ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปลอดภัย"

ข่าวประชาสัมพันธ์
22 ก.ค. 62

ทานอาหารนอกบ้าน มั่นไจได้อย่างไรว่าปลอดภัย ?

           ด้วยชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้นทำให้หลายคนเลือกที่จะรับประทานอาหารนอกบ้านกันมากกว่าทำอาหารทานเองที่บ้าน เพราะนอกจากจะสะดวกสบายแล้วยังประหยัดเวลาได้มากขึ้นด้วย แต่คำถามคือเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าร้านอาหารที่เราออกไปทานนั้นสะอาดปลอดภัยดีจริง เพียงแค่ดูสภาพภายนอกร้านหรือดูการแต่งกายของพนักงานเท่านี้เพียงพอแล้วหรือที่จะบอกว่าร้านอาหารแห่งนี้สะอาดปลอดภัย ยังมีอะไรอีกหรือไม่ที่จะเป็นเครื่องการันตีให้กับเราได้ว่าร้านอาหารนั้นๆ ถูกหลักสุขอนามัยที่ดีสำหรับเราทุกคน               หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ยังมีมาตรการที่สามารถการันตีได้ว่าร้านอาหารนั้นๆ ถูกสุขอนามัยและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ซึ่งเราเรียกระบบนั้นว่า GMP นั่นเอง แต่มันคืออะไร และมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากแค่ไหนมาดูกัน                 GMP หรือ Good Manufacturing Practice ตัวย่อที่เราอาจจะไม่คุ้นเคย แต่รู้หรือไม่ว่ามันคือตราสัญลักษณ์สำคัญที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่า หากเห็นตราสัญลักษณ์นี้ที่ร้านไหนแสดงว่าร้านอาหารแห่งนั้นสะอาด ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในความปลอดภัยในการบริโภคอาหารได้ และกว่าจะได้มาซึ่งเครื่องหมายที่การันตีความปลอดภัยนี้ ต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานที่เคร่งครัด โดยหน่วยงานตรงที่ได้รับการรับรองให้ตรวจสอบด้านความปลอดภัยของอาหารโดยเฉพาะ ซึ่ง GMP นี้ เป็นระบบที่ใช้สำหรับตรวจสอบร้านอาหารและภัตตาคารตามมาตรฐานระดับโลก ว่าจะต้องมีความสะอาด ปลอดภัย ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ตั้งแต่ขั้นตอนการปรุงแต่ง ระบบขนส่งอาหาร ความสะอาดของพนักงานและอุปกรณ์เครื่องใช้ ทุกอย่างก่อนที่จะนำเสิร์ฟถึงมือผู้บริโภคจะต้องสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานในระดับสากล ซึ่งระบบดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างละเอียดและเข้มข้น               และแน่นอนการที่ร้านอาหารใดได้รับการรับรอง GMP จึงเป็นเสมือนเครื่องการันตีให้เรามั่นใจได้เลยว่า อาหารในร้านนั้นมีความปลอดภัยสูง ถือเป็นตัวช่วยชั้นดี สร้างความอุ่นใจในการไปใช้บริการที่ร้านนั้นได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะพาคนในครอบครัวหรือคนที่รักไปรับประทาน ปลอดภัยเหมือนกับทำเองที่บ้าน ดังนั้น คราวหน้าหากต้องเลือกรับประทานอาหารนอกบ้านทั้งที นอกจากรสชาติอร่อยแล้ว อย่าลืมสังเกตสัญลักษณ์ GMP หน้าร้านด้วย  

 2,171
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 62

สธ.เปิดสถิติ 4 ปี รถพยาบาลเกิดอุบัติเหตุ 110 ครั้ง ดับ-เจ็บ 318 ราย

กระทรวงสาธารณสุขย้ำการทำหัตถการบนระต้องจอดรถในที่ปลอดภัย พร้อมย้ำ การส่งต่อผู้ป่วยต้องเน้นมาตรฐานเป็นสำคัญ    (19 เม.ย.62) นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง สถานการณ์ของรถพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขขณะปฏิบัติการนำส่งผู้ป่วย โดยจากการสำรวจพบว่าปัญหาอุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากการขับรถเร็ว การฝ่าสัญญาณไฟจราจร และการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย โดยจากข้อมูลในปี 2559-2562 พบว่า มีรถพยาบาลเกิดอุบัติเหตุ 110 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 318 ราย เป็นพยาบาลและบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 129 ราย เสียชีวิต 4 ราย พิการ 2 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยบาดเจ็บ 58 ราย เสียชีวิต 3 ราย และคู่กรณีเสียชีวิต 14 ราย โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่ เกิดขึ้นขณะส่งต่อผู้ป่วย ซึ่ง   กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนด มาตรการป้องกันและแก้ไข ปัญหาจากการเกิดอุบัติเหตุรถพยาบาล โดยเน้นย้ำให้รถพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและมาตรฐานในการรักษาพยาบาล พร้อมย้ำการทำหัตถการบนรถพยาบาลต้องจอดรถในที่ที่มีความปลอดภัย ก่อนลงมือทำหัตถการ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนกรณีวิกฤต นาทีชีวิต หากมีความจำเป็นขอให้อิงพระราชบัญญัติการจราจรทางบกพศ 2522 มาตราที่ 74    ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุขในระหว่างการส่งต่อสถานพยาบาล โดยได้ทำประกันให้กับรถพยาบาลทุกคันในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้ความคุ้มครองชีวิต ของผู้ที่อยู่บนรถพยาบาล 7 ราย รายละ 2 ล้านบาท ซึ่งจะเป็น การช่วยเยียวยาในกรณีเกิดอุบัติเหตุ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,532
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ค. 61

'ทีมหมูป่าเอ็นดูโร่' บนครูบาเจ้าศรีวิชัยขอเปิดทางถ้ำหลวง ช่วย 13 ชีวิต พร้อมบวช 7 วัน หากทุกคนออกมาปลอดภัย

ทีมหมูป่าเอ็นดูโร่เชียงใหม่ กลุ่มขับขี่จักรยานยนต์วิบาก บนครูบาขอเปิดทาง เตรียมบวช 7 วัน หากทุกคนออกมาปลอดภัย   กำลังใจจากคนไทยทั่วทั้งประเทศยังคงถูกส่งไปถึง เด็กๆทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่และโค้ชทั้ง 13 ชีวิตที่ยังคงติดอยู่ในถ้ำขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยระดมกำลังค้นหาตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไม่ลดละ    ล่าสุดสมาชิกทีมหมูป่าเอ็นดูโร่ ทีมนักบิดจักรยานยนต์วิบากชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ รวมตัวกันเข้ากราบขอพรอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ขอให้น้องๆ และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย   ขณะที่นายอรรถวิทย์ วดีศิริศักดิ์ หัวหน้าทีมหมูป่าเอ็นดูโร่ เป็นตัวแทนของทีม นำพวงมาลัยบนไว้กับครูบาเจ้าศรีวิชัย หากทั้ง 13 ชีวิต ออกมาได้อย่างปลอดภัย จะบวชแก้บนและอุทิศบุญกุศลให้กับเจ้าแม่นางนอนเป็นเวลา 7 วัน ทันที   นายอรรถวิทย์ บอกว่าติดตามข่าวมาตั้งแต่วันแรก แม้จะไม่รู้จักกัน แต่ก็รู้สึกเป็นห่วง ยิ่งมีชื่อทีมหมูป่าเหมือนกันทำให้รู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่จะระดมค้นหาอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่เจอ จึงมาบนบานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวภาคเหนือให้ความเคารพศรัทธา ช่วยดลบันดาลเปิดทางให้ทุกคนออกมาโดยเร็วและปลอดภัย และ หากทุกคนออกมาได้ทีมหมูป่าก็จะรวมตัวกันขี่จักรยานยนต์ข้ามจังหวัดไปเยี่ยมน้อง ๆ ถึงบ้าน    สำหรับทีมหมูป่าเอ็นดูโร่เชียงใหม่ นอกจากขี่จักรยานยนต์เอ็นดูโร่เพื่อสันทนาการ ที่ผ่านมายังจัดกิจกรรมเพื่อการกุศลและใช้ประสบการณ์ความชำนาญเข้าช่วยเหลือ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,602
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 61

คุมเข้มสงกรานต์วันแรก! คสช.เผยพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการปลอดภัย ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ 3,339 ราย ยึดรถ146 คัน

คสช. เผย วันแรกเทศกาลสงกรานต์ พบผู้ฝ่าฝืนมาตรการปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” 3,339 ราย ยึดรถแล้ว 146 คัน ขอผู้ใช้เส้นทางปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย   พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เปิดเผย สถิติตามมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ในวันแรกเทศกาลสงกรานต์ 11 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 3,339 ราย แยกเป็นในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 1,864 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 105 คัน ยึดใบขับขี่ 356 ใบ และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 1,457 คน    สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 1,475 ครั้ง ยึดรถยนต์ 41 คัน เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 82 ใบ ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,259 คน   ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพการจราจรวันแรกของการเดินทางช่วงสงกรานต์นี้ พบว่าประชาชนใช้เส้นทางได้อย่างคล่องตัว ความคับคั่งของยานพาหนะมีเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามแก้ปัญหาการจราจรที่ชะลอตัวหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมาะสมและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตามขอให้ผู้ใช้เส้นทางได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังเน้นออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกและได้เดินทางตามกำหนด

 2,421
ครอบครัวบันเทิง
28 มี.ค. 61

'โป๊ป' นำทีมแก๊งบุพเพสันนิวาส รณรงค์ 'สงกรานต์เดินทางปลอดภัยนะ...ออเจ้า' ไม่โกรธแฟนคลับรุมทึ้ง ห่วงกลัวเบียดกันแล้วเป็นอันตราย

ทีมนักแสดงละครบุพเพนิวาส นำโดย ท่านขุนโป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ พร้อมด้วย ปั้นจั่น ปรมะ, ปราง กัญญ์ณรัณ, ซูซี่สุษิรา, นุ่น รมิดา, ก็อต จิรายุ, เอิร์ธ-วิศววิท  ได้ร่วมแถลงข่าวเปิดโครงการ 'สงกรานต์เดินทางปลอดภัยนะ...ออเจ้า' รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์ ที่กรมการขนส่งทางบก ภายใต้แนวคิด “Safe Drive Safe Lives ปลอดภัยทุกชีวิต ขับรถเป็นมิตรผู้ร่วมทาง”   ด้านโป๊ป เผยว่า สงกรานต์นี้จะไปเข้าวัด ทำบุญกับครอบครัว พร้อมแจงคลิปแฟนคลับรุมทึ้งรถ และขว้างปาสิ่งของใส่รถ ยันส่วนตัวเข้าใจทุกคน และไม่โกรธ เข้าใจว่าอยากเจอ ช่วงนี้อาจจะเข้าถึงยากกว่าเมื่อก่อน จึงเห็นใจและเป็นห่วงแฟนคลับที่อาจได้รับอันตราย ซึ่งถ้าสมมติทุกคนไม่กรูเข้ามา ผมก็จะเข้าไปหาทุกคนได้ง่ายกว่านี้ ส่วนตัวเองมีการ์ดคอยดูแลความปลอดภัย ทำให้ไม่เป็นอะไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9xZsj-0Fde0

 5,087
สังคม-อาชญากรรม
28 มี.ค. 61

คุมเข้มสงกรานต์ อนุโลมนั่งท้ายกระบะ สายหื่นชอบลวนลามระวังโดนโทษหนัก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คุมเข้มบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 61 เน้นตรวจรถโดยสาร การจำหน่ายสุรา โดยยังคงอนุโลมนั่งท้ายรถกระบะ แต่ต้องปลอดภัย   พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือสั่งการถึงทุกหน่วย ให้เริ่มปฏิบัติการได้ทันที 4 มาตรการหลัก เพื่อรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยเน้นอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงวันหยุดยาว   พร้อมประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอคืนผิวจราจรให้มากที่สุด และยังคงอนุโลมให้นั่งท้ายรถกระบะ แต่หากมีพฤติกรรมที่ส่อให้เกิดอันตราย ตำรวจจะใช้ดุลพินิจในการตักเตือน หรือดำเนินคดี รวมถึง การตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท โดยจะสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ขับรถโดยสาร หากพบจะถูกดำเนินคดีทั้งผู้ขับรถ และเจ้าของรถ   และปีนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นพิเศษ หากพบมีการจำหน่ายให้กับบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือจำหน่ายในที่ห้าม หรือเมาแล้วขับจะมีการยึดรถ และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด   นอกจากนี้ผู้มีพฤติกรรมชอบลวนลาม ลามกอนาจารผู้อื่น ระวังโทษหนักจำคุก 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V41NSjGAhrE  

 7,139
สังคม-อาชญากรรม
28 มี.ค. 61

ตร.งัดมาตรการ '1ร 2ส 3ข 4ม' เตือนใจขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ในฐานะโฆษก ตร. แถลงมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การให้บริการและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการเดินทางของประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561   งัดใช้มาตรการ '1ร 2ส 3ข 4ม' ประกอบด้วย   1 ร คือห้ามขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด 2 ส คือ ห้ามขับรถย้อนศร และฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 3 ข คือ ห้ามขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่ และแซงในที่คับขัน และ 4 ม คือห้ามเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย รถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย และไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jCVKVVY0F0E    

 3,567
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 61

เฮ! ครม.อนุมัติแล้ว เพิ่มวันหยุดสงกรานต์ 5 วัน ตั้งแต่ 12-16 เม.ย.นี้

นายกรัฐมนตรี เผย ครม.อนุมัติวันหยุดเพิ่มช่วงสงกรานต์ 5 วัน 12-16 เม.ย.นี้ ย้ำขับรถปลอดภัยอยู่ที่ผู้ขับ ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เปิดเผยถึงมติที่ประชุมครม. ให้วันพฤหัสบดีที่ 12 เม.ย. 2561 เป็นวันหยุดเพิ่มเติมกรณีพิเศษ จึงทำให้วันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีทั้งหมด 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-16 เม.ย. ว่า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงการจัดการด้านการจราจร คมนาคม ที่ปีนี้รัฐบาลยังเน้นย้ำลดการสูญเสีย อุบัติเหตุเป็นศูนย์ และรัฐบาลไม่อยากตั้งเป้าผู้เสียชีวิตเหมือนในอดีต แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดโดยเน้นย้ำผู้ขับรถโดยสารสาธารณะให้มีความพร้อม   ทั้งนี้ อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ขับขี่เอง ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถึงจะมีพระ แต่หากขับรถเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พระก็ไม่อยู่แล้ว  

 39,183
ข่าวภูมิภาค
15 ม.ค. 61

2 นทท.ต่างชาติซาบซึ้ง กู้ภัยสุราษฎร์ฯเข้าช่วยปลอดภัย หลังเดินพลัดหลงป่า น้ำตกเกาะสมุย

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุระทึกกลางดึก นักท่องเที่ยวต่างชาติชายหญิง ชาวสเปนและบราซิลเดินเที่ยวบนน้ำตกหน้าเมือง 2 ของเกาะสมุยเพลินจนมืดค่ำ หาทางกลับไม่ได้ ก่อนใช้โทรศัพท์มือถือส่งโลเคชั่นขอความช่วยเหลือ จากเจ้าของบังกะโล พร้อมประสานงานหน่วยกู้ภัย ตำรวจ ระดมค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะสภาพพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวหลงนั้นเป็นภูเขาสูงชันบริเวณน้ำตกหน้าเมือง 2 ประกอบกับสภาพอากาศที่มืดมิด   จนท.ต้องกระจายกำลังออกค้นหาด้วยการเดินเท้า และใช้วิธีตะโกน ส่งเสียงดัง หลังจากตะโกนเรียกไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ชุดค้นหา  โดยได้มีเสียงตะโกนตอบรับกลับมา จากนักท่องเที่ยวทั้งสอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งเดินเท้าเข้าช่วยเหลือ ก่อนพบตัวนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรย เนื่องจากขาดน้ำและอาหาร จึงทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำตัวลงจากภูเขา ก่อนนำน้ำและเครื่องดื่มรสชาติหวานให้สองนักท่องเที่ยวได้ดื่มแก้อาการอ่อนเพลีย ทั้งนี้ หลังจากที่นักท่องเที่ยวทั้งสองออกมาได้ ก็ได้แสดงความขอบคุณ เจ้าหน้าที่ชุดค้นหา ในการทุ่มเทการทำงานจนพบตัว ทำให้มีความประทับใจอย่างมาก พร้อมกล่าวชื่นชมว่าทีมกู้ภัยชุดค้นหาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zf6-9jMKZJg    

 5,470
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 60

มท.1 เปิดศูนย์ 7 วันอันตรายปี 61 คุมเข้มจับตรวจเมาแล้วขับ

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 พร้อมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ประชาชนเดินทางอย่างระมัดระวัง และมอบหมาย ศปถ. ทำงานบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเต็มกำลัง โดยรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 - 3 มกราคม 2561   ลดปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านคน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ ขับรถเร็ว เมาแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพิ่มความเข้ม ในการจัดตั้งจุดตรวจด่านชุมชนจุดสกัดและจุดบริการทั้งเส้นทางสายหลัก และสายรอง ควบคู่กับการบริหารจัดการจราจร เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาเดินทาง   โดยช่วงต้นจะเน้นดูแลถนนสายหลักที่ออกสู่ภูมิภาคต่างๆ ช่วงกลางจะเน้นดูแลถนนสายรอง เส้นทางมุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตำบล หมู่บ้าน ขณะช่วงท้ายจะเน้นดูแลถนนสายหลัก ที่มุ่งสู่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใหญ่ในภูมิภาค รวมถึงตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ ความพร้อมของพนักงานขับรถ และเฝ้าระวังจุดเสี่ยง อาทิ จุดตัดทางรถไฟ จุดกลับรถ ทางร่วม ทางแยก พื้นที่ก่อสร้าง ไฟส่องสว่าง และยังจะมีมาตรการยึดรถเหมือนเดิม ทั้งนี้ พลเอกอนุพงษ์ ยืนยันว่า ตำรวจมีความพร้อมในการเตรียมกล้องตรวจจับความเร็วทั่วทุกพื้นที่เท่าที่มี แต่ยอมรับว่า ขณะนี้ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ คาดว่าจะต้องมีการจัดซื้อเพิ่มเติมในอนาคต   นอกจากนี้ ยังดูแลความปลอดภัยของเส้นทางสัญจรทางน้ำ เรือโดยสาร ท่าเทียบเรือ และความพร้อมของอุปกรณ์นิรภัย ตลอดจนเตรียมพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อแจ้งเหตุ และส่งต่อผู้บาดเจ็บให้เป็นไปตามความรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ จึงขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามหลัก 4 ห้าม 2 ต้อง ได้แก่ ห้ามเร็ว ห้ามเมา ห้ามโทร ห้ามง่วง ต้องสวมหมวกนิรภัย และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย   สำหรับในปีนี้ไม่ได้มีการตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เนื่องจากหลักการดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับของมาตรฐานสากล แต่จะตั้งเป้าไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมอวยพรปีใหม่ประชาชน โดยกล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ดี เป็นมงคลต่อชีวิต จึงอยากให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมที่ดี เช่น การเข้าวัด สวดมนต์ข้ามปี งดการดื่มสุรา   ทั้งนี้ ในปีที่แล้ว สถิติรวม 7 วันอันตราย พบว่า มีการเกิดอุบัติเหตุ 3,919 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 478 ราย บาดเจ็บ 4,128 คน โดยจ.ชลบุรี มียอดผู้เสียชีวิตสูงสุด 33 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เมาแล้วขับ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QkNTileURRU

 4,636
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
28 ธ.ค. 60

แนะนำเส้นทางเลือกช่วงเทศกาลปีใหม่ 61 “เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง”

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่จะถึงนี้ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 60 – 2 ม.ค. 61 คาดว่าจะมีประชาชนใช้บริการทางหลวงสายหลักเป็นจำนวนมาก เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าว กรมทางหลวงจึงได้แนะนำเส้นทางเลือกในการเดินทางสู่จังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยได้บูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ“เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง” เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้ง เป็นข้อมูลในการศึกษาเส้นทางซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดและลดระยะเวลาในการเดินทาง เส้นทางเลือกเทศกาลปีใหม่ 2561   กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ   เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป รังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.อยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์   เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณฯ) – จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณฯ – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์   เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก     กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)   เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 205) – อ.ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256) – อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148)– อ.ขามทะเลสอ (ทางหลวงหมายเลข 2068) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา   เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา   เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051, 33) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา   เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา   กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก   เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือมอเตอร์เวย์)   เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท   เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป อ.พนัสนิคม – จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304)   กรุงเทพฯ – ภาคใต้   ส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์   เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์   เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า – นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี –จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์            ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด และปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน คำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่าง การเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) ศูนย์บริการข้อมูลทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง)   ขอบคุณข้อมูลจาก กรมทางหลวง

 8,177
การเมืองเข้มข้น
28 ธ.ค. 60

'ประวิตร' ห่วงความปลอดภัย ปชช.ช่วงปีใหม่ สั่งทุกหน่วยดูแลเต็มที่

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่าได้มีการสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในเรื่องทำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้ประชาชนได้เที่ยวอย่างสนุกและปลอดภัย   พร้อมยอมรับว่า มีความห่วงใยอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการใช้รถใช้ถนน เพื่อให้ประชาชนกลับบ้านโดยปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้รัฐบาลเป็นห่วงประชาชนที่ออกไปท่องเที่ยวและเดินทางกลับภูมิลำเนาให้เดินทางอย่างปลอดภัย และกลับมาทำงานได้อย่างปกติเรียบร้อย พร้อมขอให้ประชาชนทุกคนแข็งแรงทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป โดยส่วนตัวไม่ต้องการอะไรในช่วงปีใหม่นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Akbl-FCtu5s  

 8,039
การเมืองเข้มข้น
27 ธ.ค. 60

'ประวิตร' ห่วง ความปลอดภัยปชช. ช่วงปีใหม่ สั่งทุกหน่วยดูแลเต็มที่

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นห่วงความปลอดภัยประชาชนในช่วงปีใหม่ พร้อมสั่งการทุกหน่วยดูแลสถานการณ์อย่างเต็มที่   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่าได้มีการสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในเรื่องทำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้ประชาชนได้เที่ยวอย่างสนุกและปลอดภัย   พร้อมยอมรับว่า มีความห่วงใยอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการใช้รถใช้ถนน เพื่อให้ประชาชนกลับบ้านโดยปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้รัฐบาลเป็นห่วงประชาชนที่ออกไปท่องเที่ยวและเดินทางกลับภูมิลำเนาให้เดินทางอย่างปลอดภัย และกลับมาทำงานได้อย่างปกติเรียบร้อยพร้อมขอให้ประชาชนทุกคนแข็งแรงทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป โดยส่วนตัวไม่ต้องการอะไรในช่วงปีใหม่นี้   พลเอกประวิตร ยังย้ำถึงการดูแลสถานการณ์ความสงบในช่วงปีใหม่ว่า มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ และกำชับในทุกหน่วยงานดูแลความปลอดภัยในสถานบันเทิง ทั้งนี้การข่าวยังไม่พบการเคลื่อนไหวเตรียมก่อความไม่สงบ ส่วนการป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2และกองทัพภาคที่3 ได้สั่งการให้กองกำลังทั้งตำรวจทหารและพลเรือน เพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบเข้ามาของยาเสพติดแล้ว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,065
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

เผยอาการน้องจูน เน็ตไอดอลสาว รปภ. ออกจากไอซียูแล้ว แพทย์ชี้ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด.

  เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข่าวที่น้องจูน นางสาววัลย์ลดา กันตพลจรัณธร หรือน้องจูน อายุ 21 ปี ที่เคยมีกระแสข่าวเป็นเน็ตไอดอลใช้เวลาในช่วงปิดเทอมทำงานพิเศษ เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต เพื่อเป็นการหารายได้เสริม แม้ฐานะทางบ้านจะดีก็ตาม    โดยน้องได้นั่งมากับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถ 18 ล้อ ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 7 พ.ย.60 เวลา 01.10 น. มี นายทัศน์พล นิลรุ่งรัตนา อายุ 20 ปี เป็นคนขับ บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนน้องจูนบาดเจ็บสาหัสต้องส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เข้าห้องไอซียู    เบื้องต้นอาการของน้องจูนปลอดภัย ได้ออกจากห้องไอซียูแล้ว เนื่องจากน้องได้รับแรงกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุที่บริเวณศีรษะ โดยขณะนี้ยังสื่อสารไม่ได้ แพทย์ยังต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด.   ข่าวที่เกี่ยวข้อง   </iframe</div>

 10,425
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ย. 60

ผบ.ตร.คุมเข้มความปลอดภัยวันลอยกระทง ยึดหลัก '3 ห้าม 3 ไม่ 3 ควร 3 ระวัง'

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ปล่อยแถวแสดงกำลังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวและกวาดล้างอาชญากรรมในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญช่วงเทศกาลลอยกระทง   พร้อมกำชับแนวนโยบายการรักษาความปลอดภัยตามมาตรการ 3 ห้าม 3 ควร 3 ไม่ 3 ระวัง   โดย 3 ห้าม คือห้ามยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันควร หากมีผู้ถึงแก่ความตายต้องระวังโทษจำคุก 10 ปี และห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่ หรือโดยสาร มีโทษปรับจำคุกไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท   3 ไม่ คือ 1. ไม่ควรแต่งกายล่อแหลมต่อวิชาชีพ 2. ไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเที่ยวงานตามลำพัง 3. ไม่ควรไปเที่ยวในสถานอโคจรมั่วสุม   3 ควร คือ 1.ควรระมัดระวังการใช้บริการโป๊ะถ้าเทียบเรือโดยเฉพาะในที่ที่มีคนมากๆ 2.ควรกำชับบุตรหลานให้ระมัดระวังการถูกหลอกไปในทางมิชอบ 3.ควรรื่นเริงบนพื้นฐานของการสืบสานประเพณีไทย   และ 3 ระวัง 1.ระวังถูกล้วงกระเป๋า 2 ระวังถูกหลอกลวงพาไปล่วงละเมิดทางเพศและ 3.ระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นเช่นเด็กตกน้ำ นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือสถานบริการโรงแรมต่างๆ ห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าไปใช้บริการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lNsXLW38ZLM      

 9,172

Top