ค้นหา :

ผลการค้นหา "ใบสั่ง"

ข่าวภูมิภาค
21 ม.ค. 63

กระบะมักง่ายจอดขวางหน้าบ้านแพทย์หญิง ออกไปทำงานไม่ได้ ก่อนขยำใบสั่งทิ้ง ขับออกไปหน้าตาเฉย

เชียงใหม่-กรณีที่มีคนขับรถกระบะไปขวางประตูหน้าบ้านของแพทย์หญิง จนไม่สามารถออกไปทำงานได้หลายชั่วโมง ต้องโทรศัพท์ไปยังศูนย์วิทยุกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ 191 ให้ประสานตำรวจจราจร มาดำเนินการ ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มายังจุดเกิดเหตุและได้เขียนใบสั่งแปะไว้กระจกรถยนต์กระบะดังกล่าว   ต่อมาเจ้าของรถกระบะดังกล่าวได้ดึงใบสั่งดังกล่าวออกและโยนทิ้ง และก็ได้ขับรถออกไปทันที โดยไม่ได้สนใจใบสั่งแต่อย่างใด สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าของบ้าน   ทั้งนี้ตำรวจได้ชี้แจงว่า หากมีกรณีนี้เกิดขึ้น ให้แจ้งตำรวจจราจรเอารถยกมายกออกไปเลย และตำรวจจราจร เมื่อออกใบสั่งแล้ว ควรจะอยู่รอสักพัก เพื่อตรวจหาเจ้าของรถ หรือไม่ก็ประสานรถยกมายกรถดังกล่าวออกจากการกีดขวาง ไม่ใช่มาติดใบสั่งแล้วก็จากไปแบบนี้   เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาให้มีการเรียกอบรมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรอีกครั้ง และจะได้ประสานไปยังขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำเนินการกับเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าวที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เพื่อให้ดำเนินการในส่วนเรื่องขนส่งต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K8ZBxKIFReI

 35,882
สังคม
21 ม.ค. 63

กระบะมักง่ายจอดขวางหน้าบ้านแพทย์หญิง ออกไปทำงานไม่ได้ ก่อนขยำใบสั่งทิ้ง ขับออกไปหน้าตาเฉย

เชียงใหม่-กรณีที่มีคนขับรถกระบะไปขวางประตูหน้าบ้านของแพทย์หญิง จนไม่สามารถออกไปทำงานได้หลายชั่วโมง ต้องโทรศัพท์ไปยังศูนย์วิทยุกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ 191 ให้ประสานตำรวจจราจร มาดำเนินการ ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มายังจุดเกิดเหตุและได้เขียนใบสั่งแปะไว้กระจกรถยนต์กระบะดังกล่าว   ต่อมาเจ้าของรถกระบะดังกล่าวได้ดึงใบสั่งดังกล่าวออกและโยนทิ้ง และก็ได้ขับรถออกไปทันที โดยไม่ได้สนใจใบสั่งแต่อย่างใด สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าของบ้าน   ทั้งนี้ตำรวจได้ชี้แจงว่า หากมีกรณีนี้เกิดขึ้น ให้แจ้งตำรวจจราจรเอารถยกมายกออกไปเลย และตำรวจจราจร เมื่อออกใบสั่งแล้ว ควรจะอยู่รอสักพัก เพื่อตรวจหาเจ้าของรถ หรือไม่ก็ประสานรถยกมายกรถดังกล่าวออกจากการกีดขวาง ไม่ใช่มาติดใบสั่งแล้วก็จากไปแบบนี้   เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาให้มีการเรียกอบรมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรอีกครั้ง และจะได้ประสานไปยังขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำเนินการกับเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าวที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เพื่อให้ดำเนินการในส่วนเรื่องขนส่งต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K8ZBxKIFReI

 35,882
สังคม
21 ม.ค. 63

กระบะมักง่าย จอดขวางหน้าบ้านคุณหมอจนออกไปทำงานไม่ได้ เจอใบสั่งก็ไม่กลัว ขยำทิ้งหน้าตาเฉย

พล.ต.ต.พิเชษฐ์ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวกรณีที่มีคนขับรถกระบะไปขวางประตูหน้าบ้านของแพทย์หญิงคนดัง หรือหมอหนิง จนคนในบ้านเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน นานหลายชั่วโมง    เรื่องราวรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น ของวันที่ 19 ม.ค.2563 ที่ผ่านมา ได้มีรถกระบะสีไปจอดในลักษณะกีดขวางประตูหน้าบ้านเข้าออกของคุณหมอ คุณหมอรออยู่นานเจ้าของรถกระบะก็ไม่มาสักที จึงได้โทรศัพท์ไปยังศูนย์วิทยุกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ 191 ให้ประสานตำรวจจราจร มาดำเนินการ ต่อมา ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มายังจุดเกิดเหตุและได้เขียนใบสั่งแปะไว้กระจกรถยนต์กระบะดังกล่าว ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป    สุดท้าย ทางคุณหมอกลับต้องรอให้เจ้าของรถมาเคลื่อนย้ายรถอยู่ดี เพราะตำรวจจราจรทำได้แค่นี้ คุณหมอและคนในครอบครัวที่จะต้องออกไปทำธุระนอกบ้านต้องรอให้เจ้าของรถมายังรถนานถึง 3 ชั่วโมง ต่อมาเจ้าของรถได้กลับมาที่รถและพบเห็นใบสั่งแปะที่กระจกรถ เจ้าของรถกระบะได้ดึงใบสั่งดังกล่าวออก และโยนทิ้ง และก็ได้ขับรถออกไปทันที ไม่ได้สนใจใบสั่งหรือเอามาอ่านสักหน่อยแต่อย่างใด คุณหมอและคนในบ้านจึงรีบออกไปดูและได้เอาใบสั่งมาบันทึกภาพไว้    พล.ต.ต.พิเชษฐ์ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ได้เปิดเผยต่อไปว่า เรื่องนี้้ตนได้ตำนิไปยัง ผู้กำกับการตำรวจจราจร เชียงใหม่แล้ว และได้โทรศัพท์ไปขอโทษคุณหมอแล้ว โดยได้แจ้งว่า หากมีกรณีนี้เกิดขึ้น ให้แจ้งตำรวจจราจรเอารถยกมายกออกไปเลย    ตำรวจจราจรดังกล่าว เบื้องต้นเมื่อออกใบสั่งแล้ว ควรจะอยู่รอสักพัก เพื่อตรวจหาเจ้าของรถ หรือไม่ก็ประสานรถยกมายกรถดังกล่าวออกจากการกีดขวาง ไม่ใช่มาติดใบสั่งแล้วก็จากไปแบบนี้ เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่ตนจะได้มีการเรียกอบรมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรอีกครั้ง และจะได้ประสานไปยังขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำเนินการกับเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าวที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เพื่อให้ดำเนินการในส่วนเรื่องขนส่งต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/OEYyVrd3_EM

 881
สังคม
05 ม.ค. 63

สาวโร่แจ้งความได้ใบสั่งปริศนา โอดไม่เคยไปเชียงใหม่ คาดถูกสวมทะเบียน

สาวชาวชลบุรีได้รับใบสั่งปริศนาถึง 2 ครั้ง ทั้งที่ไม่เคยขับรถไปที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยใบสั่งเป็นของสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 5 กองบังคับการทางหลวง    เจ้าตัวเผยรู้สึกงงเนื่องจากตนเองขับรถอยู่แค่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและขอนแก่นเท่านั้น จริงๆ ขับรถไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ให้แฟนเป็นคนขับ แต่โดนใบสั่งที่จังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างไร และไม่ทราบว่าเจ้าของรถที่ใช้ทะเบียนรถเหมือนกันนั้นมีจุดประสงค์อะไร จึงได้เข้าแจ้งความ   พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ระบุถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เบื้องต้นให้เข้าแจ้งความที่โรงพัก เนื่องจากอาจเป็นการสวมทะเบียนได้       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/rNSpDA9mNEw

 1,233
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ธ.ค. 62

หญิงหัวร้อนเถียง ตร. ฉุนโดนใบสั่ง เอาสีขาวทับเลขทะเบียนรถไม่ถูกโฉลก

ศรีสะเกษ-มีคลิปสาวหัวร้อนเถียงตำรวจจราจร สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจจับกุมเพราะ ป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีร่องรอยการปิดบังเลขป้ายทะเบียน โดยเป็นรถยนต์ปิคอัพ ทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร ตัวหนังสือและตัวเลขสีเขียว แต่ปรากฏว่า มีการนำเอาสีขาวมาทาทับปิดเลข 3 เหลือเพียงเลข 885 ทั้งแผ่นป้ายด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะการปิดปังอำพรางแก้ไขทะเบียนรถโดยไม่ได้รับอนุญาต   ส.ต.ท.ยุทธนา ศรวิชัย และ ส.ต.ท.กวิน ลาพันธ์ รอง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติงานจราจร สภ.กันทรลักษ์ ร่วมกันเล่าว่า ช่วงสายของวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา พวกตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตั้งด่านตรวจที่บริเวณถนนสายกันทรลักษ์ - เขาพระวิหาร ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ด้านหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ซึ่งขณะที่ตั้งด่านตรวจอยู่นั้น มีรถปิคอัพของสาวรายนี้วิ่งเข้ามาที่ด่านตรวจ   จากการตรวจสอบแล้วพบว่า ตัวเลข 3 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีรอยใช้สีขาวทาทับเอาไว้ ทำให้ เลข 3 หายไป เหลือตัวเลขเพียง 885 ตนจึงได้ขอดูสมุดคู่มือรถ ปรากฏว่า เป็นเลขทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร ขณะที่กำลังจะออกใบสั่ง หญิงสาวเจ้าของรถได้ลงจากรถส่งเสียงโวยวายไม่พอใจ หาว่าเจ้าหน้าที่ไม่อะลุ่มอล่วย อ้างว่า เลข 3 เป็นเลขอัปมงคลไม่ถูกโฉลก จึงต้องใช้สีปิดทับเอาไว้ และแสดงอาการคัดค้านขัดขืนไม่ยอมรับที่เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งและโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพวกตนไม่ได้ตอบโต้ เพียงอธิบายข้อกฎหมายให้ทราบเท่านั้น   ในขณะนั้น ร.ต.อ.มุกดา เมธีปัญญากุล รอง สว.จร.สภ.กันทรลักษ์ ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ ได้เข้ามาเจรจาอธิบายเหตุผลข้อกฎหมายให้สาวคนดังกล่าวทราบ แต่ว่าหญิงสาวไม่ยอมฟังและเถียงเจ้าหน้าที่ว่าไม่ยอมอนุโลมให้ผ่านไป โดยไม่ต้องถูกจับกุมออกใบสั่ง เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียดจึงถ่ายคลิปไว้ สุดท้ายตนได้ออกใบสั่งให้แก่หญิงสาวรายนี้ ในข้อหา ใช้ป้ายทะเบียนรถไม่เป็นไปตามกฏกระทรวง ซึ่งหญิงสาวเจ้าของรถได้เดินมากระชากเอาใบขับขี่ที่ตนถืออยู่ จากนั้นก็ขับรถออกไป   ทางด้าน ส.ต.ท.กวิน กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเสียความรู้สึกเล็กน้อยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้วมาโดนต่อว่า แต่ตนก็อดทน เพราะทำตามหน้าที่ของตำรวจจราจร ต้องอดทนอดกลั้นต่อความเสียดสีต่าง ๆ เพื่อบริการประชาชนอย่างเต็มที่   ส่วน ส.ต.ท.ยุทธนา เผยว่า พวกตนไม่ได้โต้เถียงสาวเจ้าของรถแต่อย่างใด อีกทั้งตนยังเรียกสาวเจ้าของรถว่าแม่ เพราะเห็นว่าอายุมากพอสมควร ตนมีความรู้สึกเสียใจที่โดนต่อว่า แต่ก็พยายามอดทนทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ซึ่งจนถึงบัดนี้ ยังไม่ได้มีการติดตามมาจากผู้ที่โดนออกใบสั่งแต่อย่างใด ขณะนี้ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากว่า สาวเจ้าของรถมาขอโทษก็พร้อมที่จะให้อภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WoUeeraSeD4

 16,648
ข่าวโซเชียล
18 ธ.ค. 62

หญิงหัวร้อนเถียง ตร. ฉุนโดนใบสั่ง เอาสีขาวทับเลขทะเบียนรถไม่ถูกโฉลก

ศรีสะเกษ-มีคลิปสาวหัวร้อนเถียงตำรวจจราจร สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจจับกุมเพราะ ป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีร่องรอยการปิดบังเลขป้ายทะเบียน โดยเป็นรถยนต์ปิคอัพ ทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร ตัวหนังสือและตัวเลขสีเขียว แต่ปรากฏว่า มีการนำเอาสีขาวมาทาทับปิดเลข 3 เหลือเพียงเลข 885 ทั้งแผ่นป้ายด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะการปิดปังอำพรางแก้ไขทะเบียนรถโดยไม่ได้รับอนุญาต   ส.ต.ท.ยุทธนา ศรวิชัย และ ส.ต.ท.กวิน ลาพันธ์ รอง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติงานจราจร สภ.กันทรลักษ์ ร่วมกันเล่าว่า ช่วงสายของวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา พวกตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตั้งด่านตรวจที่บริเวณถนนสายกันทรลักษ์ - เขาพระวิหาร ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ด้านหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ซึ่งขณะที่ตั้งด่านตรวจอยู่นั้น มีรถปิคอัพของสาวรายนี้วิ่งเข้ามาที่ด่านตรวจ   จากการตรวจสอบแล้วพบว่า ตัวเลข 3 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีรอยใช้สีขาวทาทับเอาไว้ ทำให้ เลข 3 หายไป เหลือตัวเลขเพียง 885 ตนจึงได้ขอดูสมุดคู่มือรถ ปรากฏว่า เป็นเลขทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร ขณะที่กำลังจะออกใบสั่ง หญิงสาวเจ้าของรถได้ลงจากรถส่งเสียงโวยวายไม่พอใจ หาว่าเจ้าหน้าที่ไม่อะลุ่มอล่วย อ้างว่า เลข 3 เป็นเลขอัปมงคลไม่ถูกโฉลก จึงต้องใช้สีปิดทับเอาไว้ และแสดงอาการคัดค้านขัดขืนไม่ยอมรับที่เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งและโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพวกตนไม่ได้ตอบโต้ เพียงอธิบายข้อกฎหมายให้ทราบเท่านั้น   ในขณะนั้น ร.ต.อ.มุกดา เมธีปัญญากุล รอง สว.จร.สภ.กันทรลักษ์ ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ ได้เข้ามาเจรจาอธิบายเหตุผลข้อกฎหมายให้สาวคนดังกล่าวทราบ แต่ว่าหญิงสาวไม่ยอมฟังและเถียงเจ้าหน้าที่ว่าไม่ยอมอนุโลมให้ผ่านไป โดยไม่ต้องถูกจับกุมออกใบสั่ง เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียดจึงถ่ายคลิปไว้ สุดท้ายตนได้ออกใบสั่งให้แก่หญิงสาวรายนี้ ในข้อหา ใช้ป้ายทะเบียนรถไม่เป็นไปตามกฏกระทรวง ซึ่งหญิงสาวเจ้าของรถได้เดินมากระชากเอาใบขับขี่ที่ตนถืออยู่ จากนั้นก็ขับรถออกไป   ทางด้าน ส.ต.ท.กวิน กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเสียความรู้สึกเล็กน้อยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้วมาโดนต่อว่า แต่ตนก็อดทน เพราะทำตามหน้าที่ของตำรวจจราจร ต้องอดทนอดกลั้นต่อความเสียดสีต่าง ๆ เพื่อบริการประชาชนอย่างเต็มที่   ส่วน ส.ต.ท.ยุทธนา เผยว่า พวกตนไม่ได้โต้เถียงสาวเจ้าของรถแต่อย่างใด อีกทั้งตนยังเรียกสาวเจ้าของรถว่าแม่ เพราะเห็นว่าอายุมากพอสมควร ตนมีความรู้สึกเสียใจที่โดนต่อว่า แต่ก็พยายามอดทนทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ซึ่งจนถึงบัดนี้ ยังไม่ได้มีการติดตามมาจากผู้ที่โดนออกใบสั่งแต่อย่างใด ขณะนี้ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากว่า สาวเจ้าของรถมาขอโทษก็พร้อมที่จะให้อภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WoUeeraSeD4

 16,648
บันเทิง
23 ต.ค. 62

'หนิง ปณิตา' ยอมรับผิด สามีเข้าพบ ตร.แจงซื้อรถมาถูกต้อง ไม่มีเจตนาสวมทะเบียน ด้าน 'ส.ต.ท.ธีรพงษ์' บอกไม่โกรธ ยึดหลัก อดทนต่อความเจ็บใจ

ความคืบหน้ากรณี หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ นักแสดง โพสต์ภาพและข้อความ ตำหนิการทำงานของตำรวจ ที่เขียนใบสั่งล่าช้า และส่อพฤติกรรมเรียกรับเงิน พร้อมแฮชแทก ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งข้อง ทำให้ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บกจร . ออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ท่ามกลางการวิพากวิจารณ์ของสังคม   ล่าสุดเมื่อวานนี้  สน.วิภาวดี นายจรินทร์ หรือ  จิน ธรรมวัฒนะ  สามีของหนิงปณิตา เข้าพบ ตำรวจสน.วิภาวดี เพื่อชี้แจงเรื่องการซื้อรถ เซราติ ที่มีการสวมทะเบียน กท 191ซึ่งเป็นรถ บีเอ็มดับเบิ้ลยู สีเทา รุ่น 740L (BMW รุ่น 740Le xDrive pure excellence)   ส่วนรถยนต์ เซราติน มีการ  มามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน ตรวจสอบเอกสารการครอบครองรถคันดังกล่าว  พร้อมเปิดเผยว่า รถคันนี้ซื้อมาได้ปีกว่า ไม่ค่อยได้ขับ โดยรถคันนี้มีทะเบียนอยู่แล้ว คือทะเบียน 8กฎ3940 กทม. แต่ทำทะเบียนนี้หาย ส่วนทะเบียน กท 191 กทม. เป็นป้ายทะเบียนเก่าที่ทำเรื่องขายไปแล้ว แต่ยังไม่ถอดป้ายทะเบียนออก จึงนำมาใส่รถคันนี้ก่อน ซึ่งปกติก็ไม่ค่อยได้ใช้งาน นานๆทีจะเอาออกมาขับ จนทำให้ลืมไปว่า รถคันนี้ทะเบียนหาย   รถคันนี้ซื้อมาจากบริษัทนำเข้าถูกกฎหมายทุกขั้นตอน  ตนเป็นคนที่สองหรือสามที่ซื้อรถคันนี้ ซื้อ เพราะชอบ ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง  ตอนนี้รถยังอยู่ที่ลิสซิ่งอยู่ เรื่องทั้งหมดเกิดจาการที่ไม่เปลี่ยนป้ายทะเบียนเลยเป็นเรื่อง หลังจากนี้ต้องหาป้ายก่อน เพราะป้ายหายไม่รู้ไปเก็บไว้ที่ไหน ผมไม่ได้มี เจตนาจะสวมป้ายทะเบียน รถก็ไม่ค่อยได้ขับ  จากนี้ระหว่างรอป้ายทะเบียนก็จะไปขอป้ายแดงมาไว้ก่อน  วันนี้ก็นำเอกสารหลักฐานต่างๆมาชี้แจงตำรวจทั้งหมด และจะนำรถเข้ามาให้ตำรวจตรวจสอบ เรื่องทั้งหมด ก็ขอโทษสังคม ที่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ส่วนการทำผิดกฎจราจรก็ยอมรับผิดและเสียค่าปรับไปแล้ว   สำหรับรถเซราติน นี้ พบว่า มีการซื้อขายตั้งแต่ปี 2558 เดือน มิถุนายน มีการเปลี่ยนทะเบียนมา 4 ครั้งพบจดทะเบียนครอบครองในชื่อบริษัทประกอบธุรกิจขายปลีกเหล็กรูปพรรณในย่านบางนา และรถยนต์คันดังกล่าวเพิ่งจดทะเบียนครอบครองรถกับกรมการขนส่งทางบกเมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 ซึ่งรถยนต์จะสิ้นอายุภาษีลงในวันที่ 17 ต.ค.63 แต่ป้ายวงกลมในรถมาเซราติที่มาสวมทับเป็นบีเอ็มดับบลิว ทะเบียน กท 191 กทม.กลับขาดต่อภาษี   ในส่วนของ  ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาดีฯ- รังสิต กก.2 บก.จร. เมื่อวานนี้ก็มาทำงานตามปกติ โดยเปิดใจกับผู้สื่อข่าว  หลังจากเกิดเหตุการณ์วิพากษ์ต่างๆมากมาย ว่า ช่วงที่เกิดเหตุ ตนไม่ได้มีเจตนาจะดึงเชิง หรือ ต้องการจะเรียกรับเงิน ซึ่งช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ตนเห็นรถคันดังกล่าวขับเลี้ยวเข้ามาผิดเลนแล้วกำลังจะหักออก จึงเรียกตรวจสอบ เขาก็ให้ความร่วมมือดี แต่พอตรวจสอบก็ไม่มีใบขับขี่ เมื่อตรวจป้ายทะเบียนรถก็ไม่มีการเสียภาษี และทะเบียนรถตรวจสอบในระบบก็ไม่ตรงกัน จึงสอบถามคุณหนิง ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นดาราหรือใคร และก็เดินดูรอบรถ เพื่อหายี่ห้อรถ แต่ไม่พบ และไม่รู้จัก จึงเดินมาดูที่พวงมาลัย ก็ไม่รู้จึงถามคนขับไป และรู้ว่ารถมีการสวมทะเบียนจึงถามว่ามากับใคร ไปไหน ทำตามหน้าที่    โดยเหตุการณ์ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 3-5นาที  คุณหนิงพูดกับเราสุภาพ ไม่ได้มีอารมณ์หงุดหงิดหรือตะหวาด หลังจากนั้นก้ไม่รู้เรื่องอีกเลย จนกระทั่งเช้ามาพบว่าเรื่องราวของตนถูกแชร์ในโซเชียลจำนวนมากก็เลยตกใจว่า คนที่เราจับคือดารา และตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็ไม่ได้รับสายจากคุณหนิง หรือได้รับคำขอโทษใดๆ หากถามว่าอยากได้รับคำขอโทษหรือไม่นั้น สำหรับตน ไม่เป็นไร ผมไม่โกรธเลย ให้อภัยทุกคนไม่ได้ติดใจอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นทำตามหน้าที่เพื่อความถูกต้อง ไม่ต้องการเงิน เพราะถ้าผมกรอกรายละเอียดรถผิด ก็ทำให้กลายเป็นรถของคนอื่นได้ ส่งผลให้คนอื่นเดือดร้อนได้   ตอนนี้สังคมเกิดกระแสวิจารณ์มากมาย ผมก็ไม่อยากให้ไปว่าคุณหนิงมาก เพราะตอนนั้นอาจจะเกิดความเข้าใจผิด ที่ผ่านมาเขาอาจจะเคยเจอเหตุการณ์แบบที่เขาคิดก็ได้ ผมไม่โกรธเลย การทำงานของผม จะยึดหลักและท่องคำนี้อยู่ในใจว่า “เป็นตำรวจก็ต้องอดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก”     ส่วนคุณ หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ  ก็โดนกระแสถล่มทั้งวัน เมื่อวานนี้ คุณหนิงก็ออกมา ขอโทษผ่านการให้สัมภาษณ์รายการทอล์กโชว์ โดย ยอมรับว่าทำผิดกฎจราจรจริง  ส่วนการสวมทะเบียน นั้น คุณหนิงยืนยันว่า รถยนต์ที่ขับเป็นยี่ห้อ "มาเซราติ" แต่ป้ายวงกลม เป็นของรถ "BMW" รถได้มาถูกต้อง ซื้อมาถูกต้อง มีเอกสารยืนยัน โดยสามีนำเอกสารทั้งหมดชี้แจงตำรวจแล้ว   “ขอโทษตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ พร้อมยอมรับว่าที่โพสต์ข้อความลงสื่อออนไลน์ เกิดจากความใจร้อน คิดถึงคนอื่นน้อยเกินไป” ส่วนการทำผิดกฎจราจรก็ได้เสียค่าปรับตามกฎหมายแล้ว     ด้าน พล.ต.ต. คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องแล้ว กรณีเดินวนรอบรถตามที่ น.ส.ปณิตา โพสต์ลงโซเชียล ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า เพราะพบว่าข้อมูลบนป้ายวงกลมที่ติดบนกระจกหน้ารถ ระบุเป็นรถยนต์อีกยี่ห้อ อีกทั้งไม่รู้จักยี่ห้อรถ เพื่อที่จะเขียนใบสั่ง จึงต้องถามจากผู้ขับขี่ สำหรับการเขียนใบสั่งเปรียบเทียบปรับ 3 กระทง ประกอบด้วย ขับรถฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง,/ขับรถโดยไม่พกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์/ และไม่ชำระภาษีประจำปี ส่วนเนื้อหาข้อความที่ กล่าวถึงเจ้าพนักงานคงไม่เข้าข่ายมีความผิด เนื่องจากมองว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวและไม่ได้ระบุชัดเจนเจาะจง   ขณะที่ ส.ต.ท.ธีระพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีฯ-รังสิต กก.2 บก.จร.  ตำรวจคู่กรณี หนิง ปณิดา เคยตกเป็นข่าวในสังคมออนไลน์มาแล้ว 2 ครั้ง คือปี 2560 เป็นคลิปลงโทษวัยรุ่นที่ไม่สวมหมวกกันน็อกด้วยการให้ลุกนั่ง แทนการออกใบสั่ง เพราะเห็นใจเด็กๆที่ต้องรบกวนเงินของผู้ปกครองมาจ่ายค่าปรับ โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า "ใบสั่งในมือยังไงก็สู้ใบสั่งในใจไม่ได้"    ต่อมา ปี 2561 เป็นคลิปการช่วยลูกแมวที่ติดใต้ท้องรถ บนถนนวิภาวดี-รังสิต นอกจากนี้ ยังมีภาพที่เจ้าตัวทุ่มเททำงาน แต่งชุดม้าลายโบกรถบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นสีสันและดูแลความปลอดภัยให้แก่เด็กๆอีกด้วย  ซึ่งได้รับการชื่มชมจากชาวเน็ตเป็นอย่างมาก        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/oraM64a-utg

 8,540
สังคม
23 ต.ค. 62

'หนิง ปณิตา' ยอมรับผิด สามีเข้าพบ ตร.แจงซื้อรถมาถูกต้อง ไม่มีเจตนาสวมทะเบียน ด้าน 'ส.ต.ท.ธีรพงษ์' บอกไม่โกรธ ยึดหลัก อดทนต่อความเจ็บใจ

ความคืบหน้ากรณี หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ นักแสดง โพสต์ภาพและข้อความ ตำหนิการทำงานของตำรวจ ที่เขียนใบสั่งล่าช้า และส่อพฤติกรรมเรียกรับเงิน พร้อมแฮชแทก ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งข้อง ทำให้ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บกจร . ออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ท่ามกลางการวิพากวิจารณ์ของสังคม   ล่าสุดเมื่อวานนี้  สน.วิภาวดี นายจรินทร์ หรือ  จิน ธรรมวัฒนะ  สามีของหนิงปณิตา เข้าพบ ตำรวจสน.วิภาวดี เพื่อชี้แจงเรื่องการซื้อรถ เซราติ ที่มีการสวมทะเบียน กท 191ซึ่งเป็นรถ บีเอ็มดับเบิ้ลยู สีเทา รุ่น 740L (BMW รุ่น 740Le xDrive pure excellence)   ส่วนรถยนต์ เซราติน มีการ  มามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน ตรวจสอบเอกสารการครอบครองรถคันดังกล่าว  พร้อมเปิดเผยว่า รถคันนี้ซื้อมาได้ปีกว่า ไม่ค่อยได้ขับ โดยรถคันนี้มีทะเบียนอยู่แล้ว คือทะเบียน 8กฎ3940 กทม. แต่ทำทะเบียนนี้หาย ส่วนทะเบียน กท 191 กทม. เป็นป้ายทะเบียนเก่าที่ทำเรื่องขายไปแล้ว แต่ยังไม่ถอดป้ายทะเบียนออก จึงนำมาใส่รถคันนี้ก่อน ซึ่งปกติก็ไม่ค่อยได้ใช้งาน นานๆทีจะเอาออกมาขับ จนทำให้ลืมไปว่า รถคันนี้ทะเบียนหาย   รถคันนี้ซื้อมาจากบริษัทนำเข้าถูกกฎหมายทุกขั้นตอน  ตนเป็นคนที่สองหรือสามที่ซื้อรถคันนี้ ซื้อ เพราะชอบ ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง  ตอนนี้รถยังอยู่ที่ลิสซิ่งอยู่ เรื่องทั้งหมดเกิดจาการที่ไม่เปลี่ยนป้ายทะเบียนเลยเป็นเรื่อง หลังจากนี้ต้องหาป้ายก่อน เพราะป้ายหายไม่รู้ไปเก็บไว้ที่ไหน ผมไม่ได้มี เจตนาจะสวมป้ายทะเบียน รถก็ไม่ค่อยได้ขับ  จากนี้ระหว่างรอป้ายทะเบียนก็จะไปขอป้ายแดงมาไว้ก่อน  วันนี้ก็นำเอกสารหลักฐานต่างๆมาชี้แจงตำรวจทั้งหมด และจะนำรถเข้ามาให้ตำรวจตรวจสอบ เรื่องทั้งหมด ก็ขอโทษสังคม ที่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ส่วนการทำผิดกฎจราจรก็ยอมรับผิดและเสียค่าปรับไปแล้ว   สำหรับรถเซราติน นี้ พบว่า มีการซื้อขายตั้งแต่ปี 2558 เดือน มิถุนายน มีการเปลี่ยนทะเบียนมา 4 ครั้งพบจดทะเบียนครอบครองในชื่อบริษัทประกอบธุรกิจขายปลีกเหล็กรูปพรรณในย่านบางนา และรถยนต์คันดังกล่าวเพิ่งจดทะเบียนครอบครองรถกับกรมการขนส่งทางบกเมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 ซึ่งรถยนต์จะสิ้นอายุภาษีลงในวันที่ 17 ต.ค.63 แต่ป้ายวงกลมในรถมาเซราติที่มาสวมทับเป็นบีเอ็มดับบลิว ทะเบียน กท 191 กทม.กลับขาดต่อภาษี   ในส่วนของ  ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาดีฯ- รังสิต กก.2 บก.จร. เมื่อวานนี้ก็มาทำงานตามปกติ โดยเปิดใจกับผู้สื่อข่าว  หลังจากเกิดเหตุการณ์วิพากษ์ต่างๆมากมาย ว่า ช่วงที่เกิดเหตุ ตนไม่ได้มีเจตนาจะดึงเชิง หรือ ต้องการจะเรียกรับเงิน ซึ่งช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ตนเห็นรถคันดังกล่าวขับเลี้ยวเข้ามาผิดเลนแล้วกำลังจะหักออก จึงเรียกตรวจสอบ เขาก็ให้ความร่วมมือดี แต่พอตรวจสอบก็ไม่มีใบขับขี่ เมื่อตรวจป้ายทะเบียนรถก็ไม่มีการเสียภาษี และทะเบียนรถตรวจสอบในระบบก็ไม่ตรงกัน จึงสอบถามคุณหนิง ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นดาราหรือใคร และก็เดินดูรอบรถ เพื่อหายี่ห้อรถ แต่ไม่พบ และไม่รู้จัก จึงเดินมาดูที่พวงมาลัย ก็ไม่รู้จึงถามคนขับไป และรู้ว่ารถมีการสวมทะเบียนจึงถามว่ามากับใคร ไปไหน ทำตามหน้าที่    โดยเหตุการณ์ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 3-5นาที  คุณหนิงพูดกับเราสุภาพ ไม่ได้มีอารมณ์หงุดหงิดหรือตะหวาด หลังจากนั้นก้ไม่รู้เรื่องอีกเลย จนกระทั่งเช้ามาพบว่าเรื่องราวของตนถูกแชร์ในโซเชียลจำนวนมากก็เลยตกใจว่า คนที่เราจับคือดารา และตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็ไม่ได้รับสายจากคุณหนิง หรือได้รับคำขอโทษใดๆ หากถามว่าอยากได้รับคำขอโทษหรือไม่นั้น สำหรับตน ไม่เป็นไร ผมไม่โกรธเลย ให้อภัยทุกคนไม่ได้ติดใจอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นทำตามหน้าที่เพื่อความถูกต้อง ไม่ต้องการเงิน เพราะถ้าผมกรอกรายละเอียดรถผิด ก็ทำให้กลายเป็นรถของคนอื่นได้ ส่งผลให้คนอื่นเดือดร้อนได้   ตอนนี้สังคมเกิดกระแสวิจารณ์มากมาย ผมก็ไม่อยากให้ไปว่าคุณหนิงมาก เพราะตอนนั้นอาจจะเกิดความเข้าใจผิด ที่ผ่านมาเขาอาจจะเคยเจอเหตุการณ์แบบที่เขาคิดก็ได้ ผมไม่โกรธเลย การทำงานของผม จะยึดหลักและท่องคำนี้อยู่ในใจว่า “เป็นตำรวจก็ต้องอดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก”     ส่วนคุณ หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ  ก็โดนกระแสถล่มทั้งวัน เมื่อวานนี้ คุณหนิงก็ออกมา ขอโทษผ่านการให้สัมภาษณ์รายการทอล์กโชว์ โดย ยอมรับว่าทำผิดกฎจราจรจริง  ส่วนการสวมทะเบียน นั้น คุณหนิงยืนยันว่า รถยนต์ที่ขับเป็นยี่ห้อ "มาเซราติ" แต่ป้ายวงกลม เป็นของรถ "BMW" รถได้มาถูกต้อง ซื้อมาถูกต้อง มีเอกสารยืนยัน โดยสามีนำเอกสารทั้งหมดชี้แจงตำรวจแล้ว   “ขอโทษตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ พร้อมยอมรับว่าที่โพสต์ข้อความลงสื่อออนไลน์ เกิดจากความใจร้อน คิดถึงคนอื่นน้อยเกินไป” ส่วนการทำผิดกฎจราจรก็ได้เสียค่าปรับตามกฎหมายแล้ว     ด้าน พล.ต.ต. คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องแล้ว กรณีเดินวนรอบรถตามที่ น.ส.ปณิตา โพสต์ลงโซเชียล ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า เพราะพบว่าข้อมูลบนป้ายวงกลมที่ติดบนกระจกหน้ารถ ระบุเป็นรถยนต์อีกยี่ห้อ อีกทั้งไม่รู้จักยี่ห้อรถ เพื่อที่จะเขียนใบสั่ง จึงต้องถามจากผู้ขับขี่ สำหรับการเขียนใบสั่งเปรียบเทียบปรับ 3 กระทง ประกอบด้วย ขับรถฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง,/ขับรถโดยไม่พกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์/ และไม่ชำระภาษีประจำปี ส่วนเนื้อหาข้อความที่ กล่าวถึงเจ้าพนักงานคงไม่เข้าข่ายมีความผิด เนื่องจากมองว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวและไม่ได้ระบุชัดเจนเจาะจง   ขณะที่ ส.ต.ท.ธีระพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีฯ-รังสิต กก.2 บก.จร.  ตำรวจคู่กรณี หนิง ปณิดา เคยตกเป็นข่าวในสังคมออนไลน์มาแล้ว 2 ครั้ง คือปี 2560 เป็นคลิปลงโทษวัยรุ่นที่ไม่สวมหมวกกันน็อกด้วยการให้ลุกนั่ง แทนการออกใบสั่ง เพราะเห็นใจเด็กๆที่ต้องรบกวนเงินของผู้ปกครองมาจ่ายค่าปรับ โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า "ใบสั่งในมือยังไงก็สู้ใบสั่งในใจไม่ได้"    ต่อมา ปี 2561 เป็นคลิปการช่วยลูกแมวที่ติดใต้ท้องรถ บนถนนวิภาวดี-รังสิต นอกจากนี้ ยังมีภาพที่เจ้าตัวทุ่มเททำงาน แต่งชุดม้าลายโบกรถบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นสีสันและดูแลความปลอดภัยให้แก่เด็กๆอีกด้วย  ซึ่งได้รับการชื่มชมจากชาวเน็ตเป็นอย่างมาก        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/oraM64a-utg

 8,540
บันเทิง
22 ต.ค. 62

'หนิง-ปณิตา' โต้ไม่มีการแถลง! ยันไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ขอแจงแค่ในรายการบ่ายวันนี้!

'หนิง-ปณิตา' โต้ไม่มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าว  ยันไม่ให้สัมภาษณ์ ขอชี้แจงในรายการบ่ายวันนี้ (22 ต.ค.) ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชี้ไม่รับค่าปรับ ระบุ  ต้องมาจ่ายเอง หรือชำระที่ไปรษณีย์ตามขั้นตอน หลังเจ้าตัวส่งคนขับรถจ่ายแทน    จากกรณีดาราสาว ‘หนิง ปณิตา’ โพสต์อินสตราแกรมต่อว่าตำรวจจราจร ที่เข้ามาจับกุมตนเองหลังขับรถผิดเลน โดยใช้คำพูดในลักษณะว่าตำรวจพยายามเดินวนดูรถไปมาคล้ายจะเรียกรับเงิน หลังจากนั้นศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร จะชี้แจงข้อเท็จจริงว่า    โดย สิบตำรวจโทธีรพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่ งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดี/รังสิต กก.2 บก.จร. ได้ยืนปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่บน ถนนวิภาวดีฯ ขาเข้าทางด้านคู่ขนาน บริเวณพื้นที่ปลอดภัยระหว่าง ถนนวิภาวดีฯ และเส้นเบี่ยงจากทางคู่ขนานที่จะมุ่งไปหน้าทางรัชโยธิน หน้า รร.นานาชาติ เซนสตรีเฟรน์   เมื่อรถของดาราสาวได้ผิดกฎจราจรฝ่าฝืนเส้นทืบจึงเรียกเพื่อออกใบสั่ง ยืนยันว่าการเดินวนดูรอบรถนั้นเพื่อเป็นการตรวจสอบว่ารถคันดังกล่าว ว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร จึงได้สอบถามผู้ขับขี่ แต่เจ้าหน้าที่สะกดไม่ถูกจึงได้เดินไปดูข้อมูลดังกล่าวที่แผ่นป้ายวงกลมการชำระภาษีประจำปี ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวยังไม่ได้ชำระภาษีประจำปี จึงได้เพิ่มข้อหา “นำรถยนต์ที่ยังไม่ได้ชำระภาษีมาใช้ในทาง” อีกหนึ่งข้อหา ลงในใบสั่ง เมื่อเขียนเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งใบสั่งดังกล่าวให้กับ ผู้ขับขี่ไป หลังจากนั้น ผู้ขับขี่จึงได้ขับออกไปจากที่เกิดเหตุ   ทั้งนี้ดาราสาว ได้ให้คนขับรถของตัวเองมาเสียค่าปรับตามใบสั่งใน 2 ข้อหา คือ ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง และไม่ชำระภาษีประจำปี ที่ บก.จร. แต่ตำรวจไม่อนุญาตให้เสียค่าปรับได้ เนื่องจากกฎหมายจะต้องให้ผู้ขับขี่มาเสียค่าปรับด้วยตัวเอง หรือเสียค่าปรับทางช่องทางไปรณีย์ หรือธนาคารเท่านั้น ส่วนข้อมูลที่ตำรวจพบว่า รถของดาราสาวเป็นรถมีการสวมทะเบียน จะต้องมีการเรียกเจ้าตัวเข้ามาให้ข้อมูล เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง    อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวออกมาว่า ดาราสาวได้เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองในวันนี้ (22 ต.ค.) นั้น ล่าสุดเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ได้รับการยืนยันจาก PR รายการคุยแซ่บ Show  ว่า   "วันนี้ พี่หนิง ปณิตา ไม่มีการแถลงข่าวใดๆ และไม่สะดวกให้สัมภาษณ์หลังจบรายการคุยแซ่บ Show นะคะ ทางพี่หนิง ฝากแจ้งมาว่า จะพูดในรายการคุยแซ่บShow วันนี้ ถึงกรณีที่เกิดขึ้นค่ะ (สามารถดู  Live ได้จากเพจคุยแซ่บShow นะคะ) ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ"     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กระแสตีกลับ! 'หนิง ปณิตา' โพสต์ฉะ ตร.หลังถูกจับขับรถผิดเลน จ่อโดนฟันรถหรูสวมทะเบียน      

 3,370
สังคม
22 ต.ค. 62

'หนิง-ปณิตา' โต้ไม่มีการแถลง! ยันไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ขอแจงแค่ในรายการบ่ายวันนี้!

'หนิง-ปณิตา' โต้ไม่มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าว  ยันไม่ให้สัมภาษณ์ ขอชี้แจงในรายการบ่ายวันนี้ (22 ต.ค.) ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชี้ไม่รับค่าปรับ ระบุ  ต้องมาจ่ายเอง หรือชำระที่ไปรษณีย์ตามขั้นตอน หลังเจ้าตัวส่งคนขับรถจ่ายแทน    จากกรณีดาราสาว ‘หนิง ปณิตา’ โพสต์อินสตราแกรมต่อว่าตำรวจจราจร ที่เข้ามาจับกุมตนเองหลังขับรถผิดเลน โดยใช้คำพูดในลักษณะว่าตำรวจพยายามเดินวนดูรถไปมาคล้ายจะเรียกรับเงิน หลังจากนั้นศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร จะชี้แจงข้อเท็จจริงว่า    โดย สิบตำรวจโทธีรพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่ งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดี/รังสิต กก.2 บก.จร. ได้ยืนปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่บน ถนนวิภาวดีฯ ขาเข้าทางด้านคู่ขนาน บริเวณพื้นที่ปลอดภัยระหว่าง ถนนวิภาวดีฯ และเส้นเบี่ยงจากทางคู่ขนานที่จะมุ่งไปหน้าทางรัชโยธิน หน้า รร.นานาชาติ เซนสตรีเฟรน์   เมื่อรถของดาราสาวได้ผิดกฎจราจรฝ่าฝืนเส้นทืบจึงเรียกเพื่อออกใบสั่ง ยืนยันว่าการเดินวนดูรอบรถนั้นเพื่อเป็นการตรวจสอบว่ารถคันดังกล่าว ว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร จึงได้สอบถามผู้ขับขี่ แต่เจ้าหน้าที่สะกดไม่ถูกจึงได้เดินไปดูข้อมูลดังกล่าวที่แผ่นป้ายวงกลมการชำระภาษีประจำปี ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวยังไม่ได้ชำระภาษีประจำปี จึงได้เพิ่มข้อหา “นำรถยนต์ที่ยังไม่ได้ชำระภาษีมาใช้ในทาง” อีกหนึ่งข้อหา ลงในใบสั่ง เมื่อเขียนเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งใบสั่งดังกล่าวให้กับ ผู้ขับขี่ไป หลังจากนั้น ผู้ขับขี่จึงได้ขับออกไปจากที่เกิดเหตุ   ทั้งนี้ดาราสาว ได้ให้คนขับรถของตัวเองมาเสียค่าปรับตามใบสั่งใน 2 ข้อหา คือ ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง และไม่ชำระภาษีประจำปี ที่ บก.จร. แต่ตำรวจไม่อนุญาตให้เสียค่าปรับได้ เนื่องจากกฎหมายจะต้องให้ผู้ขับขี่มาเสียค่าปรับด้วยตัวเอง หรือเสียค่าปรับทางช่องทางไปรณีย์ หรือธนาคารเท่านั้น ส่วนข้อมูลที่ตำรวจพบว่า รถของดาราสาวเป็นรถมีการสวมทะเบียน จะต้องมีการเรียกเจ้าตัวเข้ามาให้ข้อมูล เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง    อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวออกมาว่า ดาราสาวได้เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองในวันนี้ (22 ต.ค.) นั้น ล่าสุดเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ได้รับการยืนยันจาก PR รายการคุยแซ่บ Show  ว่า   "วันนี้ พี่หนิง ปณิตา ไม่มีการแถลงข่าวใดๆ และไม่สะดวกให้สัมภาษณ์หลังจบรายการคุยแซ่บ Show นะคะ ทางพี่หนิง ฝากแจ้งมาว่า จะพูดในรายการคุยแซ่บShow วันนี้ ถึงกรณีที่เกิดขึ้นค่ะ (สามารถดู  Live ได้จากเพจคุยแซ่บShow นะคะ) ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ"     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กระแสตีกลับ! 'หนิง ปณิตา' โพสต์ฉะ ตร.หลังถูกจับขับรถผิดเลน จ่อโดนฟันรถหรูสวมทะเบียน      

 3,370
สังคม-อาชญากรรม
22 ต.ค. 62

กระแสตีกลับ! 'หนิง ปณิตา' โพสต์ฉะ ตร.หลังถูกจับขับรถผิดเลน จ่อโดนฟันรถหรูสวมทะเบียน

ตำรวจเตรียมเรียก หนิง ปณิตา ดารานักแสดงสาวชื่อดัง เข้าให้ข้อมูล หลังเจ้าตัวโพสต์ข้อความระบุถึงพฤติกรรมของตำรวจ คล้ายกับระบุว่า ตำรวจต้องการจะเรียกรับผลประโยชน์จากเธอ เมื่อตอนที่เธอโดนจับ ข้อความในโพสต์ระบุว่า   "ด้วยความไม่รู้ทาง วันนี้ต้องขับรถเองเพื่อเอารถไปเข้าฉาก ขับผิดเลนแล้วหักออก ถูกตำรวจจับ ยอมรับมันคือสิ่งถูกต้องสำหรับการผิดกฏ ประโยคแรกที่พูดกับคุณตำรวจ “เขียนใบสั่งได้เลยค่ะ (อินเนอร์คือผิดยอมรับไม่ได้กวน) แต่คุณตำรวจทำเป็นถามนั่นนี่เดินวนไปวนมา ถามแม้กระทั่งชื่อยี่ห้อรถ (เออท้ายรถที่เดินวนไปมาก้อมียี่ห้อติด) คือแบบรู้เลย จะเอาตังเพราะคนส่วนมากจะขอช่วยหน่อยน้า   เลยพูดไปว่า ขอโทษนะคะที่ทำให้เสียเวลา เขียนใบสั่งมาเถอะค่ะ ทำผิดก็ต้องปฏิบัติตามกฎ ถ้าตำรวจมายกโทษให้เรารับตัง ก็คงมีคงผิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ สังคมมันถึงได้เห็นแก่ตัวขึ้นทุกวัน พูดแรงไปมั้ยอะ!!! แต่มันคือเรื่องจริง ตำรวจดีๆ ก็มีเยอะ แต่คนเกลียดตำรวจมันก็ไม่ต่างกับสุภาษิตไทย #ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง"   ซึ่งในเวลาต่อมากระแสตีกลับมาที่ หนิง ปณิตา เพราะมีเพื่อนของตำรวจที่จับหนิง อธิบายว่า ที่ตำรวจคนนั้นจะต้องเดินวนดูรอบรถ เพราะไม่รู้จักยี่ห้อรถคันนี้ และดูความผิดปกติอื่นๆด้วย ทั้งเรื่องของทะเบียนรถ เรื่องของการเสียภาษีว่าถูกต้องหรือไม่ ต้องการขอความเป็นธรรม เพราะตำรวจคนที่จับ เป็นคนตั้งใจทำงาน ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหา   ขณะที่ หนิง ปณิตา ระบุว่า เตรียมแถลงข่าวชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในวันที่ 22 ต.ค.2562 เวลา 13.00 น.   ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดใน 3 ข้อหา ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และไม่แสดงแผ่นป้ายการชำระภาษีประจำปี ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ก็ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและกรอบของกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GScjInef37s

 18,412
สังคม
22 ต.ค. 62

กระแสตีกลับ! 'หนิง ปณิตา' โพสต์ฉะ ตร.หลังถูกจับขับรถผิดเลน จ่อโดนฟันรถหรูสวมทะเบียน

ตำรวจเตรียมเรียก หนิง ปณิตา ดารานักแสดงสาวชื่อดัง เข้าให้ข้อมูล หลังเจ้าตัวโพสต์ข้อความระบุถึงพฤติกรรมของตำรวจ คล้ายกับระบุว่า ตำรวจต้องการจะเรียกรับผลประโยชน์จากเธอ เมื่อตอนที่เธอโดนจับ ข้อความในโพสต์ระบุว่า   "ด้วยความไม่รู้ทาง วันนี้ต้องขับรถเองเพื่อเอารถไปเข้าฉาก ขับผิดเลนแล้วหักออก ถูกตำรวจจับ ยอมรับมันคือสิ่งถูกต้องสำหรับการผิดกฏ ประโยคแรกที่พูดกับคุณตำรวจ “เขียนใบสั่งได้เลยค่ะ (อินเนอร์คือผิดยอมรับไม่ได้กวน) แต่คุณตำรวจทำเป็นถามนั่นนี่เดินวนไปวนมา ถามแม้กระทั่งชื่อยี่ห้อรถ (เออท้ายรถที่เดินวนไปมาก้อมียี่ห้อติด) คือแบบรู้เลย จะเอาตังเพราะคนส่วนมากจะขอช่วยหน่อยน้า   เลยพูดไปว่า ขอโทษนะคะที่ทำให้เสียเวลา เขียนใบสั่งมาเถอะค่ะ ทำผิดก็ต้องปฏิบัติตามกฎ ถ้าตำรวจมายกโทษให้เรารับตัง ก็คงมีคงผิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ สังคมมันถึงได้เห็นแก่ตัวขึ้นทุกวัน พูดแรงไปมั้ยอะ!!! แต่มันคือเรื่องจริง ตำรวจดีๆ ก็มีเยอะ แต่คนเกลียดตำรวจมันก็ไม่ต่างกับสุภาษิตไทย #ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง"   ซึ่งในเวลาต่อมากระแสตีกลับมาที่ หนิง ปณิตา เพราะมีเพื่อนของตำรวจที่จับหนิง อธิบายว่า ที่ตำรวจคนนั้นจะต้องเดินวนดูรอบรถ เพราะไม่รู้จักยี่ห้อรถคันนี้ และดูความผิดปกติอื่นๆด้วย ทั้งเรื่องของทะเบียนรถ เรื่องของการเสียภาษีว่าถูกต้องหรือไม่ ต้องการขอความเป็นธรรม เพราะตำรวจคนที่จับ เป็นคนตั้งใจทำงาน ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหา   ขณะที่ หนิง ปณิตา ระบุว่า เตรียมแถลงข่าวชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในวันที่ 22 ต.ค.2562 เวลา 13.00 น.   ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดใน 3 ข้อหา ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และไม่แสดงแผ่นป้ายการชำระภาษีประจำปี ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ก็ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและกรอบของกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GScjInef37s

 18,412
ข่าวภูมิภาค
14 ต.ค. 62

เป็นเรื่อง! หนุ่มปลอมใบสั่งหลอกแฟน สุดท้ายถูกตำรวจจับจริง โดน 2 ข้อหา

วันที่ 14 ต.ค. 62 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.สุนันท์ วงษ์สีมี รอง ผกก.(สส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันสอบปากคำ นายสถาปกรณ์ โคตรเพชร อายุ 23 ปี ทหารเกณฑ์ใกล้ปลดประจำการณ์สังกัดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี หลังจากมีการแพร่ภาพใบสั่งไม่ถูกต้องออกไปในโซเซียลฯ   โดย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่า มีตำรวจจราจรในสังกัด ออกใบสั่งจราจรซึ่งมีลักษณะเขียนขึ้นเอง ระบุชื่อผู้กระทำผิด คือ นายสถาปกรณ์ โคตรเพชร ข้อหา ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ฯ ค่าปรับ 300 บาท, รถจักรยานยนต์ขาดต่อภาษี (พ.ร.บ.ขาด 1 เดือน 17 วัน) ค่าปรับ 500 บาท ลงชื่อร้อยเวรประจำวัน ร.ต.อ.เอกภพ มีเพียร ลงชื่อผู้ออกเขียนใบสั่ง ด.ต.พรใส สำนึก และมีการแชร์ส่งต่อกันทางไลน์    หลังทราบเรื่อง ตนได้สอบถามไปยังตำรวจจราจร และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าไม่มีการเขียนใบสั่งในลักษณะเช่นนี้ ไม่มีการตั้งด่าน และบันทึกกล้องวงจรปิด และไม่มีผู้ที่กระทำผิดมาจ่ายเงินค่าปรับที่ สภ.เมืองหนองคาย อีกทั้งชื่อตำรวจที่อ้างลงในใบสั่งไม่มีตัวตนอยู่จริง เมื่อทราบเรื่องดีชังกล่าว จึงได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนติดตามตัวนายสถาปกรณ์มาสอบถาม และเจอตัวที่บ้านพัก   จากการสอบถามนายสถาปกรณ์ ยอมรับสารภาพว่า เป็นเรื่องที่ตนกุขึ้นมาเองเพื่อหลอกแฟนสาว เนื่องจากตนกับแฟนมักจะทะเลาะกันเรื่องการขับขี่รถเป็นประจำ โดยแฟนชอบบ่นว่าตนไม่สวมหมวกนิรภัยเวลาขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนเกิดเหตุก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ โดยตนกับแฟนอยู่กันคนละจังหวัด ตนจึงโหลดแอฟพลิเคชั่นในเกม และโหลดโลโก้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วเขียนข้อความใบสั่ง เพื่อหวังจะให้แฟนโอนเงินมาให้ 800 บาท เป็นค่าปรับจราจร และแกล้งแฟนเล่น    เมื่อเขียนใบสั่งปลอมเสร็จก็ส่งไลน์ไปให้แฟนดู พร้อมพูดคุยกันผ่านไลน์ในลักษณะสร้างเรื่อง บ่น ด่า ตำรวจ ให้แฟนเชื่อ จนแฟนโอนเงินมาให้ 800 บาท โดยไม่คิดว่าแฟนสาวจะส่งไปให้เพื่อนดู และเพื่อนคนนั้นก็เป็นแฟนกับอัยการ ทำให้มีการตรวจสอบ จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องบานปลาย ตนอยากขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำลงไปโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน ทำให้ตำรวจเสื่อมเสีย   เบื้องต้น นายสถาปกรณ์ ถูกตั้งข้อหา ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ ปลอมแปลงเอกสารราชการ โดย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ยืนยันว่า ใบสั่งเช่นนี้ไม่มีจริง ตำรวจจะไม่เขียนใบสั่งจราจรในลักษณะเช่นนี้ และขออย่าให้เลียนแบบ เพราะเป็นความผิดจะถูกจับดำเนินคดีด้วย  

 4,255
ข่าวโซเชียล
14 ต.ค. 62

เป็นเรื่อง! หนุ่มปลอมใบสั่งหลอกแฟน สุดท้ายถูกตำรวจจับจริง โดน 2 ข้อหา

วันที่ 14 ต.ค. 62 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.สุนันท์ วงษ์สีมี รอง ผกก.(สส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันสอบปากคำ นายสถาปกรณ์ โคตรเพชร อายุ 23 ปี ทหารเกณฑ์ใกล้ปลดประจำการณ์สังกัดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี หลังจากมีการแพร่ภาพใบสั่งไม่ถูกต้องออกไปในโซเซียลฯ   โดย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่า มีตำรวจจราจรในสังกัด ออกใบสั่งจราจรซึ่งมีลักษณะเขียนขึ้นเอง ระบุชื่อผู้กระทำผิด คือ นายสถาปกรณ์ โคตรเพชร ข้อหา ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ฯ ค่าปรับ 300 บาท, รถจักรยานยนต์ขาดต่อภาษี (พ.ร.บ.ขาด 1 เดือน 17 วัน) ค่าปรับ 500 บาท ลงชื่อร้อยเวรประจำวัน ร.ต.อ.เอกภพ มีเพียร ลงชื่อผู้ออกเขียนใบสั่ง ด.ต.พรใส สำนึก และมีการแชร์ส่งต่อกันทางไลน์    หลังทราบเรื่อง ตนได้สอบถามไปยังตำรวจจราจร และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าไม่มีการเขียนใบสั่งในลักษณะเช่นนี้ ไม่มีการตั้งด่าน และบันทึกกล้องวงจรปิด และไม่มีผู้ที่กระทำผิดมาจ่ายเงินค่าปรับที่ สภ.เมืองหนองคาย อีกทั้งชื่อตำรวจที่อ้างลงในใบสั่งไม่มีตัวตนอยู่จริง เมื่อทราบเรื่องดีชังกล่าว จึงได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนติดตามตัวนายสถาปกรณ์มาสอบถาม และเจอตัวที่บ้านพัก   จากการสอบถามนายสถาปกรณ์ ยอมรับสารภาพว่า เป็นเรื่องที่ตนกุขึ้นมาเองเพื่อหลอกแฟนสาว เนื่องจากตนกับแฟนมักจะทะเลาะกันเรื่องการขับขี่รถเป็นประจำ โดยแฟนชอบบ่นว่าตนไม่สวมหมวกนิรภัยเวลาขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนเกิดเหตุก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ โดยตนกับแฟนอยู่กันคนละจังหวัด ตนจึงโหลดแอฟพลิเคชั่นในเกม และโหลดโลโก้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วเขียนข้อความใบสั่ง เพื่อหวังจะให้แฟนโอนเงินมาให้ 800 บาท เป็นค่าปรับจราจร และแกล้งแฟนเล่น    เมื่อเขียนใบสั่งปลอมเสร็จก็ส่งไลน์ไปให้แฟนดู พร้อมพูดคุยกันผ่านไลน์ในลักษณะสร้างเรื่อง บ่น ด่า ตำรวจ ให้แฟนเชื่อ จนแฟนโอนเงินมาให้ 800 บาท โดยไม่คิดว่าแฟนสาวจะส่งไปให้เพื่อนดู และเพื่อนคนนั้นก็เป็นแฟนกับอัยการ ทำให้มีการตรวจสอบ จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องบานปลาย ตนอยากขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำลงไปโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน ทำให้ตำรวจเสื่อมเสีย   เบื้องต้น นายสถาปกรณ์ ถูกตั้งข้อหา ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ ปลอมแปลงเอกสารราชการ โดย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ยืนยันว่า ใบสั่งเช่นนี้ไม่มีจริง ตำรวจจะไม่เขียนใบสั่งจราจรในลักษณะเช่นนี้ และขออย่าให้เลียนแบบ เพราะเป็นความผิดจะถูกจับดำเนินคดีด้วย  

 4,255
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ต.ค. 62

หนุ่มโวย! พบพิรุธใบสั่งขับเร็ว รถดูเบี้ยวๆ หวั่นถูกตัดต่อ ตร.ทางหลวงสั่งสอบแล้ว

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Akkarawat Ruangrojjanakorn ได้โพสต์ภาพใบสั่งขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดที่ได้รับมา ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กนักรบด่านเถื่อน พร้อมระบุว่า   พบพิรุธในภาพหลายอย่าง คล้ายมีการตัดต่อ จึงอยากขอความคิดเห็นจากผู้รู้ว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพตัดต่อหรือไม่ และควรไปจ่ายค่าปรับหรือไม่ ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก บ้างก็บอกว่าเป็นภาพตัดต่อแน่นอน บ้างก็บอกว่าค่าปรับแค่ 500 บาท ตำรวจจะเสียเวลาตัดต่อทำไม   โดยนายอัครวัตน์ เรืองโรจณกร อายุ 32 ปี เจ้าของโพสต์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ขับรถกลับจากจังหวัดศรีสะเกษมากรุงเทพฯ ระหว่างทางผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยความเร็ว 100-120 กม./ชม. แต่เมื่อผ่านป้ายเตือนจำกัดความเร็ว ก็จะลดความเร็วลงไม่เกิน 90 กม./ชม. ตามที่กฎหมายกำหนด   พอมาถึงจุดหนึ่ง พบป้ายเตือนความเร็ว ก็ลดความเร็วลงตามปกติ พอพ้นป้ายเตือนมาเล็กน้อย พบด่านจับความเร็ว ก่อนตำรวจโบกให้จอดข้างทาง โดยตำรวจแจ้งว่าตนขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ตนจึงถามไปว่า ด่านที่ตั้งนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ แต่ตำรวจบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ ตนจึงขอดูหลักฐานจากล้องตรวจจับความเร็ว แต่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่ได้ดู แต่ตำรวจกลับพาตนมาดูป้ายเตือนจำกัดความเร็วแทน ตนจึงบอกตำรวจว่า หากมีกล้องตรวจจับความเร็วก็ให้ส่งใบสั่งไปที่บ้านดีกว่า ตำรวจได้ตอบตกลงและปล่อยตัวไป แต่ก่อนไปตำรวจได้ถ่ายรูปหน้ารถของตนไว้   1 เดือนถัดมา ใบสั่งส่งมาถึงบ้าน ระบุว่าตนขับรถด้วยความเร็ว 135 กม./ชม. เมื่อสังเกตดูแล้วรู้สึกเอะใจ จึงยังไม่ไปจ่ายค่าปรับ เพราะพบพิรุธหลายอย่างในภาพใบสั่ง คล้ายมีการตัดต่อ เช่น   - ภาพของรถดูเบี้ยวๆ ล้อทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เงาใต้รถไม่มีทำให้มองเห็นถนนชัดเจน แต่รถจยย. ที่ขี่ตามมากลับมีเงาใต้รถ   - ลักษณะถนนเป็นทางโค้ง แต่รถกลับวิ่งมุ่งหน้าตรงเข้าข้างทาง หากวิ่งด้วยความเร็ว 135 กม./ชม. รถจะวิ่งลงข้างทางภายในไม่กี่วินาทีแน่นอน   - ภาพขณะรถวิ่งกับรูปที่รถจอดอยู่ ลักษณะเหมือนกัน องศาเดียวกัน เห็นกระจกข้างชัดเจนทั้งสองข้าง ซึ่งภาพที่รถจอดอยู่ เป็นภาพที่ประตูรถด้านคนนั่งฝั่งซ้ายเปิดอยู่   - รถจยย. ที่ขี่ตามมา ดูใหญ่กว่าความเป็นจริง ทั้งที่ตามหลังอยู่ค่อนข้างไกลจากรถของตน   - ตนมั่นใจว่าไม่ได้ขับเร็วถึง 135 กม./ชม. แน่นอน เพราะถนนช่วงนั้นค่อนข้างขรุขระ   ที่ตนโพสต์ภาพลงกลุ่มนั้น เพียงแค่อยากสอบถามความเห็นจากคนอื่น แต่ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นภาพตัดต่อ เป็นเพียงข้อสงสัยเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวดังขนาดนี้ ที่ไม่ติดต่อสอบถามไปยังตำรวจเพราะคาดว่าคงได้คำตอบแบบเดียวกับที่ด่าน ส่วนที่ชาวเน็ตบอกว่า เงินค่าปรับแค่ 500 บาท ทำไมตำรวจต้องมาเสียเวลาตัดต่อภาพนั้น ตนและหลายๆคนมองว่า ภาพดังกล่าวสามารถใช้เวลาตัดต่อไม่เกิน 10 นาทีก็แล้วเสร็จ และที่ตำรวจต้องทำอย่างนั้น อาจเพราะว่าตนตั้งคำถามถึงการตั้งด่านว่าถูกกฎหมายหรือไม่ จึงอาจเป็นเหตุให้ตำรวจทำแบบนี้ก็เป็นได้   อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ต้องการอะไร เพียงแค่อยากให้ตำรวจช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนคนหนึ่ง และส่งหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ให้ดู หากพบว่าภาพดังกล่าวเป็นของจริง ตนก็ยินดีจะจ่ายค่าปรับเต็มอัตรา   ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นนั้น พบว่าเป็นใบสั่งจราจรของ สถานีตำรวจทางหลวง2 กก.6 บก.ทล. ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องของต้นสังกัดได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว   หากผลการตรวจข้อเท็จจริงในส่วนของประเด็นใบสั่งที่เจ้าพนักงานจราจรได้ออกไปนั้น มีการดัดแปลงแก้ไข หรือ การทำเอกสารราชการที่เป็นเท็จตามที่ผู้โพสต์ได้ตั้งข้อสงสัย หน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการในเรื่องทางวินัย และอาญา อย่างเด็ดขาดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9XbKWj5tLFg

 25,028

Top