ค้นหา :

ผลการค้นหา "กล้องวงจรปิด"

ข่าวภูมิภาค
16 ก.ย. 62

หนุ่มขี่ จยย.พุ่งชนเกาะกลางถนน หมวกกันน็อกแตกทั้งใบ คอหักดับคาที่

ชลบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง ได้รับแจ้งมีเหตุ รถจยย.ชนเกาะกลางถนน ช่วงยูเทิร์นกลับรถโรงกระจก ถนนศุขประยูร ขาเข้า อ.เมือง หมู่ 2 ต.หนองกะขะ อ.พานทอง มีผู้เสียชีวิต   ที่เกิดเหตุพบศพ นายธงสิน สิมผิว อายุ 35 ปี เป็นพนักงานบริษัท โตโยต้า โกเซ (ประเทศไทย) จำกัด นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพคอหัก ศีรษะแตกแผลฉกรรจ์ ข้างกันพบหมวกกันน็อกวางอยู่ สภาพแตกทั้งใบ   ห่างกันประมาณ 15 เมตร พบรถจยย.ฮอนด้าคลิกไอ สีน้ำเงิน-ดำ ล้มคว่ำอยู่ข้างทางสภาพพังยับเยิน ต่อมาจนท.พบกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ ซึ่งจะนำมาตรวจสอบหาสาเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UVZeAxyMDtA

 2,062
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 62

โจรใจเย็นควงปืนจี้ร้านทองออโรร่า กลางห้างย่านฝั่งธน กวาดทองหนัก 179 บาท ขู่สาดน้ำกรด พนง.ถ่วงเวลาหยิบช้า

ตร.สน.บางพลัด รับแจ้งเหตุ คนร้ายบุกจี้ชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ที่ตั้งในห้างแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน ได้ทองรูปพรรณไปจำนวนมาก จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมตรวจสอบ   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บนชั้น 1 ของห้างดังกล่าว พบพนักงานหญิงจำนวน 2 คน จึงได้สอบสวนพนักงาน ให้การว่าคนร้ายเป็นชายไทย ผิวคล้ำ อายุประมาณ 50 ปี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ และสวมหมวกแก๊ปสีขาว   โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนพูดข่มขู่พนักงานในร้านว่า ให้อยู่ในความสงบ ด้วยท่าทีใจเย็น ก่อนบังคับให้พนักงานเอาทองมาใส่ในกระเป๋าผ้าของคนร้ายที่นำมาด้วย ได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณ 179 บาท เงินสด 40,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านบาท ก่อนหลบหนีไป ยังไม่ทราบเส้นทาง   ด้านพนักงานหญิงของร้านระบุ จำใบหน้าของคนร้ายได้เป็นอย่างดี เคยเห็นทำทีมาเป็นลูกค้าเพื่อดูลาดเลาในช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ตอนก่อเหตุคนร้ายส่งกระดาษมาใส่ และเห็นปืน จึงต้องหยิบทองใส่กระเป๋า โดยที่ทางพนักงานพยายามหยิบทองอย่างช้าๆเพื่อถ่วงเวลา แต่ทางคนร้ายได้ขู่ว่าถ้าหยิบช้าจะนำน้ำกรดมาสาด ก่อนที่คนร้ายจะได้ทองและหลบหนีไป   เบื้องต้นทางตำรวจอยุ่ระหว่างการเร่งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด เพื่อนำมาติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dCN4ZOR3RWY

 752
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

ตามรวบหัวขโมยแสบ งัดบ้านขโมยของ หลังเดียวโดนไป 8 ครั้ง หาเงินเสพยา

กาญจนบุรี-ภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิด ของบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง บันทึกภาพขณะที่หัวขโมยรายหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ก่อนจะใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมา ตัดกุญแจล็อกประตูบ้าน แล้วเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน ก่อนจะนำเอาโทรทัศน์จอแบน1เครื่อง และ อุปกรณ์เครื่องมือช่างออกมาขึ้นรถ แล้วขี่รถออกไปจากบ้านหลังดังกล่าวอย่างใจเย็น   ต่อมาตำรวจแกะรอย จนสามารถตามจับกุมตัวนายสุชาติ ม่วงเจริญ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นหัวขโมยผู้ก่อเหตุ ได้ถึงบ้านพัก ในอำเภอท่าม่วง ก่อนจะทำการตรวจค้นภายในบ้านพบโทรทัศน์จอแบนที่ถูกขโมยไปอยู่ภายในบ้านด้วย   จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุชาติ ยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ที่ลงมือก่อเหตุงัดบ้านหลังดังกล่าว เพื่อเข้าไปขโมยทรัพย์สินจริง แต่ยืนยันว่าเข้าไปก่อเหตุเพียงครั้งเดียว ตามที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ ส่วนเหตุงัดบ้านหลังดังกล่าวที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้อีก 7 ครั้ง ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากภายในบ้านของนายสุชาติ พบตั๋วจำนำหลายสิบใบ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นทรัพย์สินที่นายสุชาติไปตระเวนก่อเหตุขโมยมาแล้วนำไปจำนำอย่างแน่นอน   จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยก่อเหตุลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน ก็มาตระเวนก่อเหตุอีก ขณะที่ผลการตรวจปัสสาวะ พบว่ามีสารเสพติด ซึ่งนายสุชาติยอมรับว่าเสพยาจริง โดยจะนำเงินที่ได้จากการนำทรัพย์สินที่ขโมยมาไปขายและจำนำ นำมาซื้อยาบ้าเสพ    ด้านเจ้าของบ้านหลังที่ถูกก่อเหตุ กล่าวว่า บ้านของตนถูกคนร้ายก่อเหตุงัดบ้านเข้าไปขโมยทรัพย์สินมาแล้วถึง 7 ครั้ง โดยเหตุการณ์ในกล้องวงจรปิด เป็นครั้งที่ 8 ที่บ้านของตนถูกหัวขโมยงัดบ้าน โดยหลังเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีหัวขโมยมาก่อเหตุงัดหน้าต่างบ้าน พยายามจะเข้ามาขโมยทรัพย์สินอีก แต่คนในบ้านตื่นมาเจอก่อน จึงไม่ได้ทรัพย์สินใดๆ ไป โดยตนเชื่อว่า หัวขโมยที่ก่อเหตุ น่าจะมีอีกหลายคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lUAw7XdslZY

 319
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

โจรงัด ร.ร.สอนภาษา โป๊ะแตกเอาไม้ดันกล้องวงจรปิด ทีนี้เห็นหน้าชัดเลย

ชลบุรี-เกิดเหตุลักทรัพย์ที่โรงเรียนสอนภาษา หมู่ 6 ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดข้างๆ โรงเรียนสอนภาษา   จากนั้นหนึ่งในคนร้ายเดินเข้ามาเอาไม้ดันกล้องวงจรปิดขึ้น แต่กล้องวงจรปิดเอียงไปเห็นพฤติกรรมได้ทั้งหมด ส่วนคนร้ายอีกคนนำคีมมาตัดกุญแจตรงประตู แล้วใช้หลักงัดจนประตูบานเหล็กเปิด ก่อนเข้าไปขโมยคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในโรงเรียนสอนภาษา และกล้องวงจรปิดอีกตัวที่อยู่หน้าประตูโรงเรียนไปด้วย   ด้านเจ้าของโรงเรียนสอนภาษา เผยว่า กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย 2 คน ขับรถเข้ามาจอด แล้วใช้คีมตัดกุญแจประตู้ จากนั้นก็ยกเอาคอมพิวเตอร์ มูลค่ากว่า 3 หมื่นบาท หลบหนีไป ตอนนี้เดือดร้อนมาก ไม่มีคอมสอนเด็ก เพราะข้อมูลของเด็กๆ อยู่ในคอมทั้งหมด   ตนได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ซึ่งละแวกนี้โดนกันเยอะ ตนก็ดูรูปเป็นคนร้ายคนเดียวกันที่กำลังอาละวาดอยู่ตอนนี้ อยากฝากถึงคนร้ายให้เลิกทำพฤติกรรมแบบนี้ เพราะมันไม่ดีต่อสังคมและวอนถึงผู้ที่พบเห็นบุคคลดังกล่าวให้รีบแจ้งตำรวจทันทีและฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมให้ได้เพราะเห็นหน้าได้อย่างชัดเจน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a-ghOLYG5Zs

 725
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 62

ดีเดย์ 1 ก.ย.นี้! ติดกล้องตรวจจับฝ่าไฟแดงรูปแบบใหม่ 30 จุดทั่วกรุง ความละเอียดสูงระดับ 4k

พลตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พลตำรวจตรีนิธิธร จินตกานนท์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดโครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบตรวจจับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจรแบบใหม่หรือ red light camera system ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบตรวจจับรถที่ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรแบบใหม่หรือตรวจจับรถฝ่าไฟแดงโดยจะเริ่มตรวจจับจริงในวันที่ 1 กันยายนนี้ ซึ่งระบบใหม่ที่มีการพัฒนาเพิ่มเติมจากของเดิมคือมีการติดตั้งกล้องในจุดใหม่เพิ่มอีก 7 จุด อาทิ แยกพญาไทขาออก / แยกหน้าห้างพาราไดซ์ / แยกประดิพัทธ์ขาออก / แยกศรีนครินทร์-พัฒนาการ / แยกบดินทร์ธรขาออก และแยกสาทรขาออก รวมกับของเดิมแล้วจะมี 30 จุดครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ    โดยกล้องระบบใหม่จะมีความแม่นยำและคุณภาพของภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น และจะมีการเพิ่มระบบอินฟราเรด ติดตั้งไปกับกล้องด้วย ทำให้ระบบตรวจจับสามารถจับภาพรถที่กระทำความผิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถตรวจจับได้ทั้งกลางวันกลางคืน และได้ในทุกสภาพอากาศแม้ในช่วงหน้าฝน หากมีฝนตกหนักก็สามารถจับภาพรถที่กระทำความผิดและป้ายทะเบียนได้อย่างชัดเจน โดยก่อนถึงแยกที่มีการติดตั้งระบบดังกล่าวจะมีป้ายแจ้งเตือนในระยะ 100 เมตรและ 50 เมตรก่อนถึงจุดตรวจจับ โดยจะมีกล้องจุดละประมาณ 2-3 ตัวทำงานตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งมีความคมชัดและความละเอียดสูงในระดับ 4K โดยจัดเก็บข้อมูลไว้ได้ไม่น้อยกว่า 2 เดือนโดยจะมีการบันทึกข้อมูลไว้เป็นทั้งระบบภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยและแม่นยำจะมีการนำข้อมูลของทะเบียนรถยี่ห้อรุ่นและสีของรถมาตรวจสอบกับระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและจะยืนยันความถูกต้องโดยเจ้าหน้าที่และผู้บังคับบัญชาอีกครั้งก่อนจะส่งใบสั่งแบบอัตโนมัติไปยังผู้ครอบครองหรือเจ้าของรถภายใน 7 วัน ซึ่งผู้ที่ถูกใบสั่งสามารถเข้าไปตรวจสอบความผิดย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ของกองบังคับการตำรวจจราจรที่อยู่ www.Trafficpolice.go.th โดยใช้รหัสผ่านที่ระบุท้ายใบสั่ง    ทั้งนี้จากข้อมูลสถิติการทดลองตรวจจับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึง 25 สิงหาคมที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรรวม 22260 รายต่อเดือน เฉลี่ย 890 รายต่อวัน ส่วนใหญ่ฝ่าฝืนในช่วงเวลากลางวันมากที่สุด 15,000 กว่าราย รองลงมาคือในช่วงเวลากลางคืน 6,000 กว่าราย โดยในช่วงเวลากลางวันจุดที่ฝ่าฝืนมากที่สุดพบที่แยกรัชดาพระราม 4 จำนวน 3,082 ราย รองลงมาคือแยกนรินทรขาออกและแยกตากสิน ส่วนในเวลากลางคืนพบ จุดที่ฝ่าฝืนมากที่สุดอยู่ในบริเวณแยกรัชดาพระราม 4 รองลงมาคือแยกอโศกเพชรบุรีและแยกนรินทรขาออก // ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าระบบจะตรวจจับในรูปแบบใดบ้าง พลตำรวจตรีจิรสันต์ ชี้แจงว่าระบบจะตรวจจับเฉพาะรถที่ฝ่าไฟแดง ที่เลยจากเส้นหยุดไปแล้วเต็มคัน หากรถหยุดไม่ทันเลยจากเส้นหยุดออกไปเล็กน้อยระบบตรวจจับจะไม่ทำการออกใบสั่งให้ // ส่วนรถที่ไม่หยุดในช่วงสัญญาณไฟเหลืองระบบก็จะไม่ตรวจจับเช่นกัน รวมถึงในจุดที่มีจุดจอดรถจักรยานยนต์หรือทางม้าลายหากผู้ขับขี่จอดล้ำเข้าไปในจุดดังกล่าวระบบตรวจจับก็จะไม่ออกใบสั่งเช่นเดียวกัน    ส่วนกรณีที่หากพบว่าป้ายทะเบียนของผู้ขับขี่รายใดมีการจงใจกระทำความผิดในการหลบเลี่ยงหรืออำพราง หรือทำให้หมวดหมู่หรือเลขแตกต่างไปจากข้อเท็จจริง ขอยืนยันว่าระบบจะมีการตรวจสอบเพื่อยืนยันลักษณะรถ สี ยี่ห้อ เพื่อความถูกต้องหากไม่ถูกต้องจะถือว่าเข้าข่ายตรงสงสัยในการจงใจกระทำความผิด      ก็จะมีการติดตามมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนหากป้ายทะเบียนของผู้ใช้รถรายใดสีซีดจากการใช้งานขอให้ดำเนินการขอแผ่นป้ายใหม่ ที่กรมขนส่งเพื่อป้องกันปัญหาการถูกดำเนินคดีในส่วนนี้ ทั้งนี้ระบบดังกล่าวจะเริ่มเปิดใช้งานเต็มระบบและออกใบสั่งตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 นี้เป็นต้นไป       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/f6OYLJYSZ9U

 7,343
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 62

สาวโพสต์คลิปตามตัว 2 หนุ่มเมาหนักซิ่ง จยย.ชนท้ายรถหรู ก่อนขี่หนีหน้าตาเฉย

กาญจนบุรี-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ทิพวัลย์ เธษฐ์ปจิฉิม โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะที่ชายหนุ่มสองคน ขี่รถจักรยานยนต์มาจากทางตำบลวังศาลามุ่งหน้าเข้าตัวตลาดเทศบาล ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จะเซไปมาและเสียหลักล้มลงกลางถนน โดยที่ไม่ได้ไปเฉี่ยวชนกับใคร   จากนั้นชายคนใส่เสื้อสีขาวซึ่งเป็นผู้ขับขี่ ได้ยกรถจักรยานยนต์ขึ้นมาและพยายามจะขึ้นคร่อมรถไปอีกครั้ง แต่มือได้บิดคันเร่งของรถอย่างแรง จนทำให้รถจักรยานยนต์ลากร่างของชายคนดังกล่าว มาชนเข้ากับรถยนต์เก๋ง โตโยต้า คัมรี่ สีขาว ซึ่งเป็นของผู้โพสต์คลิปเข้าอย่างจัง   ขณะที่กล้องวงจรปิดอีกตัว เผยให้เห็นภาพของชายคนดังกล่าว หลังรถจักรยานยนต์มาพุ่งชนท้ายรถยนต์เก๋งแล้ว ชายคนดังกล่าวก็ยังคงทรุดอยู่กับรถจักรยานยนต์ ลักษณะคล้ายคนเมาไม่ได้สติ จนเพื่อนที่มาด้วยกัน ต้องลุกขึ้นมาจากพื้นถนน แล้วมาช่วยยกรถจักรยานยนต์ขึ้น   ก่อนที่ชายคนดังกล่าว จะขึ้นขี่รถและเรียกชายคนใส่เสื้อสีขาว ให้รีบขึ้นซ้อนรถและขี่รถออกไปจากที่เกิดเหตุทันที เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยไม่ได้สนใจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถเก๋งคันที่ถูกชนแต่อย่างใด จนทำให้เจ้าของรถต้องนำคลิปมาโพสต์เพื่อตามหาผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบ   ซึ่งล่าสุด ชายหนุ่มทั้งสองคน ได้เห็นคลิปดังกล่าวที่แชร์กันในโลกโซเชียลแล้ว และได้ติดต่อกับเจ้าของรถยนต์เก๋ง เพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_rlKHhfM6H0

 1,581
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

ตามล่า หนุ่มซิ่งกระบะเลือดร้อน ขับข้ามเลนสวน ฉุนแท็กซี่ไม่หลบ คว้ามีดฟันมือเจ็บ

สมุทรปราการ-ตำรวจ สภ.บางพลี ได้รับแจ้งมีชายสูงอายุคนขับแท็กซี่ ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บภายในซอยหมู่บ้านมันทนา บางพลี หมู่ 7 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ   ที่เกิดเหตุพบนายแสวง ศิริกุล อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ มีบาดถูกฟันที่ฝ่ามือข้างซ้าย ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายรูปร่างอ้วนไม่ใส่เสื้อสวมกางเกงยีนส์ขายาว อายุ ประมาณ 30-35 ปี หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า ตอนเดียว สีขาว ใสหลังคาลักษณ์ตู้ทึบ ทะเบียน 2 กท 9562 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป   นายแสวง ผู้บาดเจ็บได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับแท็กซี่คันดังกล่าวเข้ามาในซอยดังกล่าว โดยขับมาตามเลนของตนตามปกติ จู่ๆ ผู้ก่อเหตุซึ่งขับรถยนต์กระบะ ส่วนทางออกมาจากด้านในและหลบหลุมข้ามมาวิ่งสวนในเลนของตนที่ขับรถมาตนจึงได้หักหลบ แต่ชายคนดังกล่าวได้ตะโกนด่าตน ตนจึงได้จอดรถเพื่อที่จะลงมาขอโทษ   แต่ผู้ก่อเหตุได้จอดรถไว้กลางถนนพร้อมทั้งหยิบมีดจำนวน 2 เล่มออกมาจากในรถเดินทางมาตนและเข้ามาด่าทอตน พร้อมใช้มีดจะฟันใส่ตนจึงได้เอามือซ้ายจับคมมีดเอาไว้ แต่ผู้ก่อเหตุกระชากมีดออก คมมีดจึงได้บาดเข้าไปหลังมือของตน จนเป็นแผลฉกรรจ์ ซึ่งก็เป็นจังหวะที่มีรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านมาเห็นและเข้าห้ามปราม จนชายที่ก่อเหตุเดินมาขึ้นรถและขับหลบหนีไป     ขณะที่นายกฤษณะ มั่นกสิกรรม อานุ 24 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนขี่รถผ่านมาเห็นว่ารถติดตนจึงได้จอดรถมอง เห็นลุงนั่งอยู่ในรถ และคนที่ก่อเหตุถอดเสื้อเดินถือมีดลงมา และก็ฟันที่มือของลุง ลุงจึงเอามีดจับคมมีดเอาไว้ และกระชากมีดออก และมีคนมาห้ามก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขับรถหนีไป   จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้พบว่ามีกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ จึงนำมาเป็นหลักฐานในการติดตามตัวชายผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NMoHI0d4lZs

 3,406
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

เร่งล่าโจรบุกเดี่ยวชิงเงินแบงก์กรุงไทย เชียงราย กวาดเงิน 2 แสนหลบหนี วงจรปิดจับภาพชัด

เชียงราย-ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพของคนร้าย บุกเดี่ยวเข้ามาใช้อาวุธมีดจี้เอาเงินจากพนักงานในธนาคารธนาคารกรุงไทย สาขาเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ก่อนจะหลบหนีไป   จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุพบว่า ขณะที่พนักงานหน้าเค้าเตอร์กำลังสรุปยอดบัญชี คนร้ายสูงประมาณ 170 เซ็นติเมตร ใช้ผ้าปิดหน้าเอาไว้นำได้แอบเข้ามาทางด้านหลังพร้อมกับใช้มีดจี้และไล่เปิดลิ้นชักล็อคเกอร์เก็บเงินก่อนจะหยิบเอาเงินประมาณ 200,000 บาท วิ่งหลบหนีออกทางประตูด้านหลังไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่ธนาคารใกล้ปิดให้บริการธนาคารได้ทำการปิดประตูปทางเข้าด้านหน้า เหลือเพียงประตูด้านหลัง   ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังพบว่าคนร้ายได้สวมแจ็คเกตดำวิ่งผ่านกล้องวงจรปิดของหอพักแห่งหนึ่ง และได้กระโดดข้ามรั้วไปยังพื้นป่า ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีอาคารร้างจำนวนหลายหลัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ระดมการออกตรวจค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมงแต่ยังไม่พบตัวคนร้าย   เบื้องต้น คาดว่าคนร้ายได้แอบเข้ามาในธนาคารในช่วงที่ธนาคารใกล้ปิดให้บริการ จากนั้นได้ไปแอบหลบซ่อนอยู่เพื่อรอจังหวะก่อนจะบุกเข้ามาจี้ชิงเงินดังกล่าว   จากสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งอยู่ด้านหน้าธนาคารระบุว่า คนร้ายสวมผ้าปกปิดใบหน้าได้วิ่งหลบหนีออกจากทางด้านหลังของธนาคาร ก่อนจะวิ่งข้ามถนนถนนพหลโยธินไป ล่าสุดเจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบร่องรอยของคนร้ายและลายนิ้วมือแฝง เพื่อติดตามตัวมาดำนเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TIBvklOSrw0

 1,257
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 62

อุทาหรณ์ พ่อแม่ปล่อยลูก 2 ขวบ นั่งเล่นกลางถนนในหมู่บ้าน เก๋งเลี้ยวรถทับร่างเจ็บขาหัก โชคดีไม่ทับหัว

ผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ โพสต์ภาพและคลิปจากกล้องวงจรปิด ระบุ ถูกรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ขับรถทับเด็กหญิงวัย 2 ขวบของตนเองได้รับบาดเจ็บ ขาซ้ายหัก ศีรษะแตก ใบหน้ามีแผลถลอก จากนั้นก็ขับหนีไปไม่มีน้ำใจลงมาดู  โดยเหตุเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านพัก เวลาประมาณ 18.48 น. ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 แยกศิริกุลวัฒนา     โดยกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ ขณะที่เด็กหญิงวัย 2 ขวบ วิ่งเล่นอยู่กลางถนนใกล้บ้านพักกับเด็กคนอื่น ๆ 5-6 คน โดยน้องเนวนั่งอยู่กลางถนนซึ่งเป็นทางเลี้ยวพอดี จังหวะนั้นมีรถเก๋งยี่ห้อ  ฮอนด้า ซีวิค สีขาว ขับมาตามเส้นทางในหมู่บ้าน ไม่ได้เปิดไฟหน้ารถ จากนั้นได้เลี้ยวขวาเพื่อ จะออกจากแยกจุดเกิดเหตุ     ปรากฎว่ารถคันดังกล่าวขับไปทับเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ลักษณะเหมือนจะจอดรถลงมาดูเพราะมีการเหยียบเบรค (สังเกตไฟท้ายรถ) ซึ่งเด็กพยายามคลานออกจากท้องรถร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ส่วนคนขับรถเก๋งเหยียบคันเร่งหนีไป เด็กที่วิ่งเล่นอยู่ด้วยกันต่างพากันวิ่งไปดูเรียกคนมาช่วย โดยชาวบ้านย่านนั้นได้วิ่งไปอุ้มเด็กตะโกนบอกให้เด็ก ๆ ช่วยกันดูหมายเลขทะเบียนรถและเรียกพ่อแม่ของน้องออกมาดูลูก    นายชุติเดช  ธนัตถ์กิตติภัค อายุ 52 ปี พ่อของเด็ก เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุตนทำงานอยู่ภายใน บ้าน ปล่อยให้ลูกสาววิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน เผลอแป๊บเดียวมีคนวิ่งมาบอกว่าลูกถูกรถชนจึงรีบวิ่งออกไปดู พบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวขับหนีไปแล้ว  ตนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดนำไปแจ้งความที่ สน.ท่าพระ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบ     พ่อของเด็กบอกว่า ดูจากกล้องวงจรคนขับรถเก๋งเหมือนจะรู้ว่าขับชน ติดใจที่ขับรถหนีไม่ยอมลงมาดู โชคดีที่ล้อรถไม่ทับศีรษะเด็ก โดยลูกอาการปลอดภัยนอนรักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลเพชรเกษม 2 ขณะที่ช่วงเที่ยงของวานนี้ (13 ส.ค.) ผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์มาหาตน อ้างว่ามองไม่เห็น หลังทำงานเสร็จจะเข้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลฯ ตนอยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครองที่มีลูกยังเล็กอยู่อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว     ผู้สื่อข่าวไปพบนายประหยักษ์  เทียนอ่อน อายุ 49 ปี คนขับรถเก๋งคนเกิดเหตุ อ้างว่าตนมองไม่เห็นเด็กจริง ๆ เพราะรถมันต่ำ วันเกิดเหตุตนไม่ได้ขับรถเร็ว โดยขับมาคนเดียวตามเส้นทางปกติ เบรคชะลอกำลังวนหาที่จอดรถเนื่องจากบ้านพักอยู่ในซอยดังกล่าว ขณะนั้นใกล้มืดตนได้เปิดไฟหรี่กำลังเลี้ยวขวาออกจากแยกศิริกุลวัฒนา ได้แต่มองรถฝั่งซ้ายมือ ไม่ได้สังเกตทางเลี้ยวฝั่งขวามือว่ามีเด็กวิ่งเล่นอยู่ตรงนั้นหรือไม่   ตนรู้สึกเหมือนทับอะไรบางอย่างจึงเหยียบเบรค คิดว่าท้องรถไปโดนลูกระนาดจึงชะลอรถไม่ได้ลงจากมาดู ยืนยันได้ขับหนี ไม่รู้ว่าตนเองขับรถทับเด็กเพราะไม่ได้หันมองกระจกหลัง อีกทั้งกระจกติดฟิล์มมืด ตนเพิ่งทราบเรื่องหลังจากที่มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ในเพจเฟซบุ๊ก จึงหาหาเบอร์โทรไปหาพ่อแม่เด็กเพื่อแสดงความรับผิดว่าจ่ายค่ารักษาพยาบาลเนื่องรถไม่มีประกัน รู้สึกเสียใจ ไม่ได้ตั้งใจ อยากขอโทษพ่อแม่เด็กและอยากให้ลบคลิปในเฟซบุ๊กออก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nBhP2IeqrpU

 13,645
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

หนุ่มโพสต์คลิป ซื้อเนื้อแขวน จยย.เตรียมทำลาบจิ้น โดนมนุษย์ป้าย่องขโมย

เชียงใหม่-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aum AUm โพสต์คลิปและภาพนิ่ง พร้อมกับข้อความเพื่อตามหาคนร้ายเป็นหญิงวัยกลางคน หลังจากที่เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา  ได้ไปจ่ายตลาดที่ ตลาดหางดง อ.หาง ดง จ.เชียงใหม่ โดยซื้อข้าวของที่เตรียมนำจะไปทำลาบพื้นเมือง (ลาบจิ้น) ทั้งผัก เครื่องปรุง โดยเฉพาะจิ้นลาบ หรือเนื้อ เครื่องในและเลือด สำหรับนำไปทำลาบพื้นเมือง   หลังจากที่ซื้อของแล้วได้นำของทั้งหมดรวมทั้งจิ้นบลาบมาแขวนไว้ที่รถจักรยานยนต์จอดที่ข้างตลาด ก่อนที่จะกลับเข้าไปซื้อของอีก แต่พอซื้อของเสร็จออกมากลับพบว่าเฉพาะถุงจิ้นลาบที่แขวนไว้บนจักรยานยนต์ได้หายไป จึงได้ออกตามหารวมทั้งสอบถามจากผู้คนที่อยู่ร้านใกล้เคียง จนกระทั่งพบว่ามีร้านขายของที่อยู่ตรงกันข้ามที่กล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพริเวณที่ตนเองจอดรถไว้ได้อย่างชัดเจนจึงได้ของตรวจสอบดู   จากภาพพบว่ามีหญิงวัยกลางคนผมยาว ได้เดินออกมาจากตลาดก่อนที่จะสบโอกาสไม่มีคนเห็น จึงได้เข้าไปหิ้วถุงจิ้นลาบแล้วเดินจากไป โดยไม่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ ซื่งผู้เสียหายได้นำภาพมาโพสต์แชร์ตามตัวคนร้ายและตัดสินใจเข้าแจ้งความ ซึ่งตอนนี้พอจะรู้เบาะแสคนร้ายแล้วว่าเป็นใคร     ด้านผู้เสียหายระบุ ไปซื้อเนื้อและวัตถุดิบประกอบอาหารที่ตลาดสดหางดง เพื่อเตรียมนำจะมาประกอบอาหารเป็นลาบและอาหารพื้นเมืองเลี้ยงคนงาน แต่ปรากฏว่าเนื้อดังกล่าวที่ภรรยาวางไว้ที่รถจักรยานยนต์แล้วกลับเข้าไปซื้อของในตลาดได้ถูกขโมยไป ซึ่งจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบผู้หญิงคนหนึ่ง ขโมยไป จึงได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรหางดง โดยล่าสุดทราบตัวผู้หญิงคนดังกล่าวที่ก่อเหตุแล้วว่าเป็นคนต่างถิ่น ที่มาได้สามีอยู่ในพื้นที่อำเภอหางดง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ih0wzkQz2q4

 4,644
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 62

หาตัว ชายสูงวัย ฉกกระเป๋าเงิน นทท.คาวัด ก่อนซิ่งรถซาเล้งหลบหนี

สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่วัดสาขลา ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ แจ้งว่ามีคนเก็บกระเป๋าเงินของนักท่องเที่ยวที่วางลืมไว้บริเวณด้านหน้าพระรูปองค์พระพิฆเนศโดยไม่นำมาส่งคืน โดยเหตุเกิดภายในห้องนิทรรศการพระรูปองค์พระพิฆเนศซึ่งอยู่บริเวณใต้ถุนศาลาการเปรียญวัด   ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัด ซึ่งจับภาพได้เป็นชายอายุประมาณ 60-70 ปี สวมเสื้อแขนสั้นสีขาวลายทางสีดำ กางเกงขาสามส่วนสีเขียว สวมแว่นสายตา บริเวณเอวมีกระเป๋าคาดสีดำลายขาว เดินเข้ามาบริเวณห้องนิทรรศการพระรูปองค์พระพิฆเนศ ก่อนทำทีนั่งไหว้พระรูปองค์พระพิฆเนศ แล้วเสร็จหยิบกระเป๋าเงินใบสีน้ำตาลของนักท่องเที่ยวที่วางลืมไว้ใส่กระเป๋ากางเกงไปแล้วรีบเดินออกจากห้องนิทัศการไปอย่างรวดเร็ว           โดยกล้องบริเวณรอบวัดยังสามารถจับภาพได้เพิ่มอีกพบว่า หลังจากที่ชายคนดังกล่าวเดินออกมาจากห้องนิทรรศการแล้ว ยังมาพบหญิงวัยกลางคนอีก 2 คนและชายอีก 1 คน เดินเข้ามาบริเวณใต้ถุนศาลาก่อนที่จะมายืนพูดคุยกับชายคนที่หยิบกระเป๋าเงินมาสักครู่ใหญ่ แล้วพากันเดินออกไปบริเวณลานจอดข้างวัด ก่อนที่จะขึ้นและขี่รถซาเล้งออกไปบริเวณหน้าวัดแล้วหายไป   โดยในกระเป๋าเงินมีเงินสดเป็นธนบัตรราคาต่างๆ รวมกว่า 4,000 บาท บัตรสำคัญทางราชการและบัตรธุรกรรมทางการเงินอีกหลายใบ จึงอยากวอนสื่อและสังคมโซเชียลมีเดียช่วยเป็นหูเป็นตาหาใครพบหรือเคยเห็นกลุ่มชายที่อยู่ในภาพโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือติดต่อมาทางวัดสาขลาทางหมายเลข 085-907-1431 ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oXjHe1K4s0Y

 665
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 62

วงจรปิดภาพนาที แก๊งโจ๋นับสิบพร้อมอาวุธ รุมคู่อริกลางเมืองเชียงใหม่ หนุ่มต่างด้าวเจ็บสาหัส

เชียงใหม่-โลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกไว้ได้ ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างที่เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุใช้อาวุธไล่ทำร้ายร่างกายกัน บริเวณแจ่งก๊ะต๊ำ ถนนราชเชียงแสน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่   โดยช่วงก่อนเกิดเหตุพบกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 2 กลุ่มได้รวมกลุ่มกันที่บริเวณดังกล่าว ต่อมาได้รุมชกต่อยกัน ซึ่งหนึ่งคนในกลุ่มวัยรุ่นถูกเตะเข้าบริเวณใบหน้าจนสลบ จากนั้นกลุ่มคู่อริได้ใช้อาวุธที่เตรียมมาทำร้ายกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ทราบชื่อคือ นายอธณุดม แสงราว อายุ 22 ปี เป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งขณะนี้ได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสและล่าสุดยังไม่รู้สึกตัว   ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ กำลังทำการรวบรวมหลักฐาน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้ติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ต้องรอผลการตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงจะพิจารณาว่าจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างไร ส่วนจะเป็นข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ หรือได้รับบาดเจ็บสาหัส และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ta9kKoYWq-w

 1,252
การเมืองเข้มข้น
05 ส.ค. 62

เพื่อไทยแนะ 'บิ๊กตู่' เปลี่ยนงบซื้อเรือดำน้ำ มาติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีอำนาจเบ็ดเสร็จ คุมทั้ง ทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ เป็นแม้กระทั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วยตัวเอง ควรพิจารณาว่างบประมาณที่ใช้ไปกับจัดซื้ออาวุธ รวมถึงเรือดำน้ำที่จะขอซื้อเพิ่มนั้น     หากปรับเปลี่ยนมาเป็นการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานด้านการข่าว ยกระดับคุณภาพเครื่องมืออุปกรณ์การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาดูแลประชาชนให้มีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจะดีกว่าหรือไม่   ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า พรรคเพื่อไทยห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องสงสัยที่จับได้ได้บอกถึงเหตุจูงใจถึงความไม่พอใจต่อกรณีการจัดการปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ จากกรณีที่มีผู้ต้องสงสัยบาดเจ็บและเสียชีวิตในค่ายทหาร จะเห็นว่าเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างกรณีของปี 2558 ก็เกิดขึ้นจากความไม่พอใจการบริหารจัดการด้านความมั่นคงเช่นเดียวกัน     ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ควรจะจัดการปัญหาความไม่พอใจการบริหารจัดการความมั่นคงของรัฐบาลอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสาเหตุการขยายตัวความรุนแรงจากภาคใต้สู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการใช้งบประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ไม่ถูกจุด เพราะเน้นแต่เรื่องของการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DTKGyhgfw7

 1,371
สังคม-อาชญากรรม
05 ส.ค. 62

เปิดกล้อง-ล่าตัวผู้ต้องสงสัย 3 จุดป่วนกรุง ด้านแม่ผู้ต้องสงสัยเข้ากรุง วอนจนท.อย่าทำร้าย ยันลูกเป็นคนดี

คืบหน้าเหตุระเบิดป่วนเมืองหลายจุด ทั่วกรุงเทพมหานครเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.2562 ล่าสุดมีภาพวงจรปิดจากบีทีเอส สามารถจับภาพชายต้องสงสัย 2 คน ซึ่งเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ระเบิดบริเวณลานจอดรถข้างอาคารคิงพาวเวอร์ มหานคร และ บริเวณพุ่มไม้ใต้สะพานลอยสถานีรถไฟฟ้า ช่องนนทรี     โดยหลังก่อเหตุพบว่าชายต้องสงสัยได้เดินทางขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีดังกล่าว โดยชายต้องสงสัยรูปร่างสันทัด สวมหมวก และหน้ากากอนามัย สะพายกระเป๋าผ้า เดินเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้า ไล่ๆ กันเพียง 1 นาที ก็พบชายอีกคนสวมหมวก ใส่แว่นตาดำ หน้ากากอนามัย สะพานเป้ เดินเข้าสถานี แต่ไม่ได้เดินไปทางเดียวกัน ก่อนที่จะมาลงสถานีสยามพร้อมกัน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว   ส่วนการเกิดระเบิดที่ประตูน้ำ มีภาพผู้ต้องสงสัยเป็นชายลักษณะการแต่งกายกางเกงขาสั้นยาวปกเข่าสีดำ เสื้อเชิ๊ตสีขาว รองเท้าผ้าใบยางสีดำ สะพายกระเป๋าเป้แบบวัยรุ่นสีน้ำเงิน สวมหมวกสีน้ำตาล ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากอนามัย คาดว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิงร้านเสื้อผ้าตลาดดีดี     โดยหลังก่อเหตุได้เรียกรถแท็กซี่จากถนนราชปารถ ไปลงที่ขนส่งสายใต้ เวลา 15.30 น ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ขนส่งสายใต้แล้วหายไป  อย่างไรก็ตามชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างการหากล้องวงจรปิดอื่น ๆ เพื่อเทียบเคียงบุคคลว่าก่อเหตุในพื้นที่อื่น ๆ อีกหรือไม่ ช่วงเวลาเกิดเหตุมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่   ส่วนการวางระเบิดที่ศูนย์ราชการ ทั้งหมด 4 จุดนั้น พบผู้ต้องสงสัยเป็นชายสูงประมาณ 165 เซนติเมตร ใส่แว่นกันแดดสีดำ สวมหมวกแก็ปสีดำ ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว สีฟ้าอ่อน นุ่งกางเกงลายสีน้ำตาล สะพายกระเป๋าเป้สีดำ ได้เดินทางหลบหนีไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อไปถึงภายในห้างได้เข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมา     ซึ่งพบว่ามีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เป็นใส่แว่นตาดำเช่นเดิม แต่สวมหมวกแก็ปสีเหลือง ใส่หน้ากากอนามัยสีเหลือง สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น ลายหัวกะโหลก สีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ สีซีด ขาสามส่วน ใส่รองเท้าผ้าใบแบบกีฬาสีแดง ที่ข้อมือซ้ายใส่นาฬิกาสีเหลือง และสะพายกระเป๋าเป้สีดำ เดินออกไปจากห้างดังกล่าว   จากนั้นทางชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบภายในห้องน้ำแห่งนี้จนพบกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ ระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษ Naan เมื่อเปิดดูด้านในพบเสื้อเชิ้ตแขนยาว สีฟ้าอ่อน 1 ตัว กางเกงสแลคขายาว สีน้ำตาลอ่อน 1 ตัว เข็มขัดแบบผ้า สีกรมท่าขีดสีแดง 1 เส้น หมวกแก็ป ระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษ BLACK และรองเท้าผ้าใบ แบบสวม สีดำ 1 คู่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นของผู้ต้องสงสัยรายนี้ทิ้งไว้ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   อย่างไรก็ตามทางตำรวจอยู่ระหว่างทำงาน เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป ทั้งนี้คาดมีผู้ก่อเหตุระเบิดป่วนเมืองกว่า 10 คน อายุระหว่าง 20-25 ปี โดยคาดว่าทั้งหมดมาจากภาคใต้ มีประสบการณ์การเดินทางเข้ากรุงเทพฯพอสมควรด้วยรถทัวร์ แยกย้ายปฏิบัติงานตามคำสั่ง ทุกจุดมีลายนิ้วมือคนร้าย แต่ยังไม่เปิดเผย เกรงเสียรูปคดี   ด้านแม่หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ในคดีวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ เดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานคร โดยใช้รถไฟขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มาลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อมาขอเยี่ยมลูกชาย และสอบถามข้อเท็จจริงจากปากลูกชายว่าได้ก่อเหตุจริงหรือไม่     ยืนยันว่า ลูกชายเป็นคนนิสัยดีมาก เดินทางมาเที่ยวกรุงเทพ หลังทำวิจัยเสร็จ เตรียมเรียนต่อปริญญาโท ซึ่งปกติลูกชายมาเที่ยวกรุงเทพแค่ 2-3 ครั้ง และมากับครอบครัว ทั้งนี้ลูกชายไม่ได้บอกว่ามากี่วัน ขณะเดียวกันแม่ได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่าลูกเดินทางมาถึงวันไหน   ทั้งนี้ เชื่อว่า ลูกชายไม่ได้เป็นคนลงมือก่อเหตุ โดยให้เหตุผลว่า ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วไม่เหมือนลูกชายของตนเอง เพราะปกติลูกชายจะเป็นคนเฉื่อยช้ามาก   ด้านตำรวจระบุทั้ง 2 คนปลอดภัยดี จนท.ควบคุมตัวสอบปากคำได้ 7 วัน ระหว่างนี้ญาติสามารถติดต่อเยี่ยมได้ ซึ่งทางนายกรัฐมนตรียืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oQuqXOSdgJM

 1,268
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
05 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 5 ส.ค.62 กราดยิงสหรัฐ2ครั้งในวันเดียว-ตร.เมาขับเก๋งชักปืนขู่-ผอ.โต้สั่งล้างไข่พะโล้บูด

-กราดยิง 2 ครั้งซ้อนใน 2 รัฐของสหรัฐฯภายใน 24 ชม. มีผู้เสียชีวิตรวม 30 คน จุดแรกหนุ่มผิวขาววัย 21 คลั่งควงปืนกราดยิงที่ห้างวอลล์มาร์ทรัฐเท็กซัส มีคลิปขณะก่อเหตุ ผู้คนโกลาหลหนีตาย จุดนี้มีคนตาย 20 คน เจ็บเกือบ 30 ตร.จับตัวมือปืนได้ทันควัน เป็นหัวรุนแรงสุดโต่ง ทำไปเพราะความเกลียดชัง   ไม่ทันข้ามวันเกิดเหตุกราดยิงจุดที่ 2 หน้าผับที่รัฐโอไฮโอ จุดนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 9 รวมมือปืนที่วิสามัญด้วย มีคนเจ็บเกือบ 30 คน มีวินาทีตร.ยิงคนร้ายหน้าผับ ทรัมป์ประณามคนร้ายเป็นพวกขี้ขลาด กต.ยันไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ   -ระทึกอีก 3 จังหวัด ที่ปัตตานีคนร้ายวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม เผายางรถยนต์ ใช้อาวุธปืนใน 3 อำเภอ โคกโพธิ์-ยะรัง-สายบุรี วงจรปิดที่ยะรังเห็นภาพคนร้ายเข้าตู้ยาม อีกกลุ่มติดตั้งระเบิด เคราะห์ดีจุดนี้ไร้เจ็บ   ที่ประจวบฯเจอ จยย.ต้องสงสัย 3 คัน ทะเบียน 3 จ.ชายแดนใต้ จอดทิ้งสถานีรถไฟหัวหิน EOD เข้าตรวจสอบ สั่งหยุดขบวนรถไฟ ต่อมามีเสียงดัง คาด จนท.ยิงทำลาย เจ้าของรถ 1 ใน 3 แสดงตัว งงจอดรถไว้ 3 วันกลับบ้านที่ปัตตานี กลับมาเจอรถถูกทำลาย   ที่นนทบุรี เจอระเบิดปิงปองวางหน้า 7-11 คาดเป็นวัยรุ่นนำมาทิ้งเพราะกลัวความผิด ตร.เร่งตรวจกล้องวงจรปิดหามือป่วน   -ตร.ได้ภาพวงจรปิดคนร้ายระเบิดป่วนกรุงเพิ่มอีก 2 คนใน 3 จุด ตึกคิงพาวเวอร์มหานคร, บีทีเอสช่องนนทรี,ประตูน้ำ เร่งแกะรอยตามล่าตัว หาความเชื่อมโยงกับอีก 2 คนชาวนราธิวาสที่ถูกจับหลังป่วนหน้า สตช. พบสารประกอบระเบิดแต่ละจุดคล้ายกัน ใช้ใน 3 จ.ชายแดนใต้ ชี้ทุกจุดมีลายนิ้วมือคนร้าย แต่ขอยังไม่เปิดเผย เกรงเสียรูปคดี   ด้านแม่ 2 ผู้ต้องสงสัยห่วงลูก วอน จนท.อย่าทำร้าย ยันลูกแค่มาเที่ยว กทม.หลังทำวิจัยป.โทเสร็จ เชื่อภาพในวงจรปิดไม่ใช่ลูกตัวเอง จนท.ยัน 2 คนปลอดภัยดี คุมตัวสอบปากคำ ญาติสามารถเยี่ยมได้   -ธนกร พปชร.ตั้งคำถามถึงเสรีพิศุทธ์ คิดได้อย่างไรว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังระเบิดป่วนกรุง เพื่อกลบข่าวนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ ทั้งที่เคยเป็นถึง ผบ.ตร.กลับคิดได้แค่นี้ ไม่มีรัฐบาลไหนทำร้ายประเทศและ ปชช. เอาชีวิตคนไทยมาเล่นเกม ที่ผ่านมาประเทศสงบ ขอสาปแช่งให้คนทำและคนที่อยู่เบื้องหลังได้รับกรรมที่ก่อโดยเร็ว   อนุสรณ์ โฆษกเพื่อไทย ชี้บิ๊กตู่มีอำนาจเบ็ดเสร็จคุมหลายหน่วยงานความมั่นคงและทีมเศรษฐกิจ ควรพิจารณางบที่จะใช้ซื้อเรือดำน้ำมาใช้ซื้อกล้องวงจรปิดเพิ่ม ยกระดับอุปกรณ์เครื่องมือ สร้างความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยของ ปชช.   -ฝ่ายค้านเตรียมยื่นกระทู้ถามสดพุธนี้ กรณีบิ๊กตู่นำครม.ถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน ถ้านายกฯยังไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ฐานทำผิด รธน.ม.161 คาดยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือน ก.ย.ก่อนมีพิจารณาร่างงบประมาณเดือน ต.ค.   -โฆษกรัฐบาลยันขั้นตอนการถวายสัตย์ทุกอย่างสิ้นสุดแล้ว วิษณุยันไม่เป็นปัญหาต่อการทำงานของรัฐบาล และเดินหน้าทำงานเต็มที่ เชื่อไม่ส่งผลต่อการทำงาน ไม่ควรเป็นประเด็นให้มาเถียงกัน   -ปธ.บอร์ดสลากยันเดินหน้าศึกษาต่อหวยออนไลน์ 12 นักษัตร ชี้เป็นแนวทางแก้ขายหวนเกินราคา พนันออนไลน์ ย้ำเป็นแค่เพียงแนวคิด ยังไม่ระบุจะออกช่วงไหน ปัดรัฐถังแตก กองสลากต้องเปลี่ยนตัวเองรับเทคโนโลยีสู่ระบบออนไลน์   -น้องชายฆ่าพี่สาวคาบ้านพักที่ขอนแก่น น้องทำทีแจ้งความอ้างไม่รู้ใครฆ่าพี่ แต่มาในสภาพคราบเลือดเต็มตัว ตรงเค้นสอบยอมรับสารภาพลงมือเอง อ้างโมโหที่พี่ด่าว่าบ้า พี่เมาโต้เถียงกันแต่เช้า ตกบ่ายพี่ถือมีดจะเข้าทำร้าย จึงคว้าจอบมาต่อสู้ทุบพี่สาวจนตาย   -คลิปชายแต่งกายคล้ายตร.เมา ขับเก๋งสีขาวควงปืนขู่คู่กรณีบน ถ.พระราม 2 ก่อนลดกระจกโต้เถียงกัน ต่อมามีอีกรายบอกเจอเหมือนกัน ผกก.สน.แสมดำรับเป็น ตร.จริง ยศ ร.ต.ต.อ้างเครียด มีการตั้งกรรมการสอบแล้ว ยันไม่ปกป้องลูกน้อง   -นาทีสาวปืนโหดทะเลาะกับสาวประเภทสองที่ร้านเหล้า อ.ปักธงชัย โคราช ชักปืนยิงใส่ 4 นัด เจ็บสาหัส สุดท้ายถูกเพื่อนคนเจ็บรุมกระทืบ จับส่ง ตร. สารภาพเขม่นกันในร้านจนมีปากเสียง ถูกฝั่งคนเจ็บท้าทาย โดนแจ้งข้อหาพยายามฆ่า   -กระสุนปริศนาเจาะขมับเด็กชายวัย 10 ขวบเสียชีวิต ยังพุ่งเจาะแก้มเพื่อนที่นั่งข้างๆ ขณะนั่งเล่น wifi ที่ศาลาเอนกประสงค์หมู่บ้าน จ.ชัยภูมิ เด็กที่รอดชีวิตเล่านาทีกระสุนเจาะ ผญบ.กั้นพื้นที่ให้ จนท.ตรวจสอบหามือยิง   -ผอ.ร.ร.ปราจีนบุรีโต้ ไม่ได้สั่งให้แม่ครัวล้างไข่พะโล้ที่เสีย มาต้มใหม่ให้เด็กกิน ยันอาหารกลางวันเด็กกินอิ่มกินดี พร้อมท้าพิสูจน์ เชื่อเป็นการจัดฉากคนต้องการทำร้าย ร.ร.และผอ. แม่ครัวเผยต้มไข่พะโล้ตอนบ่าย วันต่อมาเปิดดูมีกลิ่นบูด แต่ ผอ.ให้เอาไปล้างมาปรุงใหม่ ซ้ำยังขู่ห้ามบอกใคร ผู้ปกครองรวมตัวขอคำชี้แจงวันนี้ นายอำเภอเตรียมสอบถามทุกฝ่าย   -ทหารเรียกตรวจ พนง.สาวบ่อนปอยเปต ขณะเข้าด่านอรัญ สระแก้ว ตรวจเจอยาไอซ์ซุกช่องคลอด เจ้าตัวโวยวายอ้างไม่รู้ใครมาลืมไว้ จนท.คุมตัวดำเนินคดี   -เมย์ รัชนก สุดต้านพลาดแชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่น พ่ายเฉิน ยู่ เฟ่ย มืออันดับ 3 ของโลกจากจีน 0-2 เกม 20-22, 18-21 คว้าเงินรางวัล 4 แสนบาทปลอบใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CEYmGYp9tw8

 1,820

Top