ค้นหา :

ผลการค้นหา "แท็กซี่"

แชร์ออฟเดอะเดย์
13 พ.ย. 62

คลิปแฉแท็กซี่สีฟ้าหัวร้อน ขับปาดหน้าแล้วเบรคให้ชน ก่อนลงมาทุบรถ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Patchapol Ngamtarkulviroj โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ เหตุการณ์ที่เจ้าของกล้องขับรถอยู่บนถนน ก่อนจะขึ้นสะพาน จู่ๆมีรถแท็กซี่สีฟ้า ขับเข้ามาปาดหน้า พร้อมกับเบรกเป็นระยะ ก่อนที่คนขับรถคันดังกล่าวจะเบี่ยงซ้ายออกไป แต่รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ยังตามมาปาดหน้าแล้วจอดรถขวาง   ก่อนที่คนขับจะเปิดประตูลงมา แล้วเดินมาที่รถคันดังกล่าวพร้อมกับด่าทอ และทุบกระจกรถ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดขอโทษแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันในรถแท็กซี่ก็มีผู้หญิงกับเด็กเดินลงมาจากรถแท็กซี่ มายืนอยู่ข้างถนน ก่อนที่จะมีผู้ใช้รถ ใช้ถนน เข้ามาห้ามปราม จนคนขับรถแท็กซี่หัวร้อนรายนี้จะขึ้นรถและขับออกไป   โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า "เหตุเกิดเมื่อวันที่10/11/19 เวลา 13.30 น. แท็กซี่ทะเบียน ทส3066 หัวร้อนขับรถปาดหน้าแล้วเบรคให้ชนโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนแล้วลงมาทุบกระจกรถด้านคนขับ โดยคุณพ่อพูดขอโทษตลอดเวลา ผมอยากดำเนินคดีกับแท็กซี่ให้ถึงที่สุดครับ ช่วยแชร์หน่อยนะครับ #ภัยสังคม #เฮียขับรถ #แท็กซี่หัวร้อน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JABkncR0TwY

 8,360
ข่าวโซเชียล
13 พ.ย. 62

คลิปแฉแท็กซี่สีฟ้าหัวร้อน ขับปาดหน้าแล้วเบรคให้ชน ก่อนลงมาทุบรถ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Patchapol Ngamtarkulviroj โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ เหตุการณ์ที่เจ้าของกล้องขับรถอยู่บนถนน ก่อนจะขึ้นสะพาน จู่ๆมีรถแท็กซี่สีฟ้า ขับเข้ามาปาดหน้า พร้อมกับเบรกเป็นระยะ ก่อนที่คนขับรถคันดังกล่าวจะเบี่ยงซ้ายออกไป แต่รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ยังตามมาปาดหน้าแล้วจอดรถขวาง   ก่อนที่คนขับจะเปิดประตูลงมา แล้วเดินมาที่รถคันดังกล่าวพร้อมกับด่าทอ และทุบกระจกรถ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดขอโทษแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันในรถแท็กซี่ก็มีผู้หญิงกับเด็กเดินลงมาจากรถแท็กซี่ มายืนอยู่ข้างถนน ก่อนที่จะมีผู้ใช้รถ ใช้ถนน เข้ามาห้ามปราม จนคนขับรถแท็กซี่หัวร้อนรายนี้จะขึ้นรถและขับออกไป   โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า "เหตุเกิดเมื่อวันที่10/11/19 เวลา 13.30 น. แท็กซี่ทะเบียน ทส3066 หัวร้อนขับรถปาดหน้าแล้วเบรคให้ชนโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนแล้วลงมาทุบกระจกรถด้านคนขับ โดยคุณพ่อพูดขอโทษตลอดเวลา ผมอยากดำเนินคดีกับแท็กซี่ให้ถึงที่สุดครับ ช่วยแชร์หน่อยนะครับ #ภัยสังคม #เฮียขับรถ #แท็กซี่หัวร้อน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JABkncR0TwY

 8,360
สังคม
08 พ.ย. 62

'แท็กซี่สุวรรณภูมิ' ตั้งม็อบ ทวงขึ้นค่าโดยสาร!

กลุ่มผู้ให้บริการรถแท็กซี่ นำโดยสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย และคณะทำงานจัดระเบียบรถบริการสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้นำสมาชิกรวมกว่า 100 คน ชุมนุมปิดทางเข้ากระทรวงคมนาคม และบริเวณถนนราชดำเนินกลาง เพื่อทวงถามความคืบหน้าการปรับขึ้นค่าโดยสาร   ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับข้อเสนอของกลุ่มแท็กซี่ พร้อมสั่งให้กรมการขนส่งทางบก เร่งศึกษาตัวเลขค่าจ้างที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม ด้านตัวแทนกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ระบุว่า กระทรวงคมนาคมรับปากที่จะพิจารณาข้อเสนอของกลุ่มแท็กซี่มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด และคณะทำงานร่วมกันกับกลุ่มแท็กซี่ แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อ และแก้ไขแต่อย่างใด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/Tp6DHTeG1KU

 139
สังคม
07 พ.ย. 62

พบร่างน้องพิตต้าจมน้ำเสียชีวิตแล้ว - พบลูกแชร์แม่มณีแจ้งความเพิ่ม - แท็กซี่ปิดทางเข้ากระทรวงคมนาคม

พบร่างน้องพิตต้าจมน้ำเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างของน้องพิตต้า เด็กหญิงวัยขวบเศษที่จมน้ำหายไปจากเหตุรถยนต์จมน้ำบริเวณฝายฉะลอน้ำ ซอยโรงแรมกาสะลอง ตำบลช้างแรก อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อวานนี้ โดยพบว่าร่างติดอยู่กับโขดหินใต้ฝายน้ำล้น ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร พบลูกแชร์แม่มณีแจ้งความเพิ่ม ผู้เสียหายที่ร่วมลงทุนกับแชร์แม่มณี 2 คนนำเอกสารหลักฐาน เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครพนม เผย ร่วมลงทุนตั้งแต่หลักพัน ช่วงแรกได้ผลตอบแทนดีจึงนำโฉนดที่ดินไปจำนอง และถอนเงินในธนาคารทั้งหมดไปลงทุนเพิ่ม สูญเงินไปกว่า 4 ล้านบาท สำหรับที่นครพนมมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 7 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท แท็กซี่ปิดทางเข้ากระทรวงคมนาคม สมาคมแท็กซี่สาธารณะและแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมตัวกันปิดทางเข้ากระทรวงคมนาคมตรง ถ.ราชดำเนินกลาง ทวงถามความคืบหน้ากรณีปรับขึ้นค่าโดยสารและค่าบริการขนส่งสัมภาระตามที่รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอไว้ แต่จนถึงขนาดนี้ยังไม่มีความคืบหน้า  

 271
สังคม
05 พ.ย. 62

"แท็กซี่หัวร้อน" ต่อยรปภ.หมู่บ้าน เหตุเปิดประตูกั้นช้า

เมื่อเวลา 00.30 น วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 นายณรงค์เดช ภาพติ๊บ อายุ 59 ปี รปภ. หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เข้าพบ ร.ต.อ.จักรทอง คำมาลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางบ่อสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคนขับรถแท็กซี่ ที่มาทำร้ายร่างกายตนเอง พร้อมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้มาเป็นหลักฐาน นายณรงค์เดช ผู้บาดเจ็บ ได้เล่าว่า ตนทำงานเป็น รปภ. ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมาเข้าเวรตั้งแต่เวลา 19.00 น ของวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยมีหน้าที่แลกบัตรเข้าออกหมู่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. ในขณะที่ตนทำหน้าที่อยู่บริเวณป้อมยาม ปากทางเข้าหมู่บ้าน ได้มีรถแท็กซี่สาธารณะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฎ 4181 กรุงเทพมหานคร ได้ขับเข้า ตนจึงสอบถามว่าเข้ามารับคนในหมู่บ้านหรือเปล่า ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจและได้ตะโกนต่อว่าตนหาว่าเปิดประตูช้า ซึ่งตนก็งง เนื่องจากตนจะต้องตรวจสอบรถที่เขาออกหมู่บ้านว่ามีสติ๊กเกอร์ของหมู่บ้านหรือไม่ แต่คนขับรถแท็กซี่ดังกล่าว ได้ต่อว่าตนด้วยถ้อยคำที่รุนแรง โดยบอกว่าตนเป็นลูกบ้าน ให้สังเกตที่ไฟของแท็กซี่ ถ้าไม่ใช่ลูกบ้านคงไม่เปิดไฟ "ว่าง" เข้ามาในหมู่บ้าน ตนเองจึงพยายามอธิบาย ว่าทำตามหน้าที่ในการตรวจสอบรถที่เข้าออกเพื่อความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน ทำให้คนขับแท็กซี่ดังกล่าวไม่พอใจและแสดงความเกี้ยวกราด เปิดประตูลงจากรถและเข้ามาทำร้ายตนด้วยการชกต่อยตนเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง ซึ่งตนก็พยายามป้องกันตัว จนกระทั่งมีพลเมืองดีที่ผ่านเข้ามาได้เข้ามาช่วยห้าม ชายดังกล่าวจึงได้ขึ้นรถขับแท็กซี่หลบหนีไป ตนจึงได้แจ้งให้เพื่อนรปภ.มาเปลี่ยนเวร ก่อนที่เดินทางเข้าแจ้งความ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะทำหนังสือส่งตัวนายณรงค์เดช ผู้ถูกทำร้ายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบางบ่อ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ในการติดตามตัวโชว์เฟอร์แท็กซี่หัวร้อนคนดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 177
ต่างประเทศ
28 ต.ค. 62

สาวเมาด่าแท็กซี่ แก้ผ้าตัวเองประชดกลางถนนสิงคโปร์

เกิดเหตุโชเฟอร์แท็กซี่และหญิงสาวคนหนึ่งที่มีอาการมึนเมา เกิดปะทะคารมกันขึ้น ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะกรีดร้อง และลงมือถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกกลางถนนในเมืองสิงคโปร์  ก่อนที่จะมีชายหนุ่มพลเมืองดีเข้ามาห้ามปรามและช่วยแต่งตัวของเธอให้มิดชิด ใช้ตัวบังไม่ให้ถูกถ่ายคลิป   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งทางกฎหมายสิงคโปร์ หากมีการแก้ผ้าในที่สาธารณะ โทษปรับสูงสุด 44,000 บาท และจำคุก 3 เดือน   

 2,210
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 62

ผงะ พบแท็กซี่-รถเก๋งปริศนา จอดทิ้งป่าร้างย่านอ่อนนุช นับ 10 คันนานนับปี

พบรถแท็กซี่มิเตอร์และรถยนต์ส่วนบุคคล จอดทิ้งไว้ในป่ารก ในซอยอ่อนนุช 66 แยก 19 โดยแต่ละคันสภาพชำระไม่พร้อมใช้งาน และไม่ต่อภาษีป้ายทะเบียนตามกฎหมาย   โดยจุดที่พบรถนี้ เป็นที่ดินส่วนบุคคล มีรถแท็กซี่เก่าและใหม่และรถส่วนบุคคล จอดในป่ารกจนต้นหญ้าขึ้นปกคลุม จำนวน 15 คัน ทุกคันไม่มีการต่อภาษีตามกฎหมายกำหนด ภายในห้องโดยสาร ถูกถอดพวกเครื่องเสียงแอร์และเบาะที่นั่งออก บางคันก็ถูกถอดล้ออะไหล่ไป   ชาวบ้านในซอยนี้ระบุว่า เห็นรถแท็กซี่พวกนี้จอดทิ้งมานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งภายในซอยมีอู่แท็กซี่อยู่ และมีคนงานมาทำงานซ่อมแซมและตกแต่งรถแท็กซี่ โดยที่ดินที่เขาจอดก็เป็นที่ส่วนบุคคลแต่ช่วงนี้ หญ้ารกทึบปกคลุมรถ ทำให้ดูน่ากลัว   ด้านพันตำรวจเอก อภิวัชร์ ไชยศรีสุข ผู้กำกับ สน.ประเวศ เปิดเผยว่า เจ้าของอู่รถแท็กซี่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว และนำเอกสารยืนยันเป็นเจ้าของมาแสดงกับเจ้าหน้าที่แล้ว โดยเป็นรถที่มีเจ้าของและไม่ได้ก่อเหตุอาชญกรรมมา แต่ที่จอดทิ้งไว้ เพราะรถการซ่อมแซม บางคันซ่อมไม่ได้ก็ขายซาก ขายอะไหล่ บางคันก็ปรับปรุงตกแต่ง แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจที่ไม่ดี จึงค่อยๆทำ ส่วนที่ดินที่จอดรถเป็นของคนรู้จักกัน หากเจ้าของพื้นที่ไม่พอใจก็จะนำรถออกไป   และได้ประสานสำนักงานเขตประเวศ เข้าตัดหญ้าและกำจัดสิ่งรกร้าง เพื่อป้องกันอันตรายและเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tzCJZ2uK3dI

 53,900
สังคม
24 ต.ค. 62

ผงะ พบแท็กซี่-รถเก๋งปริศนา จอดทิ้งป่าร้างย่านอ่อนนุช นับ 10 คันนานนับปี

พบรถแท็กซี่มิเตอร์และรถยนต์ส่วนบุคคล จอดทิ้งไว้ในป่ารก ในซอยอ่อนนุช 66 แยก 19 โดยแต่ละคันสภาพชำระไม่พร้อมใช้งาน และไม่ต่อภาษีป้ายทะเบียนตามกฎหมาย   โดยจุดที่พบรถนี้ เป็นที่ดินส่วนบุคคล มีรถแท็กซี่เก่าและใหม่และรถส่วนบุคคล จอดในป่ารกจนต้นหญ้าขึ้นปกคลุม จำนวน 15 คัน ทุกคันไม่มีการต่อภาษีตามกฎหมายกำหนด ภายในห้องโดยสาร ถูกถอดพวกเครื่องเสียงแอร์และเบาะที่นั่งออก บางคันก็ถูกถอดล้ออะไหล่ไป   ชาวบ้านในซอยนี้ระบุว่า เห็นรถแท็กซี่พวกนี้จอดทิ้งมานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งภายในซอยมีอู่แท็กซี่อยู่ และมีคนงานมาทำงานซ่อมแซมและตกแต่งรถแท็กซี่ โดยที่ดินที่เขาจอดก็เป็นที่ส่วนบุคคลแต่ช่วงนี้ หญ้ารกทึบปกคลุมรถ ทำให้ดูน่ากลัว   ด้านพันตำรวจเอก อภิวัชร์ ไชยศรีสุข ผู้กำกับ สน.ประเวศ เปิดเผยว่า เจ้าของอู่รถแท็กซี่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว และนำเอกสารยืนยันเป็นเจ้าของมาแสดงกับเจ้าหน้าที่แล้ว โดยเป็นรถที่มีเจ้าของและไม่ได้ก่อเหตุอาชญกรรมมา แต่ที่จอดทิ้งไว้ เพราะรถการซ่อมแซม บางคันซ่อมไม่ได้ก็ขายซาก ขายอะไหล่ บางคันก็ปรับปรุงตกแต่ง แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจที่ไม่ดี จึงค่อยๆทำ ส่วนที่ดินที่จอดรถเป็นของคนรู้จักกัน หากเจ้าของพื้นที่ไม่พอใจก็จะนำรถออกไป   และได้ประสานสำนักงานเขตประเวศ เข้าตัดหญ้าและกำจัดสิ่งรกร้าง เพื่อป้องกันอันตรายและเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tzCJZ2uK3dI

 53,900
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 62

แท็กซี่หลอน ขับไปหมอบไป-ยกมือไหว้ศาลตลอดทาง เจ้าของอู่เผยคนขับทิ้งรถหนีไปแล้ว คาดป่วยทางจิตหรือเสพยาเกินขนาด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Champ Suphaloek" โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊ก เป็นเหตุการณ์ขณะโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่ง โดยคนขับแท็กซี่มีอาการแปลกๆ ก้มๆเงยๆ ตลอดเวลา ขับรถไป หมอบไป และทำท่ายกมือไหว้ ทั้งยังบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ตลอดทาง  พร้อมระบุข้อความว่า นั่งแท็กซี่มามะกี้คนขับอย่างหลอน    ปล.ผมเรียกเเท็กซี่คันนี้เวลาประมาณห้าทุ่มแถวๆ Mrt รัชดาฯให้มาส่งที่คอนโดแถวประชาอุทิศ ที่ผมไม่ลงเพราะระยะทางมันไม่ไกลเเล้วมันก็ขับในซอยเล็กๆคิดว่าไม่มีอะไรน่ากังวล แท็กซี่ทะเบียน ทฬ 2117 ใครจะขึ้นก็ดูกันดีๆครับ   ปล.2 คลิปนี้ไม่ได้เฟค ตอนเเรกผมเห็นเขาแค่พรึมพรำๆครับ สักพักก้ออย่างที่เห็นในคลิปเลย ผมให้เขาจอดเเล้วรอบนึง แต่เขาบอกว่าเขาจะไปส่งให้ถึง ผมเห็นว่ามันอีกไม่ไกลก็เลยอดทนนั่งมาครับ555 (ผมแจ้งขนส่งไปเรียบร้อยเเล้วครับ)         นายศุภฤกษ์ ศรีทองปลั่ง อายุ 32 ปี เจ้าของโพสต์เผยว่า วันเกิดเหตุ หลังจากที่ตนกลับจากไปดูการแข่งขันฟุตบอลย่านม.ธรรมศาสตร์ และติดรถรุ่นพี่มาลงที่ MRT รัชดาภิเษก เพื่อโบกรถแท็กซี่กลับคอนโดย่านประชาอุทิศ ซึ่งตนได้ขึ้นรถแท็กซี่ทะเบียน ทฬ 2117 โดยคนขับเป็นชาย อายุประมาณ 30 ต้นๆ   ระหว่างทาง คนขับเริ่มบ่นพึมพำ แต่ตนไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเขาคุยโทรศัพท์โดยใส่หูฟัง กระทั่งตนบอกทางให้เขาลงอุโมงค์สุทธิสาร เพื่อจะได้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 18 แต่ปรากฏว่าคนขับไม่ทำตาม และพอขับผ่านหน้าบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เขาก็ได้ยกมือไหว้ศาลที่อยู่หน้าบริษัท โดยปล่อยมือทั้งสองข้างจากพวงมาลัย แต่ตนก็ยังไม่เอะใจอะไร   กระทั่งผ่านมาได้สักพัก เขาก็ยกมือไหว้อีกครั้ง ทั้งที่ไม่มีศาลอยู่ข้างทางแต่อย่างใด แต่หนักกว่าเดิม โดยเริ่มผงกหัวไปด้วยทำท่าหมอบ เหมือนหลบอะไรสักอย่าง ขณะนั้นตนเริ่มตกใจ พอมาถึงจุดที่ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซึ่งต้องขับต่อแถวในเลนซ้าย แต่เขากลับขับเลนขวา ตนจึงบอกให้เขากลับรถเพื่อจอดให้ตนลงที่ศาลพระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง แต่คนขับยืนยันว่าจะไปส่งตน แล้วก็ปาดรถเข้าเลนซ้ายเพื่อเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญทันที   ตนเริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงยกโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ และคิดว่าจะพาเขาไปที่ สน. ห้วยขวาง แต่กลัวว่าเขาจะมีอาวุธ และทำร้ายตน จึงพยายามตั้งสติจนไปถึงคอนโด ทั้งนี้ คนขับไม่ได้ขับรถเร็ว และตนไม่ได้กลิ่นเหล้าจากคนขับ เวลาบอกทางเขาก็พูดคุยปกติ จึงไม่ทราบว่าเขาเป็นอะไร แต่คาดว่าเขาคงเมาอะไรบางอย่าง แต่ตนไม่อยากฟันธง   อย่างไรก็ตาม ที่ตนนำคลิปมาโพสต์ ไม่ได้ต้องการประจานเขา เพียงอยากเตือนภัยให้กับคนอื่นๆ และอยากให้กรมการขนส่งและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแลจัดการ เพราะเกรงความปลอดภัยของผู้โดยสารคนอื่นๆ         หลังจากโพสต์เผยแพร่ ก็มีขาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก มีหลายรายที่บอกว่าเคยเจอพฤติกรรมของคนขับแท็กซี่รายนี้เช่นกัน เช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Bell S. Varaporn” ที่มาแสดงความคิดเห็นว่าเคยขึ้นรถแท็กซี่คนดังกล่าวเหมือนกันพร้อมถ่ายคลิปไว้ ซึ่งดูจากคลิปแล้วลักษณะคนขับคล้ายคนเดียวกัน   ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบ จนทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าว เป็นของสหกรณ์แท็กซี่แห่งหนึ่งย่านซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี ซึ่งคนขับชื่อ นายองอาจ ได้เช่าขับอยู่   ด้านเจ้าของอู่ และเจ้าของรถแท็กซี่คันดังกล่าว ระบุว่า นายองอาจเพิ่งมาเช่ารถได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ปกตินายองอาจมักแต่งตัวดี ใส่ยูนิฟอร์มถูกต้อง และไม่เคยเห็นมีอาการเมาเหล้า หรือเมายาแต่อย่างใด    หลังจากเห็นคลิป ตนคาดว่า นายองอายอาจมีอาการทางจิต หรือเสพยาเสพติด จนเกิดอาการหลอน คุมสติไม่ได้ แต่ก็ยังไม่อยากฟันธง ทั้งนี้ นายองอาจได้นำรถแท็กซี่มาจอดทิ้งไว้ที่อู่ และหนีไปแล้ว โดยที่ยังค้างค่าเช่ารถอยู่    ส่วนกรมการขนส่ง ได้ทราบเรื่องแล้ว และกำลังทำการตรวจสอบ เพื่อติดตามหาคนขับรายนี้ แต่ล่าสุด ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eiY1AK5rQks

 79,324
ข่าวโซเชียล
17 ต.ค. 62

แท็กซี่หลอน ขับไปหมอบไป-ยกมือไหว้ศาลตลอดทาง เจ้าของอู่เผยคนขับทิ้งรถหนีไปแล้ว คาดป่วยทางจิตหรือเสพยาเกินขนาด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Champ Suphaloek" โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊ก เป็นเหตุการณ์ขณะโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่ง โดยคนขับแท็กซี่มีอาการแปลกๆ ก้มๆเงยๆ ตลอดเวลา ขับรถไป หมอบไป และทำท่ายกมือไหว้ ทั้งยังบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ตลอดทาง  พร้อมระบุข้อความว่า นั่งแท็กซี่มามะกี้คนขับอย่างหลอน    ปล.ผมเรียกเเท็กซี่คันนี้เวลาประมาณห้าทุ่มแถวๆ Mrt รัชดาฯให้มาส่งที่คอนโดแถวประชาอุทิศ ที่ผมไม่ลงเพราะระยะทางมันไม่ไกลเเล้วมันก็ขับในซอยเล็กๆคิดว่าไม่มีอะไรน่ากังวล แท็กซี่ทะเบียน ทฬ 2117 ใครจะขึ้นก็ดูกันดีๆครับ   ปล.2 คลิปนี้ไม่ได้เฟค ตอนเเรกผมเห็นเขาแค่พรึมพรำๆครับ สักพักก้ออย่างที่เห็นในคลิปเลย ผมให้เขาจอดเเล้วรอบนึง แต่เขาบอกว่าเขาจะไปส่งให้ถึง ผมเห็นว่ามันอีกไม่ไกลก็เลยอดทนนั่งมาครับ555 (ผมแจ้งขนส่งไปเรียบร้อยเเล้วครับ)         นายศุภฤกษ์ ศรีทองปลั่ง อายุ 32 ปี เจ้าของโพสต์เผยว่า วันเกิดเหตุ หลังจากที่ตนกลับจากไปดูการแข่งขันฟุตบอลย่านม.ธรรมศาสตร์ และติดรถรุ่นพี่มาลงที่ MRT รัชดาภิเษก เพื่อโบกรถแท็กซี่กลับคอนโดย่านประชาอุทิศ ซึ่งตนได้ขึ้นรถแท็กซี่ทะเบียน ทฬ 2117 โดยคนขับเป็นชาย อายุประมาณ 30 ต้นๆ   ระหว่างทาง คนขับเริ่มบ่นพึมพำ แต่ตนไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเขาคุยโทรศัพท์โดยใส่หูฟัง กระทั่งตนบอกทางให้เขาลงอุโมงค์สุทธิสาร เพื่อจะได้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 18 แต่ปรากฏว่าคนขับไม่ทำตาม และพอขับผ่านหน้าบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เขาก็ได้ยกมือไหว้ศาลที่อยู่หน้าบริษัท โดยปล่อยมือทั้งสองข้างจากพวงมาลัย แต่ตนก็ยังไม่เอะใจอะไร   กระทั่งผ่านมาได้สักพัก เขาก็ยกมือไหว้อีกครั้ง ทั้งที่ไม่มีศาลอยู่ข้างทางแต่อย่างใด แต่หนักกว่าเดิม โดยเริ่มผงกหัวไปด้วยทำท่าหมอบ เหมือนหลบอะไรสักอย่าง ขณะนั้นตนเริ่มตกใจ พอมาถึงจุดที่ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซึ่งต้องขับต่อแถวในเลนซ้าย แต่เขากลับขับเลนขวา ตนจึงบอกให้เขากลับรถเพื่อจอดให้ตนลงที่ศาลพระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง แต่คนขับยืนยันว่าจะไปส่งตน แล้วก็ปาดรถเข้าเลนซ้ายเพื่อเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญทันที   ตนเริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงยกโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ และคิดว่าจะพาเขาไปที่ สน. ห้วยขวาง แต่กลัวว่าเขาจะมีอาวุธ และทำร้ายตน จึงพยายามตั้งสติจนไปถึงคอนโด ทั้งนี้ คนขับไม่ได้ขับรถเร็ว และตนไม่ได้กลิ่นเหล้าจากคนขับ เวลาบอกทางเขาก็พูดคุยปกติ จึงไม่ทราบว่าเขาเป็นอะไร แต่คาดว่าเขาคงเมาอะไรบางอย่าง แต่ตนไม่อยากฟันธง   อย่างไรก็ตาม ที่ตนนำคลิปมาโพสต์ ไม่ได้ต้องการประจานเขา เพียงอยากเตือนภัยให้กับคนอื่นๆ และอยากให้กรมการขนส่งและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแลจัดการ เพราะเกรงความปลอดภัยของผู้โดยสารคนอื่นๆ         หลังจากโพสต์เผยแพร่ ก็มีขาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก มีหลายรายที่บอกว่าเคยเจอพฤติกรรมของคนขับแท็กซี่รายนี้เช่นกัน เช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Bell S. Varaporn” ที่มาแสดงความคิดเห็นว่าเคยขึ้นรถแท็กซี่คนดังกล่าวเหมือนกันพร้อมถ่ายคลิปไว้ ซึ่งดูจากคลิปแล้วลักษณะคนขับคล้ายคนเดียวกัน   ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบ จนทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าว เป็นของสหกรณ์แท็กซี่แห่งหนึ่งย่านซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี ซึ่งคนขับชื่อ นายองอาจ ได้เช่าขับอยู่   ด้านเจ้าของอู่ และเจ้าของรถแท็กซี่คันดังกล่าว ระบุว่า นายองอาจเพิ่งมาเช่ารถได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ปกตินายองอาจมักแต่งตัวดี ใส่ยูนิฟอร์มถูกต้อง และไม่เคยเห็นมีอาการเมาเหล้า หรือเมายาแต่อย่างใด    หลังจากเห็นคลิป ตนคาดว่า นายองอายอาจมีอาการทางจิต หรือเสพยาเสพติด จนเกิดอาการหลอน คุมสติไม่ได้ แต่ก็ยังไม่อยากฟันธง ทั้งนี้ นายองอาจได้นำรถแท็กซี่มาจอดทิ้งไว้ที่อู่ และหนีไปแล้ว โดยที่ยังค้างค่าเช่ารถอยู่    ส่วนกรมการขนส่ง ได้ทราบเรื่องแล้ว และกำลังทำการตรวจสอบ เพื่อติดตามหาคนขับรายนี้ แต่ล่าสุด ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eiY1AK5rQks

 79,324
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

โผล่อีก! คู่กรณีแท็กซี่หัวร้อน รวมตัวพบ ตร. แฉถูกขับตามบีบแตรไล่-หาเรื่อง

วันที่ 16 ต.ค. ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม กลุ่มคู่กรณี ที่เคยมีปัญหากับ นายทวีศักดิ์ บุรุสานนท์ รวมทั้งหมด 4 กรณี ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และชี้ให้พนักงานสอบสวนเห็นถึงพฤติกรรมของคนขับรถแท็กซี่รายนี้ นำโดย นายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ เจ้าของธุรกิจรับเหมา ที่นั่งอยู่บนรถ 6 ล้อ และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนายทวีศักดิ์    โดยเปิดเผยว่า วันนี้ตนตั้งใจเข้ามาสอบถามตำรวจ หลังทราบข่าวว่า นายทวีศักดิ์ แจ้งความตนเอง ทั้งนี้เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และเตรียมพิจารณาแจ้งความ โดยได้รวมกลุ่มคู่กรณีที่เคยมีปัญหากับแท็กซี่รายนี้ เพื่อมาให้การเพิ่มเติม    ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ไปหาเรื่องทางฝั่งแท็กซี่ก่อน แต่เมื่อมาถึงบริเวณท้องสนามหลวง ตนได้จอดรถเพื่อเตรียมทำงาน แต่คู่กรณี ซึ่งจอดอยู่ซึ่งตรงข้าม เข้าใจว่าหาเรื่อง จึงพยามกวักมือเรียกตนให้เดินข้ามมาหา ตนจึงเดินข้ามไปเพื่อสอบถาม แต่คู่กรณีกลัยโทรตามพวก และหาเรื่อง ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปตามคลิปที่ปรากฎ    ขณะที่คู่กรณีอีกราย คือ นายพสิน วิริยะไพศาลกิจ คู่กรณีอีกราย ให้ข้อมูลว่า ตนเองเคยเจอกับแท็กซี่รายนี้เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะขับรถอยู่ในพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ ซึ่งเป็นซอยสวนเลน ตนเองกำลังหาร้านรับประทานอาหาร แต่แท็กซี่คู่กรณีขับตามมาและบีบแตรไล่ ตนจึงพยายามชิดซ้าย แต่แท็กซี่กลับขับปาดหน้า พร้อมเปิดกระจกด่าตน ก่อนจะเลี้ยวออกจากซอย ซึ่งเกือบชนคนที่กำลังจะข้ามถนน ในจังหวะนั้นเห็นรถสายตรวจขับผ่านมาพอดีจึงบีบแตรเรียก ทำให้แท็กซี่เข้าใจผิดว่าตนบีบแตรหาเรื่อง ก่อนเดินลงจากรถมาหาเรื่องตน    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คู่กรณียังอยู่ระหว่างการเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ขณะที่นายทวีศักดิ์ ไม่ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนแต่งอย่างใด     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดราม่า แท็กซี่หัวร้อนต่อยหนุ่มนักธุรกิจกลางสนามหลวง อ้างถูกต่อยก่อนจึงเกิดอารมณ์ ขอโทษชาวลาวที่พาดพิง   

 3,807
สังคม
16 ต.ค. 62

โผล่อีก! คู่กรณีแท็กซี่หัวร้อน รวมตัวพบ ตร. แฉถูกขับตามบีบแตรไล่-หาเรื่อง

วันที่ 16 ต.ค. ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม กลุ่มคู่กรณี ที่เคยมีปัญหากับ นายทวีศักดิ์ บุรุสานนท์ รวมทั้งหมด 4 กรณี ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และชี้ให้พนักงานสอบสวนเห็นถึงพฤติกรรมของคนขับรถแท็กซี่รายนี้ นำโดย นายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ เจ้าของธุรกิจรับเหมา ที่นั่งอยู่บนรถ 6 ล้อ และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนายทวีศักดิ์    โดยเปิดเผยว่า วันนี้ตนตั้งใจเข้ามาสอบถามตำรวจ หลังทราบข่าวว่า นายทวีศักดิ์ แจ้งความตนเอง ทั้งนี้เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และเตรียมพิจารณาแจ้งความ โดยได้รวมกลุ่มคู่กรณีที่เคยมีปัญหากับแท็กซี่รายนี้ เพื่อมาให้การเพิ่มเติม    ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ไปหาเรื่องทางฝั่งแท็กซี่ก่อน แต่เมื่อมาถึงบริเวณท้องสนามหลวง ตนได้จอดรถเพื่อเตรียมทำงาน แต่คู่กรณี ซึ่งจอดอยู่ซึ่งตรงข้าม เข้าใจว่าหาเรื่อง จึงพยามกวักมือเรียกตนให้เดินข้ามมาหา ตนจึงเดินข้ามไปเพื่อสอบถาม แต่คู่กรณีกลัยโทรตามพวก และหาเรื่อง ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปตามคลิปที่ปรากฎ    ขณะที่คู่กรณีอีกราย คือ นายพสิน วิริยะไพศาลกิจ คู่กรณีอีกราย ให้ข้อมูลว่า ตนเองเคยเจอกับแท็กซี่รายนี้เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะขับรถอยู่ในพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ ซึ่งเป็นซอยสวนเลน ตนเองกำลังหาร้านรับประทานอาหาร แต่แท็กซี่คู่กรณีขับตามมาและบีบแตรไล่ ตนจึงพยายามชิดซ้าย แต่แท็กซี่กลับขับปาดหน้า พร้อมเปิดกระจกด่าตน ก่อนจะเลี้ยวออกจากซอย ซึ่งเกือบชนคนที่กำลังจะข้ามถนน ในจังหวะนั้นเห็นรถสายตรวจขับผ่านมาพอดีจึงบีบแตรเรียก ทำให้แท็กซี่เข้าใจผิดว่าตนบีบแตรหาเรื่อง ก่อนเดินลงจากรถมาหาเรื่องตน    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คู่กรณียังอยู่ระหว่างการเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ขณะที่นายทวีศักดิ์ ไม่ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนแต่งอย่างใด     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดราม่า แท็กซี่หัวร้อนต่อยหนุ่มนักธุรกิจกลางสนามหลวง อ้างถูกต่อยก่อนจึงเกิดอารมณ์ ขอโทษชาวลาวที่พาดพิง   

 3,807
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 62

ดราม่า แท็กซี่หัวร้อนต่อยหนุ่มนักธุรกิจกลางสนามหลวง อ้างถูกต่อยก่อนจึงเกิดอารมณ์ ขอโทษชาวลาวที่พาดพิง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jatenipat Rock เป็นเหตุการณ์คนขับแท็กซี่รายหนึ่ง ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ท้าต่อยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าห้าม เหตุการณ์เกิดที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา   เรื่องนี้แตกเป็นสองมุมเพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันไม่ได้เป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายทวีศักดิ์ คนขับแท็กซี่ ชายในคลิป ได้ไปที่สำนักงาน CCTV ของกทม. เพื่อขอหลักฐานกล้องวงจรปิด โดยนายทวีศักดิ์ยืนยันว่า คลิปที่แชร์กันเป็นเหตุการณ์ที่ 2 ซึ่งเหตุการณ์ก่อนที่จะมีคลิปนี้ ตนเป็นผู้ถูกกระทำก่อน โดยเริ่มจากรถตนชนกับรถอีกคันหนึ่งและพยายามโบกมือขอทาง   แต่รถสิบล้อของคู่กรณีไม่ยอมจอดให้ทาง จึงด่าทอกัน จากนั้นชายคนขับก็มาพร้อมกับลูกน้อง ข้ามฝั่งมาหาเรื่องตน และรุมล็อคตัวและต่อยจนตัวเองสู้และหลุดมาได้ จากนั้นก็เป็นไปตามคลิป ยอมรับตนมีอารมณ์หัวร้อน โกรธมาก เพราะถูกทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนในคลิปที่ด่าคำว่าไอ้ลาว ตนก็ขอโทษ ไม่มีเจตนาจะด่าชาวลาวแต่ที่พูดเพราะโกรธที่ถูกทำร้ายและชายชาวลาวก็จะพุ่งเข้ามาทำร้ายตลอด ตนได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำ ทั้งไหล่ซ้าย เอว และต้นคอ     ทางด้านนายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจ ผู้ถ่ายคลิปยืนยันว่า ไม่ได้ไปทำร้ายร่างกายแท็กซี่ก่อน แต่เขาหาเรื่องตลอดตั้งแต่ชูนิ้วกลางตอนโบกรถ จากนั้นก็เรียกพวกตนไปเคลียร์ ตนก็ไปกับลูกน้อง แต่แท็กซี่กลับด่าทอและพุ่งเข้าต่อย ตนตัวใหญ่กว่า จึงล็อคตัวให้เขาหยุด และแยกกันไป แต่ไม่จบ แท็กซี่คนนี้ไปเรียกพวกมา และมาท้าตีท้าต่อย ด่าหยาบคายตามในคลิป   เรื่องนี้ตนไม่จำเป็นต้องออกมาโกหกหรือให้ร้าย ใครว่ากันไปตามหลักฐาน ตนทำธุรกิจไม่เอาเรื่องแบบนี้มาเสี่ยงให้เกิดผลกระทบแน่นอน ส่วนบาดแผลที่แท็กซี่โชว์ ก็เกิดจากการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ถ้าหากตนจะต่อยก็ทำได้ แต่ไม่ทำ ทุกอย่างตามหลักฐานก็ไปเจอกันที่ศาล เพราะตนไม่ยอมความแน่ ค่าเสียหายที่เรียกไป 5 แสน ก็เป็นไปตามความเสียหาย     สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นสองมุม ชาวเน็ตต่างพากันวิพากวิจารณ์การกระทำที่เกิดขึ้น และยังมีขุดประวัติของแท็กซี่คนนี้ โดยมีการแชร์ภาพเหตุการณ์เกิดอุบัติกับแท็กซี่รายนี้ และถูกด่าทอหยายคายและท้าตีท้าต่อยลักษณะคล้ายกันกับเหตุการณ์นี้มาแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hw86kQBldUE

 7,839
ข่าวโซเชียล
16 ต.ค. 62

ดราม่า แท็กซี่หัวร้อนต่อยหนุ่มนักธุรกิจกลางสนามหลวง อ้างถูกต่อยก่อนจึงเกิดอารมณ์ ขอโทษชาวลาวที่พาดพิง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jatenipat Rock เป็นเหตุการณ์คนขับแท็กซี่รายหนึ่ง ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ท้าต่อยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าห้าม เหตุการณ์เกิดที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา   เรื่องนี้แตกเป็นสองมุมเพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันไม่ได้เป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายทวีศักดิ์ คนขับแท็กซี่ ชายในคลิป ได้ไปที่สำนักงาน CCTV ของกทม. เพื่อขอหลักฐานกล้องวงจรปิด โดยนายทวีศักดิ์ยืนยันว่า คลิปที่แชร์กันเป็นเหตุการณ์ที่ 2 ซึ่งเหตุการณ์ก่อนที่จะมีคลิปนี้ ตนเป็นผู้ถูกกระทำก่อน โดยเริ่มจากรถตนชนกับรถอีกคันหนึ่งและพยายามโบกมือขอทาง   แต่รถสิบล้อของคู่กรณีไม่ยอมจอดให้ทาง จึงด่าทอกัน จากนั้นชายคนขับก็มาพร้อมกับลูกน้อง ข้ามฝั่งมาหาเรื่องตน และรุมล็อคตัวและต่อยจนตัวเองสู้และหลุดมาได้ จากนั้นก็เป็นไปตามคลิป ยอมรับตนมีอารมณ์หัวร้อน โกรธมาก เพราะถูกทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนในคลิปที่ด่าคำว่าไอ้ลาว ตนก็ขอโทษ ไม่มีเจตนาจะด่าชาวลาวแต่ที่พูดเพราะโกรธที่ถูกทำร้ายและชายชาวลาวก็จะพุ่งเข้ามาทำร้ายตลอด ตนได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำ ทั้งไหล่ซ้าย เอว และต้นคอ     ทางด้านนายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจ ผู้ถ่ายคลิปยืนยันว่า ไม่ได้ไปทำร้ายร่างกายแท็กซี่ก่อน แต่เขาหาเรื่องตลอดตั้งแต่ชูนิ้วกลางตอนโบกรถ จากนั้นก็เรียกพวกตนไปเคลียร์ ตนก็ไปกับลูกน้อง แต่แท็กซี่กลับด่าทอและพุ่งเข้าต่อย ตนตัวใหญ่กว่า จึงล็อคตัวให้เขาหยุด และแยกกันไป แต่ไม่จบ แท็กซี่คนนี้ไปเรียกพวกมา และมาท้าตีท้าต่อย ด่าหยาบคายตามในคลิป   เรื่องนี้ตนไม่จำเป็นต้องออกมาโกหกหรือให้ร้าย ใครว่ากันไปตามหลักฐาน ตนทำธุรกิจไม่เอาเรื่องแบบนี้มาเสี่ยงให้เกิดผลกระทบแน่นอน ส่วนบาดแผลที่แท็กซี่โชว์ ก็เกิดจากการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ถ้าหากตนจะต่อยก็ทำได้ แต่ไม่ทำ ทุกอย่างตามหลักฐานก็ไปเจอกันที่ศาล เพราะตนไม่ยอมความแน่ ค่าเสียหายที่เรียกไป 5 แสน ก็เป็นไปตามความเสียหาย     สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นสองมุม ชาวเน็ตต่างพากันวิพากวิจารณ์การกระทำที่เกิดขึ้น และยังมีขุดประวัติของแท็กซี่คนนี้ โดยมีการแชร์ภาพเหตุการณ์เกิดอุบัติกับแท็กซี่รายนี้ และถูกด่าทอหยายคายและท้าตีท้าต่อยลักษณะคล้ายกันกับเหตุการณ์นี้มาแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hw86kQBldUE

 7,839
เศรษฐกิจ
26 ก.ย. 62

ลุยแก้แอปเรียกรถถูก กม.-วิน จยย.วิ่งข้ามเขตได้

ที่ประชุมกระทรวงคมนาคม กำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน เป็นรถที่ให้บริการโดยสารสาธารณะถูกต้องตามกฎหมาย ได้กำหนดขอบเขต หลักเกณฑ์ การแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้รถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์สามารถให้บริการสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย   ซึ่งคณะทำงานจะเสนอแนวทางการดำเนินงานให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พิจารณาเห็นชอบก่อนที่จะส่งให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ไปจัดทำรายละเอียดการกำหนดเงื่อนไข และการแก้ไขกฎหมายต่อไป ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 30 วัน และคาดจะสามารถเรียกใช้บริการรถยนต์ส่วนบุคคล ผ่านแอปฯได้ในเดือน มี.ค.2563 เป็นต้น   สำหรับรถมอเตอร์ไซค์นั้นต้องแก้ไข พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่า รถจักรยานยนต์รับจ้างได้ต้องมาจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้รถมอเตอร์ไซค์สามารถมาให้บริการเป็นรถสาธารณะผ่านแอปฯแบบถูกกฎหมายได้ ส่วนพื้นที่การให้บริการก็ต้องแก้กฎหมายด้วยเช่นกัน เนื่องจากกฎหมายระบุไว้ว่า รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่สามารถวิ่งข้ามเขตได้ ดังนั้น จึงประสานงานผ่านคณะกรรมการจังหวัดให้แก้ไข เพื่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้บริการข้ามเขตข้ามพื้นที่ได้ไปทั่ว   ทั้งนี้ กรมขนส่งจะต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่จะเป็นเจ้าของแอปพลิเคชันที่จะมาให้บริการ ต้องเป็นบริษัทคนไทย และจดทะเบียนในไทย รวมถึงแอปพลิเคชันจะต้องตรวจสอบอัตลักษณ์ได้ ทั้งสแกนนิ้วมือ หรือการสแกนม่านดวงตา เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าของรถและคนขับต้องเป็นบุคคลคนเดียวกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ขบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้ และเพื่อป้องกันการเกิดอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น   นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ต้องไปกำหนดรายละเอียดของสภาพรถที่จะนำมาให้บริการผ่านแอปฯว่าต้องสะอาด สภาพรถพร้อมให้บริการที่ดี และมีความปลอดภัยสูงสุด เมื่อนำรถมาให้บริการ นอกจากนั้น การนำรถส่วนบุคคลมาให้บริการนั้น ต้องกำหนดชัดเจนว่าต้องไม่จอดรถรอ ไม่ดักรอ ผู้โดยสารตามท้องถนน จะต้องให้บริการผ่านแอปฯที่ผู้โดยสารเรียกเท่านั้น เพื่อลดข้อพิพาทการให้บริการระหว่างรถแท็กซี่กับรถที่ให้บริการผ่านแอปฯ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rpktk93eklQ

 2,336

Top