ค้นหา :

ผลการค้นหา "ระเบิด"

สรุปข่าว
01 พ.ย. 62

แฟลชนิวส์ 1 พ.ย. 62 - อีโอดีตรวจสอบวัตถุระเบิด สภ.ไม้แก่น - เตียมนำตัว 'เอ็ม' มือฆ่าเศรษฐีนีแถลง

-  พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.อับดุลรอซัก ลอแม ผกก.สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอม เหตุเกิดขึ้นบริเวณริมกำแพงด้านนอกของบ้านพักตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สภ.ไม้แก่น หลังเก่า ม.4 ต.ไทรทอง ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันที่ 31 ตค.ที่ผ่านมา โดยในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตรลึก 1 เมตร และพบซากรถกระบะถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน เหลือเพียงเครื่องยนต์ ส่วนชิ้นส่วนตัวรถกลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดยังทำให้บ้านพักตำรวจ จำนวน 4 หลัง กระจกของแฟรตตำรวจทั้ง 3 ชั้นแตกกระจาย   นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 3 หลัง รวมไปถึงรถยนต์เสียหายอีก 3 คัน ในที่เกิดเหตุพบป้ายทะเบียนของรถคันดังกล่าว ระบุหมายเลข กข 5146 ปัตตานี โดยเหตุระเบิดครั้งนี้เกือบทำให้ภรรยาตำรวจนายหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือนเกิดอาการช๊อคและแน่นหน้าอก เนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ถูกนำส่ง รพ.ไม้แก่น ล่าสุดอาการปลอดภัยทั้งแม่และลูก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   - เปิดคำสารภาพของไอ้เอ็ม-วิฑูรย์ รับว่าทำคนเดียวทั้งหมด หลังหลบหนีกบดานกรุงเทพ พอตกเป็นข่าวก็หนีต่อไปนครปฐม ซื้อรถจักรยานยนต์อุปกรณ์ยังชีพค่ำไหนนอนนั่น อ้างว่ากำลังเดินทางยอนกลับมาบ้านเพื่อพบหน้าลูกเมีย และจะเข้ามอบตัวหลังถูกกดดันอน่างหนักหนีจนหมดแรงแต่ก็มาถูกรวบตัวก่อน ตำรวจภาค 5 เตรียมแถลงข่าววันนี้   - เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอส.และทหาร ซึ่งเป็น3 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงพ่อค้าหัวปลาตายคารถกระบะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุวางกำลังคุ้มกันหนาแน่นปิดหัวปิดท้ายใช้เวลาครึ่งชั่วและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเตรียมนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลาในวันนี้  

 239
ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 62

ชาวบ้านผวา ขุดหลุมจะปลูกฟักทอง เจอระเบิด 9 ลูก ทิ้งจอบวิ่งหนีตาย

วันที่ 20 ต.ค. 62 ร.ต.อ.สุนทร สุวลักษณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นระเบิด ในพื้นที่หมู่ 5 ซอยโรงช้าง บ้านโคกประเสริฐ ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จึงรายงานให้ พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา รีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายพัลลพ แต่งตั้ง ปลัดอำเภอบ้านนา และชุดสืบสวน และร.ต.อ.ชาติชาย พูนทา หน่วยเก็บกู้ระเบิด EOD จ.นครนายก   ที่เกิดเหตุเป็นพื้นดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ บริเวณรอบๆ ปลูกข้าวโพด และยังมีพื้นที่ว่างเปล่า มีรอยขุดดินเป็นหลุมขึ้นมากองไว้พบระเบิดลูกเกลี้ยง 1 ลูก ระเบิดน้อยหน่า 1 ลูก เมื่อเจ้าหน้าที่ EOD ใช้เครื่องสแกนตรวจพบลูกเกลี้ยง 1 ลูก ลูกปืนคอร์ จำนวน 2 ลูก ลูกระเบิด TNT ขนาด 1 ส่วน 2 ปอนด์ และขนาด 1 ส่วน 4 จำนวน 4 ลูก อยู่ในถุงพลาสติก รวมทั้งหมด 9 ลูก สภาพเป็นสนิมมีดินเกาะเกรอะกัง เจ้าหน้าที่ใช้ล้อยางรถยนต์ครอบไว้กั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้เกรงว่าจะระเบิด   จากการสอบถามนายลัย อายุ 64 ปี เล่าว่า วันนี้ตนเอาจอบขุดหลุมเพื่อจะปลูกฟักทอง ขุดลงไป 50 ซม. จอบงัดก้อนดินขึ้นมามีกลมๆ กระเด็นขึ้นมาโดนขานึกว่าขาโต๊ะ หยิบมาดูพบว่าลูกระเบิด และมองไปในหลุมยังมีอีก ตกใจทิ้งจอบวิ่งหนีแทบไม่คิดชีวิต   ด้าน พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา จ.นครนายก กล่าวว่า เป็นช่วงกวาดล้าง คาดว่าบุคคลที่มีอาวุธอันตราย เจ้าหน้าที่ตั้งด่านกวดขันอย่างต่อเนื่อง อาจจะกลัวความผิดจึงนำมาขุดหลุมฝังดินไว้ จึงให้เจ้าหน้าที่ EOD ขุดหลุดทำลายในที่เกิดเหตุเนื่องจากสลักระเบิดถูกสนิทกัดกล่อนยากต่อการเคลื่อนย้าย และจะได้สืบหาผู้ที่เอาระเบิดมาฝั่งรายนี้เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป  

 9,757
ต่างประเทศ
18 ก.ย. 62

ผวา บึ้มสนั่นแล็บวิจัยรัสเซีย เก็บไวรัสอันตรายครบวงจรหวั่นรั่วไหล

เกิดเหตุแก๊สระเบิดที่ศูนย์ไวรัสวิทยา เวกเตอร์ เป็นศูนย์ไวรัสวิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซีย มีการเก็บสายพันธุ์ของไวรัสครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิ ไข้ทรพิษ ยังมีไข้กระต่าย กาฬโรค แอนแทรกซ์ อีโบลา และมาร์บูร์ก ตั้งอยู่ในย่านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คอลต์โซโว แคว้นโนโวซีบีร์สค์ เขตไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย   โดยเกิดแก๊สระเบิดบนชั้น 5 ระหว่างซ่อมแซมอาคารปฏิบัติการ 6 ชั้น ทำให้ไฟไหม้และควันพวยพุ่งออกมา สร้างความวิตกกังวลว่าอาจเกิดมหันตภัยแบคทีเรีย เนื่องจากศูนย์ไวรัสวิทยา เวกเตอร์ เป็น 1 ใน 2 ห้องปฏิบัติการบนโลกใบนี้ที่มีการเก็บไวรัสไข้ทรพิษที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งล่าสุดระงับเหตุเพลิงไหม้ได้แล้ว   จากเหตุดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นแผลไฟลวกตามร่างกาย 45% ซึ่งทางศูนย์ระบุว่า โครงสร้างอาคารไม่ได้รับความเสียหาย และไม่มีความเสี่ยงจากอันตรายของไวรัสที่เก็บภายในศูนย์  

 20,719
ต่างประเทศ
19 ส.ค. 62

ไอเอสรับก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย กลางงานแต่งอัฟกาฯ แขกร่วมงานดับ 63 ชีวิต คู่บ่าวสาวรอดตายหวุดหวิด

เกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีพิธีแต่งงาน ที่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ทำให้มีแขกผู้มาร่วมงาน พนักงานเสิร์ฟเสียชีวิตอย่างน้อย 63 คน ในจำนวนนี้มีทั้งเด็กและผู้หญิง บาดเจ็บอีกกว่า 182 คน ฝ้าเพดานห้องจัดเลี้ยงเสียหายหนัก คนมาร่วมงานวิ่งหนีกันสุดชีวิต   ส่วนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวรอดตายหวุดหวิด แต่ก็อยู่ในอาการเศร้าโศกอย่างหนัก เพราะมีแขกร่วมงาน ซึ่งเป็นญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง คนรู้จัก ต้องมาเสียชีวิตจำนวนมาก จนไม่สามารถไปร่วมพิธีฝังศพได้ครบ ขณะที่พ่อของเจ้าบ่าวระบุมีคนในครอบครัวเสียชีวิตจากเหตุนี้ถึง 14 ราย     ซึ่งต่อมากลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกแถลงข่าวผ่านเว็บไซต์มาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุดังกล่าว   ทั้งนี้เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่กลุ่มตาลีบันและสหรัฐฯกำลังเจรจาในข้อตกลงการถอนกำลังสหรัฐฯออกจากอัฟกานิสถาน เพื่อแลกกับการหารือเกี่ยวพันธสัญญาด้านความมั่นคงและสันติภาพ ระหว่างกลุ่มตาลีบันกับรัฐบาลอัฟกานิสถานที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ    

 2,588
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 62

หนุ่มเมายาหลอนขับเก๋งตามง้อแฟน ก่อนขับเบียดราวกั้นทางด่วน ตะโกนลั่นมีระเบิดในรถ

สมุทรปราการ-ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัยด่านเก็บเงินทางลงเทพารักษ์ 3 ว่า มีรถประสบอุบัติเหตุเบียดกับราวเหล็กกั้นขอบทาง และชายคนขับได้ตะโกนว่ามีระเบิดอยู่ในรถ   บริเวณพื้นราบทางลงด่วนกาญจนาภิเษก ด่านทางลงถนนเทพารักษ์ มุ่งหน้าสำโรง ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD จากตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อ เชฟโรเลต รุ่นครูซ สีดำจอดอยู่ในในสภาพข้างรถฝั่งขวาทั้งแถบเบียดอยู่กับราวเหล็กกั้นริมถนนช่วงทางลงพื้นราบ โดยผู้ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวเป็นชายทราบชื่อภายหลังชื่อนายปิยะพงษ์ อ่ำพิมพ์ อายุ 29 ปี ได้กระโดดเข้าไปหลบอยู่ในพงหญ้าข้างทาง พร้อมตะโกนไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้รถ โดยบอกว่าภายในรถมีระเบิดอยู่   ทำให้ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาต่างพากันแตกตื่นตกใจกลัว เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นถนนช่วงทางลงทางด่วนไม่ให้รถวิ่งผ่านเกรงว่าจะเกิดอันตรายพร้อมประสานรถดับเพลิงและรถกู้ภัยของทางด่วนพิเศษและรถยกขนาดใหญ่เข้าเตรียมพร้อม   ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุด EOD จะเข้าตรวจสอบภายในและภายนอกรถเก๋งคันดังกล่าวอย่างละเอียด แต่ไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวนายปิยะพงษ์ ซึ่งในอาการคล้ายคนเมาสารเสพติด มาสอบสวนพร้อมติดต่อแฟนสาวของนายปินยะพงษ์ มาพูดคุยด้วย โดยทั้งคู่ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปถ่ายภาพแต่อย่างใด   ด้านพนักงาน รปภ.ประจำด่านเก็บเงินเทพารักษ์ 3 ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่บริเวณด่านเก็บเงิน ได้มีชาวบ้านวิ่งมาแจ้งว่า มีรถประสบอุบัติเหตุจอดอยู่บริเวณทางลงทางด่วน ตนจึงได้เข้าไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงได้พบกับชายคนดังกล่าซึ่งอยู่ในอาการตื่นตระหนก ปีนออกมาจากรถ พร้อมตะโกนว่า อย่าเข้าใกล้รถผม มีคนเอาระเบิดมาวางในรถใกล้ระเบิดแล้ว ก่อนชายคนดังกล่าวจะกระโดดเข้าไปหลบในป่าหญ้า จึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่การทางพิเศษทราบและนำกำลังเข้าตรวจสอบ   ขณะที่ตำรวจกล่าวว่า ภายหลังจากได้นำตัวนายปิยะพงษ์ คนขับมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากสงสัยว่าน่าจะเกิดอาการหลอนจากการเสพสารเสพติด และได้ทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายทางทางปัสสาวะ พบว่ามีสารเสพติดเจือปนอยู่ และนายปิยะพงษ์ ก็ยอมรับว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี และได้เสพยาอีมา ก่อนที่จะขับรถกลับมาง้อแฟนในย่านจังหวัดสมุทรปราการ กระทั่งเกิดเหตุขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IEWSKyJUZUQ

 1,436
ต่างประเทศ
13 ส.ค. 62

รถยนต์ไฟฟ้า tesla ระเบิดตู้มสนั่นทั้งคัน หลังถูกเฉี่ยวชนกลางถนน

คลิประทึก รถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ดัง Tesla (เทสลา) เกิดเฉี่ยวชน แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อรถคันดังล่าวเกิดระเบิดขึ้นมาทั้งคันกลางถนน ทำให้หลายคนวิตกกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และรอฟังคำชี้แจงจากเทสลาต่อไป    

 10,759
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 62

ผบ.ตร.แถลงระเบิดป่วนกรุงฯ โยงการเมือง พบมีคนร่วมขบวนการไม่น้อยกว่า 15 คน

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าภาพรวมของคดี โดยกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจาก เกรงจะกระทบรูปคดี และส่งผลให้คนร้ายไหวตัวหลบหนี พร้อมขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่   ซึ่งหลังเกิดเหตุไม่ถึง 10 ชั่วโมง สามารถจับผู้ต้องหาได้ทันที 2 คน คือ นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ทำหน้าที่วางระเบิด และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ทำหน้าที่ ดูต้นทางและคุ้มกัน โดยจับได้ที่จุดตรวจปฐมพร จังหวัดชุมพร เบื้องต้น ถูกแจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร / มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง / และพยายามฆ่า    ทั้งนี้ จากการสอบสวนทั้งสองคน เบื้องต้น ให้การที่เป็นประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยระบุได้เพียงว่า อยู่ในระดับปฏิบัติการ และมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี จากการเตรียมชุดมาเปลี่ยนถึง 5 ชุดหลังก่อเหตุ ขณะที่ แผนประทุษกรรม และความเชื่อมโยงของระเบิดแต่ละจุด มองว่า ไม่ประสงค์ถึงแก่ชีวิต      อีกทั้ง จากการตรวจสอบ พบเคยมีประวัติเคยร่วมก่อเหตุโจมตีฐานนาวิกโยธิน ที่จังหวัดนราวาส เมื่อปี 2556 ส่วนประเด็นการจัดหาและจุดประกอบระเบิด มีความเป็นไปได้ทั้งการนำมาจากพื้นที่ภาคใต้ หรือมาจัดหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยังไม่สารภาพถึงผลตอบแทนที่ได้รับ    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังมองว่า เหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ร้อยละ 80-90 เป็นระเบิดทางการเมือง แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่า มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน จึงยากที่จะทราบถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง และกลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว การก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เคยมีกลุ่มไหนออกมายอมรับ หรือประกาศว่า เป็นผู้ลงมือ    ด้านพลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่การพบระเบิดด้านหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลูก ช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคม จนช่วงเช้าวันที่ 2 สิงหาคม เกิดเหตุระเบิดที่ทางเข้า-ออกศูนย์ราชการอาคาร B 2 ครั้ง / หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย 1 ครั้ง / หน้าอาคารมหานคร 2 ครั้ง / หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1 ครั้ง ซึ่งจากพยานหลักฐานที่ตรวจเก็บได้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีลักษณะการประกอบระเบิดลักษณะเดียวกัน // ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านค้าย่านประตูน้ำ 4 จุด และร้านค้าย่านสยาม ปทุมวัน อีกจำนวนหนึ่ง เป็นระเบิดแสวงเครื่องเพลิง ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนเหตุทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน    พร้อมเชื่อว่า ขบวนการที่ก่อเหตุนี้ สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มคนกำหนดยุทธศาสตร์ / กลุ่มคนวางแผน สั่งการ กำหนดขั้นตอน วิธีการปฏิบัติ การสรรหาคน / กลุ่มคนช่วยเหลือสนับสนุน ทั้งก่อน ขณะ หลังเกิดเหตุ / และกลุ่มผู้ลงมือปฏิบัติ ซึ่งการสืบสวน ต้องครอบคลุมไปทุกกลุ่ม    โดยเจ้าหน้าที่มีการพูดคุยซักถามนับร้อยคน และมีการควบคุมตัวได้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เบื้องต้นที่จับได้ 2 คน เป็นกลุ่มผู้ปฏิบัติ จากที่สืบทราบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 15 คน พร้อมยอมรับบางคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้    ส่วนแรงจูงใจ ยังเปิดเผยไม่ได้ เพียงรับฟังจากมุมมองของระดับปฏิบัติเท่านั้น แต่อาจไม่เข้าถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคนกำหนดยุทธศาสตร์ แต่ยืนยันได้ว่า ตำรวจมีพยานหลักฐาน หลายอย่างประกอบ ยืนยันตัวผู้กระทำผิด   ขณะเดียวกัน ยังยอมรับ มีผู้ต้องหาบางส่วนเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่งจะต้องประสานหน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนสอบสวนต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bc-xP_V9C_E

 1,467
สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 62

ผบ.ตร. เผยคดีบึ้มป่วนกรุง พบ 2 มือวางเคยโจมตีฐานนาวิกฯ ชายแดนใต้ คาดคนร้ายมีมากกว่า 15 คน รับทำคดียาก

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำแถลงภาพรวมคดีระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบ 2 ผู้ต้องหาเอี่ยวโจมตีฐานปฏิบัติการนาวิกโยธินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยอมรับทำคดียาก    วันที่ 8 ส.ค. พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าภาพรวมของคดี โดยกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกรงจะกระทบรูปคดี และส่งผลให้คนร้ายไหวตัวหลบหนี พร้อมขอให้ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าใจถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่   ซึ่งหลังเกิดเหตุไม่ถึง 10 ชั่วโมง สามารถจับผู้ต้องหาได้ทันที 2 คน คือ นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ทำหน้าที่วางระเบิด และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ทำหน้าที่ ดูต้นทางและคุ้มกัน โดยจับได้ที่จุดตรวจปฐมพร จังหวัดชุมพร เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร / มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง และพยายามฆ่า    ทั้งนี้จากการสอบสวนทั้งสองคน เบื้องต้นให้การที่เป็นประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยระบุได้เพียงว่า อยู่ในระดับปฏิบัติการ และมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี จากการเตรียมชุดมาเปลี่ยนถึง 5 ชุดหลังก่อเหตุ ขณะที่แผนประทุษกรรม และความเชื่อมโยงของระเบิดแต่ละจุด มองว่าไม่ประสงค์ถึงแก่ชีวิต   อีกทั้งจากการตรวจสอบ พบเคยมีประวัติเคยร่วมก่อเหตุโจมตีฐานนาวิกโยธิน ที่จังหวัดนราวาส เมื่อปี 2556 ส่วนประเด็นการจัดหาและจุดประกอบระเบิด มีความเป็นไปได้ ทั้งการนำมาจากพื้นที่ภาคใต้ หรือมาจัดหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร    โดยยังไม่สารภาพถึงผลตอบแทนที่ได้รับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังมองว่า เหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ร้อยละ 80-90 เป็นระเบิดทางการเมือง แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่า มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน จึงยากที่จะทราบถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง และกลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว การก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เคยมีกลุ่มไหนออกมายอมรับ หรือประกาศว่าเป็นผู้ลงมือ    ด้านพลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่การพบระเบิดด้านหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลูก ช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคม จนช่วงเช้าวันที่ 2 สิงหาคม เกิดเหตุระเบิดที่ทางเข้า-ออกศูนย์ราชการอาคาร B 2 ครั้ง / หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย 1 ครั้ง / หน้าอาคารมหานคร 2 ครั้ง / หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1 ครั้ง ซึ่งจากพยานหลักฐานที่ตรวจเก็บได้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีลักษณะการประกอบระเบิดลักษณะเดียวกัน    ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านค้าย่านประตูน้ำ 4 จุด และร้านค้าย่านสยามปทุมวัน อีกจำนวนหนึ่งเป็นระเบิดแสวงเครื่องเพลิง ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนเหตุทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน พร้อมเชื่อว่าขบวนการที่ก่อเหตุนี้ สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือกลุ่มคนกำหนดยุทธศาสตร์ / กลุ่มคนวางแผน สั่งการ กำหนดขั้นตอน วิธีการปฏิบัติ การสรรหาคน / กลุ่มคนช่วยเหลือสนับสนุน ทั้งก่อน-ขณะหลังเกิดเหตุ และกลุ่มผู้ลงมือปฏิบัติซึ่งการสืบสวน ต้องครอบคลุมไปทุกกลุ่ม   โดยเจ้าหน้าที่มีการพูดคุยซักถามนับร้อยคน และมีการควบคุมตัวได้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เบื้องต้นที่จับได้ 2 คน เป็นกลุ่มผู้ปฏิบัติ จากที่สืบทราบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 15 คน พร้อมยอมรับบางคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้    ส่วนแรงจูงใจ ยังเปิดเผยไม่ได้ เพียงรับฟังจากมุมมองของระดับปฏิบัติเท่านั้น แต่อาจไม่เข้าถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคนกำหนดยุทธศาสตร์ แต่ยืนยันได้ว่าตำรวจมีพยานหลักฐาน หลายอย่างประกอบ ยืนยันตัวผู้กระทำผิด ขณะเดียวกันยังยอมรับ มีผู้ต้องหาบางส่วนเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่งจะต้องประสานหน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนสอบสวนต่อไป         ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'บิ๊กป้อม' รับเรื่องระเบิด การข่าวพลาดท่าเสียทีเป็น 10 ปี ที่ไม่มีแหล่งข้อมูลสำคัญ กระทบงานความมั่นคง 

 2,531
การเมือง
08 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' รับเรื่องระเบิด การข่าวพลาดท่าเสียทีเป็น 10 ปี ที่ไม่มีแหล่งข้อมูลสำคัญ กระทบงานความมั่นคง

พลเอกประวิตร รองนายกรัฐมนตรี รับเรื่องระเบิด งานการข่าวพลาดท่าเสียทีเป็น 10 ปี ไม่มีแหล่งข่าว ขอผู้ว่าราชการสนับสนุนงานการข่าว   วันที่ 8 ส.ค. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการชี้แจงนโยบายรัฐบาลเร่งด่วน 12 ข้อ กับหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง ว่า ด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ นอกจากการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่รัฐ ยังต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลอบวางระเบิดดังเช่น ที่ผ่านมาในพื้นที่สำคัญ รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย    ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมกำชับข้าราชการเร่งทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือประชาชน เพื่อให้ช่วยเป็นหูเป็นตาในทุกพื้นที่    ส่วนงานด้านการข่าว ยอมรับว่า ฝ่ายความมั่นคงพลาดท่าเสียที ขาดแหล่งข่าวที่สำคัญมาตลอด 10 ปี ส่งผลกระทบต่องานด้านความมั่นคงอย่างมาก ดังนั้นจึงกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามาสนับสนุนงานด้านการข่าวให้ทันสมัย และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ปัญหาต่างๆ ยุติลงที่ได้    นอกจากนี้ ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องข่าวปลอม หรือ Fake news จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่นครศรีธรรมราช   ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลแก้ไขปัญหา PM 10 และ pm 2.5 อย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องแรงงานต่างด้าว ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบเข้มข้น เพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ         ขอบคุณภาพ : มติชน

 1,160
สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 62

พรุ่งนี้!! ผบ.ตร. เตรียมแถลงภาพรวม-ความคืบหน้า คดีระเบิดป่วนกรุง

คณะทำงานชุดคลี่คลายคดีระเบิดฯ เผย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมแถลงภาพรวมคดีระเบิดหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ วันพรุ่งนี้    วันที่ 7 ส.ค. พลตำรวจโทไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ หนึ่งในคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีระเบิดหลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์โดยยืนยันว่า วันพรุ่งนี้ (8 ส.ค. 62) พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะแถลงชี้แจงภาพรวมเหตุการณ์ และความคืบหน้าของคดีระเบิดทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น   ส่วนจะมีการแถลงหรือชี้แจงเรื่องใดบ้าง ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ย้ำว่าคดีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคง มีความมุ่งมั่นตั้งใจคลี่คลายคดีนี้อย่างเต็มที่       ขอบคุณภาพ : มติชน,จส.100       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'บิ๊กป้อม' เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ เหตุระเบิดป่วนกรุง 5 จุด เชื่อหวังสร้างสถานการณ์  - รองผบ.ตร. เผย ยังไม่ชี้เป็นเหตุป่วนเมือง เร่งประชุมทีมเฉพาะกิจ - นายกฯ สั่งเร่งสอบระเบิด เพิ่มความปลอดภัย ทำเนียบฯ-สถานที่สำคัญ - 'บิ๊กป้อม' เชื่อระเบิดป่วนกรุงโยงชายแดนใต้ - ผบ.ทบ.ชี้กลุ่มเดิมๆไม่ยอมรับกติกา หวังดิสเครดิตรัฐบาล    

 1,007
ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 62

ลูกสาวสั่งทุเรียนกวนจากยะลาลืมแจ้งแม่ พัสดุมาถึงวุ่นทั้งหมู่บ้านนึกว่าระเบิด

จากกรณีเพจเฟซบุ๊กพักผ่อนจนไม่มีเวลาทำงาน ได้โพสต์ข้อความเล่าว่า ได้สั่งทุเรียนกวนจากจังหวัดยะลา ส่งมาให้พ่อแม่ที่อยู่ในจังหวัดลำพูน แต่ไม่ได้โทรบอก เมื่อมีเจ้าหน้าที่ส่งพัสดุกล่องไปรษณีย์มาที่บ้าน ทำให้ทั้งพ่อและแม่กลัวว่า กล่องไปรษณีย์ดังกล่าวจะเป็นระเบิดหรือกล่องยาเสพติด   จึงต้องประสานไปยังผู้ใหญ่บ้าน แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองลำพูน เข้ามาตรวจสอบ และสุดท้ายแจ้งไปยังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้ามาดำเนินการปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุ นำกล่องต้องสงสัยไปจุดที่ปลอดภัยและใช้เครื่องยิงน้ำแรงดันสูงยิงกล่องต้องสงสัยสุดท้ายกลับกลายเป็นทุเรียนกวน 2 ห่อ คลายความสงสัยให้กับนางสุบาจิกา วีรศิลป์ อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นผู้รับกล่องไปรษณีย์ดังกล่าว     ด้านแม่ของผู้ส่งเล่าว่า ตนเองอยู่บ้านกับสามี วันนั้นมีเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำกล่องพัสดุมาส่งที่บ้าน โดยสามีเป็นผู้รับไว้ แต่เมื่อดูมาตรวจสอบดูก็พบว่าส่งมาจากจังหวัดยะลา ซึ่งที่บ้านไม่มีญาติอยู่ในจังหวัดดังกล่าว จึงเกรงว่ากล่องพัสดุที่รับมานั้น อาจบรรจุยาเสพติดหรือวัตถุระเบิดเกรงจะไม่ปลอดภัย     จึงแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้าน ประสานไปยังเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบและเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ก็ได้ใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงยิงทำลายดังกล่าว สุดท้ายก็พบว่าข้างในกล่องเป็นทุเรียนกวน และภายหลังก็ทราบว่า บุตรสาวที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่จังหวัดหนองคาย สั่งซื้อร้านค้าออนไลน์จาก จ.ยะลาและจัดส่งมาให้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_iZLTBgBf9Q

 1,149
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

ชาวระยองผวา เจอระเบิดซุกใต้ต้นมะม่วงในสวนลำไยกลางดึก

ระยอง-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง ได้รับแจ้งว่า พบวัตถุคล้ายลูกระเบิดซุกอยู่บนใต้ต้นมะม่วงภายในสวนลำไย ช่วงเลยสนามกอลฟ์กรีนวัลลเลย์ไปเล็กน้อย จึงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อีโอดี ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งก็พบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดจริง ชนิดขว้างสังหาร แบบลูกเกลี้ยงซึ่งยังใช้การได้ดี     เบื้องตำรวจสันนิษฐานว่า บริเวณสวนลำไยไม่ใช่ย่านชุมชน เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลมี่รั่วลวดหนามล้อมรอบและเป็นทางเปลี่ยว นอกจากเจ้าของสวนแล้วไม่มีใครเข้ามาได้อย่างแน่นอน ผู้ครอบครองกลัวความผิดแล้วนำมาซุกซ่อนไว้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจสกัดอย่างเข้มงวดในช่วงนี้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีจึงเก็บกู้เพื่อนำไปทำลายในสนามทุ้นระเบิดตามลำดับต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wShPC0_5S94

 970
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 62

สุนัขตรวจหาระเบิดบน bts แต่มาจนมุมเพราะหมูฝอย

หลังเกิดเหตุระเบิดป่วนกรุง ได้มีการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ทั้ง BTS MRT ตลอดแนวรถไฟฟ้า สนามบิน ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจอย่างเข้มข้น   โดยมีการนำสุนัข K-9 สองตัวไปตรวจบน BTS ปรากฎว่าในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพเจ้าสองตัวนี้ เดินมาอย่างดุดัน แต่สุดท้ายมาจนมุมเพราะหมูฝอย      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Q8oBZdxhhmc

 13,808
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 62

ผู้ว่าฯกทม. ตั้งศูนย์ฯคอยให้ข้อมูลตลอด 24 ชม.

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ในระหว่างการประชุมร่วมกับผู้บริหารของ กทม.ถึงเหตุการณ์คล้ายระเบิดหลายจุดในพื้นที่ กทม.และ จ.นนทบุรี ว่าทาง กทม.ได้มีการตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์ ทั้งเหตุลอบวางวัตถุต้องสงสัยหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) ที่มีเหตุต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย    ทาง กทม.ได้ตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์เพื่อเกี่ยวกับฝ่ายความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นทางตำรวจ ทหาร จะมาขอดูกล้องจากทางกทม. ก็เตรียมความพร้อมไว้ มีผู้ว่าฯ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีรองผู้ว่าฯ เป็นที่ปรึกษา และก็จะมี ผบ.เหตุการณ์ มีรองปลัด กทม. / ศูนย์เอราวัณ / สำนักการจราจรและขนส่ง /  สำนักการแพทย์ / สำนักโยธา / สำนักเทศกิจ ต่างๆ เป็นองค์ประกอบ เข้าเวร 12 ชม.ตั้งแต่เที่ยงวันนี้จนถึงเที่ยงคืน และเที่ยงคืนจนถึงเที่ยงวัน หมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ เราก็คงจะต้องให้ข้อมูลสนับสนุนกับฝ่ายความมั่นคง    พล.ต.อ.อัศวิน ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ จะประจำอยู่ที่ศาลาว่าการ กทม. โดยจะมีชาร์ตและจอที่เชื่อมโยงมาถึง / สมมติว่าฝ่ายความมั่นคงต้องการรายละเอียดจุดไหน ภาพกล้องวงจรปิดอย่างไร /            ผบ.เหตุการณ์ก็จะเป็นข้าราชการในระดับ 9 ขึ้นไป อย่างเช่นมีรองผู้อำนวยการสำนักฯ หรือผู้ช่วยปลัด กทม.หมุนเวียนกัน 12 ชม.    โดยศูนย์นี้จะเปิด 24 ชม. สามารถมาขอข้อมูลได้ตลอด และจะหมุนเวียนดูอยู่แถวนี้ อาจจะออกไปดูสถานการณ์ข้างนอกบ้าง ขณะนี้พนักงานรักษาความสะอาดของเราทั้ง 2 คนที่อยู่ที่โรงพยาบาล ก็ได้มอบหมายให้นายพิชญา นาควัชระ รองปลัด กทม.นำดอกไม้ไปเยี่ยมแล้ว และก็ไปดูเหตุการณ์ ก็ปลอดภัยแล้วแต่ว่ายังได้รับผลกระทบอยู่บ้าง โดยศูนย์ดังกล่าวจะตั้งต่อไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย    ทาง กทม.ก็ได้แจ้งไปทางผู้อำนวยการเขตทุกสำนักงานเขตให้ดูบุคคลต้องสงสัย วัสดุสิ่งของที่ต้องสงสัย ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา  อย่างไรก็ตาม ควรช่วยกันสอดส่องดูแลวัตถุต้องสงสัย บุคคลต้องสงสัย ใครพบวัตถุต้องสงสัยให้แจ้งสำนักงานเขตฯ หมายเลข 191 หรือฝ่าย กอ.รมน. แต่อย่าไปแตะต้องหรือสัมผัสด้วยตัวเอง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/X_GrtmCCaHw

 348
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 62

นายกฯขอบคุณ จนท.ดูแลปลอดภัย ปชช.-สื่อช่วยตรวจสอบความจริง

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล เปิดเผย ว่า พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงทุกนาย ที่ปฎิบัติงานอย่างเต็มที่ ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนที่ได้ช่วยกันเป็นกำลังสำคัญในการช่วยตรวจสอบข้อมูลความเป็นจริง และเป็นสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาล ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/l6ukHTKaXa4

 505

Top