ค้นหา :

ผลการค้นหา "แจ้งความ"

สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

'บิ๊กโจ๊ก' ชี้ ผู้เสียหายถูก 'อัจฉริยะ' แฉข้อมูลลับ ต้องมาร้องทุกข์ที่ สตช. พร้อมดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ทันที

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เตรียมดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ทันที หากผู้เสียหายที่ถูกประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย เข้าแจ้งความกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ สภ.บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าถูกนายอัจริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้นายตำรวจระดับรองผู้กำกับนายหนึ่ง ช่วยสืบค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของผู้เสียหาย และนำไปเผยแพร่ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เหตุเพราะนายอัจริยะเข้าใจผิดว่าสามีของผู้เสียหายเป็นแอดมินเพจRed Skull ที่กำลังมีความขัดแย้งกันอยู่นั้น   ล่าสุดวันนี้ (5 ม.ค. 62)พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบชื่อตำรวจนายดังกล่าวแล้ว แต่เรื่องยังอยู่ในอำนาจของ สภ.บางปะอิน ดำเนินการอยู่ หากผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ศูนย์ปราบปรามเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนเองก็จะตรวจสอบ หากเข้าข่ายละเมิดสิทธิและทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายก็จะดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 12,165
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 61

ชื่นชมตำรวจ ยกเก้าอี้มารับแจ้งความถึงท้ายกระบะ หลังสาวขาหักขึ้นโรงพักลำบาก

วันที่ 12 ธ.ค.61 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ ขณะที่ พ.ต.ท.กีรติ ตรีวัย รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ยกเก้าอี้ลงมานั่งรับแจ้งความให้กับประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุรถชน ถึงท้ายรถกระบะบริเวณบันใดทางขึ้น สภ.บางกล่ำ เนื่องจากบาดเจ็บขาหักทั้งสองข้างและดามเหล็กไม่สามารถขึ้นไปแจ้งความบนสถานีตำรวจได้   จนกลายเป็นภาพประทับใจที่ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนและมีการแชร์ต่อๆ กันไปในสังคมออนไลน์ในการทำหน้าบริการประชาชนของนายตำรวจระดับรองผู้กำกับท่านนี้ที่บริการประชาชนได้ในทุกรูปแบบ   พ.ต.ท.กีรติ ตรีวัย เผยว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีหญิงคนหนึ่งซึ่งเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้มาแจ้งความเรื่องถูกรถชน แต่สภาพที่เห็นต้องนอนมาหลังรถกระบะและขาหักทั้งสองข้างต้องดามเหล็ก ไม่สามารถขึ้นไปแจ้งความบนโรงพักได้    ตนจึงได้นำเก้าอี้มานั่งรับแจ้งความที่ท้ายรถกระบะเพื่อให้ได้รับความสะดวกที่สุดซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่และให้บริการประชาชนอย่างดีที่สุด แต่มีลูกน้องมาเห็นจึงได้รูปเอาไว้และแชร์ต่อเพจของสภ.บางกล่ำ กระทั่งมีการแชร์ต่อๆกันไป    พ.ต.ท.กีรติ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องให้บริการประชาชนอย่างดีที่สุดในทุกกรณีไม่ว่าชาวบ้านจะมาในสภาพไหนก็ต้องให้ได้รับความสะดวกและอำนวยความยุติธรรมให้ซึ่งคดีนี้ก็จบด้วยดีมีการเจรจาตกลงค่าเสียหายกันทั้งสองฝ่าย   

 4,865
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 61

กทม.เพิ่มมาตรการป้องกันการกระทำอนาจาร ในสวนสาธารณะ หากพบแจ้งความได้ทันที

        กรุงเทพมหานคร เพิ่มมาตรการป้องกันพฤติกรรมอนาจารไม่เหมาะสมในพื้นที่สวนสาธารณะ หากพบเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งความได้ทันที พร้อมเพิ่มรอบตรวจตราให้ถี่ขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ประชาชน ระบุ มาตรการเป็นเพียงส่วนหนึ่ง อีกส่วนอยู่ที่จิตสำนึกของผู้กระทำ           ภายหลังการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลสวนสาธารณะ 37 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักสิ่งแวดล้อม ที่มีนางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานสวนสาธารณะ กรุงเทพมหานคร เป็นประธาน นานกว่า 2 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมอนาจารที่ไม่เหมาะสมอีกนั้น โดยจะมีการจัดระเบียบแนวปฎิบัติใหม่ ด้วยการเพิ่มข้อบังคับการกระทำอนาจารภายในสวนสาธารณะ ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที เพื่อเป็นการป้องปรามผู้กระทำผิด และจะเพิ่มความถี่รอบการตรวจตราของพนักงานรักษาความปลอดภัย และเขียนรายละเอียดการตรวจในแต่ละครั้ง พร้อมจัดทำป้ายประกาศข้อห้ามต่างๆ ให้ชัดเจน และเพิ่มเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตามห้องน้ำด้วย              ทั้งนี้ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยพบการกระทำอนาจารในลักษณะเช่นนี้ตามสวนสาธารณะขนาดใหญ่ แต่กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพบถุงยาง ส่วนใหญ่ที่อยู่ตามสวนสาธารณะขนาดเล็ก ที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานเขตต่างๆ ก็ได้กำชับให้ใช้ระเบียบเดียวกัน               ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานสวนสาธารณะ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือความร่วมมือของสังคมในการตระหนักถึงวัฒนธรรมที่ดี และการสอดส่องช่วยกัน ขณะที่ทีมข่าวลงพื้นที่สวนสาธารณะ 1 ใน 37 แห่ง ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจตราอย่างเข้มงวดขึ้น ส่วนป้ายประกาศเตือนในข้อบังคับก็มีอยู่แล้ว ซึ่งก็จะเพิ่มป้ายแจ้งเตือนข้อห้ามเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว โดยประชาชนที่เข้ามาใช้พื้นที่สวนสาธารณะระบุว่า เห็นข่าวแล้วก็รู้สึกไม่ดี เพราะสวนสาธารณะนับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับทุกเพศทุกวัย จะมีเพียงส่วนน้อยที่เข้ามาทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ซึ่งก็ไม่สามารถสอดส่องได้ทั้งหมด อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละบุคคล   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,196
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 61

เสนอ กม.ใหม่ เกิดเหตุร้ายแจ้งความได้ทุกโรงพัก - บัตร ปชช.หายไม่ต้องลงบันทึกประจำวัน

มีรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ได้เริ่มต้นพิจารณาร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายกลางที่ยกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์สำคัญในขั้นตอนการสอบสวนคดีอาญาของข้าราชการตำรวจ เพิ่มเติมนอกเหนือไปจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น   สำหรับหลักการของร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวที่ผ่านการพิจารณาแล้ว อาทิ ให้พนักงานสอบสวนในทุกสถานีมีหน้าที่ และอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ ไม่ว่าเหตุจะเกิดขึ้นในท้องที่ใดก็ตาม และเมื่อรับแล้วต้องสอบสวนเบื้องต้น เท่าที่จะพึงทำได้ และส่งไปยังพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเร็ว   สำหรับกรณีแจ้งเรื่องเอกสารประจำตัวต่างๆ ซึ่งรัฐออกให้หาย ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ แต่จะกำหนดให้สามารถไปแจ้งที่หน่วยงานของรัฐผู้ออกเอกสารนั้นที่เดียวได้เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sSL7D4JdJ60

 1,648
ครอบครัวบันเทิง
08 พ.ค. 61

'บอล จิตรภาณุ' ดาราช่อง 3 มึนถูกชายปริศนากระหน่ำต่อย-ใช้เข็มขัดฟาดหัว กลางลานจอดรถย่านสยาม

นายจิตรภาณุ กลมแก้ว หรือบอล นักแสดงของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมด้วยนักแสดงร่วมช่อง ภูผา-นพวิชญ์ และผู้จัดการส่วนตัว เดินทางเข้าพบผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เพื่อแจ้งความหลังถูกทำร้ายร่างกาย ถูกต่อยเข้าที่ศีรษะด้านหลัง   ขณะกำลังจะไปขึ้นรถที่ลานจอดรถสยามสแควร์วัน จนได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตก และมีบาดแผลที่มือรวมไปถึงฟกช้ำที่มือด้วย โดยเข้าทำการรักษาที่ รพ.พญาไท 2 ซึ่งต้องเย็บที่ศีรษะ 3 เข็ม และทำแผลที่มือ   บอลกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาโดยบอล ได้ไปเดินที่ย่านสยามกับภูผา และได้ตกลงกันที่จะไปรับประทานอาหารกันที่อื่นจึงได้แยกย้ายไปที่รถของตนเองซึ่งบอลจอดรถไว้ที่ สยามสแควร์วัน เมื่อถึงรถก็มีบุคคลที่ไม่รู้จักเข้ามาทำร้ายจากทางด้านหลัง ซึ่งคนร้ายใช้เข็มขัดพันไว้ที่มือและได้ กระหน่ำต่อยกว่า 10 ครั้ง ตนได้แต่ยกมือขึ้นมากันเพื่อป้องกันตนเอง หลังจากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป ในที่เกิดเหตุคนร้ายได้ทำหัวเข็มขัด และสร้อยข้อมือหล่นไว้ในที่เกิดเหตุ   ตนเองยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับใคร เมื่อโดนทำร้ายคิดไปเยอะว่าเข้ามาทำร้ายเราเพราะสาเหตุอะไร หรือว่าอาจจะไม่ชอบเราเพราะจากการแสดงละคร แต่จำหน้าตาของคนร้ายไม่ได้ จำได้เพียงแต่มีลักษณะความสูงเท่ากับตัวเอง   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้บอลให้ปากคำ และสอบถามข้อมูลในเหตุการณ์เพิ่มเติม โดยจะขอใบแจ้งความเพื่อเป็นเอกสารไปขอดูกล้องวงจรปิดกับทางห้าง   ขณะที่อัพเดทอาการของบอล พบแผลและรอยช้ำกลางศีรษะเพิ่มอีก 1 แผล ทำให้ต้องแอดมิทที่โณงพยาบาล ทั้งนี้เอ็กซเรย์ไม่พบความผิดปกติ แต่แพทย์ต้องเฝ้าระวังอาการอีก 48 ชั่วโมง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4uWfLgkVStM  

 12,047
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

'ทนายษิทรา' แจ้งความตามหา ซีดีคลิปเสียงคดีหวย 30 ล้านหล่นกลางตลาด 'ครูปรีชา' ไม่กังวลคนเก็บได้เอามาแฉ

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ได้เดินทางมาที่ สภ.กระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน กรณีทำแผ่นซีดีคลิปเสียงครูปรีชา 4,500 คลิปใน 1 แผ่น ซึ่งได้ไปทำการขอคัดลอกมาจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนคดีหวย 30 ล้าน แต่เกิดทำหล่นหายไปเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเชื่อได้ว่าน่าจะหล่นหายตอนที่ไปเดินซื้อของในตลาดนัดแห่งหนึ่ง ย่านพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน   ชี้หากใครที่พบเจอแล้วนำไปแพร่ภาพอาจจะมีความผิดฐานล่วงละเมิดอำนาจศาลได้ เนื่องจากแผ่นซีดีนี้ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในคดีหวย 30 ล้าน ที่ตอนนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว ดังนั้นถ้าหากใครพบเจอก็ขอให้รีบนำมาส่งคืนตน หรือมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ   ด้านครูปรีชา เปิดเผยว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ก็ไม่ได้หวั่นไหวหรือเป็นกังวล พร้อมอยากฝากบอกไปถึงคนที่อาจจะเก็บได้หรือมีซีดีคลิปเสียงดังกล่าวไว้ในครอบครองว่า หากอยากจะนำคลิปเสียงเหล่านั้นมานำเสนอ ก็ขอให้ทำไปตามสบาย เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคนที่สามารถกระทำได้ แต่ก็อย่าให้เป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งหากมีการนำมาเผยแพร่จริง ก็จะได้มีการตรวจสอบว่าคลิปนั้น เป็นเสียงของตนจริงหรือไม่ และใครเป็นคนทำขึ้นมา เรื่องเหล่านี้ตนไม่หนักใจและไม่เป็นกังวลแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E3ky_QFHXdI    

 3,040
ข่าวภูมิภาค
20 มี.ค. 61

ว่าที่พี่เขยหื่น ปลุกปล้ำน้องสาวแฟนคาห้อง พี่สาวสุดทนพาแจ้งความ

สมุทรปราการ-สาวโรงงานวัย 24 พาน้องสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความหลังจากที่น้องสาวถูกว่าที่พี่เขยข่มขืนกระทำชำเรา ภายในห้องพักอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง   โดยพี่สาวได้เล่าว่า ตนและนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม ได้คบหากันมา 5 ปี แล้ว และทำงานอยู่ที่เดียวกัน และกำลังวางแผนจะแต่งงานกัน ต่อมาหลังจากที่นางสาวเอ น้องสาวของตนซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน จึงได้เดินทางมาอยู่กับตนที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว ซึ่งมีนายเอกพักอยู่ด้วย   ตลอดระยะที่น้องสาวมาอยู่ด้วยทุกอย่างก็เป็นปกติดี กระทั่งวันเกิดเหตุ นายเอกได้เดินทางไปทำงานที่โรงงาน โดยเข้ากะกลางคืน ส่วนตนเองและน้องสาว พักอยู่ที่ห้องกันตามปกติ ต่อมาแฟนของตนได้ออกกะและกลับมานอนพักที่ห้อง ซึ่งมีน้องสาวตนนอนหลับอยู่ สักพักน้องสาวได้โทรมาบอกว่า ถูกนายเอก ข่มขืนตนจึงได้รีบเดินทางกลับมาที่ห้องพัก พบเพียงแต่น้องสาว ตนนั่งร้องไห้อยู่เพียงคนเดียว ส่วนนายเอก ได้หลบหนีไปก่อนแล้ว ตนจึงตัดสินใจพาน้องสาวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามนายเอก มาดำเนินคดี   ด้านผู้เสียหาย ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง ส่วนพี่สาว ออกไปทำงาน จู่ ๆ นายเอก ว่าที่พี่เขยได้กลับมาที่ห้องและปิดประตูล็อกและเข้ามาลวนลาม ตนจึงสะดุ้งตื่น และรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ จนเวลาผ่านไปนานพอสมควรตนคิดว่านายเอก คงจะไม่ทำอะไรแล้ว ตนจึงได้เปิดประตูออกมา นายเอก ได้เข้ามากอดและปลุกปล้ำตน ก่อนลงมือข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ หลังตั้งสติได้ตนจึงได้โทรบอกพี่สาว ส่วนนายเอก ได้หลบหนีอออกจากห้องไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ส่งตัวผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมตัวนายเอก ว่าที่พี่เขยหื่น มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XpOIOrBzYro    

 36,471
ครอบครัวบันเทิง
27 ก.พ. 61

ปอท.เร่งสืบเว็บไซต์กุข่าวมั่ว 'ไอซ์ ปรีชญา' โดนจับปาร์ตี้ยา

ไอซ์ ปรีชญา นางเอกชื่อดัง โร่แจ้งความ ปอท. เอาผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีเว็บไซต์ลงข่าวมั่วถูกจับคาวงปาร์ตี้ยา   ที่กองบังคับการปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) น.ส.ปรีชญา พงษ์ธนานิกร หรือ ไอซ์ อายุ 28 ปี นางเอกชื่อดัง พร้อมมารดา เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.หญิง ณภัชนันท์ กรวยรักษา ผกก.(สอบสวน) บก.ปอท.   เพื่อเอาผิดกับเจ้าของเว็บไซต์ http://systemthais.com จากการลงข่าวบิดเบือนและนำภาพส่วนตัวไปตัดต่อลงข่าวว่าตนถูกจับในปาตี้ยาเสพติด และพาดหัวข่าวว่า "สะเทือน!วงการช่อง3 'บุกจับปาตี้ยา' พบนางเอกดัง ไอซ์ ปรีชญา ร่วมเสพ รับ ลองครั้งแรก     ไอซ์เปิดเผยว่า ตนทราบจากเพื่อนๆ ว่ามีเว็บไซต์หนึ่งนำเอาภาพตนไปลงในข่าวเกี่ยวกับการจับยาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งข่าวดังกล่าวมีการจับปาร์ตี้ยาจริง และมีการนำภาพตนไปแปะข่าวว่า ตนอยู่ในกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับ ซึ่งไม่เป็นความจริง   ในวันนี้ตนได้เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม หลังจากได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.โชคชัย แล้วในข้อหาหมิ่นประมาทเป็นเหตุทำให้เสียชื่อเสียง วันนี้จึงได้เดินทางมาแจ้งความในข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้เว็บไซต์ดังกล่าวได้มีการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก ทั้งบนเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และแอพพลิเคชันไลน์ จนทำให้ตนได้รับความเสียหาย เนื่องจากข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในต่างประเทศ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MZwhsCpCaqc    

 4,866
ครอบครัวบันเทิง
26 ก.พ. 61

'ไอซ์ ปรีชญา' แจ้งความเว็บปลอมกุข่าวมั่วถูกจับปาร์ตี้ยา ทำเสียชื่อเสียง

ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร นางเอกสาวชื่อดัง วัย 28 ปี เดินทางมาพร้อมมารดา เข้าแจ้งความกรณีเว็บไซต์ SystemThais กุข่าวปลอม หลังลงข่าวตำรวจบุกจับปาร์ตี้ยา พบนางเอกวิก 3 ซึ่งระบุชื่อและรูปภาพ “ไอซ์-ปรีชญา” ชัดเจน จนทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวนางเอกสาวและครอบครัว   โดยไอซ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน เพราะว่ามีเว็บไซต์หนึ่งลงข่าวตำรวจบุกจับปาร์ตี้ยา ซึ่งในนั้นมีนางเอกช่อง 3 “ไอซ์-ปรีชญา” อยู่ด้วย เนื้อข่าวลงชื่อ-นามสกุล และรูปภาพชัดเจน ตอนที่เห็นข่าวทีแรกตกใจมากเพราะวันนี้อยู่กับครอบครัว รวมถึงคุณครู พอออกกำลังกายเสร็จก็มีเพื่อนโทร.มาหาและส่งลิงก์ข่าวมาให้ดูว่ามีข่าวนี้ แต่ส่วนใหญ่ก็รู้สึกว่าข่าวมันไม่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว   ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะไม่แจ้งความและลงบันทึกประจำวัน แต่พี่ๆ หลายคนบอกว่าตนควรจะมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้หน่อยดีกว่า เนื่องจากเป็นข่าวที่แรงมากเพราะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงมีรูปและชื่อของตน ฉะนั้นมันย่อมส่งผลกระทบที่ไม่ดีกับตัวเราเอง   ด้านมารดาของไอซ์กล่าวว่า ทางตัวลูกสาวเองก็ไม่ได้คิดจะเอาเรื่องตรงนั้น แต่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันรุนแรงมากในลักษณะของยาเสพติดที่ตัวเขาไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง การที่เว็บไซต์นั้นโพสต์ข้อความที่ไม่เป็นความจริง รวมถึงวันนี้ทั้งวันไอซ์อยู่กับตนตลอด พอดีกับที่มีการโพสต์ข่าวนี้ขึ้นมาซึ่งมันทำให้ภาพพจน์และชื่อเสียงของทุกคนในครอบครัวเสียหายไปหมด ที่สำคัญไอซ์เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับป.ป.ส.ด้วย เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงสำหรับพวกเรา ตนไม่อยากให้ใครต้องมาทำแบบนี้กับใครทั้งนั้น   ทั้งนี้ในวันนี้(26ก.พ.) ไอซ์ก็จะเดินทางไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อตามสืบเรื่องไอทีของตัวเว็บไซต์เลยว่าใครเป็นคนทำข่าวขึ้นมา ตั้งใจอยากดำเนินการให้ถึงที่สุดเพราะมันไม่ควรมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ว่ากับใครก็ตาม เนื่องจากทำให้เสียชื่อเสียง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/79Hf8ZLipGE      

 5,191
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ก.พ. 61

จวกยับ แก๊งคนบาปปีนถ่ายรูปโบราณสถานต้องห้าม ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาฯ เตรียมเข้าแจ้งความ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Subin Phumirak ได้โพสต์รูปภาพที่แคปมาจากอินตราแกรมของผู้ใช้รายหนึ่ง โดยเป็นภาพของกลุ่มวัยรุ่นขณะเที่ยวชมโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทั้งหมดได้ปีนขึ้นไปนั่งและยืนบนโบราณสถาน พร้อมกับโพสท่าถ่ายรูป พร้อมระบุว่า "มุมที่คุณไม่เคยเห็น เพราะเขาห้ามปีนขึ้นไป"   นอกจากนี้ยังมีการ ติด #แก๊งคนบาป2018 ทำให้ชาวเน็ตวิจารณ์ถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และไม่สามารถอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ เพราะนี่ถือว่าทราบว่าผิดแต่ก็ยังทำ   ทั้งนี้ผู้โพสต์ยังได้ขอวอนทุกท่าน ๆ ที่ไปเที่ยวชมโบราณสถานทุกที่ทุกแห่ง โปรดช่วยกันดูแล รักษา หวงแหน ใครปีนป่ายขึ้นไปควรช่วยประณามให้รีบลงมา เพราะกฎการชมเขาห้ามปีน ถ้าถล่มแตกหักจะช่วยกรมศิลปากรซ่อมไหม บรรพชนคงเศร้าใจ ศาสนสถานถูกขึ้นไปเหยียบย่ำ   นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เตรียมเข้าแจ้งความแล้ว ฐานฝ่าฝืนกฎกระทรวง โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท เนื่องจากแคปชั่นของภาพที่รู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำ จึงต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้โบราณสถานอันเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์เสื่อมค่าลง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7_PIko9rMdQ    

 11,568
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 61

'ฮาวา' พร้อมทนายเกิดผล เตรียมฟ้องเอาผิด 2 ตร.ทางหลวง โบกรถเป็นเหตุให้ชนกัน

จากกรณี น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ ฮาวา นักดนตรีอิสระ ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกสิบล้อ ชนท้ายรถยนต์ที่นั่งมา เนื่องจาก ถูกตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา โบกให้หยุดรถกะทันหัน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ รถเสียหายและเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บ   ล่าสุดฮาวาพร้อมด้วยทนายเกิดผล แก้วเกิด เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นฟ้องคดีอาญา เพื่อเอาผิดตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย หลังคดีไม่คืบหน้า   พร้อมแจ้งความเพื่อดำเนินคดี โดยให้เหตุผลโต้ตอบตำรวจว่า หากตำรวจใช้สัญลักษณ์เพื่อความปลอดภัยมากพอ ทำไมรถในจุดเกิดเหตุทั้ง 3 คันถึงไม่เข้าใจสัญญาณ และก่อให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าสขึ้น หลังเกิดเหตุตำรวจได้ปฏิเสธว่าไม่ผิด อีกทั้งยังไม่เคยเข้ามาคุยและขอโทษแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้นำคลิปก่อน-หลังเกิดเหตุ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ มาดำเนินคดีด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yc99ERI4Csw    

 3,273
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ก.พ. 61

ทหารโพสต์คลิปโรงพักร้างยันไม่ใช่ภาพเก่า แจงทำกระเป๋าหายข้างในมีปืน แต่ไร้เงา ตร.รับแจ้งความ

สงขลา-ความคืบหน้า กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Boom Damrat นำภาพนิ่ง และคลิปวีดีโอ แชร์ไปในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างไม่มีพนักงานสอบสวนรับแจ้งความเหตุเกิดเวลา 03.30 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ส่งผลทำให้พันตำรวจเอกอลงกรณ์ สีมาวุธผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ทราบผลภายใน 1 สัปดาห์   ล่าสุด ผู้โพสต์ซึ่งเป็นทหารยศสิบโท สังกัดกรมทหารราบที่ 5 ค่ายเสนาณรงค์ กล่าวยอมรับเป็นผู้โพสต์และแชร์ไปในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ทำไปด้วยความสุจริต เนื่องจากในช่วงเช้าวันนั้นไปนั่งรับประทานอาหารกับแฟนสาวที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองสงขลา บังเอิญทำกระเป๋าสตางค์ตก ซึ่งภายในกระเป๋ามีอาวุธปืนที่รับจำนำไว้ เกรงผู้ที่พบจะนำไปก่อเหตุรุนแรง หลังจากนั้นได้ใช้โทรศัพท์และวิทยุสื่อสาร ขอความช่วยเหลือไปยังร้อยเวร ในคืนนั้นได้แนะนำให้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน ไว้เป็นหลักฐานจึงขับรถเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลาพร้อมกับแฟนสาว   โดยที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา มีป้อมจุดตรวจเปิดไม้กั้นค้างไว้จึงขับรถเข้าไปภายใน ภาพที่เห็นคือไม่มีพนักงานสอบสวน นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มีเพียงเจ้าหน้าที่ 1 นาย นอนหลับอยู่หลังโต๊ะรับแจ้งความ เรียกอยู่นานไม่ตื่น จึงคว้าโทรศัพท์บันทึกภาพไว้ ก่อนลงจากสถานี มาเปิดสัญญาณกันขโมยรถดังลั่น มีเจ้าหน้าที่ออกมาจากห้องสอบสวนออกมารับเรื่องลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเดินทางกลับเป็นเวลา 04.00 น.ส่วนภาพและคลิปที่นำไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น ต้องการเตือนสติ และให้เป็นอุทาหรณ์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนร้ายสามารถนำระเบิดแสวงเครื่องซึ่งเป็นถังแก๊สวางระเบิดได้สบาย   ด้านคดีพันตำรวจโทศุภกิตติ์ ประจันตะเสน รองผู้กำกับสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เปิดเผยว่า คดีนี้อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y3DIyu79VH4    

 14,910
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 61

แม่พาลูกสาววัย 14 แจ้งความ หลังถูกน้าชายหลอกไปข่มขืน ขู่หากบอกใครจะฆ่าล้างโคตร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รับแจ้งจากนางเอ(นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ว่าลูกสาวคือนางสาวบี(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ถูกลูกพี่ลูกน้องซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชาย หลอกว่าให้ไปกินข้าวที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งติดเขตอำเภอปลวกแดง เมื่อไปถึงบ้านก็ได้ผลักเข้าห้องนอนแล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร ถ้ารู้ว่าไปบอกใครจะฆ่าล้างโคตรให้หมด   ซึ่งนางสาวบีนั้นเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าเปิดปากบอกใคร แต่ด้วยความกลัวเนื่องจากยังเป็นเด็กอยู่จึงเล่าให้ผู้เป็นแม่ฟังว่าถูกน้าหลอกไปข่มขืน ผู้เป็นแม่สุดแสนจะแค้นเมื่อลูกพี่ลูกน้องซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายกล้าทำกับหลานสาวได้ลงคอ จึงรีบพามาแจ้งความหวังให้ตำรวจไปลากคอมาดำเนินคดีตามกฎมาย    ซึ่งทางตำรวจได้ให้ผู้เป็นแม่พาลูกสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืน ถ้ามีร่องรอยการข่มขืนก็ให้ทางแพทย์ผู้ตรวจทำใบรับรองแพทย์มา เพื่อประกอบสำนวนคดีในการออกหมายจับเพื่อนำตัวน้าชายใจทรามที่ก่อเหตุข่มขืนหลานสาวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gQacnWoUcKY    

 10,578
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ก.พ. 61

เตือนภัย เก๋งแต่งไฟเบรคกะพริบ รถคันหลังไม่รู้เบรคกะทันหันชนกัน 4 คันรวด คนโพสต์เผยถูกแฟนคนขับข่มขู่ ตร.ไม่รับแจ้งความ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Anurak Jandam แชร์คลิปเตือนภัยภาพกล้องหน้ารถเก๋งแต่งไฟเบรคแบบกะพริบ ทำให้รถคันหลังไม่รู้ว่าเบรคตอนไหน ส่งผลให้รถที่ตามมาต้องเบรคกะทันหันชน 4 คันรวด เหตุเกิดบนถนนบูรพาวิถี ช่วงทางลงใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ   ด้านคนโพสต์เผยอยากโพสต์คลิปเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยแก่ ต่อมาเจ้าของรถเก๋งได้ติดต่อให้ช่วยลบคลิป เพราะเห็นป้ายทะเบียน จากนั้นถูกแฟนของคนขับรถแชทมาข่มขู่ เมื่อไปแจ้งความ ตร.ไม่รับแจ้ง อ้างว่าผู้โพสต์ไม่เซ็นเซอร์ป้ายทะเบียนรถ ทำให้รถคันดังกล่าวได้รับความเสียหาย ทำให้จึงข้องใจกับการทำหน้าที่ของตรวจทั้งที่คลิปไม่ได้มีการตัดแต่ง และไม่ได้ใช้คำหยาบคาย     ด้าน ตร.ทางหลวง ระบุตามกฎหมายแล้วหากมีรถชนต่อกันหลายคัน รถคันหลังสุดมีความผิด แต่ก็ต้องพิจารณาถึงที่มาอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ประเด็นการโพสต์คลิปต้องมองเจตนาเป็นหลัก ว่าการนำคลิปมาโพสต์เตือนภัย ไม่ได้ทำให้ใครเสื่อมเสีย ไม่ได้มีการตัดต่อหรือใส่ร้าย ไม่น่ามีความผิด นอกจากนี้ยังอาจเอาผิดคนที่ข่มขู่ได้ด้วย   ขณะที่ประเด็นการแต่งไฟเบรคกะพริบ กรมการขนส่งระบุตามกฎหมายไฟเบรคต้องมีสีแดง และมีแสงสม่ำเสมอไม่กะพริบ เพราะฉะนั้นอาจมีความผิดฐานดัดแปลงรถ โทษปรับไม่เกิน 2 พันบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pzsv1HAni0A    

 28,463
ข่าวภูมิภาค
05 ก.พ. 61

สาวร้องสื่อ ถูกกลุ่มชายแต่งกายคล้าย ตร. ออกอุบายร่วมหลับนอน-รีดเงิน-ข่มขู่จนต้องย้ายบ้านหนี

ชลบุรี-หญิงอายุ 22 ปี เดินทางเข้าพบสื่อมวลชน หลังถูกชายแต่งกายในเครื่องแบบเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกขึ้นอพาร์ทเม้นท์ ในพื้นที่เมืองพัทยา ตรวจค้นแล้วพยายามบังคับให้หาเงินมาเคลียร์ มิเช่นนั้นจะจับดำเนินคดีก่อนทั้งสองจะพาออกไป ผลัดกันล่วงละเมิดทางเพศในม่านรูด จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี   โดยสาวผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุตนเองได้นัดกับเพื่อนรุ่นพี่ให้มาหาที่ห้องพัก จากนั้นไม่นานได้มีชายแต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 1 คน และแต่งตัวเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 คน มาเคาะประตูห้องก่อนจะเข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย บอกว่าติดตามตัวเพื่อนของตนเองมา หนึ่งในนั้นก็พาเข้าขังอยู่ในห้องน้ำและพยายามเจรจากันกว่าชั่วโมง เพื่อให้หาเงินมาเคลียร์จำนวน 30,000 บาท แต่ตนเองไม่มีทั้งสองจึงออกอุบายออกจากที่พัก ก่อนจะพาไปเปิดห้องพักรายวันในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งตนเองไม่ใช่คนพื้นที่และอยู่ในอาการกลัวจึงไม่ทราบว่าห้องพักดังกล่าวชื่ออะไร   จากนั้นผู้ที่แต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พาเพื่อนชายของตนออกจากห้องพักไป ทิ้งให้ตนเองอยู่กับผู้ที่แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 2 คน ก็ได้มีการเจรจากันอีกครั้ง แต่ตนเองก็บอกว่ามีเงินเพียง 2,700 บาทเท่านั้น จึงมอบเงินนั้นให้ไป แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่พอเรียกร้องจะเอาให้ครบ 30,000 บาท หากไม่พอให้ไปขอพ่อแม่มาให้ ตนเองไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาให้พยายามอ้อนวอน จนกระทั่งผู้ที่แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่อาสา ได้ออกอุบายว่าหากตนยินยอมให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย จะคุยให้ไม่ให้ดำเนินคดี ด้วยความกลัวตนเองจึงจำใจยอมให้มีเพศสัมพันธ์   หลังเสร็จสมอารมณ์แล้ว ก็ติดต่อให้ผู้ก่อเหตุอีกรายที่แต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจมา แล้วก็ทิ้งให้ตนเองอยู่กันเพียงลำพัง ก็มีการเจรจาขึ้นอีกครั้ง ซึ่งตนเองก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่รู้จะหาจากไหนมาให้ ก่อนที่ชายแต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยอีกคน หลังจากเสร็จกิจยังมีการขู่บังขับให้หาเงินมาให้ครบจะไปหาเรื่อยๆเพราะรู้ห้องแล้ว ด้วยความกลัวตนเองจึงไม่กล้าที่จะเถียง ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมาจากห้องพักรายวันดังกล่าว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว พบว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจนขณะที่ผู้ก่อเหตุทั้งสองราย ซึ่งแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมีใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกอำพรางใบหน้า อีกรายแต่งกายเหมือนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสวมหมวกคล้ายหมวกสายตรวจ ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกอำพรางใบหน้าเช่นกัน เมื่อเดินเข้ามายังอพาร์ทเม้นท์ก็พยายามเดินหลบกล้องวงจรปิด แต่กล้องวงจรก็สามารถจับภาพขณะที่เข้าและออกไว้ได้อย่างชัดเจน   อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ และเป็นเจ้าหน้าที่จากสถานีใด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสเพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย   ทั้งนี้ผู้เสียหายเกรงว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงต้องการให้สื่อมมวลชนนำเสนอข่าว และยังรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก จึงจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อน รอให้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยกับชีวิตด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R3ChDKKBcRo    

 22,597

Top