ค้นหา :

ผลการค้นหา "แจ้งความ"

ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

ด.ช.วัย 14 แจ้งความรองเท้าแตะคู่เก่งถูกขโมย เผย มีค่าทางจิตใจ เก็บเงินซื้อเองหลายเดือน

วันที่ 8 ต.ค. 62 ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด.ช.ฟ๊ก อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมด้วย นายสุเชาว์ อัศวจินดารัตน์ อาย 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ปกครอง ได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยน้องฟ๊ก มาในเครื่องแบบชุดพละสวมรองเท้าแตะ   น้องฟ๊ก บอกว่าเหตุที่มาแจ้งความก็เพราะรองเท้าแตะยี่ห้อลาคอสรุ่นที่วัยรุ่นกำลังนิยมถูกขโมยไปจากหน้าห้องพักครูขณะเดินทางไปส่งงานในช่วงปิดเทอม โดยเป็นรองเท้าสุดรักสุดหวงที่อดทนหยอดเงินใส่กระปุกซื้อเองคู่ละกว่า 1,000 บาท ซึ่งมีผลจากใจมาก แม้ว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กแต่สำหรับตนรองเท้าคู่นี้เป็นคู่เก่งที่ใส่ไปไหนมาไหนตลอด และต้องการให้ตำรวจติดตามคนที่ขโมยไป ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกัน    ด้าน นายสุเชาว์ พ่อน้องฟ๊กบอกว่า ทีแรกก็ได้บอกครูว่ารองเท้าหายเพื่อให้ช่วยสืบหาหรือไม่ก็ให้ทางโรงเรียนรับผิดชอบเพราะเหตุเกิดในโรงเรียนแต่ก็ไม่มีใครสนใจ จึงต้องมาแจ้งความเพราะรองเท้าคู่นี้มีความหมายทางใจของลูกชายมากเพราะเก็บเงินซื้อเองมาหลายเดือน   และแม้จะเป็นคดีเล็กๆ ของเด็กคนหนึ่งที่รองเท้าหายแต่ทางตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ก็จัดการให้โดยได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักและประสานให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อหาเบาะแสของคนที่ขโมยรองเท้าไป และน่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกันที่ไม่ส่งงานด้วยกันซึ่งมีเพียงไม่กี่คนและน่าจะหาไม่ยาก    

 11,084
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

'พี สะเดิด' ร้อง ปอท. เอาผิดคนโพสต์กล่าวหาโกงเงินวัดไทยในต่างประเทศ

'พี สะเดิด' ร้องกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เอาผิดคนโพสต์กล่าวหาฉ้อโกงจากการจัดคอนเสิร์ตหาเงินเข้าวัดไทยในต่างแดน   วันที่ 8 ต.ค. นายพีรพัฒน์ สวัสดิ์มูล หรือ พี สะเดิด พร้อมทนายความ นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. จากกรณีมีบุคคลไม่หวังดีโพสต์ข้อความกล่าวหาในสื่อโซเชียลว่า จัดทัวน์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ โดยใช้ชื่อ “โครงการสืบทอดศาสนาสืบสานวัฒนธรรมเพื่อนำเงินไปสร้างวัดไทย และบำรุงศาสนาพุทธในต่างแดน” แต่ความจริงคือการใช้ชื่อโครงการเพื่อบังหน้าหารายได้ให้ตัวเอง โดยเรียกเงินจากวัดเป็นจำนวน 6,000 ยูโร   นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า แฟนคลับของตนไปพบเห็นโพสต์ที่กล่าวหาตน และทีมงานว่าโกงเงินค่างานแสดงในโครงการสืบทอดศาสนาสืบสานวัฒนธรรมไทยที่ยุโรป บน “เพจสตรีไทยที่ฝรั่งเศส” ซึ่งมียอดติดตามกว่า 5,000 ราย ทำให้ตนกับทีมงานรู้สึกตกใจและบั่นทอนจิตใจมาก จึงต้องขอชี้แจงว่าแรกเริ่มโครงการดังกล่าวเกิดหลังจากที่มีพระไทยรูปหนึ่งมาชักชวนทำกฐินทอดผ้าป่า และเมื่อตนไปเห็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของวัดดังกล่าวในต่างจังหวัด พบว่ามีลักษณะเป็นเหมือนบ้านเช่า ตนจึงรับปากกับพระจะบำรุงสถานที่ให้ และเริ่มทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาจนปัจจุบันก็เป็นเวลา 7 ปี มีเพื่อนดารามาร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมและเล่นกีฬากับชาวต่างชาติกันตลอด ซึ่งโครงการก็จบลงด้วยดี    แต่ทั้งนี้ จะมีเงินที่ได้หลังหักค่าใช้จ่ายในการแสดงคอนเสิร์ตราว 250,000 บาท เพื่อเป็นค่าที่พักค่าเดินทางของทีมงาน ส่วนทางวัดจะได้เงินจากการที่ตนเองไปแสดงคอนเสิร์ตเท่าไหร่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียด เพราะทางวัดจะเป็นผู้ดำเนินการกับเงินทั้งหมด ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าเงินเข้าบัญชีวัดโดยตรงหรือไม่ นอกจากนี้ หากวัดใดที่เดือดร้อน หรือต้องการความช่วยเหลือ ตนเองก็จะไม่รับเงินจากการแสดงคอนเสิร์ต   สำหรับบุคคลที่กล่าวหาว่าตนเองฉ้อโกงนั้น เบื้องต้นพบเป็นพ่อค้าซึ่งขายของอยู่ในโรงทานที่วัดในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตนเองเคยไปแสดงคอนเสิร์ต ภายในวัดดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่า พ่อค้ารายนี้น่าจะไปรับฟังข้อมูลที่บิดเบือน จึงนำมาเผยแพร่โดยไม่ทราบความจริง แต่ว่าการกระทำดังกล่าว ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียง มีผลกระทบต่ออาชีพ เพราะคนที่ไม่รู้ความจริงก็อาจจะเข้าใจผิดไปในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการบั่นทอนกำลังใจของตนเองและจิตอาสาที่มาร่วมโครงการคนอื่น ๆ  

 926
สังคม
08 ต.ค. 62

'พี สะเดิด' ร้อง ปอท. เอาผิดคนโพสต์กล่าวหาโกงเงินวัดไทยในต่างประเทศ

'พี สะเดิด' ร้องกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เอาผิดคนโพสต์กล่าวหาฉ้อโกงจากการจัดคอนเสิร์ตหาเงินเข้าวัดไทยในต่างแดน   วันที่ 8 ต.ค. นายพีรพัฒน์ สวัสดิ์มูล หรือ พี สะเดิด พร้อมทนายความ นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. จากกรณีมีบุคคลไม่หวังดีโพสต์ข้อความกล่าวหาในสื่อโซเชียลว่า จัดทัวน์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ โดยใช้ชื่อ “โครงการสืบทอดศาสนาสืบสานวัฒนธรรมเพื่อนำเงินไปสร้างวัดไทย และบำรุงศาสนาพุทธในต่างแดน” แต่ความจริงคือการใช้ชื่อโครงการเพื่อบังหน้าหารายได้ให้ตัวเอง โดยเรียกเงินจากวัดเป็นจำนวน 6,000 ยูโร   นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า แฟนคลับของตนไปพบเห็นโพสต์ที่กล่าวหาตน และทีมงานว่าโกงเงินค่างานแสดงในโครงการสืบทอดศาสนาสืบสานวัฒนธรรมไทยที่ยุโรป บน “เพจสตรีไทยที่ฝรั่งเศส” ซึ่งมียอดติดตามกว่า 5,000 ราย ทำให้ตนกับทีมงานรู้สึกตกใจและบั่นทอนจิตใจมาก จึงต้องขอชี้แจงว่าแรกเริ่มโครงการดังกล่าวเกิดหลังจากที่มีพระไทยรูปหนึ่งมาชักชวนทำกฐินทอดผ้าป่า และเมื่อตนไปเห็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของวัดดังกล่าวในต่างจังหวัด พบว่ามีลักษณะเป็นเหมือนบ้านเช่า ตนจึงรับปากกับพระจะบำรุงสถานที่ให้ และเริ่มทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาจนปัจจุบันก็เป็นเวลา 7 ปี มีเพื่อนดารามาร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมและเล่นกีฬากับชาวต่างชาติกันตลอด ซึ่งโครงการก็จบลงด้วยดี    แต่ทั้งนี้ จะมีเงินที่ได้หลังหักค่าใช้จ่ายในการแสดงคอนเสิร์ตราว 250,000 บาท เพื่อเป็นค่าที่พักค่าเดินทางของทีมงาน ส่วนทางวัดจะได้เงินจากการที่ตนเองไปแสดงคอนเสิร์ตเท่าไหร่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียด เพราะทางวัดจะเป็นผู้ดำเนินการกับเงินทั้งหมด ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าเงินเข้าบัญชีวัดโดยตรงหรือไม่ นอกจากนี้ หากวัดใดที่เดือดร้อน หรือต้องการความช่วยเหลือ ตนเองก็จะไม่รับเงินจากการแสดงคอนเสิร์ต   สำหรับบุคคลที่กล่าวหาว่าตนเองฉ้อโกงนั้น เบื้องต้นพบเป็นพ่อค้าซึ่งขายของอยู่ในโรงทานที่วัดในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตนเองเคยไปแสดงคอนเสิร์ต ภายในวัดดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่า พ่อค้ารายนี้น่าจะไปรับฟังข้อมูลที่บิดเบือน จึงนำมาเผยแพร่โดยไม่ทราบความจริง แต่ว่าการกระทำดังกล่าว ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียง มีผลกระทบต่ออาชีพ เพราะคนที่ไม่รู้ความจริงก็อาจจะเข้าใจผิดไปในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการบั่นทอนกำลังใจของตนเองและจิตอาสาที่มาร่วมโครงการคนอื่น ๆ  

 926
บันเทิง
19 ก.ย. 62

‘ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง’แจ้งความ มือดีปลอมเฟซบุ๊คโพสต์ด่าโรงแรม

ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง งานเข้าถูกมือดีปลอม Facebook โพสต์ด่าโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี ยืนยันไม่ได้ตนเองแน่นอน เพราะตอนนั้นกำลังไปช่วยน้ำท่วม ล่าสุดให้ผู้จัดการแจ้งความแล้ว คาดรู้ตัวคนทำได้ในเร็วๆ นี้   ไปที่นักร้องรุ่นใหญ่ ‘ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง’ ล่าสุดงานเข้า !!! หลังมีมือดีปลอมเฟซบุ๊ค โดยใช้ชื่อและรูปของ ‘ทัช’ แล้วไปโพสต์ต่อว่าและวิพากษ์วิจารณ์โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี บอกว่า   “ห่วยแตกสิ้นดี โรงแรมก็แย่มาก พนักงานต้อนรับก็ห่วยแตกมากๆ รวมๆ คือแย่มาก ครั้งหน้าขอไปพักที่อื่นดีกว่า ถ้าไม่ติดว่าผมมาทำงาน ผมคงไม่ต้องพักโรงแรมบ้าๆ แห่งนี้” พร้อมกับแท็กโลเคชั่นของโรงแรมด้วย   จนกระทั่งแฟนเพจที่เป็นของ ‘ทัช’ ตัวจริง ได้ออกมาบอกว่าเฟซบุ๊คที่ไปด่าโรงแรมเป็นเฟซบุ๊คปลอม มีคนไม่หวังดีแอบอ้างใช้ชื่อและรูป ‘ทัช’ เพื่อให้คนเข้าใจผิด และทำให้โรงแรมได้รับความเสียหาย ยืนยันว่าตนเองไม่เคยโพสต์ข้อความดังกล่าว จากนั้นทางเฟซบุ๊คของโรงแรมก็ได้มาคอมเม้นต์ตอบบอกว่า ขอบคุณมากค่ะ หลังจากเรื่องนี้ทำให้จิตตกไปหลายวัน    เมื่อวานนี้ ‘ทัช’ ได้ไปร่วมงานกาล่า ละครเวที The Lion King ก็เผยว่า ตอนที่เฟซบุ๊คปลอมโพสต์ข้อความนั้น ตนเองไปช่วนน้ำท่วมอยู่ ตอนนี้ทางผู้จัดการก็ได้เข้าแจ้งความแล้ว คิดว่าคงต้องจัดการอะไรซักอย่างกับคนที่ทำแบบนี้ และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนหาตัวคนแอบอ้าง ก็คิดว่าเร็วๆ นี้ คงรู้ตัวคนทำ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZLwnRAsinA8

 232
บันเทิง
06 ก.ย. 62

‘พีช พชร’เอาจริง! แจ้งความหาตัวคนแฮกไอจี ด้าน ‘แพทริเซีย’ หลบสื่อ ไม่ขอให้สัมภาษณ์

ไปที่เรื่องของอดีตคู่รัก พีช – แพท ที่ล่าสุดก็มีประเด็นเรื่องที่อินสตา แกรมของทั้งสองคน ได้โพสต์แชทข้อความไดเรคของ พีช ที่คุยกับเพื่อน พร้อมเขียนข้อความโจมตี พีช กล่าวหาว่า พีช ซักซ้อมก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์และตั้งใจทิ้งบอมบ์ให้ แพท ถูกสังคมต่อว่า  ซึ่งคนก็สงสัยกันว่าใครเป็นคนโพสต์แชทและเขียนข้อความเหล่านั้นกันแน่ บางคนก็บอกว่า พีช ตั้งใจปล่อยแชทนี้เอง ขณะที่บางคนก็คิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของอีกฝ่ายมากกว่า   ซึ่งก่อนหน้านี้ ‘พีช’ ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนทำแน่นอน บอกว่า “ทำไปก็ไม่ได้อะไร เลิกกันแล้ว ผมไม่ได้อยากได้เค้าคืนแล้ว ใครก็คุยกับเค้าก็เชิญ ผมพอ” และประกาศด้วยว่าเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับคนที่แฮกอินสตาแกรมด้วย เพราะถือเป็นการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว   ซึ่งวันต่อมาหลังจากให้สัมภาษณ์ ‘พีช’ ก็เดินทางไปแจ้งความ ที่ บก.ปอท. เรียบร้อยแล้ว ในคดีตามความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้จัดการส่วนตัวของ ‘พีช’ ก็ได้ให้ข้อมูลว่า ‘พีช’ ได้เดินทางเข้าไปที่ บก.ปอท. เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (วันที่ 4 กันยายน) เป็นการไปให้ข้อมูลและเอาหลักฐานต่างๆ ไปให้เจ้าหน้าที่  ทุกอย่างเป็นตามที่ ‘พีช’ ให้สัมภาษณ์ ว่าจะดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องที่โดนแฮกไอจี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บอกว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการสืบตามหา ซึ่ง ‘พีช’ ก็คาดหวังว่าจะสืบหาตัวคนทำได้ หลังจากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานกันไป และช่วงบ่ายวันนี้ ‘พีช’ ก็จะออกงานและจะให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ด้วย   ขณะที่ฝั่งของ ‘แพทริเซีย’ วันก่อนก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ ก่อนจะเดินหนีออกจากวงสัมภาษณ์ไป บอกเพียงสั้นๆ ว่า “หนูไม่รู้เรื่อง ขอให้เรื่องจบแค่นี้” ล่าสุดเมื่อคืนนี้ ‘แพทริเซีย’ ได้เดินทางไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ ที่สถานีรถไฟมักกะสัน นักข่าวก็ไปตั้งกล้องรอกันหน้างาน เผื่อ ‘แพท’ อาจจะอยากพูดถึงประเด็นที่ถูกแฮกไอจี แถมยังมีข่าวลือจากวงในด้วยว่า ‘แพท’ จะควง ‘ไฮโซโน้ต’ ไปงานนี้ด้วย นักข่าวก็เลยไปรอเก็บภาพ    แต่ปรากฎว่า ‘แพทริเซีย’ ขับรถมินิคูเปอร์ของตัวเองและเดินเข้างานมาคนเดียว นักข่าวก็ได้เดินไปถาม จะขอสัมภาษณ์ได้มั้ย  แต่ ‘แพท’ ก็ไม่ได้พูดอะไร ปิดปากเงียบ และเดินก้มหน้าก้มตา เข้างานไปอย่างรวดเร็ว และได้อยู่ร่วมชมแฟชั่นโชว์จนจบ โดยที่ไม่เห็นเงาของ ‘ไฮโซโน้ต’ มาร่วมงานตามข่าวลือ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2d1i9-ce9Wc

 1,602
การเมือง
13 มิ.ย. 62

แกนนำกลุ่มคนไทยผู้รักชาติเดินทางเข้าแจ้งความปอท.เอาผิด 'ช่อ' หมิ่นเบื้องสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. แกนนำกลุ่มคนไทยผู้รักชาติเดินทางเข้าแจ้งความต่อ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในกรณีที่นางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมนฐานความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 กำลังเดินทางไปร้องทุกข์ต่อ พลตำรวจโทปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เร่งตรวจสอบการแชร์ภาพ ว่าเข้าข่ายละเมิดต่อกฎหมายและกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่    ภายหลังแกนนำกลุ่มเดินทางมาถึงได้ปฏิเสธที่จะให้เป็นข่าวเพียงต้องการร้องทุกข์กล่าวโทษเนื่องจากมีกระแสข่าวว่ายังไม่ถูกเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนางสาวพรรณิการ์ ก่อนที่จะมีการปะทะคารมณ์กับผู้สื่อข่าวที่รอทำข่าวพร้อมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์  

 1,936
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

'บิ๊กโจ๊ก' ชี้ ผู้เสียหายถูก 'อัจฉริยะ' แฉข้อมูลลับ ต้องมาร้องทุกข์ที่ สตช. พร้อมดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ทันที

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เตรียมดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ทันที หากผู้เสียหายที่ถูกประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย เข้าแจ้งความกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ สภ.บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าถูกนายอัจริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้นายตำรวจระดับรองผู้กำกับนายหนึ่ง ช่วยสืบค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของผู้เสียหาย และนำไปเผยแพร่ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เหตุเพราะนายอัจริยะเข้าใจผิดว่าสามีของผู้เสียหายเป็นแอดมินเพจRed Skull ที่กำลังมีความขัดแย้งกันอยู่นั้น   ล่าสุดวันนี้ (5 ม.ค. 62)พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบชื่อตำรวจนายดังกล่าวแล้ว แต่เรื่องยังอยู่ในอำนาจของ สภ.บางปะอิน ดำเนินการอยู่ หากผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ศูนย์ปราบปรามเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนเองก็จะตรวจสอบ หากเข้าข่ายละเมิดสิทธิและทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายก็จะดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 12,274
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 61

ชื่นชมตำรวจ ยกเก้าอี้มารับแจ้งความถึงท้ายกระบะ หลังสาวขาหักขึ้นโรงพักลำบาก

วันที่ 12 ธ.ค.61 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ ขณะที่ พ.ต.ท.กีรติ ตรีวัย รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ยกเก้าอี้ลงมานั่งรับแจ้งความให้กับประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุรถชน ถึงท้ายรถกระบะบริเวณบันใดทางขึ้น สภ.บางกล่ำ เนื่องจากบาดเจ็บขาหักทั้งสองข้างและดามเหล็กไม่สามารถขึ้นไปแจ้งความบนสถานีตำรวจได้   จนกลายเป็นภาพประทับใจที่ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนและมีการแชร์ต่อๆ กันไปในสังคมออนไลน์ในการทำหน้าบริการประชาชนของนายตำรวจระดับรองผู้กำกับท่านนี้ที่บริการประชาชนได้ในทุกรูปแบบ   พ.ต.ท.กีรติ ตรีวัย เผยว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีหญิงคนหนึ่งซึ่งเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้มาแจ้งความเรื่องถูกรถชน แต่สภาพที่เห็นต้องนอนมาหลังรถกระบะและขาหักทั้งสองข้างต้องดามเหล็ก ไม่สามารถขึ้นไปแจ้งความบนโรงพักได้    ตนจึงได้นำเก้าอี้มานั่งรับแจ้งความที่ท้ายรถกระบะเพื่อให้ได้รับความสะดวกที่สุดซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่และให้บริการประชาชนอย่างดีที่สุด แต่มีลูกน้องมาเห็นจึงได้รูปเอาไว้และแชร์ต่อเพจของสภ.บางกล่ำ กระทั่งมีการแชร์ต่อๆกันไป    พ.ต.ท.กีรติ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องให้บริการประชาชนอย่างดีที่สุดในทุกกรณีไม่ว่าชาวบ้านจะมาในสภาพไหนก็ต้องให้ได้รับความสะดวกและอำนวยความยุติธรรมให้ซึ่งคดีนี้ก็จบด้วยดีมีการเจรจาตกลงค่าเสียหายกันทั้งสองฝ่าย   

 5,075
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 61

กทม.เพิ่มมาตรการป้องกันการกระทำอนาจาร ในสวนสาธารณะ หากพบแจ้งความได้ทันที

        กรุงเทพมหานคร เพิ่มมาตรการป้องกันพฤติกรรมอนาจารไม่เหมาะสมในพื้นที่สวนสาธารณะ หากพบเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งความได้ทันที พร้อมเพิ่มรอบตรวจตราให้ถี่ขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ประชาชน ระบุ มาตรการเป็นเพียงส่วนหนึ่ง อีกส่วนอยู่ที่จิตสำนึกของผู้กระทำ           ภายหลังการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลสวนสาธารณะ 37 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักสิ่งแวดล้อม ที่มีนางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานสวนสาธารณะ กรุงเทพมหานคร เป็นประธาน นานกว่า 2 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมอนาจารที่ไม่เหมาะสมอีกนั้น โดยจะมีการจัดระเบียบแนวปฎิบัติใหม่ ด้วยการเพิ่มข้อบังคับการกระทำอนาจารภายในสวนสาธารณะ ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที เพื่อเป็นการป้องปรามผู้กระทำผิด และจะเพิ่มความถี่รอบการตรวจตราของพนักงานรักษาความปลอดภัย และเขียนรายละเอียดการตรวจในแต่ละครั้ง พร้อมจัดทำป้ายประกาศข้อห้ามต่างๆ ให้ชัดเจน และเพิ่มเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตามห้องน้ำด้วย              ทั้งนี้ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยพบการกระทำอนาจารในลักษณะเช่นนี้ตามสวนสาธารณะขนาดใหญ่ แต่กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพบถุงยาง ส่วนใหญ่ที่อยู่ตามสวนสาธารณะขนาดเล็ก ที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานเขตต่างๆ ก็ได้กำชับให้ใช้ระเบียบเดียวกัน               ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานสวนสาธารณะ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือความร่วมมือของสังคมในการตระหนักถึงวัฒนธรรมที่ดี และการสอดส่องช่วยกัน ขณะที่ทีมข่าวลงพื้นที่สวนสาธารณะ 1 ใน 37 แห่ง ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจตราอย่างเข้มงวดขึ้น ส่วนป้ายประกาศเตือนในข้อบังคับก็มีอยู่แล้ว ซึ่งก็จะเพิ่มป้ายแจ้งเตือนข้อห้ามเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว โดยประชาชนที่เข้ามาใช้พื้นที่สวนสาธารณะระบุว่า เห็นข่าวแล้วก็รู้สึกไม่ดี เพราะสวนสาธารณะนับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับทุกเพศทุกวัย จะมีเพียงส่วนน้อยที่เข้ามาทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ซึ่งก็ไม่สามารถสอดส่องได้ทั้งหมด อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละบุคคล   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,331
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 61

เสนอ กม.ใหม่ เกิดเหตุร้ายแจ้งความได้ทุกโรงพัก - บัตร ปชช.หายไม่ต้องลงบันทึกประจำวัน

มีรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ได้เริ่มต้นพิจารณาร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายกลางที่ยกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์สำคัญในขั้นตอนการสอบสวนคดีอาญาของข้าราชการตำรวจ เพิ่มเติมนอกเหนือไปจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น   สำหรับหลักการของร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวที่ผ่านการพิจารณาแล้ว อาทิ ให้พนักงานสอบสวนในทุกสถานีมีหน้าที่ และอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ ไม่ว่าเหตุจะเกิดขึ้นในท้องที่ใดก็ตาม และเมื่อรับแล้วต้องสอบสวนเบื้องต้น เท่าที่จะพึงทำได้ และส่งไปยังพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเร็ว   สำหรับกรณีแจ้งเรื่องเอกสารประจำตัวต่างๆ ซึ่งรัฐออกให้หาย ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ แต่จะกำหนดให้สามารถไปแจ้งที่หน่วยงานของรัฐผู้ออกเอกสารนั้นที่เดียวได้เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sSL7D4JdJ60

 1,835
บันเทิง
08 พ.ค. 61

'บอล จิตรภาณุ' ดาราช่อง 3 มึนถูกชายปริศนากระหน่ำต่อย-ใช้เข็มขัดฟาดหัว กลางลานจอดรถย่านสยาม

นายจิตรภาณุ กลมแก้ว หรือบอล นักแสดงของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมด้วยนักแสดงร่วมช่อง ภูผา-นพวิชญ์ และผู้จัดการส่วนตัว เดินทางเข้าพบผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เพื่อแจ้งความหลังถูกทำร้ายร่างกาย ถูกต่อยเข้าที่ศีรษะด้านหลัง   ขณะกำลังจะไปขึ้นรถที่ลานจอดรถสยามสแควร์วัน จนได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตก และมีบาดแผลที่มือรวมไปถึงฟกช้ำที่มือด้วย โดยเข้าทำการรักษาที่ รพ.พญาไท 2 ซึ่งต้องเย็บที่ศีรษะ 3 เข็ม และทำแผลที่มือ   บอลกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาโดยบอล ได้ไปเดินที่ย่านสยามกับภูผา และได้ตกลงกันที่จะไปรับประทานอาหารกันที่อื่นจึงได้แยกย้ายไปที่รถของตนเองซึ่งบอลจอดรถไว้ที่ สยามสแควร์วัน เมื่อถึงรถก็มีบุคคลที่ไม่รู้จักเข้ามาทำร้ายจากทางด้านหลัง ซึ่งคนร้ายใช้เข็มขัดพันไว้ที่มือและได้ กระหน่ำต่อยกว่า 10 ครั้ง ตนได้แต่ยกมือขึ้นมากันเพื่อป้องกันตนเอง หลังจากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป ในที่เกิดเหตุคนร้ายได้ทำหัวเข็มขัด และสร้อยข้อมือหล่นไว้ในที่เกิดเหตุ   ตนเองยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับใคร เมื่อโดนทำร้ายคิดไปเยอะว่าเข้ามาทำร้ายเราเพราะสาเหตุอะไร หรือว่าอาจจะไม่ชอบเราเพราะจากการแสดงละคร แต่จำหน้าตาของคนร้ายไม่ได้ จำได้เพียงแต่มีลักษณะความสูงเท่ากับตัวเอง   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้บอลให้ปากคำ และสอบถามข้อมูลในเหตุการณ์เพิ่มเติม โดยจะขอใบแจ้งความเพื่อเป็นเอกสารไปขอดูกล้องวงจรปิดกับทางห้าง   ขณะที่อัพเดทอาการของบอล พบแผลและรอยช้ำกลางศีรษะเพิ่มอีก 1 แผล ทำให้ต้องแอดมิทที่โณงพยาบาล ทั้งนี้เอ็กซเรย์ไม่พบความผิดปกติ แต่แพทย์ต้องเฝ้าระวังอาการอีก 48 ชั่วโมง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4uWfLgkVStM  

 12,523
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

'ทนายษิทรา' แจ้งความตามหา ซีดีคลิปเสียงคดีหวย 30 ล้านหล่นกลางตลาด 'ครูปรีชา' ไม่กังวลคนเก็บได้เอามาแฉ

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ได้เดินทางมาที่ สภ.กระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน กรณีทำแผ่นซีดีคลิปเสียงครูปรีชา 4,500 คลิปใน 1 แผ่น ซึ่งได้ไปทำการขอคัดลอกมาจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนคดีหวย 30 ล้าน แต่เกิดทำหล่นหายไปเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเชื่อได้ว่าน่าจะหล่นหายตอนที่ไปเดินซื้อของในตลาดนัดแห่งหนึ่ง ย่านพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน   ชี้หากใครที่พบเจอแล้วนำไปแพร่ภาพอาจจะมีความผิดฐานล่วงละเมิดอำนาจศาลได้ เนื่องจากแผ่นซีดีนี้ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในคดีหวย 30 ล้าน ที่ตอนนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว ดังนั้นถ้าหากใครพบเจอก็ขอให้รีบนำมาส่งคืนตน หรือมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ   ด้านครูปรีชา เปิดเผยว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ก็ไม่ได้หวั่นไหวหรือเป็นกังวล พร้อมอยากฝากบอกไปถึงคนที่อาจจะเก็บได้หรือมีซีดีคลิปเสียงดังกล่าวไว้ในครอบครองว่า หากอยากจะนำคลิปเสียงเหล่านั้นมานำเสนอ ก็ขอให้ทำไปตามสบาย เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคนที่สามารถกระทำได้ แต่ก็อย่าให้เป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งหากมีการนำมาเผยแพร่จริง ก็จะได้มีการตรวจสอบว่าคลิปนั้น เป็นเสียงของตนจริงหรือไม่ และใครเป็นคนทำขึ้นมา เรื่องเหล่านี้ตนไม่หนักใจและไม่เป็นกังวลแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E3ky_QFHXdI    

 3,167
ข่าวภูมิภาค
20 มี.ค. 61

ว่าที่พี่เขยหื่น ปลุกปล้ำน้องสาวแฟนคาห้อง พี่สาวสุดทนพาแจ้งความ

สมุทรปราการ-สาวโรงงานวัย 24 พาน้องสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความหลังจากที่น้องสาวถูกว่าที่พี่เขยข่มขืนกระทำชำเรา ภายในห้องพักอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง   โดยพี่สาวได้เล่าว่า ตนและนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม ได้คบหากันมา 5 ปี แล้ว และทำงานอยู่ที่เดียวกัน และกำลังวางแผนจะแต่งงานกัน ต่อมาหลังจากที่นางสาวเอ น้องสาวของตนซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน จึงได้เดินทางมาอยู่กับตนที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว ซึ่งมีนายเอกพักอยู่ด้วย   ตลอดระยะที่น้องสาวมาอยู่ด้วยทุกอย่างก็เป็นปกติดี กระทั่งวันเกิดเหตุ นายเอกได้เดินทางไปทำงานที่โรงงาน โดยเข้ากะกลางคืน ส่วนตนเองและน้องสาว พักอยู่ที่ห้องกันตามปกติ ต่อมาแฟนของตนได้ออกกะและกลับมานอนพักที่ห้อง ซึ่งมีน้องสาวตนนอนหลับอยู่ สักพักน้องสาวได้โทรมาบอกว่า ถูกนายเอก ข่มขืนตนจึงได้รีบเดินทางกลับมาที่ห้องพัก พบเพียงแต่น้องสาว ตนนั่งร้องไห้อยู่เพียงคนเดียว ส่วนนายเอก ได้หลบหนีไปก่อนแล้ว ตนจึงตัดสินใจพาน้องสาวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามนายเอก มาดำเนินคดี   ด้านผู้เสียหาย ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง ส่วนพี่สาว ออกไปทำงาน จู่ ๆ นายเอก ว่าที่พี่เขยได้กลับมาที่ห้องและปิดประตูล็อกและเข้ามาลวนลาม ตนจึงสะดุ้งตื่น และรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ จนเวลาผ่านไปนานพอสมควรตนคิดว่านายเอก คงจะไม่ทำอะไรแล้ว ตนจึงได้เปิดประตูออกมา นายเอก ได้เข้ามากอดและปลุกปล้ำตน ก่อนลงมือข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ หลังตั้งสติได้ตนจึงได้โทรบอกพี่สาว ส่วนนายเอก ได้หลบหนีอออกจากห้องไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ส่งตัวผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมตัวนายเอก ว่าที่พี่เขยหื่น มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XpOIOrBzYro    

 36,777
บันเทิง
27 ก.พ. 61

ปอท.เร่งสืบเว็บไซต์กุข่าวมั่ว 'ไอซ์ ปรีชญา' โดนจับปาร์ตี้ยา

ไอซ์ ปรีชญา นางเอกชื่อดัง โร่แจ้งความ ปอท. เอาผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีเว็บไซต์ลงข่าวมั่วถูกจับคาวงปาร์ตี้ยา   ที่กองบังคับการปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) น.ส.ปรีชญา พงษ์ธนานิกร หรือ ไอซ์ อายุ 28 ปี นางเอกชื่อดัง พร้อมมารดา เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.หญิง ณภัชนันท์ กรวยรักษา ผกก.(สอบสวน) บก.ปอท.   เพื่อเอาผิดกับเจ้าของเว็บไซต์ http://systemthais.com จากการลงข่าวบิดเบือนและนำภาพส่วนตัวไปตัดต่อลงข่าวว่าตนถูกจับในปาตี้ยาเสพติด และพาดหัวข่าวว่า "สะเทือน!วงการช่อง3 'บุกจับปาตี้ยา' พบนางเอกดัง ไอซ์ ปรีชญา ร่วมเสพ รับ ลองครั้งแรก     ไอซ์เปิดเผยว่า ตนทราบจากเพื่อนๆ ว่ามีเว็บไซต์หนึ่งนำเอาภาพตนไปลงในข่าวเกี่ยวกับการจับยาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งข่าวดังกล่าวมีการจับปาร์ตี้ยาจริง และมีการนำภาพตนไปแปะข่าวว่า ตนอยู่ในกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับ ซึ่งไม่เป็นความจริง   ในวันนี้ตนได้เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม หลังจากได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.โชคชัย แล้วในข้อหาหมิ่นประมาทเป็นเหตุทำให้เสียชื่อเสียง วันนี้จึงได้เดินทางมาแจ้งความในข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้เว็บไซต์ดังกล่าวได้มีการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก ทั้งบนเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และแอพพลิเคชันไลน์ จนทำให้ตนได้รับความเสียหาย เนื่องจากข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในต่างประเทศ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MZwhsCpCaqc    

 5,007
บันเทิง
26 ก.พ. 61

'ไอซ์ ปรีชญา' แจ้งความเว็บปลอมกุข่าวมั่วถูกจับปาร์ตี้ยา ทำเสียชื่อเสียง

ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร นางเอกสาวชื่อดัง วัย 28 ปี เดินทางมาพร้อมมารดา เข้าแจ้งความกรณีเว็บไซต์ SystemThais กุข่าวปลอม หลังลงข่าวตำรวจบุกจับปาร์ตี้ยา พบนางเอกวิก 3 ซึ่งระบุชื่อและรูปภาพ “ไอซ์-ปรีชญา” ชัดเจน จนทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวนางเอกสาวและครอบครัว   โดยไอซ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน เพราะว่ามีเว็บไซต์หนึ่งลงข่าวตำรวจบุกจับปาร์ตี้ยา ซึ่งในนั้นมีนางเอกช่อง 3 “ไอซ์-ปรีชญา” อยู่ด้วย เนื้อข่าวลงชื่อ-นามสกุล และรูปภาพชัดเจน ตอนที่เห็นข่าวทีแรกตกใจมากเพราะวันนี้อยู่กับครอบครัว รวมถึงคุณครู พอออกกำลังกายเสร็จก็มีเพื่อนโทร.มาหาและส่งลิงก์ข่าวมาให้ดูว่ามีข่าวนี้ แต่ส่วนใหญ่ก็รู้สึกว่าข่าวมันไม่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว   ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะไม่แจ้งความและลงบันทึกประจำวัน แต่พี่ๆ หลายคนบอกว่าตนควรจะมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้หน่อยดีกว่า เนื่องจากเป็นข่าวที่แรงมากเพราะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงมีรูปและชื่อของตน ฉะนั้นมันย่อมส่งผลกระทบที่ไม่ดีกับตัวเราเอง   ด้านมารดาของไอซ์กล่าวว่า ทางตัวลูกสาวเองก็ไม่ได้คิดจะเอาเรื่องตรงนั้น แต่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันรุนแรงมากในลักษณะของยาเสพติดที่ตัวเขาไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง การที่เว็บไซต์นั้นโพสต์ข้อความที่ไม่เป็นความจริง รวมถึงวันนี้ทั้งวันไอซ์อยู่กับตนตลอด พอดีกับที่มีการโพสต์ข่าวนี้ขึ้นมาซึ่งมันทำให้ภาพพจน์และชื่อเสียงของทุกคนในครอบครัวเสียหายไปหมด ที่สำคัญไอซ์เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับป.ป.ส.ด้วย เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงสำหรับพวกเรา ตนไม่อยากให้ใครต้องมาทำแบบนี้กับใครทั้งนั้น   ทั้งนี้ในวันนี้(26ก.พ.) ไอซ์ก็จะเดินทางไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อตามสืบเรื่องไอทีของตัวเว็บไซต์เลยว่าใครเป็นคนทำข่าวขึ้นมา ตั้งใจอยากดำเนินการให้ถึงที่สุดเพราะมันไม่ควรมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ว่ากับใครก็ตาม เนื่องจากทำให้เสียชื่อเสียง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/79Hf8ZLipGE      

 5,288

Top