ค้นหา :

ผลการค้นหา "มอบตัว"

สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 62

มอบตัวแล้ว 4 วัยรุ่นทำร้าย-ปล้นทรัพย์ในปั๊มย่านแสมดำ สารภาพเมาแล้วตั้งใจปล้น

นายธีระศักดิ์ นามปัญหา หรือ บิว อายุ 20 ปี และนายตั้ม (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันปล้นทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์ จำนวน 2 ราย ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง บริเวณปากซอยสะแกงาม 14 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน เมื่อเวลา 03.20 น. ของวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดเข้ามอบตัวที่ สน.แสมดำ พร้อมนำของกลางอาวุธปืน บีบีกัน และอาวุธมีดหัวตัดความยาว 60 ซม. พระเหรียญ 1 องค์ เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีน้ำเงิน-ดำ   จากการสอบสวนทำให้ขยายผลไปจับกุมนายชิงชัย หรือแชมป์ หาญกล้า อายุ 20 ปี และนายสิทธิศักดิ์ หรือ หนึ่ง บำรุงกูล 20 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุ พร้อมของกลางส่วนที่เหลือ นำตัวมาสอบสวน   จากการสอบสวนนายธีระศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า พวกตนทั้ง 4 คน เป็นพนักงานประกอบเฟอร์นิเจอร์แต่อยู่คนละโรงงานกัน ก่อนเกิดเหตุ ได้นั่งดื่มเบียร์ด้วยกันใกล้กับตลาดสะแกงามตั้งแต่สี่ทุ่ม เมื่อเมาได้ที่ก็ชวนกันขี่รถเล่น ตนซ้อนท้ายนายตั้ม   อีกคันมีนายสิทธิศักดิ์เป็นคนขี่ ก่อนจะแวะเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมันดังกล่าว เมื่อเติมน้ำมันเสร็จ ขี่รถมาจอดหน้าห้องน้ำ เห็นผู้เสียหาย 2 คนนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ตนถือมีดและปืนลงไป ใช้ปืนตบหน้าและทำร้ายผู้เสียหาย และนายสิทธิศักดิ์ตามมาช่วยตน หลังจากก่อเหตุเสร็จได้กระชากเอาพระเหรียญ และเหล้าอีกครึ่งขวดของผู้เสียหายไป   ส่วนนายสิทธิศักดิ์ได้โทรศัพท์มือถือซัมซุง เอส7 และกระเป๋าเงิน ซึ่งมีเงิน 600 บาทและเอกสาร แล้วแยกย้ายกันหลบหนี จนกระทั่งมาเจอคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเผยแพร่ในโซเชียล ซึ่งเห็นหน้านายตั้มและนายชิงชัยอย่างชัดเจน จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/yasYpy7DjcE

 2,043
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

หนุ่ม จยย.หัวร้อน ควักมีดแทงอกแท็กซี่ ย่องมอบตัว อ้างโกรธโดนบีบแตร โดนข้อหาหนักพยายามฆ่า

จากกรณีหนุ่มจยย.หัวร้อน ควักมีดขู่ จ้วงแทงหน้าอกคนขับแท็กซี่ ล่าสุดเมื่อกลางดึกของวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.แสมดำ ทราบชื่อ คือ นายสิทธิชัย อุไร อายุ 27 ปี พร้อมของกลางเป็นรถจยย. และชุดที่ใช้ในวันเกิดเหตุ   โดยผู้ต้องหาเผยเหตุการณ์ว่า ตนขับรถจยย.มาทางขวา เพื่อจะไปหาคุณพ่อที่ป่วยเป็นแผลติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ไปเจอกับแท็กซี่ซึ่งตนเข้าใจว่าจะไปทางขวา จังหวะทางแคบ แท็กซี่เบี่ยงมาเลน 1 ซึ่งขณะนั้นตนอยู่เลน 2 พอเห็นมีช่องว่างเลยแซงขึ้นมา แต่แท๊กซี่ได้บีบแตรใส่ ตนไม่เข้าใจว่าจะบีบเพื่ออะไร   ประกอบกับสภาพจิตใจเวลานั้นตนมีปัญหาทางครอบครัว เลยมีความโกรธมากที่ถูกแท็กซี่บีบแตรใส่ไม่มีเหตุผล จึงขับรถไปประกบฝั่งขวาแท็กซี่ ทุบกระจกให้จอด แต่แท็กซี่ไม่ยอมจอด เลยขับแซงขึ้นไปแล้วเบรก จนแท็กซี่ชน   “ผมโกรธมาก เดินไปเคาะกระจก พอแท็กซี่ลดกระจกลง ผมเลยใช้มีดแทงเข้าที่อกเลย แต่พอผมเห็นหน้าคนขับอายุเยอะ เลยยั้งมือทัน แล้วเปลี่ยนเป็นต่อยหน้าแทน โดยต่อยไปทั้งหมด 2 มัด ในรถ 1 มัด และหน้ารถ 1 มัด”   “จากนั้นได้คุยกัน แต่ผมยังไม่หายโกรธต่อยเขาไปอีก ปกติผมไม่ได้พกมีด แต่วันนั้นพ่อกับแม่เอาผลไม้มาฝากแล้วที่บ้านเป็นบ้านใหม่ ไม่มีเครื่องครัว เลยเอามีดจากบริษัทไป เหตุการณ์ครั้งนี้ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมอารมณ์ร้อนแล้วไม่สามารถควบคุมตัวเองได้” โดยหลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบนี้ยังช่วยกู้ภัยทำแผลจนส่งไปโรงพยาบาล   ด้านนายกิติพงษ์ มากจงดี คนขับรถแท็กซี่ เผยว่า ตนรู้สึกสบายใจ ซึ่งตนได้พบกับผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาก็กล่าวขอโทษแล้ว ตนก็ยกโทษให้ แต่คดีความก็ยังต้องดำเนินต่อไป ตามตัวกฎหมาย   ต่อมาพันตำรวจเอกอำนาจ หาญชนะ ผู้กำกับการสน.แสมดำ พร้อมทีมสืบสวนสอบสวน และตัวผู้ต้องหาเข้าประชุมหารือ เห็นสมควรแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เห็นสมควรว่าควรเพิ่มข้อกล่าวอีก 1 ข้อหา เป็นพยายามฆ่า โดยพิจารณาจากอาวุธมีดที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุ ทำให้ผู้ต้องหารายนี้มีการตั้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น 5 ข้อหา ประกอบด้วย   ข้อหาขับ จยย. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / ขับรถโดยประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น / พกพาอาวุธมีดไปในเขตเมืองและที่สาธารณะ ข้อหาทำร้ายร่างกาย และข้อพยายามฆ่า โดยต่อไปเจ้าหน้าจะนำตัวไปขออำนาจศาลขังต่อไป เนื่องผู้ต้องหาได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าพนักงานเอง เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่มีสิทธิในการขัง ซึ่งผู้ต้องหาสามารถขอประกันตัวได้ในชั้นศาล   อย่างไรก็ตาม ทางญาติของนายสิทธิชัย ไม่สามารถหาหลักทรัพย์มายื่นขอประกันตัวต่อศาลได้ทัน ทำให้ต้องส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำตามกฎหมาย ซึ่งหากทางญาติหาหลักทรัพย์ได้แล้ว ก็ยื่นขอศาลในภายหลังต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R2DC_2WO0qc

 1,590
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

แท็กซี่ฝ่าไฟแดงชนหนุ่มวีออสเจ็บหนัก เสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา ล่าสุดมอบตัวอ้างไม่ได้หนี แต่กลัวโดนรุม

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถของผู้เสียหาย เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่นายกนก ธงไชย อายุ 40 ปี ผู้เสียหาย ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ มาตามเส้นทางสุขาภิบาล 5 ซึ่งขับมาด้วยความเร็วปกติ กำลังเลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนสุขาภิบาล 5 เนื่องจากสัญญาณไฟจราจรเป็นสีเขียว   ปรากฎว่ามีรถแท็กซี่คันสีเหลือง หมายเลข ทะเบียน ทห 6971 กรุงเทพมหานคร ขับมาตามเส้นทางสุขาภิบาล 5 มุ่งหน้าสายไหม ผ่าไฟแดงพุ่งชนรถยนต์ของผู้เสียหายอย่างแรง ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล   นายปรัชญาพล  ธงไชย น้องชายของผู้บาดเจ็บ เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงบ่ายสองโมงของวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยพี่ชายกำลังขับรถไปทำงาน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมีคนโทรมาบอกว่าพี่ชายประสบอุบัติเหตุ ญาติอีกคนรีบไปยังจุดเกิดเหตุพบคู่กรณีเป็นคนขับรถแท็กซี่ยืนอยู่จึงเข้าไปสอบถาม เบื้องต้นอ้างว่าพี่ชายของตนขับรถผ่าไฟแดง   จากนั้นได้ตรวจสอบดูกล้องหน้ารถพบว่าพี่ชายไม่ได้ผ่าไฟแดง โดยคนขับรถแท็กซี่ได้ขอโทษพูดว่า  “ผมผิดไปแล้ว” ซึ่งต่างฝ่ายต่างเรียกประกันไปไกล่เกลี่ยกันที่ สน.คันนายาว เพื่อให้คู่กรณีเซ็นเอกสารรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพราะทางประกันแจ้งว่าต้องให้คู่กรณีมาเซ็นรับทราบถึงจะจ่ายเงินชดเชยให้ แต่คู่กรณีเบี้ยวนัดและได้หลบหนีไป ไม่ติดต่อมาขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบใด ๆ      สำหรับอาการของพี่ชายสาหัสสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เลือดคั่งในสมองยังไม่ฟื้นโอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติแทบจะไม่มี แพทย์ระบุ อาจเป็นเจ้าชายนิทราขอให้ทำใจ ตอนนี้สภาพจิตใจของคนในครอบครัวแย่มาก คงปล่อยให้หมอรักษาตามอาการให้เขาจากไปอย่างสงบ ไม่คิดว่าจะเจ็บหนักขนาดนี้   น้องชายของผู้บาดเจ็บ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไปสอบถามอู่แท็กซี่ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุคู่กรณีเพิ่งมาเช่าขับรถแท็กซี่ได้เพียง 3 วัน และระหว่างที่คู่กรณีหลบหนีก็มีพลเมืองดีติดต่อแจ้งเบาะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังเกิดเหตุยังได้ไปเช่าขับรถแท็กซี่อู่อีกแห่งหนึ่งแล้วโพสต์ภาพขณะขับรถลงเฟซบุ๊กทำตัวไม่สะทกสะท้าน ใช้ชีวิตปกติและไปสมัครทำงานที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ กระทั่งคู่กรณีให้ประกันติดต่อมาบอกจะเข้ามอบตัว ซึ่งตนและญาติๆ ไปรอเก้อที่โรงพัก 2 ครั้ง ก็ไม่มามอบตัว       ด้านนางรุจีรัตน์ ธงไชย แม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ทำผิดก็ควรมารับผิดชอบจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม อยากให้มอบตัวโทษหนักจะได้เป็นเบา คนทำผิดใคร ๆ ก็พร้อมให้อภัย แต่นี่เขาตั้งใจหนีไม่มีแม้แต่คำขอโทษ ถ้าไม่ประมาทมีสติ ขับรถปฏิบัติตามกฎจราจรเหตุการณ์แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นและไม่มีใครได้รับความเดือดร้อน  หมอบอกลูกชายโอกาสรอดน้อยแต่แม่ใจสู้ มีความรู้สึกว่าลูกของตนต้องไม่เป็นอะไร   ขณะที่นางสาววรางรัตน์  สุนนท์  ภรรยาของผู้บาดเจ็บเพิ่งคลอดลูกได้ 1 เดือน ร่ำไห้เผยว่า ไม่โกรธแต่อยากให้เอาชีวิตของคู่กรณีมาแลกกับชีวิตสามีของตน ชีวิตสามีมีค่ากับคนในครอบครัว หากสามีไม่มีลมหายใจตนจะอยู่อย่างไร ลูกก็ยังเล็ก  สามีของตนกำลังจะหยุดหายใจแต่คู่กรณีใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อยากให้มารับผิดชอบบ้าง มีความเป็นคนมั้ยครอบครัวคนเจ็บเสียใจ เดือดร้อนแค่ไหน หากเจ็บแทนสามีได้ก็จะยอมเจ็บ มันสูญเสียทุกอย่าง   “ทุกวันนี้ได้แต่ยืนจับมืออยู่ข้างเตียง กลัวว่าจะไม่ได้เห็นลมหายใจของสามีอีกต่อไป  ขอบคุณสามีที่ยังมีลมหายใจเล็ก ๆ ให้ตนได้อยู่เคียงข้างคอยเช็ดตัวให้ คอยกระซิบข้างหูว่าตนจะเข้มแข็ง ถึงแม้เขาจะไม่รับรู้อะไร คุณขับรถสาธารณะทุกครั้งที่จับพวงมาลัยควรมีสติ ถ้ามีความเป็นคนก็คงคิดได้”   ล่าสุดเมื่อวาน (20 ส.ค.) คนขับแท็กซี่คู่กรณีทราบชื่อคือนายสมภพ ราชา  อายุ 23 ปี  นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.คันนายาว แล้ว ทันทีที่มาถึง เพื่อนของผู้บาดเจ็บ 3 คน ซึ่งมาดักรออยู่ที่โรงพัก ได้ปรี่เข้าไปชกหน้านายสมภพ ด้วยความโกรธแค้นจนปากแตก ตาเขียวช้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาช่วยกันห้ามปราม รีบนำตัวนายสมภพเข้าไปในโรงพัก   นายสมภพ ให้สัมภาษณ์อ้างว่าไม่ได้หนี กล้าทำกล้ารับ ตนเพิ่งปลดจากการเป็นทหารผ่านศึกและเป็นผู้ช่วยครูฝึกด้วย ถ้าชนแล้วหนีอาจถูกมองเป็นคนขี้ขลาด ตนตั้งใจจะเข้ามอบตัวอยู่แล้ว แต่ที่เพิ่งมาเพราะกลัวญาติคนเจ็บจะทำร้าย ตนไม่ได้ตั้งใจชนเพราะมัวแต่มองรถที่อยู่ด้านซ้าย ถนนโล่งจึงเหยียบคันเร่งไม่ทันได้สังเกตดูสัญญาณไฟจราจร หันมาอีกทีก็พุ่งชนไปแล้ว จากนั้นตนรีบลงจากรถไปช่วยผู้บาดเจ็บขึ้นรถพยาบาล   ขอโทษญาติคนเจ็บเพราะรู้สึกผิด เสียใจ พร้อมรับผิดชอบ แต่ขอโทษไปก็ไม่ทำให้คนเจ็บฟื้นขึ้นมา ส่วนวันเกิดเหตุที่นัดไกล่เกลี่ยกันซึ่งตนไม่ได้ไปนั้น เพราะเห็นญาติคนเจ็บหลายคนอารมณ์ร้อนกลัวถูกทำร้าย ตนอยู่ตัวคนเดียวไม่รู้จะปรึกษาใครจึงขอไปตั้งหลัก ก่อนติดต่อตำรวจขอมอบตัว   ทางทางคดีพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย นำตัวส่งฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่ได้ออกหมายเรียก เนื่องจากคู่กรณีได้ติดต่อขอมอบตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pI3mE3Jhicc

 5,256
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 62

วงจรปิดเผยภาพ นาที ‘อั้ม วันชัย’ มือยิงหนุ่มเคอรี่ดับจากเหตุปะทะวินคู่อริย่านอุดมสุข ล่าสุด เข้ามอบตัว จ่อจับวินเพิ่มอีก 90 คน

จากเหตุการณ์ 2 วินจักรยานยนต์รับจ้างย่านอุดมสุขยกพวกตะลุมบอนกัน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวนายวันชัย มงคลเข็ม ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายวีรวัฒน์ พุ่งครุฑ พนักงานบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนเสียชีวิต โดยมีภาพจากวงจรปิดจับภาพไว้ได้   ได้มีการคุมตัวนายวันชัย มาสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลบางนา หลังจากนายวันชัยตัดสินใจเข้ามอบตัวไป ระหว่างหลบหนีอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายวันชัย มาถึง สถานีตำรวจนครบาลบางนา พนักงานสอบสวนได้เข้าสอบปากคำ ที่ห้องฝ่ายสืบสวน ก่อนนำตัวไปห้องควบคุม โดยไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและคลิปเหตุการณ์ในช่วงเกิดเหตุพบว่า มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ตำรวจชุดสืบสวนได้หาข้อมูลจนทราบว่า คดีนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุกว่า 90 คน ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้มีหลักฐานการสั่งซื้อาวุธเช่น ไม้กระบอง ปืน ทางออนไลน์จากประเทศจีน   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการยกพวกถล่มกันระหว่างกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่ออุดมสุข 1 ถึง 2 กับวินอุดมสุขรุ่งเรือง ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ภายในซอยสุขุมวิท 103 แขวงและเขตบางนา เพราะมีความขัดแย้งกันเรื่องขยายพื้นที่วิ่งวิน และแย่งผู้โดยสารกันเรื่อยมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บ 3 คนด้วยกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TOVlrFJYvkk

 1,734
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

หนุ่ม 21 มอบตัว รับเป็นเจ้าของกระสุนปริศนา เจาะหัวชายพิการเสียชีวิต อ้างจะยิงกระรอก

สุราษฎร์ธานี-จากกรณีภาพวงจรปิดจับภาพขณะที่นายศรชัย สุขุมทอง อายุ 55 ปี ซึ่งพิการแขนขวาขาดตั้งแต่หัวไหล่ ขณะปั่นจักรยานคู่ใจกลับจากตัดหญ้าให้วัว บนถนนสายคีรีรัฐนิคม-บ้านน้ำหัก หมู่ที่ 5 ต.บ้านยาง อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี   ก่อนที่จะถูกกระสุนปริศนา ขนาด .22 มม.เจาะเข้าที่ขมับขวาไปติดอยู่ที่ท้ายทอย ล้มลงไปกับถนนก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากป้อมตำรวจไม่ถึง50 เมตรโดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา   ล่าวุด นายวชิรศักดิ์ พืชผล อายุ 21 ปี ลูกชายอดีต ส.จ. ผู้ต้องหาตามหมายจับจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้เข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืนขนาด .22 มม.ที่ใช้ก่อเหตุ   โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยในวันเกิดเหตุได้ใช้ปืนขนาด .22 ออกมายิงกระรอกในสวนเงาะซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 61 เมตร และไม่ทราบว่ากระสุนพลาดไปถูกศีรษะของผู้ตาย และยังได้วิ่งเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้น จากนั้นได้เดินทางเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีกับเพื่อนที่นัดกันไว้ และมาทราบจากข่าวในภายหลังว่ากระสุนดังกล่าวเป็นปืนที่ตัวเองยิง จึงได้ติดต่อให้บิดาพาเข้ามอบตัวดังกล่าว   ทั้งนี้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะตัวเองไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่อย่างใดแต่เกิดจากการประมาทของตัวเองที่รู้เท่าไม่ถึงการ และอยากจะขอโทษกับครองครัวของผู้เสียชีวิต จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.คีรีรัฐนิคม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yCIRf_fl3Qg

 2,194
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

หนุ่มผมยาวยิงถล่มคู่อริในซอยลาซาล ตัดรองทรงตบตา ตร. ก่อนโผล่มอบตัว

จากกรณีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 2 ราย โดยคนที่มีรูปร่างผอมสูงผมยาวนั่งซ้อนท้ายรถ จยย. ก่อนใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่กลุ่มวัยรุ่น ภายในซอยลาซาล 19 จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.30 น.ที่ผ่านมา   จากนั้นทางตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่าการก่อเหตุครั้งนี้เกิดจากเรื่องสถาบัน จึงทำการไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุนั้น ต่อมานายจตุรงค์ หรือแม็ค เอี่ยมท้วม อายุ 30 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่สน.บางนาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ และนายพีรพล พวงบุรี อายุ 20 ปี เดินทางเข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา                                                ล่าสุด นายประเสริฐศักดิ์ หรือบอย สิงห์โสภา อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นชายผมยาวใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคู่อริที่วิ่งหลบหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวที่บี.เค.แมนชั่น ภายในซอยลาซาล 19 แขวงและเขตบางนา กทม. ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง แล้ว โดยพบว่านายประเสริฐศักดิ์ ได้ตัดผมสั้นรองทรง จากเดิมที่ไว้ผมยาว คาดเพื่ออำพรางระหว่างหลบหนี   เบื้องต้นนายประเสริฐศักดิ์ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจริง โดยครั้งแรกตั้งใจว่าจะเข้ามามอบตัวที่สน.บางนา แต่เนื่องจากมีสื่อมวลชนมาติดตามทำข่าวคดีสองวินรถจยย.ยกพวกทะเลาะกันเป็นจำนวนมาก จึงประสานเข้ามอบตัวที่สน.ศาลาแดงดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุทำให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควรยิงปืน ซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน, พาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BQ-yFNQ_UY4

 3,534
สังคม-อาชญากรรม
13 มิ.ย. 62

มอบตัวแล้ว 1 นร.ช่างกลยิงถล่มคู่อริ ซอยลาซาล โดนอ่วม 6 ข้อหาหนัก เร่งล่าอีก 1

ผู้กำกับการ สน.บางนาเผย เหตุคู่อริต่างสถาบันใช้ปืนยิงถล่มคู่อริบาดเจ็บกลางซอยลาซาล 19 ย่านบางนา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 5 ราย ล่าสุด 1 ใน 2 ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวแล้ว ขณะที่ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุผมยาว อดีตนักเรียนอาชีวะอีกคน ที่ยังหลบหนี ทั้งนี้มีภาพจากวงจรปิดอีกมุม จับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายก่อเหตุอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนา เดินทางไปที่ศาลจังหวัดพระโขนง เพื่อขออนุมัติออกหมายจับนายประเสริฐศักดิ์ สิงห์โสภา หรือบอย อายุ 31 ปี และนายพีรพล พวงบุรี อายุ 20 ปี ใน 6 ข้อหา ได้แก่   ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น / ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุทำให้ได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ / มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต / พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว / พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร / ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน / พาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร   ล่าสุด นายแม็ก ชายอ้วนที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.บางนา แล้วโดยยอมรับว่าก่อเหตุจริงอ้าง เดือดแทนรุ่นน้องที่ถูกอริต่างสถาบันทำร้าย แต่ไม่คิดว่านายบอย ชายหนุ่มผมยาวจะพกปืนไปด้วย โดยตำรวจเตรียมคุมตัวนายแม็กฝากขังที่ศาลจังหวัดพระโขนง และเตรียมขอศาลออกหมายจับนายบอย มือปืนอีกคนเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kf0Qs1UptfU 

 1,006
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 62

มอบตัวแล้ว 1 เหตุไล่ยิงกลางซอยลาซาล อ้างเดือดแทนรุ่นน้อง ถูกอริต่างสถาบันทำร้าย

จากกรณี ชายวัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาใช้อาวุธปืนไล่ยิงถล่มนักเรียนคู่อริ จนมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายราย เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.29 น. ภายในซอยลาซาล 19    ซึ่งจากการตรวสอบกล้องวงจรปิดวินาที ที่แก๊งนักเรียนอาชีวะ ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ไล่ตามมายิงคู่อริ ถึงที่พักในซอยลาซาล 19 ก่อนจะสาดกระสุนเข้าไปในซอยจนชาวบ้านแตกกระเจิง เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ในจำนวนนี้ มีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บไปด้วย   ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 12 มิ.ย. 62 นายแม็ก ชายอ้วนที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมกราดยิงในซอยลาซาล 19 เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.บางนา แล้วโดยยอมรับว่าก่อเหตุจริงอ้าง เดือดแทนรุ่นน้องที่ถูกอริต่างสถาบันทำร้าย แต่ไม่คิดว่านายบอย ชายหนุ่มผมยาวจะพกปืนไปด้วย โดยตำรวจเตรียมคุมตัวนายแม็กฝากขัง ศาลจังหวัดพระโขนง วันนี้ และเตรียมขอศาลออกหมายจับนายบอย มือปืนวันนี้เช่นกัน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รู้ตัวแล้ว นักเรียนนักเลงสุดเถื่อน ไล่ยิงกลุ่มอริ กลาง ซ.ลาซาล 19 ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ 5    

 924
ข่าวภูมิภาค
08 มิ.ย. 62

หนุ่มคนไข้หัวร้อนทำร้ายพยาบาล รพ.ปลวกแดง ดอดมอบตัว อ้างเครียดเลยบันดาลโทสะ

ระยอง - จากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์คลิป คนไข้หัวร้อนด่ากราด ทำร้ายร่างกายพยาบาลภายในโรงพยาบาลปลวกแดง ที่จังหวัดระยอง ซึ่งนายแพทย์ชำนาญการณ์พิเศษ ทศนเทพ ยิ้มแย้ม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลวกแดง จังหวัดระยอง ได้บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10 โมงเช้า ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรก หลังหยุดยาว 3 วัน ทำให้มีคนไข้มารอรับการบริการจำนวนมาก    ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็มีคนไข้ชาย ซึ่งเป็นคนไข้ประจำของโรงพยาบาล จะมาล้างแผลเก่าที่เท้า เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ก็ได้เปิดประตูห้องฉุกเฉินเข้าไป เพื่อที่จะให้พยาบาลล้างแผล แล้วเหมือนว่ามีการสอบถามเรื่องคิว พยาบาลก็พยายามบอกว่า บอกไม่ได้ว่าคิวที่เท่าไหร่ ต้องออกไปทำบัตรที่เคาน์เตอร์ก่อน ทำให้คนไข้ไม่พอใจ ตรงเข้าทำร้ายร่างกายพยาบาล ซึ่กล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลบันทึกภาพตอนที่ คนไข้เปิดประตูเข้าไปพูดคุยกับพยาบาล แต่พอหลุดรัศมีกล้องวงจรปิด ได้เกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ และผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลต้องเข้าไปห้ามปราม แล้วชายที่ก่อเหตุ ก็ออกไปจากโรงพยาบาลและขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป    ส่วนพยาบาลก็ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า มีอาการบวมช้ำ ซึ่งในส่วนของโรงพยาบาล และพยาบาลที่ถูกทำร้าย ก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปลวกแดง ฐานเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีเหตุอันควร    เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง บอกว่า หลังจากที่ตำรวจรับแจ้งความ และออกหมายเรียก นายศุภกร คุ้มรักษ์ อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นบุคคลให้คลิปให้มาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งนายศุภกร ก็ได้แอบมาพบเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสอบสวน ก็ยอมรับว่า เกิดความเครียดหลายอย่าง จึงบันดาลโทสะ เลยก่อเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวฟ้องต่อศาล ข้อหาทำร้ายร่างเจ้าพนักงาน 1 ข้อหา   ส่วนกรณีที่มีญาติประสานไปที่โรงพยาบาลปลวกแดง ว่าอยากจะเข้าไปขอโทษทางโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า มีการติดต่อประสานงานไปที่หัวหน้าห้องฉุกเฉินจริง แต่ยังไม่มีการนัดหมายวันเวลาที่จะเข้าไปขอโทษแต่อย่างใด    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/3OlHsoWMUsk

 1,051
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

มอบตัวแล้ว! ชายขับรถพุ่งชนลุง-หลาน สาหัส ยัน ไม่ได้ตั้งใจชน

จากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะขับพุ่งชนลุงกับหลานคือ นายเอกพงษ์ คำสุข อายุ 35 ปี และน้องโบนัส เด็กหญิงวัย  2 ขวบ ขณะเดินอยู่บนไหล่ทางถนนในชุมชน หมู่ 12 ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี อาการบาดเจ็บสาหัส ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ชัดเจน   ความคืบหน้าวันที่ 30 พ.ค.62 เมื่อเวลา 10.00 น. นายมนัสชนก มีขันติ อายุ 41 ปีคนขับรถได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.อิทธิเดช เทศกุลวิเศษ ร้อยเวรสอบสวน สภ.หนองเสือ พร้อมกับรถรถยนต์กระบะยี่ห้อ Nissan Frontier 4 ประตูไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งด้านหน้ารถมีรอยชนได้รับความเสียหาย    ด้านนายมนัสชนก บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้ตั้งใจชน และก็ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน หลังจากนี้ขอให้การในชั้นศาล และก็อยากฝากขอโทษถึงผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คนด้วย    ด้านกับ ร.ต.อ.อิทธิเดช เทศกุลวิเศษ ร้อยเวรสอบสวน สภ.หนองเสือ กล่าวว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บว่าทั้ง 2 คนแล้วว่ายังไม่เสียชีวิต และได้แจ้งข้อหาแล้ว หลังจากนี้ก็จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรีต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จ่อออกหมายจับ เพื่อนบ้านหัวร้อนพุ่งชนลุง-หลาน อาการสาหัส ญาติคาดตั้งใจชน แต่จำคนผิด    

 2,100
สังคม-อาชญากรรม
17 พ.ค. 62

จับได้ครบแก๊ง โจ๋ฆ่า 'น้องอาร์ม' หลังทนแรงกดดันไม่ไหว ชาวบ้านเผยพฤติกรรมชอบมั่วสุม สร้างความเดือดร้อน

ความคืบหน้าคดี แก๊งวัยรุ่นคว้าหินทุบหัว ด.ช.วิษณุสรรค์ สุวรรณภา หรือน้องอาร์ม อายุ 13 ปี เสียชีวิต ที่บริเวณปากซอยบางปลา15 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ 2 คน คือ นายพิสิษฐ์ หรือนนท์ เพชรเลิศ อายุ 21 ปี และนายโอ๊ต (สงวนชื่อนามสกุลจริง)อายุ 16 ปี คุมตัวส่งฝากขังศาลไปแล้ว   และเมื่อเย็นวันที่ 15 พ.ค. นายวัชระ บุญลือ หรือแด็ก 22 ปี และนายกวีโชค เงาศรี หรือเศรษฐ์ อายุ 23 ปีสองผู้ต้องหาที่เหลือก็ทนแรงกดดันไม่ไหวเข้ามอบตัว ซึ่งทั้งสองคนหลบหนีไปกบดานที่ จ.สกลนคร ตำรวจชุดสืบสวนสามารถไปติดตามจับกุมได้ เมื่อวานนี้ตำรวจก็นำตัวทั้งสองคนมาถึงจ.สมุทรปราการแล้ว และสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว   ซึ่งหลังจากนี้ ตร.จะมีการพิจารณา การดำเนินคดีกับคนที่พาสองวัยรุ่นนี้หลบหนีด้วย โดยพบว่าทั้งสองคนหลบหนีไปที่บ้านเกิดใน จ.ยโสธร ก่อนที่จะมาหาแฟนที่ จ.สกลนคร และเตรียมจะหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็มาถูกจับกุมก่อน   ช่วงเช้าวันนี้ 16 พค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ์ ศรีวรขาร รองผู้บัญชาการตรำวจแห่งชาติ จะเข้าตรวจสอบสำนวนคดีนี้ และจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   สำหรับพฤติกรรมของนายเศษและนายแด๊ก สองผู้ต้องหานี้ถือว่าเป็นแก๊งวัยรุ่นที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้าน โดยพบว่านายแด๊ก อาศัยในหมู่บ้านชลเทพ ใกล้จุดเกิดเหตุ ส่วนนายเศษ ก็มักจะมาอาศัยที่บ้านนายแด๊กเป็นประจำ   นายเฉลิมพล เรืองฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.บางพลีใหญ่ เล่าว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นวัยรุ่นในชุมชน ในแต่ละวันก็มักมั่วสุมกันแต่งรถ ดื่มสุราบ้าง จากนั้นก็ไปแข่งรถกัน จนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน ซึ่งตัวนายแด๊กนั้นเคยเห็นขับรถวนเวียนซิ่งไปมาในหมู่บ้าน และกลุ่มเพื่อนๆอีกหลายคน  สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้าน   ทางด้านแม่ของน้องอาร์มกล่าวว่า หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ก็ดีใจ ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีอาการเครียด เพราะยังจับคนที่ฆ่าลูกชายยังไม่ได้ แต่วันนี้สบายใจแล้ว และก็จะเข้าไปดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และอยากจะถามคนร้าย ว่าการที่ลูกตนมองหน้าทำให้โกรธถึงขั้นต้องฆ่าลูกตนทำไม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KQCEarTg3Yw

 9,307
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 62

'บอล ใต้' มอบตัวคดียิงเซียนมวย ยันไม่ได้เริ่มก่อน แต่ทำเพราะป้องกันตัว

นายอำนาจ อินสุวรรณโณ หรือ บอลใต้ ผู้ก่อเหตุยิงนายอัษฎา ทัพน้อย หรือ ดา สะพานใหม่ เป็นเซียนมวยชื่อดังเสียชีวิต ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ต. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายมีปากเสียงกันในเวทีมวย เรื่องราคาต่อรองมวย เมื่อจบการแข่งขันมวยคู่เอก ฝ่ายคู่กรณีเข้ามาข่มขู่ พูดว่า มึงออกไป มึงตายแน่   หลังจากจบการแข่งขันมวยเสร็จสิ้น ตนเดินออกมา และจะพยายามหนีขึ้นรถ แต่กลับถูกฝ่ายคู่กรณีเข้ามาล้อมและหาเรื่อง ผู้ตายจึงจ่อปืนมาที่ตน แต่ระหว่างนั้น เพื่อนที่มารอรับนอกสนามมวย ได้ส่งอาวุธปืนให้เพื่อป้องกันตัว จึงลั่นไกออกไปแต่จำไม่ได้ว่ากี่นัด ซึ่งถ้าไม่ทำตนเองก็จะต้องตาย เนื่องจากไม่สามารถเดินขึ้นรถได้โดยยืนยันไม่ได้เป็นผู้เริ่มก่อเหตุก่อน แต่เป็นการป้องกันตัว ก่อนจะนำปืนไปทิ้ง และหลบหนีไปบ้านเพื่อนในละแวกใกล้เคียง   ทั้งนี้ ที่ตนออกมามอบตัว เพราะเห็นว่าสิ่งที่เพื่อนผู้ตายให้ข้อมูลไป ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง และภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ ทั้งที่บอกว่ามีการล็อคคอ และกระหน่ำยิงผู้ตาย และยืนยันไม่เคยมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้ มีเรื่องกันในวันเกิดเหตุเลย โดยตนเองทำหน้าที่เป็นมวยหู โทรส่งราคา ตามต่างจังหวัดผ่านทางโทรศัพท์ ส่วนดา สะพานใหม่ เป็นเซียนมวยชื่อดัง   ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุยิงนายดา สะพานใหม่ เดินทางเข้ามามอบตัว คือนาย อำนาจ อินสุวรรณโณ หรือ บอลใต้ ผู้ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ,นายทนงศักดิ์ เหตุหมัน หรือ นายหิน ซึ่งเป็นผู้ส่งปืนให้ผู้ต้องหา และนายนพดล ทิพย์มณเฑียร หรือ นายบอย ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงแจ้งข้อหาเดียวกับนายทนงศักดิ์ และได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เนื่องจากนายบอยได้ขโมยปืนขนาด 9 มม. ของผู้ตายไป โดยอ้างว่าหยิบไปจากข้างตัวของผู้เสียชีวิต   ขณะนี้เหลือเพียงนายจิมมี่ ยังไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งล่าสุดได้ติดต่อขอพบพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งนายจิมมี่ ที่รู้จักนายดา และนายบอลใต้ ในวันเกิดเหตุนายได้เข้าไปห้ามปรามทั้งสองคน ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานว่าจะเข้าข่ายถูกออกหมายจับด้วยหรือไม่   จากการรวบรวมหลักฐาน และสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าทั้ง 2 ฝ่าย มีปากเสียงกันในสนามมวย และหลังจบมวยคู่เอก ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ส่วนใครเป็นผู้ลงมือก่อนนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอการสอบปากคำจากพยานที่เหตุการณ์ก่อน ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ ขณะนี้ยังหาไม่พบ เพราะผู้ต้องหาอ้างว่านำไปทิ้งหลังก่อเหตุ และจะคุมตัวไปค้นหาปืนภายหลังการสอบสวนเสร็จสิ้น   มีข้อมูลว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเคยมีปัญหาการต่อรองพนันมวยกัน เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ซึ่งก็ได้เคลียร์เรื่องดังกล่าวเรียบร้อย แต่ยังมีความบาดหมางในใจกันอยู่ กระทั่งคืนวันเกิดเหตุ ก็มีการต่อรองพนันมวย แต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย จึงทำให้มีปากเสียงกัน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น   โดยหลังจากที่ตำรวจสอบปากคำอย่างละเอียดเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายทนงศักดิ์ หรือหิน และนายนพดล หรือบอย ไปขอหมายขังจากศาลอาญารัชดา เนื่องจากผู้ต้องหายังไม่ถูกออกหมายจับ ส่วนนายอำนาจ หรือบอยใต้ จะนำตัวฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษกในวันนี้ (3 พ.ค.)   ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ตำรวจมีการจัดเตรียมสถานที่ บริเวณหน้าบันไดเข้าสนามมวย ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ แต่เมื่อการเตรียมสถานที่เสร็จสิ้น ผู้ต้องหากลับแจ้งว่า ไม่ประสงค์ที่จะทำแผน เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย ทำให้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ก่อเหตุถูกยกเลิกไป   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ ยังพบว่านายบอลใต้ เคยถูกออกหมายจับในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อปี 2550 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นแต่ศาลยกฟ้อง และในปี 2551 ถูกออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นย่านลาดพร้าว แต่ถอนหมายจับเนื่องจากแจ้งว่าเป็นการออกหมายจับผิดตัว   ขณะที่ล่าสุดโลกออนไลน์ได้เปิดเผยได้เปิดเผยคลิปวีดีโอ ซึ่งเป็นคลิปการโต้เถียงระหว่าง ดา สะพานใหม่ และ บอล ใต้ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะออกไปเคลียร์กันนอกสนามมวย ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย จนทำให้ ดา สะพานใหม่ ถูกยิงเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_79dohmthB0

 2,831
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 62

หนุ่มวินยืนขี่ จยย. มอบตัว รับเกิดจากความคึกคะนอง โดนหนัก 5 ข้อหา

วันที่ 4 ก.พ. 62 เมื่อเวลา 09.00 น. นายกัณภัค เกตุชม อายุ 24 ปี เดินทางเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาลประเวศ หลังมีการแชร์คลิปในโลกโซเชียลฯ ภาพคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างยืนบนเบาะรถจักรยานยนต์ขณะวิ่งอยู่บนถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าลาดกระบังขาออก ระหว่างซอยอ่อนนุช 57 เป็นที่น่าหวาดเสียว และเป็นอันตรายกับผู้ร่วมทาง  ภายหลังการเข้ามอบตัวนายกัณภัค ได้ยกมือไหว้ขอโทษกับการกระทำของตนเองซึ่งเกิดจากความคึกคะนอง ขอสังคมได้ให้อภัยและไม่ควรกระทำเป็นเยี่ยงอย่าง    ขณะที่ผู้เป็นแม่ เผยว่า ในการเดินทางเข้ามอบตัวในวันนี้ เนื่องจากสำนึกผิด และเดินทางมามอบตัวด้วยตนเอง ตกเป็นข่าวตนรู้สึกตกใจกับการกระทำของลูกชาย ไม่ขอให้สังคมให้อภัย การกระทำของลูกชายเป็นการกระทำที่เป็นอันตราย ในวันนี้ได้สำนึกผิดคงต้องให้สังคมเป็นคนตัดสิน ซึ่งลูกชายจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเอก พละศึกษา อยู่ในระหว่างการหางาน   ด้าน พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศ เผยเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 5 ข้อหา คือ    1. ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียว โทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท  2. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  3. ขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัย โทษปรับไม่เกิน 500 บาท  4. ใช้รถที่ไม่จัดทำประกันภับภาคบังคับ ตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท  5. ใช้รถที่ไม่เสียภาษีประจำปี โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท จะดำเนินการส่งของศาลจังหวัดพระโขนงในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. พร้อมเสนอยึดรถของกลางซึ่งเป็นรถที่ใช้ประกอบความผิดอีกด้วย    

 14,367
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

มอบตัวแล้ว! สามีบุกยิงภรรยากลางร้านสะดวกซื้อ เผยเหตุทำไปเพราะความหึงหวง

จากกรณีที่มีสาวเซเว่น ถูกยิงในร้านสะดวกซื้อ ภายในปั๊มน้ำมัน สี่แยกคลองโพ อ.เมือง สุโขทัย โดยผู้ก่อเหตุจ่อยิง สาวเซเว่น หลังเคาน์เตอร์เก็บเงินของร้าน เมื่อคืนวันที่ 3 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา     จากการตรวจสอบทราบในเวลาต่อมาว่า ผู้ก่อเหตุ เป็นสามีของผู้ตาย ชื่อนายไพโรจน์ อายุ 33 ปี ซึ่งก่อนจะถูกยิง ทั้งคู่มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง โดยนายไพโรจน์มั่นใจว่าผู้ตายเริ่มตีตัวออกห่าง จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว   ความคืบหน้าวันที 4 ธ.ค.61 นายไพโรจน์เข้ามอบตัวแล้ว พร้อมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าทำไปเพราะความหึงหวง รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง สามีหึงโหด อุ้มลูกยิงเมียดับกลางร้านสะดวกซื้อ      

 1,613
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 61

5 วัยรุ่น ฟันหัวหนุ่มในคอนโด ‘น้องเนย’ เจ็บสาหัส เข้ามอบตัว ยอมรับใช้มีดฟันจริง ปัดเตรียมการล่วงหน้า

จากกรณีที่นายวุฒิชัย หรือเป๋า ดาวเรือง อายุ 25 ปี  ได้เข้าแจ้งความว่า ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้มีดฟันได้รับบาดเจ็บภายในห้องพักชั้น 8 คอนโด ย่านถนนแจ้งวัฒนะ เขตบางเขน โดยมีการอ้างว่า น้องเนย เน็ตไอดอล อดีตแฟนสาว เก่ง ลายพราง ซึ่งเจอกันที่สถาบันเทิง ได้ชวนไปดื่มกินต่อที่คอนโดดังกล่าวนั้น   ความคืบหน้าวันนี้ (31 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายวัชรพล หรือ แบงค์, นายสิรวิชญ์ หรือ ปาด, นายสันติราษฎร์ หรือ นก, นายโซฟาซี หรือ ฟา และเยาวชนอายุ 16 ปี กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายวุฒิชัย และนายอาคม จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เดินทางมาพร้อมผู้ปกครองเข้าพบ พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางเขน เพื่อมอบตัว และรับทราบข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธไปในพื้นที่สาธารณะ หลังก่อเหตุใช้มีดฟันและรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย    โดยรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า จาการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ให้การภาคเสธ โดยรับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเยาวชน รับสารภาพเป็นใช้มีดฟันผู้เสียหายจริง แต่ไม่ได้มีการเตรียมการอย่างที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง เพราะปกติกลุ่มผู้ต้องหาพักอยู่ที่คอนโดที่เกิดอยู่แล้ว และมักจะลงมาหาเพื่อนที่อยู่ชั้น 8 เป็นประจำ    ซึ่งวันเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่า ลงมาหาเพื่อนที่อยู่ชั้น 8 แต่บังเอิญเจอกับกลุ่มผู้เสียหายที่เคยมีการโต้เถียงกันทางเฟซบุ๊ก เพราะผู้เสียหายทักมาคุยกับแฟนสาวของนายแบงค์ทำให้หึงหวงและไม่พอใจ จึงก่อเหตุ โดยอาวุธมีดที่ใช้ฟันคู่กรณี ซึ่งหลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนี ส่วนมีดเอาไปทิ้งขยะ    ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายระบุว่า น้องเนยเป็นนกต่อ จากการสอบสวนไม่พบว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะผู้ต้องหายืนยันว่า เนยไม่ได้เป็นคนไปแจ้ง และคนที่ชวนผู้เสียหายมาดื่มเหล้าต่อที่คอนโดฯ คือเพื่อนของน้องเนย โดยผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะตอบคำถาม แต่ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น   เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยจะสอบปากคำอย่างละเอียดก่อนจะทำประวัติ ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว เพราะ ผู้ต้องมามอบตัว ส่วนเยาวชนจะคุมตัวส่งสถานพินิจภายใน 24 ชั่วโมง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'น้องเนย' อดีตแฟน 'เก่ง ลายพราง' ปัดเป็นนางนกต่อ ลวงหนุ่มขึ้นคอนโด ให้เพื่อนฟันหัว  

 8,306

Top