ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประกันตัว"

การเมือง
13 ก.พ. 63

ศาลให้ประกันตัว 5 พันธมิตร คดีบุก nbt เตรียมอุทธรณ์สู้คดีต่อ

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2563 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ พธม. จำเลยในคดีบุกสำนักงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT เดินทางมาฟังคำพิพากษา   โดยพนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกมั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ ซ่องโจร ฯ จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-25 ส.ค.51 จำเลยกับพวก ร่วมกันประชุมวางแผน ระดมคนจำนวนมากมีอาวุธปืนและมีด จากสะพานมัฆวานรังสรรค์ แล้วทำลายทุบประตูทางเข้า-ออก ด้านหน้าติดกับถนนวิภาวดี-รังสิต จนพังลงมา   ก่อนบุกรุกเข้า NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดีฯ กรุงเทพฯ เพื่อบังคับให้หยุดการนำเสนอข่าว และเชื่อมต่อสัญญาณสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และเคเบิ้ลทีวีแทน โดยได้ทำลายประตูหน้าต่าง ตัดสายไฟฟ้าตู้ระบบควบคุมไฟฟ้า โทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ กล้องวงจรปิด จนเสียหายใช้การไม่ได้ รวมมูลความค่าเสียหาย 612,198 บาท   เมื่อถึงเวลาศาลพิเคราะห์ว่าคดีนี้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ กับคดีที่มีการยื่นฟ้องแกนนำกลุ่มพันธมิตร เนื่องจากเป็นความผิดคนละข้อหา โดยความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุกทำให้เสียทรัพย์และข่มขืนใจผู้อื่น   ศาลพิเคราะห์จากข้อเท็จจริงในคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนักรบศรีวิชัย 85 คน บุกสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ว่ามีการเข้าไปในสถานีดังกล่าวจริง ทั้งจำเลยทั้ง 5 คน ให้การในฐานะพยาน ประกอบกับมีพยานบุคคล พยานหลักฐาน ยืนยันว่าเห็นจำเลยทั้ง 5 คน กระทำความผิด   ประกอบกับการนำสืบของตำรวจที่สืบสวนมาตั้งแต่การชักชวนปราศรัย บนเวทีปราศรัยที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เชื่อว่าเป็นการกระทำความผิดต่อเนื่องกัน ที่จำเลยอ้างว่าเป็นการพากลุ่มผู้ชุมนุมกลับไปที่เวทีปราศรัยฟังไม่ขึ้น   ส่วนความผิดฐานเป็นอั้งยี่ซ่องโจร เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์นำสืบไม่ชัดเจนว่าจำเลยทั้ง 5 คน มีการสมคบคิดอย่างไร ศาลจึงพิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 5 คน ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณและอาคารสำนักงานสถานี NBT สั่งจำคุกนายสมเกียรติ เป็นเวลา 2 ปี ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 4 คน จำคุกคนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมทั้งยกฟ้องข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรกับจำเลยทั้งหมด   ในเวลาต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้ประกันตัวในวงเงิน 2-3 แสนบาท และเตรียมสู้คดีต่อในชั้นอุทธรณ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jnQd5N3t19E

 63
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.พ. 63

ให้ประกันตัว 'ทนายตั้ม' เจ้าตัวลั่นถูกกลั่นแกล้ง คดียื่นหลักฐานเท็จช่วย 'เอมี่ อาเมเรีย'

ตำรวจ สน.มีนบุรี นำหมายจับศาลอาญามีนบุรี จับกุมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการทีมงานมูลนิธิทนายประชาชนฯ ในข้อหา ร่วมกันนำสืบ หรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และเบิกความเท็จ โดยใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติด ม.100/2 อันเป็นเท็จ ในคดียาเสพติดของ เอมี่-อาเมเรีย จาคอป นางเอกละครดัง โดยไปจับกุมที่สำนักงานกฎหมายของนายษิทรา ย่านกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ก่อนนำตัวมาทำบันทึกจับกุมที่ สน.มีนบุรี   ซึ่งที่มาของหมายจับในครั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 มีตำรวจชั้นประทวนของ สน.ศาลาแดง มาแจ้งความที่ สน.มีนบุรี ว่า ถูกนำสำเนาเอกสารบัตรราชการไปใช้ปลอมแปลงลายเซ็นในคดีของ เอมี่ อาเมเรีย จาคอป โดยอาศัยกฎหมาย ม.100/2 ของ พ.ร.บ.ยาเสพติด ที่ระบุให้เจ้าพนักงานลดหย่อนโทษของจำเลยในอัตราโทษต่ำกว่าที่กำหนด กรณีให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี   ในเวลาต่อมานายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเป็นเงินสด 150,000 บาท ทางตำรวจพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยไม่มีเงื่อนไขแต่อย่างใด   โดยทนายตั้มเผยว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว วันนี้ตนขอพักการสัมภาษณ์ก่อน จากนี้จะนัดแถลงข่าวอีกที ก็จะนัดหมายอีกครั้ง คดีมันไม่มีอะไร ส่วนที่ว่าคดีนี้เป็นเรื่องกลั่นแกล้งนั้น ต้องว่าพิจารณากันเอาเองว่ากลั้นแกล้งหรือไม่ ตนไม่กังวลใจใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะคดีเอมี่นั้นมันไม่มีอะไร คดีจบไปนานแล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็ได้เดินขึ้นรถไปทันที   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า คดีนี้เป็นผลมาจากกรณีที่ตนได้นำพยานหลักฐานต่างๆ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกับทาง บช.น. เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายษิทรา หลังพบว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นมา เพื่อวิ่งเต้นสู้คดีให้กับอดีตนักแสดงสาว เอมี่-อาเมเรีย จาคอป   ตนขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่ต้องทำเพื่อความถูกต้อง ตนมีหลักฐานหลายอย่าง ทั้งที่เกี่ยวกับการขโมยบัตรข้าราชการตำรวจ บันทึกการจับกุมของ สน.ศาลาแดง และคลิปเสียงของพยานที่อยู่ในเรือนจำ ครั้งนี้ เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เพราะจากหลักฐานที่ตรวจสอบพบนั้น เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย ส่วนเอมี่ จะเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องที่ตำรวจชี้แจง   ที่ผ่านมาตนมีพยานหลักฐานหลายอย่าง ทั้งหลักฐานเกี่ยวกับการขโมยบัตรข้าราชการตำรวจ บันทึกการจับกุมของ สน.ศาลาแดง รวมไปถึงคลิปเสียงของพยานที่อยู่ในเรือนจำ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่นำไปสร้างหลักฐานเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงในการช่วยเหลือนางเอกสาวต่อสู้คดี ซึ่งการจับกุมนายษิทรา ครั้งนี้ เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เพราะจากหลักฐานที่ตรวจสอบพบนั้น เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย ส่วนน.ส.อาเมเรีย จะเกี่ยวข้องกับการสร้างพยานหลักฐานเท็จด้วยหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องที่ตำรวจชี้แจง   ทั้งนี้มีรายงานว่า ศาลยังได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 3 คน ได้แก่ นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนหนุ่มของเอมี่ เอมาเรีย,นายทอมมี่ จาคอป น้องชายเอมี่ และนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ ตามหมายจับศาลมีนบุรี ในข้อหานำสืบพยานเท็จ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ในคดียาเสพติดเมื่อปี 2560 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gNRgcxf1tbI

 492
สังคม
05 ก.พ. 63

ให้ประกันตัว 'ทนายตั้ม' เจ้าตัวลั่นถูกกลั่นแกล้ง คดียื่นหลักฐานเท็จช่วย 'เอมี่ อาเมเรีย'

ตำรวจ สน.มีนบุรี นำหมายจับศาลอาญามีนบุรี จับกุมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการทีมงานมูลนิธิทนายประชาชนฯ ในข้อหา ร่วมกันนำสืบ หรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และเบิกความเท็จ โดยใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติด ม.100/2 อันเป็นเท็จ ในคดียาเสพติดของ เอมี่-อาเมเรีย จาคอป นางเอกละครดัง โดยไปจับกุมที่สำนักงานกฎหมายของนายษิทรา ย่านกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ก่อนนำตัวมาทำบันทึกจับกุมที่ สน.มีนบุรี   ซึ่งที่มาของหมายจับในครั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 มีตำรวจชั้นประทวนของ สน.ศาลาแดง มาแจ้งความที่ สน.มีนบุรี ว่า ถูกนำสำเนาเอกสารบัตรราชการไปใช้ปลอมแปลงลายเซ็นในคดีของ เอมี่ อาเมเรีย จาคอป โดยอาศัยกฎหมาย ม.100/2 ของ พ.ร.บ.ยาเสพติด ที่ระบุให้เจ้าพนักงานลดหย่อนโทษของจำเลยในอัตราโทษต่ำกว่าที่กำหนด กรณีให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี   ในเวลาต่อมานายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเป็นเงินสด 150,000 บาท ทางตำรวจพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยไม่มีเงื่อนไขแต่อย่างใด   โดยทนายตั้มเผยว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว วันนี้ตนขอพักการสัมภาษณ์ก่อน จากนี้จะนัดแถลงข่าวอีกที ก็จะนัดหมายอีกครั้ง คดีมันไม่มีอะไร ส่วนที่ว่าคดีนี้เป็นเรื่องกลั่นแกล้งนั้น ต้องว่าพิจารณากันเอาเองว่ากลั้นแกล้งหรือไม่ ตนไม่กังวลใจใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะคดีเอมี่นั้นมันไม่มีอะไร คดีจบไปนานแล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็ได้เดินขึ้นรถไปทันที   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า คดีนี้เป็นผลมาจากกรณีที่ตนได้นำพยานหลักฐานต่างๆ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกับทาง บช.น. เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายษิทรา หลังพบว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นมา เพื่อวิ่งเต้นสู้คดีให้กับอดีตนักแสดงสาว เอมี่-อาเมเรีย จาคอป   ตนขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่ต้องทำเพื่อความถูกต้อง ตนมีหลักฐานหลายอย่าง ทั้งที่เกี่ยวกับการขโมยบัตรข้าราชการตำรวจ บันทึกการจับกุมของ สน.ศาลาแดง และคลิปเสียงของพยานที่อยู่ในเรือนจำ ครั้งนี้ เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เพราะจากหลักฐานที่ตรวจสอบพบนั้น เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย ส่วนเอมี่ จะเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องที่ตำรวจชี้แจง   ที่ผ่านมาตนมีพยานหลักฐานหลายอย่าง ทั้งหลักฐานเกี่ยวกับการขโมยบัตรข้าราชการตำรวจ บันทึกการจับกุมของ สน.ศาลาแดง รวมไปถึงคลิปเสียงของพยานที่อยู่ในเรือนจำ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่นำไปสร้างหลักฐานเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงในการช่วยเหลือนางเอกสาวต่อสู้คดี ซึ่งการจับกุมนายษิทรา ครั้งนี้ เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เพราะจากหลักฐานที่ตรวจสอบพบนั้น เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย ส่วนน.ส.อาเมเรีย จะเกี่ยวข้องกับการสร้างพยานหลักฐานเท็จด้วยหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องที่ตำรวจชี้แจง   ทั้งนี้มีรายงานว่า ศาลยังได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 3 คน ได้แก่ นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนหนุ่มของเอมี่ เอมาเรีย,นายทอมมี่ จาคอป น้องชายเอมี่ และนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ ตามหมายจับศาลมีนบุรี ในข้อหานำสืบพยานเท็จ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ในคดียาเสพติดเมื่อปี 2560 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gNRgcxf1tbI

 492
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 62

อดีตเจ้าอาวาสวัดป่า บอกสื่อไม่ได้อนาจารเณร ภาพที่เห็นแค่นอนหลับ ศาลอนุญาตให้ประกันตัว

ความคืบหน้าคดี อดีตเจ้าอาวาสวัดป่สชื่อดังในอ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อนาจารเณรและลูกศิษย์วัดนับสิบราย ซึ่งตร.กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. นำตัวมาสอบสวนดำเนินคดี   ต่อมา ตร.ก็เบิกตัวอดีตพระครูสังฆรักษ์  ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ พระอาจารย์ปู ผู้ต้องหา มาสอบสวนเพิ่มเติม โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง ก่อนคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรสาคร ฝากขังผัดแรก 12 วัน   ระหว่างถูกคุมตัวไปฝากขัง อดีตพระครูสังฆรักษ์ ได้ยอมรับกับสื่อมวลชน ว่าเป็นบุคคลในภาพที่นอนอยู่กับสามเณรในลักษณะไม่เหมาะสมจริง แต่อ้างว่าเป็นการนอนหลับ ส่วนประเด็นอื่นขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ขณะที่เรื่องนี้ ซึ่งทำให้ผู้ปกครองของสามเณร ที่มีเลื่อมใสศรัทธาในตัวเอง รู้สึกผิดหวัง ก็ไม่ขอพูดอะไร นอกจากบอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม   อดีตพระครูสังฆรักษ์ ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมา ตนให้การอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายทั้งในรูปแบบการบวชเป็นสามเณร และการเข้ามาเป็นเด็กวัดนานแล้ว โดยเด็กเกือบทั้งหมดมีปัญหาครอบครัวซึ่งมาจากทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อมาอยู่แล้วก็จะส่งให้เรียนหนังสือตามความสามารถของเด็กแต่ละคน ที่ผ่านมาอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนจบปริญญาตรีมาแล้วกว่า 30 คน   สำหรับสามเณร วันนี้ตำรวจได้นิมนต์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อประกอบสำนวนคดี ขณะที่มีพ่อแม่ ผู้ปกครอง เดินทางมีที่ปคม. ต่อเนื่อง เพื่อประสานติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ต้องการพบลูกของตัวเอง เพราะรู้สึกเป็นห่วง โดยบางคนบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าไม่คาดคิด เพราะส่งลูกชายไปบวชเรียนอยู่ที่วัดเกิดเหตุมาประมาณ 3 ปี แล้ว แม้จะเคยพบความผิดปกติอยู่บ้างแต่ก็ไม่เอะใจ ด้วยความศรัทธาที่มีในตัว อดีตพระครูสังฆรักษ์   ต่อมาญาติของผู้ต้องหาได้นำเงินสดจำนวน 400,000 บาท เพื่อยื่นขอประกันตัวนายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแพ้ว หรือพระอาจารย์ปู ซึ่งทางศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาได้   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/MYdi6fBBqb4

 1,458
สังคม
27 ธ.ค. 62

อดีตเจ้าอาวาสวัดป่า บอกสื่อไม่ได้อนาจารเณร ภาพที่เห็นแค่นอนหลับ ศาลอนุญาตให้ประกันตัว

ความคืบหน้าคดี อดีตเจ้าอาวาสวัดป่สชื่อดังในอ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อนาจารเณรและลูกศิษย์วัดนับสิบราย ซึ่งตร.กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. นำตัวมาสอบสวนดำเนินคดี   ต่อมา ตร.ก็เบิกตัวอดีตพระครูสังฆรักษ์  ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ พระอาจารย์ปู ผู้ต้องหา มาสอบสวนเพิ่มเติม โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง ก่อนคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรสาคร ฝากขังผัดแรก 12 วัน   ระหว่างถูกคุมตัวไปฝากขัง อดีตพระครูสังฆรักษ์ ได้ยอมรับกับสื่อมวลชน ว่าเป็นบุคคลในภาพที่นอนอยู่กับสามเณรในลักษณะไม่เหมาะสมจริง แต่อ้างว่าเป็นการนอนหลับ ส่วนประเด็นอื่นขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ขณะที่เรื่องนี้ ซึ่งทำให้ผู้ปกครองของสามเณร ที่มีเลื่อมใสศรัทธาในตัวเอง รู้สึกผิดหวัง ก็ไม่ขอพูดอะไร นอกจากบอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม   อดีตพระครูสังฆรักษ์ ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมา ตนให้การอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายทั้งในรูปแบบการบวชเป็นสามเณร และการเข้ามาเป็นเด็กวัดนานแล้ว โดยเด็กเกือบทั้งหมดมีปัญหาครอบครัวซึ่งมาจากทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อมาอยู่แล้วก็จะส่งให้เรียนหนังสือตามความสามารถของเด็กแต่ละคน ที่ผ่านมาอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนจบปริญญาตรีมาแล้วกว่า 30 คน   สำหรับสามเณร วันนี้ตำรวจได้นิมนต์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อประกอบสำนวนคดี ขณะที่มีพ่อแม่ ผู้ปกครอง เดินทางมีที่ปคม. ต่อเนื่อง เพื่อประสานติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ต้องการพบลูกของตัวเอง เพราะรู้สึกเป็นห่วง โดยบางคนบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าไม่คาดคิด เพราะส่งลูกชายไปบวชเรียนอยู่ที่วัดเกิดเหตุมาประมาณ 3 ปี แล้ว แม้จะเคยพบความผิดปกติอยู่บ้างแต่ก็ไม่เอะใจ ด้วยความศรัทธาที่มีในตัว อดีตพระครูสังฆรักษ์   ต่อมาญาติของผู้ต้องหาได้นำเงินสดจำนวน 400,000 บาท เพื่อยื่นขอประกันตัวนายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแพ้ว หรือพระอาจารย์ปู ซึ่งทางศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาได้   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/MYdi6fBBqb4

 1,458
สังคม
21 ธ.ค. 62

ศาลไม่ให้ประกันตัว 'สมคิด' ฆาตกรต่อเนื่อง คุมตัวเข้าเรือนจำทันที เจ้าตัวยิ้มไม่สะทกสะท้าน

ขอนแก่น - ตำรวจ สภ.กระนวน คุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ส่งฟ้องศาลฝากขังผลัดแรก 3 ข้อหาพร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างบันดาลโทสะ ขณะที่ชาวกระนวนร่วมร้อยคนมารอรุมประชาทัณฑ์ขณะคุมตัวขึ้นรถ   พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงศ์ราช ผกก.สภ.กระนวน พร้อมพนักงานสอบสวน คุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ฉายา คิด เดอะริปเปอร์ ซึ่งลงมือก่อเหตุล่าสุดโดยฆ่ารัดคอนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี เสียชีวิตในบ้านผู้ตาย ที่ บ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ออกจากห้องคุมขังมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยขณะที่ตำรวจคุมตัวนายสมคิดออกจากห้องคุมขังมาที่ห้อสอบสวนนั้น นายสมคิดมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม สดชื่อแจ่มใส นิ่งเฉย ไม่มีท่าทีสะสะท้านแต่อย่างใด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาสอบปากคำเพิ่มเติมประมาณ กว่า 30 นาที จึงควบคุมตัวนายสมคิด ขึ้นรถตู้ของตำรวจ ซึ่งระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปที่รถปรากฏว่ามีชาวบ้านในพื้นที่ร่วมร้อยคนมายืนรอและหวังจะเข้ารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นหนา ทำให้ไม่มีเหตุการณ์บานปลายแต่อย่างใด ซึ่งตลอดที่ควบคุมตัวออกจากห้องสอบสวนไปขึ้นรถตู้นั้น ชาวบ้านต่างด่าทอ สาปแช่งนายสมคิด ตลอดเวลาด้วยความโกรธแค้นแทนผู้เสียชีวิตและญาติผู้เสียชีวิต   พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่นายสมคิด พุ่มพวง ผู้ต้องหาที่ลงมือฆ่า นางรัศมี มุลิจันทร์ หรือฝ้าย อายุ 51 ปี ตายในบ้านพักที่บ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น พบศพช่วงเย็นวันที่ 15 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและรวบรวมหลักฐาน ขอหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับกุมตัวนายสมคิดได้บนรถไฟ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมและนำตัวมาสอบสวน รับสารภาพว่าฆ่าผู้ตายจริงแต่เป็นการพลั้งมือ ขณะทะเลาะกับผู้ตาย จากนั้นได้ขึ้นรถโดยสารจากอ.กระนวนไปในเมืองขอนแก่น เพื่อเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ในรพ.ขอนแก่น ขับขี่หลบไปไปยังจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพื่อขึ้นรถไปหลบหนีกระทั่งถูกจับกุมได้   วันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมาจากเดิมที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านที่เกิดเหตุ แต่ผู้ต้องหาไม่ยินยอม โดยปฏิเสธว่า ไม่ได้เจตนาฆ่า จึงไม่ยอมไปทำแผนในบ้านแต่จะพาไปชี้จุดที่เข้าพัก ตามเส้นทางที่หลบหนี จุดแรกจุดที่ผู้ต้องหามารอรถโดยสายขึ้นรถเข้าไปเอารถในเมืองขอนแก่น จุดจุดที่ 2 โรงจอดรถ จยย. โรงพยาบาลขอนแก่น เป็นจุดที่ผู้ต้องหาขี่รถ จยย.มาจอดทิ้งไว้เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. จุดที่ 3 ลานจอดรถด้านหลัง รพ.มหาสารคาม จุดที่ 4 ร้านสะดวกซื้อหน้า รพ.มหาสารคาม จุดที่ 5 โรงแรมสายทิพย์ จ.ร้อยเอ็ด เ จุดที่ 6 ร้านขายเสื้อผ้า หน้า รพ.ร้อยเอ็ด จุดสุดท้ายที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ เป็นจุดที่ซื้อตั๋วรถไฟเพื่อหลบหนี เมื่อสิ้นสุดการชี้จุดจึงนำตัวนายสมคิด มาคุมขังที่สภ.กระนวน ในช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา   ผกก.สภ.กระนวน กล่าวต่ออีกว่า หลังพบศพคนตาย ได้ขอศาลอกหมายจับผู้ต้องหา ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย แต่หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหา จนนำมาสู่การสอบสวน และผู้ต้องหานำชี้จุดพักตามเส้นทางที่หลบหนี จึงได้แจ้งข้อหาเพิ่ม เป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าฆ่าผู้อื่น และปฏิเสธว่าไม่ได้เจตนาและไตร่ตรอง ส่วนข้อหาอื่นๆ ก็ให้การปฏิเสธเช่นกัน ซึ่งผู้ต้องหาให้การวกวน ตอนแรกที่ถูกสอบสวนจะยอมรับสารภาพแต่ตอนหลังให้การปฏิเสธ ไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย อ้างว่า เหตุการณ์เกิดจากการทะเลาะวิวาท โดยผู้ตายไม่พอใจที่หายจากบ้านแล้วไม่ไปรับผู้ตายจากที่ทำงานกลับบ้านและเมื่อผู้ต้องหากลับมาที่บ้าน กลับมาด้วยรถจักรยานยนต์คันอื่น ผู้ตายจึงหึงหวง ทะเลาะกันในช่วงเย็นวันที 14 ธันวาคม ด้วยสาเหตุดังกล่าว เช้าวันที่ 15 ธันวาคม ขณะที่ผู้ต้องหาลุกจากที่นอน เพื่อไปหุงหาอาหาร ผู้ตายได้ลุกขึ้นกระชากแขน ข่วนหน้า และกัดนิ้วมือ ถอดกางเกงในปาใส่หน้า จึงโมโห ผลักผู้ตายล้มลงใส่ที่นอน บีบคอ ช่วงเวลาดังกล่าวผู้ตายยังมีสติเรียกให้เพื่อนบ้านช่วย กลัวชาวบ้านมาจับตัว ทุกอย่างจึงเลยเถิด คว้าเอาสายไปในบ้าน เทปกาวรัดคอผู้ตายจนขาดใจตายคามือ ทั้งหมดนี้เป็นคำให้การของผู้ต้องหา และให้การปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย   ผกก.กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่จากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตายของนางรัศมีนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาอย่ารอบคอบแล้ว จึงได้แจ้งข้อหาดังกล่าว และรวบรวมเอกสาร หลักฐาน ส่งตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยก่อนจะส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาชี้ภาพถ่ายยืนยันตัวตนว่า ภาพบุคคลที่ชี้จุดต่างๆตามเส้นทางที่หลบหนีนั้นเป็นตัวตนของตัวเองหรือไม่ ซึ่งนายสมคิดยืนยันว่าเป็นตัวเองทุกภาพ และการชี้ภาพถ่ายนั้น ทำต่อหน้าทนายความอาสาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดหาให้ เพื่อแสดงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำทุกขั้นตอนด้วยความยุติธรรม โปร่งใส่ ในขณะเดียวกันผู้ต้องหาได้ร้องขอดูทรัพย์สินที่ติดตัวไปก่อนจะถูกจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำมาให้ดู เมื่อขั้นตอนต่างๆในภาพรวมถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน   ทันทีที่นายสมคิด เดินทางมาถึง ศาล จ.ขอนแก่น ด้วยรถยนต์ควบคุมตัวผู้ต้องหาของ สภ.กระนวน นายสมคิดถูกส่งไปทำการควบคุมที่ชั้น 1 ของศาลทันที ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออำนาจศาลฝากขังพลัดแรก เป็นเวลา 12 วันเพื่อทำการสอบสวนทางคดี โดยศาล จ.ขอนแก่น ได้รับคำร้องดังกล่าวก่อนมีคำสั่งรับฟ้องและไม่อนุญาตให้ประกันในชั้นศาล จากนั้นเจ้าหน้าที่เรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ได้นำรถมารับตัวนายสมคิด ไปทำการควบคุมพลัดแรกตามคำสั่งของศาล จ.ขอนแก่น ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นทันที   และในเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวดับการเปิดเผยจากนายไพสันต์ ขุ่ยรานหญ้า ผู้อำนวยการที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น กล่าวว่า หลังรับตัวนายสมคิด พุ่มพวงมายังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น หรือเรือนจำพิเศษขอนแก่น ก็ได้ดำเนินการตรวจสอบตามขบวนกาของกรมราชทัณฑ์ทั้งการซักประวัติและการตรวจสุขภาพร่างกาย ซึ่งนายสมคิดก็เป็นผู้ต้องขังทั่วไปที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล นายสมคิด ถูกขังเดี่ยว ใส่ตรวนและมีวงจรปิดดูความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ห้ามพูดคุยกับนักด้วยรายอื่นด้วยเด็ดขาด จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล จึงจะถูกย้ายไปอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติของกรมราชทัณฑ์     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/mwPVcxEICro

 6,547
สังคม
14 ธ.ค. 62

'เปรมชัย' ได้ประกันตัว วางหลักทรัพย์ 1 ล้าน ต้องสวมกำไล em-ห้ามออกนอกประเทศ

กรณีเจ้าสัวเปรมชัยและพวก ถูกพิพากษาเพิ่มโทษจำคุก คดีล่าเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร โดยศาลฎีกาพิจารณาคำร้อง ขอประกันตัวไม่ทัน ทำให้ต้องนอนเรือนจำ 1 คืน ล่าสุดศาลให้ประกันตัวนายเปรมชัย และพวกแล้ว   ในช่วงเช้า ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่เรือนจำทองผาภูมิ นำตัวเจ้านายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด พร้อมพวก ไปส่งยังศาลจังหวัดทองผาภูมิ โดยทั้งหมดยังคงสวมใส่ชุดผู้ต้องขังของเรือนจำ เมื่อถึงศาลเจ้าหน้าที่นำตัวนายเปรมชัย พร้อมพวก ลงจากรถ และนำตัวเข้าห้องควบคุมตัวของศาลทันที ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามนายเปรมชัยว่า เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม แต่ไม่มีเสียงตอบ เพียงแค่ส่งยิ้มให้ เท่านั้น   ในเวลาต่อมา ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัว นายเปรมชัย และพวกรวม 3 คน เป็นเงินสดคนละ 1 ล้านบาท พร้อมสั่งให้ติดกำไลอีเอ็ม โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ก่อนได้ปล่อยตัวเพื่อสู้ในชั้นฎีกาต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/hmo-6kf6hcI  

 1,457
สังคม
13 ธ.ค. 62

'เปรมชัย' ยังยิ้มได้ สวมชุดผู้ต้องขังมาศาล ลุ้นขอประกันตัวคดีล่าเสือดำ

เจ้าสัวเปรมชัย พร้อมพวก สวมชุดผู้ต้องขังของเรือนจำ เดินลงจากรถไปพักรอในห้องขังของศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อรอหมายการอนุญาตประกันตัวตามขั้นตอน   เมื่อเวลา 08.30 น. (13 ธ.ค) ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ทีมทนายความของเจ้าสัวเปรมชัย ได้เดินทางมาถึงศาล หลังจากนั้น เวลาเวลาประมาณ 08.50 นาฬิกา รถของทางเจ้าหน้าที่เรือนจำทองผาภูมิ ได้นำตัวเจ้าสัวเปรมชัย พร้อมกับพวก ไปส่งยังศาลจังหวัดทองผาภูมิ โดยพบว่าเจ้าสัวเปรมชัยพร้อมกับพวก ได้สวมชุดผู้ต้องขังของทางเรือนจำทองผาภูมิ นอกจากนี้ ยังมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับติดตามมาด้วยอีก 1 คัน ทันทีที่ไปถึงศาล เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตู นำเจ้าสัว พร้อมกับพวกลงจากรถ ก่อนจะนำตัวเข้าห้องควบคุมตัวของศาลทันที   โดยสื่อมวลชนได้สอบถามทาง นายวิฑูรย์ แย้มพาย ได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าต้องรอหมายจากศาลฎีกา ส่งกลับมาตนเองก็จะดำเนินการตาขั้นตอนของกฎหมายต่อไป   สำหรับเจ้าสัวเปรมชัย พร้อมพวก ได้สวมเสื้อผ้าของทางเรือนจำชุดสีน้ำตาลกางเกงขาสั้นและกุจแจ มือเดินเข้าห้องควบคุมตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ยอมปริปากกับสื่อใดๆ ที่ถามว่าเมื่อคืนนอนหลับสบายไหม แต่ไม่มีเสียงตอบจากเจ้าสัว เพียงแค่ส่งยิ้มให้เท่านั้น ระหว่างนี้ทั้งหมดได้พักอยู่ในห้องควบคุมของศาลทองผาภูมิ เพื่อรอหมายจากส่วนกลางส่งมาต่อไป

 923
การเมือง
13 ธ.ค. 62

'ปารีณา' ย่องยื่นประกันตัว 5 หมื่น หลังศาลรับฟ้องคดีโพสต์หมิ่น 'ช่อ พรรณิการ์'

ศาลอาญานัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลยข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป. อาญา ม.326, 328   กรณี น.ส.ปารีณาโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหา น.ส. พรรณิการ์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหลายพื้นที่ใน กทม.และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้   ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ ปารีณา ไกรคุปต์ ตั้งค่าการเข้าถึงแบบสาธารณะ ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าดูได้ การกระทำของจำเลยจึงมีมูลให้ประทับรับฟ้อง และนัดสืบพยานในวันที่ 17 ก.พ.63 เวลา 09.00 น.   โดย น.ส.ปรีณา ยื่นคำร้องพร้อมเงินสด 5 หมื่นบาท ขอประกันตัว ศาลอนุญาตให้ประกันปล่อยตัวชั่วคราวไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RGsfARebIII

 3,331
บันเทิง
29 พ.ย. 62

'เอ็มมี่' ลั่น ขยะแขยง 'ธีร์' จวกพูดเอาดีเข้าตัว โยนชั่วให้คนอื่น ยันไม่เคยขอเงินช่วยเหลือ

เอ็มมี่ แม็กซิม ลั่นขยะแขยง ธีร์ หลังให้ข่าวแบบหนังคนละม้วน  ยันตนเองไม่เคยขอเงินช่วยเหลือ แต่เป็นฝ่ายของ ธีร์ ที่มาขอร้องอยากช่วยเหลือเธอเอง พร้อมซัดกลับอย่าพูดเอาดีเข้าตัว แล้วโยนชั่วให้เธอ เพราะอะไรที่ไม่ถูก เธอก็จะไม่ยอม พร้อมถามกลับว่าจะขอความช่วยเหลือจากคนที่เธอเคยช่วยบ้างไม่ได้เหรอ ?     ไปที่ประเด็นดราม่าระหว่าง ‘เอ็มมี่ แม็กซิม’ กับอดีตนักแสดงหนุ่ม ‘ธีร์ ภูมิธนะวัชร์’ ที่ตอนนี้เรียกว่าแตกหักกันแล้ว หลัง ‘เอ็มมี่’ เคยออกหน้าช่วยเหลือ ‘ธีร์’ หาค่ารักษาอาการป่วยวัณโรค จนมีคนช่วยกันบริจาคเงินให้มากถึง 8 ล้านบาท  แต่ล่าสุดถึงคราวที่ ‘เอ็มมี่’ เดือดร้อนบ้าง เพราะต้องหาเงินมาประกันตัวเองในคดีโกงแชร์ และได้ไลน์ไปขอความช่วยเหลือ ‘ธีร์’ ตามสัญญาที่ ‘ธีร์’ เคยบอกว่า ‘เอ็มมี่’ เป็นผู้มีพระคุณตัวเอง    แต่สุดท้ายกลายเป็นเรื่องดราม่าขึ้น เพราะ ‘ธีร์’ ปฏิเสธที่จะให้การช่วยเหลือ โดยให้เหตุผลว่าตัวเองมีค่าใช้จ่ายเยอะ ต้องหาเงินประทังชีวิต เงินที่ได้รับบริจาคมาเหลือเกินครึ่ง ต้องใช้รักษาแม่ ส่วนตัวเองก็ยังต้องกินยาตลอด ถ้ารักษาไม่ดีโรคก็จะกลับมาอีก และการที่จะนำเงินบริจาคไปช่วยเหลือ ‘เอ็มมี่’ ก็มองว่าเป็นการใช้เงินที่ไม่ตรงตามจุดประสงค์ของผู้บริจาค และตัวเองก็ไม่เคยบอกว่าจะให้ ‘เอ็มมี่’ 150,000 บาท แต่สามารถช่วยได้แค่ 50,000 เท่านั้นจริงๆ    และจากคำพูดเหล่านี้ของ ‘ธีร์’ ก็เลยทำให้ ‘เอ็มมี่’ ของขึ้นอีกครั้ง เพราะทำให้เธอถูกยกเลิกงาน และถูกมองว่าเป็นคนชอบทวงบุญคุณ เมื่อวานนี้ ‘เอ็มมี่’ ก็เลยนัดสื่อแถลงข่าวขอชี้แจงในมุมของตัวเองบ้าง โดยบอกว่าเรื่องที่ ‘ธีร์’ ให้สัมภาษณ์ไม่ใช่เรื่องจริงเลย ยืนยันว่าตนเองไม่เคยไปขอความช่วยเหลือ ‘ธีร์’ แต่เป็นฝ่าย ‘ธีร์’ ต่างหากที่เป็นคนมาขอช่วยเหลือ เธอเอง เพราะเห็นว่าเธอกำลังเดือดร้อน แต่มีข้อแม้ว่าห้ามไปพูดให้ใครฟังว่า ‘ธีร์’ เป็นคนให้เงิน  เธอก็ปฏิเสธไปว่าไม่เอาเงิน แต่ฝั่งของ ‘ธีร์’ ก็ยังส่งข้อความมาขอร้องว่าขอให้เค้าได้ช่วยเธอบ้าง และได้มีการโอนเงินมาให้ 50,000 บาท และบอกว่าจะแอบโอนมาให้อีก  ซึ่ง ‘เอ็มมี่’ บอกว่าตัวเองมีแชทข้อความทุกอย่าง   และยังบอกอีกว่าเธอไม่ได้ทวงบุญคุณ แต่ ณ วันนี้เธอเดือดร้อน และอยากขอความช่วยเหลือจากคนที่เธอเคยช่วยบ้างไม่ได้หรือ ?  ซึ่งตอนที่เธอยื่นมือเข้าไปช่วย ‘ธีร์’ เพื่อนๆ หลายคนก็เตือนแล้วว่า จะไปช่วยทำไม คิดดีแล้วเหรอ และวันนี้ก็ได้เจอกับตัว ก็เลยทำให้รู้แล้วว่าที่คนอื่นเค้าพูดเตือนคือเรื่องจริงทั้งนั้น   ‘เอ็มมี่’ บอกเลยว่าตอนนี้ไม่ได้เกลียด ‘ธีร์’ แต่ขยะแขยง และบอกว่าเวลาที่ใครดีกับเรา เราก็ต้องดีกับเค้า ไม่ใช่พูดเอาดีเข้าตัว แต่ชั่วโยนให้เธอ  ซึ่ง ‘เอ็มมี่’ ก็บอกว่าอย่ามาทำร้ายเธอ เพราะอะไรที่ไม่ถูก เธอไม่ยอมเหมือนกัน  ส่วนเงิน 50,000 บาท ที่ ‘ธีร์’ ให้มา ‘เอ็มมี่’ ก็ยืนยันว่าจะไม่คืน เพราะเหนื่อยแล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cqkFTYc7ptw

 1,107
บันเทิง
27 พ.ย. 62

'ธีร์' แจงไม่ให้เงินช่วย 'เอ็มมี่' เหตุต้องปรึกษาแฟนและแม่ก่อน ฟาก 'เอ็มมี่' เดือด โพสต์แฉยาว

ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ โผล่แล้ว! พร้อมตอบคำถามทำไมไม่ให้เงินช่วยเหลือ เอ็มมี่  แม็กซิม แจงเงินบริจาคเหลือเกินครึ่ง แต่ถ้าหากจะช่วย  ต้องปรึกษาแฟน และแม่ก่อน ฟาก เอ็มมี่ โพสต์กลับ!   “ไม่เคยเป็นคนเริ่มก่อน ร้ายมาร้ายกลับ พร้อมแฉทั้งคลิปและเสียง”   ‘ธีร์’ เผยเหตุปฏิเสธช่วย ‘เอ็มมี่ แม็กซิม’ แม้ฝ่ายหญิง ออกมาร้องขอ เพราะครั้งหนึ่งตัวเองอุตส่าห์ออกหน้าช่วยเหลือ เมื่อครั้ง ธีร์ อดีตดาราหนุ่ม ป่วยหนัก จนมีคนเข้ามาช่วยเหลือ ธีร์ ยอดเงินบริจาคมาเป็นล้านๆ แต่คราวนี้ เอ็มมี่ จะติดคุก อ้อนวอนขอความช่วยเหลือ ธีร์ กลับหายตัวไปแบบไร้ร่องรอยนั้น   ล่าสุด ‘ธีร์  ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์’ อดีตดาราหนุ่ม ออกมาเผย  ยืนยันว่า ไม่ได้ย้ายบ้านหนี เพราะมีคนปีนเข้าบ้านเลยห่วงความปลอดภัย เลยต้องย้าย และ ต้องขอโทษ ‘เอ็มมี่’ ที่ไม่ได้ช่วยตามที่ร้องขอ  แต่ตามมารยาท ก็ไม่น่าเอาแชทที่คุยกันมาเผยแพร่ ส่วนที่ตัวเองไม่ได้มาช่วย เพราะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ ต้องหาเงินประทังชีวิต  เงินที่ได้รับบริจาคมา  เหลือเกินครึ่ง ต้องใช้ในการรักษาแม่ของตัวเอง  ส่วนตัวเองต้อง กินยารักษาตลอด ถ้ารักษาไม่ดี โรคจะกลับมา  และอยากใช้เงินตามวัตถุประสงค์   ส่วนที่ตัวเองไม่ได้คุยกับ ‘เอ็มมี่’ ให้รู้เรื่อง ไม่ได้ตอบแชท เพราะทำธุระและต้องดูแลแม่ พอจะมาตอบแชท เอ็มมี่ ก็โพสต์ไปแล้ว  ส่วนเรื่องสัญญา 1.5 แสน ที่จะให้ เอ็มมี่ อยากชี้แจงว่า ที่เคยคุยกับ เอ็มมี่ ไว้ ถ้าจะช่วยจริงๆ ต้องขอปรึกษาแฟน และ ครอบครัวก่อน และไม่เคยระบุจำนวนเงิน   ให้เงิน เอ็มมี่ ไป 50,000 บาท เพราะสามารถช่วยได้แค่นั้น เอ็มมี่ ก็ยังเป็นผู้มีพระคุณ วันหนึ่ง ถ้าตัวเองได้ค่าตัวจากละคร เล็กๆ น้อยๆ 3-5 พัน หรือ 1 หมื่น พอแบ่งกันได้บ้าง หากอีกฝ่ายอยากได้รับก็ยินดีเป็นน้ำใจให้เอ็มมี่เสมอ อยากให้ยิ้มให้กันมากกว่า สงสารน้อง คดีเยอะ น้องคงต้องเครียด   และหลัง ธีร์ ออกมาแจงเหตุ ‘เอ็มมี่’ ได้โพสต์ภาพข้อความ “แน่ใจแล้วใช่มั้ยคะ ว่าสิ่งที่พูดคือความจริง?” พร้อมแคปชั่นว่า “หลักฐานการคุย แชท เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ไม่มีการขอร้องใดๆทั้งสิ้นคะ #ทำไมพอพี่พูด เอ็มมี่ดูเป็นตัวร้ายไปเลย เอาแชทมาวางกันเลยมั้ยคะ?”   ซึ่งเอ็มมี่ ก็ได้โพสต์ต่ออีก บอกว่า “ #แถลงข่าวคือให้เคลียร์ไม่ใช่พูดเอาดีเข้าตัวแล้วให้สังคมเข้าใจเอ็มมี่ผิด  ปกติแล้วเอ็มมี่ไม่ชอบยุ่งกับใคร แต่มีกระแสพาดพิงว่า ไม่เคยสัญญาว่า จะให้เงินเอ็มมี่ 1.5 แสนบาท ทำให้เอ็มมี่เสียหายมาก เอ็มมี่กลายเป็นคนที่พูดโกหกไปโดยปริยาย เอ็มมี่ขอใช้สิทธิ์ในการชี้แจงผ่านพื้นที่ตรงนี้ ถ้าเป็นการรบกวนเอ็มมี่ขอกราบขออภัยด้วย เอ็มมี่อยากจบแล้ว  ส่วนใครจะพูดจริงหรือพูดไม่จริง เอ็มมี่ขอให้สังคมตัดสินจากหลักฐานแล้วกันนะคะ   เอ็มมี่ขอยืนยันว่า เอ็มมี่ไม่ได้เป็นฝ่ายขอเงินจากใคร โดยเฉพาะเงินบริจาค แต่มีคนที่ต้องการจะช่วยเหลือ ขอร้องให้เอ็มมี่รับเงินไว้ และโอนมาให้เอ็มมี่ 5 หมื่น ตั้งแต่ 31 กรกฎาคม 62 และยังบอกอีกว่า แอบโอนอีก 5 หมื่น หาจังหวะอยู่ แล้วก็เงียบกันไป นี่หรอที่บอก ไม่เคยพูด คลิปเสียงก็มีนะ    เดือนสิงหาคม 62 เอ็มมี่ติดต่อขอโอนเงินคืน เพราะรู้สึกไม่ดี แต่เค้ายังยืนยันจะให้รับไว้ บอกว่าช่วยด้วยใจ  เดือนพฤศจิกายน เอ็มมี่เดือดร้อนจริงๆ ไม่มีเงินประกันตัว หาทางออกไม่เจอ ทางตันสุดๆ จึงทักหาไปหาเค้า ไม่ได้คิดทวงบุญคุณใคร แค่ถามถึงสัญญาที่พี่เคยรับปาก ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร แต่คำตอบที่ได้มันทำให้เราหมดแรงจะเดินต่อ    เอ็มมี่ออกโรงปกป้องเพื่อน ช่วยเหลือเพื่อนเสมอ จนมีคนเตือนให้ระวัง มาถึงวันนี้รู้ซึ้งจริงๆ บทเรียนนี้ สอนให้รู้ว่า ควรจะช่วยคนที่ยืนข้างๆ เรา ในวันที่เราแย่ดีกว่า คนที่เราไม่รู้จักเค้าเพียงพอ    มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ #ตาต่อตาเลย    #ทำไมต้องบอกพี่ๆนักข่าวว่าไม่พร้อมเจอเอ็มมี่ ????????? แมนๆ ใจๆ  #ผมคนจิงงับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/sl2clmhiJWQ

 409
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 62

ศาลให้ประกันตัว 'นัน กิ่งเพชร' ตีราคา 3 แสน เงื่อนไขใส่กำไล em - รายงานศาลทุก 12 วัน

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม นำตัวนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นายนัน กิ่งเพชร ผู้ต้องหาคดี กรรโชกทรัพย์ จากการบุกจับลิขสิทธิ์การ์ตูน   ล่าสุดญาติของนายนัน ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว โดยได้นำที่ดินจำนวน 3 แปลงมาเป็นหลักทรัพย์ ก่อนตีราคาเป็นเงิน 300,000 บาท โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว ก่อนที่จะติดกำไล EM และศาลให้มารายงานตัวทุก 12 วัน   ด้าน พ.ต.ท.วุฒิ ศรีวิลัย รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว แต่ในชั้นศาล ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยญาติได้วางหลักทรัพย์ตีเป็นวงเงิน 300,000 บาท ซึ่งนายภูมิภากร จะต้องมารายงานตัวต่อศาลทุกๆ 12 วัน ส่วนสำนวนของทางตำรวจ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนผู้ต้องหาที่อีกรายที่หลบหนีคือ นายพิพล โตตันติกุล ได้มีการทำหนังสือขอความเป็นธรรมเข้ามา ว่าไม่ได้กระทำการกรรโชกทรัพย์ แต่ก็ยังไม่ได้มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด   ส่วนประเด็นที่สังคมได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับหมายจับที่ทางจังหวัดมหาสารคามได้ออกหมายจับแก็งลิขสิทธิ์ได้ แต่ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมายังขอศาลออกหมายจับไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วจำนวน 61 ราย   พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพาณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับการออกหมายจับที่จังหวัดมหาสารคามนั้น เป็นกรณีที่พบการกระทำความผิดชัดเจนที่จังหวัดมหาสารคาม นายนัน กิ่งเพรช ได้ไปว่าจ้างสั่งให้ผู้เสียหายทำตู้ไม้ติดภาพการ์ตูนละเมิดสิขสิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมนั้นทางผู้เสียหายนั้นไม่ได้มีการทำตู้ไม้การ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว แต่ถูกนายนันสั่งให้ทำตู้ไม้ลายการ์ตูนเพื่อหลอกให้มาถูกจับกุม พฤติกรรมของนายนันจึงเป็นการทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์อย่างชัดเจน   ส่วนกรณีของที่จังหวัดนครราชสีมาเองนั้น ทางผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้โพสต์ขายสินค้าลายการ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งพฤติการณ์ของคดีทั้งสองคดีแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ยื่นขอศาลอนุมัติหมายจับแก็งลิขสิทธิ์มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ศาลได้ยกคำร้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ   ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดแก็งลิขสิทธิ์ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรอยืนยันเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูนต่างๆ ซึ่งเอกสารบางอย่างต้องส่งมาจากต่างประเทศ จึงทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการทำงาน ซึ่งยืนยันว่าตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4mhNYmoTYG4

 1,887
สังคม
26 พ.ย. 62

ศาลให้ประกันตัว 'นัน กิ่งเพชร' ตีราคา 3 แสน เงื่อนไขใส่กำไล em - รายงานศาลทุก 12 วัน

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม นำตัวนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นายนัน กิ่งเพชร ผู้ต้องหาคดี กรรโชกทรัพย์ จากการบุกจับลิขสิทธิ์การ์ตูน   ล่าสุดญาติของนายนัน ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว โดยได้นำที่ดินจำนวน 3 แปลงมาเป็นหลักทรัพย์ ก่อนตีราคาเป็นเงิน 300,000 บาท โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว ก่อนที่จะติดกำไล EM และศาลให้มารายงานตัวทุก 12 วัน   ด้าน พ.ต.ท.วุฒิ ศรีวิลัย รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว แต่ในชั้นศาล ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยญาติได้วางหลักทรัพย์ตีเป็นวงเงิน 300,000 บาท ซึ่งนายภูมิภากร จะต้องมารายงานตัวต่อศาลทุกๆ 12 วัน ส่วนสำนวนของทางตำรวจ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนผู้ต้องหาที่อีกรายที่หลบหนีคือ นายพิพล โตตันติกุล ได้มีการทำหนังสือขอความเป็นธรรมเข้ามา ว่าไม่ได้กระทำการกรรโชกทรัพย์ แต่ก็ยังไม่ได้มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด   ส่วนประเด็นที่สังคมได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับหมายจับที่ทางจังหวัดมหาสารคามได้ออกหมายจับแก็งลิขสิทธิ์ได้ แต่ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมายังขอศาลออกหมายจับไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วจำนวน 61 ราย   พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพาณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับการออกหมายจับที่จังหวัดมหาสารคามนั้น เป็นกรณีที่พบการกระทำความผิดชัดเจนที่จังหวัดมหาสารคาม นายนัน กิ่งเพรช ได้ไปว่าจ้างสั่งให้ผู้เสียหายทำตู้ไม้ติดภาพการ์ตูนละเมิดสิขสิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมนั้นทางผู้เสียหายนั้นไม่ได้มีการทำตู้ไม้การ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว แต่ถูกนายนันสั่งให้ทำตู้ไม้ลายการ์ตูนเพื่อหลอกให้มาถูกจับกุม พฤติกรรมของนายนันจึงเป็นการทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์อย่างชัดเจน   ส่วนกรณีของที่จังหวัดนครราชสีมาเองนั้น ทางผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้โพสต์ขายสินค้าลายการ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งพฤติการณ์ของคดีทั้งสองคดีแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ยื่นขอศาลอนุมัติหมายจับแก็งลิขสิทธิ์มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ศาลได้ยกคำร้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ   ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดแก็งลิขสิทธิ์ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรอยืนยันเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูนต่างๆ ซึ่งเอกสารบางอย่างต้องส่งมาจากต่างประเทศ จึงทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการทำงาน ซึ่งยืนยันว่าตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4mhNYmoTYG4

 1,887
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 62

เด็กสาววัย 14 โดน นายก อบต.ข่มขืน แลกประกันตัว หลังถูกจับขโมยของในห้าง

นครสวรรค์-นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาปู่และพ่อ ของเด็กหญิงหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เข้าพบตำรวจ เพื่อขอให้การคุ้มครองช่วยเหลือครอบครัวของเด็กหญิงหนึ่ง เนื่องจากเกรงกลัวในความไม่ปลอดภัย หลังลูกสาวได้ถูกนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ทำการข่มขืน อีกทั้งที่ผ่านมายังมีโทรศัพท์ลึกลับ โทรมาขอเคลียร์เพื่อให้ยอมความ   โดยผู้ปกครองเล่าว่า เด็กหญิงหนึ่งอายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.1 มีพฤติกรรมติดเพื่อนไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่เรียนหนังสือ และหายตัวไปร่วม 1 เดือนแล้ว ทางบ้านติดต่อไม่ได้เลย เกรงว่าจะถูกเพื่อนชักชวนไปเสพยาเสพติดมั่วสุมจนเสียคน ที่ผ่านมาพ่อกับแม่แยกทางกันจึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ หลังรับเรื่องนางปวีณา ได้ประสานไปยังตำรวจ ช่วยสืบหาเด็กหญิงหนึ่งจนพบ   ซึ่งข้อมูลจากนักสังคมสงเคราะห์สอบถามเด็กหญิงหนึ่ง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนไปเที่ยวบ้านเพื่อนและได้รู้จักกับนายก อบต.คนหนึ่ง ที่มานั่งดื่มเหล้ากับพ่อแม่เพื่อน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร หลายวันต่อมาได้ไปเดินห้างสรรพสินค้าเห็นชุดชั้นในผู้หญิงสวยๆ จนเกิดความอยากได้ เพื่อนจึงแอบขโมยจนถูกพนักงานห้างจับได้ และถูกดำเนินคดีส่งตัวเข้าสถานพินิจทั้งหมด   ต่อมา นายก อบต. ได้มาเยี่ยมตนและยื่นข้อเสนอจะช่วยประกันตัวออกมา แต่ต้องยอมไปหลับนอนกับเขาด้วย ตนจึงจำใจต้องยอมตกลงเพื่อให้ได้พ้นจากสถานพินิจ หลังออกมาแล้วนายก อบต. ก็ล่อลวงตนไปกระทำชำเรา หลังจากทำกับตนเสร็จนายก อบต. ก็ปลอบใจและให้เงินตนใช้ 1,000 บาท จากนั้นตนก็ถูกกระทำชำเราเรื่อยมาแต่ต้องยอมทน ทุกครั้งจะได้รับเงินประมาณ 1,000-1,500 บาท เป็นค่าตอบแทน ทั้งที่ตนเองก็อยากเรียนหนังสือแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร   ขณะเดียวกันนายก อบต.ได้เช่าห้องให้ตนอยู่อาศัยกับเพื่อนๆ เวลารวมตัวกับเพื่อนบางครั้งก็ชวนกันเสพไอซ์และสารเสพติดอื่นๆ จนมึนเมา    ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.บรรพตพิสัย ได้ทำการส่งตัวเด็กหญิงหนึ่งไปตรวจร่างกายพบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีสารเสพติด (ไอซ์) อยู่ในร่างกาย ก่อนจะนัดสอบสหวิชาชีพในวันที่ 20 พ.ย.62 โดยเด็กหญิงหนึ่งให้การชัดเจน   หลังสอบสหวิชาชีพเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่ก่อเหตุ ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยหลังตำรวจออกหมายจับ ผู้ต้องหาได้มีการติดต่อว่าจะขอเข้ามอบตัวในวันที่ 21 พ.ย.นี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ตำรวจไปคุ้มครองครอบครัวของเด็กหญิงหนึ่งด้วย   ในส่วนของเด็กหญิงหนึ่ง ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ประสานให้เด็กหญิงหนึ่งอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กฯ นครสวรรค์ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและได้กลับไปเรียนหนังสือต่อตามที่เด็กตั้งใจ เพื่อจะได้มีชีวิตปกติสุขเหมือนเด็กคนอื่นๆ   โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานความช่วยเหลือกับ พมจ.นครสวรรค์ และบ้านพักเด็กฯนครสวรรค์อย่างต่อเนื่อง จากนี้นางปวีณาจะได้ประสานกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อและปู่ไปติดต่อขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yyl7DcPNIb0

 7,977
สังคม
22 พ.ย. 62

เด็กสาววัย 14 โดน นายก อบต.ข่มขืน แลกประกันตัว หลังถูกจับขโมยของในห้าง

นครสวรรค์-นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาปู่และพ่อ ของเด็กหญิงหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เข้าพบตำรวจ เพื่อขอให้การคุ้มครองช่วยเหลือครอบครัวของเด็กหญิงหนึ่ง เนื่องจากเกรงกลัวในความไม่ปลอดภัย หลังลูกสาวได้ถูกนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ทำการข่มขืน อีกทั้งที่ผ่านมายังมีโทรศัพท์ลึกลับ โทรมาขอเคลียร์เพื่อให้ยอมความ   โดยผู้ปกครองเล่าว่า เด็กหญิงหนึ่งอายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.1 มีพฤติกรรมติดเพื่อนไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่เรียนหนังสือ และหายตัวไปร่วม 1 เดือนแล้ว ทางบ้านติดต่อไม่ได้เลย เกรงว่าจะถูกเพื่อนชักชวนไปเสพยาเสพติดมั่วสุมจนเสียคน ที่ผ่านมาพ่อกับแม่แยกทางกันจึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ หลังรับเรื่องนางปวีณา ได้ประสานไปยังตำรวจ ช่วยสืบหาเด็กหญิงหนึ่งจนพบ   ซึ่งข้อมูลจากนักสังคมสงเคราะห์สอบถามเด็กหญิงหนึ่ง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนไปเที่ยวบ้านเพื่อนและได้รู้จักกับนายก อบต.คนหนึ่ง ที่มานั่งดื่มเหล้ากับพ่อแม่เพื่อน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร หลายวันต่อมาได้ไปเดินห้างสรรพสินค้าเห็นชุดชั้นในผู้หญิงสวยๆ จนเกิดความอยากได้ เพื่อนจึงแอบขโมยจนถูกพนักงานห้างจับได้ และถูกดำเนินคดีส่งตัวเข้าสถานพินิจทั้งหมด   ต่อมา นายก อบต. ได้มาเยี่ยมตนและยื่นข้อเสนอจะช่วยประกันตัวออกมา แต่ต้องยอมไปหลับนอนกับเขาด้วย ตนจึงจำใจต้องยอมตกลงเพื่อให้ได้พ้นจากสถานพินิจ หลังออกมาแล้วนายก อบต. ก็ล่อลวงตนไปกระทำชำเรา หลังจากทำกับตนเสร็จนายก อบต. ก็ปลอบใจและให้เงินตนใช้ 1,000 บาท จากนั้นตนก็ถูกกระทำชำเราเรื่อยมาแต่ต้องยอมทน ทุกครั้งจะได้รับเงินประมาณ 1,000-1,500 บาท เป็นค่าตอบแทน ทั้งที่ตนเองก็อยากเรียนหนังสือแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร   ขณะเดียวกันนายก อบต.ได้เช่าห้องให้ตนอยู่อาศัยกับเพื่อนๆ เวลารวมตัวกับเพื่อนบางครั้งก็ชวนกันเสพไอซ์และสารเสพติดอื่นๆ จนมึนเมา    ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.บรรพตพิสัย ได้ทำการส่งตัวเด็กหญิงหนึ่งไปตรวจร่างกายพบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีสารเสพติด (ไอซ์) อยู่ในร่างกาย ก่อนจะนัดสอบสหวิชาชีพในวันที่ 20 พ.ย.62 โดยเด็กหญิงหนึ่งให้การชัดเจน   หลังสอบสหวิชาชีพเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่ก่อเหตุ ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยหลังตำรวจออกหมายจับ ผู้ต้องหาได้มีการติดต่อว่าจะขอเข้ามอบตัวในวันที่ 21 พ.ย.นี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ตำรวจไปคุ้มครองครอบครัวของเด็กหญิงหนึ่งด้วย   ในส่วนของเด็กหญิงหนึ่ง ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ประสานให้เด็กหญิงหนึ่งอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กฯ นครสวรรค์ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและได้กลับไปเรียนหนังสือต่อตามที่เด็กตั้งใจ เพื่อจะได้มีชีวิตปกติสุขเหมือนเด็กคนอื่นๆ   โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานความช่วยเหลือกับ พมจ.นครสวรรค์ และบ้านพักเด็กฯนครสวรรค์อย่างต่อเนื่อง จากนี้นางปวีณาจะได้ประสานกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อและปู่ไปติดต่อขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yyl7DcPNIb0

 7,977

Top