ค้นหา :

ผลการค้นหา "มอบตัว"

สังคม-อาชญากรรม
17 พ.ค. 62

จับได้ครบแก๊ง โจ๋ฆ่า 'น้องอาร์ม' หลังทนแรงกดดันไม่ไหว ชาวบ้านเผยพฤติกรรมชอบมั่วสุม สร้างความเดือดร้อน

ความคืบหน้าคดี แก๊งวัยรุ่นคว้าหินทุบหัว ด.ช.วิษณุสรรค์ สุวรรณภา หรือน้องอาร์ม อายุ 13 ปี เสียชีวิต ที่บริเวณปากซอยบางปลา15 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ 2 คน คือ นายพิสิษฐ์ หรือนนท์ เพชรเลิศ อายุ 21 ปี และนายโอ๊ต (สงวนชื่อนามสกุลจริง)อายุ 16 ปี คุมตัวส่งฝากขังศาลไปแล้ว   และเมื่อเย็นวันที่ 15 พ.ค. นายวัชระ บุญลือ หรือแด็ก 22 ปี และนายกวีโชค เงาศรี หรือเศรษฐ์ อายุ 23 ปีสองผู้ต้องหาที่เหลือก็ทนแรงกดดันไม่ไหวเข้ามอบตัว ซึ่งทั้งสองคนหลบหนีไปกบดานที่ จ.สกลนคร ตำรวจชุดสืบสวนสามารถไปติดตามจับกุมได้ เมื่อวานนี้ตำรวจก็นำตัวทั้งสองคนมาถึงจ.สมุทรปราการแล้ว และสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว   ซึ่งหลังจากนี้ ตร.จะมีการพิจารณา การดำเนินคดีกับคนที่พาสองวัยรุ่นนี้หลบหนีด้วย โดยพบว่าทั้งสองคนหลบหนีไปที่บ้านเกิดใน จ.ยโสธร ก่อนที่จะมาหาแฟนที่ จ.สกลนคร และเตรียมจะหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็มาถูกจับกุมก่อน   ช่วงเช้าวันนี้ 16 พค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ์ ศรีวรขาร รองผู้บัญชาการตรำวจแห่งชาติ จะเข้าตรวจสอบสำนวนคดีนี้ และจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   สำหรับพฤติกรรมของนายเศษและนายแด๊ก สองผู้ต้องหานี้ถือว่าเป็นแก๊งวัยรุ่นที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้าน โดยพบว่านายแด๊ก อาศัยในหมู่บ้านชลเทพ ใกล้จุดเกิดเหตุ ส่วนนายเศษ ก็มักจะมาอาศัยที่บ้านนายแด๊กเป็นประจำ   นายเฉลิมพล เรืองฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.บางพลีใหญ่ เล่าว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นวัยรุ่นในชุมชน ในแต่ละวันก็มักมั่วสุมกันแต่งรถ ดื่มสุราบ้าง จากนั้นก็ไปแข่งรถกัน จนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน ซึ่งตัวนายแด๊กนั้นเคยเห็นขับรถวนเวียนซิ่งไปมาในหมู่บ้าน และกลุ่มเพื่อนๆอีกหลายคน  สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้าน   ทางด้านแม่ของน้องอาร์มกล่าวว่า หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ก็ดีใจ ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีอาการเครียด เพราะยังจับคนที่ฆ่าลูกชายยังไม่ได้ แต่วันนี้สบายใจแล้ว และก็จะเข้าไปดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และอยากจะถามคนร้าย ว่าการที่ลูกตนมองหน้าทำให้โกรธถึงขั้นต้องฆ่าลูกตนทำไม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KQCEarTg3Yw

 7,700
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 62

'บอล ใต้' มอบตัวคดียิงเซียนมวย ยันไม่ได้เริ่มก่อน แต่ทำเพราะป้องกันตัว

นายอำนาจ อินสุวรรณโณ หรือ บอลใต้ ผู้ก่อเหตุยิงนายอัษฎา ทัพน้อย หรือ ดา สะพานใหม่ เป็นเซียนมวยชื่อดังเสียชีวิต ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ต. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายมีปากเสียงกันในเวทีมวย เรื่องราคาต่อรองมวย เมื่อจบการแข่งขันมวยคู่เอก ฝ่ายคู่กรณีเข้ามาข่มขู่ พูดว่า มึงออกไป มึงตายแน่   หลังจากจบการแข่งขันมวยเสร็จสิ้น ตนเดินออกมา และจะพยายามหนีขึ้นรถ แต่กลับถูกฝ่ายคู่กรณีเข้ามาล้อมและหาเรื่อง ผู้ตายจึงจ่อปืนมาที่ตน แต่ระหว่างนั้น เพื่อนที่มารอรับนอกสนามมวย ได้ส่งอาวุธปืนให้เพื่อป้องกันตัว จึงลั่นไกออกไปแต่จำไม่ได้ว่ากี่นัด ซึ่งถ้าไม่ทำตนเองก็จะต้องตาย เนื่องจากไม่สามารถเดินขึ้นรถได้โดยยืนยันไม่ได้เป็นผู้เริ่มก่อเหตุก่อน แต่เป็นการป้องกันตัว ก่อนจะนำปืนไปทิ้ง และหลบหนีไปบ้านเพื่อนในละแวกใกล้เคียง   ทั้งนี้ ที่ตนออกมามอบตัว เพราะเห็นว่าสิ่งที่เพื่อนผู้ตายให้ข้อมูลไป ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง และภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ ทั้งที่บอกว่ามีการล็อคคอ และกระหน่ำยิงผู้ตาย และยืนยันไม่เคยมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้ มีเรื่องกันในวันเกิดเหตุเลย โดยตนเองทำหน้าที่เป็นมวยหู โทรส่งราคา ตามต่างจังหวัดผ่านทางโทรศัพท์ ส่วนดา สะพานใหม่ เป็นเซียนมวยชื่อดัง   ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุยิงนายดา สะพานใหม่ เดินทางเข้ามามอบตัว คือนาย อำนาจ อินสุวรรณโณ หรือ บอลใต้ ผู้ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ,นายทนงศักดิ์ เหตุหมัน หรือ นายหิน ซึ่งเป็นผู้ส่งปืนให้ผู้ต้องหา และนายนพดล ทิพย์มณเฑียร หรือ นายบอย ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงแจ้งข้อหาเดียวกับนายทนงศักดิ์ และได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เนื่องจากนายบอยได้ขโมยปืนขนาด 9 มม. ของผู้ตายไป โดยอ้างว่าหยิบไปจากข้างตัวของผู้เสียชีวิต   ขณะนี้เหลือเพียงนายจิมมี่ ยังไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งล่าสุดได้ติดต่อขอพบพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งนายจิมมี่ ที่รู้จักนายดา และนายบอลใต้ ในวันเกิดเหตุนายได้เข้าไปห้ามปรามทั้งสองคน ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานว่าจะเข้าข่ายถูกออกหมายจับด้วยหรือไม่   จากการรวบรวมหลักฐาน และสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าทั้ง 2 ฝ่าย มีปากเสียงกันในสนามมวย และหลังจบมวยคู่เอก ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ส่วนใครเป็นผู้ลงมือก่อนนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอการสอบปากคำจากพยานที่เหตุการณ์ก่อน ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ ขณะนี้ยังหาไม่พบ เพราะผู้ต้องหาอ้างว่านำไปทิ้งหลังก่อเหตุ และจะคุมตัวไปค้นหาปืนภายหลังการสอบสวนเสร็จสิ้น   มีข้อมูลว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเคยมีปัญหาการต่อรองพนันมวยกัน เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ซึ่งก็ได้เคลียร์เรื่องดังกล่าวเรียบร้อย แต่ยังมีความบาดหมางในใจกันอยู่ กระทั่งคืนวันเกิดเหตุ ก็มีการต่อรองพนันมวย แต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย จึงทำให้มีปากเสียงกัน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น   โดยหลังจากที่ตำรวจสอบปากคำอย่างละเอียดเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายทนงศักดิ์ หรือหิน และนายนพดล หรือบอย ไปขอหมายขังจากศาลอาญารัชดา เนื่องจากผู้ต้องหายังไม่ถูกออกหมายจับ ส่วนนายอำนาจ หรือบอยใต้ จะนำตัวฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษกในวันนี้ (3 พ.ค.)   ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ตำรวจมีการจัดเตรียมสถานที่ บริเวณหน้าบันไดเข้าสนามมวย ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ แต่เมื่อการเตรียมสถานที่เสร็จสิ้น ผู้ต้องหากลับแจ้งว่า ไม่ประสงค์ที่จะทำแผน เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย ทำให้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ก่อเหตุถูกยกเลิกไป   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ ยังพบว่านายบอลใต้ เคยถูกออกหมายจับในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อปี 2550 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นแต่ศาลยกฟ้อง และในปี 2551 ถูกออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นย่านลาดพร้าว แต่ถอนหมายจับเนื่องจากแจ้งว่าเป็นการออกหมายจับผิดตัว   ขณะที่ล่าสุดโลกออนไลน์ได้เปิดเผยได้เปิดเผยคลิปวีดีโอ ซึ่งเป็นคลิปการโต้เถียงระหว่าง ดา สะพานใหม่ และ บอล ใต้ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะออกไปเคลียร์กันนอกสนามมวย ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย จนทำให้ ดา สะพานใหม่ ถูกยิงเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_79dohmthB0

 2,489
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 62

หนุ่มวินยืนขี่ จยย. มอบตัว รับเกิดจากความคึกคะนอง โดนหนัก 5 ข้อหา

วันที่ 4 ก.พ. 62 เมื่อเวลา 09.00 น. นายกัณภัค เกตุชม อายุ 24 ปี เดินทางเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาลประเวศ หลังมีการแชร์คลิปในโลกโซเชียลฯ ภาพคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างยืนบนเบาะรถจักรยานยนต์ขณะวิ่งอยู่บนถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าลาดกระบังขาออก ระหว่างซอยอ่อนนุช 57 เป็นที่น่าหวาดเสียว และเป็นอันตรายกับผู้ร่วมทาง  ภายหลังการเข้ามอบตัวนายกัณภัค ได้ยกมือไหว้ขอโทษกับการกระทำของตนเองซึ่งเกิดจากความคึกคะนอง ขอสังคมได้ให้อภัยและไม่ควรกระทำเป็นเยี่ยงอย่าง    ขณะที่ผู้เป็นแม่ เผยว่า ในการเดินทางเข้ามอบตัวในวันนี้ เนื่องจากสำนึกผิด และเดินทางมามอบตัวด้วยตนเอง ตกเป็นข่าวตนรู้สึกตกใจกับการกระทำของลูกชาย ไม่ขอให้สังคมให้อภัย การกระทำของลูกชายเป็นการกระทำที่เป็นอันตราย ในวันนี้ได้สำนึกผิดคงต้องให้สังคมเป็นคนตัดสิน ซึ่งลูกชายจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเอก พละศึกษา อยู่ในระหว่างการหางาน   ด้าน พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศ เผยเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 5 ข้อหา คือ    1. ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียว โทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท  2. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  3. ขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัย โทษปรับไม่เกิน 500 บาท  4. ใช้รถที่ไม่จัดทำประกันภับภาคบังคับ ตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท  5. ใช้รถที่ไม่เสียภาษีประจำปี โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท จะดำเนินการส่งของศาลจังหวัดพระโขนงในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. พร้อมเสนอยึดรถของกลางซึ่งเป็นรถที่ใช้ประกอบความผิดอีกด้วย    

 14,207
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

มอบตัวแล้ว! สามีบุกยิงภรรยากลางร้านสะดวกซื้อ เผยเหตุทำไปเพราะความหึงหวง

จากกรณีที่มีสาวเซเว่น ถูกยิงในร้านสะดวกซื้อ ภายในปั๊มน้ำมัน สี่แยกคลองโพ อ.เมือง สุโขทัย โดยผู้ก่อเหตุจ่อยิง สาวเซเว่น หลังเคาน์เตอร์เก็บเงินของร้าน เมื่อคืนวันที่ 3 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา     จากการตรวจสอบทราบในเวลาต่อมาว่า ผู้ก่อเหตุ เป็นสามีของผู้ตาย ชื่อนายไพโรจน์ อายุ 33 ปี ซึ่งก่อนจะถูกยิง ทั้งคู่มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง โดยนายไพโรจน์มั่นใจว่าผู้ตายเริ่มตีตัวออกห่าง จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว   ความคืบหน้าวันที 4 ธ.ค.61 นายไพโรจน์เข้ามอบตัวแล้ว พร้อมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าทำไปเพราะความหึงหวง รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง สามีหึงโหด อุ้มลูกยิงเมียดับกลางร้านสะดวกซื้อ      

 1,510
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 61

5 วัยรุ่น ฟันหัวหนุ่มในคอนโด ‘น้องเนย’ เจ็บสาหัส เข้ามอบตัว ยอมรับใช้มีดฟันจริง ปัดเตรียมการล่วงหน้า

จากกรณีที่นายวุฒิชัย หรือเป๋า ดาวเรือง อายุ 25 ปี  ได้เข้าแจ้งความว่า ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้มีดฟันได้รับบาดเจ็บภายในห้องพักชั้น 8 คอนโด ย่านถนนแจ้งวัฒนะ เขตบางเขน โดยมีการอ้างว่า น้องเนย เน็ตไอดอล อดีตแฟนสาว เก่ง ลายพราง ซึ่งเจอกันที่สถาบันเทิง ได้ชวนไปดื่มกินต่อที่คอนโดดังกล่าวนั้น   ความคืบหน้าวันนี้ (31 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายวัชรพล หรือ แบงค์, นายสิรวิชญ์ หรือ ปาด, นายสันติราษฎร์ หรือ นก, นายโซฟาซี หรือ ฟา และเยาวชนอายุ 16 ปี กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายวุฒิชัย และนายอาคม จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เดินทางมาพร้อมผู้ปกครองเข้าพบ พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางเขน เพื่อมอบตัว และรับทราบข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธไปในพื้นที่สาธารณะ หลังก่อเหตุใช้มีดฟันและรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย    โดยรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า จาการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ให้การภาคเสธ โดยรับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเยาวชน รับสารภาพเป็นใช้มีดฟันผู้เสียหายจริง แต่ไม่ได้มีการเตรียมการอย่างที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง เพราะปกติกลุ่มผู้ต้องหาพักอยู่ที่คอนโดที่เกิดอยู่แล้ว และมักจะลงมาหาเพื่อนที่อยู่ชั้น 8 เป็นประจำ    ซึ่งวันเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่า ลงมาหาเพื่อนที่อยู่ชั้น 8 แต่บังเอิญเจอกับกลุ่มผู้เสียหายที่เคยมีการโต้เถียงกันทางเฟซบุ๊ก เพราะผู้เสียหายทักมาคุยกับแฟนสาวของนายแบงค์ทำให้หึงหวงและไม่พอใจ จึงก่อเหตุ โดยอาวุธมีดที่ใช้ฟันคู่กรณี ซึ่งหลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนี ส่วนมีดเอาไปทิ้งขยะ    ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายระบุว่า น้องเนยเป็นนกต่อ จากการสอบสวนไม่พบว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะผู้ต้องหายืนยันว่า เนยไม่ได้เป็นคนไปแจ้ง และคนที่ชวนผู้เสียหายมาดื่มเหล้าต่อที่คอนโดฯ คือเพื่อนของน้องเนย โดยผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะตอบคำถาม แต่ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น   เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยจะสอบปากคำอย่างละเอียดก่อนจะทำประวัติ ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว เพราะ ผู้ต้องมามอบตัว ส่วนเยาวชนจะคุมตัวส่งสถานพินิจภายใน 24 ชั่วโมง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'น้องเนย' อดีตแฟน 'เก่ง ลายพราง' ปัดเป็นนางนกต่อ ลวงหนุ่มขึ้นคอนโด ให้เพื่อนฟันหัว  

 8,114
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 61

มือยิงน้า ‘บ่าววี’ มอบตัว ปฏิเสธไม่ใช่มือสังหาร

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการปิดล้อมตรึงกำลังพื้นที่ ม.1 ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล หลังสืบทราบว่านายจำนงค์ รัตนพันธ์ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.ตรัง คดีฆ่านายดรุณ ฤทธิ์หมุน อายุ 57ปี น้าชายนักร้องชาวใต้ชื่อดัง บ่าววี กบดานอยู่   โดยวันนี้ (29 ต.ค.) พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. ได้ติดต่อประสานงานโดยมีนางแมะ รัตนพันธ์ ภรรยาของผู้ต้องหาเป็นคนกลางในการเจรจาขอมอบตัว ซึ่งนางแมะพร้อมเจ้าหน้าที่กองปราบอีก 2 นายออกไปรับตัวบริเวณเชิงเขาที่ผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดโอบล้อม 1 ชุด และชุดตรึงกำลังอีก 1 ชุด    เมื่อไปถึงบริเวณจุดนัดมอบตัวเจ้าหน้าที่พร้อมภรรยาได้แสดงตนเดินขึ้นไปยังเชิงเขา ซึ่งเมื่อผู้ต้องหาเห็นก็เดินออกจากขนำบนเชิงเขาแล้วถอดเสื้อยกมือไว้บนศีรษะ แสดงสัญลักษณ์ยอมมอบตัว เจ้าหน้าที่จึงจับกุมได้โดยดี   ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การว่าเหตุที่หนีไปเมื่อ 2 วันก่อนที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเนื่องจากอยู่ในวงนักดื่มน้ำกระท่อมเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปก็วิ่งหนีกันหมดตนก็วิ่งด้วยโดยไม่ทราบมาก่อนว่ามีหมายจับคดีดังกล่าว เมื่อทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าตามจับกุมจึงยอมมอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้เป็นคนสังหารน้าชายบ่าววี   ด้าน ผกก.6บก.ป. กล่าวว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวเป็นมือปืนรายสำคัญที่เคยก่อคดีฆ่าใน จ.สตูล มาแล้ว 2 คดีแต่ทั้ง 2 คดีได้สิ้นสุดไปแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาไปตรวจค้นที่บ้านที่ จ.ตรัง เพื่อหาอาวุธที่ใช้ก่อเหตุอีกต่อไป    

 5,187
สังคม-อาชญากรรม
27 ต.ค. 61

หนุ่มใหญ่แค้นจัดโดนเพื่อนบ้านขู่ฆ่าครอบครัว ชักปืนยิงคู่อริดับคาที่ก่อนมอบตัว

นครพนม - เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่ สน.ศรีสงคราม จ.นครพนม ได้รับแจ้งเหตุเพื่อนบ้านยิงกันเสียชีวิต โดยผู้ที่แจ้งคือผู้ก่อเหตุยิง โดยนายโชคชัย อายุ 43 ปี โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้ใช้อาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. รัวยิง นายมงคล อายุ 39 ปี เสียชีวิต อยู่หน้าบ้านของผู้ตาย เนื่องจากมีเรื่องระหองระแหงกันมาโดยตลอด บางครั้งผู้ตายก็ชอบพูดจาเสียดสีดูถูกถากถาง และข่มขู่บ่อยครั้งว่าจะฆ่าครอบครัวของตนย จนตนทนไม่ไหว หวาดระแวงว่านายมงคลจะฆ่าคนในครอบครัวอย่างที่ขู่ไว้จึงเป็นให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/8v_GCRuIy6w

 6,012
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ค. 61

มอบตัวแล้ว!! อดีตสามียิงภรรยาจับขังในรถนานหลายชั่วโมง

คืบหน้ากรณีอดีตสามีจับภรรยาเป็นตัวประกัน ล่าสุดยอมมอบตัวแล้ว โดยญาติใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชม.   จากกรณี นายสายันต์ พิมลเดชกุล อายุ 48 ปี มีอาชีพเป็นผู้รับเหมา ได้ก่อเหตุยิงนางอารีรัตน์ พิมลเดชกุล อายุ 47 ปีเป็นครูสอนภาษาจีนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองกระบี่ ต่อมาทราบว่าเป็นภรรยาของคนร้าย ซึ่งได้ใช้อาวุธปืนยิงที่ขาภรรยา 1 นัด บาดเจ็บอยู่ภายในรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ แล้วขับรถจากเมืองกระบี่มาจนมุมตำรวจที่ไล่ติดตามที่แยกเหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา    ต่อมา เมื่อเวลา 12.50 น. หลังทางญาติและลูกสาว 2 คนของผู้ก่อเหตุ และพี่ของนายสายันต์ ได้เดินทางมาจาก จ.ตรัง เข้าไปพูดคุยกับนายสายันต์ และได้ยอมปล่อยนางอารีรัตน์ ผู้เป็นภรรยา ลงมาจากรถ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่ขาซ้ายถูกยิงที่บริเวณเข่า ทางตำรวจได้เข้าไปอุ้มผู้บาดเจ็บออกมาขึ้นรถตำรวจ สภ.เหนือคลอง แล้วรีบนำส่ง รพ.เหนือคลอง เพื่อทำการปฐมพยาบาลแล้ว   ส่วนที่เกิดเหตุนายสายันต์ หลังปล่อยตัวภรรยา ทางตำรวจได้ให้ญาติและลูกๆ เข้าไปเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชม. จนล่าสุดเวลา 14.20 น.ที่ผ่านมา นายสายันต์ ได้ยินยอมลงจากรถมอบปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนขนาด .38 ให้กับทางตำรวจ และไปกอดลูกสาวทั้ง 2 คน จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว ทางตำรวจจึงรีบนำตัวขึ้นรถไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เพื่อทำการสอบสวนหาสาเหตุที่ลงมือในครั้งนี้ทันที  

 1,505
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 พ.ค. 61

มอบตัวแล้ว! แก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวในคลิปรัวยิงฉลองขันหมาก ขอโทษสังคมพร้อมรับผิด-อ้างยิงลงคูน้ำ

จากกรณีชาวเน็ตแชร์คลิปแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวรัวยิงฉลองขันหมากในพื้นที่  ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง นั้น ล่าสุดกลุ่มวัยรุ่นได้เข้ามอบตัวแล้ว 12 คน พร้อมอาวุธปืน จำนวน 6 กระบอก   โดย นายนัฐพงค์  1 ในกลุ่มผู้ต้องหา ได้กล่าวขอโทษสังคมว่า ทุกคนพร้อมยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำ ในส่วนของคลิปที่ยอมรับมีการนำไปส่งต่อกันในกลุ่มเพื่อนที่สนิททางไลน์ แต่ภาพเกิดหลุดออกไปสู่คนนอก จนเกิดการนำไปเผยแพร่ทางเพจ ทั้งที่ในกลุ่มของพวกตนไม่ได้มีเจตนาจะนำคลิปเผยแพร่ทางโซเชี่ยลแต่อย่างใด ในการยิงปืนก็เล็งปากกระบอกปืนลงในคูน้ำข้างทางเพื่อป้องกันไม่ให้กระสุนไปถูกผู้อื่น และยืนยันปืนที่ใช้ยิงมีเพียง 6 กระบอก และ ไม่มีอาวุธปืนสงครามแต่อย่างใด     ด้านตำรวจแจ้งข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตกับทุกคนก่อน ส่วนข้อหาอื่น ๆ เจ้าหน้าที่ต้องรอการสอบปากคำทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้ง ส่วนอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบทางนิติวิทยาศาสตร์ ว่าเคยใช้ในการก่อเหตุที่ใดหรือไม่ พร้อมมีการจัดทำประวัติวัยรุ่น ทั้ง 12 คนที่เข้ามอบตัวไว้ เป็นฐานข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่                               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/tVJ8Lcv5aAs    

 8,057
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 61

แม่ทีมเมจิกสกิน รับหลงผิดร่วมลงทุนเพราะเห็นรายได้ดี ก่อนเสียหายร่วม 40 ล้าน ฉีกซองรีวิวแฉกินแล้วใจสั่น

นางสาวธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ์ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน บ.เมจิกสกิน จำกัด เข้ามอบตัว ปฎิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนนี้ และไม่ใช่ผู้บริหารของเมจิกสกิน เพียงแต่เป็นแม่ข่ายรายใหญ่เท่านั้น และได้มีการออกผลิตภัณฑ์ของตัวเอง 2 แบรนด์ ด้วยกัน คือ แอปเปิ้ลสลิม ช่วยลดความอ้วน และคลอโรฟิล ดีท็อกซ์ ล้างพิษลดกลิ่นตัว   โดยรู้จักกับนางวรรณภา พวงสน หรือเฟิร์น และเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายให้ก่อน จากนั้นจึงพัฒนากลายเป็นแม่ข่ายในที่สุด และมีการว่าจ้าง นางวรรผณภาผลิตสินค้า สำหรับกำลังการผลิตของแอปเปิ้ล สลิมนั้น มีรวม 6 ลอต อยู่ที่ 2 ล้าน 2 แสน 6 หมื่นชิ้น ราคาส่ง 50 บาท ขายปลีก 159 บาท โดยลอตสุดท้ายมีการสั่งซื้อมากสุด 1 ล้าน 7 แสนชิ้น และมีมูลค่าการซื้อขายรวมมากถึง 200 ล้านบาท ส่วนคลอโรฟิลล์ กำลังการผลิต 1 แสนชิ้น ราคาส่ง 75 บาท แต่ขายปลีก 138 บาท โดยมีมูลค่าซื้อขายมากถึง 15 ล้านบาท   ภายหลังพบว่าสินค้ามีปัญหา จึงติดต่อกลับไปยังนางวรรณภาเพื่อขอคืนเงินแต่ไม่ได้ กลับถูกชดเชยเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่แทน ส่วนลูกค้าที่ไม่พอใจผลิตภัณฑ์ตนเองก็คืนเงินไปแล้วประมาณ 20 ถึง 30% ส่วนที่มีภาพปรากฎว่าตนเองเกี่ยวข้องกับเงินมากถึง 70 ล้านบาท โดยเป็นการมอบให้กับนางวรรณภายืนยันว่า เป็นความคิดของนางวรรณภาที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวแทนจำหน่ายและลูกค้า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด ก่อนจะพิจารณาให้ประกันต่อไป เนื่องจากผู้ต้องหาติดต่อขอเข้ามอบตัว และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี   ทางด้านคุณน้ำหวาน แม่ทีมสินค้าลดน้ำหลัก แอปเปิ้ลสลิม ผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกิน  เปิดใจกับทีมข่าวว่า น.ส.ธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ ที่มอบตัวคนล่าสุดเป็นเพื่อนสนิทของตนเอง ชื่อเบนซ์ เป็นเจ้าของผงลดน้ำหนักแอปเปิ้ลสลิม   คุณน้ำหวานเล่าว่า ตอนนี้ตนตกอยู่ในสถานะ ทั้งผู้เสียหายจาการถูกหลอกขายผลิตภัณฑ์ และเป็นผู้ถูกกล่าวหาขายสินค้าปลอม  โดยรู้จักกับสินค้าในเครือเมจิกสกินได้ปีกว่า มีเบนซ์เป็นคนชักชวนไปขาย แนะนำวิธีการขายและการหาลูกทีม ตอนนั้นเห็นว่าเบนซ์มีรายได้ดี จากแม่ค้าขายสินค้าออนไลน์ธรรมดา แต่ตอนนี้มีเบนซ์ขับ มีบ้านหรูอยู่ ตนก็หลงเชื่อ เพราะอยากมีรายได้และหมดหนี้สิน จึงร่วมลงทุน   ครั้งแรกหลักหมื่นผ่านไปไม่กี่วัน ได้เงินตอบแทนเท่าตัวและหาลูกทีมได้ในเวลารวดเร็ว เพราะทุกคนเห็นสินค้าขายดี มีคนรีวิวจำนวนมาก และที่สำคัญผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีดารามีเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่ขายดีเพราะมีรีวิว ตอนนั้นขายสินค้าดี ลานจอดรถที่บ้าน ต้องกลายเป็นโกดังสินค้าของภาคตะวันออก แต่มาเริ่มผิดสังเกตในรอบสินค้าครั้งที่ 6 ที่มีลูกทีมสงสัยเรื่องหมายเลข อย. ของผลิตภัณฑ์ ที่ตรวจสอบไม่พบข้อมูล พอสอบถามไปที่ เบนซ์ก็บอกว่ามีการสลับตัวเลขเท่านั้นไม่มีปัญหาอะไร สินค้ามี อย.แน่นอน ตอนนั้นลูกทีมทุกคนก็เชื่อ เพราะเห็นว่าสินค้าขายดีมาก   แต่พอตนมากินผลิตภัณฑ์เอง ก็มีอาการใจสั่นมาก สอบถามกับเบนซ์ก็ถูกด่าว่าตนก็ไม่เข้าว่าบล็อคและเบิร์นเหรอ และด่าหยาบคาย ตอนนั้นตนสงสัยว่าผลิตภัณฑ์นี้ต้องผิดปกติ ประกอบกับช่วงนั้นเรื่องการจ่ายเงินคืนลูกทีมทั้งกำไรและต้นทุนก็มีปัญหา จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุม ฐานครอบครองสินค้าปลอมและจำหน่ายสินค้าปลอม ตอนนั้นตกใจมากและไม่สามารถติดต่อกับเบนซ์ได้   ทำให้ชีวิตตอนนี้ ต้องกลายเป็นผู้ต้องหา เป็นหนี้สิ้นจำนวนมาก ที่ดินที่เคยมี รถเบนซ์ที่เคยมี ก็ต้องขาย เพราะต้องหาเงินมาคืนให้ลูกทีม แต่เงินทั้งหมดอยู่กับเบนซ์และโรงงานที่ผลิต ซึ่งในทีมของตนรวมค่าเสียหาย กว่า 40 ล้านบาท ตอนนี้ได้คืนเพียง 6 ล้านบาท อยากขอให้เบนซ์ออกมารับผิดชอบ เอาเงินคนอื่นไปต้องเอามาคืนเขา เพราะเขาก็ลำบากเหมือนกัน   นอกจากนี้คุณน้ำหวานยังได้เปิดซองผลิตภัณฑ์ให้ผู้สื่อข่าวดูคือ ใน1กล่อง แต่ละซองกลับไม่เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น คือเมื่อผสมน้ำลงไป ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ผงที่เห็นนั้นจะกลายเป็นก้อนทันที   นอกจากนี้ คุณหวานยังเล่าให้ฟังว่า ทุกครั้งการกระตุ้นยอดซื้อและหาลูกทีม จะใช้เงินสดจำนวนมากถ่ายรูปกับสินค้า โชว์ความร่ำรวย เพื่อให้น่าเชื่อถือ และเงินทั้งหมดนั้น ไม่ใช่เงินที่ไปเช่ามาเพื่อรีวิวแต่เป็นเงินสดจากการขายสินค้าจริงๆ แต่ก็แปลกใจที่มีเงินสดและทรัพย์สินจำนวนมาก กลับไม่ขายมาชดใช้ผู้เสียหาย             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HWLxxhMGUTA    

 40,033
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 เม.ย. 61

เจอตัวหนุ่มถอดเสื้อโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ ลวนลามปะแป้งสาว สารภาพทำเพราะเมา

โลกออนไลน์แชร์คลิปกลุ่มวัยรุ่น ที่ไปเล่นสงกรานต์วันไหลที่บ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง แล้วมีพฤติกรรมลวนลามเข้าไปปะแป้ง และพยายามจะหอมแก้มหญิงสาวที่ขี่จักรยานยนต์ซ้อนกันมา 3 คน ที่บริเวณถนนปากทางเข้าบ้านเพ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา   ล่าสุดเจอตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ชื่อนายจิรายุ เฉยวิจารณ์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนถอดเสื้อในคลิป พร้อมกับพวกอีก 9 คนที่อยู่ในคลิป ได้ไปมอบตัวกับที่ สภ.เพ เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิป เนื่องจากมีอาการมึนเมา ส่วนคนอื่นๆ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลวนลาม หรือกระทำการอนาจารแต่อย่างใด   ขณะที่มารดาของเด็กสาวทั้ง 3 คน ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และจากการสอบปากคำทราบว่า ผู้เสียหาย เป็นเด็กสาว อายุเพียง 14 ปี วันเกิดเหตุได้ขี่จักรยานยนต์จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ ที่บริเวณตลาดร้อยเสาบ้านเพ ซึ่งเป็นสถานที่มีการจัดงานวันไหล แต่ก็มาปรากฏเป็นภาพตามคลิปเสียก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dLHVZAUnelw    

 25,247
สังคม-อาชญากรรม
05 เม.ย. 61

มือแทงแท็กซี่ดับหน้าตลาดยิ่งเจริญเข้ามอบตัว เผยปมแค่ขับรถปาดหน้ากัน

ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงคนขับแท็กซี่เสียชีวิต ที่หน้าตลาดยิ่งเจริญ ย่านบางเขน ล่าสุดคนร้ายได้ออกมามอบตัวกับตำรวจ โดยสารภาพว่าสาเหตุมาจากขับรถปาดหน้ากันเท่านั้น   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขนนำตัว นายสุพงษ์ โพธิโน อายุ 33 ปี ที่เข้ามอบตัวตั้งแต่เมื่อคืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากใช้อาวุธมีดแทงนายศราวุธ ตั้งปัญญาศักดิ์ คนขับรถแท็กซี่เขียว-เหลือง บริเวณหน้าตลาดยิ่งเจริญ จนเสียชีวิตท่ามกลางความสนใจของประชาชนจำนวนมาก   ก่อนเกิดเหตุ นายสุพงษ์ ได้ขับรถยนต์กลับจากดื่มสุรา และอ้างว่าผู้ตายขับรถเบียดเข้ามาจนมีการบีบแตรโต้ตอบกัน ก่อนที่จะจอดรถลงไปต่อว่า และผู้ตายชกเข้าที่ใบหน้าของตนเองจนล้ม ตนจึงหยิบมีดที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา แล้วเกิดแย่งชิงกัน ก่อนที่จะจ้วงแทงผู้ตาย   ซึ่งพลตำรวจตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่าสาเหตุเกิดจากการเพียงแค่ขับรถปาดหน้า จนทะเลาะวิวาทต่อสู้กัน จึงฝากถึงประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนควรมีการให้อภัยและมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณ์ดังกล่าวขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4R7w_Elb0rI    

 2,498
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 เม.ย. 61

ลูกน้อง สจ. คนดัง เข้ามอบตัวหลังซิ่งฟอร์จูนเนอร์ ชนพลเมืองดีช่วยเหลือคนรถคว่ำ อ้างมองไม่เห็นคิดว่าเป็นซากรถ

จากรณีโลกโซเชี่ยลแชร์ภาพ พร้อมข้อความตามหารถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำ ทะเบียน กข 989 ฉะเชิงเทรา หลังไปก่อเหตุ ชนนายกฤษฎา เวียงจันทร์ หรือกลอฟ์ พนักงานโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เสียชีวิตคาที่และหลบหนี  ขณะที่ผู้ตายเข้าช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บที่อุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบริเวณถนน ฉะเชิงเทรา –สุวินทวงศ์ หลักกิโลเมตรที่ 69  เมื่อกลางดึกวันที่2 เมษายน ที่ผ่านมา    ล่าสุดนายณัฐนันท์ ตันสิระ อายุ 32 ปี คนขับรถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าว ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยทันทีที่ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบข่าวว่าคนขับรถมอบตัว ก็พากันมาที่โรงพักเพื่อ สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น   โดยเพื่อนสนิทผู้เสียชีวิต เล่าว่า รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนรัก เพราะผู้ตายเป็นคนดี ทำเพื่อสังคม ช่วยเหลือคนมาตลอด ก่อนเกิดเหตุยังคุยกันว่า กำลังจะกลับไปสแกนนิ้วมือตามเวลาเลิกงาน และจะกลับไปนอนที่บ้านกับลูก แต่มาเจออุบัติเหตุ ระหว่างทางเขาก็ลงไปช่วย แต่การไปช่วยครั้งนี้เป็นการช่วยครั้งสุดท้าย   ทางด้านภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะก่อนเกิดเหตุลูกสาวโทรศัพท์สอบถามสามีตลอดว่าจะกลับบ้านกี่โมง และครั้งสุดท้าย สามีบอกกับลูกว่า พ่อกำลังจะกลับแล้ว จากนั้นเพียง 20 นาที ลูกก็โทรไปหาสามีอีกครั้ง แต่เป็นพยาบาลรับสาย บอกว่าสามีเสียชีวิตคาที่ ตอนนั้นตกใจและเข้าใจว่าลูกโทรผิด   ตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมาสามีตัวเองเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคมมาตลอด ตั้งแต่เป็นอาสาสมัคร พอมาทำงานที่โรงพยาบาลเขาก็มีจิตอาสาช่วยเหลือคนที่ประสบเหตุ  แม้กระทั่งเวลาไปเที่ยวกับครอบครัว หากเจอผู้ประสบอุบัติเหตุ สามีจะลงไปช่วยทันที อยากถามคนขับ จิตใจเขาทำด้วยอะไร จากนี้ไปใครจะดูแลลูกๆและหลาน อีก 4 ชีวิต   เช่นเดียวกับลูกชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า พ่อเป็นเสาหลักของบ้านเลี้ยงดูทั้งลูกและหลาน จากนี้ตนก็จะเป็นเสาหลักของบ้านดุแลครอบครัวแทนพ่อ นิสัยของพ่อจะห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต ยังบอกกับตนให้ขี่รถจยย.สวมหมวกกันน็อกนะลูก   ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบปากคำคนขับรถที่เกิดเหตุนั้น ทางภรรยาและพี่ชายผู้เสียชีวิต เดินเข้าไปในห้องสอบสวนเพื่อจะขอคุยกับคนขับ และต่อว่าการกระทำ จนเกือบเกิดเหตุชลมุน จนเจ้าหน้าที่ต้องเชิญออกจากห้องสอบสวน ขณะนั้นภรรยาผู้เสียชีวิตต้องยกมือไหว้ ขอให้ตำรจช่วยดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ขณะที่นายณัฐนันท์ คนขับให้การว่า ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะเกิดเหตุขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เห็นอุบัติเหตุแล้วก็หักรถหลบ และไม่รู้ว่าชนคน เข้าใจว่าชนซากรถที่ประสบอุบัติเหตุ    จากนั้น เจ้าของรถคันที่เกิดเหตุเดินทางมาพร้อมกับนำรถที่เกิดเหตุมามอบให้ตำรวจตรวจสอบ โดยนายไพศาล ช้างพลายแก้ว นักการเมืองท้องถิ่น กล่าวว่า รถที่เกิดเหตุเป็นของตนเอง แต่ลูกน้องขอยืมพาลูกไปหาหมอ และขับมาคืนที่บ้านในตอนกลางคืนและไม่รู้ว่าไปชนคนตายมา มารู้เรื่องตอนเช้า จึงประสานตำรวจนำคนขับมามอบตัว และขอรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด และยืนยันว่าคนขับรถไม่ใช่ตนเอง   ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ตร.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ไม่ลงมาช่วยเหลือหลังประสบเหตุ และไม่มีใบอนุญาตขับขี่ โดยคนขับสารภาพทุกข้อหา เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวไปตรวจสารเสพติดและแอลกอลฮอล์ ส่วนเรื่องค่าเสียหาย ทางเจ้าของรถพร้อมรับผิดชอบ และมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5 หมื่นบาท   ขณะที่บรรยากาศงานศพ ที่วัดดอนทราย เมื่อวานก็มีพิธีรดน้ำศพ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน พร้อมทั้งการวิพากวิจารณ์ว่า คนขับรถที่เข้ามอบตัว เป็นคนขับรถที่เกิดเหตุจริงหรือไม่  โดยทางครอบครัวกำหนดการฌาปนกิจศพ วันที่ 7 เมษายน 2561 นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3zuSZfiCgd8  

 9,096
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 มี.ค. 61

โจ๋หัวร้อนเตะคุณตาวัย 82 ตกซาเล้ง ล่าสุดมอบตัวสำนึกผิด สารภาพโมโหรถเกี่ยวกัน แล้วตาไม่ลงมาดู

เพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์คลิปภาพวงจรปิดในซอย ย่านประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีชายวัยรุ่นชายขี่รถจักยานยนต์สวนกับชายชราขี่รถซาเล้งสวนมา และเกิดเกี่ยวกันล้มลง จากนั้นชายวัยรุ่นได้นำรถไปจอดเก็บข้างทาง ก่อนเดินตามชายชราที่กำลังขับรถซาเล้ง และกระโดดเตะก่อนที่ชายชราจะหล่นลงจากรถและตามเข้าทำร้ายซ้ำ จนล้มฟุบลงกับพื้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา   ซึ่งเรื่องดังกล่าวพันตำรวจเอกกำพล รัตนประทีป ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบจับกุมชายวัยรุ่นในคลิปวีดีโอ กระทั่งเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาสามารถจับกุมตัว นายนราธร โสดติยัง อายุ 21 ปี ผู้ก่อเหตุได้   เบื้องต้นจากการสอบสวน นายนราธร รับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง อ้างว่าเหตุที่ทำไป เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ที่ตนเองถูกชนแล้วหนีเรียกให้คนขับรถซาเล้งหยุดแต่ไม่ยอมหยุด อีกทั้งยังไม่ถามไถ่อาการบาดเจ็บของตน และยืนยันว่าขณะเกิดเหตุไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือตามที่มีการแชร์คลิป ขณะขี่รถจักรยานยนต์ตามที่ลงข่าวในโซเชี่ยล ทั้งนี้ตนพร้อมรับผิดทุกข้อกล่าวหา และพร้อมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้จนกว่าจะหายดี ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นตนเองรู้สึกผิด และอยากกราบขอขมาคุณตาในสิ่งที่ทำลงไป   ขณะที่นางสาววนิดา มณีพันธ์ บุตรสาวนายจรูญ มณีพันธ์ อายุ 82 ปี ชายชราในคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการบิดาพ้นขีดอันตรายแล้ว เหลือรอเอ็กซเรย์สมองเพื่อตรวจดูความผิดปกติ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นบิดาของตนยอมรับว่าจำรายละเอียดไม่ได้ เนื่องจากอายุมากและสายตาไม่ดี ขณะที่ตนเองได้พูดคุยกับผู้ก่อเหตุแล้ว ยอมรับว่าครั้งแรกรู้สึกโกรธ แต่ผู้เสียหายได้ขอขมาโทษ รับสารภาพว่าเป็นคนผิด อีกทั้งจะช่วยเยียวยาค่ารักษาให้ ซึ่งก็เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งอาจเกิดกับใครก็ได้ และอยากเรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ให้ระวังไม่ควรขี่รถเร็ว และควรมีสติอยู่เสมอ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kzZ6DKqrhu4    

 26,856
ข่าวภูมิภาค
02 มี.ค. 61

แพทย์หญิงเข้ามอบตัว หลังศาลหัวหินอนุมัติหมายจับ คดีทำแท้งเถื่อนทารก 4 ศพ ก่อนใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวเอง

ประจวบคีรีขันธ์-ความคืบหน้า ในคดีพบศพทารกยังไม่ครบอายุครรภ์ 4ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย และไม่สามารถระบุเพศได้ 2 ราย ถูกทิ้งในถังขยะภายในซอยชลประทาน 68 หมู่บ้านรวมสุข เขตเทศบาลเมืองหัวหิน เมื่อวันที่ 13กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุดทาง ตร.สภ.หัวหิน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานบุคคล โดยได้ยื่นขอหมายจับต่อศาลจังหวัดหัวหิน ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อนุมัติหมายจับ แพทย์หญิงศรีสมัย เชื้อชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช เจ้าของคลีนิกศรีสมัยการแพทย์ในข้อหา ร่วมกันทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงยินยอม   โดยล่าสุดวานนี้ (28กุมภาพันธ์2561) แพทย์หญิงศรีสมัย ได้เดินทางพร้อมด้วยทนายความส่วนตัว เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน โดยให้การภาคปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล ทั้งนี้ได้ใช้ตำแหน่งนายแพทย์ระดับ 9 ยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนออกไป   ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 1 ราย เป็นพนักงานชายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำคลินิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดขณะนำถุงดำใส่ศพ4ทารกไปทิ้งถังขยะ ในข้อกล่าวหาทำลายซากทารกโดยผิดกฎหมาย โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวตั้งแต่วันที่เรียกตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ ซึ่งผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว และขอรายงานตัวต่อพนักงานสอบทันที ทำให้ได้รับสิทธิการปล่อยตัวชั่วคราวตามกฎหมาย ป.วิ อาญา ฉบับใหม่ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว   อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการมอบตัวของแพทย์หญิงถูกปกปิดเป็นความลับโดยไม่มีการแจ้งสื่อมวลชนให้ทราบแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xHKkXvd5Kws      

 6,261

Top