ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปลอม"

สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

รวบหนุ่มเล่นของสูง ปลอมเฟซบุ๊ก ปธ.บอร์ดสลาก อ้างใบ้เลขเด็ดแลกเงินสมาชิกหลายหมื่น

พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบ เปิดเผยว่าหลังตัวแทนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊ก "หวยลับ วงในหวยประมูล" และปลอมรูปโปรไฟล์ ของพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานบอร์ดสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยหลอกลวงให้เลขเด็ดแก่ประชาชนแล้วเรียกเก็บเงินค่าสมาชิก   ตำรวจจึงสืบสวนสอบได้และจับกุมนายสมศักดิ์ สุขมั่น ได้ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมยึดของกลางเป็นสมุดบัญชีธนาคารจำนวน 4 เล่ม, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบันทึกใบ้หวย   จากการสอบปากคำายสมศักดิ์ ยอมรับใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว หลอกลวงผู้เสียหายโดนำรูปภาพของพลเอกอภิรัชต์ เป็นโปรไฟล์ เพื่อความน่าเชื่อถือ และโพสต์หลอกให้เลขเด็ดเป็นเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว พร้อมอ้างว่าเป็นเลขที่ประมูลมาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเก็บค่าสมาชิกรายละ 50,000 บาท ซึ่งเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 โดยอ้างชื่อเป็นพลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ แล้วเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกรายละ 30,000 บาท   เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและนำภาพของผู้อื่นเข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนโดยทั่วไปเข้าถึงได้ซึ่งเกิดจากการสร้างขึ้นโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีอื่น โดยทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง   ด้านสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลฝากเตือนประชาชน อย่หลงเชื่อกับขบวนการหลอกลวง โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการออกรางวัลของกองสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ได้มาตรฐานสากล แต่ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดสงสัยสามารถโทรสอบถามข้อมูลได้ที่เบอร์ 025289999, 023451466   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/L6N13T-U-Qs    

 2,269
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 61

ขาเที่ยวพึงระวัง! ทลายแหล่งผลิตเหล้าปลอมต้นทุนหลักร้อย ติดยี่ห้อดัง ตปท. ส่งขายตามผับขวดหลักพัน

ปทุมธานี-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) นำทีมปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายปลอมสุราต่างประเทศ จำนวน 3 คน เป็นแรงงานชาวพม่า ได้รายได้เดือนละ 9,000 บาท   โดยนายจ้างที่เป็นคนไทยจะนำออเดอร์มาให้ผลิต จากนั้นจะนำไปส่งตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งจะนำสุราราคาถูก ราคาขวดละประมาณ 200 บาท มาผสมใหม่และใส่ขวดใหม่ที่มีราคาสูง ตั้งแต่ 1,800-8,000 บาท และบรรจุกล่องที่มีสภาพสวยงาม ซึ่งในสถานที่ผลิตยังพบ อุปกรณ์การผลิต และสุราต่างประเทศที่บรรจุรอจำหน่ายจำนวนมาก   ด้านพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่ามีการผลิตสุราปลอมโดยการกรอกขวด และนำไปจำหน่วย ในสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร หลังจากมีผู้ร้องเรียนจึงได้มีการตรวจสอบเริ่มไล่ทีละขวด   จนทราบแหล่งที่ผลิต จำนวน 2 จุด เป็นบ้านพักของผู้ต้องหา ประกอบด้วยที่ จ.ปทุมธานี และย่านภาษีเจริญ ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายปลอมสุราต่างประเทศ จำนวน 4 คน (คนไทย 1 คน , พม่า 3 คน ) พร้อมอุปกรณ์การผลิต และสุราต่างประเทศที่บรรจุรอจำหน่าย 200 ลัง มูลค่าความเสียหาย กว่า 10 ล้านบาท   สุราเหล่านี้ต้องส่งไปตรวจสอบส่วนผสมว่าอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ การนำสุราราคาถูกมาผสมใหม่แล้วติดฉลากติดสติกเกอร์เองแล้วนำไปจำหน่วยตามแหล่งท่องเที่ยว ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นคนไทย ได้ควบคุมไว้ที่กองกำกับการสายตรวจ 191 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกบางส่วน เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบและขยายผลจำกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JZEKAiR0Whs    

 5,276
สังคม-อาชญากรรม
26 ม.ค. 61

รวบแก๊งปลอมลอตเตอรี่ ตระเวนหลอกคนแก่ พบก่อเหตุซ้ำซากไม่เข็ดหลาบ

จากกรณีคุณยายใน จ.อุดรธานี ถูกแก๊งปลอมลอตเตอรี่หลอกว่าถูกรางวัลที่ 1 แต่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ จึงอ้างว่าจะมอบให้คุณยายให้ปขึ้นเงินแทน เพื่อแลกกับเงินสด 5 แสนบาท ก่อนให้คุณยายไปเบิกเงินที่ธนาคาร แต่ทาง จนท.ได้สอบถามถึงความผิดสังเกต จึงบอกว่าถูกหลอก ทำให้ระงับการถอนเงินได้ทัน ไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของกีงมิจฉาชีพ ในขณะที่แก๊งคนร้ายไหวตัวทันขับรถหลบหนีไปได้   แต่ล่าสุด จนท.ได้ติดตามตัวคนร้ายกว่า 5 เดือน จนทราบว่าคนร้ายคือ นายเสนาะ และนายโกวิท พุ่มกระจันทร์ 2 พี่น้อง และตามจับกุมได้ที่ห้องแบ่งเช่าในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนขยายผลจับนายสุรพล เสือพาย และนายสุทธิศักดิ์ ธรรมสังวาลย์ ส่วนนายฉัตรเกียรติ พุ่มกระจันทร์ 1 ใน 3 พี่น้องอยู่ระหว่างหลบหนี และยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกกว่า 20 คน   นอกจากนี้ได้ยึดสร้อยคอทองคำ ,พระเลี่ยมทอง, นาฬิกา มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ที่กลุ่มผู้ต้องหานำไปจำนำไว้ จึงประสานเจ้าหน้าที่ ปปง.ดำเนินการอายัดและแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงิน   ส่วนพฤติกรรมแก๊งนี้จะเลือกผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุทั่วประเทศ อ้างเป็นคนต่างด้าว ไม่สามารถจะขึ้นเงินได้ ทำกันมาตั้งแต่ปี 2542 แม้จะเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้ง เมื่อพ้นโทษออกมาก็มาก่อเหตุซ้ำอีก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/v-DBcZPexZY    

 8,415
ต่างประเทศ
15 ธ.ค. 60

เอาอีกแล้ว! ชาวจีนโกรธจัด ถูกหลอกซื้อตั๋วดูสวนผีเสื้อเริงระบำ ที่ไหนได้มีแต่ผีเสื้อปลอม!

ผู้เข้าชมนิทรรศการ ชาวจีน ต่างผิดหวังไปตามกัน หลังจากที่ซื้อบัตรเข้าชม นิทรรศการ “Dinosaur and Butterfly” ถูกจัดขึ้นที่สวนไดโนเสาร์และผีเสื้อ ในเขตปกครองตนเองกวางสี จ้วง ของจีน โดยทางสวนได้โพสต์ข้อความเชิญชวนลงในวีแชท ซึ่งเป็นโปรแกรม Chatชื่อดังจีน เพื่อโฆษณา และเชิญชวนให้มาชมนิทรรศการที่มีผีเสื้อกว่า1000 ตัว อย่างใกล้ชิด และจะได้เห็น ผีเสื้อมาเกาะตามมือ ตามตัว แต่พอมาถึงแล้ว กลับต้องผิดหวัง เมื่อพบว่าพวกเขาได้ซื้อตั๋วเข้ามาชมผีเสื้อพลาสติกแทน สร้างความไม่พอใจให้กับผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก   หลังมีการแพร่ภาพถ่ายและวิดีโอของนิทรรศการผีเสื้อปลอมนี้ออกไป ก็กลายเป็นประเด็นร้อนในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน เพราะซ้ำรอย เหมือนในกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในงานนิทรรศการเพนกวินปลอมเมื่อเดือนก่อน ที่สวนสัตว์แห่งหนึ่ง ในเขตปกครองตนเองกวางสี จ้วง นี้เช่นกัน   นักท่องเที่ยวคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เขาเดินทางมากว่า 100 กิโลเมตร เพื่อชมนิทรรศการแห่งนี้ และไม่คิดว่าจะถูกโกงเช่นนี้ ผีเสื้อเป็นของปลอม เป็นพลาสติก และสถานที่จัดงานยังดูสกปรก และไม่เป็นระเบียบอีกด้วย   บริษัทยูลิน เปยชาง ผู้จัดงานครั้งนี้ ได้ออกมาแก้ตัวว่า แม้จะมีการพูดกล่าวเกินจริงในตอนที่โฆษณาเชิญชวน แต่งานของเราไม่ใช่ของปลอม และสตาฟของงานคนหนึ่งกล่าวว่า ทำไมผีเสื้อพลาสติกจะไปเกาะบนมือของพวกคุณไม่ได้   ผู้จัดการของสวนดังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ทางสต๊าฟของสวนไม่ได้เห็นผีเสื้อพลาสติกตอนที่ถูกนำมาส่งที่พื้นที่จัดแสดงงาน ถ้าเกิดเหตุการณ์หลอกลวงเช่นนี้อีก เขาจะไม่เปิดพื้นที่ให้พวกเขาเช่าอีก     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม A Chinese park advertised a display of thousands of butterflies, but visitors were furious when they realized they had been scammed. สวนผีเสื้อที่จีน โฆษณาว่ามีผีเสื้อนับพันตัว แต่ นทท.โกรธมากเมื่อได้รู้ว่าถูกหลอก One tourist said he had travelled 100 kilometers to see the butterflies. - นทท.รายหนึ่งเดินทางมาไกลกว่า 100 กม.เพื่อชมฝูงผีเสื้อ

 34,575
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 60

2 ผัวเมียผู้ค้าหวย นำสลากปลอมไปขึ้นเงินเลขท้าย 2 ตัว สุดท้ายไม่เนียนโดนรวบ อ้างเก็บได้

สระแก้ว-ตร.ได้รับแจ้งจากร้านทอง ป.ชิงวรรณ ว่ามีคนนำลอตเตอรี่ปลอมมาขึ้นเงินที่ร้านทองของตนเอง ก่อนนำตัวผู้ขึ้นเงินซึ่งเป็น 2 สามีภรรยามาสอบปากคำ   โดยทั้งคู่ให้การว่าขณะที่เดินขายลอตเตอรี่ มาถึงซอยหน้าธนาคารออมสิน เทศบาลอรัญประเทศ ได้พบลอตเตอรี่ ใบดังกล่าวตกอยู่ เมื่อตรวจดูจึงพบว่า ถูกรางวัลเลขท้าย 33 ของงวดวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา จึงได้นำไปขึ้นเงินที่ร้านทองดังกล่าว โดยทั้งคู่อ้างว่า ไม่ได้เป็นคนแก้ไข้ตัวเลขในใบลอตเตอรี่ดังกล่าว   ด้านผู้รับขึ้นเงินกล่าวว่า ขณะที่ตนเองนั่งขายลอตเตอรี่ อยู่ที่หน้าร้านทอง ได้มี 2 สามีภรรยานำลอตเตอรี่มาขอขึ้นเงินเลขท้าย 2 ตัว เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ลอตเตอรี่ใบดังกล่าวถูกแก้ไข จากเลขเดิมคือเลข 484437 ไม่ใช่ 484433 มีการแกะเลข 7 ออกแล้วนำเลข 3 มาใส่แทน ตนเองจึงได้แจ้งตำรวจมานำตัวไปโรงพักเพื่อดำเนินคดี   ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแก๊งนำลอตเตอรี่ปลอมมาเที่ยวขึ้นเงิน เนื่องจากทั้ง 2 คน อ้างว่า ลอตเตอรี่ใบดังกล่าวเป็นของหลานสาวที่อยู่จังหวัดเลย ให้ตนเองมาขึ้นเงินให้ นางแฉล้มจึงเกิดความสงสัย เนื่องจากเลขท้ายลอตเตอรี่ สามารถขึ้นเงินที่ไหนก็ได้ และขณะนี้ทางกองฉลากได้แจ้งมาว่า มีตัวแทนจำหน่ายลอตเตอรี่ ในตลาดอรัญประเทศ ส่งลอตเตอรี่ปลอมไปขอขึ้นเงินกับกองฉลากคิดเป็นเงินกว่า 100,000 บาท ซึ่งทางกองฉลากจะส่งคืนลอตเตอรี่ปลอมกลับมาให้ตัวแทนขายในตลาดเทศบาลอรัญประเทศในเร็วๆ นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q322rqdgFcM 

 31,771
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 พ.ย. 60

สำนักพุทธภูเก็ตยัน! ไม่มีโบสถ์ปลอม หลังโซเชียลโพสต์ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบพรุ่งนี้.

          ผอ.สำนักพุทธภูเก็ตยันไม่มีโบสถ์ปลอมหลังโซเชียลโพสต์โบสถ์ปลอม–หลอกขายของแพงทัวร์จีนที่วัดลัฏฐิวนารามส่วนเป็นประเด็นร้องเรียนอื่นๆเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบวันพรุ่งนี้.            จากกรณี เฟซบุ๊กส่วนตัวของ ม.จ. จุลเจิม ยุคล Chulcherm Yugala ได้โพสต์ภาพภายในวัดแห่งหนึ่งพร้อมข้อระบุว่า “มีการหากินกันแปลกๆ ขอให้ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาช่วยซึ่งอ้างว่ามีการสร้างโบสถ์ปลอมในพื้นที่วัดสัฏวนาราม ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งสร้างใหม่โดยพ่อค้าจีน รับเฉพาะทัวร์จีน และมีการขายพระปลอมเลี่ยมทองในราคาสูงรวมถึงสิ่งของต่างๆที่จำหน่ายภายในวัดก็มีราคาสูง และระบุอีกว่าปัจจุบันในภูเก็ตมีไม่น้อยกว่า 3 แห่ง             ล่าสุดเมื่อช่วงเช้า( 23 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพูดคุยกับ นายปริญญา ปลัดขวา ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตถึงกรณีดังกล่าว โดยผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาเปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ตามโซเซียลและสื่อต่างๆว่าที่วัดลัฎฐิวนารามหรือวัดใต้ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ตมีการสร้างโบสถ์ปลอมเพื่อใช้เป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าไปไหว้และเช่าบูชาพระนั้น ยืนยันว่าจุดนั้นไม่ใช่โบสถ์ เป็นเพียงอาคารหรือเสนาสนะสิ่งปลูกสร้างที่มีภายในวัด ซึ่งโบสถ์จริงของวัดก็มีแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับส่วนที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้            ส่วนการจัดให้มีทัวร์จีนเข้ามาภายในวัดนั้นเป็นเรื่องการบริหารจัดการของวัดซึ่งตนสอบถามไปยังเจ้าอาวาสเบื้องต้นทราบว่าพื้นที่ตรงนั้นทางวัดได้จัดให้มีผู้เข้ามาเช่าในลักษณะสัญญาปีต่อปี โดยวัตถุประสงของผู้เช่าเพื่อเปิดใช้เป็นสถานที่เช่าวัตถุมงคล            กรณีการนำที่ดินของวัดไปให้เอกชนเช่าสามารถกระทำได้ เพราะวัดเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ แต่ทางสำนักพุทธก็มีอำนาจในการตรวจสอบสัญญาการให้เช่าได้ว่าทำตามหลักหรือไม่ เท่านั้นที่ทำได้ซึ่งการเช่าพื้นที่วัดนั้นหากสัญญาเช่าครั้งละไม่เกิน 3 ปีเจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจให้เช่าได้เลยแต่ถ้าเช่าเกิน 3 ปีต้องมีคณะกรรมการบริหารศาสนาสมบัติส่วนกลางเข้ามาพิจารณาซึ่งในส่วนของวัดใต้นั้นเป็นสัญญาเช่าปีต่อปีเจ้าอาวาสสามารถตัดสินใจได้เลย            ส่วนกรณีมีการจำหน่ายสินค้าหรือให้เช่าวัตถุมงคลราคาสูงนั้น ไม่อยู่ในอำนาจสำนักพระพุทธศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการสมยอมราคากันเองของผู้ซื้อและผู้ขาย              อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายประเด็นที่ทางผู้โพสต์ข้อมูลผ่านทางโซเซียล เช่นการนำวัตถุมงคลปลอม การไม่ให้คนไทยเข้าไปภายในพื้นที่ซึ่งมีการเช่าไว้นั้นรวมถึงประเด็นอื่นๆทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตจะลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้หากพบส่วนไหนกระทำผิดจริงก็จะดำเนินตามระเบียบกกหมายต่อไป.    

 5,091
สังคม-อาชญากรรม
17 พ.ย. 60

ตร.ทลายแหล่งผลิตเข็มกลัดที่ระลึกงานถวายพระเพลิงฯปลอม ย่านลาดพร้าว รวบเจ้าของพร้อมคนงานกว่า 10 คน

ตำรวจกองปราบปราม สนธิกำลังทหารขยายผลจับโรงงานผลิตเข็มกลัด ที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯปลอม รวบเจ้าของพร้อมคนงานกว่า 10 คน   พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง,พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม ร่วมกับทหาร เข้าตรวจค้น บริษัทชยธรรม จำกัด เลขที่ 76 ซอยลาดพร้าว 71 หรือนาคนิวาส2 (ซอยโรงเรียนคลองทรงกระเทียม) ลาดพร้าว หลังขยายผลล่อซื้อเข็มกลัดที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯปลอมและจับกุมนางทัศนีย์ หอจรัสกุล เจ้าของร้านเงินทอง ย่านท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจะสืบสวนทราบว่านางทัศนีย์ รับของมาจาก บริษัทดังกล่าว    จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าว มีพื้นที่เกือบ 2 ไร่ เปิดเป็นโรงงานปั้มเหรียญที่ระลึกต่างๆ ขณะเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่พบคนงานกว่า 10 คน ทั้งคนไทยและต่างด้าว กำลังอยู่ระหว่างการพิมพ์บล็อคทำเข็มกลัดที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯปลอม นอกจากนี้ยังพบนายพลังวัชร ธนกิตติ์ชยฉัตร หรือเฮียแก้ว แสดงตัวเป็นเจ้าของบริษัท จึงควบคุมตัวไว้ตรวจสอบ ทั้งยังพบบล็อคการทำเข็มกลัด หัวเข็มขัด และแหวนหลายแบบ ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด     ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 13,615
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ย. 60

ส่งฟ้องศาลพรุ่งนี้! สปน. รวบคนขายเข็มที่ระลึกพระราชพิธีฯปลอม ย่านถนนท่าพระจันทร์

          หลังจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้จัดทำเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ประชาชนมีไว้เพื่อเป็นที่ระลึกนั้น ขณะนี้ พบว่ามีผู้ทำเลียนแบบออกจำหน่าย และได้ดำเนินการการจับกุมเมื่อวานนี้ (15 พ.ย.) โดยนายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้จำหน่ายเข็มเลียนแบบเข็มที่ระลึกพระราชพิธีฯได้หลังจากลงพื้นที่บริเวณถนนพระจันทร์ เขตพระนคร ร่วมกับ กองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) เบื้องต้นจึงจะดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลไปยังผู้ผลิตต่อไป สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนส่งพนักงานอัยการส่งฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้             โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 “ผู้ใดขายของโดยหลอกลวง ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”            ทั้งนี้ นายสมพาศ ได้กล่าวเตือนไปยังผู้ทำเลียนแบบและผู้จำหน่ายเข็มที่ระลึกเลียนแบบให้หยุดการกระทำเช่นนี้ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่บังควร รวมถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อหรือสนับสนุนการกระทำผิดในลักษณะนี้ และขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสไปที่สายด่วนรัฐบาล หมายเลขโทรศัพท์ 1111 หากพบเห็นการกระทำผิด             สำหรับประชาชนที่ต้องการเข็มไว้เป็นที่ระลึกแห่งความทรงจำ สามารถสั่งจองได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ และรับเข็มที่สั่งจองได้ที่ทำการไปรษณีย์ที่สั่งจอง ภายใน 30 วันนับจากวันสั่งจอง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,325
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 60

ตร.คุมตัว 'สรรพสิทธิ์' อดีตผู้ช่วยอธิการฯ ปมยักยอกเงินสจล. ฝากขังผัดแรก อ้างถูกปลอมลายเซ็น

         นำตัวอดีตผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หนึ่งผู้ต้องหาในคดีโกงเงิน สจล. ไปขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก เบื้องต้นปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าถูกปลอมลายเซ็น              ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้คุมตัว นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ซึ่งเป็นหนึ่งผู้ต้องหาในคดีโกงเงิน สจล. หลังถูกศาลออกหมายจับ ฐานร่วมกันฉ้อโกงเป็นเงินเกือบ 700 ล้านบาท โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี เมื่อเย็นวานนี้ ไปขออำนาจศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 15 - 26 พฤศจิกายน 2560 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม เป็นเจ้าพนักงานหรือสนับสนุนเจ้าพนักงาน เพื่อเบียดบังทรัพย์อันเป็นของตนโดยทุจริต และข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยไม่ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี               ทั้งนี้ จาการสอบปากคำ นายสรรพสิทธิ์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าที่มีลายเซ็นตัวเองปรากฏอยู่ในเอกสารทำธุรกรรมเป็นการปลอมลายเซ็นขึ้นจากบุคคลอื่น ตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย สำหรับคดีนี้ เป็นการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมล็อตที่ 2 ที่ สจล. เข้าแจ้งความเพิ่มเติมเมื่อปี 2558 ว่าพบความเสียหายที่ถูกนายทรงกลด ศรีประสงค์ กับพวกกลุ่มผู้ต้องหา ร่วมกันทำธุรกรรม ยักยอกทรัพย์ของ สจล. เพิ่มอีกกว่า 700 ล้านบาท จากความเสียหายเดิม 1,600 ล้านบาทที่แจ้งความและดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 3 คนและถูกควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อหาแล้ว ได้แก่นายสรรพสิทธิ์ นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดีีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. และ นายคงฤทธิ์ สิงห์นุโคตร หรือ จุง โคชิกะ อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสุวรรณภูมิ ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมีนบุรี ตำรวจจะไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามกระบวนการต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง    

 6,494
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 พ.ย. 60

หยุดแชร์! ไลน์ลูกโซ่หลอกลวง แจกสติ๊กเกอร์ฟรี 'ก้าวคนละก้าว'

กรมประชาสัมพันธ์โพสต์แจ้งเตือนประชาชน หยุดแชร์ ไลน์ลูกโซ่หลอกลวง แอบอ้างโครงการก้าวคนละก้าว ของตูน บอดี้สแลม เพื่อแจกสติ๊กเกอร์ฟรี เนื่องจ้างมีบุคคลไม่ประสงค์ดีแอบอ้างชื่อโครงการฯเพื่อหาผลประโยชน์   หลอกลวงประชาชนให้สมัครเข้าเป็นเพื่อน และหลอกแชร์ลิงค์เพื่อแลกรับสติ๊กเกอร์ฟรี สร้างความเสียหายให้กับโครงการฯซึ่งเป็นโครงการฯที่ทำดีเพื่อสังคม การกระทำของบุคคลดังกล่าวถือว่ามีความผิด ผู้เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย   ทั้งนี้มีการจำหน่ายสติกเกอร์ไลน์ ก้าวคนละก้าว (Kao Kon La Kao) ผลงานโดย ต่าย ขายหัวเราะ นักเขียนการ์ตูนชื่อดัง ที่ให้โหลดซื้อในราคา 30 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้โครงการ ก้าวคนละก้าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N0MAqu1Vd7Q    

 3,303
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

เตือน! มีผู้แอบอ้างเปิดอินสตาแกรมรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทีมงานยันไม่เกี่ยวข้อง-วอนอย่าหลงเชื่อ!

เตือน! มีผู้แอบอ้างสร้างอินสตาแกรมรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ลงเบอร์ติดต่อและไลน์เสร็จสรรพ รายการวอนอย่าหลงเชื่อเพราะไม่มีไอจี ยันไม่เกี่ยวข้องกับรายการ!   ทีมงานรายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้รับแจ้งว่ามีผู้แอบอ้างเปิดอินสตาแกรม "ruenglaoch3" และแอบอ้างใช้ชื่อ รวมถึงสัญลักษณ์ของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ในอินสตาแกรมดังกล่าว นอกจากนี้ยังใส่เบอร์โทรศัพท์และไอดีไลน์สำหรับการติดต่อ พร้อมทั้งโพสต์รูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรูปที่ได้จากการเก็บภาพหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศรายการลงอินสตาแกรมดังกล่าวจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรูปที่ไม่เกี่ยวข้องกับรายการอีกจำนวนหนึ่ง และเมื่อย้อนกลับไปดูประวัติการโพสต์ภาพก็พบว่าผู้โพสต์เริ่มโพสต์ในอินสตาแกรมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2560   อย่างไรก็ตาม ทีมงานและผู้ผลิตรายการเรื่องเล่าเช้านี้ขอยืนยันว่า ในปัจจุบันรายการไม่มีการใช้งานอินสตาแกรมแต่อย่างใด อินสตาแกรมดังกล่าวเป็นการแอบอ้างชื่อและสัญลักษณ์ของรายการไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และอินสตาแกรมดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับทางรายการทั้งสิ้น หากมีการแอบอ้างติดต่อว่ามาจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้โดยอินสตาแกรมดังกล่าวขออย่าได้หลงเชื่อ จึงขอประกาศและแจ้งเตือนให้ทราบโดยทั่วกัน            

 3,426
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 60

เตือนภัย มิจฉาชีพนำหวยปลอมหลอกคุณยายขึ้นเงิน 2 งวดติด ก่อนแสกน qr code เจอโป๊ะแตก

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพของชายที่นำลอตเตอรี่ของงวดวันที่ 16 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา มาขอขึ้นเงินกับคุณยายวัย 77 ปี ที่ตั้งแผงรับซื้อรางวัลอยู่ที่หน้าใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ สองวันซ้อนสูญเงินไปกว่า 4 พันบาท   และในเวลาต่อมาชายคนดังกล่าวได้นำลอตเตอรี่ ที่ถูกรางวัลเลขหน้า 3 ตัว 1 ใบและเลข 2 ตัว 1 ใบของงวดวันที่ 16 กันยายน 2560 มาขอขึ้นเงินรางวัลอีก แต่คราวนี้สาวคุณยายขอตรวจสอบลอตเตอรี่เองโดยการใช้โทรศัพท์มือถือที่โหลดโปรแกรมแอพพลิเคชั่น QR Droid ซึ่งเป็นโปรแกรมสแกนคิวอาร์โคด มาทำการสแกนบนลอตเตอรี่ทั้งสองใบ ปรากฎว่าตัวเลขบนลอตเตอรี่ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวเป็นของปลอม   ลูกสาวเจ้าของแผงรับซื้อรางวัล จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพคนดังกล่าวเอาไว้เป็นชายรูปร่างผมสูงอายุประมาณ 50 ปี ใส่เสื้อวอมแขนยาวสีน้ำเงินมีแถบข้างสีขาวมีอักษรภาษาอังกฤษที่หน้าอกข้างซ้าย y 3ใส่เสื้อยึดคอปรกสีดำอยู่ด้านใน ใส่กางเกงยีนส์ขายาว ใส่หมวกแก๊ปสีน้ำตาล ด้านหน้าหมวกเป็นตัวอักษรตัวเลข 15 และเป็นรูปดาวอยู่ระหว่างกลาง ต่อท้ายด้วยเลข 41 สะพายกระเป่าหนังสีน้ำตาล ซึ่งมีการโต้เถียงกันอยู่พักใหญ่ก่อนชายคนดังกล่าวจะเดินหนีเข้าไปในซอยด้านข้าง โดยทิ้งใบลอตเตอรี่ตัวเลขไม่ตรงเอาไว้ที่แผงรับซื้อรางวัลดังกล่าว   จากการสอบถามคุณยายและลูกสาวเจ้าของร้านระบุ ในงวดแรกได้ตรวจสอบด้วยการใช้น้ำมันทินเนอร์เช็ดตัวเลขและเข้าเครื่องตรวจลายน้ำซึ่งเป็นการเช็คลอตเตอรี่แบบเดิมๆ ก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด ในขณะที่ตนกำลังจะจ่ายเงินให้ชายคนดังกล่าว ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกสาวตนเดินออกมาจากหลังบ้านและขอตรวจสอบลอตเตอรี่ที่นำมาขอขึ้นเงินทั้งสองใบ โดยการใช้โทรศัพท์มือถือทำการสแกนคิวอาร์โคดบนลอตเตอรี่ทั้งสองใบ พบว่าตัวเลขไม่ตรงกับตัวเลขที่สแกนคิวอาร์โคด จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเป็นคลิปวีดีโอชายคนดังกล่าวเอาไว้พร้อมทั้งต่อว่าชายคนดังกล่าวไป จนชายคนดังกล่าวได้เดินหลบหนีเข้าไป   จึงขอฝากเตือนบรรดาเจ้าของแผงขายและรับซื้อรางวัลว่า ก่อนที่จะรับซื้อลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลและมีคนนำมาขอขึ้นเงินนั้นขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดหน่อย โดยใช้วิธีการสแกนคิวอาร์โคดบนลอตเตอรี่ใบที่นำมาขึ้นเงินนั้นว่าตัวเลขตรงกับบนหน้าลอตเตอรี่หรือไม่เพราะไม่อยากให้คนอื่นเสียรู้แบบตน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/997J53TQRpk    

 4,790
บันเทิง
26 ก.ย. 60

'ลำไย ไหทองคำ' แจ้งความถูกมือดีปลอมสบู่วางขาย

น.ส.สุพรรณษา เวชกามา อายุ 19 ปี หรือ ลำไย ไหทองคำ นักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง เดินทางเข้าแจ้งความ ตร. สน.ทองหล่อ หลังมีผู้ปลอมสบู่ยี่ห้อ ลำไยทองคำ ออกวางขายจึงเกรงว่าจะทำให้เสียชื่อเสียง   โดนของก็อปจะนำมาโพสต์ขายในโลกออนไลน์ใช้ชื่อ 'สบู่ลำไย ไหทองคำ' มีรูปแบบแพคเกจเป็นกล่องกระดาษ ,uรูปของลำไย ไหทองคำ อยู่บนกล่อง ซึ่งของจริงจะทำในบรรจุภัณฑ์แบบกระป๋อง ระบุ 'LAMYAI สบู่ลำไย ทองคำ' และมีสบู่ก้อนอยู่ภายใน ซึ่งจะวางขายทางอินเตอร์เน็ตผ่านตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ไม่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป   ซึ่งสบู่ของตนเพิ่งเปิดตัวมาแล้ว 1 เดือน กลับถูกปลอมสินค้า เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินค้าและยอดขาย จึงได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเป็นการเตือนให้ผู้ที่ปลอมสบู่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และยืนยันจะดำเนินการให้ถึงที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XdCerF0Y0a4  

 3,358
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ย. 60

รวบหนุ่ม 24 ปลอมเฟซ ผอ.กองสลาก ใบ้หวยเลขมั่ว หลอกเหยื่อโอนเงิน

ตร.กองปราบปราม จับกุมนายสมศักดิ์ สุขมั่น อายุ 24 ปี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน, ชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ พร้อมของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 2 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โพยหวยจำนวน 3 แผ่น สมุดใบ้หวย 1 เล่ม ภายหลังจับกุมได้ที่ ห้องเช่าแห่งหนึ่งใน ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์   จากกรณีที่ได้ปลอมแปลงเฟซบุ๊ก อ้างตัวเป็น พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมโพสต์ข้อความเชิญชวนผู้ชื่นชอบซื้อเลขท้ายสลากกินแบ่งฯให้สมัครเป็นสมาชิกและติดตามเพจฯ โดยอ้างว่าจะมีการโพสต์เลขล็อคจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นเลขท้าย 2 ตัวและ 3 ตัว ให้สมาชิกรู้ก่อนที่จะมีการออกรางวัลสลากฯในแต่ละงวด แต่ผู้สนใจจะต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกรายละ 3 หมื่นบาท   ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้สำนักงานสลากกินฯได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากพบว่ามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท ก่อนที่จะเข้าแจ้งความ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว   ทั้งนี้ พล.ต.ฉลองรัฐ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ   ขณะทรี่ตัวผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2559 ส่วนภาพของ พล.ต.ฉลองรัฐนั้นนำมาจากอินเตอร์เน็ต เพื่อใช้ตั้งโปรไฟล์สร้างความน่าเชื่อถือ ส่วนเลขเด็ดก็จะสุ่มขึ้นมาเอง โดยใช้วิธีการคาดเดาจากหนังสือใบ้หวยที่หาซื้อจากร้านหนังสือทั่วไป ซึ่งเมื่อเริ่มมีผู้หลงเชื่อโอนเงินเข้ามาเป็นจำนวนมากแล้ว ตนก็จะปิดเฟซบุ๊กหนี ส่วนเงินที่ได้มาก็จะนำไปใช้จ่ายภายในครอบครัว ภายหลังการสอบสวนจึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนของกองปราบฯ ดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/peEUP3UqaGg    

 9,385
สังคม-อาชญากรรม
17 ส.ค. 60

รวบ 'โจ้ โชคชัย 4' รับจ้างปลอมบัตรสารพัด คิดใบละ 7 พัน แถมซุกยาเสพติด

ตร.จับกุมตัวนายนิติพงษ์ หรือโจ้ ถาวรวิวัฒนบัตร อายุ 35 ปี พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 1 เครื่อง, เครื่องพิมพ์บัตรพลาสติก 1 เครื่อง, พร้อมบัตรปลอมแปลงต่างๆ อาทิ บัตรประชาชน, ใบขับขี่, บัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ, บัตรข้าราชการ, แผ่นโฮโลแกรม ลายน้ำกรมการปกครอง, ยาไอซ์ น้ำหนัก 0.43 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ 2 ชุด โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง และอื่นๆ รวม 28 รายการ โดยถูกดำเนินคดีข้อหาปลอมเอกสารราชการและมียาเสพติดให้โทษแระเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย   ซึ่งการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายว่านายนิติพงษ์ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและรับทำบัตรประชาชนปลอม ใบขับขี่ปลอม ส่งจำหน่ายให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ และกลุ่มพวกทุจริตการสอบต่างๆ ด้วยการสวมชื่อสอบแทนกัน ในราคาใบละ 7,000 บาท โดยมีของกลางซุกซ่อนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว   จากการสอบปากคำนายนิติพงษ์ ให้การว่า ตนรับจ้างปลอมแปลงบัตรประชาชน, ใบอนุญาตขับรถ, บัตรประจำตัวนักศึกษา ตลอดจนบัตรข้าราชการอื่นๆ มาจำหน่ายให้กับกลุ่มติวเตอร์หน้ารามฯ ในราคาใบละ 5,000-7,000 บาท โดยติดต่อรับงานจากลูกค้าผ่านทางช่องทางเฟซบุ๊กและไลน์ จากนั้นจะให้ลูกค้าส่งรายละเอียด เช่น ภาพถ่าย ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด ส่วนสูง   จากนั้นก็จะนำบัตรเก่าที่ตระเวนรับซื้อมาจากแหล่งต่างๆ แล้วนำมาขูดข้อมูลเดิมออกไป จากนั้นจะนำข้อมูลของลูกค้ามาตัดต่อในโปรแกรมคอมพิวเตอร์และถ่ายข้อมูลลงบนบัตร หากเป็นบัตรประชาชนก็จะนำแผ่นโฮโลแกรมลายน้ำของกรมการปกครอง ที่รับซื้อมาจากเอเย่นต์คนหนึ่งในราคาม้วนละ 40,000 บาท ซึ่งสามารถทำบัตรประชาชนปลอมได้ประมาณ 200 ใบ มาตัดแต่งให้ดูเหมือนของจริง แล้วจำหน่ายใบละ 7,000 บาท ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร และนัดส่งตามสถานที่ต่างๆ   พร้อมสารภาพว่ารับจ้างปลอมบัตรต่างๆ มาได้ประมาณ 2 ปี โดยเรียนรู้วิธีมาจากลูกพี่คนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังขยายผลเพื่อติดตามจับกุมตัว ขณะเดียวกันทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ก็ได้สั่งให้สืบสวนหาตัวผู้ที่ขายแผ่นโฮโลแกรมลายน้ำของกรมการปกครองให้ผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kJbW8-w7-3U  

 2,029

Top