ้านอุตส่าห์เก็บทั้งหมดใส่ถุงรอ จนท.มาตรวจสอบ หัวขโมยยังวกกลับไปอีก วอนขอทองคืน ไม่คิดเอาความ   -ศาลสั่งปล่อยตัวพ่อค้าส้มขับแกร็บพลเมืองดี หลังก่อนหน้าเจอยาบ้าซุกลังส้ม แจ้งตร.กลับถูกขัง 1 เดือน โผเข้ากอดลูกเมีย เจ้าตัวบอกทรมานมาก เป็นพลเมืองดีทำไมต้องถูกจับ   -เตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนุ่ม 19 ขี่ จยย.บนทางเท้าชน พนง.ลาลามูฟล้มกลิ้ง ขณะรอซื้อราดหน้าย่านซอยเอกชัย 55 คนเจ็บอาการดีขึ้น เล่าเหตุการณ์ สังคมวอนเพิ่มโทษเอาให้หนัก เทียบกรณีแมสเซนเจอร์ชน นร.บนทางเท้า โดนโทษคุก 2 เดือน   -เจนี่ แฮปปี้ประกาศข่าวดีตั้งท้องแล้ว โพสต์ภาพอัลตร้าซาวน์ลูกในท้อง พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ หัวใจฉันตื้นตันมาก มิกกี้โพสต์ลูกรักของพ่อและแม่ ด้านกรณ์ ณรงค์เดช คุกเข่าขอศรีริต้า เจนเซ่น สุดโรแมนติก ในวันครบรอบดูใจ 3 ปี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z6r7BNZjnJY

 3,735
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ค. 62

สาวผวา ถูกชายขี่ จยย.วนหวั่นถูกดักฉุด ก่อนพลเมืองดีเข้าช่วย พาไปเคลียร์โรงพัก ที่แท้เข้าใจผิด

ฉะเชิงเทรา-เพจที่นี่แปดริ้ว แพร่คลิปขณะพลเมืองดีเข้าช่วยหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ถูกคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์วนดูอยู่หลายรอบเพื่อรอจังหวะดักฉุด หลังจากเธอมีปัญหากับแฟนหนุ่ม แล้วพยายามจะเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ   โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า พลเมืองดีได้จอดรถสอบถามชายคนหนึ่งที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุ ซึ่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ว่าทำไมถึงจะทำการแบบนั้น แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมรับ และได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อหนีพลเมืองดีจึงขับรถไล่ตามเพื่อไม่ให้หนีไปได้ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะหยุดก่อนขึ้นสะพาน พลเมืองดีจึงลงจากรถและเรียกคนแถวนั้นให้มากันไว้จะได้ไม่หลบหนีไปได้อีก จากนั้นเหตุการณ์ในคลิปจึงตัดไป   ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี ทาง ตร.ระบุว่า ได้รับร้องทุกข์จากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ได้บอกว่า ตนเองพบผู้หญิงยืนร้องไห้อยู่ที่เกิดเหตุอายุประมาณ 20 ปี ตนขี่จักรยานยนต์มาพบจึงได้ลงไปสอบถาม ซึ่งผู้หญิงเห็นว่ามีชายลงมาไม่รู้จักกันคิดว่าเป็นพวกแฟนมาทำร้ายตน เพราะตนทะเลาะกับแฟนมา จึงวิ่งร้องไห้และร้องตะโกนให้คนช่วยเหลือ   จากนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ที่วิ่งตามมาบนถนนเห็นเหตุการณ์จึงได้ลงไปช่วยผู้หญิงคนดังกล่าว พร้อมสอบถามว่า มีผู้ชายคนดังกล่าวจะมาฉุดตนจึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาที่เกิดเหตุ และผู้หญิงที่ลงมาช่วยได้ถ่ายคลิปไว้   เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังบอกอีกว่า เรื่องนี้ทางฝ่ายชายผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าจะลงไปช่วยผู้หญิงคนดังกล่าว แต่ไม่ได้ไปฉุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำประวัติชายไว้ และฝ่ายหญิงก็รับว่า ชายคนดังกล่าวยังไม่ได้กระทำอะไรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและปล่อยตัวไป โดยฝ่ายหญิงไม่เอาเรื่องแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3F3tgjWNlkI

 4,542
ข่าวภูมิภาค
15 มี.ค. 62

จับได้แล้ว 1 โจรขโมยกระเป๋า ทำร้าย นทท.พลเมืองดีบนเกาะพีพี

กระบี่-จากกรณี นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โพสต์เรื่องราวขณะที่เดินทางมาเที่ยวเกาะพีพี จ.กระบี่ ได้เป็นพลเมืองดีช่วยวิ่งตามโจรที่ขโมยกระเป๋าของหญิงบนชายหาด ต่อมามีมิจฉาชีพพร้อมพวกเข้ามารุมทำร้ายจนบาดเจ็บ และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ทั้งนี้ ตนฝากเตือนภัยนักท่องเที่ยวเรื่องของทรัพย์สินอีกด้วย   โดยโพสต์ข้อความระบุว่า “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเขานั้นได้วิ่งตามมิจฉาชีพที่ขโมยกระเป๋าเงินของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งวางไว้ที่ชายหาด โดยเมื่อประชิดตัวโจรก็ได้ทิ้งกระเป๋าไว้ที่กองขยะแล้วหลบหนีไป แต่ต่อมาโจรรายดังกล่าวได้พาพวกมาอีก 3 คน ถือท่อนไม้ และไม้พาย เข้ามาทุบทำร้ายเขาราว 15 ครั้ง โดยเขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ แขน และ ขา และเลือดไหลไปทั่วตัว   ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโฮสเทลพื้นที่อ่าวนางเพื่อติดตาม นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้ ซึ่งพบว่าได้เข้ามาพักตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาและออกช่วงเช้าของวันนี้ เพื่อเดินทางไปเกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี และจากการตรวจสอบพบว่า นักท่องเที่ยวชาวสหรัฐอเมริการายนี้ได้รักษาอาการบาดเจ็บที่เกาะพีพีจริง หลังจากนี้จะทำการติดตามเพื่อสอบสวนเร่งหาข้อเท็จจริงต่อไป   ด้านตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ กล่าวว่า ได้ทำการตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว พบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้ ได้ไปที่เกาะพีพี และวันเกิดเหตุได้ไปเที่ยวบาร์ริมหาด จากนั้นได้เดินทางมา สภ.เกาะพีพี ในสภาพเมา พูดคุยไม่รู้เรื่อง แจ้งต่อ ตร.สภ.เกาะพีพี ว่า จะขอแจ้งความถูกทำร้าย แต่ ตร.บอกว่า ให้กลับไปทำแผลที่คลินิกก่อน และนัดหมาย 10 โมงเช้ารุ่งขึ้น แต่ปรากฏว่า นทท.ไม่ได้เดินทางมาแจ้งความใดๆ จนกระทั่งมีการโพสต์และเป็นข่าวดังกล่าว   ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่คลินิกในเกาะพีพีแล้วพบว่า ได้เย็บแผล 3 เข็มที่ศีรษะ และมีบาดแผลถูกตีที่หลัง ซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว และได้รายงานให้ทางสถานทูตอเมริกาทราบแล้วว่าเรื่องเป็นอย่างไร ซึ่งล่าสุด ตร.สามารถจับกุมชายต้องสงสัยทำร้ายนักท่องเที่ยวพลเมืองดีนี้แล้ว 1 ราย เหลืออีก 2 รายอยู่ระหว่างจับกุม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BaIiU-Ozzjk

 1,884
ข่าวดีประเทศไทย
27 ก.พ. 62

เจอตัวแล้ว! สจ๊วตการบินไทย ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตเด็กจมน้ำที่ประจวบฯ

กรณีนายสมศักดิ์ แกมเกตุ ชาวบ้าน ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วยประกาศตามหาพลเมืองดี ซึ่งเป็นชายหญิงคู่หนึ่ง ที่ช่วยปั๊มหัวใจช่วยเหลือ ด.ญ.ลลิต ม่วงใหม หรือน้องเตย อายุ 10 ปี หลังจมน้ำทะเล ที่ชายหาดบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา โดยหลังน้องเตยพ้นขีดอันตรายปลอดภัยแล้ว ทางญาติอยากประกาศตามหาพลเมืองดีทั้งสอง เพื่อต้องการแสดงความขอบคุณ   วานนี้ (26 ก.พ.) นายณัฏฐชัย ทิมเนตร หนึ่งในพลเมืองดีที่ช่วยชีวิตน้องเตย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัทการบินไทย ขณะเกิดเหตุตนและเพื่อนกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ริมหาด ระหว่างนั้นได้ยินเสียงตะโกนว่ามีเด็กจมน้ำ และเห็นคนอุ้มร่างของเด็กขึ้นมาในสภาพแน่นิ่ง ไม่หายใจ เพื่อนของตนที่เป็น ผกก.สภ.เดชอุดม จึงรีบโทรเรียกรถพยาบาล และประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที   ส่วนตนและ นางฐานิดา โพธิอะ ภรรยา ผกก.สภ.เดชอุดม รีบเข้าไปช่วยเหลือเด็ก โดยการทำ CPR ประมาณ 30 นาที กระทั่งเด็กฟื้น มีอาการดีขึ้น จากนั้นรถพยาบาลก็มาถึง และนำตัวเด็กไปรักษาต่อ   ตนเพิ่งทราบเรื่องจากเพื่อนว่าญาติเด็กตามหา เนื่องจากหลังเกิดเหตุก็กลับมาทำงานตามปกติ ขณะนี้อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม จึงยังไม่มีโอกาสไปเยี่ยมเด็ก แต่ได้โทรสอบถามอาการของเด็กกับโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสร็จภารกิจและเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ตนจะไปเยี่ยมเด็กอย่างแน่นอน   สำหรับการทำ CPR เนื่องด้วยอาชีพที่ตนทำอยู่ ทำให้ได้รับการฝึกฝนในเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนวิธีการทำ CPR ที่ถูกต้องนั้น ทำได้โดยการกดตรงหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับเป่าปาก 2 ครั้ง ทำไปเรื่อยๆ จนกว่ารถพยาบาลที่มีเครื่องมือพร้อมจะมาถึง ซึ่งการทำ CPR เป็นสิ่งที่บุคคลทั่วไปสามารถเรียนรู้ได้   นายณัฏฐชัยกล่าวทิ้งท้ายถึงเรื่องนี้ว่า ตนรู้สึกดีใจ และภูมิใจมาก ที่สามารถช่วยเด็กให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q-g0pm9oepM

 6,068
ข่าวดีประเทศไทย
26 ก.พ. 62

ตามหาคนดี! ญาติอยากขอบคุณ 2 หนุ่มสาวพลเมืองดี ช่วยปั๊มหัวใจยื้อชีวิตเด็กน้อยจมน้ำ

ประจวบคีรีขันธ์-ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสมศักดิ์ แกมเกตุ ชาวบ้านตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยประกาศตามหาพลเมืองดีที่ช่วยปั๊มหัวใจช่วยเหลือ ด.ญ.ลลิต ม่วงใหม (น้องเตย) อายุ 10 ขวบ หลังลงเล่นน้ำทะเล ที่ชายหาดบ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา   โดยได้มีชาวบ้านบริเวณนั้นถ่ายคลิปขณะเกิดเหตุไว้ได้ ในคลิปเผยภาพซึ่งช่วงที่เด็กจมน้ำอยู่นั้น ญาติกำลังช่วยเหลือเด็กจมน้ำหมดสติไม่รู้สึกตัวอยู่ ได้มีหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ลักษณะผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตลายฟ้า-ขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสวมหมวก   ส่วนผู้หญิงใส่เสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีแดง ที่อาสาเข้าช่วยปั๊มหัวใจ น้องเตยเด็กหญิงคนที่จมน้ำดังกล่าว จนชีพจรกลับคืนมา โดยผู้หญิงก็ได้ตะโกนเรียนหนูน้อยตลอดเวลาให้สู้ๆ และพูดว่าชีพจรเต้นแล้ว และให้หนูน้อยสู้ๆ   เมื่อเด็กพ้นขีดอันตรายและปลอดภัยแล้ว ทางญาติจึงอยากประกาศตามหา เพื่อให้พ่อแม่ของเด็กแสดงความขอบคุณ น้ำใจของพลเมืองดีทั้งสอง ที่ให้การช่วยเหลืออย่างไม่ถือตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_fSMOzcl518

 6,519
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 ม.ค. 62

ชื่นชม หนุ่มเสื้อดำช่วยปฐมพยาบาลชายชราเป็นลม ล้างอุจจาระ-ปัสสาวะเลอะตัวโดยไม่รังเกียจ

วานนี้ (28 ม.ค.) หน้าร้านสะดวกซื้อ ซอยเจริญกรุง 85 มีชายชรายอายุราว 90 ปี เป็นลมล้มลงที่หน้าร้านสะดวกซื้อปัสสาวะและอุจจาระราดเต็มพื้น และมีหนุ่มพลเมืองดีคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานขับรถส่งของ เข้ามาช่วยปฐมพยาบาลชายชรารอเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมทั้งอุ้มชายชราไปล้างอุจจาระและปัสสาวะที่เลอะเทอะตัว โดยไม่รังเกียจ   ทีมข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุพบ นางศศมน อุทกานนท์ อายุ 54 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ชายชราคนดังกล่าวได้เดินจากวัดเข้าไปซื้อของข้างในตลาด และตอนที่เดินกลับอยู่ก็เป็นลมล้มลงไป แล้วก็มีน้องอีกคนเดินผ่านมาและวินจยย.มาช่วยพยุงขึ้นมา จากนั้นก็มีชายหนุ่มสวมเสื้อสีดำ ที่ตนเองก็ไม่ทราบว่ามาจากไหนเข้ามาช่วยพัดและปฐมพยาบาลรอเจ้าหน้าที่กู้ภัย กระทั่งชายชราฟื้นได้สติขึ้นมาก็อุ้มชายชราไปล้างเนื้อล้างตัว เช็ดคราบปัสสาวะและอุจจาระให้จนสะอาด ใช้มือลูบตัวโดยไม่มีทีท่ารังเกียจใดใด   จากนั้นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ช่วยกันหากางเกงตัวใหม่มาเปลี่ยนให้ และมีเจ้าหน้าที่พาไปส่งวัดวรจรรยาวาสที่ชายชราพักอาศัยอยู่ เนื่องจากไม่ยอมไปหาหมอ ทั้งนี้จากการสอบถามคร่าวๆ ทราบว่าชายหนุ่มคนนี้ขับรถมาส่งของบริเวณนี้และเห็นเหตุการณ์จึงเข้ามาช่วย   ทั้งนี้เมื่อก่อนตนจะเห็นชายชราเดินมาแถวนี้บ่อย มักจะมาซื้อผักสด กระเทียม และมะนาว บ่อยๆ เพราะอาศัยอยู่ในวัดวรจรรยาวาส ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกล   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดวรจรรยาวาส และได้มีโอกาสพูดคุยกับชายรายคนดังกล่าว บอกว่า เมื่อช่วงสายได้เดินออกไปซื้อกระเทียมกับมะนาว แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับก็ได้สะดุดล้มลงไปตรงช่วงสะพาน ทำให้เข่ากระแทกพื้น จึงมีอาการปวดที่ขาซ้าย และหัวเข่า ขยับตัวลำบาก ซึ่งแต่ก่อนก็เดินใช้ไม้เท้าขึ้นลงได้สบายแต่ตอนนี้ยกขาข้างซ้ายไม่ค่อยได้เพราะมีอาการปวด   นายชาลี ตั้งสูงถาวร อายุ 55 ปี เจ้าหน้าที่วัดวรจรรยาวาส กล่าวว่า ชายชราคนนี้เข้ามาขออาศัยอยู่ในวัดได้ 10 กว่าปีแล้ว ตอนเข้ามาก็หิ้วถุงมาใบเดียว  ตนเลยเข้าไปสอบถามได้ความว่ามาจากต่างจังหวัด ไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากไหน ไม่มีพี่น้อง จึงมาขออาศัยอยู่วัดสักพัก แต่ไปๆ มาๆ ก็อยู่เลย และไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากไหน ตั้งแต่อยู่มาไม่เคยมีญาติหรือใครมาตามหา แม้กระทั่งชื่อก็ไม่มีใครรู้ แกอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด และมักจะเดินไปไหนมาไหนคนเดียวเป็นประจำ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wkr_rHBENYM

 42,752
ข่าวดีประเทศไทย
29 ม.ค. 62

ชื่นชม หนุ่มเสื้อดำช่วยปฐมพยาบาลชายชราเป็นลม ล้างอุจจาระ-ปัสสาวะเลอะตัวโดยไม่รังเกียจ

วานนี้ (28 ม.ค.) หน้าร้านสะดวกซื้อ ซอยเจริญกรุง 85 มีชายชรายอายุราว 90 ปี เป็นลมล้มลงที่หน้าร้านสะดวกซื้อปัสสาวะและอุจจาระราดเต็มพื้น และมีหนุ่มพลเมืองดีคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานขับรถส่งของ เข้ามาช่วยปฐมพยาบาลชายชรารอเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมทั้งอุ้มชายชราไปล้างอุจจาระและปัสสาวะที่เลอะเทอะตัว โดยไม่รังเกียจ   ทีมข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุพบ นางศศมน อุทกานนท์ อายุ 54 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ชายชราคนดังกล่าวได้เดินจากวัดเข้าไปซื้อของข้างในตลาด และตอนที่เดินกลับอยู่ก็เป็นลมล้มลงไป แล้วก็มีน้องอีกคนเดินผ่านมาและวินจยย.มาช่วยพยุงขึ้นมา จากนั้นก็มีชายหนุ่มสวมเสื้อสีดำ ที่ตนเองก็ไม่ทราบว่ามาจากไหนเข้ามาช่วยพัดและปฐมพยาบาลรอเจ้าหน้าที่กู้ภัย กระทั่งชายชราฟื้นได้สติขึ้นมาก็อุ้มชายชราไปล้างเนื้อล้างตัว เช็ดคราบปัสสาวะและอุจจาระให้จนสะอาด ใช้มือลูบตัวโดยไม่มีทีท่ารังเกียจใดใด   จากนั้นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ช่วยกันหากางเกงตัวใหม่มาเปลี่ยนให้ และมีเจ้าหน้าที่พาไปส่งวัดวรจรรยาวาสที่ชายชราพักอาศัยอยู่ เนื่องจากไม่ยอมไปหาหมอ ทั้งนี้จากการสอบถามคร่าวๆ ทราบว่าชายหนุ่มคนนี้ขับรถมาส่งของบริเวณนี้และเห็นเหตุการณ์จึงเข้ามาช่วย   ทั้งนี้เมื่อก่อนตนจะเห็นชายชราเดินมาแถวนี้บ่อย มักจะมาซื้อผักสด กระเทียม และมะนาว บ่อยๆ เพราะอาศัยอยู่ในวัดวรจรรยาวาส ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกล   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดวรจรรยาวาส และได้มีโอกาสพูดคุยกับชายรายคนดังกล่าว บอกว่า เมื่อช่วงสายได้เดินออกไปซื้อกระเทียมกับมะนาว แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับก็ได้สะดุดล้มลงไปตรงช่วงสะพาน ทำให้เข่ากระแทกพื้น จึงมีอาการปวดที่ขาซ้าย และหัวเข่า ขยับตัวลำบาก ซึ่งแต่ก่อนก็เดินใช้ไม้เท้าขึ้นลงได้สบายแต่ตอนนี้ยกขาข้างซ้ายไม่ค่อยได้เพราะมีอาการปวด   นายชาลี ตั้งสูงถาวร อายุ 55 ปี เจ้าหน้าที่วัดวรจรรยาวาส กล่าวว่า ชายชราคนนี้เข้ามาขออาศัยอยู่ในวัดได้ 10 กว่าปีแล้ว ตอนเข้ามาก็หิ้วถุงมาใบเดียว  ตนเลยเข้าไปสอบถามได้ความว่ามาจากต่างจังหวัด ไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากไหน ไม่มีพี่น้อง จึงมาขออาศัยอยู่วัดสักพัก แต่ไปๆ มาๆ ก็อยู่เลย และไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากไหน ตั้งแต่อยู่มาไม่เคยมีญาติหรือใครมาตามหา แม้กระทั่งชื่อก็ไม่มีใครรู้ แกอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด และมักจะเดินไปไหนมาไหนคนเดียวเป็นประจำ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wkr_rHBENYM

 42,752
ข่าวภูมิภาค
25 ม.ค. 62

หนุ่มอารมณ์เปลี่ยวฉุดครูสาว เข้าป่าข้างทางหวังขืนใจ โชคดีคนขับรถผ่านช่วยทัน อ้างเห็นครูสวยเลยเกิดอารมณ์

น่าน-ผู้โพสต์ใช้เฟซบุ๊ก หอย หอย โพสต์คลิปเหตุการณ์จากกล้องติดหน้ารถ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. เวลา 18.00 น.ขณะขับไปบนเส้นทางตำบลป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน และพบรถจักรยานยนต์ล้มข้างถนน และผู้ชายกำลังฉุดหญิงสาวเข้าป่าไป โดยผู้หญิงพยายามขัดขืน และร้องขอความช่วยเหลือ จึงพากันเข้าไปช่วย ซึ่งชายดังกล่าวชี้หน้าก่อนวิ่งหนีขี่รถจักรยานยนต์ออกไป   ต่อมา ตร.สภ.ปัว สามารถจับกุมชายหนุ่มที่ก่อเหตุได้แล้ว เป็นชายอายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาฝึกวิชาชีพแห่งหนึ่งในอำเภอปัว ขณะที่ผู้เสียหายนั้นเป็นครูสาวโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอปัว กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังเลิกสอนในเส้นทางที่ใช้ประจำ   โดยนายเอรับสารภาพว่า วันก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปหาแฟนสาวที่บ้านป่ากลาง อ.ปัว แต่ไม่พบขณะขี่รถกลับออกมาสวนทางกับครูสาวดังกล่าว เห็นว่าสวยถูกใจ จึงเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาทันที จึงกระทำการไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงควบคุมตัวนายเอไว้ เพื่อให้ทางผู้เสียหายชี้ตัวยืนยัน ก่อนบันทึกเป็นหลักฐาน และดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย กระทำการอนาจาร และพยายามข่มขืน ดำเนินคดีตามกฎหมาย   นอกจากนี้จากการตรวจสอบกล้องติดหน้ารถที่จับภาพเหตุการณ์ที่นายเอพยายามขืนใจครูสาว ซึ่งลงมืออย่างอุกอาจริมถนน จะเห็นว่านายเอพยายามจะปลุกปล้ำผู้เสียหาย แต่โชคดีที่้มีรถแล่นผ่านมาแล้ว สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ข้างทาง   เมื่อพลเมืองดีมองไปที่ริมถนนอีกฝั่งก็เห็นนายเอพยายามคร่อมร่างผู้หญิง จึงจอดรถและลงไปช่วยเหลือ จนนายเอตกใจรีบเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไป จากนั้นพลเมืองดีได้เข้าไปช่วยเหลือครูสาว กระทั่งมีการแจ้งความและตามจับนายเอได้ในที่สุด   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายเอไว้ เพื่อให้ทางผู้เสียหายชี้ตัวยืนยัน ก่อนบันทึกเป็นหลักฐาน และดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย กระทำการอนาจาร และพยายามข่มขืน ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมชื่นชมพลเมืองดีที่ขับรถทั้ง 2 คัน ที่ให้การช่วยเหลือ และยังมีภาพหลักฐานของคนร้ายเพื่อใช้ในการสืบสวนด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/tQSz0Ri3yeU

 23,984
ข่าวดีประเทศไทย
02 ม.ค. 62

หนุ่มพลเมืองดีโดดช่วย สาวคิดสั้นกระโดดสะพานช่วงเคาท์ดาวน์

สุราษฎร์ธานี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ช่างเค รับเหมา ต่อเติม ได้โพสต์คลิปวีดีโอขณะช่วยคนตกน้ำ พร้อมข้อความว่า   "เหตุการณ์น้องเค้ากระโดดน้ำที่สะพานนริศ ตอนเคาท์ดาวน์ พลเมืองดีช่วยเหลือไว้ทัน..(พี่เสื้อสีชมพูกระโดดน้ำลงไปช่วยครับ)" ทำให้มีผู้เข้าแสดงความคิดเห็นและเข้าชมคลิปเป็นจำนวนมาก   ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง น.ส. แอมนา สิทธิ อายุ 35 ปี เป็นคนถ่ายคลิปดังกล่าวเล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ธ.ค.)ได้ไปเที่ยวงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ กับแฟนที่สะพานนริศ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ซึ่งยังอีกประมาณ 10 นาทีจะถึงวันขึ้นปีใหม่ได้เห็นผุ้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนโป๊ะห้อยขาไปทางแม่น้ำ แต่ตอนนั้นคิดว่าเขาไปนั่งถ่ายรูป   แต่เมื่อหันมามองอีกครั้งก็ได้เห็นผู้หญิงคนดังกล่าว กำลังกระโดดลงน้ำ จึงตะโกนร้องให้คนช่วย โดยมีพี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านโยนห่วงยางลงไป ระหว่างนั้นผู้หญิงได้ลอยน้ำไปเรื่อยๆ จนมีพลเมืองดีสวมเสื้อสีชมพูได้กระโดดจากริมเขื่อน พื้นที่จัดงานเคาท์ดาวน์ ลงไปไปช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนที่ชาวบ้านที่จอดเรือใกล้ไปรับน้องผู้หญิงขึ้นเรืออย่างปลอดภัย และได้นำหญิงคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี   ขณะที่โลกโซเชียลได้ชื่นชมหนุ่มเสื้อชมพูที่ได้กระโดดน้ำลงไปช่วย ทราบชื่อ คือนายโสภณ สัชญูกร อายุ 25 ปี โดยนายโสภณ เล่าว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยวงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กับแฟนที่บริเวณสะพานนริศ ซึ่งระหว่างรอเคาท์ดาวน์อยู่นั้น ได้ไปนั่งที่ขอบรั้วริมเขื่อน และกำลังจะถ่ายรูปกับแฟน แต่แฟนเห็นคนจะจมน้ำ จึงได้บอกตนว่า เด็กตกน้ำๆ เมื่อหันไปดูพบว่าคนกำลังจะจม จึงรีบถอดกางเกงและกระโดดไปช่วยจนน้องเค้าจนปลอดภัย   นายโสภณบอกว่า ตอนนั้นไม่ได้คิดกลัว คิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องช่วยคนที่อยู่ในน้ำให้ได้ และตอนนั้นน้ำกำลังลงกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ซึ่งหลังจากที่ได้จับตัวน้องขึ้นเหนือน้ำกระแสน้ำยังพาไหลหลายเมตรอยู่แต่โชคดีที่มีพี่ๆอีกกลุ่มนำเรือออกมารับ ก็รู้สึกดีใจมากที่ได้ช่วยชีวิตคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gNZPsHXQk7o

 8,021
ข่าวดีประเทศไทย
19 ธ.ค. 61

เปิดใจหนุ่มฮีโร่ช่วยคนในเก๋งพุ่งตกน้ำ เชื่อฟังเมียสั่งให้กระโดดลงน้ำ ถ้าเขาไม่รอดไม่ต้องขึ้นมา

สุราษฎร์ธานี-จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก นู๋นิล ตัวเล็ก ได้บันทึกเหตุการณ์ขณะที่มีชาย 4 คนกระโดดลงไปในหนองน้ำที่มีความลึก เพื่อช่วยกันช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ภายในรถเก๋งที่ประสบอุบัติเหตุเสียหลักลงไปในหนองน้ำ และได้ใช้ค้อนทุบกระจกเพื่อนำคนผู้ที่ติดอยู่ในรถออกมา   ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ลงไปช่วยเหลือคือแฟนหนุ่มของเจ้าของคลิปดังกล่าว พร้อมกับเขียนแคปชั่นในคลิปว่า “คำสั่งเมียมึงกระโดดลงน้ำเลยนะ ถ้าพี่เขาไม่รอดมึงห้ามขึ้นมา แฟนกูเป็นฮีโร่เลย”   หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลได้แชร์ และเข้ามาชื่นชมผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายเอเซีย 41 หมู่ที่ 4 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายพิเชฐ วังคีรี อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้ที่ลงไปช่วยเหลือและเป็นแฟนของผู้ที่โพสต์คลิปดังกล่าว เล่าถึงเหตุการณ์ว่า วันเกิดเหตุตนเองได้พาแม่และแฟนมาเปลี่ยนล้อรถ ที่ร้านประดับยนต์ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงเห็นเหตุการณ์ ซึ่งรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับรถมาทางตรงและเมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีรถกระบะบรรทุกปาล์มเต็มคัน ได้ขับตัดหน้าอย่างกระชั้นชิดทำให้คนขับรถเก๋งหักหลบจนเสียหลักลงไปในหนองน้ำ   ได้มีผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นชายสามคนได้รีบลงไปช่วยก่อน โดยทางแฟนและแม่ของตัวเองที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้สั่งให้ตนเองรีบลงไปช่วยผู้ที่ติดอยู่ในรถซึ่งเป็นชายสองคน ที่อยู่ในอาการตื่นตกใจ และพยายามที่จะเปิดประตูออกมาจากรถแต่ไม่สามารถเปิดได้ ตนเองจึงได้ใช้ค้อนทุบกระจกรถเพื่อช่วยผู้ที่ติดอยู่ในรถทั้งสองคนออกมาได้อย่างปลอดภัย   ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ได้ลงไปช่วยจนทั้งคู่ปลอดภัย แต่เพิ่งมาเห็นคลิปที่แฟนได้นำไปโพสต์ และมาชาวโซเชียลเข้ามาแชร์คลิป และชื่นชมเป็นจำนวนมากดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EM96DGdMddI

 89,728
สังคม-อาชญากรรม
18 ธ.ค. 61

โลกออนไลน์ชื่นชม นักเรียน รร.วัดสุทธิวราราม พูดเกลี้ยกล่อม ช่วยชีวิตชาวจีนคิดสั้นจะกระโดดสะพาน

จากกรณี ทวิตเตอร์ JS100 ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ‘ตามหากลุ่มเด็กนักเรียนพลเมืองดี ผู้ใช้ทางพบชายชาวจีนจะกระโดดจากสะพานตากสิน แต่มีกลุ่มเด็กนักเรียน (ไม่ทราบชื่อสถาบัน) ที่เล่นดนตรีเปิดหมวก บริเวณท่าเรือฯ เข้าช่วยเหลือ พยายามพูดคุยเกลี้ยกล่อมด้วยภาษาจีน ก่อนส่งตัวต่อให้ตำรวจดูแล’   วันที่ 18 ธ.ค.61 นายสิทธิชาติ มลิวัลย์ ‘น้องพัน’ และ นายชยุตพงษ์ ดวงแก้ว ‘น้องแชมป์’ นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 รร.วัดสุทธิวราราม  เผยว่า วานนี้ (17 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 18:00 น. ตนและเพื่อนกว่า 10 คนเปิดหมวกร้องเพลงบริเวณลานใกล้ทางลง รถไฟฟ้าบีทีเอส ท่าเรือสะพานตากสิน จนเวลาประมาณ 19.00 น. ช่วยกันเก็บของมีชาวจีนเดินเข้ามาหาและนำเงิน 1,000 หยวนส่งให้ และเดินไปเดินมาอีกสองรอบนำเงินมาให้อีกรวมประมาณ 1,600 หยวน อีกทั้งเอานาฬิกามาส่งให้อีก   ตนและเพื่อนวิ่งตามเอานาฬิกาไปคืน แต่ชายคนดังกล่าวบอกว่าให้เก็บไว้ เอาไปแลกเป็นเงินเพราะตนไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วอยากจะฆ่าตัวตายตามพ่อ และอากง ที่เสียชีวิตไปแล้ว   ตนและเพื่อนเห็นท่าไม่ดี จึงเดินตามเมื่อรู้ว่าเป็นชาวจีนจึงให้ ‘น้องพัน’ ที่พูดภาษาจีนได้ถามว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น และทุกคนพยายามพูดเกลี้ยกล่อมไม่ให้คิดสั้น แต่ไม่เป็นสำเร็จ ชายคนดังกล่าวมีท่าทีจะเดินหนี จึงช่วยกันล็อคตัวมานั่งใกล้บันไดทางลงรถไฟฟ้าบีทีเอสและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวให้ส่งล่ามมาพูดคุยและโทรแจ้งตำรวจในพื้นที่ให้มาช่วยเหลือ    ระหว่างรอเวลา ทุกคนช่วยกันเกลี้ยกล่อมกว่า 2 ชั่วโมง โดยน้องพัน พูดจาด้วยภาษาจีน คำว่า ให้เชื่อใจพวกตน และเอามือของตนไปแตะที่หัวใจของชายคนดังกล่าว หลายครั้งจนมีท่าทีอ่อนลง และยอมทำตามที่พูด  พวกตนรับปากว่าจะพาไปส่งที่สถานทูต   เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงจึงพาชายคนดังกล่าว พร้อมพวกตน ขึ้นรถไปที่ สน. ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ เพราะ สัญญากันว่าจะพาไปส่งที่สถานทูตทำให้ชายคนดังกล่าวทำสัญลักษณ์มือประมาณว่าไม่ยอมพูดคุยกับพวกตนแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้พวกตนกลับบ้าน   จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรู้ว่า เมื่อช่วงเช้าชายคนดังกล่าว จะกระโดดตึกตายแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเอาไว้ได้พามาที่ สน.พูดคุยกันไม่รู้เรื่องคิดว่าเมาสุราจึงปล่อยตัวไป และเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกกับพวกของตนซึ่งทุกคนรู้สึกภูมิใจ   ภาพจาก TWITTER : @js100radio  

 4,897

Top