ค้นหา :

ผลการค้นหา "อพยพ"

ต่างประเทศ
13 ก.พ. 63

ธนาคารสิงคโปร์สั่งอพยพกว่า 300 ชีวิตออกจากตึก หลังพบผู้ติดเชื้อ covid-19

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อทะลุ 4.5 หมื่นคน เสียชีวิต 1.1 พันคน และรักษาหายแล้ว 5 พันคน   องค์การอนามัยโลก (WHO) ยกย่อง ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เป็นต้นแบบในการรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาด โดยใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน บรรเทาความตื่นตระหนก และขจัดข่าวลือและทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ ขณะเดียวกันได้มีการติงการสื่อสารและการสร้างความสับสนในหลายประเทศ    นอกจากนี้ มีภาพธนาคารยักษ์ใหญ่ของสิงคโปร์ DBS อพยพคน 300 กว่าคน ออกจากตึก Marina Bay Financial Center Tower 3 หลังจากพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ COVID-19  

 4,810
สังคม
01 ก.พ. 63

ความคืบหน้ากรณีไฟไหม้บ่อขยะกว่า 30 ไร่ เตรียมอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่

จากกรณี ที่ไฟไหม้บ่อขยะของเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ในพื้นที่บริเวณ หมู่ 7 ต.โนนห้อม อ.เมืองจ.ปราจีนบุรี บนเนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเทศบาล อบต. และ สำนักงาน ปภ. ได้นำรถดับเพลิงรวม 16 คัน ไประดมฉีดน้ำให้อยู่ในวงจำกัดและฉีดน้ำหล่อเลี้ยงตลอดคืนที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น     เมื่อช่วงเย็นวานนี้ 31 ม.ค. 63 ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดต่อจ้างรถแบคโฮ มาทำการขุดขยะพร้อมทำการฉีดน้ำตลอดเวลาแต่ก็ยังไม่สามารถดับเพลิงที่เผาไหม้ได้ นอกจากนั้นยังมีเปลวเพลิงได้ปลิวไปติดกับกองที่ 2 จนลุกไหม้ไปอีกบ่อทำให้ยากต่อการดับเพลิงในครั้งนี้ และจากเพลิงไหม้บ่อขยะบนเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ได้มีกลุ่มควันถูกลมพักพาเข้าไปในหมู่บ้านต่างๆ หลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะหมู่ที่ 7 ที่มีบ้านเรือนราษฎรติดกับบ่อขยะ ได้รับผลกระทบจากกลิ่นและควันตลอดทั้งคืน ทางเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ต้องนำผ้ากันฝุ่นไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ     นายนรเสรษฐ์ ศรีตะภัสโส นายอำเภอเมืองปราจีนบุรี ได้กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากไฟไหม้บ่อขยะประกอบด้วย หมู่ 7 มีราษฎร 200 ครัวเรือน ราษฎร 900 คน และหมู่อื่นๆ ข้างเคียงประมาณ 30 หมู่บ้าน ก็กระทบบางส่วน บางหมู่ก็ 50 ครัวเรือน 100 กว่าคน ผลกระทบรวมพันคน เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้บ่อขยะที่มีการลุกไหม้มากพอสมควร คาดว่าน่าจะใช้เวลาถึงวันเสาร์ - อาทิตย์นี้น่าจะแล้วเสร็จ      ส่วนแผนการอพยพผู้คน  ส่วนหนึ่งก็ยอมที่จะอพยพไปอยู่บ้านญาติ หรืออนามัย หรือที่อื่น ถ้าผู้ป่วยจะส่งต่อไปที่ รพ.สต. ตำบลโนนห้อม ถ้าประเมินสถานการณ์แล้วมีความจำเป็นต้องส่งโรงพยาบาลก็จะส่งเข้าทางสายด่วน ส่วนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ความสำคัญให้ดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทางท้องถิ่น อบต.โนนห้อมและเทศบาลตำบลโคกมะกอก ก็ให้สำรวจแต่ละหมู่บ้านว่าได้รับผลกระทบอย่างไร และจะมีการเข้าช่วยเหลือเยียวยาต่อไป         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CY-FbIivUz4  

 3,429
สังคม-อาชญากรรม
31 ม.ค. 63

'อนุทิน' ยันจีนไฟเขียวเมื่อไร พร้อมรับคนออกจากอู่ฮั่นทันที - เปิดแผนอพยพนานาชาติ ยังต้องรออีกหลายประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันไทยพร้อมนำเครื่องบินพาณิชย์ไปรับคนไทยจากเมืองอู่ฮั่นกลับเมืองไทย ทันทีที่จีนอนุญาต แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันวันเวลาและสถานที่แต่อย่างใด รวมถึง ที่บอกว่าจะรับกลับมาในวันที่ 4 ก.พ.63 ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน ต้องรอการยืนยันจากจีน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลไทยรอการประสานงานกับรัฐบาลจีน และได้เตรียมแผนการรองรับคนไทยที่มาจากจีนไว้หมดแล้ว   ทั้งนี้ทางเครื่องบิน บุคลากรทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์ ซึ่งจีนไฟเขียวเมื่อไร ไทยก็พร้อมที่จะไปรับทันที แต่ขณะนี้อู่ฮั่นทำการปิดเมือง เครื่องบินธรรมดาจึงไม่สามารถลงจอดได้ การเดินทางเข้าจึงถือเป็นไฟล์พิเศษและต้องมีขั้นตอน โดยผู้ที่เดินทางกลับจะไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพราะเป็นมาตรการที่รัฐบาลต้องดูแลคนไทยอยู่แล้ว และขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยในเมืองอู่ฮั่น ป่วยหรือติดเชื้อจากไวรัสโคโรนา   ทั้งนี้มีตัวแทนหญิงไทยวัย 32 ปี ที่อาศัยในอู่ฮั่น ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อยู่ในขณะนี้ เดินทางมาที่จีนเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อแต่งงานกับสามีชาวจีน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า กลัวจะติดเชื้อ ห่วงสุขภาพลูกที่อยู่ในครรภ์ จึงอยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   อีกรายเป็นนักศึกษาแพทย์ระบุว่า ต้องอยู่แต่ในหอพัก ขณะที่น้ำและอาหารกำลังจะหมด ซึ่งมีรายงานว่ามีนักศึกษาไทยในอู่ฮั่นประมาณ 65 ราย อายุส่วนใหญ่อยู่ที่ 20-30 ปี   สำหรับแผนการอพยพพลเมืองจากนานาชาติเพื่อออกจากเมืองอู่ฮั่น มีหลายประเทศที่อยู่ระหว่างประสานกับทางการจีน อาทิ ออสเตรเลีย อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เกาหลีใต้ ไทย ส่วนฝรั่งเศสมีแผนที่จะเครื่องบินไปรับ ขณะที่อินโดนีเซีย ไม่มีแผนอพยพชาวอินโดฯราว 200 คนออกจากจีน ด้านสิงคโปร์ได้นำพลเมือง 92 คนออกจากอู่ฮั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/auiREMe1tfU

 266
สังคม
31 ม.ค. 63

'อนุทิน' ยันจีนไฟเขียวเมื่อไร พร้อมรับคนออกจากอู่ฮั่นทันที - เปิดแผนอพยพนานาชาติ ยังต้องรออีกหลายประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันไทยพร้อมนำเครื่องบินพาณิชย์ไปรับคนไทยจากเมืองอู่ฮั่นกลับเมืองไทย ทันทีที่จีนอนุญาต แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันวันเวลาและสถานที่แต่อย่างใด รวมถึง ที่บอกว่าจะรับกลับมาในวันที่ 4 ก.พ.63 ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน ต้องรอการยืนยันจากจีน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลไทยรอการประสานงานกับรัฐบาลจีน และได้เตรียมแผนการรองรับคนไทยที่มาจากจีนไว้หมดแล้ว   ทั้งนี้ทางเครื่องบิน บุคลากรทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์ ซึ่งจีนไฟเขียวเมื่อไร ไทยก็พร้อมที่จะไปรับทันที แต่ขณะนี้อู่ฮั่นทำการปิดเมือง เครื่องบินธรรมดาจึงไม่สามารถลงจอดได้ การเดินทางเข้าจึงถือเป็นไฟล์พิเศษและต้องมีขั้นตอน โดยผู้ที่เดินทางกลับจะไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพราะเป็นมาตรการที่รัฐบาลต้องดูแลคนไทยอยู่แล้ว และขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยในเมืองอู่ฮั่น ป่วยหรือติดเชื้อจากไวรัสโคโรนา   ทั้งนี้มีตัวแทนหญิงไทยวัย 32 ปี ที่อาศัยในอู่ฮั่น ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อยู่ในขณะนี้ เดินทางมาที่จีนเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อแต่งงานกับสามีชาวจีน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า กลัวจะติดเชื้อ ห่วงสุขภาพลูกที่อยู่ในครรภ์ จึงอยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   อีกรายเป็นนักศึกษาแพทย์ระบุว่า ต้องอยู่แต่ในหอพัก ขณะที่น้ำและอาหารกำลังจะหมด ซึ่งมีรายงานว่ามีนักศึกษาไทยในอู่ฮั่นประมาณ 65 ราย อายุส่วนใหญ่อยู่ที่ 20-30 ปี   สำหรับแผนการอพยพพลเมืองจากนานาชาติเพื่อออกจากเมืองอู่ฮั่น มีหลายประเทศที่อยู่ระหว่างประสานกับทางการจีน อาทิ ออสเตรเลีย อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เกาหลีใต้ ไทย ส่วนฝรั่งเศสมีแผนที่จะเครื่องบินไปรับ ขณะที่อินโดนีเซีย ไม่มีแผนอพยพชาวอินโดฯราว 200 คนออกจากจีน ด้านสิงคโปร์ได้นำพลเมือง 92 คนออกจากอู่ฮั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/auiREMe1tfU

 266
ต่างประเทศ
30 ม.ค. 63

ดราม่า เครื่องบินรับชาวสหรัฐฯออกจากอู่ฮั่น กีดกันเมียชาวจีน - คนญี่ปุ่นกลับถึงบ้าน ต้องสงสัยติดเชื้อ

ภายหลังสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ส่งเครื่องบินไปรับพลเรือนจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน กลับประเทศ รวมถึงหลายประเทศมีแผนอพยพพลเรือน เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่น นั้น   ล่าสุดเกิดประเด็นดราม่า มีรายงานว่าเครื่องบินสหรัฐอเมริกา ที่ไปรับชาวอเมริกันกลับประเทศ ที่นั่งในเครื่องบินไม่เพียงพอเพราะมีการสำรองที่นั่งไว้ให้เจ้าหน้าที่ และคนอเมริกันต้องจ่ายค่าตั๋ว 3 หมื่นกว่าบาท รวมถึงหากมีภรรยาเป็นชาวจีน ภรรยาไม่สามารถเดินทางไปด้วยได้   ทั้งนี้ พบว่าอังกฤษก็มีประเด็นเดียวกันคือ ภรรยาชาวจีนไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินกลับไปด้วย   ส่วนญี่ปุ่น ที่พลเรือนจากอู่ฮั่นกลุ่มแรกเดินทางกลับถึงประเทศแล้วนั้น พบว่ามี 4 คน มีอาการไข้ขึ้นสูง ต้องสงสัยอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่  

 44,287
สังคม
30 ม.ค. 63

ยอดผู้ติดเชื้อโคโรนาทั่วโลกพุ่งต่อเนื่อง 'บิ๊กตู่' ยันคนไทยในอู่ฮั่นสบายดี พร้อมรับกลับทันทีเมื่อจีนอนุญาต

ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่เพิ่มเป็น 132 คนแล้ว ผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุกว่า 6 พันคน ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเป็นรายแรกในตะวันออกกลาง โดยพบที่สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยวันนี้พบผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มอีก 26 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ในจีนอยู่ที่ 132 คนแล้ว ส่วนผู้ที่ติดเชื้อในจีนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้เพิ่มขึ้น 1,603 คน มาอยู่ที่ 6,018 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกคือ 6,106 คน       สำหรับพื้นที่ที่ติดเชื้อทั่วโลกตอนนี้มีทั้งหมด 19 แห่งแล้ว ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายแรกที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่งเดินทางมาจากอู่ฮั่น นับเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกของภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย ผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีน หรือ NHC เผย สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าจะรุนแรงที่สุดในอีก 10 วัน       ขณะที่เป็นสองประเทศแรก ที่อพยพพลเรือนออกจากเมืองอู่ฮั่น จุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ และยังมีอีกหลายประเทศจ่อคิวขอรับพลเรือนตัวเองออกจากอู่ฮั่น โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ โดยสายการบิน ออล นิปปอน แอร์เวย์ส พร้อมพลเรือนชาวญี่ปุ่น 206 คน ที่ออกจากเมืองอู่ฮั่น ได้ร่อนลงจอดที่สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว เมื่อช่วงเช้าเมื่อวานที่ผ่านมา (29 ม.ค. 63) ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่รอตรวจร่างกายของพลเรือนญี่ปุ่นทั้งหมด ว่าอาการต้องสงสัยติดเชื้อหรือไม่ ก่อนที่จะถูกส่งไปยังสถาบันทางการแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ญี่ปุ่นมีแผนจะส่งเครื่องบินลำที่ 2 และ 3 ไปรับพลเรือนที่อู่ฮั่นอีก โดยลำที่สอง จะออกเดินทางในวันนี้ ญี่ปุ่นเผยว่า มีพลเรือนญี่ปุ่นรวมทั้งหมด 650 คนในอู่ฮั่นที่ต้องการเดินทางกลับญี่ปุ่น       เช่นเดียวกันกับสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับเจ้าหน้าที่ทางการทูตสหรัฐฯและครอบครัว 240 คน ออกจากสนามบินอู่ฮั่น เทียนเหอ แล้วเมื่อช่วงเช้าเมื่อวานนี้  (29 ม.ค. 63) โดยเครื่องบินจะหยุดแวะพักเติมน้ำมันที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอลาสก้า ซึ่งที่นั่นจะมีการตรวจคัดกรองว่าใครมีอาการป่วยหรือไม่ ก่อนจะเดินทางต่อไป เมืองออนตาริโอ้ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้เตรียมการสนามบินเพื่อคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่        ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจากการตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถือว่าเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล มีความรอบคอบรัดกุมทุกช่องทาง อีกครั้งมีการตรวจคัดกรองถึง 3 ด่าน ทั้งการวัดอุณหภูมิ วัดความร้อน และวัดไข้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่ผ่านเข้าประเทศไทยทางสนามบินสุวรรณภูมิจากทุกประเทศที่มีความเสี่ยงต้องผ่านจุดคัดกรองไม่ใช่เฉพาะจีนเท่านั้น หากพบว่ามีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าก็จะนำเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาลที่ทางรัฐบาลจัดเตรียมไว้ทันที     สำหรับการรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารจะนำเครื่องบินพาณิชย์แบบเช่าเหมาลำพร้อมทีมแพทย์บินไปรับคนไทยที่สมัครใจกลับประเทศโดยจะไม่ใช้เครื่องบินของกองทัพเพื่อไม่ให้มีปัญหาระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอทางการจีนจัดลำดับอนุญาตให้แต่ละประเทศที่ร้องขอ หากได้รับอนุญาตก็จะนำเครื่องไปรับโดยเร็วที่สุด และเบื้องต้นได้รับรายงานว่าคนไทยที่อาศัยอยู่ที่อู่ฮั่นยังมีความสุข แข็งแรงและสบายดี ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี       ในส่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยืนยันว่า คลิปที่เเชร์กัน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 27 มกราคม เวลา 01.22 น.เมื่อทีมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่า ผู้โดยสารรายดังกล่าว มีอาการเมาสุรา นั่งหลับจนตกเก้าอี้ และหลังจากนั้น ได้นำตัวผู้โดยสารคนดังกล่าว ส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอาการ และได้รับการยืนว่าเป็นเพียงอาการเมา ไม่เกี่ยวกับไวรัสโคโรนา แต่อย่างใด  

 449
ต่างประเทศ
29 ม.ค. 63

สหรัฐฯ - ญี่ปุ่น อพยพพลเรือนถึงประเทศแล้ว อีกหลายชาติทั่วโลกเตรียมรับพลเรือนกลับ

ความคืบหน้ากรณีอพยพพลเรือนต่างชาติออกจากเมืองอู่ฮั่น ตอนนี้มีสองประเทศ คือ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯที่นำพลเรือนของตนขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำออกจากพื้นที่ที่เป็นต้นตอแหล่งแพร่ระบาดแล้ว ขณะที่ญี่ปุ่นเตรียมส่งเครื่องบินลำที่สองไปรับพลเรือนของตนออกมาจากอู่ฮั่นเพิ่มอีกภายในวันนี้   เครื่องบินเช่าเหมาลำของญี่ปุ่น ซึ่งบรรทุกชาวญี่ปุ่น 206 คน ออกจากอู่ฮั่นลงจอดที่สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียวแล้วเช้าตรู่วันนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเผย ผู้โดยสารทั้งหมดได้รับการตรวจทางการแพทย์บนเครื่อง หลายคนแสดงอาการ ทั้งนี้ผู้โดยสารทั้งหมดจะถูกส่งไปยังสถาบันทางการแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด   โดยประเทศญี่ปุ่นมีแผนจะส่งเครื่องบินลำที่ 2 และ 3 ไปรับพลเรือนที่อู่ฮั่นอีก โดยลำที่สองจะออกเดินทางในวันนี้ ญี่ปุ่นเผยว่า มีพลเรือนญี่ปุ่นรวมทั้งหมด 650 คนในอู่ฮั่นที่ต้องการเดินทางกลับญี่ปุ่น สำหรับยอดผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นตอนนี้มีทั้งหมด 7 คน หนึ่งในนั้นเป็นคนขับรถบัสในจังหวัดนารา ซึ่งไม่เคยเดินทางไปอู่ฮั่น   ส่วนเครื่องบินเช่าเหมาลำของสหรัฐฯ นำเจ้าหน้าที่ทางการทูตสหรัฐฯออกจากสนามบินอู่ฮั่น เทียนเหอ แล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้ เครื่องบินลำดังกล่าวนำเจ้าหน้าที่ทูตและครอบครัวราว 240 คน มุ่งหน้าสู่รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยจะหยุดแวะพักเติมน้ำมันที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอลาสกา ก่อนจะไปสุ่จุดหมายปลายทางที่เมืองออนตาริโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งอยู่ห่างจากนครลอสแองเจอลิสไปทางตะวันออก 35 กิโลเมตร   ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกเตรียมอพยพพลเรือนจากอู่ฮั่น อย่าง เกาหลีใต้, ฝรั่งเศส, มองโกเลีย และอีกหลายชาติมีแผนอพยพพลเรือนของตนออกจากอู่ฮั่น โดยรัฐบาลเกาหลีใต้เผยว่า ขณะนี้มีชาวเกาหลีใต้ 694 คน ที่ลงทะเบียนจะเดินทางกลับกับเครื่องบินเช่าเหมาลำ โดยการอพยพชุดแรกจะมีขึ้นพรุ่งนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า สำหรับชาวจีนจะไม่รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่อง แม้ว่าครอบครัวของพวกเขาจะเป็นชาวเกาหลี ผู้โดยสารที่อพยพกลับมาถึงเกาหลีใต้จะต้องถูกกักกันเป็นเวลา 14 วัน ในอาคารที่ทางการเตรียมพร้อมไว้ให้

 17,264
ต่างประเทศ
14 ม.ค. 63

ฟิลิปปินส์ประกาศยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟระเบิดเป็นระดับ 5 พร้อมสั่งอพยพปชช.

ทางการฟิลิปปินส์ก็ได้สั่งการให้อพยพประชาชนประมาณ 5 แสนคนในพื้นที่ใกล้กรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ในพื้นที่รัศมี 14 กิโลเมตรโดยรอบภูเขาไฟตาอัล หลังเกิดเหตุปะทุตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 ม.ค. 63)   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหว หลังจากเกิดเหตุภูเขาไฟตาอัล ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้า สูงถึง 17 กิโลเมตร ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยภูเขาไฟตาอัล เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่เล็กที่สุดในโลก และยังคงมีการปะทุอย่างต่อเนื่องเป็นอันดับ 2 ของฟิลิปปินส์ เคยปะทะรุนแรงมาแล้วอย่างน้อย 34 ครั้งในรอบ 450 ปีที่ผ่านมา    นอกจากสั่งการให้ประชาชนเกือบครึ่งล้านคนอพยพทันทีแล้ว ยังมีคำสั่งให้โรงเรียนงดการเรียนการสอนสำหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่นี้ด้วย โดยเฉพาะเมืองบาตังกัส ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการปะทุของภูเขาไฟตาอัลนั้น อาจจะรุนแรงขึ้นอีก โดยยกระดับการเตือนภัยจากระดับ 4 เป็นระดับ 5 ซึ่งเป็นการเตือนภัยในระดับสูงสุด และอาจมีการประกาศอพยพประชาชนเพิ่มเติม    เมื่อช่วงสายของวันที่ 13 ม.ค. 63 นักธรณีวิทยาได้ออกมาเตือนว่าภูเขาไฟตาอัลกำลังดันลาวาร้อนขึ้นสู่ท้องฟ้า จากรอยแยกที่เพิ่มขึ้นมาบริเวณปากขอบด้านเหนือ และประกาศเตือนเรื่องเถ้าถ่านจากการระเบิดของภูเขาไฟ ว่าสามารถทำให้เกิดโคลนไหลจากการรวมตัวกันของเถ้ากำมะถันและไอน้ำในชั้นบรรยากาศ  ที่สำคัญคือเกิดแก๊สพิษ จะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต โดยมีคำแนะนำให้ประชาชนใส่หน้ากากกรองฝุ่น N95 หรือใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกขณะอยู่กลางแจ้งแล้ว   สถาบันภูเขาไฟและแผ่นดินไหวแห่งชาติฟิลิปปินส์ เผยแพร่ภาพไทม์แลปส์ การปะทุภายในปล่องภูเขาไฟ เช่นเดียวกับทางสำนักข่าวท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ ได้เผยคลิปวิดีโอ สายฟ้าที่ฟาดลงมาบนก้อนเมฆเหนือภุเขาไฟตาอัล แสดงให้เห็นสภาพอากาศที่กำลังแปรปรวนอย่างมาก และพายุที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ   ทางเฟสบุ๊กของ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา รายงานความคืบหน้าว่า ท่าอากาศยานนานาชาตินินอย อาคิโน่ เพิ่งเปิดทำการได้บางส่วนเมื่อช่วงเที่ยงวันของวันที่ 13 ม.ค. หลังต้องปิดทำการรวมถึงยกเลิกเที่ยวบินทั้งในและระหว่างประเทศกว่า 240 เที่ยวบิน จากการประกาศเตือนภัยภูเขาไฟตาอัลที่ยกระดับขึ้นมาเป็นระดับ 4 โดยให้ความสำคัญกับเที่ยวบินที่ต้องบินออกจากกรุงมะนิลา เพื่อเป็นการระบายเครื่องบินและผู้โดยสารที่ยังตกค้าง และทางสถานทูต ได้แนะนำให้ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน ขอให้ติดต่อเปลี่ยนเที่ยวบินให้เรียบร้อย    สำหรับสายการบินไทยที่มีเที่ยวบินออกจากกรุงมะนิลา ตอนนี้ได้ประกาศบินแล้วตามปกติ ในวันนี้ จนกว่าจะมีการแจ้งเป็นอย่างอื่น ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา ขอให้คนไทยติดตามข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตไทย และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำ ผ่านทางเฟสบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูต Royal Thai Embassy, Manila

 534
ต่างประเทศ
03 ม.ค. 63

เหตุน้ำท่วมใหญ่อินโดนีเซียทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

จากเหตุการณ์อุทกภัยในอินโดนีเซีย ตัวเลขผู้เสียหายในกรุงจาการ์ต้าและจังหวัดโดยรอบของอินโดนีเซียเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ทางการต้องสั่งระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปช่วยอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ที่ติดน้ำท่วม   สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงจาการ์ต้าและจังหวัดโดยรอบยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุด ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างน้อย 21 ราย ผู้คนจำนวนอย่างน้อย 63,000 คน ไร้ที่อยู่อาศัยและต้องหลบออกจากพื้นที่ รวมถึงท่าอากาศยานต่างๆ ต้องปิดให้บริการเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ทางการต้องระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยอย่างน้อย 120,000 นาย เข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชน รวมถึงเข้าไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำในบางชุมชนด้วย ที่จังหวัดบันเต็นมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว บ้านเรือนหลายหลังที่อยู่ติดริมแม่น้ำพังถล่มลงมา นอกจากนี้ในจังหวัดโบกอร์ และเด-ปก มีบ้านเรือนในพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำแล้วกว่า 160 หลังคาเรือน และเกิดดินโคลนถล่ม    ขณะเดียวกันที่เมืองตังเกอรัง หน่วยงานภัยพิบัติในพื้นที่บอกว่า มีพื้นที่ต่างๆ อย่างน้อย 9 จุด ในเมืองที่จมอยู่ใต้น้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือยางเข้าไปในพื้นที่เพื่อพยพประชาชนออจากพื้นที่ ประชาชนบางราย ตัดสินใจเดินลุยน้ำอพยพตัวเองออกมา เนื่องจากบอกว่า ร้องขอไปยังทางการแล้ว แต่ไม่ได้รับการยืนยันว่าจะเข้ามาช่วยเหลือเมื่อไหร่    อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานยืนยันว่ายังมประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนในพื้นที่ เฝ้ารอความช่วยเหลือกันอยู่ ขณะนี้มีการเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวเอาไว้แล้วบางส่วน   นอกจากนี้ที่เมืองเลอบัก กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้สะพานข้ามแม่น้ำและตลิ่งพังถล่มลงมา ตามรายงานระบุว่ามีบ้านเรือนพังถล่มลงมาอย่างน้อย 135 หลังคาเรือน น้ำท่วมรอบนี้สืบเนื่องมาตั้งแต่วันสิ้นปี มีฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนจนถึงวันปีใม่ ทำให้กระแสน้ำในแม่น้ำไหลเชี่ยวกรากและเอ่อท้นเข้าท่วมบ้านเรือน นับว่าอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงมากที่สุดในรอบ 24 ปี    ด้านหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ผลตกลงมาอย่างหนัก มาจากฤดูมรสุมและไอน้ำในอากาศสูง และยังจะคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้ และต้องเฝ้าระวังกันต่อไป

 819
ต่างประเทศ
20 พ.ย. 62

เด็กนับแสนถูกสหรัฐฯ ริดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างไร้มนุษยธรรม!

ปัจจุบันกว่า 80 ประเทศทั่วโลกมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกกักขังกว่า 7 ล้านคน ในจำนวนนี้จำนวนเด็กอพยพกว่า 3 แสนคนถูกกักตัวในสถานกักกัน โดยสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวประมาณ 1 แสนคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก ซึ่งนโยบายเกิดจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้องค์การสหประชาชาติกล่าวตำหนิว่า การกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไร้มนุษยธรรม นอกจากนี้ตามรายงานการศึกษาว่าด้วยเรื่องของเด็กที่ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ การควบคุมตัวเด็ก ควรเป็นมาตรการสุดท้ายที่มีการประกาศใช้ หรือหากจำเป็นควรใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด สิ่งเป็นข้อกำหนดตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRC) ซึ่งสหรัฐฯเป็นชาติเดียวที่ไม่ได้ให้สัตยาบรรณในสนธิสัญญาฉบับนี้ ทำให้ UN รวมถึงนานาชาติ กังวลกับสิทธิเด็กที่ถูกกักขังตามชายแดนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามสถิติคิดโดยเฉลี่ยแล้วในจำนวนเด็กที่ถูกกักขังจำนวน 1 แสนคน มีเพียง 60 คนเท่านั้นที่ได้รับการคุ้มครองและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

 3,140
ต่างประเทศ
29 ส.ค. 62

ญี่ปุ่นสั่งอพยพกว่าล้านชีวิต หลังเจอฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน

หลายพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ต้องเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน จนต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน และสั่งการให้ประชาชนในจังหวัดฟุกุโอกะ, ซากะ, นางาซากิ และทางตอนเหนือของเกาะคิวชูกว่า 1.6 ล้านคน อพยพออกจากบ้านเรือน จากระดับน้ำในแม่น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว   ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย จากการถูกกระแสน้ำซัดระหว่างขับรถ ขณะที่รถไฟและทางด่วนบางสายต้องหยุดให้บริการ   ส่วนที่ทะเลจีนใต้ ต้องเฝ้าระวังพายุโซนร้อนโพดุล ที่จะเคลื่อนตัวจ่อถล่มจีน ภาคเหนือของเวียดนาม และ สปป.ลาว ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และอาจกระทบไปถึงไต้หวันด้วย  

 1,594
ต่างประเทศ
20 ส.ค. 62

สเปนสั่งอพยพหมื่นชีวิต หลังไฟป่าโหมกระหน่ำ ยังดับไม่สำเร็จ

ทางการสเปนเร่งอพยพประชาชนนับหมื่นคน หลังเกิดเหตุไฟป่าครั้งใหญ่เผาผผลาญบนหมู่เกาะคะแนรี เป็นบริเวณกว้าง 37,000 ไร่ นานต่อเนื่องหลายวัน ทางการระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทหาร พร้อมด้วยเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ เข้าควบคุมเพลิง แต่ยังไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด  

 638
ต่างประเทศ
03 ส.ค. 62

นาทีชาวอินโดฯอพยพอลหม่าน หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว

อินโดนีเซีย - เมื่อวานนี้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แมกนิจูดนอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงกรุงจาการ์ต้า ประชาชนต่างวิ่งแตกตื่นและอพยพไปยังที่สูง หลังมีคำเตือนสึนามิ   นี่เป็นภาพที่เมืองลัมปุง ในจังหวัดสุมาตราเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ประชาชนต่างวิ่งหนีลงมาจากอาคาร และบ้านเรือนมายังท้องถนน หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขนาด 6.8 และมีประกาศเตือนภัยสึนามิ ประชาชนทั้งที่เมืองลัมปุงและในกรุงจาการ์ต้าต่างลงมาอยู่ตามท้องถนน   ศูนย์กลางแผ่นดินไหวเมื่อคืนนี้อยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากเมืองเตลุค เบตง บนเกาะสุมาตรา 227 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 59 กิโลเมตร ไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง แต่แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงกรุงจาการ์ต้า และหลังมีประกาศเตือนภัยสึนามิไปได้เพียง 2 ชั่วโมง ก็มีประกาศยกเลิกการเตือนภัย   รายงานระบุว่า ที่สนามบินนานาชาติในกรุงจาการ์ต้า ผู้โดยสารก็วิ่งออกมาจากอาคารผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม กำหนดการเที่ยวบินไม่ได้รับผลกระทบ    ขณะที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด้ ผู้นำอินโดนีเซีย แถลงว่า ตอนนี้ได้มีการยกเลิกเตือนภัยสึนามิแล้ว ขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบอย่าแตกตื่น แต่ก็ให้ระมัดระวังและรอฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

 1,238
ต่างประเทศ
02 ส.ค. 62

ผนังกันเขื่อนอังกฤษแตก สั่งอพยพ ปชช.วุ่น หวั่นน้ำท่วมฉับพลัน

เกิดเหตุระทึกผนังกั้นเขื่อนในเมืองเดอร์บี้เชียร์ ของอังกฤษแตก ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ใต้เขื่อนนี้จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพประชาชน เพราะเกรงว่าเขื่อนนี้ที่มีน้ำกว่า 300 ล้านแกลลอนจะเอ่อล้นได้ พบมวลน้ำไหลออกจำนวนมาก และต้องเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชม.  

 5,655
ต่างประเทศ
04 ก.ค. 62

ญี่ปุ่นสั่งอพยพ ปชช.นับล้าน หลังฝนตกหนัก-ดินถล่มบนเกาะคิวชู

ญี่ปุ่นสั่งอพยพประชาชนนับล้านชีวิตไปยังศูนย์พักพิง หลังเกิดเหตุฝนตกหนักและเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มที่เกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศ  ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าเกิดดินถล่มทับรถยนต์ บ้านเรือนเสียหาย มีหญิงสูงอายุถูกโคลนถล่มทับบ้านเสียชีวิต 1 ราย   ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นเตือนกรณีพิเศษว่าอาจเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ได้ทุกเวลา พยากรณ์ว่าฝนจะยังตกหนักตลอดทั้งสัปดาห์  

 1,752

Top