ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 62

รวบ 2 อา-หลาน ก่อคดีข่มขืนเหมือนกัน! อาเป็นอดีตพระข่มขืนยายวัย 78 ปี ส่วนหลานข่มขืนเด็ก 14

พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ กองกับการปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดเผยถึงการจับกุมนายทองหล่อ ทวีบุตร อายุ 40 ปี พระหื่นที่ก่อเหตุลากหญิงชราข่มขืนในกุฏิร้าง เหตุเกิดที่อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562    และสามารถจับกุมนายอนนท์ ทวีบุตร อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ ของนายทองหล่อ ก่อคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี เหตุเกิดเมื่อปี 2560 โดยจับได้ที่หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.10 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี   โดยพันตำรวจเอกเนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เผยภายหลังได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายทองหล่อหรืออดีตพระทองหล่อ ที่ได้ใช้อาวุธมีดจี้ยายวัด 78 ปี ไปข่มขืน ขณะจำวัดอยู่ที่วัดร้างได้เพียง 10 วัน และได้ทำการสึกมาพักอาศัยอยู่กับนายอนนท์ หลานชายที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยรับจ้างขุดมันสัมปะหลัง ที่อำเภอไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมกลางไร่มันสำปะหลัง โดยนายทองหล่อรับสารภาพก่อนก่อเหตุได้ดื่มสุราและดูคลิปวิดีโอโป๊จนเกิดอารมณ์ จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุม นายอนนท์ ทวีบุตร หลานพระทองหล่อ ทวีบุตร ได้ ขณะติดตามจับกุมตัวพระทองหล่อนั้น ทราบว่าหลังก่อเหตุข่มขืน พระทวีบุตรได้หลบหนีไปพักอยู่กับนายอนนท์ หลานชาย จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีท้องที่ สภ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังจับกุมตัวนายอนนท์ ไว้อีกคน   โดยในวันเกิดเหตุนายอนนท์ ได้เข้าไปบ้านของผู้เสียหาย ขณะพ่อแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหายไปรับจ้างต่างหมู่บ้าน ปล่อยให้พี่น้องอยู่เพียงลำพังสามคนภายในบ้านพัก ก่อนที่จะเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราพี่สาวคนโตอายุ 14 ปีและหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามจับกุมขณะนายอานนท์หลบหนีมาทำงานที่โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการส่งตัว 2 อา-หลาน ไปดำเนินคดีตามกฎหมายโดยตัวนายทองหล่อถูกส่งไปดำเนินคดีที่สภ.คลองท่อม จังหวัดกระบี่ ส่วนตัวในอานนท์ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่สภ.ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RhISoGNSnDc

 1,597
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 62

รวบคาวัด!! จับสึกพระหื่น หนีคดี 9 ปี รับต่อยท้องสาวลากมาข่มขืนบนกุฏิ

ตำรวจกองปราบปราม ควบคุม ตัว นายวินัย ชูกลิ่นหอม  ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายและข่มขืนหญิงผู้เสียหายเหตุเกิด8 ต.ค.2553  โดยนายวินัยขณะที่บวชเป็นพระ  ได้พบเห็นผู้เสียหายเดินมาจึงเข้าไปกอด และทำร้ายร่างกายโดยใช้กำปั้นต่อยเข้าที่ท้องไปหลายทีเพื่อหวังจะข่มขืน แต่ผู้เสียหายยังมีสติจึงเป็นแกล้งตาย เพื่อหวังว่าผู้ต้องหาจะตกใจแล้วหนีไป แต่นายวินัยผู้ก่อเหตุ ซึ่งในขณะที่ก่อเหตุนั้นก็ยังบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายหน้ามืด และเป็นจังหวะที่ชาวบ้านในระแวกนั้นเดินมาพบเห็นเข้าพอดี นายวินัยตกใจวิ่งหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่านาน 8 วัน จนนายวินัยเห็นว่าไม่มีใครตามมา จึงได้ลาสิกขาเองโดยการถอดผ้าเหลืองออก แล้วหลบหนีมาทำงานในกรุงเทพฯ และเริ่มบวชอีกเมื่อปี 2558   จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนทราบว่านาย วินัย ชูกลิ่นหอม  อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้หลบหนีมาบวชที่วัดแห่งหนึ่งที่ จว.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าวปรากฏพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับศาลดังกล่าว   เบื้องต้น นายวินัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังฝากเตือนผู้ที่ก่อเหตุกระทำความผิดทั้งหลายว่าหากก่อเหตุแล้วอย่าได้หลบหนีมาบวชทำให้ศาสนาเสื่อมเสียอีกเลย ให้เข้ารับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายดีกว่า

 19,116
สังคม-อาชญากรรม
25 เม.ย. 62

กองปราบ รวบหนุ่มใหญ่ อดีตนายหน้าขายบ้าน ขืนใจเด็กหญิงลูกครึ่ง นาน 7 ปี

วันที่ 25 เม.ย. 62 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1บก.ป. พร้อมกำลัง  เข้าจับกุม นายเอนก ศรีสุวรรณ หรือนายบุญเนียม พันเลิศสุวรรณ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน  โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยถูกจับกุมได้ที่ห้องพักแมนชั่นใน ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี   สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 50 นายเอนกมีอาชีพเป็นนายหน้าขายบ้านมือสอง ระหว่างนั้นได้รู้จักกับ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย 13 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน  โดยนายเอนก ทำทีตีสนิทในเชิงชู้สาว ก่อนจะล่อลวงมาที่บ้านพักแล้วบังคับข่มขืน ผู้เสียหายจึงจำยอมคบหากับผู้ต้องหาและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยกันอีกหลายครั้งเป็นเวลานานกว่า 7 ปี   จนกระทั่งมารู้ความจริงว่านายเอนก มีภรรยาแล้ว แถมยังตั้งท้องกำลังจะคลอดลูก จึงเกิดความไม่พอใจ เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิด    เบื้องต้นสอบสวนนายเอนกให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือขืนใจ ด.ญ.ลูกครึ่งจริง ตำรวจจึงคุมตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป  

 10,706
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

สาวท้อง หวิดถูกไอ้หื่นขืนใจข้างทาง พลเมืองดีช่วยทัน จัดไปงามๆ ก่อนส่ง ตร. อ้างเมา จำอะไรไม่ได้!

วันที่ 24 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 03.07 น. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kittisak Jackey Silapornprasert ได้โพสต์ภาพ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเมืองดี ช่วยกันจับชายที่ผู้โพสต์เผยว่ากำลังจะข่มขืนผู้หญิงข้างทาง    ความคืบหน้าล่าสุด ร.ต.อ.ขัตติยะ พลดงนอก รอง สว.สอบสวน สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น สอบปากคำ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ผู้เสียหายซุ่งถูกนายครรชิต แสนเวียง อายุ 29 ปี ก่อเหตุพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ที่ป่าหญ้าข้างทาง ถนนมลิวรรณ ใกล้กับโรงเรียนบ้านกุดแข้ห้วยบง ต.หนองไผ่    ก่อนที่จะมีพลเมืองดีผ่านไปพบและเข้าช่วยเหลือพร้อมจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้ ก่อนนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในสภาพถูกพลเมืองดีถูกรุมประชาทัณฑ์ สะบักสะบอมทั่วทั้งใบหน้า    น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เผยว่า ตนกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน หลังเลิกงาน เจ้าของร้านได้พาไปเที่ยวต่อที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ซึ่งตนขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว หลังจากสถานบันเทิงปิด ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน    ขณะตนก็กำลังขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้าน เนื่องจากดึกแล้วตนจึงค่อยๆ ขับมาตามไหล่ทาง ถึงที่เกิดเหตุ มีชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานต์ตามประกบและคนซ้อนท้ายได้กระโดดลงจากรถ มานั่งค่อมที่เบาะท้ายรถของตน ทำให้รถเสียหลักล้มลงข้างทาง ก่อนที่ 1ในคนร้ายจะ ถอนกางเกงออกและพยายามกดตนลงนอนกับพื้นหญ้าเพื่อจะข่มขืน ตนพยายามร้องให้คนช่วย โชคดีมาพลเมืองดีผ่านมา และจอดรถลงมาช่วยเหลือ ก่อนที่จะรุมกระทืบผู้ก่อเหตุและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุม ช่วยเหลือ จึงรอดมาได้   ด้านนายปิยพัทธ์ บุญมาน้อย อายุ 33 ปี หนึ่งในพลเมืองดี เปิดเผยว่า ตนได้มาเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อนๆ ประมาณ 6 คน ระหว่างทางกลับบ้าน พบว่ามีรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ข้างไหล่ทาง จึงพากันลงไปช่วย ขณะกำลังลงไปพบว่ามีผู้ชายหนึ่งคน ได้วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว และข้างทางพบผู้หญิง นอนร้องขอความช่วยเหลือว่า ถูกคนร้ายกำลังจะข่มขืน และภาพที่ตนเห็นในขณะนั้นคือ คนร้ายถอดกางเกงออกกำลังจะปลุกปล้ำขืนใจ    ด้วยความโมโหจึงได้กระทืบ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุม ซึ่งทีเเรกตนก็ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุการณ์แบบนี้ นึกว่าเป็นเหตุรถล้มลงข้างทางธรรมดา    ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นได้พูดคุยกับผู้ต้องหา ยังไม่สามารถให้การได้อ้างเเต่เพียงว่า เมื่อคืนเมาหนักจำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองก่อเหตุอะไรมา    อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาเตรียมก่อเหตุจริงและเตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก พยายามข่มขืนกระทำชำเรา กระทำอนาจาร และทำร้ายร่างกาย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป       ภาพจาก Kittisak Jackey Silapornprasert  

 10,703
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

รวบหนุ่มหื่น ช่วยตัวเองหน้าห้องพัก ก่อนใช้มีดจี้สาวเพิ่งกลับจากเที่ยวเข้าห้องข่มขืน ทั้งที่เพิ่งพ้นโทษออกมา

อุบลราชธานี-พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี แถลงผลการจับกุม นายอภิสิทธิ์ หรือใบเบิ้ล หมื่นแก้ว อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืน ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน ซ.ชยางกูร 14 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี   สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 19 กพ.62 ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ โดยนายใบเบิ้ล ผู้ต้องหาไปเคาะห้องนางสาวเอ ซึ่งพักอยู่หอพักที่เกิดเหตุและเปิดไฟนอนคุยโทรศัพท์อยู่กับเพื่อนและไม่แน่ใจว่า มีคนมาเคาะห้องจริงไหม จึงไม่เปิดห้อง ก่อนวนเวียนอยู่หน้าห้อง น.ส.เอ นานกว่า 30 นาที พร้อมทำท่าคล้ายกำลังช่วยเหลือตัวเองด้วย   ระหว่างนั้น น.ส.บี ซึ่งเช่าอยู่ห้องใกล้กัน กลับจากเที่ยวกำลังเปิดประตูเข้าห้อง นายใบเบิ้ลอาศัยจังหวะเผลอใช้มีดจี้บังคับเข้าห้องไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่   ต่อมา น.ส.เอ ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย ผ่านเฟซบุ๊ก PatcharakornPangnuan และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีทางกฎหมายจนได้ รวมทั้งยังทราบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุมาแล้วหลายคดี โดยสามารถบุกเข้าไปข่มขืนหญิงสาวตามหอพักต่างๆ และได้ติดคุกและพ้นโทษออกมายังไม่สำนึกผิด   ยังออกมาก่อเหตุตระเวนบุกหอพักที่มีหญิงสาวอาศัยเพียงลำพัง เพื่อทำการข่มขืน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนทำจริง ทั้งนี้ผู้ต้องหายังเป็นทหารเกณฑ์ในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/htYq3M_5SEs

 19,154
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 62

รวบหนุ่มสเปน บังคับใส่กุญแจมือ-กัดคอสาวไทย ก่อนข่มขืนคาคอนโดย่านทองหล่อ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมตำรวจ สน.ทองหล่อ แถลงจับกุม นายจอร์จ วาซ์เกซ โลเปซ ชาวสเปน อายุ 30 ปี   ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริเวณ คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ   จากการสอบปากคำพบว่า ผู้เสียหายเป็นหญิงชาวไทยได้นัดกลุ่มเพื่อนไปดื่มกินและสังสรรค์ ในสถานบันเทิงย่านทองหล่อ จากนั้นได้เดินทางไปที่คอนโดของผู้ต้องหา ระหว่างนั้นผู้เสียหายได้ขอเข้าห้องน้ำ เมื่อออกมาก็พบว่าเพื่อน ๆ ต่างแยกย้ายกันกลับ เหลือเพียงผู้ต้องหากับผู้เสียหาย   จากนั้นผู้ต้องหาชาวสเปน บังคับใช้กำลังเครื่องพันธนาการ หรือกุญแจมือ กับผู้เสียหาย ก่อนจะข่มขืน และทำร้ายร่างกาย ด้วยการกัดที่คอของผู้เสียหาย กระทั่งสำเร็จความใคร่ก่อนหลบหนีไป และตำรวจติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด   จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ เดินทางเข้าออกประเทศไทย 38 ครั้ง ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ม.ค.62 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่าได้รับวีซ่า ประเภทไทยไพรวิลเลจ์ การ์ด (Thai Privilege Card) และจะครบกำหนดอนุญาตในวันที่ 31 ธ.ค. 2562 จากประวัตินายจอร์จ ประกอบอาชีพเป็น Internet Marketing อยู่ในประเทศสเปน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HG2JUx6dRa0

 4,662
สังคม-อาชญากรรม
18 ธ.ค. 61

พ่อช้ำใจ ลูกสาวโดนวัยรุ่น 5 คนรุมโทรม ญาติหนึ่งในผู้ก่อเหตุอ้างเป็น อบต.เสนอเงินให้เรื่องจบ

วันที่ 18 ธ.ค.61 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมเล่าเรื่องราวว่าลูกสาวตนเองถูกวัยรุ่น 5 คน ฉุดไปรุมโทรม โดยระบุข้อความว่า ‘อยากเตือนภัย ชาวสระบุรีนะครับ บ้านเราอยู่ยากแล้ว เหตุเกิดกับลูกสาวผมเองซึ่งโดนวัยรุ่น 5 คนนี้ ฉุดไปรุมโทรม ข่มขืน เรื่องราวรายระเอียดเป็นยังไงอันนี้ผมไม่รู้และ ไม่อยากรู้ด้วย ผมรู้แค่ลูกผมเดินอยู่ข้างถนนแล้ว วัยรุ่นพวกนี้ ฉุดเข้าไปในร้าน ทุกอย่าง 20 แล้วร่วมกันกระทำชำเรา แค่นี้ครับ   จากในคลิปจะมี 2 ช่วง ช่วงแรกคือตอนประมาน 5 ทุ่ม ของวันที่ 16/12/2561 ซึ่งตอนนั้น ผมอยู่ กทม. เพื่อนก็โทรมาบอกว่าลูกสาวเราถูกข่มขืน แต่จับตัวเด็กที่ทำใด้หมดแล้วตอนนี้ กำลังเคลียร์กับพ่อแม่ของเด็กทั้ง คนนี้อยู่   จากที่ฟัง ๆ มาก็ประมานว่า หนึ่งในนั้นมีชายคนหนึ่ง เป็นญาติของเด็กทั้ง 5 คน อ้างว่าตัวเองเป็น อบต. แล้วจะมายัดเงินให้เพื่อให้เรื่องจบ ไม่ต้องแจ้งความไม่ต้องถึงโรงพักจากตอนแรก บอกให้ 30,000 คุยไปคุยมาต่อ10,000 ซึ่งตอนนั้น ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ ผมก็โทรคุยกับเพื่อน ก็บอกว่าให้แจ้งความเลย ไม่เอาเงินจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ทางเพื่อนก็ตัดสินใจอะไรไม่ใด้ ก็รอจนกว่าผมมาถึง ให้ผมมาเคลียร์เอง   คลิปต่อมา คือตอนนั้นผมมาถึงแล้ว ประมาน ตี 2 ก็เห็นเด็ก 5 คนที่กระทำ นั่งเรียงกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อน ก็ควบคุมความโมโหของตัวเองไม่ใด้ ผมใชได้เตะเด็กคนนึงสลบไปคาตีน อีกคนคิ้วแตก พ่อเด็กโดนตบหน้าไปทีนึง ขอหาไม่สั่งสอนลูก แล้วส่วนคนที่อ่างตัวว่าเป็น อบต. ผมก็กระทืบไปอีกชุดนึง ข้อหารู้มาก ออกอุบายเล่ห์เหลี่ยมหลังจากนั้น ก็ส่งตัวขึ้นโรงพัก ลูกสาวผมไปตรวจภายในที่ ร.พ.ระรี ผลตรวจภายในเป็นหนักมาก   หลังจากเรื่องจบ ตำรวจโทรมาว่า พ่อแม่เด็กที่โดนผมกระทืบไปไม่ยอมแจ้งความผมกลับข้อหาทำร้ายร่างกายต่างๆ ผมยอมรับผิด ทุกข้อกล่าวหานะครับ และคลิปนี้ คือคลิปหลักฐานที่ผมได้ทำ เชิญคุณเอาคลิปนี้มามัดตัวผมใด้เลย ผมรับสารภาพ ทุกอย่าง    ล่าสุด เมื่อเช้า ตำรวจโทรหาผม คุยประมาณว่า เป็นห่วงอนาคต เด็ก 5 คน นั้น เหมือนจะให้ผมไม่เอาเรื่อง ผมก็งงตอนนี้กลัวว่าทาง อบต. จะมีเส้นสาย มีเล่ห์เหลี่ยมฝากโซเชียลช่วยด้วย และได้ปล่อยตัวเด็กทั้ง 5 คนไปแล้ว ผมก็ถามทำไมถึงปล่อยพี่ตำรวจบอกว่า ไม่มีหน้าที่ที่จะจับกุม    

 74,448
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ธ.ค. 61

พ่อช้ำใจ ลูกสาวโดนวัยรุ่น 5 คนรุมโทรม ญาติหนึ่งในผู้ก่อเหตุอ้างเป็น อบต.เสนอเงินให้เรื่องจบ

วันที่ 18 ธ.ค.61 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมเล่าเรื่องราวว่าลูกสาวตนเองถูกวัยรุ่น 5 คน ฉุดไปรุมโทรม โดยระบุข้อความว่า ‘อยากเตือนภัย ชาวสระบุรีนะครับ บ้านเราอยู่ยากแล้ว เหตุเกิดกับลูกสาวผมเองซึ่งโดนวัยรุ่น 5 คนนี้ ฉุดไปรุมโทรม ข่มขืน เรื่องราวรายระเอียดเป็นยังไงอันนี้ผมไม่รู้และ ไม่อยากรู้ด้วย ผมรู้แค่ลูกผมเดินอยู่ข้างถนนแล้ว วัยรุ่นพวกนี้ ฉุดเข้าไปในร้าน ทุกอย่าง 20 แล้วร่วมกันกระทำชำเรา แค่นี้ครับ   จากในคลิปจะมี 2 ช่วง ช่วงแรกคือตอนประมาน 5 ทุ่ม ของวันที่ 16/12/2561 ซึ่งตอนนั้น ผมอยู่ กทม. เพื่อนก็โทรมาบอกว่าลูกสาวเราถูกข่มขืน แต่จับตัวเด็กที่ทำใด้หมดแล้วตอนนี้ กำลังเคลียร์กับพ่อแม่ของเด็กทั้ง คนนี้อยู่   จากที่ฟัง ๆ มาก็ประมานว่า หนึ่งในนั้นมีชายคนหนึ่ง เป็นญาติของเด็กทั้ง 5 คน อ้างว่าตัวเองเป็น อบต. แล้วจะมายัดเงินให้เพื่อให้เรื่องจบ ไม่ต้องแจ้งความไม่ต้องถึงโรงพักจากตอนแรก บอกให้ 30,000 คุยไปคุยมาต่อ10,000 ซึ่งตอนนั้น ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ ผมก็โทรคุยกับเพื่อน ก็บอกว่าให้แจ้งความเลย ไม่เอาเงินจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ทางเพื่อนก็ตัดสินใจอะไรไม่ใด้ ก็รอจนกว่าผมมาถึง ให้ผมมาเคลียร์เอง   คลิปต่อมา คือตอนนั้นผมมาถึงแล้ว ประมาน ตี 2 ก็เห็นเด็ก 5 คนที่กระทำ นั่งเรียงกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อน ก็ควบคุมความโมโหของตัวเองไม่ใด้ ผมใชได้เตะเด็กคนนึงสลบไปคาตีน อีกคนคิ้วแตก พ่อเด็กโดนตบหน้าไปทีนึง ขอหาไม่สั่งสอนลูก แล้วส่วนคนที่อ่างตัวว่าเป็น อบต. ผมก็กระทืบไปอีกชุดนึง ข้อหารู้มาก ออกอุบายเล่ห์เหลี่ยมหลังจากนั้น ก็ส่งตัวขึ้นโรงพัก ลูกสาวผมไปตรวจภายในที่ ร.พ.ระรี ผลตรวจภายในเป็นหนักมาก   หลังจากเรื่องจบ ตำรวจโทรมาว่า พ่อแม่เด็กที่โดนผมกระทืบไปไม่ยอมแจ้งความผมกลับข้อหาทำร้ายร่างกายต่างๆ ผมยอมรับผิด ทุกข้อกล่าวหานะครับ และคลิปนี้ คือคลิปหลักฐานที่ผมได้ทำ เชิญคุณเอาคลิปนี้มามัดตัวผมใด้เลย ผมรับสารภาพ ทุกอย่าง    ล่าสุด เมื่อเช้า ตำรวจโทรหาผม คุยประมาณว่า เป็นห่วงอนาคต เด็ก 5 คน นั้น เหมือนจะให้ผมไม่เอาเรื่อง ผมก็งงตอนนี้กลัวว่าทาง อบต. จะมีเส้นสาย มีเล่ห์เหลี่ยมฝากโซเชียลช่วยด้วย และได้ปล่อยตัวเด็กทั้ง 5 คนไปแล้ว ผมก็ถามทำไมถึงปล่อยพี่ตำรวจบอกว่า ไม่มีหน้าที่ที่จะจับกุม    

 74,448
สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 61

รวบแล้ว หนุ่มก่อสร้างลวงแหม่มสาวไปขืนใจ หลังหนีไปกบดานบ้านญาติ

ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.6 ได้จับกุมตัวนายอาณัติ อุดดี  อายุ 34 ปี ช่างก่อสร้าง ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ก่อเหตุขืนใจนักท่องเที่ยวสาวชาวนิวซีแลนด์ วัย 29 ปี บริเวณไซต์งานก่อสร้าง ถนนเฟื่องนคร ได้แล้ว หลังพบว่าหนีกบดานบ้านญาติในตำบลหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดย ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวไปยัง สน.สำราญราษฎร์ และจะสอบสวนในคืนนี้แล้วนำตัวให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.แถลงข่าวในวันพรุ่งนี้เวลาประมาณ 10.00 น.

 8,619
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 61

รวบคนขับรถตู้หื่น ขืนใจ ด.ญ. 2 พี่น้องขณะขับรถรับ-ส่งนร. 'ปวีณา' แนะ ควรมีครูนั่งมาด้วย

 ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้จับกุม นายณัฐวุฒิ จำเริญ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถตู้รับส่งนักเรียน และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล หลังมีผู้ปกครองของเด็กอายุ 12 และ 14 ปี เข้าแจ้งความว่าเด็กทั้งคู่ถูกนายดำ กระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราบนรถตู้ระหว่างไปส่งที่โรงเรียน และช่วงรับกลับบ้าน โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา กระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราแก่เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และไม่เกิน 15 ปี ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป    จากนั้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พา ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี และด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี สองพี่น้อง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม    นางปวีณา กล่าวว่า จากการสอบปากคำเด็กโดยมีสหวิชาชีพอยู่ด้วยทราบว่า ปกติเด็กทั้งคู่จะโดยสารรถตู้คันดังกล่าวไปโรงเรียนและกลับบ้าน โดยรถตู้คันดังกล่าวไม่ได้เป็นรถของโรงเรียน และช่วงที่รับส่งจะมีครูนั่งมาด้วยบางครั้ง     โดยปกติ คนพี่อายุ 14 ปี จะนั่งด้านหน้าและจะส่งบ้านเป็นคนสุดท้าย ซึ่งนายณัฐวุฒิจะออกอุบายหลอกล่อให้เล่นเกมส์ รวมทั้งซื้อขนมให้กินจนหลงเชื่อ จากนั้นนายณัฐวุฒิได้กระทำอนาจาร ทั้งจับหน้าอก และกอดจูบบนรถ จากนั้นได้นัดให้ออกมาเจอกันที่สวนหย่อมของหมู่บ้านก่อนจะลงมือข่มขืนด้วย โดยเด็กเกิดความอับอายจึงไม่กล้าบอกผู้ปกครอง    นางปวีณา กล่าวต่อว่า จากนั้นนายณัฐวุฒิได้บอกให้สลับเอา ด.ญ.บี คนน้องอายุ 12 ปี มานั่งข้างหน้าและใช้อุบายหลอกล่อจนโดนกระทำอนาจารเช่นกัน ด.ญ.บี จึงมาถาม ด.ญ.เอ ว่าโดนเหมือนกันหรือไม่ พอทราบว่าโดนเหมือนกันจึงเอาเรื่องไปฟ้องครูและบอกพ่อแม่จนมีการแจ้งความและร้องเรียนไปยังมูลนิธิเพื่อร้องขอความเป็นธรรม     โดยหลังแจ้งความพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวเหยื่อไปตรวจเช็คร่างกายที่ รพ.ตำรวจ จนทราบว่า ด.ญ.เอ พบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับนายณัฐวุฒิ และสามารถควบคุมตัวได้ในที่สุด     โดยหลังจากนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะดูแลทางด้านสภาพจิตใจของเด็กทั้ง 2 ราย อย่างใกล้ชิด เพราะทั้งคู่ต่างอยู่ในอาการหวาดกลัวและต้องการย้ายโรงเรียน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยากเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน และต้องมีครูนั่งไปด้วยทุกครั้ง เพราะกรณีนี้ทราบว่าไม่มีครูนั่งมาด้วย    ด้าน พ.ต.อ.วราวัชร์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ กล่าวว่า การสอบปากคำผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ในทางคดีมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือผลตรวจร่างกายของผู้เสียหายทั้ง 2 ราย อีกทั้งผลการตรวจยังระบุว่า มีร่องรอยถูกข่มขืนและกระทำอนาจาร รวมทั้งพยานแวดล้อมต่างๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m89iZW0fbq4

 29,551
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 61

ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ชายพิการอ้างเป็นฤาษีตาไฟ ข่มขืนสาว 17 สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง

ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ชายพิการอ้างเป็นฤาษีตาไฟ ข่มขืนสาว 17 สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน จ่าย 1.5 แสน เยียวยา   จากกรณีที่ พ่อแม่ของ น.ส.เอ อายุ 17 ปี ได้นำตัว น.ส.เอ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษว่า น.ส.เอ ได้ถูกนายสุรสิทธิ์  ซึ่งเป็นคนพิการแขนขาลีบอ่อนแรงช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อ้างเป็นร่างทรงของฤาษีตาไฟ ได้ล่อลวง น.ส.เอว่า กำลังมีเคราะห์ และได้นำตัว น.ส.เอ ไปทำการสะเดาะเคราะห์ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งเขตอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 26-27 ส.ค.61 นั้น   ความคืบหน้า วันที่ 28 พ.ย. 61 เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 28 พ.ย. 61 ที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายนพดล จันทร์พวง ทนายความของนายสุรสิทธิ์ ผู้ต้องหาคดีนี้ เปิดเผยว่า ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ ได้อ่านคำพิพากษาคดีนี้เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2561 โดยได้พิพากษาว่า    จำเลยมีความผิดตามที่ฟ้องจริง ซึ่งศาลได้ตัดสินจำคุกจำเลยเป็นเวลา 5 ปี และสั่งปรับเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท ทั้งนี้ในการไต่สวนชั้นศาลนั้น ปรากฏว่า นายสุรสิทธิ์จำเลยได้ให้การรับสารภาพ และจำเลยยอมจ่ายสินไหมเยียวยาผู้เสียหายเป็นเงิน 150,000 บาท   ศาลจึงได้เมตตาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับเงินจำนวน 30,000 บาท ส่วนโทษการจำคุกนั้น ศาลสั่งให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งนายสุรสิทธิ์ จะต้องมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจังหวัดศรีสะเกษ รวมจำนวนทั้งสิ้น 8 ครั้ง   

 17,075
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 61

สลด ด.ญ.วัย 13 ป่วยออทิสติก ถูกลูกพี่ลูกน้อง-เพื่อนบ้านข่มขืน พ่อผวา โดนขู่พ้นโทษออกมาจะฆ่าทั้งครอบครัว

วันที่ 28 พ.ย. 2561 ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ นำตัวผู้ต้องหาข่มขืน ด.ญ.เอ อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นเด็กออทิสติก มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลัง ด.ญ.เอ ถูกนายติ๊ก อายุ 37 ปี เพื่อนบ้าน และนายน็อต อายุ 29 ปี ลูกพี่ลูกน้องกระทำชำเรา เมื่อกลางเดือน ต.ค.   โดยการทำแผนประกอบคำรับสารภาพวันนี้ ได้นำตัวนายติ๊กมาทำแผนฯ เพียงคนเดียว ส่วนนายน็อตได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำ จึงไม่นำไปทำแผน แต่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน เพราะคำให้การของ ด.ญ.เอ ระบุชัดเจน   จากการสอบถาม พี่สาว ด.ญ.เอ เล่าว่า ตนไปมีครอบครัวที่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ครอบครัวเด็กอยู่ด้วยกัน 5 คน มียายน้องเอ, พ่อน้องเอ, น้องเอ, พี่ชายน้องเอ และนายน็อต ผู้ต้องหาซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันและเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา    แต่ต่อมาครอบครัวจำเป็นต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้ ไปอยู่กับญาติในหมู่บ้านเดียวกัน เพราะทนพฤติกรรมของนายน็อตไม่ไหว เพราะชอบโวยวาย ขอเงินถ้าไม่ได้ก็ดุด่า ตนทราบข่าวจึงมาเยี่ยมบ้านเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา    เมื่อเจอน้องเอ น้องบอกว่า เวียนหัว ไม่ค่อยสบายตนเอะใจ จึงสอบถาม น้องเอจึงยอมเล่าให้ฟัง โดยน้องเอได้เล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุเมื่อประมาณ กลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา หลังจากย้ายบ้านออกไปแล้ว น้องเอลืมรองเท้าที่บ้านเก่า จึงปั่นจักรยานไปเอา เมื่อเข้าบ้านพบนายน็อตอยู่ในบ้าน และได้ข่มขืนน้องเอ ไม่กี่วันต่อมา น้องสาวขี่จักรยานเล่นในหมู่บ้าน ได้มีนายติ๊ก คนในหมู่บ้าน บอกให้จอดจักรยานแล้วพาไปข่มขืน ภายในบ้านของนายติ๊ก ทั้งนี้เมื่อไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ผลปรากฏว่าอวัยวะเพศฉีกขาด    ขณะที่พ่อของ ด.ญ.เอ อายุ 58 ปี เผยว่า ตนและครอบครัวโมโหมาก ตนทำงานหาเลี้ยงครอบครัวทั้งบ้าน หาข้าวหาน้ำให้กิน โตมาด้วยกัน ทำไมมาทำกับน้องเอกันแบบนี้ แล้วยังไม่รับผิด พร้อมขู่ด้วยว่า ถ้าโดนจับออกมาจะฆ่าทั้งครอบครัว ตอนนี้กลัวกันมาก ขอให้กฎหมายจัดการกับคนผิดอย่างเต็มที่     

 12,254
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 61

รวบแล้ว! ‘นายบัติ’ ข่มขืนหญิงชราป่วยติดเตียง หนีโผล่เมืองกาญฯ เตรียมบวช

จากกรณีนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี  ก่อเหตุข่มขืนหญิงอายุ 73 ปี นอนป่วยติดเตียง โดยก่อเหตุภายในชุมชนย่านคลองเตย พื้นที่ สน.ท่าเรือ ก่อนหลบหนีไป ซึ่งต่อมาตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้   ความคืบหน้า วันที่ 26 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรโยค นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตัวนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ที่หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเพื่อนในพื้นที่อำเภอไทรโยค    ก่อนที่ในเวลา 19.30 นาฬิกา วันที่ 25 พ.ย. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รับแจ้งจากเจ้าอาวาสวัดลุ่มสุ่มว่า มีบุคคลลักษณะคล้ายคนในหมายจับมาขอบวชที่วัด เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ แต่นายสมบัติไหวตัวทันและหลบหนีการจับกุมไป    เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจ วางกำลังดักซุ่มจับกุมตัวนายสมบัติอยู่ภายในวัด เนื่องจากเชื่อว่านายสมบัติจะต้องหวนกลับมาที่วัดอีก กระทั่ง เวลา 07.45 น. วันนี้ นายสมบัติได้แอบกลับเข้ามาภายในวัดอีกครั้ง จึงถูกเจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่กับกุมตัวได้ในที่สุด    หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสมบัติ ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ นำตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     

 6,729
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

รวบหนุ่มเปิดเฟซบุ๊กหลอกสาวทำงานที่เกาหลี ก่อนลวงเหยื่อเข้ารีสอร์ตข่มขืน-เชิดเงินหนี

วันที่ 25 พ.ย. 61 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.จักรพันธุ์ กิตติสิริพรกุล ผกก.สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายธีรภัทร โสทอง อายุ 23 ปี ตามหมายจับ ของศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.495/2561 ในข้อหา กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยจับกุมได้ ภายในอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งผู้ต้องหาเป็นลูกจ้างอยู่ในอู่ซ่อมรถ   สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 61 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงได้เดินทางเข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายเป็นชายใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ‘จัดหาอะไหล่ตามต้องการ ช่างอาทรับจำนำรถทุกชนิด’ ลงโฆษณาว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ จึงหลงเชื่อโดยนัดหมายกับคนร้ายที่ห้างฯ เพื่อจ่ายค่าดำเนินการในราคา 5,000 บาทจากนั้นคนร้ายได้ทำทีขอยืมโทรศัพท์มือถือราคาประมาณ 10,000 บาทของผู้เสียก่อนหลบหนีไป   ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงอีก 1 ราย เดินทางเข้าแจ้งความว่าได้หลงเชื่อคนร้ายที่ใช้เฟซบุ๊กในชื่อเดียวกันว่าสามารถพาผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ จึงได้นัดหมายกับคนร้ายที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ก่อนส่งมอบเงินให้คนร้ายจำนวน 10,000 บาท    จากนั้นก็ถูกคนร้ายล่อลวงให้หลงเชื่อว่า จะมีแรงงานรายอื่นเข้าพัก เพื่อรอตั๋วเครื่องบิน และจะนำไปส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิพร้อมกัน ทำให้หลงเชื่อ และพักที่รีสอร์ทดังกล่าว ก่อนจะถูกคนร้ายข่มขืนกระทำชำเรา และกักขังไว้ในห้องน้ำ และหลบหนีไป    จากการขยายผลทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ เพิ่งเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่อู่ซ่อมรถ ใน จ.ชลบุรี ได้เพียง 1 เดือน ได้ใช้เฟซบุ๊กหลอกลวงหลอกขายสินค้าอะไหล่รถยนต์ โดยมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อ และโอนเงินเข้ามา มีมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 180,000 บาท อีกด้วย  

 6,786
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ย. 61

เร่งล่า! ชายวัย 54 ข่มขืนหญิงชราป่วยติดเตียง ยังหนีลอยนวล

วันที่ 24 พ.ย. 61 พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ได้รับแจ้งว่ามีเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน จาก พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ ว่าเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 61 มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่ามีคนร้ายเป็นชายสูงวัยก่อเหตุข่มขืนหญิงชราที่ป่วยนอนติดเตียง แล้วหลบหนีไป   โดยเรื่องราวดังกล่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ซึ่งเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.ท่าเรือ ว่าเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 20.00 น. ตนได้สังเกตุอาการของ นางบี (นามสมมติ) อายุ 73 ปี ผู้เป็นแม่ที่ป่วยต้องนอนรักษาตัวติดเตียงที่บ้านพัก ภายในชุมชนย่านคลองเตย มีอาการเครียด และหวาดกลัวตลอดเวลาตนจึงสอบถามผู้เป็นแม่ จึงทราบว่าสาเหตุที่มีอาการเครียดเกิดจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 17 พ.ย.61 ที่ผ่านมา “ไอ้บัติ มันใช้กำลังข่มเหงแม่ โดยทำการข่มขืนแม่ และหลบหนีไป”   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบสอบปากคำพยานแวดล้อมและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายเป็นชายชราสูงวัยรูปร่างสูงผอม ชื่อนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ซึ่งอาศัยภายในชุมชนเดียวกับผู้เสียหาย ตรวจสอบพบมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเป็นคนรู้จักกับลูกเขยนางบี (นามสมมติ) โดยก่อนเกิดเหตุ ทางลูกเขยได้ชักชวนนายสมบัติมาร่วมกันเสพยาที่บ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งเมาได้ที่ นายสมบัติได้แอบเข้าไปข่มขืนผู้เสียหายและหลบหนีไป   จากเหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนได้นำพฤติกรรมของคนร้ายไปตีแผ่ ลงในสังคมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตา เนื่องจากยังมีผู้พบเห็นคนร้ายรายนี้ยังลอยนวล และได้มีผู้พบเห็น ว่าไปปรากฎตัวที่ย่านพระประแดง กระทั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้   ด้าน พล.ต.ต.มงคล เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่สะเทือนขวัญประชาชน ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างเร่งกดดัน ขอยืนยันว่าจะต้องติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้  

 8,642

Top