ค้นหา :

ผลการค้นหา "หมายจับ"

อาชญากรรม
05 ม.ค. 63

ศาลอนุมัติหมายจับ ‘เสี่ยเบนซ์’ บุกยิงแฟนเก่าคู่หมั้นสาว

สุราษฎร์ธานี-ความคืบหน้านายปรมินทร์ (เจมส์) ทิพย์ประทุม อายุ 29 ปี อดีตเจ้าของร้านตกแต่งรถเจ-โน ออโต้แม็กซ์แอนด์เซอร์วิส ถูกคนร้ายขับรถเก๋งเบนซ์สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ใช้อาวุธปืน 9 มม.ยิงเสียชีวิตที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีฟเลเว่น ถ.โฉลกรัฐ 21 หมู่ 1 ต.บางกุ้ง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 4 มกราคม 2563   ล่าสุด ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกอนุมัติหมายจับนายอภิสิทธิ์ เนียมมูสิก อายุ 26 ปี และคู่หมั้น น.ส.อโนทัย วรกุล อายุ 30 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจนตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ตามที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีเสนอ   ทั้งนี้ หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานได้แน่ชัด ว่านายอภิสิทธิ์ เป็นผู้ก่อเหตุ โดยขับรถเก๋งเบนซ์ สีขาว ตามหลังรถรถยนต์อเนกประสงค์ฟอร์ด ที่มีนาย      ปรมินทร์ เป็นคนขับ มี น.ส.อโนทัย นั่งคู่มาจอดแวะซื้อของที่หน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาถนนโฉลกรัฐ ก่อนถึงบ้านของนายปรมินทร์ ไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งภายในรถมีตะกร้าเสื้อผ้าผู้หญิง และถุงบรรจุเสื้อผ้าเครื่องสำอางของใช้ผู้หญิงจำนวนมาก   จากการสืบสวนพบว่า นายอภิสิทธิ์ ขับรถเบนซ์ตามหลังเข้ามาจอดต่อท้ายรถนายปรมินทร์ แล้วรอที่มุมหัวรถนายอภิสิทธิ์ ประมาณ 3-4 นาที เมื่อเห็นนายปรมินทร์ เดินออกจากร้านสะดวกซื้อจึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ทันที 3 นัด จนนายปรมินทร์ล้มลง และยิงใส่ล้อยางหลังด้านขวาอีก 1 นัด จึงขึ้นขับรถเบนซ์หลบหนีไปทางสี่แยกสวนหลวง และสี่แยกกำนันทร   บ่ายวันเดียวกันที่ศาลา 2 วัดโพธิ์นิมิต ต.บางกุ้ง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ทางญาติได้จัดรดน้ำศพนายปรมินทร์ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียชีวิตของครอบครัวและญาติ ๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากนายปรมินทร์อายุยังน้อย และช่วยดูแลครอบครัวตลอดมา   รายงานข่าวแจ้งว่า นายปรมินทร์ ผู้เสียชีวิตเคยคบหากับ น.ส.อโนทัย เพื่อนสาวคนสนิทประมาณ 4 ปี และร่วมทำธุรกิจเปิดร้านตกแต่งรถยนต์ในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี แต่ได้แยกทางกันและให้เซ้งกิจการไปเมื่อช่วงเดือน ก.ค.62 โดยนายอภิสิทธิ์ ซึ่งทำธุรกิจรับเหมารถบรรทุกได้หมั้นกับ น.ส.อโนทัย เมื่อเดือน ต.ค.62 ที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/7rol3J8DU4A      

 447
สังคม
14 ธ.ค. 62

ออกหมายจับแฟนเก่าหึงโหด คว้ามีดแทงคออดีตแฟนสาวคาที่ทำงาน

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้โพสต์ร้องเรียนให้ช่วยติดตามคนร้ายเป็นชาย หลังใช้มีดแทงผู้หญิงในโรงงานแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี จนได้รับบาดเจ็บ และหลบหนีไป ล่าสุดตำรวจออกหมายจับแล้ว   โดยผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ น.ส.ศศิวิมล มุทาพร อายุ 21 ปี ถูกอาวุธมีดทำครัวปลายแหลม แทงเข้าที่บริเวณต้นคอและไหปลาร้าจนมีดงอ โชคดีที่บาดแผลไม่ถูกจุดสำคัญ และล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว พร้อมให้ข้อมูลกับตำรวจ สภ.บ่อวินว่า ผู้ก่อเหตุชื่อ นายศรัญญู แซ่ตัน อายุ 25 ปี เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ และเป็นอดีตแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปแล้ว   โดยเคยคบหาดูใจกัน และอยู่ด้วยกันนานกว่า 3 ปี ก่อนจะเลิกรากันได้ประมาณเดือนครึ่ง แต่ทั้งคู่ยังทำงานที่เดียวกัน และฝ่ายชายทราบว่า มีผู้ชายมาติดพันแฟนเก่า จึงออกอาการหึงหวง จนกระทั่งเข้ามาทำงานกะเดียวตรงกับอดีตแฟนสาว เมื่อสบโอกาสจึงได้นำมีดที่ติดตัวมาเข้าแทงอดีตแฟนสาวถึง 2 แผล ก่อนที่จะทิ้งมีดไว้ แล้วรีบหลบหนีไป ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนร่วมงานที่กำลังทำงานกันอยู่   เบื้องต้นตำรวจได้เชิญญาติของ น.ส.ศศิวิมล มาสอบปากคำเพิ่มเติม และได้ขอหมายจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/CFHGQwdvuf4  

 13,190
การเมือง
12 ธ.ค. 62

ตำรวจหอบหมายจับบุกสภา รอจับ 'ส.ส.ไวพจน์' คดีล้มประชุมอาเซียน

พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก. สน.บางโพ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพ นำหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา มายื่นขออนุญาตประธานสภาฯ จับกุม พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ กรณีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา   พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ อนุญาตให้เตรียมจับกุมตัว พ.ต.ท.ไวพจน์ตามหมายจับศาลได้แล้ว ต้องรอว่า พ.ต.ท.ไวพจน์จะเข้าร่วมประชุมสภาฯหรือไม่ ขณะที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า ตำรวจ สน.บางโพ เข้ามาพื้นที่รัฐสภา วันที่ 11 ธ.ค. เป็นวันแรก หากพบตัว พ.ต.ท.ไวพจน์ ในสภาฯ สามารถจับกุมตัวได้ทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6AR7cbZJIk0  

 1,364
การเมือง
05 ธ.ค. 62

'ไวพจน์' โผล่สภาฯ บอกไม่กังวลเรื่องหมายจับ เตรียมฟังคำพิพากษาปีหน้า

การประชุมสภาฯ ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พปชร. ที่ถูกศาลออกหมายจับ ให้มาฟังคำพิพากษา ในคดีที่เป็นแกนนำ นปช.ล้มประชุมอาเซียน เมื่อปี 2552 ได้เดินทางเข้าประชุมสภาฯ   โดย พ.ต.ท.ไวพจน์ พูดสั้นๆกับนักข่าวว่า ไม่กังวลที่มีหมายจับ และจะปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ต่อไป ไม่หลบซ่อนตัว เข้าที่ออกหมายจับ เพราะให้ไปฟังคำพิพากษาเท่านั้น เดี๋ยวจะเดินทางไปฟัง 15 ม.ค.ปีหน้า   ขณะที่ประธานสภาฯ นายชวน หลักภัย ถูกถามเรื่อง พ.ต.ท.ไวพจน์ นั้น นายชวน ยืนยันชัดเจนว่า กรณีนี้ไม่มีเอกสทิธิ์คุ้มครอง เนื่องจากตามกฎหมาย จะให้การคุ้มครองต่อเมื่อ การดำเนินคดีของ ส.ส.ดังกล่าวยังอยู่ในชั้นการสอบสวน แต่กรณีพลตำรวจโทไวพจน์ ได้พ้นขั้นตอนดังกล่าวมาแล้ว กระบวนการต่อไปจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการ ซึ่งหากพบเจ้าตัวก็สามารถจับกุมได้ทันที      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Y1D9E4yKOE

 1,327
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ / นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ใน 6 ความผิด   1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย   4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่จะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป                  โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันนี้ (12 พ.ย.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป พร้อมกล่าวขณะรอรับมอบนโยบายด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง จากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี   โดยนายชัยวัฒน์ ระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าว ที่ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพแศษ หรือ ดีเอสไอ จะขออนุมัติออกหมายจับตนเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบิลลี่ เพราะยังไม่เห็นเอกสารว่ามีการขอหมายจับจากศาลจริงหรือไม่ หรือหากออกหมายจับจริง ก็ยังไม่รู้ว่ามีชื่อตนเองหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงข่าวจากสื่อมวลชน   ขณะนี้ตนเองยังคงทำงานและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หนีไปไหน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งสามารถติดตามตัวได้ ตอนนี้ไม่กังวลหรือหนักใจใดๆ หากดีเอสไอจะออกหมายจับตนเองจริง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยได้รับรายงานแล้ว ชัยวัฒน์ ถูก ดีเอสไอ ออกหมายจับกับพวกคดีบิลลี่ โดยกล่าวสั้นๆว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้กับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับตน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WQ96Vf3ygGs

 1,138
สังคม
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ / นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ใน 6 ความผิด   1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย   4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่จะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป                  โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันนี้ (12 พ.ย.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป พร้อมกล่าวขณะรอรับมอบนโยบายด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง จากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี   โดยนายชัยวัฒน์ ระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าว ที่ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพแศษ หรือ ดีเอสไอ จะขออนุมัติออกหมายจับตนเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบิลลี่ เพราะยังไม่เห็นเอกสารว่ามีการขอหมายจับจากศาลจริงหรือไม่ หรือหากออกหมายจับจริง ก็ยังไม่รู้ว่ามีชื่อตนเองหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงข่าวจากสื่อมวลชน   ขณะนี้ตนเองยังคงทำงานและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หนีไปไหน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งสามารถติดตามตัวได้ ตอนนี้ไม่กังวลหรือหนักใจใดๆ หากดีเอสไอจะออกหมายจับตนเองจริง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยได้รับรายงานแล้ว ชัยวัฒน์ ถูก ดีเอสไอ ออกหมายจับกับพวกคดีบิลลี่ โดยกล่าวสั้นๆว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้กับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับตน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WQ96Vf3ygGs

 1,138
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

จับเพิ่มรายที่ 8 คนสนิท 'แม่มณี' หนีกบดานนครสวรรค์ ซุกมือถือ 16 เครื่อง

ตำรวจ สภ.อุดรธานี นำกำลังจับกุม น.ส.นิตยา หรือโบว์ พินนอก อายุ 27 ปี ชาว ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นคนสนิทของ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปีหรือเดียร์ ท้าวแชร์แม่มณีชื่อดัง ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลาง จ.อุดรธานีไปแล้ว   โดยเจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.นิตยา ได้ที่โรงแรมโรงแรมดีกรีน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตามหมายศาลจังหวัดอุดรธานี ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พร้อมกับตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 16 เครื่อง รถยนต์เก๋งยี่ห้อเอ็มจี ZS สีขาว   จากการสอบสวน น.ส.นิตยา ให้การปฎิเสธเป็นคนร่วมขบวนการแชร์แม่มณี โดยอ้างว่า ตนรู้จักและสนิทสนมกับน.ส.วันทนีย์ ท้าวแชร์แม่มณีจริงและรู้จักมานานแล้ว จนได้รับความไว้วางใจจากแม่มณีให้เป็นคนเลี้ยงลูกสาววัย 2 ขวบ   นอกจากนี้แม่มณียังสั่งให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคาร แล้วโอนเงินผ่านบัญชีของตน แต่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยในการโกงแชร์ด้วย โดยตนเป็นแฟน น.ส.วิไลวรรณ หงษ์ประชาทรัพย์ อายุ 25 ปี สาวหล่อคนสนิทแม่มณีที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ นอกจากจะเป็นลูกจ้างของแม่มณี มีหน้าที่ทำธุรกรรมการเงินให้ ซึ่งตนยังเป็นลูกแชร์แม่มณีด้วย และยังได้ตั้งตนเป็นแม่ข่ายชักชวนคนมาเล่นแชร์ด้วย ซึ่งตนจะมีลูกแชร์ประมาณ 30-40 คน จะหักดอกเบี้ยเอาไว้ 60-70%    ส่วนโทรศัพท์มือถือ 16 เครื่องที่ยึดมาได้นั้น เป็นมือถือที่แม่มณีให้พวกตนที่ทำงานอยู่ในสำนักงานไปซื้อ เพื่อนำมาใช้สำหรับโอนเงินให้ลูกแชร์ตามคำสั่งของแม่มณี แบบโมบายแบงก์กิ้ง และจะเก็บไว้ที่สำนักงานตลอด ต่อมาหลังจากแม่มณีและสามีหลบหนี ตนได้เข้าไปเก็บโทรศัพท์มือถือทั้งหมดหลบหนีไป โดยเบิกเอาเงินในบัญชีไปซื้อรถยนต์ เอ็มจี เงินสด ราคา 7 แสนบาท ขับหลบหนีมาที่ จ.นครสวรรค์ กระทั่งมาถูกจับดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b6YORyTFn20

 1,377
สังคม
11 พ.ย. 62

จับเพิ่มรายที่ 8 คนสนิท 'แม่มณี' หนีกบดานนครสวรรค์ ซุกมือถือ 16 เครื่อง

ตำรวจ สภ.อุดรธานี นำกำลังจับกุม น.ส.นิตยา หรือโบว์ พินนอก อายุ 27 ปี ชาว ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นคนสนิทของ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปีหรือเดียร์ ท้าวแชร์แม่มณีชื่อดัง ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลาง จ.อุดรธานีไปแล้ว   โดยเจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.นิตยา ได้ที่โรงแรมโรงแรมดีกรีน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตามหมายศาลจังหวัดอุดรธานี ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พร้อมกับตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 16 เครื่อง รถยนต์เก๋งยี่ห้อเอ็มจี ZS สีขาว   จากการสอบสวน น.ส.นิตยา ให้การปฎิเสธเป็นคนร่วมขบวนการแชร์แม่มณี โดยอ้างว่า ตนรู้จักและสนิทสนมกับน.ส.วันทนีย์ ท้าวแชร์แม่มณีจริงและรู้จักมานานแล้ว จนได้รับความไว้วางใจจากแม่มณีให้เป็นคนเลี้ยงลูกสาววัย 2 ขวบ   นอกจากนี้แม่มณียังสั่งให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคาร แล้วโอนเงินผ่านบัญชีของตน แต่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยในการโกงแชร์ด้วย โดยตนเป็นแฟน น.ส.วิไลวรรณ หงษ์ประชาทรัพย์ อายุ 25 ปี สาวหล่อคนสนิทแม่มณีที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ นอกจากจะเป็นลูกจ้างของแม่มณี มีหน้าที่ทำธุรกรรมการเงินให้ ซึ่งตนยังเป็นลูกแชร์แม่มณีด้วย และยังได้ตั้งตนเป็นแม่ข่ายชักชวนคนมาเล่นแชร์ด้วย ซึ่งตนจะมีลูกแชร์ประมาณ 30-40 คน จะหักดอกเบี้ยเอาไว้ 60-70%    ส่วนโทรศัพท์มือถือ 16 เครื่องที่ยึดมาได้นั้น เป็นมือถือที่แม่มณีให้พวกตนที่ทำงานอยู่ในสำนักงานไปซื้อ เพื่อนำมาใช้สำหรับโอนเงินให้ลูกแชร์ตามคำสั่งของแม่มณี แบบโมบายแบงก์กิ้ง และจะเก็บไว้ที่สำนักงานตลอด ต่อมาหลังจากแม่มณีและสามีหลบหนี ตนได้เข้าไปเก็บโทรศัพท์มือถือทั้งหมดหลบหนีไป โดยเบิกเอาเงินในบัญชีไปซื้อรถยนต์ เอ็มจี เงินสด ราคา 7 แสนบาท ขับหลบหนีมาที่ จ.นครสวรรค์ กระทั่งมาถูกจับดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b6YORyTFn20

 1,377
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

แม่อ้างถูก 'แม่มณี' ใช้ให้เปิดบัญชี ตรวจเจอเงินหมุนเวียน 62 ล้าน ก่อนถูกถอนเหลือหมื่นเดียว

อุดรธานี-พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน นำหมายจับศาล จ.อุดรธานี เข้าทำการจับกุม น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 48 ปี แม่ของ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี ท้าวแชร์ชื่อดัง ภายในปั๊มน้ำมันซัสโก้ ตลาดบ้านห่วย ถ.อุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี   โดยขณะที่ พล.ต.ต.นันทชาติ กำลังอ่านหมายจับของศาล จ.อุดรธานี ให้ น.ส.ธวัลรัตน์ อยู่นั้น ปรากฎว่า น.ส.ธวัลรัตน์ มีอาการเครียดจัด จนเป็นลมล้มทั้งยืน ช็อคหมดสติ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่และนักข่าวจำนวนมาก โดยเบื้องต้น น.ส.ธวัลรัตน์กล่าวว่า ลูกสาวขอให้ช่วยเปิดบัญชี บอกว่าจะไปทำธุระ จึงยอมช่วยเหลือ แต่ไม่เกี่ยวข้องด้วย   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ต้องนำส่ง รพ.โรงพยาบาลเทศบาลนครอุดรธานี ตรวจพบน.ส.ธวัลรัตน์ ป่วยเป็นโรคความดันและแพทย์ได้วัดความดันสูงถึง 211 มล.ปรอท   ทางด้าน พล.ต.ต.นันทชาติ บอกว่า ปฏิบัติล่าเครือข่ายท้าวแชร์แม่มณีเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 1-2 คนภาย โดยก่อนหน้านี้จับมาได้แล้ว 6 คนรวม น.ส.ธวัลย์รัตน์ แม่ของแม่มณีล่าสุด   จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ธวัลรัตน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุขุมวิท นาเกลือ ก่อนวันที่ 24 ตุลาคม จำนวน 62,637,001 บาท และมีการเบิกถอนในวันที่ 17 ตุลาคม ครั้งแรก 60,589,175 บาท ครั้งที่สอง 1,635,000 บาท มียอดเงินคงเหลือในบัญชี 11,171 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ใช้หมุนเวียนในกิจการของ น.ส.วันทนีย์ นอกจากนี้ยังตามยึดรถโตโยต้า ยารีส 1 คัน เงินสด 6 แสน ที่ฝากไว้กับคนใกล้ชิด และจะติดตามทรัพย์สินของแม่มณีกลับมาให้ได้มากที่สุด   จากการตรวจสอบพบยอดรวมผู้เสียหายของแชร์แม่มณี 4,545 ราย ความเสียหาย ณ ขณะนี้ 1,419 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/aum4aEGRnCw  

 2,337
สังคม
08 พ.ย. 62

แม่อ้างถูก 'แม่มณี' ใช้ให้เปิดบัญชี ตรวจเจอเงินหมุนเวียน 62 ล้าน ก่อนถูกถอนเหลือหมื่นเดียว

อุดรธานี-พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน นำหมายจับศาล จ.อุดรธานี เข้าทำการจับกุม น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 48 ปี แม่ของ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี ท้าวแชร์ชื่อดัง ภายในปั๊มน้ำมันซัสโก้ ตลาดบ้านห่วย ถ.อุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี   โดยขณะที่ พล.ต.ต.นันทชาติ กำลังอ่านหมายจับของศาล จ.อุดรธานี ให้ น.ส.ธวัลรัตน์ อยู่นั้น ปรากฎว่า น.ส.ธวัลรัตน์ มีอาการเครียดจัด จนเป็นลมล้มทั้งยืน ช็อคหมดสติ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่และนักข่าวจำนวนมาก โดยเบื้องต้น น.ส.ธวัลรัตน์กล่าวว่า ลูกสาวขอให้ช่วยเปิดบัญชี บอกว่าจะไปทำธุระ จึงยอมช่วยเหลือ แต่ไม่เกี่ยวข้องด้วย   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ต้องนำส่ง รพ.โรงพยาบาลเทศบาลนครอุดรธานี ตรวจพบน.ส.ธวัลรัตน์ ป่วยเป็นโรคความดันและแพทย์ได้วัดความดันสูงถึง 211 มล.ปรอท   ทางด้าน พล.ต.ต.นันทชาติ บอกว่า ปฏิบัติล่าเครือข่ายท้าวแชร์แม่มณีเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 1-2 คนภาย โดยก่อนหน้านี้จับมาได้แล้ว 6 คนรวม น.ส.ธวัลย์รัตน์ แม่ของแม่มณีล่าสุด   จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ธวัลรัตน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุขุมวิท นาเกลือ ก่อนวันที่ 24 ตุลาคม จำนวน 62,637,001 บาท และมีการเบิกถอนในวันที่ 17 ตุลาคม ครั้งแรก 60,589,175 บาท ครั้งที่สอง 1,635,000 บาท มียอดเงินคงเหลือในบัญชี 11,171 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ใช้หมุนเวียนในกิจการของ น.ส.วันทนีย์ นอกจากนี้ยังตามยึดรถโตโยต้า ยารีส 1 คัน เงินสด 6 แสน ที่ฝากไว้กับคนใกล้ชิด และจะติดตามทรัพย์สินของแม่มณีกลับมาให้ได้มากที่สุด   จากการตรวจสอบพบยอดรวมผู้เสียหายของแชร์แม่มณี 4,545 ราย ความเสียหาย ณ ขณะนี้ 1,419 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/aum4aEGRnCw  

 2,337
อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

ออกหมายจับแล้ว 3 นักโทษ แหกคุกศาลพัทยา

   ออกหมายคดี 3 ผู้ต้องหาแหกศาลพัทยา   จากกรณี 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด 1.นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ ถูกสภ.บ่อวิน 2.นายบาส หรือบาร์ค อาเลน เฮลมัส สัญชาติอเมริกัน 3.น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์  เกิดเหตุแหกคุกห้องควบคุมตัวภายในศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี โดยใช้อาวุธมีดแทง ร.ต.อ.ธนะเมศฐ์ โพธิพันธ์ รอง สวป.สภ.สัตหีบ ช่วยราชการศาลจังหวัดพัทยา เข้าชายโครงซ้ายได้รับบาดเจ็บ ก่อนใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 4 นัด เพื่อเปิดทางขึ้นรถกระบะหลบหนีไป ภายในอาคารควบคุมตัวผู้ต้องหาศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อช่วงบ่าย 4 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าตัวทั้ง 3 คน     เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 5 พ.ย.62 พ.ต.อ.ฐนพงศ์โพธิ์ทิ รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 , ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ร่วมบูรณาการกำลังในการสืบสวนไล่ล่าติดตามตัว 3 นักโทษ ในส่วนการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคน ขึ้นไป โดยมีหรือใช้อาวุธปืน , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน โดยไม่มีเหตุอันควร ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร   สำหรับเส้นทางที่ใช้ในการหลบหนี จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางพบว่า 3 นักโทษ ขับรถกระบีอีซูซุ สีบอร์น ออกจากหน้าศาลจังหวัดพัทยา มุ่งหน้าผ่านแยกเทพประสิทธิ์ ไปเข้าถนนสาย 2 วิ่งออกไปทางชัยพฤกษ์ เพื่อข้ามไปถนนห้วยใหญ่ แล้ววิ่งถนนไปทางสัตหีบ ไปยังเขาไม้แก้ว ผ่านแยกเขาไม้แก้ว มุ่งหน้า อ.บ่อวิน ซึ่งเป็นจุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ ซึ่งจากเส้นทางนี้สามารถไปยัง จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว และจ.นครราชสีมา ทั้งนี้ หากจะออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านก็สามารถใช้เส้นทางนี้เพื่อไปยัง ด่านในพื้นที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป   - โดยเส้นทางการหลบหนีพบว่า 3 นักโทษใช้รถกระบะอีซูซุ สีบอร์น ออกจากหน้าศาลจังหวัดพัทยา มุ่งหน้าผ่านแยกเทพประสิทธิ์ ออกไปทางชัยพฤกษ์ ไปยังเขาไม้แก้ว มุ่งหน้าอำเภอบ่อวิน ซึ่งเป็นจุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ ซึ่งจากเส้นทางนี้ สามารถเดินทางไปยังจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และนครราชสีมา และจังหวัดจันทรบุรี เพื่อออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน - สำหรับนายบาร์ต อาเลน เฮลมัส สัญชาติอเมริกัน ซึ่งเป็นผู้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ศาล และ นางสาวสิรินภา วิเศษฤทธิ์ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ถูกตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จับกุมพร้อมของกลางไอซ์ เกือบ 1 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่ามีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้แก่บุคคลทั่วไปในพื้นที่เมืองพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียง - ผู้ต้องหาอีกรายคือนายหน่อย หรือต้น นิลเทศ ผู้ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่เจ้าหน้าที่ ถูกตำรวจ สภ.บ่อวิน จับกุมพร้อมของกลางยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ไอซ์ 542 กรัม เคตามีน 400 กรัม ยาอี 100 เม็ด เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยยึดทรัพย์สินเกือบ 3 ล้านบาท  และพบว่าเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษในคดียาเสพติด และมีหมายจับของศาลจังหวัดบัวใหญ่    ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ระบุว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้ส่งสัญญาณให้ผู้ต้องขัง 3 ราย ที่ใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อนหลบหนีการควบคุมตัวระหว่างนำตัวไปส่งศาลจังหวัดพัทยา โดยกำชับและสั่งการให้ เร่งสืบสวนไล่ล่า กดดัน และจับกุมผู้ต้องหา และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำ ชุดคลี่คลายคดี ต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เนื่องจาก คนร้ายมีอาวุธปืน และหากมีการต่อสู้ขัดขืน ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดได้ พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้ตำรวจศาลเพิ่มความเข้มงวด ในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมคาดโทษหากมีข้อบกพร่อง ปล่อยปละละเลย ทั้งนี้ ในส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนีหรือให้การสนับสนุน จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน จึงขอความร่วมมือ จากญาติและบุคคลใกล้ชิด หากพบตัวผู้ต้องหา ให้ช่วยเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ส่วนประชาชนทั่วไปที่พบเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ 1599 หรือ 038-420-804 ตลอด 24 ชม.

 375
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 62

เอาแน่!! ตร.จ่อยึดทรัพย์แม่มณีเพิ่ม เจ้าตัวขอเวลา 3 วัน ด้านผู้เสียหายเดินหน้าเอาผิดแม่ข่าย 'มะนาว' โดนด้วย

ผู้เสียหายยังคงเดินสายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแม่มณี ทั้งที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และดีเอสไอ ขณะที่ ตำรวจอุดรธานีออกหมายจับ แม่มณีและสามีแล้ว เจ้าตัวโผล่ร้องผ่านรายการโหนกระแส ขอเวลา 3 วันแจงทุกประเด็น   วันที่ 30 ต.ค. กลุ่มผู้เสียหายจากแชร์บ้านออมเงินแม่มณี เข้าร้องเรียนกับ นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ช่วยเร่งรัดคดีที่ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี หรือเดียร์ อายุ 28 ปี และ นาย เมธี ชิณภา อายุ 20 ปี 2 สามีภรรยา หลอกให้ลงทุนในแชร์ลูกโซ่ มีผู้เสียหายหลายร้อยคน มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ขณะนี้มีผู้เข้ามาร้องเรียนที่ดีเอสไอแล้ว 1,800 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 432 ล้านบาท คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ดีเอสไอจะประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ   สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เช่นเดียวกับที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ที่ถนนสาธร ก็มีผู้เสียหายทยอยเดินทางไปแจ้งความเช่นกัน พันตำรวจเอก ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับการ ปอศ. เปิดเผยถึงการติดตามตัว 2 ผู้ต้องหา ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเบาะแสที่ชัดเจนว่าทั้งคู่อยู่ที่ไหน ตามกระแสข่าวบอกว่าอยู่จังหวัดในภาคตะวันออก ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ รวมถึงที่บ้านที่ซอยนาคนิวาส และที่จังหวัดอุดรธานี แต่มั่นใจว่าทั้ง 2 คน หนีไปด้วยกัน ส่วนการสืบทรัพย์พบว่า มีบ้าน 2 หลัง คือ กรุงเทพและอุดรธานี รถยนต์ 2 คัน คือ เบ๊นซ์ และ BMW หลังจากนี้จะประสาน ปปง. ใช้กฎหมายฟอกเงินมาอายัดทรัพย์สิน และขณะนี้มูลค่าความเสียหายกว่า 64 ล้านบาทแล้ว   พ.ต.อ. ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ ล่าสุดที่จังหวัดสตูลผู้เสียหายราว 30 คน เข้าแจ้งความว่าตกเป็นผู้เสียหายแชร์แม่มณีเช่นกัน แต่เล่นผ่านแม่ข่ายในชื่อ "แชร์หยก" มีทั้งหมด 10 วง มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้ นางสาว วันทนีย์ หรือแม่มณี มีหมายจับแล้ว 2 แห่ง คือ ของ ปอศ. และ สภ.เมืองอุดรธานี ใน 3 ข้อหาเหมือนกัน คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน // ร่วมกันให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หากรวมมูลค่าความเสียหายทั้ง 3 แห่ง มูลค่าความเสียหาย กว่า 600 ล้านบาท   ส่วนกระแสข่าวว่า แม่มณี อาจจะหลบหนีออกไปที่กาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดได้รับการยืนยันจาก พันตำรวจเอก เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ยืนยันว่า ยังไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศของ นางสาว วันทนีย์ และ นาย เมธี แต่ได้ประสานความร่วมมือไปยัง พันตำรวจเอก เข้ม ซีตรา ผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ให้ตรวจสอบบุคคลตามหมายจับทั้ง 2 คนด้วย แต่ก็ยังไม่พบตัว    เมื่อตรวจสอบไปยังผู้จัดการบ่อนกาสิโนในฝั่งปอยเปต ทราบว่าขณะนี้คนไทยที่ทำงานในบ่อนกาสิโนหลายคนก็ตกเป็นเหยื่อ พยายามติดตามหาตัว 2 สามีภรรยาคู่นี้เช่นกัน ล่าสุด แม่มณี หรือ เดียร์ ติดต่อผ่านผู้สื่อข่าวช่อง 3 บอกว่า ขอเวลา 3-4 วัน รวบรวมพยานหลักฐานแล้วจะออกมาแถลงข่าว โดยยืนยันว่า ไม่ได้หนีไปไหน ยังอยู่ในไทย ขณะนี้กำลังปรึกษาทนายความเรื่องการถูกดำเนินคดี ส่วนที่สื่อมวลชนเสนอข่าวว่าเธอชักชวนดารานักแสดง หรือบุคคลสาธรณะให้มาลงทุน เธอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยเปิดรับตัวแทนหรือแม่ข่ายให้มาหาลูกแชร์ แล้วให้ค่านายหน้า เธอบอกด้วยว่าอาจจะขอชี้แจงในรายการโหนกระแส ส่วนอีก 1 คนที่เป็นข่าวว่าจะโดนลูกแชร์ฟ้องด้วย คือ มะนาว เมื่อวานนี้ผู้เสียหายที่เป็นลูกแชร์นำคลิปเสียงที่มะนาวยอมรับว่า จะรับผิดชอบเงินทั้งหมดมาเปิด    ทางดีเอสไอฝากถึงผู้เสียหายแชร์แม่มณี หากจะเข้าแจ้งความสามารถลงทะเบียนข้อมูลผู้เสียหายได้ผ่านทางคิวอาร์โค้ด ส่วน ปอศ.บอกว่าผู้เสียหายสามารถแจ้งความในพื้นที่ที่เกิดเหตุได้เลย ไม่ต้องเดินทางมาที่กรุงเทพ ตำรวจจะมีการประวานข้อมูลกันเอง   ขณะที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ก็ได้ออกหมายจับแม่มณีพร้อมกับสามีด้วยเช่นกัน หากเจอที่ไหนจับได้เลย ล่าสุดทีมข่าวบุกไปที่บ้านนายเมธี สามีแม่มณี ชาวบ้านบอกเห็นทั้งคู่เมื่อเดือนที่แล้ว ขับรถมาไม่ซ้ำหน้า   โดยบ้านของนายเมธี ชิณภา หรือบอส สามีวัย 20 ปี ของนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี อยู่ในชุมชนผาสุก เขตเทศบาลนครอุดรธานี ปรากฎว่าไม่พบใครเลย ปิดบ้านเงียบ ทราบแต่เพียงว่าแม่ไปทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของนางทับทิม มะแทก แม่ของนายบอส ชาวบ้านเล่าว่า ปกตินายบอสจะมาหาแม่นานๆ ครั้ง ครั้งล่าสุดเห็นเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งแม่มณีและนายบอสเข้าไปหาแม่ในบ้าน ไม่ได้สุงสิงกับใคร เห็นขับรถมาก็ไม่ซ้ำกัน ทางชาวบ้านเมื่อเห็นข่าวก็ตกใจ พร้อมบอกว่าถ้ารวยแบบนี้ไม่เอาดีกว่า    เพื่อนบ้านนายบอส สามีแม่มณีผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบบ้านหลังนี้เพื่อตามหานายบอสครั้งหนึ่งแล้ว ส่วนที่จังหวัดสตูล พบยังคงมีผู้เสียหาย จากการเล่นแชร์แม่มณี ทยอยเดินทางเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง หลังจากไม่ได้รับเงิน และทราบว่าตกเป็นเหยื่อ โดยผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้เล่าว่า ตนเองเป็นคนหนึ่งที่เล่นแชร์เงินออมกับแม่มณี ซึ่งจริงๆ แล้วเรียกว่าการฝากเงินมากกว่า แต่ได้ผลตอบแทนสูงถึง 93 เปอร์เซ็นต์ เช่นฝาก 1 พันบาท จะได้รับเงินคืน 1,930 โดยเงินต้น 1 พันบาท ดอกเบี้ย 930 บาท ในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อจะเป็นกลุ่มแม่บ้าน ที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกอยากมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว จึงได้นำเงินไปลงทุน ทำให้สูญเงินกว่า 5 แสนบาท    เช่นเดียวกับ น้องนักศึกษา อายุ 20 ปี รายนี้ เล่าว่า ตนเองไม่ได้ฝากเงินกับแม่มณีโดยตรง แต่ฝากกับแม่หยก ซึ่งเป็นตัวแทนของแม่มณีอีกทอดหนึ่ง โดยเริ่มเล่นมาประมาณ 3-4 เดือน ฝากเดือนละ 5 พัน ซึ่งแม่หยกจะให้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 50 ฝากเดือนละ 5 พันบาท ก็จะได้กลับคืน 7,500 บาท ซึ่งตนก็ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นแชร์แม่มณี แต่แม่หยกจะได้ส่วนต่างตรงนี้เข้าตัวเอง 43 เปอร์เซ็นต์ ตลอดเวลาแม่หยกจะบอกว่าเป็นแชร์ของข้าราชการ จึงทำให้ตนเชื่อมาตลอด แต่สุดท้ายกับไม่ได้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย เลยรวมตัวกันมาแจ้งความดำเนินคดี   ขณะที่ ผู้กำกับ สภ.เมืองสตูล บอกว่า ช่วง 2 วัน มานี้ มีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับแม่มณี และลูกทีม จำนวน 10 คน ซึ่งผู้เสียหายพบมีไม่ต่ำกว่า 30 ราย วงเงินเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งบางคนเสียหายถึง 6 ล้านบาท ก็มี    ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นผู้สั่งการ ว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับแชร์แม่มณี อย่างไรได้บ้าง

 373
สังคม
30 ต.ค. 62

เอาแน่!! ตร.จ่อยึดทรัพย์แม่มณีเพิ่ม เจ้าตัวขอเวลา 3 วัน ด้านผู้เสียหายเดินหน้าเอาผิดแม่ข่าย 'มะนาว' โดนด้วย

ผู้เสียหายยังคงเดินสายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแม่มณี ทั้งที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และดีเอสไอ ขณะที่ ตำรวจอุดรธานีออกหมายจับ แม่มณีและสามีแล้ว เจ้าตัวโผล่ร้องผ่านรายการโหนกระแส ขอเวลา 3 วันแจงทุกประเด็น   วันที่ 30 ต.ค. กลุ่มผู้เสียหายจากแชร์บ้านออมเงินแม่มณี เข้าร้องเรียนกับ นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ช่วยเร่งรัดคดีที่ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี หรือเดียร์ อายุ 28 ปี และ นาย เมธี ชิณภา อายุ 20 ปี 2 สามีภรรยา หลอกให้ลงทุนในแชร์ลูกโซ่ มีผู้เสียหายหลายร้อยคน มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ขณะนี้มีผู้เข้ามาร้องเรียนที่ดีเอสไอแล้ว 1,800 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 432 ล้านบาท คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ดีเอสไอจะประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ   สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เช่นเดียวกับที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ที่ถนนสาธร ก็มีผู้เสียหายทยอยเดินทางไปแจ้งความเช่นกัน พันตำรวจเอก ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับการ ปอศ. เปิดเผยถึงการติดตามตัว 2 ผู้ต้องหา ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเบาะแสที่ชัดเจนว่าทั้งคู่อยู่ที่ไหน ตามกระแสข่าวบอกว่าอยู่จังหวัดในภาคตะวันออก ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ รวมถึงที่บ้านที่ซอยนาคนิวาส และที่จังหวัดอุดรธานี แต่มั่นใจว่าทั้ง 2 คน หนีไปด้วยกัน ส่วนการสืบทรัพย์พบว่า มีบ้าน 2 หลัง คือ กรุงเทพและอุดรธานี รถยนต์ 2 คัน คือ เบ๊นซ์ และ BMW หลังจากนี้จะประสาน ปปง. ใช้กฎหมายฟอกเงินมาอายัดทรัพย์สิน และขณะนี้มูลค่าความเสียหายกว่า 64 ล้านบาทแล้ว   พ.ต.อ. ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ ล่าสุดที่จังหวัดสตูลผู้เสียหายราว 30 คน เข้าแจ้งความว่าตกเป็นผู้เสียหายแชร์แม่มณีเช่นกัน แต่เล่นผ่านแม่ข่ายในชื่อ "แชร์หยก" มีทั้งหมด 10 วง มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้ นางสาว วันทนีย์ หรือแม่มณี มีหมายจับแล้ว 2 แห่ง คือ ของ ปอศ. และ สภ.เมืองอุดรธานี ใน 3 ข้อหาเหมือนกัน คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน // ร่วมกันให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หากรวมมูลค่าความเสียหายทั้ง 3 แห่ง มูลค่าความเสียหาย กว่า 600 ล้านบาท   ส่วนกระแสข่าวว่า แม่มณี อาจจะหลบหนีออกไปที่กาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดได้รับการยืนยันจาก พันตำรวจเอก เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ยืนยันว่า ยังไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศของ นางสาว วันทนีย์ และ นาย เมธี แต่ได้ประสานความร่วมมือไปยัง พันตำรวจเอก เข้ม ซีตรา ผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ให้ตรวจสอบบุคคลตามหมายจับทั้ง 2 คนด้วย แต่ก็ยังไม่พบตัว    เมื่อตรวจสอบไปยังผู้จัดการบ่อนกาสิโนในฝั่งปอยเปต ทราบว่าขณะนี้คนไทยที่ทำงานในบ่อนกาสิโนหลายคนก็ตกเป็นเหยื่อ พยายามติดตามหาตัว 2 สามีภรรยาคู่นี้เช่นกัน ล่าสุด แม่มณี หรือ เดียร์ ติดต่อผ่านผู้สื่อข่าวช่อง 3 บอกว่า ขอเวลา 3-4 วัน รวบรวมพยานหลักฐานแล้วจะออกมาแถลงข่าว โดยยืนยันว่า ไม่ได้หนีไปไหน ยังอยู่ในไทย ขณะนี้กำลังปรึกษาทนายความเรื่องการถูกดำเนินคดี ส่วนที่สื่อมวลชนเสนอข่าวว่าเธอชักชวนดารานักแสดง หรือบุคคลสาธรณะให้มาลงทุน เธอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยเปิดรับตัวแทนหรือแม่ข่ายให้มาหาลูกแชร์ แล้วให้ค่านายหน้า เธอบอกด้วยว่าอาจจะขอชี้แจงในรายการโหนกระแส ส่วนอีก 1 คนที่เป็นข่าวว่าจะโดนลูกแชร์ฟ้องด้วย คือ มะนาว เมื่อวานนี้ผู้เสียหายที่เป็นลูกแชร์นำคลิปเสียงที่มะนาวยอมรับว่า จะรับผิดชอบเงินทั้งหมดมาเปิด    ทางดีเอสไอฝากถึงผู้เสียหายแชร์แม่มณี หากจะเข้าแจ้งความสามารถลงทะเบียนข้อมูลผู้เสียหายได้ผ่านทางคิวอาร์โค้ด ส่วน ปอศ.บอกว่าผู้เสียหายสามารถแจ้งความในพื้นที่ที่เกิดเหตุได้เลย ไม่ต้องเดินทางมาที่กรุงเทพ ตำรวจจะมีการประวานข้อมูลกันเอง   ขณะที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ก็ได้ออกหมายจับแม่มณีพร้อมกับสามีด้วยเช่นกัน หากเจอที่ไหนจับได้เลย ล่าสุดทีมข่าวบุกไปที่บ้านนายเมธี สามีแม่มณี ชาวบ้านบอกเห็นทั้งคู่เมื่อเดือนที่แล้ว ขับรถมาไม่ซ้ำหน้า   โดยบ้านของนายเมธี ชิณภา หรือบอส สามีวัย 20 ปี ของนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี อยู่ในชุมชนผาสุก เขตเทศบาลนครอุดรธานี ปรากฎว่าไม่พบใครเลย ปิดบ้านเงียบ ทราบแต่เพียงว่าแม่ไปทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของนางทับทิม มะแทก แม่ของนายบอส ชาวบ้านเล่าว่า ปกตินายบอสจะมาหาแม่นานๆ ครั้ง ครั้งล่าสุดเห็นเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งแม่มณีและนายบอสเข้าไปหาแม่ในบ้าน ไม่ได้สุงสิงกับใคร เห็นขับรถมาก็ไม่ซ้ำกัน ทางชาวบ้านเมื่อเห็นข่าวก็ตกใจ พร้อมบอกว่าถ้ารวยแบบนี้ไม่เอาดีกว่า    เพื่อนบ้านนายบอส สามีแม่มณีผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบบ้านหลังนี้เพื่อตามหานายบอสครั้งหนึ่งแล้ว ส่วนที่จังหวัดสตูล พบยังคงมีผู้เสียหาย จากการเล่นแชร์แม่มณี ทยอยเดินทางเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง หลังจากไม่ได้รับเงิน และทราบว่าตกเป็นเหยื่อ โดยผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้เล่าว่า ตนเองเป็นคนหนึ่งที่เล่นแชร์เงินออมกับแม่มณี ซึ่งจริงๆ แล้วเรียกว่าการฝากเงินมากกว่า แต่ได้ผลตอบแทนสูงถึง 93 เปอร์เซ็นต์ เช่นฝาก 1 พันบาท จะได้รับเงินคืน 1,930 โดยเงินต้น 1 พันบาท ดอกเบี้ย 930 บาท ในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อจะเป็นกลุ่มแม่บ้าน ที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกอยากมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว จึงได้นำเงินไปลงทุน ทำให้สูญเงินกว่า 5 แสนบาท    เช่นเดียวกับ น้องนักศึกษา อายุ 20 ปี รายนี้ เล่าว่า ตนเองไม่ได้ฝากเงินกับแม่มณีโดยตรง แต่ฝากกับแม่หยก ซึ่งเป็นตัวแทนของแม่มณีอีกทอดหนึ่ง โดยเริ่มเล่นมาประมาณ 3-4 เดือน ฝากเดือนละ 5 พัน ซึ่งแม่หยกจะให้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 50 ฝากเดือนละ 5 พันบาท ก็จะได้กลับคืน 7,500 บาท ซึ่งตนก็ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นแชร์แม่มณี แต่แม่หยกจะได้ส่วนต่างตรงนี้เข้าตัวเอง 43 เปอร์เซ็นต์ ตลอดเวลาแม่หยกจะบอกว่าเป็นแชร์ของข้าราชการ จึงทำให้ตนเชื่อมาตลอด แต่สุดท้ายกับไม่ได้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย เลยรวมตัวกันมาแจ้งความดำเนินคดี   ขณะที่ ผู้กำกับ สภ.เมืองสตูล บอกว่า ช่วง 2 วัน มานี้ มีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับแม่มณี และลูกทีม จำนวน 10 คน ซึ่งผู้เสียหายพบมีไม่ต่ำกว่า 30 ราย วงเงินเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งบางคนเสียหายถึง 6 ล้านบาท ก็มี    ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นผู้สั่งการ ว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับแชร์แม่มณี อย่างไรได้บ้าง

 373
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'ตี๋' แก๊งบ้านบางบัวทอง เครียดหนัก อยากฆ่าตัวตาย หลังศาลออกหมายจับ 4 ข้อหาเอี่ยวคดี 'ลัลลาเบล'

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตพริตตี้สาวลัลลาเบล หรือ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับเพิ่มแก๊งปาร์ตี้ บ้านบางบัวทองจำนวน 5 คน   ประกอบด้วย นายชัยพล หรือคิว พรรณา อายุ 29 ปี / นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี พี่ชายนายคิว / น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญตา อายุ 24 ปี แฟนสาวนายคิว / นายโกเมศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ อายุ 35 ปี และนายกฤษฎา หรือโนบิตะ โลหิตดี อายุ 27 ปี   ใน 4 ข้อหา คือ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย / ข้อหาพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร / ข้อหากระทำอนาจารผู้อื่น และข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิด   ขณะที่บรรยากาศที่บ้านปาร์ตี้บางบัวทอง ซึ่งกลุ่มนายคิวและนายตี๋ทราบเรื่องการอนุมัติหมายจับแล้ว โดยได้พากันออกมาตั้งวงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้าน ตั้งแต่ช่วงบ่ายยันกลางดึก   นายนที หรือตี๋ เผยว่า เพิ่งทราบคร่าวๆ เรื่องหมายจับจากสื่อ พอทราบเรื่องเครียดหนักมาก จนอยากจะผูกคอตายแต่คิดได้ว่าเราต้องสู้ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าหากยอมแพ้ตอนนี้ก็เท่ากับว่ายอมรับว่าทำผิดจริง แต่เพียงรู้สึกเหนื่อยที่ต้องมาทนอยู่กับการเป็นจำเลยของสังคม ซึ่งอีก 4 คนที่เหลือก็รู้สึกไม่ต่างกัน ได้ปรึกษากันแล้วว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ความจริง ซึ่งขณะนี้ตนและคิวมีการตั้งทนายไว้สู้คดีแล้ว ส่วนคนอื่นๆยังไม่ทราบว่าจะใช้ทนายคนเดียวกันหรือไม่   ตั้งแต่ที่ทราบว่ามีการขออนุมัติหมายจับ รู้สึกกังวล แต่ก็มีความหวังอยู่ว่าศาลอาจจะไม่อนุมัติ แต่เมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังก็ต้องสู้กันต่อไป หลังจากศาลอนุมัติหมายจับพวกตนก็ยังไม่ได้ติดต่อไปหาตำรวจ แต่ทางด้านตำรวจได้ติดต่อมาในช่วงดึกสอบถามเพียงว่าพวกตนอยู่ที่ไหน แต่ไม่ได้แจ้งเรื่องหมายจับแต่อย่างใด   โดยพวกตน 4 คน นอกจากโนบิตะ จะเดินทางเข้ามอบตัวในวันนี้ และจะยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวออกมาสู้คดี และหวังว่าจะไม่ถูกคัดค้านการประกันตัว เพราะพวกตนให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด อีกทั้ง ตนมีกำไล EM ที่ข้อเท้า ที่สามารถติดตามตัวได้ตลอด จะให้หลบหนีไปได้อย่างไร   ที่ผ่านมา เวลาออกไปไหน คนอื่นมักพากันมอง บางรายทำมากกว่ามองก็มี แต่ตนไม่อยากพูดอะไร เพราะเราเชื่อในความบริสุทธิ์ของพวกเรา อย่างไรก็ตาม อยากวอนสังคมย่าพึ่งตัดสินกัน อยากให้ดูที่หลักฐานของทางตำรวจและศาล และหลักฐานของทางเราด้วย ให้เราได้แก้ต่างบ้าง ได้พูดบ้าง ขอให้เสพข่าวอย่างมีสติ ควรเชื่อตามหลักฐานของตำรวจ แต่ไม่ใช่กับเพจบางเพจที่ออกมาโจมตีเราอยู่เรื่อยๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uJDTAZw-xf8

 15,955
อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'ตี๋' แก๊งบ้านบางบัวทอง เครียดหนัก อยากฆ่าตัวตาย หลังศาลออกหมายจับ 4 ข้อหาเอี่ยวคดี 'ลัลลาเบล'

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตพริตตี้สาวลัลลาเบล หรือ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับเพิ่มแก๊งปาร์ตี้ บ้านบางบัวทองจำนวน 5 คน   ประกอบด้วย นายชัยพล หรือคิว พรรณา อายุ 29 ปี / นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี พี่ชายนายคิว / น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญตา อายุ 24 ปี แฟนสาวนายคิว / นายโกเมศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ อายุ 35 ปี และนายกฤษฎา หรือโนบิตะ โลหิตดี อายุ 27 ปี   ใน 4 ข้อหา คือ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย / ข้อหาพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร / ข้อหากระทำอนาจารผู้อื่น และข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิด   ขณะที่บรรยากาศที่บ้านปาร์ตี้บางบัวทอง ซึ่งกลุ่มนายคิวและนายตี๋ทราบเรื่องการอนุมัติหมายจับแล้ว โดยได้พากันออกมาตั้งวงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้าน ตั้งแต่ช่วงบ่ายยันกลางดึก   นายนที หรือตี๋ เผยว่า เพิ่งทราบคร่าวๆ เรื่องหมายจับจากสื่อ พอทราบเรื่องเครียดหนักมาก จนอยากจะผูกคอตายแต่คิดได้ว่าเราต้องสู้ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าหากยอมแพ้ตอนนี้ก็เท่ากับว่ายอมรับว่าทำผิดจริง แต่เพียงรู้สึกเหนื่อยที่ต้องมาทนอยู่กับการเป็นจำเลยของสังคม ซึ่งอีก 4 คนที่เหลือก็รู้สึกไม่ต่างกัน ได้ปรึกษากันแล้วว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ความจริง ซึ่งขณะนี้ตนและคิวมีการตั้งทนายไว้สู้คดีแล้ว ส่วนคนอื่นๆยังไม่ทราบว่าจะใช้ทนายคนเดียวกันหรือไม่   ตั้งแต่ที่ทราบว่ามีการขออนุมัติหมายจับ รู้สึกกังวล แต่ก็มีความหวังอยู่ว่าศาลอาจจะไม่อนุมัติ แต่เมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังก็ต้องสู้กันต่อไป หลังจากศาลอนุมัติหมายจับพวกตนก็ยังไม่ได้ติดต่อไปหาตำรวจ แต่ทางด้านตำรวจได้ติดต่อมาในช่วงดึกสอบถามเพียงว่าพวกตนอยู่ที่ไหน แต่ไม่ได้แจ้งเรื่องหมายจับแต่อย่างใด   โดยพวกตน 4 คน นอกจากโนบิตะ จะเดินทางเข้ามอบตัวในวันนี้ และจะยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวออกมาสู้คดี และหวังว่าจะไม่ถูกคัดค้านการประกันตัว เพราะพวกตนให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด อีกทั้ง ตนมีกำไล EM ที่ข้อเท้า ที่สามารถติดตามตัวได้ตลอด จะให้หลบหนีไปได้อย่างไร   ที่ผ่านมา เวลาออกไปไหน คนอื่นมักพากันมอง บางรายทำมากกว่ามองก็มี แต่ตนไม่อยากพูดอะไร เพราะเราเชื่อในความบริสุทธิ์ของพวกเรา อย่างไรก็ตาม อยากวอนสังคมย่าพึ่งตัดสินกัน อยากให้ดูที่หลักฐานของทางตำรวจและศาล และหลักฐานของทางเราด้วย ให้เราได้แก้ต่างบ้าง ได้พูดบ้าง ขอให้เสพข่าวอย่างมีสติ ควรเชื่อตามหลักฐานของตำรวจ แต่ไม่ใช่กับเพจบางเพจที่ออกมาโจมตีเราอยู่เรื่อยๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uJDTAZw-xf8

 15,955

Top