ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศพ"

ต่างประเทศ
16 ก.ค. 61

ชาวเน็ตอินเดียรุมจวก คนใจดำเซลฟี่กับเหยื่อรถชน-ไม่ยอมช่วย สุดท้ายไม่มีใครรอด

สำนักข่าว mirror เผยแพร่ภาพที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในโซเชียลมีเดียของอินเดีย ขณะชายหนุ่มคนหนึ่งถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับร่างผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บที่นอนอยู่บนพื้น หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์     รายงานข่าวระบุว่า ร่างของผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 3 คนนอนอยู่กลางถนนในสภาพเลือดท่วมตัว หลังรถมอเตอร์ไซค์ของพวกเขาชนเข้ากับรถโรงเรียน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 คน ส่วนอีก 2 คนที่เหลือได้รับบาดเจ็บสาหัส       ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เหยื่ออาจจะรอดชีวิตมาได้ทั้งหมดหากพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันปฐมพยาบาลหรือรีบพาส่งโรงพยาบาล แต่พวกเขากลับเลือกที่จะถ่ายเซลฟี่แล้วทิ้งให้คนเจ็บนอนรอตำรวจมาช่วยนานกว่า 30 นาที และน่าเศร้าใจที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล     ขณะที่ชาวเน็ตส่วนใหญ่พากันประณามการกระทำของพยานที่เห็นเหตุการณ์แต่กลับไม่ช่วย มิหนำซ้ำยังมีแก่ใจถ่ายภาพเซลฟี่ว่าเป็นเรื่องที่ไร้มนุษยธรรมอย่างร้ายแรง  

 4,369
ต่างประเทศ
06 มิ.ย. 61

ชายรัสเซียขุดเจอ ‘หัวกะโหลกคน’ ในแปลงผัก แทบช็อกหลังภรรยารับเป็นศพสามีคนแรกที่ตัวเองฆ่าตาย

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย กรณีชายคนหนึ่งค้นพบกะโหลกศีรษะของมุนษย์ฝังอยู่ในดิน ขณะกำลังปลูกมันฝรั่งในสวนหลังบ้านจึงรีบวิ่งไปบอกภรรยาวัย 60 ปี แต่คำตอบของเธอกลับยิ่งทำให้เขาตกตะลึง เพราะแท้จริงแล้วกะโหลกที่พบเป็นของสามีคนแรกของเธอนั่นเอง       รายงานข่าวระบุว่า หลังความจริงอันน่าตกตะลึงถูกเปิดเผย ภรรยาพยายามขอร้องสามีไม่ให้เขานำเรื่องไปบอกตำรวจและให้ลืมเรื่องนี้ไปซะ แต่เขากลับปฏิเสธแล้วรีบไปแจ้งตำรวจให้ทราบ     เบื้องต้นหญิงคนดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าเมื่อ 21 ปีก่อนได้ใช้ขวานสังหารสามีคนแรก ก่อนจะหั่นศพแล้วนำชิ้นส่วนมามาฝังดินไว้ในแปลงมันฝรั่ง แต่เธออ้างว่าทำไปเพราะป้องกันตัวเองเนื่องจากอีกฝ่ายเมาสุราและทุบตีเธอ โดยหลังจากก่อเหตุเธอก็แสร้งทำเป็นว่าเขาได้ไปทำงานที่อื่นและไม่เคยกลับมาอีกเลย เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็ได้แต่งงานใหม่ กระทั่งสามีคนที่2 เป็นผู้ค้นพบความลับนี้เข้าในที่สุด     ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งจากการขุดค้นในแปลงผักยังพบชิ้นส่วนของมนุษย์อีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้หากพิจารณาแล้วว่าเธอมีความผิดจริงฐานฆ่าคนตายก็ต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี    

 12,292
ต่างประเทศ
23 เม.ย. 61

ช็อก! หนุ่มญี่ปุ่นเพิ่งโทรแจ้งตร. หลังเก็บศพพ่อไว้ในบ้านนาน 2 เดือน อ้างงานยุ่งไม่มีเวลาจัดงานศพ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น กรณีลูกชายเก็บศพพ่อเอาไว้ในบ้านในกรุงโตเกียวนานถึง 2 เดือน โดยอ้างว่าเขางานยุ่งมากจนไม่มีเวลาจัดงานศพ     รายงานข่าวระบุว่า นายมาซาชิ คิโนชิตะ วัย 49 ปี ทิ้งศพของพ่อวัย 89 ปีที่เสียชีวิตเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในห้องรับแขก แทนที่จะนำร่างไปจัดพิธีฝังศพหรือเผาศพตามปกติ เนื่องจากเขากำลังยุ่งกับงานและไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไร กระทั่งเมื่อกลางสัปดาห์ก่อนเขาได้โทรแจ้งตำรวจ หลังเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบถึงการตายของพ่อ     ด้านตำรวจกรุงโตเกียวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย แต่ยังต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ชัดว่าชายชราเสียชีวิตจากสาเหตุใด     ทั้งนี้ตำรวจได้จับกุมตัวชายคนดังกล่าวหลังเจ้าตัวยอมรับว่าทิ้งศพจริง แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาจะได้รับโทษทางกฎหมายอย่างไรบ้าง    

 6,867
สังคม-อาชญากรรม
29 มี.ค. 61

พบศพทารกอายุครรภ์ 4 เดือน ใส่ถุงดำทิ้งบนรถเมล์สาย 12

ตร.สน.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งเหตุพบถุงดำ บนรถประจำทางสาย 12 ที่จอดอยู่ภายในอู่รถเมล์ ใกล้กับศูนย์วัฒนธรรม ถนนเทียมร่วมมิตร เมื่อตรวจสอบพบศพทารก อายุครรภ์ 4-5 เดือน อวัยวะครบ สภาพเน่าเปื่อย ถูกหนอนชอนไชตามร่างกาย คาดว่าน่าจะมีผู้โดยสารนำมาทิ้งไว้   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอู่รถเมล์ ระบุว่าคนขับรถเมล์พบเห็นถุงดำดังกล่าวบนรถประจำทาง เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา แต่ไม่กล้าเปิดดูหรือนำไปทิ้ง เนื่องจากเชื่อว่าผู้โดยสารหรือเจ้าของน่าจะกลับมารับของคืน กระทั่งเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาคนขับรถเมล์ ได้ตัดสินใจเปิดดู จึงพบว่าเป็นศพทารก จึงแจ้งให้ตำรวจเข้าตรวจสอบและนำไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีต่อไป   ด้านพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ระบุเบื้องต้นว่า จากการตรวจสอบคาดว่าทารกเสียชีวิตมานานแล้ว หลังจากนี้ฝ่ายสืบสวนจะลงพื้นที่หาหลักฐาน โดยจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่า มีบุคคลต้องสงสัยรายใดนำถุงดำมาทิ้งไว้หรือไม่ เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิง หรือผู้เป็นแม่ของทารกดังกล่าวเป็นผู้นำศพมาทิ้งไว้บนรถประจำทาง ดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zbd_DP2GE38    

 5,347
ข่าวภูมิภาค
27 มี.ค. 61

พบแล้ว! ร่างเด็กชายถูกคลื่นดูดลงทะเลจมหาย ซัดไกลเกือบกิโล หลังลงเล่นน้ำกับเพื่อน

พบร่างเด็กชายที่ถูกคลื่นดูดลงทะเลขณะลงไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆแล้ว ศพถูกคลื่นซัดไปไกลเกือบ 1 กิโลเมตร เพื่อนๆเตรียมบวชให้ ในขณะที่กำลังจะบวชสามเณรภาคฤดูร้อนในวันที่ 2 เม.ย. นี้   ความคืบหน้าเหตุการณ์กลุ่มเด็กนักเรียนจำนวน 5 คน ลงไปเล่นน้ำทะเลบริเวณชายทะเลหัวสะพานสนามชัย หมู่3ต.สนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา และถูกคลื่นดูดลงไปในทะเล 2 คน ช่วยขึ้นมาได้ทัน1คนคือ ด.ช.เอ อายุ 10 ปี และอีกคนยังสูญหาย นอกจากนี้ยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อ นายสุรพล สงวนนามสกุล อายุ 54 ปี ที่ลงไปช่วยลูกขึ้นมาได้และพยายามว่ายน้ำไปช่วยเด็กอีกคนแต่ตัวเองกับหมดแรงถูกคลื่นซัดเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานนี้   ล่าสุดวันที่ 27 มี.ค. 61 หลังจากที่พ่อแม่ และชาวบ้าน รวมทั้งญาติๆ ของเด็กที่สูญหายไปในทะเลได้ช่วยกันออกตามหาบริเวณชายทะเลก็พบร่างของน้องแล้ว โดยถูกคลื่นซัดมาเกยฝั่งห่างจากจุดที่ลงเล่นน้ำประมาณ1 กิโลเมตร โดยพบศพเมื่อช่วงตี 1 ที่ผ่านมา   ซึ่งทางญาติได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดประดิษฐ์สโมสร หรือ วัดสนามชัยนอก ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของพ่อแม่ญาติพี่น้องและเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเพื่อนๆจะบวชให้กับน้องภูมิด้วย สำหรับน้องภูมิ นั้นเตรียมที่จะบวชสามเณรภาคฤดูร้อนในวันที่ 2 เม.ย. นี้    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 11,720
สังคม-อาชญากรรม
23 มี.ค. 61

ญาติเศร้ารับศพเหยื่อรถทัวร์มรณะ 18 ศพ โชเฟอร์โผล่ป่าข้างทาง ยอมรับเสพยาบ้า คนเจ็บเผยนาทีคนขับตะโกนบอกเบรกแตก

ความคืบหน้าอุบัติเหตุ รถบัสนำเที่ยว หมายเลขทะเบียน 30-0161 กาฬสินธุ์ ประสบอุบัติเหตุ พลิกคว่ำลอยข้ามแบริเออร์ไปยังอีกฝั่งกระแทกต้นไม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และบาดเจ็บกว่า 40 ราย เหตุเกิดบริเวณถนนสาย304 ช่วงทางโค้งลาดชัน บ้านมะกรูดหวาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา   เมื่อวานนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยช่วงบ่าย ญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ารับศพ หลังจากแสดงหลักฐานและตรสจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเสร็จสิ้น โดยผู้เสียชีวิตส่สนใหญ่เป็นญาติพี่น้องกันและบางครอบครัวเสียชีวิตทั้งพ่อแม่ลูก เมื่อญาติรับศพแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุกและจังหวัดนครราชสีมา ลำเลียงผู้เสียชีวิตทั้งหมด นำส่งที่จังหวัดกาฬสินธุ์   ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายมนัส ช่วยพิมาย หัวหน้ากู้ภัยฮุก 31 เล่าว่า นาทีที่เข้าไปช่วยเหลือผู้โดยสารที่ประสบเหตุ ยอมรับว่าตกใจมากเพราะเห็นสภาพรถพับครึ่งนอนตะแคง มีเสียงคนเจ็บร้องขอความช่วยเหลือผสมกับเสียงร้องไห้ ตอนนั้นเร่งงัดร่างผู้บาดเจ็บนำออกมาทยอยส่งรพ.โดยขณะนั้นที่ลำเลียงผู้บาดเจ็บ ก็ได้ยินเสียงเด็กทุบกระจกส่งสัญญาณให้ช่วยเหลือ พอเข้าไปถึงเด็กคนนั้นก็หมดสติ แต่ก็สามารถรอดชีวิตออกมาได้   จากนั้นช่วงเย็น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นรถคันเกิดเหตุไม่ได้ตรวจสภาพรถตามกฎระเบียบขนส่ง ที่ต้องตรวจสภาพรถสองครั้งต่อปี ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากตัวบุคคลร่วมกับสภาพที่อาจจะมีปัญหาเพราะผู้รอดชีวิตระบุว่าคนขับแจ้งก่อนเกิดอุบัติเหตุว่ารถเบรกแตก ซึ่งต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง    ทางด้านพันตำรวจตรี วิษณุ คำโนนม่วง สารวัตรทางหลวง 1 กองกำกับการ 6 ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา กล่าวว่า จุดเกิดเหตุ เป็นจุดปราบเซียนที่มักเกิดอุบัติเหตุปล่อยครั้ง เพราะแนวทางลาดชันและโค้งหักศอกระยะทาง5กิโลเมตร ส่วนหนึ่งของอุบัติเหตุเพราะการใช้ความเร็วเกินที่กำหนด จุดที่เกิดเหตุกำหนดความเร็วไม่เกิน60กิโลเมตร แต่ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่มักขับเร็ว พอถึงทางลาดชันและโค้งก็ควบคุมรถไม่ได้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งเรื่องการชำนาญเส้นทาง จากการสอบถามผู้รอดชีวิตระบุว่า ตินเดินทางไปที่ จ.จันทบุรี ใช้เส้นทาง อ. ตาพระยา จ.สระแก้ว แต่ขากลับ หันมาให้เส้นทางนี้แทน   สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นพบว่ารถบัสคันนี้ ไถลพุ่งชนร้านค้าข้างทางเสียหายไป 5 ร้าน โดยคุณยายพัด เรียนจริง แม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า วินาทีเกิดอุบัติเหตุ ตนนั่งกินข้าวกับครอบครัว เห็นรถบัสลอยพุ่งข้ามถนนมาอีกฝั่ง แล้วไถลอัดกับต้นไม้ ตอนนั้นคิดว่าตัวเองไม่รอดแล้ว พอได้สติก็วิ่งไปช่วยผู้โดยสารในรถ และแจ้งเจ้าหน้าที่ พอกลับมาตรวจที่ร้านของตัวเองก็ต้องตกใจเพราะพบท่อนขาของผู้เสียชีวิตกระเด็นมาตกข้างถังน้ำแข็ง ข้างร้านด้วย   ด้านนายอานนท์ แสพลกรัง เจ้าของร้านขายของที่รถบัสไถลมาชนต้นไม้ข้างบ้าน เล่าว่า ตอนนั้นไม่คิดว่าจะรอดชีวิตเพราะตัวเองและครอบครัวนั่งกินข้าวกัน พอเห็นรถพุ่งมาก็กระโดดหลบลงไปที่ ที่นอนก่อนจะพาลูกและภรรยาคลานออกมาจากบ้าน เพราะหลังคาพังถล่มทับลงมา พอตั้งสติได้ตนก็นำไม้มาช่วยงัดร่างผู้บาดเจ็บออกมา   สำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้ หลังเกิดเหตุ ไม่มีใครพบคนขับรถ จนกระทั่ง ชุดสืบสวน สภ.อุดมทรัพย์ แจ้งว่า พบตัวคนขับรถแล้ว โดนเดินออกมาจากป่าข้างทางใกล้จุดเกิดเหตุ ในสภาพร่างกายอิดโรยมีบาดแผลที่แขน และหัวคิ้ว ทราบชื่อคือ นายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ44 ปี   โดยตำรวจชุดจับกุมเล่าว่าครั้งแรกนายกฤษณะ ให้การว่าไม่ใช่คนขับรถบัส แต่เจ้าหน้าที่เชิญตัวมาสอบปากคำ ก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถบัสที่เกิดอุบัติเหตุจริง โดยอาศัยช่วงชลมุนหลบหนีออกมา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ. ก็พบว่ามีปัสสาวะสีม่วง เจ้าตัวก็สารภาพว่า ก่อนออกเดินทางจาก จ.จันทบุรีได้เสพยาบ้ามา และหลังเกิดอุบัติเหตุก็อาศัยช่วงชลมุนหลบหนี สำหรับประวัติของคนขับเบื้องต้นพบว่าเคยมีประวัติถูกจับกุมคดียาเสพติด   ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่ สภ.อุดมทรัพย์ พบว่า เจ้าของรถบัสคันเกิดเหตุ เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำรวจสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าตัวมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เจ้าตัวระบุสั้นๆ ว่า เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น  พร้อมรับผิดชอบทั้งหมด ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก็สนิทกันไม่คิดจะมาเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d3y-TrNM2h8    

 35,838
ต่างประเทศ
20 ก.พ. 61

คู่รักเยอรมันมีเพศสัมพันธ์ในรถ สุดท้ายถูกพบเป็นศพเปลือย หลังสตาร์ตเครื่องสร้างความอบอุ่น

สำนักข่าว metro รายงานข่าวคู่รักชาวเยอรมนีมีเพศสัมพันธ์กันในรถยนต์ สุดท้ายถูกพบเป็นศพในสภาพเปลือยเปล่า หลังนอนหลับโดยที่ไม่ได้ดับเครื่องยนต์   ภาพประกอบข่าว   เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองบอททรอพเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีแนวโน้มเป็นไปได้ว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นชายวัย 39 ปี และหญิงวัย 44 ปี น่าจะติดเครื่องยนต์เพื่อสร้างความอบอุ่นในขณะร่วมรัก จนเป็นสาเหตุทำให้ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต แต่สาเหตุที่ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ เป็นเพราะรถคันดังกล่าวถูกจอดไว้ในโรงรถที่ปิดประตูเหล็ก กระทั่งตำรวจได้รับแจ้งจากครอบครัวของชายหนุ่มหลังเขาหายตัวไปนานหลายวัน จึงเข้ามาตรวจสอบและพบกับศพของทั้งคู่   ภาพประกอบข่าว   ทั้งนี้จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าไม่มีร่องรอยการก่ออาชญากรรม โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อไขความกระจ่างว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้ทางอัยการก็ได้มีคำสั่งให้มีการชันสูตรพลิกศพอีกด้วย   ภาพประกอบข่าว            

 10,608
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 61

ตร.เก็บชิ้นเนื้อ 4 ศพทารกถูกทิ้งหมกถังขยะ ตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ หญิงต้องสงสัย

จากกรณีพนักงานเก็บขยะเทศบาลเมืองหัวหิน พบซากทารก 4 ศพถูกห่อถุงดำทิ้งถังขยะที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจสันนิษฐานน่าจะมาจากคลินิกทำแท้งเถื่อน ขณะนี้เร่งหาเบาะแสคนนำมาทิ้ง สถานที่ลักลอบเปิดเป็นคลินิกทำแท้งเถื่อน ตรวจสอบสถานพยาบาลทุกแห่งในพื้นที่ และเก็บชิ้นเนื้อ 4 ศพทารกตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับหญิงต้องสงสัย ส่วนชาวบ้านต่างพากันสาปแช่งแม่ใจร้ายและคนที่นำศพเด็กมาทิ้งไม่กลัวบาป      เด็กทารกทั้ง 4 ศพ ขณะนี้ถูกเก็บไว้ที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาลหัวหิน โดย ร.ต.ท.สมิทธ์ เพชรประดิษฐ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หัวหิน ได้ทำการเก็บพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี และให้แพทย์เวรที่รับเรื่องคดีนี้เก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจหาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ และนำไปตรวจเปรียบเทียบผลดีเอ็นเอของหญิงต้องสงสัยที่มีการทำแท้งหรือแท้งลูกเพื่อพิสูจน์ความเป็นมารดา ขณะนี้ยังไม่ทราบตัวแม่ใจร้าย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตาม ทั้งนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนเสนอผู้บังคับบัญชาทำการสั่งฟ้อง ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้    จากการตรวจสอบของแพทย์โรงพยาบาลหัวหิน ระบุว่า เด็กมีอายุครรภ์ช่วง 6-8 เดือน จำนวน 2 ศพ อวัยวะครบ อายุครรภ์ 3-4 เดือน จำนวน 1 ศพ ร่างกายสมบูรณ์ และอายุครรภ์ 8-10 สัปดาห์จำนวน 1 ศพ สันนิษฐานเป็นการทำแท้ง เนื่องจากมีอายุครรภ์ที่แตกต่างกัน    นายสมจิตร์ ทับทิม พนักงานเก็บขยะเทศบาลเมืองหัวหิน เผยว่าเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 12 ก.พ. ตนและลูกน้องรวม 3 คน มาเก็บขยะภายในหมู่บ้านรวมสุข ขณะเครื่องดันขยะกำลังบีบดันถุงดำ สังเกตเห็นศีรษะของเด็กทารกโผล่ออกมา 1 หัว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ  ตนเองเก็บขยะมา 6 ปี ก็ไม่เคยพบเพิ่งเคยเจอนี่แหละเพราะไม่เคยเห็นใครนำทารกมาทิ้งแบบนี้   ด้านคดี พ.ต.ท.ไชยวิวัฒน์ จันทร รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.หัวหิน บอกว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรอบๆ ที่เกิดเหตุเพื่อหารถยนต์และบุคคลต้องสงสัยที่นำศพเด็กมาทิ้ง พร้อมทั้งตรวจสอบสถานบริการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ ในรัศมี 5 กิโลเมตร หาสถานที่ลักลอบเปิดเป็นคลินิกทำแท้งเถื่อน รวมถึงประสานโรงพยาบาลหาผู้ป่วยตั้งครรภ์ที่ตกเลือดด้วย เบื้องต้นสัณนิษฐานว่าอาจมีการทำแท้งในพื้นที่ ไม่น่าจะอยู่นอกพื้นที่ ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันตำแหน่งที่ตั้งได้อยู่ระหว่างการสืบสวน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,271
สังคม-อาชญากรรม
31 ม.ค. 61

ฆ่าโหด-ปาดคอ 2 สามีภรรยาเศรษฐี เจ้าของตลาดดังสระแก้ว คาคฤหาสน์หรู

สระแก้ว-เกิดเหตุสะเทือนขวัญ คนร้ายบุกฆ่าโหด นายพิพัฒน์ หรือกวง ตั้งพงศ์ทอง อายุ 71 ปี และนางสายันต์ จันทา อายุ 65 ปี สองสามีภรรยามหาเศรษฐีใน อ.คลองหาด เจ้าของตลาดชื่อดัง ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตคาคฤหาสน์หรู ที่ปลูกในเนื้อที่ ประมาณ 9 ไร่ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยสภาพศพทั้งคู่เกิดจากการถูกแทงและปาดคออย่างเหี้ยมโหด   จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบกล้องวงจรปิดทุกตัวถูกตัดสายขาดหมด คาดว่ากลุ่มคนร้าย คงจะเข้ามาทางด้านหลังตั้งแต่ช่วงหัวค่ำแล้ว และคงจะทราบเวลาเข้าออกของเจ้สายันต์และสามีเป็นอย่างดี   จากการสอบถามพยานทราบว่า บ้านหลังนี้อยู่กันแค่สองสามีภรรยาเท่านั้น โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งเสี่ยกวงและเจ้สายันต์กลับมาจากโรงเกลือ แวะเข้ามากินข้าวที่บ้าน โดยเสี่ยกวงสามีได้กลับออกไปก่อน พอสักพักเจ้สายันต์ก็ได้รับโทรศัพท์จากเสี่ยกวงว่า บ้านถูกงัด   จากนั้นเจ้สายันต์จึงรีบเดินทางกลับบ้านในเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเวลา 22.00 น. ตนก็โทรศัพท์ไปสอบถามทั้ง 2 คน แต่ก็ไม่มีใครรับสาย ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไร กระทั่งรุ่งเช้า ตนก็จะเข้าไปทำงานที่บ้านเจ้สายันต์ ตามปกติ พอเดินทางมาถึงที่โรงครัวของบ้านที่เกิดเหตุก็พบเจ้สายันต์นอนหงายนิ่งอยู่ เมื่อเข้าไปใกล้ จึงพบว่าถูกแทงเสียชีวิตแล้ว เมื่อเดินไปด้านหลัง ก็พบว่า เสี่ยกวง นอนคว่ำหน้าถูกแทงเสียชีวิตเช่นกัน จึงได้แจ้งตำรวจ   สำหรับนางสายันต์ เป็นเศรษฐีนี และเป็นเจ้าของตลาดสายันต์ในตลาดโรงเกลือ เป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง นอกจากนั้นยังเป็นนายทุนสนับสนุนนักการเมือง ที่สำคัญ ถึงขนาดมีนักการเมืองรุมจีบ เพื่อให้ช่วยสนับสนุน เนื่องจากหากเจ๊สายันต์ สนับสนุนนักการเมืองคนใดแล้ว นักการเมืองคนนั้นจะได้ชัยชนะอย่างแน่นอน จากการถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหดในครั้งนี้ ทางตำรวจได้ตั้งไว้หลายประเด็น ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองและธุรกิจ ซึ่งยังไม่ได้ตัดประเด็นใดออกไป แต่ตอนนี้ทางตำรวจได้เบาะแสของคนร้ายบ้างแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/loMWKbjcrm8    

 33,187
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 61

เร่งหาเบาะแสแท็กซี่รับวิศวกร ก่อนถูกยิงดับปริศนาทิ้งศพริมเจ้าพระยา

คืบหน้าการเสียชีวิตของนายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 56 ปี วิศวกรผู้รับเหมารายใหญ่ ที่ถูกยิงเสียชีวิต ศพถูกทิ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาใน จ.อยุธยา โดยทรัพย์สินในตัวนับล้านได้สูญหาย ซึ่งทาง ตร.ตั้งประเด็นชิงทรัพย์ ชู้สาว และความขัดแย้งทางธุรกิจ   ล่าสุดพลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เรียกชุดสืบสวน ภาค1 ชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน และนายตำรวจของอยุธยา ติดตามความคืบหน้าของคดี ได้เชิญตัว เพื่อน คนขับรถแท็กซี่ที่ผู้ตายเรียกใช้บริการประจำ เข้ามาให้ข้อมูลเนื่องจากจะรู้และทราบการเดินทางของผู้ตายเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นประโยชน์ในการคลี่คลายคดีพอสมควร และยังมีการตรวจสอบรถแท็กซี่ต้องสงสัยหลายคัน ไม่พบหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่อย่างไรซึ่งเป็นรถแท็กซี่พบจากกล้องวงจรปิดต้องสงสัยเท่านั้น ในที่ประชุมชุดสืบสวนได้นำแผ่นที่จำลองถนนเส้นทางเข้าออกจุดที่เกิดเหตุนำมาประกอบการประชุมอย่างละเอียด เพื่อหาพยานแวดล้อม พยานบุคคลและจุดการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่จะสาวไปถึงคนร้าย   ส่วนประเด็นการสังหาร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 บอกยังคงให้น้ำหนักทุกประเด็น ชู้สาว ชิงทรัพย์และขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ เพียงแต่แนวทางการสอบสวนให้น้ำหนักไปเพียงประเด็นใดประเเด็นหนึ่งแต่ไม่ขอบอก สำหรับการเสียชีวิตของผู้นั้นก็ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหรือฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งยังจุดที่เกิดเหตุ   อย่างไรก็ตามทางทีมสืบสวนตำรวจอยุธยา บางปะอิน ยังคงแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้ตายเดินทางพบกับพยานหลายคนก่อนตาย โดยจะแกะรอยให้ทราบว่าผู้ตายนั่งรถอะไรมาอยุธยาคืนวันเกิดเหตุให้ได้ ซึ่งรถต้องสงสัยมีหลายคันส่วนใหญ่เป็นรถแท็กซี่และหนี่งในนี้มีรถฟอร์จูนเนอร์ต้องสงสัยรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังได้เรียกสอบสาวทอมที่ทราบว่าผู้ตายเพิ่งรับเงิน 3 ล้านบาทมาเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HL3vHuFQlco    

 5,304
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 60

งงเลย! คนขับรถตู้ขับรถกลับบ้าน ผงะ พบศพ รปภ.ติดหน้ารถ ไม่รู้ลากมาไกล 3 กม.

นครปฐม-คนขับรถตู้โดยสารประจำทางสายกรุงเทพ-นครปฐม แจ้งพบศพผู้เสียชีวิตเกี่ยวอยู่ที่หน้ารถตู้ โดยที่ไม่ทราบว่าเฉี่ยวชนมาเมื่อใด จากการตรวจสอบพบเป็นศพของนายประเสริฐ ภู่ระย้า อายุ 57 ปี หัวหน้า รปภ. สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ที่ใต้ท้องรถบริเวณล้อหน้า แขนขาหัก ผิวหนังถลอก เนื้อหลุดช่วงแผ่นหลัง โดยมีเสื้อเกี่ยวอยู่กับเหล็กใต้ท้องรถยนต์ เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำศพออกชันสูตร   จากการสอบถามคนขับรถตู้ ให้การในเบื้องต้นว่า ตนเลิกงานแล้วจึงขับรถไปเติมแก๊สรถยนต์แถวบริเวณวัดไทร อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองนครปฐม ขับมาถนนเพชรเกษมแล้วเลี้ยวรถกลับเข้าบ้าน โดยใช้เส้นทางมาลัยแมน ในขณะที่กำลังลงมาจากสะพานได้สังเกตเห็นรถจยย.ล้ม แต่ไม่พบศพแต่อย่างใด จึงขับรถมุ่งหน้ากลับมาบ้าน เมื่อมาถึงต้องผงะเพราะมีศพติดมาด้วย แต่หน้ารถตู้ของตนไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชนแต่อย่างใดขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้เดินทางไปยังหน้าร้านอาหารกุ้งอบภูเขาไฟ พบรถจยย.ฮอนด้าเวฟ ล้มคว่ำอยู่แต่ไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน ซึ่งในจุดที่รถจยย.ล้มห่างจากจุดพบศพที่บ้าน นายจินดา มีระยะทาง 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จะนำรถมาตรวจสอบ   ทางด้านภรรยาของผู้ตาย ได้เดินทางมาดูศพพร้อมกับเปิดเผยว่า ผู้ตายทำงานเป็นหัวหน้า รปภ. กำลังจะเดินทางไปทำงานในช่วงค่ำ จนกระทั่งมารับแจ้งจาก ตร.ว่าเสียชีวิต จึงเดินทางมาดูศพ ก็ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใดหรือถูกรถอะไรชน จากนั้นส่งศพชันสูตรต่อไป ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายอาจอยู่ในอาการมึนเมา หรือเกิดจากอาการวูบหมดสติไปทำให้รถ จยย.ล้มลงโดยไม่มีใครพบเห็น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานกองพิสูจน์หลักฐาน 7 มาตรวจสอบเนื่องจากไม่พบร่องรอยการถูกชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/64orpoyUHWg  

 46,250
ต่างประเทศ
27 พ.ย. 60

สุดสลด! นศ.จีนคลอดลูกในหอพักก่อนโยนทิ้งจากชั้น4 พบยังไปเรียนตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวชวนสลดใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีพบศพเด็กทารกแรกเกิดถูกโยนทิ้งจากหอพักนักศึกษาของวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองซีอาน หลังจากผู้เป็นแม่เพิ่งจะคลอดออกมา     รายงานข่าวระบุว่า เหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นผู้มาพบศพของเด็กทารก หลังพบกองเลือดปริศนา เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบว่าเด็กไม่มีสัญญาณชีพแล้ว     ศพของทารกแรกเกิดซึ่งไม่ได้รับการเปิดเผยเพศตกกระแทกพื้นใกล้กับอาคารหอพัก หลังหญิงสาววัย 19 ปี ใช้ผ้าห่มห่อร่างแล้วโยนลงมาจากหน้าต่างชั้น 4 ช่วงกลางดึก ก่อนจะไปเข้าชั้นเรียนตามปกติในเช้าวันถัดไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น     ขณะที่อาจารย์ได้ออกมาเปิดเผยว่า ลูกศิษย์กำลังเรียนด้านการศึกษาปฐมวัย เป็นเด็กขยันไม่เคยขาดเรียน ที่ผ่านมาไม่มีใครรู้เรื่องที่เธอตั้งครรภ์แม้แต่พ่อแม่ เพราะเป็นคนค่อนข้างอวบและมักจะสวมเสื้อกันหนาวตลอด     ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริงถึงกรณีที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และกำลังพิจารณาว่าจะมีการตั้งข้อกล่าวหากับนักศึกษาสาวรายนี้หรือไม่ โดยภายหลังที่พบศพผู้ก่อเหตุได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการแล้ว      

 5,000
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 พ.ย. 60

กู้ภัยสุดงง! รพ.เก็บค่าจิตอาสา 500 บาท ชี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ลั่น "อย่าใช้คำว่าจิตอาสาให้ไปใช้คำว่า เข็นศพ แทนนะครับ"

สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้โพสต์ภาพใบเสร็จของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเกี่ยวกับค่าทำศพรวม 8 รายการ เป็นเงิน 5,750 บาท ซึ่งรวมไปถึงค่าจิตอาสา 500 บาท ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่า ค่าจิตอาสาต้องจ่ายด้วย โดยข้อความระบุว่า เพราะเหตุนี้ไง...ทำไมพวกเราถึงต้องจัดโลงฟรีให้ญาติผู้เสียชีวิต...เพราะตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ว่า #ไม่มีเงินห้ามตาย #งงชิบหายค่าจิตอาสา500บาท #ไม่แท๊กนะว่าโรงบาลไหนให้เห็นเอง #บอกไว้ก่อนนะครับทุกคนว่าค่าจิตอาสา500บาทนั้นไม่เกี่ยวข้องกับกู้ภัยที่นำร่างส่งนะครับ #เพราะฉะนั้นอย่าใช้คำว่าจิตอาสาให้ไปใช้คำว่า "เข็นศพ" แทนนะครับ  ป.ล.นี้ดีนะยังไม่มีค่าโลงกับฝากแช่       หลังจากที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ไปในโซเชียลมีเดีย ก็ทำให้มีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมองว่าเป็นการหากินกับผู้เสียชีวิต หรือทำเป็นเรื่องธุรกิจมากเกินไป   ข้อมูลบางส่วนจาก ข่าวสด

 11,961
ต่างประเทศ
15 พ.ย. 60

2 แบ็คแพ็คเกอร์สาวถูกพบเป็นศพคาโฮสเทลที่กัมพูชา แม่เผยคุยกันครั้งสุดท้ายลูกอาหารเป็นพิษ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าว 2 นักท่องเที่ยวสาวถูกพบเสียชีวิตภายในห้องพักของโฮสเทลแห่งหนึ่งในเมืองกัมปอต ประเทศกัมพูชา   ผู้จัดการโฮสเทลดังกล่าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่ นาตาลี เซมัวร์ วัย 22 ปี ชาวอังกฤษ และ แอ็บบี้ อามิโซลา วัย 27 ปี ชาวแคนาดา จะเสียชีวิตทั้งคู่มีอาการอาหารเป็นพิษ จึงแนะนำให้ไปพบแพทย์แต่พวกเธอเลือกที่จะนอนพัก กระทั่งมีคนมาพบในสภาพหมดสติ แม้จะรีบพาส่งโรงพยาบาลแต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้     ด้าน เวนดี้ โบว์เลอร์  อายุ 60 ปี แม่ของนาตาลี ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่ได้คุยกับลูกสาวผ่านโปรแกรมแชท WhatsApp เปิดเผยว่า ลูกรู้สึกไม่สบายเพราะอาหารเป็นพิษ และบอกว่าจะออกไปหาอะไรที่ช่วยให้ดีขึ้น      ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าทั้งคู่น่าจะซื้อยามากินเองโดยไม่มีใบสั่งจากแพทย์ โดยในที่เกิดเหตุพบว่ามียาตกอยู่ที่พื้นห้องอีกด้วย     สำหรับนาตาลีเดินทางจากอังกฤษมาสมทบกับเพื่อนเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังทั้งคู่รู้จักกันที่บาหลีเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอมีกำหนดเดินทางกลับเมื่อไหร่เพราะซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียว และไม่ได้มีแพลนเที่ยวแบบตายตัว    

 54,466
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ย. 60

ลูกสาววัย 16 เข้าฝันบอกจุดถูกฝังหลังหายตัวไป 5 ปี แม่ร้องปวีณาพาจนท.ขุดจนพบ

     จากกรณีที่ นางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรี ได้ร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าบุตรสาวของตนอายุ 16 ปี ได้หายสาบสูญไปนานกว่า 5 ปี ขณะนี้ได้เบาะแสว่าถูกทำร้ายเสียชีวิต และถูกนำศพมาซุกซ่อนอำพราง ไว้ที่ไร่บริเวณซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสนอ.เมือง จ.เพชรบุรี จึงได้ประสานตำรวจในท้องที่เพื่อตรวจสอบ         โดยเมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ต. วิศาล พันธุ์มณี รักษาราชการแทนผบก.ภ.จว.เพชรบุรี นำกำลังตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี และตำรวจกองปราบปราม เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว โดยได้ประสานงานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานจังหวัดเพชรบุรี ทำการขุดค้นหาบริเวณบริเวณใต้ต้นตาล ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ท้ายไร่ดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ขุดลึกไปประมาณ 1 เมตร พบห่อผ้าพลาสติกขนาดใหญ่ เปิดดูพบผ้าห่มห่อหุ้มถุงขยะพลาสติกดำ คลี่ออกพบโครงกระดูกมนุษย์ทั้งตัวเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานร่วมกับแพทย์ รพ.พระจอมเกล้าฯ นำศพขึ้นมาตรวจสอบ พบศพดังกล่าวสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกางเกงในสีเนื้อ ไม่พบเสื้อผ้าและหลักฐานอื่น แพทย์ชันสูตรศพพบกรามด้านซ้ายหัก ซี่โครงขวาหัก         ต่อมา เวลา 15.30 น.นางปวีณา นำนางจันทิราผู้ร้อง เดินทางไปที่เกิดเหตุ นางจันทิรา ยืนยันว่าเสื้อผ้ารูปร่างและเส้นผมที่ยังหลงเหลืออยู่ เป็นของบุตรสาวของตน ทั้งนี้นางจันทิรา เปิดเผยว่า เมื่อปี 2554 ได้มี น.ส.ปลา เพื่อนของตนได้มาบอกว่ามีคนที่รู้จักต้องการเด็กไปทำงานบ้านในพื้นที่กรุงเทพฯ ตนจึงได้อนุญาตให้ น.ส.จริยา บุตรสาวเดินทางไปทำงาน โดยได้พาไปส่งไว้ที่บ้านของแม่ของ น.ส.โม (นามสมมติ) นายจ้างในอำเภอเมืองเพชรบุรี         เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2554 จากนั้นนายจ้างได้เดินทาง จากกทม.มารับลูกสาวตนขึ้นไปทำงาน โดยสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวตนเป็นอย่างดี และจะพากลับมาหาทุกสัปดาห์ แต่ปรากฏว่านายจ้างไม่เคยพาลูกสาวกลับมาสักครั้ง ในช่วง 2 เดือนแรกตนได้ติดต่อกับลูกสาวเพียงโทรศัพท์ 2 ครั้งผ่านเบอร์ของนายจ้าง ครั้งสุดท้ายวันที่ 13 เมษายน 2554 ลูกสาวบอกว่าอยากกลับบ้าน จากนั้นโทรศัพท์ได้ตัดไปตนพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ตนเกรงลูกจะเป็นอันตรายจึงได้ให้ น.ส.ปลาติดต่อนายจ้างของลูกสาวแต่ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้ ต่อมานายจ้างได้ติดต่อมาและอ้างว่าลูกสาวตนได้หนีออกจากบ้านไป ตนจริงเข้าแจ้งความคนหาย ไว้ที่ สภ. เมืองเพชรบุรี         ต่อมานายจ้างได้ติดต่อกับมาอ้างว่าลูกสาวตนได้หนีจากบ้านไป ตนพยายามตามหาแต่ไม่มีวี่แวว กระทั่งช่วงกลางเดือนตุลาคม 2560 มีพลเมืองดีได้ให้เบาะแสตนว่าลูกสาวตนถูกนายจ้างซ้อมจนเสียชีวิตและนำศพมาฝังไว้ใกล้กับต้นตาลหลังบ้านของแม่นายจ้าง ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ประกอบกับ ตนได้ฝันว่าลูกสาวมาบอกจุดดังกล่าวเช่นเดียวกัน จึงประสานไปยังมูลนิธิปวีณา เพื่อช่วยเหลือ เนื่องจาก ครอบครัวของนายจ้างเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านดังกล่าวเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเป็นธรรม        ด้านนางปวีณา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2554 นางจันทิรา ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวไว้กับตนครั้งหนึ่งแล้ว ตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามค้นหาเบาะแสแต่ไม่มีความคืบหน้า กระทั่งได้รับทราบเบาะแสข้อมูลชี้จุดฝังศพครั้งนี้ ตนจึงประสานเจ้าหนาที่ดำเนินการตรวจสอบขุดค้นจนเจอศพ        เบื้องต้น พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก. 5 กองบังคับการปราบปราม ประสาน เจ้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมหลักฐาน และจะได้ส่งกระดูกดังกล่าวไปพิสูจน์ DNA และจะติดตามสืบหาผู้กระทำความผิด ส่วนทางแม่ของผู้เสียชีวิต ได้ร้องขอให้โอนคดีให้กองปราบดำเนินคดีหวั่นคดีไม่คืบ

 17,758

Top