ค้นหา :

ผลการค้นหา "ติดยา"

สังคม-อาชญากรรม
21 ม.ค. 63

รวบโจรหนุ่มวัย 19 ตระเวนจี้ชิงทรัพย์เหยื่อสาว พบประวัติก่อเหตุโชกโชน

ตำรวจ สน.บางนา จับกุมตัวนายมัรวาน หรือบังดุล ตีโม อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตระเวนชิงทรัพย์ตามสะพานลอย โดยสามารถจับกุมได้บริเวณบริษัทแห่งหนึ่ง ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ   สืบเนื่องจากวันที่ 15 มกราคม ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์ ผู้เสียหายหญิงรายหนึ่ง ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ 50 สตางค์ แหวนทองคำ 1 สลึง และเงินสด 100 บาท ที่สะพานลอย ช่วงบริเวณสะพานกลับรถไบเทคบางนา จากฝั่งบางนา-ตราด ขาออก ก่อนจะวิ่งหลบหนีลงสะพานลอยฝั่งบางนา-ตราด ขาออก และหลบหนีไป ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนจับกุมตัวได้   ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า เรียนจบเพียงชั้นมัธยมปีที่ 3 แต่ไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอม จึงไม่ได้วุฒิการศึกษา ประกอบกับมีน้องที่กำลังเรียนอีก 2 คน จึงออกมาหางานทำเพื่อช่วยแม่หารายได้ เพราะพ่อไม่มีงานทำ ต่อมาไปรับจ้างเป็นพนักงานขนสินค้าในบริษัทดังกล่าว แต่เงินไม่พอใช้ และตนเองติดยาเสพติดใบกระท่อม   วันเกิดเหตุจึงตัดสินใจใช้มีดทำครัวในบ้านขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวน จนมาจอดที่สะพานลอยที่เกิดเหตุเมื่อเห็นเหยื่อเป็นหญิงสาว คิดว่าจะไม่สามารถขัดขืนได้ จึงเข้าก่อเหตุ และเมื่อก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปจอดที่ปั๊มน้ำมัน ในซอยอุดมสุข 18 และเข้าห้องน้ำทำการตรวจสอบสร้อยทองที่ได้มาโดยการใช้ไฟแช็กมาลน พบว่ามีกลิ่นไหม้ จึงเชื่อว่าเป็นของปลอมจึงทิ้งในห้องน้ำไป   ซึ่งตำรวจจะทำการสอบสวนขยายผลต่อ จนพบว่าผู้ต้องหายังเคยก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ในพื้นที่ สภ.บางแก้ว ซึ่งจะเลือกก่อเหตุกับหญิงสาวทุกครั้ง แต่มี 1 ครั้งที่พบว่าผู้เสียหายขีดขืนจนทำอาวุธมีดตก แล้ววิ่งหลบหนีไปทันที ส่วนทรัพย์สินที่ได้จะเปลี่ยนเป็นเงินและนำไปให้แม่เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูน้องทั้งสอง ก่อนจะมาถูกจับได้   ตำรวจยังฝากประชาสัมพันธ์ หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถตรวจสอบได้ที่ สน.บางนาได้ เบื้องต้นทางตำรวจแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยเปิดเผยโดยไม่มีเหตุสมควร ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VWUdmkhDVEo

 3,046
สังคม
21 ม.ค. 63

รวบโจรหนุ่มวัย 19 ตระเวนจี้ชิงทรัพย์เหยื่อสาว พบประวัติก่อเหตุโชกโชน

ตำรวจ สน.บางนา จับกุมตัวนายมัรวาน หรือบังดุล ตีโม อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตระเวนชิงทรัพย์ตามสะพานลอย โดยสามารถจับกุมได้บริเวณบริษัทแห่งหนึ่ง ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ   สืบเนื่องจากวันที่ 15 มกราคม ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์ ผู้เสียหายหญิงรายหนึ่ง ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ 50 สตางค์ แหวนทองคำ 1 สลึง และเงินสด 100 บาท ที่สะพานลอย ช่วงบริเวณสะพานกลับรถไบเทคบางนา จากฝั่งบางนา-ตราด ขาออก ก่อนจะวิ่งหลบหนีลงสะพานลอยฝั่งบางนา-ตราด ขาออก และหลบหนีไป ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนจับกุมตัวได้   ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า เรียนจบเพียงชั้นมัธยมปีที่ 3 แต่ไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอม จึงไม่ได้วุฒิการศึกษา ประกอบกับมีน้องที่กำลังเรียนอีก 2 คน จึงออกมาหางานทำเพื่อช่วยแม่หารายได้ เพราะพ่อไม่มีงานทำ ต่อมาไปรับจ้างเป็นพนักงานขนสินค้าในบริษัทดังกล่าว แต่เงินไม่พอใช้ และตนเองติดยาเสพติดใบกระท่อม   วันเกิดเหตุจึงตัดสินใจใช้มีดทำครัวในบ้านขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวน จนมาจอดที่สะพานลอยที่เกิดเหตุเมื่อเห็นเหยื่อเป็นหญิงสาว คิดว่าจะไม่สามารถขัดขืนได้ จึงเข้าก่อเหตุ และเมื่อก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปจอดที่ปั๊มน้ำมัน ในซอยอุดมสุข 18 และเข้าห้องน้ำทำการตรวจสอบสร้อยทองที่ได้มาโดยการใช้ไฟแช็กมาลน พบว่ามีกลิ่นไหม้ จึงเชื่อว่าเป็นของปลอมจึงทิ้งในห้องน้ำไป   ซึ่งตำรวจจะทำการสอบสวนขยายผลต่อ จนพบว่าผู้ต้องหายังเคยก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ในพื้นที่ สภ.บางแก้ว ซึ่งจะเลือกก่อเหตุกับหญิงสาวทุกครั้ง แต่มี 1 ครั้งที่พบว่าผู้เสียหายขีดขืนจนทำอาวุธมีดตก แล้ววิ่งหลบหนีไปทันที ส่วนทรัพย์สินที่ได้จะเปลี่ยนเป็นเงินและนำไปให้แม่เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูน้องทั้งสอง ก่อนจะมาถูกจับได้   ตำรวจยังฝากประชาสัมพันธ์ หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถตรวจสอบได้ที่ สน.บางนาได้ เบื้องต้นทางตำรวจแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยเปิดเผยโดยไม่มีเหตุสมควร ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VWUdmkhDVEo

 3,046
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

สลด แม่สอนลูกชาย 8 ขวบ-เด็กข้างบ้านเสพยานานนับปี อ้างให้มีกำลังทำงาน

ชุมพร-เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่รับผิดชอบที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดขั้นรุนแรง ในพื้นที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา และเขตติดต่อกับ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์   พบบ้านเป้าหมายเป็นบ้านไม้ปลูกกั้นแบบเพิงหมาแหงน ไม่มีเลขที่อยู่ท่ามกลางสวนผสม ทั้งยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน พบนางจิน พร้อมสามีใหม่ เด็กชายเอ วัย 8 ขวบ ลูกของนางจินกับสามีเก่า และเด็กชายบี อายุ 14 ปี ลูกของเพื่อนบ้าน นั่งอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว   ตรวจค้นพบยาบ้า 1 เม็ด เงินสดจำนวนหนึ่ง อยู่ในกระเป๋ากางเกงของนางจิน จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนในตัวนายบอย ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำทั้งคู่ไปตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติด ซึ่งทั้งคู่สารภาพว่า เสพยาบ้ามาจริง เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า เด็กชายเอ และเด็กชายบี ร่างกายซูบผอม หน้าตาซีดเซียว อิดโรย และมีอาการกระวนกระวายผิดปกติ จึงได้นำไปตรวจปัสสาวะด้วย พบมีสารเสพติดเช่นกัน   เมื่อสอบถาม เด็กชายเอทราบว่า ตอนเช้า ได้เสพยาบ้ามาครึ่งเม็ด โดยนางจิน ผู้เป็นแม่ให้เสพมานานกว่า 1 ปีแล้ว ส่วนเด็กชายบี อ้างว่า ตนมาเที่ยวเล่นที่บ้านหลังนี้ประจำ และนางจินได้ขอให้มาช่วยงาน ทั้งรดน้ำต้นไม้ เก็บขี้ยาง ซึ่งทุกครั้งที่ช่วยงาน นางจิน ก็จะให้เสพยาบ้าครั้งละ 1 เม็ด ซึ่งตนเสพยาบ้ามานานกว่าปีแล้วเช่นกัน   จากการสอบปากคำนางจิน ผู้เป็นแม่ให้การว่า ซื้อยาบ้ามาในราคาเม็ดละ 120 บาท โดยนำมาเสพกับนายบอย เพื่อให้มีกำลังในการทำงาน โดยให้ลูกเสพด้วยครึ่งเม็ด ส่วนเด็กชายบี 1 เม็ด เพื่อเป็นค่าแรงในการช่วยทำงานให้กับตน ส่วนยาบ้าที่เหลือได้แยกใส่ถุงพลาสติกไว้ในกระเป๋ากางเกง 1 เม็ด เพื่อใช้เสพในช่วงเที่ยง และที่เหลืออีก 6 เม็ด แอบไว้ในเสื้อชั้นใน โดยระหว่างที่ตำรวจกำลังซักถามเด็กๆ ตนได้แอบเอายาบ้าออกมาจากเสื้อชั้นใน แล้วกลืนลงท้องทั้งหมด เนื่องจากกลัวว่าจะค้นเจอ   ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลไปถึงผู้ขายยาบ้า นั่นคือ นายอนันต์ สุขบางนบ อายุ 25 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) มีบ้านอยู่อีกซอยถัดไป ตรวจค้นพบเศษยาบ้า อยู่ติดถุงพลาสติกเพียงเล็กน้อย และยังพบอุปกรณ์เสพยาบ้าและไอซ์ อีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า   จากการสอบสวน นายอนันต์ ยอมรับว่า ตนเองเป็นเพียงเอเย่นต์รายเล็กเท่านั้น ที่คอยกระจายยาเสพติดทั้งยาบ้า และไอซ์ให้กับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าซึ่งเป็นผู้เสพ ส่วนยาบ้า ได้ส่งไปให้กับนางจิน เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 20 เม็ด   ส่วนที่เหลือนำไปซ่อนไว้ในกองฟางภายในคอกวัวของลุง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายอนันต์ ไปจุดที่ซ่อนยาบ้า พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 5 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายอนันต์ มาขยายผลต่อเพื่อติดตามจับกุมเครือข่ายยาเสพติดใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sX9FNHno334

 9,696
สังคม
16 ม.ค. 63

สลด แม่สอนลูกชาย 8 ขวบ-เด็กข้างบ้านเสพยานานนับปี อ้างให้มีกำลังทำงาน

ชุมพร-เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่รับผิดชอบที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดขั้นรุนแรง ในพื้นที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา และเขตติดต่อกับ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์   พบบ้านเป้าหมายเป็นบ้านไม้ปลูกกั้นแบบเพิงหมาแหงน ไม่มีเลขที่อยู่ท่ามกลางสวนผสม ทั้งยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน พบนางจิน พร้อมสามีใหม่ เด็กชายเอ วัย 8 ขวบ ลูกของนางจินกับสามีเก่า และเด็กชายบี อายุ 14 ปี ลูกของเพื่อนบ้าน นั่งอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว   ตรวจค้นพบยาบ้า 1 เม็ด เงินสดจำนวนหนึ่ง อยู่ในกระเป๋ากางเกงของนางจิน จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนในตัวนายบอย ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำทั้งคู่ไปตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติด ซึ่งทั้งคู่สารภาพว่า เสพยาบ้ามาจริง เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า เด็กชายเอ และเด็กชายบี ร่างกายซูบผอม หน้าตาซีดเซียว อิดโรย และมีอาการกระวนกระวายผิดปกติ จึงได้นำไปตรวจปัสสาวะด้วย พบมีสารเสพติดเช่นกัน   เมื่อสอบถาม เด็กชายเอทราบว่า ตอนเช้า ได้เสพยาบ้ามาครึ่งเม็ด โดยนางจิน ผู้เป็นแม่ให้เสพมานานกว่า 1 ปีแล้ว ส่วนเด็กชายบี อ้างว่า ตนมาเที่ยวเล่นที่บ้านหลังนี้ประจำ และนางจินได้ขอให้มาช่วยงาน ทั้งรดน้ำต้นไม้ เก็บขี้ยาง ซึ่งทุกครั้งที่ช่วยงาน นางจิน ก็จะให้เสพยาบ้าครั้งละ 1 เม็ด ซึ่งตนเสพยาบ้ามานานกว่าปีแล้วเช่นกัน   จากการสอบปากคำนางจิน ผู้เป็นแม่ให้การว่า ซื้อยาบ้ามาในราคาเม็ดละ 120 บาท โดยนำมาเสพกับนายบอย เพื่อให้มีกำลังในการทำงาน โดยให้ลูกเสพด้วยครึ่งเม็ด ส่วนเด็กชายบี 1 เม็ด เพื่อเป็นค่าแรงในการช่วยทำงานให้กับตน ส่วนยาบ้าที่เหลือได้แยกใส่ถุงพลาสติกไว้ในกระเป๋ากางเกง 1 เม็ด เพื่อใช้เสพในช่วงเที่ยง และที่เหลืออีก 6 เม็ด แอบไว้ในเสื้อชั้นใน โดยระหว่างที่ตำรวจกำลังซักถามเด็กๆ ตนได้แอบเอายาบ้าออกมาจากเสื้อชั้นใน แล้วกลืนลงท้องทั้งหมด เนื่องจากกลัวว่าจะค้นเจอ   ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลไปถึงผู้ขายยาบ้า นั่นคือ นายอนันต์ สุขบางนบ อายุ 25 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) มีบ้านอยู่อีกซอยถัดไป ตรวจค้นพบเศษยาบ้า อยู่ติดถุงพลาสติกเพียงเล็กน้อย และยังพบอุปกรณ์เสพยาบ้าและไอซ์ อีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า   จากการสอบสวน นายอนันต์ ยอมรับว่า ตนเองเป็นเพียงเอเย่นต์รายเล็กเท่านั้น ที่คอยกระจายยาเสพติดทั้งยาบ้า และไอซ์ให้กับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าซึ่งเป็นผู้เสพ ส่วนยาบ้า ได้ส่งไปให้กับนางจิน เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 20 เม็ด   ส่วนที่เหลือนำไปซ่อนไว้ในกองฟางภายในคอกวัวของลุง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายอนันต์ ไปจุดที่ซ่อนยาบ้า พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 5 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายอนันต์ มาขยายผลต่อเพื่อติดตามจับกุมเครือข่ายยาเสพติดใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sX9FNHno334

 9,696
สังคม-อาชญากรรม
10 ม.ค. 63

จับ 'เสี่ยไอซ์' ชอบเซ็กส์วิตถาร ทรมานสาวไซด์ไลน์ ยัดลงหีบขังไว้จนตาย ฝังสวนหลังบ้าน

คดีสะเทือนขวัญคดีแรกของปี 2563 เมื่อตร.พบข้อมูลว่า ชายคนหนึ่งกักขังหญิงสาวไว้ทรมานและฆ่ายัดใส่หีบก่อนนำศพไปฝั่งที่สวนหลังบ้านในซอยเพชรเกษม 47เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 58 แขวงบางแค เขตบางแค   โดยตำรวจเข้าจับกุม นายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 41 ปี หลังพบข้อมูลว่า นายไอซ์เป็นคนลงมือฆ่าน้องกุ๊กกิ๊ก สาววัย 22 ปีที่หายตัวไปปริศนา ตั้งแต่เดือน ส.ค.62   ขณะที่เข้าจับกุมนายไอซ์ ก็มีท่าทีเตรียมจะต่อสู้ตร.โดยมีอาวุธปืนและขึ้นลำกล้องเพื่อยิงสวน แต่ ตร.ก็เข้าจับกุมได้ภายในห้องน้องของนายไอซ์ พบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งนายไอซ์ครั้งแรกให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องการฆ่าน้องกุ๊กกิ๊ก สาวคนสนิทที่นายไอซ์มาติดพัน หลังจากรู้จักกันในเฟซบุ๊กและสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง   แต่ตำรวจพบหลักฐานคือ พยานคนสำคัญในการช่วยฝั่งศพ และรู้ถึงพฤติกรรมของนายไอซ์เป็นอย่างดี คือนายเฉลิมชล งะบัว ซึ่งเป็นลูกจ้างในบ้านหลังนี้ ให้การกับตร.ว่าจุดที่ฝั่งศพน้องกุ๊กกิ๊กอยู่ในสวนหลังบ้าน ตำรวจจึงนำกำลังเข้าค้นหาที่สวนหลังบ้านและขุดหลุมฝั่งศพ ตามคำให้การของนายเฉลิมชล   เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าขุดหลุมฝั่งศพ ใช้ดวลานานกว่า3ชม. ก็พบถุงดำ ถูกฝั่งไว้คงามลึกประมาณ 1 เมตร ภายในถุงมีศพหญิงสาวมีในสภาพ ร่างกายถูกพับครึ่งหนึ่งลักษณะเหมือนนั่ง คอหัก ไม่พบร่องรอยบาดแผล ที่แผ่นหลังมีรอยสักโดน เหตุการณ์นี้เริ่มจาก นายไอซ์รู้จักกับน้องกุ๊กกิ๊ก จนคบหากัน แต่นายไอซ์เป็นคนที่มีพฤติกรรมรุนแรง ชอบทุบตี ทรมานและมีเซ็กส์แบบวิตถาร จนทำให้น้องกุ๊กกิ๊กทนไม่ไหวและจะเลิกลา แต่นายไอซ์ไม่ยอม จับขัง ใส่กุญแจมือ ทุบตีอย่างทารุณทุกวัน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนายเฉลิมชล คนที่บอกข้อมูลกับตำรวจเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ไม่สามารถช่วยได้   วันเกิดเหตุนายไอซ์ ได้ทุบตีน้องกุ๊กกิ๊กจนสลบ และนำร่างไปใส่ไว้ในหีบเหล็ก และปิดฝาใส่กุญแจไว้ จากนั้นนายไอซ์ ก็โทรให้นายเฉลิมชลมาช่วยขุดลุมฝั่งศพ โดยบอกว่า ลืมเปิดฝาหีบเหล็กและลืมไปว่าขังน้องกุ๊กกิ๊กอยู่ในหีบนี้จนตาย    หลังจากขุดหลุมฝั่งศพเสร็จ นายไอซ์ก๊ยังมีพฤติกรรมซื้อบริการจากหญิงขายบริการ มาทรมานทุบตีและมีเซ็กส์แบบวิตถาร บางคนหนีรอดออกมาได้ บางคนก็ไม่ถูกทุบตี ซึ่งทั้งหมดแล้วแต่อารมณ์และอาการหลอนจากการเสพยาเสพติด   หลังจากนั้นตำรวจได้ตรวจค้นในบ้านของนายไอซ์ พบในบ้านมีอาวุธมีดหลากหลายขนาดกว่า 20 เล่ม ซ่อนในจุดต่างๆในบ้าน สภาพฝ้าเพดานมีรอยคล้ายปืนยิงเต็มทั้งบ้าน และพบหีบที่ใส่ร่างของน้องกุ๊กกิ๊กจนเสียชีวิต อยู่ในครัว ตร.เก็บหลักฐานต่างๆจนครบ และนำตัวนายไอซ์ไปสอบสวน ที่สน.เพชรเกษม   การจับกุมนี้ ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็ก เยาวชนและสตรี ที่เริ่มจากมีการจับกุมนายเฉลิมชล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด แต่พอสอบปากคำนายเฉลิมชลอ้างว่าได้รับยาเสพติดมาจากนายจ้างคือนายไอซ์ และยอมบอกข้อมูลความลับถึงวีรกรรมของนายไอซ์ จนนำมาสู่การจับกุมครั้งนี้   สำหรับวีรกรรมนายไอซ์ ไม่เพียงแค่เสพยาแล้วทำทรมานร่างกายหญิงสาว ยังทำตัวเป็นอันธพาลจนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน โดยชาวบ้านที่อาศัยในซอย เล่าว่านายไอซ์ เก็บตัวเงียบไม่สุงสิงกับใคร เวลาออกไปซื้อของก็จะพกปืน หากใครมองหน้าหรือทำให้ไม่พอใจก็จะยิงขู่ ตอนกลางคืนก็ได้ยินเสียงปืนดังบ่อยครั้ง ชาวบ้านแถวนี้ไม่มีใครกล้ามีเรื่องหรือแม้แต่สบตานายไอซ์  เพราะกลัว ที่ผ่านมานายไอซ์ไม่พอใจวินจยย.คนหนึ่งก็เอามีดไปแทงเขาจนไส้ไหลทะลักมาแล้ว ชาวบ้านจึงเกรงกลัว ไม่มีใครกล้ายุ่งกับนายไอซ์ และถือว่าเป็นบุคคลอันตราย   ทางด้านเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของนายไอซ์ เล่าว่า สมัยเรียนมัธยมนายไอซ์ มีพฤติกรรม ชอบพกปืนไป ร.ร.จะนำไปอวดเพื่อนและป้องกันตัว เพราะถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเนื่องจากตัวเล็ก และมีรสนิยมชอบ เจาะหูและสักตามร่างกาย   อย่างไรก็ตาม พบว่าเมื่อปี 2526 นายเฉลิมชัย องค์วิศิษฐ์ พ่อของนายอภิชัย และเจ้าของศูนย์การค้า ได้เคยก่อเหตุฆาตกรรมคดีดัง ฆ่าหั่นศพ ด.ญ.นวลปราง บุนนาค ยัดศพไว้ในกล่องซิงเกอร์ เนื่องจากโมโหที่เด็กไปเคาะตู้ปลามีราคาแพง ถือเป็นคดีที่มีความโหดร้ายมากในยุคนั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jGPqiQ7fy_Y

 27,310
อาชญากรรม
10 ม.ค. 63

จับ 'เสี่ยไอซ์' ชอบเซ็กส์วิตถาร ทรมานสาวไซด์ไลน์ ยัดลงหีบขังไว้จนตาย ฝังสวนหลังบ้าน

คดีสะเทือนขวัญคดีแรกของปี 2563 เมื่อตร.พบข้อมูลว่า ชายคนหนึ่งกักขังหญิงสาวไว้ทรมานและฆ่ายัดใส่หีบก่อนนำศพไปฝั่งที่สวนหลังบ้านในซอยเพชรเกษม 47เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 58 แขวงบางแค เขตบางแค   โดยตำรวจเข้าจับกุม นายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 41 ปี หลังพบข้อมูลว่า นายไอซ์เป็นคนลงมือฆ่าน้องกุ๊กกิ๊ก สาววัย 22 ปีที่หายตัวไปปริศนา ตั้งแต่เดือน ส.ค.62   ขณะที่เข้าจับกุมนายไอซ์ ก็มีท่าทีเตรียมจะต่อสู้ตร.โดยมีอาวุธปืนและขึ้นลำกล้องเพื่อยิงสวน แต่ ตร.ก็เข้าจับกุมได้ภายในห้องน้องของนายไอซ์ พบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งนายไอซ์ครั้งแรกให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องการฆ่าน้องกุ๊กกิ๊ก สาวคนสนิทที่นายไอซ์มาติดพัน หลังจากรู้จักกันในเฟซบุ๊กและสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง   แต่ตำรวจพบหลักฐานคือ พยานคนสำคัญในการช่วยฝั่งศพ และรู้ถึงพฤติกรรมของนายไอซ์เป็นอย่างดี คือนายเฉลิมชล งะบัว ซึ่งเป็นลูกจ้างในบ้านหลังนี้ ให้การกับตร.ว่าจุดที่ฝั่งศพน้องกุ๊กกิ๊กอยู่ในสวนหลังบ้าน ตำรวจจึงนำกำลังเข้าค้นหาที่สวนหลังบ้านและขุดหลุมฝั่งศพ ตามคำให้การของนายเฉลิมชล   เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าขุดหลุมฝั่งศพ ใช้ดวลานานกว่า3ชม. ก็พบถุงดำ ถูกฝั่งไว้คงามลึกประมาณ 1 เมตร ภายในถุงมีศพหญิงสาวมีในสภาพ ร่างกายถูกพับครึ่งหนึ่งลักษณะเหมือนนั่ง คอหัก ไม่พบร่องรอยบาดแผล ที่แผ่นหลังมีรอยสักโดน เหตุการณ์นี้เริ่มจาก นายไอซ์รู้จักกับน้องกุ๊กกิ๊ก จนคบหากัน แต่นายไอซ์เป็นคนที่มีพฤติกรรมรุนแรง ชอบทุบตี ทรมานและมีเซ็กส์แบบวิตถาร จนทำให้น้องกุ๊กกิ๊กทนไม่ไหวและจะเลิกลา แต่นายไอซ์ไม่ยอม จับขัง ใส่กุญแจมือ ทุบตีอย่างทารุณทุกวัน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนายเฉลิมชล คนที่บอกข้อมูลกับตำรวจเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ไม่สามารถช่วยได้   วันเกิดเหตุนายไอซ์ ได้ทุบตีน้องกุ๊กกิ๊กจนสลบ และนำร่างไปใส่ไว้ในหีบเหล็ก และปิดฝาใส่กุญแจไว้ จากนั้นนายไอซ์ ก็โทรให้นายเฉลิมชลมาช่วยขุดลุมฝั่งศพ โดยบอกว่า ลืมเปิดฝาหีบเหล็กและลืมไปว่าขังน้องกุ๊กกิ๊กอยู่ในหีบนี้จนตาย    หลังจากขุดหลุมฝั่งศพเสร็จ นายไอซ์ก๊ยังมีพฤติกรรมซื้อบริการจากหญิงขายบริการ มาทรมานทุบตีและมีเซ็กส์แบบวิตถาร บางคนหนีรอดออกมาได้ บางคนก็ไม่ถูกทุบตี ซึ่งทั้งหมดแล้วแต่อารมณ์และอาการหลอนจากการเสพยาเสพติด   หลังจากนั้นตำรวจได้ตรวจค้นในบ้านของนายไอซ์ พบในบ้านมีอาวุธมีดหลากหลายขนาดกว่า 20 เล่ม ซ่อนในจุดต่างๆในบ้าน สภาพฝ้าเพดานมีรอยคล้ายปืนยิงเต็มทั้งบ้าน และพบหีบที่ใส่ร่างของน้องกุ๊กกิ๊กจนเสียชีวิต อยู่ในครัว ตร.เก็บหลักฐานต่างๆจนครบ และนำตัวนายไอซ์ไปสอบสวน ที่สน.เพชรเกษม   การจับกุมนี้ ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็ก เยาวชนและสตรี ที่เริ่มจากมีการจับกุมนายเฉลิมชล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด แต่พอสอบปากคำนายเฉลิมชลอ้างว่าได้รับยาเสพติดมาจากนายจ้างคือนายไอซ์ และยอมบอกข้อมูลความลับถึงวีรกรรมของนายไอซ์ จนนำมาสู่การจับกุมครั้งนี้   สำหรับวีรกรรมนายไอซ์ ไม่เพียงแค่เสพยาแล้วทำทรมานร่างกายหญิงสาว ยังทำตัวเป็นอันธพาลจนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน โดยชาวบ้านที่อาศัยในซอย เล่าว่านายไอซ์ เก็บตัวเงียบไม่สุงสิงกับใคร เวลาออกไปซื้อของก็จะพกปืน หากใครมองหน้าหรือทำให้ไม่พอใจก็จะยิงขู่ ตอนกลางคืนก็ได้ยินเสียงปืนดังบ่อยครั้ง ชาวบ้านแถวนี้ไม่มีใครกล้ามีเรื่องหรือแม้แต่สบตานายไอซ์  เพราะกลัว ที่ผ่านมานายไอซ์ไม่พอใจวินจยย.คนหนึ่งก็เอามีดไปแทงเขาจนไส้ไหลทะลักมาแล้ว ชาวบ้านจึงเกรงกลัว ไม่มีใครกล้ายุ่งกับนายไอซ์ และถือว่าเป็นบุคคลอันตราย   ทางด้านเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของนายไอซ์ เล่าว่า สมัยเรียนมัธยมนายไอซ์ มีพฤติกรรม ชอบพกปืนไป ร.ร.จะนำไปอวดเพื่อนและป้องกันตัว เพราะถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเนื่องจากตัวเล็ก และมีรสนิยมชอบ เจาะหูและสักตามร่างกาย   อย่างไรก็ตาม พบว่าเมื่อปี 2526 นายเฉลิมชัย องค์วิศิษฐ์ พ่อของนายอภิชัย และเจ้าของศูนย์การค้า ได้เคยก่อเหตุฆาตกรรมคดีดัง ฆ่าหั่นศพ ด.ญ.นวลปราง บุนนาค ยัดศพไว้ในกล่องซิงเกอร์ เนื่องจากโมโหที่เด็กไปเคาะตู้ปลามีราคาแพง ถือเป็นคดีที่มีความโหดร้ายมากในยุคนั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jGPqiQ7fy_Y

 27,310
สังคม-อาชญากรรม
24 ธ.ค. 62

จอดรถในซอย โดนคนร้ายใช้ก้อนอิฐทุบ 3 คันรวดในคืนเดียว แต่ทรัพย์สินอยู่ครบ คาดฝีมือวัยรุ่นติดยา

สมาชิกผู้ใช้เฟชบุ๊กชื่อ Boonyarit Haohan ได้โพสต์เรื่องราวว่ารถยนต์ของตนเองและเพื่อนร่วมงาน จอดอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 69 ขณะร่วมงานสังสรรค์ของออฟฟิศ โดนทุบกระจกและตัวรถได้รับความเสียหาย 3 คันภายนคืนเดียว ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พอตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถไม่มีอะไรสูญหาย   โดยรถคันที่ 1 (รถของผู้โพสต์)รถยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต สีดำ เหตุเกิดเวลาประมาณ 20:50 น. คนร้ายได้ใช้อิฐปูนเก้าอี้ม้านั่งในบริเวณใกล้เคียงกับจุดจอดรถ ทุบไปที่กระจกด้านหลังคนขับและบานที่ 3 ฝั่งขวาแตกละเอียดและทุบที่ตัวรถอีก 3 จุดบุบ รวมถึงจี้บุหรี่ที่ฝากระโปรงรถ   คันที่ 2 (รถพี่ที่ทำงาน) รถยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำทะเบียน เหตุเกิดเวลาประมาณตี 1 คนร้ายได้ใช้อิฐปูนก้อนเดิมที่คนร้ายโยนทิ้งใกล้ ๆ บริเวณนั้น ปาเข้าไปที่กระจกฝั่งซ้ายด้านข้างคนขับแตกละเอียด และก้อนอิฐปูนทะลุเข้าไปด้านในทำให้ชิ้นส่วนภายในเสียหาย   คันที่ 3 (รถพี่ที่ทำงาน) รถยี่ห้อ BMW 520D สีขาว เหตุเกิดเวลาเดียวกับคันที่ 2 คือ ตี 1 คนร้ายได้ใช้อิฐปูนทุบเข้าที่บานกระจกหน้าแตกและด้านบนหลังคายุบ   นายบุญยฤทธิ์ ห้าวหาญ เจ้าของรถยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต หนึ่งในผู้เสียหายเข้าให้การกับตำรวจ สน.โชคชัย เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นคืนวันที่ 20 ธ.ค. คาบเกี่ยววันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันไม่เคยเรื่องกับใคร และไม่ได้มีปัญหากับชาวบ้านในพื้นที่ และจุดจอดรถก็ไม่ได้กีดขวางทางหรือขวางหน้าบ้านใคร  ไม่ทราบว่าเหตุใดรถจึงถูกทุบ ตอนนี้ตนได้เปลี่ยนกระจกรถใหม่แล้ว หมดเงินไป 4 พันบาท แต่รอยบุบบริเวณประตูรถฝั่งคนขับทั้งสองข้าง และสีรถที่ถลอกยังไม่ได้นำไปซ้อม   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จับภาพคนร้ายขณะก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ BMW และรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ แต่ภาพไม่ชัดมาก เนื่องจากอยู่ในระยะไกล โดยก่อนเกิดเหตุชายต้องสงสัยเดินวนเวียนอยู่รอบรถทั้ง 2 คัน และยืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณหน้ารถ BMW จากนั้นใช้ไฟฉายสองเข้าไปภายในรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ แล้วลงมือก่อเหตุใช้ก้อนอิฐทุบกระจกรถทั้ง 2 คัน   ส่วนรถยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ จอดอยู่ในจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถจับภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้ เบื้องต้นผู้เสียหายได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.โชคชัย แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ต้องการแชร์เรื่องราว เผื่อใครอยู่ละแวกนั้นจะสามารถบอกเบาะแสคนก่อเหตุได้   นางสาวณัฐมัญชุภา รอดสุนทร เจ้าของรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ กล่าวว่า วันนี้(24 ธ.ค.) ตนจะเข้าให้การกับตำรวจ เบื้องต้นพอจะทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว คาดเป็นวัยรุ่นที่มีประวัติยุ่งเกี่ยวยาเสพติดคนหนึ่ง บ้านอยู่ในซอยเกิดเหตุห่างจากจุดที่รถทั้ง 3 คัน ถูกทุบกระจกประมาณ 10 ก้าว   สาเหตุที่สงสัยชายคนดังกล่าว เนื่องจากขณะเกิดเหตุแม่ของชายคนนี้เดินมาพบตำรวจ บอกว่า ลูกชายให้ไปตามหาซองบุหรี่ที่ทำหล่นหาย หากไม่เจอจะทำร้าย ประกอบกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบสองบุหรี่ตกอยู่หน้ารถ BMW และพบก้นบุหรี่ตกอยู่ใกล้กับรถที่เกิดเหตุ เป็นบุหรี่ชนิดเดียวกันที่อยู่ในซอง จึงสันนิษฐานว่าชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่   ขณะที่นายนิรุตต์ จันทร์ตระกูล เจ้าของรถ BMW ระบุว่า ตนเป็นเพื่อนเจ้าของบริษัท คืนเกิดเหตุมาร่วมงานสังสรรค์โดยจอดรถไว้ข้างทางหน้าบริษัท และเพิ่งมาหาเพื่อนครั้งแรกก็เกิดเหตุนี้ขึ้น ตนจอดรถชิดกับกำแพงไม่ได้จอดขวางหน้าบ้านใคร ตรวจสอบทรัพย์สินในรถก็ไม่มีอะไรสูญหาย แท็บเล็ตวางอยู่ในรถก็ยังอยู่เหมือนเดิม ตอนนี้ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1 แสนบาท อยากให้ตำรวจเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ เกรงว่าจะไปก่อเหตุลักษณะนี้สร้างความเสียหายให้กับคนอื่นอีก   สอบถามไปยัง พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย เผยว่า จากการตรวจสอบผู้ก่อเหตุไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์สินแน่นอน ขณะนี้ทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว คาดเป็นวัยรุ่นที่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอาศัยอยู่ในซอยเกิดเหตุเกิดความคึกคะนองแล้วลงมือก่อเหตุ หรือคนสติไม่สมประกอบแต่ไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เก็บพยานหลักฐานเป็นก้นบุหรี่เชื่อว่าเป็นของผู้ก่อเหตุ นำไปตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัย ขอให้การสืบสวนมีความชัดเจนก่อนน่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M9yumjucwTU

 611
สังคม
24 ธ.ค. 62

จอดรถในซอย โดนคนร้ายใช้ก้อนอิฐทุบ 3 คันรวดในคืนเดียว แต่ทรัพย์สินอยู่ครบ คาดฝีมือวัยรุ่นติดยา

สมาชิกผู้ใช้เฟชบุ๊กชื่อ Boonyarit Haohan ได้โพสต์เรื่องราวว่ารถยนต์ของตนเองและเพื่อนร่วมงาน จอดอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 69 ขณะร่วมงานสังสรรค์ของออฟฟิศ โดนทุบกระจกและตัวรถได้รับความเสียหาย 3 คันภายนคืนเดียว ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พอตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถไม่มีอะไรสูญหาย   โดยรถคันที่ 1 (รถของผู้โพสต์)รถยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต สีดำ เหตุเกิดเวลาประมาณ 20:50 น. คนร้ายได้ใช้อิฐปูนเก้าอี้ม้านั่งในบริเวณใกล้เคียงกับจุดจอดรถ ทุบไปที่กระจกด้านหลังคนขับและบานที่ 3 ฝั่งขวาแตกละเอียดและทุบที่ตัวรถอีก 3 จุดบุบ รวมถึงจี้บุหรี่ที่ฝากระโปรงรถ   คันที่ 2 (รถพี่ที่ทำงาน) รถยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำทะเบียน เหตุเกิดเวลาประมาณตี 1 คนร้ายได้ใช้อิฐปูนก้อนเดิมที่คนร้ายโยนทิ้งใกล้ ๆ บริเวณนั้น ปาเข้าไปที่กระจกฝั่งซ้ายด้านข้างคนขับแตกละเอียด และก้อนอิฐปูนทะลุเข้าไปด้านในทำให้ชิ้นส่วนภายในเสียหาย   คันที่ 3 (รถพี่ที่ทำงาน) รถยี่ห้อ BMW 520D สีขาว เหตุเกิดเวลาเดียวกับคันที่ 2 คือ ตี 1 คนร้ายได้ใช้อิฐปูนทุบเข้าที่บานกระจกหน้าแตกและด้านบนหลังคายุบ   นายบุญยฤทธิ์ ห้าวหาญ เจ้าของรถยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต หนึ่งในผู้เสียหายเข้าให้การกับตำรวจ สน.โชคชัย เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นคืนวันที่ 20 ธ.ค. คาบเกี่ยววันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันไม่เคยเรื่องกับใคร และไม่ได้มีปัญหากับชาวบ้านในพื้นที่ และจุดจอดรถก็ไม่ได้กีดขวางทางหรือขวางหน้าบ้านใคร  ไม่ทราบว่าเหตุใดรถจึงถูกทุบ ตอนนี้ตนได้เปลี่ยนกระจกรถใหม่แล้ว หมดเงินไป 4 พันบาท แต่รอยบุบบริเวณประตูรถฝั่งคนขับทั้งสองข้าง และสีรถที่ถลอกยังไม่ได้นำไปซ้อม   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จับภาพคนร้ายขณะก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ BMW และรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ แต่ภาพไม่ชัดมาก เนื่องจากอยู่ในระยะไกล โดยก่อนเกิดเหตุชายต้องสงสัยเดินวนเวียนอยู่รอบรถทั้ง 2 คัน และยืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณหน้ารถ BMW จากนั้นใช้ไฟฉายสองเข้าไปภายในรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ แล้วลงมือก่อเหตุใช้ก้อนอิฐทุบกระจกรถทั้ง 2 คัน   ส่วนรถยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ จอดอยู่ในจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถจับภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้ เบื้องต้นผู้เสียหายได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.โชคชัย แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ต้องการแชร์เรื่องราว เผื่อใครอยู่ละแวกนั้นจะสามารถบอกเบาะแสคนก่อเหตุได้   นางสาวณัฐมัญชุภา รอดสุนทร เจ้าของรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ กล่าวว่า วันนี้(24 ธ.ค.) ตนจะเข้าให้การกับตำรวจ เบื้องต้นพอจะทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว คาดเป็นวัยรุ่นที่มีประวัติยุ่งเกี่ยวยาเสพติดคนหนึ่ง บ้านอยู่ในซอยเกิดเหตุห่างจากจุดที่รถทั้ง 3 คัน ถูกทุบกระจกประมาณ 10 ก้าว   สาเหตุที่สงสัยชายคนดังกล่าว เนื่องจากขณะเกิดเหตุแม่ของชายคนนี้เดินมาพบตำรวจ บอกว่า ลูกชายให้ไปตามหาซองบุหรี่ที่ทำหล่นหาย หากไม่เจอจะทำร้าย ประกอบกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบสองบุหรี่ตกอยู่หน้ารถ BMW และพบก้นบุหรี่ตกอยู่ใกล้กับรถที่เกิดเหตุ เป็นบุหรี่ชนิดเดียวกันที่อยู่ในซอง จึงสันนิษฐานว่าชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่   ขณะที่นายนิรุตต์ จันทร์ตระกูล เจ้าของรถ BMW ระบุว่า ตนเป็นเพื่อนเจ้าของบริษัท คืนเกิดเหตุมาร่วมงานสังสรรค์โดยจอดรถไว้ข้างทางหน้าบริษัท และเพิ่งมาหาเพื่อนครั้งแรกก็เกิดเหตุนี้ขึ้น ตนจอดรถชิดกับกำแพงไม่ได้จอดขวางหน้าบ้านใคร ตรวจสอบทรัพย์สินในรถก็ไม่มีอะไรสูญหาย แท็บเล็ตวางอยู่ในรถก็ยังอยู่เหมือนเดิม ตอนนี้ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1 แสนบาท อยากให้ตำรวจเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ เกรงว่าจะไปก่อเหตุลักษณะนี้สร้างความเสียหายให้กับคนอื่นอีก   สอบถามไปยัง พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย เผยว่า จากการตรวจสอบผู้ก่อเหตุไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์สินแน่นอน ขณะนี้ทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว คาดเป็นวัยรุ่นที่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอาศัยอยู่ในซอยเกิดเหตุเกิดความคึกคะนองแล้วลงมือก่อเหตุ หรือคนสติไม่สมประกอบแต่ไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เก็บพยานหลักฐานเป็นก้นบุหรี่เชื่อว่าเป็นของผู้ก่อเหตุ นำไปตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัย ขอให้การสืบสวนมีความชัดเจนก่อนน่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M9yumjucwTU

 611
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 62

หนุ่มวัย 38 ร้องศูนย์ยุติธรรม ตกเป็นแพะคดีฆ่าคนตาย ลั่นถึงเคยติดยาก็ไม่คิดฆ่าคน

นายฤทธิชัย เสือเดช อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ เข้ายื่นเรื่องต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขออนุมัติเงินประกันตัว และช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี   นายฤทธิชัย กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนร่วมก่อเหตุฆ่าผู้อื่น ซึ่งวันที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงคราม ระบุว่าเกิดเหตุยิงผู้ตายนั้น ตนเข้าบำบัดรักษายาเสพติดอยู่ในค่ายวิวัฒน์พลเมือง ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.58 เป็นระยะเวลา 15 วัน ตามโครงการที่จังหวัดสมุทรสงครามจัดขึ้น ซึ่งในการทำกิจกรรมมีครูอาสาและทหารดูแลตลอด และจะมีการเช็กชื่อทุก 1 ชั่วโมง   ดังนั้น จึงมีพยานบุคคลที่สามารถยืนยันได้ว่าตนไม่ได้ออกไปไหนในช่วงเวลา 22.00 ของคืนวันที่ 23 มิ.ย. 2558 ที่มีเหตุยิงคนตาย แต่ตอนเช้าวันที่ 24 มิ.ย.2558 ตำรวจได้มาควบคุมตัวตนเองที่ค่ายฯ ซึ่งในการสอบปากคำตนยืนยันว่าไม่ได้ทำและเมื่อถามกลับไปว่าตนไปร่วมฆ่ากับใคร ตำรวจก็ไม่ได้ตอบคำถามตน แต่กลับนำตัวไปส่งศาลฝากขังประมาณ 3 เดือน   หลังถูกปล่อยตัวตนเข้าใจว่าคดีจบแล้ว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562 ตนได้รับหมายศาลอีกครั้งว่าทางอัยการมีการสั่งฟ้องศาลในคดีดังกล่าวในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ หลังจากที่ตนถูกปล่อยตัวมานานกว่า 4 ปี ตนก็ตกใจและไม่มีเงิน 5 แสนบาท เพื่อนำไปประกันตัว ทั้งนี้ตนตั้งใจกลับตัวเป็นคนดีจึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ดังนั้น ขอโอกาสให้ตนด้วย ยืนยันว่าตนไม่ได้ไปร่วมก่อเหตุกับใคร และมีพยานบุคคลเป็นครูอาสา รวมถึงเพื่อนที่เข้าร่วมรับการบำบัดยาเสพติด   ด้านว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นตัวแทนรับเรื่อง กล่าวว่า กรณีของนายฤทธิชัยเข้าหลักเกณฑ์ของการช่วยเหลือ คาดว่าภายในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ กองทุนยุติธรรมจะดำเนินการเรื่องเงินประกันตัวให้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่ต้องการให้ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุขช่วยให้ทุกคนทั้งยากจนและรวยได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน   ส่วนกรณีการให้เงินชดเชยที่ถูกจำคุกไปแล้วนั้น ต้องให้ทางคดีความจบสิ้นและชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตาม ในทางคดีนายฤทธิเดช ก็ต้องไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาลต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ddAZSYTB_Qo

 570
สังคม
18 ธ.ค. 62

หนุ่มวัย 38 ร้องศูนย์ยุติธรรม ตกเป็นแพะคดีฆ่าคนตาย ลั่นถึงเคยติดยาก็ไม่คิดฆ่าคน

นายฤทธิชัย เสือเดช อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ เข้ายื่นเรื่องต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขออนุมัติเงินประกันตัว และช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี   นายฤทธิชัย กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนร่วมก่อเหตุฆ่าผู้อื่น ซึ่งวันที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงคราม ระบุว่าเกิดเหตุยิงผู้ตายนั้น ตนเข้าบำบัดรักษายาเสพติดอยู่ในค่ายวิวัฒน์พลเมือง ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.58 เป็นระยะเวลา 15 วัน ตามโครงการที่จังหวัดสมุทรสงครามจัดขึ้น ซึ่งในการทำกิจกรรมมีครูอาสาและทหารดูแลตลอด และจะมีการเช็กชื่อทุก 1 ชั่วโมง   ดังนั้น จึงมีพยานบุคคลที่สามารถยืนยันได้ว่าตนไม่ได้ออกไปไหนในช่วงเวลา 22.00 ของคืนวันที่ 23 มิ.ย. 2558 ที่มีเหตุยิงคนตาย แต่ตอนเช้าวันที่ 24 มิ.ย.2558 ตำรวจได้มาควบคุมตัวตนเองที่ค่ายฯ ซึ่งในการสอบปากคำตนยืนยันว่าไม่ได้ทำและเมื่อถามกลับไปว่าตนไปร่วมฆ่ากับใคร ตำรวจก็ไม่ได้ตอบคำถามตน แต่กลับนำตัวไปส่งศาลฝากขังประมาณ 3 เดือน   หลังถูกปล่อยตัวตนเข้าใจว่าคดีจบแล้ว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562 ตนได้รับหมายศาลอีกครั้งว่าทางอัยการมีการสั่งฟ้องศาลในคดีดังกล่าวในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ หลังจากที่ตนถูกปล่อยตัวมานานกว่า 4 ปี ตนก็ตกใจและไม่มีเงิน 5 แสนบาท เพื่อนำไปประกันตัว ทั้งนี้ตนตั้งใจกลับตัวเป็นคนดีจึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ดังนั้น ขอโอกาสให้ตนด้วย ยืนยันว่าตนไม่ได้ไปร่วมก่อเหตุกับใคร และมีพยานบุคคลเป็นครูอาสา รวมถึงเพื่อนที่เข้าร่วมรับการบำบัดยาเสพติด   ด้านว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นตัวแทนรับเรื่อง กล่าวว่า กรณีของนายฤทธิชัยเข้าหลักเกณฑ์ของการช่วยเหลือ คาดว่าภายในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ กองทุนยุติธรรมจะดำเนินการเรื่องเงินประกันตัวให้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่ต้องการให้ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุขช่วยให้ทุกคนทั้งยากจนและรวยได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน   ส่วนกรณีการให้เงินชดเชยที่ถูกจำคุกไปแล้วนั้น ต้องให้ทางคดีความจบสิ้นและชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตาม ในทางคดีนายฤทธิเดช ก็ต้องไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาลต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ddAZSYTB_Qo

 570
สังคม
14 ธ.ค. 62

นครบาลจับหนุ่มคดีข่มขืนเด็ก หนีประกันตัว 14 ปี ไปเป็นลูกเรือประมงก่อนเข้ากรุง สุดท้ายไม่รอดโดนรวบ

ฝ่ายสืบสวน ตำรวจนครบาล ได้จับกุมนายอานนท์ หรือตี๋ เสนีนพ อายุประมาณ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 798/2548 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548 โดยสามารถจับกุมได้บริเวณลานจอดรถ อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในซอยสุพาพงษ์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ   สืบเนื่องจากเมื่อปี 2548 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับเพื่อนอีก 2 ราย ชักชวนเด็กหญิงวัย 14 ปี มาเสพยาเสพติดบริเวณศาลาริมน้ำ ภายในวัดแห่งหนึ่งย่านจอมทอง เมื่อเมาได้ที่จึงพากันลงมือข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงรายดังกล่าว จากนั้นทางตำรวจสามารถจับกุมได้ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ต่อมาทางนายอานนท์ได้ทำการประกันตัวออกมา แล้วไม่ได้ไปรายงานตามกำหนด และได้ทำการหลบหนีไป กว่า 14 ปี   กระทั่งทางตำรวจสืบทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้มาทำงานเป็นช่างทาสีอยู่ย่านถนนศรีนครินทร์ และกบดานอยู่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ถนนศรีนครินทร์ จึงเดินทางไปเฝ้าสังเกตุการณ์ กระทั่งพบเจ้าตัวพยายามจะหลบหนี ทางตำรวจจึงทำการจับกุมไว้ได้ ก่อนควบคุมตัวสอบสวน ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล   จากการสอบสวน นายอานนท์ ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า หลังถูกจับกุมครั้งก่อน และทำการประกันตัวได้ทำการหลบหนีไปยังเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และประกอบอาชีพประมง ออกเรือไปยังต่างประเทศเป็นเวลาหลายปี ก่อนกลับมายังประเทศไทย จากนั้นได้ย้อนมาประกอบอาชีพช่างรับจ้างทาสีที่กรุงเทพฯ   ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับการยืนยันตัวตนบุคคลแต่อย่างใด เพื่อให้ยากต่อการติดตามของตำรวจก่อนจะมาถูกจับกุมตัวในครั้งนี้ ซึ่งทางตำรวจจะต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับเจ้าตัวมีคดีลักทรัพย์ ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางมด ติดตัวด้วย เบื้องต้นแจ้งข้อหา ความผิดเกี่ยวกับเพศ (กระทำชำเรา) ,ความผิดต่อเสรีภาพ หลบหนีไม่ไปศาล ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/8boB0vNkSAI  

 2,599
อาชญากรรม
10 ธ.ค. 62

พ่อสุดทนลูกติดยาคว้าปืนยิงลูกสาหัสก่อนยิงตัวตาย

เหตุการณ์ดังกล่าวทราบชื่อนายอิทธิศักดิ์ หรือ แชมป์ พงษ์เฉลิม อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของนายสมนึก ผู้ตาย ภรรยานาย อิทธิศักดิ์ หรือ แชมป์ กับเพื่อนบ้านช่วยกันนำส่งรักษาตัวที่ รพ.บางปะอิน พบว่าถูกยิงเข้าที่ท้ายทอย ข้อมือและหน้าอก รวม 4 นัด อากาสสาหัสคมกระสุนทะลุปอด และให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บคาบเขม่าดินปืนและหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ศพของนายสมนึก ให้ส่งตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลบางปะอิน   ซึ่งภรรยาของนายอิทธิศักดิ์หรือ แชมป์ ให้การกับตำรวจในเบื้องต้นว่าก่อนจะเกิดเหตุนายสมนึก หรือ แชมป์ สามี นำกับข้าวมาให้ตนเองรับประทาน แต่ตนเองปฏิเสธไม่กิน ทำให้นายสมนึกไม่พอใจไล่ออกจากบ้านและเกิดทะเลาะกันอย่างรุ่นแรงจนสำรับข้าวแตกกระจายเสียงดัง ทำให้นายสมนึก ผู้ตายได้เข้ามาห้ามปราบลูกชาย แต่นายอิทธิศักดิ์ ยังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใช้ขวดน้ำเปล่าปาใส่นายสมนึก ผู้เป็นพ่อ ทำให้นายสมนึกไม่พอใจ เดินไปหยิบปืนในตู้ยิงนายอิทธิศักดิ์ หรือ แชมป์ ลูกชายจนล้มฟุบเลือดท่วมตัว ตะโกนเรียกเพื่อนบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลบางปะอิน หลังเกิดเหตุยังเห็นพ่อยืนดูอยู่ไม่ได้ยิงตัวเองแต่อย่างไร   ต่อมาตำรวจได้สอบสวนนางเพ็ญนี พงษ์เฉลิม อายุ 53 ปี ภรรยาผู้ตายทราบว่าขณะเกิดเหตุยังทำงานอยู่ที่โรงงาน ก่อนที่นายสมนึก สามีจะยิงตัวเอง ได้โทรศัพท์เข้ามาหาบอกว่าได้ยิงลูกชายให้ตามไปดูที่โรงพยาบาลด้วย จึงรีบกลับมาบ้านพบว่านายสมนึก สามียิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว   ซึ่งนางเพ็ญนี บอกว่าสาเหตุที่สามีได้ก่อเหตุลงไปเป็นเพราะความเครียดที่ลูกชายติดยา ทั้งที่เป็นทหารมาแล้ว 2 ปี หลังจากออกทหารให้บวชพระก็ยังไม่ดีขึ้้นและชอบทะเลาะกับภรรยาเป็นประจำ ทำให้สามีเครียดมาโดยตลอด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อว่าสามีที่เครียดกับลูกชายที่ติดยาชอบพาลทะเลาะกับภรรยาเป็นประจำ สุดทนและบันดาลโทสะอย่างหนักถึงตัดสินใจคว้าปืนพกของตัวเองที่อยู่ตู้ออกมายิงลูกชายด้วยความโมโห คงด้วยเกรงกลัวความผิดจึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายเพื่อหนีความผิด ซึ่งนางเพ็ญนี ที่อยู่ในอาการเสียใจบอกไม่คิดว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเองถึงขนาดนี้เป็นเพราะยาเสพติดตัวเดียวทำให้ครอบครัวต้องสูญเสีย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uHb8kotFUfE

 3,974
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 62

แม่สุดเอือม แจ้งจับลูกชายติดยางอมแงม เมาคลั่ง-เคยเผาบ้านมาแล้ว ขู่ญาติออกมาเมื่อไหร่เจอกัน

นครศรีธรรมราช-ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้รับแจ้งจากนางนิตยา ศิขิวัฒน์ อายุ 44 ปี ขอความช่วยเหลือให้มาจับตัวนายทรงวุฒิ ศิขิวัฒน์ หรือ ทิว นาลึก อายุ 22 ปี ลูกชายที่คลุ้มคลั่งทำลายข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหาย   เมื่อไปถึงพบว่าญาติได้ช่วยกันจับนายทรงวุฒิ ขังไว้ในรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้ และขณะควบคุมตัว นายทรงวุฒิ มีอาการตาขวางท่าทางดุร้าย พยายามจะทำร้ายเจ้าหน้าที่เป็นระยะ รวมทั้งขู่อาฆาตญาติที่แจ้งให้ตำรวจมาจับกุมว่า “ออกมาเมื่อไรเตรียมตัวไว้นะพวกมึง” จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบรอบบ้าน พบอุปกรณ์การเสพยา และต้นพืชกระท่อมจึงทำการรื้อถอน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุง่ใหญ่ เพื่อดำเนินคดี   แม่ของนายทรงวุฒิ ให้การกับตำรวจว่า ผิดหวังกับลูกชายคนนี้เป็นอย่างมากที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนติดงอมแงม ทั้งเสพยาบ้า เสพน้ำต้มใบพืชกระท่อม พาเพื่อนวัยรุ่นมามั่วสุมกันในบ้านเกือบทุกวัน พอเจ้าหน้าที่มาจับกุมก็พากันวิ่งหนีเขาสวนยางเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยกกำลังเข้าปิดล้อมแต่เจ้าตัวก็หลบหนีการจับกุมไปได้อีก จนกระทั่งมีอาการคลุ้มคลั่งทุบทำลายข้าวของในบ้านจนเสียหาย   ที่ผ่านมาลูกชายยังเคยก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มีเจ้าหน้าที่มาฉีดน้ำสกัดไฟได้ทัน แต่ไฟไหม้เสียหายไปส่วนหนึ่ง และขณะอยู่บ้านรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าอยู่ในบ้านกับลูกชายคนนี้ ต้องไปนอนบ้านในตลาดทุ่งใหญ่ กระทั่งมีเพื่อนบ้านแจ้งว่าลูกชายเสพยาบ้าแล้วมีอาการคลั่ง จึงขอให้นำกำลังตำรวจเข้ามาจับกุมนำตัวไปดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ICBeruja1jk

 3,198
สังคม
25 พ.ย. 62

แม่สุดเอือม แจ้งจับลูกชายติดยางอมแงม เมาคลั่ง-เคยเผาบ้านมาแล้ว ขู่ญาติออกมาเมื่อไหร่เจอกัน

นครศรีธรรมราช-ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้รับแจ้งจากนางนิตยา ศิขิวัฒน์ อายุ 44 ปี ขอความช่วยเหลือให้มาจับตัวนายทรงวุฒิ ศิขิวัฒน์ หรือ ทิว นาลึก อายุ 22 ปี ลูกชายที่คลุ้มคลั่งทำลายข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหาย   เมื่อไปถึงพบว่าญาติได้ช่วยกันจับนายทรงวุฒิ ขังไว้ในรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้ และขณะควบคุมตัว นายทรงวุฒิ มีอาการตาขวางท่าทางดุร้าย พยายามจะทำร้ายเจ้าหน้าที่เป็นระยะ รวมทั้งขู่อาฆาตญาติที่แจ้งให้ตำรวจมาจับกุมว่า “ออกมาเมื่อไรเตรียมตัวไว้นะพวกมึง” จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบรอบบ้าน พบอุปกรณ์การเสพยา และต้นพืชกระท่อมจึงทำการรื้อถอน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุง่ใหญ่ เพื่อดำเนินคดี   แม่ของนายทรงวุฒิ ให้การกับตำรวจว่า ผิดหวังกับลูกชายคนนี้เป็นอย่างมากที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนติดงอมแงม ทั้งเสพยาบ้า เสพน้ำต้มใบพืชกระท่อม พาเพื่อนวัยรุ่นมามั่วสุมกันในบ้านเกือบทุกวัน พอเจ้าหน้าที่มาจับกุมก็พากันวิ่งหนีเขาสวนยางเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยกกำลังเข้าปิดล้อมแต่เจ้าตัวก็หลบหนีการจับกุมไปได้อีก จนกระทั่งมีอาการคลุ้มคลั่งทุบทำลายข้าวของในบ้านจนเสียหาย   ที่ผ่านมาลูกชายยังเคยก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มีเจ้าหน้าที่มาฉีดน้ำสกัดไฟได้ทัน แต่ไฟไหม้เสียหายไปส่วนหนึ่ง และขณะอยู่บ้านรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าอยู่ในบ้านกับลูกชายคนนี้ ต้องไปนอนบ้านในตลาดทุ่งใหญ่ กระทั่งมีเพื่อนบ้านแจ้งว่าลูกชายเสพยาบ้าแล้วมีอาการคลั่ง จึงขอให้นำกำลังตำรวจเข้ามาจับกุมนำตัวไปดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ICBeruja1jk

 3,198
ต่างประเทศ
25 พ.ย. 62

สาวไร้บ้านถูกสัมภาษณ์ออกทีวี ก่อนญาติมาเจอโดยบังเอิญ สุดท้ายได้กลับบ้าน

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์...เรื่องบังเอิญมีอยู่จริง เมื่อสาวอเมริกันที่หนีออกจากบ้านในรัฐนอร์ทดาโคตา กลายเป็นสาวไร้บ้านในรัฐโคโลราโด ซึ่งห่างจากบ้านของเธอกว่า 1,000 กม.   วันหนึ่งนักข่าวได้สัมภาษณ์เธอเรื่องคุณภาพชีวิตท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บในช่วงฤดูหนาว แล้วบังเอิญว่าทางบ้านของเธอได้เห็นข่าวนี้พอดี เห็นลูกสาวในสภาพที่อิดโรย จึงออกเดินทางไปตามหาเธอทันที แต่หลังจากค้นหาอยู่ 2-3 วันก็ยังไม่พบ   จนกระทั่งป้าของเธอแวะเข้าห้องน้ำที่สถานีรถไฟในเมืองแห่งหนึ่ง บังเอิญเจอกับหลานสาวพอดี ที่อยู่ในสภาพติดยาเสพติด นับเป็นความโชคดีที่เธอได้เจอครอบครัวอีกครั้ง และได้กลับบ้านไปบำบัดยาเสพติด            ศัพท์ข่าวเช้านี้ coincidence (n.) เรื่องบังเอิญ อ่านว่า เขอะวิ่นสิเดินสฺ What a coincidence! ช่างเป็นเรื่องบังเอิญ What a ออกเสียงเชื่อมเป็น วะดะ What a beautiful day! ช่างเป็นวันที่สวยงาม What a beautiful view! ช่างเป็นวิวที่สวยงาม What a good idea! ช่างเป็นไอเดียที่ดี What a pity! ช่างน่าเสียดาย / น่าสงสาร By coincidence, we found her in the bathroom. เราเจอเธอในห้องน้ำโดยบังเอิญ We found her by chance in the bathroom. เราเจอเธอในห้องน้ำโดยบังเอิญ This isn't a coincidence. It's destiny! นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเป็นพรหมลิขิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TW38y1sRK0c

 10,105

Top