ค้นหา :

ผลการค้นหา "กล้องวงจรปิด"

สังคม-อาชญากรรม
21 ม.ค. 63

โจรแสบย่องเข้าบ้าน ขโมยกุญแจรถเบนซ์ขับออกไปหน้าตาเฉย จับพิรุธแม่บ้านลางานหลังเกิดเหตุ

กรณีคนร้ายเป็นผู้ชายอายุ 30-40 ปี สวมเสื้อคลุมแต่งกายมิดชิด ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ย่องเข้าไปขโมยกุญแจรถเบนซ์ C350E สีบรอนซ์เงินทะเบียน 5กน 94 ของนายชยุต ไตรพิพิธสิริวัฒน์ อายุ 36 ปี โดยอาศัยจังหวะที่เจ้าของรถนอนหลับอยู่ภายในบ้านกลางวันแสก ๆ จากนั้นคนร้ายก็ขับรถคันดังกล่าวออกจากหมู่บ้านไปอย่างหน้าตาเฉย   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านกัลปพฤกษ์ กรุงเทพฯ  เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา โดยช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพพฤติกรรมคนร้ายขณะเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างใจเย็น จากนั้นก็เดินเข้าไปเข้าห้องน้ำภายในอาคารสโมสรส่วนกลางของหมู่บ้าน ก่อนจะเดินออกมาสวนทางกับลูกบ้านคนอื่น แล้วก็เดินไปที่สนามหญ้าใกล้กับบ้านของผู้เสียหาย ห่างกันประมาณ 150 เมตร ซึ่งบริเวณนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด   คาดว่าคนร้ายน่าจะไปยืนดูลาดเลาก่อนย่องเข้าไปขโมยกุญแจรถ ที่ผู้เสียหายแขวนอยู่ใกล้กับประตูในบ้าน แล้วก็รีบขับรถเบนซ์คันดังกล่าวออกจากบ้านของผู้เสียหายไปในประมาณ 16.00 น. ก่อนจะขับออกจากหมู่บ้านไป โดยขับผ่าน รปภ.ที่ยืนอยู่บริเวณหน้าป้อมยาม ใช้เวลาก่อเหตุเพียง 1.30 นาที   นายชยุต ผู้เสียหาย เผยว่า คนร้ายแฝงตัวอาศัยดูลาดเลาอยู่ในหมู่บ้าน 40 นาที โดยขณะเกิดเหตุตนนอนหลับอยู่ที่โซฟาบริเวณชั้นล่างของบ้านคนเดียว โดยเปิดประตูหน้าบ้านไว้และไม่ได้ล็อคประตูในบ้าน จึงทำให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย ขณะที่คนอื่นในบ้านออกไปทำธุระนอกบ้าน พอกลับมาไม่เห็นรถคิดว่าตนขับรถออกไปข้างนอก   กระทั่งมาทราบว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยรถเบนซ์ไป จึงไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยคนร้ายก่อเหตุหลังจากที่แม่บ้านกลับบ้านไปไม่เกิน 20 นาที  ปกติแม่บ้านจะทำงานทุกวันจันทร์-วันเสาร์ กินนอนอยู่ที่บ้าน แต่วันเสาร์เวลา 15.00 น.ได้เดินทางกลับบ้านย่านลำลูกกา   อย่างไรก็ตามหมู่บ้านนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยตรวจบุคคลที่ขับรถเข้า-ออก อย่างเข้มงวด  และมีกล้องวงจรปิดติดตั้งภายในหมู่บ้านทุกจุด แต่วันเกิดเหตุคนร้ายเดินเข้ามา  ถามว่าทำไมคนร้ายถึงขับรถออกไปจากหมู่บ้านได้ เนื่องจากทางหมู่บ้านใช้ระบบแบบสแกนทะเบียนรถ จึงทำให้คนร้ายสามารถขับรถผ่านไม้กั้นตรงป้อมยามไปได้   เชื่อว่าคนร้ายตั้งใจเข้ามาขโมยรถของตนเพราะทรัพย์สินอย่างอื่นในบ้านไม่หายสักอย่าง ก่อนเกิดเหตุคนร้ายไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บ้านหลังไหน เหมือนเขาจะทราบพฤติกรรมของคนในบ้านอย่างดี ว่าในช่วงนั้นจะออกไปที่ไหนบ้างมีคนอยู่หรือไม่ หรืออาจมีคนชี้เป้าให้เพราะคนร้ายรู้ระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน โดยเฉพาะระบบสแกนทะเบียนรถที่ป้อมยามไม่อย่างงั้นก็คงขับรถผ่านออกไปไม่ได้   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับตนเองประมาทไม่โทษใคร ไม่คิดว่าคนร้ายจะเข้ามาก่อเหตุในบ้านอย่างนี้ได้ อีกทั้งหมู่บ้านที่ตนอาศัยอยู่ก็เป็นหมู่บ้านปิด  มี รปภ.ดูแลความปลอดภัย ตนไม่อยากสงสัยใคร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจช่วยติดตามคดี และเร่งจับกุมคนร้ายรายนี้   และหลังจากเป็นข่าวเมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) แม่บ้านซึ่งทำงานอยู่ที่บ้านของตนได้ปีกว่าได้ขอลางาน โดยตำรวจจะเชิญตัวไปให้ปากคำว่ารู้เห็นด้วยหรือไม่และหาเบาะแสคนร้าย โดยผู้เสียหายระบุว่าใครมีเบาะแสหรือขับรถผ่านบริเวณถนนกัลปพฤกษ์ ช่วงเวลาดังกล่าว แล้วมีกล้องหน้ารถสามารถจับภาพรถได้ขอความกรุณาให้เบาะแสให้กับตนเองด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2qAi7YrQuUk

 258
สังคม
21 ม.ค. 63

โจรแสบย่องเข้าบ้าน ขโมยกุญแจรถเบนซ์ขับออกไปหน้าตาเฉย จับพิรุธแม่บ้านลางานหลังเกิดเหตุ

กรณีคนร้ายเป็นผู้ชายอายุ 30-40 ปี สวมเสื้อคลุมแต่งกายมิดชิด ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ย่องเข้าไปขโมยกุญแจรถเบนซ์ C350E สีบรอนซ์เงินทะเบียน 5กน 94 ของนายชยุต ไตรพิพิธสิริวัฒน์ อายุ 36 ปี โดยอาศัยจังหวะที่เจ้าของรถนอนหลับอยู่ภายในบ้านกลางวันแสก ๆ จากนั้นคนร้ายก็ขับรถคันดังกล่าวออกจากหมู่บ้านไปอย่างหน้าตาเฉย   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านกัลปพฤกษ์ กรุงเทพฯ  เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา โดยช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพพฤติกรรมคนร้ายขณะเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างใจเย็น จากนั้นก็เดินเข้าไปเข้าห้องน้ำภายในอาคารสโมสรส่วนกลางของหมู่บ้าน ก่อนจะเดินออกมาสวนทางกับลูกบ้านคนอื่น แล้วก็เดินไปที่สนามหญ้าใกล้กับบ้านของผู้เสียหาย ห่างกันประมาณ 150 เมตร ซึ่งบริเวณนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด   คาดว่าคนร้ายน่าจะไปยืนดูลาดเลาก่อนย่องเข้าไปขโมยกุญแจรถ ที่ผู้เสียหายแขวนอยู่ใกล้กับประตูในบ้าน แล้วก็รีบขับรถเบนซ์คันดังกล่าวออกจากบ้านของผู้เสียหายไปในประมาณ 16.00 น. ก่อนจะขับออกจากหมู่บ้านไป โดยขับผ่าน รปภ.ที่ยืนอยู่บริเวณหน้าป้อมยาม ใช้เวลาก่อเหตุเพียง 1.30 นาที   นายชยุต ผู้เสียหาย เผยว่า คนร้ายแฝงตัวอาศัยดูลาดเลาอยู่ในหมู่บ้าน 40 นาที โดยขณะเกิดเหตุตนนอนหลับอยู่ที่โซฟาบริเวณชั้นล่างของบ้านคนเดียว โดยเปิดประตูหน้าบ้านไว้และไม่ได้ล็อคประตูในบ้าน จึงทำให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย ขณะที่คนอื่นในบ้านออกไปทำธุระนอกบ้าน พอกลับมาไม่เห็นรถคิดว่าตนขับรถออกไปข้างนอก   กระทั่งมาทราบว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยรถเบนซ์ไป จึงไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยคนร้ายก่อเหตุหลังจากที่แม่บ้านกลับบ้านไปไม่เกิน 20 นาที  ปกติแม่บ้านจะทำงานทุกวันจันทร์-วันเสาร์ กินนอนอยู่ที่บ้าน แต่วันเสาร์เวลา 15.00 น.ได้เดินทางกลับบ้านย่านลำลูกกา   อย่างไรก็ตามหมู่บ้านนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยตรวจบุคคลที่ขับรถเข้า-ออก อย่างเข้มงวด  และมีกล้องวงจรปิดติดตั้งภายในหมู่บ้านทุกจุด แต่วันเกิดเหตุคนร้ายเดินเข้ามา  ถามว่าทำไมคนร้ายถึงขับรถออกไปจากหมู่บ้านได้ เนื่องจากทางหมู่บ้านใช้ระบบแบบสแกนทะเบียนรถ จึงทำให้คนร้ายสามารถขับรถผ่านไม้กั้นตรงป้อมยามไปได้   เชื่อว่าคนร้ายตั้งใจเข้ามาขโมยรถของตนเพราะทรัพย์สินอย่างอื่นในบ้านไม่หายสักอย่าง ก่อนเกิดเหตุคนร้ายไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บ้านหลังไหน เหมือนเขาจะทราบพฤติกรรมของคนในบ้านอย่างดี ว่าในช่วงนั้นจะออกไปที่ไหนบ้างมีคนอยู่หรือไม่ หรืออาจมีคนชี้เป้าให้เพราะคนร้ายรู้ระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน โดยเฉพาะระบบสแกนทะเบียนรถที่ป้อมยามไม่อย่างงั้นก็คงขับรถผ่านออกไปไม่ได้   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับตนเองประมาทไม่โทษใคร ไม่คิดว่าคนร้ายจะเข้ามาก่อเหตุในบ้านอย่างนี้ได้ อีกทั้งหมู่บ้านที่ตนอาศัยอยู่ก็เป็นหมู่บ้านปิด  มี รปภ.ดูแลความปลอดภัย ตนไม่อยากสงสัยใคร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจช่วยติดตามคดี และเร่งจับกุมคนร้ายรายนี้   และหลังจากเป็นข่าวเมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) แม่บ้านซึ่งทำงานอยู่ที่บ้านของตนได้ปีกว่าได้ขอลางาน โดยตำรวจจะเชิญตัวไปให้ปากคำว่ารู้เห็นด้วยหรือไม่และหาเบาะแสคนร้าย โดยผู้เสียหายระบุว่าใครมีเบาะแสหรือขับรถผ่านบริเวณถนนกัลปพฤกษ์ ช่วงเวลาดังกล่าว แล้วมีกล้องหน้ารถสามารถจับภาพรถได้ขอความกรุณาให้เบาะแสให้กับตนเองด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2qAi7YrQuUk

 258
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

โจรเซ่อ ขโมยตู้เติมเงินมือถือ รีบจัดลืมปิดท้ายกระบะ สุดท้ายตู้หล่น ไม่ได้อะไรไป

ชลบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพของคนร้ายที่ขับรถกระบะถอยเข้ามาขโมยตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ หน้าสำนักงานเงินด่วนทันใจ แล้วรีบขับรถออกไปอย่างเร็วโดยไม่ได้ปิดฝาท้ายรถ ทำให้ตู้เติมเงินร่วงจากหลังรถ แต่คนร้ายไม่ได้จอดลากตู้ขึ้นอีกรอบ ก่อนขับรถหลบหนีไป   จากการสอบถาม นายศักดา จิขุนทด อายุ 31 ปี คนที่ดูแลสำนักงานเล่าว่า ตนตื่นนอนมาเปิดประตูเปิดสำนักงานก็พบตู้เติมเงินล้มขวางถนนอยู่ จึงได้เดินไปลากมาเก็บเหมือนเดิม ด้วยความสงสัย จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่ามีคนร้ายพยายามจะขโมยตู้เติมเงินไป จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มาตรวจสอบ แต่ยังไม่ทราบว่ามีเงินที่อยู่ข้างในจำนวนเท่าไร ส่วนสาเหตุที่คนร้ายไม่ลงมายกตู้ขึ้นรถหลังจากทำหล่น อาจจะกลัวว่าใครจะมาเห็น จึงได้ทิ้งตู้หลบหนีไป คงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผลอย่างไร   อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่เกิดเหตุและใกล้เคียงตามเส้นทางอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MSGYZrhNA9M

 494
สังคม
16 ม.ค. 63

โจรเซ่อ ขโมยตู้เติมเงินมือถือ รีบจัดลืมปิดท้ายกระบะ สุดท้ายตู้หล่น ไม่ได้อะไรไป

ชลบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพของคนร้ายที่ขับรถกระบะถอยเข้ามาขโมยตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ หน้าสำนักงานเงินด่วนทันใจ แล้วรีบขับรถออกไปอย่างเร็วโดยไม่ได้ปิดฝาท้ายรถ ทำให้ตู้เติมเงินร่วงจากหลังรถ แต่คนร้ายไม่ได้จอดลากตู้ขึ้นอีกรอบ ก่อนขับรถหลบหนีไป   จากการสอบถาม นายศักดา จิขุนทด อายุ 31 ปี คนที่ดูแลสำนักงานเล่าว่า ตนตื่นนอนมาเปิดประตูเปิดสำนักงานก็พบตู้เติมเงินล้มขวางถนนอยู่ จึงได้เดินไปลากมาเก็บเหมือนเดิม ด้วยความสงสัย จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่ามีคนร้ายพยายามจะขโมยตู้เติมเงินไป จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มาตรวจสอบ แต่ยังไม่ทราบว่ามีเงินที่อยู่ข้างในจำนวนเท่าไร ส่วนสาเหตุที่คนร้ายไม่ลงมายกตู้ขึ้นรถหลังจากทำหล่น อาจจะกลัวว่าใครจะมาเห็น จึงได้ทิ้งตู้หลบหนีไป คงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผลอย่างไร   อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่เกิดเหตุและใกล้เคียงตามเส้นทางอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MSGYZrhNA9M

 494
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

โจรแสบตระเวนงัดบ้านในพัทยา สุดชิลลงเล่นน้ำในสระเย้ยเจ้าของบ้าน

ชลบุรี-ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมตำรวจท่องเที่ยว รวมกันจับกุมนายทนงศักดิ์ เลิศนา อายุ 38 ปี ได้ที่บริเวณซอยจอมเทียน 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในหมู่บ้าน มีผู้เสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน   สืบเนื่องมาจากชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุ เป็นหมู่บ้านริมถนนจอมเทียนสายสอง ได้ถูกคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านหลายหลัง ซึ่งเกือบทุกหลังที่ถูกเข้าไปก่อเหตุมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ จนกระทั่งสังเกตเห็นผู้ก่อเหตุเดินอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน จึงติดตามไปห่างๆ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าช่วยเหลือ จนกระทั่งสามารถจับกุมได้แล้วควบคุมตัวมาสอบสวนยัง สภ.เมืองพัทยา โดยมูลค่าของทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปหลายแสนบาท   นอกจากนี้กล้องวงจรปิดยังสามารถบันทึกภาพคนร้าย เข้าไปว่ายน้ำเล่นในสระว่ายน้ำ ราวกับเป็นเจ้าบ้าน โดยไม่เกรงกลัวว่าเจ้าของบ้านจะกลับมาเจอ   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คุมตำรวจได้คุมตัวคนร้าย ไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พร้อมรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดส่งพนักงานสอบสวน ก่อนจะติดต่อให้ผู้เสียหายเดินทางเข้าชี้ตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i5chOEJQg-k

 735
สังคม
16 ม.ค. 63

โจรแสบตระเวนงัดบ้านในพัทยา สุดชิลลงเล่นน้ำในสระเย้ยเจ้าของบ้าน

ชลบุรี-ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมตำรวจท่องเที่ยว รวมกันจับกุมนายทนงศักดิ์ เลิศนา อายุ 38 ปี ได้ที่บริเวณซอยจอมเทียน 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในหมู่บ้าน มีผู้เสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน   สืบเนื่องมาจากชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุ เป็นหมู่บ้านริมถนนจอมเทียนสายสอง ได้ถูกคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านหลายหลัง ซึ่งเกือบทุกหลังที่ถูกเข้าไปก่อเหตุมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ จนกระทั่งสังเกตเห็นผู้ก่อเหตุเดินอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน จึงติดตามไปห่างๆ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าช่วยเหลือ จนกระทั่งสามารถจับกุมได้แล้วควบคุมตัวมาสอบสวนยัง สภ.เมืองพัทยา โดยมูลค่าของทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปหลายแสนบาท   นอกจากนี้กล้องวงจรปิดยังสามารถบันทึกภาพคนร้าย เข้าไปว่ายน้ำเล่นในสระว่ายน้ำ ราวกับเป็นเจ้าบ้าน โดยไม่เกรงกลัวว่าเจ้าของบ้านจะกลับมาเจอ   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คุมตำรวจได้คุมตัวคนร้าย ไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พร้อมรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดส่งพนักงานสอบสวน ก่อนจะติดต่อให้ผู้เสียหายเดินทางเข้าชี้ตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i5chOEJQg-k

 735
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

พ่อตาร้องถูกน้องสาวลูกเขย พากลุ่มชายฉกรรจ์บุกบ้าน ข่มขู่เอารถอ้างเป็นมรดก แจ้งความแต่ ตร.บอกไม่เข้าข่ายบุกรุก

นายประทีป มากคำ อายุ 63 ปี และ น.ส.สมรักษ์ ภิรมย์พร อายุ 46 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความกรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ อ้างตัวเป็นตำรวจบุกเข้ามาที่บ้าน โดยข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ซึ่งเป็นรถของสามีลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต   ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวของตนคือ น.ส.เกวลี ได้แต่งงานอยู่กินกับนายทอง เงินเผือก ลูกเขย นานกว่า 8 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และไม่มีลูกด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 62 นายทองได้เสียชีวิต หลังจัดการเรื่องงานศพเสร็จแล้ว ทางน.ส.น้ำ (นามสมมุติ) น้องสาวของผู้ตายได้มาทวงทรัพย์สินของพี่ชาย ที่เป็นพระเครื่องเลี่ยมทอง และรถยนต์เอากลับคืนไป ซึ่งลูกสาวตนก็ให้พระไป ส่วนรถเก๋งทางตนไม่ได้คืนให้ เพราะว่ารถคันดังกล่าวเป็นชื่อของผู้ตายก็จริง แต่ซื้อตอนที่อยู่กินกับลูกสาวตน ช่วยกันผ่อนมาด้วยกัน   กระทั่ง น.ส.น้ำ ได้พากลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7-8 คน ซึ่งมีตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 3-4 คนรวมอยู่ด้วยบุกเข้ามาที่บ้าน ซึ่งน.ส.น้ำได้พูดจาข่มขู่สารพัด บอกว่าเขาไม่กลัวใครทั้งนั้น เพราะแฟนเขาเป็นนายตำรวจใหญ่ และพยายามจะเอารถเก๋งไป แต่ทางตำรวจและคนอื่นๆที่มาด้วยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งทางตนและลูกสาวไม่ยอม จนมีการโต้เถียงกันอยู่นานก่อนที่ทางน.ส.น้ำจะกลับออกไป ได้ขู่ว่าให้ระวังตัวกันให้ดี ตนจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี โดยนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ อ้างว่าไม่เข้าข่ายบุกรุก โดยให้การบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น   ต่อมาวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำได้พากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน เดินทางมาที่บ้านอีกครั้ง พร้อมตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย เพื่อมาเอารถจยย. และรถยนต์ ซึ่งตนได้ให้รถจยย. ไปเพราะเป็นชื่อของน.ส.น้ำ แม้ว่าลูกสาวคนจะเป็นคนผ่อนก็ตาม แต่รถยนต์ตนก็ไม่ยินยอมให้ไป   กล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามจะเปิดชายเสื้อเพื่อโชว์อาวุธปืนที่พกมา ก่อนจะเดินเอาไปเก็บที่รถ ส่วนน.ส.น้ำก็พูดจาข่มขู่เพื่อพยายามที่จะเอารถยนต์ไปให้ได้ ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาทนายความเพื่อให้ทนายความพาเข้าแจ้งความพร้อมนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่ากลัวตำรวจจะไม่รับแจ้งเหมือนครั้งที่แล้ว   พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ระบุว่า จากการสอบสวน พบว่า วันที่ 7 มกราคม มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปที่บ้านผู้เสียหายจริง แต่เป็นเพียงตัวกลางเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย เพราะตำรวจกลุ่มดังกล่าวรู้จักกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วและตนได้ทำการตักเตือนแล้ว ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าไม่มีการข่มขู่จากตำรวจแต่อย่างใด ทำให้เหตุการณ์วันดังกล่าวไม่มีความผิดทางอาญาเกิดขึ้น   กรณีที่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความในวันดังกล่าว แต่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ ตนได้พิจารณาลงโทษร้อยเวรไปแล้ว ส่วนหนึ่งยอมรับว่าบางครั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาจไม่ประทับใจไปบ้าง   ส่วนวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำ ได้เข้าไปอีกครั้ง โดยพากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเข้าไปด้วย เพื่อทวงรถจยย. ที่เป็นชื่อของน.ส.น้ำ โดยผู้เสียหายยินยอมให้ไป โดยตำรวจทั้ง 2 นายได้ออกมาพร้อมกับรถจยย.   จากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือยังคงอยู่ โดยมีการข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์ไปด้วย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการพกพาอาวุธปืน ผู้เสียหายจึงรีบเดินทางมาแจ้งความอีกครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่รับเป็นคดีอาญาแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหากับน.ส.น้ำและกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดในฐาน ร่วมกันบุกรุกโดยมีอาวุธ ซึ่งจะเรียกตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านน.ส.น้ำ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และได้นำพวงมาลัยมาไหว้ขอขมานายประทีปและภรรยา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ เหตุที่เข้าไปที่บ้านเพราะต้องการพูดคุยเท่านั้น ส่วนที่เห็นว่ามีบุคคลอยู่ในภาพหลายคนเพราะส่วนหนึ่งเป็นคนที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วย ส่วนเรื่องรถยนต์ขอพูดคุยกับครอบครัวนายประทีปก่อน   ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า กรณีทรัพย์สินของผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินฉันสามีภรรยา ต่อมาสามีเสียชีวิต ตามกฎหมายแล้ว ภรรยามีสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวครึ่งหนึ่ง เพราะแม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้มาด้วยกัน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม หากแม่สามีจะมาเอาไป ต้องแบ่งคนละครึ่ง เพราะเป็นทรัพย์สินที่ลูกชายไม่ได้ซื้อคนเดียว แม้ว่าทรัพย์สินจะเป็นชื่อของลูกชายก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NoCBfKmIBE4

 2,704
สังคม
15 ม.ค. 63

พ่อตาร้องถูกน้องสาวลูกเขย พากลุ่มชายฉกรรจ์บุกบ้าน ข่มขู่เอารถอ้างเป็นมรดก แจ้งความแต่ ตร.บอกไม่เข้าข่ายบุกรุก

นายประทีป มากคำ อายุ 63 ปี และ น.ส.สมรักษ์ ภิรมย์พร อายุ 46 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความกรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ อ้างตัวเป็นตำรวจบุกเข้ามาที่บ้าน โดยข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ซึ่งเป็นรถของสามีลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต   ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวของตนคือ น.ส.เกวลี ได้แต่งงานอยู่กินกับนายทอง เงินเผือก ลูกเขย นานกว่า 8 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และไม่มีลูกด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 62 นายทองได้เสียชีวิต หลังจัดการเรื่องงานศพเสร็จแล้ว ทางน.ส.น้ำ (นามสมมุติ) น้องสาวของผู้ตายได้มาทวงทรัพย์สินของพี่ชาย ที่เป็นพระเครื่องเลี่ยมทอง และรถยนต์เอากลับคืนไป ซึ่งลูกสาวตนก็ให้พระไป ส่วนรถเก๋งทางตนไม่ได้คืนให้ เพราะว่ารถคันดังกล่าวเป็นชื่อของผู้ตายก็จริง แต่ซื้อตอนที่อยู่กินกับลูกสาวตน ช่วยกันผ่อนมาด้วยกัน   กระทั่ง น.ส.น้ำ ได้พากลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7-8 คน ซึ่งมีตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 3-4 คนรวมอยู่ด้วยบุกเข้ามาที่บ้าน ซึ่งน.ส.น้ำได้พูดจาข่มขู่สารพัด บอกว่าเขาไม่กลัวใครทั้งนั้น เพราะแฟนเขาเป็นนายตำรวจใหญ่ และพยายามจะเอารถเก๋งไป แต่ทางตำรวจและคนอื่นๆที่มาด้วยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งทางตนและลูกสาวไม่ยอม จนมีการโต้เถียงกันอยู่นานก่อนที่ทางน.ส.น้ำจะกลับออกไป ได้ขู่ว่าให้ระวังตัวกันให้ดี ตนจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี โดยนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ อ้างว่าไม่เข้าข่ายบุกรุก โดยให้การบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น   ต่อมาวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำได้พากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน เดินทางมาที่บ้านอีกครั้ง พร้อมตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย เพื่อมาเอารถจยย. และรถยนต์ ซึ่งตนได้ให้รถจยย. ไปเพราะเป็นชื่อของน.ส.น้ำ แม้ว่าลูกสาวคนจะเป็นคนผ่อนก็ตาม แต่รถยนต์ตนก็ไม่ยินยอมให้ไป   กล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามจะเปิดชายเสื้อเพื่อโชว์อาวุธปืนที่พกมา ก่อนจะเดินเอาไปเก็บที่รถ ส่วนน.ส.น้ำก็พูดจาข่มขู่เพื่อพยายามที่จะเอารถยนต์ไปให้ได้ ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาทนายความเพื่อให้ทนายความพาเข้าแจ้งความพร้อมนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่ากลัวตำรวจจะไม่รับแจ้งเหมือนครั้งที่แล้ว   พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ระบุว่า จากการสอบสวน พบว่า วันที่ 7 มกราคม มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปที่บ้านผู้เสียหายจริง แต่เป็นเพียงตัวกลางเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย เพราะตำรวจกลุ่มดังกล่าวรู้จักกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วและตนได้ทำการตักเตือนแล้ว ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าไม่มีการข่มขู่จากตำรวจแต่อย่างใด ทำให้เหตุการณ์วันดังกล่าวไม่มีความผิดทางอาญาเกิดขึ้น   กรณีที่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความในวันดังกล่าว แต่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ ตนได้พิจารณาลงโทษร้อยเวรไปแล้ว ส่วนหนึ่งยอมรับว่าบางครั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาจไม่ประทับใจไปบ้าง   ส่วนวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำ ได้เข้าไปอีกครั้ง โดยพากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเข้าไปด้วย เพื่อทวงรถจยย. ที่เป็นชื่อของน.ส.น้ำ โดยผู้เสียหายยินยอมให้ไป โดยตำรวจทั้ง 2 นายได้ออกมาพร้อมกับรถจยย.   จากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือยังคงอยู่ โดยมีการข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์ไปด้วย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการพกพาอาวุธปืน ผู้เสียหายจึงรีบเดินทางมาแจ้งความอีกครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่รับเป็นคดีอาญาแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหากับน.ส.น้ำและกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดในฐาน ร่วมกันบุกรุกโดยมีอาวุธ ซึ่งจะเรียกตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านน.ส.น้ำ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และได้นำพวงมาลัยมาไหว้ขอขมานายประทีปและภรรยา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ เหตุที่เข้าไปที่บ้านเพราะต้องการพูดคุยเท่านั้น ส่วนที่เห็นว่ามีบุคคลอยู่ในภาพหลายคนเพราะส่วนหนึ่งเป็นคนที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วย ส่วนเรื่องรถยนต์ขอพูดคุยกับครอบครัวนายประทีปก่อน   ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า กรณีทรัพย์สินของผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินฉันสามีภรรยา ต่อมาสามีเสียชีวิต ตามกฎหมายแล้ว ภรรยามีสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวครึ่งหนึ่ง เพราะแม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้มาด้วยกัน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม หากแม่สามีจะมาเอาไป ต้องแบ่งคนละครึ่ง เพราะเป็นทรัพย์สินที่ลูกชายไม่ได้ซื้อคนเดียว แม้ว่าทรัพย์สินจะเป็นชื่อของลูกชายก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NoCBfKmIBE4

 2,704
ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 63

กล้องจับชัด! โจรขโมย กกน.สาวโรงงาน เจ้าของโอดเอามาคืนบ้าง ไม่มีใส่ทำงาน

ชลบุรี-วงจรปิดจับภาพวินาที โจรโรคจิต เดินเข้าบ้านสาวโรงงานวัย 41 ปี ในหมู่บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น อ.ศรีราชา เพื่อขโมยชุดชั้นในก่อนหลบหนีไป   โดย น.ส.กฤษณา พรมดี อายุ 41 ปี เจ้าของบ้านยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิด มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบโจรโรคจิต เป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีเขียว รองเท้าแตะ   ทั้งนี้ปกติแล้วที่บ้านหลังนี้ อยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน เป็นญาติพี่น้องกัน โดยทุกคนก็ทำงานโรงงานกันหมด ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทุกคนก็ออกไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งในช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนได้เดินเข้ามาในบ้านและกำลังจะเก็บผ้าที่ตากไว้ แต่ปรากฎว่า ไม้แขวนชุดชั้นใน และไม้แขวนกางเกงใน หายไป จึงได้เดินไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดข้างบ้านตรวจสอบ   พบว่ามีโจรโรคจิต เข้ามาลักขโมยไป โดยชุดชั้นใน และกางเกงในที่โจรโรคจิตลักขโมยไปนั้นมีราคาแพง ทั้งนี้ตนก็ขอฝากถึงคนร้ายที่ลักขโมยไป ขอให้นำมาคืนบ้าง เพราะตนเองไม่มีใส่ไปทำงาน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตนก็คงต้องไปรื้อชุดชั้นในของเก่าออกมาใส่ก่อน ขอฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นภัยต่อสังคมอย่างมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-VCfXtemenM

 1,151
สังคม
14 ม.ค. 63

กล้องจับชัด! โจรขโมย กกน.สาวโรงงาน เจ้าของโอดเอามาคืนบ้าง ไม่มีใส่ทำงาน

ชลบุรี-วงจรปิดจับภาพวินาที โจรโรคจิต เดินเข้าบ้านสาวโรงงานวัย 41 ปี ในหมู่บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น อ.ศรีราชา เพื่อขโมยชุดชั้นในก่อนหลบหนีไป   โดย น.ส.กฤษณา พรมดี อายุ 41 ปี เจ้าของบ้านยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิด มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบโจรโรคจิต เป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีเขียว รองเท้าแตะ   ทั้งนี้ปกติแล้วที่บ้านหลังนี้ อยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน เป็นญาติพี่น้องกัน โดยทุกคนก็ทำงานโรงงานกันหมด ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทุกคนก็ออกไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งในช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนได้เดินเข้ามาในบ้านและกำลังจะเก็บผ้าที่ตากไว้ แต่ปรากฎว่า ไม้แขวนชุดชั้นใน และไม้แขวนกางเกงใน หายไป จึงได้เดินไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดข้างบ้านตรวจสอบ   พบว่ามีโจรโรคจิต เข้ามาลักขโมยไป โดยชุดชั้นใน และกางเกงในที่โจรโรคจิตลักขโมยไปนั้นมีราคาแพง ทั้งนี้ตนก็ขอฝากถึงคนร้ายที่ลักขโมยไป ขอให้นำมาคืนบ้าง เพราะตนเองไม่มีใส่ไปทำงาน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตนก็คงต้องไปรื้อชุดชั้นในของเก่าออกมาใส่ก่อน ขอฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นภัยต่อสังคมอย่างมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-VCfXtemenM

 1,151
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 63

ไล่เรียงเหตุการณ์ โจรเหี้ยมยิงกราดชิงทอง ไม่ทิ้งปมอาจเป็น พนง.เก่า รู้ปุ่มนิรภัยในร้าน

ลำดับเหตุการณ์โจรอำมหิตกราดยิงชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างทองออโรร่า กลางห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี โดยเริ่มจากคนร้ายขี่จักรยานยนต์เข้ามาจอด ที่ประตูด้านหน้าของห้าง หลังจากนั้นพุ่งตรงไปที่ร้านทองออโรร่า ซึ่งขณะนั้นเห็น รปภ.ยืนอยู่ ที่หน้าร้านทองได้ใช้ปืนที่เตรียมมายิงใส่ รปภ. ซึ่งพยายามเล็งที่ศีรษะ แต่รปภ.หลบกระสนจึงพลาดไปถูกหัวไหล่ จากนั้นยิงเปิดทาง ทำให้กระสุนไปโดนน้องไทตัลล้มลง   จากนั้นคนร้ายหันไปยิงสองสามีภรรยา เจ้าของไอศกรีมชื่อดังของเมืองลพบุรีที่กำลังยืนเลือกซื้อทองไปแจกลูกน้องอยู่ พร้อมลูกสาว โดยสามีภรรยาล้มลง ส่วนลูกสาววิ่งหนีกระสุนได้ จากนั้นคนคนร้ายยังคงกราดยิงเข้าไปในร้านทองกระสุนถูกพนักงานหญิงของร้านล้มลงภายในเคาน์เตอร์   ก่อนที่คนร้ายจะปีนขึ้นไปบนกระจกกวาดทองรูปพรรณในถาด ซึ่งระหว่างนั้นพนักงานยังเก็บไม่หมด ก่อนจะพยายามหลบหนีไปทางเดิม แต่ว่าหัวหน้ารปภ.พยาาจะเข้ามาสกัดกั้นคนร้ายด้วยการปิดประตูทางออกของห้าง แต่คนร้ายได้ยิงใส่ที่มือก่อนที่จะตามไปยิงซ้ำจนเสียชีวิต และวิ่งไปขี่จักรยานยนต์แล้วขี่ย้อนศรหนีไป   มีรายงานว่าช่วงเกิดเหตุมีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี ที่เห็นคนร้ายตั้งขี่จักรยานต์มาจอดที่หน้าห้าง แล้วเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดซึ่งพยายามหาที่หลบ และหาจังหวะวิ่งไปถีบรถของคนร้ายเพื่อประวิงเวลาให้เจ้าหน้าที่ตามจับคนร้ายให้ได้ แต่ถูกยิงสวนกลับจนต้องหาที่หลบ ทั้งนี้หลังจากที่คนร้ายหนีออกจากห้างตัวพยายานเงได้ขับรถตามเพื่อไปชนหวังให้ตาย แต่นึกขึ้นได้ว่าขณะนั้นตนมีหลานนั่งมาในรถด้วยจึงไม่กล้าวทำอะไรรุนแรง จึงต้องปล่อยให้หนีไป   ทางด้านคุณน้อย พนักงานในร้านทอง เล่านาทีเฉียดตายตอนคนร้ายก่อเหตุไวมาก ทางพนง.ไม่ได้ขัดขืนใดๆ แต่คนร้ายไม่พูดอะไรเลย มาถึงยิงทันที ที่ตนรอดออกมาได้เพราะอยู่ใกล้กับหลังเคาน์เตอร์ และหนีออกมากดสัญญาณกันขโมย ตอนนั้นได้ยินเสียงปืนดังเบามาดังแก๊ก และไม่คิดว่าน้องพนักงานในร้านจะถูกยิง แต่พอคนร้ายออกไป ก็เห็นน้องพนักงานนอนจมกองเลือดสะเทือนใจมาก ซึ่งคนร้ายยังรู้ว่าตนแอบไปกดสัญญาณขโมย เพราะมีการถามว่า กดทำไม?   ทั้งนี้คำให้การของคุณน้อยทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งอีกประเด็นว่าคนร้ายอาจเป็นพนักงานเก่าของร้านหรือไม่ ที่ทราบในเรื่องของปุ่มนิรภัยของร้าน   ขณะที่พยานที่เห็นเหตุการณ์ คุณชัย (นามสมมุติ) เห็นพฤติกรรมคนร้ายตั่งแต่หน้าห้างเล่าว่า เห็นคนร้ายขับรถจยยฟีโน่ สีแดงเลือดหมูสีขาว มาจอดตรงข้ามหน้าประตูห้าง ตอนนั่นอยู่ในรถยนต์กับหลานก็เห็นคนร้ายลงจากรถ ถือปืนออกมาเห็นชัดเจน และเดินเข้าไปในประตู ก่อเหตุยิงคนในห้าง แล้วก็เดินออกมาขับรถออกไปอย่างใจเย็น ตอนนั้นตนก็ขับรถตามและพยายามจะพุ่งชนรถของคนร้าย แต่ไม่ทัน ซึ่งตำรวจก็เข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นคนร้าย เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก และตนเห็นคนร้ายออกมาจากห้างหลังก่อเหตุเป็นคนแรก   ทั้งนี้ รศ.พ.ต.ท กฤษณพงค์ พูตระกูล ประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต เผยว่าคนร้ายมีความเชี่ยวชาญจากใช้ปืน และฝึกฝนมาอย่างดี เพราะยิงถูกเป้าหมายโดนจุดสำคัญ อีกทั้งรูปแบบการก่อเหตุวางแผนมาแล้วอย่างดีเนื่องจากใช้เวลาไม่นาน   ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตที่ว่าคนร้ายเลือกใช้ปืนเก็บเสียง ซึ่งมีใช้เฉพาะในทหารและตำรวจบางหน่วยเท่านั้น และที่สำคัญคนร้ายยิงทั้งพนักงานของร้านทอง ประชาชนเพื่อหวังผลจะดึงเวลาและหวังผลเบนจุดสนใจ เพื่อจะได้มีเวลาหลบหนี ซึ่งมีความแตกต่างกับคนร้ายชิงทองทั่วไปที่จะเลือกยิงปืนขึ้นฟ้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/v1I84JDogBA

 64,631
สังคม
11 ม.ค. 63

ไล่เรียงเหตุการณ์ โจรเหี้ยมยิงกราดชิงทอง ไม่ทิ้งปมอาจเป็น พนง.เก่า รู้ปุ่มนิรภัยในร้าน

ลำดับเหตุการณ์โจรอำมหิตกราดยิงชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างทองออโรร่า กลางห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี โดยเริ่มจากคนร้ายขี่จักรยานยนต์เข้ามาจอด ที่ประตูด้านหน้าของห้าง หลังจากนั้นพุ่งตรงไปที่ร้านทองออโรร่า ซึ่งขณะนั้นเห็น รปภ.ยืนอยู่ ที่หน้าร้านทองได้ใช้ปืนที่เตรียมมายิงใส่ รปภ. ซึ่งพยายามเล็งที่ศีรษะ แต่รปภ.หลบกระสนจึงพลาดไปถูกหัวไหล่ จากนั้นยิงเปิดทาง ทำให้กระสุนไปโดนน้องไทตัลล้มลง   จากนั้นคนร้ายหันไปยิงสองสามีภรรยา เจ้าของไอศกรีมชื่อดังของเมืองลพบุรีที่กำลังยืนเลือกซื้อทองไปแจกลูกน้องอยู่ พร้อมลูกสาว โดยสามีภรรยาล้มลง ส่วนลูกสาววิ่งหนีกระสุนได้ จากนั้นคนคนร้ายยังคงกราดยิงเข้าไปในร้านทองกระสุนถูกพนักงานหญิงของร้านล้มลงภายในเคาน์เตอร์   ก่อนที่คนร้ายจะปีนขึ้นไปบนกระจกกวาดทองรูปพรรณในถาด ซึ่งระหว่างนั้นพนักงานยังเก็บไม่หมด ก่อนจะพยายามหลบหนีไปทางเดิม แต่ว่าหัวหน้ารปภ.พยาาจะเข้ามาสกัดกั้นคนร้ายด้วยการปิดประตูทางออกของห้าง แต่คนร้ายได้ยิงใส่ที่มือก่อนที่จะตามไปยิงซ้ำจนเสียชีวิต และวิ่งไปขี่จักรยานยนต์แล้วขี่ย้อนศรหนีไป   มีรายงานว่าช่วงเกิดเหตุมีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี ที่เห็นคนร้ายตั้งขี่จักรยานต์มาจอดที่หน้าห้าง แล้วเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดซึ่งพยายามหาที่หลบ และหาจังหวะวิ่งไปถีบรถของคนร้ายเพื่อประวิงเวลาให้เจ้าหน้าที่ตามจับคนร้ายให้ได้ แต่ถูกยิงสวนกลับจนต้องหาที่หลบ ทั้งนี้หลังจากที่คนร้ายหนีออกจากห้างตัวพยายานเงได้ขับรถตามเพื่อไปชนหวังให้ตาย แต่นึกขึ้นได้ว่าขณะนั้นตนมีหลานนั่งมาในรถด้วยจึงไม่กล้าวทำอะไรรุนแรง จึงต้องปล่อยให้หนีไป   ทางด้านคุณน้อย พนักงานในร้านทอง เล่านาทีเฉียดตายตอนคนร้ายก่อเหตุไวมาก ทางพนง.ไม่ได้ขัดขืนใดๆ แต่คนร้ายไม่พูดอะไรเลย มาถึงยิงทันที ที่ตนรอดออกมาได้เพราะอยู่ใกล้กับหลังเคาน์เตอร์ และหนีออกมากดสัญญาณกันขโมย ตอนนั้นได้ยินเสียงปืนดังเบามาดังแก๊ก และไม่คิดว่าน้องพนักงานในร้านจะถูกยิง แต่พอคนร้ายออกไป ก็เห็นน้องพนักงานนอนจมกองเลือดสะเทือนใจมาก ซึ่งคนร้ายยังรู้ว่าตนแอบไปกดสัญญาณขโมย เพราะมีการถามว่า กดทำไม?   ทั้งนี้คำให้การของคุณน้อยทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งอีกประเด็นว่าคนร้ายอาจเป็นพนักงานเก่าของร้านหรือไม่ ที่ทราบในเรื่องของปุ่มนิรภัยของร้าน   ขณะที่พยานที่เห็นเหตุการณ์ คุณชัย (นามสมมุติ) เห็นพฤติกรรมคนร้ายตั่งแต่หน้าห้างเล่าว่า เห็นคนร้ายขับรถจยยฟีโน่ สีแดงเลือดหมูสีขาว มาจอดตรงข้ามหน้าประตูห้าง ตอนนั่นอยู่ในรถยนต์กับหลานก็เห็นคนร้ายลงจากรถ ถือปืนออกมาเห็นชัดเจน และเดินเข้าไปในประตู ก่อเหตุยิงคนในห้าง แล้วก็เดินออกมาขับรถออกไปอย่างใจเย็น ตอนนั้นตนก็ขับรถตามและพยายามจะพุ่งชนรถของคนร้าย แต่ไม่ทัน ซึ่งตำรวจก็เข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นคนร้าย เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก และตนเห็นคนร้ายออกมาจากห้างหลังก่อเหตุเป็นคนแรก   ทั้งนี้ รศ.พ.ต.ท กฤษณพงค์ พูตระกูล ประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต เผยว่าคนร้ายมีความเชี่ยวชาญจากใช้ปืน และฝึกฝนมาอย่างดี เพราะยิงถูกเป้าหมายโดนจุดสำคัญ อีกทั้งรูปแบบการก่อเหตุวางแผนมาแล้วอย่างดีเนื่องจากใช้เวลาไม่นาน   ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตที่ว่าคนร้ายเลือกใช้ปืนเก็บเสียง ซึ่งมีใช้เฉพาะในทหารและตำรวจบางหน่วยเท่านั้น และที่สำคัญคนร้ายยิงทั้งพนักงานของร้านทอง ประชาชนเพื่อหวังผลจะดึงเวลาและหวังผลเบนจุดสนใจ เพื่อจะได้มีเวลาหลบหนี ซึ่งมีความแตกต่างกับคนร้ายชิงทองทั่วไปที่จะเลือกยิงปืนขึ้นฟ้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/v1I84JDogBA

 64,631
ข่าวโซเชียล
11 ม.ค. 63

ชายแสบเห็นกระเป๋าเงินหล่น ใช้ขาเตะก่อนเนียนหยิบกลางสุวรรณภูมิ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดของร้านแลกเงิน ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จับภาพขณะที่ผู้เสียหายกับสามี เดินมาต่อแถวเพื่อรอแลกเงิน   แต่ฝ่ายสามีลากกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าสตางค์ของภรรยาที่วางไว้กระเด็นหล่นพื้น ผู้ชายที่สะพายกระเป๋าสีแดง หันมาเห็นพอดี แทนที่จะเก็บส่งคืน แต่กลับเตะกระเป๋าสตางค์ให้ออกห่างและก้มลงหยิบกระเป๋าสตางค์ ก่อนจะเดินหนีหายไป   ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เงินในกระเป๋ามีประมาณ 1 หมื่นบาท และยังมีทองรูปพรรณ ที่คุณแม่ฝากให้ลูกของเธอด้วย เธอจึงนำคลิปมาโพสต์เพื่อวอนให้ชาวเน็ตช่วยกันหาเบาะแสโจรตีเนียนรายนี้ ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านแลกเงินก็สามารถจับภาพใบหน้าคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7_H2lsJmnc0

 7,943
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 63

สาวเปิดกล้อง อึ้งโดนขโมยกระเป๋าเงินกลางสถานีขนส่ง ที่ไหนได้ฝีมือพระ

ลำปาง-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ จะใครอีกล่ะ ก็หลุยคนเดิมนี่แหละ ได้โพสต์คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีขนส่งผู้โดยสารลำปาง ขณะที่มีสิ่งของสัมภาระวางอยู่ที่เก้าอี้นั่งรอรถ ได้มีพระสงฆ์รูปหนึ่งเอื้อมมือไปหยิบบางสิงที่อยู่ข้างกระเป๋าของผู้อื่นออกมา ก่อนที่จะดูและค่อยลุกขึ้น โดยมีการระบุข้อความว่า   “พระสงฆ์ท่านนี้ได้ขโมยกระเป๋าสตางค์ ในช่วงเวลา07.50 ที่สถานีขนส่งลำปาง แล้วได้เดินเท้าไปทางหลังขนส่งลำปาง เนื่องจากขาของพระไม่ค่อยดีเลยเดินได้ช้า อายุระหว่าง 60 – 70 ปลายๆ หากผู้ไดพบเห็น ติดต่อที่เบอร์ 0984501018 ขอบคุณมากครับ”   ผู้สื่อข่าวติดต่อผู้โพสต์ชื่อ นรากร แซ่จ๋าว อายุ 24 ปี โดยเล่าว่า เพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร และในช่วงระหว่างที่รอเพื่อนมารับ ได้เผลอคุยโทรศัพท์ โดยวางหมูปิ้ง น้ำดื่ม และกระเป๋าเงิน ไว้ข้างกระเป๋าสัมภาระ กระทั่งเพื่อนที่มารับได้มาถึงแล้ว จึงรีบไปเอากระเป๋า   เมื่อดูสิ่งของก็พบว่า กระเป๋าเงินหายไป โดยภายในมีเอกสารสำคัญและเงินสด 3,000 บาท จึงรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ และขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบพระรูปดังกล่าวขโมยไป ทำให้ตนเสียความรู้สึกมาก ที่คนก่อเหตุเป็นถึงพระสงฆ์ และได้ประพฤติตัวดังกล่าว   ในส่วนของเงินสดประมาณ 3,000 บาท หากพระภิกษุสงฆ์ดังกล่าวอยากได้ ตนเองก็ยินดียกเงินให้ทั้งหมด และจะไม่เอาเรื่องเอาความ แต่ขอให้นำเอกสารต่างๆ ในกระเป๋าตังค์ เช่นบัตรประชาชนและใบขับขี่ และใบอนุญาตต่างๆของตนมาคืนก็พอใจแล้ว เพราะตัวเองไม่อยากเสียเวลาไปทำบัตรใหม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8RAGwxt-CxU

 4,783
สังคม
10 ม.ค. 63

สาวเปิดกล้อง อึ้งโดนขโมยกระเป๋าเงินกลางสถานีขนส่ง ที่ไหนได้ฝีมือพระ

ลำปาง-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ จะใครอีกล่ะ ก็หลุยคนเดิมนี่แหละ ได้โพสต์คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีขนส่งผู้โดยสารลำปาง ขณะที่มีสิ่งของสัมภาระวางอยู่ที่เก้าอี้นั่งรอรถ ได้มีพระสงฆ์รูปหนึ่งเอื้อมมือไปหยิบบางสิงที่อยู่ข้างกระเป๋าของผู้อื่นออกมา ก่อนที่จะดูและค่อยลุกขึ้น โดยมีการระบุข้อความว่า   “พระสงฆ์ท่านนี้ได้ขโมยกระเป๋าสตางค์ ในช่วงเวลา07.50 ที่สถานีขนส่งลำปาง แล้วได้เดินเท้าไปทางหลังขนส่งลำปาง เนื่องจากขาของพระไม่ค่อยดีเลยเดินได้ช้า อายุระหว่าง 60 – 70 ปลายๆ หากผู้ไดพบเห็น ติดต่อที่เบอร์ 0984501018 ขอบคุณมากครับ”   ผู้สื่อข่าวติดต่อผู้โพสต์ชื่อ นรากร แซ่จ๋าว อายุ 24 ปี โดยเล่าว่า เพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร และในช่วงระหว่างที่รอเพื่อนมารับ ได้เผลอคุยโทรศัพท์ โดยวางหมูปิ้ง น้ำดื่ม และกระเป๋าเงิน ไว้ข้างกระเป๋าสัมภาระ กระทั่งเพื่อนที่มารับได้มาถึงแล้ว จึงรีบไปเอากระเป๋า   เมื่อดูสิ่งของก็พบว่า กระเป๋าเงินหายไป โดยภายในมีเอกสารสำคัญและเงินสด 3,000 บาท จึงรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ และขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบพระรูปดังกล่าวขโมยไป ทำให้ตนเสียความรู้สึกมาก ที่คนก่อเหตุเป็นถึงพระสงฆ์ และได้ประพฤติตัวดังกล่าว   ในส่วนของเงินสดประมาณ 3,000 บาท หากพระภิกษุสงฆ์ดังกล่าวอยากได้ ตนเองก็ยินดียกเงินให้ทั้งหมด และจะไม่เอาเรื่องเอาความ แต่ขอให้นำเอกสารต่างๆ ในกระเป๋าตังค์ เช่นบัตรประชาชนและใบขับขี่ และใบอนุญาตต่างๆของตนมาคืนก็พอใจแล้ว เพราะตัวเองไม่อยากเสียเวลาไปทำบัตรใหม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8RAGwxt-CxU

 4,783

Top