ค้นหา :

ผลการค้นหา "เก๋ง"

สังคม-อาชญากรรม
12 ธ.ค. 61

ฝนตกถนนลื่น! เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน รถเก๋ง-กระบะ เสียหลักแหกโค้งทางลงเขาดอยขุนตาน ไร้คนบาดเจ็บ

วันนี้ (12 ธ.ค.61) เวลา 09.30 น ดาบตำรวจวัชระ นาคแก้ว ผู้บังคับหมู่กองกำกับการตำรวจทางหลวงลำปาง เข้าไปตรวจ สอบอุบัติเหตุในจุดเดียวกัน ถึง 2 ราย หลังจาก ฝนที่ตกลงมา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นฝนหลงฤดูในช่วงฤดูหนาวของจังหวัดลำปาง โดยมีรายงานว่าจากฝนที่ตกลงมา ทำให้ถนนลื่นและทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายๆจุดอย่างเช่นบริเวณ ถนน สายซุปเปอร์ไฮเวย์ ลำปาง เชียงใหม่ ขาล่องเข้าตัวจังหวัดลำปาง ในเขตพื้นที่ ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เหตุเกิดบริเวณโค้งแตงโมหรือโค้งร้อยศพ ตำบลเวียงตาล ช่วง ทางลงดอยขุนตาลได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ ดตโยต้า สีขาว ทะเบียน กค 8562 น่าน เป็นรถเก๋ง เสียหลัก แหกโค้ง ลงเขา หลังจากถนนฝนตกทางลื่น ทำให้รถเก๋ง พุ่งไปตกลงไปร่องน้ำริมถนน ทำให้เกิด รถชนเสียหาย กันชนหน้ารถและล้อหน้ารถ    โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงห้างฉัตรลำปาง ต้องมาอำนวยความสะดวกมา ช่วยเปลี่ยนล้อรถ ที่เสียหายและซ่อมกันชนรถ และหลังจากนั้น อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพราะว่าหวั่น จะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยทราบว่าคนขับรถคันดังกล่าว นั้น ขับรถมา ทางจ.เชียงใหม่ แต่ช่วงขับมาเป็น ทางโค้งลงเขา เป็นทางลาดชันประกอบกับฝนตกทางลื่น รถจึงเสียหลักแหกประสบเหตุดังกล่าว และอุบัติเหตุอีกคัน ก็เป็น รถกระบะ อีซูซุ เป็นรถบรรทุกสิ่งของ เป็นรถเปล่าระหว่างขับมาในจุดเดียวกัน ปรากฏว่ารถก็เสียหลักแหกโค้ง หลังจากถนนฝนตกทางลื่น   ส่วนเส้นทางดังกล่าว และโค้งจุดนี้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดย จุดนี้ ขนานนามว่า เป็นโค้งร้อยศพ แม้ว่าจะมีการทาสีแดง บนพื้นถนน และจำกัดความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรก็ตาม แต่ช่วงที่ขับมา หากขับรถ ไม่ชำนาญทาง และมีฝนตกทางลื่น มักจะเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำทุกครั้ง ด้าน พัน ตำรวจโทสันติ สุทธิชัย สารวัตรตำรวจทางหลวงลำปาง กองกำกับการ 5 ออกเตือนนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภาคเหนือ เตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณเส้นทางดังกล่าวในจุดจุดนี้ เป็นถนนสายลำปางเชียงใหม่ ให้ระมัดระวังเพราะว่าเป็นทางโค้งลงเขาดอยขุนตาน มัก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เตือนขับรถไม่ให้ เกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ให้ใช้ความระมัดระวัง  

 2,617
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ค. 61

สลด กลุ่มเด็ก 9 ขวบขี่จักรยานเล่นกับเพื่อน ถูกชายเมาขับเก๋งชนเสียชีวิต 2 ศพ

อุดรธานี-ตร.รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งชนเด็กน้อยวัย 9 ขวบเสียชีวิต 2 รายอยู่ถนนสายบ้านนาคำ-บ้านผือ โดยมีชายอายุ 47 ปี เป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้าคันก่อเหตุ มีอาการตกใจคล้ายคนเมาเหล้า ตรวจสอบภายในรถยังพบขวดสุราอยู่ด้วย   นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานสีชมพู 2 คัน สีแดง 1 คันพังยับ และยังพบเด็กที่รอดชีวิตในเหตุครั้งนี้อีก 2 ราย   ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่ารถเก๋งอาจจะขับมาเร็วด้วความเร็วสูงและคนขับมีอาการเมาสุรา ซึ่งขณะนั้นมีกลุ่มเด็กปั่นจักรยานอยู่ข้างถนนก่อนจะเฉี่ยวชนเด็ก ส่งผลให้เด็กเสียชีวิต 2 รายดังกล่าว ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว   ตร.แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียขีวิต ขณะเดียวกันผลตรวจเลือดวัดแอลกอฮอล์เกินที่กฏหมายกำหนด จึงแจ้งอีกข้อหามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนดขับรถ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tcTz4ywMbpQ  

 7,495
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

หนุ่มพลเมืองดีใจเด็ด งัดประตู-ดึงร่างคนติดในรถไฟลุกท่วม รอดตายหวุดหวิด

นครพนม-เกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้รถเก๋งไฟลุกท่วม สูงกว่า 2 เมตร ใกล้แยกบายพาส บริเวณชุมชนสารภาณนิมิต บ้านน้อยหนองเค็ม อ.เมือง   เจ้าหน้าที่จึงใช้ถังดับเพลิงและน้ำเร่งฉีดสกัด เพื่อให้เปลวเพลิงอยู่ในวงจำกัด ใช้เวลานานเกือบ 30 นาที หลังเพลิงสงบพบรถคันดังกล่าว ถูกเพลิงไหม้รถยนต์เสียหายเป็นซากทั้งคัน   จากการตรวจสอบพบบริเวณกันชนหน้าด้านซ้ายพังยับเสียหาย ประตูซ้ายฝั่งที่นั่งคนขับ 2 ฝั่งฉีกขาด เศษชิ้นส่วนรถปลิวประจัดกระจาย ก่อนโชคดีมีพลเมืองดีผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ใจเด็ดเข้างัดประตูและทุบกระจกเข้าช่วยเหลือทั้งที่มีไฟลุกท่วม ต้นขาซ้ายมีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดอาบหน้า บาดเจ็บสาหัส ได้นำร่างมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งรักษาที่ รพ.นครพนม อย่างเร่งด่วน   สอบสวนทราบว่า รถเก๋งที่มีนายณัฐกร พ่อค้าข้าวแกงวัย 37 ปี เป็นคนขับ ออกจากบ้านพักไปซื้อผงซักฟอกเพื่อจะมาให้ภรรยาซักผ้า ขณะมาถึงเกิดเหตุรถแล่นมาด้วยความเร็วสูง สันนิษฐานว่าคนขับรถอาจก้มหยิบของ ก่อนที่รถจะเสีย หลักพุ่งชน ต้นขี้เหล็กริมถนนทางหลวงอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว กระทั่งเกิดประกายไฟที่ห้องเครื่อง ก่อนเพลิงลุกลามไหม้ตัวรถเหลือแต่ซากดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2JhHEoljjfc    

 23,278
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 เม.ย. 61

ตร.ขอนแก่นแจงคลิป เก๋งเมาแล้วขับรถไหลปีนเกาะกลาง ยันตรวจแอลกอฮอล์แล้ว ก่อนปล่อยกลับบ้านรอมีสติแจ้งข้อหา

ขอนแก่น-คืบหน้ากรณี คลิปรถยนต์เก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ เคลื่อนฝ่าไฟแดง ที่สี่แยกไฟแดง ถ.มิตรภาพ หน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝั่งประตูมอดินแดง เหตุเกิดช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา   เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ย่อยมข.รับแจ้งเหตุ จึงไปตรวจที่เกิดเหตุ พบคนขับรถเก๋งอยู่ในอาการสลึมสะลือ คล้ายคนเมาแล้วหลับใน จึงเอาตัวออกมาจากรถและนำรถไปเก็บรักษาไว้ให้ ส่วนคนขับขณะเกิดเหตุยังไม่สามารถให้การใดๆได้ เจ้าหน้าที่จึงให้กลับบ้าน พักผ่อน เมื่อคนขับมีสติและพร้อมจะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าทำไมจึงมีการปล่อยตัวกลับบ้านได้   ซึ่งทาง ตร.ชี้แจงว่าก่อนจะส่งตัวกลับไปพักนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ไว้เรียบร้อย ซึ่งก็พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยของคนขับรถเก๋งรายนี้ ปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 130 มิลลิกรัม   ซึ่งเมื่อคนขับรถมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ขับรถประมาท ซึ่งในข้อหานี้นั้น สามารถเปรียบเทียบปรับได้ในชั้นพนักงานสอบสวน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก และแจ้งข้อหา ขับรถในขณะเมาสุรา ซึ่งในข้อหาเมาสุรานั้น พนักงานสอบสวนจะส่งฟ้องศาลในวันจันทร์ที่จะถึงนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gLKuetZPPno  

 2,494
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 61

พ่วงตู้คอนเทนเนอร์พุ่งชนท้ายรถเก๋ง ไฟลุกท่วมคลอก 3 ชีวิตสลด

ชลบุรี-รถพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ พุ่งชนท้ายรถเก๋ง จนเกิดไฟลุกไหม้รถยนต์เก๋งไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงมาฉีดน้ำ ใช้เวลาประมาณ20นาที เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมไฟเอาไว้ได้ พบมีผู้เสียชีวิตคาซากรถในสภาพถูกไฟเผาไหม้เกรียม จำนวน 3 ศพ เป็นหญิงอายุ 65 ปี ส่วนอีก2คนเป็นหญิงไม่ทราบชื่อและเด็กหญิงอายุประมาณ 3 ปี   สอบถามคนขับรถคอนเทนเนอร์เล่าว่า ตนขับรถตู้เปล่ามาจากแหลมฉบัง จะไปกบินทร์บุรี ยอมรับว่าเผลอหลับในจนพุ่งชนรถยนต์เก๋ง จนหน้ารถของตนติดอยู่กับรถเก๋ง จนรถข้ามฝากไปทั้งคู่จนเกิดไฟลุกไหม้ เนื่องจากท้ายรถยนต์เก๋งมีถังแก๊ส แอลพีจี จึงได้เปิดประตูออกมาวิ่งหนีตายพยายามที่จะเข้าไปช่วยคนที่อยู่ในรถเก๋ง แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้เนื่องจากไฟได้ลุกแรง จนไฟดับมารู้อีกทีว่าข้างในมีผู้เสียชีวิตถึง 3 ศพ ทำให้รู้สึกเสียใจมากพร้อมยอมรับผิดโดยไม่คิดหนีไปไหน   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดี ในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย ทางกู้ภัยและทางตำรวจจะได้ติดตามญาติให้รับทราบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B56xxQrrlPU

 2,648
ข่าวภูมิภาค
27 เม.ย. 61

คลิประทึก เก๋งชนสามล้อพ่วงข้าง ก่อนเสียหลักพุ่งเข้าร้านอาหารกลางเมืองหาดใหญ่ เจ็บ 4

สงขลา-เปิดคลิประทึก รถเก๋งชนสามล้อพ่วงข้าง บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 ตัดกับถนนนิยมรัฐ ภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนที่รถเก๋งจะเสียหลักพุ่งเข้าชนร้านอาหารไม่มีชื่อของนายอาเหลียง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ 4 แยกดังกล่าวได้รับความเสียหาย   มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย สาหัส 3 ราย คือคนขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และชาวบ้านซึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในร้าน กู้ภัยนำโรงพยาบาลหาดใหญ่ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   ทั้งนี้ ตร.จะรวบรวมพยานหลักฐาน จากกล้อง CCTV จุดเกิดเหตุ และ 4 แยก พร้อมสอบปากคำผู้คู่กรณี ทั้ง 2 ฝ่าย คนขับรถยนต์เก๋งและจักรยานยนต์พ่วงข้าง ซึ่งรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนสรุปสำนวนสั่งฟ้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rPfuRLyiSMw  

 998
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 61

สาวขับเก๋งตกคลอง ตร.เห็นพิรุธกอดกระเป๋าแน่น ตรวจเจอยาบ้าเกือบ 300 เม็ด

อ่างทอง-เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักตกลงไปในคลองได้รับความเสียหาย บริเวณคลองชลประทาน หมู่ที่ 5 ถนนคลองขุน-สามเรือน ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ ซึ่ง ตร.ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจสอบพบหญิงสาวมีพิรุธ อยู่ในสภาพเหมือนคนเมายาพูดจาไม่รู้เรื่อง   จึงขอทำการตรวจค้นพบยาบ้าในกระเป๋าสะพายจำนวนมาก พบยาบ้า 2 ถุงบรรจุถุงพลาสติกใส จำนวน 100 เม็ด และยาบ้าบรรจุถุงพลาสติกสีน้ำเงิน 169 เม็ด รวม 269 เม็ด ซุกซ่อนไว้อยู่ในกระเป๋าสะพาย จึงนำตัวไปสอบสวนขยายพลที่โรงพัก   เบื้องต้นหญิงคนดังกล่าวให้การว่า ตนเองได้เสพยาบ้ามาจากบ้านจำนวนหนึ่ง ส่วนยาบ้าที่อยู่ในกระเป๋าสะพาย ตนเองพบภายในรถคันดังกล่าวตกลงมาจากใต้ช่องเก็บของข้างคนขับ โดยรถยนต์คันดังกล่าวตนเองได้ขอยืมเพื่อนมาใช้ก่อนที่จะขับไปรับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่อยู่ต่างอำเภอ แต่ระหว่างทางพลาดท่ารถยนต์เกิดเสียหลักตกคลองชลประทาน ด้วยความมึนเมายาบ้า   พอดีเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนและกู้ภัย มาทำการช่วยเหลือ เกิดความหวาดระแวงว่าจะพบยาบ้า จึงกอดกระเป๋าสะพายไว้อย่างแน่น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจพบพิรุจจึงขอตรวจค้น จนพบยาบ้าดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบสวนขยายผลดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1rFv2WdGWx4    

 3,059
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 เม.ย. 61

พบแล้ว 'ฝาถังไซโล' คือวัตถุปริศนาตกกลางอากาศหวิดถูกเก๋ง จนถูกแซวเป็น ufo ลงจอดฉุกเฉิน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ลืม จีวร โพสต์ข้อความและภาพคลิปจากกล้องหน้ารถจับภาพเหตุการณ์ระทึกเมื่อมีแผ่นวัตถุปริศนาคล้ายสังกะสี ตกลงมากลางอากาศ หวิดถูกรถเก๋งที่ขับบนถนนในเวลาดังกล่าว หวิดเกิดอุบัติเหตุ และแซวว่าหรือจะเป็น UFO ขัดข้องลงจอดฉุกเฉินนั้น   ล่าสุดพบแล้วว่าวัตถุปริศนาดังกล่าวคือฝาถังไซโล โดยผู้จัดการบริษัทผสมปูนชื่อบริษัทวี แอนด์ พี โกลบอล จำกัด เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ช่วงเวลา 15.00 น. มีรถมาส่งปูนซีเมนต์ผงซึ่งขณะที่คนงานเป่าปูนเข้าไซโลอยู่นั้น ฝาถังได้เกิดระเบิดขึ้นและกระเด็นไปตกอยู่กลางถนน   หลังเกิดเหตุทางบริษัทได้นำรถเก๋งของประชาชนที่ขับผ่านที่เกิดเหตุไปเข้าศูนย์บริการเพราะมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด จากนั้นได้นำถังไซโลลงมาซ่อมแซม ส่วนสาเหตุของการเกิดระเบิดนั้น ตนยังไม่ทราบ แต่ก็โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8RHvpNvniTE

 7,452
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 เม.ย. 61

คลิปชายอ้างตัวเป็นทหารตบหน้าสาวไม่ยั้ง ฉุนไม่เปิดไฟเลี้ยว ผู้เสียหายยันเอาเรื่องถึงที่สุด

เพจเฟซบุ๊กชื่อ Red Skull Uprising ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชายที่อ้างตัวเองว่าเป็นนายทหารขับรถเก๋งโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว มาจอดเทียบข้างของรถที่หญิงสาวรายหนึ่งเป็นคนขับ แล้วลงมาทำร้ายร่างกาย ตบที่ใบหน้า ผู้หญิงคนขับ ที่บริเวณใกล้สี่แยกตลาดสดเทศบาลตำบลท่าลี่ อ.ท่าลี่ จ.เลย   จากการสอบถามหญิงสาวที่ถูกทำร้ายร่างกายในคลิปวิดีโอ คือนางสาววนิดา คำอ่อน หรือวิว อายุ 32 ปี เป็นชาว อ.ท่าลี่ จ.เลย โดยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ เวลาประมาณ 16.00 น. เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 ตนขับรถมาพร้อมกับหลานและน้า มาจอดรถหน้าร้านเซเว่นบริเวณหัวมุมสี่แยก ตรงข้ามตลาดเทศบาลตำบลท่าลี่ ขณะที่จอดรอน้าซื้อของอยู่นั้น ก็มีผู้ชายขับรถเก๋งโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ขับมาด้านหลัง แล้วบีบแตรไล่เสียงดังมาก ตกใจมาก คิดว่าตนขับรถไปเฉี่ยวเขาผู้ชายคนขับรถก็เปิดกระจกลงมาตะโกนด่าทออย่างรุนแรง ว่าตนไม่เปิดไฟเลี้ยว ซึ่งตนก็งง เพราะรถจอดอยู่ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขับไปทางไหน จึงไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว เพื่อไปจอดรถ   ด้วยความกลัวและตกใจมาก ตนจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอไว้ แล้วขับรถเลี้ยวซ้ายไปได้ประมาณ 20 เมตร ผู้ชายคนนั้นก็ขับรถตามมาจอดข้างๆ เปิดกระจกแล้วกล่าวขอโทษ เพราะเขามีท่าทีจะลงมาหาเรื่องทะเลาะ ตนเห็นท่าไม่ดี จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ หลังจากนั้นก็เข้ามาปัดโทรศัพท์ พร้อมต่อว่าไม่ให้ถ่ายคลิป จากนั้นก็เดินตาม แล้วก็ตบไปที่แก้มด้านซ้ายของตน อย่างแรงตนสองครั้ง ตนกลัวและตกใจมาก และน้าสาว จึงลงรถไปขอความช่วยเหลือ   หลังจากนั้นก็มีผู้ชายสองคน ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นตำรวจและโค้ชฟุตบอล ที่อยู่บริเวณนั้น ได้เข้ามาช่วย แล้วตนก็เดินข้ามไปนั่งอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยวอีกฝั่งหนึ่ง ผู้ชายคนที่ทำร้ายตนก็เดินเข้ามาจะเอาเรื่องอีก พร้อมต่อว่าตน แล้วก็บอกเป็นนายทหารใหญ่ และมีท่าทีจะเข้ามาทำร้ายตนอีก แต่โชคดีที่มีคนมาช่วยห้ามปรามไว้ ชายคนนั้นจึงขับรถออกไป หลังจากเกิดเหตุ ตนก็เข้าไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ท่าลี่ ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เอาเรื่อง แต่ญาติไม่ยอม ยังไงก็ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ทั้งนี้ ระหว่างการที่ น.ส.วนิดา พาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดเกิดเหตุที่หน้าร้านเซเว่นนั้น ได้พบกับหนึ่งในผู้ชายสองคนที่เข้าไปช่วยขณะเกิดเหตุ โดยบังเอิญ ซึ่ง น.ส.วนิดาได้ยกมือไหว้ขอบคุณ ที่ช่วยเหลือให้รอดพ้นจากการถูกทำร้ายร่างกาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LYzDKugTKIo

 25,893
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 เม.ย. 61

ผู้ป่วยคลิปเก๋งไม่หลบรถฉุกเฉินเสียชีวิตแล้ว ญาติผู้ตายอโหสิให้ ด้าน สพฉ. แจงชายในรถเป็น จนท.ในหน่วยงานจริง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kenzaa Standby ได้โพสต์คลิปรถฉุกเฉินคันหนึ่งได้เปิดสัญญาณไซเรนเพื่อขอทาง ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่นำตัวผู้ป่วยอาการหนักส่งไปยังโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางในช่องเลนขวาได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟต์ สีแดง ขับโดยไม่ยอมหลบให้ทาง และขับแช่อยู่เลนขวาตลาดเวลา จนกระทั่งเมื่อรถฉุกเฉินได้ขับตามไปได้สักระยะ ก็ได้ขับเบี่ยงแซงทางด้านซ้ายของรถยนต์เก๋งสีแดงคันดังกล่าว   ซึ่งขณะที่กำลังแซงนั้นพบว่า คนในรถยนต์เก๋งสีแดงได้ลดกระจกฝั่งซ้ายด้านข้างคนขับลง และคนที่นั่งข้างคนขับได้หันมามองด้วยสายตาแบบไม่เป็นมิตร ล่าสุดผู้ป่วยที่อยู่ภายในรถพยาบาลได้เสียชีวิตลงแล้ว ทำให้คลิปภาพดังกล่าวถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง   ด้านลูกสาวของผู้เสียชีวิต พ่อมีอาการสมองขาดออกซิเจน หากรักษาก็ทำได้แค่กลายเป็นเจ้าชายนิทรา ทางครอบครัวจึงตัดสินใจนำตัวพ่อจาก กทม.ส่งกลับมารักษาที่โรงพยาบาลครบุรี โคราช ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพื่อหวังให้บรรดาญาติพี่น้องทั้งหมดได้มาดูใจกันกับพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก็ถือว่ายังดีที่พ่อยังได้กลับมาสิ้นใจที่โรงพยาบาลภูมิลำเนาบ้านเกิด โดยในขณะช่วงเกิดเหตุมีแม่และน้องชายของตนนั่งไปในรถฉุกเฉินไปด้วย   ทั้งนี้ทางครอบครัวไม่ติดใจเอาความอะไรกับคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว และขออโหสิกรรมให้ เพราะอยากให้พ่อจากไปอย่างเป็นสุข แต่ก็อยากฝากบอกว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ ควรที่จะมีน้ำใจมากกว่านี้ เพราะรถฉุกเฉินที่ต้องเปิดไซเรน และสัญญาณไฟขอทางนั้นมีผู้ป่วยอยู่ในรถ ส่วนใหญ่ต้องเร่งส่งตัวไปทำการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะมีชีวิตเป็นเดิมพัน   ด้านคนขับรถฉุกเฉินคันดังกล่าว ระบุว่า ที่ไม่ขับเบี่ยงซ้าย เพราะเปิดไซเรนแล้ว หากรถเบี่ยงออกอาจกระทบต่อตัวผู้ป่วย จึงชี้ว่ารถคันหน้าควรเป็นฝ่ายที่เบี่ยงออก   ทั้งนี้ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความของชายที่นั่งในรถเก๋ง โดยอ้างว่า เป็นบุคลากรการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ต้องเปิดกระจกเพื่อต้องการส่งสัญญาณให้รถฉุกเฉินวิ่งออกซ้าย ส่วนคนขับเป็นแฟนของเขา ซึ่งเป็นผู้หญิง ทั้งนี้ยังไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม   ขณะที่ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุชายในรถเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานจริง แต่ไม่ใช่คนขับ คนขับคือแฟนสาวที่รู้สึกตกใจที่มีรถมาขับจี้และไม่ชำนาญการขับ ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนแล้ว และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป   อย่างไรก็ตามทาง สพฉ.ได้แนะนำแนวทางการหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉินในสากล ดังนี้   1.ผู้ขับขี่ควรตั้งสติเมื่อเห็นสัญญาณไฟและได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน   2.พยายามมองกระจกหลังเพื่อกะระยะของรถพยาบาลที่วิ่งมา   3.เมื่อพิจารณาปริมาณรถทั้งซ้ายและขวาที่อยู่ใกล้แล้วพบว่าไม่มีอันตรายและเราสามารถเบี่ยงชิดซ้ายได้ ให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วรถและเบี่ยงซ้ายเพื่อหลีกทางให้รถพยาบาลทันที   4.หากไม่สามารถหลีกทางได้ด้วยเพราะสภาพรถที่หนาแน่นและมีอันตราย ก็ให้หยุดชะลอรถให้นิ่งเพื่อให้รถพยาบาลฉุกเฉินหาทางวิ่งผ่านเราไปให้ได้   5.เมื่อรถพยาบาลฉุกเฉินวิ่งผ่านไปแล้วห้ามขับตามเด็ดขาด   6.กรณีรถติดและรถพยาบาลฉุกเฉินอยู่ด้านหลังพอดีให้พิจารณาว่าควรชิดซ้ายหรือชิดขวาดี ถ้าไม่มีใครหลีกทางให้ให้ผู้ขับขี่เลือกว่าจะหลบทางไหนและเปิดไฟเลี้ยว เพื่อให้สัญญาณให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ได้แซงผ่านไปได้สะดวก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lq3nc5PudYE  

 110,762
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 เม.ย. 61

คนขับกระบะฉุนปีนฝากระโปรงเก๋ง เหยียบกระจกจนร้าว หลังปาดหน้า-ปาขวดไล่กันกว่า 5 กม.

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากเฟซบุ๊ก ที่นี่แปดริ้ว เป็นภาพจากกล้องหน้ารถ เผยให้เห็นคนขับกระบะปีนฝากระโปรงรถเก๋ง ก่อนเหยียบกระจกจนร้าว หลังขับแซงปาดหน้าไปมา ปาขวดใส่กัน และบีบแตรไล่กันเป็นระยะทางยาวกว่า 5 กม. ก่อนที่ทั้งคู่จะลงจากรถมาชกต่อยกัน   ด้าน ตร.สน.สุวินทวงศ์ ได้เรียกเจ้าของรถทั้ง 2 คันมาสอบปากคำที่โรงพัก ซึ่งต้นเหตุจากการแซงไปมาและสร้างความไม่พอใจกัน ทั้งนี้ทั้งคู่ขอแยกย้ายกันไปซ่อมรถของตัวเอง โดยทางคนขับกระบะยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับรถเก๋ง ขณะที่ข้อหาทำร้ายร่างกาย ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ก่อนจึงจะตั้งข้อหาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eiCZnVgv05I  

 18,846
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 เม.ย. 61

เปิดคลิปเก๋ง bmw ราคาเป็นล้าน แต่ชักดาบไม่จ่ายค่าน้ำมัน ตระเวนก่อเหตุย่านบางกระดี่

เฟซบุ๊ก นิตยา เนรมิตพิชิตเงินล้าน โพสต์คลิปจากวงจรปิดจับในปั๊มน้ำมันบางจาก ย่านบางกระดี่ รังสิต ปทุมธานี เห็นรถเก๋ง BMW มาเติมแก๊สโซฮอล์ 91 เต็มถัง เป็นจำนวนเงิน 1,660 บาท แต่ชักดาบไม่จ่ายค่าน้ำมัน พอเด็กปั๊มดึงหัวปั๊มออกก็รับขับรถหนีออกไปจากปั๊มทันที   ผจก.คาดคาดมาดูลาดเลาก่อนหน้านี้ เพราะเดิมรถไม่มีวงจรปิด แต่เพิ่งติดตั้งเมื่อ 2 วันที่แล้ว และตระเวนก่อเหตุหลายครั้งในปั๊มน้ำมันใกล้เคียง ฝากให้เห็นใจเด็กปั๊มต้องถูกตัดเงินเกือบ 2 พัน ล่าสุดได้นำหลักฐานแจ้งความ แต่กล้องจับภาพทะเบียนรถไม่ชัดเจน เห็นเลข 3658 กทม. แต่ไม่เห็นหมวด วอนผู้ที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iu9WyQkUF1Q  

 4,183
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 เม.ย. 61

เก๋งลุยน้ำขังเสียหลักข้ามเลนประสานงารถอีกคัน ดับ 1 ตร.ชี้คนละจุดกับภาพตอม่อที่แชร์ ผู้ว่าฯสั่งรื้อด่วนหวั่นเกิดอุบัติเหตุ

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากกล้องหน้าจากเฟซบุ๊ก ธงชัย ใจสบาย เผยให้เห็นรถเก๋งลุยน้ำขังรอการระบาย จนเสียหลักข้ามเลนประสานงากับเก๋งเจ้าของกล้องหน้ารถ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดบนถนนสายหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี   ต่อมามีผู้เข้ามาวิจารณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตก ทำให้เกิดน้ำท่วมขังมิดเสาตอม่อบนถนน รถเก๋งที่ขับมามองไม่เห็น ทำให้รถเสียหลัก จนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว   ด้าน ตร.ระบุจุดก่อเหตุไม่ได้มีการก่อสร้าง และไม่มีตอม่อตามที่แชร์กันในโลกออนไลน์ แต่ยอมรับว่ามีตอม่อในลักษณะดังกล่าวบนพื้นผิวถนนในสุราษฎร์ธานี   ซึ่งต่อมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้าตรวจสอบบนถนนสาย 4142 (บ้านใน-ดอนสัก) อ.ดอนสัก หลังมีประชาชนร้องเรียน การก่อสร้างไฟแสงสว่าง ไม่ได้มาตรฐานและเป็นอันตรายต่อการจราจร เนื่องจากผู้รับเหมาได้มีการวางตอม่อไว้บนผิวจราจร   โดยให้ผู้รับเหมาแก้ไขด้วยการรื้อตอม่อออกแล้วดำเนินการก่อสร้างเกาะกลาง รวมถึงได้กำชับให้ผู้รับเหมาติดตั้งสัณญาณการก่อสร้าง เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ถนนสายดังกล่าวมีการจราจรคับคั่ง   ทั้งนี้สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างก่อกลางถนนเพื่อเพิ่มแสงสว่าง บริเวณจุดกลับรถ ซึ่ง อบต.ปากแพรก ได้ขออนุมัติโครงการ เนื่องจากเป็นถนนสายหลักที่ใช้เดินทางไปยัง อ.เกาะสมุย เกาะพะงัน   ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างผิดขั้นตอน ทำให้มีตอม่อเสาไฟอยู่บนผิวการจราจร โดยการออกแบบของแขวงการทางนั้น กำหนดให้มีการสร้างเกาะกลางให้แล้วเสร็จจึงดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้า และขณะนี้ผู้รับเหมาได้ทำผิดสัญญาการว่าจ้าง และถูกปรับงานล้าช้าวันละ 47,000 บาท และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางแขวงการทางสุราษฎร์ธานีที 2 จะเสนอขึ้นบัญชีผู้รัขาดคุณสมบัติผู้บจ้างงานราชการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RhiwMxcmxJ0  

 19,253
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 เม.ย. 61

สาวโอดรถเพิ่งออกรถได้ 5 วัน ถูกมือดีขี่ จยย. สาดน้ำกรดใส่จนสีด่างรอบคัน ยันไม่เคยบาดหมางกับใคร

ภาพวงจรปิดจับภาพคนร้ายขี่ จยย.นำน้ำกรดมาสาดใส่รถที่จอดไว้ ก่อนขี่หนีไปอย่างรวดเร็ว   ด้านเจ้าของรถ ระบุนำรถเก๋งไปจอดที่บ้านพักย่านร่มเกล้า ยันไม่ได้จอดขวางใคร หรือเฉี่ยวชนกับใครทั้งนั้น และชีวิตส่วนตัวก็ไม่มีศัตรูที่ไหน ในช่วงกลางดึกเพื่อนบ้านมาเคาะห้อง ให้ลงไปดูรถ พบว่าโดนสาดทั่วคัน ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำมันเบรค แต่เมื่อแตะแล้วรู้สึกแสบที่ผิวหนัง ทั้งที่เพิ่งซื้อรถมาได้แค่ 5 วัน เป็นรถมาจากน้ำพักน้ำแรง จึงไม่รู้ว่าคนที่ทำต้องการอะไร ทั้งนี้ได้นำหลักฐานไปแจ้งความ ให้ ตร.เร่งหาเบาะแสติดตามหาตัวผู้ที่ทำมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HFt34H-KQII    

 8,501
ข่าวภูมิภาค
02 เม.ย. 61

วินาที เก๋งเลี้ยวตัดหน้า จยย. หน้าวัดไผ่โรงวัว บาดเจ็บ 2 ราย

สุพรรณบุรี-ภาพวงจรปิดจับภาพวินาทีรถเก๋งเลี้ยวตัดหน้า จยย. บริเวณหน้าวัดไผ่โรงวัว ถนนบางลี่-วัดไผ่โรงวัว หมู่ 11 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย สาหัส 1 ราย   จากการตรวนสอบพบว่า รถเก๋งขับมาจากลาดบัวหลวง มาจอดรอเพื่อจะเลี้ยวขวาเข้าไปเที่ยวในวัดไผ่โรงวัว ประกอบกับมีรถยนต์วิ่งสวนทางมาจอดบังคนขับรถยนต์เก๋งจึงไม่ทันระวังไม่เห็นรถ จยย.ที่วิ่งมาจากบางลี่ จากนั้นคนขับรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุได้ขับรถ เพื่อเลี้ยวเข้าไปในวัดไผ่โรงวัว   ส่งผลให้รถยนต์เก๋งไปตัดหน้ารถ จยย.มาพุ่งชนเข้าอย่างแรง ทำให้คนขี่รถ จยย.ได้รับบาดเจ็บสาหัส คนนั่งซ้อนท้ายมาได้รับบาดเจ็บ คาดว่าคนขับรถยนต์เก๋งคงจะไม่ทันระวัง เนื่องจากในภาพมีรถยนต์เก๋งอีกคันจอดรอเลี้ยวแล้วบังรถที่วิ่งสวนทางมา จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว   เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาคนขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บทรัพย์สินเสียหาย และควบคุมคนขับรถยนต์เก๋งไปดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4KCNZwYRQMQ  

 5,216

Top