ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผูกคอตาย"

สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

หนุ่มน้อยใจแฟนสาวผูกคอดับ ทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน เพียงคุยผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 เดือน

ชัยนาท - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางลือ อ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุมีผูกคอตาย ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านมุงสังกะสี ภายในบ้านพบศพชายอายุ 26 ปี สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่ใส่เสื้อ ใช้เชือกปอมัดฟาง เอามาถักเป็นเส้นใหญ่มัดรวมกัน ผูกกับคานไม้ใต้หลังคา สภาพศพลิ้นจุกปาก จากการชันสูตรคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง    ด้านลูกพี่ลูกน้อง เปิดเผยว่า ผู้ตายมาอยู่ที่นี่ 2 เดือน มารับจ้างเป็นคนงานเพาะกล้าต้นข้าว กำลังจะกลับบ้าน ช่วงค่ำวันที่ 15 ม.ค. ก็นั่งกินข้าวกันตามปกติ คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการน้อยใจแฟน รู้ว่าคุยกับแฟนคนนี้อยู่ น่าจะไม่เกิด 2 เดือน คุยกันใช้อารมณ์ พูดคำหยาบด่าทอกันอยู่บ่อยๆ ส่วนเรื่องอื่นไม่ทราบเพราะน้องไม่ค่อยบอกอะไรมาก   นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า ขณะเข้าตรวจสอบแฟนสาวได้โทรศัพท์เข้ามาหาผู้ตาย โดยบอกว่า มีปากเสียงกัน จากนั้นก็ติดต่อมาตลอดแต่ไม่มีใครรับสาย จนมารู้เรื่องก็ตอนเกิดเหตุแล้ว นอกจากนี้แฟนสาวยังบอกว่าเจอกับผู้ตายในเฟซบุ๊ก ก่อนจะตกลงคบกันเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่เคยเห็นหน้ากัน พร้อมกับบอกว่าเดือน เมษายน นี้จะนัดเจอกัน ครั้งแรก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GzEsS7yR06M

 20,279
สังคม
17 ม.ค. 63

หนุ่มน้อยใจแฟนสาวผูกคอดับ ทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน เพียงคุยผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 เดือน

ชัยนาท - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางลือ อ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุมีผูกคอตาย ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านมุงสังกะสี ภายในบ้านพบศพชายอายุ 26 ปี สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่ใส่เสื้อ ใช้เชือกปอมัดฟาง เอามาถักเป็นเส้นใหญ่มัดรวมกัน ผูกกับคานไม้ใต้หลังคา สภาพศพลิ้นจุกปาก จากการชันสูตรคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง    ด้านลูกพี่ลูกน้อง เปิดเผยว่า ผู้ตายมาอยู่ที่นี่ 2 เดือน มารับจ้างเป็นคนงานเพาะกล้าต้นข้าว กำลังจะกลับบ้าน ช่วงค่ำวันที่ 15 ม.ค. ก็นั่งกินข้าวกันตามปกติ คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการน้อยใจแฟน รู้ว่าคุยกับแฟนคนนี้อยู่ น่าจะไม่เกิด 2 เดือน คุยกันใช้อารมณ์ พูดคำหยาบด่าทอกันอยู่บ่อยๆ ส่วนเรื่องอื่นไม่ทราบเพราะน้องไม่ค่อยบอกอะไรมาก   นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า ขณะเข้าตรวจสอบแฟนสาวได้โทรศัพท์เข้ามาหาผู้ตาย โดยบอกว่า มีปากเสียงกัน จากนั้นก็ติดต่อมาตลอดแต่ไม่มีใครรับสาย จนมารู้เรื่องก็ตอนเกิดเหตุแล้ว นอกจากนี้แฟนสาวยังบอกว่าเจอกับผู้ตายในเฟซบุ๊ก ก่อนจะตกลงคบกันเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่เคยเห็นหน้ากัน พร้อมกับบอกว่าเดือน เมษายน นี้จะนัดเจอกัน ครั้งแรก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GzEsS7yR06M

 20,279
อาชญากรรม
14 ม.ค. 63

สลด! หนุ่มลำปางวัยเบญจเพส เครียดตกงาน ซดเบียร์ย้อมใจ ก่อนผูกคอตาย

สมุทรปราการ - เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท. ทศพล กระพี้แดง รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายผูกคอเสียชีวิตภายในห้องพักเลขที่ 504 ชั้น 5 ของอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หลังจากได้รับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 5 ชั้น ภายในห้องน้ำได้พบศพนาย วรวุฒิ ทองดี อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดลำปาง ใช้เชือกไนล่อนสีเขียว ผูกคอตนเองกับช่องระบายอากาศของห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงใช้มีดตัดเชือกและนำร่างลงมาตรวจสอบด้านล่าง จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องลอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำ 5 ชั่วโมง และที่บริเวณหน้าห้องน้ำได้พบขวดเบียร์วางอยู่ จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถานบันนิติเวช   จากการสอบถามอดีตแฟนสาวของผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเคยทำงานเป็นพนักงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและลาออกมาได้ระยะหนึ่งแล้วและอยู่ระหว่างหางานทำใหม่ จึงทำให้มีปัญหาในเรื่องเงิน ที่ผ่านมาเมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมา ผู้ตายเคยเกิดอาการเครียดมาแล้วครั้งหนึ่งและพยายามใช้เชือกผูกคอตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากหายใจไม่ออกและเกิดอาการกลัวตาย จนกระทั่งในวันนี้มีเพื่อนข้างห้องโทรศัพท์ไปบอกตนว่าผู้ตายใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตจึงได้เดินทางมาดู  

 1,722
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 63

หนุ่มใหญ่ทะเลาะเมีย ตั้งกล้องถ่ายคลิปเผากระท่อม ก่อนแขวนคอลาโลก ร่างถูกไฟคลอกสยอง

ศรีสะเกษ- พบศพนายสมพร เสนคราม อายุ 43 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในกระท่อมกลางสวนยางพารา อ.กันทรลักษ์ โดยก่อนเสียชีวิตได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปขณะก่อเหตุ ใช้น้ำมันที่เตรียมไว้แล้ว จุดไฟเผากระท่อม แล้วทำการใช้เชือกผูกคอตัวเองห้อยกับไม้จั่วกระท่อมถึงแก่ความตาย   ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิต จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการทะเลาะกับภรรยา และคาดว่านายสมพร ผู้เสียชีวิต ได้ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งไว้ที่บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์แล้วถ่ายภาพของตนเอง ขณะที่กำลังราดน้ำมันภายในกระท่อมแล้ว จุดไฟเผากระท่อม   จากนั้นได้ขึ้นไปบนตู้ลำโพงเพื่อใช้เชือกแขวนคอตนเองกับไม้จั่วในกระท่อมเสียชีวิต แล้วถูกไฟไหม้กระท่อมเผาร่างจนไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก ด้านญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/MBJLoOyfn7Q

 35,038
อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

หนุ่มใหญ่ทะเลาะเมีย ตั้งกล้องถ่ายคลิปเผากระท่อม ก่อนแขวนคอลาโลก ร่างถูกไฟคลอกสยอง

ศรีสะเกษ- พบศพนายสมพร เสนคราม อายุ 43 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในกระท่อมกลางสวนยางพารา อ.กันทรลักษ์ โดยก่อนเสียชีวิตได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปขณะก่อเหตุ ใช้น้ำมันที่เตรียมไว้แล้ว จุดไฟเผากระท่อม แล้วทำการใช้เชือกผูกคอตัวเองห้อยกับไม้จั่วกระท่อมถึงแก่ความตาย   ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิต จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการทะเลาะกับภรรยา และคาดว่านายสมพร ผู้เสียชีวิต ได้ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งไว้ที่บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์แล้วถ่ายภาพของตนเอง ขณะที่กำลังราดน้ำมันภายในกระท่อมแล้ว จุดไฟเผากระท่อม   จากนั้นได้ขึ้นไปบนตู้ลำโพงเพื่อใช้เชือกแขวนคอตนเองกับไม้จั่วในกระท่อมเสียชีวิต แล้วถูกไฟไหม้กระท่อมเผาร่างจนไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก ด้านญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/MBJLoOyfn7Q

 35,038
สังคม
09 ม.ค. 63

หนุ่มน้อยใจภรรยา อัดคลิปจุดไฟเผาตัวเองผูกคอตายคากระท่อม

ศรีษะเกษ- เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ สอบสวน นางสาวสุกัญญา ไพรบึง ผู้เป็นภรรยา พร้อมด้วยลูกของผู้ตายทั้ง 3 คน และญาติทุกฝ่าย เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของ นายสมพร เสนคราม ที่ถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในกระท่อมกลางสวนยางพารา    โดยพนักงานสอบสวน ได้เปิดคลิปวีดีโอที่ผู้ตายทำการฆ่าตัวตายและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้ให้ดู จนเป็นที่เข้าใจทุกฝ่ายดีแล้วว่าสาเหตุการตายนั้นมาจาก ผู้ตายใช้น้ำมันที่เตรียมไว้แล้วจุดไฟเผากระท่อม แล้วทำการใช้เชือกผูกคอตัวเองห้อยกับไม้จั่วกระท่อมจนถึงแก่ความตาย การตายมิได้เกิดจากกระทำผิดอาญาหรือมีผู้อื่นทำให้ตายแต่อย่างใด และไม่มีผู้ติดใจสาเหตุการตาย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการทะเลาะกับภรรยา และคาดว่านายสมพร ผู้เสียชีวิต ได้ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งไว้ที่บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์ แล้วถ่ายภาพของตนเองขณะที่กำลังราดน้ำมันภายในกระท่อม จนจุดไฟเผากระท่อม จากนั้นนายสมพรได้ขึ้นไปบนตู้ลำโพงเพื่อใช้เชือกแขวนคอตนเองกับไม้จั่วในกระท่อมจนเสียชีวิต และถูกไฟไหม้เผาร่างจนไหม้เกรียม ทั้งนี้ เพื่อให้ภรรยาและญาติพี่น้องได้รู้ว่า ตนเองฆ่าตัวตายอย่างไรที่กระท่อมของตนเอง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BtiZs69ViEw

 7,083
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

พ่อคว้าไม้ทุบตีลูกเมียดับ ก่อนผูกคอตายตาม รวม 4 ศพ พบ จม.เล่าปมเครียดหนี้สิน ส่งลูกเรียน ม.ดัง

อุดรธานี-ตำรวจ สภ.เพ็ญ ได้รับแจ้งเหตุ ฆ่ายกครัว 4 ศพ ที่บ้านในหมู่ 1 ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ พบศพนายไชยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปีเจ้าของบ้าน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับกิ่งมะม่วง เมื่อเดินเข้าบ้าน ในห้องโถงชั้นล่างศพนางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ภรรยาของนายไชยสาน ใกล้กันนั้นพบศพ น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศริธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี นอนตายจมกองเลือด นอกจากนี้พบท่อนไม้ยาวประมาณ 50 ซม.วางอยู่ข้างศพ และถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนและขวดน้ำตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพด้วย   จากกการชันสูตรของเจ้าหน้าที่พบว่าทั้ง 3 ศพ ถูกทุบด้วยของแข็งบริเวณศีรษะทำให้มีบาดแผลฉกรรจ์ลึกถึงกะโหลก และนิ้วมือข้างซ้าย แพทย์ระบุทั้งหมดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชม. และพบจดหมายเขียนด้วยลายมือนายไทยสาน เขียนใส่กระดาษปฎิทินขนาดใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ ใจความว่า...   1.ชีวิตที่ล้มเหลว ผมขอโทษพี่น้องที่ทำลำบากใจมาตลอด เป็นหนี้ทุกคน เพราะผมมันจน เป็นหนี้ทุกคนเพราะรักลูกๆพาตั้งใจเรียน ผมเลยกู้ยืมทุกอย่าง คิดว่ามันจะรอด จบมาได้ทำงานเลยจะมาช่วยน้อง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ รถยนต์ติดไฟแนนซ์ เหลือประมาณ 60,000 บาท (ใบนาเอาไปจำนำไว้อำเภอเพ็ญ ตรงข้ามโลตัส 5,000 บาท ตึกสีชมพูไปติดต่อเขาดู เผื่อเขาให้ไถ่คืนเสียดาย ขอโทษญาติทุกคน เพื่อนทุกคน ที่ตัดสินใจแบบนี้ ลูกกลับปีใหม่ จะกลับไปเรียนไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน ขอโทษพ่อตาแม่ยายด้วยที่ต้องจบชีวิตครอบครัวแบบนี้ เพราะไม่มีทางออกจริงๆ   2. ถึงอี๊ดไม่ใช้หนี้ และพี่เพลิน รวมทั้งไปงานปีใหม่ เขาก็มีแต่พูดให้ ขอบคุณน้าอันที่เข้าใจ และให้กำลังใจมาตลอด เงินค่าหวยให้จวบตามกลับให้เลย   3. เพื่อนร่วมงานมีแต่คนดีๆ เราขอโทษที่ทำรับหนี้แทนเรา ลูกมาปีใหม่จะกลับไปเรียน ม.ข. มีเงิน 8,000 บาท ทอง 1 สลึงไม่รู้อยู่ไหน ลูกเราเรียนเก่งแต่ไม่มีงานทำ หมุนอย่างไรก็ไม่พอ เงินเดือนไม่พอรายจ่าย เพราะเราสร้างเองและรักลูก ลูกเราเรียนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังในการเรียน ให้อี๊ดเป็นธุระงาน”   พ่อตาของนายไชยสานเล่าว่า ลูกเขยและลูกสาว ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่ศูนย์หม่อนไหมเขต 4 อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ส่วน น.ส.คชาภรณ์ เพิ่งเรียนจบคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วน น.ส.ศศิธร กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งเคยยกมรดกเป็นที่นาให้ แต่ก็นำไปขายส่งลูกเรียน และกู้เงินในระบบประมาณ 2 ล้านมาส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยทั้งสองคน   แต่ถ้าหากดื่มเหล้า นิสัยก็จะเปลี่ยนไป อาจจะวู่วามไม่ยอมใคร แต่เคยมาบ่นให้ฟังว่า มีหนี้สินมากเพราะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกจบมายังไม่มีงานทำ ไม่เคยคิดว่าลูกเขยจะคิดสั้นแบบนี้ ถ้ามาปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็จะช่วยเหลือกัน   ส่วนน้องสาวนายไชยสาน ให้การว่า ปัญหาน่าจะมาจากเรื่องเงินไม่มีให้ลูกไปเรียนหนังสือ ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง แต่จะไปยืมเงินตน ไม่นานก็เอาไปคืน แต่ไม่นานก็ไปยืมอีก ตนไม่เคยบอกว่าถ้าขาดเหลืออะไร ก็ให้มาหานะพี่ ส่วนหนี้สินเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้ แต่เห็นเขียนว่ามีหนี้ประมาณ 2 ล้าน แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยทวง ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้   ทางด้านนายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยาน สรุปได้ว่า เป็นการฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย โดยนายไชยสานไปซื้อเหล้าขาวและธูปเทียน ที่ร้านค้าภายในหมู่บ้าน มาดื่มย้อมใจ 2 ขวด ก่อนใช้ท่อนไม้รองเก้าอี้โยก ขนาดเหมาะมือ ทุบศีรษะเมียและลูกนอนจมกองเลือดตายในบ้าน แล้วจัดดอกไม้ธูปเทียนขอขมา แล้วเขียนจดหมายลาตาย ก่อนใช้ผ้าขาวม้าผูกคอที่ขื่อหลังคาหน้าห้องน้ำ   แต่พบว่าหลังคาต่ำผู้ตายรูปร่างสูง จึงย้ายไปผูกที่ต้นมะม่วงหน้าบ้าน เช้าตรู่ มีชาวบ้านขี่ รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็น จึงไปเรียกญาติผู้ตายมาดู ต่างแปลกใจว่าทำไมลูกเมียไม่ออกมาดู จึงได้เข้าไปเรียกในบ้าน ก็พบลูกเมียถูกทุบหัวนอนจมกองเลือดตายกองกันทั้ง 3 คน ซึ่งมาจากปัญหาหนี้สิน ที่ไปกู้ยืมมาส่งลูกเรียนตามที่เขียนระบายในจดหมาย ซึ่งญาติทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดใจ จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uyFY8mdNE9I

 4,162
อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

พ่อคว้าไม้ทุบตีลูกเมียดับ ก่อนผูกคอตายตาม รวม 4 ศพ พบ จม.เล่าปมเครียดหนี้สิน ส่งลูกเรียน ม.ดัง

อุดรธานี-ตำรวจ สภ.เพ็ญ ได้รับแจ้งเหตุ ฆ่ายกครัว 4 ศพ ที่บ้านในหมู่ 1 ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ พบศพนายไชยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปีเจ้าของบ้าน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับกิ่งมะม่วง เมื่อเดินเข้าบ้าน ในห้องโถงชั้นล่างศพนางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ภรรยาของนายไชยสาน ใกล้กันนั้นพบศพ น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศริธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี นอนตายจมกองเลือด นอกจากนี้พบท่อนไม้ยาวประมาณ 50 ซม.วางอยู่ข้างศพ และถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนและขวดน้ำตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพด้วย   จากกการชันสูตรของเจ้าหน้าที่พบว่าทั้ง 3 ศพ ถูกทุบด้วยของแข็งบริเวณศีรษะทำให้มีบาดแผลฉกรรจ์ลึกถึงกะโหลก และนิ้วมือข้างซ้าย แพทย์ระบุทั้งหมดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชม. และพบจดหมายเขียนด้วยลายมือนายไทยสาน เขียนใส่กระดาษปฎิทินขนาดใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ ใจความว่า...   1.ชีวิตที่ล้มเหลว ผมขอโทษพี่น้องที่ทำลำบากใจมาตลอด เป็นหนี้ทุกคน เพราะผมมันจน เป็นหนี้ทุกคนเพราะรักลูกๆพาตั้งใจเรียน ผมเลยกู้ยืมทุกอย่าง คิดว่ามันจะรอด จบมาได้ทำงานเลยจะมาช่วยน้อง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ รถยนต์ติดไฟแนนซ์ เหลือประมาณ 60,000 บาท (ใบนาเอาไปจำนำไว้อำเภอเพ็ญ ตรงข้ามโลตัส 5,000 บาท ตึกสีชมพูไปติดต่อเขาดู เผื่อเขาให้ไถ่คืนเสียดาย ขอโทษญาติทุกคน เพื่อนทุกคน ที่ตัดสินใจแบบนี้ ลูกกลับปีใหม่ จะกลับไปเรียนไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน ขอโทษพ่อตาแม่ยายด้วยที่ต้องจบชีวิตครอบครัวแบบนี้ เพราะไม่มีทางออกจริงๆ   2. ถึงอี๊ดไม่ใช้หนี้ และพี่เพลิน รวมทั้งไปงานปีใหม่ เขาก็มีแต่พูดให้ ขอบคุณน้าอันที่เข้าใจ และให้กำลังใจมาตลอด เงินค่าหวยให้จวบตามกลับให้เลย   3. เพื่อนร่วมงานมีแต่คนดีๆ เราขอโทษที่ทำรับหนี้แทนเรา ลูกมาปีใหม่จะกลับไปเรียน ม.ข. มีเงิน 8,000 บาท ทอง 1 สลึงไม่รู้อยู่ไหน ลูกเราเรียนเก่งแต่ไม่มีงานทำ หมุนอย่างไรก็ไม่พอ เงินเดือนไม่พอรายจ่าย เพราะเราสร้างเองและรักลูก ลูกเราเรียนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังในการเรียน ให้อี๊ดเป็นธุระงาน”   พ่อตาของนายไชยสานเล่าว่า ลูกเขยและลูกสาว ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่ศูนย์หม่อนไหมเขต 4 อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ส่วน น.ส.คชาภรณ์ เพิ่งเรียนจบคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วน น.ส.ศศิธร กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งเคยยกมรดกเป็นที่นาให้ แต่ก็นำไปขายส่งลูกเรียน และกู้เงินในระบบประมาณ 2 ล้านมาส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยทั้งสองคน   แต่ถ้าหากดื่มเหล้า นิสัยก็จะเปลี่ยนไป อาจจะวู่วามไม่ยอมใคร แต่เคยมาบ่นให้ฟังว่า มีหนี้สินมากเพราะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกจบมายังไม่มีงานทำ ไม่เคยคิดว่าลูกเขยจะคิดสั้นแบบนี้ ถ้ามาปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็จะช่วยเหลือกัน   ส่วนน้องสาวนายไชยสาน ให้การว่า ปัญหาน่าจะมาจากเรื่องเงินไม่มีให้ลูกไปเรียนหนังสือ ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง แต่จะไปยืมเงินตน ไม่นานก็เอาไปคืน แต่ไม่นานก็ไปยืมอีก ตนไม่เคยบอกว่าถ้าขาดเหลืออะไร ก็ให้มาหานะพี่ ส่วนหนี้สินเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้ แต่เห็นเขียนว่ามีหนี้ประมาณ 2 ล้าน แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยทวง ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้   ทางด้านนายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยาน สรุปได้ว่า เป็นการฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย โดยนายไชยสานไปซื้อเหล้าขาวและธูปเทียน ที่ร้านค้าภายในหมู่บ้าน มาดื่มย้อมใจ 2 ขวด ก่อนใช้ท่อนไม้รองเก้าอี้โยก ขนาดเหมาะมือ ทุบศีรษะเมียและลูกนอนจมกองเลือดตายในบ้าน แล้วจัดดอกไม้ธูปเทียนขอขมา แล้วเขียนจดหมายลาตาย ก่อนใช้ผ้าขาวม้าผูกคอที่ขื่อหลังคาหน้าห้องน้ำ   แต่พบว่าหลังคาต่ำผู้ตายรูปร่างสูง จึงย้ายไปผูกที่ต้นมะม่วงหน้าบ้าน เช้าตรู่ มีชาวบ้านขี่ รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็น จึงไปเรียกญาติผู้ตายมาดู ต่างแปลกใจว่าทำไมลูกเมียไม่ออกมาดู จึงได้เข้าไปเรียกในบ้าน ก็พบลูกเมียถูกทุบหัวนอนจมกองเลือดตายกองกันทั้ง 3 คน ซึ่งมาจากปัญหาหนี้สิน ที่ไปกู้ยืมมาส่งลูกเรียนตามที่เขียนระบายในจดหมาย ซึ่งญาติทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดใจ จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uyFY8mdNE9I

 4,162
อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

สะเทือนขวัญ! สามีฆ่าโหดลูก-เมีย คาบ้าน ก่อนผูกคอตายตาม 4 ศพ ทิ้งไว้เพียงจดหมายสั่งลา

อุดรธานี - ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน มีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูจำนวนมาก ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ใต้ต้นมะม่วงติดรั้วหน้าบ้าน พบศพนายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปีเจ้าของบ้าน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับกิ่งมะม่วง   ในห้องโถงบ้านชั้นล่าง พบศพนางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปีภรรยาของนายไทยสาน ใกล้กันนั้นพบศพ น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศริธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี นอนตายจมกองเลือด พบท่อนไม้ยาวประมาณ 50 ซม.วางอยู่ข้างศพ และถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนและขวดน้ำตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพด้วย   จากการตรวจสอบพบจดหมายเขียนด้วยลายมือนายไทยสาน เขียนใส่กระดาษปฎิทินขนาดใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ ใจความว่า   “1 ชีวิตที่ล้มเหลว ผมขอโทษพี่น้องที่ทำลำบากใจมาตลอด เป็นหนี้ทุกคน เพราะผมมันจน เป็นหนี้ทุกคนเพราะรักลูกๆพาตั้งใจเรียน ผมเลยกู้ยืมทุกอย่าง คิดว่ามันจะรอด จบมาได้ทำงานเลยจะมาช่วยน้อง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ รถยนต์ติดไฟแนนซ์ เหลือประมาณ 60000 บาท (ใบนาเอาไปจำนำไว้อำเภอเพ็ญ ตรงข้ามโลตัส 5000 บาท ตึกสีชมพูไปติดต่อเขาดู เผื่อเขาให้ไถ่คืนเสียดาย ขอโทษญาติทุกคน เพื่อนทุกคน ที่ตัดสินใจแบบนี้ ลูกกลับปีใหม่ จะกลับไปเรียนไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน ขอโทษพ่อตาแม่ยายด้วยที่ต้องจบชีวิตครอบครัวแบบนี้ เพราะไม่มีทางออกจริงๆ   2. ถึงอี๊ดไม่ใช้หนี้ และพี่เพลิน รวมทั้งไปงานปีใหม่ เขาก็มีแต่พูดให้ ขอบคุณน้าอันที่เข้าใจ และให้กำลังใจมาตลอด เงินค่าหวยให้จวบตามกลับให้เลย   3. เพื่อนร่วมงานมีแต่คนดีๆ เราขอโทษที่ทำรับหนี้แทนเรา ลูกมาปีใหม่จะกลับไปเรียน ม.ข. มีเงิน 8000 บาท ทอง 1 สลึงไม่รู้อยู่ไหน ลูกเราเรียนเก่งแต่ไม่มีงานทำ หมุนอย่างไรก็ไม่พอ เงินเดือนไม่พอรายจ่าย เพราะเราสร้างเองและรักลูก ลูกเราเรียนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังในการเรียน ให้อี๊ดเป็นธุระงาน”   ด้านนางรุ่งการ ขารบ อายุ 45 ปี น้องสาวนายไทยสวน ให้การว่า ปัญหาน่าจะมาจากเรื่องเงินไม่ให้ลูกไปเรียนหนังสือ ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง แต่จะไปยืมเงินตน ไม่นานก็เอาไปคืน แต่ไม่นานก็ไปยืมอีก ตนไม่เคยบอกว่าถ้าขาดเหลืออะไร ก็ให้มาหานะพี่ ส่วนหนี้สินเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้ แต่เห็นเขียนว่ามีหนี้ประมาณ 2 ล้าน แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยทวง แต่ก็ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ไม่เคยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้   ส่วนนายบุญจันทร์ แสนเหมทอง อายุ 76 ปี พ่อตา ให้การว่า นายไทยสาน และนางวัชราภรณ์ ลูกเขยและลูกสาว ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่ศูนย์หม่อนไหมเขต 4 อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ส่วน น.ส.คชาภรณ์ พึ่งเรียนจบคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วน น.ส.ศศิธร กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งเคยยกมรดกเป็นที่นาให้ แต่ก็นำไปขายส่งลูกเรียน และกู้เงินในระบบประมาณ 2 ล้านมาส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยทั้งสองคน   แต่ถ้าหากดื่มเหล้า นิสัยก็จะเปลี่ยนไป อาจจะวู่วามไม่ยอมใคร แต่เคยมาบ่นให้ฟังว่า มีหนี้สินมากเพราะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกจบมายังไม่มีงานทำ ไม่เคยคิดว่าลูกเขยจะคิดสั้นแบบนี้ ถ้ามาปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็จะช่วยเหลือกัน  

 4,764
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

พิษซึมเศร้ารุมเร้า พี่ฆ่าน้อง ก่อนแขวนคอลาโลก

วันที่ 2 มกราคม 2563 ร.ต.อ. ไชยวัฒน์ ขาวสุด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีเหตุคนถูกทำร้ายร่างกาย และคนผูกคอตาย ในห้องเช่า ม.9 ซอยช้างเดิน บ้านตูม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ภายหลังรับแจ้งจึงไปตรวจที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย รับคนเจ็บส่งรพ.ขอนแก่น   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าสถานที่เกิดเหตุนั้น เป็นห้องแถวชั้นเดียวให้เช่าเรียงกันหลายสิบห้อง แต่ห้องที่มีคนเจ็บและคนตายนั้นเป็นห้องเช่าหมายเลข 4 พบคราบเลือดที่เก้าอี้นอน ส่วนคนเจ็บนั้นเจ้าหน้าที่กู้ชีพ นำส่งรพ.ขอนแก่นไปก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะถึงที่เกิดเหตุเพียงเล็กน้อย ทราบชื่อว่า นางสาวกฤษณา ดาวลอย อายุ 68 ปี ม.9 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีร่องรอยถูกทำร้ายที่ลำคอ จนมีรอยเขียวช้ำ เลือดออกหูทั้งสองข้าง ตาข้างขวาถลน มีหมอนสีขาววางอยู่บนอก และมีเชือกสีขาวคล้องที่แขนแล้วมัดติดกับที่จับของเก้าอี้นอน   ส่วนภายในบ้านซึ่งเป็นห้องเช่าโล่ง มีห้องน้ำในตัว พบศพ นางสาวนิตยา ดาวลอย อายุ 70 ปี ใช้ผ้าขาวม้า สายไฟฟ้า ผูกคอตัวเองกับวงกบประตูห้องน้ำ ในสภาพนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้าสีฟ้า เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชม. ส่วนสภาพห้องพัก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงจดหมายลาตาย 2 ฉบับ    ในขณะที่ นายวิจิตร ดาวลอย หรือป้อม อายุ 57 ปี น้องชายของคนตายและคนเจ็บ กล่าวว่า พี่นิตยาเป็นพี่สาวคนโต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปีแล้ว กินยารักษาตัวมาโดยตลอด แต่ไม่ดีขึ้น ส่วนพี่กฤษณา เป็นพี่สาวคนรอง ป่วยเป็นโรคอัลไซ เมอร์มานานแล้วเช่นกัน   ร.ต.อ. ไชยวัฒน์ ขาวสุด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องหรือเสียงทะเลาะกันออกมาจากห้องเช่าที่เกิดเหตุ และจากการดูในห้องพักและจดหมายลาตายของผู้ตายแล้ว น่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และจิตใจที่ไม่ปกติจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายร่างกายนางสาวกฤษณา น้องสาวตัวเองจนสลบ และอาจจะคิดว่าตาย จึงได้ผูกคอตัวเองตายตาม ส่วนน้องชายที่เป็นผู้ดูแลก็ไม่ติดใจสาเหตุการตายของพี่สาว เพระพี่สาวเคยบ่นจะฆ่าตัวบ่อยๆและว่าถ้าจะตายจะเอาพี่สาวคนรองไปด้วย ซึ่งน้องชายก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวช ชันสูตรพลิกศพ ตามขั้นตอนต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/TE1LUzR_aVI

 1,720
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 63

เสี่ยรับซื้อกุ้งแม่น้ำ เครียดพิษเศรษฐกิจ ผูกคอตายลาโลก ทิ้ง จม.เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์

เรื่องเศร้ารับต้นปี เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการหลายธุรกิจที่ต้องปิดตัวลง และรายล่าสุดเป็นนายฉลองชัย น้าสกุล อายุ 54 ปี เจ้าของธุรกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำที่ จ.สมุทรสงคราม เครียดจัด ผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นขนุน ใช้เชือกไนลอนสีแดงกับกิ่งต้นขนุนสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร ในกระเป๋าเสื้อพบกระดาษสมุดฉีกเขียนข้อความว่า   "ธุรกิจค้ากุ้งล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ หมดเงินก็หมดศักดิ์ศรี เราเป็นหนี้ไม่มีปัญญาใช้เขา เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ (แม่จ๋าพ่อลาก่อน)"   ญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่า ผู้ตายนั้นเครียด เรื่องหาเงินจ่ายค่างวดรถไม่ทัน ค้างค่างวดรถยนต์มา 3 งวดแล้ว ในอดีตผู้ตายเคยทำธุรกิจ รับซื้อกุ้งแม่น้ำไปขายต่อ ซึ่งช่วง2-3ปีที่ผ่านมารายได้ดี สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้มีเงินใช้เงินเก็บ จะซื้อสิ่งของอะไรในบ้านก็ซื้อเงินสด มีฐานะในระดับหนึ่ง แต่มาช่วงปี 62 ธุรกิจแย่ ซื้อขายกุ้งแม่น้ำไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนั้นรถยนต์คันเก่าที่ผ่อนมาเกือบหมดค่างวดแล้วก็ถูกยึด เพราะไม่มีเงินจ่าย   จากนั้นเพื่อนผู้ตายได้ช่วยกันดาวน์รถกระบะมือสองให้ผู้ตายไว้ทำมาหากิน  ผู้ตายก็เปลี่ยนมาทำอาชีพขายหอยตามตลาดนัด โดยรับหอยสดไปขายเป็นกิโล แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งช่วงปีใหม่ ผู้ตายก็บ่นว่าอยากตาย ไม่มีเงินใช้หนี้ค่างวดรถ ซึ่งปกติผู้ตายเป็นคนขยัน ประหยัด อดออม แต่ต้องมาเจอกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่แย่ และหาทางออกไม่ได้ จึงคิดสั้น   ขณะที่นางสาวสมปอง พวงเขียว อายุ 45 ปี ภรรยาผู้ตายเล่าว่าตนอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปีกับผู้ตาย มีลูกชายด้วยกัน 1 สามีตนเป็นคนดี ดูแลครอบครัวดีมาตลอด แต่ระยะหลัง เพราะพิษเศรษฐกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำมีปัญหา เพราะมีคนทำธุรกิจนี้มากขึ้นและมีการกดราคากัน จากเดิมที่เคยรับซื้อโลละ 800 บาท แต่ต้องเอาไปขายบเพียงโลละ 500 บาท เพราะถูกตัดราคาและร้านอาหารที่สั่งซื้อก็มียอดน้อยลง ด้วยความที่กุ้งเป็นของสด หากเก็บไว้ก็มีแต่เน่าเสีย จึงต้องยอมขายขาดทุน และเป็นปัญหานี้สะสมมาเรื่อย จนเลิกทำธุรกิจนี้   ต่อมาหันมารับหอยไปขายตามตลาดนัด ซึ่งก็ไม่พอกิน เพราะราคาหอยที่รับมาสูงขึ้นก็ต้องปรับราคาไป แต่พอเอาไปขายคนซื้อน้อยลง ทำให้รายได้ในครอบครัวไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงต้องค่าจ่ายค่างวดรถกระบะ ที่ต้องผ่อนเดือนละ 6,000 บาท 3งวด โดยเพื่อนของสามีเป็นคนดาวน์รถคันนี้ให้ แต่ยังไม่มีเงินจ่ายค่างวดแม้แต่งวดเดียว สามีจึงเครียด และเป็นคนเก็บกด ที่ผ่านมาบ่นว่าอยากตายมาเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะมาเกิดเหตุแบบนี้ ส่วนจดหมายที่สามีเขียนนั้น ก็เป็นการระบายสิ่งที่สามีอัดอั้นในใจ    ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าอยากฝากอะไรถึงปัญหาเศรษฐกิจ ที่หลายๆผู้ประกอบการต้องเจอกับภาวะขาดทุนและปิดตัวลง นางสมปองตอบว่า พูดไม่ออก และคิดว่าคนทำธุรกิจทุกคนก็รับรู้ว่าปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yBBBevjzus0

 18,336
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

เสี่ยรับซื้อกุ้งแม่น้ำ เครียดพิษเศรษฐกิจ ผูกคอตายลาโลก ทิ้ง จม.เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์

เรื่องเศร้ารับต้นปี เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการหลายธุรกิจที่ต้องปิดตัวลง และรายล่าสุดเป็นนายฉลองชัย น้าสกุล อายุ 54 ปี เจ้าของธุรกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำที่ จ.สมุทรสงคราม เครียดจัด ผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นขนุน ใช้เชือกไนลอนสีแดงกับกิ่งต้นขนุนสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร ในกระเป๋าเสื้อพบกระดาษสมุดฉีกเขียนข้อความว่า   "ธุรกิจค้ากุ้งล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ หมดเงินก็หมดศักดิ์ศรี เราเป็นหนี้ไม่มีปัญญาใช้เขา เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ (แม่จ๋าพ่อลาก่อน)"   ญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่า ผู้ตายนั้นเครียด เรื่องหาเงินจ่ายค่างวดรถไม่ทัน ค้างค่างวดรถยนต์มา 3 งวดแล้ว ในอดีตผู้ตายเคยทำธุรกิจ รับซื้อกุ้งแม่น้ำไปขายต่อ ซึ่งช่วง2-3ปีที่ผ่านมารายได้ดี สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้มีเงินใช้เงินเก็บ จะซื้อสิ่งของอะไรในบ้านก็ซื้อเงินสด มีฐานะในระดับหนึ่ง แต่มาช่วงปี 62 ธุรกิจแย่ ซื้อขายกุ้งแม่น้ำไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนั้นรถยนต์คันเก่าที่ผ่อนมาเกือบหมดค่างวดแล้วก็ถูกยึด เพราะไม่มีเงินจ่าย   จากนั้นเพื่อนผู้ตายได้ช่วยกันดาวน์รถกระบะมือสองให้ผู้ตายไว้ทำมาหากิน  ผู้ตายก็เปลี่ยนมาทำอาชีพขายหอยตามตลาดนัด โดยรับหอยสดไปขายเป็นกิโล แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งช่วงปีใหม่ ผู้ตายก็บ่นว่าอยากตาย ไม่มีเงินใช้หนี้ค่างวดรถ ซึ่งปกติผู้ตายเป็นคนขยัน ประหยัด อดออม แต่ต้องมาเจอกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่แย่ และหาทางออกไม่ได้ จึงคิดสั้น   ขณะที่นางสาวสมปอง พวงเขียว อายุ 45 ปี ภรรยาผู้ตายเล่าว่าตนอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปีกับผู้ตาย มีลูกชายด้วยกัน 1 สามีตนเป็นคนดี ดูแลครอบครัวดีมาตลอด แต่ระยะหลัง เพราะพิษเศรษฐกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำมีปัญหา เพราะมีคนทำธุรกิจนี้มากขึ้นและมีการกดราคากัน จากเดิมที่เคยรับซื้อโลละ 800 บาท แต่ต้องเอาไปขายบเพียงโลละ 500 บาท เพราะถูกตัดราคาและร้านอาหารที่สั่งซื้อก็มียอดน้อยลง ด้วยความที่กุ้งเป็นของสด หากเก็บไว้ก็มีแต่เน่าเสีย จึงต้องยอมขายขาดทุน และเป็นปัญหานี้สะสมมาเรื่อย จนเลิกทำธุรกิจนี้   ต่อมาหันมารับหอยไปขายตามตลาดนัด ซึ่งก็ไม่พอกิน เพราะราคาหอยที่รับมาสูงขึ้นก็ต้องปรับราคาไป แต่พอเอาไปขายคนซื้อน้อยลง ทำให้รายได้ในครอบครัวไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงต้องค่าจ่ายค่างวดรถกระบะ ที่ต้องผ่อนเดือนละ 6,000 บาท 3งวด โดยเพื่อนของสามีเป็นคนดาวน์รถคันนี้ให้ แต่ยังไม่มีเงินจ่ายค่างวดแม้แต่งวดเดียว สามีจึงเครียด และเป็นคนเก็บกด ที่ผ่านมาบ่นว่าอยากตายมาเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะมาเกิดเหตุแบบนี้ ส่วนจดหมายที่สามีเขียนนั้น ก็เป็นการระบายสิ่งที่สามีอัดอั้นในใจ    ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าอยากฝากอะไรถึงปัญหาเศรษฐกิจ ที่หลายๆผู้ประกอบการต้องเจอกับภาวะขาดทุนและปิดตัวลง นางสมปองตอบว่า พูดไม่ออก และคิดว่าคนทำธุรกิจทุกคนก็รับรู้ว่าปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yBBBevjzus0

 18,336
สังคม
03 ม.ค. 63

พ่อค้ากุ้งผูกคอลาโลกใต้ต้นขนุน หลังสู้พิษเศรษฐกิจไม่ไหว ทิ้งจดหมายลาตายสุดสลด

เวลา 08.00 น.วันที่ 2 ม.ค.63 ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงครามได้รับแจ้งมีคนผูกคอตายกับต้นขนุน ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงไปตรวจสอบบริเวณใต้ต้นขนุนพบศพนายฉลองชัย น้าสกุล อายุ 54 ปีสภาพบริเวณลำคอผูกรัดด้วยเชือกไนลอนสีแดงห้อยโตงเตงกับกิ่งขนุนสูงจากพื้นประมาณ 2 เมตรคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายพบกระดาษเขียนข้อความว่า"ธุรกิจค้ากุ้งล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ หมดเงินก็หมดศักดิ์ศรี เราเป็นหนี้ไม่มีปัญญาใช้เขา เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ วงเล็บแม่จ๋าพ่อลาก่อน" เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน     น.ส.สมปอง พวงเขียว อายุ 45 ปี ภรรยาผู้ตายเล่าว่าอยู่กินกับนายฉลองชัยมากว่า 10 ปีมีลูกชาย 1 คน ปกติสามีประกอบอาชีพซื้อขายกุ้งแม่น้ำ กระทั่งเมื่อปีที่แล้วพิษเศรษฐกิจทำให้กุ้งที่ซื้อมาขายไม่ออกเสียหายเป็นจำนวนมาก จนต้องเลิกกิจการแล้วหันมาค้าขายหอยแมลงภู่ตามตลาดนัด ต่อมาเมื่อ 3 เดือนก่อนสามีถอยรถปิกอัพมือสองเพื่อที่จะเอามาบรรทุกหอยแมลงภู่ไปค้าขาย แต่คงด้วยเพระพิษเศรษฐกิจ ตลอด 3 เดือน กลับไม่มีเงินผ่อนค่างวดรถเลย      เมื่อเย็นวานนี้ (1 มกราคม) ขณะกำลังนั่งกินข้าวสามีพูดเปรยๆว่า ถ้าพ่อเป็นอะไรไปให้ลูกชายบวชเณรนะ ตนก็ไม่คิดว่าสามีจะผูกคอตาย จน 3 ทุ่มตนกับลูกชายเข้านอนส่วนสามียังนั่งดูทีวีต่อ กระทั่งเช้าตื่นขึ้นมาไม่พบสามีจึงออกตามหากระทั่งพบว่าผูกคอเสียชีวิตแล้ว สันนิษฐานว่าสามีน่าจะเครียดจากพิษเศรษฐกิจทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่างวดรถและหาทางออกไม่ได้จึงตัดสินใจผูกคอตายก็เป็นได้ ซึ่งญาติก็ไม่ติดใจเจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/cNB3wMIf7xw  

 657
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

ยายวัย 70 ป่วยซึมเศร้า ฆ่าน้องสาวอายุ 68 ป่วยอัลไซเมอร์ ก่อนผูกคอตัวเองตาย แต่สุดท้ายน้องสาวรอด

ขอนแก่น-พบศพนางสาวนิตยา อายุ 70 ปี ใช้ผ้าขาวม้าและสายไฟ ผูกคอตัวเองกับวงกบประตูห้องน้ำ ในสภาพนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้าสีฟ้า เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชม. ในบ้านพักที่ อ.เมืองขอนแก่น นอกจากนี้ยังพบนางสาวกฤษณา อายุ 68 ปี น้องสาวผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บ มีร่องรอยถูกทำร้ายที่ลำคอ จนมีรอยเขียวช้ำ เลือดออกหูทั้งสองข้าง ตาข้างขวาถลน มีหมอนสีขาววางอยู่บนอก และมีเชือกสีขาวคล้องที่แขนแล้วมัดติดกับที่จับของเก้าอี้นอน   ส่วนสภาพในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงจดหมายลาตาย 2 ฉบับ ฉบับแรกเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “ป้อมพี่ขอโทษแทนไอ้_าติชั่วนั้นด้วย พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ให้อภัยพี่ด้วย เอาเงินทำบุญพี่ด้วย 2 คน”   ส่วนฉบับที่ 2 เขียนยาว 1 หน้ากระดาษ ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ข้อความว่า ป้ายังมีสติดีอยู่ ป้ากินยาตัวไหนก็แพ้หมด ไม่ใช่ป้าไม่อยากหาย แต่มันแพ้จริงๆ ถ้าป้าเป็นอะไรไป ป้าขอโทษพี่น้อง หลานๆ ทุกคน โดยเฉพาะป้อม จิ๋ว ก๊อฟ ชาตินี้ป้าเกิดมามีบาปกรรมหนัก ป้าเอาแม่แป๋วไปด้วย มันเป็นกรรมผูกพัน ต่อไปอีกทุกชาติ ป้ามีทางเลือก อยู่ตอนเป็นก็ตกนรกทั้งเป็น ตายไปก็ตกนรกอเวจีที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ป้าขอให้น้องๆ หลานๆทุกคนอภัยอโหสิกรรมให้ป้าด้วย ร่างกายป้ามันเสียหายหมดทั้งตัว เจ็บปวดตั้งแต่ข้อเท้า กระดูกหลัง อยู่ต่อไปป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียงทั้งสองคน   การฆ่าตัวตายมันเป็นบาปมาก ป้าไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายสักที แต่ทีนั้นไม่มีทางออกจริงๆ ก๊อฟเรื่องรถถ้าสงสารป้า ก๊อฟรู้มั้ยน้าป้อมมาอยู่ดูแลป้ากับแม่ มันเหนื่อยแค่ไหน เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ เหมือนเราไม่รู้จักบุญคุณคน มันซื้อเป็นเงินไม่ได้ อย่าให้มันผิดแบบป้าเลย อย่าให้เสียความรู้สึก แม่เอาเงินน้าป้อม คืนไม่หมดเป็นแสนๆ น้าป้อมก็ไม่ว่าอะไร พูดไปก็ไม่มีจะให้ น้าป้อมยังรู้บุคุณแม่ และป้าขออย่าให้ละเลาะกันเลยป้าจะได้ตายตาหลับ ลาก่อน”   ด้านน้องชายของคนตายและคนเจ็บ กล่าวว่า นางสาวนิตยาเป็นพี่สาวคนโต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปีแล้ว กินยารักษาตัวมาโดยตลอด แต่ไม่ดีขึ้น ส่วนนางสาวกฤษณา เป็นพี่สาวคนรอง ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มานานแล้วเช่นกัน   ตนอาศัยอยู่ในบ้านเช่ากับพี่สาวทั้งสองคน และดูแลพี่สาวทั้งสองคนมานานแล้ว เพราะทั้งสองคนเป็นคนป่วย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยปัญหาอะไร พูดคุยกันรู้เรื่อง แต่ก่อนจะเกิดเหตุนั้น ช่วงบ่ายสามโมงเย็น ตนทะเลาะกับพี่สาวคนโตในเรื่องปัญหาของครอบครัว จึงเดินออกจากบ้านไป ในบ้านจึงมีเพียงพี่สาวอยู่กันสองคน   พอมืดค่ำจึงกลับมาที่บ้านเพื่อหาอาหารเย็นให้พี่สาว ปรากฏว่าในบ้านปิดไฟมืดสนิท จึงรีบเปิดประตูบ้านเข้าไป เปิดไฟดูก็เห็นพี่สาวคนรองนอนหมดสติที่เก้าอี้นอน ส่วนพี่สาวคนโตผูกคอที่ประตูห้องน้ำ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ให้มาช่วยเหลือพี่สาวทั้งสองคน แต่พี่สาวคนโตตายแล้ว ส่วนพี่สาวคนรองอาการสาหัส   ตร.ระบุ จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องหรือเสียงทะเลาะกันออกมาจากห้องเช่าที่เกิดเหตุ และจากการดูในห้องพักและจดหมายลาตายของผู้ตายแล้ว น่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และสภาพจิตใจที่ไม่ปกติจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายร่างกายน้องสาวจนสลบ และอาจจะคิดว่าตาย จึงได้ผูกคอตัวเองตายตาม   ส่วนน้องชายที่เป็นผู้ดูแลก็ไม่ติดใจสาเหตุการตายของพี่สาว เพราะพี่สาวเคยบ่นจะฆ่าตัวบ่อยๆ และเคยบอกว่าถ้าจะตายจะเอาพี่สาวคนรองไปด้วย ซึ่งน้องชายก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวช ชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XQvkvHad_mk

 1,736
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

ยายวัย 70 ป่วยซึมเศร้า ฆ่าน้องสาวอายุ 68 ป่วยอัลไซเมอร์ ก่อนผูกคอตัวเองตาย แต่สุดท้ายน้องสาวรอด

ขอนแก่น-พบศพนางสาวนิตยา อายุ 70 ปี ใช้ผ้าขาวม้าและสายไฟ ผูกคอตัวเองกับวงกบประตูห้องน้ำ ในสภาพนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้าสีฟ้า เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชม. ในบ้านพักที่ อ.เมืองขอนแก่น นอกจากนี้ยังพบนางสาวกฤษณา อายุ 68 ปี น้องสาวผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บ มีร่องรอยถูกทำร้ายที่ลำคอ จนมีรอยเขียวช้ำ เลือดออกหูทั้งสองข้าง ตาข้างขวาถลน มีหมอนสีขาววางอยู่บนอก และมีเชือกสีขาวคล้องที่แขนแล้วมัดติดกับที่จับของเก้าอี้นอน   ส่วนสภาพในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงจดหมายลาตาย 2 ฉบับ ฉบับแรกเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “ป้อมพี่ขอโทษแทนไอ้_าติชั่วนั้นด้วย พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ให้อภัยพี่ด้วย เอาเงินทำบุญพี่ด้วย 2 คน”   ส่วนฉบับที่ 2 เขียนยาว 1 หน้ากระดาษ ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ข้อความว่า ป้ายังมีสติดีอยู่ ป้ากินยาตัวไหนก็แพ้หมด ไม่ใช่ป้าไม่อยากหาย แต่มันแพ้จริงๆ ถ้าป้าเป็นอะไรไป ป้าขอโทษพี่น้อง หลานๆ ทุกคน โดยเฉพาะป้อม จิ๋ว ก๊อฟ ชาตินี้ป้าเกิดมามีบาปกรรมหนัก ป้าเอาแม่แป๋วไปด้วย มันเป็นกรรมผูกพัน ต่อไปอีกทุกชาติ ป้ามีทางเลือก อยู่ตอนเป็นก็ตกนรกทั้งเป็น ตายไปก็ตกนรกอเวจีที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ป้าขอให้น้องๆ หลานๆทุกคนอภัยอโหสิกรรมให้ป้าด้วย ร่างกายป้ามันเสียหายหมดทั้งตัว เจ็บปวดตั้งแต่ข้อเท้า กระดูกหลัง อยู่ต่อไปป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียงทั้งสองคน   การฆ่าตัวตายมันเป็นบาปมาก ป้าไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายสักที แต่ทีนั้นไม่มีทางออกจริงๆ ก๊อฟเรื่องรถถ้าสงสารป้า ก๊อฟรู้มั้ยน้าป้อมมาอยู่ดูแลป้ากับแม่ มันเหนื่อยแค่ไหน เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ เหมือนเราไม่รู้จักบุญคุณคน มันซื้อเป็นเงินไม่ได้ อย่าให้มันผิดแบบป้าเลย อย่าให้เสียความรู้สึก แม่เอาเงินน้าป้อม คืนไม่หมดเป็นแสนๆ น้าป้อมก็ไม่ว่าอะไร พูดไปก็ไม่มีจะให้ น้าป้อมยังรู้บุคุณแม่ และป้าขออย่าให้ละเลาะกันเลยป้าจะได้ตายตาหลับ ลาก่อน”   ด้านน้องชายของคนตายและคนเจ็บ กล่าวว่า นางสาวนิตยาเป็นพี่สาวคนโต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปีแล้ว กินยารักษาตัวมาโดยตลอด แต่ไม่ดีขึ้น ส่วนนางสาวกฤษณา เป็นพี่สาวคนรอง ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มานานแล้วเช่นกัน   ตนอาศัยอยู่ในบ้านเช่ากับพี่สาวทั้งสองคน และดูแลพี่สาวทั้งสองคนมานานแล้ว เพราะทั้งสองคนเป็นคนป่วย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยปัญหาอะไร พูดคุยกันรู้เรื่อง แต่ก่อนจะเกิดเหตุนั้น ช่วงบ่ายสามโมงเย็น ตนทะเลาะกับพี่สาวคนโตในเรื่องปัญหาของครอบครัว จึงเดินออกจากบ้านไป ในบ้านจึงมีเพียงพี่สาวอยู่กันสองคน   พอมืดค่ำจึงกลับมาที่บ้านเพื่อหาอาหารเย็นให้พี่สาว ปรากฏว่าในบ้านปิดไฟมืดสนิท จึงรีบเปิดประตูบ้านเข้าไป เปิดไฟดูก็เห็นพี่สาวคนรองนอนหมดสติที่เก้าอี้นอน ส่วนพี่สาวคนโตผูกคอที่ประตูห้องน้ำ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ให้มาช่วยเหลือพี่สาวทั้งสองคน แต่พี่สาวคนโตตายแล้ว ส่วนพี่สาวคนรองอาการสาหัส   ตร.ระบุ จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องหรือเสียงทะเลาะกันออกมาจากห้องเช่าที่เกิดเหตุ และจากการดูในห้องพักและจดหมายลาตายของผู้ตายแล้ว น่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และสภาพจิตใจที่ไม่ปกติจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายร่างกายน้องสาวจนสลบ และอาจจะคิดว่าตาย จึงได้ผูกคอตัวเองตายตาม   ส่วนน้องชายที่เป็นผู้ดูแลก็ไม่ติดใจสาเหตุการตายของพี่สาว เพราะพี่สาวเคยบ่นจะฆ่าตัวบ่อยๆ และเคยบอกว่าถ้าจะตายจะเอาพี่สาวคนรองไปด้วย ซึ่งน้องชายก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวช ชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XQvkvHad_mk

 1,736

Top