ค้นหา :

ผลการค้นหา "สึนามิ"

ข่าวภูมิภาค
16 ก.พ. 63

หอเตือนภัยสึนามิดังสนั่น ชาวบ้านแตกตื่น ปภ. ยัน ตรวจสอบแล้วไม่มีภัยพิบัติ

ที่หอเตือนภัยสึนามิบ้านบางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เกิดเสียงหอนซึ่งไม่ใช่เสียงเตือนภัยสึนามิ จากลำโพงของหอเตือนภัยสึนามิอย่างต่อเนื่อง กว่า 15 นาที ทำให้ พระและญาติธรรมที่อยู่ภายในโรงธรรมต้องยุติการทำศาสนะพิธีเป็นการชั่วคราว ก่อนแยกย้ายกันไปหาที่ปลอดภัย หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ขณะที่นักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก ยังรอฟังสัญญาณการอพยพจากภาครัฐ   ด้านนายสายัน กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ไม่มีรายงานว่าเกิดแผนดินไหวแต่อย่างใด ขณะนี้ตรวจสอบไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่พบสถานการณ์ผิดปกติที่อาจทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ และไม่พบการดังของหออื่น แต่พบปัญหาไม่สามารถสั่งปิดเสียงที่หอเตือนภัยได้ทันทีของหอเตือนภัยบ้านบางเนียง แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถปิดระบบได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบเป็นการด่วน         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/dpFQNwyMQZ0  

 1,926
สังคม
16 ก.พ. 63

หอเตือนภัยสึนามิดังสนั่น ชาวบ้านแตกตื่น ปภ. ยัน ตรวจสอบแล้วไม่มีภัยพิบัติ

ที่หอเตือนภัยสึนามิบ้านบางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เกิดเสียงหอนซึ่งไม่ใช่เสียงเตือนภัยสึนามิ จากลำโพงของหอเตือนภัยสึนามิอย่างต่อเนื่อง กว่า 15 นาที ทำให้ พระและญาติธรรมที่อยู่ภายในโรงธรรมต้องยุติการทำศาสนะพิธีเป็นการชั่วคราว ก่อนแยกย้ายกันไปหาที่ปลอดภัย หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ขณะที่นักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก ยังรอฟังสัญญาณการอพยพจากภาครัฐ   ด้านนายสายัน กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ไม่มีรายงานว่าเกิดแผนดินไหวแต่อย่างใด ขณะนี้ตรวจสอบไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่พบสถานการณ์ผิดปกติที่อาจทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ และไม่พบการดังของหออื่น แต่พบปัญหาไม่สามารถสั่งปิดเสียงที่หอเตือนภัยได้ทันทีของหอเตือนภัยบ้านบางเนียง แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถปิดระบบได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบเป็นการด่วน         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/dpFQNwyMQZ0  

 1,926
ต่างประเทศ
29 ม.ค. 63

แผ่นดินไหว 7.7 เขย่ากลางทะเลแคริบเบียน หลายประเทศออกโรงเตือนภัยสึนามิ

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.7 แมกนิจูด กลางทะเลแคริบเบียน หลายประเทศออกโรงเตือนคลื่นยักษ์สึนามิ ล่าสุดยังไม่มีรายงานความเสียหาย   แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น กลางทะเลประเทศจาไมกา และคิวบา สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ชัดเจน เกิดหลุมยุบหลายจุด รวมถึงมีการประกาศเตือนสึนามิทันทีที่จาไมกา คิวบา หมู่เกาะเคย์แมน และบางส่วนของเม็กซิโก   ทั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้ยังรับรู้ไปได้ถึงไมอามี รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา  

 4,804
ประชาสัมพันธ์
18 ม.ค. 63

'ครูพรพิไล' ครูผู้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส พัฒนาต้นกล้าน้อยแห่งควนกาหลง

เนื่องในวันครูของทุกปีทางคุรุสภาจะมีการมอบรางวัลคุรุสภาแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพดีเด่น ซึ่งในปีนี้ คุณครูพรพิไล เดชภักดี คุณครูผู้พัฒนาต้นกล้าน้อยแห่งควนกาหลงได้รับรางวัลครั้งนี้   จากการสูญเสียสามีและลูกในเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี2547 ครูพรพิไล เดชภักดี ใช้ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นพลังเพื่อทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน และเติมแสงสว่างทางปัญญาให้กับนักเรียน จนได้รับรางวัลมากมาย หนึ่งในนั้นคือรางวัลคุรุสภาในปี พ.ศ.2562   คุณครูพรพิไล เดชภักดี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลควนกาหลง จังหวัดสตูล เป็นครูที่ดูแล เอาใจใส่ ให้ความช่วยเหลือ แก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลอย่างแท้จริง มีการใช้เทคนิคการสอน การจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาผู้เรียนในหลาย ๆ ด้าน จนนักเรียนในระดับปฐมวัยได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับภาค    ถือเป็นครูผู้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อพัฒนาต้นกล้าน้อยแห่งควนกาหลงให้ดำรงไว้ซึ่งความพร้อมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เพื่อเติบโตเป็นผู้เรียนที่มีคุณภาพ และเป็นอนาคตของชาติสืบต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Vjug8yQtsC0

 4,268
สังคม
27 ธ.ค. 62

ไม่มีวันลืม! ญาติ-ครอบครัว ร่วมจุดเทียน รำลึกครบรอบ 15 ปี ‘สึนามิ’ ที่หาดป่าตอง

ภูเก็ต - เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ ( 26 ธ.ค.62) นายพูนศักดิ์ นาคเสนา รองนายกเทศบาลเมืองป่าตองเป็นประธานเปิดงาน “Light Up Phuket” ประจำปี 2562 โดยมีแขกผู้มีเกียรติและญาติของผู้เสียชีวิตทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ที่สวนสาธารณะโลมา หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้   โดยเฉพาะญาติเหยื่อสึนามิชาวต่างประเทศต่างพาครอบครับมาร่วมรำลึกถึงปู่ย่า ตาย่า หรือพ่อแม่ หรือญาติที่ต้องเสียชีวิตไป ด้วยบรรยากาศที่โศกเศร้าและงานในปีนี้จัดเล็กกว่าทุกปีที่ผ่านมาแต่คงความยิ่งใหญ่ในพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งมีการวางดอกไม้เคารพและจุดเทียนลงบนหลุมทราย เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ   หลังจากนั้นทุกนที่มาร่วมงานต่างพร้อมกันยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเพื่อรำลึกถึงผู้จากไปในเหตุการณ์สึนามิ 1 นาที ต่อจากนั้นญาติๆของผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายต่างร่วมกันจุดเทียนในหลุมทรายบนชายหาดป่าตอง โดยการขุดหลุม เพื่อเป็นการแสงส่องสว่างให้ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายได้เดินทางกลับบ้านและไปสู่สุขคติ   ทั้งนี้วันนี้ถือเป็นวันครบรอบ 15 ปีเหตุการณ์สึนามิพัดถล่มจังหวัดในทะเลอันดามันซึ่งทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก  

 410
ต่างประเทศ
27 ธ.ค. 62

ย้อนโศกนาฏกรรรมครั้งใหญ่ 26 ธันวา ไทย - อินเดีย รำลึกผู้จากไปจากเหตุการณ์สึนามิ

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วย กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการจัดงานรำลึก 15 ปีภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ   พร้อมด้วย Mr.Greman Embassy เอกอัคราชทูตเยรมันนีประจำประเทศไทย นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยเอก พงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า นายสายัญ กิจมะโน ปภ.จังหวัดพังงา นายธงชัย หันช่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง นายมนัสศักดิ์ ยวนแก้ว ผู้ใหญ่บ้านน้ำเค็ม ม.2 หัวหน้าส่วนราชการเอกชน ประชาชนในพื้นที่ นักเรียน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่ม (เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 )ได้เดินทางมาร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่ทำให้ชาวบ้านบ้านน้ำเค็ม และประชาชนในพื้นที่ ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก     โดยจัดให้มีกิจกรรม ประกอบด้วย พิธีกรรมทางศาสนา ทั้ง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ อิสลาม และศาสนาคริสต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต ซึ่งมีญาติผู้เสียชีวิตได้นำรูปถ่าย พร้อมด้วยข้าวปลาอาหารมาร่วมในพิธี พร้อมกับอ่านสารวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติจากนายกรัฐมนตรี พร้อมกับนำดอกไม้ไปวางยังกำแพงอนุสรณ์สถาน   พร้อมกันนี้ได้ร่วมกันวางช่อกุหลาบขาว ที่หน้ารูปคุณพุ่ม พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ พร้อมทั้งยืนไว้อาลัยแก่ผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์สึนามิถล่ม โดยบรรยากาศการจัดงานรำลึกในปีที่ 15 เหตุการณ์สึนามิถล่มเป็นไปด้วยความเรียบง่าย   สำหรับการจัดงานรำลึกครบรอบ 15 ปี สึนามิ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ซึ่งเหตุการณ์สึนามิถล่มในพื้นที่ 6 จังหวัดอันดามัน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ 6 จังหวัดอันดามันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดพังงาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีประชาชน และนักท่องเที่ยวเสียชีวิตหลายพันคน   เช่นเดียวกับที่ประเทศอินเดียที่ชาวบ้านต่างร่วมรำลึกให้กับการจากไปของผู้เสียหายเหตุการณ์สึนามิถล่มอีกด้วย  

 2,970
สังคม
27 ธ.ค. 62

จัดพิธีรำลึก 15 ปี เหตุการณ์สึนามิ

เมื่อวานนี้ ( 26 ธ.ค.62) นายพูนศักดิ์ นาคเสนา รองนายกเทศบาลเมืองป่าตองเป็นประธานเปิดงาน 'Light Up Phuket' ประจำปี 2562 โดยมีแขกผู้มีเกียรติและญาติของผู้เสียชีวิตทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ที่สวนสาธารณะโลมา หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต   โดยเฉพาะญาติเหยื่อสึนามิชาวต่างประเทศต่างพาครอบครับมาร่วมรำลึกถึงปู่ย่า ตาย่า หรือพ่อแม่ หรือญาติที่ต้องเสียชีวิตไป ด้วยบรรยากาศที่โศกเศร้าและงานในปีนี้จัดเล็กกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่คงความยิ่งใหญ่ในพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งมีการวางดอกไม้เคารพและจุดเทียนลงบนหลุมทราย เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ    หลังจากกนั้นทุกคนที่มาร่วมงานต่างพร้อมกันยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเพื่อรำลึกถึงผู้ที่จากไปในเหตุการณ์สึนามิ ต่อจากนั้นญาติๆ ของผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายต่างร่วมกันจุดเทียนในหลุมทรายบนชายหาดป่าตอง โดยการขุดหลุมเพื่อเป็นการแสงส่องสว่างให้ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายได้เดินทางกลับบ้านและไปสู่สุขคติ   ส่วนที่สวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ประชาชนบ้านน้ำเค็มและจิตอาสา ญาติผู้ที่สูญเสียในเหตุการณ์นั้น ร่วมประกอบพิธีจุดเทียนแสดงความอาลัยถึงผู้ที่จากไปเมื่อ 15 ปีก่อน และร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที  มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันปักเทียนรูปหัวใจ สื่อถึงความรักความผูกพันที่มีต่อญาติพี่น้องที่สูญเสียไป แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่พวกเขาก็จะยังอยู่ในความทรงจำของทุกคน    ทั้งนี้วันนี้ถือเป็นวันครบรอบ 15 ปีเหตุการณ์สึนามิพัดถล่มจังหวัดในทะเลอันดามันซึ่งทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0dPR_ou70b4

 379
สังคม
26 ธ.ค. 62

ชาวบ้านขอคืนเรือส้ม-ฟ้า ประวัติศาสตร์ 'สึนามิ' บ้านน้ำเค็ม

สำหรับสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์สึนามิอีกแห่งหนึ่ง คือ เรือสีส้ม และเรือสีฟ้า บ้านน้ำเค็ม ซึ่งถูกคลื่นยักษ์สึนามิ ซัดมากลางหมู่บ้าน จนกลายเป็นสถานที่หนึ่งที่จะมีผู้คนมาร่วมรำลึกทุกปี   แต่เมื่อ 2 ปีก่อนมีการรื้อเรือสีส้มและเรือสีฟ้า เพราะมีการสร้างพิพิธภัณฑ์บ้านน้ำเค็ม สร้างความเสียใจให้กับชุมชน แม้กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่าจะสร้างขึ้นใหม่ แต่ชาวน้ำเค็มยังคาดหวังจะเห็นเรือลำเดิมที่เป็นตำนานสึนามิบ้านน้ำเค็ม   ด.ช.ภูตะวัน แซ่หงส์ อายุ 12 ปี และ ด.ช.พงศกร แซ่หงส์ อายุ 10 ปี โชว์ภาพที่ทั้งสองคนได้ถ่ายภาพกับเรือสีฟ้า เมื่อครั้งแรกเกิดกับพ่อแม่ กลายเป็นภาพความทรงจำที่เด็กชายทั้งสองและเพื่อนเด็กๆบ้านน้ำเค็มต่างเสียดายที่เรื้อสีฟ้า และ เรือสีส้ม ซึ่งเป็นความทรงจำสึนามิบ้านน้ำเค็มถูกรื้อไปกลายเป็นเศษไม้อยู่ในโรงเก็บมากว่า 1 ปีแล้ว แม้เด็กเหล่านี้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์สึนามิ แต่พวกเขาเติบโตมากับเรื้อสีฟ้าและเรือสีส้ม ที่เป็นความทรงจำของพวกเขาเเช่นกัน   เรือสีฟ้า กลายเป็นสัญลักษณ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม เพราะวันเกิดเหตุสึนามิ 26 ธันวาคม 2547 คลื่นยักษ์สึนามิ ได้ซัดเรือสีฟ้ามาชนกับบ้านของประชาชน ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เช่นเดียวกับเรือสีส้มที่อยู่ไม่ไกลกัน หลังเหตุการณ์สึนามิ เรือสีฟ้า และ เรือสีส้ม จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของบ้านน้ำเค็ม และนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมรำสึกถึงถึงเหตุการณ์สึนามิ    แต่เวลาที่ผ่านไป ทำให้เรือทรุดโทรมตามสภาพ และจากความตั้งใจของชุมชนที่ต้องการให้มีพิพิธภัณฑ์สึนามิเป็นศูนย์เรียนรู้ภัยพับิต จึงเสนอให้รัฐสร้างพิพิธภัณฑ์จนกระทรวงวัฒนธรรมได้เสนองบประมาณ 59 ล้าน 8 แสน ในปี 2560-2561 เริ่มก่อสร้างพิพิธภัณฑ์บ้านน้ำเค็ม ระยะเวลา 300 วัน   แต่ยังไม่ทันได้สร้างเสร็จ กลับมีการรื้อเรือทั้งสองลำทิ้งไป โดยระบุว่าเรือผุและทำบันทึกข้อมูลไว้แล้ว สามมรถประกอบสร้างขึ้นมาใหม่ได้ แต่ถูกทิ้งไว้ในโรงเก็บจนสภาพผุพัง ผิดกับความตั้งใจของชาวบ้านน้ำเค็มที่ต้องการเพียงให้สร้างโครงมาปกป้องเรือเท่านั้น ไม่ใช่การสร้างเรือใหม่ขึ้นมา การรื้อเรือทิ้งแล้วสร้างใหม่ จึงเหมือนทำลายตำนานและความทรงจำของบ้านน้ำเค็ม   โดย นายจำเนียร พวงจันทร์ อายุ 77 ยังจำช่วงเวลาที่เรือสีฟ้ามาเกยตื้นอยู่หน้าบานของเขา แม้จะเป็นความทรงจำที่เลวร้าย แต่นายจำเนียร ยังอยากจะเห็นเรือสีฟ้า และเรือสีส้ม ตั้งอยู่ที่นี่เป็นเครื่องเตือนใจถึงเหตุการณ์เมื่อ 15 ปีก่อน แม้พิพิธภัณฑ์จะสร้างขึ้นใหญ่โตแต่สำหรับนายจำเนียร เขามองว่ามันจะไม่มีความหมายใดหากเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์   นอกจากนี้ ชาวบ้านน้ำเค็มคาดหวังจะเห็นการมีส่วนร่วมของชุมชุนในการจัดองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติในพิพิธิภัณ์บ้านน้ำเค็ม เพื่อให้เกิดประโยชน์แท้จริงกับชุมชุน   สำหรับพิพิธภัณฑ์บ้านน้ำเค็มในฟสแรกที่สร้างอาคารนั้น ก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบให้กระทรวงวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังบริษัทรับเหมาทำผิดสัญญา ล่าช้าไป 343 วัน เกือบ 1 ปี จึงต้องจ่ายชดเชยให้รัฐกว่า 20 ล้านบาท    นางปิยะนุช ศรีสุข วัฒนธรรมจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า จะเริ่มก่อสร้างในเฟสสองหลังปีใหม่ 2563 เป็นการตกแต่งภายใน งบประมาณ 27 ล้านบาท โดยการประกอบเรือใหม่จะอยู่ในงานส่วนนี้ ระยะเวลาตามสัญญา 365 ล้านบาท ยืนยันว่าเหตุผลในการรื้อเพราะเรือเก่าผุพัง ซึ่งในแบบเรือใหม่จะใช้ชิ้นส่วนเดิมมาประกอบ มั่นใจว่าสวยกว่าเดิมแน่นอน แต่จะตรงกับประวัติศาสตร์หรือไม่ ต้องใช้เวลาอีก 1 ปีแล้วเสร็จ ชาวบ้านว่าจะได้เห็นทันรำลึก 16 ปีสีนามิ 26 ธันวาคม 2563 

 773
สังคม
26 ธ.ค. 62

พิธีรำลึก 15 ปี 'สึนามิ' ถอดบทเรียนเพื่อสร้างความร่วมมือจัดการภัยพิบัติ - ยังมีศพนิรนาม 394 ศพ

บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จัดพิธีรำลึก 15 ปีสึนามิ โดยมีครอบครัวผู้สูญเสียทั้งไทยและต่างชาติ มาร่วมรำลึกผู้เสียชีวิต ที่ปีนี้มีเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย มาร่วมพิธีรำลึกกับชาวเยอรมนี   ชาวบ้านน้ำเค็ม โดยองค์การบริหารส่วนตำบล บางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ร่วมกันจุดเทียนรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ซึ่งที่บ้านน้ำเค็มมีผู้เสียชีวิตกว่า 800 คน มากที่สุดในชายฝั่งอันดามัน มีทั้งชาวบ้านน้ำเค็ม ที่เป็นหมุ่บ้านชาวประมง และนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ เสียชีวิตจำนวนมากด้วยเช่นกัน ทุกปีชาวบ้านน้ำเค็ม จึงร่วมกันชัดพิธีรำลึกถึงการสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ทั้งการจุดเทียน และกล่าวคำอาลัยให้กับผู้เสียชีวิต   ซึ่งในช่วงเช้าที่สวนอนุสรณ์สถานสึนามิบ้านน้ำเค็ม มีพิธีวางพวงมาลารำลึก คุณพุ่ม เจนเซ่น ที่จากไปในเหตุการณ์สึนามิที่จังหวัดพังงาด้วย โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ร่วมกับข้าราชการประชาชน ที่มาร่วมทำบุญ 3 ศาลนาให้กับผู้เสียชีวิต ทั้งอิสลาม พุทธ์ และคริสต์ ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังเศร้าเสียใจของครอบครัวที่คิดถึงเหตุการณ์นี้   เอกอัครราชทูตเยอรมัน ร่วมกับครอบครัวผู้เสียชีวิตได้นำดอกไม้มาวางที่ชายหาดบ้านน้ำเค็มด้วย ซึ่งเหตุที่ท่านทูตให้ความสำคัญมาด้วยตนเองในปีนี้เพราะครบ 15 ปี และชาวเยอรมัน เสียชีวิจากเหตุการณ์สึนามิกว่า 500 คน ปีนี้จึงตั้งใจมาร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและขอบคุณคนไทยที่ร่วมช่วยเหลือชาวเยอรมนี   ที่สวนอนุสรณ์สถานสึนามิบ้านน้ำเค็ม ญาติผู้เสียชีวิตมาวางดอกไม้รำลึกถึงครอบครัวทุกปี ซึ่งต่างนำดอกไม้มาประดับที่ภาพถ่ายผู้เสียชีวิต เช่น นายบรรลือศักดิ์ วัฒน์รณชัย ชาวบ้านน้ำเค็ม สูญเสียภรรยา ซึ่งเขาเปิดร้านอาหารที่หาดบ้านน้ำเค็ม และทำโรงกลึง สึนามิทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่ง แม้จะไม่กลับมาเหมือนเดิม แต่ทุกวันนี้ก็ยังใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท   ขณะที่ นางโมนิกา ชาวเยอรมนี สูญเสีย โซเฟีย ลูกสาวไปเมื่อ 15 ปีก่อน ในช่วง 5 ปีแรกเธอมางานรำลึกทุกปี แต่เมื่อมีลูกสาวคนใหม่ ในช่วง 10 ปีขึ้นมาเธอจึงไม่กล้ามาที่นี่เพราะยังหวาดกลัวว่าจะสูญเสียลูกสาวไปอีก แต่เมื่อลูกโตขึ้นเข้าใจถึงเหตุการณ์สึนามิ ปีนี้เธอจึงตั้งใจมารำลึกถึงลูกสาวที่บ้านน้ำเค็ม   นอกเหนือจากการำลึกถึงผู้สูญเสียแล้วการให้กำลังใจผู้รอดชีวิตและการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนเพื่อรับมือภัยพิบัตเป็นสิ่งที่ นายนิพนธ์​ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเร่งพัฒนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยงภัย รวมทั้งการเตือนภัยที่ต้องตรวจสอบให้พร้อมรับมือภัยพิบัติ   ผ่านมา 15 ปีมีการเรียนรู้ในการจัดการภัยพิบัติทั้งส่วนราชการ ชุมชน และสื่อมวลชน โดยเฉพาะระบบการเตือนภัยที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเตือนภัย เช่นเดียวกับข้อมูลที่ต้องทันเหตุการณ์   ที่บ้านน้ำเค็มนั้นชุมชนมีความเข็มแข็งเป็นหมู่บ้านจัดการภัยพิบัติต้นแบบ ที่ตื่นตัวกับการเตือนภัย ซึ่งในหมู่บ้านมีหอเตือนภัย ที่มีการตรวจสอบว่ายังใช้การได้ เนื่องจากใช้แบตเตอรี่จากไฟโซล่าเซลล์ และยังมีป้ายเส้นทางหลบภัย ติดอยู่ตามเช่นทางอพยพ ซึ่งสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปอาจทำให้บ้างป้ายมองไม่ชัดมาก จึงอาจต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยขึ้น เพราะนอกจากประชาชนในพื้นที่แล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวที่ต้องเตรียมพร้อมในการเตือนภัย แม้ว่าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ    โดยพลเรือตรีถาวร เจริญดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการเตือนภัย ยืนยันว่า หอเตือนภัย 18 หอ ทุ่นกลางทะเล 2 ตัว ยังใช้การได้ และสามารถเตือนภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ประเด็นการเตือนภัยและการสื่อสารภัยพิบัติ ก็เป็นประเด็นพูดคุยในเวที ปฏิญญา 15 ปีอันดามันที่บ้านน้ำเค็ม ในวันนี้ด้วย โดยมีตัวแทนจากภาคประชาชน สื่อมวลชน และตัวแทนภาครัฐ ร่วมแลกเปลี่ยน โดยนายไมตรี จงไกรจักร จากมูลนิธิ ชุมชนไท เห็นว่า แม้ว่า15 ปีหลังสึนามิ ชุมชุนจะเข้มแข็งขึ้นมาก แต่ชุมชนยังต้องเรียนรู้ และตื่นตัวอยู่ตลอด การสื่อสาร ประสานงานให้เข้าถึงชุมชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลและระบบของภาครัฐต้องเชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ ซึ่งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันว่า ขนะนี้ ระบบการเตือนภัยดีขึ้นมากและกำลังทำระบบให้ดีขึ้นเรื่อยๆ   โดย นักวิชาการด้านภัยพิบัติ มองว่า แม้หลายอย่างจะดีขึ้น แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะการเรียนรู้ ที่ผ่านมา 15 ปี ยังไม่มีหลักสูตรอยู่ในระบบการศึกษา   ขณะที่ตัวแทน สื่อมวลชน มองว่า สถานการณ์ สื่อมวลชนปัจจุบันนี้ แตกต่างจากเมื่อ15 ปีที่แล้ว อย่างมาก และมีเหตุการณ์ ภัยพิบัติ หลายอย่างเกิดขึ้นหลายครั้งหลังเหตุการณ์สึนามิ จึงทำให้สื่อมวลชน ได้เรียนรู้ และถอดบทเรียน เพื่อทำงานในสภาวะวิกฤติได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะรายงานเหตุการณ์ และเป็นสื่อกลางระดมการช่วยเหลือในช่วงภัยพิบัติแล้ว สื่อมวลชนก็พร้อมที่จะนำเสนอ ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ประชนชน อีกทางหนึ่งด้วย   ทั้งนี้ จากจำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหายกว่า 8 พันคนในประเทศไทย จาก 23 ประเทศ ยังคงมีศพนิรนาม อีก 394 ศพถูกฝังอยุ่ที่สุสานผู้ประสบภัยสึนามิ จาก 419 ศพ มีญาติมารับไปเพียง 18 ศพ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าหากมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบติดตามบุคคลสูญหายหวังอาจนำไปสู่การพบศพนิรนามได้   แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่เคยอยู่ร่วมในเหตุการณ์ เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต และผู้สูญหาย จากเหตุสึนามิ ได้กลับมาที่สุสานบางมรวน หรือสุสานผู้ประสบภัยสึนามิ ที่ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพม่า ในรอบ 15 ปี ยอมรับว่ายังมีความทรงจำที่ได้ช่วยให้ญาติได้พบผู้เสียชีวิต ซึ่งหลังเสร็จภารกิจยังมีศพนิรนาม 412 คน ก่อนจะมีการโอนงานทั้งหมดให้ศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลสูญหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ    ซึ่งทราบว่าปัจจุบันมีศพนิรนามเหลืออยู่ 394 ศพ จึงคาดหวังว่าศพนิรนามเหล่านี้จะได้รู้ตัวตน เนื่องจากยังมีบุคคลสูญหายที่ญาติค้นหาอีกมากเช่นกัน หากมีการนำข้อมูลทั้งหมดมาทำฐานข้อมูลให้เป็นเอกภาพ ตามที่มีระเบียบสำนักนายรัฐมนตรีปี 2558 ว่าด้วยเรื่องการบริหารจัดการคนหาย หรือ ศพนิรนาม จึงคาดหวังว่าแม้เวลาผ่านมา 15 ปีจะมีญาติผู้ประสบภัยสึนามิได้พบญาติเพิ่มขึ้น   สำหรับสุสานผู้ประสบภัยสึนามิ ปัจจุบันดูแลโดย สถานีตำรวจภูธรตะกั่วป่า พบว่ามีศพนิรนาม เหลืออยู่394 ศพ เป็นศพชาวเมียนมาที่ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน แต่ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว ส่วนที่เหลือยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าชาติใด เมื่อปีที่แล้วมีญาติคนไทย 2 คนมารับศพไป จากจำนวน 412 ศพเมื่อ 15 ปีก่อน มีญาติรับศพนิรนามไป 18 ศพ  

 542
สังคม
26 ธ.ค. 62

รำลึก 15 ปีสึนามิ แชร์ความหลังถึง 'ทิลลี สมิธ' เด็กวัย 10 ขวบ ช่วยเหลือ นทท.-คนไทย รอดชีวิตจากคลื่นยักษ์

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วย กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการจัดงานรำลึก 15 ปีภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิโดยมี พร้อมด้วย Mr.Greman Embassy เอกอัคราชทูตเยรมันนีประจำประเทศไทย นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยเอก พงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า นายสายัญ กิจมะโน ปภ.จังหวัดพังงา นายธงชัย หันช่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง นายมนัสศักดิ์ ยวนแก้ว ผู้ใหญ่บ้านน้ำเค็ม ม.2 หัวหน้าส่วนราชการ เอกชน ประชาชนในพื้นที่ นักเรียน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่ม (เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2547 )ได้เดินทางมาร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่ทำให้ชาวบ้านบ้านน้ำเค็ม และประชาชนในพื้นที่ ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก   โดยจัดให้มีกิจกรรม ประกอบด้วย พิธีกรรมทางศาสนา ทั้ง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ อิสลาม และศาสนาคริสต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต ซึ่งมีญาติผู้เสียชีวิตได้นำรูปถ่าย พร้อมด้วยข้าวปลาอาหารมาร่วมในพิธี พร้อมกับอ่านสารวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติจากนายกรัฐมนตรี พร้อมกับนำดอกไม้ไปวางยังกำแพงอนุสรณ์สถาน พร้อมกันนี้ได้ร่วมกันวางช่อกุหลาบขาว ที่หน้ารูปคุณพุ่ม พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ พร้อมทั้งยืนไว้อาลัยแก่ผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์สึนามิถล่ม โดยบรรยากาศการจัดงานรำลึกในปีที่ 15 เหตุการณ์สึนามิถล่มเป็นไปด้วยความเรียบง่าย   สำหรับการจัดงานรำลึกครบรอบ 15 ปี สึนามิ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ซึ่งเหตุการณ์สึนามิถล่มในพื้นที่ 6 จังหวัดอันดามัน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2547 ที่ผ่านมา ซึ่ง เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ 6 จังหวัดอันดามันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดพังงาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีประชาชน และนักท่องเที่ยวเสียชีวิตหลายพันคน     ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนั้น มีเด็กสาวคนหนึ่งชื่อ ทิลลี สมิธ ชาวอังกฤษวัย 10 ขวบที่มาเที่ยววันคริสต์มาสที่ภูเก็ต พร้อมๆ กับครอบครัวในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นพอดี โดยในเวลานั้นเด็กสาวได้รู้สึกตัวว่าน้ำทะเลในหาดเริ่มที่จะลดลงอย่างรวดเร็ว  โดยนึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินเรื่องความอันตรายของการลดลงอย่างรวดเร็วของน้ำทะเลมาจากวิชาภูมิศาสตร์ก่อนจะเดินทางมาไทย ดังนั้นเธอจึงเตือนพ่อกับแม่และคนบนหาดให้รีบหนี ซึ่งแม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะยังงงๆ อยู่บ้าง แต่ก็ตัดสินใจที่จะเชื่อลูกสาวตัวเอง   พวกเขาแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวญี่ปุ่นซึ่งอยู่แถวๆ นั้น และนำไปสู่การลี้ภัยขึ้นที่สูงของคนบนในหาดที่เด็กสาวและครอบครัวไปเที่ยว จนทำให้ในตอนที่คลื่นซัดเข้ามาจริงๆ ทุกคนที่อยู่บนหาดกับเธอก็ลี้ภัยไปอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มีใครเลยที่เสียชีวิต   ทั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้ทิลลีได้รับการยกย่องให้เป็นเยาวชนดีเด่นโดยหนังสือพิมพ์เด็กของประเทศฝรั่งเศสในเวลาต่อมา และได้รับฉายาว่าเป็น นางฟ้าแห่งหาดทราย (Angel of the Beach)

 5,539
สังคม
25 ธ.ค. 62

เปิดเส้นทางชีวิตผู้ประสบภัย ถอดบทเรียน 15 ปี ภัยพิบัติ 'สึนามิ' บ้านน้ำเค็ม

พรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) จะครบรอบ 15 ปีเหตุการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อ 26 ธันวาคม 2547 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในหลายประเทศรวมกันกว่า 200,000 คน และในไทย ซึ่งรวมถึงที่บ้านน้ำเค็ม พังงา อีกกว่า 5,000 คน ผ่านมา 15 ปีได้เปลี่ยนชีวิตผู้ประสบภัยจากผู้สูญเสียให้เป็นจิตอาสาช่วยจัดการภัยพิบัติจนกลานเป็นศูนย์ภัยพิบัติที่เข้มแข็ง    นายไมตรี จงไกรจักร์ ยังจดจดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิซัดเข้าโจมตีชายหาดบ้านน้ำเค็มได้เป็นอย่างดี คลื่นยักษ์ถล่มโลก ที่เคยดูแต่ในภาพยนตร์ ได้เกิดขึ้นแล้วตรงหน้าเขา และได้พราก ชีวิตพ่อของเขา หลายชาย และญาติพี่น้องในครอบครัวของเขา กว่า 40 คน จากชาวบ้านน้ำเค็มกว่า 800 คน   เครื่องโม่น้ำแข็ง ถูกทิ้งร้างอยู่บนแท็งค์บรรจุน้ำมัน ที่เมื่อ 15 ปีก่อนกำลังจะเป็นธุรกิจปั๊มน้ำมัน ของนายไมตรี จงไกรจักร์ เด็กหนุ่มวัย 31 ปีที่ตั้งใจกลับมาทำธุจกิจโรงน้ำแข็ง จนสำเร็จได้เป็นสมาชิก อบต.แต่แล้วคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ฝันที่จะเป็นนักธุรกิจและนักการเมืองท้องถิ่นของเขาพังทลายลง ความสูญเสียที่มิอาจเรียกคืนได้ ทำให้ไมตรี ไม่ได้กลับมารื้อฟื้นธุรกิจน้ำมันและโรงน้ำแข็งอีกเลย และบ้านหลังเก่าที่ปล่อยให้มันทิ้งร้างเป็นอนุสรณ์แห่งชีวิต   นายไมตรี เสียใจกับการจากไปของพ่อและครอบครัว แต่ภาระหน้าที่สมาชิก อบต.ทำให้เขาลืมความเสียใจ แล้วลุกมาช่วยเหลือเพื่อนผู้ประสบภัย 4 วันหลังเกิดเหตุสึนามิ นายไมตรีและชาวบ้านน้ำเค็ม มีเต้นท์ได้พักอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านน้ำเค็มที่ช่วยจัดการโดยมูลนิธิชุมชนไทย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. ที่เริ่มต้นถามจากความต้องการของผู้ประสบภัยที่สูญเสียบ้าน สิ่งที่จำเป็นนอกจากเต้นท์ที่พักคือห้องน้ำ และการจัดการให้ง่ายต่อการช่วยเหลือ เช่น การจัดโซนที่พักตามหมู่บ้าน    ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบให้นายไมตรีและชาวบ้านน้ำเค็ม ได้จัดตั้งศูนย์ภัยพิบัติชุมชน มาช่วยกันจัดการภัยพิบัติได้อย่างเข็มแข็ง และเปลี่ยนชีวิตนายไมตรี จากผู้ประสบภัย มาเป็นจิตอาสา พัฒนาสังคม จนได้เป็น ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท มามีบทบาทสำคัญในการจัดนิทรรศการเรียนรู้และรำลึก 15 ปีสึนามิ   ความเข้มแข็งของชาวน้ำเค็มจากวันนั้นได้กลายเป็นต้นแบบให้ชุมชนจัดการภัยพิบัติที่ได้ไปช่วยเลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆทั้งน้ำท่วม จังหวัดปทุมธานี เมื่อปี 2554 น้ำท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2560 และพายุปาบึก จนมาถึงน้ำท่วมอุบลราชธานีใน ปี 2562 ซึ่งต่างเป็นเครือข่ายจัดการภัยพิบัติทั้งจัดทำฐานข้อมูลชุมชนจัดการของบริจาค สิ่งของจำเป็นเช่นการสร้างเรือ และระบบการเตือนภัย ที่ส่วนราชการทั้งจังหวัดและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ชื่นชมว่า จะช่วยหนุนเสริมระบบจัดการของภาครัฐให้ทำงานได้เร็วขึ้น   การจัดการภัยพิบัติชุมชนที่ดูแลโดยชุมชน ทำให้งานรำลึก 15 ปีสึนามิ ที่อนุสรณ์สถานสึนามิ บ้านน้ำเค็ม เต็มไปด้วยการเรียนรู้ของชุมชนที่ผ่านการพิสูจน์จากชาวบ้านน้ำเค็มแล้วว่า "รู้ ร่วม รอด"

 684
ต่างประเทศ
15 พ.ย. 62

อินโดนีเซีย - เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ทางการเตรียมรับมือภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

อินโดนีเซีย -เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 แม็กนิจูด กลางทะเล แรงสั่นสะเทือนใกล้กับหมู่เกาะโมลุกกะ มีจุดศูนย์กลางอยู่กลางทะเล อยู่ห่างจากเมือง โคตา เทอร์นาเต ลึกลงไปใต้ดิน 45 กิโลเมตร   เบื้องต้นทางการระบุว่า เป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิ แต่จำเป็นต้องตื่นตัวไว้ก่อนตลอดเวลา ประชาชนต้องอพยพขึ้นที่สูง ล่าสุดไม่มีรายงานความเสียหาย ก่อนยกเลิกประกาศเตือนภัย

 745
ต่างประเทศ
15 พ.ย. 62

แผ่นดินไหวเขย่าอินโดนีเซียขนาด 7.1 แม็กนิจูด ต้องประกาศเตือนภัยสึนามิ!

อินโดนีเซีย -เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 แม็กนิจูด กลางทะเล แรงสั่นสะเทือนใกล้กับหมู่เกาะโมลุกกะ มีจุดศูนย์กลางอยู่กลางทะเล อยู่ห่างจากเมือง โคตา เทอร์นาเต ลึกลงไปใต้ดิน 45 กิโลเมตร   เบื้องต้นทางการระบุว่า เป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิ แต่จำเป็นต้องตื่นตัวไว้ก่อนตลอดเวลา ประชาชนต้องอพยพขึ้นที่สูง ล่าสุดไม่มีรายงานความเสียหาย ก่อนยกเลิกประกาศเตือนภัย  

 1,297
ต่างประเทศ
08 ก.ค. 62

อินโดฯยกเลิกเตือนภัยคลื่นสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหว 7.0 แมกนิจูด

อินโดนีเซียประกาศยกเลิกเตือนภัยคลื่นสึนามิแล้ว หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.0 แมกนิจูด ในทะเลนอกชายฝั่งจังหวัดสุลาเวสีเหนือ บนเกาะสุลาเวสี ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 23.08 น. วันที่ 7 ก.ค. 2562 ตามเวลาท้องถิ่น และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกอีก 6 ครั้งตามมา โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ และขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย  

 854
ต่างประเทศ
19 มิ.ย. 62

แผ่นดินไหวใหญ่เอเชีย 2 จุดไล่เลี่ยกัน ขนาด 6.8 ที่ญี่ปุ่น - เขย่าเสฉวน 6.0

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แมกนิจูด ที่จังหวัดยามางาตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.62 เวลา 22.22 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีการออกประกาศเตือนภัยสึนามิ ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งต้องอพยพเร่งด่วน แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้เกือบทั่วทั้งจังหวัด ทำให้เกิดไฟฟ้าดับ ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน 200 หลัง   ต่อมามีรายงานว่าเกิดคลื่นสึนามิขนาด 1 เมตร จะซัดเข้าฝั่ง ล่าสุดมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ต้องมีประกาศหยุดวิ่งชินคันเซ็นในภูมิภาคตามมาตรการป้องกันไว้ก่อนชั่วคราว และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อความปลอดภัย   ขณะเดียวกัน ยังเกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.0 แมกนิจูด เขย่ากลางดึก เมื่อเวลา 22.55 น. ของวันที่ 17 มิ.ย.62 ตามเวลาท้องถิ่น ที่เมืองอี้ปิน มณฑลเสฉวน ประเทศจีน พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และบาดเจ็บอีกเกือบ 200 ราย รวมถึงยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกอย่างน้อย 4 ครั้ง ครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 5.1 แมกนิจูด    พื้นที่ที่เสียหายที่สุดอยู่ที่เขตฉางหนิง มีโรงแรมอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว จนทำให้โรงแรมพังถล่มลงมา และถนนทางหลวงมีรอยร้าวหลายจุด ทางการต้องตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ประสบภัยราว 8 พันคน   

 1,492

Top