ค้นหา :

ผลการค้นหา "มอบตัว"

สังคม
22 ม.ค. 63

คู่รักเอาท์ดอร์พากันมามอบตัว หลังอัดคลิปตัวเองมีเพศสัมพันธ์ในมหาวิทยาลัย

กรณีที่มีคู่ชาย-หญิง เข้าไปกระทำอนาจาร ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยมีการบันทึกภาพตั้งแต่ขับรถเข้าไปในมหาวิทยาลัย จนถึงช่วงที่มีเพศสัมพันธ์กัน ก่อนจะนำคลิปที่บันทึกดังกล่าวไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ล่าสุด ทั้ง 2 คนได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว    ผู้ก่อเหตุทั้งสองรายได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยชายอายุ 30 ปี ส่วนฝ่ายหญิงอายุ 24 ปี ทั้ง 2 คนเป็นแฟนกัน ฝ่ายชายเป็นนศ.ป.โท มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ส่วนฝ่ายหญิงเป็นนศ.ป.ตรี มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับมหาวิทยาลัยที่ทั้งคู่ไปใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ    ทั้งนี้จากการสอบสวนทั้งคู่ให้การสารภาพว่า การก่อเหตุดังกล่าวทำเป็นครั้งแรก ส่วนสาเหตุของการมีเซ็กซ์กันนอกสถานที่นั้น เพราะทั้งคู่ชอบความตื่นเต้น ในตอนแรกทั้งคู่จะลงรูปในอินสตาแกรม จากนั้นก็มีคนมาแนะนำให้ไปเข้ากลุ่มปิดเพื่อลงคลิป แถมยังสามารถสร้างรายได้ด้วย ทั้งคู่จึงต้องการนำคลิปไปอัปโหลดลงเว็บโป๊เพื่ออัปเดตให้สมาชิกได้ติดตาม โดยมีการจ่ายเงินสมัครสมาชิกแรกเข้าเดือนละ 300 บาท และเสียค่าบริการรายเดือนอีกเดือนละ 150 บาท   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฐานความผิดร่วมกันกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือ กระทำการลามกอย่างอื่น เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือ โดยการค้า หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำผลิต ภาพยนตร์อันลามก และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลลามก   ทางทีมข่าวบอกว่า ชายหญิงคู่นี้เผยแพร่การมีเพศสัมพันธ์ตามสถานที่ต่างๆ ค่อนข้างเยอะ นอกจากคลิปที่ถูกพูดถึงอยู่ตอนนี้ก็มีคลิปบริเวณทางเดิน คอนโด ริมถนนใหญ่ ในลิฟต์ เป็นต้น    รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ZAYyzx2vr2Y

 802
สังคม
09 ม.ค. 63

แม่พาลูกชายวัย 16 ‘ฟรีรันนิ่ง’ เหยียบโบราณสถาน เข้ามอบตัว เผยเป็นคนไทย

พระนครศรีอยุธยา - ความคืบหน้าคลิปชายหนุ่มนักท่องเที่ยวกระโดดตีลังกาบนโบราณสถานวัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นมรดกโลก โพสต์เผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์กลายเป็นกระแสข่าวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและผิด พรบ.โบราณสถานด้วย ซึ่งสำนักศิลปกรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้แจ้งความดำเนินคดีบุคคลในคลิปดังกล่าวไว้ที่โรงพักพระนครศรีอยุธยา   ล่าสุด นางนฤมล ฝอยทองสำโรง อายุ 58 ปี บ้านอยู่เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางติดต่อกับตำรวจท่องเที่ยวพัทยา จังหวัดชลบุรี พาลูกชายวัย 16 ปี ชายหนุ่มที่กระโดดตีลังกาบนโบราณสถานวัดมหาธาตุที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นคลิปเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ที่ตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เพื่อมอบตัวและขอโทษชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ลูกชายกระทำการไม่เหมาะสมบนโบราณสถาน   นางนฤมล ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่าในวันเกิดเหตุเป็นวันอาทิตย์ที่ 5 เดือนมกราคม2563 ตนเองกับลูกชาย ได้เดินทางมาเที่ยวไหว้พระ 9 วัด ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กันตามลำพังสองแม่ลูก ได้พากันมาเที่ยวชมโบราณสถานวัดมหาธาตุ ลูกชายซึ่งเป็นนักกีฬามีความสามารถกระโดดไปมาได้อย่างแม่นยำและไกล ได้ให้ตนเองใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเป็นคลิปวีดีโออย่างที่ปรากฏให้เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และไม่คิดว่าจะผิดกฎหมาย ไม่ได้เป็นแก้งหรือขบวนการใดใดทั้งสิ้น เพียงต้องการถ่ายให้ลูกเก็บไว้เท่านั้น หลักตกเป็นข่าวรับว่าลูกชายเครียดนอนไม่หลับ ถึงขนาดหวั่นเกรงว่าลูกชายจะคิดฆ่าตัวตายจึงติดต่อประสานงานกับตำรวจท่องเที่ยวพัทยาขอเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมศิลปกรและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามอบตัวดังกล่าว ซึ่งนางนฤมลได้ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและทุกคนในการกระทำดังกล่าวของลูกชายด้วย   ด้านพันตำรวจเอกประเวศ ศรีนาค ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำสองแม่ลูกแล้ว ทั้งคู่รับสารภาพกระทำลงไปด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่คิดว่าจะมีความผิด ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิดตาม พรบ.โบราณสถาน เป็นคดีลหุโทษ พนักงานสอบสวนได้ทำการปรับลูกชายเป็นจำนวนเงิน 500 บาท และได้ทำทัณฑ์บน นางนฤมลและลูกชายไว้ด้วย หากทั้งคู่กระทำความผิดในลักษณะนี้อีกจะลงโทษหนักขี้นกว่าเดิมอีกด้วย

 6,096
ข่าวภูมิภาค
07 ม.ค. 63

เสี่ยเบนซ์ยิงแฟนเก่าคู่หมั้นปมหึงหวง เข้ามอบตัวปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างนอนอยู่บ้าน

สุราษฎร์ธานี-จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เนียมมูสิก หรือ เบนซ์ อายุ 26 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้อหา ฆ่านายปรมินทร์ ทิพย์ประทุม หรือ เจมส์ อายุ 29 ปี เสียชีวิตที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 ม.ค. สาเหตุมาจากปมหึงหวง เนื่องจากนายเจมส์ เป็นคนรักเก่าของคู่หมั้น   ต่อมาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้อนุมัติหมายจับนายอภิสิทธ์ เนียมมุสิก ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต   ต่อมานายอภิสิทธิ์ เนียมมูสิก หรือเบนซ์ อายุ 26 ปี ได้เข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี โดยภายหลังการรับมอบตัว พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายอภิสิทธิ์ไปสอบสวนปากคำทันที     อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทราบว่าหลังก่อเหตุนายอภิสิทธิ์ ได้หนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าฉาง และติดต่อหานายอรรถพร ผู้เป็นพ่อเพื่อให้นำเข้ามอบตัวดังกล่าว   จากการสอบสวนปากคำนายอภิสิทธิ์ ได้ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าวันเวลาที่เกิดเหตุตนนอนอยู่ที่บ้านพักที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กม. หลังเกิดเหตุทราบว่าตนเป็นผู้ต้องสงสัย จึงได้หลบออกจากบ้านพักไป   ส่วนสาเหตุที่มามอบตัวเนื่องจากทราบว่ามีการออกหมายจับ และทราบว่าหลังเกิดเหตุคู่หมั้นของตน คือ น.ส.อโนทัย ถูกโจมตีอย่างหนักในโซเชียลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนทำให้คู่หมั้นมีอาการเครียดเป็นอย่างมาก จึงได้ตัดสินใจติดต่อบิดา เพื่อให้นำมามอบตัวและต่อสู้คดี   ภายหลังการสอบสวนปากคำแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอภิสิทธิ์ ไปตรวจค้นบ้านพัก ในหมู่ 8 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ ของนางจันทรา เนียมมูสิก แม่ของนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรืออาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ   ทางด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวภายหลังว่า เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ซึ่งเราทำไปขั้นตอนกระบวนการทุกอย่าง และในการสอบสวนปากคำ ผู้ต้องหาก็มีทนายความเดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวนได้ หลังจากนี้ จะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี โดยไม่รับตัวกลับ และไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน และคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล   มีรายงานว่า จากการจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ในวันเกิดเหตุรถของผู้เสียชีวิต ขับไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อก่อนถูกยิงเสียชีวิต มีผู้โดยสารมาด้วย 1 คน คือน.ส.อโนทัย คู่หมั้นของผู้ต้องหา ซึ่งหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวมาสอบปากคำ แต่อ้างว่าไม่อยู่ในสภาวะที่ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ และยังไม่ได้เข้าให้ปากคำในที่สุด    จนล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพยานให้มาพบพนักงานสอบสวน เวลา 13.00 น. วานนี้ (6 ม.ค.) แต่ปรากฏว่า น.ส.อโนทัย ได้แจ้งขอเลื่อนการให้ปากคำออกไปอีกครั้ง โดยอ้างว่า ยังไม่พร้อมและจะมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ (7 ม.ค.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V9O_IgDsYQs

 1,450
สังคม
07 ม.ค. 63

เสี่ยเบนซ์ยิงแฟนเก่าคู่หมั้นปมหึงหวง เข้ามอบตัวปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างนอนอยู่บ้าน

สุราษฎร์ธานี-จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เนียมมูสิก หรือ เบนซ์ อายุ 26 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้อหา ฆ่านายปรมินทร์ ทิพย์ประทุม หรือ เจมส์ อายุ 29 ปี เสียชีวิตที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 ม.ค. สาเหตุมาจากปมหึงหวง เนื่องจากนายเจมส์ เป็นคนรักเก่าของคู่หมั้น   ต่อมาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้อนุมัติหมายจับนายอภิสิทธ์ เนียมมุสิก ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต   ต่อมานายอภิสิทธิ์ เนียมมูสิก หรือเบนซ์ อายุ 26 ปี ได้เข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี โดยภายหลังการรับมอบตัว พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายอภิสิทธิ์ไปสอบสวนปากคำทันที     อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทราบว่าหลังก่อเหตุนายอภิสิทธิ์ ได้หนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าฉาง และติดต่อหานายอรรถพร ผู้เป็นพ่อเพื่อให้นำเข้ามอบตัวดังกล่าว   จากการสอบสวนปากคำนายอภิสิทธิ์ ได้ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าวันเวลาที่เกิดเหตุตนนอนอยู่ที่บ้านพักที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กม. หลังเกิดเหตุทราบว่าตนเป็นผู้ต้องสงสัย จึงได้หลบออกจากบ้านพักไป   ส่วนสาเหตุที่มามอบตัวเนื่องจากทราบว่ามีการออกหมายจับ และทราบว่าหลังเกิดเหตุคู่หมั้นของตน คือ น.ส.อโนทัย ถูกโจมตีอย่างหนักในโซเชียลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนทำให้คู่หมั้นมีอาการเครียดเป็นอย่างมาก จึงได้ตัดสินใจติดต่อบิดา เพื่อให้นำมามอบตัวและต่อสู้คดี   ภายหลังการสอบสวนปากคำแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอภิสิทธิ์ ไปตรวจค้นบ้านพัก ในหมู่ 8 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ ของนางจันทรา เนียมมูสิก แม่ของนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรืออาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ   ทางด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวภายหลังว่า เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ซึ่งเราทำไปขั้นตอนกระบวนการทุกอย่าง และในการสอบสวนปากคำ ผู้ต้องหาก็มีทนายความเดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวนได้ หลังจากนี้ จะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี โดยไม่รับตัวกลับ และไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน และคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล   มีรายงานว่า จากการจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ในวันเกิดเหตุรถของผู้เสียชีวิต ขับไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อก่อนถูกยิงเสียชีวิต มีผู้โดยสารมาด้วย 1 คน คือน.ส.อโนทัย คู่หมั้นของผู้ต้องหา ซึ่งหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวมาสอบปากคำ แต่อ้างว่าไม่อยู่ในสภาวะที่ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ และยังไม่ได้เข้าให้ปากคำในที่สุด    จนล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพยานให้มาพบพนักงานสอบสวน เวลา 13.00 น. วานนี้ (6 ม.ค.) แต่ปรากฏว่า น.ส.อโนทัย ได้แจ้งขอเลื่อนการให้ปากคำออกไปอีกครั้ง โดยอ้างว่า ยังไม่พร้อมและจะมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ (7 ม.ค.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V9O_IgDsYQs

 1,450
สังคม
06 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว! เสี่ยเบนซ์หึงโหดบุกยิงแฟนคู่หมั้นดับหน้าร้านสะดวกซื้อ ปมรักสามเศร้า ยังปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา

สุราษฎร์ธานี - คืบหน้า กรณีเสี่ยเบนซ์ยิงอดีตแฟน คู่หมั้นของตนเองเสียชีวิต ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดผู้ต้องหา ได้เดินทางมามอบตัวกับตำรวจแล้ว พร้อมปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา    ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พันโท ยงยุทธ วัฒนกุล อดีตนายทหารนอกราชการค่ายวิภาวดีรังสิต พร้อมด้วย นายอรรถพร เนียมมูสิก ได้นำตัว นายอภิสิทธิ์ เนียมมูสิก หรือ เบนซ์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหา ก่อเหตุยิง นายปรมินทร์ ทิพย์ประทุม อายุ 29 ปี เจ้าของร้านตกแต่งรถเจ-โน ออโต้แม็กซ์แอนด์เซอร์วิส จนเสียชีวิต ได้ขอเข้ามอบตัว กับ ผู้กำกับการ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี แล้ว    ขณะที่ พนักงานสอบสวน ได้นำตัว นายอภิสิทธิ์ ไปสอบปากคำทันที พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และ มีอาวุธปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ พร้อมกับไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าว เข้าร่วมรับฟังด้วย บอกเพียงแต่ว่า หลังก่อเหตุ นายอภิสิทธิ์ ได้หนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าฉาง และติดต่อหานายอรรถพร ผู้เป็นพ่อ เพื่อให้พาตนเองมามอบตัวกับตำรวจ และ หลังสอบสวนเสร็จ เบื้องต้น เบนซ์ ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา    โดยเหตุการณ์นี้ เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 4 มกราคา ที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนโฉลกรัฐ 21 ต.บางกุ้ง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี หลังเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พบศพ นายปรมินทร์ ถูกยิงเสียชีวิต โดยมี นางสาว อโนทัย วรกุล หรือ แอ๋ม อายุ 30 ปี อดีตแฟนสาว นั่งกอดศพร่ำไห้อยู่    สอบสวนพบปม สาเหตุมาจากเรื่องหึงหวง โดย แอ๋ม ซึ่งเคยคบกับนายปรมินทร์ ผู้เสียชีวิต และทำธุรกิจร่วมกันมาก่อน แล้วแยกกัน เมื่อช่วงกลางปี ที่ผ่านมา และได้ไปคบหา และหมั้นกับ เบนซ์ ซึ่งเป็นแฟนใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2562 แต่ได้กลับมาคบกับนายปรมินทร์อีก จึงทำให้เบนซ์เกิดหึงหวงแล้วก่อเหตุดังกล่าว    ขณะที่ แอ๋ม ทางพนักงานสอบสวนได้นัดมาให้ปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ (6 ม.ค.63)  

 1,103
อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว! เสี่ยเบนซ์หึงโหดบุกยิงแฟนคู่หมั้นดับหน้าร้านสะดวกซื้อ ปมรักสามเศร้า ยังปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา

สุราษฎร์ธานี - คืบหน้า กรณีเสี่ยเบนซ์ยิงอดีตแฟน คู่หมั้นของตนเองเสียชีวิต ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดผู้ต้องหา ได้เดินทางมามอบตัวกับตำรวจแล้ว พร้อมปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา    ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พันโท ยงยุทธ วัฒนกุล อดีตนายทหารนอกราชการค่ายวิภาวดีรังสิต พร้อมด้วย นายอรรถพร เนียมมูสิก ได้นำตัว นายอภิสิทธิ์ เนียมมูสิก หรือ เบนซ์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหา ก่อเหตุยิง นายปรมินทร์ ทิพย์ประทุม อายุ 29 ปี เจ้าของร้านตกแต่งรถเจ-โน ออโต้แม็กซ์แอนด์เซอร์วิส จนเสียชีวิต ได้ขอเข้ามอบตัว กับ ผู้กำกับการ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี แล้ว    ขณะที่ พนักงานสอบสวน ได้นำตัว นายอภิสิทธิ์ ไปสอบปากคำทันที พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และ มีอาวุธปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ พร้อมกับไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าว เข้าร่วมรับฟังด้วย บอกเพียงแต่ว่า หลังก่อเหตุ นายอภิสิทธิ์ ได้หนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าฉาง และติดต่อหานายอรรถพร ผู้เป็นพ่อ เพื่อให้พาตนเองมามอบตัวกับตำรวจ และ หลังสอบสวนเสร็จ เบื้องต้น เบนซ์ ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา    โดยเหตุการณ์นี้ เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 4 มกราคา ที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนโฉลกรัฐ 21 ต.บางกุ้ง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี หลังเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พบศพ นายปรมินทร์ ถูกยิงเสียชีวิต โดยมี นางสาว อโนทัย วรกุล หรือ แอ๋ม อายุ 30 ปี อดีตแฟนสาว นั่งกอดศพร่ำไห้อยู่    สอบสวนพบปม สาเหตุมาจากเรื่องหึงหวง โดย แอ๋ม ซึ่งเคยคบกับนายปรมินทร์ ผู้เสียชีวิต และทำธุรกิจร่วมกันมาก่อน แล้วแยกกัน เมื่อช่วงกลางปี ที่ผ่านมา และได้ไปคบหา และหมั้นกับ เบนซ์ ซึ่งเป็นแฟนใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2562 แต่ได้กลับมาคบกับนายปรมินทร์อีก จึงทำให้เบนซ์เกิดหึงหวงแล้วก่อเหตุดังกล่าว    ขณะที่ แอ๋ม ทางพนักงานสอบสวนได้นัดมาให้ปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ (6 ม.ค.63)  

 1,103
ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว 2 มือยิง พนง.ร้านกาแฟดับ ฉุนเตือนแฟนสาวเล่นมือถือในเวลางาน อ้างไม่ได้ตั้งใจยิง

สงขลา -  มอบตัวแล้ว 2 ผู้ต้องหายิงหนุ่มร้านกาแฟหาดใหญ่ ทั้งมือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์ หลังทนต่อแรงดูถูก เหยียดหยาม และการข่มขู่คุกคามจากผู้ตายไม่ไหว สารภาพแค่อยากเข้าไปคุยดีๆ แต่กลับถูกผู้ตายด่าแม่ใส่ และเปิดฉากต่อยไม่ยั้ง จนต้องชักปืนออกมาและยื้อยุดกันจนปืนลั่นทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง พร้อมขอโทษครอบครัว และอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ   กรณีนายสุเมธ หรือ บอล อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นมือปืนแล้ว 1 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 3 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร อายุ 22 ปี ชาว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ ได้ให้ทางญาติช่วยประสานติดต่อขอมอบตัวกับทางตำรวจแล้ว   โดยทางชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้จัดกำลังไปรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และควบตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในทันที   ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุยิง นายสุเมธ วัฒนพรหม หนุ่มร้านกาแฟจริง โดย นายชนะกิจ มหาวงค์ มือปืน ให้การว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยาม และข่มขู่กัน โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานของแฟนสาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ตนก็พยายามปรับปรุงคุยน้อยลง และหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ฝ่ายผู้ตายก็ยังคงท้ายทาย และข่มขู่ อยู่อีก และทุกครั้งที่ตนโทรคุยกับแฟนสาว ก็จะได้ยินเสียงของผู้ตายทั้งตักเตือน ข่มขู่ ด่าทอ เข้ามาในสายทุกครั้ง   จากนั้นตนจึงตัดสินใจบินลงจากที่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตนเดินทางลงมาเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และทางฝ่ายผู้ตายก็ยังข่มขู่กับแฟนสาวของตนก่อนหน้านั้น 1 วัน ด้วยว่า หากแฟนมึงลงมา กูจะเอาปืนไปดักรอที่หน้าสนามบินเลย รวมทั้งยังพูดกับเพื่อนร่วมงานและคนอื่นด้วยว่า ทำไมตนปากดีจัง ถ้าเจอจะเอาให้นอนโรงบาลที   และในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ม.ค. ตนจึงพยามที่จะเข้าไปเคลียร์กับผู้ตาย เพื่อจบปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ ทนการข่มขู่คุกคามต่อทั้งตนและแฟนสาวไม่ไหว โดยได้ชวนเพื่อนคือ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร ให้ขับรถจักยานยนต์ไปเป็นเพื่อน เนื่องจากตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว และเมื่อถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุก็โทรไปหาแฟนสาวของผู้ตาย เพื่อบอกให้ลงมาคุยกัน เนื่องจากผู้ตายไม่มีโทรศัพท์   และทันที่ผู้ตายเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้าน และแฟนสาวยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ปรากฏว่า ผู้ตายก็เปิดฉากด่าแม่ใส่ตนในทันที พร้อมกับเดินลงมากระหน่ำหมัดชกใส่ตนทั้งๆที่ยังนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซค์จนล้มคว่ำลง ซึ่งมีหลักฐานจากรอยแผลที่บริเวณลำคอของตนที่ถูกเล็บของผู้ตายในช่วงที่กำลังเอี้ยวตัวหลบ และเมื่อตนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเสียเปรียบ จึงชักเอาอาวุธปืนลูกโม่ .32 ซึ่งเพิ่งหาซื้อมาในราคา 20,000 บาท ที่พกมาด้วยออกมา แต่ก็ถูกฉุดกระชากลากดึงกันอยู่ครูหนึ่ง จนปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งๆที่ตนไม่ได้ตั้งใจจะยิงแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจึงได้ชวนเพื่อนหลบหนีไป   นายชนะกิจ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจ และอยากที่จะขอโทษกับทางครอบครัวของผู้ตายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยิงผู้ตายเลย และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเข้าไปกราบขอขมาศพด้วย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ในฐานความผิดร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4NPs1WluFLU

 2,943
สังคม
04 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว 2 มือยิง พนง.ร้านกาแฟดับ ฉุนเตือนแฟนสาวเล่นมือถือในเวลางาน อ้างไม่ได้ตั้งใจยิง

สงขลา -  มอบตัวแล้ว 2 ผู้ต้องหายิงหนุ่มร้านกาแฟหาดใหญ่ ทั้งมือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์ หลังทนต่อแรงดูถูก เหยียดหยาม และการข่มขู่คุกคามจากผู้ตายไม่ไหว สารภาพแค่อยากเข้าไปคุยดีๆ แต่กลับถูกผู้ตายด่าแม่ใส่ และเปิดฉากต่อยไม่ยั้ง จนต้องชักปืนออกมาและยื้อยุดกันจนปืนลั่นทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง พร้อมขอโทษครอบครัว และอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ   กรณีนายสุเมธ หรือ บอล อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นมือปืนแล้ว 1 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 3 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร อายุ 22 ปี ชาว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ ได้ให้ทางญาติช่วยประสานติดต่อขอมอบตัวกับทางตำรวจแล้ว   โดยทางชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้จัดกำลังไปรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และควบตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในทันที   ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุยิง นายสุเมธ วัฒนพรหม หนุ่มร้านกาแฟจริง โดย นายชนะกิจ มหาวงค์ มือปืน ให้การว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยาม และข่มขู่กัน โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานของแฟนสาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ตนก็พยายามปรับปรุงคุยน้อยลง และหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ฝ่ายผู้ตายก็ยังคงท้ายทาย และข่มขู่ อยู่อีก และทุกครั้งที่ตนโทรคุยกับแฟนสาว ก็จะได้ยินเสียงของผู้ตายทั้งตักเตือน ข่มขู่ ด่าทอ เข้ามาในสายทุกครั้ง   จากนั้นตนจึงตัดสินใจบินลงจากที่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตนเดินทางลงมาเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และทางฝ่ายผู้ตายก็ยังข่มขู่กับแฟนสาวของตนก่อนหน้านั้น 1 วัน ด้วยว่า หากแฟนมึงลงมา กูจะเอาปืนไปดักรอที่หน้าสนามบินเลย รวมทั้งยังพูดกับเพื่อนร่วมงานและคนอื่นด้วยว่า ทำไมตนปากดีจัง ถ้าเจอจะเอาให้นอนโรงบาลที   และในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ม.ค. ตนจึงพยามที่จะเข้าไปเคลียร์กับผู้ตาย เพื่อจบปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ ทนการข่มขู่คุกคามต่อทั้งตนและแฟนสาวไม่ไหว โดยได้ชวนเพื่อนคือ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร ให้ขับรถจักยานยนต์ไปเป็นเพื่อน เนื่องจากตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว และเมื่อถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุก็โทรไปหาแฟนสาวของผู้ตาย เพื่อบอกให้ลงมาคุยกัน เนื่องจากผู้ตายไม่มีโทรศัพท์   และทันที่ผู้ตายเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้าน และแฟนสาวยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ปรากฏว่า ผู้ตายก็เปิดฉากด่าแม่ใส่ตนในทันที พร้อมกับเดินลงมากระหน่ำหมัดชกใส่ตนทั้งๆที่ยังนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซค์จนล้มคว่ำลง ซึ่งมีหลักฐานจากรอยแผลที่บริเวณลำคอของตนที่ถูกเล็บของผู้ตายในช่วงที่กำลังเอี้ยวตัวหลบ และเมื่อตนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเสียเปรียบ จึงชักเอาอาวุธปืนลูกโม่ .32 ซึ่งเพิ่งหาซื้อมาในราคา 20,000 บาท ที่พกมาด้วยออกมา แต่ก็ถูกฉุดกระชากลากดึงกันอยู่ครูหนึ่ง จนปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งๆที่ตนไม่ได้ตั้งใจจะยิงแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจึงได้ชวนเพื่อนหลบหนีไป   นายชนะกิจ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจ และอยากที่จะขอโทษกับทางครอบครัวของผู้ตายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยิงผู้ตายเลย และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเข้าไปกราบขอขมาศพด้วย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ในฐานความผิดร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4NPs1WluFLU

 2,943
สังคม
04 ม.ค. 63

2 คนร้าย ยิงหนุ่มร้านกาแฟมอบตัว อ้างทำปืนลั่น สำนึกผิดอยากกราบขอขมาศพ

สงขลา - มอบตัวแล้ว 2 ผู้ต้องหายิงหนุ่มร้านกาแฟหาดใหญ่ ทั้งมือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์ หลังทนต่อแรงดูถูก เหยียดหยาม และการข่มขู่คุกคามจากผู้ตายไม่ไหว สารภาพแค่อยากเข้าไปคุยดีๆ แต่กลับถูกผู้ตายด่าแม่ใส่ และเปิดฉากต่อยไม่ยั้ง จนต้องชักปืนออกมาและยื้อยุดกันจนปืนลั่นทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง พร้อมขอโทษครอบครัว และอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ   กรณีนายสุเมธ หรือ บอล อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นมือปืนแล้ว 1 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 3 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร อายุ 22 ปี ชาว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ ได้ให้ทางญาติช่วยประสานติดต่อขอมอบตัวกับทางตำรวจแล้ว   โดยทางชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้จัดกำลังไปรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และควบตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในทันที   ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุยิง นายสุเมธ วัฒนพรหม หนุ่มร้านกาแฟจริง โดย นายชนะกิจ มหาวงค์ มือปืน ให้การว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยาม และข่มขู่กัน โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานของแฟนสาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ตนก็พยายามปรับปรุงคุยน้อยลง และหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ฝ่ายผู้ตายก็ยังคงท้ายทาย และข่มขู่ อยู่อีก และทุกครั้งที่ตนโทรคุยกับแฟนสาว ก็จะได้ยินเสียงของผู้ตายทั้งตักเตือน ข่มขู่ ด่าทอ เข้ามาในสายทุกครั้ง   จากนั้นตนจึงตัดสินใจบินลงจากที่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตนเดินทางลงมาเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และทางฝ่ายผู้ตายก็ยังข่มขู่กับแฟนสาวของตนก่อนหน้านั้น 1 วัน ด้วยว่า หากแฟนมึงลงมา กูจะเอาปืนไปดักรอที่หน้าสนามบินเลย รวมทั้งยังพูดกับเพื่อนร่วมงานและคนอื่นด้วยว่า ทำไมตนปากดีจัง ถ้าเจอจะเอาให้นอนโรงบาลที   และในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ม.ค. ตนจึงพยามที่จะเข้าไปเคลียร์กับผู้ตาย เพื่อจบปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ ทนการข่มขู่คุกคามต่อทั้งตนและแฟนสาวไม่ไหว โดยได้ชวนเพื่อนคือ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร ให้ขับรถจักยานยนต์ไปเป็นเพื่อน เนื่องจากตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว และเมื่อถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุก็โทรไปหาแฟนสาวของผู้ตาย เพื่อบอกให้ลงมาคุยกัน เนื่องจากผู้ตายไม่มีโทรศัพท์   และทันที่ผู้ตายเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้าน และแฟนสาวยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ปรากฏว่า ผู้ตายก็เปิดฉากด่าแม่ใส่ตนในทันที พร้อมกับเดินลงมากระหน่ำหมัดชกใส่ตนทั้งๆที่ยังนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซค์จนล้มคว่ำลง ซึ่งมีหลักฐานจากรอยแผลที่บริเวณลำคอของตนที่ถูกเล็บของผู้ตายในช่วงที่กำลังเอี้ยวตัวหลบ และเมื่อตนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเสียเปรียบ จึงชักเอาอาวุธปืนลูกโม่ .32 ซึ่งเพิ่งหาซื้อมาในราคา 20,000 บาท ที่พกมาด้วยออกมา แต่ก็ถูกฉุดกระชากลากดึงกันอยู่ครูหนึ่ง จนปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งๆที่ตนไม่ได้ตั้งใจจะยิงแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจึงได้ชวนเพื่อนหลบหนีไป   นายชนะกิจ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจ และอยากที่จะขอโทษกับทางครอบครัวของผู้ตายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยิงผู้ตายเลย และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเข้าไปกราบขอขมาศพด้วย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ในฐานความผิดร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/3HyNm8Dw1L0

 776
สังคม
22 ธ.ค. 62

มอบตัวแล้ว! 2 โจ๋ ยิงอริหน้าศาลเยาวชนฯ สงขลา ดับ เผยปมมีเรื่องกัน-เคลียร์ไม่ลงตัว

ความคืบหน้าเหตุการณ์ยิงกันหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา ถนนชลาทัศน์ เลียบชายหาดชลาทัศน์แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา เป็นเหตุให้ นายปรเมศวร์ เพชรคงทอง 22 ปี เสียชีวิต โดยคนร้ายกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืน 99 มม. หมดแม็คกระสุนถูกเข้าหน้าท้อง 3 นัด หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากันแล้วมีเรื่องและนัดกันมาเคลียร์ที่เกิดเหตุ โดยผู้เสียชีวิตเพิ่งออกจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจ.สงขลา มาได้เพียง 2 วัน   ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ (21 ธ.ค. 62) ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจสภ.เมืองสงขลาแล้ว หลังจากที่ในวันเดียวกันนี้ศาลจังหวัดสงขลาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายวรฉัตร ช่วยสงคราม อายุ 22ปี หรือมิน ซึ่งเป็นคนยิง และนายณัฐวุฒิ แพงมีอายุ 23 ปี หรือโอ๊ด โดยเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลาและ พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา    พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้เข้าสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนด้วยตัวเองพร้อมกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา โดยจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง และได้นำตัวนายนายณัฐวุฒิ แพงมีอายุ 23 ปี หรือโอ๊ด ไปตรวจค้นอาวุธมือที่ใช้ก่อเหตุนายโอ๊ตให้การว่าหลังจากก่อเหตุแล้วได้นำอาวุธปืนไปฝากไว้ที่บ้านญาติในเขตเทศนครสงขลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดเอาไว้ได้   ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังให้การอีกว่า สาเหตุมาจากการที่ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากันและมีเรื่องกันในร้านอาหารจนมานัดเครียร์กันที่บริเวณด้านหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวสงขลาแต่ไม่สามารถเครียร์กันได้จนเป็นเหตุให้เกิดการยินกันขึ้น   โดยหลังก่อเหตุทั้งคู่หนีไปจังหวัดพัทลุงแต่ทนแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ไหวและได้ติดต่อเข้ามอบตัวโดยนายโอ๊ตเดินทางมามอบตัวที่ สภ.เมืองสงขลาส่วนนายมินมือปืนมอบตัวที่ สภ.รัตภูมิ   พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลากล่าวว่าคดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเป็นแค่อารมณ์ชัววูบของกลุ่มวัยรุ่นที่มีการมองหน้ากันและนัดมาเครียร์ปัญหาการแต่สุดท้ายไม่สามารถเครียร์การได้จนมีการยิงกันขึ้น โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมของกลางทั้งหมดได้แล้วทั้งอาวุธมือและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ob3Vs5pnYxM  

 494
สังคม
17 ธ.ค. 62

มอบตัวแล้ว! สามีแทงภรรยาเจ็บสาหัสต่อหน้าลูก เผยปมแค้นทั้งน้ำตา จับได้แอบคบหาชายอื่น

จากกรณีสามีที่ใช้มีดแทงภรรยาบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าลูก 9 ขวบ เข้ามอบตัวแล้วตำรวจนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เผยแค้นที่ภรรยาคบหาชายอื่นหลายคนและให้อภัยมาตลอดแต่ก็ไม่ยอมเลิก และบอกยังรักภรรยาเสมอ     ความคืบหน้าคดี น.ส.อรอุมา มณีรักษ์ หรือ เปรี้ยว อายุ 30 ปี ถูก นายบุญนาค ระมะโน อายุ 34ปี สามีแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าลูกสาววัย9 ขวบ เพราะความหึงหวงหลังตามง้อให้กลับไปอยู่ด้วยกัน และแพทย์ยื้อชีวิตเอาไว้ได้แม้จะมีโอกาสรอดไม่เกิน10เปอร์เซ็นต์      เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่19 ซอย สยามธานี 3 หมู่2 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และพี่สาวได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟสบุ๊คเพื่อเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุม นายบุญนาค เพราะยังหลบหนีลอยนวลแม้ว่าคดีจะผ่านมากว่าครึ่งเดือน     ล่าสุดในวันนี้ (17ธ.ค.62) นายบุญนาค ระมะ สามีได้ยอมเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่ง นายบุญนาค ก็ยอมรับสารภาพ โดยมีผู้เป็นแม่พร้อมกับญาติๆ เดินทางมาพบและให้กำลังใจ นายบุญนาค โดยเฉพาะแม่ที่ร่ำให้โผกอดลูกชายด้วยความเป็นห่วง     จากนั้นตำรวจนำโดย พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส.และร.ต.อ.จิรศักดิ์ วงสุริยะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ขณะนำไปทำแผนไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนี้ ทั้งภรรยาและญาติรวมทั้งลูกๆ น่าจะออกจากบ้านไปก่อน และไม่อยากพบหน้า ทั้งที่ก่อนนำตัวไปทำแผนได้มีการโทรศัพท์ติดต่อกันไว้แล้ว โดยใช้เวลาทำแผนราว10 นาที     จากการสอบถาม นายบุญนาค ได้เปิดเผว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหนยังคงทำงานเป็นช่างเดินสายโทรศัพท์ของบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ แต่เมื่อเห็นข่าวที่ญาติของภรรยาออกมาเรียกร้องให้ตำรวจจับกุมตนเอง และพูดใส่ร้ายฝ่ายเดียวที่แทงภรรยาต่อหน้าลูกอย่างโหดเหี้ยม เพราะความหึงหวงที่คิดว่าภรรยาไปมีคนใหม่ จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวและเปิดเผยเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะภรรยาไปมีชายอื่นจริงซึ่งครอบครัวของภรรยาก็รู้เรื่องนี้ดี     นายบุญนาค เล่าว่า เรื่องจริงคือภรรยามีอื่น ตนพยายามทำงานเพื่ออนาคตของภรรยาและลูกแต่กลับนอกใจตน และหลายครั้งที่ภรรยาไปกับคนอื่นแต่ตนก็ให้อภัยมาตลอดและขอให้แต่ภรรยาก็ไม่ยอมหยุด มีทั้งหลักฐานการแชทแต่น่าจะถูกลบไปแล้ว     ส่วนที่บอกว่าเลิกกันมาสองเดือนก็ไม่ใช่เพราะแค่แยกกันอยู่ และตอนที่แยกกันก็ยังให้รถและโทรศัพท์ไปใช้ ส่วนวันเกิดเหตุตอนไปหาที่บ้านภรรยาบอกว่าไม่อยากอยู่กับตนแล้ว บางครั้งก็หายไปกับผู้ชาย2คืน ตอนกลับมาตนก็ยังขอร้องให้เลิก ซึ่งภรรยาก็บอกว่าจะเลิกแต่สุดท้ายก็ไปนอนค้างบ้านผู้ชายคนอื่นอีกหลายคน แต่ก็อ้างว่าไม่ได้มีอะไรกัน     และครั้งสุดท้ายซึ่งเป็นวันเกิดเหตุมีผู้ชายมาหาถึงบ้านขณะมาพักอยู่กับพี่สาวและพี่สาวก็รู้เห็นตน จะเข้าไปเคลียร์กับฝ่ายชายแต่ภรรยาก็บอกไม่ต้องพูด ตนจึงดึงภรรยาเข้าไปคุยในบ้านซึ่งตอนนั้นตกพกมีดคัดเตอร์อยู่ซึ่งเป็นมีดที่พกติดตัวตลอดขณะทำงาน แต่ตอนที่ยื้อยุดกันอยู่ก็ไม่รู้ไปแทงภรรยาตอนไหน     นายบุญนาค บอกว่า ตนยังรักภรรยาเหมือนเดิมและให้อภัยมาตลอด แต่ที่ทำไปเพราะไม่มีใครรู้ว่าตนโดนอะไรมาบ้าง สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว      ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นหัวหน้าโรงงานแต่ก็ต้องลาออกมาปีกว่า เพราะถูกเพื่อนล้อเนื่องภรรยาไปทำงานร้านคาราโอเกะทั้งที่ตนมีให้ทุกอย่างแล้วและขอร้องให้เลิกแต่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็นำรถยนต์ไปจำนำเพื่อนำเงินมาลงทุนสร้างครอบครัวใหม่และต้องเป็นหนี้ แต่ภรรยาก็ไปมีคนอื่นแล้วตีจาก     ด้านนางนิด ระมะ แม่ของนายบุญนาค บอกว่า รักและเป็นห่วงลูกสะใภ้คนนี้มากรวมถึงหลานทั้ง 3 คน หลังจากที่ทั้งสองแยกทางกันตนก็พยายามมาเยี่ยมหลานที่บ้านแต่ก็ถูกกีดกันไม่ให้พบ ครั้งสุดท้ายก่อนเกิดเรื่องคือลูกชายขอเงินไปซื้อโทรศัพท์มาให้ภรรยาเพราะความที่รักมาก

 1,415
การเมือง
04 ธ.ค. 62

ทวี โผล่มอบตัวคดีรุกป่า ลั่น "รักศักดิ์ศรียอมฆ่าตัวตายดีกว่าติดคุก" ก่อนถอนคำพูด

นายทวี ได้เดินทางไปที่ กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาก่อนที่จะมีหมายเรียกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ ปทส.แจ้งว่าขณะนี้กระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบว่าคดีมีการแจ้งความที่จังหวัดราชบุรีกับที่กรมป่าไม้ดำเนินการแจ้งความเป็นคดีเดียวกันหรือไม่ ซึ่งหากเป็นคดีเดียวกันก็ต้องรอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโอนเรื่องมายังกองบังคับการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินคดีแต่ขณะนี้ยังไม่มีอนุมัติเรื่องมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงยังไม่สามารถรับมอบตัวได้   นายทวีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอเป็นบางช่วงว่า ตนรักชื่อเสียงมากกว่าชีวิต ดังนั้นหากศาลตัดสินว่าตนเองและนางสาวปารีณาบุกรุกพื้นที่ป่า ก็จะขอฆ่าตัวตายไม่ยอมติดคุก หรือหนีคดีอย่างเช่น นายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   แต่เมื่อสื่อมวลชนถามย้ำว่า การออกมาให้สัมภาษณ์ลักษณะนี้ จะเป็นการกดดันการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และศาลยุติธรรมหรือไม่ นายทวี ได้ตอบกลับทันทีว่า ถ้าเช่นนั้นก็ขอยกเลิกคำพูดที่ระบุว่าจะฆ่าตัวตายแล้วกัน   ทั้งนี้ตลอดการให้สัมภาษณ์ นายทวี ได้พูดวนไปวนมาเกี่ยวกับเรื่องของศักดิ์ศรี และชื่อเสียงของตนเอง โดยระบุว่า ได้ซื้อที่ดินดังกล่าว ต่อมาจากนายทหารรายหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว และครอบครองทำกินมาโดยตลอด โดยที่นางสาวปารีณาไม่ได้รู้รายละเอียดถึงการได้มาซึ่งที่ดินแปลงนี้   ทั้งนี้นายทวี ยืนยันจะให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันว่าตนได้มาแสดงตนมอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แม้จะยังไม่มีการแจ้งข้อหาก็ตาม เจ้าหน้าที่จึงทำเรื่องลงบันทึกประจำวันไว้ให้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zbTnbuy3UxE

 6,031
สังคม
20 พ.ย. 62

มอบตัวแล้ว! วิน จยย.โหดยกพวกรุมกระทืบ รปภ.มธ. ขอโทษยอมรับผิดทุกอย่าง

จากกรณีที่มีคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าไปรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บ   ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 20 พ.ย.62 พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สามารถ เปาจีน ร.ต.อ.ณพัทธ์พล ศรีพลอย รองสว.สส.สภ.คลองหลวง ร.ต.อ.พงษ์นพนนท์ รุ่งโรจน์ รอง สว.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง ลงพื้นที่ พบ 2 วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้รับบาดเจ็บ   จนในที่สุดผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนเข้ามอบตัวแล้ว ทราบชื่อ 1.นายณัฐวุฒิ คชทองคำ อายุ 28 ปี และ 2.นายณัฐวุฒิ หรือบอน เนื้อทอง อายุ 25 ปี    ด้านนายณัฐวุฒิ คชทองคำ อายุ 28 ปี ยอมรับสารภาพว่า ตนเองพร้อมกับเพื่อนของยอมรับผิดทุกอย่าง และอยากจะขอโทษลุง รปภ.ด้วยที่ตนเองใจร้อนมากเกินไป   โดยกล่าวต่ออีกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับวินรถจักรยานยนต์ เกี่ยวกับตนแค่สองคน เพราะเป็นคนก่อเหตุ    ส่วนเรื่องของเสื้อวินนั้นตนเองก็กำลังทำเรื่องขึ้นทะเบียนแล้ว แต่อย่างไรก็ตามตนพร้อมกับเพื่อนก็ยอมรับผิดทุกอย่างและขอโทษสังคมที่ทำเรื่องไม่ดีขึ้นมาต่อไปนี้ก็จะทำใจให้เย็นลงและจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

 7,288
สังคม
12 พ.ย. 62

รถพ่วงไหลทับช่างซ่อมรถยนต์เสียชีวิต -วัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทเข้ามอบตัว- กลุ่มผู้ค้าถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์ แจ้งความกองปราบฯ

รถพ่วงไหลทับช่างซ่อมรถยนต์เสียชีวิต รถพ่วง 18 ล้อ ไหลทับช่างซ่อมรถเสียชีวิตและไหลไปชนกระบะเสียหายอีก 1 คัน เหตุการณ์เกิดขึ้นในอู่ซ่อมรถที่อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะที่ช่างนำรถพ่วงที่ซ่อมเสร็จแล้วมาจอดหน้าร้าน เพื่อรอให้ลูกค้ามารับ แต่จุดที่จอดเป็นเนินรถจึงไหล ผู้ตายพยายามเข้าไปดึงเบรกมือแต่ลื่น ทำให้ถูกรถทับเสียชีวิต   วัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทใน รพ.อ่างทองเข้ามอบตัว กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในรพ.อ่างทองในวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา ทยอยเข้ามอบตัวที่สภ.เมืองอ่างทองแล้วทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้รับอันตรายทั้งร่างกายและจิตใจ และร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ ตำรวจควบคุมตัวส่งฟ้องศาลบ่ายนี้   กลุ่มผู้ค้าถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์ แจ้งความกองปราบฯ กลุ่มผู้ค้าที่ถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์กว่า 20 ราย ทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล ร่วมตัวเข้าแจ้งความกับกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นตัวแทนบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มาจับกุมแล้วเรียกค่าลิขสิทธิ์เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี ด้วยเหตุว่าจับกุมโดยมิชอบและเข้าข่ายรีดไถ่  

 322
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 62

ปิดฉากล่า 3 นักโทษแหกคุกศาลพัทยา มอบตัว 1 ส่วนนักโทษฝรั่งยิงเมียเจ็บสาหัส ก่อนจ่อขมับตัวเองแต่ไม่ตาย

สระแก้ว-ความคืบหน้าการติดตามไล่ล่า 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีศาลจังหวัดพัทยา เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังลงพื้นที่ หลังมีเบาะแสพบเห็นนักโทษทั้ง 3 คน มาที่บ้านร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านเขาสามสิบ ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ และได้เดินเข้าป่าไป   ต่อมาได้รับการติดต่อจากญาติของนายหน่อย นิลเทศ อายุ 41 ปี ว่าจะขอมอบตัวโดยให้ไปรับตัวจากป่าอ้อย บ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร และควบคุมตัวมาทำการสอบสวน พร้อมกับญาติผู้ประสานติดต่อให้นายหน่อยมอบตัว    จากนั้นนายบาร์ต นักโทษชาวต่างชาติที่หลบหนีอยู่ห่างจากจุดที่นายหน่อยมอบตัวประมาณ 700 เมตร โดยจับภรรยาชาวไทยที่เป็นนักโทษด้วยกันเป็นตัวประกันและเปิดฉากยิงใส่ จนท.ชุดจับกุม 2 นัดเพื่อขู่ไม่ให้ จนท เข้าใกล้ ก่อนที่นายบาร์ตได้ใช้ปืนยิงศรีษะแฟนสาวบาดเจ็บ และยิงหัวตนเองเข้าขมับได้บาดเจ็บสาหัสหวังหนีความผิด เจ้าหน้าที่ได้นำรถฉุกเฉินพยาบาลมารับตัวไป โรงพยาบาลเขาฉกรรจ์ ทันทีพร้อมกำลังดูแลป้องกันเข้มงวดและกั้นไม่ให้เข้าพื้นที่   ด้าน พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า การก่อเหตุในครั้งนี้คนร้ายมีแรงจูงใจจากความกดดันครอบครัว เบื้องต้นทราบว่าแฟนของนายบาร์ต ตั้งครรภ์ประมาณ3 เดือน ส่วนการว่าจ้างไม่มีขบวนการใดๆ แค่ร่วมกันหลบหนี แต่ได้รับความร่วมมือกับพวกเดียวกัน มีทั้งหมดประมาณ 10 คน ซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ร่วมพาหลบหนี การทำงานของตำรวจเป็นไปด้วยความรัดกุมและได้รับความร่วมมือจากตำรวจของสระแก้วและตำรวจภาค 2 อย่างเต็มที่ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้โดยใช้เวลาประมาณไม่ถึง 2 วัน   จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวทราบว่า อาวุธที่ใช้ทั้งมีทั้งมีดและปืน แฟนของนายหน่อย นำไปให้ในวันเกิดเหตุ ที่ใต้ถุนศาลตอนที่เข้าไปเยี่ยม หลังจากก่อเหตุได้โทรบอกพวกให้มารับ พาหลบหนีทิ้งรถไว้ที่ปลวกแดงจากนั้นหลบหนีมา 5 คน โดยมีนายธนรัต รู้จักกับนายหน่อย โทรหาวันที่เกิดเหตุ นัดมาเจอที่ชลบุรี ขับรถพามาพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี ใช้รถยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ พาชาวต่างชาติและภรรยามาที่ อ.เขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว และรถเก๋ง ยี่ห้อมิตรชูบิชี สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายมาจอดทิ้งไว้ข้างทางถนนสายเขาจาน-เขาฉกรรจ์   ด้านครอบครัวของหน่อย นักโทษที่มอบตัว ระบุอยู่ในคุกก็ยังดีกว่าตายเหมือนหมาข้างถนน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1XupveZ8vyg

 1,862

Top