ค้นหา :

ผลการค้นหา "นิด้าโพล"

การเมือง
18 พ.ย. 62

'นิด้าโพล' ชี้ ปชช.หนุนคนนอก นั่งประธานศึกษาแก้ รธน.

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ” โดยทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,257 คน ระหว่างวันที่ 13-14 พฤศจิกายน 2562   ที่มาของประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ -ร้อยละ 59.11 ระบุว่า ควรมาจากคนนอกที่ไม่ใช่ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน และรัฐบาล -ร้อยละ 16.63 ระบุว่า ควรมาจากตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน -ร้อยละ 12.89 ระบุว่า ควรมาจากตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล -ร้อยละ 8.43 ระบุว่า ควรมาจากตัวแทนรัฐบาล -ร้อยละ 2.94 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ   ความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวคิด/พฤติกรรมเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่ประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญพึงมี -ร้อยละ 37.07 ระบุว่า เป็นคนที่ไม่ได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ อย่างชัดเจนจากรัฐธรรมนูญ 2560 -ร้อยละ 21.32 ระบุว่า เป็นคนที่สนับสนุนรัฐธรรมนูญ 2560 อย่างชัดเจน -ร้อยละ 15.19 ระบุว่า เป็นคนที่เคยร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน   ระยะเวลาในการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ -ร้อยละ 46.22 ระบุว่า ไม่เกิน 6 เดือน -ร้อยละ 32.06 ระบุว่า ไม่เกิน 1 ปี -ร้อยละ 11.14 ระบุว่า ไม่ควรมีกำหนดระยะเวลาในการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ  

 293
เศรษฐกิจ
06 ต.ค. 62

'นิด้าโพล' เผยคนส่วนใหญ่มอง 'ชิมช้อปใช้' เปลืองงบประมาณ ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ชิมช้อปใช้…ถูกใจหรือไม่ พบส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.37 ระบุว่า จะไม่ลงทะเบียน เพราะระบบและขั้นตอนการลงทะเบียนที่ยุ่งยากซับซ้อน ลงยังไงก็ไม่สำเร็จ โทรศัพท์ที่ใช้ไม่รองรับแอปพลิเคชัน เป๋าตัง    เมื่อถามถึงแผนการใช้จ่ายโครงการ ชิมช้อปใช้ ของผู้ที่ได้ลงทะเบียนแล้ว พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.52 ระบุว่า ได้ใช้/มีแผนจะใช้จ่ายที่ห้างสรรพสินค้า/ซุปเปอร์สโตร์     และเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการ ชิมช้อปใช้ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 27.36 ระบุว่า เปลืองงบประมาณ ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง    เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินโครงการ ชิมช้อปใช้ ของรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.19 ระบุว่า อยากให้ปรับปรุงโครงการให้ดีขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3_SIGMPNU2g  

 11,860
การเมือง
11 ก.ย. 62

นายกฯโต้โพลให้ รบ.สอบตกแก้เศรษฐกิจ ย้อนที่ผ่านมาก็ไม่เห็นมีรัฐบาลไหนสอบได้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง ผลสำรวจนิด้าโพลว่ารัฐบาลสอบตกและไม่มีเอกภาพ ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจว่า ต้องถามว่าโพลเหล่านั้นใครเป็นคนทำและใครเป็นคนตอบ รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งทำงานร่วมกันหลายพรรค หลายกระทรวง แต่ทุกอย่างทำงานอยู่ภายใต้รัฐบาล ที่มีตนเป็นผู้นำ   ซึ่งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มีปัญหาอยู่หลายเรื่องจึงจำเป็นต้องมี ครม.เศรษฐกิจ จากเดิมที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล แต่ขณะนี้มีรัฐมนตรีจากหหลายพรรค จึงเป็นเหตุผลที่ตนต้องไปคุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจเอง ซึ่งจะต้องนำความคิดจากหลายคนมาแชร์กัน และนำเข้าที่ประชุม ครม.ใหญ่ พิจารณาอีกครั้ง   ยืนยันการทำงานของ ครม.มีเอกภภาพ ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลสอบตก พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะมีรัฐบาลใดสอบได้ เพราะปัญหาสะสมทับซ้อนมายาวนาน ดังนั้นต้องไปดูว่ารัฐบาลนี้แก้ปัญหาได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการทำโครงสร้างพื้นที่ฐานที่มีการแก้ข้อกฏหมายต่างๆ เพราะหากไม่ทำ รัฐบาลนี้ก็จะทำงานต่อไม่ได้ ทุกอย่างสถานการณ์และปัจจัยภายนอกเป็นตัวกำหนด   อย่ามาพูดแผ่นเสียงตกร่อง โจมตีรัฐบาล เพราะไม่เป็นธรรมกับตน ต้องย้อนไปดูที่ผ่านมามีปัญหาอะไรบ้าง ขอให้ย้อนกลับไปดู ทุกอย่างจะต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหา และเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศจะยอมให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิม จึงอยากให้ทุกคนมีหลักคิดที่ถูกต้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3KxByXZfIGA

 1,951
เศรษฐกิจ
09 ก.ย. 62

นิด้าโพลชี้ คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ แก้ รธน.แล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น

นิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจของประชาชน เรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น?” จำนวน 1,260 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5 – 6 ก.ย. 2562   เมื่อถามประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน พบว่า   ร้อยละ 46.67 ระบุว่า รัฐบาลไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ร้อยละ 29.21 ระบุว่า สินค้าแพง รายได้ต่ำ ร้อยละ 24.13 ระบุว่า เป็นผลกระทบจากภาวการณ์เศรษฐกิจโลก ร้อยละ 22.54 ระบุว่า นักการเมืองไม่สนใจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ร้อยละ 20.79 ระบุว่า ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ   เมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนหากแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหรือไม่?   ร้อยละ 32.14 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย เพราะปัญหาเศรษฐกิจไม่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญเลย แก้ไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาล และขึ้นอยู่กับประชาชนมากกว่า   ร้อยละ 22.38 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ เพราะถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วรัฐบาลน่าสนใจขึ้น และเป็นการดึงดูดชาวต่างชาติมาลงทุนในประเทศมากขึ้น   ร้อยละ 22.14 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ เพราะไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับรัฐบาลมากกว่า และเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือไม่อยู่ที่ตัวบุคคลกับนิสัยการใช้จ่ายของคนไทยมากกว่า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Mf1uHI4OFkE

 550
การเมือง
10 ก.ค. 62

นิด้าโพล เผยผลสำรวจ ปชช. 58.29% อยากใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น

วันที่ 10 ก.ค. 62 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ‘ท่านอยากไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือยัง’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-9 ก.ค. 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,254 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการอยากไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา)   จากการสำรวจเมื่อถามถึงความต้องการของประชาชนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.29 ระบุว่า อยากไปใช้สิทธิมาก    รองลงมา ร้อยละ 18.66 ระบุว่า ค่อนข้างอยากไปใช้สิทธิ ร้อยละ 12.05 ระบุว่า ไม่อยากไปใช้สิทธิเลย ร้อยละ 8.61 ระบุว่า ไม่ค่อยอยากไปใช้สิทธิ และร้อยละ 2.39 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ   ด้านการพิจารณาของประชาชนในการตัดสินใจเลือกผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.41 ระบุว่า พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาในการทำประโยชน์เพื่อท้องถิ่น    รองลงมา ร้อยละ 33.17 ระบุว่า พิจารณาจากนโยบายการบริหารและการพัฒนาท้องถิ่นของผู้สมัคร ร้อยละ 31.58 ระบุว่า พิจารณาจากประวัติพฤติกรรมส่วนบุคคล ร้อยละ 27.59 ระบุว่า พิจารณาจากคุณสมบัติประวัติส่วนบุคคล เช่น อายุ การศึกษา อาชีพ    ร้อยละ 6.70 ระบุว่า พิจารณาจากพรรคการเมืองที่ผู้สมัครสังกัด ร้อยละ 4.23 ระบุว่า พิจารณาจากชื่อเสียงของผู้สมัคร ร้อยละ 3.99 ระบุว่า พิจารณาจากความสัมพันธ์ส่วนบุคคลกับผู้สมัคร เช่น เป็นพ่อ-แม่ ลูก-หลาน ญาติพี่น้อง-เพื่อน ร้อยละ 3.43 ระบุว่า พิจารณาว่าใครเป็นผู้สนับสนุนผู้สมัคร ร้อยละ 0.16 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ เลือกตามคนในครอบครัว และไม่พิจารณาจากอะไรเลยเพราะตั้งใจจะกาบัตรให้เสีย และร้อยละ 3.83 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ   เมื่อถามถึงความต้องการของประชาชนในการปรับเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.94 ระบุว่า ไม่อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นทุกตำแหน่ง รองลงมา ร้อยละ 26.48 ระบุว่า อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นในบางตำแหน่ง ร้อยละ 25.60 ระบุว่า อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นทุกตำแหน่ง ร้อยละ 13.64 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ และร้อยละ 3.34 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ    

 784
การเมือง
16 มิ.ย. 62

'นิด้าโพล' เผยผลสำรวจรัฐมนตรีที่ควรเฝ้าจับตามอง 41.16% ระบุ รมว.เกษตร

นิด้าโพล เผยผลสำรวจเรื่อง รัฐมนตรีที่ควรเฝ้าจับตามอง เมื่อถามถึง ตำแหน่งรัฐมนตรีที่สำคัญมากที่สุดในรัฐบาลชุดใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา? ร้อยละ 41.16 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ 19.82 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร้อยละ 17.68 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และร้อยละ 16.88 ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/pzNmriDQAu4

 754
การเมือง
12 มิ.ย. 62

นิด้าโพล เผย ปชช.ส่วนใหญ่ ไม่เชื่อ กระบวนการซื้องูเห่า เสนอ 120 ล้าน ให้ ส.ส.อนาคตใหม่

วันที่ 12 มิ.ย. 62 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ‘มีใครติดต่อซื้อ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่หรือไม่’ โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-11 มิ.ย.62 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,267 หน่วยตัวอย่าง    จากการสำรวจเมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชน เรื่องการติดต่อซื้อตัว ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ให้เป็นงูเห่า (ผู้ที่กระทำการขัดมติพรรค) ด้วยค่าตัว 120 ล้านบาท พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.28 ระบุว่า ไม่เชื่อว่ามีการเสนอค่าตัว ส.ส. พรรคอนาคตใหม่เพื่อให้เป็นงูเห่า เพราะ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีการติดต่อซื้อตัว ส.ส. ของพรรคฯ เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น    รองลงมา ร้อยละ 21.70 ระบุว่า เชื่อว่ามีการเสนอค่าตัว ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ให้เป็นงูเห่า แต่ค่าตัวไม่ถึง 120 ล้านบาท เพราะ เป็นกลยุทธ์ทางการเมืองและมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่บางส่วนระบุว่า 120 ล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่สูงเกินความเป็นจริง    ร้อยละ 15.23 ระบุว่า เชื่อว่ามีการเสนอค่าตัว ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ให้เป็นงูเห่าด้วยค่าตัวถึง 120 ล้านบาท เพราะ สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ มีความเป็นไปได้สูง และคาดว่าน่าจะจ่ายมากกว่า 120 ล้านบาท ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นเรื่องปกติของการเมืองไทย และร้อยละ 9.79 ระบุว่า ไม่แน่ใจ   เมื่อถามถึงว่าพรรคอนาคตใหม่ควรดำเนินการ เพื่อเอาผิดคนที่มาติดต่อซื้อตัว ส.ส. ของพรรคฯ หรือไม่ พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.27 ระบุว่า พรรคฯ ควรดำเนินการนำหลักฐานออกมาแสดง เพื่อเอาผิดคนที่มาติดต่อซื้อตัว ส.ส. ของพรรคฯ เพราะจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะที่บางส่วนระบุว่า เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ประชาชนรับทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ของพรรคฯ รองลงมา ร้อยละ 15.78 ระบุว่า พรรคฯ ไม่ควรดำเนินการใด ๆ เพราะ อาจจะทำให้เกิดผลเสีย หรืออันตราย ต่อพรรคฯและสมาชิกพรรคได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน และร้อยละ 6.95 ระบุว่า ไม่แน่ใจ     ข้อมูลจาก NIDA Poll   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ส.ส.อนาคตใหม่ปูดขบวนการซื้องูเห่า ค่าตัวพุ่ง 120 ล้าน    

 1,056
การเมือง
10 มิ.ย. 62

โพลสวนทางกัน 'นิด้าโพล' ชี้ ปชช.ดีใจบิ๊กตู่เป็นนายกฯต่อ 'สวนดุสิตโพล' เชื่ออยู่ไม่ครบวาระ

นิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องการเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชน เมื่อสมาชิกรัฐสภาลงมติ 500 เสียง เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า   ร้อยละ 26.77 ระบุว่า ดีใจ เดินหน้าประเทศไทยต่อไปได้ ร้อยละ 25.50 ระบุว่า เฉยๆ ใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ ร้อยละ 24.78 ระบุว่า ผิดหวัง ที่เศรษฐกิจของประเทศอาจต้องหยุดอยู่กับที่ไปอีกระยะหนึ่ง ร้อยละ 15.06 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 11.71 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 10.52 ระบุว่า พอใจที่ประเทศชาติจะเกิดความสงบ ร้อยละ 7.09 ระบุว่า ดูเหมือนว่ารัฐธรรมนูญกำหนดผลไว้ล่วงหน้าแล้วว่าใครจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 6.29 ระบุว่า กังวลว่าประเทศจะเกิดความขัดแย้งมากขึ้น ร้อยละ 2.63 ระบุว่า เป็นพิธีกรรมทางการเมืองเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ร้อยละ 2.07 ระบุว่า เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตย ร้อยละ 1.04 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ    เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่ออายุรัฐบาลใหม่ ร้อยละ 44.11 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้ครบ 4 ปี ร้อยละ 18.47 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี ร้อยละ 16.56 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี ร้อยละ 10.11 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ร้อยละ 5.50 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 3 ปี ร้อยละ 5.25 ระบุว่า ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ   ขณะที่สวนดุสิตโพล สำรวจความเห็น กรณี ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การอภิปรายเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี   เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร? กรณีพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ   อันดับ 1 รู้สึกผิดหวัง ไม่เป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรค 63.32% อันดับ 2 อยากเป็นฝ่ายรัฐบาล ต้องการตำแหน่งรัฐมนตรี 24.24% อันดับ 3 เป็นการปฏิบัติตามมติของพรรค ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ 21.29%   ประชาชนเห็นด้วยกับเงื่อนไข 3 ข้อที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นต่อพรรคพลังประชารัฐหรือไม่?   อันดับ 1 เห็นด้วย 61.79% เพราะ จะได้ดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เป็นข้อเสนอที่ทำเพื่อประชาชนและส่วนรวม สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของพรรค ฯลฯ อันดับ 2 ไม่เห็นด้วย 38.21% เพราะ เป็นเพียงการหาเหตุผลและข้ออ้างในการเข้าร่วมรัฐบาล อาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไม่ปฏิบัติตามที่เสนอไว้ได้ ไม่น่าเกิดขึ้นได้จริง ฯลฯ   ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ อันดับ 1 เป็นการตัดสินใจที่ไม่เคารพเสียงประชาชน ไม่เป็นไปตามที่หาเสียงไว้ 58.20% อันดับ 2 เลือกฝ่ายที่ได้เปรียบเพื่อผลประโยชน์ของพรรค 26.32% อันดับ 3 ขอให้ทำตามนโยบายของพรรค ทำงานเพื่อบ้านเมือง 19.84%   ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีพรรคการเมืองแย่งกันเข้ามาบริหารกระทรวงหลัก อันดับ 1 เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เป็นกระทรวงที่มีงบประมาณมาก 72.27% อันดับ 2 ควรคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เลือกให้ถูกคนถูกงาน 18.87% อันดับ 3 ควรรีบจัดสรรและจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด 16.91%   ประชาชนคิดว่ารัฐบาลใหม่ จะอยู่ครบวาระหรือไม่? อันดับ 1 อยู่ไม่ครบวาระ 73.65% โดยคาดว่าอยู่ไม่เกิน 1 ปี (แบ่งเป็นคาดว่าอยู่ไม่เกิน 6 เดือน 34.07%, คิดว่าไม่เกิน 2 ปี 20.02%, 12.95% ไม่เกิน 1 ปีครึ่ง, 6.61% เพราะ เป็นรัฐบาลปริ่มน้ำ มีเสียงไม่มากเพียงพอ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถูกคัดค้านต่อต้าน ทำงานรูปแบบเดิมๆ สถานการณ์บ้านเมือง ณ วันนี้ ไม่มีเสถียรภาพที่แน่นอน ฯลฯ)   อันดับที่ 2 คิดว่าอยู่ครบวาระ 4 ปี 26.35% เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อสานต่อการทำงานของ คสช. มี ส.ว. 250 เสียง มีการวางแผนเตรียมการไว้แล้ว ฯลฯ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BpYHc0Lx7Mo

 2,695
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
10 มิ.ย. 62

โพลสวนทางกัน 'นิด้าโพล' ชี้ ปชช.ดีใจบิ๊กตู่เป็นนายกฯต่อ 'สวนดุสิตโพล' เชื่ออยู่ไม่ครบวาระ

นิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องการเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชน เมื่อสมาชิกรัฐสภาลงมติ 500 เสียง เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า   ร้อยละ 26.77 ระบุว่า ดีใจ เดินหน้าประเทศไทยต่อไปได้ ร้อยละ 25.50 ระบุว่า เฉยๆ ใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ ร้อยละ 24.78 ระบุว่า ผิดหวัง ที่เศรษฐกิจของประเทศอาจต้องหยุดอยู่กับที่ไปอีกระยะหนึ่ง ร้อยละ 15.06 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 11.71 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 10.52 ระบุว่า พอใจที่ประเทศชาติจะเกิดความสงบ ร้อยละ 7.09 ระบุว่า ดูเหมือนว่ารัฐธรรมนูญกำหนดผลไว้ล่วงหน้าแล้วว่าใครจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 6.29 ระบุว่า กังวลว่าประเทศจะเกิดความขัดแย้งมากขึ้น ร้อยละ 2.63 ระบุว่า เป็นพิธีกรรมทางการเมืองเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ร้อยละ 2.07 ระบุว่า เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตย ร้อยละ 1.04 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ    เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่ออายุรัฐบาลใหม่ ร้อยละ 44.11 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้ครบ 4 ปี ร้อยละ 18.47 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี ร้อยละ 16.56 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี ร้อยละ 10.11 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ร้อยละ 5.50 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 3 ปี ร้อยละ 5.25 ระบุว่า ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ   ขณะที่สวนดุสิตโพล สำรวจความเห็น กรณี ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การอภิปรายเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี   เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร? กรณีพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ   อันดับ 1 รู้สึกผิดหวัง ไม่เป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรค 63.32% อันดับ 2 อยากเป็นฝ่ายรัฐบาล ต้องการตำแหน่งรัฐมนตรี 24.24% อันดับ 3 เป็นการปฏิบัติตามมติของพรรค ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ 21.29%   ประชาชนเห็นด้วยกับเงื่อนไข 3 ข้อที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นต่อพรรคพลังประชารัฐหรือไม่?   อันดับ 1 เห็นด้วย 61.79% เพราะ จะได้ดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เป็นข้อเสนอที่ทำเพื่อประชาชนและส่วนรวม สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของพรรค ฯลฯ อันดับ 2 ไม่เห็นด้วย 38.21% เพราะ เป็นเพียงการหาเหตุผลและข้ออ้างในการเข้าร่วมรัฐบาล อาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไม่ปฏิบัติตามที่เสนอไว้ได้ ไม่น่าเกิดขึ้นได้จริง ฯลฯ   ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ อันดับ 1 เป็นการตัดสินใจที่ไม่เคารพเสียงประชาชน ไม่เป็นไปตามที่หาเสียงไว้ 58.20% อันดับ 2 เลือกฝ่ายที่ได้เปรียบเพื่อผลประโยชน์ของพรรค 26.32% อันดับ 3 ขอให้ทำตามนโยบายของพรรค ทำงานเพื่อบ้านเมือง 19.84%   ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีพรรคการเมืองแย่งกันเข้ามาบริหารกระทรวงหลัก อันดับ 1 เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เป็นกระทรวงที่มีงบประมาณมาก 72.27% อันดับ 2 ควรคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เลือกให้ถูกคนถูกงาน 18.87% อันดับ 3 ควรรีบจัดสรรและจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด 16.91%   ประชาชนคิดว่ารัฐบาลใหม่ จะอยู่ครบวาระหรือไม่? อันดับ 1 อยู่ไม่ครบวาระ 73.65% โดยคาดว่าอยู่ไม่เกิน 1 ปี (แบ่งเป็นคาดว่าอยู่ไม่เกิน 6 เดือน 34.07%, คิดว่าไม่เกิน 2 ปี 20.02%, 12.95% ไม่เกิน 1 ปีครึ่ง, 6.61% เพราะ เป็นรัฐบาลปริ่มน้ำ มีเสียงไม่มากเพียงพอ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถูกคัดค้านต่อต้าน ทำงานรูปแบบเดิมๆ สถานการณ์บ้านเมือง ณ วันนี้ ไม่มีเสถียรภาพที่แน่นอน ฯลฯ)   อันดับที่ 2 คิดว่าอยู่ครบวาระ 4 ปี 26.35% เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อสานต่อการทำงานของ คสช. มี ส.ว. 250 เสียง มีการวางแผนเตรียมการไว้แล้ว ฯลฯ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BpYHc0Lx7Mo

 2,695
การเมือง
09 มิ.ย. 62

'นิด้าโพล' เผยผลสำรวจการเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ พบปชช.เชื่อรัฐบาลใหม่อยู่ครบ 4 ปี

นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง สมัยที่ 2 ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,265 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา    จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชน เมื่อสมาชิกรัฐสภาลงมติ 500 เสียง เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 26.77 ระบุว่า ดีใจ เดินหน้าประเทศไทยต่อไปได้ รองลงมา ร้อยละ 25.50 ระบุว่า เฉย ๆ ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้   ขณะที่ร้อยละ 24.78 ระบุว่า ผิดหวัง ที่เศรษฐกิจของประเทศอาจต้องหยุดอยู่กับที่ไปอีกระยะหนึ่ง ร้อยละ 15.06 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 11.71 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 10.52 ระบุว่า พอใจที่ประเทศชาติจะเกิดความสงบ ร้อยละ 7.09 ระบุว่า ดูเหมือนว่ารัฐธรรมนูญกำหนดผลไว้ล่วงหน้าแล้วว่าใครจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี   ทั้งนี้ ร้อยละ 6.29 ระบุว่า กังวลว่าประเทศจะเกิดความขัดแย้งมากขึ้น ร้อยละ 2.63 ระบุว่า เป็นพิธีกรรมทางการเมืองเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ร้อยละ 2.07 ระบุว่า เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตย และร้อยละ 1.04 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ    อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่ออายุรัฐบาลใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.11 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้ครบ 4 ปี รองลงมา ร้อยละ 18.47 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี ร้อยละ 16.56 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี ร้อยละ 10.11 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน โดยมีร้อยละ 5.50 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 3 ปี และร้อยละ 5.25 ระบุว่า ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/E34cy2HfJC8

 2,186
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 มิ.ย. 62

'นิด้าโพล' เผยผลสำรวจการเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ พบปชช.เชื่อรัฐบาลใหม่อยู่ครบ 4 ปี

นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง สมัยที่ 2 ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,265 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา    จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชน เมื่อสมาชิกรัฐสภาลงมติ 500 เสียง เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 26.77 ระบุว่า ดีใจ เดินหน้าประเทศไทยต่อไปได้ รองลงมา ร้อยละ 25.50 ระบุว่า เฉย ๆ ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้   ขณะที่ร้อยละ 24.78 ระบุว่า ผิดหวัง ที่เศรษฐกิจของประเทศอาจต้องหยุดอยู่กับที่ไปอีกระยะหนึ่ง ร้อยละ 15.06 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 11.71 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 10.52 ระบุว่า พอใจที่ประเทศชาติจะเกิดความสงบ ร้อยละ 7.09 ระบุว่า ดูเหมือนว่ารัฐธรรมนูญกำหนดผลไว้ล่วงหน้าแล้วว่าใครจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี   ทั้งนี้ ร้อยละ 6.29 ระบุว่า กังวลว่าประเทศจะเกิดความขัดแย้งมากขึ้น ร้อยละ 2.63 ระบุว่า เป็นพิธีกรรมทางการเมืองเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ร้อยละ 2.07 ระบุว่า เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตย และร้อยละ 1.04 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ    อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่ออายุรัฐบาลใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.11 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้ครบ 4 ปี รองลงมา ร้อยละ 18.47 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี ร้อยละ 16.56 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี ร้อยละ 10.11 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน โดยมีร้อยละ 5.50 ระบุว่า อยู่ได้ไม่เกิน 3 ปี และร้อยละ 5.25 ระบุว่า ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/E34cy2HfJC8

 2,186
การเมือง
02 มิ.ย. 62

'นิด้าโพล' เผยคนส่วนใหญ่ไม่ชอบวิธีดำเนินงานทางการเมืองของ 'ประชาธิปัตย์' มองพรรคแตกแยก

นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องบทเรียนและบทบาทพรรคประชาธิปัตย์ จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,261 หน่วยตัวอย่าง   พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.83 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ/ไม่ชอบ วิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ รองลงมา ร้อยละ 18.00 ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่แย่งฐานคะแนนเสียงไปจากพรรคประชาธิปัตย์  ร้อยละ 17.05 ระบุว่า นักการเมืองส่วนใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์พูดเก่งอย่างเดียวแต่ปฏิบัติไม่เป็น ร้อยละ 15.31 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐแย่งฐานคะแนนเสียงไปจากพรรคประชาธิปัตย์  ร้อยละ 13.40 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ/ไม่ชอบ ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์  ร้อยละ 12.85 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ/ไม่ชอบ วิธีการดำเนินงานทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 11.66 ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กำหนดยุทธศาสตร์การหาเสียงที่ผิดพลาด ร้อยละ 11.58 ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศไม่สนับสนุน พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ ร้อยละ 2.85 ระบุว่า ประชาชนเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเอาชนะพรรคเพื่อไทยได้จึงตัดสินใจสนับสนุนพรรคอื่นแทน  ร้อยละ 2.46 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ถูกโกงการเลือกตั้ง  และร้อยละ 6.98 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน นโยบายของพรรคไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และพรรคไม่มีผลงานที่ชัดเจน    และเมื่อถามถึงความรู้สึกต่อบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 31.17 ระบุว่า พรรคฯ มีความแตกแยกมากเกินกว่าที่จะตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างรวดเร็ว  รองลงมา ร้อยละ 21.97 ระบุว่า พรรคฯ เดินเกมทางการเมืองต่อรองเพื่อตำแหน่งรัฐมนตรีที่ต้องการ ร้อยละ 17.61 ระบุว่า พรรคฯ แค่ชอบอ้างอุดมการณ์ของพรรค  ร้อยละ 14.83 ระบุว่า พรรคฯ ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค  ร้อยละ 13.48 ระบุว่า การต่อรองทางการเมืองเป็นเรื่องปกติของทุกพรรคการเมือง  ร้อยละ 7.53 ระบุว่า พรรคไม่มีบทบาททางการเมืองที่ชัดเจน  ร้อยละ 5.08 ระบุว่า พรรคฯ เดินเกมทางการเมืองต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน  ร้อยละ 4.76 ระบุว่า พรรคฯ ไม่มีเจ้าของที่ครอบงำพรรคจึงต้องใช้เวลานานในการตัดสินใจทางการเมือง  และร้อยละ 1.43 ระบุว่า พรรคฯ มีความเชี่ยวชาญเกมการเมืองในสภาเป็นอย่างมาก           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/uMOCdF9rE00

 1,249
การเมือง
16 ก.พ. 62

'สนธิรัตน์' โต้ 'มารดาประชารัฐ’ ไม่ได้ก็อป ปชป. - นิด้าโพล เผย 'บิ๊กตู่' เต็งหนึ่งประชาชนอยากให้เป็นนายก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านโยบายมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐ ลอกเลียนแบบนโยบายเกิดปั๊บรับแสนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นโยบายมารดาประชารัฐ ของเราเป็นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ เราจึงให้ความสำคัญตั้งแต่พัฒนาการตั้งแต่สตรีตั้งท้อง คลอดออกมาและเลี้ยงดูจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการในวัยเด็ก    นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมี 2 วัตถุประสงค์ที่แฝงในนโยบายมารดาประชารัฐ คือ การแก้ปัญหาโครงสร้างประชากร และขณะเดียวกันก็ต้องการให้เด็กมีคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาให้ได้รับโภชนาการทางอาหารที่มีคุณภาพ    ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะกล่าวหาว่านโยบายนี้ไปซ้ำซ้อนกับพรรคอื่นนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิด อีกทั้งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น หลายประเทศดำเนินการแล้วได้ผลดี พรรคพลังประชารัฐก็มีคณะทำงานด้านนโยบายที่ได้ศึกษาจากหลายๆประเทศมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย จนออกมาเป็นนโยบายมารดาประชารัฐดังกล่าว พร้อมยืนยัน ไม่คิดว่าเป็นการลอกเลียนนโยบายหรือซ้ำซ้อนกันแต่อย่างไร คิดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องคิดในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้กับประเทศ    นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน ภบท.5 ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า เราได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี และได้บรรจุการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคด้วย เช่น นโยบาย ส.ป.ก.4.0 ที่ได้นำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ส่วนเรื่องที่ดิน ภบท.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน คณะทำงานของพรรคก็จะได้แสวงหาทางออกให้สอดรับกับทิศทางที่ดำเนินการมาแล้ว โดยหลักการต้องมีการแสวงหาทางในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภบท.5 ให้ได้ แต่จะจัดการอย่าวไรขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีโจทย์สำคัญว่า ต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของนายทุน และนำไปใช้ประโยชน์อื่นที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ด้วย   และเป็นประจำทุกครั้งก่อนการเลือกตั้ง สำนักสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ พากันจัดอันดับความคิดเห็นด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับพรรคการเมือง ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง เกาะติดสถานการณ์ การเลือกตั้ง 2562 ผลปรากฏว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาอันดับหนึ่งหัวข้อ 'บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี' แต่ในหัวข้อ 'แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่' พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งกลับเป็น พรรคเพื่อไทย โดยอันดับความนิยมในโพล มีดังนี้   - หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง 2562 บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี (10 อันดับแรก)  อันดับ 1 ร้อยละ 26.06 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  อันดับ 2 ร้อยละ 24.01 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  อันดับ 3 ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ไม่แน่ใจ  อันดับ 4 ร้อยละ 11.43 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อันดับ 5 ร้อยละ 6.26 ระบุว่า ไม่สนับสนุนใครเลย  อันดับ 6 ร้อยละ 5.98 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 5.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  อันดับ 8 ร้อยละ 4.54 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  อันดับ 9 ร้อยละ 1.15 ไม่ระบุ  อันดับ 10 ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา   - พรรคการเมืองที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ (10 อันดับแรก) อันดับ 1 ร้อยละ 36.49 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 22.57 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ  อันดับ 3 ร้อยละ 15.21 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์  อันดับ 4 ร้อยละ 8.18 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่  อันดับ 5 ร้อยละ 4.97 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย  อันดับ 6 ร้อยละ 4.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ  อันดับ 7 ร้อยละ 3.06 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคใดเลย  อันดับ 8 ร้อยละ 1.39 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา  อันดับ 9 ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน  อันดับ 10 ร้อยละ 0.43 ระบุว่าเป็น พรรคไทยรักษาชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Vw0IFzEZOg  

 2,496
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
16 ก.พ. 62

'สนธิรัตน์' โต้ 'มารดาประชารัฐ’ ไม่ได้ก็อป ปชป. - นิด้าโพล เผย 'บิ๊กตู่' เต็งหนึ่งประชาชนอยากให้เป็นนายก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านโยบายมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐ ลอกเลียนแบบนโยบายเกิดปั๊บรับแสนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นโยบายมารดาประชารัฐ ของเราเป็นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ เราจึงให้ความสำคัญตั้งแต่พัฒนาการตั้งแต่สตรีตั้งท้อง คลอดออกมาและเลี้ยงดูจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการในวัยเด็ก    นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมี 2 วัตถุประสงค์ที่แฝงในนโยบายมารดาประชารัฐ คือ การแก้ปัญหาโครงสร้างประชากร และขณะเดียวกันก็ต้องการให้เด็กมีคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาให้ได้รับโภชนาการทางอาหารที่มีคุณภาพ    ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะกล่าวหาว่านโยบายนี้ไปซ้ำซ้อนกับพรรคอื่นนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิด อีกทั้งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น หลายประเทศดำเนินการแล้วได้ผลดี พรรคพลังประชารัฐก็มีคณะทำงานด้านนโยบายที่ได้ศึกษาจากหลายๆประเทศมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย จนออกมาเป็นนโยบายมารดาประชารัฐดังกล่าว พร้อมยืนยัน ไม่คิดว่าเป็นการลอกเลียนนโยบายหรือซ้ำซ้อนกันแต่อย่างไร คิดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องคิดในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้กับประเทศ    นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน ภบท.5 ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า เราได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี และได้บรรจุการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคด้วย เช่น นโยบาย ส.ป.ก.4.0 ที่ได้นำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ส่วนเรื่องที่ดิน ภบท.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน คณะทำงานของพรรคก็จะได้แสวงหาทางออกให้สอดรับกับทิศทางที่ดำเนินการมาแล้ว โดยหลักการต้องมีการแสวงหาทางในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภบท.5 ให้ได้ แต่จะจัดการอย่าวไรขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีโจทย์สำคัญว่า ต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของนายทุน และนำไปใช้ประโยชน์อื่นที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ด้วย   และเป็นประจำทุกครั้งก่อนการเลือกตั้ง สำนักสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ พากันจัดอันดับความคิดเห็นด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับพรรคการเมือง ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง เกาะติดสถานการณ์ การเลือกตั้ง 2562 ผลปรากฏว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาอันดับหนึ่งหัวข้อ 'บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี' แต่ในหัวข้อ 'แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่' พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งกลับเป็น พรรคเพื่อไทย โดยอันดับความนิยมในโพล มีดังนี้   - หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง 2562 บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี (10 อันดับแรก)  อันดับ 1 ร้อยละ 26.06 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  อันดับ 2 ร้อยละ 24.01 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  อันดับ 3 ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ไม่แน่ใจ  อันดับ 4 ร้อยละ 11.43 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อันดับ 5 ร้อยละ 6.26 ระบุว่า ไม่สนับสนุนใครเลย  อันดับ 6 ร้อยละ 5.98 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 5.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  อันดับ 8 ร้อยละ 4.54 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  อันดับ 9 ร้อยละ 1.15 ไม่ระบุ  อันดับ 10 ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา   - พรรคการเมืองที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ (10 อันดับแรก) อันดับ 1 ร้อยละ 36.49 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 22.57 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ  อันดับ 3 ร้อยละ 15.21 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์  อันดับ 4 ร้อยละ 8.18 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่  อันดับ 5 ร้อยละ 4.97 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย  อันดับ 6 ร้อยละ 4.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ  อันดับ 7 ร้อยละ 3.06 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคใดเลย  อันดับ 8 ร้อยละ 1.39 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา  อันดับ 9 ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน  อันดับ 10 ร้อยละ 0.43 ระบุว่าเป็น พรรคไทยรักษาชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Vw0IFzEZOg  

 2,496
การเมือง
21 ม.ค. 62

'นิด้าโพล' ชี้ส่วนใหญ่เลือก 'บิ๊กตู่' เป็นนายกฯต่อ แต่อยากให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล

นิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 6) ระหว่างวันที่ 2 – 15 มกราคม 2562   บุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (10 อันดับแรก)   อันดับ 1 ร้อยละ 26.20 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) อันดับ 2 ร้อยละ 22.40 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 11.56 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่) อันดับ 5 ร้อยละ 7.32 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย) อันดับ 6 ร้อยละ 7.28 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 7 ร้อยละ 3.28 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย (อดีตนายกรัฐมนตรี) อันดับ 8 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ (หัวหน้าพรรคเพื่อไทย) อันดับ 9 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย) และอันดับ 10 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น นายวิษณุ เครืองาม (รองนายกรัฐมนตรี)   พรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล (10 อันดับแรก) พบว่า   อันดับ 1 ร้อยละ 32.72 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 24.16 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 3 ร้อยละ 14.92 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 4 ร้อยละ 11.00 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่ อันดับ 5 ร้อยละ 5.76 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 8 ร้อยละ 0.92 ระบุว่าเป็น พรรคไทยรักษาชาติ อันดับ 9 ร้อยละ 0.56 ระบุว่าเป็น พรรครวมพลังประชาชาติไทย และอันดับ 10 ร้อยละ 0.52 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jVWjHDlAX3w

 3,991

Top