ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 62

อดีตนักแสดงหญิง ร้องศาลถูกนายพลข่มขืน ผ่านมาเป็นปีคดีไม่คืบ

อดีตดารานักแสดงหญิงอายุ 56 ปี เดินทางมาพร้อมทนายความยื่นฟ้อง พล.อ.รายหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีตำเเหน่งเป็นระดับผู้บัญชาการกองพลเเห่งหนึ่ง เเละผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก รวมทั้งมีตำเเหน่งเป็นนายสนามมวย ในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันพาหญิงอื่นไปเพื่อการอนาจารเเละข่มขืนกระทำชำเรา โดยทางทนายความระบุว่า มาร้องศาลทุจริตฯที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ เพราะข้อกฎหมายตรงนี้อยู่ในบรรยายฟ้องขอปิดไว้ก่อน เเต่มีข้อสังเกตว่าผู้กระทำกระทำขณะอยู่ในตำเเหน่งหน้าที่ราชการถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ที่ผ่านมาเคยไปยื่นฟ้องศาลอาญา เเต่ทางศาลอาญาเเจ้งว่าให้มายื่นต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เราก็มายื่นฟ้องก่อนหน้านี้ เเต่ในวันนี้มายื่นเพิ่มเติมเนื่องจากครั้งที่เเล้วในส่วนบรรยายฟ้องไม่สมบูรณ์ ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับคำฟ้องไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ในวันพรุ่งนี้   ซึ่งในคดีนี้ที่สำคัญคือผู้เสียหายไปยื่นขอความช่วยเหลือต่อกองทัพบก รับเป็นหนังสือเเล้วเเต่คดีไม่คืบ ผมอยากฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็น รมว.กลาโหมดูแลผู้เสียหายรายนี้หน่อย เพราะเป็นเรื่องที่ทหารเข้ามากระทำกับประชาชนในขณะที่คสช. ได้เข้ามากุมอำนาจ   ด้านนักแสดงหญิงคนดังกล่าวเผยว่า ที่ได้รู้จักกับนายพลคนดังกล่าว เนื่องจากไปขอความช่วยเหลือในยุค คสช.เกี่ยวกับเรื่อง 3 เเม่ลูก เเละตนจะโดนอุ้ม เเละได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุเสมือนพี่น้องโดยเชื่อใจ จึงไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น ก่อนหน้านี้ตนไปเเจ้งความร้องทุกข์จนตำรวจทำสำนวนยื่นฟ้องไปที่ศาลทหาร เเต่คดีก็กลับเงียบ ตนเคยไปยื่นร้องที่กองทัพบกเรื่องก็ไม่คืบกลับโดนบอกกลับมาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว   มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารมาที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นการข่มขู่คุกคามกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทั่ง 2 วันที่เเล้วก็มีรถจักรยานยนต์เเละรถยนต์มาที่หน้าบ้าน ซึ่งบ้านตนมีกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพไว้เเล้ว คดีนี้ล่วงเลยมาเกินปีไม่มีความคืบหน้าถามตำรวจก็เงียบ บางครั้งก็โดนข่มขู่ด้วย เราก็เพิ่งทราบว่ากองปราบไม่รับเรื่องของเรา เราก็ไม่ทราบเหตุผลที่ไม่รับ   โดยปัจจุบันนี้นายพลคนดังกล่าวซึ่งขณะนั้นยศ “พล.ต.” ตอนนี้กลับได้เลื่อนเป็น “พล.อ.” มีหน้ามีตาในสังคม แต่ตนกลับต้องทุกข์ทรมานโดนกดดันข่มขู่ ก่อนหน้านี้ไปตามคดีก็มีตอนนี้ตำรวจที่เป็น 1 ในผู้ทำคดีที่เขาอึดอัดเล่าให้ฟังว่า มีการใช้อิทธิพลเข้ามาแทรกแซง โดยคนที่ทำคดีของดิฉันถ้าทำแล้วเกิดแง่บวกกับผู้ก่อเหตุก็จะได้เลื่อนยศ 2 ขั้น แต่ถ้าทำคดีเป็นทางลบกับนายพลคนดังกล่าวก็จะถูกย้าย ดิฉันก็หวังจะได้รับความเป็นธรรมจากศาลจึงมายื่นฟ้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8fvO2kXr-C4  

 16,356
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

เด็กปั๊มวัย 16 ข่มขืนสาวรุ่นพี่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนย้อนมาขอไม่ให้เอาเรื่อง เลยโดนแก๊งโจ๋รุมตื๊บน่วม

สมุทรปราการ-ตร.สภ.บางปู ได้รับแจ้งเหตุชายถูกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณข้างร้านเซเว่นปากซอยมังกรนาคดี ต.แพรกษา อ.เมือง พบผู้บาดเจ็บเป็นชายชื่อนาย แดง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี   ต่อมานางสาวน้อย (นามสมมติ) อายุ 19 ปี พนักงานเซเว่นได้ออกมาแจ้งว่า ชายที่บาดเจ็บคือคนร้าย ที่หลอกพาตนไปข่มขืนเมื่อคืนวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันหามร่างนายแดง ขึ้นท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเกรงว่าจะมีคนเข้ามารุมทำร้ายอีก ก่อนคุมตัวนายแดง ไปทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.บางปู พร้อมเชิญนางสาวน้อย ผู้เสียหาย ซึ่งอ้างว่าถูกนายแดง ข่มขืนไปสอบสวนเพิ่มเติม     นางสาวน้อย ได้เล่าว่า นายแดง เคยทำงานเป็นเด็กปั๊มแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับร้านสะดวกซื้อที่ตนทำงานอยู่ ซึ่งระหว่างตนมาเข้ากะก็จะเห็นนายแดง เข้ามาซื้อของที่ร้านอยู่เป็นประจำ จึงทำให้รู้จักมักคุ้น กระทั่งนายแดงได้เข้ามาขอไลน์ และส่งข้อความมาพูดคุยในลักษณะเชิงจีบตนอยู่เป็นประจำ แต่ตนก็ไม่ได้สนใจ เนื่องจากเห็นว่านายแดงเป็นรุ่นน้อง   กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายแดง ได้ไลน์บอกว่าจะมารับที่ร้านโดยบอกกับตนว่าจะพาไปนั่งเล่น และให้ช่วยแต่งเพลง ซึ่งนายแดงอ้างว่ากำลังทำเพลงลงในยูทูป ซึ่งตนก็ไม่ได้ปฏิเสธ กระทั่งตนเลิกงานประมาณ 4 โมงเย็น นายแดง ได้ขี่รถจักรยานยนต์มารับและพาตนไปภายในซอยธนสิทธิ์ ต.บางปลา อ.บางพลี สมุทรปราการ และไปจอดรถคุยกันบริเวณป่ารกทึบข้างทาง   ระหว่างที่คุยกันนายแดง ได้พยายามขอให้ตนเป็นแฟนอยู่ตลอด แต่ตนก็ไม่ได้คล้อยตาม คุยกันอยู่นานจนกระท้องฟ้าเริ่มมืด จู่ๆนายแดง ก็เข้ากอดตนพร้อมกับบอกว่าจะเป็นแฟนไหม ด้วยความตกใจตนจึงได้พยายามดิ้นขัดขืน นายแดงจึงได้ชกที่หน้าตนหลายครั้งและขู่จะทำร้ายตน ด้วยความกลัวตนจึงยินยอม หลังเสร็จกิจนายแดง ได้ขี่รถจักรยานยนต์พาตนไปทิ้งไว้ปากซอยนิคมบางปู พร้อมกับบอกว่าห้ามนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้ใครฟังไม่อย่างนั้นจะเอาตนไปกระจาน   หลังเกิดเหตุตนจึงได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้เพื่อนฟังเพื่อหาทางออก จนวันนี้นายแดงได้มาหาตนที่ร้าน อีกและมาอ้อนวอนไม่ให้ตนเอาเรื่องหรือไปแจ้งตำรวจ แต่ตนไม่ยอม นายแดงจึงเดินออกจากร้านไป กระทั่งตนได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวายอยู่นอกร้าน จึงรีบวิ่งออกมาดูพบนายแดง กำลังถูกชายวัยรุ่นหลายรุมทำร้ายอยู่ จนหมดสติ ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดจะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ตนยืนยันว่าคนทั้งหมดที่เข้ามารุมทำร้ายนายแดง นั้นตนไม่รู้จักเนื่องจากตนก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน   เบื้องต้นหลังสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้นางสาวน้อย ไปแจ้งความที่ สภ.บางพลี สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีข้อหาข่มขืนกับนายแดง ส่วนนายแดง เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาล สมุทรปราการ รอการสอบสวนว่าถูกใครทำร้าย เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี และจะได้ประสานไปยัง สภ.บางพลี เพื่อมาทำการอายัดตัวนายแดง ไปสอบสวนในดำเนินคดีในข้อหาข่มขื่นต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X8BoHjHboFE

 6,875
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
19 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 ส.ค.62 เติมน้ำมันผิดรถไฟลุกคาปั๊ม-สั่งเลิกทำเกาะกลางถนนทั่วประเทศ-กานต์จับมือแซนวิชไล่อีฟพ้นบ้าน

-อุบัติเหตุรถตู้ขนแรงงานชาวลาว พุ่งข้ามเลนชนประสานงากับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บนถ.สายสระแก้ว-จันทบุรี ตายคาที่ 11 ศพ เจ็บสาหัส 4 ราย ศพถูกอัดก็อปปี้ทั้งด้านหน้า-หลัง บางคนขาขาดสยอง พยานบอกเห็นแล้วไม่กล้าเข้าใกล้เพราะแก๊สรั่ว คนขับรถบรรทุกรอดตายให้การ รถตู้มาด้วยความเร็วขับส่ายไปมาก่อนชน ชี้รถตู้มี GPS แต่ถูกตัดสัญญาณเมื่อรถวิ่งเร็ว ช่วงเกิดเหตุ GPS ถูกตัดเลยรายงานความเร็วเป็น 0 กม./ชม. ศักดิ์สยามคาดคนขับหลับใน ข่าวเพิ่มเติม : รถตู้ขนแรงงานชาวลาว พุ่งข้ามเลนชนรถ 18 ล้อ ดับคาที่ 11 ศพ สาหัส 4 ตรวจรถตู้ตัดสัญญาณ gps เมื่อวิ่งเร็ว     -จับหนุ่มคนงานก่อสร้างเที่ยวน้ำตกไทรโยคกับสาวใหญ่ ลงมือชกบีบคอจนเสียชีวิต ลากศพทิ้งกลางไร่อ้อย ขับรถพร้อมทรัพย์สินผู้ตายไปขาย พบร่างถูกหมากัดแทะเหลือแต่ท่อนล่าง กะโหลก สภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็น คนร้ายสารภาพโมโหถูกด่าแม่ ชกแล้วยังไม่ถูกด่า พยายามต่อสู้ เลยบีบคอจนตายหมกไร่อ้อย ข่าวเพิ่มเติม : รวบหนุ่มโหด ฆ่าบีบคอหญิงวัย 52 ลากศพทิ้งไร่อ้อย ถูกสัตว์แทะเหลือแต่กะโหลก-ท่อนล่าง     -ศุภชัย โพธิ์สุ รองปธ.สภาชี้การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติปมนายกฯถวายสัตย์ อาจไม่ทันในเดือน ส.ค.นี้เพราะเป็นเรื่องใหม่ตาม รธน. ทำให้ต้องพิจารณาว่าต้องรอร่างบังคับประชุมสภาฉบับใหม่หรือไม่ก่อน ช่วง 25-30 ส.ค.จะมีการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ปธ.ส.ส.และส.ว.ต้องไปรับแขก ตปท.และร่วมประชุมด้วย แนะนายกฯต้องมาตอบคำถามด้วยตัวเอง ข่าวเพิ่มเติม : 'ศุภชัย' คาดเปิดอภิปรายปมถวายสัตย์ อาจไม่ทันใน ส.ค. แนะนายกฯควรชี้แจงเอง   -สุทิน คลังแสง ปธ.วิปฝ่ายค้าน ระบุนายกฯต้องชี้แจงการอภิปรายด้วยตัวเอง ไม่งั้นเรื่องคงไม่จบ ต้องถามสถิปิตของนายกฯ เพราะเป็นเรื่องมิบังควร ไม่เหมาะให้คนอื่นตอบแทน ข่าวเพิ่มเติม : ฝ่ายค้านขู่ไม่จบแน่ ถ้า 'บิ๊กตู่' ไม่เข้าสภาตอบปมถวายสัตย์ ยันเทียบไม่ได้กับตอน 'ยิ่งลักษณ์' ดราม่าโฟร์ซีซั่น   -อธิบดีกรมราชทัณฑ์ โต้ข่าวไม่โปร่งใสและล็อกสเปคอุปกรณ์เสริมความมั่นคงในเรือนจำ 4 แห่ง หลังมีคนยื่นบัตรสนเท่ห์ผ่าน รมว.ยุติธรรม ยันประกวดราคาผ่าน e-bidding โปร่งใส อาจเป็นความพยายามของคนแพ้ประมูล ยื่นเรื่องร้องเรียนโดยใช้ฝ่ายการเมืองเป็นเครื่องมือ ข่าวเพิ่มเติม : อธิบดียันราชทัณฑ์โปร่งใส เชื่อคนแพ้ประมูลใช้ฝ่ายการเมืองเป็นเครื่องมือ ส่งบัตรสนเท่ห์โจมตีทุจริต     -กต.ค้านมาตรการออกฟรีวีซ่าให้ นทท.จีนและอินเดียกระตุ้นการท่องเที่ยว ยื่นหนังสือถึงนายกฯระบุเหตุผลความมั่นคง และไม่ใช่แนวทางแก้ที่ถูกต้อง อาจมี นทท.หลักล้านหนีกบดานมาไทย ปัจจุบันมี นทท.จำนวนมากอาศัยช่องว่างมาทำธุรกิจ สร้างโกดังสินค้าเกษตร ทำธุรกิจท่องเที่ยวครบวงจร ทำให้รัฐเสียรายได้จากค่าธรรมเนียมวีซ่า 12,000 ล้าน ข่าวเพิ่มเติม : กต.ค้านฟรีวีซ่า นทท.จีน-อินเดีย หวั่นกระทบความมั่นคง หนีกบดาน-แย่งงานคนไทย   -ศักดิ์สยาม รมว.คมนาคม สั่งเลิกทำเกาะกลางถนนทั่วประเทศ เปลี่ยนมาใช้แบริเออร์ผลิตจากยางพาราวางกั้นแบ่งเลนแทน ช่วยประหยัดงบก่อสร้าง ช่วยชาวสวนยางช่วงราคายางตกต่ำ ช่วย ปชช.ประหยัดน้ำมันไม่ต้องยูเทิร์นไกล เตรียมนำร่องที่บุรีรัมย์ เริ่มปีงบประมาณ 63 ข่าวเพิ่มเติม : 'ศักดิ์สยาม' สั่งเลิกทำเกาะกลางถนน เปลี่ยนใช้แบริเออร์ยางพารา ประหยัดงบ-คนขับไม่ต้องยูเทิร์นไกล     -สิระ เจนจาคะ ส.ส.พลังประชารัฐ มีปากเสียงกับ ตร.ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบคอนโดหรูย่านหาดกะตะน้อย ส่อใช้เอกสารสิทธิ์ผิดกม. ต่อว่าตร.ไม่จัดกำลังมาดูแล ส.ส.ลงพื้นที่ ตรงพยายามชี้แจงทำทุกอย่างตามหน้าที่แล้ว ล่าสุดเทศบาลปิดประกาศระงับการก่อสร้างคอนโดหรูแล้ว ส.ส.บอกใครนำผืนป่าไปให้นายทุนเป็นเจ้าของครอบครอง ผมจะเอามาติดคุกให้ได้     -รวบนักธุรกิจดัง ดร.เอ ชนุตม์ ลวงเหยื่อร่วมลงทุนซื้อขายทองคำสูญนับร้อยล้าน ออกอุบายผลตอบแทนเกินคุ้ม มีเอกสารซื้อขาย ใบกำกับราคาตามท้องตลาด ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ สุดท้ายเบี้ยวจ่ายปันผล เหยื่อแห่แจ้งจับสูญเงินคนละ20-25ล้าน เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตร.ค้านประกันตัว เตรียมนำฝากขังวันนี้     -หนุ่มเลือดร้อนซิ่งกระบะหลบหลุมข้ามเลนสวนกับแท็กซี่ ฉุนแท็กซี่ไม่หลบ ตะโกนด่าพร้อมจอดรถ คว้ามีด2เล่มฟันมือลุงแท็กซี่ พลเมืองดีเข้าห้าม คนร้ายขับรถหนี ภาพวงจรปิดเห็นชัด ตร.เร่งล่าตัว ข่าวเพิ่มเติม : ตามล่า หนุ่มซิ่งกระบะเลือดร้อน ขับข้ามเลนสวน ฉุนแท็กซี่ไม่หลบ คว้ามีดฟันมือเจ็บ     -พบซากพะยูนเพศเมียหนัก 240 กก.เกยตื้นตายที่อ่าวต้นไทร จ.กระบี่ มีร่องรอยบาดแผลบนตัว ยังมีเขี้ยวครบทั้ง 2 คู่ สภาพศพสมบูรณ์ ส่งศูนย์วิจัยผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ขณะที่ซากมาเรียม จนท.ขนย้ายโดยเครื่องบินไปสต๊าฟเก็บไว้ให้ ปชช.ศึกษาเรียนรู้ สัตวแพทย์ชี้เคสมาเรียมเป็นประโยชน์ต่อการอนุบาลสัตว์กำพร้า ข่าวเพิ่มเติม :  สลด! พบพะยูนหนักกว่า 200 กก. เกยตื้นตายอ่าวไร่เลย์ เป็นตัวที่ 6 ในช่วงไล่เลี่ยกัน นำซาก 'มาเรียม' สต๊าฟที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ดันโปรเจคทะเลไทยต้องไร้ขยะ     -อดีต ตร.เจ้าของสำนวนคดีครูจอมทรัพย์ เขียนจม.ลาตาย เครียดโรคประจำตัวรุมเร้า ขอโทษครอบครัว ขออโหสิกรรม ก่อนใช้ปืนยิงกกหูข้างขวาทะลุกกหูข้างซ้ายตายคาเก้าอี้โยกในบ้าน ญาติบอกหลังเกษียณออกมาอยู่บ้านที่มุกดาหาร ป่วยโรคประจำตัวและโรคซึมเศร้า ไม่ติดใจเหตุฆ่าตัวตาย ข่าวเพิ่มเติม : ตร.เจ้าของคดีครูจอมทรัพย์ เครียดโรครุมเร้าหลังเกษียณ ทิ้งจม.ลาตาย ก่อนยิงตัวดับ     -เติมน้ำมันผิด รถหวิดระเบิด สาวเจ้าของรถโพสต์คลิปขณะพนง.เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องออกจากรถก่อนไฟลุกไหม้ พนง.บอกไฟช็อตที่สายพ่วง สะเก็ดไฟติดผ้าไหม้ลาม ปตท.แจงไฟไหม้ช่วงดูดน้ำมันออกจากรถ เป็นการดูดหน้าหัวจ่าย น้ำมันไหลทำให้ไฟสปาร์คคาปั๊มย่านสรงประภา ยันรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด ข่าวเพิ่มเติม : ปตท.ยันรับผิดชอบ หลังเด็กปั๊มเติมน้ำมันผิด ก่อนเรียกช่างมาดูดออก พลาดเกิดไฟลุกไหม้รถกลางปั๊ม     -ครูมัธยมขับรถเชฟโลเร็ตกวาด จยย.จอดติดไฟแดง 5 คันตาย 2 เจ็บ 5 ตร.จับเป่าแอลกอฮอล์ได้แค่ 39 มิลลิกรัม ล่าสุดมีคลิปครูคล้ายคนเมา พูดลิ้นพันกันบอกรู้กม.ดี เจ้าตัวให้การตร.ไม่ได้เมา แต่เป็นโรคประจำตัว ข่าวเพิ่มเติม : เปิดคลิป ครูขับกระบะ กวาด จยย.ติดไฟแดงดับ 2 พูดลิ้นพันกันเหมือนคนเมา แต่ตร.วัดแอลกอฮอล์ได้แค่ 39 มก.     -เด็กปั๊มวัย 16 ลวงสาวร้านสะดวกซื้อไปข่มขืน กลับมาอ้อนวอนไม่ให้แจ้งความ ถูกชายฉกรรจ์รุมทำร้ายจนสลบ เหยื่อเผยรู้จักกับคนร้าย วันเกิดเหตุคนร้ายขับ จยย.มารับ จอดคุยกันที่ป่าข้างทาง พยายามขอเป็นแฟนหลายครั้ง แต่ผู้หญิงปฏิเสธ เลยโดนชกขู่ทำร้ายและข่มขืน ก่อนย้อนกลับมาไม่ให้เอาเรื่อง เหยื่อสาวยันไม่รู้จักกลุ่มวัยรุ่น ข่าวเพิ่มเติม : เด็กปั๊มวัย 16 ข่มขืนสาวรุ่นพี่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนย้อนมาขอไม่ให้เอาเรื่อง เลยโดนแก๊งโจ๋รุมตื๊บน่วม     -กานต์ร่วมมือแซนวิช บุกไล่อีฟพ้นบ้านเสก ลั่นวันกำจัดมาร เจอขวดน้ำมันและดินป่าช้าที่เจอในห้องนอนเสกไปให้พระดู พระพูดเขาเลี้ยงผี ก่อนทำพิธีเผาทิ้ง กานต์เผยอยากให้เสกบวชสักเดือน ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากร่าง ข่าวเพิ่มเติม : ครอบครัวสุขสันต์ 'กานต์-แซนวิช' แท็กทีมไล่ 'อีฟ' พ้นบ้าน 'เสก' ผงะเจอกระทงปริศนา พระบอก "เค้าเลี้ยงผีกัน"     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iTE8xS2D1nM

 11,809
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 62

รุ่นพี่ม.3 ข่มขืนรุ่นน้อง ม.1 ในห้องน้ำร.ร. ซ้ำครูปิดเรื่องให้เด็กกินยาคุมฉุกเฉิน ผอ.แจงปมพ่อแม่เรียกเงิน 6 แสน

โคราช-ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิง อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 โรงเรียนใน อ.โนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เรื่องที่บุตรสาวของตนเองถูกเยาวชนอายุ 16 ปี ชั้น ม.3 เพื่อนรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกันล่อลวงไปข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียน   โดยผู้ปกครองระบุว่า ภายหลังจากที่บุตรสาวของตนเองถูกข่มขืนแล้ว มีครูที่โรงเรียนพยายามปกปิดเรื่องดังกล่าวไม่ให้ผู้ปกครองทราบ พร้อมกับซื้อยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินให้บุตรสาวกิน จนเกิดอาการข้างเคียงต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาอาการหลายครั้ง ซึ่งต่อมาผู้ปกครองของเด็กสาวได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนสูง และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย   ต่อมาทาง ผอ.โรงเรียนได้ออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 เป็นช่วงเย็นที่โรงเรียนเลิกแล้ว ดังนั้นนักเรียน และครูหลายคนก็กลับบ้านกันไปเกือบหมด เหลือเพียงนักเรียนบางส่วนที่ยังไม่กลับบ้าน ต่อมาวันรุ่งขึ้นตนได้ทราบเรื่องจากครูประจำชั้นว่า มีเด็กนักเรียนชายและหญิงเข้าไปอยู่ในห้องน้ำด้วยกัน ตนจึงได้เรียกเด็กนักเรียนทั้งคู่มาสอบถาม ซึ่งเด็กทั้งคู่ก็ยอมรับว่าได้แตะเนื้อต้องตัวกันจริง แต่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กัน ด้วยความที่เป็นเยาวชนตนจึงไม่อยากคาดคั้นมากเกรงว่า จะทำให้เด็กเกิดความเครียด   ในวันดังกล่าวก็มีผู้ปกครอง และครูที่ปรึกษานั่งรับฟังอยู่ด้วย ซึ่งผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงก็ไม่ติดใจเอาเรื่องอะไร ตนจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเด็กทั้งสองคนว่า อย่าทำพฤติกรรมลักษณะอย่างนี้อีก เพราะจะสร้างความเสียหายทั้งกับตนเอง และโรงเรียน   ซึ่งต่อมาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงก็มาบอกว่า เด็กทั้งคู่ยังคงติดต่อพูดคุยกันอยู่อีก ตนจึงเรียกเด็กชายมาว่ากล่าวตักเตือนอีกครั้งต่อหน้าผู้ปกครองของนักเรียนหญิง พร้อมกับห้ามไม่ให้เด็กทั้งสองคนติดต่อกันในเชิงชู้สาวอีก ซึ่งผู้ปกครองของนักเรียนหญิงก็รับทราบ และไม่เอาเรื่องแต่อย่างใด ดังนั้นหากจะกล่าวโทษว่าผู้บริหารโรงเรียน หรือครูปกปิดเรื่องนี้ มันจึงไม่ใช่เรื่องจริงเลย   ส่วนกรณีมีการกล่าวหาว่า ทางตนและผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชายเสนอเงินจำนวน 40,000 บาท เพื่อปิดคดีนี้นั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะหลังจากที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงจับได้ว่า เด็กทั้งสองคนมีการพูดคุยกันทางไลน์ในลักษณะขอมีเพศสัมพันธ์กัน ทำให้ผู้ปกครองของเด็กหญิงเกิดความไม่พอใจ และเข้าแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งตำรวจก็ได้เรียกตนเอง และผู้ปกครองของเด็กทั้งสองฝ่ายไปเจรจาไกล่เกลี่ยกัน   ทางผู้ปกครองของเด็กหญิงก็ได้เรียกเงินค่าเสียหายกับผู้ปกครองของเด็กชายเป็นจำนวนสูงถึง 600,000 บาท แต่ผู้ปกครองของนักเรียนชายไม่มีเงิน จึงเสนอว่าให้เงินได้เพียง 20,000 บาท พร้อมกันนี้ผู้ปกครองฝ่ายหญิงยังขอให้ทางโรงเรียนรับผิดชอบด้วย ซึ่งทางโรงเรียนก็ได้รวบรวมเงินกันได้อีกจำนวน 20,000 บาท รวมเป็นทั้งหมด 40,000 บาท แต่ฝ่ายผู้ปกครองของเด็กหญิงไม่ยอม ซึ่งการพูดคุยเรื่องทั้งหมดนี้ก็พูดคุยกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.โนนสูง ทุกครั้งไม่มีการพูดในที่ลับแต่อย่างใด   ขณะที่เรื่องการส่งหนังสือแจ้งไปให้ผู้ปกครองนักเรียนหญิงให้พาบุตรสาวมาเรียนตามปกตินั้น ก็เป็นหนังสือราชการแบบ บค.14 ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน ซึ่งช่วงท้ายของหนังสือระบุว่า   หากฝ่าฝืนโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร จะมีความผิดตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเป็นการทำตามระเบียบราชการ ไม่ได้เป็นการทำโดยพลการแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามคดีนี้อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ตนก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้ตนจะมีมาตรการดูแลเด็กนักเรียนไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำขึ้นอีก   ด้านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถามศึกษานครราชสีมา เขต 1 ได้สั่งการให้ทางโรงเรียนตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MLMpl9rS4ek

 11,039
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ค. 62

หนุ่มนัดเจอสาวทางแชท ก่อนหลอกจะพาไปเที่ยวตลาด 100 ปี สุดท้ายพาไปขืนใจ-ปล่อยทิ้ง

ฉะเชิงเทรา-สาววัย 21 ปี แจ้งความว่าถูกชายหนุ่มวัยใกล้เคียงกัน ที่รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก แชทล่อลวงมาข่มขืนที่บ้านพัก ในพื้นที่ ต.จรเข้น้อย ก่อนนำมาปล่อยทิ้งไว้ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง ริมถนนเทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา   ผู้เสียหายเล่าว่า เป็นนักศึกษา กศน.แห่งหนึ่งใน อ.พนมสารคาม และได้รู้จักกับนายบอล ผู้ก่อเหตุผ่านทางเฟซบุ๊ก ได้มีการแชทพูดคุยจนเกิดความใกล้ชิดกันเพียงระยะเวลาไม่นาน ก่อนที่จะมีการนัดแนะให้ตนเองเดินทางมาหา โดยนัดให้ตนมาพบที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถ.ศรีโสธรตัดใหม่ ภายในตัวเมืองฉะเชิงเทรา และจะพาตนไปเดินเที่ยวที่ตลาดเก่าแก่คลองสวน 100 ปี ใน ต.เทพราช   ด้วยความไว้ใจจึงหลงเชื่อ ไปตามที่นัดหมาย โดยนายบอลได้ ขี่รถ จยย.มารับและได้ออกอุบายจะพาไปตลาดร้อยปีคลองสวน ตนจึงได้ขึ้นซ้อนท้ายรถ จยย. แต่นายบอลกลับไม่พาไปยังตลาดร้อยปีอย่างที่บอกไว้ แต่พาตนเข้าไปยังที่บ้านพักบริเวณบ่อกุ้ง บริเวณใกล้กับวัดจรเข้น้อย   ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยรอบนั้นเปลี่ยว มีแต่บ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาล้อมรอบ ไม่ได้พาไปท่องเที่ยวยังตลาดเก่าแก่ 100 ปี ตามที่ได้พูดคุยกันไว้ นายบอลหลอกให้ตนนั่งรอในบ้านพัก เพื่อไปต่อยังตลาดร้อยปีก่อนที่จะลงมือข่มขืนกระทำชำเราอนาจาร และกักขังหน่วงเหนี่ยวตนไว้ภายในบ้าน   ตนพยายามอ้อนวอน ให้นายบอลปล่อยตัวและพากลับออกมาส่งกลับบ้านยังสถานีขนส่งผู้โดยสาร จนกระทั่งเวลา 12.00 น. ตนจึงได้ออกอุบายว่าหิวข้าวแล้ว อยากกินข้าว นายบอลจึงได้ ขี่รถ จยย.พานั่งซ้อนท้ายมาส่งทิ้งไว้ยังที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้แล้วขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงรับโทรแจ้ง 191 ขอความช่วยเหลือ   จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วมารับตัว เพื่อสอบสวนและชี้จุดเกิดเหตุ และพาตรวจร่างกายหาร่องรอยหาการถูกการข่มขืนกระทำชำเรา เพื่อเป็นหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cjbpc6EP7SQ

 6,210
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

ด.ญ.13 ปี ถูกแฟนเก่าหลอกไปให้เพื่อนรุมโทรม ถ่ายคลิปขู่เรียกเงิน เครียดไม่กล้าบอกพ่อที่เป็นใบ้ โร่แจ้งความเอง

ชลบุรี-เด็กหญิงอายุ 13 ปี เข้าไปขอความช่วยเหลือกับทางเจ้าหน้าที่ หลังถูกเพื่อนชายพร้อมกับพวกอีก 3 คน ทำการข่มขืนสำเร็จความใคร่ พร้อมกับมีการถ่ายคลิปเก็บเอาไว้ และมีการข่มขู่ขอเงินเหยื่อจำนวน 3,000 บาท หากเหยื่อไม่จ่ายเงิน จะเผยแพร่คลิปในโลโซเซียน ประจานให้เกิดความอับอายทันที จนกระทั่งเด็กหญิง 13 ปี ไม่มีทางออก รีบขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจฉลามขาว บางแสน ให้ช่วยเหลือทันที   จากการสอบสวนพูดว่า มีนายบิ๊ก เพื่อนชายอายุ 14 ปี อดีตแฟนมารับ แล้วก็พาไปบ้านพักหลังหนึ่งย่านใกล้กับเขาสามมุก เพื่อไปหานายกอล์ฟ อายุ 16 ปี เพื่อนอีกคน หลังจากนั้นก็เข้าไปในห้อง ถูกนายกอล์ฟ ทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่เสร็จ นายกอล์ฟก็โทรศัพท์เรียกเพื่อนอีก 2 คนคือนายนัท อายุ 30 ปี กับหนุ่มชาวเมียนม่า ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ปี มาหา   ทางผู้เสียหายตกใจจะกลับบ้านพัก แต่ถูกชายทั้งหมดเอากุญแจมือมาล็อกมือทั้ง 2 เอาไว้ แล้วก็ทำการข่มขืน ในระหว่างข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ และมีการถ่ายคลิปเอาไว้ พร้อมขู่ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร มิเช่นนั้นอาจจะประจานให้อับอาย จนกระทั่งเด็กเก็บความเครียดเอาไว้ แล้วก็ไปปรึกษากับเพื่อน โดยผู้ก่อเหตุยังข่มขู่ว่า ขอเงิน 3,000 บาท แลกกับคลิปที่ถ่ายเอาไว้ หากไม่จ่าย จะเอาคลิปเผยแพร่ในโลโซเซียนต่อไป ทางเด็กกลัวไม่กล้าที่จะบอกพ่อ   หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังพ่อของเด็กอายุ 13 ปี ที่ถูกข่มขืนมา แต่พ่อเป็นใบ้ สื่อสารกันไม่เข้าใจ จึงเดินทางไปพบอาจารย์โรงเรียนโสตศึกษา เพื่อสื่อสารเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ให้พ่อของเด็กเข้าใจ แล้วพาเข้าแจ้งความที่ สภ.แสนสุขเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 4 คน   ทางเจ้าหน้าที่ได้พาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่กระทำข่มขื่นต่อไป คลาดว่า วันนี้ (22 ก.ค.)จะทำการสอบสวนผู้เสียหายอีกครั้ง และจะให้เจ้าหน้าที่ออกติดตามผู้กระทำทั้งหมดมาทำการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KSTlFY1FPa0

 13,218
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ค. 62

รวบหนุ่มวัย 19 ข่มขืน ด.ญ.4 ขวบ แม่เด็ก เผย ให้ข้าวกินประจำ ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุ

วันที่ 14 ก.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ่าวลึก ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นำตัวนายสรายุทธ อายุ 19 ปี บ้านอยู่ จ.นราธิวาส ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง หลังก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงเอ (นามสมุติ ) อายุ 4 ขวบ ที่กระท่อมร้าง หลังเทศบาลตำบลแหลมสัก อ.อ่าวลึก ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา   โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 13 ก.ค. 62 ตำรวจ สภ.อ่าวลึก ได้รับแจ้งว่า มีเหตุเด็กหญิงถูกข่มขืน ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ร่วมกับทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ออกค้นหา จนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้พบผู้ต้องหานั่งอยู่ที่หน้ามัสยิดบ้านคลองทราย ต.แหลมสัก จึงเข้าควบคุมตัวไว้ ขณะที่เด็กหญิงเอ ทางตำรวจได้นำส่ง รพ.กระบี่ โดยผลตรวจพบมีร่องรอยถูกข่มขืน   ทั้งนี้ ผู้ต้องหากับเด็กนั้นรู้จักกัน โดยผู้ต้องหาได้ล่อลวงเด็ก ขณะนั่งอยู่บนรถสามล้อพ่วงข้างที่มารดาเด็ก ลงไปซื้อของในร้านแห่งหนึ่งในตำบลแหลมสัก    ด้าน แม่เลี้ยงของ ด.ญ.เอ กล่าวว่า นายสรายุทธเป็นคนเร่ร่อน เคยมาขอข้าวกินที่บ้านประจำ จึงทำให้รู้จักกันเป็นอย่างดี ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุแบบนี้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง เพื่ออนาจาร ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี   

 11,245
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 62

สาวเกาหลีบินมาไทย หอบหลักฐานแจ้งความโดนไฮโซหนุ่มข่มขืน-มอมยาคาผับดังเบิร์นนิ่งซัน

สาวเกาหลี อายุ 27 ปี ที่อ้างว่าเดินทางไปเที่ยวผับเบิร์นนิ่งซัน ผับฉาวที่โยงคดีนักร้องเกาหลีดัง แล้วอ้างว่าถูกไฮโซหนุ่มคนไทย เป็นกลุ่มเพื่อนเซเลบของเจ้าของผับล่วงละเมิดทางเพศ     ล่าสุดสาวเกาหลีคนดังกล่าวได้เดินทางมาประเทศไทย เล่าว่าในวันเกิดเหตุ ตนและน้องสาว ได้ไปที่สถานบันเทิงเบิร์นนิ่งซัน ของซึงรี นักร้องจากวง บิ๊กแบง จากนั้นก็มีการสังสรรค์ตามปกติ อยู่ๆ ก็มีคนรู้จัก ได้แนะนำให้รู้จักกับหนุ่มไทย มีการแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ   โดยไฮโซหนุ่ม ได้พยายามมาคุยด้วย ชวนมาเที่ยวที่เมืองไทย แต่ว่าตนไม่สนใจและไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษมากนัก จึงไม่ค่อยได้คุยกัน จากนั้นคนรู้จัก ก็ได้ชวนให้ดื่มวิสกี้แก้วเล็ก คล้ายกับแก้วโชจู ตนจึงได้ดื่มไป 3 แก้ว จากนั้นก็ไม่ได้รู้สึกเมาอะไร   ต่อมาช่วงเช้าก็ตกใจที่ตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องแห่งหนึ่ง พยายามหาโทรศัพท์ของตัวเอง ก็เห็นว่าหนุ่มไทย อยู่ในห้อง และพยายามจะข่มขืนตน พร้อมกับบอกให้ผ่อนคลาย และเอามืดกดที่ลำคอ ซึ่งตนก็พยายามขัดขืน แต่ก็โดนข่มขืนในที่สุด   สำหรับรูปที่หนุ่มไทย ถ่ายมาเป็นรูปชูสองนิ้วในผับนั้น ตนไม่ได้ตั้งใจจะถ่าย เพียงแค่พยายามจะปัดหลบกล้องเท่านั้น ขณะนั้นตนก็อยู่ในอาการมึนๆ อยู่ เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ตนจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และมาที่นี่ได้อย่างไร ตนจึงรีบออกจากห้องทันที และจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตนนั้นยังไม่มีหลักฐานมากพอ จึงได้ไปตรวจสุขภาพกับทางโรงพยาบาล   แพทย์ระบุว่า มีรอยฟกช้ำที่ลำคอ กระดูกซี่โครงซ้ายหัก มีการตรวจอสุจิในช่องคลอดแล้วพบว่าตรงกับชายไทย โดยตนยืนยันว่าไม่ได้มีการยินยอมแน่นอน เพราะตนไม่ได้รู้สึกชอบ หรือสนใจหนุ่มไทยเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ตนยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตนจำอะไรไม่ได้เลย จึงได้เดินทางไปที่ผับเบิร์นนิ่งซัน เพื่อหาหลักฐาน โดยทราบว่า แก้วที่ได้ดื่มวิสกี้ ไม่ใช่แก้วของผับเบิร์นนิ่งซัน เป็นแก้วที่นำมาเอง และเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรม พบว่า ตนนั้นเดินเข้าไปปกติ ซึ่งตนจำเหตุการณ์ไม่ได้เลย   ทำให้จึงสงสัยว่าเครื่องดื่มที่ชายไทยให้ดื่มนั้นอาจจะมียาเสพติดชนิด GHB หรือยาเสียเสียสาวด้วย เพราะในขณะนี้ที่เกาหลีกำลังแพร่หลาย และจากอาการที่ตนเป็น ก็คล้ายกับอาการของคนโดนสารเสพติด GHB ด้วย   เธอจึงได้ตัดสินใจนำหลักฐานทั้งผลการตรวจจากโรงพยาบาล และหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลี มาที่สถานทูตเกาหลีในไทย เพื่อจะดำเนินคดีในประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ ทางตำรวจเกาหลี ได้ส่งสำนวนให้อัยการและอัยการได้ส่งเรื่องไปยังตำรวจ interpol เพื่อออกหมายแดงแล้ว   ทั้งนี้ยืนยันว่าการที่ออกมาเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการเงินทอง เพียงแต่ต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย และยืนยันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xQw8tyAW24Y

 21,917
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 62

ศาลตัดสิน คุก 21 ปี 4 เดือน 'บังนัด' ลวงเด็กหญิงวัย12 ข่มขืนในตึกร้าง ย่านรามคำแหง

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 21 ปี 4 เดือน นายสำรวย หรือ บังนัด ลวงเด็กหญิงวัย 12 ปีไปข่มขืนในตึกร้าง ย่านรามคำแหง จำเลยยอมรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษเหลือจำคุก 10 ปี 8 เดือน   วันที่ 11 ก.ค. ภายหลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัว นายสำรวย จิตรชื้น หรือ บังนัด จำเลยในคดีลวงเด็กหญิงวัย12 กระทำชำเราในตึกร้าง จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสำรวย จิตรชื้นอายุ 43 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ    โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเเล้ว โจทก์นำสืบข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มารดาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.หัวหมาก ให้ดำเนินคดีกับจำเลย ซึ่งพาผู้เสียหายไปกระทำชำเราในตึกร้างย่านรามคำแหง พนักงานสอบสวน จึงพาผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกาย ที่รพ.ตำรวจ ผลชันสูตรพบว่าภายในช่องคลอดพบบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด จากนั้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินไปทางตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด    ต่อมาวันที่ 17 ก.พ. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมจำเลยได้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ และกระทำชำเราเด็กไม่เกิน 13 ปี ในชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และมีการนำตัวจำเลยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า ขณะพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักจำเลยได้มาชักชวนผู้เสียหายกับน้องลงไปซื้อขนม จากนั้นจำเลยได้ให้น้องสาวผู้เสียหายกลับขึ้นไปยังห้องพัก และพาผู้เสียหายซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์ไปยังอาคารร้าง ซึ่งอยู่ตรงข้าม รพ.รามคำแหง ก่อนที่จะลงมือกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอม เห็นว่าผู้เสียหายเป็นเด็ก และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าอับอาย หากเหตุการณ์ไม่เป็นความจริงคงไม่นำมาบอกเล่าแก่มารดา เชื่อว่าผู้เสียหายเบิกความไปตามความจริงไม่ปรากฎข้อพิรุธสงสัย    อีกทั้งผลชันสูตรจากรพ.ตำรวจ ที่ระบุว่า พบว่าภายในช่องคลอดของผู้เสียหายพบบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด และหลังเกิดขึ้นผู้เสียหายได้เล่าให้มารดาฟัง และได้เดินทางมาแจ้งความทันที จึงไม่มีเหตุสงสัยว่าผู้เสียหายจะกลั่นแกล้งจำเลยคดี จึงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดข้อหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ และ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี    การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ จำคุก 6 ปี, ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี จำคุก 10 ปี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ จำคุกปี 8 ปี, และฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี จำคุก 13 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 21 ปี 4 เดือน    จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 ปี 8 เดือน โดยในวันนี้ไม่บว่ามีญาติ หรือ ทนายความฝั่งจำเลย เดินทางมาฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด         อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ลุ้น! ศาลตัดสิน 'บังนัด' ลวงเด็กหญิงวัย12 ข่มขืนในตึกร้าง ย่านรามคำแหง    

 1,270
ข่าวภูมิภาค
21 มิ.ย. 62

จับร่างทรงหื่น ลวงสาวเสริมดวง ต้องแก้ผ้าลงอักขระทั้งตัวก่อนข่มขืน อ้างเหยื่อยินยอม

ขอนแก่น-ตำรวจ สภ.น้ำพอง ทำการจับกุมตัวนายสุรศักดิ์ ภักดีสุวรรณ อายุ 28 ปีข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ ตามหมายศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 200/2562   จากการสอบสวนทราบว่า นายสุรศักดิ์ หรือหมอแจ๊ค เปิดสำนักทรงเจ้าเสริมโชคชะตาให้กับผู้ที่ดวงตก หวังที่จะเสริมดวงให้มีแต่ความโชคดี โดยมีลูกค้าส่วนมากเป็นหญิงสาว ตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป โดยการให้เข้ามาในห้องที่มีเครื่องบวงสรวงภายในบ้าน   โดยในการทำพิธีหญิงสาวต้องทำการถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดก่อนที่จะทำพิธี และจะต้องทำการลงอักขระให้ได้ทั้งตัว หลังทำพิธีเสร็จก็จะต้องทำพิธีอุดอักขระด้วยการปิดทวารร่างกายทั้งหมด ทั้ง 4 ทิศ โดยจะต้องมีการล่วงล่วงละเมิดทางเพศด้วย   ซึ่งหมอแจ๊คได้อ้างว่า ผู้ที่มาทำพิธีได้ยินยอมทุกคน และทั้งหมดที่ทำพิธีนั้น ผู้ปกครองหรือผู้ติดตามก็สามารถรับรู้ในพิธีการได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อเพราะระหว่างการทำพิธีได้มีการปิดประตูลงกลอนไม่ให้ผู้ใดเข้าไปภายในห้องแต่อย่างใด ซึ่งมีผู้เสียหายได้เข้าปากคำแล้วจำนวน 3 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pae2huvLFV4

 8,627
ข่าวภูมิภาค
15 มิ.ย. 62

จับ 'ไอ้เน่า' หนุ่มรับจ้างเลี้ยงวัว ใช้แอพฯแต่งภาพโปรไฟล์เฟซบุ๊กจนหน้าตาดี ลวงสาว 17 ปีไปข่มขืน

ตาก - หนุ่มรับจ้างเลี้ยงวัว ใช้แอพฯแต่งรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กขาว-หน้าตาดีเหมือนหนุ่มเกาหลี ลวงสาววัย 17 ปีไปข่มขืน โดยสาวเห็นในเฟซบุ๊กว่าหน้าตาดี ในเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า 'พงษ์' แต่จริงๆชื่อเล่น 'ไอ้เน่า' พอสาวตกหลุมนัดไปเจอ ลวงไปข่มขืน   ล่าสุดถูกจับได้แล้วชื่อ นายณัฐพงษ์ สุขเกษม อาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว ยอมรับสารภาพ ตัวดำ ชื่อไม่ค่อยเพราะ ก็เลยเปลี่ยนทุกอย่าง แล้วก็เปลี่ยนสีผมจะได้เหมือนหนุ่มเกาหลี            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/y8A5pl8rAjM

 8,812
ข่าวต่างประเทศ
06 มิ.ย. 62

สะเทือนใจ! สาวดัตช์วัย 17 ตัดสินใจ 'การุณยฆาต' หลังถูกข่มขืนหลายครั้งตั้งแต่อายุ 11 ขวบ

เนเธอร์แลนด์ - โนอา โพโธเวน อายุ 17 ปี ตัดสินใจทำการุณยฆาต จบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายอย่างไม่เจ็บปวด และเป็นการกระทำที่ถูกกฎหมายในเนเธอร์แลนด์ ต้องการพ้นความทุกข์ทรมานจากภาวะป่วยทางจิตใจอย่างรุนแรง รวมถึงโรคซึมเศร้า   หลังถูกล่วงเกินทางเพศ และโดนข่มขืนกระทำชำเราถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 11-14 ปี เลือกจบชีวิตตัวเอง ในห้องนั่งเล่นของคลินิกการุณยฆาต โดยโพสต์ข้อความสุดท้าย แจ้งเพื่อนๆบอกว่า อย่าโน้มน้าวให้เธอเปลี่ยนใจ   ทั้งนี้ ตามกฎหมายในเนเธอร์แลนด์ ระบุให้เด็กที่มีอายุต่ำสุด 12 ปี ทำการุณยฆาตได้ แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนว่าอาการของผู้ป่วย ไม่สามารถเยียวยารักษาได้  

 30,176
ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 62

ล่าตัวหนุ่มสกินเฮด ข่มขืนสาวข้างกองขยะชลบุรี เคยโชว์ช่วยตัวเองให้เห็นก่อน 2 ครั้ง

ชลบุรี-เกิดเหตุหญิงสาวถูกข่มขืน บริเวณกองขยะริมถนนสุขุมวิท กม.154 เส้นทางพัทยา-สัตหีบ หมู่ 1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ห่างริมถนนสุขุมวิทเข้าไป 5 เมตร พบผู้เสียหาย คือ น.ส.หนู (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี อาชีพเก็บของเก่าขาย กำลังอยู่ในอาการหวาดผวา   ก่อนนำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่คนร้ายลงมือข่มขืน 2 จุดซึ่งห่างกันไม่มาก เบื้องต้น พบร่องรอยการต่อสู้และถุงยางอนามัยใช้แล้วที่คนร้ายทิ้งไว้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งพิสูจน์คราบอสุจิ   ด้าน น.ส.หนู ผู้เสียหาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถพ่วงข้างออกจากบ้านพัก เพื่อไปตระเวนหาเก็บของเก่า จนมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายเป็นชายหน้าตาดี อายุประมาณ 40 ปี ทรงผมสกินเฮด รูปร่างท้วม ผิวขาว สูงประมาณ 170 ซม. ขับรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์เทา เข้ามาจอดข้างๆ แล้วพูดว่า "รู้ไหมมาเก็บขยะตรงนี้ผิดกฎหมาย" ก่อนจะลงมาฉุดกระชากลากคอเข้าข้างทาง ซึ่งตนได้ขัดขืนแต่สู้แรงไม่ไหว   จากนั้นคนร้ายได้ถอดกางเกงยีนที่ใส่อยู่ ก่อนจะสวมถุงยางอนามัยแล้วลงมือข่มขืนบนพื้นดินข้างรถ แต่ไม่สำเร็จความใคร่ ต่อมา คนร้ายได้บังคับให้เข้าไปในป่าห่างจุดแรกประมาณ 50 เมตร แล้วลงมือข่มขืนซ้ำอีกครั้งจนสำเร็จความใคร่ ก่อนขับรถหลบหนีไปทางถนนสุขุมวิท   ผู้เสียหายให้การอีกว่า ตนจำได้ว่าก่อนหน้านี้คนร้ายเคยขับรถติดตามตนขณะเก็บของเก่า เมื่อถึงจุดที่ปลอดผู้คนก็ควักอวัยวะเพศออกมาช่วยตัวเองให้ตนเห็นถึง 2 ครั้ง แต่ที่ผ่านมาไม่ได้แจ้งความ ซึ่งครั้งนี้คาดว่าคนร้ายได้ขับรถติดตามตนมา เมื่อสบโอกาสจึงลงมือข่มขืน ส่วนที่ไม่กล้าวิ่งหนี เพราะเห็นคนร้ายพกอาวุธปืนมาในรถด้วย จึงกลัวจะถูกฆ่าปิดปาก   ด้าน ตร.ระบุ เบื้องต้นผู้เสียหายได้จดจำใบหน้าคนร้ายและป้ายทะเบียนรถได้อย่างชัดเจน ทำให้รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อย่างไรก็ตาม จะได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจรักษายังรพ.สัตหีบ กม.10 ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F8gs5FeTJj4

 11,952
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 62

รวบ 2 อา-หลาน ก่อคดีข่มขืนเหมือนกัน! อาเป็นอดีตพระข่มขืนยายวัย 78 ปี ส่วนหลานข่มขืนเด็ก 14

พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ กองกับการปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดเผยถึงการจับกุมนายทองหล่อ ทวีบุตร อายุ 40 ปี พระหื่นที่ก่อเหตุลากหญิงชราข่มขืนในกุฏิร้าง เหตุเกิดที่อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562    และสามารถจับกุมนายอนนท์ ทวีบุตร อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ ของนายทองหล่อ ก่อคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี เหตุเกิดเมื่อปี 2560 โดยจับได้ที่หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.10 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี   โดยพันตำรวจเอกเนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เผยภายหลังได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายทองหล่อหรืออดีตพระทองหล่อ ที่ได้ใช้อาวุธมีดจี้ยายวัด 78 ปี ไปข่มขืน ขณะจำวัดอยู่ที่วัดร้างได้เพียง 10 วัน และได้ทำการสึกมาพักอาศัยอยู่กับนายอนนท์ หลานชายที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยรับจ้างขุดมันสัมปะหลัง ที่อำเภอไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมกลางไร่มันสำปะหลัง โดยนายทองหล่อรับสารภาพก่อนก่อเหตุได้ดื่มสุราและดูคลิปวิดีโอโป๊จนเกิดอารมณ์ จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุม นายอนนท์ ทวีบุตร หลานพระทองหล่อ ทวีบุตร ได้ ขณะติดตามจับกุมตัวพระทองหล่อนั้น ทราบว่าหลังก่อเหตุข่มขืน พระทวีบุตรได้หลบหนีไปพักอยู่กับนายอนนท์ หลานชาย จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีท้องที่ สภ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังจับกุมตัวนายอนนท์ ไว้อีกคน   โดยในวันเกิดเหตุนายอนนท์ ได้เข้าไปบ้านของผู้เสียหาย ขณะพ่อแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหายไปรับจ้างต่างหมู่บ้าน ปล่อยให้พี่น้องอยู่เพียงลำพังสามคนภายในบ้านพัก ก่อนที่จะเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราพี่สาวคนโตอายุ 14 ปีและหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามจับกุมขณะนายอานนท์หลบหนีมาทำงานที่โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการส่งตัว 2 อา-หลาน ไปดำเนินคดีตามกฎหมายโดยตัวนายทองหล่อถูกส่งไปดำเนินคดีที่สภ.คลองท่อม จังหวัดกระบี่ ส่วนตัวในอานนท์ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่สภ.ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RhISoGNSnDc

 2,498
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 62

รวบคาวัด!! จับสึกพระหื่น หนีคดี 9 ปี รับต่อยท้องสาวลากมาข่มขืนบนกุฏิ

ตำรวจกองปราบปราม ควบคุม ตัว นายวินัย ชูกลิ่นหอม  ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายและข่มขืนหญิงผู้เสียหายเหตุเกิด8 ต.ค.2553  โดยนายวินัยขณะที่บวชเป็นพระ  ได้พบเห็นผู้เสียหายเดินมาจึงเข้าไปกอด และทำร้ายร่างกายโดยใช้กำปั้นต่อยเข้าที่ท้องไปหลายทีเพื่อหวังจะข่มขืน แต่ผู้เสียหายยังมีสติจึงเป็นแกล้งตาย เพื่อหวังว่าผู้ต้องหาจะตกใจแล้วหนีไป แต่นายวินัยผู้ก่อเหตุ ซึ่งในขณะที่ก่อเหตุนั้นก็ยังบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายหน้ามืด และเป็นจังหวะที่ชาวบ้านในระแวกนั้นเดินมาพบเห็นเข้าพอดี นายวินัยตกใจวิ่งหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่านาน 8 วัน จนนายวินัยเห็นว่าไม่มีใครตามมา จึงได้ลาสิกขาเองโดยการถอดผ้าเหลืองออก แล้วหลบหนีมาทำงานในกรุงเทพฯ และเริ่มบวชอีกเมื่อปี 2558   จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนทราบว่านาย วินัย ชูกลิ่นหอม  อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้หลบหนีมาบวชที่วัดแห่งหนึ่งที่ จว.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าวปรากฏพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับศาลดังกล่าว   เบื้องต้น นายวินัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังฝากเตือนผู้ที่ก่อเหตุกระทำความผิดทั้งหลายว่าหากก่อเหตุแล้วอย่าได้หลบหนีมาบวชทำให้ศาสนาเสื่อมเสียอีกเลย ให้เข้ารับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายดีกว่า

 19,749

Top