ค้นหา :

ผลการค้นหา "แท็กซี่"

สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

หนุ่ม จยย.หัวร้อน ควักมีดแทงอกแท็กซี่ ย่องมอบตัว อ้างโกรธโดนบีบแตร โดนข้อหาหนักพยายามฆ่า

จากกรณีหนุ่มจยย.หัวร้อน ควักมีดขู่ จ้วงแทงหน้าอกคนขับแท็กซี่ ล่าสุดเมื่อกลางดึกของวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.แสมดำ ทราบชื่อ คือ นายสิทธิชัย อุไร อายุ 27 ปี พร้อมของกลางเป็นรถจยย. และชุดที่ใช้ในวันเกิดเหตุ   โดยผู้ต้องหาเผยเหตุการณ์ว่า ตนขับรถจยย.มาทางขวา เพื่อจะไปหาคุณพ่อที่ป่วยเป็นแผลติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ไปเจอกับแท็กซี่ซึ่งตนเข้าใจว่าจะไปทางขวา จังหวะทางแคบ แท็กซี่เบี่ยงมาเลน 1 ซึ่งขณะนั้นตนอยู่เลน 2 พอเห็นมีช่องว่างเลยแซงขึ้นมา แต่แท๊กซี่ได้บีบแตรใส่ ตนไม่เข้าใจว่าจะบีบเพื่ออะไร   ประกอบกับสภาพจิตใจเวลานั้นตนมีปัญหาทางครอบครัว เลยมีความโกรธมากที่ถูกแท็กซี่บีบแตรใส่ไม่มีเหตุผล จึงขับรถไปประกบฝั่งขวาแท็กซี่ ทุบกระจกให้จอด แต่แท็กซี่ไม่ยอมจอด เลยขับแซงขึ้นไปแล้วเบรก จนแท็กซี่ชน   “ผมโกรธมาก เดินไปเคาะกระจก พอแท็กซี่ลดกระจกลง ผมเลยใช้มีดแทงเข้าที่อกเลย แต่พอผมเห็นหน้าคนขับอายุเยอะ เลยยั้งมือทัน แล้วเปลี่ยนเป็นต่อยหน้าแทน โดยต่อยไปทั้งหมด 2 มัด ในรถ 1 มัด และหน้ารถ 1 มัด”   “จากนั้นได้คุยกัน แต่ผมยังไม่หายโกรธต่อยเขาไปอีก ปกติผมไม่ได้พกมีด แต่วันนั้นพ่อกับแม่เอาผลไม้มาฝากแล้วที่บ้านเป็นบ้านใหม่ ไม่มีเครื่องครัว เลยเอามีดจากบริษัทไป เหตุการณ์ครั้งนี้ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมอารมณ์ร้อนแล้วไม่สามารถควบคุมตัวเองได้” โดยหลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบนี้ยังช่วยกู้ภัยทำแผลจนส่งไปโรงพยาบาล   ด้านนายกิติพงษ์ มากจงดี คนขับรถแท็กซี่ เผยว่า ตนรู้สึกสบายใจ ซึ่งตนได้พบกับผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาก็กล่าวขอโทษแล้ว ตนก็ยกโทษให้ แต่คดีความก็ยังต้องดำเนินต่อไป ตามตัวกฎหมาย   ต่อมาพันตำรวจเอกอำนาจ หาญชนะ ผู้กำกับการสน.แสมดำ พร้อมทีมสืบสวนสอบสวน และตัวผู้ต้องหาเข้าประชุมหารือ เห็นสมควรแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เห็นสมควรว่าควรเพิ่มข้อกล่าวอีก 1 ข้อหา เป็นพยายามฆ่า โดยพิจารณาจากอาวุธมีดที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุ ทำให้ผู้ต้องหารายนี้มีการตั้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น 5 ข้อหา ประกอบด้วย   ข้อหาขับ จยย. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / ขับรถโดยประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น / พกพาอาวุธมีดไปในเขตเมืองและที่สาธารณะ ข้อหาทำร้ายร่างกาย และข้อพยายามฆ่า โดยต่อไปเจ้าหน้าจะนำตัวไปขออำนาจศาลขังต่อไป เนื่องผู้ต้องหาได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าพนักงานเอง เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่มีสิทธิในการขัง ซึ่งผู้ต้องหาสามารถขอประกันตัวได้ในชั้นศาล   อย่างไรก็ตาม ทางญาติของนายสิทธิชัย ไม่สามารถหาหลักทรัพย์มายื่นขอประกันตัวต่อศาลได้ทัน ทำให้ต้องส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำตามกฎหมาย ซึ่งหากทางญาติหาหลักทรัพย์ได้แล้ว ก็ยื่นขอศาลในภายหลังต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R2DC_2WO0qc

 1,238
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

แท็กซี่ฝ่าไฟแดงชนหนุ่มวีออสเจ็บหนัก เสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา ล่าสุดมอบตัวอ้างไม่ได้หนี แต่กลัวโดนรุม

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถของผู้เสียหาย เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่นายกนก ธงไชย อายุ 40 ปี ผู้เสียหาย ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ มาตามเส้นทางสุขาภิบาล 5 ซึ่งขับมาด้วยความเร็วปกติ กำลังเลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนสุขาภิบาล 5 เนื่องจากสัญญาณไฟจราจรเป็นสีเขียว   ปรากฎว่ามีรถแท็กซี่คันสีเหลือง หมายเลข ทะเบียน ทห 6971 กรุงเทพมหานคร ขับมาตามเส้นทางสุขาภิบาล 5 มุ่งหน้าสายไหม ผ่าไฟแดงพุ่งชนรถยนต์ของผู้เสียหายอย่างแรง ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล   นายปรัชญาพล  ธงไชย น้องชายของผู้บาดเจ็บ เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงบ่ายสองโมงของวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยพี่ชายกำลังขับรถไปทำงาน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมีคนโทรมาบอกว่าพี่ชายประสบอุบัติเหตุ ญาติอีกคนรีบไปยังจุดเกิดเหตุพบคู่กรณีเป็นคนขับรถแท็กซี่ยืนอยู่จึงเข้าไปสอบถาม เบื้องต้นอ้างว่าพี่ชายของตนขับรถผ่าไฟแดง   จากนั้นได้ตรวจสอบดูกล้องหน้ารถพบว่าพี่ชายไม่ได้ผ่าไฟแดง โดยคนขับรถแท็กซี่ได้ขอโทษพูดว่า  “ผมผิดไปแล้ว” ซึ่งต่างฝ่ายต่างเรียกประกันไปไกล่เกลี่ยกันที่ สน.คันนายาว เพื่อให้คู่กรณีเซ็นเอกสารรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพราะทางประกันแจ้งว่าต้องให้คู่กรณีมาเซ็นรับทราบถึงจะจ่ายเงินชดเชยให้ แต่คู่กรณีเบี้ยวนัดและได้หลบหนีไป ไม่ติดต่อมาขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบใด ๆ      สำหรับอาการของพี่ชายสาหัสสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เลือดคั่งในสมองยังไม่ฟื้นโอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติแทบจะไม่มี แพทย์ระบุ อาจเป็นเจ้าชายนิทราขอให้ทำใจ ตอนนี้สภาพจิตใจของคนในครอบครัวแย่มาก คงปล่อยให้หมอรักษาตามอาการให้เขาจากไปอย่างสงบ ไม่คิดว่าจะเจ็บหนักขนาดนี้   น้องชายของผู้บาดเจ็บ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไปสอบถามอู่แท็กซี่ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุคู่กรณีเพิ่งมาเช่าขับรถแท็กซี่ได้เพียง 3 วัน และระหว่างที่คู่กรณีหลบหนีก็มีพลเมืองดีติดต่อแจ้งเบาะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังเกิดเหตุยังได้ไปเช่าขับรถแท็กซี่อู่อีกแห่งหนึ่งแล้วโพสต์ภาพขณะขับรถลงเฟซบุ๊กทำตัวไม่สะทกสะท้าน ใช้ชีวิตปกติและไปสมัครทำงานที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ กระทั่งคู่กรณีให้ประกันติดต่อมาบอกจะเข้ามอบตัว ซึ่งตนและญาติๆ ไปรอเก้อที่โรงพัก 2 ครั้ง ก็ไม่มามอบตัว       ด้านนางรุจีรัตน์ ธงไชย แม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ทำผิดก็ควรมารับผิดชอบจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม อยากให้มอบตัวโทษหนักจะได้เป็นเบา คนทำผิดใคร ๆ ก็พร้อมให้อภัย แต่นี่เขาตั้งใจหนีไม่มีแม้แต่คำขอโทษ ถ้าไม่ประมาทมีสติ ขับรถปฏิบัติตามกฎจราจรเหตุการณ์แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นและไม่มีใครได้รับความเดือดร้อน  หมอบอกลูกชายโอกาสรอดน้อยแต่แม่ใจสู้ มีความรู้สึกว่าลูกของตนต้องไม่เป็นอะไร   ขณะที่นางสาววรางรัตน์  สุนนท์  ภรรยาของผู้บาดเจ็บเพิ่งคลอดลูกได้ 1 เดือน ร่ำไห้เผยว่า ไม่โกรธแต่อยากให้เอาชีวิตของคู่กรณีมาแลกกับชีวิตสามีของตน ชีวิตสามีมีค่ากับคนในครอบครัว หากสามีไม่มีลมหายใจตนจะอยู่อย่างไร ลูกก็ยังเล็ก  สามีของตนกำลังจะหยุดหายใจแต่คู่กรณีใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อยากให้มารับผิดชอบบ้าง มีความเป็นคนมั้ยครอบครัวคนเจ็บเสียใจ เดือดร้อนแค่ไหน หากเจ็บแทนสามีได้ก็จะยอมเจ็บ มันสูญเสียทุกอย่าง   “ทุกวันนี้ได้แต่ยืนจับมืออยู่ข้างเตียง กลัวว่าจะไม่ได้เห็นลมหายใจของสามีอีกต่อไป  ขอบคุณสามีที่ยังมีลมหายใจเล็ก ๆ ให้ตนได้อยู่เคียงข้างคอยเช็ดตัวให้ คอยกระซิบข้างหูว่าตนจะเข้มแข็ง ถึงแม้เขาจะไม่รับรู้อะไร คุณขับรถสาธารณะทุกครั้งที่จับพวงมาลัยควรมีสติ ถ้ามีความเป็นคนก็คงคิดได้”   ล่าสุดเมื่อวาน (20 ส.ค.) คนขับแท็กซี่คู่กรณีทราบชื่อคือนายสมภพ ราชา  อายุ 23 ปี  นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.คันนายาว แล้ว ทันทีที่มาถึง เพื่อนของผู้บาดเจ็บ 3 คน ซึ่งมาดักรออยู่ที่โรงพัก ได้ปรี่เข้าไปชกหน้านายสมภพ ด้วยความโกรธแค้นจนปากแตก ตาเขียวช้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาช่วยกันห้ามปราม รีบนำตัวนายสมภพเข้าไปในโรงพัก   นายสมภพ ให้สัมภาษณ์อ้างว่าไม่ได้หนี กล้าทำกล้ารับ ตนเพิ่งปลดจากการเป็นทหารผ่านศึกและเป็นผู้ช่วยครูฝึกด้วย ถ้าชนแล้วหนีอาจถูกมองเป็นคนขี้ขลาด ตนตั้งใจจะเข้ามอบตัวอยู่แล้ว แต่ที่เพิ่งมาเพราะกลัวญาติคนเจ็บจะทำร้าย ตนไม่ได้ตั้งใจชนเพราะมัวแต่มองรถที่อยู่ด้านซ้าย ถนนโล่งจึงเหยียบคันเร่งไม่ทันได้สังเกตดูสัญญาณไฟจราจร หันมาอีกทีก็พุ่งชนไปแล้ว จากนั้นตนรีบลงจากรถไปช่วยผู้บาดเจ็บขึ้นรถพยาบาล   ขอโทษญาติคนเจ็บเพราะรู้สึกผิด เสียใจ พร้อมรับผิดชอบ แต่ขอโทษไปก็ไม่ทำให้คนเจ็บฟื้นขึ้นมา ส่วนวันเกิดเหตุที่นัดไกล่เกลี่ยกันซึ่งตนไม่ได้ไปนั้น เพราะเห็นญาติคนเจ็บหลายคนอารมณ์ร้อนกลัวถูกทำร้าย ตนอยู่ตัวคนเดียวไม่รู้จะปรึกษาใครจึงขอไปตั้งหลัก ก่อนติดต่อตำรวจขอมอบตัว   ทางทางคดีพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย นำตัวส่งฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่ได้ออกหมายเรียก เนื่องจากคู่กรณีได้ติดต่อขอมอบตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pI3mE3Jhicc

 3,700
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
21 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 21 ส.ค.62 แท็กซี่ฝ่าไฟแดงชนหนุ่มวีออสเจ็บหนัก-พีชยอมรับเลิกแพทริเซีย-กม.ใหม่ ตร.ห้ามยึดใบขับขี่

-ระเบิดป่วนยะลาหลายจุดใน 4 อำเภอ เจ็บ 7 รายเป็นเด็กหญิง 3 คน ใช้วิธีวางระเบิดเสาไฟฟ้า เสาโทรศัพท์และตู้เอทีเอ็ม จนท.ต้องปิดกั้นเส้นทางและสถานที่เกิดเหตุ พร้อมตอบโต้ทันทีหากคนร้ายฉวยสถานการณ์ก่อเหตุอีก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ระเบิดป่วนยะลาหลายจุดใน 4 อำเภอ ชาวบ้านเจ็บ 7 ราย มีเด็กเจ็บด้วย 3    -แท็กซี่ฝ่าไฟแดงชนหนุ่มวีออสเจ็บสาหัส เลือดคั่งในสมองยังไม่ฟื้น เสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา หมอให้ญาติทำใจ คู่กรณีหลบหนี หลังก่อเหตุยังไปเช่าแท็กซี่อีกอู่มาขับโพสต์ลงโซเชียลไม่สะทกสะท้าน   ล่าสุดโผล่มอบตัวที่ สน.คันนายาว เพื่อนคนเจ็บแค้นดักรอหน้าโรงพักรุมต่อยปากแตกตาเขียว เจ้าตัวอ้างไม่ได้หนี กล้าทำกล้ารับ เห็นถนนว่างจึงเหยียบคันเร่ง ไม่ทันสังเกตสัญญาณไฟ บอกที่เพิ่งมามอบตัวเพราะกลัวญาติคนเจ็บทำร้าย ด้านเมียคนเจ็บเพิ่งคลอดลูกได้ 1 เดือน ร่ำไห้ถามมีความเป็นคนไหม สามีตนกำลังหยุดหายใจแต่กลับใช้ชีวิตปกติ อยากให้มารับผิดชอบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แท็กซี่ฝ่าไฟแดงชนหนุ่มวีออสเจ็บหนัก เสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา ล่าสุดมอบตัวอ้างไม่ได้หนี แต่กลัวโดนรุม   -สภาบรรจุระเบียบวาระญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ กรณีนายกฯนำครม.ถวายสัตย์ไม่ครบ เป็นวาระเร่งด่วน คาดอภิปรายได้ ก.ย.นี้ ไม่ทัน ส.ค.เพราะติดประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ขณะนี้อยู่ประสาน ครม.รัฐบาลและฝ่ายค้าน ชี้นายกฯจำเป็นต้องมาตอบด้วยตัวเอง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สภาจ่อเปิดอภิปรายปมถวายสัตย์ ก.ย.นี้ 'ปิยบุตร' แนะนายกฯขอพระบรมราชานุญาตขอถวายสัตย์ใหม่   -นายกฯปฏิเสธที่จะบอกว่าจะไปชี้แจงญัตติปมถวายสัตย์ไม่ครบด้วยตัวเองหรือไม่ ระบุโนคอมเม้นต์ ไม่มีคำตอบ ไม่ตอบแล้ว ไม่ใช่ตนไม่สนใจ แต่ตนมีงานเยอะ ดานปิยบุตรจะไม่ตั้งกระทู้ถามนายกฯในสภาอีก ต้องเปลี่ยนมาใช้ญัตติอภิปรายแทนเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน แนะนายกฯขอพระบรมราชานุญาตขอถวายสัตย์ใหม่ เพื่อให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว   -พรรคเศรษฐกิจใหม่แตก คาด 4 จาก 6 ส.ส.ย้ายเข้าร่วมฝั่งรัฐบาล นิยม รองหัวหน้าพรรคยอมรับขณะประชุมร่วมวิปฝ่ายค้าน มีส.ส.บางคนจะย้ายไปร่วมรัฐบาล แต่ตนและมิ่งขวัยจะยังเป็นฝ่ายค้านต่อไป จะมีการแถลงข่าวเป็นทางการ 22 ส.ค.นี้   -นายกฯเตือนสิระ เจนจาคะ กรณีปะทะคารมตร.ภูเก็ต ไม่ส่งจนท.ดูแลตอนลงพื้นที่ นายกฯระบุเตือนแล้ว ไม่มีกติกาว่า ส.ส.ลงพื้นที่ต้องมีคนไปดูแล ยันไม่ได้แก้ตัวให้ ด้านนายสิระออกตัวขอโทษที่เสียงดัง ไม่ได้อยากมีปัญหากับใคร ดีใจที่นายกฯตำหนิ พร้อมน้อมรับและจะลดโทนเสียงให้ต่ำลง ย้ำเป็น ส.ส.ที่หลักสี่แต่เห็นปัญหาที่ภูเก็ต เลยต้องไปช่วยชาวบ้าน   ด้านนายนัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ไม่พอใจสิระ ลงพื้นที่ภูเก็ตแต่ไม่บอกเจ้าของพื้นที่สักคำ หลังคลิปปรากฏต้องไปขอโทษแทน ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ ส.ส.และพรรคพลังประชารัฐ ด้านปารีณาบอก สิระต้องปรับปรุงกริยา ตร.ควรให้อภัยเพราะนายสิระอายุมากแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯติง 'สิระ' คลิปกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต เจ้าตัวขอโทษ รับปากจะเบาลง    -ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินกว่า 3 แสนล้าน คนถือบัตรคนจนได้เงินเพิ่ม 500 บาท/คน/เดือน ได้ 2 เดือน รวม 1,000 บาท เงินเข้า 21 ส.ค.วันแรกตามเลขขึ้นต้นบัตร ปชช. ผู้สูงอายุได้เพิ่มอีกคนละ 1,000 และช่วยค่าเลี้ยงดูบุตรอายุไม่เกิน 6 ขวบคนละ 600 บาท เงินเข้า 24 ส.ค.และ 9 ก.ย.   แจกเงิน 1,000 บาทให้ผู้อายุ 18 ปีขึ้นไป ชิม ช็อป ใช้ในประเทศ แถมเงินคืนให้อีก 15% จากยอดเงินเที่ยวไม่เกิน 4,500 บาท ลงทะเบียนผ่านเว็บ ททท. 23 ก.ย.-15 พ.ย. และใช้จ่ายผ่านแอพเป๋าตัง g-wallet ภายใน 14 วัน ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ให้รายใหม่เข้าร่วมแทน ให้แค่ 10 ล้นคนแรกที่ลงทะเบียน คาดช่วยดัน GDP โต 3.5% ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ครม.ไฟเขียวแจกแหลก เติมเงินบัตรคนจน-ผู้สูงอายุ แจกเงินเที่ยวคนละ 1,000 ลงทะเบียนก่อนได้ก่อน    -ครม.ตีตกฟรีวีซ่า นทท.จีน-อินเดีย ย้ำต้องดูให้รอบคอบ ห่วงความมั่นคงและทรัพยากร นทท.มากอาจไม่คุ้มกับที่เสีย ดูแลนทท.ไม่ดีอาจไม่ประทับใจ และเกิดปัญหาขยะ แต่เห็นชอบให้ต่อมาตรการยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียม visa on arrival ไปอีก 6 เดือน สิ้นสุด 30 เม.ย.63 สำหรับ นทท. 18 ชาติ และ 1 เขตเศรษฐกิจ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ครม.ไฟเขียวแจกแหลก เติมเงินบัตรคนจน-ผู้สูงอายุ แจกเงินเที่ยวคนละ 1,000 ลงทะเบียนก่อนได้ก่อน    -ศาลสั่งจำคุกเปรมชัย 6 เดือนไม่รอลงอาญา คดีครอบครองปืน 4 กระบอก แม้ทนายขอให้ลงโทษสถานเบา หรือรอลงอาญา ระบุเปรมชัยจะบวช 15 วัน บริจาคเงินให้สาธารณประโยชน์ และเลิกยุ่งเกี่ยวกับปืนตลอดชีวิต แต่ศาลพิเคราะห์ถึงจะสารภาพ แต่ยังมีโทษคดีอาญา จำคุกอีก 2 คดี จึงไม่ให้รอลงอาญา ทนายใช้หลักทรัพย์ 5 แสนบาทยื่นประกันตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ให้ประกันตัว 'เปรมชัย' หลังศาลสั่งจำคุก 6 เดือน เจ้าตัวยื่น 3 ข้อ ขอบวช-บริจาคเงิน-ไม่ยุ่งเกี่ยวปืน    -ผู้ปกครองแจ้งความลูกชั้นป.3 ถูกครูทำอนาจารที่ ร.ร.ในยะลา หลอกดูหนังโป๊ใน้ตบุ๊ก ก่อนใช้นิ้วสอดใส่อวัยวะเพศ เด็กบอกมีเด็กคนอื่นโดนด้วย ทั้งล้วงจับหน้าอก จับก้น ครูยื่นข้อเสนอ แต่ผู้ปกครองยันเอาเรื่องถึงที่สุด ผอ.ส่งครูไปที่เขต พร้อมตั้งกรรมการสอบสวน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ครูหื่นหลอกเด็ก ป.3 ดูการ์ตูนก่อนเปิดหนังโป๊ ใช้นิ้วทำอนาจาร ผู้ปกครองยันเอาเรื่องถึงที่สุด    -พรบ.จราจรฉบับใหม่ ตร.ขอดูใบขับขี่ได้แต่ห้ามยึด ไม่สามารถออกใบสั่งติดหน้ารถได้อีกต่อไป ให้ส่งไปรษณีย์แทน เริ่มใช้ 20 ก.ย.นี้ คนขับสามารถแสดงใบขับขี่ผ่านแอพและสำเนา แต่ไม่สามารถใช้รูปถ่ายผ่านมือถือได้   -แจ้งข้อหาหนัก พยายามฆ่า หนุ่มขี่ จยย.ปาดหน้าแท็กซี่ ชักมีดขู่จนถูกชน จ้วงแทงอกคนขับแท็กซี่ ล่าสุดเข้ามอบตัว ขอโทษอ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ มีปัญหาครอบครัว สารภาพใช้มีดแทงอก แต่พอเห็นคนเจ็บอายุเยอะจึงยั้งมือ เปลี่ยนไปต่อยหน้า คนขับแท็กซี่บอก กม.ต้องเป็นกม. คนทำผิดต้องได้รับโทษ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่ม จยย.หัวร้อน ควักมีดแทงอกแท็กซี่ ย่องมอบตัว อ้างโกรธโดนบีบแตร โดนข้อหาหนักพยายามฆ่า    -พีช พชร ยอมรับเลิกแพทริเซียจริง เผยมีปัญหากันมาเป็นเดือน สู้มาหลายครั้งแต่ไม่เวิร์ค ยอมรับรู้เรื่องภาพหลุดฝ่ายหญิงกินข้าวไฮโซโน้ตมาก่อนแล้ว ถามผู้หญิงแล้วบอกไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษที่เคยให้สัมภาษณ์โกหกว่ายังรักกันดี คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ ยังรักและเป็นห่วงเหมือนเดิม แต่ขอเวลาซ่อมตัวเอง   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  'พีช พชร' เปิดใจรักร้าว เคยให้โอกาสหลายครั้ง 'แพทริเซีย' บอกไม่ได้ตั้งใจ ยังปกป้องวอนหยุดด่าฝ่ายหญิง แม่ 'แพทริเซีย' ปัดภาพลูกสาวกินข้าว 2 ต่อ 2 'ไฮโซโน้ต' ด้าน 'ปู ไปรยา' ขอโทษดราม่ามือลั่นกดไลค์เม้นต์ "แก่แดด"     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zHysDBsA3VQ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :

 10,666
สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 62

เร่งเช็กวงจรปิด ล่าหนุ่ม จยย.หัวร้อน ควักมีดขู่-ต่อยลุงขับแท็กซี่ ล้มหัวฟาดฟุตปาธ

ขอบคุณคลิป : เฮียขัยรถ   จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก เฮียขับรถ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์หนุ่มขี่รถ จยย.ใช้มีดทำร้ายคนขับรถแท็กซี่ โดยในคลิปหนุ่มขี่รถ จยย.ได้ควักมีดออกมาแล้วปาดหน้าแท็กซี่เพื่อขู่ ก่อนจะถูกชนจนกระเด็นแล้ววิ่งเข้าไปเอาเรื่อง   จากนั้นคนขับแท็กซี่ก็ลงมาเพื่อเคลียร์ปัญหา โดยไม่อยากให้เกิดเหตุบานปลาย แต่กลับถูกแทงเข้าที่หน้าอก ก่อนที่จะถูกหนุ่มคนดังกล่าวชกหน้าจนล้มทั้งยืน แถมยังด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนจะขี่จยย.หลบหนีไป   ความคืบหน้าวันที่ 19 ส.ค.62 สารวัตรเวร สน.แสมดำ ได้เปิดเผยความคืบหน้าระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ร้อยเวรรับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันทราบข้อมูลรูปพรรณสัณฐานเบื้องต้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยในช่วงเที่ยงผู้เสียงหายจะเดินทางมาพบกับร้อยเวรเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม   ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ ผกก.สน.แสมดำ เผยว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งล่าภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลาเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ นอกจากนั้นยังสอบถามจากผู้พบเห็นเหตุการณ์ เพื่อจะทราบตัวผู้ก่อเหตุ โดยได้ฝากให้สื่อช่วยกันประกาศตามหาตัวก่อเหตุ อยากให้เข้ามามอบตัว เจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : วอนแจ้งเบาะแส จยย.เดือด ควักมีดขู่ แทงลุงแท็กซี่ กลางวันแสกๆ ก่อนหลบหนี        

 2,851
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ส.ค. 62

วอนแจ้งเบาะแส จยย.เดือด ควักมีดขู่ แทงลุงแท็กซี่ กลางวันแสกๆ ก่อนหลบหนี

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากเฟซบุ๊กเพจ เฮียขับรถ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์หนุ่มขี่รถ จยย.ใช้มีดทำร้ายคนขับรถแท็กซี่ โดยในคลิปหนุ่มขี่รถจยย.ได้ควักมีดออกมาแล้วปาดหน้าแท็กซี่เพื่อขู่ ก่อนจะถูกชนจนกระเด็นแล้ววิ่งเข้าไปเอาเรื่อง   จากนั้นคนขับแท็กซี่ก็ลงมาเพื่อเคลียร์ปัญหา โดยไม่อยากให้เกิดเหตุบานปลาย แต่กลับถูกแทงเข้าที่หน้าอก ก่อนที่จะถูกหนุ่มคนดังกล่าวชกหน้าจนล้มทั้งยืน แถมยังด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนจะขี่จยย.หลบหนีไป   ทั้งนี้ทางเพจได้ระบุข้อความว่า ประเด็นมันเริ่มจากเบียดเข้ามาแท็กซี่ก็บีบแตรไปทีนึง จากนั้นคนขี่จยย.ก็ชิดซ้าย น่าจะเอามีดออกมาแล้วขี่ตามมาปาดหน้า พอถูกชนจนคว่ำก็วิ่งมาทุบประตูรถใช้มีดแทงเข้าที่หน้าอกขวา แท็กซี่ก็เข้าซ้ายจะเรียกประกันและเจรจา แต่ยังไม่จบ ก่อนโดนต่อยเข้าที่หน้าล้มหัวกระแทกฟุตปาธจนแตก แล้วหลบหนีไป   ลูกชายคนขับแท็กซี่ส่งมาให้เจ้าของเพจ ก่อนแจ้งความที่ สน.แสมดำ แต่ตำรวจบอกตามยากเพราะไม่มีป้ายทะเบียนและใส่หมวกกันน็อค เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ส.ค. เวลาประมาณ 17.35 น. ขับมาทางถนนพระราม 2 แล้วเลี้ยวเข้าเลียบทางด่วนสะแกงาม ลักษณะบุคคลนี้ผิวดำแดง รูปร่างท้วม สูงประมาณ 170 ซ.ม. มีรอยสักบนหลังมือซ้าย รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ คาวาซากิ เคเอสอาร์ สีขาว-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน วอนผู้พบเห็นแจ้งเบาะแสเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B2o7RK-uZ8M

 3,715
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

ตามล่า หนุ่มซิ่งกระบะเลือดร้อน ขับข้ามเลนสวน ฉุนแท็กซี่ไม่หลบ คว้ามีดฟันมือเจ็บ

สมุทรปราการ-ตำรวจ สภ.บางพลี ได้รับแจ้งมีชายสูงอายุคนขับแท็กซี่ ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บภายในซอยหมู่บ้านมันทนา บางพลี หมู่ 7 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ   ที่เกิดเหตุพบนายแสวง ศิริกุล อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ มีบาดถูกฟันที่ฝ่ามือข้างซ้าย ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายรูปร่างอ้วนไม่ใส่เสื้อสวมกางเกงยีนส์ขายาว อายุ ประมาณ 30-35 ปี หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า ตอนเดียว สีขาว ใสหลังคาลักษณ์ตู้ทึบ ทะเบียน 2 กท 9562 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป   นายแสวง ผู้บาดเจ็บได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับแท็กซี่คันดังกล่าวเข้ามาในซอยดังกล่าว โดยขับมาตามเลนของตนตามปกติ จู่ๆ ผู้ก่อเหตุซึ่งขับรถยนต์กระบะ ส่วนทางออกมาจากด้านในและหลบหลุมข้ามมาวิ่งสวนในเลนของตนที่ขับรถมาตนจึงได้หักหลบ แต่ชายคนดังกล่าวได้ตะโกนด่าตน ตนจึงได้จอดรถเพื่อที่จะลงมาขอโทษ   แต่ผู้ก่อเหตุได้จอดรถไว้กลางถนนพร้อมทั้งหยิบมีดจำนวน 2 เล่มออกมาจากในรถเดินทางมาตนและเข้ามาด่าทอตน พร้อมใช้มีดจะฟันใส่ตนจึงได้เอามือซ้ายจับคมมีดเอาไว้ แต่ผู้ก่อเหตุกระชากมีดออก คมมีดจึงได้บาดเข้าไปหลังมือของตน จนเป็นแผลฉกรรจ์ ซึ่งก็เป็นจังหวะที่มีรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านมาเห็นและเข้าห้ามปราม จนชายที่ก่อเหตุเดินมาขึ้นรถและขับหลบหนีไป     ขณะที่นายกฤษณะ มั่นกสิกรรม อานุ 24 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนขี่รถผ่านมาเห็นว่ารถติดตนจึงได้จอดรถมอง เห็นลุงนั่งอยู่ในรถ และคนที่ก่อเหตุถอดเสื้อเดินถือมีดลงมา และก็ฟันที่มือของลุง ลุงจึงเอามีดจับคมมีดเอาไว้ และกระชากมีดออก และมีคนมาห้ามก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขับรถหนีไป   จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้พบว่ามีกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ จึงนำมาเป็นหลักฐานในการติดตามตัวชายผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NMoHI0d4lZs

 3,180
สังคม-อาชญากรรม
15 ส.ค. 62

ผู้โดยสารไหวพริบดีจับพิรุธแท็กซี่ ก่อนพาให้ จนท.ตรวจรถ เจออุปกรณ์ซุกจริง อ้างต้องโกง ไม่งั้นไม่พอกิน

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kaew Nutnaree โพสต์ภาพและคลิปวีดีโอแท็กซี่คันหนึ่ง ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์โกงมิเตอร์ หลังโดยสารจากสนามบินดอนเมือง พบพิรุธมิเตอร์แพงเกินจริง จึงได้เข้าแจ้งความพร้อมให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งตรวจสอบ กระทั่งพบอุปกรณ์โกงมิเตอร์ ติดตั้งอยู่ภายในรถจริง จึงนำเรื่องราวมาโพสต์เพื่อเตือนภัยให้กับคนอื่นๆ   นายณัฐวัตร เตชะนิยม 25 ปีเพื่อนของเจ้าของโพสต์ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า วันเกิดเหตุตนโดยสารแท็กซี่จากสนามบินดอนเมืองเพื่อมาที่พัก ย่านอ่อนนุช คนขับเป็นชายวันประมาณ 70 ปี โดยแจ้งคนขับว่าไม่ต้องขึ้นทางด่วนให้วิ่งเส้นดินแดงตัดเข้าถนนพระราม 9   ระหว่างทางได้สังเกตมิเตอร์โดยสาร พบว่ามิเตอร์คิดราคาเกินจริง ซึ่งตนเดินทางผ่านเส้นนี้บ่อย จึงเปิดแผนที่ดู พบว่าระยะทางจริงเพียงแค่ 15 กม. แต่มิเตอร์กลับขึ้นเป็น 25 กม. จึงได้บอกเพื่อนว่ามิเตอร์โกง เพื่อนจึงท้วงกับคนขับแท็กซี่และขอลงกลางทางเพื่อต่อแท็กซี่คันใหม่ แต่คนขับยืนยันว่าไม่ได้โกงพร้อมพูดว่า "ไม่ขึ้นทางด่วนก็เป็นแบบนี้แหละ" กระทั่งมีปากเสียงกันจนตกลงกันว่าให้ไปที่โรงพักดีกว่า ซึ่งคนขับก็ยินยอมและพาไป สน.พระโขนง   พอไปถึง สน. ตำรวจแนะนำให้ไปที่กรมการขนส่งทางบกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ระหว่างทางคนขับขู่ว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าเขาไม่ได้โกง ตนจะต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้เป็นเงิน 500 บาท   เมื่อไปถึงกรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบมิเตอร์ 3 ครั้ง พบว่ามิเตอร์ปกติ แต่มีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเอะใจว่าต้องมีอุปกรณ์บางอย่างติดตั้งอยู่ภายในรถ จึงได้ตรวจสอบอีกครั้งจนพบว่ามีสวิตช์ปริศนา ติดตั้งอยู่ในลิ้นชักทางด้านขวาของพวงมาลัย กระทั่งตรวจสอบจึงทราบว่าเป็นอุปกรณ์โกงมิเตอร์จริง   จากนั้นกรมการขนส่งทางบกได้ทำการปรับคนขับ และแนะนำให้ตนไปแจ้งความฐานฉ้อโกงที่ สน.พระโขนงอีกครั้ง ระหว่างทางคนขับได้พูดกับตนว่า “อย่าเอาเรื่องลุงเลย ปล่อยลุงไปเถอะ” ซึ่งตนไม่อยากให้เขาไปกระทำแบบนี้กับใครอีก จึงได้เข้าแจ้งความ แต่ตำรวจแจ้งว่าคนขับถูกปรับไปแล้วจึงไม่สามารถดำเนินคดีได้อีก ทั้งนี้ตำรวจได้พยายามถอดอุปกรณ์โกงมิเตอร์ออก แต่ไม่สามารถถอดออกได้ คนขับจึงอาสาถอดออกให้เอง เนื่องจากเกรงว่ารถจะเสีย พร้อมพูดกับตนว่า “ถ้าไม่ทำแบบนี้ ลุงจะพอกินเหรอ”   จึงอยากฝากให้ประชาชนที่ใช้บริการโดยสารรถแท็กซี่ ให้คอยสอดส่องสังเกตมิเตอร์โดยสาร ซึ่งสิ่งที่ตนสังเกตได้ว่ามิเตอร์โกง คือ ตัวจุดบนมิเตอร์หลังระยะทางและตัวจุดหลังค่าโดยสารกระพริบเร็วกว่าปกติ   ด้านกรมการขนส่งทางบก แจ้งว่า จากการที่กองตรวจการขนส่งทางบก ตรวจสอบรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทษ-6559 กทม.สีชมพู-ขาว คนขับชื่อ ร.ต.เทียมศักดิ์ แสงอรุณสวัสดิ์ จนทราบว่ามีการดัดแปลงมิเตอร์จริง จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายและคนขับมาถอดอุปกรณ์ทั้งหมดที่สถานีตำรวจเพื่อที่จะให้คนขับยอมจำนนด้วยหลักฐาน   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ขนส่ง สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 ได้เปรียบเทียบปรับในข้อหา ส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ไม่ถูกต้อง เป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการ ข้อหา ฉ้อโกงประชาชนและให้ถอดอุปกรณ์ดัดแปลงทั้งหมดที่สน.พระโขนง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี  และได้ยึดใบอนุญาตขับรถ เพื่อทำการพักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นเวลา 3 เดือนเรียบร้อยแล้ว พร้อมประสานท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์การขับรถในท่าอากาศยานต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KN8rKZQ3qZo

 11,196
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 ส.ค. 62

เดือดกลางสะพานตากสิน แท็กซี่ชักปืนเล็งใส่เก๋ง ระทึกกลางดึก

เพจเฟซบุ๊ก เฮียขับรถ ได้เผยแพร่คลิปจากกล้องหมวกกันน็อกของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ที่ขี่ตามรถสองคัน บนสะพานตากสินมุ่งหน้าสาทร เมื่อเวลาเกือบ 5 ทุ่มวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยคันหนึ่งเป็น แท็กซี่ คันหนึ่งเป็นรถบ้านทั่วไป ที่เหมือนจะมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้ เพราะการขับตีคู่เดี๋ยวเบรกเดี๋ยวขับต่อ   จู่ๆแท็กซี่ได้เปิดกระจกลงมาพร้อมกับชักปืนคล้ายลูกโม่ เล็งไปยังรถคู่กรณี ก่อนที่รถคู่กรณีจะขับหนีไปด้วยความตกใจ อย่างไรก็ตาม ในคลิปได้บันทึกเหตุการณ์ชัดเจนรวมทั้งหมายเลขทะเบียนรถไว้ได้ ซึ่งคาดว่าจะตามตัวมาดำเนินคดีได้ไม่ยาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BCncbl-r7Xg

 1,794
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
08 ส.ค. 62

ไฟเขียวขึ้นค่าแท็กซี่ ถ้ารถติดคิดนาทีละ 3 บาท - ขึ้นค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่สนามบินเป็น 70 คิดค่ายกกระเป๋าถ้าเกิน 2 ใบ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก หารือผู้ประกอบการแท็กซี่และแท็กซี่สุวรรณภูมิ เพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมรับเรื่องและให้กรมการขนส่งทางบกทำรายละเอียด 1 เดือน   โดยผู้ประกอบการสรุปข้อเรียกร้องเหลือ 4 ข้อ คือ ขอปรับขึ้นค่าโดยสาร เพื่อลดภาระการขอยกเลิกใช้แท็กซี่ OK ที่มีการเก็บค่าใช้ระบบจากผู้ขับรายเดือนคนละ 350 บาท การขอขยายอายุจดทะเบียน จาก 9 ปี เป็น 12 ปี รวมทั้งขอขึ้นค่าเซอร์ชาร์จและค่าขนสัมภาระของแท็กซี่ที่วิ่งให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   ภายหลังการหารือ ทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อสรุปที่ผู้ประกอบการแท็กซี่และกรมการขนส่งทางบกที่ทำข้อมูลมา โดยในส่วนค่าโดยสารที่เก็บตามมิเตอร์นั้น ค่าโดยสารเริ่มต้นปัจจุบันเก็บ 35 บาท ขอเป็น 40 บาทนั้น ส่วนนี้จะยังคงไว้ที่ 35 บาท แต่จะอนุมัติให้ปรับขึ้นสำหรับค่าโดยสาร กม.ที่ 1-10 จาก กม.ละ 6 บาท เป็น 6.50 บาท   ส่วนค่าโดยสารที่เก็บตามมิเตอร์ตั้งแต่ กม.ที่ 10-20, 20-40, 40-60, 60-80 และ 80 กม.ขึ้นไปยังคงเก็บอัตราเดิม   ส่วนค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่สุวรรณภูมินั้น จะอนุมัติให้ปรับจาก 50 เป็น 70 บาท และค่าขนกระเป๋าสัมภาระก็จะอนุมัติให้เก็บค่าบริการใบละ 20 บาท สำหรับกระเป๋าที่มีความกว้าง 26 นิ้วขึ้นไป โดยจะเก็บตั้งแต่ใบที่ 3 (2 ใบแรกยกฟรี)   ทั้งนี้ การปรับราคาค่าโดยสารดังกล่าวจะมีผลภายในระเวลา 1 เดือน ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ผู้ประกอบการแท็กซี่ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอให้ภาครัฐ ยกเลิกแอพพลิเคชั่น แท็กซี่ OK โดยกรมการขนส่งทางบกจะต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ทดแทนเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อระบบ GPS ตรวจสอบพฤติกรรมรถแท็กซี่แต่ละคันได้โดยแท็กซี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยให้กรอบเวลาในการพัฒนาแอพฯ ใหม่ ภายใน 1 เดือนต้องแล้วเสร็จ จากนั้นจะยกเลิกแอพฯ แท็กซี่ OK   นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้ผู้ประกอบการแท็กซี่ส่วนบุคคล สามารถจดทะเบียนเป็นแท็กซี่ VIP ได้หลังจากที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกออกกฎหมายบังคับให้ผู้ที่จะให้บริการจะต้องทำการจดทะเบียนในนามนิติบุคคลเท่านั้น แต่ต้องพัฒนามาตรฐานรถที่จะนำมาใช้จดทะเบียนตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ รวมถึงอนุมัติขยายอายุการใช้งานรถแท็กซี่ในระบบจาก 9 ปี เป็น 12 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากนี้การตรวจสภาพแท็กซี่ที่ให้บริการจะเข้มข้นตั้งแต่ปีแรก โดยรถคันใดไม่ผ่านแม้จะจดทะเบียนปีแรกก็ต้องออกจากระบบ   ส่วนกรณีข้อเรียกร้องที่ผู้ประกอบการขอให้ดำเนินคดีกับบริษัทแกร็บนั้น กรมการขนส่งทางบกนำหลักฐานให้แท็กซี่ทราบว่าเคยมีการแจ้งดำเนินคดีกับบริษัทในข้อหาเชิญชวนให้ผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนรถสาธารณะมาวิ่งให้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งการดำเนินคดีดังกล่าวได้ปรับไปแล้ว 4,000 บาท และหลังจากนี้หากมีปัญหาต้องการแจ้งความดำเนินคดี ก็สามารถทำได้เป็นรายกรณีไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8eNbkhWTGd4

 4,484
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 62

เร่งตรวจดีเอ็นเอ โครงกระดูกปริศนา ในซากแท็กซี่ที่ไหม้กลางซอยเปลี่ยวย่านสายไหม

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.สายไหม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ และมีผู้เสียชีวิตภายในซอยเพิ่มสิน 51 จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม ประสานรถบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชรพ.ภูมิพล เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ   จากการตรวจสอบทจุดเกิดเหตุที่อยู่ข้างวัดอยู่ดีบำรุงธรรม หรือวัดออเงิน ลึกเข้าไปประมาณ 300 เมตร พบรถแท็กซี่ยี่ เกิดเพลิงลุกไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ใช้น้ำในการดับ โดยใช้เวลา 20 นาที เพลิงจึงสงบ   ตรวจสอบภายในรถพบโครงกระดูกมนุษย์ไม่ทราบเพศ อยู่บริเวณข้างประตูด้านคนขับ จำนวน 1 ศพ และไม่พบเอกสารยืนยันตัวบุคคลแต่อย่างใด ใกล้กันพบหมวกแก๊ปสีดำ มีลายตัวหนังสือบนหมวก i10 มีลักษณะตัว i สีขาวและเลข 10 สีส้ม ตกอยู่ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าไม่ใช่ของคนในบริเวณจุดเกิดเหตุ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวน พยานในจุดเกิดเหตุพบว่า ซอยที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยว ซึ่งสุดซอยเป็นทางตัน มีบ้านคนอยู่เพียงแค่ 2 หลังคือบ้านของตนและของเพื่อนบ้านที่ตั้งห่างออกไปประมาณ 10 เมตร    โดยทั่วไปแล้วซอยนี้จะไม่มีรถแท็กซี่เข้ามาเนื่องจากพื้นที่โดยรอบเป็นป่ารก ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยก่อนหน้านี้ช่วงเวลาเที่ยงคืนยังไม่มีรถมาจอด กระทั่งเวลา 01.00 น. ก็ได้ยินแตรรถดังยาว 1 ครั้ง และเสียงคล้ายเสียงปืน จำนวน 3 ครั้ง ก่อนจะมีเสียงหมาเห่า ขณะนั้นไม่กล้าออกมาดูเนื่องจากเกิดความกลัว กระทั่งผ่านไป 20 นาที ได้กลิ่นเหม็นไหม้จึงออกมาเห็นไฟกำลังลุกไหม้รถ ก่อนที่เพื่อนบ้านจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ   เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของผู้ใด และใครเป็นคนขับ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน และชันสูตรพลิกศพว่าเป็นการถูกลวงมาฆ่าชิงทรัพย์, อุบัติเหตุ, ฆ่าตัวตาย หรือไม่อย่างไร ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป    มีรายงานข่าวว่า จากการตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าวเป็นของ สหกรณ์แท็กซี่กรุงเทพฯ จำกัด โดยมีนายพรมมา ศรีไชยชิต อายุ 59 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว    จากการสอบปากคำ นาย จักรพงษ์ ศรีไชยชิต อายุ 35 ปี ลูกชาย ให้การว่า พ่อยึดอาชีพขับรถแท็กซี่มาตลอด 35 ปี ตลอดเวลาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ซึ่งพ่อได้ออกจากบ้านพักที่ซอยพหลโยธิน 24 เพื่อมาเช่าแท็กซี่ขับตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันที่ 2 ส.ค. และจะต้องส่งคืนรถในเวลา 03.00 น. วันที่ 3 ส.ค. แต่ทางตำรวจโทรมาแจ้งว่ารถคันที่พ่อขับถูกเผาและพบโครงกระดูกภายในรถ ซึ่งคาดว่าเป็นพ่อของตน    ซึ่งต้องรอให้ตำรวจเก็บรวบพยานหลักฐาน ตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบตัวบุคคล พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อนจะสามารถสรุปสาเหตุในคดีนี้ต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/SW2CdXbfW0k

 1,531
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
02 ส.ค. 62

'ศักดิ์สยาม' เล็งเพิ่มความเร็วรถตู้ ขับไม่เกิน 120 กม./ชม. ร่วมวงหารือแท็กซี่-วิน จยย.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เล็งออกนโยบายเพิ่มความเร็วรถตู้โดยสาร เบื้องต้นได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก ไปศึกษาว่าทำอย่างไรให้รถตู้มีความปลอดภัย รวมถึงให้พิจารณาเรื่องการปรับเพิ่มความเร็วของรถโดยสารว่าควรจะอยู่ที่เท่าไร ที่จะมีความเหมาะสม   เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเพิ่มความเร็วรถในถนนขนาด 4 ช่องจราจรขึ้นไปไม่เกิน 120 กม/ชม. ขณะที่รถตู้เองก็ต้องไปจัดทำเส้นทางใหม่ที่ต้องการปรับ โดยจะต้องไม่ทับซ้อนกับรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)   นอกจากนี้ยังได้หารือร่วมกับตัวแทนกลุ่มรถตู้โดยสาร,แท็กซี่ และวินจักรยานยนต์ โดยกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิ ได้ขอปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 5% และค่าบริการจอดรอรับผู้โดยสารที่สนามบิน จาก 50 เป็น 90 บาท และขอให้ต่ออายุการใช้งานรถแท็กซี่มิเตอร์จาก 9 ปี เป็น 12 ปี   ส่วนกลุ่มแท็กซี่พัทยา และกลุ่มมอเตอร์ไซค์วิน ให้ช่วยปราบปรามการบริการขนส่งในแอปพลิเคชันแกร็บ (Grab) ทั้งแกร็บไบค์ และแกร็บคาร์   ขณะที่กลุ่มรถตู้โดยสาร ได้ขอขยายอายุรถตู้ที่ครบ 10 ปี เปลี่ยนเป็นไมโครบัสออกไปอีก 180 วัน จากเงื่อนไขที่กำหนดให้เปลี่ยนเป็นไมโครบัสตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ นอกจากนี้ให้ปฏิรูปเส้นทางรถตู้ เนื่องจากปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการเปิดรถไฟฟ้าหลายสาย ทำให้มีบางเส้นทางทับซ้อนกัน และขอที่นั่งเพิ่ม 2 ที่จากเดิม 13 ที่นั่ง เป็น 15 ที่นั่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CXcYOjCYb9A

 1,646
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ส.ค. 62

ตามล่า มนุษย์ป้าทำทีจะจ่ายค่าแท็กซี่ด้วยแบงก์พัน ก่อนรีบฉวยเงินทอน 500 ในมือคนขับวิ่งหนี

เพจเฟซบุ๊ก Smart Taxi.,Ltd ได้โพสต์เรื่องราวเตือนภัยของป้ารายหนึ่ง เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 60 ปี ได้เรียกรถจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าให้ไปส่งที่ลานจอดรถตลาดพรานนก เมื่อขับมาถึงจุดหมาย ผู้หญิงคนนี้แจงว่ามีธนบัตร 1,000 บาท และหญิงรายดังกล่าวถามกลับว่ามีเงินทอนหรือเปล่า   คนขับรถได้ควักเงินจํานวน 500 บาทจากกระเป๋าเสื้อออกมาเพื่อจะทอนให้ ปรากฏว่าผู้หญิงรายนี้ได้คว้าเงินจากมือคนขับไป และบอกให้ผู้เสียหายรอ และได้เปิดประตูรถเดินลงเข้าซอยแคบๆหายไป ซึ่งผู้เสียหายไม่ทันได้สังเกตว่าหายไปตอนไหน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้เสียหายแล้วกว่า 2 ราย ในระยะเวลาไม่ถึงเดือน   จึงนำเรื่องมาเตือนภียให้กับคนขับแท็กซี่ และเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dMib34jFzfc

 4,695
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
31 ก.ค. 62

แท็กซี่-วินจยย.ทวงสัญญาคมนาคม โวยคนขับ grab เป็นคนรวย มาแย่งอาชีพคนจน

ตัวแทนกลุ่มมอเตอร์ไซค์และแท็กซี่โดยสารสาธารณะ เดินทางเข้ามายังกระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นหนังสือต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของรถรับจ้างสาธารณะ แท็กซี่ สองแถว มอเตอร์ไซค์   ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากบริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด จากกรณีที่แกร็บเปิดให้บริการรถโดยสารสาธารณะโดยให้สมาชิกนำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคล (ป้ายดำ) มาวิ่งให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งที่ผ่านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข   โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายกับแกร็บ ที่มีสมาชิกฝ่าฝืนกฎหมายตามมาตรการ ดังต่อไปนี้ 21, 604, 43 (วรรคท้าย), 49 (8), 64, 23 (วรรค 2), 29, 64, 66/5 46 ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและยุติปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างแท็กซี่เดิม กับแกร็บ จึงขอให้นายศักดิ์สยาม พิจารณาแก้ไขเรื่องนี้ด่วน   โดยวันนี้สมาคมแท็กซี่สาธารณะไทยเข้ามาทวงถามเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรอบที่ 2 อีก 5% และค่าเซอร์ชาร์จ อัตรา ที่ตกลงไว้กับกระทรวงคมนาคม สำหรับกรณีที่นายศักดิ์สยาม จะมีมาตรการเยียวยารถรับจ้างสาธารณะทุกประเภท โดยเฉพาะรถแท็กซี่มิเตอร์นั้น สมาคมแท็กซี่สาธารณะไทยขอให้พิจารณาเรื่องการต่ออายุรถแท็กซี่มิเตอร์จาก 9 ปี เป็น 12 ปี   อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เรียกร้องต้องการให้ภาครัฐมองว่าแกร็บคือกลุ่มคนที่มีเงิน มีรถยนต์ส่วนตัว แต่นำรถออกมาหาเงินช่วงเวลาว่าง ขณะที่กลุ่มรถสาธารณะที่ถูกกฎหมาย เป็นผู้ที่มีรายได้น้อยและต้องหาเลี้ยงชีพจากอาชีพรถสาธารณะเป็นหลัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M7fCSIwHLiY

 772
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ค. 62

ขนส่งฯ สั่งปรับ 3 พัน อบรม 3 ชั่วโมง แท็กซี่แอบถ่ายผู้โดยสาว ก่อนโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

จากกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊ก Taxi report TH ลงเรื่องร้องเรียนพนักงานขับรถแท็กซี่ที่มีพฤติกรรมแอบถ่ายรูปผู้โดยสารผู้หญิง เวลาเผลอหรือนั่งเล่นโทรศัพท์ แล้วนำภาพไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊กชื่อ ‘บารมี ทองคเณศ’ พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลว่ารถคันดังกล่าวดัดแปลงสภาพรถ โดยเปลี่ยนแปลงขนาดล้อให้ใหญ่ขึ้นนั้น    วันที่ 15 ก.ค 62 กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการ ได้ตรวจสอบข้อมูลรถแท็กซี่ทะเบียน ทห-5642 กรุงเทพฯ เป็นของสหกรณ์แท็กซี่หมอชิต จำกัด ผู้ขับขี่ชื่อนายบารมี ทองคเณศ ได้มารายงานตัวเพื่อรับการสอบสวน และจากการสอบสวนพบผู้ขับรถกระทำความผิดตาม พรบ.รถยนต์ ดังนี้   1. มาตรา 5 (15) ประกอบมาตรา 58 ฐานแต่งกายไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวงฯ เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท   2. มาตรา 57ฉ ประกอบมาตรา 66/2 ฐานแสดงกริยาวาจาไม่สุภาพฯ เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท   3. มาตรา 12  ประกอบมาตรา 60 ฐานแก้ไขเปลี่ยนแปลงขนาดล้อรถฯ เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท   พร้อมทั้งส่งตัวผู้ขับรถเข้ารับการอบรมกฎระเบียบและการให้บริการที่ดี เป็นเวลา 3 ชั่วโมง และบันทึกประวัติผู้กระทำผิดในฐานข้อมูล   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เตือนภัย! แท็กซี่แอบถ่ายภาพผู้โดยสารสาว ก่อนโพสต์เฟซบุ๊กแทะโลม    

 2,248
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

แท็กซี่พุ่งชนเสาไฟฟ้า เพลิงลุกไหม้เกือบทั้งคัน โชเฟอร์หลบหนี

วันที่ 10 ก.ค. 62 เมื่อเวลา 05.00 น.ร้อยตำรวจโทศรนรินทร์ เหล่ามูล รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขน รับแจ้งเหตุรถแท็กซี่พุ่งชนเสาไฟฟ้ามีเพลิงลุกไหม้ บริเวณปากซอยรามอินทรา 11 ถนนรามอินทราขาออก แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร   ก่อนเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ประสานสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร นำรถน้ำดับเพลิง จำนวน 1 คันไปยังจุดเกิดเหตุ    โดยในที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนบริเวณปากซอยรามอินทรา11 พบรถแท็กซี่สาธารณะ สีชมพู  สภาพถูกเพลิงลุกไหม้บริเวณหน้ารถ เจ้าหน้าที่จึงฉีดน้ำใช้เวลา 10 นาทีเพลิงสงบลง   

 527

Top