ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชิงทรัพย์"

สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

จับเพิ่ม! คนร้ายชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ หน้า ม.ดัง สารภาพนำเงินเข้าบ่อนการพนัน

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 04.25 น. ของวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน แต่งกายมิดชิด ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ สาขาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเหนือ พื้นที่ของสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ก่อนเดินออกจากร้านแล้วใช้รถ จยย.ไม่ติดป้ายทะเบียน หลบหนีมุ่งหน้าท่าน้ำนนท์ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี   โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (8 ก.ค. 62) กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำกำลังตำรวจ กองกำกับการ2 และตำรวจฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลประชาชื่นประชาชื่น เข้าจับกุมตัว นายธวัชชัย หรือ โป้ง รัตนภาณุ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 943/2562 ลงวันที่ 2 ก.ค. 62 ในข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ พร้อมของกลาง อาวุธปืนปลอม (บีบีกัน) สีดำ 1 กระบอก    โดยสามารถจับกุมได้บริเวณ หน้าร้านขายของชำ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ จากนั้นทางตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น มารับตัวไปสอบสวน    จากการสอบสวน นายธวัชชัย หรือ โป้ง ให้การยอมรับสารภาพว่า หลังก่อเหตุได้นำเงินที่ชิงมาทั้งหมดไปใช้หนี้การพนัน และนำไปเล่นพนันในประเทศเพื่อนบ้านจนหมด ก่อนจะย้อนกับมากบดานบ้านญาติภายในตรอกไก่แจ้ กระทั่งถูกตำรวจมาตามจับกุม    อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 1,021
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

คุมตัวหนุ่ม 27 ทำแผนฆ่าชิงทรัพย์สร้อยทอง-เผาอำพรางศพสาวสุราษฎร์ฯวัย 18

สุราษฎร์ธานี-จากคดีนายพีระพล นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ ฆ่าแล้วเผาอำพรางศพสาววัย 18 ปี โดยผู้ต้องหายังให้การยืนยัน เพียงแค่ประสงค์เหตุต่อทรัพย์เท่านั้น โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำ นำหนัก 1 บาท และแหวน น้ำหนัก 1 สลึง ไปขายได้ 22,000 บาท นำไปให้ภรรยา 5,000 บาท และนำไปใช้จ่ายเหลืออยู่ 2,000 บาท   พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงโดยมีเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ แต่อย่างไรก็ต้องสอบปากคำและพิจารณาจากหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งได้ลงมาดูการสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ สภ.กาญจนดิษฐ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่   เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วถึงกับฆ่าและเผาเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ในเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดข้อสมมุติฐานในการก่อเหตุประเด็นใดทิ้ง และไม่ได้เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องทำการสอบพยาน และให้เอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายพีระพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากและญาติผู้ตายมายืนรอดู ตำรวจต้องนำหมวกนิรภัย สวมใส่คลุมศรีษะนายพีระพลไว้ แต่เมื่อรถตำรวจนำตัวมาถึงชาวบ้านได้ส่งเสียงตะโกนเป็นช่วงๆ การทำแผนจุดเกิดเหตุเริ่มจากนายพีระพล ยืนดักรอ น.ส.จรินยา ขับรถจักรยานยนต์กลับจากส่งหลานชายได้เรียกให้จอดรถหยุดพูดคุย และลงมือชิงทรัพย์ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ให้ล้มลงไปข้างทางทั้งคนทั้งรถ   ซึ่งชาวบ้านที่ดูการทำแผนอยู่แสดงความไม่พอใจ ที่นายพีระพลกระทำการอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกันจนมีการลุกฮือจะเข้ามาใกล้ ซึ่งตำรวจเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงรีบนำตัวนายพีระพลขึ้นรถตู้ตำรวจฝ่าฝูงชนหลบหนีออกจากพื้นที่กลับไปยัง สภ.กาญจนดิษฐ์ ทันที จนต้องยกเลิกการทำแผนในขั้นตอนของการบีบคอปลดสร้อยคอทองคำ กับแหวนทองและการเผาทำลายศพ   ต่อมาญาติผู้ตายได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกาญจนดิษฐ์ เพื่อรับฟังรายละเอียดของคดี แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน การเผาอำพรางศพต้องใช้น้ำมัน จำนวนมากและใช้เวลานาน จึงจะยังไม่ไปรับศพกลับมาทำพิธี โดยจะรอผลการสอบสวนของตำรวจอีกระยะหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Msi-zkXkhw

 2,667
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ค. 62

หนุ่มขับแกร็บหวิดดับ คนร้ายลวงปาดคอชิงทรัพย์ แต่ไหวพริบดีหลอกให้โจรพาส่ง รพ.เสนอเงิน 2 แสน แจ้งญาติล้อมจับ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ มานพ เคลือลิ้นจี่ โพสต์ภาพชายถูกทำร้ายร่างกาย และรถยนต์มีคราบเลือดเปื้อนทั่วทั้งคัน พร้อมข้อความเล่าเหตุการณ์ว่า ชายที่ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ คือ นายคัมภีร์ ลูกชายที่ทำงานขับแกร็บคาร์แล้วถูกผู้โดยสาร ชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา   โดยนายมานพเล่าว่า ลูกชายของตนทำอาชีพขับแกร็บคาร์ เมื่อกลางดึกวันที่ 3 พ.ค. ลูกชายได้รับผู้โดยสาร เพื่อไปส่งย่านเมืองทองธานี แต่พอขับรถไปส่งถึงที่ จากผู้โดยสารก็กลายเป็นคนร้ายทันที โดยถือจังหวะช่วงที่ลูกชายก้มหน้าตรวจสอบค่าโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคารในมือถือ เพราะคนร้ายอ้างว่า จ่ายค่าโดยสารผ่านมือถือ   โดยคนร้ายใช้มีดปลายแหลม ปาดที่คอด้านหลัง จากนั้นก็ฟันที่ใบหูสองข้างหวิดขาด ฟันที่นิ้วมือทั้ง 5 นิ้ว เกือบขาด ปากฉีก แพทย์เย็บ รวมกว่า 70 เข็ม   ช่วงที่ลูกชายถูกทำร้ายร่างกายนั้น ก็พยายามต่อสู้ คนร้ายจะฟันที่คอซ้ำอีกแต่ลูกชายเอามือมาบัง จนทำให้นิ้วมือทั้ง 5 นิ้วหวิดขาด จากนั้นก็ข้ามจากเบาะที่นั่งคนขับ มาต่อสู้กับคนร้ายที่เบาะหลังรถ ทำให้เลือดจากบาดแผลไหลเปรื้อนเบาะรถทั้งคัน   ช่วงนั้นลูกชายรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว จึงบอกกับคนร้ายว่า จะเอาอะไรก็เอาไป คนร้ายบอกอยากได้เงิน 2 หมื่น ลูกชายจึงบอกว่า หากขับรถพาไปส่ง รพ.จะให้เงิน 2 แสน คนร้ายก็ตกลง ขับรถมาส่ง รพ.   พอมาถึงรพ. คนร้ายก็ทำเนียนว่าเป็นเพื่อนพาลูกมาส่ง รพ.โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าคือคนร้าย จนกระทั่งลูกชาย ส่ง SMS บอกแฟนว่า ชายที่อยู่หน้ารพ.คือคนร้ายที่ก่อเหตุ จากนั้นคนร้ายก็ยังเนียน นั่งรถพยาบาลจาก รพ.หนึ่งมาส่งที่รพ.ตามสิทธิบัตรทอง   พอมาถึง รพ.พวกตนก็ช่วยกันควบคุมตัว และเรียกตร.มาจับกุม แต่กว่าตร.จะมาถึงและจับคนร้ายก็ใช้เวลานานมาก เนื่องจาก แต่ละ สน.ก็จะอ้างว่าเหตุไม่ได้เกิดพื้นที่ตนเอง ไม่ใช่เหตุซึ่งหน้า ซึ่งถือว่าโชคดีที่เพื่อนลูกชาย และคนรู้จักช่วยกันจับกุมคนร้ายไว้ได้  โดยคนร้ายบอกกับลูกชายว่าต้องการนำเงินไปใช้หนี้   ทางด้านคดี พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เจ้าของคดี ก็ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ คือนายปอ ศิริพันธ์ ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรีแล้ว พร้อมแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส / พยายามชิงทรัพย์ / พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ   จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุ มีอาการสับสนพูดวกไปวนมา โดยอ้างว่าที่ก่อเหตุไปไม่ได้ตั้งใจแค่อยากได้เงินไปใช้หนี้ทั้งนี้จาการตรวจสารเสพติด ไม่พบและไม่พบประวัติเคยก่อคดีมาก่อน ซึ่งหลังจากนี้รอผู้เสียหายอาการดขึ้นจะสอบปากคำเพื่อสรุปสำนวนคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WTXhML8L5hk

 26,739
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 62

คืบหน้าคดีหนุ่มชิงนาฬิกาหรูมูลค่า 5 ล้าน เผยอยู่ในขั้นรวบรวมหลักฐาน-เร่งหาตัว เจ้าของขอให้นำมาคืน จะถอนแจ้งความ

จากกรณีคนร้าย ใช้ปืนยิงขู่ชินาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ “Richard Mille” ริชาร์ด มิลล์ รุ่น 011-03 TIเลขซีรี่ย์ของนาฬิกาเรือนนี้ คือ 055 ตัวเรือนสีบรอนซ์ สายสีเหลือง มูลค่ารวม 5.3 ล้านบาท ภายในโรงแรมชื่อดังย่านลาดพร้าว   พลตำรวจตรีเอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์นาฬิกาหรู ยี่ห้อ ริชาร์ด มิลล์ ราคากว่า 5 ล้านบาท ไปจากเจ้าของ ขณะนัดดูนาฬิกาเพื่อเจรจาซื้อขายกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ว่าตำรวจชุดสืบสวนยังคงเดินหน้าตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด และพยานบุคคล เกี่ยวกับเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี และเดินทางมาก่อเหตุ เพื่อติดตามคนร้ายรายนี้ ซึ่งถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนก็เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับคนร้ายรายนี้ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะเกรงว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น   มีรายงานว่า หลังจากมีการเผยแพร่ภาพวงจรปิดระหว่างเกิดเหตุ พบว่าคนร้ายเป็นชาย สูงประมาณ 180 เซนติเมตร ผิวขาว อายุไม่เกิน 30 ปี และพูดภาษาไทยชัดเจน สวมกางเกงยีนขายาวยี่ห้อ นู้ดดี้ (Nudie) เสื้อเชิ้ตสีฟ้า สวมหมวกแก๊ปยี่ห้อกุชชี่ (gucci) รองเท้าผ้าใบยี่ห้อ เฟรด เพอร์รี่ (FRED PERRY) ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง – ดำ และ อาวุธปืนออโตเมติก ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น ขนาด 9 มม.ในการก่อเหตุ ซึ่งคนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่ในระแวกที่เกิดเหตุอยู่หลายรอบ ก่อนที่จะลงมือก่อเหตุครั้งนี้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/SkU2qZHkgBg

 1,238
สังคม-อาชญากรรม
04 มี.ค. 62

วิสามัญ 'กอล์ฟ' โจรปล้นรถขนเงิน เปิดยิงใส่ตร. 4 นัด ก่อนถูกยิงสวนทะลุกลางอก ล้มฟุบขาดใจ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.นำกำลังเข้าทำการวิสามัญฆาตกรรม นายทักษ์ดนัย หรือ กอล์ฟ เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลตลิ่งชัน ที่ จ.79/2562 ลงวันที่ 27 ก.พ.62   ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีและใช้อาวุธ ขู่เข็ญเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สิงคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน   ซึ่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ เงินสด 7.2 ล้านบาท จากพนักงานรถขนเงิน BRINKS เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวขัดขืนการเข้าจับกุมยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เหตุเกิดริมพงหญ้ากลางซอยทวีวัฒนา 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.   ทั้งนี้มีรายงานว่าก่อนเกิดเหตุเจ้าพนักงานชุดจับกุมได้สืบทราบแหล่งกบดานของนายกอล์ฟว่า หลังชิงทรัพย์รถขนเงินแล้ว เจ้าตัวยังวนเวียนกบดานอยู่ในย่านพุทธมณฑล สาย 3 และ พุทธมณฑล สาย 4 โดยในค่ำคืนที่ผ่านมานี้ นายกอล์ฟยังคงนัดเจอกับเพื่อนฝูงที่โต๊ะสนุกเกอร์ปากซอยทวีวัฒนา 1   เมื่อเจ้าหน้าที่มาพบตัวเพื่อเข้าจับกุมปรากฏว่า นายกอล์ฟกลับขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 7 กต 5952 กรุงเทพมหานคร หลบหนีเข้าไปในซอยทวีวัฒนา 1 จะมุ่งหน้าไปทางพุทธมณฑล สาย 4 โดยระหว่างทางนายกอล์ฟเห็นจวนตัวเนื่องจากพบรถตำรวจปิดเส้นทางเอาไว้ จึงทิ้งรถ จยย.จะหลบหนีเข้าพงหญ้า   ตำรวจจึงวิ่งตาม แต่แทนที่นายกอล์ฟ จะหยุดกลับชักอาวุธปืนลูกโม่ ยังไม่ทราบขนาด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนทันที 4 นัด จนเจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกระสุนจ้าละหวั่น จากนั้น ตำรวจจำเป็นต้องยิงสวนเพื่อป้องกันตัวกระสุนถูกกลางอก 2 นัด ล้มฟุบก่อนขาดใจทันที   เบื้องต้นพบเงินสดประมาณ 300,000 บาท ในกระเป๋าสะพานสัน้ำตาลใต้เบาะ รถ จยย.ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ร่วมตรวจสอบ.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tRowQ3dd0wA

 38,143
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 62

จับหนุ่มชิงทรัพย์หญิงวัย 62 สารภาพ ต้องการเงินไปแต่งเมียวันวาเลนไทน์

วันที่ 13 ก.พ. 62 เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.อ.ศุภโชติ บริบรูณ์ รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ขณะเตรียมตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรบริเวณแยกพระแท่น-กำแพงแสน ได้ยินเสียงชาวบ้านร้องตะโกนมาจากฝั่งตรงข้ามตลาด ให้ช่วยจับคนร้ายขโมยชิงทรัพย์กระเป๋าเงิน ถูกชาวบ้านวิ่งไล่กวดมา    เมื่อคนร้ายวิ่งมาถึงบริเวณจุดที่เตรียมตั้งด่าน จงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตะครุบตัวรวบได้ทันควัน คือนายเทวัน แก้วกระจ่าง อายุ 30 ปี    โดยนางปราณี อายุ 62 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังยืนซื้อผักกาดดองอยู่หน้าแผงในตลาด พร้อมกับถือกระเป๋าสตางค์มาจับจ่ายตลาด โดยในกระเป๋ามีเงินจำนวน 4,000 บาท พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่อยู่ภายในกระเป๋า ขณะเดียวกันคนร้ายได้วิ่งเข้ามากระชากกระเป๋าของตนที่กำลังถืออยู่อย่างรวดเร็วไม่ทันระวัง จนกระทั่งตำรวจได้ตระครุบตัวได้ทันท่วงทีก่อนเกิดเหตุเพียงแค่ 2 นาที   ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ต้องการใช้เงินที่ได้ไปขอเจ้าสาวแต่งงานที่ ต.ทุ่งบัว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยทางฝ่ายเจ้าสาวได้จัดเตรียมตั้งเครื่องไฟไว้รอฤกษ์แต่งงานในที่ 14 ก.พ. ในวันวาเลนไทน์ โดยมีสินสอด รวม 6 หมื่นบาท พร้อมทอง 1 บาท จึงตั้งข้อหาชิงทรัพย์ และคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป  

 3,272
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.พ. 62

ตร.โคราชรวบคนร้ายบุกเดี่ยวใช้มีดแทงชิงทรัพย์พนักงานร้านสะดวกซื้อ วงจรปิดจับภาพพฤติกรรมโหดชัด

ตำรวจโคราชรวบคนร้ายใช้มีดแทงชิงทรัพย์พนักงานร้านสะดวกซื้อ วงจรปิดจับภาพพฤติกรรมโหดชัด สารภาพก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง   วันนี้ (2 ก.พ. 2562) ที่สถานีตำรวจภูธรสีดา อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรี วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประทาย ได้ร่วมกันแถลงการจับกุม นายสมร ทองนาเมือง อายุ 28 ปี คนร้ายที่บุกเข้าไปใช้มีดแทงพนักงานสาวร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สีดา เพื่อหวังชิงทรัพย์ จนพนักงานสาวได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถจับภาพพฤติกรรมของคนร้ายได้อย่างชัดเจน โดยล่าสุดอาการผู้บาดเจ็บปลอดภัยแล้ว ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสีดา   ทั้งนี้จากการสอบสวนนายสมร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ตระเวนก่อเหตุใช้มีดจี้ชิงทรัพย์มาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ เช่น กระชากกระเป๋าชาวบ้าน กระชากสร้อยคอทองคำ และล่าสุดบุกเข้าไปใช้มีดแทงพนักงานร้ายสะดวกซื้อจี้ชิงทรัพย์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดของกลางที่ผู้ต้องหาก่อเหตุมาได้หลายรายการ อาทิ สร้อยคำทองคำหนัก 1 บาท อาวุธมีด เสื้อผ้า หมวกกันน็อก หมวกไหมพรม รถจักรยานยนต์ และหน้ากากปิดปากที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ ส่วนที่ต้องก่อเหตุนั้นเพราะไม่มีงานทำ และต้องการเงินไปใช้จ่ายผ่อนค่ารถจักรยานยนต์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่   

 3,735
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 62

คุมตัวผู้ต้องหาชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยทำแผนฯ รับอ้างหาเงินใช้หนี้-เล่นการพนัน

คุมตัวผู้ต้องหาชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยทำแผนประกอบคำรับสารภาพอ้างหาเงินใช้หนี้และเล่นการพนัน   จากกรณีเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม มีคนร้ายชาย 1 คน อายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างสูงประมาณ 170-180 ซม. สวมหมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีขาว เสื้อผ้าร่มสีกรมท่าแขนยาว กางเกงยีนส์ขายาว บุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์ภายในธนาคารทหารไทย สาขาถนนพัฒนาการ ปากซอยพัฒนาการ 48 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. ได้เงินสด 105,320 บาทหลบหนีไป ก่อนใช้รถจักรยานยนต์ไม่ติดป้ายทะเบียนเป็นพาหนะในการหลบหนี    (3ม.ค.62) โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนนครบาล 5 ได้ติดตามสืบสวนภาพ จากกล้องวงจรปิด จนรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ก่อนร่วมกันเข้าจับกุมตัวนายศราวุฒิ สะทิ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ที่บ้านพัก ใน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ    จากการสอบปากคำนายศราวุธ ผู้ต้องหา เปิดปากให้การรับสารภาพ เป็นผู้ก่อเหตุเข้าชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้วางแผนตระเวนดูธนาคารต่างๆ โดยจะเลือกธนาคารที่มีพนักงานเป็นผู้หญิง และไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยขับรถจักรยานยนต์เริ่มจากธนาคารย่านสมุทรปราการ ก่อนจะมาถึงธนาคารกรุงไทย สาขา พาทิโอ รามคำแหง แต่เมื่อเข้าไปดูพบว่ามีพนักงานเป็นผู้ชาย เสียส่วนใหญ่ประกอบกับมีลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมากจึงเปลี่ยนใจ ก่อนที่จะมาถึงธนาคารทหารไทย ปากซอยพัฒนาการ 48 จึงเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ 1 ของธนาคาร พูดข่มขู่ให้ส่งเงินมาพร้อมยื่นถุงพลาสติกให้ใส่เงิน แล้วทำท่าว่ามีระเบิดกับปืนอยู่ในตัว แต่พนักงานไม่ให้ จึงหันไปหาเคาน์เตอร์ที่2 พนักงานก็ตกใจเดินหนี จึงเดินไปที่พนักงานเคาน์เตอร์3 ซึ่งพึ่งมาทำงานใหม่ ก่อนข่มขู่ให้ส่งเงินมาเพราะมีระเบิดและปืน ทางพนักงานจึงหันไปมองทางผู้จัดการที่ตัดสินใจยอมให้เงินไป เพราะกลัวว่าคนร้ายจะมีระเบิดจริง อีกทั้งคนร้ายยังพยายามปีนข้ามเคาน์เตอร์มา จึงยอมเอาเงินใส่ถุงพลาสติก จากนั้นจึงออกจากธนาคารไปสตาร์ทรถจักรยานยนต์แล้วกลับรถทันทีมุ่งหน้าไปทางแยกพัฒนาการหลบหนีไป โดยเงินที่ได้นำไปเล่นการพนันจนหมดสิ้น เนื่องจากติดการพนันอย่างหนัก    โดยในเวลา 12.00 น.พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเดินทางมาทำการสอบปากคำพร้อมจะควบคุมตัวผู้ต้องหานำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพต่อไป

 1,108
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 61

โจรบุกเดี่ยวชิงทรัพย์เสี่ยวัย 55 หน้าตู้ฝากเงิน ได้ไปครึ่งแสน เผ่นหนี

วันที่ 23 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.เศษฐาวุฒิ มาวันหิรัญกุล รอง สวป.สภ. บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุจี้ชิงทรัพย์ เหตุเกิดหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยซอยเนินพลับหวาน พัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.จักรทิพย์ พาราพันธกุล ผกก.สภ.บางละมุง ก่อนรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าตู้ฝาก-ถอน เงินอัตโนมัติ พบนายวิชัย หล่อวิทยา อายุ 55 ปี เจ้าของธุรกิจหลายอย่างย่านเมืองพัทยา ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า   ก่อนเกิดเหตุตนได้นำเงินสดจำนวน หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาท มาเพื่อฝากที่ตู้ฝากอัตโนมัติ ระหว่างที่รอคิวนั้นตนก็นับเงินรอ จนกระทั่งถึงคิวของตนก็เตรียมที่จะเอาเงินเข้าตู้ฝาก จังหวะนั้นได้มีคนร้ายเป็นผู้ชายสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า ชักอาวุธปืนจ่อที่ด้านหลังพร้อมสั่งให้มือขึ้นให้ส่งเงินทั้งหมดมา    แต่ตนเองก็พยายามขัดขืน คนร้ายจึงแย่งเงินไปได้ส่วนนึง คือ 55,000 บาท แล้วรีบวิ่งไปขึ้นจักรยานยนต์แล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนไม่ได้ติดตามไปเพราะต้องเก็บเงินที่ตกอยู่หน้าตู้ หลังจากตั้งสติได้ก็รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   นายวิชัยยังเปิดเผยอีกว่า ตนนั้นจะนำเงินมาฝากที่นี่เป็นประจำ และจะเป็นช่วงเวลาดึกเช่นนี้ เพราะคิดว่ามีกล้องวงจรปิด มีคนพลุกพล่าน ไม่น่าจะเกิดเหตุร้าย จนกระทั่งมาถูกคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินไป ทั้งที่มีคนสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งยังมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าอีกว่าเห็นคนร้ายแย่งเงินนายวิชัย แล้วรีบวิ่งไปขึ้นจยย.เร่งเครื่องหนีไปอย่างรวดเร็ว แล้วมีคนไล่ติดตามไปแต่ไม่ทราบว่าทันหรือไม่   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายรายนี้ จากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีผ่านไป เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    

 1,957
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ย. 61

เร่งเกาะรอยคนร้ายฆ่าโหด 'เสี่ยเล็ก เมืองสุพรรณ' พร้อมออกหมายจับ คาดหลบหนีตามเขตชายแดน จ.กาญจนบุรี

ล่าสุดศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้อนุมัติหมายจับ ที่ จ 314/2561 ลงวันที่ 21 ก.ย.2561 นายซอ หรือโซ หรือยัน นายชู ไม่มีนามสกุล อ ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย   จากกรณีนายณัฐปพนวิช วงค์ธนจีรนาถ อายุ 49 ปีหรือเสี่ยเล็ก เสี่ยรับเหมาถูกคนร้ายฆ่าตายภายในบ้านพัก ที่ข้างเตียงนอนพบท่อนเหล็กแบนยาวประมาณ 1 เมตรและไขควงยาวประมาณ 5 นิ้วตกอยู่ที่พื้นที่มีเศษดินตกอยู่เกลื่อนห้องเจ้าหน้าที่จึงพิสูจน์หลักฐานจึงตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ตายถูกคนร้ายนำไปประกอบด้วยเงินสด จำนวน 60,000 บาทพระขุนแผนบ้านกร่างเลี่ยมทอง 1 องค์ ล็อคเก็ตฟันมารดาของผู้ตายเลี่ยมทอง 1 ชิ้นพร้อมกับสร้อยร่ม 1 เส้น ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุสันนิษฐานว่าเป็นคนงานชาวเมียนมา ที่ผู้ตายเพิ่งรับมาได้ไม่กี่ชั่วโมง    ล่าสุดวันนี้ (21 ก.ย. 61) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธานการประชุม เพื่อเร่งคลี่คลายคดีนี้โดยมี พ.ต.อ.วิติพจน์ พจนาคม พ.ต.อ. อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก. ภ.จว.สุพรรณบุรี  พร้อมชุดทำงานชุดสืบสวนของตำรวจภูธรสุพรรณบุรี และ ชุดสืบสวน สภ.เมือง สุพรรณบุรี เร่งติดตามคนร้าย ทราบชื่อนายโซ อายุ 22 ปี ชาวเมียนมา คนงานที่เพิ่งรับมาทำงานได้เพียงวันเดียว หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป พร้อมเงินสด และทรัพย์สินของผู้ตายจำนวนหนึ่งในจำนวนทรัพย์สินที่หายไปไม่มีสร้อยคอทองคำ แหวนเพชร และอาวุธปืนตามที่ สื่อบางแขนงรายงานแต่อย่างใด    หลังประชุมเสร็จ พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งประเด็นชิงทรัพย์ เนื่องจากมีเงินสดและทรัพย์สินบางส่วนของผู้ตายหายไปด้วย ขณะนี้คาดว่าจะหลบหนีเข้าพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี หรือเขตรอยต่อประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ พร้อมกับสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด ถ้าหากผู้ต้องหาหลบหนีข้ามไปประเทศเพื่อนแล้วการติดตามจับตัวก็จะยุ่งยากมากขึ้น แต่หากข้ามไปจริงก็ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อจับตัวมาดำเนินคดีให้ได้   อีกทั้งทางกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบในห้องนอนของผู้ตายหาพยานหลักฐานเพิ่มโดยเจ้าหน้าที่พบกรรไกร เปื้อนเลือดยาวประมาณ 7 นิ้วตกอยู่ที่ข้างเตียงจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับสอบปากคำกับพี่สาวผู้เสียชีวิต ในเบื้องต้นเปิดเผยว่าจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ภายในวันสองวันนี้ ขณะนี้กำลังชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ประสานกับชุดสืบสวนภาค 7 กำลังตำรวจชุดสืบสวน และสภ. เมืองสุพรรณบุรี และกำลังตำรวจสืบสวนกาญจนบุรี และ ตชด. เฝ้าตามจุดรอยต่อเขตชายแดน จ.กาญจนบุรี    ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่าคนร้ายได้หนีเข้าไปหาญาติในเขตอ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงสายวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมาจากนั้นได้หลบหนีต่อไปโดยคาดว่าจะใช้เส้นทาง ลาดหญ้า ไปออก อ.สังขละ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ กับประเทศเพื่อนบ้าน เกรงว่าคนร้ายอาจจะข้ามหลบหนีไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ช่วงนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป    ในส่วนนางณัฐนิชาพร วงค์ธนจีรนาถ อายุ 53 ปีพี่สาวคนตายเปิดเผยว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องชายไม่น่ามาอายุสั้น เพราะคนงานชาวเมียนมา คนนี้เนื่องจากน้องชายเป็นคนใจดีชอบรับเลี้ยงเด็กที่ไม่มีอนาคตไม่มีงานทำเอามาดูแลหางานให้ทำให้มีรายได้เป็นการช่วยเหลือสังคมไปด้วย

 1,926
ข่าวภูมิภาค
10 ส.ค. 61

โจรบุกเดี่ยวใช้ปืนชิงทรัพย์ธนาคาร ตร.เร่งล่าตัว

ตำรวจเร่งล่าคนร้ายใช้ปืนชิงทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้เงินสด 20,000 บาท ก่อนหลบหนี   วันนี้ (10 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เกิดเหตุคนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ บุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยภาพจากล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ขณะที่คนร้ายแต่งกายเลียนแบบคล้ายพนักงานไปรษณีย์เดินเข้ามาภายในธนาคาร ก่อนจะเข้าล็อคตัวพนักงานรักษาความปลอดภัย และชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่จี้บังคับให้พนักงานธนาคารนำเงินออกมาใส่ในกระเป๋าที่เตรียมมา ท่ามกลางความตกใจของประชาชนที่กำลังมาใช้บริการ ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตรวจสอบพบว่า เงินที่คนร้ายได้ไปจากการชิงทรัพย์ครั้งนี้ ประมาณ 20,000 บาท   ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรถลางพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุแล้ว และอยู่ระหว่างติดตามจับกุมคนร้าย   โดย พ.ต.ท. ประวิทย์ เอ่งฉ้วน รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม .สภ ถลาง ได้สั่งกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี   (คลิปวงจรปิดคนร้ายชิงทรัพย์)  

 1,435
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ค. 61

ชายเมากาว ราดน้ำมันขู่เผาธนาคารหวังชิงเงิน แต่พลาดลื่น สุดท้ายไม่รอดถูกจับ

ชลบุรี-ชายเก็บของเก่าลักษณะเหมือนเมากาว หิ้วถังแกลลอนน้ำมันบุกธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเนินเต็ง บอกพนักงานขอเงิน 1 ปึก เจ้าหน้าที่ไม่ให้ ก่อนกระโดดข้ามเคาเตอร์ช่องที่ 3 ไปคว้าเอาเงินที่วางอยู่ 1 ปึกจำนวน 102,000 บาท แล้วใช้น้ำมันราดทั่วธนาคารเตรียมใช้ไฟแช็กจุด แต่พลาดลื่นเสียหลัก ทางคนขับรถและ รปภ.ธนาคารที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยกันล็อคตัวไว้ได้ อ้างหาเงินเลี้ยงลูก 4 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BoYKKZmY6rc  

 1,516
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 61

รวบ 2 โจ๋เชียงราย จี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ อ้างแค้นโดน พนง.ขี่ จยย.ตัดหน้า

เชียงราย-ตำรวจจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 13 และ 17 ปี ชาติพันธุ์ชนเผ่าอาข่า ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงเงินในร้านสะดวกซื้อ เซเว่นฯ สาขาถนนพ่อขุนฯ ทางเข้าสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย เหตุเกิดเวลา 01.30น. วันที่ 30 เมษายน 2561 ซึ่งได้เงินไปประมาณ1,400 บาท และหลบหนีไป ซึ่งคนร้ายได้ปิดยังใบหน้าในขณะลงมือถือเหตุ   จากการสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทั้งคู่ให้การรับสารภาพถึงการลงมือก่อเหตุ โดยเล่าว่าในวันเกิดเหตุได้ดื่มสุราเข้าไปกับเพื่อนที่มาด้วยกัน และได้เกิดความคับแค้นใจ เพราะมีพนักงานเซเว่น ได้ขับรถจักรยานยนต์ตัดหน้าและได้เกิดมีปากเสียงกัน ซึ่งจำได้ว่าอยู่ที่สาขาที่ก่อเหตุ   จึงได้ชวนเพื่อนไปเอามีด เพื่อไปแก้แค้น แต่เมื่อไปถึงร้านเซเว่น ก็ไล่ทำร้ายพนักงานคนดังกล่าว แต่ใช้มีดฟันไม่ถูก เลยจึงลงมือจี้ชิงเงินดังกล่าว   หลังได้เงินก็จับขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยก็นำเงินที่ได้มาไปซื้อเหล้ามาดื่มกินต่อ โดยตัวเองและเพื่อนสำนึกผิดและต้องขอโทษแม่ที่ทำตัวแบบนี้   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เชิญนักสหวิชาชีพมาทำการสอบสวนอย่างเป็นทางการอีกครั้งเพราะผู้ต้องเป็นเยาวชนอายุยังไม่ถึง 18 ปี ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหาให้ทราบ ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3xGi-kuJoEo      

 2,318
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 61

พนง.ผวา 2 โจรควงมีด บุกจี้ชิงทรัพย์คาร้านสะดวกซื้อ

เชียงราย-ชาย 2 คนใช้อาวุธมีดบุกเข้ามาจี้ชิงเงินจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนหลบหนีไป จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าชาย 2 คน ได้บุกเข้าไปภายในร้านโดยปิดบังใบหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้า สวมใส่เสื้อกันหนาวก่อนสวมใสเสื้อกั๊กทับอีกชั้นส่วนคนร้ายอีกคนใส่เสื้อหนาวสีแดงใบหน้า และศีรษะใช้ผ้าพันปิดบังไว้โดยทั้งสองถือมีดปลายแหลม ความยาวประมาณ 30 เซ็นติเมตร และชี้ไปที่พนักงานในร้าน   ก่อนที่ชายคนแรกจะบุกเข้าไปในเคาน์เตอร์ ใช้มีดจี้หลังของพนักงานหญิง พร้อมกับขู่ให้ส่งเงินทั้งหมดมา ซึ่งพนักงานหญิงที่อยู่ในอาการหวาดกลัวรีบส่งเงินในลิ้นชักซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหรียญประมาณ 1,400 บาท ให้ไป เมื่อ 2 คนร้ายได้เงินไปก็วิ่งออกจากร้าน ทางชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้าย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/71FDo91eC3s    

 1,525
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 61

รวบ 2 โจรเก่งกับคนแก่ ชิงทรัพย์ตาวัย 82 - แม่ค้ากาแฟ สารภาพหาเงินเสพยา

เพจแหม่มโพธิ์ดำแชร์คลิปจากกล้องวงจรปิด 2 คนร้ายทำทีเข้าไปขอซื้อของจากร้านของชำในซอยรามคำแหง 118 แยก32 โดยมีคุณตาวัย 82 เป็นคนขายให้ ฉวยโอกาสขณะที่คุณตากำลังทอนเงิน ได้ฉวยเอาเงินที่มีอยู่ในมือของคุณตาไปทั้งหมด   ในเวลาต่อมาตร.สน.ห้วยขวาง จับกุม 2 คนร้ายได้แล้วคือ นายอาลี หรือ (บัง) แชเปีย อายุ 37 ปี และนายพรชัย หรือ (บอย) ปี่เพราะ อายุ 33 ปี ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปและพกอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร   นอกจากนี้ยังพบว่าทั้งคู่ได้ก่อเหตุ ชิงทรัพย์แม่ค้าขายกาแฟย่านห้วยขวางเช่นกัน โดยขี่ จยย.ทำทีเข้ามาซื้อกาแฟ โดยนั่งกินสักพัก เมื่อผู้เสียหายเผลอคนร้ายได้ใช้มีดคัตเตอร์จี้เอว และผลักผู้เสียหายเข้าไปในบ้าน แล้วเอาสร้อยข้อมือทองคำ หนัก 1 บาทหลบหนีไป   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง และได้นำของกลางที่ได้มาไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่งย่านราชปรารถ ได้เงินมา 16,200 บาท ก่อนนำมาแบ่งกัน โดยนายอาลี ได้เงินไป 10,200 บาท ส่วนนายพรชัย ได้เงินไป 6,000 บาท ทั้งสองติดยาทั้งคู่ และเมื่อได้เงินมาจึงนำไปเที่ยวเตร่และซื้อยาเสพติดมาเสพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OOxeFw35VFE    

 4,721

Top