ค้นหา :

ผลการค้นหา "รถบรรทุก"

แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ม.ค. 63

นศ.หนุ่มรถจยย.ล้ม ถูกรถพ่วงเหยียบทับดับคาที่ ขณะพลเมืองดีช่วยเหลือ อ้างไม่เห็นกำลังเล่นมือถือ ก่อนขับชิ่งหนี สุดท้ายไม่รอดถูกรวบทันควัน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “อาม เปิ๊ดก๊าซ.” โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะเข้าช่วยเหลือนักศึกษาปวส. ช่างกลรายหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุรถจยย. ล้ม นอนบาดเจ็บอยู่กลางถนน ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มีรถพ่วงคันหนึ่งขับมาเหยียบร่างผู้บาดเจ็บเสียชีวิตคาที่   โดยนายฐนกร ศิริรัตน์ เจ้าของโพสต์ เล่าว่า วันเกิดเหตุกำลังขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางพบชายคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถจยย. ล้ม ตัวผู้บาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน มีบาดแผลที่ใบหน้า แต่ยังมีสติ สามารถขยับขาได้ ซึ่งมีพลเมืองดีหลายคนเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่กล้าทำอะไร ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย    ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ พวกตนได้นำถังขยะมากั้นตัวผู้บาดเจ็บ และพลเมืองดีรายหนึ่งยืนอยู่กลางถนนพร้อมส่องไฟฉายเป็นสัญญาณให้รถที่ผ่านไปมารับรู้ ส่วนตนได้ใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ แต่จู่ๆ มีรถพ่วงคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วเหยียบร่างของผู้บาดเจ็บจนเสียชีวิตคาที่    จากนั้นได้ลงจากรถมาดูเหตุการณ์และอ้างว่าไม่เห็นเพราะกำลังใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถ และอาศัยจังหวะขับรถหนีไป ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตามสกัดจับไว้ได้ โดยผู้เสียชีวิตทราบภายหลังว่าเป็นนักศึกษาช่างกล ชั้นปวส. ซึ่งตนรู้สึกตกใจและเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากฝากเตือนผู้ขับขี่รถงดใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่    ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ สว่างประเสริฐ ผกก.สภ.เมืองแพร่ ระบุว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหากับคนขับรถบรรทุกฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และหลบหนีไม่หยุดให้การช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ระหว่างควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/54aM9t2DEUs

 8,948
ข่าวโซเชียล
17 ม.ค. 63

นศ.หนุ่มรถจยย.ล้ม ถูกรถพ่วงเหยียบทับดับคาที่ ขณะพลเมืองดีช่วยเหลือ อ้างไม่เห็นกำลังเล่นมือถือ ก่อนขับชิ่งหนี สุดท้ายไม่รอดถูกรวบทันควัน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “อาม เปิ๊ดก๊าซ.” โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะเข้าช่วยเหลือนักศึกษาปวส. ช่างกลรายหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุรถจยย. ล้ม นอนบาดเจ็บอยู่กลางถนน ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มีรถพ่วงคันหนึ่งขับมาเหยียบร่างผู้บาดเจ็บเสียชีวิตคาที่   โดยนายฐนกร ศิริรัตน์ เจ้าของโพสต์ เล่าว่า วันเกิดเหตุกำลังขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางพบชายคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถจยย. ล้ม ตัวผู้บาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน มีบาดแผลที่ใบหน้า แต่ยังมีสติ สามารถขยับขาได้ ซึ่งมีพลเมืองดีหลายคนเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่กล้าทำอะไร ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย    ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ พวกตนได้นำถังขยะมากั้นตัวผู้บาดเจ็บ และพลเมืองดีรายหนึ่งยืนอยู่กลางถนนพร้อมส่องไฟฉายเป็นสัญญาณให้รถที่ผ่านไปมารับรู้ ส่วนตนได้ใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ แต่จู่ๆ มีรถพ่วงคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วเหยียบร่างของผู้บาดเจ็บจนเสียชีวิตคาที่    จากนั้นได้ลงจากรถมาดูเหตุการณ์และอ้างว่าไม่เห็นเพราะกำลังใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถ และอาศัยจังหวะขับรถหนีไป ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตามสกัดจับไว้ได้ โดยผู้เสียชีวิตทราบภายหลังว่าเป็นนักศึกษาช่างกล ชั้นปวส. ซึ่งตนรู้สึกตกใจและเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากฝากเตือนผู้ขับขี่รถงดใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่    ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ สว่างประเสริฐ ผกก.สภ.เมืองแพร่ ระบุว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหากับคนขับรถบรรทุกฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และหลบหนีไม่หยุดให้การช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ระหว่างควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/54aM9t2DEUs

 8,948
อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

สลด! หนุ่มขี่จยย.ล้มเจ็บกลางถนน พลเมืองดีไม่กล้าขยับเกรงบาดเจ็บเพิ่ม รถบรรทุกเล่นมือถือไม่ระวังเหยียบศีรษะดับ

แพร่ - นักศึกษาวัยรุ่นประสบอุบัติเหตุรถจยย.ล้มนอนแผ่กลางถนนไม่สามารถขยับร่างกายได้ พลเมืองดีไม่กล้าขยับตัวเนื่องจากกลัวทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บาดเจ็บ จึงโทรเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมส่องไฟส่งสัญญาณให้รถที่ขับตามหลังมาสามารถสังเกตเห็นผู้บาดเจ็บ ทันใดนั้นมีรถบรรทุกขับพุ่งตรงเข้าทับร่างผู้บาดเจ็บจนเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนี   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถตามและสามารถจับกุมตัวโชเฟอร์รถบรรทุกได้ทัน พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมหลบหนี

 3,982
ข่าวโซเชียล
17 ม.ค. 63

สลด! หนุ่มขี่จยย.ล้มเจ็บกลางถนน พลเมืองดีไม่กล้าขยับเกรงบาดเจ็บเพิ่ม รถบรรทุกเล่นมือถือไม่ระวังเหยียบศีรษะดับ

แพร่ - นักศึกษาวัยรุ่นประสบอุบัติเหตุรถจยย.ล้มนอนแผ่กลางถนนไม่สามารถขยับร่างกายได้ พลเมืองดีไม่กล้าขยับตัวเนื่องจากกลัวทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บาดเจ็บ จึงโทรเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมส่องไฟส่งสัญญาณให้รถที่ขับตามหลังมาสามารถสังเกตเห็นผู้บาดเจ็บ ทันใดนั้นมีรถบรรทุกขับพุ่งตรงเข้าทับร่างผู้บาดเจ็บจนเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนี   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถตามและสามารถจับกุมตัวโชเฟอร์รถบรรทุกได้ทัน พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมหลบหนี

 3,982
สังคม-อาชญากรรม
16 ม.ค. 63

สมาคมรถบรรทุกโวย ตกเป็นจำเลยสังคม ปมฝุ่น pm2.5 ขู่หยุดวิ่ง-ขนส่งสินค้าชะงัก

จากมาตรการห้ามรถบรรทุกโดยห้ามรถบรรทุก 10 ล้อใช้ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก ในวันคี่ และ สามารถใช้งานในวันคู่ได้เฉพาะช่วงเวลา 10.00-15.00 น. เป็นการชั่วคราวถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ยกเว้นรถบรรทุกอาหารสด เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5   นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ระบุว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เนื่องจากเมื่อมีการห้ามรถบรรทุกวิ่งในวันคี่ รถส่วนใหญ่ก็จะถูกอั้นไปใช้งานถนนดังกล่าวในวันคู่แทน ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้การจราจรติดขัดหนักขึ้นไปอีก ขณะที่มลภาวะPM2.5 ก็ยังมีอยู่ ให้รถบรรทุกตกเป็นจำเลยสังคม   ทางกลุ่มอาจมีการต่อต้านแบบเงียบๆด้วยการหยุดวิ่ง เพื่อดูว่าฝุ่นจะลดลงจริงไหม และจะกระทบกับการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศจะหยุดชะงักหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dnfWTbONjQo

 6,314
สังคม
16 ม.ค. 63

สมาคมรถบรรทุกโวย ตกเป็นจำเลยสังคม ปมฝุ่น pm2.5 ขู่หยุดวิ่ง-ขนส่งสินค้าชะงัก

จากมาตรการห้ามรถบรรทุกโดยห้ามรถบรรทุก 10 ล้อใช้ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก ในวันคี่ และ สามารถใช้งานในวันคู่ได้เฉพาะช่วงเวลา 10.00-15.00 น. เป็นการชั่วคราวถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ยกเว้นรถบรรทุกอาหารสด เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5   นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ระบุว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เนื่องจากเมื่อมีการห้ามรถบรรทุกวิ่งในวันคี่ รถส่วนใหญ่ก็จะถูกอั้นไปใช้งานถนนดังกล่าวในวันคู่แทน ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้การจราจรติดขัดหนักขึ้นไปอีก ขณะที่มลภาวะPM2.5 ก็ยังมีอยู่ ให้รถบรรทุกตกเป็นจำเลยสังคม   ทางกลุ่มอาจมีการต่อต้านแบบเงียบๆด้วยการหยุดวิ่ง เพื่อดูว่าฝุ่นจะลดลงจริงไหม และจะกระทบกับการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศจะหยุดชะงักหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dnfWTbONjQo

 6,314
สังคม
14 ม.ค. 63

รถพ่วง 18 ล้อเบียดจยย.ล้ม ล้อทับภรรยาดับคาที่

เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุสยองบนถนนสายนครศรีธรรมราช-ปากพนัง บริเวณสี่แยกนาหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รถพ่วง 18 ล้อ พ่วงตู้คอนเทรนเนอร์ เฉี่ยวชนกับรถจยย. จนทำให้รถจยย.ล้มลงและทำให้ร่างนางจาริยา ผาสุขถิน ซึ่งนั่งซ้อนท้ายจยย.ล้มลงและถูกล้อรถพ่วง 18 ล้อทับศีรษะ เสียชีวิตคาที่ ส่วนนายอเนก ผาสุขถิน  สามี เจ็บเล็กน้อย   ส่วนคนขับทราบชื่อนายปราโมทย์ ปิ่นทอง อายุ 29 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นางจาริยา ผู้ตาย นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ โดยมีนายเอนก สามี เป็นคนขี่ กำลังจะกลับบ้านที่ ต.ท่าเรือ หลังซื้ออาหารสดเพื่อเปิดร้านอาหารตามสั่ง โดยขี่รถจักรยานยนต์มาบนถนนพัฒนาการคูขวาง    เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณสี่แยกนาหลวง รถจักรยานยนต์ผู้ตาย กำลังขี่รถผ่านสี่แยกมุ่งหน้าไป ต.ท่าเรือ เป็นจังหวะเดียวที่รถบรรทุกพ่วงคันเกิดเหตุเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไป อ.ปากพนัง จึงเกิดเฉี่ยวชนจนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม ทำให้ผู้ตาย พลัดตกจากรถจักรยานยนต์ ถูกล้อรถบรรทุกพ่วงเหยียบศีรษะเสียชีวิตคาที่ ส่วนสามี ร่างกระเด็นรอดหวุดหวิด อย่างไรก็ตามสาเหตุอุบัติเหตุที่แท้จริง พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป   ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของศูนย์ไอทีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช บริเวณสี่แยกนาหลวง เผยนาทีช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะเป็นสัญญาณไฟจราจรสีเขียว มีรถแล่นผ่านสี่แยกจำนวนหลายคัน ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ขี่อยู่เลนซ้ายสุด กำลังแล่นผ่านสี่แยกมุ่งหน้าตรงไป ต.ท่าเรือ ปรากฏว่าระหว่างนั้นรถบรรทุกพ่วงเทรนเลอร์ ซึ่งแล่นอยู่เลนกลาง กลับหักพวงเลี้ยวซ้ายอย่างกะทันหันจนชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย เสียหลักล้ม แล้วเหยียบศีรษะคนซ้อนท้ายเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/wscT1rtv-_Q  

 7,951
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 63

รถตู้ นทท.ชนท้ายรถบรรทุก จอดเสียข้างทางที่เพชรบูรณ์ ดับ 5 เจ็บ 8

เพชรบูรณ์-ตำรวจ สภ.นาเฉลียง ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 ราย บาดเจ็บ 8 ราย เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 21 สายสระบุรี-หล่มสัก บริเวณหน้า ปตท.บ้านน้อย ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ ซึ่งเป็นรถนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากจากทางภาคใต้ เพื่อจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่อำเภอเขาค้อ ด้านหน้ารถอัดติดด้านท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ สภาพพังยับ เบื้องต้นทราบว่ารถตู้มีผู้โดยสารรวมคนขับ 11 ราย โดยหลังเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตคาที่ 4 ราย และบาดเจ็บ 7 ราย และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย รวมเป็น 5 ราย    จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากรถบรรทุก 10 ล้อ จอดเสียอยู่บนเลนขวา (กลางถนน) โดยจ้างวานให้รถบรรทุก 6 ล้อ มาทำการลากจูง แต่ทางฝ่ายรถ 10 ล้อ กลับไม่มีการนำกิ่งไม้มาวาง หรือนำกรวย มาวางแจ้งเตือนว่าข้างหน้ามีรถจอดเสียอยู่กลางถนน ทำให้รถตู้ที่วิ่งมาไม่ทราบว่า ด้านหน้ามีรถจอดเสียอยู่ จึงพุ่งชนเข้าด้านท้ายรถ 10 ล้อ อย่างจัง โดยไม่มีรอยเบรกรถ   นอกจากนี้แรงชนยังทำให้คนขับรถ 6 ล้อ ที่กำลังมุดอยู่ด้านหน้ารถ 10 ล้อ เพื่อทำการผูกลวดสลิง เพื่อจะทำการลากจูงรถ 10 ล้อ จึงถูกรถ 10 ล้อ ทับคร่อมร่างบาดเจ็บไปด้วย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 และบาดเจ็บ รวม 9 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เตรียมสอบสวนถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง   ซึ่งหากเป็นไปตามพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถบรรทุก 10 ล้อ จอดเสียกลางถนนแล้ว ไม่มีเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์เตือน ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับทางคนขับรถ 10 ล้อ ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/Rb0IgNtS85M

 9,106
สังคม
11 ม.ค. 63

รถตู้ นทท.ชนท้ายรถบรรทุก จอดเสียข้างทางที่เพชรบูรณ์ ดับ 5 เจ็บ 8

เพชรบูรณ์-ตำรวจ สภ.นาเฉลียง ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 ราย บาดเจ็บ 8 ราย เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 21 สายสระบุรี-หล่มสัก บริเวณหน้า ปตท.บ้านน้อย ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ ซึ่งเป็นรถนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากจากทางภาคใต้ เพื่อจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่อำเภอเขาค้อ ด้านหน้ารถอัดติดด้านท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ สภาพพังยับ เบื้องต้นทราบว่ารถตู้มีผู้โดยสารรวมคนขับ 11 ราย โดยหลังเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตคาที่ 4 ราย และบาดเจ็บ 7 ราย และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย รวมเป็น 5 ราย    จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากรถบรรทุก 10 ล้อ จอดเสียอยู่บนเลนขวา (กลางถนน) โดยจ้างวานให้รถบรรทุก 6 ล้อ มาทำการลากจูง แต่ทางฝ่ายรถ 10 ล้อ กลับไม่มีการนำกิ่งไม้มาวาง หรือนำกรวย มาวางแจ้งเตือนว่าข้างหน้ามีรถจอดเสียอยู่กลางถนน ทำให้รถตู้ที่วิ่งมาไม่ทราบว่า ด้านหน้ามีรถจอดเสียอยู่ จึงพุ่งชนเข้าด้านท้ายรถ 10 ล้อ อย่างจัง โดยไม่มีรอยเบรกรถ   นอกจากนี้แรงชนยังทำให้คนขับรถ 6 ล้อ ที่กำลังมุดอยู่ด้านหน้ารถ 10 ล้อ เพื่อทำการผูกลวดสลิง เพื่อจะทำการลากจูงรถ 10 ล้อ จึงถูกรถ 10 ล้อ ทับคร่อมร่างบาดเจ็บไปด้วย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 และบาดเจ็บ รวม 9 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เตรียมสอบสวนถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง   ซึ่งหากเป็นไปตามพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถบรรทุก 10 ล้อ จอดเสียกลางถนนแล้ว ไม่มีเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์เตือน ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับทางคนขับรถ 10 ล้อ ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/Rb0IgNtS85M

 9,106
สรุปข่าว
28 ธ.ค. 62

ถนนสาย 304 มุ่งหน้าภาคอีสาน การจราจรติดขัด มีปริมาณรถติดสะสมเป็นทางยาว

ถนนสาย 304 มุ่งหน้าภาคอีสาน การจราจรติดขัด มีปริมาณรถติดสะสมเป็นทางยาว   ปราจีนบุรี - บนถนนทางหลวงสาย 304 บริเวณทางขึ้นเขาศาลเจ้าพ่อปู่โทน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี พบว่าตลอดเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครราชสีมา และภาคอีสาน มีปริมาณรถติดสมยาวเหยียดแทบจะไม่เคลื่อนตัว   บขส.เตรียมรถโดยสารรองรับประชาชนเดินทางช่วงปีใหม่   บขส.สรุปข้อมูลการเดินรถช่วงเทศกาลปีใหม่ วันที่ 27 ธ.ค.จัดรถโดยสาร 7,823 เที่ยว รองรับผู้โดยสารเดินทาง 155,092 คน น้อยกว่าประมาณการณ์ คาดประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และบางส่วนใช้รถยนต์ส่วนตัว วันนี้(28 ธ.ค.) ให้บริการกว่า 8 พันเที่ยว   รถบรรทุกเสียหลัก พุ่งชนรถข้างทาง ที่รัฐเท็กซัส   สหรัฐอเมริกา - เมืองลับบ็อก รัฐเท็กซัส เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกเสียหลักพุ่งออกข้างทางและชนรถยนต์ที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนจะพลิกคว่ำทับรถที่อยู่บริเวณนั้น เจ้าหน้าที่และประชาชนที่อยู่ข้างทางต้องวิ่งหนีตาย มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนหลวงสาย 84 ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/oi1CwkPZMv4

 2,074
สังคม-อาชญากรรม
25 ธ.ค. 62

วอนขอเบาะแส รถบรรทุกทับร่างแม่ลูกอ่อนดับคาที่ ก่อนขับหนี ลูกสาววัย 10 เดือนรอดหวุดหวิด

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Atiwat Suksombut โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก หลังขี่รถจยย.กลับบ้านพร้อมภรรยาและลูกสาววัย 10 เดือนและ 6 ขวบ ระหว่างทางเจอรถแท็กซี่คันหนึ่งเบรกกระทันหันเพื่อกลับรถ โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว จึงชนท้ายอย่างจัง   ทำให้ภรรยาและลูกสาววัย 10 เดือนกระเด็นตกรถ ถูกรถบรรทุกเหยียบภรรยาเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกสาวรอดตายหวุดหวิด พร้อมวอนประชาชนผู้ที่เห็นเหตุการณ์หรือมีกล้องหน้ารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ช่วยติดต่อนำกล้องหน้ารถมาเป็นหลักฐานในการเอาผิดกับคนขับรถบรรทุก เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนสารสาสน์มีนบุรี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. เวลาประมาณ 15.00 น.   โดยนายอธิวัฒน์ สุขสมบัติ อายุ 25 ปี เจ้าของโพสต์ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนและภรรยาขี่รถจยย. ไปรับลูก สาวคนโตวัย 6 ขวบที่โรงเรียน โดยลูกสาวคนโตนั่งหน้าตนเป็นคนขับ และภรรยาได้อุ้มลูกสาวคนเล็ก วัย 10 เดือนซ้อนท้าย   ระหว่างทาง ออกจากไปรษณีย์มีนบุรี มุ่งหน้าถนนสุวินทวงค์-ฉะเชิงเทรา ได้ขี่เลนกลางตามท้ายรถบรรทุก จังหวะขี่ออกเลนขวาเพื่อแซง เจอรถแท็กซี่ที่ขับอยู่เลนขวา เบรกกระทันหันเพื่อกลับรถ โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ตนจึงหักหลบออกเลนกลางแต่ไม่พ้น ชนท้ายรถแท็กซี่อย่างจัง จนภรรยาและลูกสาวคนเล็กที่อุ้มอยู่กระเด็นตกรถ ทำให้รถบรรทุกที่ตนเพิ่งแซงมาเหยียบร่างภรรยาจนเสียชีวิตคาที่ แล้วขับหนีไป ส่วนลูกสาวคนเล็กรอดตายหวุดหวิด แต่ก็ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ จนต้องเข้ารับการเอ็กซเรย์สมอง    ส่วนรถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ขับหนีไป แต่พลเมืองดีรายหนึ่งขี่รถบิ๊กไบค์ตามสกัดจนพาตัวกลับมายังจุดเกิดเหตุได้ ตนรู้สึกเสียใจมาก ที่ต้องเสียภรรยาไป ลูกคนเล็กก็ยังไม่หย่านมแม่ อีกทั้งตนก็เพิ่งได้งานใหม่ ต้องเลี้ยงดูลูกสาวถึง 2 คน จึงอยากให้คนขับรถบรรทุกและคนขับรถแท็กซี่ออกมารับผิดชอบค่าเสียหายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ด้านนายณรงค์ ลักษณะวิฑูร อายุ 56 ปี  รปภ. หมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้จุดเกิดเหตุ ระบุว่า หลังเกิดเหตุ ตนได้เดินไปดูเหตุการณ์พบร่างผู้ตายนอนอยู่ตรงเลนกลาง เลือดไหลนองพื้น ส่วนเด็กเล็กเห็นพ่ออุ้มอยู่ แต่ไม่พบรถบรรทุกหรือแท็กซี่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ซึ่งตรงจุดนี้เคยเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง   ด้านตำรวจสน.มีนบุรี ระบุว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบจุดเกิดเหตุไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในมุมอับ จึงยังไม่ทราบเหตุการณ์ที่แน่ชัด หลังเกิดเหตุที่พลเมืองดีตามสกัดรถแท็กซี่กลับมายังจุดเกิดเหตุได้ ด้านสามีของผู้ตายได้เข้าไปทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่จนได้รับบาดเจ็บตาปูด ใบหน้าเขียวช้ำ คนขับแท็กซี่ให้การว่าไม่ได้เบรกกะทันหันโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวอย่างที่สามีผู้ตายอ้างเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา หลบหนีไม่หยุดให้การช่วยเหลือ ส่วนคนขับรถบรรทุกก็จะถูกแจ้งข้อหาเดียวกัน แต่ยังไม่ทราบตัวคนขับ   สำหรับสามีผู้ตาย เบื้องต้นจะถูกแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และอาจจะถูกแจ้งข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เพราะจากการสอบปากคำและตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่าสามีผู้ตายแซงรถบรรทุกขณะอยู่ในเส้นทืบ ซึ่งจะต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด   ทั้งนี้ หลังสามีผู้ตายโพสต์เฟซบุ๊ก มีบุคคลรายหนึ่งติดต่อมา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าไปช่วยเหลือขณะเกิดเหตุ และกล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้  แต่แจ้งว่าขณะนี้ได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดกระบี่ อีกทั้งถ่ายโอนข้อมูลออกจากกล้องไม่เป็น จึงจะส่งกล้องมาให้ทางไปรษณีย์ แต่ต้องโอนเงินมัดจำกล้องไปให้ก่อน 1,000 บาท ซึ่งสามีผู้ตายก็โอนให้ เพราะคิดว่าเป็นความหวังสุดท้าย   แต่แล้วก็ขาดการติดต่อไป ซึ่งผู้สื่อข่าวก็ได้พยายามช่วยติดต่อไปอีกทางหนึ่ง ชายคนดังกล่าวก็ได้อ้างกับผู้สื่อข่าวว่า  ยังมีไฟล์เก็บอยู่ในโทรศัพท์ของแฟนสาวที่เป็นพยาบาลอยู่ในจังหวัดกระบี่อีกที่หนึ่ง แต่เมื่อทวง ถามก็บ่ายเบี่ยง จนกระทั่งไม่รับสาย ติดต่อไม่ได้ในที่สุด  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QLbI46yrmCc

 862
สังคม
25 ธ.ค. 62

วอนขอเบาะแส รถบรรทุกทับร่างแม่ลูกอ่อนดับคาที่ ก่อนขับหนี ลูกสาววัย 10 เดือนรอดหวุดหวิด

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Atiwat Suksombut โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก หลังขี่รถจยย.กลับบ้านพร้อมภรรยาและลูกสาววัย 10 เดือนและ 6 ขวบ ระหว่างทางเจอรถแท็กซี่คันหนึ่งเบรกกระทันหันเพื่อกลับรถ โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว จึงชนท้ายอย่างจัง   ทำให้ภรรยาและลูกสาววัย 10 เดือนกระเด็นตกรถ ถูกรถบรรทุกเหยียบภรรยาเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกสาวรอดตายหวุดหวิด พร้อมวอนประชาชนผู้ที่เห็นเหตุการณ์หรือมีกล้องหน้ารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ช่วยติดต่อนำกล้องหน้ารถมาเป็นหลักฐานในการเอาผิดกับคนขับรถบรรทุก เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนสารสาสน์มีนบุรี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. เวลาประมาณ 15.00 น.   โดยนายอธิวัฒน์ สุขสมบัติ อายุ 25 ปี เจ้าของโพสต์ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนและภรรยาขี่รถจยย. ไปรับลูก สาวคนโตวัย 6 ขวบที่โรงเรียน โดยลูกสาวคนโตนั่งหน้าตนเป็นคนขับ และภรรยาได้อุ้มลูกสาวคนเล็ก วัย 10 เดือนซ้อนท้าย   ระหว่างทาง ออกจากไปรษณีย์มีนบุรี มุ่งหน้าถนนสุวินทวงค์-ฉะเชิงเทรา ได้ขี่เลนกลางตามท้ายรถบรรทุก จังหวะขี่ออกเลนขวาเพื่อแซง เจอรถแท็กซี่ที่ขับอยู่เลนขวา เบรกกระทันหันเพื่อกลับรถ โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ตนจึงหักหลบออกเลนกลางแต่ไม่พ้น ชนท้ายรถแท็กซี่อย่างจัง จนภรรยาและลูกสาวคนเล็กที่อุ้มอยู่กระเด็นตกรถ ทำให้รถบรรทุกที่ตนเพิ่งแซงมาเหยียบร่างภรรยาจนเสียชีวิตคาที่ แล้วขับหนีไป ส่วนลูกสาวคนเล็กรอดตายหวุดหวิด แต่ก็ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ จนต้องเข้ารับการเอ็กซเรย์สมอง    ส่วนรถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ขับหนีไป แต่พลเมืองดีรายหนึ่งขี่รถบิ๊กไบค์ตามสกัดจนพาตัวกลับมายังจุดเกิดเหตุได้ ตนรู้สึกเสียใจมาก ที่ต้องเสียภรรยาไป ลูกคนเล็กก็ยังไม่หย่านมแม่ อีกทั้งตนก็เพิ่งได้งานใหม่ ต้องเลี้ยงดูลูกสาวถึง 2 คน จึงอยากให้คนขับรถบรรทุกและคนขับรถแท็กซี่ออกมารับผิดชอบค่าเสียหายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ด้านนายณรงค์ ลักษณะวิฑูร อายุ 56 ปี  รปภ. หมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้จุดเกิดเหตุ ระบุว่า หลังเกิดเหตุ ตนได้เดินไปดูเหตุการณ์พบร่างผู้ตายนอนอยู่ตรงเลนกลาง เลือดไหลนองพื้น ส่วนเด็กเล็กเห็นพ่ออุ้มอยู่ แต่ไม่พบรถบรรทุกหรือแท็กซี่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ซึ่งตรงจุดนี้เคยเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง   ด้านตำรวจสน.มีนบุรี ระบุว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบจุดเกิดเหตุไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในมุมอับ จึงยังไม่ทราบเหตุการณ์ที่แน่ชัด หลังเกิดเหตุที่พลเมืองดีตามสกัดรถแท็กซี่กลับมายังจุดเกิดเหตุได้ ด้านสามีของผู้ตายได้เข้าไปทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่จนได้รับบาดเจ็บตาปูด ใบหน้าเขียวช้ำ คนขับแท็กซี่ให้การว่าไม่ได้เบรกกะทันหันโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวอย่างที่สามีผู้ตายอ้างเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา หลบหนีไม่หยุดให้การช่วยเหลือ ส่วนคนขับรถบรรทุกก็จะถูกแจ้งข้อหาเดียวกัน แต่ยังไม่ทราบตัวคนขับ   สำหรับสามีผู้ตาย เบื้องต้นจะถูกแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และอาจจะถูกแจ้งข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เพราะจากการสอบปากคำและตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่าสามีผู้ตายแซงรถบรรทุกขณะอยู่ในเส้นทืบ ซึ่งจะต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด   ทั้งนี้ หลังสามีผู้ตายโพสต์เฟซบุ๊ก มีบุคคลรายหนึ่งติดต่อมา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าไปช่วยเหลือขณะเกิดเหตุ และกล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้  แต่แจ้งว่าขณะนี้ได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดกระบี่ อีกทั้งถ่ายโอนข้อมูลออกจากกล้องไม่เป็น จึงจะส่งกล้องมาให้ทางไปรษณีย์ แต่ต้องโอนเงินมัดจำกล้องไปให้ก่อน 1,000 บาท ซึ่งสามีผู้ตายก็โอนให้ เพราะคิดว่าเป็นความหวังสุดท้าย   แต่แล้วก็ขาดการติดต่อไป ซึ่งผู้สื่อข่าวก็ได้พยายามช่วยติดต่อไปอีกทางหนึ่ง ชายคนดังกล่าวก็ได้อ้างกับผู้สื่อข่าวว่า  ยังมีไฟล์เก็บอยู่ในโทรศัพท์ของแฟนสาวที่เป็นพยาบาลอยู่ในจังหวัดกระบี่อีกที่หนึ่ง แต่เมื่อทวง ถามก็บ่ายเบี่ยง จนกระทั่งไม่รับสาย ติดต่อไม่ได้ในที่สุด  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QLbI46yrmCc

 862
สังคม-อาชญากรรม
25 ธ.ค. 62

ขนส่งขอความร่วมมือ งดใช้รถบรรทุกช่วงปีใหม่ 27 ธ.ค.-5 ม.ค. เลี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและวัตถุอันตรายและงดการใช้รถที่ไม่มีการบรรทุกสินค้า (รถเที่ยวเปล่า) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562- 5 มกราคม 2563 เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรและเพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน   ทั้งนี้หากผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีความจำเป็นต้องขนส่งสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางหรือช่วงเวลาที่มีรถสัญจรเป็นจำนวนมากและต้องกำชับผู้ขับรถให้ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ส่วนควบก่อนใช้งานทุกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_NaBiM7edrc

 955
สังคม
25 ธ.ค. 62

ขนส่งขอความร่วมมือ งดใช้รถบรรทุกช่วงปีใหม่ 27 ธ.ค.-5 ม.ค. เลี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและวัตถุอันตรายและงดการใช้รถที่ไม่มีการบรรทุกสินค้า (รถเที่ยวเปล่า) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562- 5 มกราคม 2563 เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรและเพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน   ทั้งนี้หากผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีความจำเป็นต้องขนส่งสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางหรือช่วงเวลาที่มีรถสัญจรเป็นจำนวนมากและต้องกำชับผู้ขับรถให้ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ส่วนควบก่อนใช้งานทุกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_NaBiM7edrc

 955
ข่าวภูมิภาค
14 ธ.ค. 62

เทรลเลอร์บรรทุกรถมือสอง พลิกคว่ำขณะลงเขา รถพังตกเกลื่อนถนนลำปาง

ลำปาง-เกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์บรรทุกรถยนต์ เกิดพลิกคว่ำบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธินสายลำปาง – ตาก ขาเข้า จ.ลำปาง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 673 – 674 เขต ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง   ซึ่งนอกจากรถบรรทุกเทรลเลอร์จะเสียหายแล้ว ยังมีรถยนต์เก๋ง และรถยนต์กระบะที่บรรทุกมา เกิดกระเด็ดหลุดออกจากท้ายเทรลเลอร์ ตกลงไปร่องกลางถนน 1 คัน ได้รับความเสียหาย รวมถึงกระเด็นไถลไปข้างหน้าถนน ระยะทางอีกกว่า 100 เมตร อีก 1 คัน และตกลงข้างทางที่มีความลึกกว่า 2 เมตร อีก 2 คัน ได้รับความเสียหายทั้งหมด เหลืออีก 4 คัน ที่ติดคา และห้อยอยู่ท้ายบรรทุกเทรลเลอร์ ส่วนคนขับ และคนที่นั่งมาด้วย เป็นชาย 2 คน อายุประมาณ 40 – 45 ปี ชาว จ.อุดรธานี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงให้การปฐมพยาบาล   จากการสอบถามคนขับทราบว่า ได้ขนรถยนต์เก๋ง และรถกระบะมือสอง รวม 8 คัน มาจาก จ.อุดรธานี เพื่อจะไปส่งที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเส้นทางลงเนินเขา รถที่วิ่งมาเกิดควบคุมไม่อยู่ จนเกิดเสียหลักหมุนกลางถนน เฉี่ยวชนป้ายบอกทาง ราวเหล็กริมถนน และต้นไม้ จนเกิดพลิกตะแคงข้าง และรถที่บรรทุกมาเกิดหลุดออก และกระเด็นไปคนละทิศทางดังกล่าว โชคดีที่ขณะนั้น ไม่มีรถที่วิ่งคู่กันมา หรือวิ่งเข้ามาใกล้ ซึ่งอาจจะได้รับอันตรายได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/OdTt3pmM9VY  

 4,945

Top