ค้นหา :

ผลการค้นหา "ออกหมายจับ"

อาชญากรรม
06 ธ.ค. 62

ออกหมายจับ 5 ผู้ต้องหาแก๊งค้ายาที่เผาป้าจอย รวบได้แล้ว 1 คน ตร.พาชี้จุดทำแผน

จากกรณีที่ผู้หญิงคนหนึ่งอายุราว 50 ปี ถูกแก๊งค้ายาทำร้ายร่างกายและจุดไฟเผา ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันนี้ (5ธ.ค.) ศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นาย ส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ อายุ 41 ปี หรือแหล๊ะ นาง จันทิรา บินเสหาะ อายุ 36 ปีหรือแอดซึ่งเป็นผัวเมียกัน นาย ยงยุทธ ชุมประมาณ อายุ 26 ปี หรือเป้ น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี หรือแก้ว และนายแบงค์ เยาวชนอายุ 17 ปี ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัวได้แล้วเป็นคนแรก   โดยทั้ง 5 คนถูกแจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหา คือรวมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยทรมานหรือโดยทารุณ โหดร้าย และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง และเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ด้านตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำ กำลังเร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก4 คนมาดำเนินคดีและคาดว่าน่ากบดานอยู่ในบริเวณพื้นที่ คงจะตามตัวทุกคนได้โดยไม่ยาก    ทางพล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ได้เดินทางไปติดตามคดีนี้ที่สภ.บางกล่ำ พร้อมกับควบคุมตัว นายแบงค์ เยาวชน อายุ 17 ปีที่จับกุมตัวได้เป็นคนแรกไปชี้จุดเกิดเหตุและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกเป็นบ้านของลูกสาวนางมาลัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านเสือผ่าน หมู่15 ต.ท่าช้าง ที่นายแบงค์ขับรถจักรยานยนต์ไปรับนางมาลัยออกมา จุดที่2 บนสะพานบ้านหนองจูด ซึ่งเป็นสะพานข้ามคลองระบายน้ำ ซึ่งนายแบงค์ ได้พานางมาลัยมาพบกับ นาง จันทิรา หรือแอด นาย ยงยุทธ หรือเป้ และน.ส.ภัทราพร หรือแก้ว ที่รออยู่เพื่อเค้นถามเรื่องยาไอซ์ 3 ขีดที่แอบหยิบไปพร้อมกับขู่ว่าหากไม่บอกจะโยนทิ้งสะพาน และนางมาลัย บอกว่าอยู่ที่ขนำที่พัก   ส่วนจุดที่3 เป็นขนำที่พักของนางมาลัย ซึ่งเป็นจุดที่นางมาลัยถูกราดน้ำมันจุดไฟเผา โดยจุดนี้มีนายส่อแหล๊ะ หรือแหล๊ะ เจ้าของยาไอซ์รออยู่และซ้อมนางมาลัย ก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผาหลังทราบว่ายาไอซ์ทั้งหมดถูกนำไปละลายน้ำทิ้งหมดแล้ว หลังชี้จุดและทำแผนเสร็จตำรวจได้ควบคุมตัวนายแบงค์ไปยัง สภ.บางกล่ำ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ยายของแบงค์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าครอบครัวไม่เคยรู้มาก่อนว่าแบงค์เข้าไปร่วมก่อเหตุและอยู่กับแกงค์ค้ายากลุ่มนี้ ที่ผ่านมาพยายามเตือนมาตลอดว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาและพวกค้ายา ในคืนเกิดเหตุก็กลับมานอนที่บ้านตามปกติ 

 152
สังคม
30 พ.ย. 62

ออกหมายจับ หนุ่มเชียงใหม่มือสังหาร 2 ครูผัวเมีย ก่อนชิงบิ๊กไบค์

ตำรวจออกหมายจับคนร้ายฆ่า 2 สามีภรรยาครูโรงเรียนดัง จ.ระยอง เสียชีวิตสยองคาบ้านหรู หลังหลักฐานชี้ชัด ทำทีเข้าไปดูบิ๊กไบค์ที่ประกาศขาย แต่กลับฆ่าชิงรถ   พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ขออนุมัติหมายจับ นายศุภกฤต สุจาสี อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาฆ่า นายอโลชา สุภานิชย์ หรือเอ็ม อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาฟิสิกส์ และ น.ส.ปรียาภรณ์ เพียรงาม หรือแนน อายุ 33 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งคู่เป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.ระยอง ฝ่ายหญิงถูกมีดแทงกลางศีรษะ ส่วนฝ่ายชายถูกมีดปาดคอจนหวิดขาด เสียชีวิตคาบ้าน โดยตั้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อชิงทรัพย์    หลังพบหลักฐาน เป็นกล้องวงจรปิดในหมู่บ้าน เห็นภาพคนร้ายเข้ามาวนเวียน อยู่หลายรอบก่อนที่จะเข้าไปที่บ้าน และภาพที่ขี่รถบิ๊กไบก์ออกไปจากบ้าน และยังมีหลักฐานการติดต่อกันในเฟซบุ๊ก ที่ผู้ตายโพสต์ขายบิ๊กไบค์ ซึ่งนายศุภกฤษ สนใจทำทีเข้ามาดูรถที่บ้าน โดยขับรถจักรยานยนต์ฟีโน่เข้ามา ในวันที่ 27 พ.ย. และพกอาวุธมีดมาด้วย ก่อนทำร้ายครูทั้งสองแล้วชิงรถไป จากนั้นก็ได้นำรถไปฝากขายที่ร้านซึ่งอยู่ใน จ.ชลบุรี   ทางด้าน ร.ต.ท.อุปถัมพ์  พานแก้ว รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองระยอง เผยว่า รปภ.ของทางหมู่บ้าน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เห็นชายต้องสงสัยเดินวนเวียนอยู่ที่บ้านจุดเกิดเหตุซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของครูทั้ง 2  ส่วนกรณีการเข้าออกจากหมู่บ้านนั้นที่ต้องมีคีย์การ์ด ก็เชื่อว่าหลังจากเกิดเหตุ คนร้ายได้นำคีย์การ์ดมาแสกนด้านหลังหมู่บ้านซึ่งจุดนั้นเองไม่ได้มี รปภ.อยู่ และหลบหนีออกไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด มาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง   ต่อมาตำรวจภูธรภาค 2 สืบสวนจนทราบว่านายศุภกฤต ได้นำรถบิ๊กไปฝากขายฝากขายที่ร้านซึ่งอยู่ใน จ.ชลบุรี ตำรวจจึงได้เชิญตัวลูกชายเจ้าของร้านมาสอบปากคำแล้ว ซึ่งให้การว่าเมื่อสองวันก่อนผู้ก่อเหตุได้ทักมายังเฟซบุ๊กและไลน์ โดยบอกว่ามีรถบิ๊กไบค์มาขายให้ในราคา 300,000 บาท พร้อมส่งภาพและทำงานซื้อขายแบบโอนลอย ลูกชายเจ้าของร้านเห็นว่าด้วยหลักฐานครบเลยทำการรับซื้อ ซึ่งไม่รู้มาก่อนมาเป็นรถของกลาง พร้อมยืนยันตนเองและทางร้านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม  ทั้งนี้ฝากบอกไปถึงผู้ต้องหาให้มามอบตัว   ขณะเดียวกันทางญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คุณพ่อของเหยื่อ ได้เดินทางมีที่โรงพยาบาลเพื่อขอติดต่อรับศพไปประกอบพิธี พร้อมเผยว่าเสียใจและยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับศพครูเอ็ม ญาติจะนำไปตั้งสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลที่ชัยนาท   ทางญาติส่วนศพครูแนน แพทย์ยังอยู่ระหว่างการผ่าพิสูจน์ของแพทย์โรงพยาบาลระยอง คาดว่าจะแล้วเสร็จ และญาติสามารถรับไปบำเพ็ญกุศลได้ในวันพรุ่งนี้ โดยเบื้องต้นทราบเพียงว่า จะนำไปตั้งศพสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดลำพูน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/865NQumGmPc

 255
สังคม
30 พ.ย. 62

ออกหมายจับ หนุ่มมือฆ่าอำพราง 2 ครูผัวเมีย ชิงบิ๊กไบค์

ตำรวจออกหมายจับคนร้ายฆ่า 2 สามีภรรยาครูโรงเรียนดัง จ.ระยอง เสียชีวิตสยองคาบ้านหรู หลังหลักฐานชี้ชัด ทำทีเข้าไปดูบิ๊กไบค์ที่ประกาศขาย แต่กลับฆ่าชิงรถ   พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ขออนุมัติหมายจับ นายศุภกฤต สุจาสี อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาฆ่า นายอโลชา สุภานิชย์ หรือเอ็ม อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาฟิสิกส์ และ น.ส.ปรียาภรณ์ เพียรงาม หรือแนน อายุ 33 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งคู่เป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.ระยอง ฝ่ายหญิงถูกมีดแทงกลางศีรษะ ส่วนฝ่ายชายถูกมีดปาดคอจนหวิดขาด เสียชีวิตคาบ้าน โดยตั้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อชิงทรัพย์    หลังพบหลักฐาน เป็นกล้องวงจรปิดในหมู่บ้าน เห็นภาพคนร้ายเข้ามาวนเวียน อยู่หลายรอบก่อนที่จะเข้าไปที่บ้าน และภาพที่ขี่รถบิ๊กไบก์ออกไปจากบ้าน และยังมีหลักฐานการติดต่อกันในเฟซบุ๊ก ที่ผู้ตายโพสต์ขายบิ๊กไบค์ ซึ่งนายศุภกฤษ สนใจทำทีเข้ามาดูรถที่บ้าน โดยขับรถจักรยานยนต์ฟีโน่เข้ามา ในวันที่ 27 พ.ย. และพกอาวุธมีดมาด้วย ก่อนทำร้ายครูทั้งสองแล้วชิงรถไป จากนั้นก็ได้นำรถไปฝากขายที่ร้านซึ่งอยู่ใน จ.ชลบุรี ตำรวจจึงได้เชิญตัวลูกชายเจ้าของร้านมาสอบปากคำแล้ว ซึ่งให้การว่าเมื่อสองวันก่อนผู้ก่อเหตุได้ทักมายังเฟซบุ๊กและไลน์ โดยบอกว่ามีรถบิ๊กไบค์มาขายให้ในราคา 300,000 บาท พร้อมส่งภาพและทำงานซื้อขายแบบโอนลอย ลูกชายเจ้าของร้านเห็นว่าด้วยหลักฐานครบเลยทำการรับซื้อ ซึ่งไม่รู้มาก่อนมาเป็นรถของกลาง พร้อมยืนยันตนเองและทางร้านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ฆาตกรรม   ขณะที่พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนได้เดินทางมาให้ปากคำพร้อมวอนให้สอบสวนอย่างละเอียดว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์อย่างเดียวหรือเป็นแผนการของเจ้าหนี้ที่ส่งคนมาซื้อและหักจากหนี้สินหรือไม่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/shAcKYN-L_4  

 2,562
สรุปข่าว
29 พ.ย. 62

ออกหมายจับแล้ว คนร้ายฆ่าโหดครู 2 ศพ - มือแทงหญิงสาวเสียชีวิตในรถเก๋งมอบตัวแล้ว - ทหารยึดยาบ้ากว่า 1,400,000 เม็ด

ออกหมายจับแล้ว คนร้ายฆ่าโหดครู 2 ศพ  ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ. ระยอง เผย ขณะนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรมครูเอกชน สองสามีภรรยาในบ้านพัก ที่ต.ทับป่า อ. เมือง ระยอง เบื้องต้นตามหลักฐานที่ปราฏ คนร้ายเป็นชาย 1 คน เชื่อว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ ตำรวจกำลังตามประกบ คาดว่าได้ตัวเร็วๆ นี้   มือแทงหญิงสาวเสียชีวิตในรถเก๋งมอบตัวแล้ว ชายวัย 28 ปี เข้ามอบตัวกับสภ. เมือง สงขลา สารภาพก่อเหตุใช้มือแทงครูสาว ซึ่งเป็นอดีตแฟนเสียชีวิตในรถ แล้วจอดทิ้งไว้ริมถนนสายเกาะแต้ว-สามกองเมื่อคืนวานนี้ สาเหตุมาจากความหึงหวง ตำรวจคุมตัวไว้สอบปากคำและนำตัวไปดำเนินไปชี้จุดที่ใช้ก่อเหตุ เตรียมข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา    ทหารยึดยาบ้ากว่า 1,400,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ทหารพบกระสอบฟางสีเขียว 7 ใบ ซุกซ่อนภายในป่าแขม ริมแม่น้ำรั่ว หมู่บ้านปางห้า ต. เกาะช้าง อ. แม่สาย จ. เชียงราย ตรวจสอบพบว่าบรรจุยาบ้ามากกว่า  1,400,000 เม็ด คาดขบวนการลับลอบค้ายาเสพติดนำมาซ่อนไว้ เพื่อรอคนมารับแต่โดนเจ้าหน้าที่พบเสียก่อน

 4,863
อาชญากรรม
29 พ.ย. 62

ด่วน! ออกหมายจับมือฆ่าอำพรางศพ 2 ครู เผยปมก่อเหตุสะเทือนขวัญ!!

กรณีพบศพ นางสาวปรียาภรณ์ เพียรงาม หรือครูแนน อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ และนายอโรชา สุภานิชย์ หรือครูเอ็ม อายุ 34 ปี ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง เสียชีวิตภายในบ้านพัก ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง ในลักษณะที่ถูกปาดคอ และถูกแทงด้วยของมีคม ซึ่งในตอนแรก เข้าใจว่า เป็นการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นทำร้ายกัน ด้วยการใช้มีดแทงจนเสียชีวิต   แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด ได้ให้น้ำหนักในประเด็นของการถูกฆาตกรรมด้วย หลังพบว่า ศพผู้เสียชีวิต มีลักษณะถูกลากจากชั้นล่าง ขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน เพราะลักษณะของเสื้อผ้าที่ถลกขึ้นไป ผมของผู้หญิงที่สยายออก ประตูห้องนอนที่มีลักษณะคล้ายกับถูกถีบจนพัง สุนัข 3 ตัว ที่เคยปล่อยไว้รอบ ๆ บ้าน ก็ถูกขังไว้ในกรง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า ก่อนที่เจ้าของบ้านจะเสียชีวิต มีการนัดหมายให้ใครบางคนมาพบที่บ้าน จึงมีการนำสุนัขเข้ากรงไว้ก่อน ซึ่งอาจจะมีการมาพูดคุยกันเพื่อตกลงอะไรบางอย่างกับครูเอ็ม แต่ว่าตกลงกันไม่ได้ ครูเอ็มจึงถูกแทงที่บริเวณไหล่และลำคอ ก่อนจะถูกปาดจนคอเกือบขาด   ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะมีความชำนาญให้การใช้มีด และรู้วิธีการปาดคอ เช่นเดียวกับศพของครูแนน แผลที่ศีรษะ เป็นลักษณะของการปักมีดลงไปบนศีรษะ ซึ่งน่าจะเป็นการตอก มากกว่าการแทงด้วยมือธรรมดา ซึ่งทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งกล้องวงจรปิดของหมู่บ้าน เส้นทางใกล้เคียง รวมถึงพยานแวดล้อมอื่น ๆ เพื่อหาเบาะแสคนร้าย และข้อสรุปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   สำหรับครูสองสามีภรรยา ถูกระบุว่ากำลังมีปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะครูเอ็ม ชอบเล่นการพนันบอล จนมีหนี้สินจำนวนมาก และมีปากเสียงกับภรรยาบ่อย จากเรื่องหนี้สิน ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน ครูเอ็มเคยไปแจ้งความกับตำรวจ ว่าถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ และล่าสุดได้มีการประกาศขาย รถจักรยานยนต์ดูคาติ และมีการลงในเฟซบุ๊กของครูเอ็มว่าขายได้แล้วเมื่อวานนี้ จนกระทั่งมาพบว่าครูเอ็มกลายเป็นศพอยู่ในบ้านพร้อมกับภรรยา   ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดจากการสืบสวนสอบสวนไปยื่นขออนุมัติหมายจับนายศุภกฤต สุจาสี อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาฆ่าครูสองผัวเมีย ในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อชิงทรัพย์ หลังพบหลักฐานว่าทั้ง 2 ได้โพสต์ขายรถจักรยานยนต์ดูคาติ ทำให้ นายศุภกฤต เกิดความสนใจ จึงเข้ามาดูรถที่บ้านในวันที่ 27 พ.ย. 62 โดยพกอาวุธมีดติดตัวมาด้วย ก่อนทำร้ายครูทั้ง 2 และขโมยคีย์การ์ดกับรถจักรยานยนต์ดูคาติไป       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! ออกหมายจับมือฆ่าอำพรางศพ 2 ครู เผยปมก่อเหตุสะเทือนขวัญ!!    

 34,587
สังคม
23 พ.ย. 62

จ่อออกหมายจับ! 'เสี่ยร้านอาหาร' พร้อมพวก รุมตื้บลุงกลางถนน ปางตาย เย็บ 18 เข็ม

จากกรณีมีคลิปภาพชายชราถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย โดยกลุ่มผู้ทำร้ายมีทั้งหมด 4 เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน หนึ่งในกลุ่มล็อคแขนและอีกคนเป็นชายเสื้อดำต่อยและใช้เท้าเตะ กระทืบไม่ยั้ง พร้อมประกาศห้ามใครเข้ามายุ่งเกี่ยว   ซึ่งจากภาพก็มีชาวบ้านเป็นชายที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย จากนั้นจึงทำให้กลุ่มวัยรุ่นขึ้นรถกะบะหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ คลิปภาพประมาณกว่า 1 นาที และมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ถ่ายคลิปภาพด้วยโทรศัพท์ไว้ได้ พร้อมบันทึกภาพรถยนต์กะบะสีดำของผู้ก่อเหตุที่ขับมาแล้วขับออกไปจากที่เกิดเหตุ นำไปเป็นเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุ   ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในเกิดเหตุใกล้กับร้านค้าของชำและร้านอาหารตามสั่ง ได้ยินเสียงโวยวายกันกลางถนน จึงมีชาวบ้านออกมาดูเหตุการณ์กันหลายคน และพยายามจะเข้าช่วยเหลือ จึงทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่กล้ากระทำกับชายชราอีกแล้วขับรถหนีออกไป   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบข้อมูลที่เกิดขึ้น ทราบว่าเป็นเขตความรับผิดชอบ สภ.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี เหตุเกิดภายในซอยถนนโรงน้ำทิพย์ ปากซอยสวนพริกไทย หมู่ 6 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี    โดย พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.สวนพริกไทย เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าว กล่าวเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (22.พ.ย.) ซึ่งผู้บาด เจ็บคือนายสมบัติ นิยมมาก อายุ 52 ปี ขับรถยนต์เก๋งสีดำคันที่เห็นในคลิปภาพ และถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน มาสกัดรถให้จอด จากนั้นได้ดึงลงมาจากรถเก๋งและรุมทำร้าย โดยใช้หมัดต่อยและใช้เท้ากระทืบ ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า  เย็บ 18 เข็ม ซึ่งได้แจ้งให้ผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย    พร้อมทั้งรับแจ้งความในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นได้สอบสวนข้อมูลและทราบตัวกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุแล้ว เป็นกลุ่มของเจ้าของร้านอาหารที่พี่สาวของแฟนนายสมบัติฯไปทำงานด้วย ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากนายสมบัติฯ ได้ไปทวงค่าแรงจากเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งเป็นค่าแรงงานของพี่สาวของแฟน ที่ไปทำงานที่ร้านอาหารดังกล่าวแต่ไม่ได้รับเงินค่าแรง จึงไปทวงถามให้ แต่ก็มาถูกดักทำร้ายจนเป็นเหตุการณ์ที่เห็นตามคลิปภาพ    อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนำหลักฐานข้อมูลจากคลิปภาพที่ชาวบ้านถ่ายบันทึกไว้ได้ ไปติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งทราบว่าอยู่ที่ร้านอาหารอีสานคลาสสิคในเขตพื้นที่อ.เมือง จ.ปทุมธานี แต่พบว่าร้านอาหารปิดและไม่พบตัวผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด    ล่าสุดพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เผยว่าทราบชื่อผู้ก่อเหตุและพรรคพวกแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัตหมายจับจากศาลและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Cg_DUDIQKl0  

 2,143
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 62

หลักฐาน dna มัดตัว ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหายิง ชรบ.ยะลา พบมีหมายจับคดีความมั่นคงเพียบ

ยะลา-ตำรวจดำเนินการขอหมายจับผู้ต้องหาเหตุยิง ชรบ.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน ซึ่งจากการตรวจพบเลือดที่จุดเกิดเหตุ และ DNA ในที่เกิดเหตุ แยกจากผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ได้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรงกับผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคง 2 คน จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อวานนี้ (11 พ.ย.) คือ   1.นายซะอุดี ติงอูเซ็ง มีหมายจับในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พบเลือดในที่เกิดเหตุ   2.นายนัสรูเลาะห์ สะมะ มีคดีความมั่นคง อ.กาบัง อ.ยะหา จ.ยะลา พบ DNA ในที่เกิดเหตุ   นอกจากนี้ ยังพบประวัติว่าที่ผ่านมา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คดีเผา บริษัทชิณวรณ์ ปี 2561 คดีระเบิดจุดตรวจกรงปินัง ,คดีเผาที่ทำการการไฟฟ้า อ.กาบัง จ.ยะลา เคยหลบหนีไปอยู่ในป่าของประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนย้อนกลับมาก่อเหตุใหม่     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/zPt2Gv964pE

 1,040
สังคม
12 พ.ย. 62

หลักฐาน dna มัดตัว ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหายิง ชรบ.ยะลา พบมีหมายจับคดีความมั่นคงเพียบ

ยะลา-ตำรวจดำเนินการขอหมายจับผู้ต้องหาเหตุยิง ชรบ.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน ซึ่งจากการตรวจพบเลือดที่จุดเกิดเหตุ และ DNA ในที่เกิดเหตุ แยกจากผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ได้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรงกับผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคง 2 คน จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อวานนี้ (11 พ.ย.) คือ   1.นายซะอุดี ติงอูเซ็ง มีหมายจับในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พบเลือดในที่เกิดเหตุ   2.นายนัสรูเลาะห์ สะมะ มีคดีความมั่นคง อ.กาบัง อ.ยะหา จ.ยะลา พบ DNA ในที่เกิดเหตุ   นอกจากนี้ ยังพบประวัติว่าที่ผ่านมา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คดีเผา บริษัทชิณวรณ์ ปี 2561 คดีระเบิดจุดตรวจกรงปินัง ,คดีเผาที่ทำการการไฟฟ้า อ.กาบัง จ.ยะลา เคยหลบหนีไปอยู่ในป่าของประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนย้อนกลับมาก่อเหตุใหม่     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/zPt2Gv964pE

 1,040
สรุปข่าว
12 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 พ.ย.62 ลอยกระทงคึกคักทั่วไทย-ออกหมายจับชัยวัฒน์คดีบิลลี่-เสนอครม.ชิมช้อปใช้เฟส 3

-บรรยากาศลอยกระทงปี 62 คึกคักทั่วไทย พร้อมกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุธรรมชาติทำกระทง งานเผาเทียนเล่นไฟที่สุโขทัย ปชช.ปลื้มปิติ ขบวนแห่ไฟพระฤกษ์และประทีปพระราชทานในหลวง-พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ สมุทรสงครามลอยกระทงสาย 9,999 โคมที่คลองบางน้อย สวยงามตระการตา กทม.งดงามคึกคักสืบสานวัฒนธรรมไทย ระดมกำลังเก้บกระทงทุกจุด คาดปีนี้ 840,000 ใบ   นายกฯและครม.ลอยกระทงที่กาญจนบุรี ร่วมรำวงและร้องเพลงวันเพ็ญเดือน 12 นายกฯชวนชาวบ้านดูพระจันทร์ ก่อนพูดว่า ดูพระจันทร์ด้านหลังโน่น แต่บนนี้จันทร์โอชา ใครมีความทุกข์อะไรฝากไว้ที่นายกฯนี่ จะได้ลอยไปกับกระทง ผมขอเป็นที่รองรับความทุกข์ของทุกคน ไม่เคยทอดทิ้ง จำคำพูดผมไว้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯลอยกระทงกับชาวเมืองกาญจน์ เล่นมุก "พระจันทร์อยู่โน่น แต่จันทร์โอชาอยู่นี่"   -ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน พัวพันใน 6 ข้อหาพัวพันอุ้มฆ่าบิลลี่ หนักสุดร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา ปล้นทรัพย์ ปิดบังอำพรางศพ  ชัยวัฒน์ลั่นไม่กังวล ยันไม่หนีไปไหน ขอให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม เตรียมมอบตัวกับ DSI วันนี้ 9 โมงเช้า ขณะที่เมียบิลลี่ ยื่นหนังสือถึง ก.ยุติธรรม ขอให้มีคำสั่งมอบอำนาจให้กับ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม รับคดีของบิลลี่มาดูแลต่อ จนกว่าจะถึงที่สุด สมศักดิ์ไม่ก้าวล่วง เชื่อศาลให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.   -รวบ 3 โจ๋ยกพวกถล่มกันกลางห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง โดนข้อหาทำร้ายร่างกายและบุกรุกสถานที่ราชการ โทษหนักคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน ตร.ชี้เป็นพฤติกรรมที่เหิมเกริม ต้องไม่ให้มีเกิดขึ้นอีก ผอ.รพ.อ่างทองบอก ขณะเกิดเหตุมีผู้ป่วยอาการหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ขอให้ดำนเนิรคดีไม่มีข้อยกเว้น   เปิดสถิติน่าตกใจปีนี้ตีกันใน รพ.แล้ว 12 ครั้ง ปีที่แล้ว 17 ครั้ง อนุทินโพสต์ "ช่วยจัดกันให้หนัก เราควรจะทำอย่างไรกับอันธพาลกระจอก ที่ชอบยกพวกก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล ... แพทย์และเจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ ทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งกระทรวงจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงเลวร้ายอีกต่อไป" ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบแล้ว 3 โจ๋ตีใน รพ.อ่างทอง 'อนุทิน' ซัดพวก 'อันธพาลกระจอก' เอาเรื่องถึงที่สุด   -นายกฯและบิ๊กป้อม นำครม.สัญจรที่ราชบุรีและกาญจนบุรี ที่ผ่านมาทำงานมาโดยตลอด ลงพื้นที่รับฟังความเห็นทุกคน ยันตนมาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯนำทีมครม.สัญจร ราชบุรี-กาญจนบุรี อารมณ์ดีรีดนมวัว ลั่น "ผมก็มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน"   -เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดิน 1,700 ไร่ของปารีณา ไกรคุปต์ หลังให้สัมภาษณ์ยอมรับเองว่าครอบครองที่ดี ภบท.5 จำนวน 1,700 ไร่ ซึ่งตามกม.ครอบครองไม่ได้ ด้านปารีณายันไม่ผิด ใช้สิทธิเสียภาษีดอกหญ้าครอบครองทำประโยชน์มามากกว่า 10 ปี ต่างจากบุกรุกป่าสงวน จากการสำรวจพบเป็นที่ตั้งฟาร์มเลี้ยงไก่ ต้องตรวจสอบต่อไป ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ปารีณา' แจงยิบ หลังโดนร้อง ป.ป.ช.สอบปมครอบครองที่ดิน 1,700 ไร่    -ชิมช้อปใช้เฟส 3 ชัดเจนไม่แจกเงิน 1 พัน แต่ปลดล็อกให้ใช้เงินกันได้ทุกจังหวัด ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน อุตตมเผยชิมช้อปใช้ 3 เข้าครม.วันนี้ ขยายถึงสิ้นเดือน ม.ค.63 กระตุ้นใช้เงินกระเป๋า 2 ตั้งเป้า 2 ล้านคน ปลดล็อกให้คนลงเฟส 1 และเฟส 2 ใช้เงินกระเป๋า 2 ได้ทุกจังหวัด คนแห่ลงทะเบียน ใช้สิทธิ์ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย เต็ม 1 หมื่นคน ตั้งแต่ 4 นาทีแรก ลุ้นวันนี้ อีก 1 หมื่นคน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จ่อชง 'ชิมช้อปใช้เฟส 3' ไม่แจกเงิน 1 พัน แต่ปลดล็อกใช้เงินในจังหวัดตัวเองได้    -หลักฐานชัด ออกหมายจับแล้ว 2 ผู้ก่อเหตุ ดีเอ็นเอมัดแน่น พบก่อคดีแล้วนับไม่ถ้วน มีหมายจับติดตัว พบเลือดในที่ก่อเหตุนอกเหนือจากคนเจ็บคนตาย ยังพบประวัติว่าที่ผ่านมา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คดีเผา บ.ชิณวรณ์ ปี 2561 คดีระเบิดจุดตรวจกรงปินัง , คดีเผาที่ทำการการไฟฟ้า อ.กาบัง จ.ยะลา เผ่นออกไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านก่อนย้อนกลับมาก่อเหตุใหม่ รมช.มหาดไทย เป็นปธ.พระราชทานเพลิงศพ จนท.ชรบ.ที่ผู้เสียชีวิต พร้อมเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หลักฐาน dna มัดตัว ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหายิง ชรบ.ยะลา พบมีหมายจับคดีความมั่นคงเพียบ    -ขสมก.สั่งพักงานโชเฟอร์ รถร่วมบริการสาย 56 และรถมินิบัส สาย 40 พักการเดินรถเป็นเวลา 3 วัน เหตุขับปาดหน้ากัน ลงมาวางมวย-ถือท่อนเหล็กไล่ตีกันกลางถนนอิสรภาพ กระเป๋ารถพยายามห้ามไม่มีใครฟัง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 10 โมงวันนี้ พร้อมลงโทษปรับบริษัทต้นสังกัด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สั่งพักงานโชเฟอร์รถเมล์สาย 56 - มินิบัสสาย 40 เหตุขับปาดหน้า ก่อนวางมวย-ถือเหล็กไล่ตีกลางถนน   -หาเรื่องต่อยกลางห้าง วงจรปิดจับภาพชัด หนุ่มสุดงงถูกเด็กช่างเดินมาต่อยกลางห้างดังย่านรามอินทรา ถามใช่รุ่นพี่หรือเปล่า เรียนสถาบันไหน รุ่นไหน และขอดูมือถือก่อนรัวหมัดต่อย โวยเด็กช่างห้าวเช็คกันมั่ว เตือนภัยแค่แต่งตัวคล้ายก็ถูกต่อยได้ เข้าแจ้งความที่ สน.บางชัน ซึ่งยังมีอาการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อช่วงกรามอักเสบ และหูอื้อ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มสุดงง ถูกเด็กช่างห้าวเป้งเดินมาต่อยกลางห้าง เตือนภัยแค่แต่งตัวคล้ายก็ถูกต่อยได้   -ระทึกรับวันลอยกระทง ไฟไหม้ร้านชาบูชั้น 5 ห้างสยามสแควร์วัน สั่งอพยพ นทท.ออกจากห้าง เร่งดับเพลิงจนสงบ ไม่มีคนเจ็บและเสียชีวิต เร่งหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ไฟไหม้ร้านชาบูชั้น 5 ห้างสยามสแควร์วัน อพยพคนวุ่นวันลอยกระทง   -อดีตบริษัทต้นสังกัด นัน กิ่งเพชร โอดสังคมกำลังหนุนคนละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าเจอดำเนินคดีทันที แถลงเตือนสติสังคมกําลังมองเห็นว่า การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเรื่องถูกต้อง สังคมและสื่อปกป้อง ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า หากมีบุคคลใดกระทําการอันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายกับตัวแทนของบริษัท จะถูกดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา ขณะที่มีเหยื่อล่อซื้อ ลิขสิทธิ์โผล่แจ้งความเพิ่มอีก 4 ราย ตร.จ่ออกหมายเรียกตัแทนลิขสิทธิ์ชี้แจง ด้านน้องอ้อม สาว 15 เหยื่อลิขสิทธิ์ ตั้งโต๊ะขายกระทง หน้าห้างเซ็ลทรัลโคราช คนแห่ซื้อชั่วโมงเดียวแทบเกลี้ยง เผยต้องการมาให้กำลังใจ ด้านน้องอ้อมความรู้สึกเริ่มดีขึ้น   -เครือข่ายแม่มณีถูกจับคนที่ 8 ศาลอุดรฯฝากขังโบว์ แฟนสาวทอมเครือข่ายแม่มณี เป็นแม่ข่ายเล่นแชร์ มีลูกข่าย 40 คน หลังแม่มณีถูกจับ หอบมือถือและเอกสารหนี ตั้งใจมอบหลักฐานกับ DSI แต่ถูกจับเสียก่อน พบเงินในบัญชีสะพัดเกือบ 100 ล้าน แต่มีเงินติดตัว 2 หมื่น ตร.นำตัวฝากขัง ค้านประกันตัว   -พ่อค้าส้มตำที่จ.เชียงใหม่ ไลฟ์สดด่ายับบริษัทรับ-ส่งอาหาร แห่งหนึ่ง ตุกติกโอนจ่ายค่าอาหาร ไล่เช็คย้อนดูเงินเข้าไม่ตรง ติดต่อไปก็ได้แต่รับเลี้ยง ยังไม่มีใครติดต่อกลับ ด้านแกร็บฟู้ดออกชี้แจง ตามปกติจะโอนเงินให้ร้านค้าในวันถัดไป ส่วนยอดที่ตกค้างจะโอนเพิ่มเติมใน 1-3 วันถัดมา ยันจ่ายเงินโปร่งใส ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'แกร็บฟู้ด' แจงแล้ว โต้ดราม่าตุกติกค่าอาหาร พ่อค้าส้มตำเชียงใหม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FwrGnPo5i5I

 2,919
อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

ออกหมายจับ'ชัยวัฒน์' พร้อมพวก อุ้มฆ่าบิลลี่ ดีเอสไอแจ้ง 8 ข้อหาหนัก

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ และพวกรวม 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ใน 8 ข้อกล่าวหา ด้านนายชัยวัฒน์เตรียมเข้ามอบตัววันนี้เวลาประมาณ 9.00 น. ที่ดีเอสไอ      โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว นำโดยพันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาพยานหลักฐาน รวมทั้งผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ในคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่ามีพยานหลักฐานพอ ที่จะขออนุมัติต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้พันตำรวจโท เชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน คดีพิเศษ เป็นผู้ยื่นคำร้อง และแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล    ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก รวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ใน 6 ความผิด 1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้ 2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ 3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย 4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ 5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป 6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป 7.ร่วมกันมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่น 8.ร่วมกันยักยอกทรัพย์  ด้านนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันนี้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

 69
อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

พิธีพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตในเหตุยิงด่าน ชรบ. - ตร.ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหา พบมีคดีความมั่นคงด้วย

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดรายชื่อ 2 ผู้ต้องหา ที่ขอออกหมายจับ คดียิงจุดตรวจ ชรบ.ตำบลลำพะยา อำเภอยะลา และรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อออกหมายจับเพิ่ม ด้านผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ยืนยัน ผ้าก็อตทำแผลที่พบในการตรวจค้นที่บ้านต้นหยี เป็นของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุยิง ชรบ. และวันนี้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิต ที่ปัตตานี และยะลา    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) แก่นางสาว กมลวรรณ อุทัยธรรม ผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ที่วัดป่าสวย อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี รวมทั้งพระราชทานเพลิงศพ กรณีพิเศษแก่ นายสุพจน์ จันทร์วิมาน และ นางธนารัตน์ ชัยปัญญา ที่วัดบ้านไร่พัฒนา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ด้วย ครอบครัวต่างสำนึกในพระมหากุรณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้   พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 เปิดเผยรายชื่อ ผู้ต้องหา 2 คนที่ ตำรวจขอหมายจับเกี่ยวข้องกับเหตุยิงชรบ.ลำพะยา คือ นายซะอุดี ติงอูเซ็ง มีหมายจับในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พบเลือด และนายนัสรูเลาะห์ สะมะ มีคดีความมั่นคง อ.กาบัง อ.ยะหา จ.ยะลา พบ DNA ในที่เกิดเหตุ นำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าตรงกับทั้ง 2 คน จากเลือดที่พบในที่เกิดเหตุอีก 5 คน ไม่ใช่ของผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต   สำหรับผู้ต้องหา 2 คนนี้ พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ คดีเผา บ.ชิณวรณ์ ปี 2561 คดีระเบิดจุดตรวจกรงปินัง ,คดีเผาการไฟฟ้า อ.กาบัง จ.ยะลา และกำลังขยายผลไปยังผู้ต้องหารายอื่นที่ได้ผลตรวจสอบอาวุธปืน และรอการขยายผลจากการซักถามผู้ต้องสงสัย 6 คนที่ควบคุมตัวได้ในจังหวัดยะลา   ขณะที่ประเด็นผ้าก็อตทำแผลที่พบในการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายบ้านต้นหยี ตำบลลำพะยา เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พลตรีอาคม พงศ์เพชร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา มายืนยันด้วยตัวเองว่า ผลตรวจดีเอ็นเอเป็นของผู้ป่วยมะเร็งและสามีภรรยา ไม่เกี่ยวกับเหตุยิงชรบ. ลำพะยาทำให้สองสามีภรรยาสบายใจขึ้นเพราะไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลายเป็นความขัดแย้งภายในหมู่บ้าน ซึ่งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ยืนยันด้วยว่าหากในหมุ่บ้านต้นหยี มี อาร์เคเค แม้แต่คนเดียวก็พร้อมจะลาออก   ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวไปนั้นจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการซักถาม หากไม่ผิดก็จะปล่อยตัแน่นอน   ส่วนที่วัดสิริปุณราม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ มาเคารพศพผู้เสียชีวิต ให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับทุกฝ่ายและยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี โดยนายปิยบุตร ยังได้พูดคุยกับพระสิริปัญญากุล รักษาการเจ้าอาวาส ถึงการช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนายปิยบุตรยังเป็นห่วงข่าวปลอมที่มาสร้างความแตกแยกทางศาสนาด้วย   ขณะที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมาแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย   สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตทั้ง 9 คนที่วัดสิริปุญญาราม จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้เวลา 14.30 น. 

 171
อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

ออกหมายจับ 'ชัยวัฒน์' และพวก ในคดีอุ้มฆ่าบิลลี่ รวม 6 ข้อหา

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติหมายจับอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมพวก รวม 4 รายในหลายข้อหา ซึ่งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จะเข้ามอบตัวกับดีเอสไอ ในวันพรุ่งนี้ ยืนยันไม่หลบหนี    ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ,นายบุญแทน บุษราคำ,นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน // ในความผิด 6 ฐาน คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน / ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน / ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพจนถึงแก่ความตาย /ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอม หรือยอมจะให้ตน หรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันโดยทุจริตเพื่ออำพรางคดี ตามความผิดกฏหมายอาญา และกฏหมาย ปปช.และ ปปท.   หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับคดีการหายตัวไป ของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นคดีพิเศษ เมื่อ 2561 และได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนพบชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะและถังน้ำมัน ที่พบว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของนายบิลลี่ จนพันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มีมติให้ขออนุมัติต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และให้พันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้ยื่นคำร้องและแถลงข้อเท็จจริงต่อศาลจนอนุมัติหมายจับ    ส่วนนายชัยวัฒน์ วันนี้ไปต้อนรับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ กาญจนบุรี ยืนยัน ไม่ได้คิดหนีไปไหน และวันพรุ่งนี้จะไปมอบตัวที่ ดีเอสไอ   วันนี้//นางพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของบิลลี่ ไปยื่นหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ติดตามความคืบหน้าคดีของ บิลลี่ ซึ่งทราบข่าวศาลอนุมัติหมายจับแล้ว จากนี้เป็นขั้นตอนในการดำเนินการของศาล ซึ่งดีเอสไอได้ใช้เวลาคลี่คลายคดีเพียง 70 วันจากเดิมที่ขอเวลา 90 วัน ถือว่างานในส่วนของดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรมได้ทำตามที่ได้สัญญากันไว้ต่อประชาชน ขอให้ทุกฝ่ายไปต่อสู้กันในกระบวนการยุติธรรม   คดีการหายตัวไปของ นายพอละจี หรือ บิลลี่ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 หลังบิลลี่เดินทางออกจากบ้านโป่งลึก-บางกลอย ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อกลับไปหาภรรยาที่บ้านป่าเด็ง แต่ระหว่างผ่านด่านตรวจเขามะเร็ว เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตรวจพบน้ำผึ้งป่า จึงขอควบคุมตัวบิลลี่ และแจ้งให้นายชัยวัฒน์ ที่เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในเวลานั้นทราบ นายชัยวัฒน์ พร้อมเจ้าหน้าที่ จึงรีบเดินทางมาตรวจค้น แล้วนำตัวนายบิลลี่ ขึ้นรถไปด้วย จึงเป็นพยานที่ยืนยันว่า นายชัยวัฒน์ เป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่พบนายบิลลี่    ผ่านมา 4 ปี แม้ชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธร ภาค 7 จะสรุปสำนวนส่งให้ ปปท.ระบุว่านายชัยวัฒน์ และพวกละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ส่งตัวนายบิลลี่ ที่มีความผิดครอบครองของป่า แต่ไม่มีการเนินการใดๆ จนดีเอสไอมาพบพยานหลักฐานสำคัญ นำมาแถลงข่าว เมื่อวันที่ 3 กันยายน ยืนยันได้ว่า นายบิลลี่ เสียชีวิตแล้ว และนำมาซึ่งการออกหมายจับในวันนี้

 150
อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

ด่วน! ออกหมายจับ 'หน.ชัยวัฒน์' กับพวก เอี่ยวร่วมกันฆ่า 'บิลลี่'

จากกรณีการหายตัวของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย และภายในหลังพบว่าเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา จนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับไว้เป็นคดีพิเศษ   ล่าสุด วันที่ 11 พ.ย. 62 ได้มีการประชุมคณะพนักงานสอบสวน  คดีดังกล่าว โดยมี พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานรวมทั้งผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ประชุมเห็นว่ามีพยานหลักฐานพอขออนุมัติต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้ พันตำรวจโท เชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เป็นผู้ยื่นคำร้องและแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล    ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ในความผิดฐาน    1. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2. ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย   4. ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5. ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริตเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป   อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 289 (4) (7), 309, 310, 337, 340, 340 ตรี ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ทวิ รวมทั้งความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 148, 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 123/1 และมาตรา 172 อันเป็นความผิดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ไต่สวนพบมูลความผิดแล้วด้วย   พันตำรวจเอก ไพสิฐฯ กล่าวว่า หลังจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการประกาศสืบจับ ตามระเบียบกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับหมายจับในคดีพิเศษ พ.ศ. 2562 โดยขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการประกาศสืบจับและจับกุม และในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษเอง ก็มีศูนย์สืบสวนสะกดรอย เป็นผู้สืบสวนติดตามจับกุมตัวตามหมายจับในคดีพิเศษด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นการติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับต่อไป    

 3,524
อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

ศาลอนุมัติหมายจับ 'ชัยวัฒน์' และพรรคพวก ในคดีอุ้มฆ่าบิลลี่

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ และพวกรวม 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ใน 6 ข้อกล่าวหา    ด้านนายชัยวัฒน์เตรียมเข้ามอบตัวพรุ่งนี้ ที่ดีเอสไอ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว นำโดยพันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาพยานหลักฐาน รวมทั้งผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ในคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่    ที่ประชุมเห็นว่า มีพยานหลักฐานพอ ที่จะขออนุมัติต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้พันตำรวจโท เชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน คดีพิเศษ เป็นผู้ยื่นคำร้อง และแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล   ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก รวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน    ใน 6 ความผิด 1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย   4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป    ด้านนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

 165
สังคม
11 พ.ย. 62

ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาในเหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา พบมีคดีความมั่นคงด้วย

จนท.ออกหมายจับผู้ต้องหายิง ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา แล้ว 2 ราย โดยทั้งคู่มีหมายจับคดีความมั่นคงด้วย   เมื่อวันที่ 11 พย.62 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 ได้เข้าประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ชุดสืบสวนคดีสำคัญ ในการติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา    โดยภายหลังการประชุม ได้เปิดเผยว่า ตำรวจกำลังดำเนินการขอหมายจับผู้ต้องหาเหตุยิง ชรบ.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน ซึ่งจากการตรวจพบเลือดที่จุดเกิดเหตุ และ DNA ในที่เกิดเหตุ ได้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรงกับผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคง 2 คน จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ วันนี้ คือ   1.นายซะอุดี ติงอูเซ็ง มีหมายจับในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พบเลือดในที่เกิดเหตุ 2.นายนัสรูเลาะห์ สะมะ มีคดีความมั่นคง อ.กาบัง อ.ยะหา จ.ยะลา พบ DNA ในที่เกิดเหตุ   และนอกจากนี้ ยังพบประวัติว่าที่ผ่านมา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คดีเผา บ.ชิณวรณ์ ปี 2561 คดีระเบิดจุดตรวจกรงปินัง ,คดีเผาที่ทำการการไฟฟ้า อ.กาบัง จ.ยะลา

 105

Top