ค้นหา :

ผลการค้นหา "พลเมืองดี"

สังคม-อาชญากรรม
18 ก.พ. 63

หนุ่มวัย 18 ริเป็นโจร คว้ามีดอีโต้บุกจี้ร้านสะดวกซื้อ สุดท้ายไปไม่รอด โดนชาวบ้านรุมจับ

ชาวบ้านแจ้งเหตุวัยรุ่นบุกเข้าไปใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์พนักงาน ภายในร้านเซเว่นปากซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ   ในที่เกิดเหตุพบนายกฤษณะ หรืออเล็กซ์ ชัยอิทธิพรวงศ์ อายุ 18 ปี ถูกพนักงานเซเว่น และคนขับรถวินรถจักรยานยนต์ที่อยู่ปากซอยช่วยกันจับไว้ มีบาดแผลถูกของมีคมบาดที่มือซ้าย เจ้าหน้าที่จึงทำแผลเบื้องต้น   จากการตรวจสอบโดยรอบพบประตูกระจกทางเข้าเซเว่นแตกกระจายออกมาด้านนอกเกลื่อนพื้น หน้าเซเว่นบนทางเท้ายังพบรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายของผู้ก่อเหตุล้มคว่ำอยู่ จากการตรวจค้นพบเงินของกลางจำนวน 1690 บาท อาวุธมีดทำครัวจำนวน 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน   ขณะที่ น.ส.อิ๋ว (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พลเมืองดีที่ช่วยจับคนร้ายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนเองกำลังนั่งรอผู้โดยสารอยู่วินหน้าปากซ.เพชรเกษม63 ได้ยินเสียงกระจกเซเว่นที่อยู่ไม่ไกลกับวินแตกเสียงดังสนั่น จึงหันกลับไปดู และได้ยินพนักงานเซเว่นตะโกนให้ช่วยจับคนร้ายที่มาจี้เซเว่น เพื่อนวินที่เป็นผู้ชายจึงวิ่งกันไปช่วยจับตัวไว้ได้ขณะกำลังจะขับรถจักรยานยนต์ที่จอดหน้าเซเว่นหลบหนี   เมื่อเห็นหน้าคนร้าย ตนเองถึงกับตกใจเนื่องจากคนร้ายไม่ใช่ใครอื่นเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่ตนเองรู้จัก ซึ่งเรียนอยู่กศน.ชั้นมัธยมปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางแค เมื่อสอบถามก็บอกเพียงแค่ผมผิดเอง จะรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไปทั้งหมดเอง ซึ่งเท่าที่รู้จักเป็นคนมีสัมมาคารวะ เจอกันที่ไหนก็จะยกมือไหว้ตลอด เท่าที่ทราบบ้านค่อนข้างมีฐานะ ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน และไม่ทราบว่าลงมือก่อเหตุด้วยเหตุผลอะไร   ด้านนายชัยพงษ์ กาบิลพงษ์ อายุ 23 ปี พนักงานเซเว่น เล่าว่า คนร้ายเดินเข้ามาที่ร้านก่อนจะเดินไปหยิบขนมมา 1 ถุง ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จากนั้นคนร้ายได้หยิบมีดอีโต้ออกมาพร้อมบอกให้เอาเงินมา ตนสังเกตเห็นคนร้ายตัวเล็กและการพูดการจาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ จึงคิดในใจว่าไม่น่าจะใช่มืออาชีพ ตนจึงบอกกลับไปว่าคิดดีๆนะมั่นใจว่าจะจี้ใช่ไหม ให้คิดอีกที ถ้าวางมีดแล้ววิ่งออกไปจะไม่เอาเรื่อง แต่คนร้ายก็ยังยืนยันให้ส่งเงินมาตนจึงเปิดลิ้นชักแคชเชียร์ออกมา   จากนั้นคนร้ายได้เดินเข้ามาในเคาน์เตอร์ก่อนจะหยิบเงินใส่กระเป๋า จังหวะเดียวกันคนร้ายได้หันไปขู่พนักงานที่เป็นผู้หญิงอีกคนว่าห้ามโทรแจ้งตำรวจ ตนเห็นมีจังหวะเผลอจึงตัดสินใจแย่งมีด จนเกิดการชุลมุลกันไปกระแทกประตูจนแตก ทำให้คนร้ายวิ่งออกไปได้ ตนตะโกนบอกชาวบ้านแถวนั้นจนมีคนมาช่วยจับไว้ได้ มารู้ตัวอีกทีว่าตนเองได้รับบาดเจ็บถูกมีดบาดที่มือซ้าย และเมื่อตรวจสอบพบคนร้ายได้เงินไป จำนวน 1,690 บาท   เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งพนักงานเซเว่น พยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหายังไม่ให้การใดๆถึงสาเหตุการลงมือ แต่รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีหรือใช้อาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/voMiS2rxsEI

 784
สังคม
18 ก.พ. 63

หนุ่มวัย 18 ริเป็นโจร คว้ามีดอีโต้บุกจี้ร้านสะดวกซื้อ สุดท้ายไปไม่รอด โดนชาวบ้านรุมจับ

ชาวบ้านแจ้งเหตุวัยรุ่นบุกเข้าไปใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์พนักงาน ภายในร้านเซเว่นปากซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ   ในที่เกิดเหตุพบนายกฤษณะ หรืออเล็กซ์ ชัยอิทธิพรวงศ์ อายุ 18 ปี ถูกพนักงานเซเว่น และคนขับรถวินรถจักรยานยนต์ที่อยู่ปากซอยช่วยกันจับไว้ มีบาดแผลถูกของมีคมบาดที่มือซ้าย เจ้าหน้าที่จึงทำแผลเบื้องต้น   จากการตรวจสอบโดยรอบพบประตูกระจกทางเข้าเซเว่นแตกกระจายออกมาด้านนอกเกลื่อนพื้น หน้าเซเว่นบนทางเท้ายังพบรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายของผู้ก่อเหตุล้มคว่ำอยู่ จากการตรวจค้นพบเงินของกลางจำนวน 1690 บาท อาวุธมีดทำครัวจำนวน 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน   ขณะที่ น.ส.อิ๋ว (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พลเมืองดีที่ช่วยจับคนร้ายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนเองกำลังนั่งรอผู้โดยสารอยู่วินหน้าปากซ.เพชรเกษม63 ได้ยินเสียงกระจกเซเว่นที่อยู่ไม่ไกลกับวินแตกเสียงดังสนั่น จึงหันกลับไปดู และได้ยินพนักงานเซเว่นตะโกนให้ช่วยจับคนร้ายที่มาจี้เซเว่น เพื่อนวินที่เป็นผู้ชายจึงวิ่งกันไปช่วยจับตัวไว้ได้ขณะกำลังจะขับรถจักรยานยนต์ที่จอดหน้าเซเว่นหลบหนี   เมื่อเห็นหน้าคนร้าย ตนเองถึงกับตกใจเนื่องจากคนร้ายไม่ใช่ใครอื่นเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่ตนเองรู้จัก ซึ่งเรียนอยู่กศน.ชั้นมัธยมปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางแค เมื่อสอบถามก็บอกเพียงแค่ผมผิดเอง จะรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไปทั้งหมดเอง ซึ่งเท่าที่รู้จักเป็นคนมีสัมมาคารวะ เจอกันที่ไหนก็จะยกมือไหว้ตลอด เท่าที่ทราบบ้านค่อนข้างมีฐานะ ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน และไม่ทราบว่าลงมือก่อเหตุด้วยเหตุผลอะไร   ด้านนายชัยพงษ์ กาบิลพงษ์ อายุ 23 ปี พนักงานเซเว่น เล่าว่า คนร้ายเดินเข้ามาที่ร้านก่อนจะเดินไปหยิบขนมมา 1 ถุง ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จากนั้นคนร้ายได้หยิบมีดอีโต้ออกมาพร้อมบอกให้เอาเงินมา ตนสังเกตเห็นคนร้ายตัวเล็กและการพูดการจาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ จึงคิดในใจว่าไม่น่าจะใช่มืออาชีพ ตนจึงบอกกลับไปว่าคิดดีๆนะมั่นใจว่าจะจี้ใช่ไหม ให้คิดอีกที ถ้าวางมีดแล้ววิ่งออกไปจะไม่เอาเรื่อง แต่คนร้ายก็ยังยืนยันให้ส่งเงินมาตนจึงเปิดลิ้นชักแคชเชียร์ออกมา   จากนั้นคนร้ายได้เดินเข้ามาในเคาน์เตอร์ก่อนจะหยิบเงินใส่กระเป๋า จังหวะเดียวกันคนร้ายได้หันไปขู่พนักงานที่เป็นผู้หญิงอีกคนว่าห้ามโทรแจ้งตำรวจ ตนเห็นมีจังหวะเผลอจึงตัดสินใจแย่งมีด จนเกิดการชุลมุลกันไปกระแทกประตูจนแตก ทำให้คนร้ายวิ่งออกไปได้ ตนตะโกนบอกชาวบ้านแถวนั้นจนมีคนมาช่วยจับไว้ได้ มารู้ตัวอีกทีว่าตนเองได้รับบาดเจ็บถูกมีดบาดที่มือซ้าย และเมื่อตรวจสอบพบคนร้ายได้เงินไป จำนวน 1,690 บาท   เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งพนักงานเซเว่น พยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหายังไม่ให้การใดๆถึงสาเหตุการลงมือ แต่รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีหรือใช้อาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/voMiS2rxsEI

 784
ต่างประเทศ
17 ก.พ. 63

พลเมืองดีเสี่ยงตาย ดึงร่างหนุ่มติดในรถไฟลุก ขณะที่คนอื่นได้แต่ยืนถ่ายคลิป ไม่กล้าช่วย

มีคลิปชายคนหนึ่งพยายามปีนหนีตาย ออกจากรถปิคอัพที่มีไฟลุกไหม้ โดยขณะเกิดเหตุมีผู้เห็นเหตุการณ์ราว 20 คน แต่ทุกคนได้แต่ยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ และไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย จนสุดท้ายมีพลเมืองดีเสี่ยงตายเข้าไปดึงร่างออกมาได้อย่างปลอดภัย เหตุเกิดที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา  

 19,679
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ก.พ. 63

ชื่นชม 2 นักเรียนนายร้อย ถอดเครื่องแบบ ช่วยลุงที่เรือติดกอผักตบกลางแม่น้ำท่าจีน

นครปฐม-โลกออนไลน์ แชร์ภาพ 2 นักเรียนนายร้อยถอดเครื่องแบบตำรวจ ช่วยลุงที่เรือติดกอผักตบในแม่น้ำท่าจีน   โดย นรต.ธนทัต อินทรศร และ นรต.ธนพงศ์ ดวงมณี (นรต.ฝึกงาน) ได้ถอดเครื่องแบบ ลงว่ายน้ำนำเชือกไปผูกที่เรือ แล้วร่วมกับชาวบ้านช่วยกันลากเรือเข้าฝั่งจนปลอดภัย และรอน้ำลงผักตบชวาหมดค่อยออกเดินทางกลับบ้านต่อไป ซึ่งใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง จึงสามารถดึงเอาเรือขึ้นฝั่งได้สำเร็จ   จากการสอบถามทราบชื่อนายอ๋า แซ่อุ่น อายุ 71 ปี เผยว่า มีอาชีพชายไอติม นำเรือขับติดเครื่องออกจากบ้านมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า เนื่องจากไม่มีทางรถเข้าบ้าน จึงใช้เรือไปซื้อน้ำแข็งก้อนมาปั่นไอติม ซึ่งร้านน้ำแข็งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม.ช่วงเช้าเป็นเวลาน้ำลงไม่มีผักตบชวา แต่พอขากลับน้ำไหลขึ้นรวดเร็ว จึงทำให้ผักตบชวาไหลตามน้ำลอยมาติดตอม่อสะพานอำเภอสามพราน ข้ามแม่น้ำอย่างรวดเร็วจนแน่นแม่น้ำทำให้เรือผ่านไม่ได้ จนติดอยู่กลางแม่น้ำผักตบ   โชคดีที่มีชาวบ้านเห็นช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีนักเรียนนายร้อยลงไปช่วย นำข้าวเช้าให้ลุงที่ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้า ตำรวจจึงซื้อข้าวมาให้ทาน และต้องรอให้น้ำขึ้น เพื่อจะได้ไปต่อให้ถึงบ้าน พร้อมกับกล่าวขอบคุณตำรวจและชาวบ้านที่มาช่วยเหลือ   ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกำลังใจให้นักเรียนนายร้อยตำรวจทั้ง 2 นาย ที่มีจิตอาสา ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ ประชาชนที่กำลังตกอยู่ในความลำบาก โดยไม่รอช้า แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อมั่น โดยขอให้ตำรวจทุกนาย ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่พึงระลึกปฏิบัติ ตามจริยธรรมจรรยาบรรณและอุดมคติตำรวจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5mojM0W2Gu8

 1,393
ข่าวโซเชียล
17 ก.พ. 63

ชื่นชม 2 นักเรียนนายร้อย ถอดเครื่องแบบ ช่วยลุงที่เรือติดกอผักตบกลางแม่น้ำท่าจีน

นครปฐม-โลกออนไลน์ แชร์ภาพ 2 นักเรียนนายร้อยถอดเครื่องแบบตำรวจ ช่วยลุงที่เรือติดกอผักตบในแม่น้ำท่าจีน   โดย นรต.ธนทัต อินทรศร และ นรต.ธนพงศ์ ดวงมณี (นรต.ฝึกงาน) ได้ถอดเครื่องแบบ ลงว่ายน้ำนำเชือกไปผูกที่เรือ แล้วร่วมกับชาวบ้านช่วยกันลากเรือเข้าฝั่งจนปลอดภัย และรอน้ำลงผักตบชวาหมดค่อยออกเดินทางกลับบ้านต่อไป ซึ่งใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง จึงสามารถดึงเอาเรือขึ้นฝั่งได้สำเร็จ   จากการสอบถามทราบชื่อนายอ๋า แซ่อุ่น อายุ 71 ปี เผยว่า มีอาชีพชายไอติม นำเรือขับติดเครื่องออกจากบ้านมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า เนื่องจากไม่มีทางรถเข้าบ้าน จึงใช้เรือไปซื้อน้ำแข็งก้อนมาปั่นไอติม ซึ่งร้านน้ำแข็งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม.ช่วงเช้าเป็นเวลาน้ำลงไม่มีผักตบชวา แต่พอขากลับน้ำไหลขึ้นรวดเร็ว จึงทำให้ผักตบชวาไหลตามน้ำลอยมาติดตอม่อสะพานอำเภอสามพราน ข้ามแม่น้ำอย่างรวดเร็วจนแน่นแม่น้ำทำให้เรือผ่านไม่ได้ จนติดอยู่กลางแม่น้ำผักตบ   โชคดีที่มีชาวบ้านเห็นช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีนักเรียนนายร้อยลงไปช่วย นำข้าวเช้าให้ลุงที่ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้า ตำรวจจึงซื้อข้าวมาให้ทาน และต้องรอให้น้ำขึ้น เพื่อจะได้ไปต่อให้ถึงบ้าน พร้อมกับกล่าวขอบคุณตำรวจและชาวบ้านที่มาช่วยเหลือ   ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกำลังใจให้นักเรียนนายร้อยตำรวจทั้ง 2 นาย ที่มีจิตอาสา ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ ประชาชนที่กำลังตกอยู่ในความลำบาก โดยไม่รอช้า แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อมั่น โดยขอให้ตำรวจทุกนาย ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่พึงระลึกปฏิบัติ ตามจริยธรรมจรรยาบรรณและอุดมคติตำรวจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5mojM0W2Gu8

 1,393
ต่างประเทศ
17 ก.พ. 63

หนุ่มฮีโร่ผลักรถเข็นสกัดโจรวิ่งราว ช่วย ตร.ตะครุบตัวสำเร็จ

เกิดเหตุโจรวิ่งราวขโมยกระเป๋า ขณะนั้นมีพลเมืองดีกำลังเข็นรถเข็น ภายในลานจอดรถของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา หนุ่มฮีโร่ที่เห็นเหตุการณ์ไม่รอช้า ผลักรถเข็นไปสกัดหัวขโมยจนล้ม ทำให้ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้สำเร็จ  

 1,725
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 63

'น้องเนย' หนุ่มบิ๊กไบค์พลเมืองดี อาการดีขึ้น ยันไม่ได้ถูกตัดแขน หลังเจ็บสาหัสจากเหตุกราดยิง

โคราช-จากกรณีที่ นายจิรัฐิติกาล นอบไทย หรือ เนย หนุ่มบิ๊กไบค์พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิง บริเวณหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จนตัวเองถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมานั้น ล่าสุดครอบครัวได้โพสต์ระบุว่า อาการของน้องเนยดีขึ้น ไตดีขึ้น หัวใจดีขึ้น และรู้สึกตัวได้ดี ทำให้มีชาวเน็ตเข้าไปให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก   ด้านนายธเนศวร นอบไทย หรือ น็อต อายุ 17 ปี น้องชายของน้องเนย เปิดเผยว่า ตนเองมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดเพียง 2 คน โดยพี่เนยเป็นพี่ชายคนโต ส่วนตนเป็นน้องชายคนเล็ก ซึ่งพี่เนยเป็นคนอัธยาศัยดี และเป็นที่รักของทุกคนที่ได้รู้จักกับพี่เนย ล่าสุดอาการของพี่เนยดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา คุณหมอได้ทำการผ่าตัดอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ไตดีขึ้น แต่คุณหมอต้องทำการฟอกไตทุกๆ 2 วัน หัวใจทำงานดีขึ้น รู้สึกตัวดี แต่ก็ยังต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด   ส่วนอาการบาดเจ็บที่แขนก็ดีขึ้น เส้นประสาทที่แขนเชื่อมต่อกันได้ดี และยังไม่ได้มีการตัดแขนออกตามที่มีข่าวแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้พี่เนยรับรู้ และรู้สึกตัวดี คาดว่าเป็นเพราะได้กำลังใจจากทุกคน ทำให้ขณะนี้ครอบครัวมีกำลังใจที่ดีขึ้น และเชื่อว่าพี่ชายจะหายกลับไปเป็นปกติโดยเร็ว โดยทางครอบครัวฝากขอบคุณไปยังกำลังใจจากคนไทยทุกคนที่มอบให้กับพี่ชายด้วย   ด้านพ่อแม่ น้องเนย บอกว่า ขณะนี้อาการของน้องเนย ไต หัวใจดีขึ้น แขนข้างที่ผ่าตัดขยับได้ และรู้สึกตัวได้ดี พร้อมทั้งขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ลูกชาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GOzNPHDXv88

 5,737
สังคม
14 ก.พ. 63

'น้องเนย' หนุ่มบิ๊กไบค์พลเมืองดี อาการดีขึ้น ยันไม่ได้ถูกตัดแขน หลังเจ็บสาหัสจากเหตุกราดยิง

โคราช-จากกรณีที่ นายจิรัฐิติกาล นอบไทย หรือ เนย หนุ่มบิ๊กไบค์พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิง บริเวณหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จนตัวเองถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมานั้น ล่าสุดครอบครัวได้โพสต์ระบุว่า อาการของน้องเนยดีขึ้น ไตดีขึ้น หัวใจดีขึ้น และรู้สึกตัวได้ดี ทำให้มีชาวเน็ตเข้าไปให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก   ด้านนายธเนศวร นอบไทย หรือ น็อต อายุ 17 ปี น้องชายของน้องเนย เปิดเผยว่า ตนเองมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดเพียง 2 คน โดยพี่เนยเป็นพี่ชายคนโต ส่วนตนเป็นน้องชายคนเล็ก ซึ่งพี่เนยเป็นคนอัธยาศัยดี และเป็นที่รักของทุกคนที่ได้รู้จักกับพี่เนย ล่าสุดอาการของพี่เนยดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา คุณหมอได้ทำการผ่าตัดอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ไตดีขึ้น แต่คุณหมอต้องทำการฟอกไตทุกๆ 2 วัน หัวใจทำงานดีขึ้น รู้สึกตัวดี แต่ก็ยังต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด   ส่วนอาการบาดเจ็บที่แขนก็ดีขึ้น เส้นประสาทที่แขนเชื่อมต่อกันได้ดี และยังไม่ได้มีการตัดแขนออกตามที่มีข่าวแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้พี่เนยรับรู้ และรู้สึกตัวดี คาดว่าเป็นเพราะได้กำลังใจจากทุกคน ทำให้ขณะนี้ครอบครัวมีกำลังใจที่ดีขึ้น และเชื่อว่าพี่ชายจะหายกลับไปเป็นปกติโดยเร็ว โดยทางครอบครัวฝากขอบคุณไปยังกำลังใจจากคนไทยทุกคนที่มอบให้กับพี่ชายด้วย   ด้านพ่อแม่ น้องเนย บอกว่า ขณะนี้อาการของน้องเนย ไต หัวใจดีขึ้น แขนข้างที่ผ่าตัดขยับได้ และรู้สึกตัวได้ดี พร้อมทั้งขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ลูกชาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GOzNPHDXv88

 5,737
สังคม
13 ก.พ. 63

ครอบครัว น้องเนย หนุ่มบิ๊กไบค์ เผยอาการดีขึ้นแล้ว พร้อมขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ส่งกำลังใจให้

น้องชายเผยอาการล่าสุด พี่เนย หนุ่มบิ๊กไบค์พลเมืองดีช่วยเหยือจากเหตุคนร้ายกราดยิงประชาชนที่ โคราช ว่า อาการดีขึ้นเป็นลำดับ พร้อมฝากขอบคุณประชาชนที่ส่งกำลังใจมาให้   จากกรณีคนร้ายกราดยิงประชาชนที่ โคราช จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยหนึ่งนั้น คือ นายจิรัฐิติกาล นอบไทย หรือ เนย หนุ่มบิ๊กไบค์พลเมืองดีที่เข้ามาช่วยผู้บาดเจ็บหน้าห้าง และจนตนเองถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล   ซึ่งต่อมา พ่อของน้องเนย ได้โพสต์เฟซบุ๊กอัพเดตอาการลูกชาย อาทิ "หมอได้ตัดไตไป 1 ข้าง อีก 1 ข้างไม่ทำงาน ม้ามเสีย กระดูกก็ถูกยิงเป็นรู ถ้าพ่อให้ลูกได้พ่อจะให้ทั้งหมดในตัวพ่อ" "ขอให้ปาฎิหาริย์มีจริง ลูกรักของพ่อ" "เนยลูกพ่อฟื้นเถอะลูก พ่อใจจะขาดแล้ว" "คุณหมอขอผ่าตัดฉุกเฉินอีกรอบ เลือดไม่หยุดไหล ขอปาฎิหาริย์มีจริง ให้น้องเนยปลอดภัย" โดยมีผู้เข้ามาให้กำลังใจ และขอให้มีปาฎิหาริย์ช่วยให้น้องเนยกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม   ผู้สื่อข่าวได้พบกับพ่อแม่ น้องเนย ที่โรงพยาบาลมหาราช บอกว่า อาการของน้องเนยขณะนี้ ไตดีขึ้น หัวใจดีขึ้น แขนข้างที่ผ่าตัดขยับได้ และรู้สึกตัวได้ดี พร้อมทั้งฝากขอบคุณคนไทยทุกคนที่ส่งกำลังใจมอบให้กับลูกชาย   ขณะที่ นายธเนศวร หรือ น็อต อายุ 17 ปี น้องชายของเนย บอกว่า ตนเองมีพี่น้อง 2 คน โดยพี่เนยเป็นคนโต ซึ่งพี่เนยเป็นคนอัธยาศัยดี และเป็นที่รักของทุกคนที่ได้รู้จัก ล่าสุดอาการของพี่เนยดีขึ้นเป็นลำดับ เมื่อวานนี้คุณหมอได้ทำการผ่าตัดอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ไต และหัวใจทำงานดีขึ้น แต่ก็ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ส่วนอาการบาดเจ็บที่แขนก็ดีขึ้น เส้นประสาทที่แขนเชื่อมต่อกันได้ดี และยังไม่ได้มีการตัดแขนออกตามที่มีข่าวแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้พี่เนยรับรู้ และรู้สึกตัวดี คาดว่าเป็นเพราะได้กำลังใจจากทุกคน

 80,386
สังคม
12 ก.พ. 63

หนุ่มเสพยาขับรถบรรทุกแหกด่าน สุดท้ายพลิกคว่ำกลางถ.ราชพฤกษ์ ตรวจสอบพบใบกระท่อมในรถ

หนุ่มซิ่งรถบรรทุกแหกด่านพลิกคว่ำบนถนนราชพฤกษ์ ค้นรถเจอใบกระท่อม ปัสสาวะสีม่วง    รถบรรทุกสิบล้อขนดินเสียหลักพลิกคว่ำที่ซอยฉิมพลี 8 ถนนราชพฤกษ์ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ตำรวจควบคุมตัว นาย เดือน มารัชชะ อายุ 37 ปี ผู้ขับขี่ไว้ได้ เมื่อตรวจสอบภายในรถพบใบกระท่อม 5 ใบ เมื่อสอบถามเจ้าตัวบอกว่า ที่ต้องเร่งหนีด่านเพราะว่าเพิ่งจะเสพยามา และมีใบกระท่อมอยู่ในรถ จึงกลัวความผิด เมื่อตรวจปัสสาวะพบว่ามีสีม่วง    ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือ โดยเขาเห็นตอนที่รถบรรทุกคันนี้กำลังแหกด่าน ในจังหวะที่รถบรรทุกกำลังหักเลี้ยว เขาจึงขับรถไปตัดหน้ารถบรรทุก จนรถบรรทุกเสียหลักพลิกค่ำ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไว้ได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหา นายเดือน ฐานครอบครองและเสพพืชกระท่อม และขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไม่ให้จับกุม   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yRMRQjdS3Ds

 1,118
อาชญากรรม
09 ก.พ. 63

สุดประทับใจ! พลเมืองดีประกาศพาปชช.จากเหตุกราดยิงโคราช บริการรับ-ส่งกลับบ้านฟรี

นครราชสีมา – จากกรณีเหตุการณ์พลทหารมีอาการคลั่งยิงชาวบ้าน ยิงตำรวจเจ็บ เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดถูกปิดล้อมอยู่กลางเมืองหน้าห้างดัง   โดยเจ้าหน้าที่ได้พาประชาชนที่ติดอยู่ในห้างให้ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง และการช่วยเหลืออาจจะไม่เพียงพอต่อการเดินทาง ซึ่งมีเรื่องน่าประทับใจเกิดขึ้นเมื่อเหล่าพลเมืองดีโดยเจ้าของเฟซบุ๊คที่ชื่อว่า ‘ซุปเปอร์บอย ผลิตเสื้อพิมพ์ลาย’ ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า “ใครจะไปรับเพื่อน/ ญาติ/คนในครอบครัวที่ออกมาได้แล้ว รึใครที่ออกมาแล้วไม่มีรถกลับบ้าน ติดต่อได้ผมได้เลยนะครับ  รับ-ส่งฟรี 061-96100xx บอย”     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/FybM41Vi9H4

 330
ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 63

แท็กซี่พลเมืองดีจอดช่วยตาวัย 73 รถยางแตก ถูกเก๋งพุ่งชนดับคาที่ทั้งคู่

นนทบุรี-ตาวัย 73 รถยางแตกกลางถนน แท็กซี่พลเมืองดีจอดรถลงไปช่วย ถูกเก๋งพุ่งชนเสียชีวิตคาที่ทั้ง 2 คน   วันที่ 28 ม.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งมีรถยนต์เก๋งชนรถยนต์ที่จอดเปลี่ยนยางอยู่ริมทาง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนรัตนาธิเบศร์ขาเข้า ก่อนข้ามแยกบางพลู หมู่ 1 ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายชนะ ชมแขไข อายุ 73 ปี และนายนพพร วสุธารนันท์ อายุประมาณ 50 ปี เป็นคนขับรถแท็กซี่ นอนเสียชีวิตอยู่หน้ารถยนต์ ยี่ห้อเปอร์โยต์ สีบรอนซ์-เงิน ที่ท้ายของรถมีร่องรอยถูกชนพังเสียหาย และใกล้กันมีล้อรถวางอยู่ 2 ล้อ บริเวณด้านหน้าพบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู จอดอยู่ ส่วนรถคันที่ก่อเหตุคือรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีน้ำเงิน สภาพด้านหน้ามุมซ้ายมีร่องรอยพังเสียหาย โดยมีนายคณากร ธนภัคกิ่งคณา อายุ 39 ปี เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ   คนขับรถคันก่อเหตุ เปิดเผยว่า ในขณะที่กำลังขับรถไปทำงาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนั้นแสงสว่างน้อย และมีความรู้สึกว่ารถเกิดพุ่งชนอะไรบางอย่าง ซึ่งภายหลังทราบว่าน่าจะเป็นยางอะไหล่ที่วางไว้ จากนั้นรถเกิดเสียหลักพุ่งไปชนคนทั้ง 2 ที่อยู่ท้ายรถเก๋ง ก่อนที่รถตนเองจะเสียหลักหมุนไปอยู่ด้านหน้า หลังจากนั้นลงมาดูถึงพบว่าชาย 2 คน หมดสติ จึงรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทันที   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำนายคณากร ซึ่งเป็นคนขับรถที่พุ่งชน โดยสันนิษฐานว่าคนขับรถแท็กซี่ได้ลงมาช่วยเหลือรถที่จอดยางแตกอยู่ริมทาง จนกระทั่งรถของนายคณากร ที่ขับมามองไม่เห็น จึงเป็นสาเหตุให้เกิดพุ่งชนดังกล่าว   แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการสอบปากคำนายคณากร อีกครั้ง รวมถึงจะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรเปิดใกล้จุดเกิดเหตุด้วยว่าสามารถจับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้หรือไม่ ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิต เพื่อชันสูตรต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lfPxWmupX6o

 7,806
อาชญากรรม
29 ม.ค. 63

แท็กซี่พลเมืองดีจอดช่วยตาวัย 73 รถยางแตก ถูกเก๋งพุ่งชนดับคาที่ทั้งคู่

นนทบุรี-ตาวัย 73 รถยางแตกกลางถนน แท็กซี่พลเมืองดีจอดรถลงไปช่วย ถูกเก๋งพุ่งชนเสียชีวิตคาที่ทั้ง 2 คน   วันที่ 28 ม.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งมีรถยนต์เก๋งชนรถยนต์ที่จอดเปลี่ยนยางอยู่ริมทาง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนรัตนาธิเบศร์ขาเข้า ก่อนข้ามแยกบางพลู หมู่ 1 ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายชนะ ชมแขไข อายุ 73 ปี และนายนพพร วสุธารนันท์ อายุประมาณ 50 ปี เป็นคนขับรถแท็กซี่ นอนเสียชีวิตอยู่หน้ารถยนต์ ยี่ห้อเปอร์โยต์ สีบรอนซ์-เงิน ที่ท้ายของรถมีร่องรอยถูกชนพังเสียหาย และใกล้กันมีล้อรถวางอยู่ 2 ล้อ บริเวณด้านหน้าพบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู จอดอยู่ ส่วนรถคันที่ก่อเหตุคือรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีน้ำเงิน สภาพด้านหน้ามุมซ้ายมีร่องรอยพังเสียหาย โดยมีนายคณากร ธนภัคกิ่งคณา อายุ 39 ปี เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ   คนขับรถคันก่อเหตุ เปิดเผยว่า ในขณะที่กำลังขับรถไปทำงาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนั้นแสงสว่างน้อย และมีความรู้สึกว่ารถเกิดพุ่งชนอะไรบางอย่าง ซึ่งภายหลังทราบว่าน่าจะเป็นยางอะไหล่ที่วางไว้ จากนั้นรถเกิดเสียหลักพุ่งไปชนคนทั้ง 2 ที่อยู่ท้ายรถเก๋ง ก่อนที่รถตนเองจะเสียหลักหมุนไปอยู่ด้านหน้า หลังจากนั้นลงมาดูถึงพบว่าชาย 2 คน หมดสติ จึงรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทันที   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำนายคณากร ซึ่งเป็นคนขับรถที่พุ่งชน โดยสันนิษฐานว่าคนขับรถแท็กซี่ได้ลงมาช่วยเหลือรถที่จอดยางแตกอยู่ริมทาง จนกระทั่งรถของนายคณากร ที่ขับมามองไม่เห็น จึงเป็นสาเหตุให้เกิดพุ่งชนดังกล่าว   แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการสอบปากคำนายคณากร อีกครั้ง รวมถึงจะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรเปิดใกล้จุดเกิดเหตุด้วยว่าสามารถจับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้หรือไม่ ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิต เพื่อชันสูตรต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lfPxWmupX6o

 7,806
สังคม
28 ม.ค. 63

รวบทันควัน! โจรบุกเดี่ยวชิงทองหนักรวม 20 บาท

ที่จังหวัดนครสรรค์ เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุโจรบุกเดี่ยวชิงทอง ร้านทองหวังอยากมี สาขาถนนโกสีย์ ตำบลปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ แต่วิ่งหนีไปได้แค่ 1 กม. ถูกพลเมืองดีจับตัวไว้ทัน   โจรคนนี้ทำท่าทีเป็นเลือกซื้อสร้อยคอทอคำหนัก 10 บาทจำนวน 2 เส้น และหยิบสร้อยทองติดมือวิ่งออกจากร้านทองหลบหนีไปแบบไม่มีจุดหมาย โดยโจรได้วิ่งไปถึงบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากร้านทองไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนถูกพลเมืองดี 2 คนของคณะเสือทองไหหนำศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ที่กำลังเดินทางมาแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพในงานตรุษจีนปากน้ำโพจับตัวไว้ได้    หลังจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ และทราบชื่อโจรภายหลังว่านายปรีชา อินนา อายุ 34 ปี พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จำนวน 2 เส้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวโจรรายนี้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการสอบสวน นายปรีชาให้การว่า ตัวเองมีอาชีพรับจ้างทำนา แต่ว่าช่วงนี้เกษตรกรในพื้นที่ไม่สามารถทำนาได้ เพราะประสบภัยแล้ง จึงตัดสินใจมาชิงทองที่ร้านดังกล่าว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/B8hCsxiq66I

 157
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 63

โจรบุกเดี่ยวควงปืนจี้ ธ.กรุงเทพ กลางกรุง แย่งปืน รปภ.ชิงเงินกว่า 9 แสน

โจรควงปืนบุกเดี่ยวชิงเงินในธนาคารกลางกรุง ได้เงินไปเกือบ 9 แสนบาท พลเมืองดีวิ่งไล่ตามแต่ไม่ทัน วงจรปิดจับชัดตั้งแต่นาทีก่อนก่อเหตุ   เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ภายในธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ โลตัส ประชาอุทิศ ปากซอยประชาอุทิศ 58/2 โดยคนร้ายเป็นชายผอม สูงประมาณ 160 เซนติเมตร สวมหมวกกันน็อกสีชมพู ใส่หมวกโม่งคลุมใบหน้า บุกเข้าไปจี้แย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนกวาดเงินสดไปจำนวน 870,000 บาท หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี    ทั้งนี้ มีพลเมืองดี 2 คน เป็นพนักงานของแกร็บไบค์ ได้วิ่งไล่ตามคนร้ายไป แต่ไม่ทัน โดยได้ถ่ายคลิปวินาทีหลบหนีของคนร้ายเอาไว้ รวมถึงได้เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะนั่งอยู่หน้าห้าง เห็นคนร้ายสวมหมวกกันน็อกสีชมพู เข้ามาในธนาคารและเข้าประชิดตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนใช้ปืนจี้บังคับนำปืนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไป จากนั้นเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ 4 ขโมยเงิน ก่อนจะหลบหนีไป โดยตนเองและน้องชาย ได้วิ่งไล่ตามไปติด ๆ แต่ไม่ทัน   อย่างไรก็ตาม ตำรวจ สน.ทุ่งครุ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และไล่ตรวจสอบพยานและกล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นคาดว่า หนีไปทางถนนประชาอุทิศ ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b9imE1ofiSM

 9,956

Top