ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าตัวตาย"

ข่าวภูมิภาค
19 ม.ค. 63

ญาติตามหา นศ.สาวสองหายตัว ทิ้งจม.ลาตาย สุดท้ายสลดพบโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย

ชุมพร-นักศึกษาสาวประเภทสองหายตัวไปจากห้องพัก ทิ้งจดหมายลาตาย ญาติและครูประกาศตามหาตัว ล่าสุดพบกระโดดสะพานบางยี่โรข้ามแม่น้ำหลังสวน เสียชีวิตแล้ว   ด้าน พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบถึงปัญหาของลูกเลยว่าลูกมีปัญหาอะไร เพราะอยู่คนละที่กัน ทราบจากเพื่อนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเรียน    ทั้งนี้ สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นสาวประเภทสอง เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมแล้วได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต พอขึ้นชั้นปีที่ 2 ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และเริ่มเรียนชั้นปีที่ 1 ใหม่ จนปัจจุบันอายุ 24 ปี ซึ่งทางบ้านทราบว่าได้จบการศึกษาแล้วและอยู่ในระหว่างฝึกงาน แต่จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจากเพื่อนว่าผู้เสียชีวิตยังเรียนไม่จบ และรู้สึกน้อยใจว่าทางบ้านให้ได้ทุกอย่าง แต่ตนเองไม่สามารถทำตามที่ทางบ้านต้องการได้ จึงอาจเป็นสาเหตุให้ก่อเหตุดังกล่าว      ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/o29ldxyWOxc

 16,800
สังคม
19 ม.ค. 63

ญาติตามหา นศ.สาวสองหายตัว ทิ้งจม.ลาตาย สุดท้ายสลดพบโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย

ชุมพร-นักศึกษาสาวประเภทสองหายตัวไปจากห้องพัก ทิ้งจดหมายลาตาย ญาติและครูประกาศตามหาตัว ล่าสุดพบกระโดดสะพานบางยี่โรข้ามแม่น้ำหลังสวน เสียชีวิตแล้ว   ด้าน พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบถึงปัญหาของลูกเลยว่าลูกมีปัญหาอะไร เพราะอยู่คนละที่กัน ทราบจากเพื่อนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเรียน    ทั้งนี้ สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นสาวประเภทสอง เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมแล้วได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต พอขึ้นชั้นปีที่ 2 ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และเริ่มเรียนชั้นปีที่ 1 ใหม่ จนปัจจุบันอายุ 24 ปี ซึ่งทางบ้านทราบว่าได้จบการศึกษาแล้วและอยู่ในระหว่างฝึกงาน แต่จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจากเพื่อนว่าผู้เสียชีวิตยังเรียนไม่จบ และรู้สึกน้อยใจว่าทางบ้านให้ได้ทุกอย่าง แต่ตนเองไม่สามารถทำตามที่ทางบ้านต้องการได้ จึงอาจเป็นสาเหตุให้ก่อเหตุดังกล่าว      ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/o29ldxyWOxc

 16,800
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

หนุ่มน้อยใจแฟนสาวผูกคอดับ ทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน เพียงคุยผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 เดือน

ชัยนาท - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางลือ อ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุมีผูกคอตาย ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านมุงสังกะสี ภายในบ้านพบศพชายอายุ 26 ปี สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่ใส่เสื้อ ใช้เชือกปอมัดฟาง เอามาถักเป็นเส้นใหญ่มัดรวมกัน ผูกกับคานไม้ใต้หลังคา สภาพศพลิ้นจุกปาก จากการชันสูตรคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง    ด้านลูกพี่ลูกน้อง เปิดเผยว่า ผู้ตายมาอยู่ที่นี่ 2 เดือน มารับจ้างเป็นคนงานเพาะกล้าต้นข้าว กำลังจะกลับบ้าน ช่วงค่ำวันที่ 15 ม.ค. ก็นั่งกินข้าวกันตามปกติ คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการน้อยใจแฟน รู้ว่าคุยกับแฟนคนนี้อยู่ น่าจะไม่เกิด 2 เดือน คุยกันใช้อารมณ์ พูดคำหยาบด่าทอกันอยู่บ่อยๆ ส่วนเรื่องอื่นไม่ทราบเพราะน้องไม่ค่อยบอกอะไรมาก   นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า ขณะเข้าตรวจสอบแฟนสาวได้โทรศัพท์เข้ามาหาผู้ตาย โดยบอกว่า มีปากเสียงกัน จากนั้นก็ติดต่อมาตลอดแต่ไม่มีใครรับสาย จนมารู้เรื่องก็ตอนเกิดเหตุแล้ว นอกจากนี้แฟนสาวยังบอกว่าเจอกับผู้ตายในเฟซบุ๊ก ก่อนจะตกลงคบกันเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่เคยเห็นหน้ากัน พร้อมกับบอกว่าเดือน เมษายน นี้จะนัดเจอกัน ครั้งแรก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GzEsS7yR06M

 20,201
สังคม
17 ม.ค. 63

หนุ่มน้อยใจแฟนสาวผูกคอดับ ทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน เพียงคุยผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 เดือน

ชัยนาท - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางลือ อ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุมีผูกคอตาย ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านมุงสังกะสี ภายในบ้านพบศพชายอายุ 26 ปี สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่ใส่เสื้อ ใช้เชือกปอมัดฟาง เอามาถักเป็นเส้นใหญ่มัดรวมกัน ผูกกับคานไม้ใต้หลังคา สภาพศพลิ้นจุกปาก จากการชันสูตรคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง    ด้านลูกพี่ลูกน้อง เปิดเผยว่า ผู้ตายมาอยู่ที่นี่ 2 เดือน มารับจ้างเป็นคนงานเพาะกล้าต้นข้าว กำลังจะกลับบ้าน ช่วงค่ำวันที่ 15 ม.ค. ก็นั่งกินข้าวกันตามปกติ คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการน้อยใจแฟน รู้ว่าคุยกับแฟนคนนี้อยู่ น่าจะไม่เกิด 2 เดือน คุยกันใช้อารมณ์ พูดคำหยาบด่าทอกันอยู่บ่อยๆ ส่วนเรื่องอื่นไม่ทราบเพราะน้องไม่ค่อยบอกอะไรมาก   นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า ขณะเข้าตรวจสอบแฟนสาวได้โทรศัพท์เข้ามาหาผู้ตาย โดยบอกว่า มีปากเสียงกัน จากนั้นก็ติดต่อมาตลอดแต่ไม่มีใครรับสาย จนมารู้เรื่องก็ตอนเกิดเหตุแล้ว นอกจากนี้แฟนสาวยังบอกว่าเจอกับผู้ตายในเฟซบุ๊ก ก่อนจะตกลงคบกันเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่เคยเห็นหน้ากัน พร้อมกับบอกว่าเดือน เมษายน นี้จะนัดเจอกัน ครั้งแรก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GzEsS7yR06M

 20,201
ข่าวภูมิภาค
15 ม.ค. 63

ผู้ช่วยพยาบาลเครียด ทิ้งจดหมายลาตายบอกรักลูก ก่อนรมควันดับคารถ

ปทุมธานี-ผู้ช่วยพยาบาลเครียด ทิ้งจดหมายลาตายบอกรักลูก ก่อนรมควันเสียชีวิตในรถ   เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในรถ บริเวณบ้าน หมู่ 1 ต.บางพูด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นางสาวศริญญา ชมบุญ อายุ 36 ปี นอนอยู่ภายในรถฝั่งคนขับ โดยเอนพิงเบาะมาทางด้านหลัง และยังพบรูปลูกสาวของผู้เสียชีวิตอยู่ข้างเบาะ   จากการตรวจสอบพบหม้อไฟฟ้ามีถ่านดับมอดไปแล้วตั้งอยู่หลังรถ ยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนด์ รวมถึงยังพบจดหมายลาตายของผู้เสียชีวิต โดยมีข้อความว่า "To น้องเนอส แม่ขอโทษที่เลี้ยงหนูลำบาก แม่ไม่มีอะไรจะให้หนูนอกจากสร้อยเส้นนี้ ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก รักลูกเสมอ"   จากการสอบถามฝาแฝดของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นแฝดพี่ของตน ทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เคยบ่นให้ตนฟังว่ามีปัญหาที่ทำงาน ซึ่งตนได้เจอกันล่าสุดเมื่อเช้านี้ ตนเป็นคนที่เจอศพพี่สาวคนแรก ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน พี่ดูซึม ๆ ข้าวก็ไม่กิน ดูเหมือนปกติเวลามีปัญหาเรื่องเครียดเขาก็จะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ตนเลยไม่ได้เอะใจ   ตอนเช้าพี่สาวบอกว่าไม่ต้องเรียกนะ เขาจะลาพักร้อน ตนก็เลยไปทำงาน พอกลับมา ตนนึกว่าพี่สาวออกไปข้างนอกกับพี่เขย แต่ตนเห็นรถจอดอยู่ เลยเดินขึ้นไปดูข้างบนห้อง ลองฟังเสียงก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร เลยเปิดเข้าไปดู เห็นเศษถ่านมันปลิว แล้วเหลือบไปเห็นจดหมาย ปกติพี่สาวจะไม่เขียนจดหมายให้ลูก คิดว่ามันผิดปกติแล้ว เลยเดินหาแล้วก็โทรหา แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด พอเดินไปดูที่รถเลยเห็น พี่เป็นศพไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/qHQhm7olp7o

 43,189
อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

ผู้ช่วยพยาบาลเครียด ทิ้งจดหมายลาตายบอกรักลูก ก่อนรมควันดับคารถ

ปทุมธานี-ผู้ช่วยพยาบาลเครียด ทิ้งจดหมายลาตายบอกรักลูก ก่อนรมควันเสียชีวิตในรถ   เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในรถ บริเวณบ้าน หมู่ 1 ต.บางพูด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นางสาวศริญญา ชมบุญ อายุ 36 ปี นอนอยู่ภายในรถฝั่งคนขับ โดยเอนพิงเบาะมาทางด้านหลัง และยังพบรูปลูกสาวของผู้เสียชีวิตอยู่ข้างเบาะ   จากการตรวจสอบพบหม้อไฟฟ้ามีถ่านดับมอดไปแล้วตั้งอยู่หลังรถ ยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนด์ รวมถึงยังพบจดหมายลาตายของผู้เสียชีวิต โดยมีข้อความว่า "To น้องเนอส แม่ขอโทษที่เลี้ยงหนูลำบาก แม่ไม่มีอะไรจะให้หนูนอกจากสร้อยเส้นนี้ ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก รักลูกเสมอ"   จากการสอบถามฝาแฝดของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นแฝดพี่ของตน ทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เคยบ่นให้ตนฟังว่ามีปัญหาที่ทำงาน ซึ่งตนได้เจอกันล่าสุดเมื่อเช้านี้ ตนเป็นคนที่เจอศพพี่สาวคนแรก ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน พี่ดูซึม ๆ ข้าวก็ไม่กิน ดูเหมือนปกติเวลามีปัญหาเรื่องเครียดเขาก็จะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ตนเลยไม่ได้เอะใจ   ตอนเช้าพี่สาวบอกว่าไม่ต้องเรียกนะ เขาจะลาพักร้อน ตนก็เลยไปทำงาน พอกลับมา ตนนึกว่าพี่สาวออกไปข้างนอกกับพี่เขย แต่ตนเห็นรถจอดอยู่ เลยเดินขึ้นไปดูข้างบนห้อง ลองฟังเสียงก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร เลยเปิดเข้าไปดู เห็นเศษถ่านมันปลิว แล้วเหลือบไปเห็นจดหมาย ปกติพี่สาวจะไม่เขียนจดหมายให้ลูก คิดว่ามันผิดปกติแล้ว เลยเดินหาแล้วก็โทรหา แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด พอเดินไปดูที่รถเลยเห็น พี่เป็นศพไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/qHQhm7olp7o

 43,189
สังคม
12 ม.ค. 63

แม่ค้าขายผลไม้ รมควันฆ่าตัวตายในเก๋ง กลางลานจอดรถ รพ.

วันที่ 11 ม.ค. 2563 เมื่อเวลา 07.30 น. ร.ต.อ.สถาพรดวงสี รองสารวัตรสอบสวน สภ. เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตจากการรมควันเตาถ่านอั้งโล่ อยู่ภายในรถยนต์ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม    ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว รถจอดอยู่ในลักษณะติดเครื่อง ไฟหน้าเปิด ภายในรถพบศพ น.ส.นิลนารีร์ เหล่าจันทร์ อายุ 32 ปี นั่งเสียชีวิตอยู่ภายในรถ ศีรษะเอนชิดประตู สวมใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ จากการตรวจสอบ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลและร่องรอยจากการถูกทำร้าย นอกจากนี้ เตาอังโล่ขนาดเล็ก 1 ใบ ที่จุดเตาไว้แล้ว ถ่านสีดำ สำหรับเขาจำนวน 1 ถุง วางอยู่ในที่วางเท้า ภายในรถยังมีโทรศัพท์มือถือ power bank ไฟแช็ค กระเป๋าสตางค์ ยานอนหลับจำนวน 1 กล่องบรรจุ 10 เม็ดแต่ถูกแกะออกไปแล้วจำนวน 4 เม็ด เหลือ 6 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้ เป็นหลักฐาน   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถวนเวียนอยู่บริเวณลานจอดรถตามปกติเพื่อตรวจดูแลความเรียบร้อย ในจังหวะนั้นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 2563 ได้เห็นรถสีเก๋งขาวของผู้ตายขับเข้ามา    จากนั้นรถได้ไปจอดอยู่ที่สุดขอบทางลานจอดรถ แต่คนขับก็ไม่ได้ลงมาจากรถ โดยเปิดไฟหน้าไว้ เข้าใจว่าจะนอนหลับแต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเครื่องยนต์นั้นยังติดอยู่และไฟส่องสว่างเปิดอยู่ จนกระทั่งเวลา 06.00 น. รถคันดังกล่าว ยังไม่ได้ขับออกไปไหน แต่กลับพุ่งเข้าไปชนกับก้อนหินก้อนใหญ่ที่บริเวณขอบลานจอดรถใกล้กับทุ่งหญ้า แปลกใจเดินเข้าไปดูพร้อมกับใช้มืออังส่องเข้าไปที่กระจกรถ ปรากฏว่าพบผู้เสียชีวิตนอนแน่นิ่งอยู่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลมาช่วยกันดูและแจ้งมาตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว   สำหรับ น.ส.นิลนารีร์ เป็นแม่ค้าขายผลไม้อยู่ที่หน้าร้านส้มตำแห่งหนึ่งในศาลายา อ.พุทธมณฑล จ. นครปฐม แต่มีห้องพักอาศัยอยู่ที่ริมถนนราชมรรคา อ.เมืองนครปฐม เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากความเครียดเกี่ยวกับปัญาหาส่วนตัว            ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/R9mkmB5HlE4    

 23,975
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

แม่ลูกเครียดธุรกิจพัง รมควันฆ่าตัวตายพร้อมหมาแสนรัก

ตำรวจ สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ภายในบ้านพักในซอยพัฒนาการ 44 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ       ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 3 ของบ้านทาวน์เฮาส์ พบศพนางวรัญญา สามารถ อายุ 51 ปี เสียชีวิตอยู่บนเตียง และน.ส.วรัญญ์ศิชา สามารถ อายุ 28 ปี นอนตายอยู่ข้างเตียง ทั้ง 2 เป็นแม่ลูกกัน ภายในห้องเปิดแอร์และพบควันไฟจากเตาถ่านจุดไว้ ใกล้กันนั้นที่ปลายเตียงยังพบศพสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทีฟเวอร์ โดยมีจดหมายลาตายทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยในบ้านไม่พบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด     สอบสวนพยานให้การว่าทั้งสองคนเคยทำธุรกิจอยู่ที่ลาว อยู่กันสองแม่ลูก แต่ 3 ปีผ่านมาธุรกิจมีปัญหา จึงเดินทางกลับไทยและเคยบ่นปัญหาธุรกิจ วันนี้ทางญาติติดต่อไปไม่ได้ จึงไปตรวจสอบจนพบเหตุดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำพยานเพื่อหาว่าผู้ตายทำธุรกิจใดและจะส่งตรวจสถาบันนิติเวชก่อนให้ญาติมารับศพตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป   ด้านเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจมาก ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะรมควันฆ่าตัวตาย เพราะผู้ตายเป็นคนร่าเริง ไม่มีความเครียดหรือเก็บกด และช่วงวันที่ 1-2 ม.ค. ก็ยังพูดคุยสนุกสนานตามปกติ แต่พอเห็นจดหมายลาตาย ที่เขียนเอาไว้เชื่อว่าทั้งหมดคงตั้งใจจะลาโลก ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง ถ้าจดหมายลาตายเป็นคำสั่งเสียจริง ๆ ตนก็เชื่อเพราะทั้ง 3 ชีวิตรักกันมาก   ส่วนพี่สะใภ้ผู้ตาย เปิดเผยว่า นางวรัญญา ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านไลน์มาบอกว่า “ตนเองจะต้องเดินทางไกล บ้านไม่ได้ล็อก เข้าไปเอาได้เลย ลาก่อน” ซึ่งตนมาเห็นข้อความตอน 08.00 น. และตอนนั้นก็เริ่มเอะใจ จึงโทรติดต่อผู้เสียชีวิตแต่ติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปบ้านผู้เสียชีวิตพร้อมกับตำรวจ ซึ่งประตูบ้านก็ไม่ได้ล็อคตามที่บอกไว้จริง และขึ้นไปถึงห้องนอนชั้น 3 จึงพบศพทั้ง 3 ชีวิตอยู่ภายในห้อง ส่วนสาเหตุของการฆ่าตัวตาย คาดว่ามาจากปัญหารายรับไม่พอกับรายจ่าย หลังจากธุรกิจที่เคยทำต้องปิดตัวลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3yG4Vebn5zo

 22,793
อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

แม่ลูกเครียดธุรกิจพัง รมควันฆ่าตัวตายพร้อมหมาแสนรัก

ตำรวจ สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ภายในบ้านพักในซอยพัฒนาการ 44 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ       ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 3 ของบ้านทาวน์เฮาส์ พบศพนางวรัญญา สามารถ อายุ 51 ปี เสียชีวิตอยู่บนเตียง และน.ส.วรัญญ์ศิชา สามารถ อายุ 28 ปี นอนตายอยู่ข้างเตียง ทั้ง 2 เป็นแม่ลูกกัน ภายในห้องเปิดแอร์และพบควันไฟจากเตาถ่านจุดไว้ ใกล้กันนั้นที่ปลายเตียงยังพบศพสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทีฟเวอร์ โดยมีจดหมายลาตายทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยในบ้านไม่พบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด     สอบสวนพยานให้การว่าทั้งสองคนเคยทำธุรกิจอยู่ที่ลาว อยู่กันสองแม่ลูก แต่ 3 ปีผ่านมาธุรกิจมีปัญหา จึงเดินทางกลับไทยและเคยบ่นปัญหาธุรกิจ วันนี้ทางญาติติดต่อไปไม่ได้ จึงไปตรวจสอบจนพบเหตุดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำพยานเพื่อหาว่าผู้ตายทำธุรกิจใดและจะส่งตรวจสถาบันนิติเวชก่อนให้ญาติมารับศพตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป   ด้านเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจมาก ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะรมควันฆ่าตัวตาย เพราะผู้ตายเป็นคนร่าเริง ไม่มีความเครียดหรือเก็บกด และช่วงวันที่ 1-2 ม.ค. ก็ยังพูดคุยสนุกสนานตามปกติ แต่พอเห็นจดหมายลาตาย ที่เขียนเอาไว้เชื่อว่าทั้งหมดคงตั้งใจจะลาโลก ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง ถ้าจดหมายลาตายเป็นคำสั่งเสียจริง ๆ ตนก็เชื่อเพราะทั้ง 3 ชีวิตรักกันมาก   ส่วนพี่สะใภ้ผู้ตาย เปิดเผยว่า นางวรัญญา ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านไลน์มาบอกว่า “ตนเองจะต้องเดินทางไกล บ้านไม่ได้ล็อก เข้าไปเอาได้เลย ลาก่อน” ซึ่งตนมาเห็นข้อความตอน 08.00 น. และตอนนั้นก็เริ่มเอะใจ จึงโทรติดต่อผู้เสียชีวิตแต่ติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปบ้านผู้เสียชีวิตพร้อมกับตำรวจ ซึ่งประตูบ้านก็ไม่ได้ล็อคตามที่บอกไว้จริง และขึ้นไปถึงห้องนอนชั้น 3 จึงพบศพทั้ง 3 ชีวิตอยู่ภายในห้อง ส่วนสาเหตุของการฆ่าตัวตาย คาดว่ามาจากปัญหารายรับไม่พอกับรายจ่าย หลังจากธุรกิจที่เคยทำต้องปิดตัวลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3yG4Vebn5zo

 22,793
สังคม
09 ม.ค. 63

หนุ่มน้อยใจภรรยา อัดคลิปจุดไฟเผาตัวเองผูกคอตายคากระท่อม

ศรีษะเกษ- เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ สอบสวน นางสาวสุกัญญา ไพรบึง ผู้เป็นภรรยา พร้อมด้วยลูกของผู้ตายทั้ง 3 คน และญาติทุกฝ่าย เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของ นายสมพร เสนคราม ที่ถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในกระท่อมกลางสวนยางพารา    โดยพนักงานสอบสวน ได้เปิดคลิปวีดีโอที่ผู้ตายทำการฆ่าตัวตายและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้ให้ดู จนเป็นที่เข้าใจทุกฝ่ายดีแล้วว่าสาเหตุการตายนั้นมาจาก ผู้ตายใช้น้ำมันที่เตรียมไว้แล้วจุดไฟเผากระท่อม แล้วทำการใช้เชือกผูกคอตัวเองห้อยกับไม้จั่วกระท่อมจนถึงแก่ความตาย การตายมิได้เกิดจากกระทำผิดอาญาหรือมีผู้อื่นทำให้ตายแต่อย่างใด และไม่มีผู้ติดใจสาเหตุการตาย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการทะเลาะกับภรรยา และคาดว่านายสมพร ผู้เสียชีวิต ได้ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งไว้ที่บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์ แล้วถ่ายภาพของตนเองขณะที่กำลังราดน้ำมันภายในกระท่อม จนจุดไฟเผากระท่อม จากนั้นนายสมพรได้ขึ้นไปบนตู้ลำโพงเพื่อใช้เชือกแขวนคอตนเองกับไม้จั่วในกระท่อมจนเสียชีวิต และถูกไฟไหม้เผาร่างจนไหม้เกรียม ทั้งนี้ เพื่อให้ภรรยาและญาติพี่น้องได้รู้ว่า ตนเองฆ่าตัวตายอย่างไรที่กระท่อมของตนเอง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BtiZs69ViEw

 6,947
ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 63

หนุ่มน้อยใจแฟนสาว ใช้มีดกรีดแขนก่อนใช้ไม้แขวนเสื้อ มัดคอตายคาห้องน้ำ

สมุทรปราการ-พบศพชายผูกคอตายภายในห้องน้ำระเบียงหลังห้องพักชั้น 5 หอพักแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี พบร่างของนายสรวิศ แสงสุวรรณ อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำ โดยมีไม้แขวนเสื้อแบบลวดเหล็กมัดอยู่ลำคอ ที่แขนข้างขวามีบาดแผลคล้ายกับถูกของมีคมกรีดกว่าสิบแผล คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีแฟนสาวของผู้ตายนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าห้องน้ำด้วยความเศร้าโศกเสียใจ   จากการสอบถามแฟนสาวผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายพักอยู่กับตนเองพียงสองคน และเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาตนและผู้ตายได้มีปากเสียงกันเรื่องส่วนตัว เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ต่างคนต่างออกไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งในช่วงหัวค่ำตนได้กลับมาจากทำงานมาถึงห้องพัก เปิดประตูเข้าไปไม่พบผู้ตาย จึงเดินมาเปิดประตูห้องน้ำที่ระเบียงด้านหลัง แต่เปิดไม่ออกคล้ายกับมีอะไรขวางอยู่ จึงออกแรงผลักประตูเปิดเข้าไปได้พบร่างผู้ตายนอนหงายเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำ ตนทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งมองด้วยและร้องไห้ด้วยความเสียใจ จนกระทั่งแม่บ้านที่ดูแลหอพักได้ยินและเข้ามาดู ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้อาจจะน้อยใจที่มีปากเสียงกับแฟนสาว วันนี้หลังเลิกงานผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดจึงได้ใช้ของมีคนกรีดที่แขนกว่า 10 ครั้ง ก่อนที่จะใช้ไม้แขวนเสื้อลัดคอตัวเองจนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_diWM5AAzGA

 3,424
อาชญากรรม
08 ม.ค. 63

หนุ่มน้อยใจแฟนสาว ใช้มีดกรีดแขนก่อนใช้ไม้แขวนเสื้อ มัดคอตายคาห้องน้ำ

สมุทรปราการ-พบศพชายผูกคอตายภายในห้องน้ำระเบียงหลังห้องพักชั้น 5 หอพักแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี พบร่างของนายสรวิศ แสงสุวรรณ อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำ โดยมีไม้แขวนเสื้อแบบลวดเหล็กมัดอยู่ลำคอ ที่แขนข้างขวามีบาดแผลคล้ายกับถูกของมีคมกรีดกว่าสิบแผล คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีแฟนสาวของผู้ตายนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าห้องน้ำด้วยความเศร้าโศกเสียใจ   จากการสอบถามแฟนสาวผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายพักอยู่กับตนเองพียงสองคน และเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาตนและผู้ตายได้มีปากเสียงกันเรื่องส่วนตัว เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ต่างคนต่างออกไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งในช่วงหัวค่ำตนได้กลับมาจากทำงานมาถึงห้องพัก เปิดประตูเข้าไปไม่พบผู้ตาย จึงเดินมาเปิดประตูห้องน้ำที่ระเบียงด้านหลัง แต่เปิดไม่ออกคล้ายกับมีอะไรขวางอยู่ จึงออกแรงผลักประตูเปิดเข้าไปได้พบร่างผู้ตายนอนหงายเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำ ตนทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งมองด้วยและร้องไห้ด้วยความเสียใจ จนกระทั่งแม่บ้านที่ดูแลหอพักได้ยินและเข้ามาดู ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้อาจจะน้อยใจที่มีปากเสียงกับแฟนสาว วันนี้หลังเลิกงานผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดจึงได้ใช้ของมีคนกรีดที่แขนกว่า 10 ครั้ง ก่อนที่จะใช้ไม้แขวนเสื้อลัดคอตัวเองจนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_diWM5AAzGA

 3,424
ข่าวภูมิภาค
07 ม.ค. 63

สาวกู้ภัยโคราช อัดคลิปซดยาล้างห้องน้ำหวังฆ่าตัวตาย พ้อถูกกลั่นแกล้งเรื่องงาน มูลนิธิแจงแค่เรื่องย้ายโต๊ะ

โคราช-เกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยหญิงรายหนึ่งกินน้ำยาล้างห้องน้ำเพื่อพยายามที่จะฆ่าตัวตาย พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถืออัดคลิปขณะกำลังจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำ   โดยได้กล่าวตัดพ้อผู้บริหารมูลนิธิกู้ภัยชุดใหม่ว่า ตนเองได้ถูกกลั่นแกล้งทั้งการตัดเงินเดือน การเปลี่ยนแปลงเวลาทำงาน และการลดชั่วโมงการทำงาน ทำให้รายได้ลดน้อยลง ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งที่ตนเองทำงานกับกู้ภัยมานานกว่า 12 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากนั้นคลิปก็ถูกตัดขาดหายไป   พร้อมกันนี้สาวกู้ภัยยังได้มีการเขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ในมูลนิธิ มีการใช้คำพูดแรงๆ ทำให้ไม่มีกำลังใจ ทั้งที่ทำงานมานาน 12 ปี   ด้านสามีของผู้ก่อเหตุระบุ หลังตื่นนอนเห็นภรรยากำลังยกขวดน้ำยาล้างห้องน้ำดื่มกินเข้าไปหลายอึก ตนจึงได้รีบพุ่งเข้าไปคว้าขวดออกจากปาก และรีบเอามือล้วงคอ เพื่อให้ภรรยาอาเจียนออกมา ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งขณะนี้แพทย์ระบุว่า ภรรยาของตนพ้นขีดอันตรายแล้ว นับว่าโชคดีที่ตนเองไปเห็นก่อน ไม่เช่นนั้นภรรยาคงจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำไปมากกว่านี้   ส่วนสาเหตุของการคิดฆ่าตัวตายครั้งนี้ ตนคาดว่าจะเกิดจากความเครียดในที่ทำงาน เพราะได้ยินภรรยาบ่นให้ฟังว่า ถูกกรรมการมูลนิธิฯ ในที่ทำงานบีบคั้นหลายอย่าง เช่น ลดเวลาทำงาน เปลี่ยนแปลงเวลาทำงาน ลดค่าแรง และใช้คำพูดที่รุนแรงถึงขั้นว่าถ้าหากทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาทำงาน นอกจากนี้ยังมีการจะสั่งย้ายภรรยาของตนเองไปฝึกงานใหม่ที่สุสาน ทั้งที่ภรรยามีประสบการณ์ทำงานมานานกว่า 12 ปีแล้ว   ประกอบกับครอบครัวของตนเองก็มีรายได้น้อย ภรรยาต้องส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้า ช่วงบ่ายทำงานที่มูลนิธิฯ รายได้เดือนละ 9,000 บาท ส่วนตนเองทำงานที่ร้านประดับยนต์ และมาทำงานเป็นอาสาสมัครกู้ภัยของมูลนิธิฯ เช่นกัน ซึ่งครอบครัวตนมีภาระค่าใช้จ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายส่งลูก 2 คนเรียนหนังสือ ส่งค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ และค่ากินค่าอยู่ในครอบครัว ซึ่งเมื่อรายได้ลดน้อยลง และถูกบีบบังคับสารพัดเช่นนี้ ภรรยาจึงเกิดความเคียด และคิดฆ่าตัวตายดังกล่าว   ทางด้านนายอภิเชษฐ์ สันติเศรษฐสิน อายุ 66 ปี คณะกรรมสำนักงานมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ๊งสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกสาวกู้ภัยกล่าวถึงในคลิป พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ที่ปรากฏชื่อในจดหมายลาตายของสาวกู้ภัยทั้ง 5 คน ได้ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาที่สาวกู้ภัยระบุว่าถูกกลั่นแกล้ง โดยระบุว่า   หญิงกู้ภัยสาวคนดังกล่าวได้ทำงานอยู่ที่อาคารบริจาคโลงศพหน้ามูลนิธิฯ มานานกว่า 12 ปีแล้ว แต่เมื่อคณะกรรมการมูลนิธิชุดใหม่เข้ามาบริหารก็ได้ต้องการที่จะปรับปรุงรูปแบบบริเวณจุดรับบริจาคโลงศพใหม่ โดยได้ขยับปรับย้ายโต๊ะที่นั่งเจ้าหน้าที่รับบริจาคออกมาให้อยู่ด้านหน้าอาคาร เพื่อให้ประชาชนเห็นชัดเจนมากขึ้น อยู่ห่างจากจุดตั้งโต๊ะเดิมประมาณ 2 เมตร ซึ่งเมื่อย้ายโต๊ะออกมาแล้วก็ทำให้สาวกู้ภัยไม่พอใจ   หลังจากนั้นคณะกรรมการมูลนิธิฯ สั่งให้ทำงานอะไรก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ รวมทั้งไม่ยอมเข้าร่วมประชุมฟังคำชี้แจงใดๆ เมื่อคณะกรรมการ เห็นดังนั้นจึงได้มีมติให้ย้ายสาวกู้ภัยคนดังกล่าวไปศึกษาดูงานบริจาคโลงศพที่สุสานของมูลนิธิฯ ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เป็นระยะเวลา 15 วัน นับจากวานนี้ (6 ม.ค. 63) โดยที่คณะกรรมการไม่เคยต่อว่าด้วยคำหยาบคายใดๆ และไม่ได้มีการตัดเงินเดือนแต่อย่างใด   นอกจากนี้ตนเองก็ไม่เคยรู้จักสาวกู้ภัยคนนี้เป็นการส่วนตัว และไม่มีอคติใดๆ ในการทำงานเลย ยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเดินทางไปเยี่ยมอาการสาวกู้ภัยที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และจะมีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sLAceIdIWvs

 1,318
สังคม
07 ม.ค. 63

สาวกู้ภัยโคราช อัดคลิปซดยาล้างห้องน้ำหวังฆ่าตัวตาย พ้อถูกกลั่นแกล้งเรื่องงาน มูลนิธิแจงแค่เรื่องย้ายโต๊ะ

โคราช-เกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยหญิงรายหนึ่งกินน้ำยาล้างห้องน้ำเพื่อพยายามที่จะฆ่าตัวตาย พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถืออัดคลิปขณะกำลังจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำ   โดยได้กล่าวตัดพ้อผู้บริหารมูลนิธิกู้ภัยชุดใหม่ว่า ตนเองได้ถูกกลั่นแกล้งทั้งการตัดเงินเดือน การเปลี่ยนแปลงเวลาทำงาน และการลดชั่วโมงการทำงาน ทำให้รายได้ลดน้อยลง ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งที่ตนเองทำงานกับกู้ภัยมานานกว่า 12 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากนั้นคลิปก็ถูกตัดขาดหายไป   พร้อมกันนี้สาวกู้ภัยยังได้มีการเขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ในมูลนิธิ มีการใช้คำพูดแรงๆ ทำให้ไม่มีกำลังใจ ทั้งที่ทำงานมานาน 12 ปี   ด้านสามีของผู้ก่อเหตุระบุ หลังตื่นนอนเห็นภรรยากำลังยกขวดน้ำยาล้างห้องน้ำดื่มกินเข้าไปหลายอึก ตนจึงได้รีบพุ่งเข้าไปคว้าขวดออกจากปาก และรีบเอามือล้วงคอ เพื่อให้ภรรยาอาเจียนออกมา ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งขณะนี้แพทย์ระบุว่า ภรรยาของตนพ้นขีดอันตรายแล้ว นับว่าโชคดีที่ตนเองไปเห็นก่อน ไม่เช่นนั้นภรรยาคงจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำไปมากกว่านี้   ส่วนสาเหตุของการคิดฆ่าตัวตายครั้งนี้ ตนคาดว่าจะเกิดจากความเครียดในที่ทำงาน เพราะได้ยินภรรยาบ่นให้ฟังว่า ถูกกรรมการมูลนิธิฯ ในที่ทำงานบีบคั้นหลายอย่าง เช่น ลดเวลาทำงาน เปลี่ยนแปลงเวลาทำงาน ลดค่าแรง และใช้คำพูดที่รุนแรงถึงขั้นว่าถ้าหากทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาทำงาน นอกจากนี้ยังมีการจะสั่งย้ายภรรยาของตนเองไปฝึกงานใหม่ที่สุสาน ทั้งที่ภรรยามีประสบการณ์ทำงานมานานกว่า 12 ปีแล้ว   ประกอบกับครอบครัวของตนเองก็มีรายได้น้อย ภรรยาต้องส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้า ช่วงบ่ายทำงานที่มูลนิธิฯ รายได้เดือนละ 9,000 บาท ส่วนตนเองทำงานที่ร้านประดับยนต์ และมาทำงานเป็นอาสาสมัครกู้ภัยของมูลนิธิฯ เช่นกัน ซึ่งครอบครัวตนมีภาระค่าใช้จ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายส่งลูก 2 คนเรียนหนังสือ ส่งค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ และค่ากินค่าอยู่ในครอบครัว ซึ่งเมื่อรายได้ลดน้อยลง และถูกบีบบังคับสารพัดเช่นนี้ ภรรยาจึงเกิดความเคียด และคิดฆ่าตัวตายดังกล่าว   ทางด้านนายอภิเชษฐ์ สันติเศรษฐสิน อายุ 66 ปี คณะกรรมสำนักงานมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ๊งสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกสาวกู้ภัยกล่าวถึงในคลิป พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ที่ปรากฏชื่อในจดหมายลาตายของสาวกู้ภัยทั้ง 5 คน ได้ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาที่สาวกู้ภัยระบุว่าถูกกลั่นแกล้ง โดยระบุว่า   หญิงกู้ภัยสาวคนดังกล่าวได้ทำงานอยู่ที่อาคารบริจาคโลงศพหน้ามูลนิธิฯ มานานกว่า 12 ปีแล้ว แต่เมื่อคณะกรรมการมูลนิธิชุดใหม่เข้ามาบริหารก็ได้ต้องการที่จะปรับปรุงรูปแบบบริเวณจุดรับบริจาคโลงศพใหม่ โดยได้ขยับปรับย้ายโต๊ะที่นั่งเจ้าหน้าที่รับบริจาคออกมาให้อยู่ด้านหน้าอาคาร เพื่อให้ประชาชนเห็นชัดเจนมากขึ้น อยู่ห่างจากจุดตั้งโต๊ะเดิมประมาณ 2 เมตร ซึ่งเมื่อย้ายโต๊ะออกมาแล้วก็ทำให้สาวกู้ภัยไม่พอใจ   หลังจากนั้นคณะกรรมการมูลนิธิฯ สั่งให้ทำงานอะไรก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ รวมทั้งไม่ยอมเข้าร่วมประชุมฟังคำชี้แจงใดๆ เมื่อคณะกรรมการ เห็นดังนั้นจึงได้มีมติให้ย้ายสาวกู้ภัยคนดังกล่าวไปศึกษาดูงานบริจาคโลงศพที่สุสานของมูลนิธิฯ ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เป็นระยะเวลา 15 วัน นับจากวานนี้ (6 ม.ค. 63) โดยที่คณะกรรมการไม่เคยต่อว่าด้วยคำหยาบคายใดๆ และไม่ได้มีการตัดเงินเดือนแต่อย่างใด   นอกจากนี้ตนเองก็ไม่เคยรู้จักสาวกู้ภัยคนนี้เป็นการส่วนตัว และไม่มีอคติใดๆ ในการทำงานเลย ยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเดินทางไปเยี่ยมอาการสาวกู้ภัยที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และจะมีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sLAceIdIWvs

 1,318
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

เซลล์สาวท้อง 7 เดือน เครียดแฟนทิ้ง-เงินไม่พอใช้ กินยาคิดสั้นรอบ 2 ล่าสุดปลอดภัยทั้งแม่และลูก

บุรีรัมย์-สาวอายุ 24 ปี กินยานอนหลับชนิดรุนแรง แล้วเอนเบาะรถเก๋งส่วนตัว ปิดเครื่องยนต์ล็อกประตูรถ หวังจะฆ่าตัวตายไปพร้อมกับลูกในท้องวัย 7 เดือน แต่น้องชายและตำรวจ เข้ามาช่วยเหลือทุบกระจกรถ แล้วนำส่ง ร.พ.สตึก อ.สตึก ในสภาพไม่รู้สึกตัว   โดยสาเหตุเกิดจากความเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายและมีปัญหากับแฟนหนุ่ม ล่าสุดอาการปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก แต่แพทย์ยังคงต้องคอยดูอาการไปก่อนอีกสักระยะ   ซึ่งผู้ก่อเหตุเปิดเผยว่า ได้คบหากับแฟนหนุ่ม และชักชวนกันไปทำงานกันที่จ.ภูเก็ต จนตั้งท้อง ต่อมาเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันกับแฟนหนุ่ม เพราะรายรับไม่พอกับรายจ่าย ตนจึงตัดสินใจกลับมาหางานที่บุรีรัมย์ จนได้งานเป็นเซลส์ขายรถยนต์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนแฟนยังทำงานอยู่ที่ภูเก็ต และยังคงติดต่อกันเป็นประจำ แฟนยังบอกให้ไปฝากท้องพิเศษกับคลินิก โดยแฟนหนุ่มจะเป็นคนจ่ายให้   ตนจึงรู้สึกอุ่นใจว่าแฟนรักลูกและเป็นคนรับผิดชอบ กระทั่งตนได้ออกรถยนต์ มาใช้เพื่อจะได้สะดวกหากต้องไปไหนมาไหนกับลูก แต่ระยะหลังมาเมื่อโทรหาแฟนมักไม่รับสาย อ้างกำลังทำงานอยู่ จนกระทั่งทราบข่าวว่ามีแฟนใหม่ ตนเครียดหนัก หาซื้อยานอนหลับมากินกว่า 100 เม็ด แต่เพื่อนร่วมงานมาช่วยส่งที่ ร.พ.บุรีรัมย์ และหมอช่วยชีวิตไว้ทัน   แต่ยังเครียดเรื่องแฟนไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ และยังมีค่างวดรถที่ค้างไว้อีก 2 งวดจึงตัดสินใจคิดสั้นอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะไม่คิดฆ่าตัวเองอีกแล้ว เพราะสงสารลูกในท้อง และปัญหาทุกอย่างคงจะต้องมีทางออก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/seJ6IFLFroQ

 3,802

Top