ค้นหา :

ผลการค้นหา "วินจยย"

ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 62

เปิดวงจรปิดล่าตัว โจรใช้น้ำผสมพริกสาดหน้าลุงขับวิน จยย. ก่อนชิงรถหนี

นนทบุรี-จากกรณีนายพาน ปุริมะ อายุ 71 ปี อาชีพขับรถวินจยย.รับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง ก่อนจะขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 (ซอยต้นสน) ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด บอกว่า ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในซอย 14/2 อย่าง พบหมวกสีขาวของคนร้ายตกอยู่บริเวณป่าข้างทางได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นได้เรียกพยานที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุมาสอบปากคำแล้วอยู่รระหว่างเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาล จ.นนทบุรี คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆนี้   ทั้งนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากหอพัก ต้นสนอพาร์ตเมนท์ ภายในซอยที่เกิดเหตุ จับภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นสูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อยืดลายขาวดำแขนยาวใส่กางเกงยีนส์ขายาวรองเท้าผ้าใบ สวมหมวกแก๊ปสีขาวใส่ผ้าสีดำปิดบังใบหน้าสะพายเป้ขณะกำลังเดินตรงไปที่ซอยต้นสน 14/ 2 ซึ่งเป็นซอยเปลี่ยวที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ผู้เสียหาย   หลังจากนั้นคนร้ายได้เดินออกมาผ่านกล้องวงจรปิดตัวเดิมมุ่งหน้าปากซอย คนร้ายได้เปลี่ยนเสื้อด้านในเป็นเสื้อยืดสีดำสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสงคลุมทับสวมหมวกสีขาวจากนั้นได้เดินผ่านกล้องอีกตัวบริเวณหน้าอพาร์ตเมนท์คนร้ายได้เปลี่ยนหมวกที่ใส่เป็นสีแดง หลังจากนั้นกล้องกล้องวงจรปิดตัวเดิมได้จับภาพผู้ต้องหานั่งซ้อนท้ายลุงผู้เสียหาย มุ่งหน้าซอยต้นสน 14 /2 ที่คนร้ายก่อเหตุ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8y9_etkU5MQ

 599
สังคม
24 ธ.ค. 62

เปิดวงจรปิดล่าตัว โจรใช้น้ำผสมพริกสาดหน้าลุงขับวิน จยย. ก่อนชิงรถหนี

นนทบุรี-จากกรณีนายพาน ปุริมะ อายุ 71 ปี อาชีพขับรถวินจยย.รับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง ก่อนจะขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 (ซอยต้นสน) ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด บอกว่า ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในซอย 14/2 อย่าง พบหมวกสีขาวของคนร้ายตกอยู่บริเวณป่าข้างทางได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นได้เรียกพยานที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุมาสอบปากคำแล้วอยู่รระหว่างเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาล จ.นนทบุรี คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆนี้   ทั้งนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากหอพัก ต้นสนอพาร์ตเมนท์ ภายในซอยที่เกิดเหตุ จับภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นสูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อยืดลายขาวดำแขนยาวใส่กางเกงยีนส์ขายาวรองเท้าผ้าใบ สวมหมวกแก๊ปสีขาวใส่ผ้าสีดำปิดบังใบหน้าสะพายเป้ขณะกำลังเดินตรงไปที่ซอยต้นสน 14/ 2 ซึ่งเป็นซอยเปลี่ยวที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ผู้เสียหาย   หลังจากนั้นคนร้ายได้เดินออกมาผ่านกล้องวงจรปิดตัวเดิมมุ่งหน้าปากซอย คนร้ายได้เปลี่ยนเสื้อด้านในเป็นเสื้อยืดสีดำสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสงคลุมทับสวมหมวกสีขาวจากนั้นได้เดินผ่านกล้องอีกตัวบริเวณหน้าอพาร์ตเมนท์คนร้ายได้เปลี่ยนหมวกที่ใส่เป็นสีแดง หลังจากนั้นกล้องกล้องวงจรปิดตัวเดิมได้จับภาพผู้ต้องหานั่งซ้อนท้ายลุงผู้เสียหาย มุ่งหน้าซอยต้นสน 14 /2 ที่คนร้ายก่อเหตุ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8y9_etkU5MQ

 599
สังคม
23 ธ.ค. 62

แกะรอยโจรใจร้าย! ใช้น้ำผสมพริกสาดหน้าลุงขับวิน ก่อนชิง จยย.หนีหาย แฉเลือกเหยื่อเป็นคนแก่

เรื่องเตือนภัยสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง โดยเฉพาะเหตุจี้ชิงทรัพย์ ล่าสุด เกิดขึ้นกับวินจักรยานยนต์รับจ้าง วัย 71 ปี ถูกหลอกให้ไปส่งในซอยตัน ย่านปากเกร็ด นนทบุรี ก่อนจะฉีดน้ำผสมพริกใส่หน้า เเละใช้ปืนขู่ ชิงเอารถจักรยานยนต์ขับหนีไป ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายสวมหมวกอำพรางใบหน้า เดินตระเวนเลือกเหยื่อที่เป็นชายสูงอายุ    เสียงสะท้อนจาก วินจักรยานยนต์รับจ้าง วัย 71 ปี เล่าถึงพฤติกรรมคนร้าย ขณะจ้างให้ไปส่งในซอยต้นสน 14/2 เเต่เมื่อไปถึงจุดหมายซึ่งเป็นซอยตัน คนร้ายอาศัยจังหวะเผลอ ฉีดน้ำผสมพริกเข้าที่ใบหน้าเเละดวงตา จนมีอาการปวดเเสบปวดร้อน ก่อนจะควักอาวุธปืนห่อด้วยผ้าขึ้นมาขู่ ชิงเอาจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิ๊ก สีดำเเดง ทะเบียน กกฉ-818 นนทบุรี ขับหนีไป เหตุเกิดในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา     โดยผู้เสียหายพาทีมข่าว 3 มิติ เข้าไปที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งวินบริเวณปากซอย แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ประมาณ 700 เมตร พบว่าจุดนี้เป็นซอยตัน รกครึ้ม เเละมีบ้านพักอาศัยอยู่ไม่กี่หลัง คนร้ายระบุปลายทางชัดเจน จึงเป็นไปได้ที่ผู้ก่อเหตุรายนี้ เตรียมการวางเเผนไว้ล่วงหน้า เเละรู้ว่าบริเวณนี้ปลอดผู้คน นาน ๆจะมีรถขับผ่านมาสักครั้ง    ข่าว 3 มิติ พบว่า ตามเส้นทางที่ขับผ่าน มีกล้องวงจรปิด จากการตรวจสอบจะเห็นว่า เวลาประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง วันที่ 21 ธันวาคม คนร้ายซ้อนจักรยานยนต์ผู้เสียหายเข้ามาในซอย เเต่เนื่องจากบริเวณเกิดเหตุไม่มีวงจรปิด จึงไม่เห็นภาพขณะคนร้ายลงมือ   ขณะที่กล้องวงจรปิดตัวอื่น ๆ บันทึกภาพคนร้ายก่อนเกิดเหตุ ขณะเดินเท้ามาตามถนน ซึ่งเป็นชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ใส่เสื้อลาย สมหมวก ใส่หน้ากากอนามัยสีดำปิดบังใบหน้า เดินเข้า-ออกบริเวณซอยต้นสน 14 คล้ายกับดูลาดเลา    จากนั้นจะเห็นว่า คนร้ายได้เปลี่ยนไปสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง เดินออกมาหน้าปากซอย แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ทันทีที่เห็นว่าคุณลุงพาน นั่งคร่อมจักรยานยนต์อยู่เพียงลำพัง จึงทำทีเข้ามาว่าจ้างให้ไปส่ง โดยอ้างว่าจะเข้าไปที่บ้านเจ้านาย   ผู้เสียหายเเจ้งความไว้ที่สภ.ปากเกร็ด ข่าว 3 มิติ สอบถามความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจยืนยันว่า ขณะนี้พยายามไล่กล้องวงจรปิดในจุดที่คาดว่าคนร้ายขับผ่าน เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวในไม่ช้า จึงฝากเเจ้งประชาชนที่พบเบาะเเส ชายลักษณะตามที่ปรากฏในภาพ หรือพบเจอจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิ๊กสีเเดง-ดำ โพสต์ขาย หรือ วางจำหน่ายอยู่ในตลาดมืด เเจ้งเบาะเเสได้ทันที เนื่องจากคนร้ายมีพฤติกรรม เป็นภัยต่อสังคม ก่อเหตุได้เเม้กระทั่งกลางวัน เเละเลือกเอาเฉพาะเหยื่อที่เป็นคนสูงอายุ 

 512
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 62

ลุงขับวินจยย.ถูกโจรใช้น้ำผสมพริกสาดหน้า ก่อนชักปืนจี้ชิงรถหลบหนี กลางวันแสกๆ

นนทบุรี-นายพาน ปุริมะ อายุ 71 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง ก่อนจะขับหลบหนีไป โดยพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ขับรถติดตามแต่ไม่ทัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.62 เวลา 14.30 น. ผู้เสียหายได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด   ภาพในกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง กางเกงขายาว ใส่หมวกแก๊ป เดินผ่านอพาร์ทเม้นท์ คริสตัลเพลส มุ่งหน้าไปหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะปากเกร็ด 20   จากการสอบถามนายพาน ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขับวินจยย.อยู่ปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ตามปกติ มีผู้โดยสารเข้ามาบอกว่าให้ไปส่งที่ซอย 14/2 เข้าไปประมาณ 20 เมตร และให้ตนเลี้ยวซ้ายแต่ทางซ้ายเป็นป่าเป็นซอยตันและเปลี่ยว หลังจากจอดรถตนจึงเปิดหมวกขึ้นเพื่อจะบอกราคาค่าโดยสาร แต่คนร้ายได้เปิดกระเป๋าหยิบขวดน้ำที่เตรียมมาจากกระเป๋ามาสาดใส่หน้าตนทำให้แสบตาจนลืมไม่ขึ้น   ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงตกใจมาก จากนั้นคนร้ายได้หยิบปืนขึ้นมาจากเอวเป็นปืนแม็กกาซีนมีผ้าพันที่ด้าม ถามว่า "รถคันนี้จะให้ดีๆไหม" ตอนนั้นได้เเต่ดึงเสื้อเอามาเช็ดตาเพราะว่าแสบตาจนทนไม่ไหว คนร้ายขึ้นคร่อมรถและขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว จากที่เห็นคนร้ายอายุไม่น่าเกิน 30 ปี สูงประมาณ 170 ซม. รถของตนซื้อเงินสดมา ราคา 52,000 บาท ฝากบอกตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ให้ช่วยติดตาม กลางวันแสก ๆ ไม่น่าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ตอนนี้ไม่ได้ขับรถขาดรายได้ ต่อไปคงต้องไปหาซื้อรถมือ 2 เก่า ๆ ขับ รถใหม่เข็ดแล้วกลัวโดนจี้อีกแก่แล้วคงไม่มีแรงสู้คนร้าย   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3TaRkNJBwDY  

 1,053
สังคม
23 ธ.ค. 62

ลุงขับวินจยย.ถูกโจรใช้น้ำผสมพริกสาดหน้า ก่อนชักปืนจี้ชิงรถหลบหนี กลางวันแสกๆ

นนทบุรี-นายพาน ปุริมะ อายุ 71 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง ก่อนจะขับหลบหนีไป โดยพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ขับรถติดตามแต่ไม่ทัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.62 เวลา 14.30 น. ผู้เสียหายได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด   ภาพในกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง กางเกงขายาว ใส่หมวกแก๊ป เดินผ่านอพาร์ทเม้นท์ คริสตัลเพลส มุ่งหน้าไปหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะปากเกร็ด 20   จากการสอบถามนายพาน ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขับวินจยย.อยู่ปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ตามปกติ มีผู้โดยสารเข้ามาบอกว่าให้ไปส่งที่ซอย 14/2 เข้าไปประมาณ 20 เมตร และให้ตนเลี้ยวซ้ายแต่ทางซ้ายเป็นป่าเป็นซอยตันและเปลี่ยว หลังจากจอดรถตนจึงเปิดหมวกขึ้นเพื่อจะบอกราคาค่าโดยสาร แต่คนร้ายได้เปิดกระเป๋าหยิบขวดน้ำที่เตรียมมาจากกระเป๋ามาสาดใส่หน้าตนทำให้แสบตาจนลืมไม่ขึ้น   ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงตกใจมาก จากนั้นคนร้ายได้หยิบปืนขึ้นมาจากเอวเป็นปืนแม็กกาซีนมีผ้าพันที่ด้าม ถามว่า "รถคันนี้จะให้ดีๆไหม" ตอนนั้นได้เเต่ดึงเสื้อเอามาเช็ดตาเพราะว่าแสบตาจนทนไม่ไหว คนร้ายขึ้นคร่อมรถและขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว จากที่เห็นคนร้ายอายุไม่น่าเกิน 30 ปี สูงประมาณ 170 ซม. รถของตนซื้อเงินสดมา ราคา 52,000 บาท ฝากบอกตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ให้ช่วยติดตาม กลางวันแสก ๆ ไม่น่าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ตอนนี้ไม่ได้ขับรถขาดรายได้ ต่อไปคงต้องไปหาซื้อรถมือ 2 เก่า ๆ ขับ รถใหม่เข็ดแล้วกลัวโดนจี้อีกแก่แล้วคงไม่มีแรงสู้คนร้าย   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3TaRkNJBwDY  

 1,053
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 62

ลูกชายมือปืนฟ้องพ่อ หลังมีเรื่องกับวิน จยย. ก่อนบุกมายิงดับ

ปทุมธานี-เกิดเหตุคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต บริเวณวินรถจักรยานยนต์รับจ้างนวนคร-หอพักอมร ปากทางนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ถนนพหลโยธินขาออก ตำบลคลองหนึ่งอำเภอคลองหลวง   ที่เกิดเหตุพบนายดิเรก สุกใส อายุ 50 ปี ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเบอร์11 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ด้านหลังฝั่งซ้าย 1 นัด และที่หัวไหล่ขวา 1 นัดโดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้งเร่งให้การช่วยเหลือโดยการปั๊มหัวใจ จากนั้นนำส่งโรงพยาบาลการุญเวชนวนคร แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ทั้งนี้มีรายงานว่า ผู้ตายได้ไปมีเรื่องกับลูกชายมือปืน จากนั้นด้านลูกชายจึงไปบอกกับพ่อว่ามีมือปืนได้มาที่วินรถจักรยานยนต์ที่เกิดเหตุ และเมื่อพบตัวผู้ตายทั้งสองคนก็ได้มีเรื่องชกต่อยกัน จากนั้นกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นต่างคนก็พากันวิ่งหนี และผู้ตายก็ได้ล้มลงกับพื้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรเพื่อตามจับตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PfrZn1S81QY

 1,382
อาชญากรรม
17 ธ.ค. 62

ลูกชายมือปืนฟ้องพ่อ หลังมีเรื่องกับวิน จยย. ก่อนบุกมายิงดับ

ปทุมธานี-เกิดเหตุคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต บริเวณวินรถจักรยานยนต์รับจ้างนวนคร-หอพักอมร ปากทางนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ถนนพหลโยธินขาออก ตำบลคลองหนึ่งอำเภอคลองหลวง   ที่เกิดเหตุพบนายดิเรก สุกใส อายุ 50 ปี ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเบอร์11 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ด้านหลังฝั่งซ้าย 1 นัด และที่หัวไหล่ขวา 1 นัดโดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้งเร่งให้การช่วยเหลือโดยการปั๊มหัวใจ จากนั้นนำส่งโรงพยาบาลการุญเวชนวนคร แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ทั้งนี้มีรายงานว่า ผู้ตายได้ไปมีเรื่องกับลูกชายมือปืน จากนั้นด้านลูกชายจึงไปบอกกับพ่อว่ามีมือปืนได้มาที่วินรถจักรยานยนต์ที่เกิดเหตุ และเมื่อพบตัวผู้ตายทั้งสองคนก็ได้มีเรื่องชกต่อยกัน จากนั้นกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นต่างคนก็พากันวิ่งหนี และผู้ตายก็ได้ล้มลงกับพื้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรเพื่อตามจับตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PfrZn1S81QY

 1,382
สังคม
05 ธ.ค. 62

วินจยย.ไม่พอใจพวกกันเอง หลังโดนเตือนแย่งลูกค้า บุกตามทำร้ายกลางถนนหน้าปากซอย!

เผยภาพจากกล้องวงจรปิดเผยภาพเหตุการณ์วัยรุ่นยกพวกเข้าทำร้ายร่างกายวินจักรยานยนต์เขตปทุมวัน บริเวณหน้าปากซอยจุฬา 42 ข้างคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   จากเหตุการณ์ที่วินจักรยานยนต์ถูกวัยรุ่นเข้ามาทำร้ายบริเวณหน้าปากซอย จุฬา 42 ท่ามกลางคนพุกพล่าน โดยผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสัมภาษณ์ นายสมญา ก้านแก้ว ผู้บาดเจ็บ ว่าวัยรุ่นที่เข้ามาก่อเหตุเป็นลูกชายของวินจักรยานยนต์อีกพื้นที่ ที่ก่อนหน้านี้นายสมญาได้บอกกล่าวว่าไม่ให้รับลูกค้าข้ามเขต ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุทำให้วัยรุ่นเข้ามาทำร้ายตนด้วยความโกรธแค้น และตนได้เข้าแจ้งความตำรวจพร้อมให้ข้อมูลกับสน.ปทุมวัน แต่ก็ถูกข่มขู่ว่าจะกลับมาทำร้ายอีก ตำรวจจึงเตรียมออกหมายจับ และนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 282
สังคม
04 ธ.ค. 62

ออกหมายเรียกแก๊งโจ๋รุมทำร้ายวิน จยย.สามย่าน เผยแค้นที่เคยมาต่อว่าพ่อรับ ผดส. ข้ามเขต

วินรถจักรยานยนต์เปิดศึกตีกันเอง สาเหตุเพราะไม่พอใจที่ถูกเตือนเรื่องรับคนข้ามเขต ไปดูวงจรปิด     สังเกตวินรถจักรยานยนต์ที่ขี่มาคันแรก จากนั้นก็มีคนร้าย 5 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันตามประกบทันที ก่อนจะจอดที่หัวมุมถนนปากซอยจุฬาลงกรณ์ 42 ซึ่งเป็นจุดจอดวิน จากนั้นวัยรุ่นชาย 3 คน ก็เข้ามารุมทำร้าย ไล่ชกต่อยวินรถจักรยานยนต์กันกลางถนน ทั้งเตะ และกระทืบ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่เดินผ่านไปมา โชคดีที่เพื่อนร่วมวินขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาห้ามไว้ได้ทัน กลุ่มวัยรุ่นจึงแยกย้ายขึ้นรถจักรยานยนต์หนีไป      ทีมข่าวไปพบผู้บาดเจ็บตรงวินที่เกิดเหตุ ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าได้รับบาดเจ็บที่หัว ไหล่ และซี่โครงพร้อมบอกว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา กลุ่มชายวัยรุ่นที่รุมทำร้ายเป็นลูกชายของคนขี่รถจักรยานยนต์อีกวินหนึ่ง คาดว่าจะมาแก้แค้นแทนพ่อ เพราะไม่พอใจที่เขาเคยต่อว่า เรื่องห้ามรับลูกค้าข้ามเขต       สมญา ก้านแก้ว ผู้บาดเจ็บเมื่อวานนี้เขาไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ สน.ปทุมวัน ปรากฎว่ากลุ่มที่ทำร้าย ฝากข้อความมาข่มขู่ว่าจะกลับมาทำร้ายอีก ล่าสุดตำรวจเตรียมออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน มารับทราบข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บแล้ว

 1,107
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ธ.ค. 62

โผล่อีก คลิปแกร็บคาร์ทะเลาะวิน จยย.ชลบุรี ปมแย่งผู้โดยสาร

ชลบุรี-โลกโซเชียลแชร์คลิปเหตุการณ์ การทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายระหว่างกลุ่มวิน จยย.รับจ้างและคนขับแกร็บคาร์   ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หน้าหอพักแห่งหนึ่งภายในซอย 4 หมู่ 5 ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี พบกับนายสมโภชน์ ฤทธิเดช อายุ 30 ปี วิน จยย.รับจ้างหน้าวัดบุญญราศี เบอร์ 21 ที่โดนต่อยล้มลง และนายสยามรัฐ สืบเหล่ารบ อายุ 26 ปี วินเบอร์ 1 ที่อยู่ในคลิป โดยทั้ง 2 ได้ชี้ให้ดูร่องรอยแผลแตกที่ในปาก และชี้ให้ดูบริเวณที่เกิดเหตุ   โดยนายสยามรัฐ วินเบอร์ 1 เปิดเผยว่า คู่กรณีมากันหลายคน ขณะนั่งรอลูกค้าอยู่เขาก็มาชกต่อยเลย ส่วนสาเหตุเพราะกลุ่มที่มาชกต่อยนั้นเป็นคนขับแกร็บคาร์ ที่มารอรับผู้โดยสารแถวหน้าหอพัก สาเหตุก็น่าจะมาจากมีคนในวินเคยพูดว่า รถแกร็บถ้าจะมารับลูกค้าให้ไปรอรับด้านนอก อย่ามารับหน้าหอพัก เพราะมีวิน จยย.รับจ้างอยู่ พร้อมฝากบอกถึงขนส่งด้วยให้จัดการรถแกร็บที่ผิดกฎหมายด้วย   ด้านนายสมโภชน์ ฤทธิเดช เผยอีกว่า แกร็บคาร์เข้ามาแย่งลูกค้า ทั้งที่แถวนี้มีวิน จยย.สาธารณะ จึงแจ้งว่าให้ไปรับด้านนอกได้ไหม เพราะตรงนี้มีวินอยู่แล้ว แต่ตนไม่ได้เป็นคนพูด มีพี่คนหนึ่งพูด คู่กรณีน่าจะจำคนผิด ตนนั่งไม่รู้เรื่องเลย ก่อนถูกทร้ายร่างกาย จึงขอฝากบอกถึงผู้ที่คอมเม้นต์ในโลกโซเชียลด้วยว่า วิน จยย.รับจ้างไม่ได้รุมทำร้ายก่อน ล่าสุดได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ไว้แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0w-hCMeamkA

 2,684
ข่าวโซเชียล
04 ธ.ค. 62

โผล่อีก คลิปแกร็บคาร์ทะเลาะวิน จยย.ชลบุรี ปมแย่งผู้โดยสาร

ชลบุรี-โลกโซเชียลแชร์คลิปเหตุการณ์ การทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายระหว่างกลุ่มวิน จยย.รับจ้างและคนขับแกร็บคาร์   ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หน้าหอพักแห่งหนึ่งภายในซอย 4 หมู่ 5 ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี พบกับนายสมโภชน์ ฤทธิเดช อายุ 30 ปี วิน จยย.รับจ้างหน้าวัดบุญญราศี เบอร์ 21 ที่โดนต่อยล้มลง และนายสยามรัฐ สืบเหล่ารบ อายุ 26 ปี วินเบอร์ 1 ที่อยู่ในคลิป โดยทั้ง 2 ได้ชี้ให้ดูร่องรอยแผลแตกที่ในปาก และชี้ให้ดูบริเวณที่เกิดเหตุ   โดยนายสยามรัฐ วินเบอร์ 1 เปิดเผยว่า คู่กรณีมากันหลายคน ขณะนั่งรอลูกค้าอยู่เขาก็มาชกต่อยเลย ส่วนสาเหตุเพราะกลุ่มที่มาชกต่อยนั้นเป็นคนขับแกร็บคาร์ ที่มารอรับผู้โดยสารแถวหน้าหอพัก สาเหตุก็น่าจะมาจากมีคนในวินเคยพูดว่า รถแกร็บถ้าจะมารับลูกค้าให้ไปรอรับด้านนอก อย่ามารับหน้าหอพัก เพราะมีวิน จยย.รับจ้างอยู่ พร้อมฝากบอกถึงขนส่งด้วยให้จัดการรถแกร็บที่ผิดกฎหมายด้วย   ด้านนายสมโภชน์ ฤทธิเดช เผยอีกว่า แกร็บคาร์เข้ามาแย่งลูกค้า ทั้งที่แถวนี้มีวิน จยย.สาธารณะ จึงแจ้งว่าให้ไปรับด้านนอกได้ไหม เพราะตรงนี้มีวินอยู่แล้ว แต่ตนไม่ได้เป็นคนพูด มีพี่คนหนึ่งพูด คู่กรณีน่าจะจำคนผิด ตนนั่งไม่รู้เรื่องเลย ก่อนถูกทร้ายร่างกาย จึงขอฝากบอกถึงผู้ที่คอมเม้นต์ในโลกโซเชียลด้วยว่า วิน จยย.รับจ้างไม่ได้รุมทำร้ายก่อน ล่าสุดได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ไว้แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0w-hCMeamkA

 2,684
ข่าวโซเชียล
03 ธ.ค. 62

ซัดกันนัว! แกร็บไบค์บุกชกแก๊งวิน จยย.ถึงถิ่น เปิดศึกปมแย่งลูกค้าในซอยชลบุรี

แชร์ว่อนโซเชียล คอมเม้นกระหน่ำ คลิปชกต่อยกันระหว่างวิน จยย.รับจ้าง กับรถแกร๊ปป้ายดำ วินวอนขนส่งจัดการแก้ไขปัญหา ชี้แจงไม่ได้รุม ซ้ำยังถูกต่อยผิดคน     วันที่ 3 พ.ย.2562 เฟซบุ๊ก สุรศักดิ์ สุโข โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมระบุว่า “Grab ชลบุรี ยกพวกกระทืบวินจยย.รับจ้าง เคยใด้ยินแต่วินมอเตอร์ไซค์ตีGrab ตอนนี้กลับกัน ผมเป็นอีกหนึ่งคนขับวินในพื้นที่ชลบุรีมาเป็น 10 ปี จะไม่ยอมให้ไอ้พวกนี่ลอยนวล”   โดยในคลิปกล้องวงจรปิดหน้าหน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งใน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เผยเหตุการณ์ เมื่อเวลา 19.26 น. วันที่ 1 ธ.ค. มีกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างอยู่หน้าร้านขายของชำ จากนั้นก็มีชายสีครีมและชายเสื้อสีเทาขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน ชายเสื้อสีครีมเข้ามาชกต่อยกับวินจักรยานยนต์รับจ้างคนหนึ่ง จนวินจักรยานยนต์รับจ้างล้มลงกับพื้น จากนั้นวินจักรยานยนต์รับจ้างคนอื่นก็เข้ามาห้ามให้แยกย้ายกัน   ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หน้าหอพักแห่งหนึ่งภายในซอย ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี พบกับนายสมโภชน์ ฤทธิเดช อายุ 30 ปี วิน จยย.รับจ้างหน้าวัดบุญญราศี เบอร์ 21 ที่โดนต่อยล้มลง และนายสยามรัฐ สืบเหล่ารบ อายุ 26 ปี วินเบอร์ 1 ที่อยู่ในคลิป โดยทั้ง 2 ได้ชี้ให้ดูร่องรอยแผลแตกที่ในปาก และชี้ให้ดูบริเวณที่เกิดเหตุ   นายสยามรัฐ สืบเหล่ารบ วินเบอร์ 1 เปิดเผยว่า เขามากันแยอะอยู่ครับ รถ จยย.ประมาณ 4-5 คัน มาคันละ 2 คนอยู่ดีๆเขาก็เดินลงมาชี้ตัวมีไม้ถือมาด้วย ยืนคุมเชิงรอบเลยหลายจุดสะพายกระเป๋าซึ่งดูแล้วไม่กล้าช่วย เพราะกลัวเขามีอาวุธ ขณะนั่งรอลูกค้าอยู่เขาก็มาชกต่อยเลย ส่วนสาเหตุเพราะกลุ่มที่มาชกต่อยนั้น เป็นแกร๊ปรถยนต์ที่มารอรับผู้โดยสารแถวหน้าหอพัก สาเหตุก็น่าจะมาจากมีพี่คนหนึ่งเขาเคยพูดบอกไปว่า รถแกร๊ปถ้าจะมารับลูกค้าให้ไปรอรับด้านนอก อย่ามารับหน้าหอพัก เพราะมีวิน จยย.รับจ้างอยู่ ฝากบอกถึงขนส่งด้วยให้จัดการรถแกร๊ปที่ผิดกฎหมายด้วย   นายสมโภชน์ ฤทธิเดช เผยอีกว่า เราก็มีวิน จยย.รับจ้างสาธารณะวิ่งอยู่ตรงนี้ทุกวัน มีแกร๊ปเข้ามารับลูกค้าเหมือนแย่งลูกค้านั่นแหละ แต่ถ้าเป็นลูกค้าให้ไปรับด้านนอกได้มั้ย ตรงนี้มีวินอยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้เป็นคนพูด มีพี่คนหนึ่งพูด เขาน่าจะจำคนผิด ผมนั่งไม่รู้เรื่องเลย เขามาถึงก็ต่อย เข้ามา 4 คน ผมก็สู้นะ และขอฝากบอกถึงผู้ที่คอมเม้นในโลกโซเชียลด้วยว่า วิน จยย.รับจ้างไม่ได้รุมนะครับ ดูดีๆ ผมโดนคนเดียวและโดนแบบผิดตัวด้วย ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ไว้แล้ว

 3,216
สังคม
20 พ.ย. 62

ตร.เตรียมออกหมายจับ วิน จยย. รุมทำร้าย รปภ. ใน ม.ธรรมศาสตร์

เกิดเหตุการณ์กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ได้ยกพวกมารุมกระทืบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ที่ทำหน้าที่อยู่บริเวณประตูเชียงราก 1 ซึ่งพบว่า กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ โดยเห็นภาพที่ รปภ.ได้ยืนคุยกับวินจยย. ก่อนที่ วินจยย.จะวนรถกลับมา พร้อมกับกลุ่มชายอีกหลายคน และก่อเหตุรุมทำร้าย รปภ.จนล้มไปกองกับพื้นจากนั้น ก็เตะเข้าที่บริเวณใบหน้าอีกครั้งจนล้มกองกับพื้น   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุดังกล่าวเริ่มจากมหาวิทยาลัยมีกฎว่า ผู้ที่เข้ามาขับขี่รถจักรยานยนต์ในมหาวิทยาลัยต้องสวมหมวกกันน็อก แต่พบว่า กลุ่มวินจยย. มักไม่สวมหมวกเข้ามาในพื้นที่ จึงเตือนและคุยกัน เบื้องต้นพบว่า รปภ.หัวแตก ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย   เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้กำกับ สภ.คลองหลวง ได้เข้าหารือกับ รองอธิการบดี  ฝ่ายความยั่งยืน และบริหาร ของทาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พร้อมระบุว่า ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะนี้กำลังเร่งตามตัวคนร้านทั้ง 2 คน ซึ่งตอนนี้ทราบตัวแล้วว่าเป็นใคร โดยจะขออำนาจศาลธัญบุรี อนุมัติหมายจับภายในวันนี้   หลังจาก้กิดเหตุการณ์ บรรยากาศวินรถจยย.ยังมีคงมีลนักศึกษามาใช้บริการปกติแต่มีจำนวนน้อยลง โดยผู้สื่อข่าวได้ไปสังเกตการณ์วินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่รปภ.ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต บรรยากายังคงมีนักศึกษามาใช้บริการตามปกติและทุกคนที่ขึ้นวินรถจักรยานยนต์ก็ใส่หมวกกันน็อคทั้งคนขับและคนซ้อน แต่มีคนขับวินรถจักรยานยนต์ได้ให้ข้อมูลว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้โดยสารน้อยลงไปมาก   ด้านนางสาวจารุทัย ประไพพิทยาคุณ อายุ28ปี นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้บอกว่าตนเองขึ้นวินรถจักรยานยนต์ทุกวันและก็สวมหมวกกันน็อคทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตนเองและเป็นกฏของทางมหาวิทยาลัย แต่ก็มีบางคันที่ขับรถเร็วตนก็อยากจะบอกว่าให้ขับช้าๆหน่อยเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

 319
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 62

2 วินจยย.หัวร้อน รุมกระทืบ รปภ.ม.ธรรมศาสตร์เจ็บ ฉุนเตือนเรื่องหมวกกันน็อก

ปทุมธานี-กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุชายวัยรุ่น 2 คน พร้อมอาวุธเหล็ก และหมวกกันน็อกทำร้ายร่างกาย รปภ. รายหนึ่งจนล้มลงไปกองกับพื้น และยังมีการเตะซ้ำเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง โดยมีวินจยย. หลายคนเข้ามาห้ามปราม และช่วยเหลือ รปภ.ที่ถูกทำร้าย เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณประตูเชียงราก 1 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต   ต่อมานายสุชาติ สุดสระ อายุ 54 ปี รปภ.ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ผู้ถูกทำร้าย ได้เดินทางเข้าพบตำรวจสภ.คลองหลวง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในการรวมรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรีในการออกหมายจับผู้ก่อเหตุ   โดยนายสุชาติให้การว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 18.00 น.วันที่ 17 พ.ย. ที่บริเวณประตูเชียงราก 1 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ขณะตนปฏิบัติหน้าที่ ได้กล่าวตักเตือนผู้ขับขี่วินรถจยย.รับจ้างที่เข้าออกในภายมหาวิทยาลัยและไม่สวมหมวกนิรภัยว่า ในมหาวิทยาลัยมีมาตรการรณรงค์ความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ผู้ที่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจยย.จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกคน   ซึ่งคาดว่า คงสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ก่อเหตุทั้งสอง ซึ่งเป็นวินจยย.อยู่บริเวณดังกล่าว จึงเข้ามาทำร้ายตน ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ว่ากล่าวตักเตือนไปหลายครั้ง แต่มันเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติก็จะโดนเรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่   หลังจากกล่าวตักเตือน ทั้งสองคนได้ขับรถออกไปจอดด้านนอกรั้วมหาวิทยาลัย แล้วเดินเข้ามาพร้อมด้วยท่อนเหล็กและหมวกนิรภัย ก่อนจะเข้าผลักและทำร้ายตนเองด้วยการเตะต่อย และทุบตี ก่อนที่จะมีรปภ.และวินจยย.รับจ้างคนอื่นๆ มาช่วยห้ามปรามหลังเกิดเหตุตนถูกนำส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พบว่า มีบาดแผลศีรษะแตกเย็บ 2 เข็ม ปลายคางฝั่งซ้าย และลำตัวฝั่งซ้ายฟกช้ำ นอนรักษาตัวที่ รพ. 1 วัน และต้องไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อดูอาการ   ด้านพยานที่อยู่วินเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุคือนายอาร์มและนายบอล เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่วินนี้ได้ไม่ถึงเดือน วันเกิดเหตุเห็นทั้งคู่ถอดเสื้อวินออกก่อนนายอาร์มจะคว้าท่อนเหล็ก ซึ่งเป็นด้ามร่มสนาม และนายบอลถือหมวกกันน็อก เดินไปหารปภ. และลงมือทำร้าย ทุบตีโดยตนและเพื่อนวินได้เข้าไปตะโกนห้ามปราม แต่ทั้งสองไม่ฟัง กระทั่งรปภ. ล้มลงไปกองกับพื้น ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือซึ่งขณะนั้น รปภ. รายดังกล่าวยังไม่หมดสติ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.   ส่วน ลุงรปภ.คนดังกล่าว มักว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่เป็นประจำอยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้ด่าทอ หรือพูดจารุนแรง แต่อาจจะพูดเสียงดังไปบ้าง เพราะรถสัญจรไปมาเยอะ ทำให้ต้องพูดเสียงดังกว่าปกติ ซึ่งพวกตนก็เคยถูกตักเตือนเช่นกัน แต่ไม่คิดอะไร เพราะเขาทำไปตามหน้าที่   นอกจากนี้มีพลเมืองดีให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้นายอาร์ม และนายบอล เคยมีเรื่องกับ รปภ.ของมหาวิทยาลัยอีกคนหนึ่งมาแล้ว โดยมีปากเสียงกันรุนแรง แต่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกายกัน ทั้งนี้นายอาร์ม มักมีเรื่องกับคนอื่นๆเป็นประจำ จนทุกคนในละแวกนี้รู้ถึงพฤติกรรมดี อีกทั้งนายอาร์มยังเป็นญาติของอดีตนายทหาร ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลคุมวินย่านนี้ทั้งหมด ทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าเสื้อวินเดือนละ 1,500 บาท/คน เป็นที่เดือดร้อนอย่างมาก   ด้านตำรวจระบุ ขณะนี้ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทั้งใบรับรองแพทย์ เพื่อขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีในการออกหมายจับ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ประกบตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองคนแล้ว หากศาลอนุมันติหมายจับจะได้จับกุมตัวได้ทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OFqbtz-3h0o

 1,292
สังคม
20 พ.ย. 62

2 วินจยย.หัวร้อน รุมกระทืบ รปภ.ม.ธรรมศาสตร์เจ็บ ฉุนเตือนเรื่องหมวกกันน็อก

ปทุมธานี-กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุชายวัยรุ่น 2 คน พร้อมอาวุธเหล็ก และหมวกกันน็อกทำร้ายร่างกาย รปภ. รายหนึ่งจนล้มลงไปกองกับพื้น และยังมีการเตะซ้ำเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง โดยมีวินจยย. หลายคนเข้ามาห้ามปราม และช่วยเหลือ รปภ.ที่ถูกทำร้าย เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณประตูเชียงราก 1 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต   ต่อมานายสุชาติ สุดสระ อายุ 54 ปี รปภ.ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ผู้ถูกทำร้าย ได้เดินทางเข้าพบตำรวจสภ.คลองหลวง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในการรวมรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรีในการออกหมายจับผู้ก่อเหตุ   โดยนายสุชาติให้การว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 18.00 น.วันที่ 17 พ.ย. ที่บริเวณประตูเชียงราก 1 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ขณะตนปฏิบัติหน้าที่ ได้กล่าวตักเตือนผู้ขับขี่วินรถจยย.รับจ้างที่เข้าออกในภายมหาวิทยาลัยและไม่สวมหมวกนิรภัยว่า ในมหาวิทยาลัยมีมาตรการรณรงค์ความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ผู้ที่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจยย.จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกคน   ซึ่งคาดว่า คงสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ก่อเหตุทั้งสอง ซึ่งเป็นวินจยย.อยู่บริเวณดังกล่าว จึงเข้ามาทำร้ายตน ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ว่ากล่าวตักเตือนไปหลายครั้ง แต่มันเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติก็จะโดนเรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่   หลังจากกล่าวตักเตือน ทั้งสองคนได้ขับรถออกไปจอดด้านนอกรั้วมหาวิทยาลัย แล้วเดินเข้ามาพร้อมด้วยท่อนเหล็กและหมวกนิรภัย ก่อนจะเข้าผลักและทำร้ายตนเองด้วยการเตะต่อย และทุบตี ก่อนที่จะมีรปภ.และวินจยย.รับจ้างคนอื่นๆ มาช่วยห้ามปรามหลังเกิดเหตุตนถูกนำส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พบว่า มีบาดแผลศีรษะแตกเย็บ 2 เข็ม ปลายคางฝั่งซ้าย และลำตัวฝั่งซ้ายฟกช้ำ นอนรักษาตัวที่ รพ. 1 วัน และต้องไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อดูอาการ   ด้านพยานที่อยู่วินเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุคือนายอาร์มและนายบอล เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่วินนี้ได้ไม่ถึงเดือน วันเกิดเหตุเห็นทั้งคู่ถอดเสื้อวินออกก่อนนายอาร์มจะคว้าท่อนเหล็ก ซึ่งเป็นด้ามร่มสนาม และนายบอลถือหมวกกันน็อก เดินไปหารปภ. และลงมือทำร้าย ทุบตีโดยตนและเพื่อนวินได้เข้าไปตะโกนห้ามปราม แต่ทั้งสองไม่ฟัง กระทั่งรปภ. ล้มลงไปกองกับพื้น ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือซึ่งขณะนั้น รปภ. รายดังกล่าวยังไม่หมดสติ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.   ส่วน ลุงรปภ.คนดังกล่าว มักว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่เป็นประจำอยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้ด่าทอ หรือพูดจารุนแรง แต่อาจจะพูดเสียงดังไปบ้าง เพราะรถสัญจรไปมาเยอะ ทำให้ต้องพูดเสียงดังกว่าปกติ ซึ่งพวกตนก็เคยถูกตักเตือนเช่นกัน แต่ไม่คิดอะไร เพราะเขาทำไปตามหน้าที่   นอกจากนี้มีพลเมืองดีให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้นายอาร์ม และนายบอล เคยมีเรื่องกับ รปภ.ของมหาวิทยาลัยอีกคนหนึ่งมาแล้ว โดยมีปากเสียงกันรุนแรง แต่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกายกัน ทั้งนี้นายอาร์ม มักมีเรื่องกับคนอื่นๆเป็นประจำ จนทุกคนในละแวกนี้รู้ถึงพฤติกรรมดี อีกทั้งนายอาร์มยังเป็นญาติของอดีตนายทหาร ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลคุมวินย่านนี้ทั้งหมด ทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าเสื้อวินเดือนละ 1,500 บาท/คน เป็นที่เดือดร้อนอย่างมาก   ด้านตำรวจระบุ ขณะนี้ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทั้งใบรับรองแพทย์ เพื่อขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีในการออกหมายจับ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ประกบตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองคนแล้ว หากศาลอนุมันติหมายจับจะได้จับกุมตัวได้ทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OFqbtz-3h0o

 1,292

Top