ค้นหา :

ผลการค้นหา "แท็กซี่"

ต่างประเทศ
19 ก.พ. 63

แจ็คพอต! แท็กซี่ญี่ปุ่นสัมภาษณ์สื่อ จู่ๆ รพ.โทรมาแจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19

สำนักข่าวญี่ปุ่น เผยแพร่ภาพขณะนักข่าวกำลังสัมภาษณ์คนขับรถแท็กซี่ ซึ่งพบว่าได้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 (โควิด-19)   ซึ่งระหว่างสัมภาษณ์มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คนขับรถแท็กซี่ขอรับสาย ก่อนพบว่าโรงพยาบาลโทรมาแจ้งผลการตรวจ โดยบอกว่าเขาติดเชื้อโควิด-19 ให้รีบมาที่โรงพยาบาลด่วน ทั้งนี้ภายหลังการสัมภาษณ์ดังกล่าว ทีมนักข่าวต้องกักตัวอยู่ในบ้าน เพื่อรอดูอาการ  

 3,136
สังคม
18 ก.พ. 63

รวบแล้ว! แท็กซี่ฉุดหมอนวดข่มขืน เจ้าตัวอ้างเป็นแฟนเก่า

ตำรวจกองปราบปราม รวบโชเฟอร์รถแท็กซี่ ดักฉุดสาวหน้าร้านนวดแผนโบราณ ย่านโชคชัย 4 พาไปข่มขืน อ้างเป็นแฟนเก่า   นายชัยยศ ปั้นแตง ถูกตำรวจกองกำกับการ 5 กองปราบปราม จับกุมได้ที่ริมถนนแยกประเสริฐมนูกิจ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 เวลา 22.00 น. นายชัยยศ ขับรถแท็กซี่ไปดักรอ น.ส.เอ ที่หน้าร้านนวดแผนโบราณ ย่านโชคชัย 4 และฉุดขึ้นรถแท็กซี่ ใช้เสื้อมัดมือแล้วพาไปข่มขืน ที่ห้องพักของผู้ต้องหา ก่อนพามาส่งที่ร้านนวดในวันรุ่งขึ้น    ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายชัยยศ หลบหนีมาอยู่ที่อู่แท็กซี่แยกประเสริฐมนูกิจ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัว มาสอบสวนให้การปฏิเสธ อ้างว่าผู้เสียหายเป็นแฟนของตนเอง แต่ได้เลิกกันไปแล้ว นำตัวส่ง สน.โชคชัย ดำเนินคดี

 1,956
ข่าวโซเชียล
14 ก.พ. 63

มิติใหม่ของการออกำลังกาย! โซเชียลแห่แชร์ คนขับแท็กซี่ซิทอัพบนรถ หลังจอดติดไฟแดงนาน

กลายเป็นที่พูดถึงเป็นจำนวมาในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'Book Chaoguay' ได้มีการโพสต์คลิปวีดิโอที่เผยให้เห็นช่วงเวลาที่รถในกรุงเทพกำลังติดอย่างยาวนาน และได้มีคนขับแท็กซี่คันหนึ่ง ที่จอดอยู่ด้านหน้าได้กำลังออกกำลังด้วยท่าซิทอัพอยู่บนรถ    โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า "วินาทีที่รถติด เขาก็กลายเป็นนักกีฬา ไม่ใช่คนขับรถแท็กซี่อีกต่อไป #ท่านั่งสลายพุง #สสส #ลดพุงลดโรค"    

 2,757
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 63

รวบป้ามหาภัย ไม่จ่ายค่าโดยสาร-หลอกยืมเงินเเท็กซี่หลายราย

ตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) จับกุมนางนงนุช พิมสวน อายุ 55 ปี ชาวจ.กาญจนบุรี โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าฉ้อโกงผู้อื่น ตามหมายจับศาลแขวงตลิ่งชันที่ 57/2563 ลงวันที่ 13 ก.พ.2563   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจสืบสวนบางขี่ขัน รับแจ้งเหตุผู้โดยสารฉ้อโกงเงินคนขับรถแท็กซี่ได้เงินไป 1,400 บาท บริเวณห้างดังย่านปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงสอบถามคนขับแท็กซี่ผู้เสียหาย และได้รับข้อมูลทางเฟซบุ๊ก Smart Taxi และสำนักข่าวหลายแห่งว่า ยังมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายพื้นที่ อาทิ สน.บางรัก สน.บางกอกน้อย สน.เตาปูน สน.บางขัน   กระทั่งสุดเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง ผู้ก่อเหตุคดีเดียวกันได้หลอกคนขับรถแท็กซี่ว่ามีเงินไม่พอ ขอยืมเงินไปก่อนแล้วจะกดเงินที่ยืมไปพร้อมกับค่ารถที่ค้างอยู่จากตู้เอทีเอ็มมาคืนให้ เมื่อได้เงินแล้วได้หลบหนีออกจากห้างดังกล่าวทันที   พล.ต.ต.เอกชัย กล่าวว่า เบื้องต้นสั่งการ สน.บางยี่ขัน ให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดให้ได้ เนื่องจากก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหลายพื้นที่ มีคนขับรถแท็กซี่ได้รับความเดือดร้อนหลายราย ที่สำคัญเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ก่อนฝ่านสืบสวน สน.บางขี่ขัน สืบทราบว่าป้ามหาภัย รายนี้คือ นางนงนุช พิมสวน อยู่ที่จ.กาญจนบุรี จากนั้นนำหมายตามจับกุมตัวที่บ้านพัก   จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง และกระทำความผิด เพราะต้องการเงินมาใช้จ่าย ชุดสืบสวนจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีตามฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q6KVp8KMA1w

 3,940
สังคม
14 ก.พ. 63

รวบป้ามหาภัย ไม่จ่ายค่าโดยสาร-หลอกยืมเงินเเท็กซี่หลายราย

ตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) จับกุมนางนงนุช พิมสวน อายุ 55 ปี ชาวจ.กาญจนบุรี โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าฉ้อโกงผู้อื่น ตามหมายจับศาลแขวงตลิ่งชันที่ 57/2563 ลงวันที่ 13 ก.พ.2563   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจสืบสวนบางขี่ขัน รับแจ้งเหตุผู้โดยสารฉ้อโกงเงินคนขับรถแท็กซี่ได้เงินไป 1,400 บาท บริเวณห้างดังย่านปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงสอบถามคนขับแท็กซี่ผู้เสียหาย และได้รับข้อมูลทางเฟซบุ๊ก Smart Taxi และสำนักข่าวหลายแห่งว่า ยังมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายพื้นที่ อาทิ สน.บางรัก สน.บางกอกน้อย สน.เตาปูน สน.บางขัน   กระทั่งสุดเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง ผู้ก่อเหตุคดีเดียวกันได้หลอกคนขับรถแท็กซี่ว่ามีเงินไม่พอ ขอยืมเงินไปก่อนแล้วจะกดเงินที่ยืมไปพร้อมกับค่ารถที่ค้างอยู่จากตู้เอทีเอ็มมาคืนให้ เมื่อได้เงินแล้วได้หลบหนีออกจากห้างดังกล่าวทันที   พล.ต.ต.เอกชัย กล่าวว่า เบื้องต้นสั่งการ สน.บางยี่ขัน ให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดให้ได้ เนื่องจากก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหลายพื้นที่ มีคนขับรถแท็กซี่ได้รับความเดือดร้อนหลายราย ที่สำคัญเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ก่อนฝ่านสืบสวน สน.บางขี่ขัน สืบทราบว่าป้ามหาภัย รายนี้คือ นางนงนุช พิมสวน อยู่ที่จ.กาญจนบุรี จากนั้นนำหมายตามจับกุมตัวที่บ้านพัก   จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง และกระทำความผิด เพราะต้องการเงินมาใช้จ่าย ชุดสืบสวนจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีตามฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q6KVp8KMA1w

 3,940
สังคม
07 ก.พ. 63

กระบะหัวร้อนปาดหน้าแท็กซี่พร้อมคว้าหนังสติ๊กขึ้นเล็งขู่

สมุทรปราการ-มีคลิปรถกระบะหัวร้อนขับปาดหน้าแท็กซี่ จากนั้นเปิดกระจกยกอาวุธขึ้นมาขู่จะยิง ซึ่งก็คือหนังสติ๊ก ทำท่าเหมือนจะยิงมายังรถแท็กซี่ คนขับแท็กซี่จึงพยายามขับหลบหนี ก่อนแจ้งความกับตำรวจ   จากการสอบถาม นายเศรษฐา รอดอนันต์ คนขับรถแท็กซี่ ได้เล่าให้ฟังว่า ตนนั้นขับรถไปส่งผู้โดยสารที่ห้างสรรพสินค้าริมถนนสุขสวัสดิ์ หลังจากส่งผู้โดยสารแล้ว กระบะคันดังกล่าวได้ขับมาจอดบริเวณด้านหน้าของรถตน ตนจึงไม่สามารถออกได้และก็นั่งรออยู่ภายในรถ จนกระทั่งมีรถมาด้านหลังของตนและได้บีบแตรเสียงดัง แต่รถของเขาเองก็ไม่สามารถขับหรือเคลื่อนรถไปได้ จึงกะพริบไฟหน้าไปหลายครั้งใส่รถกระบะคันดังกล่าวเพื่อขอทางออก   หลังจากออกมาจากหน้าห้างสรรพสินค้าแล้ว รถกระบะคันดังกล่าวก็ขับตามจากด้านหลัง ขับปาดหน้าด้วย จากนั้นได้ขับมาประกบด้านข้างขวาของรถ และเล็งหนังสติ๊กมาทางรถของเขา ตามที่เห็นในคลิป ตนรู้สึกหวาดกลัวจึงตัดสินใจมาพบกับเจ้าหน้าที่ เพื่อจะให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและติดตามคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาสอบสวนต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O2W_W6V35k8

 167
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 63

คลิปกระบะหัวร้อนปาดหน้าแท็กซี่ เล็งหนังสติ๊กขู่ยิง

สมุทรปราการ-มีคลิปรถแท็กซี่ถูกรถยนต์กระบะหลังคาสูง (ตู้ทึบ) ส่งสินค้า ขับปาดหน้า พร้อมกับเปิดกระจก เล็งหนังสติ๊กสีแดง และทำท่าเหมือนจะยิงมาในรถแท็กซี่ คนขับจึงพยายามขับหลบหนี และแจ้งความกับตำรวจ   จากการสอบถาม นายเศรษฐา รอดอนันต์ คนขับรถแท็กซี่ ได้เล่าให้ฟังว่า ตนขับรถมาส่งผู้โดยสาร บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังบริเวณริมถนนสุขสวัสดิ์ หลังจากส่งผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว ได้มีรถกระบะหลังคาสูงคันดังกล่าวได้ขับมาจอดบริเวณด้านหน้าของรถตน ตนจึงไม่สามารถออกได้และก็นั่งรออยู่ภายในรถ จนกระทั่งมีรถมาด้านหลังของตนนั้นและได้บีบแตรเสียงดัง ลักษณะคล้ายกับไล่รถของตนเอง แต่รถของก็เองก็ไม่สามารถขับหรือเคลื่อนรถได้ ประกอบกับรถของตนเองนั้นแตรเสีย จึงกะพริบไฟหน้าไปหลายครั้งใส่รถกระบะคันดังกล่าวเพื่อขอทางออก   หลังจากออกมาจากหน้าห้างสรรพสินค้าแล้ว รถกระบะคันดังกล่าวก็ขับตามจากด้านหลัง จากนั้นได้ขับมาประกบด้านข้างขวาของรถ และปาดหน้ารถโดยมีการเปิดกระจกมองเห็นว่ามี เด็กและผู้หญิงนั่งอยู่ ข้างคนขับมาด้วย คาดว่าน่าจะเป็นลูกและภรรยา แต่ก็ไม่มีการห้ามปรามใดๆ   จากนั้นรถกระบะคันดังกล่าว ได้ขับปาดเข้าเลนด้านซ้ายคล้ายกับจอดรถและมีการเล็งหนังสติ๊กที่พกติดรถมาด้วย พร้อมกับง้างเตรียมยิงมาทางตน ตามดังคลิปที่ปรากฏ ตนรู้สึกหวาดกลัว และจึงตัดสินใจมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานดังกล่าว   อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามผู้ขับขี่รถกระบะรายนี้มาสอบสวนเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PtJoBekd2a8

 926
สังคม
07 ก.พ. 63

คลิปกระบะหัวร้อนปาดหน้าแท็กซี่ เล็งหนังสติ๊กขู่ยิง

สมุทรปราการ-มีคลิปรถแท็กซี่ถูกรถยนต์กระบะหลังคาสูง (ตู้ทึบ) ส่งสินค้า ขับปาดหน้า พร้อมกับเปิดกระจก เล็งหนังสติ๊กสีแดง และทำท่าเหมือนจะยิงมาในรถแท็กซี่ คนขับจึงพยายามขับหลบหนี และแจ้งความกับตำรวจ   จากการสอบถาม นายเศรษฐา รอดอนันต์ คนขับรถแท็กซี่ ได้เล่าให้ฟังว่า ตนขับรถมาส่งผู้โดยสาร บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังบริเวณริมถนนสุขสวัสดิ์ หลังจากส่งผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว ได้มีรถกระบะหลังคาสูงคันดังกล่าวได้ขับมาจอดบริเวณด้านหน้าของรถตน ตนจึงไม่สามารถออกได้และก็นั่งรออยู่ภายในรถ จนกระทั่งมีรถมาด้านหลังของตนนั้นและได้บีบแตรเสียงดัง ลักษณะคล้ายกับไล่รถของตนเอง แต่รถของก็เองก็ไม่สามารถขับหรือเคลื่อนรถได้ ประกอบกับรถของตนเองนั้นแตรเสีย จึงกะพริบไฟหน้าไปหลายครั้งใส่รถกระบะคันดังกล่าวเพื่อขอทางออก   หลังจากออกมาจากหน้าห้างสรรพสินค้าแล้ว รถกระบะคันดังกล่าวก็ขับตามจากด้านหลัง จากนั้นได้ขับมาประกบด้านข้างขวาของรถ และปาดหน้ารถโดยมีการเปิดกระจกมองเห็นว่ามี เด็กและผู้หญิงนั่งอยู่ ข้างคนขับมาด้วย คาดว่าน่าจะเป็นลูกและภรรยา แต่ก็ไม่มีการห้ามปรามใดๆ   จากนั้นรถกระบะคันดังกล่าว ได้ขับปาดเข้าเลนด้านซ้ายคล้ายกับจอดรถและมีการเล็งหนังสติ๊กที่พกติดรถมาด้วย พร้อมกับง้างเตรียมยิงมาทางตน ตามดังคลิปที่ปรากฏ ตนรู้สึกหวาดกลัว และจึงตัดสินใจมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานดังกล่าว   อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามผู้ขับขี่รถกระบะรายนี้มาสอบสวนเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PtJoBekd2a8

 926
ข่าวภูมิภาค
04 ก.พ. 63

แท็กซี่เสียหลักชนสนั่น รถจอดข้างทาง 7 คันหน้าร้านลาบ เจ็บ 1

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 7 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หน้าร้านลาบข้างถนนพหลโยธินขาออก ช่องทางคู่ขนาน ก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านไวเฮ้าร์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง   ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งกับรถกระบะชนกันจำนวน 7 คัน ประกอบด้วย รถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว, รถกระบะสีดำ, รถกระบะมิตซูบิชิสีดำ, รถกระบะโตโยต้าสีดำ,รถเก๋งโตโยต้าสีแดง, รถกระบะสีบรอนซ์ และรถแท็กซี่ สีเขียว ซึ่งรถส่วนใหญ่กำลังจอดรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ที่ร้านลาบข้างถนน   จากการสอบถาม นายจนัสธา ศรีสรวล อายุ 37 ปี รถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว บอกว่า กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ซึ่งขณะที่ตนขับอยู่นั้นได้มีรถแท็กซี่สีเขียว-เหลืองขับอยู่ด้านหน้า และขับช้า ตนเองจึงบีบแตร ไป 1 ครั้ง แล้วก็ขับแซงมาพอขับออกมาถึงถนนพหลโยธิน รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็พยายามบอกให้ตนเองหยุดรถ พร้อมกับพยายามขับรถแซงขึ้นมาเมื่อถึงที่เกิดเหตุ อยู่ๆ รถแท็กซี่ก็ปาดพุ่งชนรถของตนและเสียหลักไปชนรถข้างๆเสียหาย   ด้านนายนิยม พาที คนขับรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง บอกว่า ตนเองได้ขับรถออกมาจากซอยคลองหลวง 9 เช่นกันและกำลังจะกลับบ้าน รถก็เกิดเสียหลักไปชนอีกหลายคันเสียหาย ซึ่งตนก็ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น   ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองขับรถแท็กซี่อยู่เลนกลาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถเก๋งสีขาว พยายามแซงขึ้นมาทางฝั่งซ้ายและรถแท็กซี่สีเขียว-เหลืองอีกคัน ได้แซงขึ้นมาทางฝั่งขวา จากนั้นรถทั้งสองคันก็ชนกันและก็ไปชนรถที่จอดอยู่ข้างทาง   ด้าน ร.ต.อ.นพพร แสงสว่าง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้บันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับควบคุมตัวนายนิยม พาที คนขับรถแท็กซี่ คันก่อเหตุ ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.คลองหลวง ส่วนนายจนัสธา ศรีสรวล อายุ 37 ปี คนขับรถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว ซึ่งได้รับบาดเจ็บได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโลต่อไป ซึ่งเข็มไมล์ของรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง เป็นคันที่เสียหลักพุ่งชนนั้นค้างอยู่ที่ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/xzS02712Qmc

 1,085
สังคม
04 ก.พ. 63

แท็กซี่เสียหลักชนสนั่น รถจอดข้างทาง 7 คันหน้าร้านลาบ เจ็บ 1

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 7 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หน้าร้านลาบข้างถนนพหลโยธินขาออก ช่องทางคู่ขนาน ก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านไวเฮ้าร์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง   ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งกับรถกระบะชนกันจำนวน 7 คัน ประกอบด้วย รถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว, รถกระบะสีดำ, รถกระบะมิตซูบิชิสีดำ, รถกระบะโตโยต้าสีดำ,รถเก๋งโตโยต้าสีแดง, รถกระบะสีบรอนซ์ และรถแท็กซี่ สีเขียว ซึ่งรถส่วนใหญ่กำลังจอดรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ที่ร้านลาบข้างถนน   จากการสอบถาม นายจนัสธา ศรีสรวล อายุ 37 ปี รถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว บอกว่า กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ซึ่งขณะที่ตนขับอยู่นั้นได้มีรถแท็กซี่สีเขียว-เหลืองขับอยู่ด้านหน้า และขับช้า ตนเองจึงบีบแตร ไป 1 ครั้ง แล้วก็ขับแซงมาพอขับออกมาถึงถนนพหลโยธิน รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็พยายามบอกให้ตนเองหยุดรถ พร้อมกับพยายามขับรถแซงขึ้นมาเมื่อถึงที่เกิดเหตุ อยู่ๆ รถแท็กซี่ก็ปาดพุ่งชนรถของตนและเสียหลักไปชนรถข้างๆเสียหาย   ด้านนายนิยม พาที คนขับรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง บอกว่า ตนเองได้ขับรถออกมาจากซอยคลองหลวง 9 เช่นกันและกำลังจะกลับบ้าน รถก็เกิดเสียหลักไปชนอีกหลายคันเสียหาย ซึ่งตนก็ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น   ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองขับรถแท็กซี่อยู่เลนกลาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถเก๋งสีขาว พยายามแซงขึ้นมาทางฝั่งซ้ายและรถแท็กซี่สีเขียว-เหลืองอีกคัน ได้แซงขึ้นมาทางฝั่งขวา จากนั้นรถทั้งสองคันก็ชนกันและก็ไปชนรถที่จอดอยู่ข้างทาง   ด้าน ร.ต.อ.นพพร แสงสว่าง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้บันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับควบคุมตัวนายนิยม พาที คนขับรถแท็กซี่ คันก่อเหตุ ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.คลองหลวง ส่วนนายจนัสธา ศรีสรวล อายุ 37 ปี คนขับรถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว ซึ่งได้รับบาดเจ็บได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโลต่อไป ซึ่งเข็มไมล์ของรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง เป็นคันที่เสียหลักพุ่งชนนั้นค้างอยู่ที่ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/xzS02712Qmc

 1,085
สรุปข่าว
03 ก.พ. 63

ไทยไลอ้อนแอร์รับคนไทยกลับจากจีน ไม่คิดค่าใช้จ่าย

ไทยไลอ้อนแอร์รับคนไทยกลับจากจีนไม่คิดค่าใช้จ่าย สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ประสานกับทางหน่วยงานราชการนำคนไทยใน 15 เมืองของจีนซึ่งอยู่ในเส้นทางการบินกับประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายออกเดินทางวันที่ 5-8 ก.พ.นี้ ล่าสุดแอร์เอเชียแจ้งเที่ยวบินรับคนไทยในเมืองอู่ฮั่นวันที่ 4 ก.พ.ออกจากสนามบินดอนเมือง 7.30 น. ขณะไปรษณีย์ไทยแจ้งระงับส่งพัสดุไปมณฑลหัวเป่ยชั่วคราวป้องกันความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสโคโรนา   รวบผู้ต้องหาใช้มีดแทง ตร.เสียชีวิต ตำรวจ สภ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์รวบชายอายุ 45 ปี ผู้ต้องหาฆ่าสารวัตรปราบปรามเสียชีวิตโดยใช้มีดแทงลำตัวกว่า 23 แผลและตัดอวัยวะเพศ เจ้าหน้าที่ตามจับตัวได้ในระหว่างหลบหนีในพื้นที่ อ.ศรีดา จ.นครราชสีมา สาเหตุมาจากหึงหวงภรรยามาติดพันธ์กับผู้ตาย   รถพ่วงเฉี่ยว จยย.เสียชีวิต เผยภาพจากกล้องวงจรปิดรถพ่วง 18 ล้อเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ล้ม ทับร่างหญิงอายุ 50 ปีคนขี่เสียชีวิต ริมถนนจันทร์อุดม อ.เมืองระยอง ส่วนหญิงและเด็กที่นั่งซ้อนท้ายบาดเจ็บเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล   ขนส่งฯปรับแท็กซี่คิดค่าบริการเหมาจ่าย กองตรวจการขนส่งทางบกเรียกสอบคนขับแท็กซี่ในคลิปที่คิดค่าบริการโดยสารแบบเหมาจ่าย ยอมรับคิดค่าโดยสารเหมาจ่ายจริง ขนส่งสั่งปรับ 2,000 บาท ฐานไม่กดมิเตอร์ค่าโดยสารและใบขับขี่หมดอายุ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JKHxGWbRw9g

 10,748
สังคม
02 ก.พ. 63

แท็กซี่เกาะสมุยตื่นตัว แจกหน้ากากอนามัยฟรีให้ผดส. พร้อมป้องกันตัวเอง หลังพบแท็กซี่กทม.ติดเชื้อจากนทท.

ผู้ประกอบการขับรถแท็กซี่บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่ใกล้ชิดและสัมผัสกับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ เพิ่มความเข้ม ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและสำรองเผื่อให้ผู้โดยสารพร้อมให้คำแนะนำ หวั่นติดเชื่อจากนักท่องเที่ยว ภายหลังพบโชเฟอร์รถแท็กซี่ในกรุงเทพติดเชื้อไวรัสจากนักท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มโชเฟอร์รถแท็กซี่อำเภอเกาะสมุยยังกล่าวอีกว่า เชื่อว่าอีกไม่นานจะผ่านพ้นวิกฤติไปได้   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทย และมีการพบว่ามีโชเฟอร์รถแท็กซี่ ในกรุงเทพมหานครติดเชื้อจากนักท่องเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการขับรถแท็กซี่และรถสาธารณะบนเกาะสมุย ซึ่งมีความใกล้ชิด และสัมผัสกับกลุ่มนักท่องเที่ยว ในแต่ละวันหลาย ๆ ราย จึงได้ตื่นตัว พากันจัดหาหน้ากากอนามัยสวมใส่ และสำรองเอาไว้ในรถเพื่อให้ผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยงได้สวมใส่   โดยพบว่าบรรดาโชเฟอร์รถแท็กซี่เองมีการตื่นตัว และได้มีมาตรการในการเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อม เนื่องจากได้ติดตามสถานการณ์ ข่าวไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ทำการจัดหาหน้ากากอนามัยมาสำรองไว้ในรถยนต์แท็กซี่ พร้อมกับตัวเองต้องสวมใส่ตลอดเวลาที่อยู่กับนักท่องเที่ยว   โชเฟอร์รถแท็กซี่มิเตอร์สาธารณะที่ให้บริการนักท่องเที่ยวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ติดตามถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในข่าวมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนในฐานะผู้ให้บริการ จึงได้จัดเตรียมหาอุกรณ์หน้ากากอนามัยมาเตรียมไว้ในรถ โดยตัวเองได้สวมใส่ตลอดเวลา และยังสำมีสำรองไว้บริการให้ลูกค้าที่ยังไม่มี แต่ส่วนใหญ่หากนักท่องเที่ยวเป็นชาวจีนเอง นักท่องเที่ยวจีนพบว่ามีวิธีการป้องกันและได้สวมมาแล้ว   สำหรับบรรยากาศท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุยในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะลดน้อยลงไป แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวตลาดยุโรปฝั่งสแกนดิเนเวีย และกลุ่มอินเดีย ยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุยอย่างต่อเนื่อง แต่จะไม่คึกคักเหมือนเมื่อก่อน ก่อนที่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากจีน สำหรับในอำเภอเกาะสมุยยังไม่พบนักท่องเที่ยวติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/P_XDGMWn0JE

 1,182
สังคม
01 ก.พ. 63

สธ.แนะแท็กซี่ สวมหน้ากาก-ล้างมือบ่อยๆ และทำความสะอาดห้องโดยสาร ลดความเสี่ยงโคโรนา

สธ. แถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อ ยังยันอยู่ที่ 19 คน เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งแซงโรคซาร์ส รับอยากรู้อัตราการตาย แนะแท็กซี่หลังพบติดเชื้อ สวมหน้ากากอนามัย - ล้างมือบ่อยๆ - ทำความสะอาดห้องโดยสาร ลดความเสี่ยง   เมื่อเวลา 12.00 น. กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงสถานการณ์ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทย โดย นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า เดิมโคโรนาเป็นเชื้อไวรัส ไม่ก่อให้เกิดโรครุนแรง ไม่กี่วันก็หาย แต่ในระยะต่อมา เราเจอเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง คือซาร์สและเมอร์ส โดยซาร์สมีอัตราการตายอยู่ที่ 10% ซึ่งปัจจุบันไม่เจอผู้ติดเชื้อแล้ว ขณะที่เมอร์ส ยังเจออยู่เรื่อยๆและอัตราการตายอยู่ที่ 30%   ปัจจุบันที่เรารู้เกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 คือ ระบาดเร็วกว่าเมอร์สและซาร์ส โดยโรคซาร์สระบาดสองปีมีผู้ติดเชื้อแปดพันกว่าคน แต่ตอนนี้ตัวเลขโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้แซงหน้าไแล้ว   "ที่เรายังไม่รู้คือ ตอนนี้จะป่วยกี่คน และ ตายกี่คน เราอยากรู้ว่าจะมีอัตราการตายเท่าไหร่" นพ.ธนรักษ์กล่าว   ส่วนอัตราความเสี่ยงในการติดเชื้อขึ้นอยู่กับสองปัจจัยคือ หนึ่งมีโอกาสัมผัสเชื้อมากน้อยแค่ไหน และสองการลดความเสี่ยง ซึ่งหากไม่สัมผัสผู้ติดเชื้อก็มีโอกาสเป็นศูนย์ ส่วนการสัมผัสก็มีสองแบบคือ สัมผัสผ่านการหายใจเอาละอองเชื้อเข้าไปผ่านการแพร่่โดยการไอแล้วมีน้ำลายกระเด็นออกมา และต่อมาคือคนไข้อาจจะไอ และมีน้ำมูก น้ำลายกระเด็นออกมาเมื่อมือไปสัมผัสเชื้อก็ติดมือมา จากนั้นหากเอามาขยี้ตา จับอาหารรับประทานก็จะมีความเสี่ยง   "หากเราเอาผู้ป่วยทุกคนมาไว้ในสถานพายาบาลได้ แน่นอนว่าข้างนอกจะไม่มีผู้ป่วยเหลือ แต่ตราบใดที่ยังคงมีผู้เดินทางจากประเทศจีนเข้ามาในประเทศไทย คนไทยก็จะมีโอกาสเสี่ยง และโอกาสเสี่ยงก็จะแตกต่างกันไป ใครที่ทำงานใกล้ชิดกับคนจีนก็จะมีความเสี่ยงสูงกว่า หากไม่ออกจากบ้านความเสี่ยงเป็นศูนย์" นพ.ธนรักษ์กล่าว   สำหรับตัวเลขผู้ป่วย ในขณะนี้ยืนยันที่ 19 คน โดยกลับบ้านได้แล้ว 7 คน และยังต้องรักษาตัว 12 คน และมีผู้เข้าเกณฑ์ต้องสงสัย 344 คน ซึ่งระยะหลังที่เข้าเกณฑ์มากขึ้นเพราะเราขยายวง การเฝ้าระวัง เป็นคนจีนทุกคนที่เดินทางเข้าจากประเทศจีน และเพิ่มคนไทยเข้าไปด้วย โดยเฉพาะคนไทยที่สัมผัสกับคนจีนอย่างใกล้ชิด   ทั้งนี้ นพ.ธนรักษ์ ได้อธิบายเรื่องการสัมผัสใกล้ชิดว่า การสัมผัสมีสองประเภทคือ 1.เป็นการสัมผัสแบบผิวเผิน การสัมผัสแบบนี้มีความเสี่ยงใกล้ศูนย์ โดยการสัมผัสแบบนี้อาทิ การเดินสวนกัน   2.การสัมผัสใกล้ชิด ประเภทแรกคือ การยืนคุยกัน หันหน้ามองกัน เป็นระยะเวลาหนึ่งก็จะใกล้ชิด และอีกประเภทคืออยู่ในสถานที่ปิด อย่างในแท็กซี่ หรือ ในลิฟท์ ซึ่งต้องอยูในที่ปิดนานพอสมควรจึงจะเป็นสัมผัสใกล้ชิด   ทั้งนี้ใน 344 คนที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสามารถกลับบ้านได้แล้ว 70 คน และยังรอผลแล็บ หรืออาการไม่ดีขึ้นอีก 274 คน   นพ.ธนรักษ์ ยังระบุว่า ส่วนการนำคนไทยกลับมาจากอู่ฮั่น เราจะเฝ้าระวังด้วยระดับที่ดีที่สุด เพื่อหากติดดเชื้อจะไม่แพร่เชื้อไปที่ไหน แต่เท่าที่ติดตามยังไม่มีใครที่ไม่สบาย   ส่วนกำหนดกลับนั้น นพ.ธนรักษ์ กล่าวสั้นๆว่า "ผมเข้าใจว่ากำหนดวันยังไม่ทราบ"   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่มีคนขับแท็กซี่ติดเชื้อเป็นรายแรกในไทย นพ.ธนรักษ์ ระบุว่า การสอบสวนเราให้น้ำหนักว่าผู้สัมผัสเขามีใครบ้าง เท่าที่ทราบมี 13 คน เราตามได้ทุกคนและทุกคนมีผลเป็นลบ โดยไม่มีอาการอะไร   ขณะที่แท็กซี่ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง นพ.ธนรักษ์แแนะนำว่า "ให้ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ทำความสะอาดภายในห้องโดยสารบ่อยๆ"  

 848
สังคม
01 ก.พ. 63

สธ.ยืนยัน ไทยพบผู้ติดเชื้อจากคนสู่คนรายแรกเป็นคนขับแท็กซี่ ย้ำปชช.ขึ้นรถสาธารณะสวมหน้ากากและหมั่นล้างมือ

ความคืบหน้าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เมื่อวานนี้ กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยติดเพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจำนวน 19 ราย กลับบ้านได้แล้ว 7 ราย นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 12 ราย ทุกรายมีอาการดีขึ้น   ซึ่งนายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ในจำนวนผู้ป่วยที่พบใหม่ เป็นคนจีนที่มีประวัติการเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น 4 คน และอีกคนเป็นคนไทยคนแรกที่ไม่มีประวัติเดินทางไปจีน แต่เป็นคนขับแท็กซี่ ที่เคยรับนักท่องเที่ยวจีน ขณะนี้รักษาตัวที่ โรงพยาบาลบําราษฎร์นราดูร อาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ได้พยายามสอบสวนโรคว่า โชเฟอร์แท็กซี่คนนี้สัมผัสใครบ้าง   เบื้องต้นพบว่า มีการสัมผัสกับครอบครัว ประกอบด้วยภรรยา ลูก หลาน คนใกล้ชิด รวม 13 คน ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตรวจสอบ และเก็บตัวอย่างจากคอผู้สัมผัสกับโชเฟอร์แท็กซี่ทุกคนแล้ว ซึ่งผลการตรวจไม่พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรายใดที่ติดเชื้อเพิ่ม ส่วนผู้โดยสารไม่ต้องกังวลหรือตื่นตระหนก   แต่ทั้งนี้ ก็ขอให้ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะและผู้ใช้บริการ ดูแลสุขลักษณะส่วนบุคคล สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือเจลล้างมือแอลกอฮอล์ หมั่นทำความสะอาดยานพาหนะหลังให้บริการ หากพบผู้โดยสารมีอาการไอ จาม มีน้ำมูก ให้ขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัย หากเป็นไปได้ให้เตรียมเจลล้างมือแอลกอฮอล์สำรองไว้บนรถ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VBP07794aE4

 201
สังคม
31 ม.ค. 63

ยืนยันแล้ว! สธ. ประกาศพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาคนแรกในประเทศไทย เป็นโชเฟอร์แท็กซี่

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาในไทย โดยยืนยันว่า มีแท็กซี่ชาวไทย 1 ราย ติดเชื้อโคโรนา ทำให้เท่ากับว่าขณะนี้มีการแพร่ระบาดในไทยเรียบร้อยแล้ว   ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อล่าสุด วันนี้เพิ่มจากเดิม 14 ราย เป็น 19 ราย โดย 5 รายที่เพิ่มขึ้นใหม่เป็นชาวจีน 4 ราย และชาวไทย 1 ราย   โดยกลับบ้านได้แล้ว 7 ราย และรักษาตัวอยู่ 12 ราย เป็นชาวจีน 17 ราย และ ชาวไทย 2 ราย

 18,449

Top