ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประกันตัว"

สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

ให้ประกันตัว 'เปรมชัย' หลังศาลสั่งจำคุก 6 เดือน เจ้าตัวยื่น 3 ข้อ ขอบวช-บริจาคเงิน-ไม่ยุ่งเกี่ยวปืน

นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมทนายความ เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดฐาน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตรวม 4 กระบอก ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490   โดยก่อนฟังคำพิพากษานายเปรมชัยมอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ลงโทษสถานเบา หรือรอลงอาญา โดยระบุว่า   1.จำเลยจะขออุปสมบท (บวช) ที่วัดบวรนิเวศหรือวัดอื่นเป็นเวลา 15 วันเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 2.จำเลยจะบริจาคเงินส่วนตัว 3 ล้านบาทเพื่อเป็นการสาธารณประโยชน์ 3.จำเลยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาวุธปืนอีกตลอดชีวิต   ขณะที่ศาลแจ้งให้ฝ่ายจำเลยทราบว่า อัยการโจทก์ได้ขอแก้ไขคำฟ้องโดยระบุเพิ่มเติมว่า ในการครอบครองยังมีกระสุนปืนไรเฟิลิอีกจำนวน 3 นัด ซึ่งสอบถามฝ่ายจำเลยแล้วก็ได้ตรวจสอบกับรายงานการตรวจพิสูจน์แล้วไม่คัดค้าน โดยจำเลยยังคงยืนยันให้การรับสารภาพ   ศาลพิเคราะห์รายงานสืบเสาะประวัติ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวซึ่งผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษจำคุก 1 ปีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7 , 72 วรรคหนึ่ง ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือนแต่เนื่องจากจำเลย ยังมีโทษคดีอาญาจำคุกอีก 2 คดีในศาลจังหวัดทองผาภูมิและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พฤติการณ์จึงไม่รอการลงโทษ   ทั้งนี้เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว ศาลก็ได้อธิบายให้ นายเปรมชัยฟังว่าคำร้องที่ นายเปรมชัย ยื่นมาในวันนี้ระบุจะปฏิบัติ 3 ข้อนั้นหากปฏิบัติได้ก็ขอให้ทำต่อไปซึ่งเป็นการทำความดี แต่ในส่วนของการรอการลงโทษนั้นเนื่องจาก นายเปรมชัย ยังมีคดีอาญาที่ศาลพิพากษาจำคุกอยู่ 2 คดีจึงไม่อาจที่จะรอการลงโทษได้   ภายหลังศาลมีคำพิพากษาทนายความของนายเปรมชัย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด ๆ   อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นคำพิพากษา มีภาพนายเปรมชัยที่ได้รับการประกันตัวเดินทางลงจากศาลอาญา เพื่อเดินทางกลับ ในสภาพมือขวาถือไม้เท้า ส่วนด้านซ้ายมีคนสนิทคอยรับประคองมือ โดยมีประชาชนที่เห็นภาพทางสื่อพบว่านายเปรมชัย สวมผูกไทกลับด้านในออก ต่างจากขาไปที่ผูกไทในสภาพปกติ ซึ่งเป็นที่วิพากวิจารณ์ว่า นายเปรมชัย แก้เคล็ดที่ได้ประกันตัวหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9cB-IC8Aokk

 561
ครอบครัวบันเทิง
01 ส.ค. 62

'เติ้ล ธนพล' โดนคุก 2 ปี 6 เดือนไม่รอลงอาญา คดีลักใช้ไฟหลวง ก่อนประกันตัวสู้คดีต่อ

จากกรณี เติ้ล-ธนพล นิ่มทัยสุข ถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ หลังมีพฤติกรรมขโมยไฟหลวงมาใช้ในคาร์แคร์ตนเองเป็นเวลานาน 2-3 ปี   มีรายงานว่าในวานนี้ (31 ก.ค.) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราได้มีการตัดสินคดีนี้ออกมาแล้วโดยให้จำคุกนักแสดงหนุ่มเป็นเวลา 5 ปีด้วยกัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเจ้าตัวนั้นได้ทำการยอมรับสารภาพผิด ศาลจึงลดโทษให้เหลือโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญาแต่อย่างใด ก่อนที่จะยื่นประกันตัว เพื่อต่อสู้ทางคดีต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SiWPLDdevaI

 25,613
ข่าวภูมิภาค
31 ก.ค. 62

ลูกดีใจโผกอด แม่ลูก 4 ขโมยนมผงห้างได้ประกันตัว สาบานจะไม่ทำอีก

สมุทรปราการ-จากกรณีที่มีการจับกุมหญิงสาวชาวจังหวัดศรีสะเกษ วัย 35 ปี ที่ก่อเหตุขโมยนมผงและรองเท้านักเรียนเพื่อไปให้ลูกได้ใช้และดื่มกินเหตุ เพราะตกงานไม่มีรายได้ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน   ล่าสุดศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวตามคำร้อง หลังนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ใช้หลักทรัพย์ 1 แสนบาทยื่นขอประกันตัว   หลังได้รับอิสรภาพ หญิงดังกล่าวได้เดินทางกลับบ้าน โดยมีลูกๆรอต้อนรับและสวมกอดด้วยความดีใจ โดยผู้เป็นแม่กล่าวว่า ตนเองได้พาลูกไปเดินทางห้างที่เกิดเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งแรกพาลูกไปเดินเล่นเฉยๆ พอครั้งที่ 2 ก็ได้พาลูกไปเดินทางห้างดังกล่าวอีกและได้ขโมยเอานมผงที่เป็นถุงๆ บรรจุอยู่ให้กล่องมาประมาณ 6-7 ถุง เพื่อเอามาให้ลูกกินเพราะตนไม่มีเงินที่จะซื้อ   ห่างกันประมาณ 1 อาทิตย์ตนก็พาลูกมาเดินทางห้างดังกล่าวอีก แต่ครั้งนี้ขโมยได้เพียง รสดีและรองเท้านักเรียนลูกเท่านั้น ยังไม่ทันได้ขโมยนมผงมาให้ลูกก็ถูก รปภ.ของห้างดังกล่าวจับตัวมาส่งตำรวจเสียก่อน   ในเรื่องที่ตนกระทำในครั้งนี้เป็นเพราะตนไม่มีเงินที่จะซื้อนมให้ลูกกินจริงจึงตัดสินใจก่อเหตุ อยากขอโทษสังคมด้วย และขอขอบคุณท่าน ส.ส.จังหวัดศรีษะเกษ ที่มาช่วยประกันตัวตนออกมาและได้กลับมาอยู่กับลูกๆ อีกครั้ง ตนขอขอบคุณทุก ๆ คนที่ให้กำลังใจตน และตนขอสาบานว่าจะไม่ทำตัวแบบนี้อีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LKs9EcsLmAw

 786
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

สาว ปวช.แพะคดีส่งพัสดุยา ยังนอนคุกแม้จับคนร้ายตัวจริงได้ อดีต ส.ส.เสนอที่ดิน 1 ล้านยื่นประกัน

ร้อยเอ็ด-กรณี น.ส.สุปราณี พลดอน อายุ 22 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้น ปวช.ปีสุดท้าย ที่สถาบันอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง ถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2562 หลังจากมีคนส่งพัสดุมาให้แต่ข้างในมียาเสพติด เป็นยาเม็ดสีขาว 3 เม็ด ยาไอซ์ 10.30 กรัม หลังถูกจับ ถูกนำไปตรวจปัสสาวะ ไม่มีสารเสพติดในร่างกาย ขณะนี้ถูกขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนส่งยาเสพติดมาทางพัสดุรายนี้ได้ เป็นเยาวชนชายอายุ 17 ปี โดยผู้สั่งการให้ส่งคือ นางฐิตา พงศ์อัครวานิช อายุ 23 ปี   ทั้งนี้ คดีนี้ภายหลังถูกจับ น.ส.สุปราณี ยืนกรานว่าตนเองบริสุทธิ์ แต่เคยมีคนรู้จักคนหนึ่ง ขอใช้ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของตนในการให้คนส่งของมาให้ และได้ให้ทนายความยื่นขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว แต่ไม่ได้รับการอนุญาตจากศาล   ทำให้ น.ส.สุปราณี ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งทางยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ดแจ้งว่า หากคณะกรรมการยุติธรรมจากส่วนกลางพิจารณาวงเงินค้ำประกันให้ 1 ล้านบาท ก็จะเชิญพี่สาวของน้องปลาซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจให้ทำหน้าที่แทน มาทำสัญญาที่ยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด 3 ฉบับ แล้วส่งไปให้ประธานคณะกรรมการยุติธรรมส่วนกลางเป็นผู้ลงนามในสัญญา   จากนั้นนำหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุมัติจากกองทุนยุติธรรมส่วนกลาง 1 ล้านบาทไปยื่นต่อศาลจังหวัดเพื่อขออนุมัติให้ปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.สุปราณี ซึ่งการจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา ทราบว่าขณะนี้เรื่องอยู่ในมือของประธานอนุกรรมการให้การช่วยเหลือแล้ว แต่ยังไม่มีการอนุมัติลงมา   ทางด้าน นางบุญถิน เกตุภูงา มารดาของ น.ส.สุปราณี เผยว่า ตนได้รับการประสานผ่านมาทางผู้ใหญ่บ้านว่า นายเอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และนางรัชนี พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ได้แสดงเจตนาที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ยินดีที่จะเอาที่ดินของตนเอง มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาทเศษ เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัว น.ส.สุปราณี   ทำให้ทางครอบครัวรู้สึกดีใจและขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ หวังว่าลูกจะได้ออกมาใช้ชีวิตปกติในเร็ววันนี้ เพราะเชื่อในความบริสุทธิ์ของลูกสาวว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WWwAIY5wM00

 7,077
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 62

เปิดคำพูด 'เปรมชัย' ติดสินบน จนท. หลังศาลสั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ก่อนประกันตัว 2 แสน สู้อุทธรณ์

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาจำคุกนายเปรมชัย กรรมสูต กรรมการผู้จัดการ บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดีเวลอปเมนต์ เป็นเวลา 1 ปี ไม่รอลงอาญา และนับโทษต่อจากคดีเสือดำ จากคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่และนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ชุดจับกุมคดีเสือดำ ส่วนนายยงค์ โดดเครือ คนขับรถของนายเปรมชัย จำเลยที่ 2 ศาลยกฟ้อง   ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้วว่ามีหลักฐานว่า นายเปรมชัยพูดต่อเจ้าหน้าที่ว่า “จะให้นายนภดล พฤกษะวัน มาเคลียร์ มีหนทางช่วยเหลือกันได้ไหม มีเงื่อนไขอะไรไหม ถ้าปล่อยพวกผมอยากได้อะไร ผมก็จะหามาให้” โดยมีพยานโจทก์ปากอื่นเบิกความสนับสนุนว่านายเปรมชัยพูดข้อความดังกล่าวต่อนายวิเชียรจริง   ต่อมาศาลให้ประกันตัวในวงเงิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ นายเปรมชัยให้สัมภาษณ์ว่าคำพิพากษาท่านก็ตัดสินไปแล้ว ตนเตรียมยื่นอุทธรณ์ตามสิทธิ์ ตอนนี้ตนยังไม่พูดอะไรขอไห้เข้าใจสถานการณ์ดีกว่านี้ คิดก่อนว่าจะพูดอะไร ขอให้เข้าใจสถานการณ์ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามขณะที่นายเปรมชัยเดินบอกเจ็บขา และเดินรองเท้าหลุด ท่ามกลางกองทัพนักข่าวที่ไปรอรายงานข่าวเป็นจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LXyr2i9bgAU

 1,135
สังคม-อาชญากรรม
17 พ.ค. 62

ทนายจ่ออุทธรณ์-ยื่นประกัน 'อดีตพระพรหมดิลก' เจ้าอาวาสวัดสามพระยา หลังศาลสั่งจำคุก 6 ปี คดีเงินทอนวัด

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาจำคุกอดีตเจ้าอาวาส 6 ปี และผู้ช่วยวัดสามพระยา 3 ปี ในคดีร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ส่วนคดีอื่นให้ยกฟ้อง ขณะที่ทนายความเตรียมขอยื่นอุทธรณ์ และประกันตัว   โดยกลุ่มภิกษุสงฆ์และศิษยานุศิษย์ ของนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม หรือ มส. และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณและอดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา เข้าร่วมรับฟังคำพิพากษา คดีร่วมฟอกเงินทุจริตงบประมาณ สำนักพระพุทธศาสนา ให้วัดสามพระยา   โดยทั้ง 2 ตกเป็นจำเลยในคดี ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม และอดีตเจ้าอาวาส ถูกฟ้องอีกคดี ในฐานความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นผู้สนับสนันเจ้าพนักงานฯ , ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542   ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามฟ้อง ในความผิดร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากงบประมาณ ที่ได้รับมาจากสำนักพระพุทธศาสนา หรือ พศ. จำนวน 5 ล้านบาทนั้น เป็นงบที่ให้สนับสนุนการศึกษาโรงเรียนปริยัติธรรม แต่วัดสามพระยาไม่มีโรงเรียนปริยัติธรรม แต่จำเลยไม่ส่งคืน พศ. แต่กลับมอบอำนาจให้ผู้อื่นเบิกถอนเงินไปใช้ ก่อสร้างและบูรณาการสิ่งปลูกสร้างในวัด โดยอ้างว่าเข้าใจว่าเป็นงบบูรณาการที่เคยขอไป   แต่ในการสืบพยานนัดแรกจำเลยไม่ได้นำเอกสารของบ และ รับงบมายื่นต่อศาล แต่ขอเพิ่มเติมภายหลัง ทั้งที่เป็นเอกสารสำคัญ อีกทั้ง มีการเบิกงบไปฝากบัญชีประจำ รวม 2 บัญชี เพื่อเอาดอกเบี้ยเงินฝาก การกระทำของจำเลยทั้ง 2 จึงเป็นการ ยักย้าย เปลี่ยนทรัพย์สินซึ่งได้มาจากการทุจริต ของคดีมูลฐานความผิดทุจริตงบประมาณสนับสนุนการศึกษาวัดของ พศ.   ศาลจึงลงโทษ ให้จำเลย ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ต้องรับโทษ 2 เท่า ของโทษทางคดี ลงโทษจำคุกรวม 6 ปี และยกฟ้อง ใน คดีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนจำเลยที่ 2 ตัดสินลงโทษจำคุก 3 ปี   ขณะที่นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของ นายสมทรง จำเลยที่ 2 เตรียมยื่นขอประกันตัวภายใน 2-3 วันและขออุทธรณ์ ตามขั้นตอนกระบวนการคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งปีอย่างไรก็ตามมีข้อสงสัยในเรื่องการของบสนับสนุนในการก่อสร้างที่จำเลยทั้ง 2 ขอไปยังสำนักพุทธ ว่ามีการเซ็นอนุมัติออกมาอย่างถูกต้องหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2Jdy7syy_8I

 1,384
สังคม-อาชญากรรม
07 มี.ค. 62

ทนายรอลุ้นศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัว 'ครูจอมทรัพย์-ครูอ๋อง' เชื่อศาลคงเมตตา

(7 มี.ค.62) เมื่อเวลา 9.30 น. นายประทีป นวลเศรษฐ ทนายความของครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตรและครูอ๋อง นายสุริยา นวนเจริญ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนครพนม เพื่อเตรียมการเรื่องขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ที่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกเมื่อวานนี้ โดยนายประทีป เปิดเผยว่า ขั้นตอนตอนนี้อยู่ระหว่ารอคำสั่งจากศาลอุทธรณ์ภาค 4 ว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งคาดว่าทางศาลจะเบิกตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำจังหวัดนครพนมมาที่ศาลเพื่อฟังคำสั่ง ซึ่งอาจจะเป็นการอ่านคำสั่งผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์โดยคาดว่าศาลน่าจะมีคำสั่งมาในช่วงบ่ายของวันนี้ ซึ่งตนก็มั่นใจว่าศาลคงเมตตาให้ประกันตัวเนื่องจากจำเลยไม่มีพฤติกรรมหลบหนี   ส่วนแนวทางการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ ตนเห็นว่าจากการได้ฟังคำพิพากษาเมื่อวาน พบว่าพยานโจทย์ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ประกอบกับในชั้นนำสืบพยานของจำเลยยังมีอีกหลายประเด็นที่ศาลยังไม่ได้นำมาวินิจฉัย ซึ่งตนจะขอดูรายละเอียดของคำพิพากษาอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเห็นว่าในคำพิพากษาศาลได้ยกฟ้องในหลายข้อหา ที่ลงโทษจริง ๆ มีเพียงสองข้อหาเท่านั้นแถมยังมีการเพิ่มโทษจำเลยที่หนึ่งอีกเพราะเคยต้องคดีมาก่อน จึงดูว่าเป็นการถูกจำคุกหลายปี ซึ่งต้องขอดูรายละเอียดของคำพิพากษา เสียก่อนเพราะมีกว่าสามร้อยหน้า จึงต้องขอดูคำพิพากษาอย่างละเอียดเสียก่อน จึงจะวางแนวทางการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป   นอกจากนั้นนายประทีป ยังกล่าวเพิ่มเติมว่ากรณีนางนัศนีย์ หาญพยัฆค์ และนางทองเรศ วงศ์ศรีชา ที่ถูกศาลลงโทษจำคุกนั้นเนื่องเพราะจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา ซึ่งคงต้องขอความเมตตาต่อศาลในชั้นอุทธรณ์ ต่อไป  

 1,344
การเมืองเข้มข้น
01 มี.ค. 62

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ‘ยงยุทธ วิชัยดิษฐ’ คดีที่ดินอัลไพน์ ก่อนให้ประกัน 9 แสน ห้ามออกนอกประเทศ

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ พร้อมทนายความ เดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง เพื่อรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามมาตรา 157 เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน กรณีที่ดินธรณีสงฆ์สนามกอล์ฟอัลไพน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา แต่จำเลยได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ โดยเมื่อช่วงเช้านายยงยุทธได้หลบสื่อมวลชนเดินทางขึ้นไปยังห้องพิจารณาชั้น 7 ของศาลในทันที ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด   ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยในฐานะรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้นได้มีการออกคำสั่งเพิกถอนมติอธิบดีกรมที่ดิน ที่ออกคำสั่งว่าที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นที่ดินธรณีสงฆ์ ซึ่งเป็นการกระทำโดยมิชอบ โดยทุจริต จำเลยไม่ได้นำความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกามาพิจารณา ทั้งที่เป็นหลักสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดความสวบเรียบร้อย แต่จำเลยมีเจตนาที่จะออกคำสั่งโดยใช้ความเห็นของตนเอง ที่ได้มาจากคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาเอง   นอกจากนี้ยังพบว่า ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ เป็นที่ดินที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้ซื้อต่อจากนายเสนาะ เทียนทอง และหลังดำเนินการเดินเรื่องซื้อขายจนแล้วเสร็จ นายยงยุทธก็ได้รับตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย และดำรงตำแหน่งทางการเมืองดีๆ มาโดยตลอด จึงถือว่าเป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ศาลอุทธณณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา   ภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษาแล้วนายยงยุทธซึ่งวันนี้สวมสูทสีเทา ก็มีสีหน้าเรียบเฉย โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้นำตัวไปยังห้องควบคุมไว้ระหว่างรอจำเลยยื่นประกันตัวเพื่อขอสู้คดีในชั้นฎีกา และมีรายงานจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่มาร่วมฟังการพิจารณาว่า หลังจากนี้ก็จะนำคำพิพากษาไปเพื่อประชุมปรึกษาหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เเต่เบื้องต้น ป.ป.ช. ไม่น่าจะยื่นฎีกาต่อ เนื่องจากคดีนี้ศาลมีคำพิพากษายืนสองศาล และเป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง   ต่อมาทางจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 9 เเสนบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ซึ่งศาลพิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลยโดยตีราคาประกัน 9 เเสนบาทโดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นได้รับอนุญาตจากศาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mXpMDb7VqiA

 1,254
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.พ. 62

'โมนา' นอนคุก รอลุ้นศาลอุทธรณ์ให้ประกัน คดีทารุณโหดสาวใช้วัย 16 จนตายก่อนอำพรางศพ

วานนี้ (20 ก.พ.) นางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรีมารดาของนางสาวจริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ อายุ 16 ปี ที่หายตัวไปเมื่อปี 2555 ก่อนพบว่าเสียชีวิตถูกฝังศพภายในบริเวณบ้านของนางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อดีตผู้เข้าประกวดสาวงามในจังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาที่ศาลอาญา รัชดา เพื่อฟังคำพิพากษาคดีการเสียชีวิตของลูกสาว   โดยศาลได้นัดให้นางสาวโมนา กับพวกรวม 3 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังถูกยื่นฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ ร่วมกันซ้อนเร้นทำลายศพ มาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น   ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานคำให้การของนางสาวกีรติ ลูกของนางสาวโมนา จำเลยที่ 1 พยานปากสำคัญได้เบิกความเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่นางสาวโมนา จำเลยที่ 1 ได้ทำร้ายร่างกายน้องน้ำต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 12 -13 เมษายน 2555 เริ่มตั้งแต่ด้วยใชกระป๋องสเปรย์ตีเข้าที่ศีรษะน้องน้ำอย่างแรง และใช้พลาสติกแข็งของเครื่องดูดฝุ่น ตีที่ขาหลายครั้ง ไปจนถึงใช้ม้วนผมในขณะที่มีความร้อนจี้ตามร่างกายหลายแห่งจนเกิดแผลพุพองทั่วร่างกาย ทำให้น้องน้ำบาดเจ็บสาหัสนอนซมอยู่ประมาณ 1-2 วัน   โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งคนงานในบ้านอีกคนเป็นผู้ดูแล กระทั่งวันที่ 14 เมษายน 2555 พยานพบน้องน้ำนั่งพิงกำแพงเสียชีวิตในห้องครัว โดยไม่ใส่เสื้อผ้า สอดคล้องกับคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การรับสารภาพในการพิจารณาเล่าเหตุการณ์ชี้พยานหลักฐานแสดงท่าทางลักษณะของจำเลยที่ 1 ที่กระทำต่อน้องน้ำ ได้สอดคล้องลงรอยกันสนิท ทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหม ตามที่แม่ของน้องน้ำเรียกร้อง รวมเป็นเงิน 1 ล้าน 6 หมื่นบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ย   ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ที่ช่วยเหลือซ้อนเร้นอำพรางศพ ศาลลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดให้จำเลยที่ 2 เหลือ 1 ใน 3 จำคุก 1 ปี 4 เดือน  ส่วนจำเลยที่ 3 ลดโทษกึ่งนึง เหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะเดียวกันหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น จำเลยที่ 1 เตรียมตัวยื่นขอประกันตัวต่อศาลทันที   แม่ผู้เสียชีวิตเปิดเผยฟังคำพิพากษาของศาล โดยกล่าวขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม ซึ่งตัวเองก็ได้นำภาพถ่ายของลูกสาวติดตัวมาด้วยและบอกให้ดวงวิญญาณของลูกสาวมาฟังคำพิจารณาคดี ซึ่งผู้กระทำผิดก็ได้รับการลงโทษแล้ว ขณะที่ส่วนตัวในฐานะของคนเป็นแม่ยอมรับว่าในใจยังไม่สามารถให้อภัยได้ เนื่องจากผู้กระทำผิดก็ไม่มีความสำนึก แต่ในทางพระพุทธศาสนาก็ขออโหสิกรรมให้กับผู้กระทำผิด เพราะอยากให้ดวงวิญญาณของน้องน้ำไปสู่สุคติ หลังจากนี้ประมาณ 1 เดือนจะไปประกอบพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับลูกสาว   หลังจากศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว นางสาวกฤษณา หรือ โมนา จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว พร้อมหลักทรัพย์ 600,000 บาทนั้น ล่าสุดศาลมีความเห็นควรส่งคำร้องขอประกันตัวดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ เป็นผู้พิจารณา ระหว่างนี้ให้ควบคุมตัวไปขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางระหว่างรอฟังคำสั่งประกันตัว คาดศาลอุทธรณ์ ใช้เวลาพิจารณาภายใน 5-7 วัน   ขณะที่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ยื่นหลักทรัพย์คนละ 200,000 บาท ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ในระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท   สำหรับคดีนี้เกิดหลังจากนางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรี เข้าร้องทุกข์กับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เมื่อปี 2560 ว่า นางสาวจริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ บุตรสาววัย 16 ปี หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยนานกว่า 5 ปี ก่อนจะพบเป็นศพถูกฆ่าอำพรางฝังดิน ในพื้นที่ตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี   ซึ่งจากการสอบปากคำพยานพบว่าเป็นฝีมือของ นางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อายุ 45 ปี นายจ้างหญิง อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม ที่ผู้เสียชีวิตเคยทำงานอยู่ และต่อมาตำรวจกองปราบปรามได้ติดตามจับกุมตัวนำมาสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าใช้กระป๋องสเปรย์ยาวทุบตีที่ร่างกายและศีรษะ และใช้เครื่องหนีบผม จี้ตามลำตัว จนผู้ตายเสียชีวิตในบ้านพักย่านจตุจักร จากนั้นได้ร่วมกับพวก 3-4 คน นำร่างผู้ตายไปฝังไว้ที่สวนหลังบ้านแม่ของผู้ต้องหาที่จังหวัดเพชรบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B5wqbYZdheo

 8,692
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 62

ทนายฮาคีม จ่อขอประกันตัว ยื่นขอใส่กำไล em ยันจะไม่หลบหนี

กรณีทางการไทยควบคุมตัวนายฮาคีม อัล-อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ถูกคุมตัวในฐานะผู้ต้องหาตามหมายจับของอินเตอร์โพล หลังพาแฟนสาวมาฮันนีมูนที่ประทศไทย และถูกขังไว้ระหว่างการพิจารณาภายหลังจากที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญามีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ถูกร้องส่งกลับไปรับโทษตามคำพิพากษา ที่ประเทศบาห์เรน ในฐานะผู้ร้ายข้ามเเดน   ล่าสุดนางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของนายฮาคีม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน เปิดเผยว่า ตอนนี้เราอยู่ระหว่างรวบรวมหลักทรัพย์ เพื่อยื่นต่อศาลอาญาในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจจะเป็นช่วงพุธ (13 ก.พ.) เเต่ถ้าไม่ทันในเรื่องหลักทรัพย์ก็จะเป็นภายในอาทิตย์หน้า   ส่วนหลักทรัพย์ที่จะใช้ยื่นประกัน เราได้จากคนที่เขาอยากช่วยเหลือ นายฮาคีม เเละรวบรวมเงินผ่านเว็บไซต์ ซึ่งในคดีอื่นที่เราเคยใช้ก็ใช้หลักทรัพย์สูงถึง 2-5 ล้าน เเต่เราอยากนำหลักทรัพย์ไปเเสดงให้ศาลเห็นว่า หากให้ประกันนายฮาคีม เเล้วจะไม่หลบหนี ซึ่งคดีส่งผู้ร้ายข้ามเเดนนั้นเท่าที่ทราบยังไม่เคยมีจำเลยคนไหนที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว   เเต่ในปัจจุบันนี้เรามีอุปกรณ์กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) ซึ่งสามารถควบคุมโดยที่ตัวไม่ต้องอยู่ในเรือนจำ เราก็จะยื่นเเสดงเจตจำนงขอใส่เครื่องมือดังกล่าวประกอบเหตุผลในคำร้อง ว่าเราจะไม่หลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เเละเราจะยื่นคำร้องให้ศาลเห็นว่า การเตรียมคดีนี้จะมีพยานหลักฐานเป็นหลายภาษา การที่จำเลยถูกขังจะถือเป็นอุปสรรค ต้องใช้ล่ามเเปลภาษา ตรงนี้เราต้องการให้นายฮาคีมได้สู้คดีอย่างเต็มที่   เมื่อถามถึงเเนวทางการต่อสู้คดี จะมีการสู้เรื่องการควบคุมนายฮาคีมโดยมิชอบก่อนจะเข้ากระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามเเดนด้วยหรือไม่ นางณัฐาศิริ กล่าวว่า ในเนื้อหาของคดีตอนนี้ เเนวทางที่ว่าเราจะสู้คดีเเบบไหนเรากำลังรวบรวมความคิดเห็นกันอยู่ ซึ่งทนายความเเต่ละคนก็กำลังนำสำนวนที่ได้มาไปศึกษาก่อนที่ประชุมในช่วงสัปดาห์หน้า ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนสำคัญคือ การเตรียมเอกสารเเละการยื่นประกันตัว   เมื่อถามว่าทีมทนายในคดีมีกี่คนเป็นคนชาติอะไรบ้าง นางณัฐาศิริ กล่าวว่า ทีมทนายมี 6 คนเป็นคนไทยหมดทุกคนมีนายนคร ชมพูชาติ เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งทีมทนายความเราก็ได้มีที่ปรึกษาเป็นทนายความจากประเทศออสเตเลีย เเละ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งสองท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศเเละกฎหมายข้ามเเดน ได้พยายามหาหลักฐานที่เป็นประโยชน์มาให้เราใช้ในคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/epMsc8DZhXk

 964
ข่าวภูมิภาค
07 ธ.ค. 61

ลูกชายคลั่งควงดาบไล่ฟันพ่อ จนพ่อสุดทนลูกชายไม่เอาถ่าน ตัดใจยิงลูกเจ็บ ญาตินำเงิน 2 แสนประกันตัว

โคราช-พ่อวัย 61 ทะเลาะวิวาทกับลูกชายวัย 23 ปี ลูกใช้มีดจะไล่ฟันพ่อ พ่อสุดทนใช้ปืนยาวดวลกันสนั่นบ้าน ลูกชายถูกยิงอกบาดเจ็บสาหัส ส่วนพ่อถูกมีดฟันที่มือบาดเจ็บเล็กน้อย สาเหตุเพราะพ่อไม่พอใจที่ลูกชายไม่เอาถ่าน   หลังเกิดเหตุ ตร.สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ควบคุมตัวนายไพวัลย์ บุญรอด อายุ 61 ปี ผู้เป็นพ่อ พร้อมของกลางอาวุธปืนยาวขนาด .22 ติดลำกล้อง อาวุธมีดดาบ และมีดอีโต้ของฝ่ายลูกชาย คือ นายวรพล บุญรอด อายุ 23 ปี หลังนายนายไพวัลย์ผู้เป็นพ่อได้ใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่ลูกชายเข้าที่บริเวณหน้าอก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราช ซึ่งขณะเกิดเหตุลูกชายอีกคน ซึ่งเป็นน้องชายของผู้บาดเจ็บ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่ทั้งคู่ทะเลาะวิวาทกันไว้ได้   นายไพวัลย์ บุญรอด ผู้เป็นพ่อกล่าวว่า มีปัญหาทะเลาะกับลูกชายมานานหลายปี เพราะลูกชายไม่เอาถ่าน เรียนหนังสือไม่จบ ถูกไล่ออกจากโรงเรียน ไม่ยอมช่วยทำการทำงาน วันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่ มีนิสัยก้าวร้าวเกเร ซึ่งขณะเกิดเหตุตน และลูกชายมีเรื่องทะเลาะกันรุนแรง ซึ่งต่างคนต่างมีอาวุธอยู่ในมือ ลูกชายตนถือมีดดาบ 2 เล่ม 2 มือต่อสู้กัน โดยลูกชายตนใช้มีดฟันใส่ตนก่อน ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือ ตนจึงใช้อาวุธปืนยิงไป 2 นัด กระสุนถูกลูกชาย 1 นัดได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหลังเกิดเหตุตนในฐานะหัวอกคนเป็นพ่อ รู้สึกเศร้าเสียใจสุดชีวิต และยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำลงไป   ล่าสุดพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมาได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าแก่นายไพวัลย์ผู้เป็นพ่อ และตั้งหลักทรัพย์วงเงินประกันไว้จำนวน 200,000 บาท ซึ่งขณะนี้ญาติๆ กำลังรวบรวมหาหลักทรัพย์ไปยื่นประกันตัว ขณะที่อาการของนายวรพล ลูกชายที่ถูกยิงบาดเจ็บ ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา   ด้านคนในครอบครัวระบุว่า ทางบ้านประกอบอาชีพขายของตามตลาดนัด โดยครอบครัวมีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 5 คน ซึ่งพี่ชายที่ถูกพ่อยิงบาดเจ็บเป็นลูกชายคนกลาง และพี่ชายมักจะถูกพ่อดุด่า และตีอยู่เป็นประจำตั้งแต่สมัยตอนเป็นเด็ก เนื่องจากพี่ชายทำตัวเกเร และไม่ยอมเรียนหนังสือ จนกระทั่งวันเกิดเหตุพ่อ และพี่ชายได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องที่พี่ชายไม่ยอมช่วยทำงานทำการ จนกระทั่งเรื่องบานปลายจนเกิดเหตุพ่อใช้อาวุธปืนยิงพี่ชายบาดเจ็บดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yUy2cWGzRzE

 5,771
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 61

‘หนุ่ม กะลา’ ได้ประกันตัวแล้ว! หลังถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ‘ยาม’

ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม ได้จับกุม นายณพสิน แสงสุวรรณ หรือ ‘หนุ่ม วงกะลา’ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.กระบี่ ลงวันที่ 7 พ.ย. 61 ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โดยการเผยแพร่ต่อสาธารณะชน ซึ่งงานดนตรีกรรม และหรือบันทึกเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต หลัง  ‘หนุ่ม วงกะลา’ เคยมาแสดงคอนเสิร์ตและเล่นเพลง ‘ยาม’ ของวงลาบานูน ในงานลอยกระทง ที่ ลานประติมากรรมปูดำ ริมเขื่อนเจ้าฟ้าในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 60    หลังรับตัวจากเจ้าหน้าที่ สน.โคกคราม ทาง พ.ต.ต.ประพันธ์ หนูชัยแก้ว พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้นำตัวหนุ่ม สอบปากคำ และนำส่งพนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ ซึ่งเบื้องต้นทางอัยการจังหวัดกระบี่ ได้ตรวจเอกสารที่ตำรวจเสนอมาและแจ้งว่าจะทำเรื่องสั่งฟ้องวันนี้ แต่ปรากฏว่าทางอัยการรวบรวมเอกสารต่างๆ ซึ่งมีจำนวนมากไม่ทัน จึงได้แจ้งให้ทางตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ นำผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลก่อน    ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งต่อศาลจังหวัดกระบี่ว่า วันนี้เป็นการฝากขัง ทางศาลได้รับฝากทนายความของหนุ่ม วงกะลา จึงได้ยื่นขอประกันตัวด้วยวงเงินสด 20,000 บาท ประกันตัวออกไปโดยไม่มีการคัดค้านใดๆ และนัดหมายให้หนุ่ม มารายงานตัวในวันที่ 20 พ.ย.นี้ เป็นผลัดแรก จากนั้นทางหนุ่ม พร้อมด้วยผู้จัดการส่วนตัว ได้เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ และบินกลับ กทม. แล้ว     ข่าวที่เกี่ยวข้อง บุกจับ 'หนุ่ม กะลา' คาผับ ปมร้องเพลง 'ยาม' ละเมิดลิขสิทธิ์ เบี้ยวไม่ไปตามหมายเรียก      

 3,107
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ย. 61

อัยการสั่งฟ้อง 2 ป้าทุบรถจอดขวางหน้าบ้าน เจ้าตัวขอสู้คดี ศาลให้ประกันตัวคนละ 5 หมื่น

ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุธ พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ (พระโขนง) ได้นำตัว น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ 61 ปี หรือที่รู้จักในนามป้าทุบรถ มายื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358   สืบเนื่องจากได้ทุบรถคู่กรณีที่มาจอดรถขวางหน้าบ้านได้รับความเสียหาย ขณะมาซื้อสินค้าที่ตลาดสวนหลวง จนเหิดเป็นเรื่องราวโด่งดังในช่วงที่ผ่านมา   ทั้งนี้อัยการนำจำเลยส่งฟ้องต่อศาลในข้อหาทำให้เสียทรัพย์เพียงข้อหาเดียว ส่วนข้อหาข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งคดีนัดสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ โดยจำเลยจะให้การปฏิเสธ พร้อมสู้คดีต่อไป ขณะที่จำเลยทั้งสองได้ยื่นประกันและศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยตีราคาประกันคนละ 50,000 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/64QMjwBBt4s

 1,876
สังคม-อาชญากรรม
26 ต.ค. 61

น้าเขย ข่มขืนหลานสาววัย 12 ปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา ภรรยาเตรียมยื่นขอประกันตัว

น้าเขยข่มขืนหลานสาววัย 12 ปี ปธิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะภรรยาจะขอยื่นประกันตัวเพื่อพิสูจน์ความจริง ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนที่นำลูกศิษย์เข้าแจ้งความ ไม่วิตกกังวลใดๆถ้าถูกฟ้องร้องกลับจากเรื่องดังกล่าว   หลังเจ้าหน้าที่กองปราบปราม จับกุม นายสมพงษ์ จิตหาญ อายุ 31 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี หมายจับที่ จ 286/2561 ข้อหา“ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งเด็กนั้นอยู่ในความปกครองของตน” ได้ภายในซอยเพชรเกษม 6 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.เมื่อ 25 ตค.2561 ที่ผ่านมา   วันนี้(26 ตค.2561) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรโนนกุง ไปรับตัว นายสมพงษ์ จิตหาญ ที่กองปราบ มาส่งให้กับ พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ จันทร์เต็ม ร้อยเวรเจ้าของคดีเพื่อสอบปากคำ โดยผู้ต้องหา ปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา ว่าไม่ได้ข่มขืนหลานสาวของตัวเอง และจะดำเนินคดีกับ นายสมศักดิ์ ศรีทะโน ผู้อำนวยการของโรงเรียนร่องข่า ต.โนนกุง อ.ตระการพืชผล ให้ถึงที่สุด เพราะเป็นคนที่พา ด.ญ.เอไปแจ้งความโดยพลการ จนทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง    ด้านนางตรีรัตน์ แสงแดง ภรรยาของผู้ต้องหา ได้เดินทางมาเยี่ยมสามีพร้อมกับลูกสาว ก็ปฎิเสธไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน แต่ถ้าเป็นจริง ตนก็ยอมรับได้ แต่จะขอยื่นประกันตัวสามี ออกมาพิสูจน์ความจริง   ด้านนายสมศักดิ์ ศรีทะโน ผู้อำนวยการของโรงเรียนร่องข่า เผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่รวบรวมส่งให้กับพนักงานสอบสวน จนออกหมายจับกุมตัวนายสมพงษ์ จิตหาญ มาดำเนินคดี ตนไม่กังวลใดๆ ทำเพื่อลูกศิษย์ เพื่ออนาคตของลูกหลาน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของเดนคนแบบนี้อีกต่อไป ซึ่งทางโรงเรียนมีระบบช่วยเหลือดูแลนักเรียนอย่างเข้มแข็งเพื่อป้องกันสิทธิเด็กอย่างเต็มที่ หากนายสมพงษ์ฯจะฟ้องผม ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ห้ามไม่ได้ แต่เรื่องจริงคือเรื่องจริง ทางตัวผม ครูและบุคลากรทางศึกษาทุกคน พร้อมต่อสู้เพื่อลูกศิษย์เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด   ส่วนบรรยากาศทั่วไปที่โรงเรียนร่องข่า ขณะนี้อยู่ในห้วงปิดภาคเรียน มีเพียงครูเวร และยามเฝ้ารักษาความปลอดภัยเท่านั้น

 7,816
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 61

'ฟิล์ม รัฐภูมิ' โพสต์แจงหลังอัยการสั่งฟ้องคดี เปิดบริษัท pay all ไม่ได้รับอนุญาต ศาลให้ประกัน 2 แสน

ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อายุ 33 ปี นักแสดงชื่อดัง พร้อมพวกรวม 4 คน ในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเติมเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต    จากการร่วมกันประกอบกิจการให้บริการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ เพย์ออล (Payall) และสมัครสมาชิกเพื่อสร้างบัญชีของผู้ใช้บริการ ซึ่งระบบจะตั้งบริษัทสมาชิก รหัสผ่านในการใช้งานและเติมเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยตามช่องทาง โดยระบบจะบันทึกจำนวนเงินที่เติมตามมูลค่าของผู้ใช้บริการแต่ละราย รวมทั้งนำเงินที่ชำระไว้ล่วงหน้าไว้ชำระค่าสินค้า และค่าบริการต่างๆ แทนเงินสด ซึ่งเป็นการกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต   ศาลพิจารณาคำฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3090/2561 และสอบคำให้การจำเลยแล้ว ปรากฏว่าทั้งหมดให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งสืบเสาะฯ โดยให้พนักงานคุมประพฤติ สืบเสาะประวัติครอบครัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และอื่นๆ ของพวกจำเลยแล้วรายงานให้ศาลทราบเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา และนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 6 ธ.ค. นี้ เวลา 09.00 น.   ต่อมาญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 2 แสนบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยประกันตัวไปโดยตีราคาประกันคนละ 2 แสนบาท   จากนั้น ฟิล์ม รัฐภูมิ ได้โพสต์อินสตาแกรม @filmrattapoom ระบุว่า "เห็นหัวข้อข่าว ตกใจทุกที เขียนดูน่ากลัวตลอดเลยนะครับ จริงๆมันคือเรื่อง ตั้งแต่ปีที่แล้วครับ ก็แค่ไปรับทราบข้อกล่าวหาครับ การเป็นดาราแล้วมาทำธุรกิจ ย่อมเป็นที่จับตาของสังคม และธุรกิจต่างๆของผมที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องสร้างสรรค์ทางการตลาด หรือเกี่ยวของกับนวัตกรรมใหม่ๆ แต่แน่นอนมันก็มีเรื่องกฎหมายให้เราต้องคำนึง เรียนรู้และเป็นบทเรียนเยอะเยะไปหมด   ที่ผ่านมา ผมได้ดำเนินการแก้ไขตามคำแนะนำของภาครัฐทุกอย่างแล้ว จนวันนี้ธุรกิจของผมมีความสมบูรณ์มากขึ้นในเรื่องใบอนุญาตต่างๆ  แต่ทั้งนี้ผมก็ต้องยืดอกรับในสิ่งที่อาจผิดพลาดไปบ้างที่ผ่านมา วันนี้ผมโตขึ้นและกำลังจะทำประโยชน์ให้สังคมที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น ผมสัญญาว่า จากนี้ไปผมจะทำธุรกิจของผมให้ตอบโจทย์ในการช่วยพี่น้องคนไทยที่ผมรักให้ได้มากที่สุด ให้สมกับที่สังคมได้มอบสิ่งดีๆให้ผมเสมอมา ฝากบอกต่อกันด้วยนะครับ" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WsNL2BudxpI

 3,253

Top