ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตามหา"

แชร์ออฟเดอะเดย์
27 พ.ค. 62

สงสารลูกชาย! พ่อโพสต์หา ‘ตุ๊กตาแมว’ หลังหล่นหาย ร้องถามหาไม่ยอมนอน ใครเจอรับ 5 พัน

วันที่ 27 พ.ค. 62 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก พัทธิ์ยศ ปกป้อง ภูมิไชยาร์ โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือ โดยระบุว่า ‘ผมมีเรื่องขอรบกวนเพื่อนๆ ครับใครพบเจอตุ๊กตาแมวช็อกชิพตามภาพที่น้องปกป้องถือ ซึ่งเป็นตุ๊กตาที่น้องปกป้องผูกพันมาก น้องต้องกอดตอนนอนตลอดเวลาเค้าผูกพันมาก   ถ้าไม่มีตุ๊กตาตัวนี้น้องจะร้องถามหาไม่ยอมนอน ซึ่งวันนี้ขณะเดินทางกลับจากที่ทำงานมาบ้านท่าฉาง ผมแวะเติมน้ำมันที่ปั้ม ปตท ดิโอวัลเล่ และ เดินทางต่อถึงบ้านท่าฉาง ใช้เส้นทาง 401เลี้ยวแยกสนามบินมาเส้นพุนพิน-ไชยา จนมาถึงบ้าน ระหวางทางตรงนี้ ตุ๊กตาของน้องปกป้องหล่นหายระหว่างทาง ใครพบเจอช่วยส่งคืนด้วยครับผมสงสารลูกครับ ใครพบเจอและนำมาส่งคืนผมให้รางวัล 5,000 บาท ครับ เบอร์ติดต่อ 084-839-5239. ฝากเพื่อนๆ ช่วยด้วยนะครับ’   จากการติดต่อไปยังนายพัทธิ์ยศ ภูมิไชยาร์ อายุ 39 ปี ชาว ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เล่าว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนพร้อม ภรรยา และ น้องปกป้อง บุตรชาย อายุ 2 ขวบ 9 เดือน ได้เดินทางกลับตาก อ.คีรีรัฐนิคม ระหว่างทางได้แวะที่ปั้มน้ำมัน ปตท. แห่งริมถนนสาย 41 ต.ท่าโรงช้าง 10    จากนั้นได้ขับรถกลับบ้าน แต่พอมาถึงบ้านไม่พบตุ๊กตาของลูก หาอย่างไรก็ไม่พบทำให้ลูกร้องกวนตลอดโดยเฉพาะในช่วงกลางคืนก็ไม่ยอมหลับยอมนอน เพราะไม่มีตุ๊กตาตัวดังกล่าวอยู่ข้างๆ    ทั้งนี้ จากการดูภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อ พบว่าระหว่างที่ลงจากรถ ลูกชายได้ลงไปด้วย และยังถือตุ๊กตาแมวช็อกชิพอยู่ จึงคาดว่าน่าจะหล่นหายตอนที่ตนกับลูกชายเข้าไปนั่งในรถ บริเวณลานจอดรถของร้านสะดวกซื้อ    นายพัทธิ์ยศกล่าวว่า ที่ผมประกาศตามหาตุ๊กตาให้ลูกชาย เพราะลูกชายติดตุ๊กตาตัวนี้มาก เพราะภรรยาซื้อให้เขาตั้งแต่แรกเกิด และอยู่ด้วยกันมาตลอด หลังจากที่ตุ๊กตาหายไปลูกชาย ไม่ยอมหลับยอมนอน ร้องหาแต่น้องช็อก ซึ่งเป็นชื่อเรียกตุ๊กตาของลูกชาย ตนจึงได้ตัดสินใจประกาศตามหา และพร้อมที่จะให้รางวัล จำนวน 5,000 บาท กับผู้ที่นำมาคืน  

 3,489
ครอบครัวบันเทิง
27 เม.ย. 61

'มิค บรมวุฒิ' โพสต์คลิปรถทับหมาหน้าบ้าน ก่อนขับต่อไม่ลงมาดู ส่วนหมาวิ่งเตลิด ยังตามไม่เจอตัว

มิค บรมวุฒิ นักแสดงหนุ่มสามีเบนซ์ พรชิตา โพสต์ภาพวงจรปิดในอินสตาแกรม เป็นเหตุการณ์ที่สุนัขที่เลี้ยงไว้ชื่อ แอปปเล วิ่งหลุดออกมาจากบ้าน ทำให้ถูกรถที่กำลังแล่นมาชนและเหยียบอย่างจัง โดยรถคันดังกล่าวไม่ได้หยุดจอดดูแต่อย่างใด โดยโพสต์ข้อความระบุ   "จิตใจเจ้าของรถคันนี้ทำด้วยอะไรครับขับรถชนและทับสุนัขบ้านผมไม่แม้แต่จะจอดลงมาดูขับต่อไปหน้าตาเฉย เหตุเกิดในซอยราชวิถี 2 ผมเข้าใจว่าสุนัขหลุดออกไปข้างนอกแต่จิตใต้สำนึกของความเป็นมนุษย์อย่างน้อยก็ควรจอดดูสักหน่อยมั้ยครับแล้วถ้าเกิดที่คุณชนไม่ใช่สุนัขแต่เป็นเด็กเล็กๆละครับ คุณจะว่ายังไง ขับต่อไปแบบที่ทำนี้เหรอ?   รบกวนใครรู้จักรถคันนี้กรุณาแจ้งหรือมีผู้รู้วิธีดูทะเบียนรถให้ชัดกว่านี้หรือสามารถสืบเจ้าของรถจากรูปร่างลักษณะรถและหมายเลขทะเบียนได้กรุณาแจ้งด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณทุกท่านทุกคนไว้ล่วงหน้าด้วยครับ ขณะนี้ยังหาสุนัขไม่เจอเลยครับเค้าตกใจวิ่งหนีเข้าไปในซอยตามหามาทั้งวันยังไม่เจอเลยครับ ถ้าใครพบเห็นแอปเปิ้ลกรุณาแจ้งที่หมายเลข 087-123-1115 ด้วยนะครับ"   ในเวลาต่อมา มิค บรมวุฒิ ได้โพสต์ความคืบหน้าแจ้งว่า ได้เจอตัวเจ้าแอปเปิ้ลแล้ว โดยระบุ   "เปิ้ลกลับมาแล้วครับ เพิ่งกลับมาเมื่อกี้เลยครับ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันโพสต์และช่วยตามหานะครับ ขอบคุณพลเมืองดีที่โทรมาแจ้งว่าเห็นเปิ้ลเดินกระเผลกกระเผลกอยู่ในซอย และเดินตามเปิ้ลมาจนเกือบถึงบ้าน ขอบคุณมากๆเลยนะครับ ขอบคุณทุกคนจริงๆเดี๋ยวกำลังจะพาไปหาหมอเลยครับ"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FlS6QLskcrU  

 4,413
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 61

ผวาอาถรรพ์ 'เขาสะแกกรอง' ชายขึ้นไปหาผักหวานป่า หายตัวกลายเป็นศพ ชันสูตรเจอเขี้ยวงูที่คอ คาดถูกงูเห่ากัด

สระแก้ว-ชาวบ้านนับร้อยเข้าไปค้นหาชาวบ้านที่เข้าไปหาผักหวานป่า และหายตัวลึกลับ 3 วันแล้ว พบนอนตายเป็นศพบนเขาสะแกกรอง ชาวบ้านผวาภูเขาแห่งนี้มีอาถรรพ์ หากใครขึ้นไปเพียงลำพังมักเป็นศพ ซึ่งชาวบ้านต่างบอกว่า มีชาวบ้านขึ้นไปตายนับไม่ถ้วนแล้วชาวบ้านจึงขนานนามว่า ดินแดนอาถรรพ์ ห้ามขึ้นไปเพียงคนเดียวโดยเด็ดขาด   ด้านภรรยาผู้ตายระบุ สามีได้ขึ้นไปบนเขาสะแกกรอง มา 2 ครั้งติดๆกัน โดยขึ้นไปเพียงคนเดียว และก่อนเสียชีวิต สามีได้ห่อข้าวบอกว่า จะขึ้นไปเก็บผักหวานบนเขาสะแกกรอง ตนเองได้ห้ามแล้วห้ามอีก แต่สามีก็ไม่ยอมฟัง ทางชาวบ้านนับร้อยคนต้องออกค้นหา แต่พอจุดธูปได้ไม่ถึง 10 นาที ชาวบ้านก็พบศพ   ทั้งนี้เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนขึ้นไปบนเขาแห่งนี้แล้วถูกผีตายโหงเข้าสิง แต่เขาขึ้นไปหลายคนเลยช่วยกันนำตัวลงมาได้ แต่สามีขึ้นไปเพียงคนเดียว เลยต้องตาย   ด้านพระครูปัญญา ศิริโชติ เจ้าอาวาสวัดเจริญสุข บอกว่า ที่ลำคอของผู้ตายคล้ายเขียวงู บนเขาแห่งนี้มีงูเห่ามากและตัวใหญ่ นอกจากนี้ยังมีความดุร้ายอีกด้วย อาจเป็นไปได้ว่าผู้ตายอาจถูกงูเห่ากัดตาย เนื่องจากใกล้ๆศพยังมีห่อข้าวของผู้ตายที่ห่อไปและยังไม่ได้กินเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SMtorytn2wE  

 23,198
ข่าวต่างประเทศ
13 มี.ค. 61

พลังโซเชียลฯ! สาวมาเลย์ตามหาแม่นานกว่า 10 ปี สุดท้ายได้เจอหลังโพสต์ในทวิตเตอร์แค่วันเดียว

สำนักข่าว mirror นำเสนอเรื่องราวน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ กรณี Ayu Razak หญิงสาวชาวมาเลเซีย ประกาศตามหาแม่ที่แท้จริงและได้เจอตัวสมความปรารถนา หลังโพสต์ในทวิตเตอร์เพียงแค่วันเดียว     สำหรับโพสต์ดังกล่าวแสดงภาพของมารดาซึ่งมีชื่อว่า Siti Rozani พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ทำงานและบ้านเกิดในรัฐซาบาห์เท่าที่หามาได้ เพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ตให้ช่วยแจ้งเบาะแส ภายในเวลาเพียงไม่นานทวิตดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปมากถึง 19,000 ครั้ง กระทั่งผ่านไป 18 ชั่วโมงเธอก็ได้รับการติดต่อจากน้องสาวของแม่ จนนำมาสู่การนัดพบหน้ากันเป็นครั้งแรกในเย็นวันเดียวกัน     หญิงสาววัย 22 ปี ฝันที่จะได้พบหน้าแม่มาตั้งแต่อายุ 12 ปี หลังจากทราบความจริงว่าตัวเองเป็นเด็กที่ถูกรับมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม แต่เมื่อวันที่รอคอยมาถึงจริงๆ เธอกลับไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร   [ซ้าย] แม่บุญธรรม [ขวา] แม่แท้ๆ   หญิงสาวที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวเปิดใจว่า เธอต้องการจะเชิญแม่ไปร่วมในงานแต่งงานของตัวเอง และตอนนี้เธอก็มีความสุขมากที่มีแม่ถึง 2 คน พร้อมเปิดเผยอีกด้วยว่าหลังจากแม่บุญธรรมอธิบายสาเหตุว่าเป็นเพราะตอนนั้นแม่แท้ๆ มีปัญหาบางอย่าง จึงจำเป็นต้องส่งเธอให้แม่บุญธรรมเลี้ยงดู เมื่อเธอได้ทราบเรื่องราวทุกอย่างก็ไม่รู้สึกโกรธและไม่เคยตำหนิแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงดู ทั้งยังรู้สึกยินดีที่จะได้เจอกับพี่น้องของตัวเองทั้ง 5 คนอีกด้วย  

 6,468
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 61

แตกตื่นทั้งหมู่บ้าน หวั่นหญิงชราหลงป่า ช่วยกันออกตามหาวุ่น ที่แท้มาเจอนอนชิลอยู่ในบ้าน

แพร่-ผู้ใหญ่บ้านรับแจ้งเหคุยายอายุ 77 ปี หายออกจากบ้านพักที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร ญาติระบุมีอาการอัลไซเมอร์ หลงๆลืมๆ เกรงว่าจะหลงเข้าป่า เนื่องจากศูนย์วิจัย ติดกับบริเวณป่าเขา จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ออกติดตามค้นหา   พร้อมด้วยคณะสงฆ์มาทำพิธีสวดมนต์เปิดป่าตามความเชื่อ ต่อมาพบว่ายายคนดังกล่าวยังนอนหลับอยู่ที่บ้าน ไม่ได้เข้าป่าตามที่ชาวบ้านเชื่อ และในช่วงเย็น เดินออกจากบ้านไปหาเห็ดได้เพียงเล็กน้อยก็เดินทางกลับบ้าน ไม่ได้หลงป่าตามที่ชาวบ้านแจ้งแต่อย่างดี ทำให้ชาวบ้านต่างโล่งอก กลายเป็นเรื่องโอละพ่อกันไป ซึ่งคุณยายก็สุขภาพแข็งแรงดี ไม่ได้หลงป่ากันแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l8kSODvi_FU  

 1,060
ข่าวภูมิภาค
08 ก.พ. 61

แม่ร้องปวีณาลูกชายวัย 1 ขวบเศษ ที่น้องสามีขอไปเลี้ยง ถูกคนข้างห้องพาหายตัวไป หวั่นเป็นแก๊งลักเด็ก

ปทุมธานี-ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี น.ส.ณัฐฐา อยู่คำ อายุ 20 ปี ชาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอให้ช่วยติดตามตัว น้องกร ลูกชายวัย 1 ขวบ 6 เดือน ซึ่งถูกนางสาวเกตุวดี เกตุจีน อายุ 25 ปี ซึ่งเป็น อา (น้องสาวสามี) ขอไปเลี้ยง อ้างช่วยแบ่งเบาเวลาที่ตนไปทำงานต่างจังหวัด แต่ผ่านไปร่วม 3 เดือน ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนล่าสุดมาบอกว่าลูกของตนถูกคนข้างห้องที่ฝากเลี้ยงอีกทีขโมยไปแล้ว ตนจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.สวรรคโลก เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงตัดสินใจร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x5uhha51i7Y  

 7,433
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

เก่งกับเด็ก! เร่งตามตัวชายปริศนา เตะก้านคอใส่ ด.ช.ล้มคว่ำกลางฟุตปาธย่านรามคำแหง

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชัยมงคล ชาตินาฝาย ขณะที่แม่พาลูกชายเดินมาด้วยกันบนฟุตปาธ แต่จู่ๆเกิดมีชายคนหนึ่งที่เดินสวนมา ยกขามาเตะก้านคอใส่เด็ก ทำให้เด็กล้มได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางความตกตะลึงของแม่ เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เหตุเกิดบริเวณถนนรามคำแหงระหว่างซอย 83-85   ทั้งนี้ล่าสุดทางแม่ได้เข้าแจ้งความกับ จนท.ตำรวจแล้ว อย่างไรก็ตามมีข้อมูลจากชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวว่า ชายผู้ก่อเหตุอาจเป็น รปภ.แถวอาคารย่านรามคำแหง มักมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงดังกล่าว ทั้งนี้ไม่แน่ใจว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ ล่าสุดยังติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุไม่พบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iT-6SrKVJew  

 39,227
ข่าวภูมิภาค
15 ม.ค. 61

2 นทท.ต่างชาติซาบซึ้ง กู้ภัยสุราษฎร์ฯเข้าช่วยปลอดภัย หลังเดินพลัดหลงป่า น้ำตกเกาะสมุย

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุระทึกกลางดึก นักท่องเที่ยวต่างชาติชายหญิง ชาวสเปนและบราซิลเดินเที่ยวบนน้ำตกหน้าเมือง 2 ของเกาะสมุยเพลินจนมืดค่ำ หาทางกลับไม่ได้ ก่อนใช้โทรศัพท์มือถือส่งโลเคชั่นขอความช่วยเหลือ จากเจ้าของบังกะโล พร้อมประสานงานหน่วยกู้ภัย ตำรวจ ระดมค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะสภาพพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวหลงนั้นเป็นภูเขาสูงชันบริเวณน้ำตกหน้าเมือง 2 ประกอบกับสภาพอากาศที่มืดมิด   จนท.ต้องกระจายกำลังออกค้นหาด้วยการเดินเท้า และใช้วิธีตะโกน ส่งเสียงดัง หลังจากตะโกนเรียกไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ชุดค้นหา  โดยได้มีเสียงตะโกนตอบรับกลับมา จากนักท่องเที่ยวทั้งสอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งเดินเท้าเข้าช่วยเหลือ ก่อนพบตัวนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรย เนื่องจากขาดน้ำและอาหาร จึงทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำตัวลงจากภูเขา ก่อนนำน้ำและเครื่องดื่มรสชาติหวานให้สองนักท่องเที่ยวได้ดื่มแก้อาการอ่อนเพลีย ทั้งนี้ หลังจากที่นักท่องเที่ยวทั้งสองออกมาได้ ก็ได้แสดงความขอบคุณ เจ้าหน้าที่ชุดค้นหา ในการทุ่มเทการทำงานจนพบตัว ทำให้มีความประทับใจอย่างมาก พร้อมกล่าวชื่นชมว่าทีมกู้ภัยชุดค้นหาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zf6-9jMKZJg    

 5,502
สังคม-อาชญากรรม
12 ม.ค. 61

มูลนิธิกระจกเงาเปิดสถิติ เด็กสมัครใจหนีออกจากบ้านถูกชักชวนผ่านโซเชียล แนะพ่อแม่ป้องกันลูกพลัดหลงเที่ยววันเด็ก

มูลนิธิกระจกเงา กระตุ้นสังคมและหน่วยงานรัฐ หลังพบเด็กหนีออกจากบ้านเกิดจากการชักชวนในโลกโชเชียล ขณะที่ตำรวจพร้อมเก็บดีเอ็นเอเด็กพลัดหลงพิสูจน์ความชัดเจน   มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยว่า สถิติปี 2560 มูลนิธิได้รับแจ้งเด็กหาย 402 คน พบปัญหาที่เด็กหนีออกจากบ้านเป็นความสมัครใจของเด็กเอง อายุเฉลี่ย 13-15 ปี เป็นเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กชายถึง 3 เท่า สาเหตุมาจากความรุนแรงในครอบครัว และถูกชักชวนไปอยู่กับแฟน รวมทั้งถูกโน้มน้าวจากคนรู้จักในโลกออนไลน์   ทั้งนี้ 3 ปีที่ผ่านมา แม้สถิติเด็กหายจะลดลง แต่ก็ถือว่ายังเป็นปัญหารุนแรง เนื่องจากเป็นเด็กหนีออกจากบ้านเกินกว่า 400 คนทุกปีอย่างไรตาม ยังพบว่าในรอบ 4 ปี มีเด็กที่แจ้งหายถูกฆาตกรรมจำนวน 12 คน โดยมี 3 ราย ที่ไม่สามารถจับผู้กระทำได้ เช่น ในพื้นที่ สน.บางเขน คดี ดญ.ชาวกัมพูชา อายุ 7 ขวบ ถูกฆาตกรรมเมื่อเดือนเมษายน 2557 คดีเด็กอายุ 2 ขวบ ถูกพบเป็นโครงกระดูก ที่นครศรีธรรมราช และเหตุเด็กอายุ 6 ขวบ ถูกฆาตกรรมที่ จ.ภูเก็ต   ทั้งนี้ สำหรับวันเด็กที่จะถึง แนะนำให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด อาทิ จดจำการแต่งกายก่อนออกจากบ้าน เขียนชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทรฯติดตัวเด็กไว้ป้องกันเด็กพลัดหลง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ukPg1YV3YVc  

 4,157
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ย. 60

เปิดวงจรปิดชายวัย 40 ต้องสงสัยลักพา 'น้องนัส' วัย 11 ปีจากสระบุรีไปอยุธยา วอนผู้พบเห็นแจ้งเบาะแสเพิ่ม

สืบเนื่องจากกรณีเด็กชายมนัส สีตะพงษ์ หรือน้องนัส อายุ 11 ปีซึ่งหายออกจากบ้านที่ ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2560 โดยน้องนัส สูง 130 ซม. หนัก 30 กก ผมสั้น วันที่หายสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงนักเรียนสีน้ำตาล เบาะแสจากพลเมืองดีเห็นว่าเด็กอยู่กับชายอายุประมาณ 40 ปี ผมสั้น ผิวดำ ผอม พูดภาษาอีสาน เดินเร่ขายไม้เกาหลังในพื้นที่สถานีขนส่งจังหวัดสระบุรี ตำรวจจึงเชิญตัวพลเมืองดีมา สเก็ตซ์ภาพผู้ต้องสงสัยและส่งภาพออกประกาศหาผู้ลักพาตัวเด็กตามสื่อต่างๆ นั้น   ล่าสุด พลเมืองดีแจ้งเบาะแสไปยังมูลนิธิกระจกเงาเพิ่มเติมว่า พบเห็นบุคคลตามภาพสเก็ตซ์และน้องนัส ที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุด จึงมีการลงพื้นที่ตรวจสอบเบาะแส ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และตำรวจ สภ.ภาชี พบพลเมืองดี ให้ข้อมูลว่า ชายอายุประมาณ 40 ปี ลักษณะเมาสุราถือถุงใส่เสื้อผ้าและสะพายย่าม พาเด็กเดินมาขออาหารรับประทาน โดยอ้างว่าเด็กคือลูกของตนเอง ซึ่งเด็กเหมือนภาพประกาศเด็กหายที่มูลนิธิกระจกเงาตามหา   และหลังจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบน้องนัส เดินอยู่กับชายอายุประมาณ 40 ปี บริเวณแยกหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 เวลาประมาณ 16.16 น. โดยลักษณะตามกล้องวงจรปิด ชายคนดังกล่าวกับน้องนัส เดินมาบริเวณสามแยก และคล้ายสอบถามเส้นทางกับบุคคลบริเวณนั้น จากนั้น พบว่าชายต้องสงสัยพาน้องนัสเดินวนไปมาในบริเวณดังกล่าวเกือบหนึ่งชั่วโมง โดยมีช่วงที่น้องนัส กับชายคนดังกล่าวเหมือนตกลงกันไม่ได้ว่าจะเดินไปทางใดต่อ   ทั้งนี้ ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งตำรวจบริเวณใกล้เคียงตรวจสอบทันที หรือแจ้งเบาะแสที่ มูลนิธิกระจกเงา โทรศัพท์ 0807752673     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8e-QIX_sU1U    

 32,521
ปากท้องร้องทุกข์
31 ต.ค. 60

มูลนิธิกระจกเงาโพสต์ตามหา 'น้องนัส' ด.ช.วัย 11 หายตัวจากบ้านในสระบุรี มีเบาะแสเดินเร่ขายไม้เกาหลังกับชายปริศนา

เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีเด็กชายมนัส สีตะพงษ์ หรือ น้องนัส อายุ 11 ปี ซึ่งหายตัวไปจากบ้านที่ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา   โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ได้เข้าพบ พันตำรวจเอกอนุสรณ์ กลิ่นขจร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสระบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวน ซึ่งเบาะแสล่าสุดจากพลเมืองดี พบเห็นน้องนัส อยู่กับชายอายุประมาณ 30-40 ปี ลักษณะเดินเร่ขายไม้เกาหลัง บริเวณสถานีขนส่งจังหวัดสระบุรี และในพื้นที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทางตำรวจได้กระจายกำลังกันออกติดตามหาข่าวบุคคลที่ประกอบอาชีพเร่ขายไม้เกาหลังในพื้นที่ และได้เชิญตัวพลเมืองดีมา สเก็ตซ์ภาพผู้ต้องสงสัยที่พาตัวเด็กไป    มูลนิธิกระจกเงา ขอประชาสัมพันธ์ หากบุคคลใดพบเห็นเด็กตามประกาศ และชายตามภาพสเก็ตซ์ โปรดแจ้งตำรวจบริเวณใกล้เคียงไปตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสได้ที่ มูลนิธิกระจกเงา โทร 0807752673   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jDBbldMu8Nc    

 60,981
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

พ่อรุดตรวจสอบทางลงช่องอานม้า หลังมีเบาะแสใหม่จุดฝังศพ 'ผอ.อ้อย'

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา   ล่าสุดพ่อ ผอ.อ้อย เผยจุดต้องสงสัยฝังศพลูกสาวอยู่ที่ทางลงจากช่องอานม้า เนื่องจากมีชาวบ้านพบเห็นรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ. อ้อยเข้ามาจอดในบริเวณดังกล่าวข้างรถยนต์ปิคอัพนานกว่า 2 ชม. พร้อมประกาศให้เงิน 1 ล้านบาทแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแส    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XAiEh2k-5Kg  

 1,237
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 60

พ่อพบกระดูกปริศนา มั่นใจเป็นของมนุษย์ หลังบุกไปค้นเจอถูกเผาในค่ายทหารใกล้บ้านพัก ‘ผู้กองเหน่ง’ ส่งพิสูจน์ใช่ 'ผอ.อ้อย' หรือไม่

ศรีสะเกษ-พ่อของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานหลายเดือน ได้พากันเดินทางไปที่กรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี โดยไปยื่นหนังสือกับ ผบ.กรมทหารราบที่ 6 เพื่อขอเข้าไปค้นหาร่องรอยหลักฐานการหายตัวไปของ ผอ.อ้อย   เนื่องจากว่าผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาคดีนี้มีบ้านพักอยู่ในค่ายทหารแห่งนี้ แต่ปรากฏว่า ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ทหารไม่ยอมให้ญาติพี่น้องเข้าไปทั้งหมด จะให้เข้าไปเพียง 20 คนเท่านั้น ซึ่งตนและญาติก็ได้แย้งว่า นายทหารระดับสูงเคยบอกกับตนว่า พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบพื้นที่ของทหาร ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารอนุญาติให้ตนและญาติพี่น้องทั้งหมดเข้าไปภายในค่ายทหารแห่งนี้   เมื่อกระจายกำลังเข้าไปค้นหาบริเวณด้านหลังแฟลตทหาร ซึ่งเป็นแฟลตร้าง โดยได้ค้นหาตามท่อน้ำเสียและท่อส้วมพบว่า บริเวณด้านหลังแฟลตร้างนี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณบ้านพักของผู้ต้องหารายนี้มากนัก ได้พบกองเถ้าถ่านกระดูกที่ถูกเผาโดยใช้กระดาษลักษณะคล้ายกับกระดาษสื่อสารวิทยุเป็นเชื้อเพลิง โดยกระดูกถูกเผาเป็นชิ้นๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นกะโหลกศีรษะ แต่ฟันที่พบไม่มีรากฟัน ซึ่งคาดว่าจะถูกเผาหลายรอบจนเศษกระดูกไหม้เกรียม และห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบผ้าปูที่นอนเป็นสีขาวคล้ายกับของทหาร มุมผ้าปูที่นอนทั้ง 4 ด้าน ยังมีปมผูกอยู่ทั้ง 4 ด้าน และมีรอยคล้ายกับคราบเลือดติดอยู่   ทางญาติจึงได้ช่วยกันเก็บเอาเศษกระดูกทั้งหมดใส่ถุง นำเอาไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ แจ้งว่า ให้นำเอากระดูกทั้งหมดไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนของคดีนี้ นำส่งไปตรวจพิสูจน์หาดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นดีเอ็นเอของ ผอ.อ้อยหรือไม่ อย่างไร ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้นำเอากระดูกที่ค้นพบไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ย.60 ที่ผ่านมา   โดยพ่อ ผอ.อ้อยคาดว่ากระดูกที่พบทั้งหมดนี้อาจจะเป็นกระดูกมนุษย์ เนื่องจากเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณกะโหลกศีรษะและฟันเป็นของมนุษย์ชัดเจน อีกทั้งชิ้นส่วนต่าง ๆ มีลักษณะคล้ายกับกระดูกมนุษย์มาก จึงขอฝากไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าขอให้ทุกท่านได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย ลูกใครใครก็รัก พวกตนและญาติพี่น้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อตามหา ผอ.อ้อย ลูกสาวสุดที่รักของตน ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นใจและช่วยเหลือตนและญาติพี่น้องและให้ความเป็นธรรมกับพวกตนในคดีนี้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GXxsf52biMs    

 24,034
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 60

ลุยป่าค้นหาสาวไทย อดีตภรรยาซีม่อน ล่าสุดยังไม่พบ ญาติคาดอาจถูกฆ่าหั่นศพโบกปูน

จากกรณีที่ทางครอบครัวได้ออกมาตามหา น.ส.นันทิยา แสงอุไร อดีตภรรยาของ นายซีมอน เบตัน ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าฝังโบกปูน หลังหายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่ปี 2558 นั้น   วานนี้(27 ก.ย.) นางนภา ทิมเย็น แม่ และนางยุพาพัชร์ อธิคมสิริกุล น้องสาว ของ น.ส.นันทิยา พร้อมด้วย นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความชื่อดัง เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย เพื่อวางแผนในการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่ใกล้เคียงบริเวณหมู่บ้านที่นายซีมอน และ น.ส.นันทิยา เคยพักอาศัยอยู่ โดยจุดแรกที่เข้าค้นหาคือบริเวณป่ารกร้าง ที่เป็นสวนเก่า ติดกับหมู่บ้าน   เจ้าหน้าที่ได้นำกำลัง 40 นาย เดินทางเข้าไปในป่ารกร้าง ตรงบริเวณที่ติดกับหลังบ้าน เนื่องจากมีข้อสงสัยจากทางครอบครัวว่า นายซีมอน อาจอำพรางศพด้วยการโยนข้ามกำแพงที่สูงกว่า 4 เมตร ข้ามมา ซึ่งการเดินทางเข้าไป เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดหญ้าเพื่อเปิดทาง ซึ่งจากการค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมงก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือผิดสังเกตุ   ต่อมาทางครอบครัวและญาติ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ ช่วยขุดดินตรงบริเวณที่สงสัยว่า นายซีมอน อาจนำศพ น.ส.นันทิยา มาฝังไว้ ภายในป่ารกร้างดังกล่าว เนื่องจากทางครอบครัวมีลางสังหรณ์ว่าศพอาจถูกฝังอยู่บริเวณนี้ ซึ่งก่อนที่จะทำการขุด นางนภา ได้จุดธูปทำพิธีเผื่อขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เปิดทาง ตามความเชื่อส่วนบุคคล   หลังจากการขุดค้นหานานกว่า 2 ชั่วโมง ปรากฎว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ มีเพียงกระสอบทรายที่ถูกนำมาทิ้งไว้ในบริเวณดังกล่าว ครอบครัวและญาติจึงตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ยุติการค้นหา แต่ยังมีความสงสัยว่า น.ส.นันทิยา อาจถูกอำพรางศพด้วยการโบกปูนไว้ภายในบ้าน    โดย นางยุพาพัชร์ น้องสาว เปิดเผยว่า พอใจกับการค้นหาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางครอบครัวก็คายความสงสัยตรงจุดนี้ ส่วนจุดอื่นที่ยังสงสัยคือบริเวณสะพานข้ามคลอง ที่อาจจะนำศพไปถ่วงน้ำไว้ ขณะที่ลูกชายของนายซีมอน ตนคาดว่าเขาน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวตน แต่ไม่ยอมบอก และโน๊ตบุ๊คที่ยังเป็นที่สงสัยว่าภายในอาจมีภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ที่จะทำให้รู้ว่าเกิดอะไรกับพี่สาวตน   ขณะที่ ทนายรณรงค์ บอกว่า ตอนนี้ยังมีจุดที่สงสัยอยู่อีกประมาณ 9 – 10 จุด คือบริเวณสะพานข้ามคลอง ซึ่งตนอยากจะให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นหา ตามสะพานต่างๆ ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากบ้านนายซีมอน เนื่องจากช่วงที่ น.ส.นันทิยา หายตัวไป ตอนนั้นนายซีมอน ใช้ยานพาหนะ คือรถจักรยานยนต์ หากจะอำพรางศพไม่น่าจะขี่ไปได้ใกล้ อีกทั้งพฤติกรรมที่ผ่านมาของนายซีมอน จะลงมือหั่นศพผู้เสียชีวิต แล้วนำไปโยนทิ้งน้ำ หรือไม่ก็โบกปูน   ซึ่งในวันนี้(28 ก.ย.) เจ้าหน้าที่จะจัดกำลังชุดดำน้ำเพื่อตรวจสอบ ตามจุดสะพานข้ามคลองต่างๆ บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงหมู่บ้านของนายซีมอน แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LFYK4EPRsYQ  

 1,521
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 60

สจ.ปราจีนฯพลเมืองดี รุดตามหาเจ้าของ หลังเจอเงินไหล 2 หมื่นคาตู้ atm

ปราจีนบุรี-นายมนตรี คงดี สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี และภรรยาพบเงินสดกว่า 2 หมื่น คาตู้โอนเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ตลาดอุดมสุข ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี ขณะไปทำธุรกรรมการเงิน จึงแจ้ง จนท.เพื่อตามหาเจ้าของ   ต่อมามีหญิงอายุ47ปี ได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าของเงินดังกล่าวโดยระบุว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ไปทำธุระกรรมเพื่อที่จะโอนเงิน ให้กับลูกสาว คือ นส นิภาพร ถนัดรบ เริ่มต้นคิดว่าได้ทำธุรกรรมครบถ้วนแล้ว จึงได้เดินออกจากตู้ ATM ดังกล่าว เมื่อตรวจสอบถามลูกสาว ทราบว่า เงินที่โอนเข้ายังไม่มีเงินเข้าจึงตกใจ และจะเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร แต่ได้มาเห็นโพสต์ ที่สจ .นำมาโพสต์ในโลกโซเชียลจึงได้ติดต่อกลับไป   ซึ่งอย่างไร ก็ตามในวันพรุ่งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ ตรวจสอบหลักฐานกับทางธนาคารก่อนว่าเป็นเจ้าของเงินของหญิงที่แสดงตนจริงหรือไม่ พร้อมกับให้ทางภรรยาของ สจ.ระบุว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันที่พบหรือไม่ ก่อนที่นำเงินมาทำธุรกรรมก่อนหน้านั้นหรือไม่ ถ้าเป็นคนเดียวกันก็จะคืนเงินให้ดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h27dSMdWdGA    

 2,587

Top