ค้นหา :

ผลการค้นหา "จับกุม"

สังคม
23 ธ.ค. 62

รวบแล้ว! 'เอส ต้นตาล' หลังตระเวนใช้มีดดาบก่อเหตุไล่ฟันรถสีขาว ของชาวบ้าน

สระบรี-ตำรวจ สามารถจับกุมตัว เอส ต้นตาล ผู้ต้องหาในคดีทำลายทรัพย์สิน และใช้มีดดาบ ไล่ฟันรถสีขาว ของชาวบ้าน ได้แล้ว ที่บ้านเมื่อเช้านี้    จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพ ชายคนหนึ่ง ควงมีดดาบไล่ฟันรถ ที่วิ่งผ่านไปมา ในพื้นที่ อบต.ดางเรือง ทางเข้าวัดป่าสัก อ.เมือง จ.สระบุรี แล้วต่อมาตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุ แล้ว ว่าเป็นใคร หลังสืบพบพฤติกรรม จะเลือกฟันแต่รถสีขาว จนทำให้ชาวบ้าน และร้านค้าหวาดผวา ขณะที่ลูกค้า ก็ไม่มีใครกล้าจอดรถ แวะซื้อของ โดยพฤติกรรม เมื่อเห็นรถสีขาวจะวิ่งเข้าใส่ และเลือกไล่ฟันเฉพาะรถสีขาว อย่างเดียว เท่านั้น   ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่า เอส ต้นตาล ได้เคยใช้ดาบไล่ฟัน ชาวบ้าน ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน จ.สระบุรี และมาก่อเหตุรายล่าสุด เป็นผู้หญิง ขับรถกระบะสีขาว ผ่านบริเวณดังกล่าว และถูกชายรายนี้ ใช้มีดแทงตรงแก้มด้านขวารถได้รับความเสียหาย และผู้เสียหายได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี เมื่อช่วงหัวค่ำ วันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา   ขณะที่ เมื่อเช้านี้ ตำรวจ สภ.เสาไห้ ได้ไปคุมตัว นายอดิศักดิ์ หรือ เอส ต้นตาล จากบ้าน มาที่โรงพัก เพื่อทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งก่อนจับกุม ตำรวจ สภ.เสาไห้ ระบุว่า เอส ต้นตาล ถือเป็นบุคคลอันตราย เคยถูกดำเนินคดีเรื่องยาเสพติพ มาแล้วหลายครั้งส่วนทางคดีเบื้องต้น ตำรวจ บอกว่า ได้สอบปากคำผู้เสียหายไปแล้ว ซึ่งจากนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเตรียมแจ้ง 2 ข้อหา คือ พกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะ และข่มขู่ผู้อื่นให้ตกใจกลัว ส่วนสาเหตุคาด เอส ต้นตาล มีปมเกิดจากอดีตภรรยาไปกับผู้ชายที่ขับรถสีขาว แล้วทุกครั้งที่ไปดื่มสุรา ก็จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ไล่ฟันรถสีขาว

 4,362
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 62

รวบมือสังหารโหด ฆ่าครู 2 สามีภรรยา เจ้าตัวแชทสารภาพกับเพื่อน "พลาดไปฆ่าคน" - เปิดโพสต์สุดท้ายครูแนน

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีที่คนร้ายอุกอาจฆาตกรรม ครูแนน และครูเอ็ม สองสามีภรรยาภายในบ้านพักหรู จ.ระยอง และอำพรางศพจัดฉาก สร้างหลักฐานหลอกว่าเป็นการฆ่ากันตายของสองสามีภรรยา นั้น   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายศุภกฤษต สุจาศรี อายุ 22 ปี ผู้ก่อเหตุฆ่า ครูแนน และครูเอ็ม ขณะกำลังจะหนีข้ามชายแดนไปพม่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเพื่อนอีก 1 คน โดยตามรายงานระบุว่า เป็นคนช่วยพาหลบหนี ตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ คาดว่าอาจนำตัวเข้ามาแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ ก่อนส่งตัวไปพื้นที่เกิดเหตุ จ.ระยอง   ก่อนหน้านี้มีการเปิดแชทลับที่ นายศุภกฤษต แชทกับเพื่อนสนิทชื่อว่านุ๊ก โดยระบุว่า ตนเองถูกออกหมายจับในคดี เพราะพลาดไปฆ่าคนมา ทางเพื่อนได้กล่อมว่าให้มอบตัวเสีย แต่เมื่อพูดคุยให้มอบตัวกับ ตร. นายศุภกฤษต ก็ยุติการสนทนาไปทันที   ส่วนรถบิ๊กไบค์ ดูคาติ สีแดง คันที่เป็นต้นตอขอการก่อเหตุฆาตกรรมสยองนั้น เมื่อวานตำรวจก็ตรวจยึดรถได้คืนจากร้านขายจยย.แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี    โดยเจ้าของร้านระบุว่า รับซื้อรถคันนี้มาจากนายกฤษต ในราคา 3.8 แสนบาท ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นรถของคนตายเพราะ มีเอกสารครบถูกต้อง จึงรับซื้อและยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น   โดยจุดเริ่มต้นของการฆาตกรรมสยองครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ครูเอ็ม และครูแนน ประกาศขายรถบิ๊กไบค์ ดูคาติ สีแดง ซึ่งมีรายงานว่า ทั้งคู่ต้องการขายเพื่อไปใช้หนี้พนันฟุตบอล โดยเริ่มโพสต์ขายรถคันนี้ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. และขายได้เมื่อ 27 พ.ย. ก่อนจะถูกฆาตกรรม ซึ่งมีรายงานว่าก่อนที่จะเกิดเหตุ นายศุภกฤษต ผู้ก่อเหตุเข้ามาหาครูผู้ตายที่บ้านและขับรถบิ๊กไบค์ออกไป และก็กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งซึ่งคาดว่ากลับเข้ามาลงมือก่อเหตุฆาตกรรม   สำหรับนายศุภกฤษตนั้น ในช่วงแรกระบุว่าาจจะแอบเข้ามาในหมู่บ้านนี้ และขโมยคีย์การ์ดออกไป เพราะหมู่บ้านเป็นระบบปิดบุคคลภายนอกจะเข้าออกได้ต้องแลกบัตร ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวยืนยันว่า แท้จริงแล้วนาย ศุภกฤษต อาศัยในหมู่บ้านเดียวกัน โดยอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่งกับแม่และน้องได้ปีกว่าแล้ว จึงรู้ว่าหมู่บ้านนี้มีทางออกด้านหลัง และยังคุ้นเคยกับบ้านของผู้ตายด้วย    สำหรับปมการก่อเหตุ ตร.คาดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับชิงทรัพย์ แต่ในส่วนของนางชลธร เจริญผล แม่บุญธรรมครูเอ็มไม่เชื่อว่าเป็นการชิงทรัพย์ แต่เชื่อว่าเกี่ยวกับการเป็นหนี้พนันบอลของครูเอ็ม ซึ่งก่อนหน้านี้ ครูเอ็มก็มาขอเงินเพื่อใช้หนี้มาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งสิ้นเป็นเงินกว่า3แสนบาท และจากสภาพร่องรอยบาดแผลและการก่อเหตุเชื่อว่า คนร้ายลงมือมากกว่า 2 คนแน่นอน    เช่นเดียวกับ นายอิฐ วังสามง่าม เพื่อนครูเอ็ม เข้าพบตำรวจและเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนสนิทกับทั้ง 2 คนมานานก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทั้งสองฆ่ากันเอง เป็นไปไม่ได้แน่นอน แม้ว่าทั้งสองคนจะเคยมีปัญหาทะเลาะกัน แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ ไม่คาดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น และยืนยันว่า ครูเอ็มและครูแนนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน แต่มีปัญหาเรื่องการเงินเท่านั้น ช่วงหนึ่งที่ครูเอ็มเคยบอกว่า มีคนมาขู่ฆ่า จนต้องมาลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองระยอง   เมื่อวานนี้ช่วงเช้าครอบครัวของครูเอ็มและครูแนนก็เข้าไปที่บ้านเกิดเหตุตรวจสอบทรัพย์สิน และทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ พบว่าสภาพภายในบ้านถูกรื้อค้นและมีร่องรอยคราบเลือดกระจายทั่วบ้านที่ชั้นล่างและห้องนอน สำหรับช่วงบ่ายวันนี้ ครอบครัวของครูแนนจะเข้ารับศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.พะเยา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uqy5UV56PFk

 29,867
อาชญากรรม
30 พ.ย. 62

รวบมือสังหารโหด ฆ่าครู 2 สามีภรรยา เจ้าตัวแชทสารภาพกับเพื่อน "พลาดไปฆ่าคน" - เปิดโพสต์สุดท้ายครูแนน

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีที่คนร้ายอุกอาจฆาตกรรม ครูแนน และครูเอ็ม สองสามีภรรยาภายในบ้านพักหรู จ.ระยอง และอำพรางศพจัดฉาก สร้างหลักฐานหลอกว่าเป็นการฆ่ากันตายของสองสามีภรรยา นั้น   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายศุภกฤษต สุจาศรี อายุ 22 ปี ผู้ก่อเหตุฆ่า ครูแนน และครูเอ็ม ขณะกำลังจะหนีข้ามชายแดนไปพม่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเพื่อนอีก 1 คน โดยตามรายงานระบุว่า เป็นคนช่วยพาหลบหนี ตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ คาดว่าอาจนำตัวเข้ามาแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ ก่อนส่งตัวไปพื้นที่เกิดเหตุ จ.ระยอง   ก่อนหน้านี้มีการเปิดแชทลับที่ นายศุภกฤษต แชทกับเพื่อนสนิทชื่อว่านุ๊ก โดยระบุว่า ตนเองถูกออกหมายจับในคดี เพราะพลาดไปฆ่าคนมา ทางเพื่อนได้กล่อมว่าให้มอบตัวเสีย แต่เมื่อพูดคุยให้มอบตัวกับ ตร. นายศุภกฤษต ก็ยุติการสนทนาไปทันที   ส่วนรถบิ๊กไบค์ ดูคาติ สีแดง คันที่เป็นต้นตอขอการก่อเหตุฆาตกรรมสยองนั้น เมื่อวานตำรวจก็ตรวจยึดรถได้คืนจากร้านขายจยย.แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี    โดยเจ้าของร้านระบุว่า รับซื้อรถคันนี้มาจากนายกฤษต ในราคา 3.8 แสนบาท ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นรถของคนตายเพราะ มีเอกสารครบถูกต้อง จึงรับซื้อและยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น   โดยจุดเริ่มต้นของการฆาตกรรมสยองครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ครูเอ็ม และครูแนน ประกาศขายรถบิ๊กไบค์ ดูคาติ สีแดง ซึ่งมีรายงานว่า ทั้งคู่ต้องการขายเพื่อไปใช้หนี้พนันฟุตบอล โดยเริ่มโพสต์ขายรถคันนี้ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. และขายได้เมื่อ 27 พ.ย. ก่อนจะถูกฆาตกรรม ซึ่งมีรายงานว่าก่อนที่จะเกิดเหตุ นายศุภกฤษต ผู้ก่อเหตุเข้ามาหาครูผู้ตายที่บ้านและขับรถบิ๊กไบค์ออกไป และก็กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งซึ่งคาดว่ากลับเข้ามาลงมือก่อเหตุฆาตกรรม   สำหรับนายศุภกฤษตนั้น ในช่วงแรกระบุว่าาจจะแอบเข้ามาในหมู่บ้านนี้ และขโมยคีย์การ์ดออกไป เพราะหมู่บ้านเป็นระบบปิดบุคคลภายนอกจะเข้าออกได้ต้องแลกบัตร ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวยืนยันว่า แท้จริงแล้วนาย ศุภกฤษต อาศัยในหมู่บ้านเดียวกัน โดยอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่งกับแม่และน้องได้ปีกว่าแล้ว จึงรู้ว่าหมู่บ้านนี้มีทางออกด้านหลัง และยังคุ้นเคยกับบ้านของผู้ตายด้วย    สำหรับปมการก่อเหตุ ตร.คาดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับชิงทรัพย์ แต่ในส่วนของนางชลธร เจริญผล แม่บุญธรรมครูเอ็มไม่เชื่อว่าเป็นการชิงทรัพย์ แต่เชื่อว่าเกี่ยวกับการเป็นหนี้พนันบอลของครูเอ็ม ซึ่งก่อนหน้านี้ ครูเอ็มก็มาขอเงินเพื่อใช้หนี้มาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งสิ้นเป็นเงินกว่า3แสนบาท และจากสภาพร่องรอยบาดแผลและการก่อเหตุเชื่อว่า คนร้ายลงมือมากกว่า 2 คนแน่นอน    เช่นเดียวกับ นายอิฐ วังสามง่าม เพื่อนครูเอ็ม เข้าพบตำรวจและเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนสนิทกับทั้ง 2 คนมานานก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทั้งสองฆ่ากันเอง เป็นไปไม่ได้แน่นอน แม้ว่าทั้งสองคนจะเคยมีปัญหาทะเลาะกัน แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ ไม่คาดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น และยืนยันว่า ครูเอ็มและครูแนนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน แต่มีปัญหาเรื่องการเงินเท่านั้น ช่วงหนึ่งที่ครูเอ็มเคยบอกว่า มีคนมาขู่ฆ่า จนต้องมาลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองระยอง   เมื่อวานนี้ช่วงเช้าครอบครัวของครูเอ็มและครูแนนก็เข้าไปที่บ้านเกิดเหตุตรวจสอบทรัพย์สิน และทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ พบว่าสภาพภายในบ้านถูกรื้อค้นและมีร่องรอยคราบเลือดกระจายทั่วบ้านที่ชั้นล่างและห้องนอน สำหรับช่วงบ่ายวันนี้ ครอบครัวของครูแนนจะเข้ารับศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.พะเยา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uqy5UV56PFk

 29,867
สังคม
16 พ.ย. 62

รวบแล้ว! หนุ่มทำร้าย-ข่มขืนสาวพีอาร์ ซ้ำถ่ายคลิปแชร์ลงอินเทอร์เน็ต

จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา นางสาวบี (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ กับพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ ว่าถูกนายศักดิ์ชัย ทัพวงค์ หรือแจ๊ส ที่รู้จักกันทางแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก และได้เจอกันในวันรุ่งขึ้น โดยได้คุยกันในสถานะคนรู้จัก    ต่อมาวันที่ 25 ต.ค.2562 เวลา ประมาณ 21.00 น. น.ส.บี ซึ่งทำงานเป็นพนักงานพีอาร์อยู่ร้านอาหาร ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นายศักดิ์ชัยฯ ได้เข้ามาในร้าน ต่อมา น.ส.บี กำลังจะกลับที่พัก นายศักดิ์ชัย ได้เดินเข้ามา กระชากแขนแล้วบอกให้กลับไปกับตน ซึ่ง น.ส.บี ไม่ยอม และนายศักดิ์ชัยฯ ได้ตบหน้าและศีรษะ น.ส.บี หลายครั้ง และพยายามดึง น.ส.บี ไปที่รถ โดย น.ส.บี ได้ขัดขืน และเรียกคนมาช่วย นายศักดิ์ชัยฯ จึงได้ขับรถหนีออกไป   ต่อมา น.ส.บี ผู้เสียหายได้เดินทางมาถึงที่พัก เห็นรถยนต์ของ นายศักดิ์ชัยฯ จอดอยู่ ตนเองไม่กล้าขึ้นห้องพักกลัวจะถูกทำร้าย และทราบว่า นายศักดิ์ชัยฯ พยายามงัดห้องของ น.ส.บี เพื่อเข้าไปในห้องแต่ไม่สำเร็จ ต่อมา นายศักดิ์ชัย ลงมาพบ น.ส.บี ที่บริเวณข้างล่าง ได้ใช้มือตบ และ ชก ไปที่ใบหน้าของ น.ส.บีหลายครั้ง และใช้เท้าเตะที่บริเวณศีรษะ จน น.ส.บี ไม่สามารถต่อสู้ได้ โดย น.ส.บี พยายามที่จะคุย กับ นายศักดิ์ชัยฯ แต่นายศักดิ์ชัย ต้องการคุยที่ห้องพัก น.ส.บี จึงจำเป็นต้องขึ้นไปที่ห้องพัก    ภายหลังที่เข้าไปในห้อง นายศักดิ์ชัยฯ ได้เข้าไปทำร้าย และ ข่มขืน น.ส.บี และได้ใช้โทรศัพท์มือถือของ นายศักดิ์ชัยฯ ถ่ายคลิปวีดีโอ จากนั้น น.ส.บี ได้โทรศัพท์ให้คนที่รู้จักแจ้งตำรวจมาช่วยเหลือ ในวันต่อมา นายศักดิ์ชัยฯ ได้ข่มขู่ น.ส.บี ผ่านทาง เฟซบุ๊กว่าจะปล่อยคลิปตอนข่มขืน หลังจากนั้น นายศักดิ์ชัยฯ ได้โพสคลิปลงในเฟซบุ๊กของ น.ส.บี แต่ น.ส.บี เห็นจึงได้รีบลบออกไป และได้มาแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง เพื่อดำเนินคดีกับ นายศักดิ์ชัยฯ   ล่าสุดวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ สามารถจับกุมตัว นายศักดิ์ชัย ทัพวงค์ หรือแจ๊ส อายุ 28 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 704/2562 ลง 8 พ.ย.2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย, ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, บุกรุกเคหสถาน โดยจับกุมได้ บริเวณบ้านเอื้ออาทร ในพื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ   จากการสอบถาม นายศักดิ์ชัย ให้การอ้างว่า ได้รู้จักกับ น.ส.บี จากแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กประมาณ 3 สัปดาห์ และได้นัดเจอกันคบกันในฐานะแฟนอีกคนหนึ่ง โดยในวันเกิดเหตุ ตนไปที่ร้านที่ น.ส.บี ผู้เสียหายได้ทำงานอยู่ เห็นผู้เสียหาย นั่งคุยอยู่กับผู้ชายคนอื่น จึงเกิดความหึงหวง และได้ลงมือทำร้ายจริง   ส่วนห้องของผู้เสียหาย ตนไม่ได้งัด น.ส.บี พาเข้ามาเองเป็นปกติ และตนไม่ได้ใช้กำลังข่มขืน เนื่องจากตนคบกับ น.ส.บี ส่วนตนเองไม่รู้ว่า น.ส.บี แจ้งความ และมีหมายจับ จึงไม่ได้หลบหนี ซึ่งตนเองไม่มีงานทำ อาศัยอยู่กับแฟนที่คบกันอยู่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4DQYG1HPb88  

 3,325
สังคม
05 พ.ย. 62

จับขาใหญ่คลองเตย ยิงผิดตัวแฟนบอลท่าเรืออายุ 17 เสียชีวิต

จากกรณีที่มีเหตุทะเลาะวิวาท ภายในซอย 8 ตลาดคลองเตย แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จนเป็นเหตุให้นายอภิชาติ สีโทนหัว อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนปทุมคงคา เสียชีวิต และนายกุลชาติ แซ่ลี้ อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนปทุมคงคา ได้รับบาดเจ็บ ภายหลังกลับจากร่วมฉลองแชมป์ฟุตบอล สโมสรการท่าเรือ ล่าสุด 2 ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้น ขนาดจุด 38 ไม่มีทะเบียน อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาดจุด 38 อีก 10 นัด โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนประกอบด้วยนายจตุรงค์ หรือนุ มีโสภา อายุ 34 ปี และนายธันวา หรือหนึ่ง บุญพาด อายุ 31 ปี ซึ่งทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่าใช้อาวุธปืนยิงคู่อริภายในซอยดังกล่าวจริง โดยพันตำรวจโท ยรรยงค์ สุวรรณสะอาด รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ท่าเรือ เผยภายหลังการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาเป็นกลุ่มที่ดูแลความเรียบร้อยในตลาดคลองเตย โดยมีกลุ่มอยู่ท้ายซอยและมีเรื่องผิดใจกันกับกลุ่มที่ดูแลตลาดอีกกลุ่มหน้าปากซอย จนกระทั่งมีปากเสียงกัน ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กับกลุ่มหน้าปากซอย พร้อมอ้างว่าเพื่อเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากกลุ่มคู่อริได้สาดกระสุนเข้ามาใส่กลุ่มของตนเองเช่นกัน เบื้องต้นสามารถเก็บปลอกกระสุนได้จำนวนหนึ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหากลุ่มที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 2 ผู้ต้องหา ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากความผิดมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี พร้อมเตรียมนำตัวฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ในเวลา 11 นาฬิกา ขณะที่มารดาของผู้ตายเตรียมไปรับศพ ที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในช่วงเที่ยงวันที่ 4 พฤศจิกายน

 70
การเมือง
02 พ.ย. 62

แฟลช นิวส์ 2 พ.ย. 62 - รวบ 'แม่มณี' ได้แล้วที่สัตหีบ-ประชุมอาเซียนเริ่มแล้ว-คุมตัวเอ็มทำแผน

แฟลช นิวส์ 2 พ.ย. 62 - รวบ 'แม่มณี' ได้แล้วที่สัตหีบ-ประชุมอาเซียเริ่มแล้ว-คุมตัวเอ็มทำแผน - 08.00 น. การประชุมสุอยอดอาเซียนครั้งที่ 35 เริ่มแล้ว นายกรัฐมนตรีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจอาเซียน ดันภูมิภาคสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล ชูแนวคิด Empowering ASEAN 4.0 สร้างความมั่งคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่ในช่วงเย็นจะประชุมเต็มคณะสุดยอดอาเซียนครั้งที่35   - รวบแล้วแม่มณีที่สัตหีบ รวบแล้วแม่มณี และสามี หนีกบดานบ้านเช่า จ.ชลบุรี ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 4 เตรียมคุมตัวสอบสวน จ.อุดรธานี   - คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าเศรษฐีนีทำแผน  ตร.คุมตัว 'เอ็ม' ทำแผนฆ่าโหดเศรษฐินีตั้งแต่เช้าตรู่ ที่บ้านเกิดเหตุของผู้ตาย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มารอดูหน้าจำนวนมาก เสร็จแล้วเตรียมส่งฝากขังศาลทันที  

 2,009
สังคม
02 พ.ย. 62

แฟลช นิวส์ 2 พ.ย. 62 - รวบ 'แม่มณี' ได้แล้วที่สัตหีบ-ประชุมอาเซียนเริ่มแล้ว-คุมตัวเอ็มทำแผน

แฟลช นิวส์ 2 พ.ย. 62 - รวบ 'แม่มณี' ได้แล้วที่สัตหีบ-ประชุมอาเซียเริ่มแล้ว-คุมตัวเอ็มทำแผน - 08.00 น. การประชุมสุอยอดอาเซียนครั้งที่ 35 เริ่มแล้ว นายกรัฐมนตรีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจอาเซียน ดันภูมิภาคสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล ชูแนวคิด Empowering ASEAN 4.0 สร้างความมั่งคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่ในช่วงเย็นจะประชุมเต็มคณะสุดยอดอาเซียนครั้งที่35   - รวบแล้วแม่มณีที่สัตหีบ รวบแล้วแม่มณี และสามี หนีกบดานบ้านเช่า จ.ชลบุรี ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 4 เตรียมคุมตัวสอบสวน จ.อุดรธานี   - คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าเศรษฐีนีทำแผน  ตร.คุมตัว 'เอ็ม' ทำแผนฆ่าโหดเศรษฐินีตั้งแต่เช้าตรู่ ที่บ้านเกิดเหตุของผู้ตาย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มารอดูหน้าจำนวนมาก เสร็จแล้วเตรียมส่งฝากขังศาลทันที  

 2,009
อาชญากรรม
02 พ.ย. 62

แฟลช นิวส์ 2 พ.ย. 62 - รวบ 'แม่มณี' ได้แล้วที่สัตหีบ-ประชุมอาเซียนเริ่มแล้ว-คุมตัวเอ็มทำแผน

แฟลช นิวส์ 2 พ.ย. 62 - รวบ 'แม่มณี' ได้แล้วที่สัตหีบ-ประชุมอาเซียเริ่มแล้ว-คุมตัวเอ็มทำแผน - 08.00 น. การประชุมสุอยอดอาเซียนครั้งที่ 35 เริ่มแล้ว นายกรัฐมนตรีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจอาเซียน ดันภูมิภาคสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล ชูแนวคิด Empowering ASEAN 4.0 สร้างความมั่งคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่ในช่วงเย็นจะประชุมเต็มคณะสุดยอดอาเซียนครั้งที่35   - รวบแล้วแม่มณีที่สัตหีบ รวบแล้วแม่มณี และสามี หนีกบดานบ้านเช่า จ.ชลบุรี ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 4 เตรียมคุมตัวสอบสวน จ.อุดรธานี   - คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าเศรษฐีนีทำแผน  ตร.คุมตัว 'เอ็ม' ทำแผนฆ่าโหดเศรษฐินีตั้งแต่เช้าตรู่ ที่บ้านเกิดเหตุของผู้ตาย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มารอดูหน้าจำนวนมาก เสร็จแล้วเตรียมส่งฝากขังศาลทันที  

 2,009
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 62

รวบคาผ้าเหลือง! หนุ่มใหญ่ วัย 45 ปีนหน้าต่างบุกห้องข่มขืนสาว ก่อนหนีบวชพระ

วันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายทนงศักดิ์ ชำนาญ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 21/2559 ลงวันที่ 22 มกราคม 2559   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” โดยสามรถจับกุมได้บริเวณภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 12.10 น. ที่ผ่านมา    จากการสอบสวน นายทนงศักดิ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายทนงศักดิ์ ได้เดินทางมาที่โรงแรมที่เกิดเหตุเป็นประจำ เนื่องจากรู้จักกับเจ้าของโรงแรม จนได้พบกับหญิงสาวอายุ 23 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเช่าห้องพักอยู่ที่โรงแรมดังกล่าว และนายทนงศักดิ์ได้แอบชอบผู้เสียหายเรื่อยมา    จนกระทั้งคืนเกิดเหตุ นายทนงศักดิ์ ได้ตั้งวงนั่งดื่มสุรากับพวกจนเมามายและได้แยกย้ายกัน จากนั้นนายทนงศักดิ์ฯจึงได้ปีนหน้าต่างห้องพักของผู้เสียหาย และได้ใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ก่อนที่จะหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ขนอม พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ    จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ ๕ กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายทะนงศักดิ์ มาหลบหนีมาบวชเป็นพระอยู่ในพื้นที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จึงได้วางแผนเข้าจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      

 6,773
สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 62

พบมีผู้เสียหาย แจ้งความเพิ่ม หลังเห็นข่าวจับ 4 โจ๋ ทำร้าย-ปล้นทรัพย์ในปั๊ม ย่านแสมดำ

ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความเพิ่มหลังเห็นข่าวจับกุม 4 วัยรุ่น รุมทำร้ายและปล้นทรัพย์กลุ่มวัยรุ่นในปั๊มน้ำมัน ย่านบางขุนเทียน ระบุ ถูกกระทำในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สน.เทียนทะเล   จากรณีที่ นายธีระศักดิ์ นามปัญหา หรือ บิว อายุ 20 ปี และนายตั้ม (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันปล้นทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์ จำนวน 2 ราย ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง บริเวณปากซอยสะแกงาม 14 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน เมื่อเวลา 03.20 น. ของวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา   กระทั่งเมื่อกลางดึกวานนี้ (22 ส.ค.) ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัว และรับสารภาพว่าทั้ง 4 คน ไดเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยหลังจากที่ดื่มเบียร์จนเมา ได้ชักชวนกันออกไปขับรถเล่น ก่อนไปแวะเติมน้ำมันในปั้มน้ำมันดังกล่าว และพบเข้ากับกลุ่มผู้เสียหายที่นั่งคร่อมรถพูดคุยกันอยู่ ด้วยความเมา อยากได้ทรัพย์สิน จึงก่อเหตุใช้ปืนบีบีกันลงไปตบผู้เสียหาย ก่อนที่จะชักมีดหัวตัดออกมาขู่ ปล้นเอาทรัพย์สินไป   ล่าสุด วันที่ 23 ส.ค. ได้มีผู้เสียหาย ชาวเมียนมา 3 คน เข้าแจ้งความ ที่ สน.เทียนทะเล เพื่อเอาผิดกับกลุ่มวัยรุ่น 4 คน เพิ่มเติม หลังเห็นภาพข่าวว่าเป็นผู้ต้องหากลุ่มเดียวกันกับที่ใช้อาวุธมีด และปืนขู่ปล้นทรัพย์พวกตน ในลักษณะเดียวกัน ในคืนวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03:00 นาฬิกา    โดยคนร้ายได้ปล้นเอาทรัพย์สินโทรศัพท์มือถือ /พาสปอร์ต และกระเป๋าเงิน พร้อมเงิดสด 30 บาท ขณะนั่งเล่นโทรศัพท์ริมถนน ชอยเทียนทะเล 26 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้มาชี้รถจักรยานยนต์ของกลาง ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ   ทั้งนี้ทางตำรวจ สน.แสมดำ ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ซึ่ง 1 ในนั้น เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี ไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญาธนบุรี ใน 3 ข้อหาคือ ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และใช้ยานพาหนะ/ ร่วมกันทำร้ายร่างกาย/ และพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต /ส่วนเยาวชน 1 คน นำตัวฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง      ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - มอบตัวแล้ว 4 วัยรุ่นทำร้าย-ปล้นทรัพย์ในปั๊มย่านแสมดำ สารภาพเมาแล้วตั้งใจปล้น 

 2,058
สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 62

สตม.ร่วมมือ 3 ประเทศ จับกุม 4 คนร้ายข้ามชาติ ก่อเหตุเรียกค่าไถ่ตัดนิ้วชาวอินโดนีเซีย หลบหนีเข้าไทย

ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว และ ตำรวจทางหลวง จับกุมบุคคลต่างด้าว 4 ราย หลังได้รับการประสานจากประเทศกัมพูชาว่ามีคนร้ายข้ามชาติก่อเหตุที่เรียกค่าไถ่ตัดนิ้วเหยื่อคนอินโดนีเซียในกัมพูชาแล้วหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย    วันที่ 8 ส.ค. พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำงานตรวจคนเข้าเมือง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ทำการตรวจสอบและสืบสวนติดตามตัวคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาเป็น กรณีเร่งด่วน ซึ่งทราบว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนต่างด้าวกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมร่วมกับพวกจับกุมลักพาตัวผู้เสียหายชาวอินโดนีเซียไปเรียกค่าไถ่ แล้วใช้อาวุธมีดตัดนิ้วผู้เสียหายก่อนจะถ่ายคลิปวีดีโอไปให้ญาติผู้เสียหายในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเรียกทรัพย์สินเป็นมูลค่าเงินไทยกว่า 3 แสนบาท    ด้านพลตำรวจตรีอาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3 ระบุว่า หลังจากที่ได้รับคำสั่งตำรวจทุกหน่วยได้ช่วยกันติดตามตัวคนร้าย จนทราบข้อมูลเดินทางเข้า-ออกผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และกล้องวงจรปิดระหว่างเส้นทางหลบหนีพบว่าทั้ง 4 ราย ร่วมกันหลบหนีด้วยรถยนต์ตู้สาธารณะแบบเหมา มุ่งหน้า กทม. ก่อนจะมีการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ตู้โดยสารอีกคันหนึ่งระหว่างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งสกัดตรวจสอบตามเส้นทางที่คาคว่าจะหลบหนี ใช้ระบบ Biometics ในการติดตาม จนตรวจพบบุคคลต่างด้าวทั้ง 4 รายในโรงแรมย่านประตูน้ำเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม    เบื้องต้นได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และได้ประสานงานกับทางการกัมพูชาและอินโดนีเซีย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับการติดตามจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ถือว่าเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 ประเทศ คือ ประเทศกัมพูชา ประเทศไทย และประเทศอินโดนีเชีย ที่ช่วยกันสืบหาข้อมูลจึงสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว  

 2,647
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 62

รวบแล้ว!! เด็กแว้นจยย.สีแดง ซิ่งยกล้อหน้าวัดพระแก้ว รับเพราะคึกคะนอง

จากกรณีเด็กแว้นโชว์ยกล้อ ถนนหน้าพระลาน ใกล้วัดพระแก้ว เมื่อวานนี้ ตำรวจตามจับได้แล้ว 1 คน เป็นเยาวชน 16 ปี ยอมรับคึกคะนอง ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี เด็กแว้นจักรยานยนต์คันสีแดงได้แล้ว   หลังจากตำรวจสืบสวนนครบาล ตามจับตัวเยาวชนอายุ 16 ปี ได้ที่บ้านพักย่านมีนบุรี นำตัวมาสอบปากคำ รับว่ารวมกลุ่มเพื่อน 7-8 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจากมีนบุรี เพื่อมาดูไฟและถ่ายรูป ก่อนจะมาเจอวัยรุ่นอีกกลุ่มในพื้นที่ จึงท้าทายประลองความเร็วกันบนถนนที่ปรากฎตามคลิปวีดีโอ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน รวมถึงไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม ซึ่งตำรวจแจ้ง 5 ข้อหา   ขณะที่ผู้ปกครอง ถูกทัณฑ์บน หากบุตรหลานกระทำความผิดซ้ำ จะต้องโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนกองเชียร์หรือผู้ชมก็เข้าข่ายมีส่วนผิดด้วย ซึ่งจะขยายผลไปถึงร้านขายอุปกรณ์แต่งรถให้ฐานสนับสนุนด้วย    ล่าสุดวันที่ 1 ส.ค. พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สีแดง ที่ก่อเหตุซิ่งยกล้อถนนหน้าพระลาน เมื่อกลางดึกวันที่ 28 กรกฎาคม โดยประสานเข้ามอบตัวกับผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งรับว่าวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์มาดูไฟ และถ่ายรูปกับกลุ่มเพื่อน ได้มีการท้าทายกับวัยรุ่นอีกกลุ่ม จึงเกิดความคึกคะนอง นำรถมาประลองความเร็ว ยกล้อลักษณะหวาดเสียวตามที่ปรากฎในคลิปวีดีโอ    จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเอ (นามสมมุติ) เป็นบุตรของคนรับซื้อของเก่า เมื่อหลายสิบปีก่อน เพลิงไหม้เพิงพักของครอบครัว บิดามารดาจึงนำนายเอ (นามสมมุติ) มาฝากคนข้างบ้านเลี้ยง ก่อนที่บิดามารดาจะหนีหายไป โดยคนข้างบ้านเลี้ยงจนอายุ 5 ปี ก่อนคนเลี้ยงจะเสียชีวิต ทำให้ญาติของคนเลี้ยงรับไปดูแล พร้อมส่งเสียให้เรียนหนังสือ แต่นายเอ (นามสมมุติ) อยากได้รถจักรยานต์จึงขอให้ซื้อรถให้ และไม่เรียนหนังสือต่อจนมาก่อเหตุดังกล่าว        อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  แว้นซิ่งข้างวัดพระแก้วหายซ่า ถูกจับขณะหนีเข้าป่า อ้างคะนองแข่งรถโจ๋อีกกลุ่ม พ่อโดนทำทัณฑ์บนด้วย        

 1,246
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 62

ทลายเครือข่ายจำหน่ายยาสวยสังหาร จับนายทุนปลอมเวชระเบียน-คุมการเงิน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทลายเครือข่ายค้ายาลดความอ้วนผิดกฎหมาย ครั้งที่ 2 ปฎิบัติการ “สวยสังหาร” บุกจับนายทุนผู้ทำเวชระเบียนปลอมและดูแลด้านการเงินของเครือข่าย พบเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท   วันที่ 1 ส.ค. ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดปฎิบัติการ “ยาสวยสังหาร ครั้งที่ 2” นำกำลังชุดสยบไพรี พร้อมหมายจับเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย ภายในหมู่บ้านหรู ย่านเขตสายไหม พบนางสาวจารุวรรณ แย้มศรี ที่แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 และพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ที่มีโทษทั้งจำทั้งปรับ    พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และนายแพทย์ธเรศ กรัษ นัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาเข้าสอบปากคำผู้ต้องหา จากการสืบสวนพบว่านางสาวจารุวรรณ ทำหน้าที่จัดทำเวชระเบียนปลอม สำหรับการเบิกจ่ายยา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. และมีหน้าที่ดูแลด้านการเงินของเครือข่าย พบเงินหมุนเวียนในบัญชี 27 ล้านต่อปี   ซึ่งผู้ต้องหาทำมานานกว่า 4 ปี เงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยการจับกุมครั้งนี้ขยายผลมาจากการจับกุมนางสาววิไรรัตร อุดทอง อดีตนางแบบที่ย่านพัฒนาการ นายทุนใหญ่สั่งการของเครือข่ายที่ถูกจับกุมไปเมื่อ 13 มีนาคมที่ผ่านมา    โดยพฤติการณ์ขบวนการค้ายาลดความอ้วน หรือ ยาลดน้ำหนักผิดกฎหมาย จะเริ่มจากนายทุน ให้กลุ่มนายหน้า ไปติดต่อว่าจ้างแพทย์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแพทย์จบใหม่ หรือเจ้าของคลีนิกเสริมความงามในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อให้แพทย์สั่งยาที่อยู่ในบัญชียาควบคุมจาก อย. โดยจะมีการทำเอกสารเท็จ จากนั้นจะส่งยาให้กับนายทุน ไปขายในโซเชียลมีเดีย มีผลทำให้มีผู้เสียชีวิต จากการรับประทานยาเหล่านี้   นอกจากเป้าหมายนี้ ตำรวจยังเข้าจับกุมนายแพทย์อดิศร ส่งเสริมธนะ ในจังหวัดชลบุรี ตัวการสำคัญจัดหาเครือข่ายแพทย์มาร่วมขบวนการลักลอบนำยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของเฟนเทอร์มีน ออกจากนอกระบบมาส่งต่อให้กับกลุ่มนายทุน   ปฏิบัติการสวยสังหาร ครั้งที่ 2 วันนี้เข้าตรวจค้นพร้อมกัน 8 จังหวัด 17 เป้าหมาย 7 หมายจับ มีทั้งแพทย์ กลุ่มนายทุน และคนบริหารจัดการด้านต่าง ๆ โดยสามารถยึดอายัดทรัพย์สินต่าง ๆ ได้กว่า 60 ล้านบาท   

 1,066
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 62

รวบแล้ว! มือยิงนร.อาชีวะย่านบางนา เผยแค่เขม่นหน้าโดยบังเอิญ

จากกรณีที่อาชีวะยกพวกใช้ระเบิดปิงปอง และกระหน่ำยิงใส่กลุ่มนักศึกษา ปวช.ปี 1 ช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนแห่งหนึ่ง เสียชีวิต 1 เจ็บ 2 กลางถนนศรีนครินทร์ ย่านบางนา ขณะทั้งหมดซ้อนท้ายรถ จยย.กลับบ้าน โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา  ล่าสุดจับมือยิงได้แล้ว   ล่าสุดวันที่ 25 ก.ค. ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.15 น. ที่ สถานีตำรวจนครบาลบางนา พลตำรวจตรีมงคล วรุณโณ ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ระบุภายหลังตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางนา และ ชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวนนครบาล 5 สามารถจับกุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 3 โรงเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ได้ที่ห้องพักของเพื่อนย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ   เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าตนเป็นคนไล่ติดตามยิงผู้ตายและคนเจ็บ โดยใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด.38 ชนิดบรรจุทีละนัด ที่ได้ซื้อมาในราคา 2,000 บาท ก่อนจะนำไปซ่อนบริเวณจุดทิ้งขยะย่านบางพลี    ซึ่งนายเอ ให้การถึงมูลก่อเหตุว่า ตนได้เจอกันกับกลุ่มผู้ตายโดยบังเอิญแล้วเกิดเขม่นหน้า ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าเรียนสถาบันไหน ก่อนจะไล่ขี่จักรยานยนต์ติดตามกัน ก่อนที่นายบี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นเพื่อนของตน ได้ขว้างระเบิดปิงปองใส่จนทำให้ฝ่ายผู้ตายตกใจหยุดรถชะงัก แล้วตนจึงสบโอกาสยิงปืน   พลตำรวจตรีมงคล เผยขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 9 คน และยังเหลือติดตามตัวมาอีก 3 คน ซึ่งกำลังเร่งให้ทยอยมาพบตำรวจจนครบ และสอบปากคำร่วมกับทีมสหวิชาชีพก่อนจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายมีลักษณะยั่วยุกันอย่างไร    เบื้องต้น แจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่า, ร่วมกันพยายามฆ่า, มีอาวุธ และกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร   ก่อนคุมตัวฝากขังศาลจังหวัดพระโขนงในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ต่อไป       อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เด็กอาชีวะเปิดฉากตีกันย่านบางนา ดับ 1 เพื่อนเล่านาที บิดจยย.หนี ยังโดนปาระเบิด-ยิงซ้ำ    

 2,352
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ค. 62

ปส. จับ 'นิวลพบุรี' ผู้ค้ายารายใหญ่ เงินหมุนเวียนกว่า 200-300 ล้าน พบเชื่อมโยงคู่แฝด 'คิสเนอร์'

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับ 'นิว ลพบุรี' ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ พบหลักฐานเชื่อมโยงคู่แฝด 'คิสเนอร์' ค้ายาในจังหวัดสระบุรี พบเงินหมุนเวียนในบัญชี 200-300 ล้านบาท   วันที่ 24 ก.ค. ผูู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจชุดสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 1 นำกำลังเข้าจับกุมนายศุภชัย แก้วชัยมี หรือนิว ผู้ต้องหาตามหมายจับ สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และสนับสนุนกันกระทำความผิด ตามพ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ภายในบ้านหลังหนึ่งที่ จังหวัดลพบุรี หลังสืบทราบเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี และพบความเชื่อมโยงกับคู่แฝดค้ายาเสพติดมิกซ์-แมกซ์ คิสเนอร์ ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งนายมิก แฝดน้องถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายยิงเสียชีวิตก่อนถูกตำรวจจับเมื่อปีที่แล้ว และนายแม็กแฝดพี่ ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดวิสามัญ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา    การสืบสวนพบว่าก่อนหน้านี้นายศุภชัย สั่งยาเสพติดล็อตใหญ่จากนายพงศกร ศรีสรวง หรือโต้ง เครือข่ายแฝดคิสเนอร์ ที่ถูกตำรวจดำเนินคดีข้อหาสมคบกันค้ายาเสพติดและความผิดตามพ.ร.บ.การฟอกเงิน เมื่อปีที่แล้ว และหลบหนีการประกันตัวในชั้นศาล   แต่เมื่อแฝดคิสเนอร์เสียชีวิต นายศุภชัยกลายเป็นเป็นผู้สั่งยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย มากระจายในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และบางส่วนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และลงภาคใต้ ตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนในบัญชีนายศุภชัย กว่า 200-300 ล้านบาท   ในบ้านนี้ยังมีรถยนต์ 2 คัน โดยรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า CRV ป้ายแดง แต่มีอยู่ 2 แผ่นป้าย ป้ายทะเบียนจริงคือ ส-2628 กทม. เก็บไว้ในรถ ส่วนทะเบียนป้ายแดง ก-2311 กทม. เป็นป้ายทะเบียนปลอมติดอยู่ที่รถ ซึ่งตำรวจก็ยังพบว่าผู้ต้องหาขับรถคันนี้ไปที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยติดป้ายทะเบียนจริง แต่ขากลับติดป้ายทะเบียนปลอมเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ   นายศุภชัย ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และทรัพย์สินทั้งหมดได้มาจากการขายของออนไลน์และขายสินค้ามือสอง แต่ยอมรับว่ารู้จักนายพงศกร ศรีสรวง หรือโต้ง ผู้ต้องหาที่มามอบตัวและถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ แต่ไม่เคยทำธุรกิจร่วมกัน   โดยก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับนางสาวปรารถนา ลาระลม แฟนของนายศุภชัย ได้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดลพบุรี ในข้อหาเสพเคตามีน   สำหรับการปฏิบัติวันนี้ได้ตรวจค้น 40 เป้าหมาย แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 จุด ในจังหวัดสระบุรี 23 จุด จังหวัดลพบุรี 7 จุด พระนครศรีอยุธยา 3 จุด จ.นนทบุรี 1 จุด จังหวัดปทุมธานี 1 จุด จังหวัดชัยภูมิ 1 จุด และจังหวัดนครราชสีมาอีก 1จุด รวมยึดทรัพย์สินเบื้องต้นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท 

 3,896

Top