ค้นหา :

ผลการค้นหา "ออกหมายจับ"

อาชญากรรม
18 ก.พ. 63

เตรียมออกหมายจับอดีตสามี อุกอาจควงปืนบุกยิง พนง.สาวคลินิกในห้างดัง

ตำรวจพญาไทเตรียมออกหมายจับ อดีตสามีที่บุกไปยิงภรรยาซึ่งเป็นพนักงานคลินิกเสริมความงาม ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนเพื่อนร่วมงานบาดเจ็บ 1 คน เบื้องต้นพบว่าทั้งคู่เพิ่งจดทะเบียนหย่าได้ 1 สัปดาห์ ล่าสุดพบจดหมายของผู้ก่อเหตุเขียนฝากถึงตำรวจ ยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายผู้อื่น แต่จะไปทำร้ายผู้ชายอีกคน    หลักฐานจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นชายคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาภายในคลินิกเสริมความงาม ซึ่งอยู่บนชั้น 4 ของห้างสรรพสินค้า ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สวมชุดสุภาพ สวมเสื้อคลุมสีดำ ไม่ปิดบังใบหน้า แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อชายคนนี้ได้ชักปืนออกมายิง ไปที่เค้าเตอร์พนักงานต้อนรับหน้าคลินิกติดต่อกันหลายนัด ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนร่วมงาน ส่วนคลินิกใกล้เคียงได้นำเครื่องมือแพทย์มาช่วยเหลือเพื่อปฐมพยาบาล   พลเมืองดี ระบุว่า ได้ยินเหตุจากวิทยุสื่อสาร จึงวิ่งขึ้นไปดู พบว่าเป็นเหตุรุนแรง ผู้ตายถูกยิงศีรษะ ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ส่วนพนักงานหญิงอีกคนได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว    ขณะที่ ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บพยานหลักฐานพบผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชาย ใส่เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ รูปร่างสันทัด ทราบชื่อว่า คือ นายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ เป็นอดีตสามีของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ก่อเหตุ และหลบหนีไป    โดยก่อนหน้านี้เพียง 1 สัปดาห์ ผู้เสียชีวิตได้โพสต์ใบหย่ากับอดีตสามี และมีการโพสต์ของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายชายจะโพสต์ตัดพ้อด้วยความผิดหวัง ตำรวจจึงเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากความหึงหวง โดยผู้ก่อเหตุ ทำงานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านปทุมวัน และคบหากับผู้เสียชีวิตมาประมาณ 10 ปี ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนขนาด 11 มิลลิเมตร โดยยิงทั้งหมดประมาณ 7 นัด   ขณะที่กลุ่มเจ้าของคลินิกระบุว่า ทราบว่าผู้เสียชีวิตมีปัญหากับอดีตสามี ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายได้เข้ามาหาฝ่ายหญิงหลายครั้ง จนมีปากเสียงทะเลากัน และฝ่ายหญิงได้ลาไปเคลียร์ปัญหากับฝ่ายชายมาก่อนหน้านี้ กระทั่งกลับมาทำงานใหม่ หลังหย่ากับฝ่ายชายแล้ว    ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุได้เขียนจดหมาย ส่งถึงตำรวจ มีใจความว่า ไม่ต้องตามจับ จะไม่ทำร้ายผู้อื่น นอกจากตัวเอง และฝากขอโทษมารดา และบุตร ซึ่งฝากอยู่กับบิดามารดาของฝ่ายหญิง แจ้งเบาะแส สนพญาไท 02-354-6957

 814
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.พ. 63

ออกหมายจับ! หนุ่มหวงก้างควงปืนกราดยิงร้านแต่งรถแฟนใหม่-ฉุดอดีตเมียขึ้นรถ

ออกหมายจับ! อดีตสามีควงปืนสงครามกราดยิงร้านตกแต่งรถกว่า 12 นัด กลางเมืองนครปฐม ฉุนจับได้แอบติดพันกับอดีตภรรยา พยาน เผย คนร้ายมา 2 คน ขับรถมาจอดหน้าร้านมีปากเสียงกัน ใช้ปืนจ่อหัวฉุดตัวอดีตภรรยาขึ้นรถรัวยิงแล้วขับหนี และยิงปืนเปิดทางไม่ให้ใครติดตาม ตร.คาดปมชู้สาวและหึงหวง เผยประวัติมือปืนเคยต้องโทษคดียาเสพติด โชคดีไร้คนเจ็บ   จากกรณีคนร้าย 2 คน กราดยิงเข้าไปภายในร้านตกแต่งรถช่างแมวใน ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม แล้วฉุดตัวผู้หญิงขึ้นรถยนต์หลบหนีไป ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพรถยนต์เก๋งสีขาว ของผู้ก่อเหตุไว้ได้ ขณะขับเข้ามาจอดหน้าร้านดังกล่าว เวลาประมาณตี 5 ของวันที่ 13 ก.พ. 63 ก่อนจะลงมือก่อเหตุอุกอาจ พากันขึ้นรถหนีไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พบปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 12 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และพบรองเท้าผู้หญิง 1 คู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และพบร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนดังกล่าวตามฝนังและกระจกจำนวนหลายจุด ทรัพย์สินพังเสียหาย ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายธาดา โคจรานนท์ หรือบอล อายุ 35 ปี ผู้ก่อเหตุข้อหาพยายามฆ่า,พกพาอาวุธปืนฯ ส่วนเพื่อนผู้ก่อเหตุอีกคนต้องทำการสอบสวนก่อน   พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพลสีนวล ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เผยว่า คนร้ายขับรถมาด้วยกัน 2 คน พกอาวุธปืนคนละ 1 กระบอก สอบถามทราบว่าคนร้ายคือนายธาดา เป็นอดีตสามีของ น.ส.นวพรรษณ์ ดุริยะพันธ์ หรืออ้อม แม่ค้าขายข้าวแกง ซึ่งมาติดพันอยู่กับนายสัญญา เทศถัน อายุ 36 ปี หรือช่างแมว เจ้าของร้านเกิดเหตุ /ก่อนหน้านี้คนร้ายจับได้จึงทักแชทเฟซบุ๊กไปเตือนช่างแมว ไม่ให้มายุ่งกับภรรยาตนเองบอกว่า “เมียผมนะผมยังไม่ได้เลิกกัน ผมรู้เขามาหาพี่” แต่ช่างแมวไม่ได้ตอบอะไรมาก   กระทั่งวันเกิดเหตุนายธาดา และเพื่อนอีก 1 คน ขับรถยนต์มาที่ตามหา น.ส.นวพรรษณ์ ที่ร้านช่างแมว เจอช่างแมวยืนอยู่หน้าร้าน ก่อนจะถามหาภรรยา ช่างแมวบอกอยู่ด้านใน คนร้ายจึงเดินเข้าไปหา กระทั่งพบพูดกับภรรยาว่า “ มึงเอากุญแจรถมา” แล้วมีปากเสียงกันใช้ปืนสั้นจ่อศีรษะ น.ส.นวพรรษณ์ ฉุดกระชากขึ้นรถและใช้อาวุธปืนยาวเป็นปืนสงครามกราดยิงเข้าไปในบริเวณร้านแต่งรถของช่างแมว ก่อนจะหลบหนีไป     ทั้งนี้สั่งฝ่ายสืบสวนไล่กล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งประสานให้ญาติพามอบตัว คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่นครปฐม ปมเหตุคาดเรื่องชู้สาว /ผู้ก่อเหตุอาจต้องการยิงขู่เท่านั้น ไม่ประสงค์ต่อชีวิต สำหรับประวัติของนายธาดา เคยต้องโทษคดียาเสพติด   ขณะที่พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวน้องชายคยก่อเหตุมาให้ข้อมูล และได้สอบปากคำช่างแมว ให้ข้อมูลว่า ตนรู้จักกับ น.ส.นวพรรษณ์ พูดคุยกันปกติไม่ได้คบหากัน เพราะตนมีภรรยาแล้วพักอยู่ที่บ้านด้วยกัน น.ส.นวพรรษณ์ มีลูกชายวัยขวบเศษ 1 คน กับคนร้าย  โดยเขาอ้างว่าได้เลิกรากับสามีแล้ว 6 เดือน ที่ผ่านมา น.ส.นวพรรษณ์  จะมาหาตนที่ร้านบางครั้งบางคราว ช่างแมวก็ไม่ได้คิดจะคบจริงจัง คุยเป็นเพื่อนกันเฉย ๆผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามช่างแมวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เขาบอก “ผมไม่ขอพูด”   พยานซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกับแฟนหนุ่มอาศัยอยู่บนตึกของร้านช่างแมว เนื่องแฟนหนุ่มทำงานเป็นลูกน้องอยู่ร้านดังกล่าว เวลาประมาณ 05.50 น. ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังมาก จึงเดินออกมาด้านหน้าระเบียงเห็นชาย 2 คน ลักษณะผอมใส่แมทปิดปากและใส่เสื้อคลุมลายทหาร อีก1 คน ลักษณะอ้วนใส่หมวก    หลังจากนั้นตนเองวิ่งเข้าไปเอาโทรศัพท์เพื่อจะแจ้งตำรวจ ระหว่างโทรตนเองยืนอยู่หน้าระเบียง ได้ยินเสียงชายคนอ้วนพูดว่า “ให้เอากุญแจรถมาไม่งั้นเดี๋ยวกรูเข้าไปเอาเอง” แต่ผู้หญิงก็บอกว่าจะเข้าไปเอาให้เอง และมีการฉุดกระชากลากถู ชายคนอ้วนได้ใช้ปืนจ่อที่ศีรษะผู้หญิงลากขึ้นรถ    ส่วนชายคนผอมถือปืนเข้าไปกราดยิงภายในร้านหลายสิบนัด ทำให้คนในบ้านวิ่งหนีเอาตัวรอด หลังจากนั้นตนเองก็ตะโกนว่า “ทำอะไรกัน” แฟนของตนเองก็ใช้ขวดเบียร์ขว้างลงมาแต่ติดลูกกรง และชายคนผอมหันปลายกระบอกปืนชี้มาทางแฟนของตนเอง จึงหลบเข้าด้านในห้อง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สิ้นเสียงปืนคนร้ายทั้ง 2 คน ก็ขับรถยนต์หนีไปทางเส้นเพชรเกษม พร้อมทั้งยิงปืนเปิดทางไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตรงข้ามติดตาม   ผู้สื่อข่าวย้อนกลับไปที่จุดเกิดเหตุคุยกับชาวบ้าน บอกว่า ร้านดังกล่าวมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาตกแต่งไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่จะมาช่วงกลางคืนและมีการเบิ้ลเครื่องเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยย่านนั้น แจ้งตำรวจไปพอมาดูก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก บางคืนนั่งดื่มเหล้าเบียร์มั่วสุมกัน   จากนั้นผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของนายธาดา ผู้ก่อเหตุย่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยลูกพี่ลูกน้องบอกว่านายธาดา ไม่ได้กลับมาที่บ้านนานแล้วและไม่ไม่เคยติดต่อไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ทราบเพียงว่าย้ายไปอยู่กับภรรยา แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นภรรยาคนเพราะมีหลายคน  ยอมรับนายธาดา เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และที่ก่อเหตุครั้งนี้ทางญาติเพิ่งทราบ “น้องเราเราก็รัก พอมีปัญหาก็ไม่สบายใจ” ญาติอีกคนบอกว่าไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเขาชั่วร้ายมากและเป็นคนเจ้าชู้       อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/YhSBHB0bWUg

 1,899
สังคม
15 ก.พ. 63

ออกหมายจับ! หนุ่มหวงก้างควงปืนกราดยิงร้านแต่งรถแฟนใหม่-ฉุดอดีตเมียขึ้นรถ

ออกหมายจับ! อดีตสามีควงปืนสงครามกราดยิงร้านตกแต่งรถกว่า 12 นัด กลางเมืองนครปฐม ฉุนจับได้แอบติดพันกับอดีตภรรยา พยาน เผย คนร้ายมา 2 คน ขับรถมาจอดหน้าร้านมีปากเสียงกัน ใช้ปืนจ่อหัวฉุดตัวอดีตภรรยาขึ้นรถรัวยิงแล้วขับหนี และยิงปืนเปิดทางไม่ให้ใครติดตาม ตร.คาดปมชู้สาวและหึงหวง เผยประวัติมือปืนเคยต้องโทษคดียาเสพติด โชคดีไร้คนเจ็บ   จากกรณีคนร้าย 2 คน กราดยิงเข้าไปภายในร้านตกแต่งรถช่างแมวใน ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม แล้วฉุดตัวผู้หญิงขึ้นรถยนต์หลบหนีไป ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพรถยนต์เก๋งสีขาว ของผู้ก่อเหตุไว้ได้ ขณะขับเข้ามาจอดหน้าร้านดังกล่าว เวลาประมาณตี 5 ของวันที่ 13 ก.พ. 63 ก่อนจะลงมือก่อเหตุอุกอาจ พากันขึ้นรถหนีไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พบปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 12 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และพบรองเท้าผู้หญิง 1 คู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และพบร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนดังกล่าวตามฝนังและกระจกจำนวนหลายจุด ทรัพย์สินพังเสียหาย ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายธาดา โคจรานนท์ หรือบอล อายุ 35 ปี ผู้ก่อเหตุข้อหาพยายามฆ่า,พกพาอาวุธปืนฯ ส่วนเพื่อนผู้ก่อเหตุอีกคนต้องทำการสอบสวนก่อน   พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพลสีนวล ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เผยว่า คนร้ายขับรถมาด้วยกัน 2 คน พกอาวุธปืนคนละ 1 กระบอก สอบถามทราบว่าคนร้ายคือนายธาดา เป็นอดีตสามีของ น.ส.นวพรรษณ์ ดุริยะพันธ์ หรืออ้อม แม่ค้าขายข้าวแกง ซึ่งมาติดพันอยู่กับนายสัญญา เทศถัน อายุ 36 ปี หรือช่างแมว เจ้าของร้านเกิดเหตุ /ก่อนหน้านี้คนร้ายจับได้จึงทักแชทเฟซบุ๊กไปเตือนช่างแมว ไม่ให้มายุ่งกับภรรยาตนเองบอกว่า “เมียผมนะผมยังไม่ได้เลิกกัน ผมรู้เขามาหาพี่” แต่ช่างแมวไม่ได้ตอบอะไรมาก   กระทั่งวันเกิดเหตุนายธาดา และเพื่อนอีก 1 คน ขับรถยนต์มาที่ตามหา น.ส.นวพรรษณ์ ที่ร้านช่างแมว เจอช่างแมวยืนอยู่หน้าร้าน ก่อนจะถามหาภรรยา ช่างแมวบอกอยู่ด้านใน คนร้ายจึงเดินเข้าไปหา กระทั่งพบพูดกับภรรยาว่า “ มึงเอากุญแจรถมา” แล้วมีปากเสียงกันใช้ปืนสั้นจ่อศีรษะ น.ส.นวพรรษณ์ ฉุดกระชากขึ้นรถและใช้อาวุธปืนยาวเป็นปืนสงครามกราดยิงเข้าไปในบริเวณร้านแต่งรถของช่างแมว ก่อนจะหลบหนีไป     ทั้งนี้สั่งฝ่ายสืบสวนไล่กล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งประสานให้ญาติพามอบตัว คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่นครปฐม ปมเหตุคาดเรื่องชู้สาว /ผู้ก่อเหตุอาจต้องการยิงขู่เท่านั้น ไม่ประสงค์ต่อชีวิต สำหรับประวัติของนายธาดา เคยต้องโทษคดียาเสพติด   ขณะที่พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวน้องชายคยก่อเหตุมาให้ข้อมูล และได้สอบปากคำช่างแมว ให้ข้อมูลว่า ตนรู้จักกับ น.ส.นวพรรษณ์ พูดคุยกันปกติไม่ได้คบหากัน เพราะตนมีภรรยาแล้วพักอยู่ที่บ้านด้วยกัน น.ส.นวพรรษณ์ มีลูกชายวัยขวบเศษ 1 คน กับคนร้าย  โดยเขาอ้างว่าได้เลิกรากับสามีแล้ว 6 เดือน ที่ผ่านมา น.ส.นวพรรษณ์  จะมาหาตนที่ร้านบางครั้งบางคราว ช่างแมวก็ไม่ได้คิดจะคบจริงจัง คุยเป็นเพื่อนกันเฉย ๆผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามช่างแมวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เขาบอก “ผมไม่ขอพูด”   พยานซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกับแฟนหนุ่มอาศัยอยู่บนตึกของร้านช่างแมว เนื่องแฟนหนุ่มทำงานเป็นลูกน้องอยู่ร้านดังกล่าว เวลาประมาณ 05.50 น. ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังมาก จึงเดินออกมาด้านหน้าระเบียงเห็นชาย 2 คน ลักษณะผอมใส่แมทปิดปากและใส่เสื้อคลุมลายทหาร อีก1 คน ลักษณะอ้วนใส่หมวก    หลังจากนั้นตนเองวิ่งเข้าไปเอาโทรศัพท์เพื่อจะแจ้งตำรวจ ระหว่างโทรตนเองยืนอยู่หน้าระเบียง ได้ยินเสียงชายคนอ้วนพูดว่า “ให้เอากุญแจรถมาไม่งั้นเดี๋ยวกรูเข้าไปเอาเอง” แต่ผู้หญิงก็บอกว่าจะเข้าไปเอาให้เอง และมีการฉุดกระชากลากถู ชายคนอ้วนได้ใช้ปืนจ่อที่ศีรษะผู้หญิงลากขึ้นรถ    ส่วนชายคนผอมถือปืนเข้าไปกราดยิงภายในร้านหลายสิบนัด ทำให้คนในบ้านวิ่งหนีเอาตัวรอด หลังจากนั้นตนเองก็ตะโกนว่า “ทำอะไรกัน” แฟนของตนเองก็ใช้ขวดเบียร์ขว้างลงมาแต่ติดลูกกรง และชายคนผอมหันปลายกระบอกปืนชี้มาทางแฟนของตนเอง จึงหลบเข้าด้านในห้อง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สิ้นเสียงปืนคนร้ายทั้ง 2 คน ก็ขับรถยนต์หนีไปทางเส้นเพชรเกษม พร้อมทั้งยิงปืนเปิดทางไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตรงข้ามติดตาม   ผู้สื่อข่าวย้อนกลับไปที่จุดเกิดเหตุคุยกับชาวบ้าน บอกว่า ร้านดังกล่าวมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาตกแต่งไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่จะมาช่วงกลางคืนและมีการเบิ้ลเครื่องเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยย่านนั้น แจ้งตำรวจไปพอมาดูก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก บางคืนนั่งดื่มเหล้าเบียร์มั่วสุมกัน   จากนั้นผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของนายธาดา ผู้ก่อเหตุย่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยลูกพี่ลูกน้องบอกว่านายธาดา ไม่ได้กลับมาที่บ้านนานแล้วและไม่ไม่เคยติดต่อไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ทราบเพียงว่าย้ายไปอยู่กับภรรยา แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นภรรยาคนเพราะมีหลายคน  ยอมรับนายธาดา เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และที่ก่อเหตุครั้งนี้ทางญาติเพิ่งทราบ “น้องเราเราก็รัก พอมีปัญหาก็ไม่สบายใจ” ญาติอีกคนบอกว่าไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเขาชั่วร้ายมากและเป็นคนเจ้าชู้       อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/YhSBHB0bWUg

 1,899
ข่าวภูมิภาค
06 ก.พ. 63

ออกหมายจับ ไอ้หื่นลวงเด็ก ป.6 เข้าป่าหมายข่มขืน แต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กมีประจำเดือน

สงขลา-กรณีนายเฉลิมพล ธรรมนิยม อายุ 37 ปี หลอกนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หวังมาไปกระทำอนาจาร แต่ไม่สำเร็จ เหตุเกิดบริเวณป่าละเมา ถนนสายสนามบินหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   โดยญาติของเด็กได้โพสต์เล่าว่า คนร้ายเอามีดจี้เด็กขณะเดินไปโรงเรียน โดยข่มขู่นานหลาย ชม.ก่อนพาเข้าไปหวังข่มขืน แต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กมีประจำเดือน   ต่อมาพนักงานสอบสวนเชิญผู้เสียหาย นางนพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี และบุตรสาวเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) มาสอบปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ล่าสุดพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GoIr08iN7v4

 4,908
สังคม
06 ก.พ. 63

ออกหมายจับ ไอ้หื่นลวงเด็ก ป.6 เข้าป่าหมายข่มขืน แต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กมีประจำเดือน

สงขลา-กรณีนายเฉลิมพล ธรรมนิยม อายุ 37 ปี หลอกนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หวังมาไปกระทำอนาจาร แต่ไม่สำเร็จ เหตุเกิดบริเวณป่าละเมา ถนนสายสนามบินหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   โดยญาติของเด็กได้โพสต์เล่าว่า คนร้ายเอามีดจี้เด็กขณะเดินไปโรงเรียน โดยข่มขู่นานหลาย ชม.ก่อนพาเข้าไปหวังข่มขืน แต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กมีประจำเดือน   ต่อมาพนักงานสอบสวนเชิญผู้เสียหาย นางนพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี และบุตรสาวเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) มาสอบปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ล่าสุดพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GoIr08iN7v4

 4,908
สังคม
03 ก.พ. 63

จ่อออกหมายจับ มือฆ่ากำนันหญิง ล่าสุดเจอ จยย.คนร้ายเอาไปทิ้งในคูน้ำ

ความคืบหน้าในคดีคนร้ายก่อเหตุยิงกำนันหญิงนักพัฒนาเสียชีวิต ล่าสุดตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว ขณะที่ชาวบ้านต่างเสียดายคนดี อยากให้จับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว   ภาพกล้องวงจรปิด ที่สามารถจับภาพคนร้ายเอาไว้ได้ อย่างชัดเจน โดยคนร้ายได้สวมหมวกกันน๊อค เสื้อแขนยาวสีดำ สวมกางเกงขายาว ขับรถมาจอดหน้าบ้านกำนัน แล้วเดินเข้าไปในบ้านซึ่งหน้าบ้านเปิดเป็นร้านของชำ และเข้าไปยิงกำนันในห้องครัว แล้วก็เดินออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   กรณีคนร้ายเป็นชาย สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทำทีไปขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่ บ้านนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี กำนันตำบลผาตั้ง หรือ กำนันเตี้ย ที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 6 บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิงขมับ กำนันเตี้ย เสียชีวิตคาห้องครัว    ล่าสุด พลตำรวจโท เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว โดยมีทั้งตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และตำรวจชุดสืบสวนจากภูธรภาค 4 ร่วมกันลงพื้นที่ออกสืบสวนหาเบาะแสคนร้าย ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้ายแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดได้ คาดว่าจะได้รับข่าวดีในเร็ว ๆ นี้   ขณะที่บรรยากาศงานศพของนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ หรือ กำนันเตี้ย ที่จัดขึ้นที่บ้านที่เกิดเหตุนั้น ได้มีชาวบ้านมาร่วมงานศพเป็นจำนวนมาก โดยยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเสียชีวิตของกำนันเตี้ย และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำนันเตี้ยเป็นคนดี เป็นนักพัฒนา เป็นที่รักของชาวบ้านรวมถึง นางอรวรรณ ธาตุพิสัย อายุ 30 ปี บอกว่า กำนันเตี้ย เป็นคนดีมาก ตั้งแต่เป็นกำนันมาก็ทำงานเพื่อสังคม เพื่อชาวบ้านมาโดยตลอด ในหมู่บ้านและพื้นที่รับผิดชอบของกำนันมีการพัฒนาขึ้นมาก ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น อยากให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว    ด้านพี่ชาย กำนันเตี้ย บอกว่า สาเหตุการเสียชีวิตของน้องสาวครั้งนี้คาดว่า น่าจะเป็นความขัดแย้งเรื่องปมที่ดินวัดป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย ที่มีเรื่องฟ้องหมิ่นประมาทกันก่อนหน้านี้ ซึ่งล่าสุดศาลยกฟ้องแล้ว แต่คู่กรณียื่นอุทรณ์ต่อ อาจจะเป็นเรื่องนี้หรือไม่   ส่วนที่มีปัญหากับนายทุนที่ดินเรื่องขอพิพาทระหว่างชาวบ้านกับนายทุน ที่กำนันเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยนั้น ก็ยังติดใจประเด็นนี้อยู่เช่นกัน เพราะน้องสาวไม่เคยมีปัญหากับใคร ชาวบ้านก็รักใคร่เป็นอย่างดี ซึ่งอยากให้ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ซึ่งหากยังจับคนร้ายไม่ได้ ตนและญาติๆจะไม่ยอมเผาศพน้องสาวอย่างแน่นอน-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ช่วงบ่าย ตำรวจ สภ.สังคม ได้เรียกพี่ชายและสามีกำนัน รวมถึงผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เข้าให้ปากคำตำรวจอีกครั้ง  

 1,643
อาชญากรรม
03 ก.พ. 63

ออกหมายจับ ไอ้โหดฆ่าปาดคอ - ตัดอวัยวะเพศตร.

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณี พ.ต.ท.จำรัส ดลเจือ สวป.สภ.ร่องคำ ถูกคนร้ายใช้ของแข็งมีคมแทงบริเวณลำตัวหลายแผล และอวัยวะเพศถูกตัดขาด      เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนสอบสวนรายงานว่าได้รวบรวมพยานหลักฐานจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบก่อนทราบคนร้ายคือ นายอมรลัก จิตรเกาะ อายุ 46 ปี ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อพิจารณาออกหมายจับ ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นมูลเหตุน่าจะเกิดจากปมชู้สาว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตำรวจถูกแทงกว่า 20 แผล-เฉือนอวัยวะเพศดับคาบ้าน ตั้งปมชู้สาว        

 4,260
สังคม-อาชญากรรม
26 ม.ค. 63

ออกหมายจับ ลุงโหดขับเก๋งพุ่งชนเพื่อนบ้านดับ คาดปมราวตากผ้าขวางทาง ลูกสาววอนพ่อมอบตัว

เมื่อวานนี้ โลกออนไลน์ก็มีการแชร์ภาพคลิปเหตุการณ์เพื่อนบ้าน ขับรถเก๋งมีลักษณะคล้ายตั้งใจพุ่งชนเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามที่กำลังรดน้ำต้นไม้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง อายุ 55 ปี  เหตุเกิดที่หมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ จ.พระนครศรีอยุธยา   เมื่อวานนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าลักษณะบ้านเป็นทาวเฮาส์ปลูกติดกัน 2 ชั้น ยังพบเศษซากกระถางต้นไม้กระจายเกลื่อนถนน และพบรอยล้อรถเป็นทางยาว ตั้งแต่จุดจอดรถจนถึงจุดชน มีรอยล้อรถและรอยเบรกเป็นทางยาว ซึ่งบ้านของผู้ก่อเหตุ และผู้เสียชีวิต อยู่รั้วติดกัน ส่วนบ้านเจ้าของรถคือบ้านตรงข้าม โดยพบว่าผู้ก่อเหตุ คือนายไพบูลย์ ส่างสาร หรือ ‘บูลย์’ ซึ่งเป็นคนรู้จักกับครอบครัวผู้เสียชีวิตมานานนับสิบปี และนายไพบูลย์ทำอาชีพขับวินรถจักรยานยนต์และรับจ้างขับรถให้กับบ้านตรงข้ามมานาน    ผู้สื่อข่าวสอบถามนางปานกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า สามีทำงานเป็นนายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักก่อสร้างทาง กรมทางหลวงชนบท ที่เชียงใหม่ เพิ่งจะกลับบ้านมาเมื่อ 2 วันก่อน   ตอนเช้า ได้เข็นราวตากผ้าไปตากแดดหน้าบ้านซึ่งทำแบบนี้เป็นประจำ จากนั้นก็เก็บกวาดใบไม้รดน้ำต้นไม้ ตนอยู่ในครัวจึงไม่ไรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งได้ยินเสียงดังโครม ก็เห็นสามีตนนอนเสียชีวตแล้ว ส่วนรถคันก่อเหตุก็ขับออกไป มาดูจากกล้องวงจรปิด  ก็มีช่วงจังหวะหนึ่งที่คนก่อเหตุ ยืนคุยกับสามีตน แล้วก็ถอยรถออกมาและก่อเหตุพุ่งชน ตอนนี้ก็อยากทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่า เกิดอะไรขึ้นทำไมต้องทำกับสามีตนขนาดนี้    ทางด้านเพื่อนบ้าน เล่าว่า ยายเจ้าของรถที่ว่าจ้างนายไพบูลย์คนก่อเหตุขับรถให้นั้นบอกว่า นายไพบูลย์มาบอกว่าราวตากผ้าขวางทาง ถอยรถยาก ยายเจ้าของรถจึงบอกว่าเดี๋ยวจะไปบอกให้ จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด    ทางด้านคุณบุญสม พี่สาวภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ไม่คิดว่าจิตใจของนายไพบูลย์จะโหดเหี้ยมเกินคนทำกันได้ขนาดนี้ ที่ผ่านมารู้จักกันมานานเป็นสิบปี กินข้าวด้วยกันช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่รู้ว่าโกรธแค้นอะไรขนาดนี้ การกระทำของนายไพบูลย์คือตั้งใจมาชนให้ตาย หากไม่พอใจกันก็ต่อยกันก็พอ ทำไมทำแบบนี้เขาตายแบบไม่รู้ตัวมาก่อนเลย การกระทำของนายไพบูลย์คือตั้งใจชนแน่นอนไม่ใช่อุบัติเหตุ    ทางด้านครอบครัวของผู้ก่อเหตุ เมื่อวานนี้ ได้ไปที่ สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา หลังมีรายงานว่า นายไพบูลย์จะเข้ามอบตัว โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับลูกสาวนายไพบูลย์ เล่าทั้งน้ำตาว่าเสียใจมาก ไม่คิดว่าพ่อจะก่อเหตุ ไม่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไร บ้านตนและบ้านผู้เสียชีวิตมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เมื่อปีใหม่ยังกินเลี้ยงกันตามปกติ ยังหาเหตุผลไม่ได้ ตอนนี้อยากขอให้พ่อมอบตัว ปกติ พ่อไม่ได้เป็นคนขับรถเร็ว ไม่ได้มีอารมณ์ร้อน หรือฉุนเฉียวขนาดนี้ ก็ไม่ทราบว่าพ่อกับผู้เสียชีวิตมีปัญหาอะไรกัน    หลังจากที่เกิดเรื่อง ทางเราก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย ถ้าพ่อฟังอยู่ ก็ขอให้พ่อมามอบตัว หนีไปมันก็ไม่ได้อะไร ทางครอบครัวก็พร้อมจะเยียวยาและรับผิดชอบ   ส่วนสาเหตุของการกระทำดังกล่าว ลูกสาวได้เปิดเผยว่า ปกติพ่อไม่คุยกับข้างบ้านเท่าไร เพราะทำงานคนละเวลา แต่ตนได้ดูจากคลิปแล้วเหมือนมีการเถียงอะไรบางอย่างกัน ก็คิดว่า อาจจะเป็นเพราะราวตากผ้าที่มาตั้งขวางอยู่เป็นสาเหตุครั้งนี้ จากนี้ไปทางครอบครัวจะรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น และจากนี้ไปก็ไม่รู้ว่าจะอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปอีกหรือไม่   จากนั้นไม่นานตำรวจก็พบรถเก๋งที่ก่อเหตุ คือโตโยต้าอัลตีส จอดทิ้งสนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม. ส่วนคนขับรถยนต์คันเกิดเหตุ ขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปแล้ว ทิ้งเด็ก 2 คน และคนที่นั่งมาในรถอีก 1 คน ไว้ที่สนามฟุตบอล โดยเจ้าของรถเข้าให้ปากคำกับตำรวจยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น    ด้าน พ.ต.อ.ประเวศ ศรนาค ผกก. สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตร.ศาลได้อนุมัติหมายจับกุม นายไพบูลย์  ผู้ก่อเหตุแล้วในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ซึ่งจาการสอบถามคุณยายผู้ว่าจ้างให้ขับรถให้และนั่งอยู่ในรถขณะเกิดเหตุด้วย เล่าว่า ผู้ก่อเหตุ มีปัญหาไม่พอใจผู้ตายมานานแล้วแต่ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องอะไร แต่ก่อนเกิดเหตุบ่นเรื่องราวตากผ้าขวางทางทำให้ถอยรถลำบาก ซึ่งก่อนที่จะถอยออกมา ทางผู้ตายก็เลื่อนราวตากผ้าให้แล้วแต่เลื่อนนิดหน่อยทำให้ผู้ก่อเหตุโกรธ บวกกับปัญหาที่มีกันมานานจึงก่อเหตุขับรถพุ่งชน ดังกล่าว ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี      ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/INfeSWW-9A0      

 42,318
การเมือง
16 ม.ค. 63

ออกหมายจับ 'พ.ต.ท.ไวพจน์' เบี้ยวนัดฟังฎีกา คดีล้มประชุมอาเซียนที่พัทยา

ศาลพัทยานัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3537/2552 คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวก รวม 18 คนเป็นจำเลย กรณีบุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ขัดขวางการประชุมอาเซียนซัมมิตปี 2552 มีจำเลยหลบหนี 3 คน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คน ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน   ครั้งนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส. กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ จำเลยที่ 3 หลังจากวันที่ 3 ธ.ค.62 ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับให้มาฟังคำพิพากษาฎีกาในวันที่ 15 ม.ค. แต่ปรากฏว่ามีเพียงทนายความมาศาล จึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยพิพากษายืนจำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ 4 ปี และปรับ 200 บาท ไม่รอลงอาญา หลังอ่านคำพิพากษาศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์มารับโทษ หมายจับมีอายุความ 10 ปีนับจากวันออกหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BswPOGg0dlU

 649
สังคม
03 ม.ค. 63

เปิดโฉมหน้า พร้อมออกหมายจับ มือยิงหนุ่มร้านกาแฟดับ

สงขลา - จากกรณี นายสุเมธ วัฒนพรหม อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด บริเวณหน้าบ้านพัก และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่   กระทั่ง นายสุเมธ วัฒนพรหม ได้เสียชีวิตลงแล้วที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลหาดใหญ่ เนื่องจากทนพิษบาดแผลที่ถูกยิงเข้าที่หน้าท้อง 1 นัด ไม่ไหว เพราะ กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ ก่อนที่จะเสียชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา   ขณะที่ผลการสอบสวนแฟนสาวของผู้ตายระบุว่า ในช่วงก่อนหน้านี้ผู้ตาย ซึ่งทำงานเป็นพนักงานร้านกาแฟภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ ได้ตักเตือนเพื่อนร่วมงานผู้หญิงคนหนึ่งเกี่ยวกับการคุยโทรศัพท์ในเวลางานว่า อย่าคุยเยอะ เดี๋ยวจะพากันเดือนร้อนทั้งร้าน และเมื่อตักเตือนหลายครั้งเข้า ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ไม่พอใจ และได้เอาเรื่องดังกล่าวไปบอกกับแฟน จากนั้นแฟนของพนักงานก็ได้โทรศัพท์มาหาผู้ตาย เพื่อขอเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น   และปรากฏว่า ในคืนเกิดเหตุได้มีการนัดมาเจอกันที่บ้านของผู้ตาย และเมื่อผู้ตายเปิดประตูหน้าบ้านออกมายังไม่ทันได้คุย ทางกลุ่มของมือปืน ซึ่งเป็นแฟนของพนักงานสาวคนดังกล่าว ได้ชักเอาปืนสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ทันที โดยที่ไม่ได้คุยอะไรกัน และฝ่ายผู้ตายไม่มีโอกาสได้ทันระวังตัว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตลงในที่สุด   ล่าสุดศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับนายชนะกิจ มหาวงศ์ อายุ 22 ปีชาว อ.หาดใหญ่ ในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากขณะศาลจังหวัดสงขลา รับสำนวนฟ้องนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บยังไม่เสียชีวิต แต่ขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิต   ทาง ร.ต.อ.วัลลพ สุภาไชยกิจเปิดเผยว่า หลังจากผู้ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตแล้วนั้นทางพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ทางชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ นำโดย พ.ต.ท.ธนวัต เส็งสุย รองผกก.สส.สภ.หาดใหญ่เร่งล่าตัวปืนมือมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด

 1,692
อาชญากรรม
21 ธ.ค. 62

จ่อออกหมายจับคดี 'ฆ่าเซลล์สาว' สัปดาห์หน้า คาดมีผู้ต้องหามากกว่า 1 ราย

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1  ยืนยันว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน คดีฆาตกรรมนางสาวกลิ่นเกษร วงษ์สิงค์  ที่อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี  ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องสงสัย ที่คาดว่า มีมากกว่า1คน    ความคืบหน้าคดี ที่พบศพนางสาวกลิ่นเกษร วงษ์สิงค์ ในรถจมน้ำที่อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี  ล่าสุด  พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 บอกว่าขณะนี้ตำรวจกำลัง รวบรวมพยานหลักฐานประกอบการหาตัวผู้ต้องสงสัย ทั้งรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ การสอบปากคำพยานทั้งในอดีต รวมทั้งผู้ใกล้ชิดเสี่ยเจ้าของโรงงานปุ๋ย ที่ผู้ตายเคยทำงานด้วย เพื่อเชื่อมโยงว่าใครบ้างที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย     ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เข้าไปเก็บตัวอย่างหลักฐานเพิ่มเติมในโรงงานปุ๋ยของเสี่ยคนดังกล่าวแล้ว เช่นการนำเอาดินในโรงงานไปส่งตรวจเปรียบเทียบกับดินที่รถของผู้ตาย และตรวจหาว่าผ้าห่มที่พบห่อศพผู้ตายนั้น เป็นผ้าห่มของใคร  เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยหรือไม่อย่างไร  นอกจากนี้ยังพิสูจน์เพิ่มเติมด้วยว่า  คนร้ายร่วมกันทำให้เสียชีวิตก่อนจะศพไปอำพราง หรือเสียชีวิตหลังจากรถจมน้ำแล้ว ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น หากหลักฐานเพียงพอก็จะขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับผู้สงสัยต่อไป เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายในคดีนี้น่าจะมากกว่า 1 คน    ส่วน นางลั่นทม  วงษ์สิงห์ มารดาผู้เสียชีวิต บอกว่า จนถึงขณะนี้รอรับศพลูกสาวกลับมา แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะทำพิธีฌาปณกิจ หรือเก็บไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ยอมรับว่าไม่มั่นใจการทำคดีของตำรวจในท้องที่มากนัก ก่อนหน้านี้หลังจากลูกหายไปประมาณ 3 เดือน ก็ได้เดินทางมาร้องเรียนที่กองปราบปรามครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากตำรวจกองปราบไปเก็บหลักฐานแล้วก็เงียบไปเพราะยังหาศพไม่พบ  จึงอยากให้ตำรวจกองปราบเข้ามาช่วยเหลือติดตามคดีอีกทางหนึ่งด้วย 

 4,225
สังคม
08 ธ.ค. 62

ออกหมายจับ 2 ข้อหา ครูพละหื่น ข่มขืนนักเรียนหญิง ม.3 ผลตรวจร่างกายชัด ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

จากกรณีครูพละที่โรงแห่งหนึ่ง ใน จ.พิษณุโลก ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม. 3 วัย 14 ปี ระหว่างวันที่ 11 ถึง 15 พฤศจิกายน 2562 หลังเกิดเหตุมีความพยายามไกล่เกลี่ยประนีประนอม มีคนกลางเจรจากับผู้ปกครองพร้อมจ่ายค่าเสียหายให้กับครอบครัวเด็กเพื่อไม่ให้แจ้งความร้องทุกข์ แต่ทางญาติไม่ยอมจนมีการร้องเรียนผ่านทางผู้นำในชุมชน   จนเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2562 ทางเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก โดยนางอัญชรินทร์ กลิ่นศิริ หน. บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก ได้พาผู้ปกครองคือพ่อแม่และเด็กหญิงที่ถูกข่มขืนมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่ สภ. วังทองแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวแจ้งว่า ได้ประสานแจ้งกับทางผู้ปกครองเด็ก ว่าจะจัดสถานที่ให้เด็กที่เป็นเหยื่อ ได้พักอย่างปลอดภัย และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนการคุ้มครองเด็ก   ความคืบหน้าวันที่ 7 ธ.ค. พ.ต.ท.จักรภัทร อิ่มหนำ รอง ผกก.สภ.วังทอง เจ้าของคดีความ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับ นายธัญพิสิษฐ์ บัวสุด ครูชำนาญการพิเศษ ในข้อหา 2 ข้อหา 1 กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ข้อหาที่ 2 พากย์ผู้เยาว์ โดยมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี ทั้งนี้ได้ให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวนายธัญพิสิษฐ์ มาดำเดินคดีตามกฎหมาย คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้   สำหรับผลการตรวจรับรองของแพทย์ จากโรงพยาบาลวังทอง ได้ส่งกลับมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่าพบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมเป็นหลักฐานในการออกหมายจับดังกล่าว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/3tvpvoDEKAk

 2,233
สังคม
07 ธ.ค. 62

อนุมัติหมายจับครูพละข่มขืน ด.ญ.ชั้น ม.3 คาดตามตัวได้เร็วๆ นี้ ญาติเผยเด็กกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่อยากไป ร.ร.

ศาลได้อนุมัติหมายจับครูพละโรงเรียนหนึ่ง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ตั้งข้อหาเบื้องต้น 2 ข้อหา หลังจากไปล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนชั้นม.3    พ.ต.ท.จักรภัทร อิ่มหนำ รอง ผกก.สภ.วังทอง เจ้าของคดีความ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับ นายธัญพิสิษฐ์ บัวสุด ในข้อหา 2 ข้อหา คือ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี พรากผู้เยาว์ หลังได้รับผลการตรวจรับร่างของนักเรียนหญิงจากโรงพยาบาลวังทอง ที่ระบุว่าพบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมเป็นหลักฐานในการออกหมายจับ พร้อมทั้งให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวครูพละรายนี้มาดำเดินคดีตามกฎหมาย คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้   ญาติๆ ของเด็ก ม.3 บอกว่า บอกว่า ครูพละไม่น่าข่มขืนลูกศิษย์เป็นตราบาปไปตลอดชีวิต สภาพจิตใจของน้องแย่ลงมาก ไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน และที่สำคัญก็คือเด็กไม่อยากจะไปโรงเรียน

 5,339
อาชญากรรม
06 ธ.ค. 62

ออกหมายจับ 5 ผู้ต้องหาแก๊งค้ายาที่เผาป้าจอย รวบได้แล้ว 1 คน ตร.พาชี้จุดทำแผน

จากกรณีที่ผู้หญิงคนหนึ่งอายุราว 50 ปี ถูกแก๊งค้ายาทำร้ายร่างกายและจุดไฟเผา ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันนี้ (5ธ.ค.) ศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นาย ส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ อายุ 41 ปี หรือแหล๊ะ นาง จันทิรา บินเสหาะ อายุ 36 ปีหรือแอดซึ่งเป็นผัวเมียกัน นาย ยงยุทธ ชุมประมาณ อายุ 26 ปี หรือเป้ น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี หรือแก้ว และนายแบงค์ เยาวชนอายุ 17 ปี ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัวได้แล้วเป็นคนแรก   โดยทั้ง 5 คนถูกแจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหา คือรวมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยทรมานหรือโดยทารุณ โหดร้าย และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง และเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ด้านตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำ กำลังเร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก4 คนมาดำเนินคดีและคาดว่าน่ากบดานอยู่ในบริเวณพื้นที่ คงจะตามตัวทุกคนได้โดยไม่ยาก    ทางพล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ได้เดินทางไปติดตามคดีนี้ที่สภ.บางกล่ำ พร้อมกับควบคุมตัว นายแบงค์ เยาวชน อายุ 17 ปีที่จับกุมตัวได้เป็นคนแรกไปชี้จุดเกิดเหตุและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกเป็นบ้านของลูกสาวนางมาลัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านเสือผ่าน หมู่15 ต.ท่าช้าง ที่นายแบงค์ขับรถจักรยานยนต์ไปรับนางมาลัยออกมา จุดที่2 บนสะพานบ้านหนองจูด ซึ่งเป็นสะพานข้ามคลองระบายน้ำ ซึ่งนายแบงค์ ได้พานางมาลัยมาพบกับ นาง จันทิรา หรือแอด นาย ยงยุทธ หรือเป้ และน.ส.ภัทราพร หรือแก้ว ที่รออยู่เพื่อเค้นถามเรื่องยาไอซ์ 3 ขีดที่แอบหยิบไปพร้อมกับขู่ว่าหากไม่บอกจะโยนทิ้งสะพาน และนางมาลัย บอกว่าอยู่ที่ขนำที่พัก   ส่วนจุดที่3 เป็นขนำที่พักของนางมาลัย ซึ่งเป็นจุดที่นางมาลัยถูกราดน้ำมันจุดไฟเผา โดยจุดนี้มีนายส่อแหล๊ะ หรือแหล๊ะ เจ้าของยาไอซ์รออยู่และซ้อมนางมาลัย ก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผาหลังทราบว่ายาไอซ์ทั้งหมดถูกนำไปละลายน้ำทิ้งหมดแล้ว หลังชี้จุดและทำแผนเสร็จตำรวจได้ควบคุมตัวนายแบงค์ไปยัง สภ.บางกล่ำ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ยายของแบงค์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าครอบครัวไม่เคยรู้มาก่อนว่าแบงค์เข้าไปร่วมก่อเหตุและอยู่กับแกงค์ค้ายากลุ่มนี้ ที่ผ่านมาพยายามเตือนมาตลอดว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาและพวกค้ายา ในคืนเกิดเหตุก็กลับมานอนที่บ้านตามปกติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MNFjDCOR3ns

 1,511
สังคม
30 พ.ย. 62

ออกหมายจับ หนุ่มเชียงใหม่มือสังหาร 2 ครูผัวเมีย ก่อนชิงบิ๊กไบค์

ตำรวจออกหมายจับคนร้ายฆ่า 2 สามีภรรยาครูโรงเรียนดัง จ.ระยอง เสียชีวิตสยองคาบ้านหรู หลังหลักฐานชี้ชัด ทำทีเข้าไปดูบิ๊กไบค์ที่ประกาศขาย แต่กลับฆ่าชิงรถ   พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ขออนุมัติหมายจับ นายศุภกฤต สุจาสี อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาฆ่า นายอโลชา สุภานิชย์ หรือเอ็ม อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาฟิสิกส์ และ น.ส.ปรียาภรณ์ เพียรงาม หรือแนน อายุ 33 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งคู่เป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.ระยอง ฝ่ายหญิงถูกมีดแทงกลางศีรษะ ส่วนฝ่ายชายถูกมีดปาดคอจนหวิดขาด เสียชีวิตคาบ้าน โดยตั้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อชิงทรัพย์    หลังพบหลักฐาน เป็นกล้องวงจรปิดในหมู่บ้าน เห็นภาพคนร้ายเข้ามาวนเวียน อยู่หลายรอบก่อนที่จะเข้าไปที่บ้าน และภาพที่ขี่รถบิ๊กไบก์ออกไปจากบ้าน และยังมีหลักฐานการติดต่อกันในเฟซบุ๊ก ที่ผู้ตายโพสต์ขายบิ๊กไบค์ ซึ่งนายศุภกฤษ สนใจทำทีเข้ามาดูรถที่บ้าน โดยขับรถจักรยานยนต์ฟีโน่เข้ามา ในวันที่ 27 พ.ย. และพกอาวุธมีดมาด้วย ก่อนทำร้ายครูทั้งสองแล้วชิงรถไป จากนั้นก็ได้นำรถไปฝากขายที่ร้านซึ่งอยู่ใน จ.ชลบุรี   ทางด้าน ร.ต.ท.อุปถัมพ์  พานแก้ว รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองระยอง เผยว่า รปภ.ของทางหมู่บ้าน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เห็นชายต้องสงสัยเดินวนเวียนอยู่ที่บ้านจุดเกิดเหตุซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของครูทั้ง 2  ส่วนกรณีการเข้าออกจากหมู่บ้านนั้นที่ต้องมีคีย์การ์ด ก็เชื่อว่าหลังจากเกิดเหตุ คนร้ายได้นำคีย์การ์ดมาแสกนด้านหลังหมู่บ้านซึ่งจุดนั้นเองไม่ได้มี รปภ.อยู่ และหลบหนีออกไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด มาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง   ต่อมาตำรวจภูธรภาค 2 สืบสวนจนทราบว่านายศุภกฤต ได้นำรถบิ๊กไปฝากขายฝากขายที่ร้านซึ่งอยู่ใน จ.ชลบุรี ตำรวจจึงได้เชิญตัวลูกชายเจ้าของร้านมาสอบปากคำแล้ว ซึ่งให้การว่าเมื่อสองวันก่อนผู้ก่อเหตุได้ทักมายังเฟซบุ๊กและไลน์ โดยบอกว่ามีรถบิ๊กไบค์มาขายให้ในราคา 300,000 บาท พร้อมส่งภาพและทำงานซื้อขายแบบโอนลอย ลูกชายเจ้าของร้านเห็นว่าด้วยหลักฐานครบเลยทำการรับซื้อ ซึ่งไม่รู้มาก่อนมาเป็นรถของกลาง พร้อมยืนยันตนเองและทางร้านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม  ทั้งนี้ฝากบอกไปถึงผู้ต้องหาให้มามอบตัว   ขณะเดียวกันทางญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คุณพ่อของเหยื่อ ได้เดินทางมีที่โรงพยาบาลเพื่อขอติดต่อรับศพไปประกอบพิธี พร้อมเผยว่าเสียใจและยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับศพครูเอ็ม ญาติจะนำไปตั้งสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลที่ชัยนาท   ทางญาติส่วนศพครูแนน แพทย์ยังอยู่ระหว่างการผ่าพิสูจน์ของแพทย์โรงพยาบาลระยอง คาดว่าจะแล้วเสร็จ และญาติสามารถรับไปบำเพ็ญกุศลได้ในวันพรุ่งนี้ โดยเบื้องต้นทราบเพียงว่า จะนำไปตั้งศพสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดลำพูน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/865NQumGmPc

 410

Top