ค้นหา :

ผลการค้นหา "หนีตาย"

ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 62

ไฟไหม้โรงแรมพัทยา นทท. 400 ชีวิตหนีตายจ้าละหวั่น

ชลบุรี - เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ภายในซอยบัวขาว ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมสูง 8 ชั้น มีเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ตัวอาคารอย่างหนัก เปลวเพลิงและควันพวยพุ่งอยู่บริเวณด้านหน้า   เจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเมืองดี พนักงานรักษาความปลอดภัย ช่วยกันอพยพ นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ภายในโรงแรม กว่า 400 ชีวิต มีทั้งเด็ก คนชรา รวมไปถึงคนพิการ ออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ก่อนที่ทีมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้รถน้ำ 2 คัน ระดมฉีดน้ำเข้าระงับเพลิงที่กำลังโหมลุกอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบลง   สอบถามสุภัทชัย พันวิลัย อายุ 29 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมทราบว่าก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาบริเวณริมระเบียงด้านหน้า แล้วเปลวไฟก็โหมลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีกระแสลมค่อนข้างแรง จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือจนเพลิงสงบลงดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าตรวจสอบในตัวอาคารพบจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร แต่ยังไม่ลุกลามเข้าไปในตัวอาคาร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/-ewxQ1oiA30

 12,073
สังคม
06 ธ.ค. 62

ไฟไหม้โรงแรมพัทยา นทท. 400 ชีวิตหนีตายจ้าละหวั่น

ชลบุรี - เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ภายในซอยบัวขาว ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมสูง 8 ชั้น มีเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ตัวอาคารอย่างหนัก เปลวเพลิงและควันพวยพุ่งอยู่บริเวณด้านหน้า   เจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเมืองดี พนักงานรักษาความปลอดภัย ช่วยกันอพยพ นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ภายในโรงแรม กว่า 400 ชีวิต มีทั้งเด็ก คนชรา รวมไปถึงคนพิการ ออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ก่อนที่ทีมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้รถน้ำ 2 คัน ระดมฉีดน้ำเข้าระงับเพลิงที่กำลังโหมลุกอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบลง   สอบถามสุภัทชัย พันวิลัย อายุ 29 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมทราบว่าก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาบริเวณริมระเบียงด้านหน้า แล้วเปลวไฟก็โหมลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีกระแสลมค่อนข้างแรง จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือจนเพลิงสงบลงดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าตรวจสอบในตัวอาคารพบจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร แต่ยังไม่ลุกลามเข้าไปในตัวอาคาร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/-ewxQ1oiA30

 12,073
ต่างประเทศ
04 ธ.ค. 62

ระทึก! แก๊สระเบิดที่โรงงานซูดาน คนงานหนีตายจ้าละหวั่น เสียชีวิต 23 เจ็บอีกระนาว

เกิดเหตุถังบรรจุแก๊สระเบิดที่โรงงานเซรามิคในกรุงคาทูม ประเทศซูดานเมื่อวานนี้ ส่งผลให้คนงานเสียชีวิตไปอย่างน้อย 23 ราย บาดเจ็บกว่า 130 คน   คนงานในโรงานเซรามิคต้องวิ่งหนีตาย หลังจากถังแก๊สขนาดใหญ่ระเบิด หลายคนตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ แรงระเบิดทำให้เกิดไฟไหม้ในพื้นที่ใกล้เคียงและเกิดควันไฟขนาดใหญ่คละคลุ้งไปทั่วโรงงาน   รายงานระบุว่า เพลิงเผาโรงงานเสียหายเกือบทั้งหมด คนงานที่บาดเจ็บและเสียชีวิตมีหลายเชื้อชาติ ในจำนวนนี้มีชาวเอเชียด้วย ผู้เสียชีวิตมีมากกว่า 23 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บกว่า 130 คน บางรายอาการสาหัส รัฐบาลต้องประกาศขอรับบริจาคเลือดให้ผู้บาดเจ็บ   สาเหตุของแก๊สระเบิดอยู่ระหว่างการสอบสวน ในเบื้องต้นเชื่อว่า อาจเกิดจากความปลอดภัยและอุปกรณ์ต่างๆของโรงงานไม่ได้มาตรฐาน  

 728
สังคม-อาชญากรรม
02 ธ.ค. 62

หนุ่มเมียนมา หนีตายอริรุมฆ่า โดนฟันหัว-ไส้ไหล สุดท้ายสิ้นใจในร้านสะดวกซื้อ

ตำรวจ สน.โชคชัย ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ภายในร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท สาขาลาดพร้าว 85 ปากซอยลาดพร้าว 85 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม.   ที่เกิดเหตุพบศพ นายใส สาน อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา นอนเสียชีวิตจมกองเลือด อยู่บริเวณหน้าประตูด้านในร้าน จากการตรวจสอบพบมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ช่องท้อง จนอวัยวะภายในไหลออกมา และบาดแผลถูกฟันที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ   จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ตายวิ่งหนีกลุ่มที่รุมทำร้ายประมาณ 2-3 คน มาจากริมถนนฝั่งตรงข้ามบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว แล้วมาถูกรุมทำร้ายบริเวณหน้าร้านแฟมิลี่มาร์ท ก่อนจะวิ่งเข้ามาหลบภายในร้านในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นกลุ่มที่รุมทำร้ายก็หลบหนีไป กู้ชีพจึงพยายามให้การช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล ผู้ได้รับบาดเจ็บจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำพยานไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง และตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ro--3pWMq4E

 3,539
อาชญากรรม
02 ธ.ค. 62

หนุ่มเมียนมา หนีตายอริรุมฆ่า โดนฟันหัว-ไส้ไหล สุดท้ายสิ้นใจในร้านสะดวกซื้อ

ตำรวจ สน.โชคชัย ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ภายในร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท สาขาลาดพร้าว 85 ปากซอยลาดพร้าว 85 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม.   ที่เกิดเหตุพบศพ นายใส สาน อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา นอนเสียชีวิตจมกองเลือด อยู่บริเวณหน้าประตูด้านในร้าน จากการตรวจสอบพบมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ช่องท้อง จนอวัยวะภายในไหลออกมา และบาดแผลถูกฟันที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ   จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ตายวิ่งหนีกลุ่มที่รุมทำร้ายประมาณ 2-3 คน มาจากริมถนนฝั่งตรงข้ามบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว แล้วมาถูกรุมทำร้ายบริเวณหน้าร้านแฟมิลี่มาร์ท ก่อนจะวิ่งเข้ามาหลบภายในร้านในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นกลุ่มที่รุมทำร้ายก็หลบหนีไป กู้ชีพจึงพยายามให้การช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล ผู้ได้รับบาดเจ็บจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำพยานไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง และตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ro--3pWMq4E

 3,539
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 62

3 พ่อแม่ลูกวิ่งหนีตาย คลิปเก๋งไฟลุกไม่ทราบสาเหตุคา ถ.บายพาสชลบุรี

ชลบุรี-เกิดเหตุไฟลุกไหม้รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เทา ที่วิ่งมาตามถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี ถึงหน้าปากซอยบ้านสวน-เลี่ยงเมือง 18 หมู่ 6 ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี ทำให้หญิงที่นั่งข้างคนขับอุ้มลูกวิ่งหนีออกมา   หลังจากนั้นไฟได้ลุกโหมอย่างรุนแรงจากท้ายรถลามมาหน้ารถ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงระดมดับเพลิงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบพบว่าไฟได้ไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน   สอบถามนายกิตติศักดิ์ จิตแม้น อายุ 26 ปี คนขับรถเก๋งเผยว่า ได้พาภรรยาและลูกไปซื้อของให้ลูกที่ห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองชลบุรี กำลังจะกลับบ้านจะถึงโค้งหน้านี้แล้ว แต่เครื่องยนต์ดับจึงจอดข้างทางพอลงไปเปิดฝากระโปงรถ ไฟได้ลุกขึ้นที่ใต้รถโดยไม่รู้สาเหตุ จึงบอกให้เมียและลูกวิ่งหนีออกมา ซึ่งยืนยันว่ารถตนไม่ได้ตกแต่งอะไรและใช้น้ำมันธรรมดา แต่ไม่รู้เพลิงลุกไหม้ได้อย่างไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ut5Cs1wNxM8

 1,392
สังคม
29 พ.ย. 62

3 พ่อแม่ลูกวิ่งหนีตาย คลิปเก๋งไฟลุกไม่ทราบสาเหตุคา ถ.บายพาสชลบุรี

ชลบุรี-เกิดเหตุไฟลุกไหม้รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เทา ที่วิ่งมาตามถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี ถึงหน้าปากซอยบ้านสวน-เลี่ยงเมือง 18 หมู่ 6 ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี ทำให้หญิงที่นั่งข้างคนขับอุ้มลูกวิ่งหนีออกมา   หลังจากนั้นไฟได้ลุกโหมอย่างรุนแรงจากท้ายรถลามมาหน้ารถ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงระดมดับเพลิงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบพบว่าไฟได้ไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน   สอบถามนายกิตติศักดิ์ จิตแม้น อายุ 26 ปี คนขับรถเก๋งเผยว่า ได้พาภรรยาและลูกไปซื้อของให้ลูกที่ห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองชลบุรี กำลังจะกลับบ้านจะถึงโค้งหน้านี้แล้ว แต่เครื่องยนต์ดับจึงจอดข้างทางพอลงไปเปิดฝากระโปงรถ ไฟได้ลุกขึ้นที่ใต้รถโดยไม่รู้สาเหตุ จึงบอกให้เมียและลูกวิ่งหนีออกมา ซึ่งยืนยันว่ารถตนไม่ได้ตกแต่งอะไรและใช้น้ำมันธรรมดา แต่ไม่รู้เพลิงลุกไหม้ได้อย่างไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ut5Cs1wNxM8

 1,392
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 62

หนุ่มฟิลิปปินส์ขับรถตู้พร้อมภรรยา จู่ๆไฟลุกทั้งคัน หนีตายอลหม่าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถตู้ ที่เกิดเหตุบริเวณซอยรัชดา - ท่าพระซอยที่ 8 ถนนรัชดา แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ จึงรีบประสานรถดับเพลิงเขตธนบุรี เข้าทำการช่วยเหลือ   โดยในที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถตู้ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Century ถูกไฟไหม้อยู่กลางถนน เพลิงได้ลุกลามจากจนวอดทั้งคัน เจ้าหน้าที่ใช้น้ำทำการดับ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงสงบ จาการตรวจสอบพบว่าเสียหายหมดทั้งคัน   นายวิทยา สวัสดี อายุ 32 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งขับรถตามรถตู้คันที่เกิดเหตุ เผยตนสังเกตบนหลังคารถตู้มีประกายไฟเกิดขึ้นและมีแสงเพลิงลุกลามจากด้านท้ายรถ จึงได้จอดรถให้การช่วยเหลือสองสามีภรรยาชาวฟิลิปปินส์ออกจากรถ ต่อจากนั้นได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับวิ่งหาถังน้ำยาเคมีบ้านใกล้เคียงเพื่อมาทำการดับเบื้องต้น   แต่ปรากฏว่าไม่มีถังน้ำยาเคมีจึงได้รีบแจ้ง 191 เพื่อช่วยประสานรถดับเพลิงมาทำการดับเพลิงรถคันดังกล่าว ระหว่างที่รอรถดับเพลิงเพลิงได้โหมลุกไหม้ไปครึ่งคันแล้ว กว่ารถดับเพลิงจะมาถึงเมื่อรถดับเพลิงมาถึงจึงเร่งทำการใช้น้ำจำนวน 2 หัวฉีด เพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามและสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้   ขณะที่นายจีเล่ห์ จอนโนโน เจ้าของรถตู้ชาวฟิลิปปินส์เผยว่า ตนและภรรยาชาวไทยเพิ่งไปรับอาหารอาหารที่เดอะมอลล์ท่าพระ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วกำลังจะเดินทางกลับบ้านย่านตลาดพลู ซึ่งภรรยาสังเกตได้กลิ่นไหม้จึงมองจากด้านหลังรถมองเห็นกลุ่มควันอยู่ด้านบนหลังคา จึงจอดรถชิดซ้าย   จังหวะนั้นมีคนเข้ามาบอกให้ตนและภรรยาลงจากรถ จึงไปขอถังดับเพลิงมาดับ ซึ่งรถคันนี้เป็นรถของตน กับภรรยาชาวไทยซึ่งประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวโดยรถคันนี้ได้ติดตั้งระบบ 2 ระบบคือแก๊สกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซิน   เบื้องต้นทางด้านพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบุคคโล ได้ประสานทำการเคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าว เพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QlIQp6dVFdE

 878
สังคม
29 พ.ย. 62

หนุ่มฟิลิปปินส์ขับรถตู้พร้อมภรรยา จู่ๆไฟลุกทั้งคัน หนีตายอลหม่าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถตู้ ที่เกิดเหตุบริเวณซอยรัชดา - ท่าพระซอยที่ 8 ถนนรัชดา แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ จึงรีบประสานรถดับเพลิงเขตธนบุรี เข้าทำการช่วยเหลือ   โดยในที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถตู้ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Century ถูกไฟไหม้อยู่กลางถนน เพลิงได้ลุกลามจากจนวอดทั้งคัน เจ้าหน้าที่ใช้น้ำทำการดับ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงสงบ จาการตรวจสอบพบว่าเสียหายหมดทั้งคัน   นายวิทยา สวัสดี อายุ 32 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งขับรถตามรถตู้คันที่เกิดเหตุ เผยตนสังเกตบนหลังคารถตู้มีประกายไฟเกิดขึ้นและมีแสงเพลิงลุกลามจากด้านท้ายรถ จึงได้จอดรถให้การช่วยเหลือสองสามีภรรยาชาวฟิลิปปินส์ออกจากรถ ต่อจากนั้นได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับวิ่งหาถังน้ำยาเคมีบ้านใกล้เคียงเพื่อมาทำการดับเบื้องต้น   แต่ปรากฏว่าไม่มีถังน้ำยาเคมีจึงได้รีบแจ้ง 191 เพื่อช่วยประสานรถดับเพลิงมาทำการดับเพลิงรถคันดังกล่าว ระหว่างที่รอรถดับเพลิงเพลิงได้โหมลุกไหม้ไปครึ่งคันแล้ว กว่ารถดับเพลิงจะมาถึงเมื่อรถดับเพลิงมาถึงจึงเร่งทำการใช้น้ำจำนวน 2 หัวฉีด เพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามและสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้   ขณะที่นายจีเล่ห์ จอนโนโน เจ้าของรถตู้ชาวฟิลิปปินส์เผยว่า ตนและภรรยาชาวไทยเพิ่งไปรับอาหารอาหารที่เดอะมอลล์ท่าพระ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วกำลังจะเดินทางกลับบ้านย่านตลาดพลู ซึ่งภรรยาสังเกตได้กลิ่นไหม้จึงมองจากด้านหลังรถมองเห็นกลุ่มควันอยู่ด้านบนหลังคา จึงจอดรถชิดซ้าย   จังหวะนั้นมีคนเข้ามาบอกให้ตนและภรรยาลงจากรถ จึงไปขอถังดับเพลิงมาดับ ซึ่งรถคันนี้เป็นรถของตน กับภรรยาชาวไทยซึ่งประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวโดยรถคันนี้ได้ติดตั้งระบบ 2 ระบบคือแก๊สกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซิน   เบื้องต้นทางด้านพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบุคคโล ได้ประสานทำการเคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าว เพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QlIQp6dVFdE

 878
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 62

เครนยกเศียรพระหนัก 7 ตัน สลิงขาด เศียรแตกกระจาย คนหนีตายวุ่น

อยุธยา-โลกโซเชียลมีการโพสต์คลิปชาวบ้านหนีตายโกลาหล ขณะผู้รับเหมาว่าจ้างรถเครนเข้ามายกเศียรพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญกว้าง 7 เมตร สูง 15 เมตร น้ำหนักกว่า 7 ตัน ของวัดศรีประชา ริมถนนพหลโยธิน ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย ขึ้นไปประดิษฐานบนอาคารสูงกว่า 20 เมตร   แล้วเกิดอุบัติเหตุเศียรปูนปั้นขนาดใหญ่เกิดโค่นล้มคว่ำหน้าลงมากองกับพื้น ในคลิปพบว่าชาวบ้านจำนวนมากที่มายืนดู ต้องวิ่งแตกกระเจิงหนีตายส่งเสียงร้องกันโกลาหล ขณะที่เศียรพระพุทธรูปโค่นล้มกองอยู่กับพื้นในสภาพแตกกระจายไม่มีชิ้นดี   ด้านผู้รับเหมาบอกว่า ได้ว่าจ้างรถเครนขนาด 80 ตัน เข้ามายกเศียรพระพุทธรูปขึ้นไปประดิษฐานต่อองค์พระบนอาคารบรรบุอัฐิ โดยทีมช่างรถเครนได้ใช้สลิงคล้องยึดกับหูเหล็กขนาด 4 หุน จำนวน 4 จุด ที่ผู้รับเหมาติดตั้งเตรียมไว้ ระหว่างยกผู้รับเหมาได้กันพื้นที่ห้ามไม่ให้ประชาชนและชาวบ้านเข้ามาอยู่ใกล้ในเขตรัศมีอันตราย ระหว่างที่รถเครนยกเศียรพระพุทธรูปขึ้นยังไม่ทันจะลอยจากพื้น ปรากฏว่าหูเหล็กขนาด 4 หุนที่ติดตั้งไว้รับน้ำหนักคล้องยกขึ้นเกิดรับน้ำหนักไม่ไหวขาดหลุดทำให้เศียรพระพุทธรูปโค่นคว่ำหน้าลงมากองกับพื้น ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ถ่ายคลิประหว่างยกให้เราได้เห็นและช่วงที่ชาวบ้านวิ่งหนีร้องตะโกนให้ระวังและหลบหนีกันอย่างโกลาหล   ทั้งนี้ก่อนดำเนินการ ได้จุดธูปเทียนบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ก็ไม่มีลางสังหรณ์อะไร แต่ในใจอธิฐานว่าหากการยกไม่สำเร็จก็ขอให้ยกไม่ขึ้นหากจะแตกจะหักจะพังขอให้พังแตกหักด้านล่าง อย่างได้เกิดขึ้นขณะระหว่างการยกอยู่บนที่สูง นางโสภี เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว   อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งงานจะดำเนินการก่อสร้างปั้นเศียรพระพุทธรูปให้วัดใหม่ ให้แข็งแรงและสวยกว่าเดิม การก่อสร้างครั้งใหม่จะก่อสร้างด้านบนจะไม่ก่อสร้างด้านล่างอีกแล้ว ถือว่าเป็นบทเรียนเป็นประสบการณ์สำหรับการก่อสร้างสิ่งของที่มีขนาดน้ำหนักมากๆ   ส่วนสาเหตุที่ก่อสร้างด้านล่างจนเกิดอุบัติเหตุครั้งนีเนื่องจากคิดกว่าการก่อสร้างเศียรพระด้านล่างจะสะดวกปลอดภัยกับทีมช่างไม่ต้องปีนป่ายขึ้นไปปั้นบนอาคารที่สูงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย สำหรับค่าเสียหายประมาณ 2 แสนบาท ทางผู้รับเหมาไม่ติดใจ ยืนยันจะทำให้วัดใหม่ให้แข็งสวยงามกว่าที่โค่นล้ม เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านที่คาดหวังชื่นชมพระพุทธชยันตรีศรีประชาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ก่อสร้างไว้เคียงคู่พระพุทธศาสนา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Swmboodwhk4

 33,631
สังคม
15 ต.ค. 62

เครนยกเศียรพระหนัก 7 ตัน สลิงขาด เศียรแตกกระจาย คนหนีตายวุ่น

อยุธยา-โลกโซเชียลมีการโพสต์คลิปชาวบ้านหนีตายโกลาหล ขณะผู้รับเหมาว่าจ้างรถเครนเข้ามายกเศียรพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญกว้าง 7 เมตร สูง 15 เมตร น้ำหนักกว่า 7 ตัน ของวัดศรีประชา ริมถนนพหลโยธิน ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย ขึ้นไปประดิษฐานบนอาคารสูงกว่า 20 เมตร   แล้วเกิดอุบัติเหตุเศียรปูนปั้นขนาดใหญ่เกิดโค่นล้มคว่ำหน้าลงมากองกับพื้น ในคลิปพบว่าชาวบ้านจำนวนมากที่มายืนดู ต้องวิ่งแตกกระเจิงหนีตายส่งเสียงร้องกันโกลาหล ขณะที่เศียรพระพุทธรูปโค่นล้มกองอยู่กับพื้นในสภาพแตกกระจายไม่มีชิ้นดี   ด้านผู้รับเหมาบอกว่า ได้ว่าจ้างรถเครนขนาด 80 ตัน เข้ามายกเศียรพระพุทธรูปขึ้นไปประดิษฐานต่อองค์พระบนอาคารบรรบุอัฐิ โดยทีมช่างรถเครนได้ใช้สลิงคล้องยึดกับหูเหล็กขนาด 4 หุน จำนวน 4 จุด ที่ผู้รับเหมาติดตั้งเตรียมไว้ ระหว่างยกผู้รับเหมาได้กันพื้นที่ห้ามไม่ให้ประชาชนและชาวบ้านเข้ามาอยู่ใกล้ในเขตรัศมีอันตราย ระหว่างที่รถเครนยกเศียรพระพุทธรูปขึ้นยังไม่ทันจะลอยจากพื้น ปรากฏว่าหูเหล็กขนาด 4 หุนที่ติดตั้งไว้รับน้ำหนักคล้องยกขึ้นเกิดรับน้ำหนักไม่ไหวขาดหลุดทำให้เศียรพระพุทธรูปโค่นคว่ำหน้าลงมากองกับพื้น ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ถ่ายคลิประหว่างยกให้เราได้เห็นและช่วงที่ชาวบ้านวิ่งหนีร้องตะโกนให้ระวังและหลบหนีกันอย่างโกลาหล   ทั้งนี้ก่อนดำเนินการ ได้จุดธูปเทียนบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ก็ไม่มีลางสังหรณ์อะไร แต่ในใจอธิฐานว่าหากการยกไม่สำเร็จก็ขอให้ยกไม่ขึ้นหากจะแตกจะหักจะพังขอให้พังแตกหักด้านล่าง อย่างได้เกิดขึ้นขณะระหว่างการยกอยู่บนที่สูง นางโสภี เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว   อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งงานจะดำเนินการก่อสร้างปั้นเศียรพระพุทธรูปให้วัดใหม่ ให้แข็งแรงและสวยกว่าเดิม การก่อสร้างครั้งใหม่จะก่อสร้างด้านบนจะไม่ก่อสร้างด้านล่างอีกแล้ว ถือว่าเป็นบทเรียนเป็นประสบการณ์สำหรับการก่อสร้างสิ่งของที่มีขนาดน้ำหนักมากๆ   ส่วนสาเหตุที่ก่อสร้างด้านล่างจนเกิดอุบัติเหตุครั้งนีเนื่องจากคิดกว่าการก่อสร้างเศียรพระด้านล่างจะสะดวกปลอดภัยกับทีมช่างไม่ต้องปีนป่ายขึ้นไปปั้นบนอาคารที่สูงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย สำหรับค่าเสียหายประมาณ 2 แสนบาท ทางผู้รับเหมาไม่ติดใจ ยืนยันจะทำให้วัดใหม่ให้แข็งสวยงามกว่าที่โค่นล้ม เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านที่คาดหวังชื่นชมพระพุทธชยันตรีศรีประชาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ก่อสร้างไว้เคียงคู่พระพุทธศาสนา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Swmboodwhk4

 33,631
ข่าวภูมิภาค
09 ต.ค. 62

นาทีระทึก ตลิ่งวัดในอุบลฯ พังทรุดตัวลงแม่น้ำมูล หลังเพิ่งเจอน้ำท่วมใหญ่

อุบลราชธานี-นาทีชีวิตของกลุ่มจิตอาสา เหล่าพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านในพื้นที่บ้านท่ากกแห่ ตำบลแจระแม อำเภอเมือง ที่ช่วยกันทำความสะอาด ฟื้นฟูหลังเหตุน้ำท่วม   แต่จู่ๆเกิดเหตุดินตามแนวตลิ่งท้ายวัดบ้านกกแห่ ความยาวกว่า 200 เมตร และ ลึกประมาณ 5 เมตร พังถล่มทรุดตัวลงไปในแม่น้ำมูล ทำให้ต้องช่วยกันอพยพสิ่งของภายในโบสถ์กันอย่างหนัก โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายพระประธาน พระพุทธรูป   แต่โชคดีในเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ต่อมานายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดอุบลราชธานี รุดเข้าตรวจสอบ พร้อมสั่งประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยร้ายแรงทันที และให้หน่วยงาน ปภ อุบลราชธานี จัดเวรยามเข้ามาดูแล ตลอด 24 ชม. และเร่งแก้ปัญหาให้กลับมาคือสู่สภาวะปกติโดยเร็วต่อไป   ด้านพระครู วิศิษฏ์ธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านท่ากกแห่ เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ เพิ่งเคยพบและไม่รู้จะกู้ซากความเสียหายที่พัง กลับคืนมาได้ปกติอีกกี่ปี เพราะทางวัดเจอทั้งน้ำท่วม ยังมาเจอเหตุดินถล่มอีก ทางวัดจึงวอนขอความช่วยเหลือความเมตตาจากกลุ่มผู้ใจบุญ เข้ามาดูแลปรับปรุงแก้ไขช่วยเหลือวัดอย่างเร่งด่วน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xP6BVqk7bZs

 2,515
สังคม
09 ต.ค. 62

นาทีระทึก ตลิ่งวัดในอุบลฯ พังทรุดตัวลงแม่น้ำมูล หลังเพิ่งเจอน้ำท่วมใหญ่

อุบลราชธานี-นาทีชีวิตของกลุ่มจิตอาสา เหล่าพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านในพื้นที่บ้านท่ากกแห่ ตำบลแจระแม อำเภอเมือง ที่ช่วยกันทำความสะอาด ฟื้นฟูหลังเหตุน้ำท่วม   แต่จู่ๆเกิดเหตุดินตามแนวตลิ่งท้ายวัดบ้านกกแห่ ความยาวกว่า 200 เมตร และ ลึกประมาณ 5 เมตร พังถล่มทรุดตัวลงไปในแม่น้ำมูล ทำให้ต้องช่วยกันอพยพสิ่งของภายในโบสถ์กันอย่างหนัก โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายพระประธาน พระพุทธรูป   แต่โชคดีในเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ต่อมานายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดอุบลราชธานี รุดเข้าตรวจสอบ พร้อมสั่งประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยร้ายแรงทันที และให้หน่วยงาน ปภ อุบลราชธานี จัดเวรยามเข้ามาดูแล ตลอด 24 ชม. และเร่งแก้ปัญหาให้กลับมาคือสู่สภาวะปกติโดยเร็วต่อไป   ด้านพระครู วิศิษฏ์ธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านท่ากกแห่ เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ เพิ่งเคยพบและไม่รู้จะกู้ซากความเสียหายที่พัง กลับคืนมาได้ปกติอีกกี่ปี เพราะทางวัดเจอทั้งน้ำท่วม ยังมาเจอเหตุดินถล่มอีก ทางวัดจึงวอนขอความช่วยเหลือความเมตตาจากกลุ่มผู้ใจบุญ เข้ามาดูแลปรับปรุงแก้ไขช่วยเหลือวัดอย่างเร่งด่วน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xP6BVqk7bZs

 2,515
ต่างประเทศ
30 ส.ค. 62

บึ่งเรือหนีภูเขาไฟอิตาลีปะทุเดือด ปล่อยเถ้าถ่านดำทะมึน ไล่หลังสุดน่ากลัว

มีคลิปภูเขาไฟสตรอมโบลีในอิตาลีปะทุครั้งใหญ่ พ่นเถ้าถ่านสูงนับ 2 กิโลเมตร ทำให้คนขับเรือนักท่องเที่ยว ต้องบึ่งเรือหนีเถ้าถ่านดำทะมึนที่ตามไล่หลังอย่างน่ากลัว ขณะที่นักท่องเที่ยวในเรือตื่นตาตื่นใจ อัดคลิประทึกดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดปลอดภัย ไมได้รับอันตรายใดๆ  

 28,575
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

ศาลาริมน้ำพังถล่มจมแม่น้ำแม่กลอง คนตะเกียกตะกายหนีตาย โดนอาคารทับเสียชีวิต 1 สูญหายอีก 1

สมุทรสงคราม-เกิดเหตุศาลาริมน้ำซึ่งมีร้านขายอาหารตามสั่งและน้ำดื่มหลายร้าน บริเวณท่าเรือข้ามฟากแสงวนิช ริมแม่น้ำแม่กลอง ข้างวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งมีความยาวประมาณ 20 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร และเป็นอาคารเก่าสร้างเมื่อประมาณปี 2515 หรือเมื่อ 47 ปี มาแล้ว   เกิดทรุดตัวพังลงแม่น้ำแม่กลองจมหายไปทั้งหลัง โดยมีประชาชนที่มานั่งรับประทานอาหารกว่า 20 คน ได้รับบาดเจ็บ 22 คน มีผู้สูญหาย 2 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม นำชุดกู้ชีพประดาน้ำลงงมค้นหาผู้สูญหาย โดยมีคลิปผู้บาดเจ็บจำนวนมากตะเกียกตะกายหนีตาย และร้องขอความช่วยเหลือ   นายเกรียงไกร รอดคะยอย อายุ 16 ปี ชาวตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม กำลังนั่งรับประทานมาม่าผัดในอาคารหลังดังกล่าว จู่ๆมีเสียงดังติดๆกันหลายครั้งบริเวณใต้อาคาร ตนก็ลงไปก้มมองว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกนึกว่าขอนไม้ใหญ่ถูกคลื่นซัดมากระแทก แต่ไม่นานก็มีเสียงดัง พร้อมกับอาคารทรุดตัวพังลงไปในแม่น้ำแม่กลองทั้งหลัง ตนก็หล่นลงไปด้วย และยังโดนตู้เย็นทับหน้าอก โชคดีรอดชีวิตมาได้และไม่เป็นอะไรมาก   ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและค้นหาผู้สูญหายนั้น เจ้าหน้าที่ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย นักประดาน้ำ 36 นาย โดยแบ่งกำลังนักประดาน้ำ 6 ชุดชุดละ 2 นาย ใช้เวลาในดำประมาณ 15-20 นาที ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน โดยวางแผนการดำเนินงานกันลงสำรวจอาคารศาลาที่ถล่มลงในแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งมีน้ำลึกประมาณ 8 เมตร เป็นอุปสรรคในการค้นหาอย่างมาก เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยว ประกอบกับใต้น้ำมืด และศาลาซึ่งน้ำที่ถล่มมีซากปรักหักพังทำให้ยากต่อการสำรวจ   โดยเจ้าหน้าที่ลงสำรวจอาคาร จากนั้นนำทุ่นไปผูก เพื่อกำหนดพิกัดมุมของอาคาร ก่อนจะมาวางแผนลงค้นหาผู้สูญหาย คาดว่าถูกอาคารทับเสียชีวิต หรืออาจจะลอยน้ำไปแล้ว กระทั่งประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาพบศพของนางสุรีย์ อุราชื่น อายุ 37 ปี เป็นแม่ค้าขายน้ำดื่ม ถูกโครงสร้างอาคารทับ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครนยกโครงสร้างอาคารขึ้นอย่างระมัดระวัง จนถึงเวลา 23.50 น. จึงสามารถนำศพนางสุรีย์ ขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการค้นหาผู้สูญหายอีก 1 รายต่อไป   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางสุกานดา วรเชษฐบัญชา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบศาลาริมน้ำทั่วทั้งจังหวัด ขณะที่ศาลานี้ได้สั่งห้ามใช้แล้ว อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2563 จังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณสร้างเขื่อน ซึ่งจะมีการรื้อศาลานี้แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน   ส่วนผู้สูญหายอีก 1 ราย เบื้องต้นทราบว่าก่อนเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางศาลาดังกล่าว ซึ่งจะกำหนดพิกัดลงไปพิสูจน์ทราบต่อไป แต่อุปสรรคก็คือน้ำไหลแรง และลึก อันตรายมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดประน้ำจะค้นหาผู้สูญหายรายที่ 2 ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2m1UWAoeV4

 20,071

Top